หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ > 50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 รวมสถานที่ท่องเที่ยวครบ ..
TL;DR: 50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 รวมสถานที่ท่องเที่ยวครบ 20 จังหวัด เปิดเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 1 มิถุนายน – 30.

อำนาจเจริญ

50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 รวมสถานที่ท่องเที่ยวครบ 20 จังหวัด

50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 รวมสถานที่ท่องเที่ยวครบ 20 จังหวัด

50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 รวมสถานที่ท่องเที่ยวครบ 20 จังหวัด ภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นภูมิภาคที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ตั้งแต่ยอดภูเขาและทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ไปจนถึงปราสาทหินขอมโบราณ แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ วัดพระธาตุสำคัญ และชุมชนริมแม่น้ำโขง สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวภาคอีสานในปี 2570 จุดหมายสำคัญที่ควรทำความรู้จัก ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี และชุมชนเชียงคานริมแม่น้ำโขง ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของภูมิภาคนี้ได้ทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต
 
ภาคอีสาน ประกอบด้วย 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนที่ราบสูงโคราช มีแม่น้ำสายสำคัญหลายสายไหลผ่าน ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกมีแม่น้ำโขงเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศและวิถีชุมชน ส่วนแนวเทือกเขาพนมดงรักทางตอนใต้เป็นที่ตั้งของโบราณสถานเขมรสำคัญหลายแห่ง
 
จุดเด่นของการท่องเที่ยวภาคอีสานคือการได้สัมผัสภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน พื้นที่จังหวัดเลยมีภูเขาหินทราย ป่าสน และจุดชมทะเลหมอก จังหวัดชัยภูมิมีทุ่งดอกกระเจียวและลานหินรูปร่างแปลกตา จังหวัดอุบลราชธานีมีหน้าผาสูงริมแม่น้ำโขง ภาพเขียนสีโบราณ และแก่งหินที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ ขณะที่อุดรธานีมีทะเลบัวแดงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีชื่อเสียงในช่วงฤดูหนาว
 
ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ต่อเนื่องมายาวนาน แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงในจังหวัดอุดรธานีสะท้อนความสำคัญของชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ส่วนปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทหินพิมายแสดงให้เห็นอิทธิพลของศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมเขมรโบราณ ความหลากหลายของหลักฐานเหล่านี้ทำให้การเดินทางในภาคอีสานไม่ใช่เพียงการชมสถานที่ แต่เป็นการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ศาสนา อำนาจทางการเมือง และภูมิประเทศในแต่ละยุคสมัย
 
วัฒนธรรมภาคอีสาน 
วัฒนธรรมอีสาน มีเอกลักษณ์จากภาษา ดนตรี อาหาร และประเพณีที่สืบทอดในชุมชน หมอลำและเสียงแคนเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมการแสดง อาหารท้องถิ่นอย่างส้มตำ ลาบ น้ำตก ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียว และอาหารพื้นบ้านจากแม่น้ำและแหล่งน้ำสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญากับทรัพยากรธรรมชาติ ในแต่ละจังหวัดยังมีอาหารและผลิตภัณฑ์เฉพาะถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ เครื่องจักสาน และงานหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชุมชน
 
ประเพณีสำคัญของภาคอีสานมีทั้งงานบุญบั้งไฟ ประเพณีแห่เทียนพรรษา งานนมัสการพระธาตุพนม ประเพณีผีตาโขน ตลอดจนงานประเพณีของชุมชนที่จัดขึ้นตามปฏิทินจันทรคติ ความหลากหลายเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อและภูมิปัญญาที่ผสมผสานระหว่างพระพุทธศาสนา ความเชื่อท้องถิ่น และประวัติศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมงานประเพณีควรตรวจวันที่จัดงานของปีที่เดินทาง เพราะบางกิจกรรมไม่ได้กำหนดตรงกับวันที่เดิมของปฏิทินสากลทุกปี
 
การแบ่งเส้นทางเที่ยวภาคอีสานตามภูมิศาสตร์ช่วยให้จัดทริปได้สะดวกขึ้น โซนอีสานตอนบนเหมาะกับผู้สนใจแม่น้ำโขง ภูเขา ชุมชนริมชายแดน และศาสนสถานสำคัญ โซนอีสานตอนกลางมีแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมชุมชน ส่วนอีสานตอนล่างโดดเด่นด้วยปราสาทหิน แหล่งอารยธรรมขอม ภูเขา และพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ การวางเส้นทางตามโซนช่วยลดการขับรถย้อนกลับไปมาระหว่างจังหวัดที่อยู่ห่างกัน
 
ช่วงฤดูหนาวระหว่างประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวภูเขา จุดชมวิว และชุมชนริมแม่น้ำโขงหลายแห่ง ส่วนปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเหมาะกับการชมความเขียวขจีของป่าไม้ น้ำตก และภูมิทัศน์ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สถานที่บางแห่งมีฤดูกาลเข้าชมเฉพาะ เช่น ทะเลบัวแดงและอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ขณะที่สามพันโบกมีความโดดเด่นในช่วงระดับน้ำโขงลดต่ำลง การเลือกช่วงเดินทางให้ตรงกับลักษณะของสถานที่จึงมีความสำคัญ
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเพียง 1 วัน ควรเลือกสถานที่ในจังหวัดเดียวกันหรือพื้นที่ใกล้เคียง หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน สามารถจัดทริปเที่ยวจังหวัดใกล้กันและพักค้างคืนในเมืองหลัก ส่วนการเดินทาง 3 วัน 2 คืนขึ้นไปเหมาะกับการเชื่อมหลายจังหวัดตามแนวถนนสายหลักหรือเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการเดินทางไปภูเขา อุทยาน และแหล่งท่องเที่ยวชนบท ซึ่งบางแห่งไม่มีรถโดยสารสาธารณะเข้าถึงโดยตรง
 
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ภูเขาหินทรายและธรรมชาติบนยอดภู
 
1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคอีสาน ตั้งอยู่ในตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัดที่มีพื้นที่ราบกว้างบนยอดเขา ประกอบด้วยป่าสน ทุ่งหญ้า น้ำตก ลำธาร และหน้าผาชมทิวทัศน์อันงดงาม ความโดดเด่นของภูกระดึงไม่ได้อยู่เพียงที่ความสูงของภูเขาหรือทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ประสบการณ์การเดินขึ้นเขาด้วยตนเอง ซึ่งกลายเป็นภาพจำของนักเดินทางหลายรุ่น
 
ไฮไลต์: เส้นทางเดินขึ้นภูกระดึง จุดพักตามซำต่าง ๆ หลังแป ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูก สระอโนดาต ป่าสนเขา น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ และลานกางเต็นท์บนยอดภู
 
ลักษณะภูมิประเทศของภูกระดึงแตกต่างจากภูเขารูปกรวยทั่วไป เพราะมีส่วนยอดค่อนข้างราบและกินพื้นที่กว้าง เส้นทางขึ้นเขาต้องผ่านความลาดชันและจุดพักหลายช่วง ก่อนเข้าสู่พื้นที่ยอดภูซึ่งมีภูมิทัศน์เปิดโล่งสลับกับแนวป่า การเดินทางจึงแบ่งออกเป็นสองประสบการณ์สำคัญ ได้แก่ การพิชิตทางขึ้นที่ใช้กำลังกาย และการสำรวจเส้นทางธรรมชาติบนยอดเขาที่มีทั้งหน้าผา น้ำตก และจุดพักแรม
 
เมื่อขึ้นถึงหลังแป นักท่องเที่ยวยังต้องเดินต่อไปยังบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการพักผ่อนและจัดเตรียมกิจกรรมบนยอดภู จากจุดนี้สามารถเลือกเดินไปชมหน้าผาหรือแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ตามเวลาที่มีและสภาพร่างกายของแต่ละคน การแบ่งเที่ยวเป็นหลายช่วงช่วยให้ได้สัมผัสภูกระดึงอย่างละเอียดมากกว่าการเร่งเดินให้ครบทุกจุดภายในเวลาจำกัด
 
ผานกแอ่นเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงของภูกระดึง ส่วนผาหล่มสักได้รับความนิยมจากวิวหน้าผาและบรรยากาศยามเย็น ต้นสนและก้อนหินบริเวณหน้าผากลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาพถ่ายที่ผู้คนจดจำได้ดี ขณะที่ผาหมากดูกเป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งเหมาะกับการชมทิวทัศน์ของเทือกเขาและพื้นที่เบื้องล่าง
 
ความงามของภูกระดึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงที่มีความชื้นสูง ป่าไม้และน้ำตกจะมีความเขียวชอุ่ม ส่วนฤดูหนาวมีอากาศเย็นและเหมาะกับการเดินชมทิวทัศน์บนยอดภู นักท่องเที่ยวอาจได้พบทะเลหมอกหรือท้องฟ้าโปร่งที่เหมาะกับการถ่ายภาพ ทั้งนี้สภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน และอุปกรณ์ป้องกันความชื้นให้พร้อม
 
ภูกระดึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าและสามารถเดินระยะทางไกลได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้เวลากับธรรมชาติอย่างจริงจัง ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับพื้นหินและทางลาดชัน เตรียมน้ำดื่ม ของใช้ส่วนตัว และวางแผนเวลาขึ้นลงตามข้อกำหนดของอุทยาน ไม่ควรเร่งเดินจนเกินกำลังหรือเข้าใกล้ขอบหน้าผาที่ไม่มีแนวป้องกัน
 
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีฤดูกาลท่องเที่ยวและช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติที่ชัดเจน ผู้วางแผนเดินทางควรคำนึงถึงข้อจำกัดนี้ตั้งแต่แรก รวมถึงตรวจประกาศเกี่ยวกับเส้นทางเดิน ที่พัก ลานกางเต็นท์ และข้อกำหนดในการขึ้นเขา เพื่อให้สามารถจัดทริปได้เหมาะกับช่วงเวลาจริง
 
วันเปิดทำการ: เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน เวลาเปิดทำการ: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 07:00 – 16:00 น. โดยมีข้อกำหนดเวลาเริ่มขึ้นเขาแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเลยเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 201 แล้วเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอภูกระดึง ก่อนใช้ทางหลวงหมายเลข 2019 ไปยังที่ทำการอุทยาน นักท่องเที่ยวที่โดยสารรถประจำทางสามารถลงบริเวณบ้านผานกเค้าหรือจุดต่อรถที่กำหนด แล้วเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
 
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหินเขมรโบราณบนยอดภูเขาไฟ
 
2. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่บ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นโบราณสถานศิลปะเขมรที่สำคัญของประเทศไทย โดดเด่นด้วยปราสาทหินบนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สร้างขึ้นตามคติศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายเพื่อถวายแด่พระศิวะ การจัดวางปราสาทตามแนวแกนจากทางขึ้นสู่ปรางค์ประธานมีความหมายเชิงศาสนาและจักรวาล สะท้อนความเชี่ยวชาญของช่างโบราณทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และการกำหนดทิศทางของศาสนสถาน
 
ไฮไลต์: ปราสาทหินพนมรุ้ง ทางเดินเสานางเรียง สะพานนาคราช บันไดทางขึ้น ปรางค์ประธาน ภาพศิวนาฏราช ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ การชมแสงอาทิตย์ลอดช่องประตูปราสาท และประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง
 
พนมรุ้งเป็นศาสนสถานที่มีประวัติการก่อสร้างและพัฒนาต่อเนื่องหลายยุคสมัย อาคารและองค์ประกอบต่าง ๆ สะท้อนรูปแบบศิลปกรรมเขมรโบราณที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา พื้นที่ตั้งอยู่บนภูเขาไฟเก่าซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู โดยเฉพาะเขาไกรลาสซึ่งเป็นที่ประทับของพระศิวะ
 
ทางเดินเข้าสู่ปราสาทเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุด นักท่องเที่ยวจะพบทางเดินหินที่มีเสานางเรียงอยู่สองข้าง ก่อนเข้าสู่สะพานนาคราชและบันไดขึ้นไปยังเขตศาสนสถานชั้นใน การเดินผ่านแต่ละส่วนช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผังสถาปัตยกรรมกับคติเรื่องการก้าวจากโลกมนุษย์เข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
ปรางค์ประธานสร้างด้วยหินทรายและตกแต่งด้วยลวดลายสลักอันประณีต ทั้งภาพเทพเจ้า ลายพันธุ์พฤกษา และองค์ประกอบทางศาสนา ภาพศิวนาฏราชสะท้อนคติการฟ้อนรำของพระศิวะ ส่วนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นงานศิลปกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การทวงคืนโบราณวัตถุของประเทศไทย
 
พนมรุ้งยังมีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอดช่องประตูปราสาทหลายช่องในแนวเดียวกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสัมพันธ์กับการวางแนวแกนของอาคารและการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ในรอบปี นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจชมควรตรวจประกาศวันและเวลาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะช่วงชมที่เหมาะสมแตกต่างกันตามรอบปรากฏการณ์
 
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เชื่อมโยงมรดกทางประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมร่วมสมัยของบุรีรัมย์ โดยมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการแสดงที่สะท้อนเรื่องราวของปราสาทและความเชื่อดั้งเดิม การจัดงานในแต่ละปีขึ้นอยู่กับกำหนดการของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
 
สำหรับผู้สนใจโบราณคดี ควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อยครึ่งวันเพื่อสังเกตรายละเอียดของทางเดิน สะพานนาคราช หน้าบัน ทับหลัง และปรางค์ประธาน สามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยังปราสาทเมืองต่ำหรือโบราณสถานอื่นในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ตามเวลาและการเดินทางที่เหมาะสม
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถเดินทางตามเส้นทางไปอำเภอนางรองหรืออำเภอประโคนชัย แล้วต่อไปยังอำเภอเฉลิมพระเกียรติและบ้านตาเป๊ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าพร้อมคนขับช่วยให้เดินทางไปยังโบราณสถานใกล้เคียงได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
 
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ปราสาทหินพิมายและสถาปัตยกรรมเขมรโบราณ
 
3. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอพิมาย เป็นแหล่งโบราณคดีและศาสนสถานเขมรโบราณขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน ปราสาทหินพิมายโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหินทรายขนาดใหญ่ งานจำหลักที่ประณีต และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามหายาน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองโบราณซึ่งมีร่องรอยกำแพงเมือง ประตูเมือง คูน้ำ และโบราณสถานบริวาร
 
ไฮไลต์: ปราสาทหินพิมาย ปรางค์ประธาน สะพานนาคราช ซุ้มประตูโบราณ งานจำหลักหินทราย ร่องรอยเมืองพิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และแหล่งโบราณคดีบริเวณใกล้เคียง
 
เมืองพิมายเป็นชุมชนสำคัญในเครือข่ายเมืองโบราณของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศาสนสถานหลักสะท้อนอิทธิพลทางศิลปกรรมและความเชื่อของอาณาจักรเขมร โดยเฉพาะรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามหายาน การดำรงอยู่ของเมืองพิมายแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพื้นที่นครราชสีมาในเครือข่ายการเดินทาง การค้า และการติดต่อทางวัฒนธรรมระหว่างเมืองต่าง ๆ ในอดีต
 
สิ่งที่ทำให้ปราสาทพิมายแตกต่างจากปราสาทเขมรหลายแห่งคือการจัดวางทิศทางหลักของศาสนสถานซึ่งสัมพันธ์กับเส้นทางโบราณที่เชื่อมไปยังเมืองพระนคร ผู้เยี่ยมชมสามารถสังเกตความสำคัญของแนวแกนทางเข้า สะพานนาคราช ประตู และปรางค์ประธาน ซึ่งประกอบกันเป็นผังศาสนสถานที่มีความหมายทางศาสนา
 
ปรางค์ประธานเป็นศูนย์กลางของพื้นที่โบราณสถาน งานก่อสร้างด้วยหินและลวดลายสลักสะท้อนฝีมือช่างโบราณ ทั้งรายละเอียดของซุ้มประตู หน้าบัน ทับหลัง และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ออกแบบให้สัมพันธ์กัน การเดินชมใกล้ ๆ ช่วยให้เห็นรายละเอียดที่อาจไม่ชัดเจนเมื่อมองจากระยะไกล
 
นอกจากตัวปราสาทแล้ว พื้นที่เมืองพิมายยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเมืองโบราณและวัฒนธรรมเขมรเพิ่มเติมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเดียวกัน การชมพิพิธภัณฑ์ร่วมกับโบราณสถานช่วยให้เข้าใจความหมายของวัตถุและรูปแบบศิลปกรรมที่พบในพื้นที่
 
อุทยานประวัติศาสตร์พิมายเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรม และการถ่ายภาพ การเดินชมในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ช่วยลดความร้อนจากพื้นที่กลางแจ้ง ควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย เตรียมน้ำดื่ม และปฏิบัติตามข้อกำหนดในการอนุรักษ์โบราณสถาน
 
ผู้ที่เดินทางมาจากนครราชสีมาสามารถจัดเที่ยวพิมายแบบไปเช้าเย็นกลับได้ โดยเผื่อเวลาสำหรับสำรวจโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง การเดินทางแบบไม่เร่งรีบทำให้มีเวลาสังเกตองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์และรับรู้บรรยากาศของเมืองเก่าได้มากขึ้น
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 17:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครราชสีมาเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 206 เพื่อไปอำเภอพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองพิมาย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารที่ให้บริการระหว่างนครราชสีมากับอำเภอพิมาย
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
 
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี หน้าผาหินทรายริมแม่น้ำโขงและแหล่งภาพเขียนสีโบราณ
 
4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีสำคัญบริเวณชายแดนไทย–ลาว โดยมีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จุดเด่นของอุทยานคือหน้าผาหินทรายสูงริมแม่น้ำโขง ทิวทัศน์ของภูเขาและลำน้ำ ตลอดจนภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ปรากฏตามเพิงผา ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับภูมิประเทศของลุ่มน้ำโขงในอดีต
 
ไฮไลต์: ผาแต้ม ภาพเขียนสีโบราณ จุดชมวิวแม่น้ำโขง เสาเฉลียง ผาชะนะได น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์หรือ น้ำตกลงรู ดงนาทาม และทิวทัศน์บริเวณชายแดนไทย–ลาว
 
อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงหินทรายสลับหน้าผาและป่าไม้ บริเวณริมแม่น้ำโขงเกิดเป็นแนวหน้าผาสูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ฝั่งประเทศลาวได้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ความแตกต่างของระดับพื้นที่ทำให้เกิดจุดชมวิวและระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งป่าเต็งรัง พื้นที่หินโล่ง และบริเวณที่มีความชื้นสูงตามลำห้วยและน้ำตก
 
ภาพเขียนสีโบราณเป็นมรดกทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของผาแต้ม ภาพที่พบตามแนวหน้าผามีทั้งรูปร่างสัตว์ มนุษย์ มือ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ศึกษาความคิดและการดำรงชีวิตของผู้คนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตามเส้นทางที่กำหนด โดยควรสังเกตรายละเอียดของภาพและสภาพแวดล้อมที่ตั้งซึ่งเป็นส่วนสำคัญของหลักฐานทางโบราณคดี
 
เสาเฉลียงเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาโดดเด่น เกิดจากกระบวนการผุพังและกัดกร่อนของชั้นหินที่มีความทนทานแตกต่างกัน จนเกิดรูปทรงคล้ายเสาหินที่มีส่วนบนกว้าง ภูมิทัศน์ลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของหินทรายภายใต้อิทธิพลของน้ำ ลม และสภาพอากาศตลอดระยะเวลายาวนาน
 
นอกจากแหล่งภาพเขียนสีและเสาเฉลียงแล้ว พื้นที่อุทยานยังมีน้ำตกและจุดชมธรรมชาติหลายแห่ง น้ำตกแสงจันทร์มีชื่อเสียงจากลักษณะน้ำไหลลอดช่องหินลงสู่บริเวณด้านล่าง ขณะที่น้ำตกสร้อยสวรรค์และพื้นที่ดงนาทามเหมาะสำหรับผู้สนใจธรรมชาติในฤดูกาลที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม การเข้าถึงบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดตามสภาพเส้นทางและช่วงฤดูฝน
 
ผาแต้มยังเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมท้องฟ้ายามเช้าและทิวทัศน์แม่น้ำโขง ผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรเลือกจุดชมวิวที่เปิดให้เข้าถึงและตรวจข้อกำหนดการเดินทางก่อนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจำกัดเวลาเข้าชมหรือเส้นทางบางส่วน
 
การเที่ยวผาแต้มอย่างเหมาะสมควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันหรือมากกว่านั้นหากต้องการเดินชมเส้นทางภาพเขียนสีและแหล่งธรรมชาติหลายจุด นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับทางเดินหิน ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผา และไม่สัมผัสภาพเขียนสีหรือพื้นผิวโบราณสถาน เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้มีความเปราะบางและไม่สามารถสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอโขงเจียม แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2134 และ 2112 ต่อไปยังทางเข้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม การใช้รถยนต์ส่วนตัวช่วยให้จัดเส้นทางไปยังจุดชมวิวและสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวกยิ่งขึ้น
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
 
บ้านเชียงคาน จังหวัดเลย ชุมชนบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำโขงและถนนคนเดินเชียงคาน
 
5. บ้านเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงในอำเภอเชียงคานที่มีเสน่ห์จากบ้านไม้สองชั้น ร้านค้าเก่า วิถีชีวิตริมแม่น้ำ และบรรยากาศเมืองเล็กที่สงบเรียบง่าย พื้นที่ถนนชายโขงและถนนคนเดินเชียงคานเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีร้านอาหาร ของฝาก และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเชียงคานผ่านการเดินชมเมือง ปั่นจักรยาน ทำบุญตักบาตร และพักผ่อนริมแม่น้ำโขง
 
ไฮไลต์: ถนนคนเดินเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมถนนชายโขง วิถีชุมชนดั้งเดิม การตักบาตรยามเช้า ทิวทัศน์แม่น้ำโขง ร้านอาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม ของฝาก และการเที่ยวต่อไปยังแก่งคุดคู้หรือจุดชมวิวใกล้เคียง
 
เอกลักษณ์สำคัญของเชียงคานคืออาคารไม้ที่เรียงรายอยู่ตามถนนสายเก่า หลายหลังยังรักษาลักษณะของบ้านเรือนและร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับวิถีการค้าในอดีต รายละเอียดของบานหน้าต่าง ประตูไม้ ป้ายร้าน และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมสะท้อนประวัติศาสตร์ของชุมชนริมแม่น้ำซึ่งมีความสัมพันธ์กับการค้าขายและการเดินทางในลุ่มน้ำโขง
 
เมื่อเดินไปตามถนนชายโขง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองที่มีทั้งบ้านพัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก หลายพื้นที่เหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ มากกว่าการขับรถผ่าน เพราะความน่าสนใจของเชียงคานอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของวิถีชุมชน ทั้งการใช้ชีวิตของคนท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือนกับแม่น้ำ
 
การตักบาตรในช่วงเช้าเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมควรแต่งกายสุภาพ ปฏิบัติตามแนวทางของชุมชน และรักษาความสงบของพิธีกรรม การทำบุญควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อพระสงฆ์และคนในท้องถิ่น ไม่จัดกิจกรรมหรือถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้ร่วมพิธี
 
ในช่วงเย็น ถนนคนเดินเชียงคานเป็นพื้นที่รวมร้านค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ทั้งอาหารพื้นถิ่น ของว่าง งานฝีมือ และของฝากจากชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อสินค้า พร้อมชมบรรยากาศของอาคารไม้ที่เปลี่ยนไปตามแสงไฟยามค่ำคืน ความคึกคักของถนนคนเดินเป็นอีกด้านหนึ่งที่เสริมเสน่ห์ของเมืองเก่าแห่งนี้
 
กิจกรรมริมแม่น้ำโขงช่วยให้เชียงคานมีความหลากหลายมากกว่าถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวริมแม่น้ำหรือใช้บริการท่องเที่ยวที่จัดโดยผู้ประกอบการในพื้นที่ตามเงื่อนไขและระดับน้ำที่เหมาะสม ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมเพราะอากาศสบายและมีแสงธรรมชาติสวยงาม
 
เชียงคานเหมาะกับครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน สามารถพักในย่านเมืองเก่าเพื่อสัมผัสบรรยากาศยามเช้าและช่วงเย็นได้ครบยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่มีเวลามากขึ้นสามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยังแก่งคุดคู้หรือจุดชมวิวธรรมชาติในอำเภอเชียงคาน
 
วันเปิดทำการ: พื้นที่ชุมชนเปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่เมืองเก่าเข้าชมได้ตลอดวัน ส่วนถนนคนเดินโดยทั่วไปประมาณ 17:00 – 22:00 น. โดยร้านค้าแต่ละแห่งมีเวลาให้บริการต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเลยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารท้องถิ่นไปยังอำเภอเชียงคาน เมื่อถึงย่านเมืองเก่าควรจอดรถในจุดที่อนุญาต แล้วเดินหรือใช้จักรยานเพื่อสำรวจถนนชายโขงและบริเวณถนนคนเดิน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ้านเชียงคาน
 
ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ทุ่งดอกบัวสีชมพูในหนองหานกุมภวาปี
 
6. ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติตามฤดูกาลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่หนองหานกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จุดเด่นคือดอกบัวสายสีชมพูอมแดงที่บานพร้อมกันเป็นบริเวณกว้างบนผิวน้ำในช่วงฤดูหนาว จนเกิดภาพคล้ายทะเลดอกไม้สีชมพู นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมบัวและบรรยากาศของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ดอกบัวบานรับแสงอาทิตย์และสภาพอากาศเหมาะกับการล่องเรือ
 
ไฮไลต์: ดอกบัวสายสีชมพูบานเต็มพื้นที่หนองหานกุมภวาปี การนั่งเรือชมบัวยามเช้า ท่าเรือบ้านเดียม ทิวทัศน์พื้นที่ชุ่มน้ำ นกน้ำ ระบบนิเวศหนองหาน และกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน
 
หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ ภายในแหล่งน้ำมีพืชน้ำ สัตว์น้ำ และนกหลากหลายชนิด ชาวบ้านในพื้นที่มีความสัมพันธ์กับหนองน้ำทั้งด้านการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวทะเลบัวแดงจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำควบคู่กับการชมทิวทัศน์
 
ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดโดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ดอกบัวบานอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำ สภาพอากาศ และจังหวะการออกดอกมีผลต่อความหนาแน่นของบัวในแต่ละปี นักท่องเที่ยวควรเลือกเดินทางในช่วงที่มีรายงานการบานของดอกไม้จากพื้นที่จริง
 
การชมทะเลบัวแดงนิยมใช้เรือของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ให้บริการจากท่าเรือ โดยเรือจะพานักท่องเที่ยวออกไปยังบริเวณที่ดอกบัวขึ้นหนาแน่น ระหว่างทางสามารถชมวิวพื้นที่ชุ่มน้ำและสังเกตนกน้ำที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศนี้ ควรสวมเสื้อชูชีพตลอดการเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ควบคุมเรือ
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะดอกบัวส่วนใหญ่บานรับแสงในช่วงต้นวันและสภาพอากาศมักสบายกว่าช่วงสาย แสงอาทิตย์ที่สะท้อนบนผิวน้ำช่วยเพิ่มความงดงามของดอกบัวและทิวทัศน์โดยรอบ การออกเรือเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการพบดอกบัวบานเต็มที่ตามสภาพธรรมชาติ
 
ทะเลบัวแดงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ การถ่ายภาพ และกิจกรรมครอบครัว แต่ผู้เดินทางควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการขึ้นลงเรือ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ หากมีผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรสอบถามผู้ให้บริการล่วงหน้าเกี่ยวกับความเหมาะสมของเรือและท่าเทียบเรือ
 
นอกจากการชมบัวแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวสถานที่ทางวัฒนธรรมและชุมชนรอบอำเภอกุมภวาปี หรือเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองอุดรธานี การจัดทริปให้เริ่มตั้งแต่เช้าจะช่วยให้ชมทะเลบัวแดงในช่วงเวลาที่เหมาะสมและมีเวลาเที่ยวสถานที่อื่นต่อในวันเดียวกัน
 
วันเปิดทำการ: เปิดท่องเที่ยวทุกวันในช่วงฤดูกาลชมทะเลบัวแดง เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 06:00 – 11:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุดรธานีเดินทางตามถนนมิตรภาพไปยังอำเภอกุมภวาปี แล้วเข้าสู่ตำบลเชียงแหวและบริเวณท่าเรือบ้านเดียมซึ่งเป็นจุดให้บริการล่องเรือชมทะเลบัวแดง ควรตรวจสภาพอากาศและการให้บริการเรือก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทะเลบัวแดง
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี แหล่งเรียนรู้โบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์
 
7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ในตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน เป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีที่สำคัญของประเทศไทย จัดแสดงหลักฐานการดำรงชีวิตของชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในพื้นที่บ้านเชียงและบริเวณเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาชนะดินเผาลวดลายเขียนสี เครื่องมือเครื่องใช้ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสังคมเกษตรกรรมและเทคโนโลยีโลหะ บ้านเชียงมีความสำคัญระดับนานาชาติในฐานะแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
 
ไฮไลต์: ภาชนะดินเผาบ้านเชียงลวดลายเขียนสี หลักฐานการฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องมือและเครื่องประดับโบราณ นิทรรศการพัฒนาการชุมชน และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
 
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงสะท้อนการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการทางสังคมของผู้คนในพื้นที่ภาคอีสานตลอดระยะเวลายาวนาน หลักฐานที่ค้นพบมีความสำคัญต่อการศึกษารูปแบบการดำรงชีวิต การเกษตรกรรม การผลิตภาชนะดินเผา และการใช้โลหะในชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ความหลากหลายของสิ่งของที่พบช่วยให้นักโบราณคดีตีความความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
 
ภาชนะดินเผาเขียนสีเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านเชียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะหลายชนิดมีลักษณะเป็นเส้นโค้งและรูปแบบตกแต่งที่สวยงาม งานเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ไม่เพียงมีคุณค่าทางศิลปะ แต่ยังสะท้อนความรู้เกี่ยวกับวัสดุ เทคนิคการผลิต และวัฒนธรรมของชุมชนในอดีต
 
หลักฐานการฝังศพและวัตถุที่พบร่วมกับโครงกระดูกเป็นข้อมูลสำคัญอีกประเภทหนึ่ง เพราะช่วยให้ศึกษาแนวคิดเรื่องความตาย สถานะทางสังคม และการใช้สิ่งของในพิธีกรรม นักท่องเที่ยวที่ชมพิพิธภัณฑ์อย่างตั้งใจจะได้เห็นว่าการศึกษาทางโบราณคดีต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ สถานที่พบ และชั้นดิน ไม่ใช่การพิจารณาความสวยงามของโบราณวัตถุแต่ละชิ้นเพียงอย่างเดียว
 
พื้นที่บ้านเชียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากคุณค่าทางโบราณคดี และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2535 ความสำคัญดังกล่าวทำให้บ้านเชียงเป็นจุดหมายสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์มนุษย์และพัฒนาการของชุมชนก่อนการเกิดขึ้นของรัฐและเมืองโบราณในภูมิภาค
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ชอบแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ภายในอาคารจัดแสดงมีข้อมูลช่วยอธิบายลำดับพัฒนาการของชุมชนและความหมายของโบราณวัตถุ การอ่านคำบรรยายประกอบแต่ละส่วนจะช่วยให้เข้าใจหลักฐานได้ลึกซึ้งมากกว่าการเดินชมเพียงอย่างเดียว
 
การเดินทางมาบ้านเชียงสามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอหนองหานและพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดอุดรธานี ผู้สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นอาจเลือกเรียนรู้เกี่ยวกับงานหัตถกรรมและวิถีชุมชนที่ได้รับอิทธิพลจากชื่อเสียงของแหล่งโบราณคดี โดยให้ความสำคัญกับการเคารพพื้นที่อนุรักษ์และไม่นำโบราณวัตถุออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุดรธานีเดินทางไปอำเภอหนองหาน แล้วเข้าสู่ตำบลบ้านเชียงและถนนสุทธิพงษ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถโดยสารไปยังอำเภอหนองหานแล้วต่อรถท้องถิ่นตามความเหมาะสม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
 
สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี หลุมหินทรายและแก่งหินริมแม่น้ำโขง
 
8. แก่งสองคอน (สามพันโบก) จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาริมแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียงจากหลุมและแอ่งหินจำนวนมากบนลานหินทราย เกิดจากการกัดเซาะและขัดสีของกระแสน้ำในช่วงเวลายาวนาน จนเกิดรูปร่างหลากหลายทั้งแอ่งกลม ร่องหิน และหลุมที่มีขนาดแตกต่างกัน ความโดดเด่นของสามพันโบกจะมองเห็นได้ชัดเจนในช่วงที่ระดับน้ำแม่น้ำโขงลดต่ำลงและเผยให้เห็นพื้นที่ลานหิน
 
ไฮไลต์: หลุมหินทรายสามพันโบก แก่งสองคอน รูปทรงหินธรรมชาติ ลานหินริมแม่น้ำโขง จุดถ่ายภาพภูมิประเทศที่เกิดจากการกัดเซาะ และการชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงในช่วงน้ำลด
 
คำว่าโบกเป็นคำที่ใช้เรียกแอ่งหรือหลุมบนพื้นหินในภาษาท้องถิ่น ส่วนชื่อสามพันโบกสื่อถึงจำนวนหลุมหินที่ปรากฏอยู่มากมายทั่วพื้นที่ แม้ชื่อจะเป็นคำเรียกที่จดจำได้ง่าย แต่ความสำคัญทางธรรมชาติของสถานที่อยู่ที่กระบวนการกัดเซาะของน้ำและตะกอนซึ่งสร้างรูปร่างหลากหลายบนหินทราย
 
ในช่วงที่น้ำแม่น้ำโขงมีระดับสูง ลานหินจำนวนมากจะถูกน้ำท่วมปกคลุม เมื่อเข้าสู่ช่วงน้ำลด พื้นผิวหินและหลุมรูปทรงต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น ลักษณะดังกล่าวทำให้สามพันโบกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผูกพันกับวัฏจักรของแม่น้ำอย่างชัดเจน และเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวควรเลือกช่วงเวลาเดินทางให้เหมาะสม
 
ลานหินมีรายละเอียดน่าสนใจหลายลักษณะ บางหลุมมีรูปทรงกลมหรือรี บางแห่งเป็นร่องยาวที่เชื่อมต่อกัน และบางจุดมีแอ่งน้ำขนาดเล็กหลงเหลืออยู่หลังระดับน้ำลด การเดินชมพื้นที่อย่างช้า ๆ ช่วยให้เห็นความหลากหลายของรูปทรงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสามารถใช้เป็นโอกาสเรียนรู้เรื่องการกัดเซาะของแม่น้ำได้
 
การถ่ายภาพสามพันโบกได้รับความนิยมจากลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป มุมมองจากระดับพื้นหินสามารถเน้นรูปทรงของหลุมและร่องน้ำได้ชัดเจน ขณะที่ภาพมุมกว้างช่วยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างลานหินกับแม่น้ำโขงและแนวชายฝั่งโดยรอบ
 
แม้ลานหินจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง แต่พื้นผิวบางบริเวณมีความต่างระดับ หลุมลึก หรือหินที่อาจลื่นเมื่อมีความชื้น นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม ระมัดระวังขณะเดินใกล้ขอบแอ่ง และไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่กระแสน้ำแรงหรือมีความเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงที่ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
 
สามพันโบกสามารถจัดเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำโขงของจังหวัดอุบลราชธานี โดยเชื่อมกับจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวอื่นในเขตอำเภอโพธิ์ไทรหรือพื้นที่ใกล้เคียง ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาให้เหมาะกับสภาพถนน ระดับน้ำ และระยะทางระหว่างสถานที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอโพธิ์ไทร แล้วต่อไปยังบริเวณบ้านสองคอนซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสามพันโบก ควรตรวจระดับน้ำแม่น้ำโขงและการเข้าถึงลานหินก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือน้ำหลาก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง แก่งสองคอน (สามพันโบก)
 
พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เจดีย์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ริมลุ่มแม่น้ำโขง
 
9. พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นศาสนสถานและศูนย์กลางศรัทธาทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ตั้งอยู่ในตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร องค์พระธาตุมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนจากทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง ความสำคัญของพระธาตุพนมไม่ได้จำกัดเฉพาะศาสนสถาน แต่ยังเชื่อมโยงกับตำนาน ความเชื่อ ประเพณี และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนในลุ่มน้ำโขง
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร สถาปัตยกรรมพระธาตุสำคัญของลุ่มน้ำโขง ประเพณีนมัสการพระธาตุพนม พิธีเวียนเทียน การทำบุญและสักการะพระธาตุ รวมถึงบรรยากาศชุมชนอำเภอธาตุพนม
 
พระธาตุพนมมีความสำคัญในคติความเชื่อของพุทธศาสนิกชนที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เรื่องราวการสร้างและความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระธาตุปรากฏอยู่ในตำนานและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทในการสร้างความผูกพันระหว่างผู้คนกับศาสนสถานมาเป็นเวลายาวนาน
 
สถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุพนมมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสูงที่มีรายละเอียดการตกแต่งงดงาม รูปทรงและองค์ประกอบของพระธาตุสะท้อนรูปแบบศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและพัฒนาการของศาสนสถานในภูมิภาค ผู้เดินทางสามารถชมความสง่างามขององค์พระธาตุจากลานวัดโดยรอบ พร้อมสังเกตองค์ประกอบประดับที่แสดงถึงความเคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
 
พระธาตุพนมยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ของชุมชนไทยและลาวตามแนวลุ่มน้ำโขง วัฒนธรรมการบูชาพระธาตุ การทำบุญ และการเดินทางแสวงบุญมีส่วนสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ สถานที่แห่งนี้จึงมีความหมายทั้งในฐานะศูนย์กลางศาสนาและมรดกทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค
 
หนึ่งในประเพณีสำคัญคือ งานนมัสการพระธาตุพนม ซึ่งจัดขึ้นตามปฏิทินประเพณีท้องถิ่นและมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก ภายในงานมีกิจกรรมสักการะองค์พระธาตุ การทำบุญ และพิธีกรรมทางศาสนาที่สะท้อนศรัทธาต่อพระธาตุพนม การเดินทางในช่วงงานประเพณีควรวางแผนเรื่องการจราจร ที่พัก และเวลาการเข้าชมล่วงหน้า
 
นอกจากการสักการะองค์พระธาตุแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจชุมชนอำเภอธาตุพนม เรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น และเลือกซื้ออาหารหรือผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน การเดินทางไปพระธาตุพนมจึงเหมาะกับทั้งผู้แสวงบุญและผู้สนใจประวัติศาสตร์วัฒนธรรม โดยสามารถจัดเป็นจุดหมายสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่ประกอบพิธีกรรม และปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดงานสำคัญหรือมีผู้ร่วมสักการะเป็นจำนวนมาก การชมโบราณสถานและศิลปกรรมควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสส่วนประกอบที่เปราะบาง และรักษาความสงบของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 21:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครพนมเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งสู่อำเภอธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารตั้งอยู่ในตัวอำเภอ ใกล้แนวลุ่มแม่น้ำโขง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารระหว่างพื้นที่ตามเส้นทางที่ให้บริการ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุพนม
 
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ลานหินธรรมชาติและทุ่งดอกกระเจียว
 
10. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเทพสถิต เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากทุ่งดอกกระเจียว ลานหินที่มีรูปร่างแปลกตา และจุดชมวิวบนแนวเทือกเขาพังเหย พื้นที่อุทยานผสมผสานภูมิทัศน์ของลานหิน ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และดอกไม้ตามฤดูกาล ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเมื่อดอกกระเจียวผลิบานท่ามกลางความเขียวขจีของพื้นที่สูง
 
ไฮไลต์: ทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม จุดชมวิวสุดแผ่นดิน เทือกเขาพังเหย กลุ่มหินธรรมชาติรูปร่างต่าง ๆ น้ำตกเทพพนา น้ำตกเทพประทาน และพื้นที่ป่าไม้ที่มีความงดงามตามฤดูกาล
 
ลานหินงามเป็นหนึ่งในจุดเด่นทางธรณีวิทยาของอุทยาน เนื่องจากมีหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการผุพังและกัดกร่อนตามธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมกลุ่มหินที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งบางก้อนมีรูปร่างชวนให้จินตนาการถึงสัตว์หรือวัตถุต่าง ๆ การสำรวจลานหินช่วยให้เห็นถึงอิทธิพลของธรรมชาติในการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของหินตามกาลเวลา
 
ทุ่งดอกกระเจียวเป็นอีกภาพจำสำคัญของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ดอกไม้สีชมพูอมม่วงจะปรากฏขึ้นตามทุ่งหญ้าในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม โดยมีป่าไม้และหมอกบางเป็นฉากหลัง ดอกกระเจียวเป็นพืชธรรมชาติที่ตอบสนองต่อสภาพอากาศและปริมาณฝน ทำให้ช่วงเวลาการออกดอกและความหนาแน่นของทุ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละปี
 
จุดชมวิวสุดแผ่นดินเป็นอีกพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมทิวทัศน์ของแนวภูเขาและพื้นที่ต่ำเบื้องล่าง บริเวณดังกล่าวสะท้อนลักษณะทางภูมิประเทศที่แตกต่างกันระหว่างแนวเทือกเขากับที่ราบ เมื่ออากาศเปิดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลและรูปแบบการวางตัวของภูเขาในภูมิภาคนี้ได้ชัดเจน
 
อุทยานแห่งชาติป่าหินงามยังมีแหล่งธรรมชาติอื่น เช่น น้ำตกและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจน้ำตกควรตรวจสภาพน้ำและการเข้าถึงตามฤดูกาล เพราะปริมาณน้ำจะเปลี่ยนแปลงตามฝนและการเปิดให้บริการของแต่ละจุด
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ ทุ่งดอกกระเจียวและกลุ่มหินธรรมชาติเป็นจุดที่เหมาะกับการเก็บภาพในหลายมุม โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีแสงนุ่มและอากาศค่อนข้างเย็น การเดินชมควรใช้เส้นทางที่จัดไว้ ไม่เดินลัดเข้าไปในทุ่งดอกไม้หรือเหยียบต้นไม้ เพราะการท่องเที่ยวที่เหมาะสมช่วยรักษาพื้นที่ธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์
 
ป่าหินงามเหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ชื่นชอบธรรมชาติที่ต้องการชมภูมิประเทศโดดเด่นโดยไม่ต้องเดินป่าระยะไกลทุกจุด อย่างไรก็ตาม การเดินบนลานหินหรือเส้นทางที่เปียกฝนอาจลื่น ควรใช้รองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดีและปฏิบัติตามป้ายเตือนของอุทยาน
 
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเทพสถิตหรือพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดชัยภูมิ โดยคำนึงถึงฤดูกาลดอกกระเจียวและสภาพอากาศเป็นหลัก หากต้องการชมทุ่งดอกไม้ในช่วงที่สวยงาม ควรตรวจประกาศการบานของดอกกระเจียวในปีที่เดินทางก่อนออกจากที่พัก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: เดินทางไปยังอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แล้วเข้าสู่เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงามตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเพื่อเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
 
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ภูกุ้มข้าว
 
16. พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และศูนย์การเรียนรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ ใกล้แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวและวัดสักกะวัน ภายในพิพิธภัณฑ์นำเสนอเรื่องราวของโลกยุคโบราณ ตั้งแต่การกำเนิดโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อมก่อนประวัติศาสตร์ ไปจนถึงยุคที่ไดโนเสาร์ดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา และความสนุกในการเรียนรู้ได้อย่างน่าสนใจ
 
ไฮไลต์: นิทรรศการไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว โครงกระดูกและซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ แบบจำลองไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ นิทรรศการกำเนิดโลกและวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต ศูนย์เรียนรู้ธรณีวิทยา และแหล่งขุดค้นทางบรรพชีวินวิทยา
 
ความสำคัญของพิพิธภัณฑ์สิรินธรสัมพันธ์กับการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ในพื้นที่ภูกุ้มข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งขุดค้นที่มีความสำคัญของประเทศไทย หลักฐานกระดูกและชิ้นส่วนฟอสซิลที่ค้นพบช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาชนิดของไดโนเสาร์ สภาพแวดล้อมที่พวกมันเคยอาศัยอยู่ และการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศในช่วงเวลาหลายล้านปีที่ผ่านมา
 
นิทรรศการของพิพิธภัณฑ์จัดเนื้อหาเพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจพัฒนาการของโลกอย่างเป็นลำดับ เริ่มจากเรื่องราวทางธรณีวิทยาและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ก่อนเชื่อมเข้าสู่ยุคของไดโนเสาร์และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในอดีต การจัดแสดงทั้งซากดึกดำบรรพ์จริง แบบจำลอง และสื่อการเรียนรู้ช่วยให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาห่างไกลสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น
 
ไดโนเสาร์ที่พบในภาคอีสานเป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่แห่งนี้เคยมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก ชั้นหินที่เก็บรักษาซากดึกดำบรรพ์ช่วยให้นักวิจัยศึกษาสภาพภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตในอดีต การชมพิพิธภัณฑ์จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการเรียนรู้ชื่อไดโนเสาร์แต่ละชนิด แต่ยังช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
 
บริเวณภูกุ้มข้าวมีความสำคัญในฐานะแหล่งขุดค้นที่เชื่อมโยงกับการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ การได้เรียนรู้เรื่องกระบวนการค้นพบฟอสซิล การขุดค้น และการศึกษาชิ้นส่วนกระดูกช่วยให้เห็นว่างานบรรพชีวินวิทยาต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ทั้งในการสำรวจชั้นหิน การบันทึกตำแหน่งหลักฐาน และการเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคของสิ่งมีชีวิตโบราณ
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธรเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่สนใจวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกิจกรรมการเรียนรู้ภายในอาคาร การจัดแสดงที่มีแบบจำลองและเรื่องราวประกอบช่วยกระตุ้นจินตนาการของเด็ก ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถศึกษาเนื้อหาเชิงวิชาการเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติได้อย่างละเอียด
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรร่วมกับวัดสักกะวันและพื้นที่ภูกุ้มข้าว เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งขุดค้นจริงกับนิทรรศการภายในอาคาร การเดินทางในอำเภอสหัสขันธ์ยังเปิดโอกาสให้สัมผัสวิถีชุมชนและภูมิทัศน์ท้องถิ่นของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ในทริปเดียวกัน
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 09:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางไปอำเภอสหัสขันธ์ แล้วเข้าสู่ตำบลโนนบุรีและบริเวณภูกุ้มข้าวตามป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์สิรินธร การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะเที่ยววัดสักกะวันและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียงด้วย
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์สิรินธร
 
พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระบรมธาตุสำคัญและพุทธมณฑลอีสาน
 
17. พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นศาสนสถานสำคัญและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของภาคอีสาน ตั้งอยู่ในตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน มีชื่อเสียงจากองค์พระบรมธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งค้นพบในบริเวณเมืองโบราณนครจำปาศรี พื้นที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญทั้งในด้านศรัทธาทางศาสนา โบราณคดี และประวัติศาสตร์ของชุมชนในอีสานตอนกลาง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณที่เรียกกันว่าพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งมีภูมิทัศน์สงบร่มรื่นเหมาะแก่การสักการะและการเรียนรู้
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุนาดูน พระบรมสารีริกธาตุ พุทธมณฑลอีสาน เมืองโบราณนครจำปาศรี ศิลปกรรมและโบราณวัตถุสมัยทวารวดี พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และบรรยากาศโดยรอบองค์พระธาตุ
 
พื้นที่อำเภอนาดูนมีความเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณนครจำปาศรี ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความสำคัญในช่วงสมัยทวารวดี หลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบสะท้อนการตั้งถิ่นฐาน การรับอิทธิพลทางศาสนา และการสร้างสรรค์ศิลปกรรมของผู้คนในอดีต ความสำคัญดังกล่าวทำให้พระธาตุนาดูนมีบทบาทมากกว่าอาคารทางศาสนา เพราะตั้งอยู่ภายในภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาค
 
เรื่องราวการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุในพื้นที่เมืองโบราณเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การสร้างพระธาตุนาดูนเพื่อเป็นศูนย์กลางการสักการะ องค์พระธาตุจึงเป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงศรัทธาของชุมชนร่วมสมัยกับหลักฐานทางโบราณคดีในอดีต ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความต่อเนื่องของวัฒนธรรมพุทธศาสนาในพื้นที่เดียวกัน
 
องค์พระธาตุนาดูนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยรูปทรงสูงสง่าและสีสันที่เรียบงาม บริเวณโดยรอบได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่เหมาะกับการเดินชม การทำบุญ และการประกอบกิจกรรมทางศาสนา การเดินวนชมองค์พระธาตุช่วยให้มองเห็นรายละเอียดการออกแบบและความสัมพันธ์ระหว่างตัวอาคารกับพื้นที่พุทธมณฑลได้อย่างชัดเจน
 
ด้านศิลปวัฒนธรรม พระธาตุนาดูนเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้สนใจศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับอาณาจักรและชุมชนโบราณภาคอีสาน เรื่องราวของนครจำปาศรีและหลักฐานสมัยทวารวดีช่วยให้เข้าใจว่าพื้นที่มหาสารคามเคยมีความสำคัญต่อเครือข่ายชุมชนและศาสนสถานก่อนการพัฒนาเมืองสมัยใหม่
 
การเดินทางมาสักการะพระธาตุนาดูนเหมาะกับทั้งผู้แสวงบุญ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบในพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หากมีโอกาสเดินทางในช่วงงานบุญหรือกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของชุมชนในรูปแบบที่แตกต่างจากวันปกติ
 
ผู้ที่มีเวลามากขึ้นสามารถจัดเส้นทางเที่ยวในอำเภอนาดูนร่วมกับแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโบราณสถานเกี่ยวกับเมืองนครจำปาศรี เพื่อทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่อย่างรอบด้าน การเที่ยวรูปแบบนี้เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควบคู่ไปกับการชมศาสนสถานสำคัญ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองมหาสารคามเดินทางไปอำเภอนาดูน แล้วเข้าสู่ตำบลพระธาตุและบริเวณพุทธมณฑลอีสานตามป้ายบอกทาง การใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อในพื้นที่เมืองโบราณและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุนาดูน
 
ผาน้ำย้อย พุทธอุทยานอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด ภูเขาและพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
 
18. ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานภูมิประเทศธรรมชาติกับศาสนสถานสำคัญ ตั้งอยู่ในเขตตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก พื้นที่ตั้งอยู่บริเวณแนวภูเขาและป่าไม้ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงและมีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามและพระมหาเจดีย์ชัยมงคลซึ่งมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่และความงดงามของงานศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
ไฮไลต์: พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม หน้าผาน้ำย้อย ภูมิทัศน์ป่าไม้และภูเขา สถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ งานตกแต่งภายในเจดีย์ และทัศนียภาพจากพื้นที่สูง
 
ผาน้ำย้อยตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีแนวภูเขาและผืนป่ากว้างขวาง ชื่อของสถานที่สัมพันธ์กับลักษณะหน้าผาที่มีน้ำซึมไหลตามผิวหินตามสภาพธรรมชาติ ความชุ่มชื้นของภูเขาและแนวป่าสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพักผ่อนและการปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากบรรยากาศเมืองและสัมผัสธรรมชาติที่สงบ
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของพื้นที่ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่อลังการและการตกแต่งอย่างประณีต ทั้งลวดลายทางศาสนา องค์ประกอบของอาคาร และการประดับตกแต่งที่สะท้อนความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การเดินชมองค์เจดีย์ช่วยให้เห็นความละเอียดของงานพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่สืบทอดรากฐานมาจากรูปแบบศิลปะดั้งเดิม
 
ภายในพื้นที่ศาสนสถานมีจุดสำหรับสักการะและประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตามพื้นที่ที่เปิดให้เข้าถึง พร้อมศึกษาความหมายของงานศิลปกรรมและการจัดองค์ประกอบของสถานที่ ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อสร้างความรู้สึกสงบและส่งเสริมการทำบุญปฏิบัติธรรม
 
บริเวณโดยรอบพระมหาเจดีย์มีภูมิทัศน์ที่สัมพันธ์กับแนวป่าและภูเขา ทำให้พื้นที่ผาน้ำย้อยเหมาะกับผู้ที่สนใจทั้งการสักการะพระธาตุและการชมธรรมชาติ จากบางบริเวณสามารถมองเห็นพื้นที่ต่ำและแนวเขาที่ทอดตัวอยู่โดยรอบ ช่วยเพิ่มมิติของการเดินทางให้แตกต่างจากการชมวัดในเขตเมือง
 
ความสำคัญของพุทธอุทยานอีสานไม่ได้อยู่เฉพาะขนาดของพระมหาเจดีย์ แต่ยังอยู่ที่การเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน ผู้เดินทางมาสักการะสามารถเรียนรู้วิถีทำบุญ ความเชื่อ และงานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในภาคอีสาน ซึ่งมีการพัฒนาและสืบทอดอย่างต่อเนื่อง
 
ผาน้ำย้อยเหมาะกับนักท่องเที่ยวเชิงศาสนา ครอบครัว และผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรม ควรเผื่อเวลาเดินชมพระมหาเจดีย์และบริเวณโดยรอบอย่างไม่เร่งรีบ แต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด หากมีผู้สูงอายุร่วมเดินทางควรเลือกเส้นทางเดินและจุดพักให้เหมาะกับความสามารถในการเคลื่อนไหว
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางไปผาน้ำย้อยร่วมกับการเรียนรู้ชุมชนและแหล่งธรรมชาติในอำเภอหนองพอก การเที่ยวบริเวณนี้เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพราะสามารถเลือกแวะพักระหว่างทางและปรับแผนตามสภาพอากาศหรือระยะเวลาเข้าชมของสถานที่ได้สะดวก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองร้อยเอ็ดเดินทางไปอำเภอหนองพอก แล้วต่อเข้าสู่ตำบลผาน้ำย้อยและบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามตามเส้นทางท้องถิ่นที่มีป้ายบอกทาง การใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาและศาสนสถาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)
 
วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู วัดป่ากรรมฐานและภูมิทัศน์ถ้ำหินธรรมชาติ
 
19. วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นวัดป่าที่มีชื่อเสียงด้านการปฏิบัติธรรมและประวัติพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตั้งอยู่ในตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู บริเวณเชิงแนวเทือกเขาภูพาน พื้นที่วัดมีเอกลักษณ์จากถ้ำและก้อนหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ป่าไม้ที่ให้ความร่มรื่น และสถานที่สำคัญเกี่ยวกับหลวงปู่ขาว อนาลโย พระวิปัสสนาจารย์ที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างกว้างขวาง วัดถ้ำกลองเพลจึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้สนใจพระพุทธศาสนาสายวัดป่า รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความสงบท่ามกลางธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: ถ้ำกลองเพล ลานหินธรรมชาติ ก้อนหินขนาดใหญ่ พื้นที่ปฏิบัติธรรม สถานที่เกี่ยวกับหลวงปู่ขาว อนาลโย พระพุทธรูปภายในบริเวณวัด ป่าไม้ร่มรื่น และประวัติพระกรรมฐานสายวัดป่า
 
วัดถ้ำกลองเพลมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการใช้พื้นที่ถ้ำและป่าธรรมชาติเป็นสถานที่พักสงบและปฏิบัติธรรม ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และโพรงถ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางบริเวณถูกใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและประกอบกิจกรรมทางศาสนา ความกลมกลืนระหว่างสิ่งก่อสร้างกับภูมิประเทศทำให้วัดมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดในชุมชนเมือง
 
หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระกรรมฐานผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติของวัด ท่านเป็นศิษย์ในสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และมีชื่อเสียงด้านการปฏิบัติภาวนาอย่างเคร่งครัด การที่ท่านใช้พื้นที่วัดถ้ำกลองเพลเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้วัดกลายเป็นจุดหมายสำหรับพุทธศาสนิกชนที่ต้องการระลึกถึงปฏิปทาของพระกรรมฐานและศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิตตามพระธรรมวินัย
 
บริเวณถ้ำและลานหินเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะสามารถเห็นลักษณะการก่อตัวของหินตามธรรมชาติร่วมกับการจัดพื้นที่ทางศาสนา บางส่วนของหินมีลักษณะเป็นเพิงหรือช่องว่างขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกสงบ เหมาะแก่การเดินชมอย่างช้า ๆ และสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับการเลือกสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสายวัดป่า
 
ป่าไม้ภายในและโดยรอบวัดมีส่วนช่วยสร้างความร่มเย็นและความสงบของสถานที่ การเดินผ่านแนวต้นไม้และก้อนหินช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศที่เอื้อต่อการสำรวมจิตใจและการพิจารณาธรรม ผู้ที่ต้องการชมวัดในมิติของธรรมชาติควรสังเกตว่าการรักษาสภาพป่าและความเงียบสงบเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์วัดป่ากรรมฐาน
 
นอกจากการสักการะพระพุทธรูปและเรียนรู้ประวัติหลวงปู่ขาวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้เวลาพักผ่อนอย่างสงบและศึกษาธรรมะตามพื้นที่ที่วัดอนุญาต อย่างไรก็ตาม บริเวณที่มีพระสงฆ์หรือผู้มาปฏิบัติธรรมควรได้รับความเป็นส่วนตัว จึงไม่ควรส่งเสียงดังหรือถ่ายภาพโดยรบกวนผู้อื่น
 
วัดถ้ำกลองเพลเหมาะกับผู้แสวงบุญ ผู้สนใจประวัติศาสตร์พระกรรมฐาน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมศาสนสถานท่ามกลางธรรมชาติ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหิน และระมัดระวังเมื่อผ่านบริเวณที่เปียกชื้นหรือมีความต่างระดับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจต้องใช้เวลาเดินมากกว่าปกติ
 
การเดินทางมาวัดถ้ำกลองเพลสามารถจัดร่วมกับการเที่ยวตัวเมืองหนองบัวลำภูและสถานที่สำคัญในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เหมาะกับการใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับผู้ที่ต้องการชมธรรมชาติ ศึกษาประวัติพระกรรมฐาน และสัมผัสบรรยากาศของวัดอย่างละเอียด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองหนองบัวลำภูเดินทางไปยังตำบลโนนทันตามเส้นทางสู่บริเวณเชิงเขาและวัดถ้ำกลองเพล สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ได้สะดวก เมื่อถึงวัดควรปฏิบัติตามป้ายแนะนำเส้นทางและจุดจอดรถ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดถ้ำกลองเพล
 
วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร องค์พระธาตุสีขาวและศาสนสถานสำคัญของเมือง
 
20. วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร หรือวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นพระอารามสำคัญที่ตั้งอยู่ภายในเขตเมืองสกลนคร มีองค์พระธาตุเชิงชุมเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของชาวจังหวัดสกลนครและพุทธศาสนิกชนจากพื้นที่ใกล้เคียง วัดมีความโดดเด่นจากเจดีย์สีขาวรูปทรงสง่างาม พระพุทธรูปหลวงพ่อพระองค์แสน และเรื่องราวความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรอยพระพุทธบาทและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสกลนครที่เชื่อมโยงศาสนา ศิลปกรรม และประเพณีเข้าด้วยกัน
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระองค์แสน สถาปัตยกรรมเจดีย์สีขาว ประวัติรอยพระพุทธบาท วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร งานประเพณีสักการะพระธาตุเชิงชุม และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในสกลนคร
 
องค์พระธาตุเชิงชุมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนที่มีฐานสี่เหลี่ยมและส่วนยอดลดหลั่นขึ้นไปอย่างสง่างาม ลักษณะสถาปัตยกรรมสะท้อนการผสมผสานองค์ประกอบศิลปกรรมที่มีพัฒนาการต่อเนื่องในลุ่มน้ำโขงและภาคอีสาน รูปทรงสีขาวขององค์พระธาตุช่วยให้สถานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นจุดที่พุทธศาสนิกชนเดินทางมาสักการะตลอดทั้งปี
 
ตามคติความเชื่อท้องถิ่น พระธาตุเชิงชุมมีความเกี่ยวข้องกับรอยพระพุทธบาทและเรื่องราวพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของศรัทธาที่สืบทอดในพื้นที่สกลนครมาอย่างยาวนาน ความเชื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าศาสนสถานไม่ได้เป็นเพียงอาคารหรือโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้เชื่อมโยงความทรงจำทางศาสนาและประเพณีร่วมกัน
 
หลวงพ่อพระองค์แสนเป็นพระพุทธรูปสำคัญภายในวัด ได้รับความเคารพนับถือจากชาวสกลนครและผู้แสวงบุญจำนวนมาก การสักการะองค์พระธาตุและพระพุทธรูปจึงเป็นกิจกรรมหลักของผู้มาเยือน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาหรือช่วงงานประเพณีของจังหวัด
 
พื้นที่วัดมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนเมืองสกลนครมายาวนาน อาคารและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ปรากฏช่วยให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถศึกษาร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา การตั้งถิ่นฐาน และการเปลี่ยนแปลงของเมืองในแต่ละสมัย การชมพระธาตุเชิงชุมจึงเหมาะทั้งกับผู้ที่ต้องการทำบุญและผู้สนใจมรดกศิลปวัฒนธรรม
 
งานประเพณีสักการะพระธาตุเชิงชุมเป็นกิจกรรมที่สะท้อนความศรัทธาของชาวสกลนครและการสืบทอดวัฒนธรรมพุทธศาสนา ภายในงานมีการทำบุญและกิจกรรมตามประเพณีท้องถิ่น โดยกำหนดการจัดงานอาจเปลี่ยนแปลงตามปฏิทินทางศาสนาในแต่ละปี นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมบรรยากาศงานบุญควรเลือกช่วงเวลาการเดินทางให้ตรงกับประกาศของผู้จัดงาน
 
วัดพระธาตุเชิงชุมตั้งอยู่ในเขตเมือง จึงเหมาะกับการจัดเป็นจุดหมายหลักของเส้นทางเที่ยวสกลนคร ผู้เดินทางสามารถเที่ยวต่อไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ หรือพื้นที่ริมหนองหารตามเวลาที่มี ทำให้สามารถสัมผัสภาพรวมของจังหวัดได้ทั้งด้านศาสนา ชุมชน และภูมิทัศน์ธรรมชาติ
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และเคารพผู้ที่กำลังประกอบพิธีกรรมหรือสวดมนต์ บริเวณอาคารสำคัญอาจมีข้อกำหนดการถ่ายภาพหรือการเข้าถึงเฉพาะจุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดเพื่อรักษาบรรยากาศและความเหมาะสมของศาสนสถาน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: วัดพระธาตุเชิงชุมตั้งอยู่ภายในเขตอำเภอเมืองสกลนคร สามารถเดินทางจากตัวเมืองตามถนนเจริญเมืองและถนนเรืองสวัสดิ์ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือการเดินทางในท้องถิ่น เหมาะกับการเที่ยวต่อเนื่องกับสถานที่สำคัญอื่นในตัวเมืองสกลนคร
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุเชิงชุม
 
 
วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วิหารพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวท่ามกลางภูเขาและป่าไม้
 
26. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดป่าและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มีความงดงามโดดเด่นท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ ตั้งอยู่บริเวณบ้านนาคำใหญ่ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูงและน้ำโสม วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งประดิษฐานภายในวิหารสังฆปฏิโมกข์ และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยกับบรรยากาศสงบของป่าธรรมชาติ ทำให้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้แสวงบุญ นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ต้องการพักผ่อนทางจิตใจ
 
ไฮไลต์: พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวขนาดประมาณ 20 เมตร วิหารสังฆปฏิโมกข์ พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ งานพุทธศิลป์ร่วมสมัย พื้นที่ปฏิบัติธรรม ทิวทัศน์ภูเขา และแนวป่าอนุรักษ์ที่ล้อมรอบวัด
 
ความสำคัญของวัดป่าภูก้อนเริ่มต้นจากแนวคิดการสร้างศาสนสถานควบคู่กับการอนุรักษ์ผืนป่า พื้นที่ภูเขาบริเวณนี้มีบทบาทเป็นแหล่งต้นน้ำและเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่สำคัญของอีสานตอนบน การพัฒนาวัดจึงให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพธรรมชาติรอบพื้นที่ศาสนสถาน เพื่อให้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการเรียนรู้คุณค่าของป่าไม้
 
วิหารสังฆปฏิโมกข์เป็นอาคารสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ด้วยสถาปัตยกรรมหลังคาโทนสีฟ้าที่ตัดกับสีเขียวของภูเขาและป่าไม้ ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์แกะสลักจากหินอ่อนสีขาว ซึ่งเป็นงานพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่มีความงดงามทั้งด้านสัดส่วนและรายละเอียด การเดินเข้าสู่พื้นที่ภายในวิหารช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสงบและความศรัทธาที่เกิดจากการออกแบบสถาปัตยกรรมและการจัดวางพระพุทธรูปอย่างมีความหมาย
 
พระพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานภายในวิหารมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างศาสนสถานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร องค์พระพุทธรูปจึงมีความหมายทั้งด้านศิลปกรรมและการแสดงออกทางศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
 
พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์เป็นอีกจุดหนึ่งที่สะท้อนแนวคิดการสืบทอดพระพุทธศาสนาและการเคารพพระบูรพาจารย์ ภายในบริเวณวัดมีพื้นที่สำหรับสักการะและศึกษาธรรมะ โดยอาคารต่าง ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้และภูเขาซึ่งสร้างบรรยากาศสงบเหมาะแก่การเจริญสติและการภาวนา
 
ภูมิทัศน์โดยรอบวัดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วัดป่าภูก้อนแตกต่างจากศาสนสถานในเขตเมือง เมื่อมองจากบริเวณที่เปิดให้ชมจะเห็นแนวป่าสลับกับภูเขา ทำให้รู้สึกถึงความห่างไกลจากความวุ่นวายของชุมชน การเที่ยววัดจึงสามารถผสมผสานการสักการะพระพุทธรูปกับการชมธรรมชาติและการพักผ่อนอย่างสงบได้ภายในพื้นที่เดียวกัน
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบภายในวิหารและพื้นที่ปฏิบัติธรรม ไม่ส่งเสียงดังหรือรบกวนผู้มาสักการะ และปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ การเดินทางขึ้นวัดมีเส้นทางผ่านพื้นที่ภูเขาซึ่งควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถ โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือมีหมอก
 
หากมีเวลาเพิ่มเติมสามารถจัดเส้นทางเที่ยววัดป่าภูก้อนร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอนายูงหรือพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดอุดรธานี โดยควรวางแผนเวลาเดินทางให้เหมาะสม เนื่องจากวัดตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองและมีถนนภูเขาบางช่วง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น. สำหรับการเข้าชมวิหาร
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุดรธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งหน้าไปทางหนองคาย แล้วเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 2021 ไปยังอำเภอบ้านผือและอำเภอนายูง ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านนาคำใหญ่และทางเข้าวัดป่าภูก้อน ควรตรวจเส้นทางนำทางก่อนออกเดินทางและใช้ความระมัดระวังบนถนนภูเขา
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดป่าภูก้อน
 
อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ น้ำตกตาดโตนไหลผ่านลานหินทรายท่ามกลางป่าไม้
 
27. อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกตาดโตนและธรรมชาติของเทือกเขาภูแลนคา ตั้งอยู่ในเขตตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จุดเด่นของอุทยานคือน้ำตกที่ไหลผ่านลานหินทรายกว้าง ก่อนลดระดับลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ท่ามกลางป่าไม้และพื้นที่พักผ่อนที่ร่มรื่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ น้ำตก และกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมืองชัยภูมิ
 
ไฮไลต์: น้ำตกตาดโตน ลานหินทรายขนาดใหญ่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผืนป่าเทือกเขาภูแลนคา แหล่งพักผ่อนริมลำธาร จุดถ่ายภาพน้ำตก พื้นที่กางเต็นท์ และบรรยากาศธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
 
น้ำตกตาดโตนมีลักษณะแตกต่างจากน้ำตกที่ไหลตกจากหน้าผาสูงชันเพียงจุดเดียว เพราะมีพื้นที่ลานหินกว้างที่น้ำไหลผ่านก่อนลดระดับเป็นชั้น ๆ รูปแบบดังกล่าวทำให้เกิดลวดลายของกระแสน้ำบนผิวหินและสร้างทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำไหลอย่างเหมาะสม ความกว้างของลานหินเป็นองค์ประกอบที่ทำให้น้ำตกแห่งนี้เป็นภาพจำสำคัญของจังหวัดชัยภูมิ
 
บริเวณอุทยานมีระบบนิเวศป่าไม้ที่สัมพันธ์กับแนวเทือกเขาภูแลนคา พื้นที่ธรรมชาติประกอบด้วยลำธาร ลานหิน ป่าไม้ และแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด การรักษาความสมบูรณ์ของป่ามีความสำคัญต่อการควบคุมการไหลของน้ำและความชุ่มชื้นในพื้นที่ ทำให้อุทยานแห่งชาติตาดโตนมีบทบาททั้งด้านการอนุรักษ์และการพักผ่อนของประชาชน
 
ในช่วงฤดูฝน น้ำตกตาดโตนมักมีปริมาณน้ำมากขึ้นและผืนป่ามีสีเขียวสดใส แต่กระแสน้ำที่แรงและพื้นหินลื่นอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเดินชม ผู้มาเยือนควรเลือกอยู่ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่มีป้ายห้ามหรือมีระดับน้ำอันตราย ส่วนฤดูที่มีปริมาณน้ำน้อยลงจะเห็นรายละเอียดของลานหินและชั้นหินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
การเดินเที่ยวอุทยานสามารถเลือกได้หลายรูปแบบ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยอาจเน้นชมบริเวณน้ำตกหลักและพักผ่อนกับครอบครัว ขณะที่ผู้สนใจธรรมชาติสามารถใช้เวลาศึกษาระบบนิเวศและเดินชมพื้นที่ใกล้เคียงตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าถึง การเลือกกิจกรรมตามความเหมาะสมช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างผ่อนคลายและปลอดภัย
 
ตาดโตนเป็นจุดหมายที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดบริเวณพื้นที่ใกล้น้ำตกและลานหิน เนื่องจากบางจุดอาจมีความต่างระดับหรือความลื่นจากน้ำและตะไคร่น้ำ ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและหลีกเลี่ยงการปีนป่ายบนโขดหินใกล้กระแสน้ำ
 
อุทยานแห่งชาติตาดโตนสามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในตัวเมืองชัยภูมิได้ในวันเดียวกัน เพราะอยู่ไม่ไกลจากเขตเมือง เหมาะสำหรับการเริ่มเที่ยวธรรมชาติในช่วงเช้าหรือบ่าย แล้วเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและร้านอาหารท้องถิ่นของจังหวัดตามเวลาที่มี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปทางตำบลนาฝายและแนวเทือกเขาภูแลนคาตามป้ายบอกทางสู่อุทยานแห่งชาติตาดโตน สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเดินทางได้สะดวก ก่อนเข้าอุทยานควรตรวจประกาศเกี่ยวกับการเข้าชมน้ำตกและพื้นที่ที่เปิดให้ใช้บริการ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติตาดโตน
 
วัดถ้ำผาแด่น จังหวัดสกลนคร พุทธศิลป์แกะสลักหินทรายและทิวทัศน์ภูเขาภูพาน
 
28. วัดถ้ำผาแด่น จังหวัดสกลนคร เป็นศาสนสถานบนภูเขาที่มีความโดดเด่นด้านพุทธศิลป์ร่วมสมัยและทิวทัศน์ธรรมชาติ ตั้งอยู่บริเวณบ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร บนแนวเทือกเขาภูพาน ภายในพื้นที่วัดมีงานแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาหินทราย ประติมากรรมทางพระพุทธศาสนา สวนไม้ดอก และจุดชมวิวภูเขาที่เปิดให้เห็นภูมิทัศน์กว้างไกล ความงดงามของวัดจึงเกิดจากการผสมผสานงานศิลปกรรมกับภูมิประเทศตามธรรมชาติอย่างกลมกลืน
 
ไฮไลต์: พระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดใหญ่ งานแกะสลักพระพุทธไสยาสน์บนหน้าผาหินทราย รอยพระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์หินสีทอง ประติมากรรมเต่าภูผาแด่น ศาลาไม้ตกแต่งด้วยเสาธรรมชาติ สวนไม้ดอก และจุดชมวิวเทือกเขาภูพาน
 
พื้นที่วัดถ้ำผาแด่นมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การปฏิบัติธรรมของพระกรรมฐานในภาคอีสาน เนื่องจากภูเขาและป่าไม้บริเวณนี้มีลักษณะเหมาะแก่การแสวงหาความสงบ การใช้พื้นที่ภูเขาเป็นศาสนสถานจึงสอดคล้องกับแนวทางของพระป่าสายวิปัสสนากรรมฐานที่ให้ความสำคัญกับการฝึกจิตใจท่ามกลางธรรมชาติ
 
จุดเด่นที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวคือการนำผิวหน้าผาหินทรายมาเป็นส่วนหนึ่งของงานพุทธศิลป์ ภาพแกะสลักพระพุทธรูปและองค์ประกอบทางศาสนาถูกสร้างให้สัมพันธ์กับรูปทรงของหินธรรมชาติ ทำให้เกิดความรู้สึกว่างานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา ไม่ใช่อาคารที่ตั้งแยกออกจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ
 
พระพุทธรูปปางนาคปรกเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา รูปพญานาคที่แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าสื่อถึงเรื่องราวการปกปักรักษาพระพุทธองค์ และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมความศรัทธาต่อพญานาคซึ่งมีบทบาทในสังคมลุ่มน้ำโขงและภาคอีสานมาอย่างยาวนาน
 
นอกจากงานแกะสลักแล้ว ภายในวัดยังมีการจัดสวนไม้ดอกและพื้นที่พักผ่อนที่ช่วยสร้างความร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมศิลปกรรมท่ามกลางสวนและสภาพธรรมชาติของภูเขา โดยบางบริเวณสามารถมองเห็นแนวป่าและพื้นที่ต่ำด้านล่าง ทำให้สถานที่เหมาะกับการถ่ายภาพทั้งงานประติมากรรมและทิวทัศน์ธรรมชาติ
 
วัดถ้ำผาแด่นเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบวัดสวย พุทธศิลป์ งานแกะสลัก และธรรมชาติ แต่เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนภูเขา การเดินทางขึ้นไปยังพื้นที่หลักต้องคำนึงถึงความลาดชันของถนนและการจัดการจราจร ผู้มาเยือนควรใช้บริเวณจอดรถที่กำหนดและปฏิบัติตามระบบขนส่งที่วัดจัดไว้เมื่อมีการให้บริการ
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายประติมากรรมหรือหน้าผา และรักษาความสงบของพื้นที่ปฏิบัติธรรม การถ่ายภาพควรทำโดยไม่รบกวนผู้ที่กำลังสักการะ และไม่สัมผัสรายละเอียดงานแกะสลักโดยไม่จำเป็นเพื่อช่วยรักษาสภาพของพุทธศิลป์ภายในวัด
 
หากมีเวลาเพิ่มเติมสามารถจัดเที่ยววัดถ้ำผาแด่นร่วมกับวัดพระธาตุเชิงชุมในตัวเมืองสกลนครหรือสถานที่ธรรมชาติบริเวณเทือกเขาภูพาน การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสจังหวัดสกลนครทั้งด้านศาสนา ศิลปกรรม และธรรมชาติในทริปเดียวกัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสกลนครเดินทางไปทางตำบลดงมะไฟและบ้านดงน้อย จากนั้นเข้าสู่บริเวณจุดจอดรถด้านล่างของวัดถ้ำผาแด่น และใช้บริการรถท้องถิ่นหรือการจัดการเดินทางขึ้นวัดตามข้อกำหนดในวันที่เข้าชม เนื่องจากถนนบางช่วงเป็นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดถ้ำผาแด่น
 
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ป่าธรรมชาติ น้ำตก และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า
 
29. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นหนึ่งในผืนป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ มีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดนครราชสีมา สระบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก โดยทางเข้าที่ได้รับความนิยมจากฝั่งนครราชสีมาตั้งอยู่ในอำเภอปากช่อง อุทยานมีภูมิประเทศหลากหลายทั้งภูเขา ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า ลำธาร น้ำตก และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก
 
ไฮไลต์: น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก น้ำตกผากล้วยไม้ น้ำตกกองแก้ว หอดูสัตว์หนองผักชี หอดูสัตว์มอสิงโต อ่างเก็บน้ำสายศร ผาเดียวดาย เขาเขียว ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และโอกาสชมสัตว์ป่าในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ
 
เขาใหญ่ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบอุทยานแห่งชาติไทย การอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ช่วยรักษาป่าต้นน้ำ ระบบนิเวศภูเขา และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิดให้ดำรงอยู่ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ
 
ความหลากหลายของระบบนิเวศเป็นหัวใจสำคัญของเขาใหญ่ พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง กวาง ชะนี และนกเงือก การได้เห็นสัตว์ป่าในธรรมชาติเป็นประสบการณ์พิเศษ แต่ต้องไม่เข้าใจว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถรับประกันการพบสัตว์ได้ทุกครั้ง เพราะสัตว์เคลื่อนไหวตามพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของแต่ละวัน
 
น้ำตกเหวสุวัตเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาใหญ่ โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ตกจากหน้าผาลงสู่พื้นที่ด้านล่างและสภาพป่าที่ล้อมรอบ ส่วนเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงและความชันของภูมิประเทศเด่นชัด นักท่องเที่ยวควรใช้เส้นทางชมที่อุทยานกำหนด เนื่องจากบริเวณน้ำตกมีหน้าผาและทางลาดชันที่อาจเป็นอันตรายเมื่อเปียกฝน
 
จุดชมวิวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในอุทยานช่วยเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ระบบนิเวศในมุมที่แตกต่างกัน ทั้งป่าดิบเขา พื้นที่ทุ่งหญ้า และแนวลำธาร เส้นทางบางแห่งเหมาะกับการเดินระยะสั้น ขณะที่บางเส้นทางต้องใช้เจ้าหน้าที่นำทางหรือมีข้อกำหนดเรื่องเวลาและจำนวนผู้เข้าร่วม การเลือกเส้นทางควรพิจารณาจากความพร้อมของร่างกายและเงื่อนไขที่ประกาศในวันที่เดินทาง
 
ผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี พ.ศ. 2548 เนื่องจากมีคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ป่า การท่องเที่ยวในเขาใหญ่จึงควรคำนึงถึงหน้าที่ของพื้นที่ในฐานะแหล่งอนุรักษ์เป็นอันดับแรก ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่หยุดรถกีดขวางการสัญจรของสัตว์ป่า
 
เขาใหญ่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว การถ่ายภาพธรรมชาติ การดูนก การศึกษาสัตว์ป่า และการพักผ่อนกลางป่า หากต้องการเที่ยวให้ครบหลายจุดควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม หรือพักค้างคืนในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต เพราะระยะทางระหว่างน้ำตก จุดชมวิว และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก การใช้รถยนต์ส่วนตัวช่วยให้จัดเส้นทางได้สะดวกกว่า
 
ผู้ขับรถภายในอุทยานควรใช้ความเร็วตามที่กำหนดและระวังสัตว์ป่าที่อาจเดินข้ามถนน โดยเฉพาะช้างป่าซึ่งมีพฤติกรรมคาดเดาได้ยาก หากพบช้างบนถนนควรรักษาระยะห่าง ไม่เข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. สำหรับการเข้า–ออกอุทยานตามเวลาปกติ โดยจุดบริการและกิจกรรมบางประเภทมีเวลาให้บริการแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครเดินทางผ่านจังหวัดสระบุรีเข้าสู่ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แล้วใช้ถนนธนะรัชต์ต่อไปยังด่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ฝั่งปากช่อง ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถเข้าถึงตัวอำเภอปากช่องก่อนต่อรถรับจ้างหรือบริการท้องถิ่นไปยังอุทยาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
 
เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และภูมิทัศน์ด้านพลังงานสะอาด
 
30. เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์และแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงาน ตั้งอยู่ในตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อำเภอสิรินธร เขื่อนสร้างกั้นลำน้ำโดมน้อยซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำมูล เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีทิวทัศน์กว้างขวางและบรรยากาศสงบร่มรื่น นอกจากบทบาทด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าและการจัดการน้ำแล้ว พื้นที่เขื่อนยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับพลังน้ำ
 
ไฮไลต์: สันเขื่อนสิรินธร อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สวนสิรินธร อาคารจัดแสดงข้อมูลด้านพลังงาน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับพลังน้ำ และแหล่งพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ
 
เขื่อนสิรินธรมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานตอนล่าง โดยเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า การบริหารจัดการน้ำ และการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในพื้นที่ การสร้างเขื่อนทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเปลี่ยนภูมิทัศน์ของลำน้ำโดมน้อยและกลายเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับชุมชนและกิจกรรมต่าง ๆ ในภูมิภาค
 
ลักษณะของเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ออกแบบเพื่อกักเก็บน้ำและรองรับการผลิตพลังงานไฟฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้หลักการทำงานของเขื่อนและความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำกับการผลิตไฟฟ้าได้จากพื้นที่ให้ข้อมูลที่เปิดบริการ การเข้าใจบทบาทของเขื่อนช่วยให้เห็นความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำและพลังงานในชีวิตประจำวัน
 
ความโดดเด่นอีกด้านหนึ่งของเขื่อนสิรินธรคือโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนสองประเภทมาทำงานร่วมกัน แผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งบนทุ่นลอยเหนือผิวน้ำ ขณะที่ระบบพลังน้ำของเขื่อนยังสามารถสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าตามการบริหารจัดการของระบบ โครงการนี้จึงมีคุณค่าทั้งด้านเทคโนโลยีและการให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
 
ภูมิทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเป็นอีกส่วนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว พื้นน้ำกว้างและแนวภูเขาโดยรอบสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากการเที่ยววัดหรือโบราณสถานในภาคอีสาน เหมาะสำหรับการพักผ่อน ชมวิว และถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่แสงธรรมชาติช่วยขับรายละเอียดของผิวน้ำและทิวทัศน์โดยรอบ
 
พื้นที่สวนและทางเดินที่จัดไว้สำหรับผู้มาเยือนเป็นจุดที่เหมาะกับครอบครัวและนักท่องเที่ยวทุกวัย การเดินชมบริเวณที่เปิดให้เข้าถึงช่วยให้สามารถพักผ่อนท่ามกลางภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมผจญภัย ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีพลังงานสามารถใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำควบคู่กับการชมธรรมชาติ
 
เขื่อนสิรินธรสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอสิรินธรและพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว เช่น วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ตลาดช่องเม็ก และแหล่งพักผ่อนใกล้อ่างเก็บน้ำ การเลือกเส้นทางที่เชื่อมสถานที่เหล่านี้ช่วยให้ทริปมีความหลากหลายทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการเรียนรู้พลังงาน
 
นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแลเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึง ไม่เข้าไปในเขตหวงห้าม และหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางน้ำที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อรักษาความปลอดภัยและไม่รบกวนการดำเนินงานของเขื่อน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 20:00 น. สำหรับบริเวณท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชม โดยอาคารและกิจกรรมเฉพาะมีเวลาให้บริการแตกต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าอำเภอสิรินธร จากนั้นเข้าทางแยกไปยังเขื่อนสิรินธรตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า โดยเหมาะกับการวางแผนเที่ยวสถานที่อื่นในอำเภอสิรินธรร่วมกันภายในวันเดียว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขื่อนสิรินธร
 
 
เมืองคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี ป่าชะโนดศักดิ์สิทธิ์และสถานที่สักการะพญานาค
 
31. เมืองคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของภาคอีสาน ตั้งอยู่บริเวณบ้านโนนเมือง อำเภอบ้านดุง ภายในพื้นที่มีป่าชะโนดซึ่งเป็นกลุ่มต้นไม้ลักษณะคล้ายปาล์มขึ้นรวมกันบนพื้นที่ชุ่มน้ำ และเป็นที่ตั้งของสถานที่สักการะเจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา ตามความเชื่อเรื่องพญานาคที่สืบทอดในชุมชนลุ่มน้ำโขง เมืองคำชะโนดจึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานธรรมชาติ ความศรัทธา ตำนานพื้นบ้าน และวิถีวัฒนธรรมอีสานไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
ไฮไลต์: ป่าชะโนด สถานที่สักการะเจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทางเดินเข้าสู่พื้นที่ป่า ตำนานเมืองพญานาค ความเชื่อเรื่องคำชะโนด และวิถีการสักการะของชุมชนท้องถิ่น
 
ความโดดเด่นของเมืองคำชะโนดเริ่มจากภูมิประเทศที่มีลักษณะคล้ายเกาะป่าขนาดย่อมอยู่ท่ามกลางพื้นที่ชุ่มน้ำ ต้นชะโนดที่ขึ้นรวมกันเป็นจำนวนมากสร้างร่มเงาและบรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่โดยรอบ ลำต้นและใบมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ผู้มาเยือนสนใจทั้งในด้านพฤกษศาสตร์และความเชื่อท้องถิ่น การเดินเข้าสู่ป่าชะโนดจึงให้ความรู้สึกเหมือนค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ชุมชนภายนอกเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติอันสงบ
 
ในด้านคติความเชื่อ เมืองคำชะโนดมีความเกี่ยวข้องกับตำนานพญานาคและโลกบาดาล โดยผู้ศรัทธาเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับเจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา เรื่องราวเหล่านี้มีบทบาทในวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานซึ่งผูกพันกับแม่น้ำ หนองบึง ความอุดมสมบูรณ์ และอำนาจเหนือธรรมชาติ การเดินทางมาสักการะจึงเป็นกิจกรรมที่สะท้อนความต่อเนื่องของประเพณีความเชื่อในสังคมร่วมสมัย
 
จุดสำคัญภายในพื้นที่คือสถานที่สักการะที่ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้และขอพร รวมถึงบ่อน้ำที่มีความหมายตามคติความเชื่อของชุมชน พื้นที่เหล่านี้มีผู้เดินทางมาร่วมพิธีกรรมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันสำคัญหรือวันหยุด นักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องประเพณีควรสังเกตขั้นตอนการสักการะอย่างสุภาพและปฏิบัติตามแนวทางที่เจ้าหน้าที่จัดไว้
 
ความสำคัญของคำชะโนดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเป็นสถานที่ขอพร แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างระบบนิเวศกับวัฒนธรรม ต้นชะโนดและพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติ ขณะที่เรื่องเล่าพญานาคเป็นองค์ประกอบทางความเชื่อ ทั้งสองส่วนร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของสถานที่และมีผลต่อรูปแบบการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านดุง
 
นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เก็บพืชหรือสิ่งของจากพื้นที่ป่า ไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่รบกวนผู้ประกอบพิธีกรรม การท่องเที่ยวอย่างเคารพธรรมชาติและความเชื่อของชุมชนจะช่วยรักษาสภาพพื้นที่ให้เหมาะกับการสักการะและการเรียนรู้ในระยะยาว
 
เมืองคำชะโนดเหมาะสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมพื้นบ้าน ความเชื่อเรื่องพญานาค และการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา หากเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไปกลับและการเข้าคิวในช่วงที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก และสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นในอำเภอบ้านดุงได้ตามเวลาที่มี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุดรธานีเดินทางมุ่งสู่อำเภอบ้านดุง แล้วต่อไปยังบริเวณบ้านโนนเมืองและทางเข้าเมืองคำชะโนดตามป้ายบอกทาง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าช่วยให้สะดวกต่อการเดินทาง เมื่อถึงสถานที่ควรใช้จุดจอดรถและทางเข้าที่ผู้ดูแลกำหนด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เมืองคำชะโนด
 
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น นิทรรศการซากดึกดำบรรพ์และประวัติไดโนเสาร์ไทย
 
32. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งเรียนรู้ทางบรรพชีวินวิทยาและธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย ตั้งอยู่ในอำเภอเวียงเก่า บริเวณใกล้พื้นที่ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์บนเทือกเขาภูเวียง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ไทย ประวัติการสำรวจซากดึกดำบรรพ์ การเปลี่ยนแปลงของโลก และระบบนิเวศในยุคโบราณ โดยเชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กับหลักฐานจริงที่พบในจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นจุดหมายสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติของภาคอีสาน
 
ไฮไลต์: นิทรรศการไดโนเสาร์ไทย ซากดึกดำบรรพ์จากภูเวียง แบบจำลองโครงกระดูกไดโนเสาร์ ประวัติการค้นพบไดโนเสาร์ครั้งแรกในประเทศไทย แหล่งขุดค้นภูเวียง นิทรรศการธรณีวิทยา และสื่อการเรียนรู้วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
 
พื้นที่ภูเวียงมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์บรรพชีวินวิทยาของไทยจากการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ในปี พ.ศ. 2519 โดยนักธรณีวิทยาที่สำรวจพื้นที่พบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ในชั้นหิน การค้นพบครั้งนั้นนำไปสู่การสำรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบและการศึกษาซากดึกดำบรรพ์เพิ่มเติม ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการศึกษาสิ่งมีชีวิตยุคมีโซโซอิกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นส่วนหนึ่งของการนำผลงานศึกษาวิจัยมาเผยแพร่สู่สาธารณชน การจัดแสดงไม่ได้เน้นเพียงความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ แต่ยังอธิบายวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้หลักฐานจากชั้นหินและฟอสซิลในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอดีต ตั้งแต่ลักษณะของกระดูก ร่องรอยการดำรงชีวิต ไปจนถึงสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศในช่วงเวลาหลายล้านปีก่อน
 
หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจคือการค้นพบไดโนเสาร์ที่ได้รับการตั้งชื่อจากประเทศไทย ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าของการสำรวจฟอสซิลในภาคอีสาน การศึกษาซากดึกดำบรรพ์ช่วยให้นักวิจัยเปรียบเทียบไดโนเสาร์ที่พบในไทยกับสิ่งมีชีวิตร่วมยุคในพื้นที่อื่นของโลก และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของสัตว์โบราณได้มากขึ้น
 
การเดินชมนิทรรศการช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ลำดับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตั้งแต่การเกิดชั้นหิน การปรากฏของสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ จนถึงยุคไดโนเสาร์และกระบวนการเกิดฟอสซิล การใช้แบบจำลองขนาดใหญ่ประกอบคำอธิบายช่วยให้เด็กสามารถจินตนาการรูปร่างและขนาดของสิ่งมีชีวิตในอดีต ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถศึกษารายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ได้จากข้อมูลประกอบ
 
การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากเชื่อมกับการเรียนรู้เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูเวียงและแหล่งขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ที่เปิดให้ศึกษา เพราะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุที่จัดแสดงในอาคารกับภูมิประเทศจริงซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบ นักท่องเที่ยวจะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่าการวิจัยไดโนเสาร์เริ่มจากการค้นหาหลักฐานในธรรมชาติ ก่อนผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์และจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
 
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงครอบครัวและการศึกษา โดยเฉพาะในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยวกลางแจ้ง ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาสำหรับการอ่านนิทรรศการและศึกษารายละเอียด ไม่สัมผัสตัวอย่างหรือวัตถุจัดแสดงที่ไม่ได้เปิดให้จับต้อง และปฏิบัติตามแนวทางของเจ้าหน้าที่
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ เวลาเปิดทำการ: 09:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองขอนแก่นเดินทางไปทางอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า จากนั้นเข้าสู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า และจัดเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูเวียงหรือแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในพื้นที่ได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง
 
พระธาตุขามแก่น จังหวัดขอนแก่น เจดีย์สีขาวยอดทองและศาสนสถานสำคัญของวัดเจติยภูมิ
 
33. พระธาตุขามแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดเจติยภูมิ บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง มีชื่อเสียงในฐานะพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่นและเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาของชุมชนภาคอีสาน องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์สีขาวประดับยอดสีทอง โดดเด่นด้วยรูปทรงที่เรียบสง่าและเรื่องเล่าตำนานต้นมะขามซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับที่มาของชื่อพระธาตุขามแก่น
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุขามแก่น วัดเจติยภูมิ ตำนานแก่นต้นมะขาม พระธาตุสำคัญของจังหวัดขอนแก่น งานประเพณีสักการะพระธาตุ และบรรยากาศชุมชนบ้านขามที่มีความผูกพันกับพระพุทธศาสนา
 
ตำนานพระธาตุขามแก่นเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนศรัทธาของชุมชนในอดีต โดยมีเรื่องราวการเดินทางอัญเชิญพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้าและการพักค้างคืนบริเวณต้นมะขามที่ตายแล้ว ตามตำนาน เมื่อคณะเดินทางกลับมาพบว่าต้นมะขามที่เคยแห้งตายได้แตกกิ่งใบขึ้นใหม่ จึงถือเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์และนำไปสู่ความเชื่อในการสร้างพระธาตุ ณ สถานที่แห่งนี้
 
แม้ตำนานดังกล่าวจะเป็นเรื่องราวทางศาสนาที่สืบทอดตามความเชื่อท้องถิ่น แต่ก็มีคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะช่วยอธิบายชื่อสถานที่และความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับชุมชน พระธาตุขามแก่นจึงเป็นตัวอย่างของการที่เรื่องเล่าทางพระพุทธศาสนากลายเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ท้องถิ่น
 
องค์พระธาตุขามแก่นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความศรัทธาและความเรียบงามของงานพุทธศิลป์ในภาคอีสาน เมื่อมองจากลานวัดจะเห็นตัวเจดีย์สีขาวตัดกับยอดทองและท้องฟ้าอย่างเด่นชัด พื้นที่โดยรอบได้รับการใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมและสักการะของพุทธศาสนิกชน ทั้งในวันปกติและวันสำคัญทางศาสนา
 
วัดเจติยภูมิมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนบ้านขามและบริเวณใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านใช้พื้นที่วัดสำหรับทำบุญ ประกอบพิธีกรรม และสืบทอดประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระธาตุ การเดินทางมาสักการะจึงเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เห็นวิถีชีวิตทางศาสนาของชุมชนชนบทในจังหวัดขอนแก่น แตกต่างจากภาพเมืองสมัยใหม่ที่นักท่องเที่ยวอาจคุ้นเคย
 
ช่วงที่มีงานนมัสการพระธาตุขามแก่นจะเป็นโอกาสสำคัญในการสัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของชาวบ้าน โดยมีกิจกรรมทำบุญและพิธีกรรมตามประเพณีท้องถิ่น วันจัดงานอาจเปลี่ยนไปตามปฏิทินทางศาสนาและการกำหนดของคณะผู้จัด จึงควรตรวจวันจัดงานของปีที่เดินทางเป็นพิเศษ
 
พระธาตุขามแก่นเหมาะกับผู้แสวงบุญ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชน สามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอน้ำพองและจังหวัดขอนแก่นได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือปีนป่ายองค์พระธาตุและส่วนประกอบทางศาสนา
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 19:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองขอนแก่นเดินทางไปอำเภอน้ำพอง จากนั้นเข้าสู่ตำบลบ้านขามและวัดเจติยภูมิตามเส้นทางท้องถิ่น โดยใช้พระธาตุขามแก่นเป็นจุดหมายหลัก รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญในพื้นที่โดยรอบ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุขามแก่น
 
พุทธสถานภูสิงห์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระพุทธรูปสีขาวบนยอดเขาและทิวทัศน์เขื่อนลำปาว
 
34. พุทธสถานภูสิงห์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หรือวัดพุทธาวาสภูสิงห์ เป็นสถานที่สักการะพระพุทธรูปและจุดชมวิวบนยอดเขาในตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ มีชื่อเสียงจากพระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอย่างสง่างามบนยอดภูเขา พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นจากทัศนียภาพกว้างไกลของเขื่อนลำปาว ภูเขา และชุมชนโดยรอบ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานความศรัทธาทางพระพุทธศาสนากับธรรมชาติของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้อย่างน่าสนใจ
 
ไฮไลต์: พระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่บนยอดเขา จุดชมวิวเขื่อนลำปาว บันไดขึ้นภูสิงห์ ทางขึ้นเขาโดยรถยนต์ ภูมิทัศน์อำเภอสหัสขันธ์ และบรรยากาศการสักการะพระพุทธรูปท่ามกลางธรรมชาติ
 
ภูสิงห์เป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 346 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้สามารถมองเห็นภูมิประเทศรอบอำเภอสหัสขันธ์ได้อย่างกว้างขวาง เมื่อขึ้นสู่บริเวณยอดเขา นักท่องเที่ยวจะพบลานศาสนสถานและจุดชมทิวทัศน์ที่เปิดมุมมองไปยังอ่างเก็บน้ำลำปาว แนวเขา และพื้นที่ชุมชนซึ่งสลับกับบริเวณเกษตรกรรมในหุบเขา
 
องค์พระพรหมภูมิปาโลเป็นศูนย์กลางสำคัญของพุทธสถานภูสิงห์ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวขนาดใหญ่ ประดิษฐานบนพื้นที่สูงจนมองเห็นได้จากบริเวณโดยรอบ ความงดงามของพระพุทธรูปเกิดจากสัดส่วนที่สง่าและความแตกต่างระหว่างสีขาวขององค์พระกับสีเขียวของภูเขาและท้องฟ้า
 
การเดินทางขึ้นยอดภูสิงห์มีทั้งเส้นทางสำหรับรถยนต์และบันไดทางขึ้นประมาณ 417 ขั้น ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศการเดินขึ้นเขาสามารถเลือกเส้นทางบันไดตามความพร้อมของร่างกาย ขณะที่ผู้สูงอายุหรือครอบครัวที่มีเด็กอาจเลือกเส้นทางรถยนต์ซึ่งสะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังบนทางลาดชันและปฏิบัติตามข้อกำหนดการจราจรในพื้นที่
 
ทิวทัศน์ของเขื่อนลำปาวเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้ภูสิงห์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เมื่อสภาพอากาศเปิด สามารถมองเห็นผิวน้ำและแนวพื้นที่โดยรอบได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้าและบ่ายแก่ที่แสงแดดช่วยขับรายละเอียดของภูมิประเทศ การมองจากจุดสูงยังช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา อ่างเก็บน้ำ และการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในอำเภอสหัสขันธ์
 
พุทธสถานภูสิงห์มีบทบาทเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ ผู้มาเยือนสามารถสักการะองค์พระพุทธรูปและพักผ่อนชมธรรมชาติได้ในทริปเดียวกัน โดยควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่ปีนป่ายบริเวณองค์พระหรือส่วนประกอบของศาสนสถาน
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวภูสิงห์ร่วมกับพิพิธภัณฑ์สิรินธร ภูกุ้มข้าว หรือบริเวณเขื่อนลำปาว เพื่อผสมผสานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ การสักการะพระพุทธรูป และการชมภูมิประเทศของกาฬสินธุ์ในวันเดียวกัน โดยควรจัดลำดับจุดแวะตามเส้นทางและเวลาเปิดของแต่ละสถานที่
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางไปอำเภอสหัสขันธ์ตามทางหลวงหมายเลข 227 แล้วเข้าสู่เส้นทางขึ้นพุทธสถานภูสิงห์ ผู้เดินทางสามารถเลือกใช้ถนนขึ้นเขาหรือเดินบันไดตามความเหมาะสม โดยควรระมัดระวังช่วงทางลาดชันและพื้นที่จอดรถบนยอดภู
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พุทธสถานภูสิงห์
 
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน จังหวัดมหาสารคาม แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านและมรดกวัฒนธรรมอีสาน
 
35. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม มีบทบาทในการรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านนิทรรศการเกี่ยวกับงานหัตถกรรม เครื่องมือเครื่องใช้ ผ้าทอพื้นบ้าน วรรณกรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนอีสาน เป็นสถานที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจภูมิภาคอีสานในมิติของผู้คนและวัฒนธรรม มากกว่าการชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือโบราณสถานเพียงอย่างเดียว
 
ไฮไลต์: นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมอีสาน ผ้าทอพื้นบ้าน ลวดลายผ้า เครื่องจักสาน เครื่องมือเกษตรกรรม คัมภีร์ใบลาน วรรณกรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชุมชน และแหล่งเรียนรู้ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวอีสาน
 
มหาสารคามมีบทบาทสำคัญในฐานะเมืองการศึกษาแห่งหนึ่งของภาคอีสาน สถาบันการศึกษาในจังหวัดจึงมีส่วนร่วมกับการศึกษาค้นคว้าและอนุรักษ์องค์ความรู้ท้องถิ่น ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานเป็นตัวอย่างของการนำงานวิชาการมาเชื่อมกับการเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรม โดยรวบรวมเรื่องราวและสิ่งของที่สะท้อนชีวิตของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา
 
ผ้าทอและงานหัตถกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมอีสาน เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทักษะฝีมือ และความรู้ที่สืบทอดภายในครอบครัว ผ้าแต่ละลวดลายอาจสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน ความเชื่อ หรือโอกาสในการนำไปใช้ การศึกษาเครื่องแต่งกายและผ้าทอจึงช่วยให้เข้าใจการดำเนินชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ของคนในท้องถิ่นได้ลึกซึ้งขึ้น
 
เครื่องจักสานและเครื่องมือเกษตรกรรมเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะแสดงถึงการปรับตัวของชุมชนให้เข้ากับภูมิประเทศและทรัพยากรที่มีอยู่ วัสดุอย่างไม้ไผ่ หวาย และเส้นใยธรรมชาติถูกนำมาใช้ผลิตเครื่องมือและภาชนะสำหรับการเกษตร การเก็บเกี่ยว การหาปลา และกิจกรรมในครัวเรือน ความสามารถในการเลือกใช้วัสดุเหล่านี้สะท้อนภูมิปัญญาที่เกิดจากประสบการณ์ของคนในพื้นที่
 
คัมภีร์ใบลานและวรรณกรรมท้องถิ่นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจโลกทัศน์ของชุมชนอีสาน เนื้อหาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา นิทานพื้นบ้าน ข้อคิดทางศีลธรรม และเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดผ่านการอ่าน การเทศน์ หรือการขับลำ งานเอกสารเหล่านี้มีคุณค่าต่อการศึกษาภาษา ความเชื่อ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละยุคสมัย
 
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักวิจัย และนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมโดยเฉพาะ การอ่านคำอธิบายนิทรรศการและสังเกตวัตถุจัดแสดงจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานฝีมือกับชีวิตประจำวันของชาวอีสาน รวมถึงความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และประเพณีในแต่ละจังหวัด
 
การเยี่ยมชมศูนย์สามารถจัดร่วมกับสถานที่สำคัญในตัวเมืองมหาสารคาม เช่น วัดมหาชัย ศาลหลักเมือง และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด เนื่องจากศูนย์ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ควรใช้ช่องทางเข้าออกที่สถาบันกำหนดและปฏิบัติตามข้อกำหนดการเข้าชมของหน่วยงานผู้ดูแล
 
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างภายในเมือง และสอบถามจุดอาคารจัดแสดงจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน
 
 
น้ำตกตาดกินรี จังหวัดบึงกาฬ น้ำตกบนลานหินทรายและโขดหินธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูลังกา
 
36. น้ำตกตาดกินรี จังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา บริเวณบ้านนาอ่าง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง มีเอกลักษณ์จากน้ำตกที่ไหลผ่านลานหินทรายหลายระดับ ท่ามกลางป่าไม้และก้อนหินธรรมชาติที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเกิดรูปร่างน่าสนใจ น้ำตกแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติของภาคอีสานตอนบน โดยเฉพาะบรรยากาศของลำธาร หินทราย และผืนป่าในแนวเทือกเขาภูลังกา
 
ไฮไลต์: น้ำตกตาดกินรีห้าชั้น ลานหินทรายธรรมชาติ โขดหินรูปทรงคล้ายปลาโลมา แอ่งน้ำธรรมชาติ ลำธารป่า เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และความสมบูรณ์ของผืนป่าอุทยานแห่งชาติภูลังกา
 
น้ำตกตาดกินรีเกิดจากลำธารในพื้นที่ป่าภูลังกาที่ไหลผ่านชั้นหินทรายและลดระดับลงตามความลาดชันของภูมิประเทศ น้ำได้กัดเซาะพื้นผิวหินอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นแอ่ง ร่องน้ำ และลานหินที่มีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละช่วง ความงามของน้ำตกจึงเกิดจากการทำงานร่วมกันของสายน้ำ ชั้นหิน และพืชพรรณป่าที่ปกคลุมบริเวณโดยรอบ
 
น้ำตกมีลักษณะเป็นชั้นต่าง ๆ โดยแต่ละชั้นมีความแตกต่างทั้งด้านความกว้างของลานหิน ระดับความลาดชัน และลักษณะการไหลของน้ำ บางบริเวณเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านพื้นหินกว้าง ขณะที่บางจุดไหลผ่านช่องแคบหรือรวมตัวเป็นแอ่งน้ำ การเดินชมตามเส้นทางที่จัดไว้ช่วยให้สังเกตรายละเอียดของภูมิประเทศได้อย่างชัดเจน
 
หนึ่งในจุดที่ทำให้น้ำตกตาดกินรีเป็นที่จดจำคือโขดหินที่มีรูปร่างคล้ายหัวปลาโลมา ซึ่งเกิดจากกระบวนการกัดกร่อนของหินทรายตามธรรมชาติ ลักษณะของก้อนหินที่วางตัวใกล้กันทำให้มองเห็นรูปทรงคล้ายปลาโลมาหลายตัว เป็นจุดถ่ายภาพที่สะท้อนความสร้างสรรค์ของธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตกแต่งหรือดัดแปลงภูมิประเทศเพิ่มเติม
 
พื้นที่ป่ารอบน้ำตกเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเทือกเขาภูลังกา ซึ่งมีบทบาทในการดูดซับน้ำฝนและเป็นต้นกำเนิดของลำธารหลายสาย เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ผืนป่าจะมีความชุ่มชื้นและกระแสน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้ทิวทัศน์ของน้ำตกดูสดชื่นเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่มากอาจทำให้บางจุดมีความเสี่ยง จึงต้องติดตามประกาศของอุทยานเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่และความปลอดภัย
 
การเดินชมพื้นที่น้ำตกเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการถ่ายภาพ แต่ต้องระมัดระวังพื้นหินที่ลื่นจากน้ำ ตะไคร่น้ำ และความชื้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีความต่างระดับ ไม่ควรปีนป่ายโขดหินริมกระแสน้ำหรือเข้าไปในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ปิดกั้น นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหินและเตรียมน้ำดื่มสำหรับการเดินตามเส้นทางธรรมชาติ
 
น้ำตกตาดกินรีสามารถเชื่อมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวกับแหล่งธรรมชาติในอำเภอบึงโขงหลงและพื้นที่รอบบึงโขงหลงได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พักในจังหวัดบึงกาฬและต้องการเที่ยวป่าภูลังกาอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจช่วงเปิดให้เข้าชมของอุทยาน รวมถึงข้อกำหนดการปิดฟื้นฟูระบบนิเวศในแต่ละปี ก่อนจัดแผนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองบึงกาฬเดินทางไปอำเภอบึงโขงหลง แล้วต่อไปยังตำบลโพธิ์หมากแข้งและบริเวณบ้านนาอ่างตามเส้นทางเข้าสู่น้ำตกตาดกินรี รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเข้าถึงพื้นที่ โดยควรตรวจสภาพถนนและเส้นทางเดินเท้ากับเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกตาดกินรี
 
น้ำตกตาดโพธิ์ จังหวัดนครพนม น้ำตกหลายชั้นในผืนป่าอุทยานแห่งชาติภูลังกา
 
37. น้ำตกตาดโพธิ์ จังหวัดนครพนม เป็นน้ำตกธรรมชาติหลายชั้นที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา เขตตำบลไผ่ล้อม อำเภอบ้านแพง เกิดจากลำห้วยในพื้นที่ป่าภูลังกาไหลผ่านชั้นหินทรายและหน้าผาลาดชันจนเกิดน้ำตกและลำธารต่อเนื่องกัน ท่ามกลางผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำตกแห่งนี้เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสป่าเขาและภูมิประเทศธรรมชาติของจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงต้นฤดูหนาวที่ป่าไม้มีความเขียวขจีและมีปริมาณน้ำเหมาะกับการชมทิวทัศน์
 
ไฮไลต์: น้ำตกตาดโพธิ์สี่ชั้น หน้าผาหินทราย ลำธารป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผืนป่าเทือกเขาภูลังกา จุดชมธรรมชาติ และเส้นทางเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูลังกา
 
น้ำตกตาดโพธิ์เกิดจากระบบต้นน้ำบนเทือกเขาภูลังกาซึ่งทำหน้าที่รับและกักเก็บน้ำฝน ก่อนปล่อยให้น้ำไหลผ่านลำห้วยลงสู่พื้นที่ต่ำ ลักษณะชั้นหินและความลาดชันทำให้เกิดน้ำตกหลายระดับ โดยแต่ละช่วงมีความแตกต่างกันทั้งความสูง ทิศทางน้ำ และรูปแบบของโขดหินที่กระแสน้ำไหลผ่าน
 
ความงดงามของน้ำตกเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ในช่วงที่มีฝนเพียงพอ สายน้ำจะไหลผ่านหน้าผาและลานหินอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดบรรยากาศสดชื่นและเสียงน้ำไหลที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนช่วงที่มีฝนน้อย ปริมาณน้ำอาจลดลงและเผยให้เห็นรายละเอียดของชั้นหินทรายและลำธารมากขึ้น การเลือกเวลาท่องเที่ยวจึงควรพิจารณาจากลักษณะธรรมชาติที่ต้องการชมและข้อกำหนดการเข้าพื้นที่
 
น้ำตกตาดโพธิ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายของพืชพรรณ แนวป่าช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด การเดินศึกษาธรรมชาติสามารถใช้เป็นโอกาสสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้ ลำธาร และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงอยู่ของระบบนิเวศภูเขา
 
สำหรับผู้ที่สนใจเดินป่า เส้นทางบริเวณน้ำตกมีจุดที่สามารถเข้าชมได้แตกต่างกันตามความยากของเส้นทางและการเปิดให้บริการ ผู้ที่ต้องการเข้าถึงชั้นน้ำตกตอนบนหรือแหล่งธรรมชาติอื่นในพื้นที่ควรลงทะเบียนและปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน โดยอาจต้องใช้เจ้าหน้าที่นำทางหรือมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมตามสภาพความปลอดภัย
 
ข้อควรระวังสำคัญคือพื้นหินเปียกและทางเดินลาดชัน ซึ่งอาจลื่นได้ง่ายในช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะเหมาะสม เตรียมน้ำดื่ม เสื้อกันฝน และอุปกรณ์จำเป็นตามระยะทางที่เดิน ไม่ลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยงและไม่เข้าพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ประกาศปิด
 
น้ำตกตาดโพธิ์สามารถจัดร่วมกับการเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอบ้านแพงและเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา แต่ควรให้ความสำคัญกับเวลาเดินทางและฤดูกาล เพราะบางเส้นทางอาจมีการปิดฟื้นฟูระบบนิเวศหรือจำกัดการเข้าถึงในช่วงฝนตกหนัก การตรวจประกาศของอุทยานก่อนเดินทางจึงเป็นสิ่งจำเป็น
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครพนมเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งสู่อำเภอบ้านแพง แล้วเข้าสู่ตำบลไผ่ล้อมและเส้นทางไปน้ำตกตาดโพธิ์ตามป้ายของอุทยานแห่งชาติภูลังกา ควรตรวจสภาพเส้นทางเดินและข้อกำหนดการลงทะเบียนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินเข้าไปยังชั้นน้ำตกตอนบน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกตาดโพธิ์
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดอุบลราชธานี พระธาตุเจดีย์ ถ้ำธรรมชาติและจุดชมวิวแม่น้ำโขง
 
38. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญในอำเภอโขงเจียม ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขงและมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงที่สามารถชมทิวทัศน์ของลำน้ำและภูมิประเทศฝั่งประเทศลาวได้ วัดมีความโดดเด่นจากถ้ำธรรมชาติ พระธาตุเจดีย์ งานศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา และประวัติของหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี พระกรรมฐานผู้ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน จึงเป็นสถานที่ที่ผสมผสานการสักการะพระสงฆ์ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัดป่า และการชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงไว้ด้วยกัน
 
ไฮไลต์: ถ้ำคูหาสวรรค์ สถานที่สักการะหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ฆ้องขนาดใหญ่ พระพุทธรูปภายในบริเวณวัด จุดชมวิวแม่น้ำโขง และทิวทัศน์อำเภอโขงเจียม
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์มีความสัมพันธ์กับประวัติพระกรรมฐานและวิถีการปฏิบัติธรรมในภาคอีสาน โดยเฉพาะหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ซึ่งเป็นพระผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักของผู้แสวงบุญ เรื่องราวของท่านสัมพันธ์กับการเจริญภาวนาและการใช้พื้นที่ถ้ำเป็นสถานที่พักสงบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพระสายวัดป่าที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและความสงัด
 
ถ้ำธรรมชาติภายในวัดเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะและเรียนรู้ประวัติศาสนสถาน ภายในมีพื้นที่ประดิษฐานสิ่งเคารพและเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่คำคะนิง ผู้เข้าชมควรเดินอย่างระมัดระวังในบริเวณที่มีพื้นหินหรือความชื้น และรักษาความสงบเพื่อไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือปฏิบัติธรรม
 
พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัด มีความหมายเชื่อมโยงกับความเชื่อและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เมื่อชมร่วมกับพระพุทธรูปและอาคารสำคัญอื่น จะเห็นแนวคิดการจัดพื้นที่ทางศาสนาที่ผสมผสานความเคารพต่อพระบูรพาจารย์กับการสร้างสถานที่สำหรับพุทธศาสนิกชนร่วมสมัย
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือฆ้องขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด นอกจากเป็นจุดเด่นด้านรูปทรงและขนาดแล้ว ยังสะท้อนบทบาทของเครื่องดนตรีและเครื่องประกอบพิธีกรรมในวัฒนธรรมพุทธศาสนา นักท่องเที่ยวสามารถชมและถ่ายภาพในบริเวณที่อนุญาต โดยควรเคารพกฎระเบียบของวัดเกี่ยวกับการสัมผัสหรือการใช้งานสิ่งของประกอบพิธีกรรม
 
พื้นที่วัดยังเป็นจุดชมภูมิทัศน์ของอำเภอโขงเจียมและแม่น้ำโขง เมื่ออยู่บนบริเวณที่สูงจะมองเห็นแนวแม่น้ำ ภูเขา และชุมชนริมฝั่งได้ในมุมกว้าง ทิวทัศน์ดังกล่าวทำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ต้องการเที่ยวทั้งด้านศาสนาและธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่อากาศไม่ร้อนจัด
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์สามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จุดชมแม่น้ำสองสี และสถานที่สำคัญอื่นในอำเภอโขงเจียม การเที่ยวในพื้นที่เดียวกันช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้ได้สัมผัสอัตลักษณ์ของอุบลราชธานีทั้งด้านธรรมชาติริมแม่น้ำโขงและศรัทธาทางพระพุทธศาสนา
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังภายในถ้ำและพื้นที่ประกอบพิธีกรรม และปฏิบัติตามข้อกำหนดการถ่ายภาพ การเดินชมบริเวณที่สูงหรือพื้นที่ใกล้หน้าผาควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่พื้นเปียกฝนหรือทัศนวิสัยไม่ดี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอโขงเจียม แล้วใช้ถนนท้องถิ่นที่เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 2222 ไปยังวัดถ้ำคูหาสวรรค์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เขตตัวอำเภอ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า และเที่ยวร่วมกับจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดถ้ำคูหาสวรรค์
 
ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทอิฐห้าหลังและงานจำหลักศิลปะเขมรโบราณ
 
39. ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นโบราณสถานศิลปะเขมรที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และประติมากรรม ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จุดเด่นของปราสาทคือกลุ่มปรางค์อิฐห้าหลังซึ่งตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยมีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลางและปรางค์บริวารอีกสี่หลังล้อมรอบ ผังดังกล่าวมีความแตกต่างจากปราสาทเขมรหลายแห่งในประเทศไทย และยังมีทับหลังหินทรายแกะสลักภาพพระศิวนาฏราชที่ได้รับการยกย่องในด้านความประณีตและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะ
 
ไฮไลต์: ปรางค์อิฐห้าหลังบนฐานเดียวกัน ทับหลังพระศิวนาฏราช งานแกะสลักหินทราย ศิลปกรรมเขมรแบบบาปวนและนครวัด ซุ้มประตูปราสาท กำแพงและคูน้ำโบราณ และเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงจากศาสนสถานฮินดูสู่การใช้เป็นศาสนสถานพุทธในยุคต่อมา
 
ปราสาทศีขรภูมิสร้างขึ้นในบริบทของวัฒนธรรมเขมรโบราณราวช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 โดยได้รับอิทธิพลศิลปกรรมจากสมัยบาปวนต่อเนื่องถึงนครวัด เดิมเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายที่ให้ความสำคัญกับการบูชาพระศิวะ ต่อมามีการปรับเปลี่ยนบทบาทของสถานที่ตามพัฒนาการทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่
 
ผังปราสาทประกอบด้วยปรางค์อิฐห้าหลังวางอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลางและมีปรางค์บริวารอยู่ตามมุมทั้งสี่ การจัดวางลักษณะนี้สะท้อนคติเรื่องจักรวาลตามความเชื่อฮินดู โดยมีปรางค์ประธานเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่องค์ประกอบโดยรอบช่วยสร้างความสมดุลของผังสถาปัตยกรรม
 
งานแกะสลักบนทับหลังบริเวณประตูทางเข้าปรางค์ประธานเป็นจุดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาพพระศิวนาฏราชซึ่งแสดงพระศิวะในท่าฟ้อนรำตามคติศาสนาฮินดู ภาพดังกล่าวมีความหมายเกี่ยวกับพลังในการสร้าง การดำรงอยู่ และการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล รายละเอียดของลวดลายและองค์ประกอบทางประติมากรรมสะท้อนความสามารถของช่างเขมรโบราณอย่างชัดเจน
 
วัสดุก่อสร้างภายในปราสาทมีทั้งอิฐ ศิลาแลง และหินทราย โดยอิฐใช้สำหรับก่อองค์ปรางค์ ศิลาแลงใช้กับฐานและโครงสร้างรองรับ ส่วนหินทรายถูกนำมาใช้กับองค์ประกอบที่ต้องการรายละเอียดจำหลัก เช่น ทับหลัง กรอบประตู และเสาประดับ การเลือกใช้วัสดุแต่ละชนิดแสดงถึงความรู้ด้านวิศวกรรมและศิลปกรรมของช่างในอดีต
 
บริเวณปราสาทยังมีแนวคูน้ำและองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ซึ่งสัมพันธ์กับความเชื่อและการจัดการพื้นที่ศาสนสถาน การเดินชมรอบกลุ่มปรางค์ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวอาคาร ฐานหิน ประตู และพื้นที่โล่งโดยรอบได้ครบถ้วนมากขึ้น
 
ปราสาทศีขรภูมิเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจโบราณคดี สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมเขมร โดยสามารถจัดเที่ยวร่วมกับโบราณสถานอื่นในจังหวัดสุรินทร์หรือเส้นทางประวัติศาสตร์อีสานตอนล่างได้ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อศึกษารายละเอียด และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสชิ้นส่วนโบราณสถานที่มีความเปราะบาง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุรินทร์เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 226 มุ่งสู่อำเภอศีขรภูมิ จากนั้นเข้าสู่ตำบลระแงงและบ้านปราสาทตามป้ายบอกทาง ปราสาทตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขตตัวอำเภอ เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสำหรับเที่ยวต่อไปยังสถานที่ทางประวัติศาสตร์ใกล้เคียง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ปราสาทศีขรภูมิ
 
พระธาตุเรณูนคร จังหวัดนครพนม เจดีย์สีชมพูขาวและศูนย์กลางศรัทธาชุมชนผู้ไท
 
40. พระธาตุเรณูนคร จังหวัดนครพนม เป็นพระธาตุสำคัญที่ประดิษฐานภายในวัดธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร มีความโดดเด่นจากเจดีย์ทรงสูงสีชมพูอมขาวประดับลวดลายสีทอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบองค์พระธาตุพนมในอดีต พระธาตุแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชาวเรณูนครและชุมชนผู้ไทในลุ่มน้ำโขง อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากผู้ที่เดินทางมาสักการะพระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ตามคติความเชื่อท้องถิ่น
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุเรณูนคร เจดีย์สีชมพูขาวประดับทอง วัดธาตุเรณู พระองค์แสน ประเพณีนมัสการพระธาตุเรณู วัฒนธรรมชุมชนผู้ไท ผ้าทอพื้นเมือง และวิถีชีวิตอำเภอเรณูนคร
 
พระธาตุเรณูนครมีประวัติการสร้างในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากองค์พระธาตุพนม รูปทรงของเจดีย์มีลักษณะสูงเรียวและมีองค์ประกอบตกแต่งที่สะท้อนรูปแบบศิลปกรรมลุ่มน้ำโขง ความงดงามขององค์พระธาตุเกิดจากสัดส่วนที่สมดุลและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้มองเห็นได้เด่นชัดจากบริเวณลานวัด
 
องค์พระธาตุมีความสูงประมาณ 35 เมตรและตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม โดยมีการจัดองค์ประกอบของซุ้มจำลองและลวดลายประดับตามรูปแบบเจดีย์ท้องถิ่น การเดินชมบริเวณโดยรอบช่วยให้สังเกตรายละเอียดของฐาน องค์เจดีย์ และส่วนยอดที่มีสีทอง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของงานพุทธศิลป์ภายในวัด
 
ความสำคัญของพระธาตุเรณูไม่ได้อยู่เฉพาะสถาปัตยกรรม แต่ยังสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและความเชื่อของชุมชนผู้ไทซึ่งมีบทบาทสำคัญในอำเภอเรณูนคร ชุมชนแห่งนี้มีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งด้านภาษา การแต่งกาย การฟ้อนรำ ดนตรี อาหาร และผ้าทอพื้นบ้าน ซึ่งยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์ท้องถิ่น
 
พระองค์แสนเป็นพระพุทธรูปสำคัญภายในวัดธาตุเรณูที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ผู้มาเยือนสามารถสักการะพระพุทธรูปควบคู่กับการกราบไหว้องค์พระธาตุ ทำให้การเดินทางมาวัดมีความหมายทั้งด้านการทำบุญและการเรียนรู้ประวัติศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
งานนมัสการพระธาตุเรณูเป็นประเพณีที่สะท้อนความศรัทธาของชุมชนในพื้นที่ โดยมีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมท้องถิ่นตามกำหนดการของแต่ละปี งานประเพณีเป็นโอกาสสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการสักการะองค์พระธาตุกับการสืบทอดวัฒนธรรมผู้ไท ทั้งการแต่งกายพื้นเมือง การแสดง และวิถีชุมชน
 
อำเภอเรณูนครยังมีความน่าสนใจในด้านวัฒนธรรมชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวต่อไปยังพื้นที่เรียนรู้ผ้าทอ งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตของชาวผู้ไท เพื่อให้เข้าใจอัตลักษณ์ของจังหวัดนครพนมมากขึ้น การเที่ยวพระธาตุเรณูร่วมกับพระธาตุพนมยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของศาสนสถานสำคัญและประวัติศาสตร์ความเชื่อในลุ่มน้ำโขง
 
พระธาตุเรณูเหมาะกับผู้แสวงบุญ นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้สนใจงานศิลปกรรม ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด โดยเฉพาะช่วงที่มีพิธีกรรมหรือผู้มาสักการะจำนวนมาก สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ ช่วงเช้าและบ่ายแก่เหมาะกับการชมสีสันขององค์พระธาตุและบรรยากาศลานวัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 05:00 – 19:00 น. อาคารทางศาสนาบางส่วนอาจมีเวลาเปิดแตกต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครพนมเดินทางไปอำเภอเรณูนคร แล้วเข้าสู่บริเวณชุมชนบ้านเรณูและวัดธาตุเรณูตามถนนแก้วโกมล สามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับพระธาตุพนมหรือแหล่งวัฒนธรรมผู้ไทในพื้นที่ใกล้เคียงได้ตามเวลาที่มี
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุเรณูนคร
 
 
พระธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร โบราณสถานเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
 
41. พระธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร เป็นโบราณสถานสำคัญที่มีความโดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและวรรณกรรมตำนานของภาคอีสาน ตั้งอยู่ริมถนนธรรมภิบาล ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร ลักษณะขององค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปทรงคล้ายก่องข้าว ซึ่งเป็นภาชนะใส่ข้าวเหนียวที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอีสาน ชื่อพระธาตุแห่งนี้เชื่อมโยงกับตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ อันเป็นเรื่องเล่าที่สอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับความกตัญญู ความโกรธ และผลของการกระทำ จึงเป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ ศาสนา และภูมิปัญญาการสอนคุณธรรมของสังคมท้องถิ่นไว้ด้วยกัน
 
ไฮไลต์: พระธาตุก่องข้าวน้อย เจดีย์ทรงก่องข้าว โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ลวดลายปูนปั้น ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ใบเสมาหินทรายโบราณ และภูมิทัศน์ชุมชนเก่าบ้านตาดทอง
 
พระธาตุก่องข้าวน้อยมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพระธาตุตาดทอง ซึ่งสัมพันธ์กับชื่อชุมชนที่ตั้งโบราณสถาน ลักษณะของอาคารเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมที่มีส่วนเรือนธาตุและยอดลดหลั่นขึ้นไป ประดับด้วยซุ้มและลวดลายปูนปั้นบางส่วน โครงสร้างสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ได้รับการพัฒนาและซ่อมแซมในหลายช่วงเวลา โดยมีความเกี่ยวข้องกับศิลปกรรมท้องถิ่นในยุคหลังอยุธยาต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
 
เรื่องเล่าก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เป็นตำนานพื้นบ้านที่ชาวอีสานรู้จักอย่างแพร่หลาย เล่าถึงชายหนุ่มที่ออกไปทำงานกลางทุ่งนาและรอให้มารดานำอาหารมาให้ เมื่อเห็นก่องข้าวที่มีขนาดเล็ก เขาเกิดความโกรธและเข้าใจว่าอาหารไม่เพียงพอ จึงทำร้ายมารดาจนเสียชีวิต ภายหลังเมื่อเปิดก่องข้าวและพบว่ามีข้าวเหนียวอัดแน่นอยู่ภายใน เขาจึงตระหนักถึงความผิดพลาดของตนและสร้างพระธาตุเพื่ออุทิศบุญกุศลให้มารดา เรื่องราวนี้ทำหน้าที่เป็นคำสอนเรื่องการควบคุมอารมณ์และความกตัญญูต่อบุพการี
 
แม้ตำนานดังกล่าวจะเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางศีลธรรม แต่พระธาตุก่องข้าวน้อยยังมีความสำคัญในฐานะโบราณสถานที่มีหลักฐานทางสถาปัตยกรรมและโบราณคดีด้วย บริเวณใกล้เคียงมีองค์ประกอบทางศาสนาและใบเสมาหินทรายที่ช่วยสะท้อนความต่อเนื่องของชุมชนโบราณในพื้นที่ตาดทอง นักท่องเที่ยวจึงสามารถเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างหลักฐานทางประวัติศาสตร์กับเรื่องเล่าที่ชุมชนใช้สืบทอดคติความเชื่อได้ในสถานที่เดียวกัน
 
การเดินชมพระธาตุควรเริ่มจากการสังเกตรูปทรงภายนอกและรายละเอียดของฐานเจดีย์ ก่อนเดินชมบริเวณลานโดยรอบซึ่งสามารถมองเห็นองค์พระธาตุจากหลายมุม การสำรวจอย่างช้า ๆ ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดอาคารแห่งนี้จึงได้รับชื่อที่สัมพันธ์กับภาชนะพื้นบ้านของชาวอีสาน และทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานสถาปัตยกรรมกับชีวิตประจำวันของคนในอดีต
 
พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตำนานพื้นบ้าน และการศึกษาวัฒนธรรมของจังหวัดยโสธร โดยสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับสวนสาธารณะพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า เพื่อเรียนรู้เมืองยโสธรทั้งในด้านศาสนา ความเชื่อ ประเพณี และวิถีชุมชน
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่สัมผัสลวดลายปูนปั้นหรือปีนป่ายองค์พระธาตุ และช่วยรักษาความสะอาดของบริเวณโบราณสถาน หากสนใจรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ควรสังเกตป้ายข้อมูลในพื้นที่และเรียนรู้บริบทของชุมชนบ้านตาดทองควบคู่กันไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรใช้ถนนแจ้งสนิทหรือทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าสู่ตำบลตาดทอง จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนธรรมภิบาลตามป้ายบอกทางพระธาตุก่องข้าวน้อย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างภายในจังหวัด โดยเหมาะกับการจัดเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอเมืองยโสธร
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุก่องข้าวน้อย
 
วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย พระอารามหลวงและสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส
 
42. วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย เป็นพระอารามหลวงและศูนย์กลางศรัทธาที่สำคัญของชาวหนองคาย ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย มีชื่อเสียงจากหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างกว้างขวางในลุ่มน้ำโขง วัดแห่งนี้มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์การอัญเชิญพระพุทธรูปจากดินแดนล้านช้าง ศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา และประเพณีท้องถิ่นที่ยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ทำให้เป็นจุดหมายหลักสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนไทยกับลาว
 
ไฮไลต์: หลวงพ่อพระใส พระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย จิตรกรรมฝาผนัง ศิลปกรรมล้านช้าง ประเพณีอัญเชิญหลวงพ่อพระใสในเทศกาลสงกรานต์ พิธีแห่บั้งไฟถวายหลวงพ่อพระใส และประวัติความศรัทธาของชาวหนองคาย
 
หลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์พระพุทธรูปในดินแดนล้านช้าง ตามตำนานกล่าวถึงพระพุทธรูปสำคัญสามองค์ ได้แก่ พระสุก พระเสริม และพระใส ซึ่งมีประวัติการเคลื่อนย้ายและการอัญเชิญผ่านความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในอดีต เรื่องราวของพระพุทธรูปทั้งสามองค์จึงสะท้อนเครือข่ายศรัทธาและความสัมพันธ์ระหว่างเมืองต่าง ๆ ในลุ่มน้ำโขง
 
เมื่อหลวงพ่อพระใสประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย พระพุทธรูปองค์นี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวหนองคายและผู้แสวงบุญจากพื้นที่ใกล้เคียง ภายในพระอุโบสถมีการจัดพื้นที่ให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะและทำบุญ โดยมีงานศิลปกรรมที่สะท้อนความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
 
จิตรกรรมและงานประดับภายในพระอุโบสถเป็นองค์ประกอบสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรให้เวลาเดินชม เพราะนอกจากความงดงามแล้ว ยังช่วยถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และความผูกพันของชุมชนกับหลวงพ่อพระใส การชมรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าวัดโพธิ์ชัยมีบทบาททั้งในฐานะสถานที่ประกอบพิธีกรรมและแหล่งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
 
หนึ่งในประเพณีสำคัญของวัดคือการอัญเชิญหลวงพ่อพระใสในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนร่วมสรงน้ำและขอพรตามประเพณีปีใหม่ไทย กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเมืองหนองคายและแสดงถึงความศรัทธาที่ชุมชนมีต่อพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
 
นอกจากนี้ วัดโพธิ์ชัยยังมีประเพณีบุญบั้งไฟที่สัมพันธ์กับการบูชาหลวงพ่อพระใสและวิถีความเชื่อของชาวอีสาน การประกอบพิธีกรรมร่วมกันแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานคติพระพุทธศาสนากับประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์และการอยู่ร่วมกันของชุมชน
 
วัดโพธิ์ชัยตั้งอยู่ภายในตัวเมืองหนองคาย จึงสามารถจัดเที่ยวร่วมกับตลาดท่าเสด็จ ถนนริมแม่น้ำโขง ศาลาแก้วกู่ และสถานที่สำคัญอื่นได้อย่างสะดวก ผู้สนใจประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาสามารถเริ่มจากการสักการะหลวงพ่อพระใส ก่อนเดินทางไปชมศาสนสถานและวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงเพื่อทำความเข้าใจภูมิภาคนี้อย่างรอบด้าน
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในจุดที่กำหนด รักษาความสงบภายในพระอุโบสถ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้กำลังสวดมนต์หรือสักการะ โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีกรรม
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: วัดโพธิ์ชัยตั้งอยู่บริเวณถนนประจักษ์ศิลปาคมและซอยพระใสในเขตอำเภอเมืองหนองคาย สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง หรือย่านท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสามล้อเครื่อง หรือรถรับจ้างภายในเมือง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดโพธิ์ชัย
 
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดมุกดาหาร หอชมวิวเมืองและแม่น้ำโขง
 
43. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดมุกดาหาร หรือหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด ตั้งอยู่ในตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร บริเวณถนนสายมุกดาหาร–ดอนตาล หอคอยแห่งนี้มีความสูงประมาณ 65.50 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ภายในอาคารจัดให้มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น นิทรรศการประวัติศาสตร์และกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และภูมิประเทศฝั่งประเทศลาวได้อย่างกว้างขวาง
 
ไฮไลต์: หอชมวิวสูง 65.50 เมตร จุดชมทิวทัศน์รอบทิศทาง นิทรรศการประวัติศาสตร์จังหวัดมุกดาหาร วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ พิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดมแก้วมุกดาหาร และทิวทัศน์แม่น้ำโขงกับเมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว
 
หอแก้วมุกดาหารสร้างขึ้นในช่วงการเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกและเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2539 การก่อสร้างอาคารสะท้อนความตั้งใจของจังหวัดที่จะมีสถานที่สำคัญสำหรับรวบรวมเรื่องราวท้องถิ่นและเป็นจุดชมทิวทัศน์ของเมือง โดยผสมผสานบทบาททางวัฒนธรรมเข้ากับการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขง
 
รูปทรงของหอคอยมีลักษณะเด่นจากฐานอาคารเก้าเหลี่ยมและส่วนหอสูงทรงกระบอก ก่อนต่อขึ้นไปยังส่วนยอดที่มีรูปทรงคล้ายลูกแก้วมุกดาหาร องค์ประกอบเหล่านี้สัมพันธ์กับแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ของการเฉลิมพระเกียรติและความหมายของชื่อจังหวัดมุกดาหาร ทำให้อาคารมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่จดจำได้ง่าย
 
พื้นที่นิทรรศการชั้นล่างนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลายและมีความผูกพันกับลุ่มน้ำโขง การจัดแสดงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่ามุกดาหารไม่ใช่เพียงเมืองชายแดนสำหรับเดินทางผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐาน การค้าขาย และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมายาวนาน
 
มุกดาหารมีอัตลักษณ์จากกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มซึ่งมีภาษา เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม และประเพณีเฉพาะของตนเอง การเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ภายในหอแก้วช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความหลากหลายของภูมิภาคอีสานตอนบนและบทบาทของแม่น้ำโขงในฐานะเส้นทางเชื่อมโยงผู้คนมากกว่าการเป็นเพียงแนวเขตแดนระหว่างประเทศ
 
จุดชมวิวด้านบนเป็นองค์ประกอบที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะสามารถชมภูมิทัศน์ของเมืองมุกดาหารในมุมสูง เมื่อสภาพอากาศเปิดจะมองเห็นแม่น้ำโขง อาคารบ้านเรือนของเมือง และพื้นที่ฝั่งสะหวันนะเขตในประเทศลาวได้อย่างชัดเจน มุมมองลักษณะนี้ช่วยให้เห็นลักษณะการตั้งเมืองริมแม่น้ำและความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับชุมชน
 
หอแก้วมุกดาหารเหมาะกับการเริ่มต้นทริปเที่ยวจังหวัด เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนได้รู้จักประวัติศาสตร์และภาพรวมของพื้นที่ก่อนเดินทางไปยังสถานที่อื่น หลังจากเยี่ยมชมหอแก้วสามารถเที่ยวต่อไปยังริมแม่น้ำโขง ตลาดอินโดจีน หรืออุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เพื่อเปรียบเทียบมุมมองของเมือง วัฒนธรรม และธรรมชาติในทริปเดียวกัน
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมครอบครัวสามารถใช้หอแก้วมุกดาหารเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับหลายช่วงวัย ควรเผื่อเวลาสำหรับอ่านนิทรรศการและชมวิวโดยไม่เร่งรีบ รวมถึงปฏิบัติตามระเบียบการใช้ลิฟต์ พื้นที่จัดแสดง และจุดชมวิวของเจ้าหน้าที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยของสถานที่
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองมุกดาหารใช้ถนนสายมุกดาหาร–ดอนตาลหรือทางหลวงหมายเลข 2034 มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ หอแก้วตั้งอยู่ริมถนนและมีรูปทรงสูงเด่นเป็นจุดสังเกต สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ
 
อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียวและจุดชมวิวผาหำหด
 
44. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกกระเจียว หน้าผาสูง และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ตั้งอยู่ในบริเวณแนวเทือกเขาพังเหย ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัด โดยจุดท่องเที่ยวสำคัญอยู่ในเขตอำเภอหนองบัวระเหว อุทยานแห่งนี้โดดเด่นด้วยทุ่งบัวสวรรค์ที่มีดอกกระเจียวออกดอกตามฤดูกาล ผาหำหดซึ่งเป็นจุดชมวิวบนหน้าผาหิน และน้ำตกไทรทองที่ไหลผ่านภูมิประเทศหินทรายท่ามกลางป่าไม้ ทำให้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติ ภูเขา ดอกไม้ และการเดินป่า
 
ไฮไลต์: ทุ่งบัวสวรรค์ ทุ่งดอกกระเจียว ผาหำหด ผาพ่อเมือง ผาเพลินใจ ผาอาทิตย์อัสดง น้ำตกไทรทอง วังเงือก เส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมทิวทัศน์เทือกเขาพังเหย
 
ทุ่งบัวสวรรค์เป็นหนึ่งในแหล่งชมดอกกระเจียวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยภูมิ ดอกไม้สีชมพูอมม่วงจะปรากฏขึ้นในพื้นที่ทุ่งหญ้าและป่าตามสภาพฤดูกาล โดยมีภูมิทัศน์ของเทือกเขาและหมอกบางเป็นฉากหลัง ความงดงามของทุ่งดอกกระเจียวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพืชท้องถิ่นกับระบบนิเวศป่าไม้ที่ได้รับอิทธิพลจากปริมาณฝนและความชื้น
 
อุทยานแห่งชาติไทรทองมีจุดชมวิวที่แตกต่างกันหลายแห่ง โดยเฉพาะผาหำหดซึ่งเป็นแผ่นหินยื่นออกไปจากบริเวณหน้าผา จุดนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมทิวทัศน์และถ่ายภาพภูเขา อย่างไรก็ตาม ลักษณะพื้นที่เป็นหน้าผาสูง จึงควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจัง ไม่เข้าใกล้ขอบผาเกินจุดที่อนุญาตและไม่ทำกิจกรรมเสี่ยงเพื่อถ่ายภาพ
 
การเดินชมทุ่งบัวสวรรค์และจุดชมวิวต้องอาศัยการเดินเท้าตามเส้นทางที่กำหนด บางส่วนของพื้นที่มีความลาดชันและอาจเปียกชื้นในช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับทางธรรมชาติ เตรียมเสื้อกันฝน น้ำดื่ม และจัดเวลาให้เพียงพอสำหรับการเดินกลับ โดยไม่เร่งเดินจนเกินความพร้อมของร่างกาย
 
น้ำตกไทรทองเป็นแหล่งธรรมชาติอีกแห่งที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับอุทยาน น้ำจากลำธารในพื้นที่ภูเขาไหลผ่านลานหินและชั้นหินที่ต่างระดับกันจนเกิดทิวทัศน์น้ำตกและแอ่งน้ำธรรมชาติ ปริมาณน้ำเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยช่วงหลังฝนตกจะมีความเขียวชอุ่ม แต่พื้นหินอาจลื่นและกระแสน้ำอาจแรงกว่าปกติ
 
อุทยานแห่งชาติไทรทองยังมีความสำคัญในด้านระบบนิเวศของเทือกเขาพังเหย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำและที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์หลายชนิด การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจึงควรหลีกเลี่ยงการเด็ดดอกไม้ ไม่เดินออกนอกเส้นทาง และไม่ทิ้งขยะลงในพื้นที่ธรรมชาติ เพราะพืชตามฤดูกาลและดอกไม้ป่ามีความเปราะบางต่อการเหยียบย่ำ
 
ผู้ที่ต้องการชมทุ่งดอกกระเจียวควรเลือกช่วงที่มีการบานของดอกไม้ในปีที่เดินทางและตรวจเงื่อนไขการเข้าชมของอุทยานก่อนเสมอ เนื่องจากแต่ละปีปริมาณฝนอาจทำให้ฤดูกาลดอกไม้เปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงพื้นที่กางเต็นท์และบางเส้นทางอาจมีข้อจำกัดตามสภาพอากาศ
 
อุทยานแห่งชาติไทรทองสามารถจัดเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติป่าหินงามในจังหวัดชัยภูมิได้สำหรับผู้ที่มีเวลามากพอ โดยทั้งสองแห่งมีทุ่งดอกกระเจียวและลานหินธรรมชาติ แต่มีลักษณะภูมิประเทศและเส้นทางเข้าชมแตกต่างกัน การจัดเที่ยวแยกวันหรือเผื่อเวลาพักค้างคืนจะช่วยให้ชมธรรมชาติได้อย่างไม่เร่งรีบ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่อุทยานประกาศ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปยังอำเภอหนองบัวระเหวและตำบลวังตะเฆ่ ตามเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติไทรทอง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกกว่าในการเดินทางไปยังจุดขึ้นรถหรือจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ควรตรวจข้อกำหนดการใช้รถและสภาพทางขึ้นเขาก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติไทรทอง
 
อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ภูเขาหินทรายและแหล่งขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์
 
45. อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญด้านธรณีวิทยาและการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาหินทรายบริเวณอำเภอเวียงเก่าและพื้นที่เกี่ยวข้องของจังหวัดขอนแก่น อุทยานแห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน มีป่าไม้ น้ำตก ลานหิน และแหล่งขุดค้นฟอสซิลที่สำคัญหลายจุด โดยเฉพาะหลักฐานไดโนเสาร์ที่มีส่วนผลักดันการศึกษาบรรพชีวินวิทยาของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
 
ไฮไลต์: แหล่งขุดค้นซากไดโนเสาร์ภูเวียง ร่องรอยฟอสซิลไดโนเสาร์ ชั้นหินทรายยุคโบราณ รอยเท้าไดโนเสาร์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกตาดฟ้า ถ้ำและเพิงผาธรรมชาติ ป่าไม้ และทัศนียภาพภูเขาของพื้นที่ภูเวียง
 
ภูเวียงเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติการค้นพบไดโนเสาร์ของประเทศไทย โดยมีการพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ระหว่างการสำรวจทางธรณีวิทยาในปี พ.ศ. 2519 การค้นพบนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการสำรวจอย่างต่อเนื่องและทำให้ทราบว่าพื้นที่ที่เป็นภาคอีสานในปัจจุบันเคยมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ดำรงอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์อันไกลโพ้น
 
ภูมิประเทศของอุทยานมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในสภาพแวดล้อมโบราณ ผ่านกระบวนการทางธรณีวิทยาจนกลายเป็นชั้นหินที่พบในปัจจุบัน ฟอสซิลที่ฝังอยู่ในชั้นหินเหล่านี้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาหลายล้านปีก่อน การเดินชมภูมิประเทศจึงเป็นโอกาสเรียนรู้เรื่องราวทางธรณีวิทยาจากพื้นที่จริง
 
แหล่งขุดค้นภายในอุทยานมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ที่นักบรรพชีวินวิทยาใช้ศึกษาฟอสซิลและบันทึกชั้นหิน นักท่องเที่ยวที่สนใจวิทยาศาสตร์สามารถใช้โอกาสนี้เรียนรู้กระบวนการทำงานของนักวิจัย ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การระบุชนิดหิน การค้นพบกระดูก ไปจนถึงการอนุรักษ์และจัดแสดงหลักฐานในพิพิธภัณฑ์
 
อุทยานแห่งชาติภูเวียงยังมีทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่นนอกจากฟอสซิล ทั้งป่าไม้ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และน้ำตกที่มีความงดงามตามฤดูกาล ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ระบบนิเวศปัจจุบันควบคู่กับประวัติศาสตร์ธรรมชาติของโลกในอดีต ความแตกต่างระหว่างชีวิตสัตว์และพืชในปัจจุบันกับซากดึกดำบรรพ์ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลายาวนาน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สนใจไดโนเสาร์ ควรจัดเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงร่วมกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เพื่อให้เห็นหลักฐานในสองรูปแบบ ได้แก่ พื้นที่ขุดค้นจริงและนิทรรศการภายในอาคาร การชมทั้งสองแห่งช่วยให้เข้าใจเรื่องการค้นพบฟอสซิลและการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเผยแพร่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
 
การเที่ยวอุทยานควรคำนึงถึงระยะทางและสภาพเส้นทางระหว่างจุดขุดค้นต่าง ๆ ซึ่งอาจต้องใช้การเดินเท้าและการเดินทางผ่านภูเขา นักท่องเที่ยวควรเลือกเส้นทางที่เปิดให้เข้าถึง เตรียมน้ำดื่ม รองเท้าเดินป่า และปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ ห้ามเก็บฟอสซิลหรือชิ้นส่วนหินจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และมรดกธรรมชาติของประเทศ
 
อุทยานแห่งชาติภูเวียงเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์โลก และการท่องเที่ยวเชิงการศึกษา โดยสามารถจัดเป็นทริปเต็มวันหรือพักค้างคืนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้มีเวลาศึกษาทั้งพิพิธภัณฑ์ แหล่งขุดค้น และภูมิประเทศธรรมชาติอย่างครบถ้วน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าทางอำเภอชุมแพ แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 ไปยังอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า จากนั้นเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานและเส้นทางแหล่งขุดค้นตามป้ายบอกทาง การใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมาะกับการเที่ยวหลายจุดภายในพื้นที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติภูเวียง
 
 
บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด สวนสาธารณะและบึงน้ำใจกลางเมืองพร้อมเกาะกลางน้ำ
 
46. บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสวนสาธารณะและแหล่งพักผ่อนสำคัญใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด มีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีเกาะกลางน้ำ สวนไม้ดอก พื้นที่ร่มรื่น และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมอยู่ภายในบริเวณ บึงพลาญชัยเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดและเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของชาวร้อยเอ็ดมายาวนาน ทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อน การจัดกิจกรรมสาธารณะ และการประกอบพิธีกรรมในโอกาสสำคัญ
 
ไฮไลต์: บึงน้ำใจกลางเมือง เกาะกลางบึง สวนไม้ดอกและต้นไม้ร่มรื่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พระพุทธรูปปางลีลา ทางเดินพักผ่อน สนามเด็กเล่น พื้นที่ออกกำลังกาย และแหล่งจัดกิจกรรมประเพณีของจังหวัดร้อยเอ็ด
 
บึงพลาญชัยเป็นแหล่งน้ำและพื้นที่สาธารณะที่มีความสำคัญต่อภูมิทัศน์เมืองร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะช่วยสร้างศูนย์กลางสำหรับพักผ่อนและกิจกรรมของประชาชน โดยยังคงมีบึงน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถานที่ พื้นที่โดยรอบได้รับการจัดภูมิทัศน์ให้มีทางเดิน สนามหญ้า และจุดพักที่เหมาะกับผู้มาเยือนหลายช่วงวัย
 
เกาะกลางบึงเป็นองค์ประกอบที่ทำให้บึงพลาญชัยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป ภายในมีพื้นที่สำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมบรรยากาศของสวน โดยศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อนความเชื่อและความผูกพันของชาวร้อยเอ็ดกับพื้นที่ศูนย์กลางเมือง การมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในสวนสาธารณะทำให้บึงพลาญชัยมีบทบาททั้งด้านการพักผ่อนและวัฒนธรรมร่วมกัน
 
พระพุทธรูปปางลีลาและองค์ประกอบทางศาสนาอื่นภายในบริเวณช่วยเพิ่มความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมของสวน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและสักการะตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยควรแต่งกายและปฏิบัติตนให้เหมาะสมในพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา
 
บึงพลาญชัยเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชมบรรยากาศเมืองร้อยเอ็ดในช่วงเช้าและเย็น เพราะมีประชาชนออกมาเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว การได้เห็นวิถีชีวิตประจำวันของชุมชนทำให้สวนแห่งนี้เป็นมากกว่าจุดถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ
 
สวนแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมสาธารณะและงานประเพณีในโอกาสสำคัญ โดยใช้เป็นจุดรวมตัวของชุมชนและพื้นที่จัดงานตามเทศกาลต่าง ๆ ความต่อเนื่องของการใช้งานดังกล่าวช่วยให้บึงพลาญชัยเป็นศูนย์กลางชีวิตเมืองที่ยังคงมีบทบาทอย่างชัดเจนในปัจจุบัน
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเที่ยวบึงพลาญชัยร่วมกับหอโหวด 101 วัดบึงพระลานชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และย่านอาหารในตัวเมืองได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว การถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนหลังจากเที่ยวสถานที่สำคัญอื่นของจังหวัด
 
ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงในบึง และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสวนสาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุใช้พื้นที่ร่วมกัน หากต้องการเดินชมสวนในช่วงอากาศร้อน ควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อความสบายในการเดินทาง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 19:00 น.
 
การเดินทาง: บึงพลาญชัยตั้งอยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด สามารถเดินทางจากสถานีขนส่งหรือย่านสำคัญในตัวเมืองด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือบริการขนส่งท้องถิ่น โดยใช้บึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101 เป็นจุดสังเกตใกล้เคียง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บึงพลาญชัย
 
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว พื้นที่รอยต่ออำนาจเจริญ มุกดาหาร และยโสธร ภูเขาหินทรายและแอ่งบัวธรรมชาติ
 
47. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของจังหวัดอำนาจเจริญ มุกดาหาร และยโสธร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินทรายสลับซับซ้อน ป่าไม้ ลานหิน และหน้าผาที่มีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ภูสระดอกบัวมีชื่อเสียงจากแอ่งน้ำธรรมชาติบนยอดเขาซึ่งมีพืชน้ำขึ้นอยู่ภายใน รวมถึงแหล่งภาพเขียนสีโบราณและจุดชมวิวตามแนวเทือกเขาภูพานตอนใต้ ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้สนใจธรณีวิทยา ระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ และการเดินศึกษาธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: ภูสระดอกบัว แอ่งน้ำบนลานหินที่มีดอกบัวธรรมชาติ ภูผาแต้มและภาพเขียนสีโบราณ ผามะเกลือ ภูผาหอม ภูผาแตก ลานหินทราย ป่าเต็งรัง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในเขตอุทยาน
 
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเกิดจากแนวเทือกเขาที่ทอดตัวผ่านพื้นที่หลายจังหวัด โดยมีชั้นหินทรายเป็นองค์ประกอบสำคัญ พื้นที่บางส่วนเป็นลานหินเปิดโล่งที่เรียกกันว่าดานหิน มีแอ่งน้ำและรอยแตกตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากการผุพังของหินในระยะเวลายาวนาน ภูมิประเทศลักษณะนี้ช่วยสร้างระบบนิเวศเฉพาะที่มีพืชสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพดินตื้นและความแห้งแล้งได้
 
จุดเด่นที่เป็นที่มาของชื่ออุทยานคือบริเวณภูสระดอกบัว ซึ่งมีแอ่งน้ำบนพื้นหินและมีต้นบัวขนาดเล็กขึ้นอยู่ภายใน แอ่งน้ำเหล่านี้เป็นผลจากกระบวนการธรรมชาติและสามารถกักเก็บน้ำไว้ในบางช่วงของปี การมีพืชน้ำอยู่บนลานหินบนภูเขาจึงเป็นลักษณะที่น่าสนใจทางธรณีวิทยาและนิเวศวิทยา
 
ภายในเขตอุทยานยังมีแหล่งภาพเขียนสีโบราณบริเวณภูผาแต้ม ซึ่งเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนการใช้พื้นที่ภูเขาและเพิงผาของมนุษย์ในอดีต ภาพเขียนสีช่วยให้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับภูมิประเทศ รวมถึงกิจกรรมและสัญลักษณ์ที่ปรากฏในสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยควรชมจากระยะที่เหมาะสมและไม่สัมผัสผิวหินที่มีภาพเขียน
 
ความหลากหลายของพื้นที่ยังปรากฏตามจุดชมวิวและหน้าผาหินทรายต่าง ๆ เช่น ผามะเกลือและภูผาหอม ซึ่งสามารถมองเห็นแนวภูเขาและป่าไม้ที่ทอดตัวอยู่โดยรอบ การเดินเที่ยวตามเส้นทางธรรมชาติช่วยให้เห็นความแตกต่างของระบบนิเวศระหว่างลานหินโล่งกับพื้นที่ป่าที่มีดินและความชุ่มชื้นมากกว่า
 
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวมีบทบาทด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำของพื้นที่รอยต่อหลายจังหวัด ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้งที่พบในพื้นที่ต่างมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยวในอุทยานจึงควรดำเนินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่เก็บพืช ไม่ทิ้งขยะ และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ประกาศห้าม
 
ผู้ที่ต้องการเดินสำรวจอุทยานควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นหินและเส้นทางป่า น้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแดด ควรสอบถามข้อมูลจุดเริ่มต้นเส้นทางและเวลาที่เหมาะสมจากเจ้าหน้าที่ เพราะเส้นทางแต่ละแห่งอาจมีสภาพแตกต่างกันและบางส่วนต้องใช้เวลาเดินเท้ามากกว่าจุดท่องเที่ยวทั่วไป
 
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและการศึกษาประวัติศาสตร์ สามารถจัดทริปเชื่อมจังหวัดอำนาจเจริญ มุกดาหาร และยโสธรตามเส้นทางที่เปิดให้ใช้บริการ โดยต้องคำนึงถึงระยะทางจริงระหว่างจุดเข้าชมและตำแหน่งที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: สามารถเข้าสู่พื้นที่อุทยานผ่านเส้นทางเชื่อมอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร กับอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ตามทางหลวงหมายเลข 2277 โดยมีทางแยกเข้าสู่อุทยานบริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 24–26 ผู้ที่เริ่มต้นจากอำนาจเจริญควรวางแผนเส้นทางตามจุดเข้าชมที่ต้องการ เพราะพื้นที่อุทยานครอบคลุมหลายจังหวัดและมีทางเข้าหลายด้าน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
 
น้ำตกตาดขาม จังหวัดนครพนม น้ำตกหลายชั้นท่ามกลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติภูลังกา
 
48. น้ำตกตาดขาม จังหวัดนครพนม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา ตั้งอยู่บริเวณตำบลนา งัว อำเภอบ้านแพง ท่ามกลางภูมิประเทศของเทือกเขาภูลังกาที่มีป่าไม้และลำธารไหลผ่าน น้ำตกแห่งนี้เกิดจากลำห้วยบนภูเขาหลายสายไหลมารวมกัน ก่อนลดระดับผ่านชั้นหินทรายจนเกิดเป็นน้ำตกหลายชั้นและแอ่งน้ำธรรมชาติ มีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้และเสียงน้ำไหล เหมาะสำหรับผู้ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและศึกษาความสำคัญของป่าต้นน้ำในภาคอีสานตอนบน
 
ไฮไลต์: น้ำตกตาดขามสี่ชั้น ลานหินทราย ลำห้วยขาม แอ่งน้ำธรรมชาติ ป่าไม้เทือกเขาภูลังกา เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และบรรยากาศป่าเขาที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
 
น้ำตกตาดขามเกิดจากลำห้วยหลายสายที่รับน้ำจากพื้นที่สูงของเทือกเขาภูลังกา เมื่อสายน้ำไหลผ่านชั้นหินทรายและจุดที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน จะเกิดเป็นน้ำตกและแอ่งน้ำหลายช่วง ความแตกต่างของลักษณะหินทำให้บางชั้นเป็นลานน้ำไหลกว้าง ขณะที่บางจุดมีลักษณะเป็นช่องทางน้ำแคบหรือแอ่งลึกตามธรรมชาติ
 
ความสวยงามของน้ำตกเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดยช่วงที่มีฝนเพียงพอปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นและป่าไม้โดยรอบมีความเขียวชอุ่ม ส่วนช่วงที่ฝนลดลงจะเห็นรายละเอียดของพื้นหินทรายและโขดหินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเลือกช่วงเดินทางจึงควรพิจารณาทั้งสภาพอากาศและปริมาณน้ำตามธรรมชาติ
 
พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกามีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำ เพราะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด การเดินชมบริเวณน้ำตกจึงเป็นโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างป่า ลำธาร หินทราย และระบบนิเวศภูเขาที่ดำรงอยู่ร่วมกัน
 
น้ำตกตาดขามมีลักษณะเป็นน้ำตกหลายชั้น ผู้มาเยือนสามารถเลือกชมจุดที่เปิดให้เข้าถึงได้ตามเวลาที่มีและสภาพร่างกายของตนเอง พื้นที่บางส่วนเป็นทางเดินป่าหรือทางหินที่มีความลาดชัน จึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและปฏิบัติตามป้ายแนะนำของเจ้าหน้าที่
 
การเดินทางไปน้ำตกในช่วงฝนตกหนักต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพิเศษ เพราะกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พื้นหินที่เปียกอาจลื่น และบางเส้นทางอาจถูกปิดชั่วคราวหากมีความเสี่ยงต่อผู้เข้าชม ไม่ควรเข้าไปในแอ่งน้ำที่มีความลึกหรือกระแสน้ำแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจถ่ายภาพธรรมชาติ น้ำตกตาดขามมีองค์ประกอบทั้งสายน้ำ ลานหิน และผืนป่าที่ช่วยสร้างภาพที่หลากหลาย การใช้เวลาเดินชมอย่างไม่เร่งรีบทำให้สามารถสังเกตรายละเอียดของภูมิประเทศและความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำในแต่ละช่วงได้มากขึ้น
 
น้ำตกตาดขามสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวอำเภอบ้านแพงและอุทยานแห่งชาติภูลังกา โดยเชื่อมกับน้ำตกตาดโพธิ์หรือแหล่งธรรมชาติอื่นตามเงื่อนไขการเข้าชมของแต่ละพื้นที่ ผู้มาเยือนควรตรวจประกาศเรื่องช่วงปิดฟื้นฟูระบบนิเวศและการเปิดเส้นทางเดินก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครพนมเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งสู่อำเภอบ้านแพง แล้วเข้าสู่ตำบลนางัวและบริเวณน้ำตกตาดขามตามป้ายบอกทางของอุทยานแห่งชาติภูลังกา สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยว ก่อนเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกตาดขาม
 
พุทธสถานภูปอ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระพุทธไสยาสน์แกะสลักบนหน้าผาหินทรายโบราณ
 
49. พุทธสถานภูปอ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นศาสนสถานและแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญของภาคอีสาน ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดอินทรประทานพร ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มีชื่อเสียงจากพระพุทธไสยาสน์โบราณสององค์ที่แกะสลักลงบนหน้าผาหินทรายธรรมชาติในระดับความสูงแตกต่างกัน งานประติมากรรมเหล่านี้มีความสำคัญต่อการศึกษาศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสะท้อนความต่อเนื่องของศรัทธาที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชนโบราณกับพุทธศาสนิกชนในปัจจุบัน
 
ไฮไลต์: พระพุทธไสยาสน์แกะสลักหินทรายสององค์ ศิลปกรรมทวารวดีและอิทธิพลศิลปะในยุคต่อมา เพิงผาหินธรรมชาติ เส้นทางบันไดขึ้นภูปอ วัดอินทรประทานพร จุดชมวิวบนภูเขา และงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธไสยาสน์ภูปอ
 
ภูปอเป็นภูเขาหินทรายที่มีลักษณะทอดตัวตามแนวตะวันออกและตะวันตก โดยมีป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรมล้อมรอบ บริเวณภูเขามีเพิงผาและหน้าหินที่เหมาะกับการแกะสลักพระพุทธรูป ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นศาสนสถานสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ความโดดเด่นของพุทธสถานภูปออยู่ที่การใช้หน้าผาธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของงานประติมากรรมโดยตรง
 
พระพุทธไสยาสน์องค์ล่างแกะสลักอยู่ใต้เพิงผาบริเวณเชิงภู มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนอนตะแคงขวาในท่าสีหไสยาสน์ ศิลปกรรมมีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบทวารวดีในภาคอีสาน ซึ่งสะท้อนอิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่แพร่เข้าสู่ชุมชนโบราณในลุ่มน้ำชีและพื้นที่ใกล้เคียง งานแกะสลักองค์นี้มีคุณค่าทั้งด้านประติมากรรมและประวัติศาสตร์การนับถือพระพุทธศาสนาในภูมิภาค
 
พระพุทธไสยาสน์องค์บนอยู่สูงขึ้นไปตามแนวภูเขา ต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าสักการะ รูปแบบศิลปกรรมขององค์บนสะท้อนลักษณะที่พัฒนาขึ้นในยุคหลังและมีอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยในบางส่วน การมีพระพุทธไสยาสน์สององค์บนภูเขาเดียวกันจึงช่วยให้ศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการของงานศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาในช่วงเวลาต่างกันได้
 
เส้นทางขึ้นภูปอเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจะได้เดินผ่านแนวป่าและหน้าผาหินทรายก่อนถึงพระพุทธไสยาสน์องค์บน โดยระหว่างทางสามารถมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบได้จากบางจุด การเดินขึ้นบันไดควรใช้เวลาอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงสภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
 
พุทธสถานภูปอยังเป็นสถานที่ประกอบประเพณีสรงน้ำพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ชุมชนร่วมกันสืบทอด โดยมีการทำบุญและพิธีกรรมตามประเพณีท้องถิ่น งานดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานโบราณกับวิถีศรัทธาของชุมชนที่ยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบัน
 
นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์หน้าผาหินทรายและพระพุทธรูปแกะสลัก ไม่สัมผัสผิวงานประติมากรรม ไม่ใช้วัสดุขัดถูหรือทำความสะอาดด้วยตนเอง และไม่ปีนป่ายบริเวณโบราณสถาน เพราะร่องรอยแกะสลักบนหินมีความเปราะบางจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ
 
พุทธสถานภูปอเหมาะกับนักท่องเที่ยวเชิงศาสนา ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ และผู้ที่ชอบเดินชมธรรมชาติ โดยสามารถจัดเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์สิรินธร พุทธสถานภูสิงห์ หรือสถานที่สำคัญในอำเภอสหัสขันธ์ เพื่อให้ได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ธรรมชาติและมรดกทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดกาฬสินธุ์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 213 ไปทางทิศเหนือ แล้วเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นผ่านชุมชนในตำบลภูปอ เพื่อไปยังวัดอินทรประทานพรและจุดขึ้นภูปอ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและเดินเท้าตามบันไดที่จัดไว้เพื่อเข้าชมพระพุทธไสยาสน์องค์บน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พุทธสถานภูปอ
 
พระธาตุยาคู พระธาตุใหญ่ จังหวัดกาฬสินธุ์ เจดีย์โบราณในเมืองฟ้าแดดสงยาง
 
50. พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่) จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโบราณสถานสำคัญภายในเขตเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ตั้งอยู่บริเวณบ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย มีลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นร่องรอยการก่อสร้างและบูรณะต่อเนื่องหลายยุคสมัย โดยมีองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับสมัยทวารวดี อยุธยา และรัตนโกสินทร์ พระธาตุยาคูจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากชุมชนและหลักฐานทางโบราณคดีที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของเมืองโบราณในภาคอีสานตอนกลาง
 
ไฮไลต์: พระธาตุยาคู เจดีย์ก่ออิฐฐานแปดเหลี่ยม เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ใบเสมาหินทรายสลักเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ร่องรอยสถาปัตยกรรมทวารวดี งานประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู และประเพณีทะเลธุงอีสาน
 
เมืองฟ้าแดดสงยางเป็นชุมชนโบราณที่มีความสำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคอีสาน ลักษณะผังเมืองเป็นรูปวงรี มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบตามรูปแบบชุมชนโบราณที่มีการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ หลักฐานทางโบราณคดีที่พบประกอบด้วยโบราณสถานก่ออิฐ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา ใบเสมาหินทราย และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนในช่วงสมัยทวารวดี
 
พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งภายในบริเวณเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง โครงสร้างส่วนฐานมีร่องรอยศิลปกรรมสมัยทวารวดี ขณะที่ส่วนฐานแปดเหลี่ยมได้รับการพัฒนาในช่วงอยุธยา และส่วนยอดที่ปรากฏในปัจจุบันสัมพันธ์กับการบูรณะในช่วงรัตนโกสินทร์ การพัฒนาต่อเนื่องหลายยุคสมัยทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาในภาคอีสาน
 
ชื่อพระธาตุยาคูสัมพันธ์กับคำเรียกพระสงฆ์ผู้ใหญ่หรือพระเถระที่ได้รับความเคารพนับถือในภาษาท้องถิ่น ตามความเชื่อของชุมชน องค์พระธาตุมีความเกี่ยวข้องกับการบรรจุอัฐิหรือการระลึกถึงพระเถระสำคัญในอดีต เรื่องราวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางศาสนาที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อน และสะท้อนบทบาทของพระสงฆ์ในการเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน
 
บริเวณเมืองฟ้าแดดสงยางยังมีชื่อเสียงจากใบเสมาหินทรายที่สลักภาพเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะภาพพุทธประวัติและชาดก หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้นักโบราณคดีศึกษารูปแบบศิลปกรรมและคติความเชื่อที่แพร่หลายในชุมชนโบราณ การชมพระธาตุยาคูร่วมกับแหล่งใบเสมาและโบราณสถานใกล้เคียงจึงช่วยให้เข้าใจภาพรวมของเมืองเก่าได้ดีกว่าการชมเฉพาะองค์เจดีย์
 
ประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูเป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ชุมชนมีส่วนร่วมสืบทอดอย่างต่อเนื่อง โดยสัมพันธ์กับการทำบุญและการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่ประเพณีทะเลธุงอีสานเป็นกิจกรรมที่นำธุงหรือเครื่องแขวนผ้าพื้นถิ่นจำนวนมากมาประดับบริเวณพื้นที่จัดงาน สร้างบรรยากาศงดงามและสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับการถวายพุทธบูชาและการสืบทอดงานหัตถกรรมของชุมชน
 
ความน่าสนใจของพระธาตุยาคูจึงอยู่ที่การเป็นสถานที่ที่อดีตและปัจจุบันดำรงอยู่ร่วมกันอย่างชัดเจน โบราณสถานก่ออิฐสะท้อนเรื่องราวของเมืองโบราณ ขณะที่งานประเพณีและการสักการะแสดงให้เห็นว่าชุมชนยังคงให้ความสำคัญกับสถานที่แห่งนี้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ทั้งสองด้านช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความหมายของมรดกวัฒนธรรมในฐานะสิ่งที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดอย่างต่อเนื่อง
 
นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาเดินชมองค์พระธาตุและพื้นที่โบราณสถานโดยรอบอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมง หากต้องการเรียนรู้เมืองฟ้าแดดสงยางอย่างละเอียดสามารถเที่ยวต่อไปยังวัดโพธิ์ชัยเสมารามและจุดจัดแสดงใบเสมาสำคัญในพื้นที่ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่าในการเดินทางระหว่างแหล่งโบราณคดี
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายเจดีย์หรือโบราณสถาน และไม่สัมผัสใบเสมาหินทรายหรือพื้นผิวที่มีงานจำหลักโดยไม่จำเป็น เพื่อช่วยรักษามรดกทางโบราณคดีให้คงสภาพสำหรับการศึกษาของคนรุ่นต่อไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 214 มุ่งสู่อำเภอกมลาไสย แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2367 และเส้นทางท้องถิ่นไปยังบ้านเสมา ตำบลหนองแปน ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู สามารถจัดเที่ยวร่วมกับโบราณสถานในบริเวณเดียวกันได้อย่างสะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่)
 
ตารางสรุป 50 ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 ครบ 20 จังหวัด ตารางนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสานทั้ง 50 แห่ง พร้อมจังหวัดและจุดเด่นสำคัญ โดยสามารถคลิกชื่อสถานที่เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติ ความสำคัญ การเดินทาง และข้อมูลท่องเที่ยวของแต่ละแห่งได้
 
อันดับสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดจุดเด่น
1อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเลยเดินป่าขึ้นยอดภู ป่าสน ผาหล่มสัก และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น
2อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งบุรีรัมย์ปราสาทหินขอมบนภูเขาไฟโบราณและปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอดประตูปราสาท
3อุทยานประวัติศาสตร์พิมายนครราชสีมาปราสาทหินพิมายและเมืองโบราณสำคัญของอารยธรรมเขมร
4อุทยานแห่งชาติผาแต้มอุบลราชธานีภาพเขียนสีโบราณ หน้าผาหินทราย และวิวแม่น้ำโขง
5บ้านเชียงคานเลยเมืองเก่าริมแม่น้ำโขง บ้านไม้โบราณ และถนนคนเดิน
6ทะเลบัวแดงอุดรธานีล่องเรือชมดอกบัวสีชมพูในหนองหานกุมภวาปี
7พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงอุดรธานีแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์และมรดกโลกยูเนสโก
8แก่งสองคอน (สามพันโบก)อุบลราชธานีแอ่งหินและหลุมหินทรายริมแม่น้ำโขงที่ปรากฏในช่วงน้ำลด
9พระธาตุพนมนครพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางศรัทธาชาวลุ่มน้ำโขง
10อุทยานแห่งชาติป่าหินงามชัยภูมิทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม และจุดชมวิวสุดแผ่นดิน
11หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์สุรินทร์ชุมชนกูยและภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับช้าง
12วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)ศรีสะเกษวัดที่ตกแต่งอาคารด้วยขวดแก้วใช้แล้วจำนวนมาก
13ภูทอกบึงกาฬทางเดินไม้เลียบหน้าผาเจ็ดชั้นและวัดเจติยาคีรีวิหาร
14วัดแขก (ศาลาแก้วกู่)หนองคายสวนประติมากรรมขนาดใหญ่ผสมผสานคติทางศาสนาหลายแนวคิด
15อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบมุกดาหารกลุ่มหินทรายรูปร่างแปลกตา ลานหิน และป่าไม้
16พิพิธภัณฑ์สิรินธรกาฬสินธุ์พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และแหล่งฟอสซิลภูกุ้มข้าว
17พระธาตุนาดูนมหาสารคามพุทธมณฑลอีสานและโบราณคดีเมืองนครจำปาศรี
18ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)ร้อยเอ็ดพระมหาเจดีย์ชัยมงคลและภูเขาเขียว
19วัดถ้ำกลองเพลหนองบัวลำภูวัดป่ากรรมฐาน ถ้ำธรรมชาติ และประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย
20วัดพระธาตุเชิงชุมสกลนครพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน
21สวนสาธารณะพญาแถนยโสธรตำนานพญาแถน วัฒนธรรมบุญบั้งไฟ และสวนพักผ่อนกลางเมือง
22วัดพระเหลาเทพนิมิตรอำนาจเจริญพระพุทธรูปพระเหลาเทพนิมิตรและสถาปัตยกรรมศาสนา
23วัดหนองแวง (พระมหาธาตุแก่นนคร)ขอนแก่นพระธาตุเก้าชั้นและจุดชมวิวบึงแก่นนคร
24ปราสาทหินเมืองต่ำบุรีรัมย์ปราสาทขอมและสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ขอบนาคห้าเศียร
25อุทยานแห่งชาติภูเรือเลยยอดภูเรือ อากาศหนาว ทะเลหมอก และป่าสน
26วัดป่าภูก้อนอุดรธานีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวและวิหารกลางป่าเขา
27อุทยานแห่งชาติตาดโตนชัยภูมิน้ำตกตาดโตนบนลานหินกว้างและป่าเทือกเขาภูแลนคา
28วัดถ้ำผาแด่นสกลนครพุทธศิลป์แกะสลักหินทรายและวิวเทือกเขาภูพาน
29อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นครราชสีมาอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย น้ำตก สัตว์ป่า และมรดกโลก
30เขื่อนสิรินธรอุบลราชธานีอ่างเก็บน้ำและโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับพลังน้ำ
31เมืองคำชะโนดอุดรธานีป่าชะโนดและแหล่งศรัทธาเจ้าปู่ศรีสุทโธกับเจ้าย่าศรีปทุมมา
32พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงขอนแก่นนิทรรศการฟอสซิลและประวัติการค้นพบไดโนเสาร์ไทย
33พระธาตุขามแก่นขอนแก่นพระธาตุคู่เมืองและตำนานแก่นต้นมะขาม
34พุทธสถานภูสิงห์กาฬสินธุ์พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่และจุดชมวิวเขื่อนลำปาว
35ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานมหาสารคามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผ้าทอ และวัฒนธรรมอีสาน
36น้ำตกตาดกินรีบึงกาฬน้ำตกหลายชั้น ลานหินทราย และโขดหินคล้ายปลาโลมา
37น้ำตกตาดโพธิ์นครพนมน้ำตกหลายชั้นและเส้นทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติภูลังกา
38วัดถ้ำคูหาสวรรค์อุบลราชธานีถ้ำธรรมชาติ หลวงปู่คำคะนิง และวิวแม่น้ำโขง
39ปราสาทศีขรภูมิสุรินทร์ปรางค์อิฐห้าหลังและทับหลังพระศิวนาฏราช
40พระธาตุเรณูนครนครพนมเจดีย์สีชมพูขาวและมรดกวัฒนธรรมผู้ไท
41พระธาตุก่องข้าวน้อยยโสธรเจดีย์โบราณและตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
42วัดโพธิ์ชัยหนองคายหลวงพ่อพระใสและประเพณีสงกรานต์หนองคาย
43หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯมุกดาหารหอชมวิวเมืองและแม่น้ำโขง พร้อมนิทรรศการวัฒนธรรมท้องถิ่น
44อุทยานแห่งชาติไทรทองชัยภูมิทุ่งบัวสวรรค์ ผาหำหด และน้ำตกไทรทอง
45อุทยานแห่งชาติภูเวียงขอนแก่นแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์และภูเขาหินทราย
46บึงพลาญชัยร้อยเอ็ดบึงน้ำกลางเมือง เกาะกลางบึง และสวนสาธารณะ
47อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวอำนาจเจริญแอ่งบัวบนลานหิน ป่าภูพาน และภาพเขียนสีโบราณ
48น้ำตกตาดขามนครพนมน้ำตกสี่ชั้นและลำธารธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูลังกา
49พุทธสถานภูปอกาฬสินธุ์พระพุทธไสยาสน์แกะสลักหน้าผาหินทรายสององค์
50พระธาตุยาคู (พระธาตุใหญ่)กาฬสินธุ์เจดีย์โบราณในเมืองฟ้าแดดสงยางและประเพณีทะเลธุง
 
ตารางจังหวัด อำเภอ และประเภทที่เที่ยวภาคอีสาน
 
อันดับสถานที่จังหวัดอำเภอประเภท
1ภูกระดึงเลยภูกระดึงอุทยานแห่งชาติ / เดินป่า
2พนมรุ้งบุรีรัมย์เฉลิมพระเกียรติประวัติศาสตร์ / ปราสาทหิน
3พิมายนครราชสีมาพิมายประวัติศาสตร์ / โบราณคดี
4ผาแต้มอุบลราชธานีโขงเจียมอุทยาน / ภาพเขียนสีโบราณ
5บ้านเชียงคานเลยเชียงคานชุมชน / ถนนคนเดิน
6ทะเลบัวแดงอุดรธานีกุมภวาปีธรรมชาติ / ล่องเรือ
7พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงอุดรธานีหนองหานพิพิธภัณฑ์ / มรดกโลก
8สามพันโบกอุบลราชธานีโพธิ์ไทรธรรมชาติ / ธรณีวิทยา
9พระธาตุพนมนครพนมธาตุพนมวัด / พระธาตุ
10ป่าหินงามชัยภูมิเทพสถิตอุทยาน / ทุ่งดอกไม้
11หมู่บ้านช้างสุรินทร์สุรินทร์ท่าตูมชุมชน / วัฒนธรรม
12วัดล้านขวดศรีสะเกษขุนหาญวัด / สถาปัตยกรรม
13ภูทอกบึงกาฬศรีวิไลวัดป่า / ธรรมชาติ
14ศาลาแก้วกู่หนองคายเมืองหนองคายศิลปกรรม / วัฒนธรรม
15ภูผาเทิบมุกดาหารเมืองมุกดาหารอุทยาน / ธรณีวิทยา
16พิพิธภัณฑ์สิรินธรกาฬสินธุ์สหัสขันธ์พิพิธภัณฑ์ / ไดโนเสาร์
17พระธาตุนาดูนมหาสารคามนาดูนวัด / ประวัติศาสตร์
18ผาน้ำย้อยร้อยเอ็ดหนองพอกวัด / จุดชมวิว
19วัดถ้ำกลองเพลหนองบัวลำภูเมืองหนองบัวลำภูวัดป่า / ธรรมชาติ
20พระธาตุเชิงชุมสกลนครเมืองสกลนครวัด / พระธาตุ
21สวนพญาแถนยโสธรเมืองยโสธรสวนสาธารณะ / วัฒนธรรม
22วัดพระเหลาเทพนิมิตรอำนาจเจริญพนาวัด / พุทธศิลป์
23พระมหาธาตุแก่นนครขอนแก่นเมืองขอนแก่นวัด / จุดชมวิวเมือง
24ปราสาทเมืองต่ำบุรีรัมย์ประโคนชัยปราสาทหิน / โบราณคดี
25ภูเรือเลยภูเรืออุทยาน / ทะเลหมอก
26วัดป่าภูก้อนอุดรธานีนายูงวัดป่า / สถาปัตยกรรม
27ตาดโตนชัยภูมิเมืองชัยภูมิน้ำตก / อุทยาน
28วัดถ้ำผาแด่นสกลนครเมืองสกลนครวัด / พุทธศิลป์
29เขาใหญ่นครราชสีมาปากช่องอุทยาน / สัตว์ป่า / มรดกโลก
30เขื่อนสิรินธรอุบลราชธานีสิรินธรเขื่อน / พลังงาน / จุดชมวิว
31เมืองคำชะโนดอุดรธานีบ้านดุงความเชื่อ / พญานาค
32พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงขอนแก่นเวียงเก่าพิพิธภัณฑ์ / วิทยาศาสตร์
33พระธาตุขามแก่นขอนแก่นน้ำพองวัด / พระธาตุ
34พุทธสถานภูสิงห์กาฬสินธุ์สหัสขันธ์วัด / จุดชมวิว
35ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานมหาสารคามเมืองมหาสารคามพิพิธภัณฑ์ / วัฒนธรรม
36น้ำตกตาดกินรีบึงกาฬบึงโขงหลงน้ำตก / ธรรมชาติ
37น้ำตกตาดโพธิ์นครพนมบ้านแพงน้ำตก / เดินป่า
38วัดถ้ำคูหาสวรรค์อุบลราชธานีโขงเจียมวัด / ถ้ำ / จุดชมวิว
39ปราสาทศีขรภูมิสุรินทร์ศีขรภูมิปราสาทหิน / โบราณคดี
40พระธาตุเรณูนครนครพนมเรณูนครพระธาตุ / วัฒนธรรมผู้ไท
41พระธาตุก่องข้าวน้อยยโสธรเมืองยโสธรโบราณสถาน / ตำนานพื้นบ้าน
42วัดโพธิ์ชัยหนองคายเมืองหนองคายวัด / พระพุทธรูปสำคัญ
43หอแก้วมุกดาหารมุกดาหารเมืองมุกดาหารหอชมวิว / พิพิธภัณฑ์
44ไทรทองชัยภูมิหนองบัวระเหวอุทยาน / ดอกไม้ / หน้าผา
45อุทยานแห่งชาติภูเวียงขอนแก่นเวียงเก่าอุทยาน / ซากดึกดำบรรพ์
46บึงพลาญชัยร้อยเอ็ดเมืองร้อยเอ็ดสวนสาธารณะ / ชุมชน
47ภูสระดอกบัวอำนาจเจริญเสนางคนิคม และพื้นที่รอยต่ออุทยาน / ธรรมชาติ
48น้ำตกตาดขามนครพนมบ้านแพงน้ำตก / ธรรมชาติ
49พุทธสถานภูปอกาฬสินธุ์เมืองกาฬสินธุ์พุทธศิลป์ / โบราณคดี
50พระธาตุยาคูกาฬสินธุ์กมลาไสยเจดีย์โบราณ / ประวัติศาสตร์
 
แนะนำแผนเที่ยวภาคอีสานตามจำนวนวัน
การเที่ยวภาคอีสานให้คุ้มค่าควรเลือกสถานที่ที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันหรือจังหวัดใกล้เคียง เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่กว้างและแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองมาก การจัดเส้นทางตามภูมิศาสตร์ช่วยลดเวลาเดินทาง และทำให้มีเวลาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของแต่ละสถานที่ได้อย่างเต็มที่
 
แผนเที่ยวภาคอีสาน 1 วัน: เมืองขอนแก่น
สำหรับผู้ที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันและพักอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น สามารถเริ่มต้นด้วยการสักการะพระมหาธาตุแก่นนครที่วัดหนองแวง ชมงานพุทธศิลป์ภายในพระธาตุเก้าชั้นและทิวทัศน์บึงแก่นนคร จากนั้นพักผ่อนหรือเดินเล่นบริเวณบึงแก่นนครซึ่งอยู่ใกล้วัด ช่วงบ่ายสามารถเที่ยวพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ในตัวเมือง ก่อนปิดท้ายวันด้วยการรับประทานอาหารพื้นบ้านอีสานและชมบรรยากาศเมืองยามเย็น
 
เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักเดินทางที่ไม่ต้องการขับรถระยะไกล เพราะเน้นสถานที่ในเขตเมืองเป็นหลัก หากต้องการเพิ่มพระธาตุขามแก่นที่อำเภอน้ำพอง ควรปรับลดจุดแวะอื่นและเผื่อเวลาการเดินทางออกนอกเมือง
 
แผนเที่ยวภาคอีสาน 2 วัน 1 คืน: บุรีรัมย์ เส้นทางปราสาทหิน
วันที่ 1: เริ่มจากอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เดินชมทางเดินเสานางเรียง สะพานนาคราช ปรางค์ประธาน และงานจำหลักหินทรายซึ่งสะท้อนคติศาสนาฮินดู หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยังปราสาทหินเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย เพื่อชมกลุ่มปรางค์อิฐและสระน้ำรูปตัวแอลประดับพญานาค การชมโบราณสถานทั้งสองแห่งในวันเดียวกันช่วยให้เปรียบเทียบรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรบนยอดเขากับศาสนสถานในพื้นที่ราบได้อย่างชัดเจน จากนั้นพักค้างคืนในอำเภอนางรองหรือพื้นที่ใกล้เคียงตามความสะดวก
 
วันที่ 2: เดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือวิถีชุมชนอื่นในจังหวัดบุรีรัมย์ เลือกแวะชุมชนทอผ้าไหมหรือแหล่งเรียนรู้งานหัตถกรรมที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางกลับ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมขอม และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยไม่จำเป็นต้องเร่งข้ามไปจังหวัดที่อยู่ไกลภายในวันเดียว
 
แผนเที่ยวภาคอีสาน 3 วัน 2 คืน: อุบลราชธานี เส้นทางแม่น้ำโขง
วันที่ 1: เริ่มจากตัวเมืองอุบลราชธานีและเดินทางไปอำเภอโขงเจียม เที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์เพื่อเรียนรู้ประวัติหลวงปู่คำคะนิงและชมวิวแม่น้ำโขง จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดชมทิวทัศน์บริเวณแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง พักค้างคืนในอำเภอโขงเจียมเพื่อให้สะดวกต่อการเที่ยวธรรมชาติในเช้าวันถัดไป
 
วันที่ 2: เที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มตั้งแต่ช่วงเช้า ชมหน้าผาริมแม่น้ำโขง เสาเฉลียง และเส้นทางภาพเขียนสีโบราณ โดยเผื่อเวลาสำหรับการเดินเท้าและการศึกษาความสำคัญของหลักฐานทางโบราณคดี ช่วงบ่ายสามารถเที่ยวแหล่งธรรมชาติในอำเภอโขงเจียมเพิ่มเติมตามสภาพอากาศและเวลาเปิดให้เข้าชม ก่อนพักค้างคืนในพื้นที่
 
วันที่ 3: เดินทางไปเขื่อนสิรินธร เพื่อชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำและเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าจากน้ำร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ หากมีเวลาและสถานที่เปิดให้เข้าชม สามารถแวะศาสนสถานหรือชุมชนในอำเภอสิรินธรก่อนเดินทางกลับตัวเมืองอุบลราชธานี
 
สามพันโบกเป็นอีกแหล่งธรรมชาติสำคัญของอุบลราชธานี แต่ตั้งอยู่คนละเส้นทางกับเขื่อนสิรินธรและผาแต้ม หากต้องการเที่ยวสามพันโบกด้วย ควรเพิ่มวันเดินทางหรือจัดเป็นทริปแยก โดยเลือกช่วงน้ำโขงลดต่ำซึ่งสามารถมองเห็นลานหินได้ชัดเจน
 
แผนเที่ยวสายศรัทธา: นครพนมและมุกดาหาร ผู้สนใจพระธาตุและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงสามารถเลือกเส้นทางเริ่มจากพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม แล้วเดินทางต่อไปพระธาตุเรณูนคร อำเภอเรณูนคร เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมผู้ไทและสักการะพระธาตุสำคัญทั้งสองแห่ง หากพักค้างคืนและมีเวลาอีกหนึ่งวัน สามารถเดินทางตามแนวแม่น้ำโขงไปจังหวัดมุกดาหารเพื่อชมหอแก้วมุกดาหารและศึกษาประวัติกลุ่มชาติพันธุ์ริมแม่น้ำได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจการทำบุญ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมชุมชน
 
แผนเที่ยวครอบครัว: กาฬสินธุ์และขอนแก่น สำหรับครอบครัวที่มีเด็กและผู้สนใจไดโนเสาร์ สามารถเลือกเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเรียนรู้เรื่องฟอสซิลจากภูกุ้มข้าว ก่อนแวะพุทธสถานภูสิงห์ซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกัน วันถัดไปเดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงและแหล่งธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติภูเวียง เส้นทางนี้ช่วยเชื่อมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการสำรวจแหล่งฟอสซิลและภูมิทัศน์ธรรมชาติจริง
 
ข้อแนะนำในการวางแผนเที่ยวภาคอีสาน นักท่องเที่ยวควรตรวจฤดูกาลเปิดอุทยานแห่งชาติ สภาพน้ำตก ช่วงดอกไม้บาน และระดับน้ำแม่น้ำโขงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะภูกระดึง ทุ่งดอกกระเจียว ทะเลบัวแดง และสามพันโบก ซึ่งมีช่วงเวลาท่องเที่ยวที่เหมาะสมแตกต่างกัน สำหรับพื้นที่ภูเขาและอุทยาน ควรเผื่อเวลาการเดินทางมากกว่าพื้นที่เมือง รวมถึงเตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะกับกิจกรรม ส่วนการเที่ยวศาสนสถานควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละแห่ง
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ภาคอีสานมีกี่จังหวัด และจังหวัดใดน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: ภาคอีสานมีทั้งหมด 20 จังหวัด แต่ละจังหวัดมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น เลยเหมาะกับการเที่ยวภูเขาและสัมผัสอากาศเย็น บุรีรัมย์และสุรินทร์โดดเด่นด้านปราสาทหินโบราณ อุบลราชธานีมีธรรมชาติริมแม่น้ำโขง ขอนแก่นและกาฬสินธุ์มีแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ ส่วนนครพนม หนองคาย และมุกดาหารมีศาสนสถานและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงที่น่าสนใจ
 
ถาม: ที่เที่ยวภาคอีสาน 2570 มีสถานที่ใดที่ควรไปอย่างน้อยหนึ่งครั้ง?
ตอบ: สถานที่เด่นที่เหมาะกับการจัดไว้ในแผนเดินทาง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อุทยานแห่งชาติผาแต้ม บ้านเชียงคาน ทะเลบัวแดง พระธาตุพนม และสามพันโบก โดยเลือกตามความสนใจ ระยะเวลาที่มี และฤดูกาลที่เหมาะสม
 
ถาม: เที่ยวภาคอีสานช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวภูเขา ชุมชน และสถานที่กลางแจ้งหลายแห่ง เพราะอากาศโดยทั่วไปเย็นลง ส่วนช่วงฤดูฝนเหมาะกับการชมความเขียวขจีของป่าและทุ่งดอกกระเจียวในชัยภูมิ ขณะที่สามพันโบกเหมาะกับช่วงน้ำโขงลด และทะเลบัวแดงมีความโดดเด่นในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ควรตรวจสภาพอากาศและฤดูกาลของสถานที่แต่ละแห่งก่อนเดินทาง
 
ถาม: เที่ยวภาคอีสาน 3 วัน 2 คืน ควรไปจังหวัดไหนดี?
ตอบ: หากชอบประวัติศาสตร์สามารถเลือกนครราชสีมาและบุรีรัมย์ โดยเน้นปราสาทหินพิมาย พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ หากชอบแม่น้ำโขงและธรรมชาติสามารถเลือกจังหวัดอุบลราชธานี โดยเที่ยวโขงเจียม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และเขื่อนสิรินธร ส่วนผู้สนใจวัดและวัฒนธรรมสามารถเลือกเส้นทางนครพนมและมุกดาหาร โดยควรเผื่อเวลาเดินทางตามระยะทางจริง
 
ถาม: ที่เที่ยวภาคอีสานสำหรับครอบครัวและเด็กมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่เหมาะสำหรับครอบครัว ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด สวนสาธารณะพญาแถน จังหวัดยโสธร และทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี โดยกิจกรรมล่องเรือและเดินชมธรรมชาติควรพิจารณาความปลอดภัยและความเหมาะสมกับอายุของเด็ก
 
ถาม: ที่เที่ยวภาคอีสานสำหรับสายธรรมชาติและเดินป่ามีแห่งใดบ้าง?
ตอบ: ผู้ชื่นชอบธรรมชาติสามารถเลือกอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติภูลังกาซึ่งมีน้ำตกตาดโพธิ์ น้ำตกตาดขาม และน้ำตกตาดกินรี โดยควรตรวจสภาพเส้นทางและการเปิดเข้าชมก่อนเดินทาง
 
ถาม: ภาคอีสานมีที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ใดน่าสนใจ?
ตอบ: แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทหินเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางซึ่งมีพระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ สถานที่เหล่านี้สะท้อนพัฒนาการของชุมชนและศิลปกรรมในหลายยุคสมัย
 
ถาม: การเที่ยวภาคอีสานจำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นสำหรับสถานที่ในตัวเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีรถโดยสารเข้าถึง แต่รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ ภูเขา น้ำตก และโบราณสถานที่อยู่ห่างจากตัวเมือง นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวควรเลือกพักในเมืองหลักและตรวจระบบขนส่งท้องถิ่นหรือบริการรถรับจ้างก่อนจัดเส้นทาง

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(30)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(3)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)