หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.โพธิ์ไทร >ต.สองคอน > แก่งสองคอน (สามพันโบก)
TL;DR: แก่งสองคอน (สามพันโบก) อยู่ที่บริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 00.00 – 23.59 น. จุดเด่นคือ แอ่งหินทรงกลม ทรงรี และรูปทรงธรรมชาติหลากหลาย มีหินรูปหัวสุนัข ร่องหินขนาดใหญ่ และลานแก่งหินกว้างริมแม่น้ำโขง.

อุบลราชธานี

แก่งสองคอน (สามพันโบก)

แก่งสองคอน (สามพันโบก)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 00.00 – 23.59 น.
ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม
 
แก่งสองคอน หรือ สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอโพธิ์ไทร ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน จังหวัดอุบลราชธานี โดดเด่นด้วยแก่งหินทรายขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขงที่มีแอ่งหินนับพันแอ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นผิวหิน จนได้รับการเรียกขานอย่างแพร่หลายว่า “สามพันโบก” และ “แกรนด์แคนยอนน้ำโขง” ความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้เกิดจากพลังของธรรมชาติ ไม่ใช่การก่อสร้างของมนุษย์ กระแสน้ำโขงที่ไหลแรงในฤดูน้ำหลากได้กัดเซาะพื้นหินทรายเป็นเวลายาวนาน ทำให้เกิดหลุม บ่อ ร่อง แอ่ง และรูปทรงหินแปลกตาจำนวนมาก เมื่อถึงฤดูแล้ง น้ำโขงลดระดับลง แก่งหินที่เคยจมอยู่ใต้น้ำจะค่อย ๆ โผล่พ้นผิวน้ำ กลายเป็นภูมิทัศน์หินกว้างใหญ่กลางลำน้ำโขงที่สวยงาม ดิบ ลึก และมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
สามพันโบกเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวอุบลราชธานีในมุมลึก เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงจุดถ่ายภาพสวย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำโขง ธรณีวิทยา วิถีชีวิตริมฝั่งน้ำ และตำนานท้องถิ่นได้อย่างครบถ้วน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะเห็นแก่งหินกว้างใหญ่ซึ่งมีแอ่งน้ำมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “โบก” คำว่า “โบก” เป็นภาษาลาวและภาษาท้องถิ่นริมโขง หมายถึงแอ่งหรือบ่อน้ำลึกในแก่งหิน เมื่อรวมกับจำนวนแอ่งที่มีมากมายจึงเกิดชื่อ “สามพันโบก” ซึ่งกลายเป็นชื่อที่จำง่าย ตรงกับลักษณะภูมิประเทศ และสะท้อนรากทางภาษาและวัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งโขงได้อย่างดี
 
ลักษณะทางธรรมชาติของสามพันโบกเกิดขึ้นจากแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำที่ไหลผ่านแก่งหินด้วยความเร็วและแรงจะพัดพาทราย กรวด และเศษหินให้หมุนวนอยู่ตามรอยแตกหรือจุดต่ำของชั้นหิน เมื่อน้ำวนซ้ำอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน วัสดุเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนเครื่องขัดธรรมชาติ ค่อย ๆ กัดกร่อนหินให้ลึกและกว้างขึ้น จนเกิดเป็นแอ่งหินทรงกลม ทรงรี และรูปทรงอิสระต่าง ๆ แอ่งบางแห่งมีขนาดเล็กพอดีฝ่ามือ บางแห่งกว้างเหมือนสระน้ำขนาดย่อม และบางแห่งลึกจนเห็นชั้นหินด้านในชัดเจน นี่คือเหตุผลที่สามพันโบกมีผิวหินแปลกตาเหมือนงานประติมากรรมกลางแม่น้ำโขง
 
ความมหัศจรรย์ของสามพันโบกจะปรากฏชัดที่สุดในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ระดับน้ำโขงลดลงจนแก่งหินโผล่ให้เห็นอย่างเต็มตา ช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปชมลานหิน แอ่งน้ำ รูปทรงหิน และจุดถ่ายภาพสำคัญได้สะดวกกว่าฤดูน้ำหลาก เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและฤดูน้ำมาก พื้นที่แก่งหินจำนวนมากจะจมอยู่ใต้น้ำ การเดินชมบริเวณแก่งจึงไม่เหมาะเท่าฤดูแล้ง สามพันโบกจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีฤดูกาลชัดเจน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นภาพ “แกรนด์แคนยอนน้ำโขง” อย่างสมบูรณ์ควรวางแผนเดินทางในช่วงน้ำลด
 
สิ่งที่ทำให้สามพันโบกมีชื่อเสียงไม่ได้อยู่ที่จำนวนแอ่งหินเท่านั้น แต่อยู่ที่ความหลากหลายของรูปทรงหินที่ธรรมชาติสร้างขึ้น บางแอ่งมีรูปร่างคล้ายวงกลม บางแอ่งคล้ายรูปหัวใจ บางแอ่งคล้ายรูปดาว บางมุมเห็นเหมือนหน้าสัตว์หรือสิ่งของตามจินตนาการของผู้ชม หนึ่งในจุดที่ได้รับการพูดถึงมากคือหินรูปหัวสุนัขบริเวณทางเข้า ซึ่งเชื่อมโยงกับตำนานท้องถิ่นหลายสำนวน ตำนานหนึ่งเล่าว่าในอดีตมีเจ้าเมืองผู้เรืองอำนาจประทับใจความงามของสามพันโบก จึงส่งเสนาเข้ามาศึกษาพื้นที่ เมื่อเสนาพบขุมทรัพย์ทองคำ เจ้าเมืองจึงให้สุนัขเฝ้าทางเข้าไว้ แต่เมื่อเกิดความโลภ เจ้าเมืองออกไปทางอื่น สุนัขผู้ภักดีจึงเฝ้ารอจนตายและกลายเป็นหินรูปสุนัข อีกตำนานหนึ่งเล่าว่าลูกพญานาคเป็นผู้ขุดเส้นทางน้ำ และมอบหมายให้สุนัขเฝ้าทางเข้าระหว่างการขุด จนสุนัขตายลงและกลายเป็นหินในที่สุด
 
ตำนานหินรูปสุนัขทำให้สามพันโบกมีมิติทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นจากความงามทางธรรมชาติ เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงก้อนหินรูปร่างแปลก แต่ยังได้สัมผัสเรื่องเล่าที่คนท้องถิ่นใช้เชื่อมโยงภูมิประเทศกับความเชื่อ ความภักดี ความโลภ และพญานาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของลุ่มน้ำโขง ตำนานเหล่านี้ทำให้หินแต่ละก้อนมีความหมายมากขึ้น และช่วยให้การเดินเที่ยวสามพันโบกกลายเป็นการอ่านภูมิทัศน์ผ่านทั้งสายตาและเรื่องเล่าของชุมชน
 
สามพันโบกยังมีลักษณะคล้ายหุบผาหินขนาดย่อมในบางช่วง พื้นหินทรายถูกกัดเซาะจนเกิดร่องลึกและแนวผนังหินที่ดูคล้ายภูมิประเทศแห้งแล้งในต่างประเทศ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจึงนิยมเรียกที่นี่ว่า “แกรนด์แคนยอนน้ำโขง” แม้ขนาดและบริบทจะต่างจากแกรนด์แคนยอนในสหรัฐอเมริกา แต่ความรู้สึกเมื่อยืนอยู่กลางลานหินกว้าง เห็นแอ่งหิน ร่องหิน และแม่น้ำโขงไหลผ่านด้านข้าง ก็ให้ภาพของภูมิประเทศที่ยิ่งใหญ่และไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปในประเทศไทย ความพิเศษคือสามพันโบกมีทั้งหิน น้ำ ทราย ลม แสง และวิถีชีวิตชุมชนริมโขงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
พื้นที่แก่งสามพันโบกสัมพันธ์กับบ้านสองคอนและหาดสลึงอย่างใกล้ชิด หาดสลึงเป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวตามแนวแม่น้ำโขง และเป็นจุดขึ้นเรือสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องชมสามพันโบกและแหล่งท่องเที่ยวริมโขงใกล้เคียง การล่องเรือช่วยให้เห็นภูมิทัศน์ในมุมที่แตกต่างจากการเดินบนแก่ง เพราะระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เห็นฝั่งแม่น้ำ โขดหิน กระแสน้ำ ชุมชนริมโขง และจุดสำคัญอย่างปากบ้องและหินหัวพะเนียง เส้นทางทางเรือทำให้เข้าใจว่าสามพันโบกไม่ได้เป็นจุดท่องเที่ยวโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิทัศน์แม่น้ำโขงที่มีทั้งหาด แก่ง โตรกหิน จุดแคบของแม่น้ำ และหมู่บ้านประมงท้องถิ่น
 
ปากบ้องเป็นอีกจุดสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวใกล้สามพันโบก เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแคบมาก โดยมีความกว้างของลำน้ำประมาณ 56 เมตร จุดนี้ทำให้เห็นพลังของแม่น้ำโขงในลักษณะที่แตกต่างจากช่วงแม่น้ำกว้างทั่วไป กระแสน้ำถูกบีบให้ไหลผ่านช่องแคบระหว่างฝั่งหิน ทำให้เกิดภาพของสายน้ำที่มีพลังและชัดเจนมากขึ้น บริเวณปากบ้องยังเกี่ยวข้องกับวิถีประมงของชาวบ้าน ซึ่งยังคงใช้ความรู้ท้องถิ่นในการอ่านกระแสน้ำ ฤดูกาล และพฤติกรรมปลาในแม่น้ำโขง
 
ใกล้กับปากบ้องมีหินหัวพะเนียง ซึ่งเป็นแก่งใหญ่ขวางกลางลำน้ำโขง ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็น 2 สาย หรือที่ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “สองคอน” จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอน ลักษณะของหินหัวพะเนียงช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศของแม่น้ำโขงมีผลต่อชื่อหมู่บ้านและวิถีชีวิตของผู้คนโดยตรง หินกลางน้ำไม่ใช่เพียงอุปสรรคทางธรรมชาติ แต่เป็นจุดกำหนดเส้นทางน้ำ จุดจับปลา จุดสังเกตภูมิประเทศ และรากของชื่อชุมชน
 
บริเวณบ้านสองคอนและโพธิ์ไทรยังมีประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขง โดยเฉพาะประเพณีแข่งตักปลาที่จัดขึ้นราวเดือนกุมภาพันธ์ การตักปลาเป็นวิถีจับปลาที่สืบทอดจากภูมิปัญญาชาวบ้านริมโขง ใช้อุปกรณ์และความชำนาญในการอ่านจังหวะน้ำมากกว่าการใช้เครื่องมือสมัยใหม่ ประเพณีนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแม่น้ำอย่างลึกซึ้ง เพราะชาวบ้านไม่ได้มองแม่น้ำโขงเป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่เป็นพื้นที่ทำกิน พื้นที่สืบทอดความรู้ และพื้นที่ที่กำหนดจังหวะชีวิตของชุมชน
 
หาดหงส์เป็นอีกจุดที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเที่ยวสามพันโบก เพราะเกิดจากการพัดพาตะกอนทรายของแม่น้ำโขงมาทับถมกันจนกลายเป็นเนินทรายกว้างใหญ่ ลักษณะของหาดหงส์ให้บรรยากาศคล้ายทะเลทรายขนาดย่อมริมแม่น้ำโขง จึงมักถูกเรียกว่า “มินิซาฮาร่า” หรือ “มินิมุยเน่” ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเที่ยวหาดหงส์คือช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น เพราะแสงทองของพระอาทิตย์จะกระทบกับผืนทราย ทำให้ทรายสีอ่อนเกิดประกายสวยงามและเหมาะกับการถ่ายภาพมาก หาดหงส์จึงเป็นจุดปิดท้ายทริปสามพันโบกที่ลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ตกริมโขง
 
หาดหินสีหรือทุ่งหินเหลื่อมเป็นจุดที่สะท้อนความหลากหลายของหินริมแม่น้ำโขงได้ดี บริเวณนี้เป็นลานหินกว้างสลับกับหาดทราย หินบางส่วนมีผิวเรียบเป็นมันและมีสีต่าง ๆ เช่น เหลือง เทา เขียว ม่วง ส้ม และน้ำเงินตามแร่ธาตุและผิวหินที่ถูกน้ำขัดสี จุดนี้ทำให้การเที่ยวสามพันโบกมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้เห็นเพียงแอ่งหินที่สามพันโบก แต่ยังได้เห็นลานหินสี แก่งหิน และสภาพแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนรูปไปตามตำแหน่งภูมิประเทศ
 
หลักศิลาเลขเป็นจุดสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ก่อนถึงหาดหงส์ เป็นหลักที่ฝรั่งเศสทำไว้เพื่อบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือในช่วงที่ฝรั่งเศสปกครองลาว หลักศิลาเลขจึงช่วยเติมมิติประวัติศาสตร์ให้กับเส้นทางสามพันโบก เพราะแม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังเป็นเส้นทางคมนาคม เส้นทางเศรษฐกิจ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเดินเรือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขง
 
การเดินชมสามพันโบกควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี เพราะลานหินมีทั้งส่วนเรียบ ส่วนขรุขระ ร่องหิน แอ่งน้ำ และบางจุดต้องก้าวข้ามแนวหินหรือเดินขึ้นลงตามระดับธรรมชาติ พื้นหินในช่วงกลางวันอาจร้อนมาก โดยเฉพาะฤดูแล้ง นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และเสื้อผ้าที่คล่องตัว หากมาในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นมากควรมีไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์ติดตัว การเดินบนหินหลังฝนตกหรือบริเวณที่มีตะไคร่น้ำต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะบางจุดลื่นและอยู่ใกล้หลุมลึก
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมสามพันโบกคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น ช่วงเช้าให้แสงอ่อน อากาศสบาย และเหมาะกับการถ่ายภาพแอ่งน้ำสะท้อนท้องฟ้า ส่วนช่วงเย็นให้แสงทองที่เน้นพื้นผิวหินและร่องลึกให้มีมิติชัดขึ้น นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพนิยมเลือกช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก เพราะแสงเฉียงช่วยทำให้ลายหินและแอ่งน้ำดูมีความลึกกว่าช่วงแดดจัดกลางวัน สำหรับผู้ที่ต้องการล่องเรือ ควรวางแผนเวลาให้สอดคล้องกับระดับน้ำและบริการเรือท้องถิ่น
 
โซนหลักของสามพันโบกสามารถแบ่งได้เป็นลานแก่งหินสามพันโบก จุดแอ่งหินขนาดใหญ่ จุดหินรูปหัวสุนัข จุดถ่ายภาพแอ่งรูปร่างต่าง ๆ ทางลงแก่ง จุดขึ้นลงเรือบริเวณหาดสลึง เส้นทางล่องเรือผ่านปากบ้อง หินหัวพะเนียง หาดสองคอน หาดหงส์ หาดหินสี และหลักศิลาเลข แต่ละโซนมีบุคลิกแตกต่างกัน ลานแก่งหินเหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพระยะใกล้ หาดสลึงเหมาะกับการขึ้นเรือและชมทรายริมโขง ปากบ้องเหมาะกับการดูจุดแคบของแม่น้ำ หาดหงส์เหมาะกับแสงเย็น ส่วนหลักศิลาเลขเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การเดินเรือ
 
การเดินทางไปสามพันโบกจากตัวเมืองอุบลราชธานีสามารถใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอำเภอตระการพืชผลไปยังอำเภอโพธิ์ไทร ระยะทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 120 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านสองคอนและจุดท่องเที่ยวสามพันโบกอีกประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือการเดินทางแบบเหมารถ เพราะจะควบคุมเวลาได้ดีกว่าขนส่งสาธารณะ ผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรออกเดินทางล่วงหน้าหรือพักค้างคืนในพื้นที่โพธิ์ไทร สองคอน หรือเขมราฐ เพื่อไม่ต้องขับรถไกลในช่วงเช้ามืด
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถเดินทางมายังอำเภอโพธิ์ไทรหรือพื้นที่ใกล้บ้านสองคอน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือประสานบริการรับส่งในพื้นที่ การเที่ยวสามพันโบกแบบล่องเรือมักเริ่มจากหาดสลึง ซึ่งเป็นจุดขึ้นเรือที่เชื่อมไปยังสามพันโบกและแหล่งท่องเที่ยวริมโขงใกล้เคียง นักท่องเที่ยวควรเลือกผู้ให้บริการในพื้นที่ที่คุ้นเคยกับระดับน้ำ เส้นทางแก่ง และจุดจอดเรือ เพราะแม่น้ำโขงมีสภาพเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การมีผู้นำทางหรือคนเรือท้องถิ่นช่วยให้เที่ยวได้ครบและปลอดภัยกว่าเดินทางเองโดยไม่รู้เส้นทาง
 
ค่าเข้าชมสามพันโบกไม่เสียค่าเข้าชม แต่การท่องเที่ยวบางรูปแบบมีค่าใช้จ่ายแยก เช่น ค่าบริการเรือท่องเที่ยว ค่ารถรับส่งในพื้นที่ ค่าจอดรถ หรือค่าบริการจากผู้ให้บริการท้องถิ่นตามเงื่อนไขหน้างาน การเข้าใจส่วนนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนงบประมาณได้ชัดเจน สามพันโบกสามารถเดินเที่ยวบางส่วนได้โดยไม่ต้องใช้เรือ แต่การล่องเรือจะช่วยให้เห็นเส้นทางปากบ้อง หินหัวพะเนียง หาดหงส์ หาดหินสี และภูมิทัศน์ริมโขงในมุมกว้างมากขึ้น
 
สามพันโบกเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ควรเที่ยวอย่างเคารพสถานที่ ไม่ควรทิ้งขยะลงในแอ่งหิน ไม่ขีดเขียนบนหิน ไม่นำหิน กรวด หรือวัสดุธรรมชาติออกจากพื้นที่ ไม่กระโดดลงหลุมลึก ไม่ปีนป่ายจุดที่เสี่ยงอันตราย และไม่ลงใกล้น้ำเชี่ยวโดยไม่มีคนท้องถิ่นแนะนำ แอ่งหินเหล่านี้ใช้เวลายาวนานในการก่อรูป การรักษาสภาพพื้นหินให้สะอาดและไม่เสียหายจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของนักท่องเที่ยวทุกคน
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว สามพันโบกเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ดีมาก เด็กสามารถเห็นตัวอย่างจริงของการกัดเซาะ การเกิดแอ่งหิน การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และบทบาทของแม่น้ำโขงต่อชุมชนริมฝั่ง ผู้ปกครองสามารถอธิบายได้ง่ายว่ากระแสน้ำและทรายขัดหินให้กลายเป็นหลุมได้อย่างไร ทำไมบางหลุมจึงลึก ทำไมฤดูฝนถึงมองไม่เห็นแก่ง และทำไมฤดูแล้งจึงเป็นช่วงที่สถานที่นี้สวยที่สุด แต่ต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะลานหินมีหลุมลึกและพื้นต่างระดับหลายจุด
 
สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงลึก สามพันโบกควรถูกมองเป็นทั้งแหล่งธรณีวิทยา แหล่งวัฒนธรรมริมโขง และเส้นทางเรียนรู้ชุมชน ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ ภูมิประเทศที่เห็นเป็นผลจากแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตำนานหินรูปสุนัขและพญานาคสะท้อนโลกทัศน์ของคนลุ่มน้ำโขง ประเพณีจับปลาสะท้อนภูมิปัญญาอาชีพ และหลักศิลาเลขสะท้อนประวัติศาสตร์การเดินเรือ เมื่อรวมองค์ประกอบทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน สามพันโบกจึงเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องได้หลายชั้น ทั้งเรื่องหิน น้ำ เวลา คน และความทรงจำของลุ่มน้ำโขง
 
ร้านอาหารใกล้สามพันโบกมีทั้งร้านในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารริมโขง ร้านอาหารไทยและอีสาน รวมถึงคาเฟ่ในอำเภอโพธิ์ไทร นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนรับประทานอาหารก่อนหรือหลังลงแก่งได้ โดยเฉพาะเมนูปลาแม่น้ำโขง อาหารอีสาน และอาหารจานเดียวที่เหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัว ส่วนที่พักใกล้สามพันโบกมีทั้งรีสอร์ทในพื้นที่โพธิ์ไทร ที่พักใกล้หาดสลึง และที่พักในเส้นทางเขมราฐซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมทริปสามพันโบกกับถนนคนเดินเขมราฐหรือแหล่งท่องเที่ยวริมโขงตอนบน
 
หากต้องการจัดทริปแบบเต็มวัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากสามพันโบกในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ จากนั้นต่อด้วยหาดสลึง ปากบ้อง หินหัวพะเนียง หาดหงส์ และหาดหินสี หากมีเวลามากขึ้นสามารถเพิ่มต้นจามจุรีร้อยปีโพธิ์ไทร หรือเดินทางต่อไปยังเขมราฐเพื่อชมถนนคนเดินและบรรยากาศเมืองเก่าริมแม่น้ำโขง การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นอุบลราชธานีตอนเหนือในมุมที่ครบขึ้น ทั้งธรรมชาติ แม่น้ำ หิน ทราย ชุมชน และอาหารท้องถิ่น
 
โดยสรุป แก่งสองคอนหรือสามพันโบกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีคุณค่ามากของจังหวัดอุบลราชธานี เพราะเป็นภูมิทัศน์หินทรายกลางแม่น้ำโขงที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำวนในช่วงฤดูน้ำหลาก แอ่งหินมากกว่า 3,000 แอ่งทำให้พื้นที่นี้โดดเด่นและไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมความงามของแก่งหิน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทั้งแอ่งหิน รูปทรงหิน ตำนานท้องถิ่น หาดทราย จุดแคบของแม่น้ำโขง วิถีประมง และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่เชื่อมโยงกันเป็นเส้นทางเดียว สามพันโบกจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนไทย ชาวต่างชาติ นักถ่ายภาพ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแม่น้ำโขงอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่แก่งสองคอน / สามพันโบก
ชื่อเรียกอื่นแก่งสามพันโบก, แกรนด์แคนยอนน้ำโขง
ที่ตั้งบริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี 34340
ไฮไลต์แก่งหินทรายกลางแม่น้ำโขงที่มีแอ่งหินมากกว่า 3,000 แอ่ง ปรากฏชัดในช่วงฤดูแล้งและได้รับการเรียกว่าแกรนด์แคนยอนน้ำโขง
ประวัติ / สมัย / ยุคเกิดจากกระแสน้ำโขงกัดเซาะหินทรายเป็นเวลายาวนานในช่วงฤดูน้ำหลาก จนเกิดเป็นแอ่งหิน ร่องหิน และภูมิทัศน์แก่งหินขนาดใหญ่
ที่มาของชื่อคำว่า “โบก” หมายถึงแอ่งหรือบ่อน้ำลึกในแก่งหิน สามพันโบกจึงหมายถึงแก่งหินที่มีแอ่งน้ำจำนวนมากนับพันแห่ง
ลักษณะเด่นแอ่งหินทรงกลม ทรงรี และรูปทรงธรรมชาติหลากหลาย มีหินรูปหัวสุนัข ร่องหินขนาดใหญ่ และลานแก่งหินกว้างริมแม่น้ำโขง
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวเดือนธันวาคม – พฤษภาคม โดยช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะสำหรับเดินชมแก่ง ถ่ายภาพ และล่องเรือ
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอำเภอตระการพืชผลไปยังอำเภอโพธิ์ไทร ระยะทางประมาณ 120 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านสองคอนและพื้นที่สามพันโบกอีกประมาณ 3 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำโขงของอำเภอโพธิ์ไทร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ00.00 – 23.59 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม ค่าบริการเรือ รถรับส่ง หรือบริการท้องถิ่นคิดแยกตามบริการที่เลือกใช้
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ จุดขึ้นเรือบริเวณหาดสลึง ร้านอาหารท้องถิ่น จุดชมวิว พื้นที่ถ่ายภาพ และบริการนำเที่ยวชุมชนตามฤดูกาล
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญลานแก่งหินสามพันโบก, แอ่งหินมากกว่า 3,000 แอ่ง, หินรูปหัวสุนัข, ทางลงแก่ง, หาดสลึง, ปากบ้อง, หินหัวพะเนียง, หาดสองคอน, หลักศิลาเลข, หาดหงส์ และหาดหินสี
ผู้ดูแลองค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี และชุมชนท่องเที่ยวบ้านสองคอน
เบอร์ติดต่อหลักองค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน โทร. 045-251-891 / ผู้ประสานงานรถและเรือท่องเที่ยวสามพันโบก โทร. 094-383-8997
เว็บไซต์ / เพจทางการองค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หาดหงส์ ประมาณ 1 กม.
2. หาดสลึง อุบล ประมาณ 3 กม.
3. ต้นจามจุรีร้อยปี โพธิ์ไทร ประมาณ 3 กม.
4. หาดหินสี ประมาณ 5 กม.
5. ปากบ้อง จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขง ประมาณ 4 กม.
6. หินหัวพะเนียง ประมาณ 4 กม.
7. หลักศิลาเลข ประมาณ 6 กม.
8. หาดแห่ ประมาณ 7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวระเบียงโขง ประมาณ 1 กม.
2. ครัวสามพันโบก ประมาณ 4 กม. โทร. 085-026-6295, 087-242-3601
3. ครัวสองคอนรีสอร์ท ประมาณ 3 กม.
4. Jungle Cafe สาขาโพธิ์ไทร อุบลราชธานี ประมาณ 15 กม. โทร. 099-118-2537
5. Phosai Coops and Farm ประมาณ 15 กม. โทร. 080-929-8788
6. ครัวชมดาว ปลายฟ้ารีสอร์ต อุบล ประมาณ 9 กม. โทร. 085-495-2373
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านสวนณัฐชนา ประมาณ 4 กม.
2. ปลายฟ้ารีสอร์ท สามพันโบก ประมาณ 9 กม. โทร. 085-495-2373
3. สองคอนรีสอร์ท ประมาณ 3 กม.
4. The Goose Farm Stay ประมาณ 17 กม.
5. The Khong @ Khemarat ประมาณ 33 กม. โทร. 063-038-9888, 080-010-8999
6. แลโขง River Resort ประมาณ 32 กม. โทร. 087-111-2836
7. ผาแต้ม & แก่งพิศมัยริเวอร์ไซด์ ประมาณ 46 กม. โทร. 093-321-9889
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แก่งสองคอนหรือสามพันโบกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แก่งสองคอนหรือสามพันโบกตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมแม่น้ำโขงที่มีแก่งหินและแอ่งหินจำนวนมาก
 
ถาม: สามพันโบกเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สามพันโบกเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 00.00 – 23.59 น. ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น
 
ถาม: สามพันโบกมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: สามพันโบกไม่เสียค่าเข้าชม แต่ค่าบริการเรือ รถรับส่ง หรือบริการนำเที่ยวชุมชนคิดแยกตามบริการที่เลือกใช้
 
ถาม: ควรไปเที่ยวสามพันโบกช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: เดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะที่สุด เพราะระดับน้ำโขงลดลงและแก่งหินจะโผล่ให้เห็นชัด สามารถเดินชมแอ่งหินและถ่ายภาพได้สวย
 
ถาม: คำว่า “โบก” ในสามพันโบกหมายถึงอะไร?
ตอบ: “โบก” หมายถึงแอ่งหรือบ่อน้ำลึกในแก่งหิน สามพันโบกจึงหมายถึงพื้นที่ที่มีแอ่งหินจำนวนมากนับพันแห่งบนแก่งหินกลางแม่น้ำโขง
 
ถาม: สามพันโบกเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: สามพันโบกเกิดจากกระแสน้ำโขงในฤดูน้ำหลากกัดเซาะหินทรายเป็นเวลายาวนาน น้ำวน ทราย กรวด และเศษหินค่อย ๆ ขัดผิวหินจนกลายเป็นแอ่งและร่องหินรูปทรงต่าง ๆ
 
ถาม: ถ้าไปสามพันโบกควรเที่ยวที่ไหนใกล้เคียงต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หาดสลึง ปากบ้อง หินหัวพะเนียง หาดหงส์ หาดหินสี หลักศิลาเลข และต้นจามจุรีร้อยปี โพธิ์ไทรได้
 
ถาม: ไปสามพันโบกต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และเสื้อผ้าที่เดินสะดวก เพราะพื้นที่เป็นลานหิน มีหลุมลึก ร่องหิน และบางจุดต้องเดินขึ้นลงตามระดับธรรมชาติ

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆกลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่แก่งสองคอน (สามพันโบก)

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)