หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร > 40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย พร้อมพิ..
TL;DR: 40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย พร้อมพิกัด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 18:00 น.

กรุงเทพมหานคร

40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย พร้อมพิกัด

40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย พร้อมพิกัด

40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย พร้อมพิกัด รวมจุดหมายท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งพักผ่อนเชิงสุขภาพจากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสายน้ำร้อนพุ่งขึ้นจากใต้ดินและกิจกรรมต้มไข่ยอดนิยม ไปจนถึงน้ำพุร้อนฝางในอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง และบ่อน้ำร้อนเบตง จังหวัดยะลา แต่ละแห่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศ อุณหภูมิน้ำ และรูปแบบกิจกรรมแตกต่างกัน จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการแช่น้ำแร่เพื่อพักผ่อน ครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมธรรมชาติ และนักเดินทางที่สนใจปรากฏการณ์ความร้อนใต้พิภพ
 
น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากน้ำที่ซึมลงไปใต้พื้นดินผ่านช่องว่างหรือรอยแตกของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากกระบวนการใต้พิภพแล้วไหลกลับขึ้นสู่ผิวโลก ในบางพื้นที่น้ำร้อนผุดขึ้นอย่างช้า ๆ กลายเป็นบ่อหรือธารน้ำอุ่น ขณะที่บางแห่งมีแรงดันและอุณหภูมิสูงจนเกิดการพุ่งของน้ำและไอน้ำออกมาเป็นระยะ ความแตกต่างนี้ทำให้แหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทยมีทั้งประเภทที่เหมาะกับการชมธรรมชาติและประเภทที่มีการจัดบ่อสำหรับแช่ตัวหรือแช่เท้า โดยพื้นที่ต้นกำเนิดน้ำร้อนจัดไม่ใช่จุดที่สามารถลงแช่ได้
 
ภาคเหนือเป็นภูมิภาคที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติกระจายอยู่ตามแนวเทือกเขาและหุบเขาหลายแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน น้ำพุร้อนสันกำแพงมีชื่อเสียงด้านกิจกรรมต้มไข่และการแช่น้ำแร่ ส่วนน้ำพุร้อนฝางมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติหลายจุดภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนมีบรรยากาศป่าเขาและกิจกรรมธรรมชาติ ขณะที่โป่งเดือดป่าแป๋โดดเด่นจากปรากฏการณ์น้ำร้อนที่พุ่งออกจากพื้นดิน นักท่องเที่ยวจึงสามารถเลือกแหล่งน้ำพุร้อนให้เหมาะกับความสนใจ ไม่ว่าจะต้องการพักผ่อนสบาย ๆ หรือศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง
 
ภาคตะวันตกมีน้ำพุร้อนหินดาด จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวสายไทรโยค–ทองผาภูมิ จุดเด่นคือบ่อแช่น้ำแร่ร้อนท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและการเดินทางที่สามารถจัดร่วมกับน้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวป่าเขาได้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติในพื้นที่ราชบุรีและจังหวัดอื่นที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งความร้อนใต้พิภพกับภูมิประเทศแนวเทือกเขาตะวันตก
 
ภาคใต้มีน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดระนองมีบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองและสามารถแวะพักผ่อนได้โดยไม่ต้องเดินทางลึกเข้าไปในป่า จังหวัดยะลามีบ่อน้ำร้อนเบตงที่เชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวภูเขา น้ำตก และชุมชน ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี สตูล และพื้นที่อื่นในภาคใต้มีแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนของชุมชนและจุดเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรณี
 
แม้การแช่น้ำแร่ร้อนจะเป็นกิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบเพื่อความผ่อนคลาย แต่แหล่งน้ำพุร้อนแต่ละแห่งไม่ได้มีรูปแบบการใช้งานเหมือนกัน บางจุดมีบ่อแช่เท้า บ่อแช่ตัวหรือห้องอาบน้ำแร่ บางจุดจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับชมไอน้ำและการผุดของน้ำร้อน และบางแห่งอาจมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงตามฤดูกาลหรือประกาศของหน่วยงานดูแล นักท่องเที่ยวควรแยกพื้นที่ต้นกำเนิดน้ำร้อนจัดออกจากพื้นที่ที่อนุญาตให้ลงแช่อย่างชัดเจน และไม่ควรลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีป้ายหรือการจัดการด้านความปลอดภัย
 
การท่องเที่ยวน้ำพุร้อนยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น หลายพื้นที่มีร้านอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ชุมชน สวนผลไม้ วัด ตลาด และแหล่งธรรมชาติอื่นอยู่ตามเส้นทางเดียวกัน การจัดทริปแช่น้ำร้อนร่วมกับกิจกรรมเหล่านี้จึงช่วยให้ได้สัมผัสเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เส้นทางสันกำแพง–แม่ออนที่มีงานหัตถกรรมและชุมชนชนบท เส้นทางฝางที่มีภูเขาและพื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางทองผาภูมิที่มีน้ำตกและป่าไม้ และเส้นทางเบตงที่มีอาหารท้องถิ่น วัฒนธรรมหลากหลาย และภูมิทัศน์ภูเขาชายแดนใต้
 
สำหรับผู้ที่มีเวลาเที่ยวเพียง 1 วัน ควรเลือกแหล่งน้ำพุร้อนที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหรืออยู่บนเส้นทางที่เดินทางสะดวก เช่น น้ำพุร้อนสันกำแพงจากตัวเมืองเชียงใหม่ หรือบ่อน้ำร้อนรักษะวารินจากตัวเมืองระนอง หากมีเวลา 2–3 วัน สามารถขยายเส้นทางไปยังแหล่งธรรมชาติและชุมชนรอบข้าง โดยวางแผนการเดินทางให้เหมาะกับถนนภูเขา ระยะทางจริง และสภาพอากาศ ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันสามารถจัดทริปตามกลุ่มจังหวัดหรือภูมิภาค เพื่อสัมผัสแหล่งน้ำพุร้อนหลายรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องเร่งเดินทางข้ามจังหวัดในแต่ละวัน
 
การแช่น้ำร้อนควรเริ่มจากการทดสอบอุณหภูมิของน้ำด้วยความระมัดระวัง เลือกใช้เฉพาะบ่อที่อนุญาตให้ลงแช่ ไม่แช่เป็นเวลานานต่อเนื่อง และดื่มน้ำให้เพียงพอ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจ ความดันโลหิต หรือการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้บ่อน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูง การแช่น้ำแร่เป็นกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย ไม่ควรถือเป็นการรักษาโรคหรือใช้แทนการดูแลทางการแพทย์
 
การเดินทางเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติควรคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ผู้มาเยือนควรใช้ทางเดินและพื้นที่บริการที่จัดไว้ ไม่นำสบู่หรือสารเคมีลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เก็บตะกอนแร่หรือทำลายโครงสร้างบ่อน้ำร้อน และไม่ทิ้งขยะไว้ในพื้นที่ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาคุณภาพแหล่งน้ำ ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ธรรมชาติให้คงอยู่เพื่อการเรียนรู้และพักผ่อนของคนรุ่นต่อไป
 
น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนธรรมชาติและบ่อแช่น้ำแร่
 
1. น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งอยู่ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของภาคเหนือ มีจุดเด่นจากน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นจากใต้ดินท่ามกลางสวนร่มรื่น พร้อมกิจกรรมต้มไข่ในบ่อน้ำร้อน ธารน้ำแร่สำหรับแช่เท้า และบริการอาบน้ำแร่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัย บรรยากาศของพื้นที่ผสมผสานระหว่างปรากฏการณ์ธรรมชาติ การพักผ่อน และกิจกรรมสำหรับครอบครัว ทำให้สามารถมาเที่ยวได้ทั้งแบบครึ่งวันและแบบใช้เวลาพักผ่อนตลอดวัน
 
ไฮไลต์: น้ำพุร้อนธรรมชาติที่พุ่งขึ้นเหนือพื้นดิน จุดต้มไข่น้ำพุร้อน ธารน้ำแร่แช่เท้า บริการอาบน้ำแร่และแช่น้ำแร่ และสวนพักผ่อนที่จัดภูมิทัศน์ไว้อย่างร่มรื่น
 
ลักษณะสำคัญของน้ำพุร้อนสันกำแพงคือการเกิดน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ ซึ่งสัมพันธ์กับการสะสมความร้อนและแรงดันของน้ำใต้ดิน น้ำที่ซึมผ่านชั้นหินได้รับความร้อนจากใต้พิภพ ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวดินผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน บริเวณต้นกำเนิดน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงมาก โดยข้อมูลสถานที่กล่าวถึงอุณหภูมิของระบบน้ำร้อนที่อาจสูงประมาณ 105 องศาเซลเซียส จึงไม่ใช่พื้นที่สำหรับลงแช่หรือสัมผัสน้ำโดยตรง
 
หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมคือการต้มไข่ในบ่อที่จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อไข่จากร้านค้าและนำไปต้มตามระดับความสุกที่ต้องการ กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เพราะได้เห็นการใช้พลังงานความร้อนจากธรรมชาติในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ควรใช้เฉพาะจุดต้มไข่ที่กำหนดไว้และระมัดระวังไอน้ำร้อน โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็กเดินทางมาด้วย
 
บริเวณสวนและทางเดินมีธารน้ำแร่ที่ไหลผ่านจุดบริการแช่เท้า น้ำในแต่ละช่วงอาจมีระดับความอุ่นแตกต่างกันตามระยะทางและระบบการจัดการน้ำ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบอุณหภูมิก่อนใช้งานและเลือกนั่งในบริเวณที่เปิดให้บริการ การแช่เท้าเป็นกิจกรรมพักผ่อนที่เหมาะกับผู้เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่หรือเพิ่งท่องเที่ยวตามเส้นทางภูเขาและชุมชนโดยรอบ
 
สำหรับผู้ต้องการใช้บริการแช่น้ำแร่เต็มรูปแบบ ภายในพื้นที่มีรูปแบบบริการที่หลากหลาย ทั้งการตักอาบน้ำแร่ ห้องแช่ส่วนตัว และสระแช่น้ำแร่ที่รองรับกลุ่มผู้ใช้บริการ โดยมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ผู้มาเยือนควรตรวจสอบประเภทห้อง ความพร้อมของบริการ และอัตราค่าบริการปัจจุบันก่อนชำระเงิน เพราะบางบริการอาจเปิดตามช่วงเวลาหรือมีจำนวนรอบจำกัด
 
ความน่าสนใจของน้ำพุร้อนสันกำแพงไม่ได้อยู่เพียงน้ำแร่ร้อน แต่ยังรวมถึงการท่องเที่ยวชุมชนในเส้นทางสันกำแพง–แม่ออน ซึ่งมีทั้งร้านอาหารพื้นบ้าน งานหัตถกรรม สวนเกษตร และธรรมชาติรอบหุบเขา นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปในลักษณะเที่ยวชมชุมชนช่วงเช้า แล้วมาแช่เท้าหรือพักผ่อนที่น้ำพุร้อนในช่วงบ่ายได้
 
ข้อควรระวังสำคัญคือไม่เข้าใกล้บ่อต้นกำเนิดน้ำร้อนเกินกว่าระยะที่กำหนด ไม่ลงแช่ในบ่อน้ำร้อนจัด และไม่ปล่อยเด็กเล็กเดินใกล้จุดที่มีไอน้ำหรือพื้นเปียกโดยไม่มีผู้ดูแล การใช้น้ำแร่ควรทำอย่างพอเหมาะ หากมีอาการหน้ามืด ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ ควรหยุดแช่และออกมาพักในที่อากาศถ่ายเท
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 18:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ในข้อมูลสถานที่สำหรับคนไทย ได้แก่ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 55 บาท เด็ก 35 บาท บริการตักอาบน้ำแร่ 20 บาท ห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว 65 บาท สระน้ำแร่กลางแจ้ง 500 บาทต่อชั่วโมงสำหรับไม่เกิน 10 คน และสระน้ำแร่เด็ก 10 บาท ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนใช้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปตามเส้นทางสันกำแพง มุ่งหน้าอำเภอแม่ออนและตำบลบ้านสหกรณ์ จากนั้นใช้ป้ายนำทางสู่น้ำพุร้อนสันกำแพง รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด ส่วนผู้ใช้รถสาธารณะสามารถเดินทางไปยังสันกำแพงแล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่พื้นที่น้ำพุร้อนได้ โดยควรตกลงเวลารับกลับล่วงหน้า
 
พิกัด GPS: 18.816436, 99.227802 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนสันกำแพง
 
น้ำพุร้อนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
 
2. น้ำพุร้อนฝาง ตั้งอยู่บ้านโป่งน้ำร้อน ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวและธรณีวิทยา ด้วยบ่อน้ำร้อนหลายแห่งที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ราบเชิงเขา มีไอน้ำลอยขึ้นจากพื้นดินและผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง บางจุดเกิดการผุดเดือดของน้ำร้อนที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากบ่อแช่น้ำแร่ทั่วไป และเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการศึกษาปรากฏการณ์ความร้อนใต้พิภพควบคู่กับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายจุด ไอน้ำร้อนเหนือผิวดิน กิจกรรมต้มไข่ บ่อแช่เท้า บริการอาบน้ำแร่และอบไอน้ำ ตลอดจนบรรยากาศป่าเขาของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
 
แหล่งน้ำพุร้อนฝางเกิดจากการหมุนเวียนของน้ำใต้ดินผ่านระบบรอยแตกและแนวรอยเลื่อนของชั้นหิน น้ำฝนที่ซึมลงใต้พื้นดินได้รับความร้อนในระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวโลกและปรากฏเป็นตาน้ำร้อนจำนวนมาก ลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่มีความสัมพันธ์กับหินแกรนิตและโครงสร้างทางธรณีวิทยาในแอ่งฝาง ทำให้พบทั้งบ่อที่น้ำผุดขึ้นอย่างช้า ๆ และบ่อที่มีความร้อนสูงจนเกิดไอน้ำต่อเนื่อง
 
ความน่าสนใจของพื้นที่อยู่ที่การได้ชมระบบน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายลักษณะในบริเวณเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามทางที่จัดไว้เพื่อชมบ่อร้อน สังเกตสีของตะกอนและร่องรอยแร่ธาตุที่สะสมอยู่ตามขอบบ่อ รวมถึงเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำใต้ดิน ชั้นหิน และพลังงานความร้อนจากธรรมชาติ แต่ไม่ควรเข้าใกล้ขอบบ่อต้นกำเนิดน้ำร้อนหรือสัมผัสน้ำที่ยังไม่ได้ผ่านระบบปรับอุณหภูมิสำหรับนักท่องเที่ยว
 
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการต้มไข่ในบ่อที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ การแช่เท้าในน้ำแร่ และการอาบน้ำแร่เพื่อพักผ่อนหลังเดินทางไกล บริเวณที่ทำการอุทยานมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ รวมถึงห้องอาบน้ำแร่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เวลาเปิดของแต่ละบริการอาจแตกต่างจากเวลาเข้าพื้นที่อุทยาน จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ
 
ในฤดูหนาว บรรยากาศของน้ำพุร้อนฝางมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะอากาศเย็นของหุบเขาทำให้เห็นไอน้ำลอยขึ้นจากบ่อน้ำร้อนได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวต่อไปยังแหล่งธรรมชาติและชุมชนในอำเภอฝาง เช่น สวนเกษตร แหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่น และเส้นทางท่องเที่ยวอ่างขาง โดยต้องวางแผนเวลาเดินทางให้เหมาะสมกับระยะทางและถนนภูเขา
 
ผู้ที่เดินทางกับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกพื้นที่กิจกรรมที่เดินเข้าถึงได้สะดวก ระมัดระวังพื้นเปียก และใช้บริการแช่น้ำแร่เฉพาะส่วนที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากต้องการพักค้างคืนสามารถตรวจสอบบริการบ้านพักและพื้นที่พักแรมของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกได้ล่วงหน้า
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น. สำหรับการท่องเที่ยวบริเวณอุทยาน โดยเวลาเปิดของบริการน้ำแร่บางส่วนอาจแตกต่างกัน
 
ค่าบริการ: ค่าธรรมเนียมอุทยานตามอัตราที่หน่วยงานท้องถิ่นเผยแพร่สำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท ส่วนบริการอาบน้ำแร่ อบไอน้ำ และบริการพิเศษอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมตามประเภทที่เลือก ควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว และไชยปราการเข้าสู่อำเภอฝาง จากนั้นใช้เส้นทางไปยังบ้านโป่งน้ำร้อนและบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด เนื่องจากสามารถกำหนดเวลาเข้าชมและเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงได้สะดวก
 
พิกัด GPS: 19.965913, 99.154263 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนฝาง
 
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางป่าเขา
 
3. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดดเด่นด้วยบ่อน้ำร้อนที่กระจายอยู่กลางพื้นที่ธรรมชาติ มีไอน้ำลอยเหนือผิวน้ำและโขดหินตลอดช่วงที่แหล่งน้ำร้อนทำงานตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ่อน้ำพุร้อน ใช้บริการแช่น้ำแร่ในส่วนที่จัดเตรียมไว้ และเที่ยวต่อน้ำตกแจ้ซ้อนซึ่งอยู่ภายในอุทยานเดียวกันได้
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายแห่ง กิจกรรมต้มไข่ บริการอาบน้ำแร่ บรรยากาศป่าร่มรื่น น้ำตกแจ้ซ้อน และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่เหมาะกับครอบครัว
 
น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนเกิดจากการที่น้ำใต้ดินซึมผ่านชั้นหินและได้รับความร้อนในระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวดินตามรอยแตกของชั้นหิน อุณหภูมิของน้ำบริเวณต้นกำเนิดสูงมากจนเห็นไอน้ำลอยขึ้นเหนือบ่อ และมีการสะสมตัวของแร่ธาตุบางชนิดตามพื้นผิวหินและขอบบ่อ ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนเป็นจุดเรียนรู้ธรรมชาติที่น่าสนใจทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้สนใจธรณีวิทยา
 
ภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของแจ้ซ้อนคือกลุ่มบ่อน้ำร้อนท่ามกลางก้อนหินและต้นไม้ มีไอน้ำลอยฟุ้งขึ้นเหนือผิวน้ำโดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือวันที่อากาศเย็น ความแตกต่างระหว่างน้ำร้อนกับอากาศภายนอกช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและสวยงาม เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพจากบริเวณทางเดินที่จัดไว้
 
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการต้มไข่ในจุดที่อุทยานกำหนด นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การใช้ความร้อนจากธรรมชาติควบคู่กับกิจกรรมพักผ่อน และยังมีบริการอาบน้ำแร่ในส่วนที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม บ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติไม่ใช่พื้นที่ที่สามารถลงแช่ได้โดยตรง เพราะบางจุดมีอุณหภูมิสูงจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง
 
อีกหนึ่งความพิเศษของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนคือการมีน้ำตกและแหล่งน้ำร้อนอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปชมบ่อน้ำพุร้อนในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อไปยังน้ำตกแจ้ซ้อนเพื่อพักผ่อนท่ามกลางสายน้ำและป่าไม้ การเที่ยวทั้งสองพื้นที่ในวันเดียวกันช่วยให้เห็นความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดลำปางได้ชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถจัดเส้นทางร่วมกับบ้านป่าเหมี้ยงและวัดพระบาทปู่ผาแดง ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญของเส้นทางเมืองปานและแจ้ห่ม แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางบนถนนภูเขาและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
 
การท่องเที่ยวบริเวณบ่อน้ำพุร้อนควรปฏิบัติตามป้ายเตือน ไม่เดินออกนอกทาง ไม่เข้าใกล้ขอบบ่อน้ำเดือด และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด หากต้องการใช้บริการอาบน้ำแร่ควรเลือกพื้นที่ที่กำหนดและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนลงแช่ทุกครั้ง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามการเปิดพื้นที่ของอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราค่าเข้าอุทยานที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนบริการอาบน้ำแร่และบริการอื่นอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับอุทยานก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำปางเดินทางไปอำเภอเมืองปานตามเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จากนั้นเข้าสู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและพื้นที่บ่อน้ำพุร้อน สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก ผู้ไม่มีรถส่วนตัวอาจใช้รถโดยสารในเส้นทางลำปาง–แจ้ซ้อน แล้วต่อรถในพื้นที่ตามความเหมาะสม
 
พิกัด GPS: 18.836370, 99.469360 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน
 
โป่งเดือดป่าแป๋ จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนไกเซอร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 
4. โป่งเดือดป่าแป๋ (น้ำพุร้อนโป่งเดือด) ตั้งอยู่บริเวณตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์น้ำร้อนพุ่งขึ้นจากใต้พื้นดินแบบไกเซอร์ แตกต่างจากแหล่งน้ำร้อนที่มีเพียงน้ำผุดหรือไหลซึมขึ้นมาอย่างช้า ๆ บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าภูเขาที่ร่มรื่น มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติและพื้นที่บริการสำหรับนักท่องเที่ยว เหมาะกับผู้สนใจธรณีวิทยาและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: น้ำพุร้อนไกเซอร์ที่พุ่งขึ้นจากพื้นดิน ไอน้ำร้อนกลางป่า เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ทางเดินชมบ่อน้ำร้อน และกิจกรรมแช่น้ำแร่ในส่วนบริการที่จัดแยกจากต้นกำเนิดน้ำเดือด
 
การเกิดน้ำพุร้อนโป่งเดือดสัมพันธ์กับน้ำใต้ดินที่ไหลลงไปตามรอยแตกของชั้นหิน รับความร้อนจากใต้พิภพ แล้วสะสมแรงดันก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดิน เมื่อน้ำและไอน้ำถูกดันขึ้นผ่านช่องทางใต้ดินที่มีลักษณะเหมาะสม จึงเกิดการพุ่งของน้ำร้อนออกมาเป็นช่วง ๆ ลักษณะดังกล่าวทำให้โป่งเดือดป่าแป๋เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาที่สามารถสังเกตการทำงานของระบบน้ำพุร้อนได้จริง
 
จากบริเวณที่จอดรถ นักท่องเที่ยวต้องเดินตามเส้นทางที่จัดไว้เข้าสู่พื้นที่ชมไกเซอร์ ระหว่างทางเป็นบรรยากาศป่าเขาที่มีต้นไม้และพืชพรรณธรรมชาติ ความร่มรื่นช่วยให้การเดินทางไม่ใช่เพียงการมาชมน้ำร้อน แต่ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสระบบนิเวศป่าและสภาพแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 
บริเวณต้นกำเนิดน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงมาก นักท่องเที่ยวควรชมจากหลังแนวรั้วหรือพื้นที่ที่กำหนด ไม่เข้าไปใกล้ปากพุน้ำร้อน และไม่พยายามสัมผัสน้ำหรือไอน้ำโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายจากความร้อนได้ ส่วนผู้ที่ต้องการแช่น้ำแร่ควรใช้เฉพาะบ่อหรือบริการที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ในพื้นที่อื่น
 
โป่งเดือดป่าแป๋อยู่บนเส้นทางเชื่อมเชียงใหม่กับปาย จึงสามารถจัดร่วมกับการท่องเที่ยวภูเขา จุดชมวิว และชุมชนในอำเภอแม่แตงได้ อย่างไรก็ตาม ถนนช่วงนี้มีทางโค้งและทางลาดชันหลายจุด ควรใช้รถที่มีสภาพพร้อมและหลีกเลี่ยงการขับด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือช่วงที่มีหมอก
 
ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะกับการเดินทางธรรมชาติ และเผื่อเวลาสำหรับการเดินเข้าสู่บริเวณบ่อน้ำพุร้อน หากเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กควรพิจารณาระยะเดินและสภาพทางก่อนเริ่มเที่ยว
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวันตามประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราค่าธรรมเนียมอุทยานที่มีการเผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท ส่วนการใช้บริการแช่น้ำแร่หรือห้องส่วนตัวอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรตรวจสอบประกาศของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าแม่แตง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่มาลัย–ปาย เมื่อถึงบริเวณทางแยกเข้าโป่งเดือดป่าแป๋ให้เลี้ยวตามป้ายอุทยาน และเดินทางต่อไปยังจุดจอดรถ ก่อนเดินเข้าสู่เส้นทางชมบ่อน้ำพุร้อนตามที่จัดไว้
 
พิกัด GPS: 19.241766, 98.684298 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางโป่งเดือดป่าแป๋
 
น้ำพุร้อนหินดาด จังหวัดกาญจนบุรี บ่อแช่น้ำแร่ท่ามกลางธรรมชาติทองผาภูมิ
 
5. น้ำพุร้อนหินดาด ตั้งอยู่ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมายาวนาน โดยมีบ่อแช่น้ำร้อนหลายระดับอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ป่าเขาของภาคตะวันตก จุดเด่นสำคัญคือการจัดพื้นที่แช่น้ำแร่ร้อนใกล้ลำธารธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความแตกต่างระหว่างน้ำอุ่นจากใต้พิภพกับบรรยากาศเย็นสบายของพื้นที่โดยรอบ
 
ไฮไลต์: บ่อแช่น้ำร้อนธรรมชาติกลางป่า บรรยากาศร่มรื่น ลำธารใกล้พื้นที่บ่อแช่ และทำเลบนเส้นทางท่องเที่ยวไทรโยค–ทองผาภูมิ
 
น้ำพุร้อนหินดาดมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์กับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการค้นพบและใช้ประโยชน์จากน้ำพุร้อนในช่วงที่มีการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมของกองทัพญี่ปุ่นในพื้นที่กาญจนบุรี ต่อมาแหล่งน้ำร้อนแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนและนักท่องเที่ยว จนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของอำเภอทองผาภูมิ
 
ลักษณะของแหล่งน้ำร้อนเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนก่อนผุดขึ้นมาตามรอยแตกของชั้นหิน เมื่อมีการจัดการพื้นที่จึงเกิดบ่อแช่น้ำร้อนที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลายคน น้ำในแต่ละบ่ออาจมีระดับอุณหภูมิแตกต่างกัน ผู้ใช้บริการควรเริ่มจากบ่อที่อุ่นน้อยกว่าและทดสอบอุณหภูมิก่อนลงแช่ทุกครั้ง
 
เสน่ห์ของน้ำพุร้อนหินดาดอยู่ที่การแช่น้ำแร่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ใช่การใช้บริการในอาคารปิด นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นต้นไม้ ลำธาร และภูมิทัศน์ของพื้นที่ไปพร้อมกับการพักผ่อน ทำให้สถานที่เหมาะสำหรับการแวะพักหลังเที่ยวแหล่งธรรมชาติหรือขับรถเป็นระยะทางไกล
 
การวางแผนเที่ยวสามารถจัดร่วมกับน้ำตกผาตาด น้ำตกไทรโยค และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอทองผาภูมิได้ แต่ควรตรวจสอบระยะทางและเวลาเดินทางจริง เพราะพื้นที่กาญจนบุรีมีเส้นทางภูเขาและสถานที่บางแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะกันลื่น และน้ำดื่ม ไม่ควรลงแช่น้ำทันทีหากเพิ่งออกกำลังกายหนักหรือรู้สึกอ่อนเพลีย และควรหลีกเลี่ยงการแช่ต่อเนื่องนานเกินไป โดยเฉพาะผู้มีปัญหาด้านหัวใจหรือความดันโลหิต
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 22:00 น. ตามข้อมูลสถานที่ โดยเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศผู้ดูแล
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ควรตรวจสอบราคา ณ จุดบริการก่อนเข้าชม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านอำเภอไทรโยคมุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ เมื่อถึงตำบลหินดาดให้เลี้ยวเข้าตามป้ายบ่อน้ำพุร้อนหินดาด สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่
 
พิกัด GPS: 14.624998, 98.724555 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนหินดาด
 
บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติและสวนสาธารณะกลางเมือง
 
6. บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ตั้งอยู่ถนนชลระอุ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เป็นแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติสำคัญของจังหวัดที่มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองระนอง ทำให้เป็นจุดหมายที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการแช่เท้า พักผ่อน และเรียนรู้เรื่องน้ำแร่ร้อนโดยไม่ต้องเดินทางลึกเข้าไปในป่า
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติกลางเมืองระนอง บ่อร้อนสำคัญ 3 บ่อ สวนรุกขชาติและพื้นที่พักผ่อน ธารน้ำใกล้เคียง และบริการแช่น้ำแร่หลากหลายรูปแบบในบริเวณรอบแหล่งน้ำร้อน
 
บ่อน้ำร้อนรักษะวารินมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของเมืองระนอง โดยเฉพาะเส้นทางถนนชลระอุซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี 2433 ชื่อถนนชลระอุสะท้อนลักษณะของแหล่งน้ำร้อนในพื้นที่ และช่วยแสดงให้เห็นว่าแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักในสังคมท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน
 
บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงภายในพื้นที่ ได้แก่ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำแร่ร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน น้ำในบริเวณต้นกำเนิดมีความร้อนสูงและไม่เหมาะสำหรับลงแช่โดยตรง ผู้มาเยือนจึงควรใช้บริการเฉพาะส่วนที่จัดเตรียมไว้สำหรับการแช่เท้าหรือแช่ตัวเท่านั้น
 
นอกจากคุณค่าด้านธรรมชาติแล้ว รักษะวารินยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อและประวัติพิธีกรรมในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยน้ำจากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้เคยมีบทบาทในพิธีสำคัญตามประวัติที่บันทึกไว้ในพื้นที่ ทำให้แหล่งน้ำร้อนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน แต่ยังมีความหมายทางวัฒนธรรมควบคู่กัน
 
บริเวณสวนรุกขชาติมีทางเดินและพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพัก แช่เท้า หรือเลือกใช้บริการสปาและอาบน้ำแร่จากสถานบริการที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติเมืองระนองสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังพระราชวังรัตนรังสรรค์ วัดตโปทาราม และย่านเมืองเก่าได้
 
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการมาเดินเล่น เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัดและสามารถเห็นไอน้ำเหนือบ่อได้ชัดเจนในบางช่วง การใช้บริการแช่น้ำร้อนควรเริ่มจากการทดสอบอุณหภูมิและไม่แช่นานต่อเนื่อง หากต้องการบริการอาบน้ำแร่แบบส่วนตัวควรตรวจสอบเวลาเปิดและราคาจากผู้ประกอบการแต่ละแห่งโดยตรง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะ 05:00 – 21:00 น. ส่วนบริการสปาและแช่น้ำแร่เอกชนอาจเปิดประมาณ 09:00 – 22:00 น. ตามผู้ประกอบการ
 
ค่าบริการ: พื้นที่บ่อน้ำร้อนสาธารณะไม่มีค่าเข้าชม ส่วนบริการแช่ตัว ห้องอาบน้ำแร่ สปา นวด และห้องอบไอน้ำของผู้ประกอบการมีค่าบริการแตกต่างกันตามประเภทบริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองเดินทางตามถนนชลระอุเข้าสู่บริเวณบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้สะดวก ระยะทางจากพื้นที่ใจกลางเมืองไม่ไกล เหมาะสำหรับจัดเป็นจุดแวะพักระหว่างการท่องเที่ยวเมืองระนอง
 
พิกัด GPS: 9.959796, 98.651395 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน
 
บ่อน้ำร้อนเบตง จังหวัดยะลา แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติและบ่อแช่น้ำแร่
 
7. บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่บริเวณบ้านบ่อน้ำร้อนหรือบ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ได้รับความนิยมของเมืองเบตง มีลักษณะเป็นพื้นที่น้ำร้อนขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาให้รองรับการพักผ่อนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ่อน้ำร้อน แช่เท้าหรือใช้บริการอาบน้ำแร่ในพื้นที่ที่จัดไว้ พร้อมสัมผัสบรรยากาศภูเขาและชุมชนเก่าแก่ของอำเภอเบตง
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ กิจกรรมต้มไข่ จุดแช่เท้า พื้นที่อาบน้ำแร่ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเบตง
 
บ่อน้ำร้อนเบตงเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากชั้นหินในระดับลึกก่อนเคลื่อนตัวขึ้นสู่ผิวดินตามรอยแตกของโครงสร้างทางธรณีวิทยา บริเวณตาน้ำร้อนบางจุดมีอุณหภูมิสูงมากและมีไอน้ำลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ จึงต้องจัดพื้นที่ต้นกำเนิดน้ำร้อนแยกจากบริเวณที่อนุญาตให้ประชาชนลงแช่หรือทำกิจกรรม
 
การต้มไข่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถซื้อไข่จากผู้จำหน่ายในพื้นที่แล้วนำไปต้มในจุดที่กำหนดไว้ การได้สัมผัสความร้อนจากธรรมชาติผ่านกิจกรรมง่าย ๆ นี้ทำให้บ่อน้ำร้อนเบตงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเมืองเบตงเป็นครั้งแรก
 
ส่วนบริการแช่น้ำร้อนมีทั้งพื้นที่สาธารณะและบริการเฉพาะบางประเภท โดยน้ำสำหรับแช่จะต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการใช้งาน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบป้ายและคำแนะนำก่อนลงแช่ เพราะน้ำจากต้นกำเนิดมีความร้อนสูงและไม่สามารถนำมาใช้กับผิวหนังโดยตรงได้ ผู้ที่ต้องการใช้ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวควรสอบถามความพร้อมและค่าบริการกับผู้ดูแล
 
บ่อน้ำร้อนเบตงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเบตงที่มีแหล่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นหลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุโมงค์ปิยะมิตร สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง และแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอ โดยควรคำนึงถึงระยะทางและเส้นทางภูเขาซึ่งบางช่วงมีทางโค้งและความลาดชัน
 
การเดินทางมาช่วงเช้าหรือบ่ายเหมาะกับการใช้เวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมอย่างไม่เร่งรีบ ควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะ และน้ำดื่ม หากมีเด็กเล็กเดินทางมาด้วยควรดูแลอย่างใกล้ชิดและไม่ให้เข้าใกล้บ่อน้ำร้อนจัดเพียงลำพัง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: เข้าชมพื้นที่สาธารณะฟรี ส่วนห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว ที่พัก และบริการเพิ่มเติมมีค่าบริการตามรายการของผู้ให้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเบตงใช้ทางหลวงหมายเลข 410 มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ แล้วเลี้ยวตามป้ายบ่อน้ำร้อนเบตงเข้าสู่ชุมชนบ้านบ่อน้ำร้อนหรือบ้านจะเราะปะไร สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองเบตงได้ โดยควรตรวจสอบสภาพถนนและเส้นทางก่อนเดินทาง
 
พิกัด GPS: 5.849718, 101.071852 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนเบตง
 
น้ำพุร้อนป่าตึง จังหวัดเชียงราย แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติในอำเภอแม่จัน
 
8. น้ำพุร้อนป่าตึง (โป่งน้ำร้อนห้วยหินฝน) ตั้งอยู่ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยาและการพักผ่อนในบรรยากาศชุมชนชนบทของภาคเหนือ พื้นที่มีตาน้ำร้อนและจุดที่น้ำผุดขึ้นจากใต้ดิน สามารถเดินชมปรากฏการณ์น้ำร้อนธรรมชาติ รวมถึงพักผ่อนในบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้
 
ไฮไลต์: ตาน้ำร้อนธรรมชาติ การผุดของน้ำจากใต้ดิน บรรยากาศชุมชนแม่จัน และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับแหล่งวัฒนธรรมและพื้นที่ภูเขาของจังหวัดเชียงราย
 
น้ำพุร้อนป่าตึงเกิดจากกระบวนการหมุนเวียนของน้ำใต้ดินผ่านรอยแตกของชั้นหิน น้ำที่ได้รับความร้อนในระดับลึกไหลกลับขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นบ่อน้ำร้อนหรือจุดน้ำผุด ลักษณะของบ่ออาจแตกต่างกันทั้งด้านอุณหภูมิ ปริมาณน้ำ และการสะสมตัวของตะกอนแร่ตามขอบบ่อ ทำให้พื้นที่เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรณีในระดับท้องถิ่น
 
ความน่าสนใจของน้ำพุร้อนป่าตึงอยู่ที่การเป็นแหล่งธรรมชาติซึ่งสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังสะท้อนความรู้และความคุ้นเคยของชาวบ้านที่มีต่อทรัพยากรน้ำร้อนมาเป็นเวลานาน การเยี่ยมชมจึงช่วยให้เข้าใจธรรมชาติและวิถีชีวิตของพื้นที่อำเภอแม่จันในอีกมิติหนึ่ง
 
นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาชมบริเวณบ่อน้ำร้อนและเดินสำรวจสภาพแวดล้อมตามทางที่จัดไว้ หากมีพื้นที่ให้แช่เท้าหรือใช้บริการน้ำแร่ ควรตรวจสอบอุณหภูมิและข้อกำหนดของสถานที่ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากบ่อน้ำร้อนต้นกำเนิดบางจุดอาจมีอุณหภูมิสูงจนไม่เหมาะสำหรับสัมผัสโดยตรง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดทริปเที่ยวเชียงราย สามารถวางแผนเดินทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่จันและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ตลาดชุมชน สวนเกษตร และเส้นทางขึ้นภูเขา โดยเลือกสถานที่ตามความสะดวกและสภาพถนนในวันเดินทาง
 
การมาเยือนควรให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงบ่อน้ำ ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ และไม่เดินเข้าไปในบริเวณตาน้ำร้อนที่ไม่มีทางเข้าหรืออุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วง 08:00 – 18:00 น. โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นคำแนะนำการเดินทาง ไม่ใช่เวลาเปิดที่ได้รับการยืนยันจากผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางไปยังอำเภอแม่จัน แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลป่าตึงตามทางหลวงและถนนท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่แหล่งน้ำร้อน ควรใช้ชื่อโป่งน้ำร้อนห้วยหินฝนหรือสอบถามจุดหมายจากชุมชนก่อนเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับแหล่งน้ำพุร้อนแห่งอื่น
 
พิกัด GPS: 20.117218, 99.798657 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนป่าตึง
 
โป่งน้ำร้อนไทรงาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แอ่งน้ำอุ่นธรรมชาติท่ามกลางป่าปาย
 
9. โป่งน้ำร้อนไทรงาม ตั้งอยู่บริเวณป่าอนุรักษ์บ้านไทรงาม ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งน้ำอุ่นธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากบ่อน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูงทั่วไป เพราะน้ำไหลลงมาเป็นแอ่งลดหลั่นคล้ายชั้นน้ำตกขนาดเล็ก ท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่นและบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้เมืองปายและแช่น้ำอุ่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่พลุกพล่าน
 
ไฮไลต์: แอ่งน้ำอุ่นสีเขียวใส น้ำไหลลดหลั่นเป็นชั้นตามธรรมชาติ อุณหภูมิน้ำประมาณ 30–32 องศาเซลเซียส บรรยากาศป่าไม้ร่มรื่น และกิจกรรมแช่น้ำอุ่นท่ามกลางธรรมชาติ
 
ลักษณะสำคัญของโป่งน้ำร้อนไทรงามคือการที่น้ำอุ่นจากใต้ดินไหลขึ้นสู่ผิวโลก แล้วเคลื่อนตัวผ่านแอ่งและลานหินตามระดับพื้นที่ ทำให้เกิดสายน้ำที่ไหลต่อเนื่องเป็นชั้นเล็ก ๆ น้ำมีความใสจนสามารถมองเห็นพื้นหินและทรายด้านล่างได้ในบางช่วง ความสวยงามของภูมิทัศน์จึงเกิดจากการทำงานร่วมกันของน้ำใต้ดิน หิน และต้นไม้โดยรอบ
 
อุณหภูมิน้ำที่ไม่สูงจัดเป็นจุดเด่นสำคัญของสถานที่ เพราะเหมาะกับการแช่น้ำอุ่นเพื่อพักผ่อนมากกว่าการชมบ่อน้ำเดือด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งหรือแช่ตัวในบริเวณที่อนุญาต โดยควรตรวจสอบอุณหภูมิและระดับน้ำก่อนลงทุกครั้ง แม้น้ำจะมีอุณหภูมิไม่สูงมาก แต่ก็ไม่ควรแช่นานจนร่างกายอ่อนเพลียหรือขาดน้ำ
 
พื้นที่รอบโป่งน้ำร้อนไทรงามเป็นป่าที่มีความร่มรื่นและมีความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมของชุมชน การเดินทางเข้ามาเยือนจึงควรคำนึงถึงการรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำเป็นพิเศษ ไม่ใช้สบู่ แชมพู หรือสารเคมีระหว่างแช่น้ำ และไม่ทิ้งขยะไว้ในบริเวณแอ่งน้ำหรือทางเดิน
 
โป่งน้ำร้อนไทรงามตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองปาย จึงเหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันหรือแวะพักระหว่างการท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางในช่วงเช้าเพื่อสัมผัสบรรยากาศสงบและอากาศเย็น หรือในช่วงบ่ายตามความสะดวก โดยควรตรวจสอบสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนเข้าพื้นที่
 
ถนนเข้าสู่โป่งน้ำร้อนบางช่วงมีความแคบและลาดชัน ผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงฝนตก ส่วนผู้เดินทางเป็นครอบครัวควรเตรียมชุดเปลี่ยน ผ้าเช็ดตัว รองเท้ากันลื่น และถุงสำหรับเก็บของเปียก เพื่อให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้สะดวกและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ในข้อมูลสถานที่ ได้แก่ ค่าเข้าโป่งน้ำร้อน 20 บาทต่อคน และค่าธรรมเนียมเขตอนุรักษ์ 30 บาทต่อคน โดยควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงก่อนเข้าพื้นที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองปายใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าไปทางปางมะผ้าหรืออำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 15 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวตามป้ายโป่งน้ำร้อนไทรงามเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่น ถนนบางช่วงมีความชันและค่อนข้างแคบ ควรใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะในฤดูฝน
 
พิกัด GPS: 19.459328, 98.380010 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางโป่งน้ำร้อนไทรงาม
 
บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อน
 
10. บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อน หรือบ่อน้ำพุร้อนรัตนโกสัย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพื้นที่พักผ่อนของชุมชน มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บริเวณแช่เท้า บริการแช่ตัว สวนสาธารณะ และพื้นที่สำหรับครอบครัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะพักระหว่างเดินทางในเส้นทางสุราษฎร์ธานี พุนพิน และท่าฉาง
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส บ่อแช่เท้าและแช่ตัว พื้นที่สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และสภาพแวดล้อมที่มีประวัติสัมพันธ์กับพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าพรุ
 
บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อนเกิดจากน้ำใต้ดินที่ซึมผ่านชั้นหินและได้รับความร้อนในระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่พื้นดิน บริเวณต้นกำเนิดมีน้ำร้อนผุดขึ้นเป็นจุดต่าง ๆ มากกว่าการพุ่งเป็นไกเซอร์สูง ลักษณะของน้ำร้อนมีอุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส และมีการสะสมตัวของแร่ธาตุบางชนิดตามพื้นผิวรอบบ่อ
 
ข้อมูลทางธรณีวิทยาของแหล่งน้ำร้อนกล่าวถึงค่าความเป็นกรด–ด่างประมาณ 7.90 และการมีสารละลายแร่ธาตุอยู่ในน้ำตามธรรมชาติ ตะกอนสีขาวหรือสีครีมที่พบในบางจุดสัมพันธ์กับกระบวนการสะสมของแร่ธาตุเมื่อน้ำร้อนสัมผัสอากาศ การสังเกตลักษณะดังกล่าวช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องกระบวนการธรณีเคมีของแหล่งน้ำพุร้อนควบคู่กับการพักผ่อน
 
ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นป่าพรุและทุ่งกระจูด ต่อมาหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันพัฒนาภูมิทัศน์ให้รองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีการจัดพื้นที่แช่น้ำร้อน ทางเดิน สวนสาธารณะ และพื้นที่พักผ่อน ทำให้บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อนกลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพื้นที่สาธารณะสำหรับคนในชุมชน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการแช่น้ำร้อน ควรใช้เฉพาะบ่อที่ได้รับการจัดการให้อยู่ในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม เพราะน้ำบริเวณต้นกำเนิดมีความร้อนสูงมากและอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้ นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากการแช่เท้าช่วงสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ก่อนเลือกใช้บริการตามความเหมาะสม และไม่ควรลงแช่น้ำทั้งตัวทันทีโดยไม่ทดสอบอุณหภูมิ
 
ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการมีพื้นที่สำหรับครอบครัว ทั้งสวนและบริเวณพักผ่อนที่ช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้ต้องการลงแช่น้ำสามารถใช้เวลาในพื้นที่ได้ ผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกจุดพักที่มีร่มเงาและระวังไม่ให้เด็กเข้าใกล้บ่อต้นกำเนิดน้ำร้อน
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดบ่อน้ำร้อนท่าสะท้อนเป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 41 หรือจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอพุนพินและพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเหมาะกับพื้นที่นี้ เพราะช่วยให้สามารถกำหนดเวลาแวะพักและเดินทางต่อได้สะดวก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านพื้นที่อำเภอพุนพิน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 184 แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่เชื่อมกับตำบลท่าสะท้อน มุ่งหน้าไปทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะท้อนประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่บริเวณบ่อน้ำร้อนตามป้ายท้องถิ่น
 
พิกัด GPS: 8.977720, 99.264750 Google Maps:เปิดแผนที่บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อน
 
น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง จังหวัดระนอง บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติท่ามกลางป่าร่มรื่น
 
11. น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง หรือบ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง ตั้งอยู่ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีบรรยากาศร่มรื่นและมีความโดดเด่นจากการตั้งอยู่ในหุบเขาริมคลองพรรั้ง พื้นที่มีน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ไหลซึมขึ้นจากใต้ดินและมีลำธารน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณใกล้เคียง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งแหล่งน้ำแร่ ความร่มรื่นของป่า และกิจกรรมพักผ่อนกลางธรรมชาติในสถานที่เดียว
 
ไฮไลต์: น้ำแร่ร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 40–44 องศาเซลเซียส บ่อแช่ตัว บ่อแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ ลำธารน้ำเย็น และบรรยากาศป่าไม้ภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
 
น้ำพุร้อนบ้านพรรั้งเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดินผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน น้ำแร่ร้อนไหลซึมขึ้นมาเป็นตาน้ำหลายจุดภายในหุบเขา โดยมีลำธารน้ำเย็นธรรมชาติอยู่ในบริเวณใกล้กัน ลักษณะดังกล่าวทำให้พื้นที่มีความแตกต่างจากบ่อน้ำร้อนที่ตั้งอยู่กลางเมืองหรือแหล่งน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ที่มีการพุ่งของน้ำร้อนสูงขึ้นจากพื้นดิน
 
แหล่งน้ำแร่ร้อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดการภายใต้อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว มีการจัดบ่อแช่น้ำแร่หลายประเภท รวมถึงบ่อแช่ตัว บ่อแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ และพื้นที่พักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการตามความต้องการและสภาพร่างกาย โดยควรตรวจสอบอุณหภูมิของน้ำแต่ละจุดก่อนใช้งาน
 
น้ำแร่ร้อนของบ้านพรรั้งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติ เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณป่าที่มีอากาศร่มรื่น การแช่น้ำแร่กลางธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากการใช้บริการในอาคารปิด อย่างไรก็ตาม การแช่น้ำร้อนควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรแช่ต่อเนื่องนานเกินไป และควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงอาการอ่อนเพลีย
 
นอกจากบ่อน้ำแร่ร้อนแล้ว พื้นที่รอบบ้านพรรั้งยังเหมาะกับการศึกษาสภาพแวดล้อมของป่าและลำธาร นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และภูมิประเทศหุบเขาได้อย่างชัดเจน โดยควรใช้ทางเดินที่จัดไว้และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติหรือเพื่อความปลอดภัย
 
น้ำพุร้อนบ้านพรรั้งสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้ตัวเมืองระนอง เช่น ภูเขาหญ้า น้ำตกหงาว วัดบ้านหงาว และบ่อน้ำร้อนรักษะวารินได้ ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวหนึ่งวันในจังหวัดระนอง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควบคู่กับธรรมชาติ
 
ก่อนเดินทางควรเตรียมเสื้อผ้าสำรอง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะกันลื่น น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการแช่น้ำ หากต้องการพักค้างคืนหรือใช้บริการห้องแช่น้ำแร่ควรติดต่อผู้ดูแลล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่อาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท และรถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท ส่วนบริการที่พักหรือบริการพิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับผู้ดูแลอุทยาน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทางพังงา เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 620–621 ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายบ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง จากนั้นเดินทางต่อเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ชุมชนและแนวป่าเข้าสู่บริเวณบ่อน้ำแร่ร้อนภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
 
พิกัด GPS: 9.894790, 98.641363 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง
 
บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน จังหวัดเชียงราย แหล่งน้ำพุร้อนริมทางหลวงเชียงใหม่เชียงราย
 
12. บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน ตั้งอยู่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ริมทางหลวงหมายเลข 118 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมระหว่างเชียงใหม่กับเชียงราย เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงในฐานะจุดพักรถและสถานที่พักผ่อนระหว่างการเดินทาง จุดเด่นคือบ่อน้ำร้อนที่มีไอน้ำลอยขึ้นจากผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมต้มไข่ การแช่เท้า และร้านค้าท้องถิ่นที่ให้บริการผู้เดินทางตลอดเส้นทาง
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมถนนสายเชียงใหม่–เชียงราย จุดต้มไข่น้ำพุร้อน พื้นที่แช่เท้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านของฝาก และจุดพักรถที่เข้าถึงสะดวก
 
บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานเกิดจากน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านรอยแตกและช่องว่างของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากใต้พิภพและเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดิน ลักษณะของบ่อน้ำร้อนภายในพื้นที่มีความแตกต่างกันตามอุณหภูมิและการไหลเวียนของน้ำ บางจุดมีไอน้ำลอยขึ้นอย่างชัดเจน โดยบ่อน้ำร้อนหลักหลายบ่อมีขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ทำให้สามารถสังเกตการผุดของน้ำและไอน้ำได้จากบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
 
กิจกรรมต้มไข่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกทำเมื่อเดินทางมาถึง เพราะเป็นการใช้ความร้อนจากธรรมชาติในลักษณะที่เข้าใจง่ายและเหมาะสำหรับทุกวัย ร้านค้าบริเวณใกล้เคียงมีไข่และอาหารให้เลือกซื้อ ผู้มาเยือนควรใช้เฉพาะจุดต้มไข่ที่กำหนด ไม่เข้าใกล้บ่อที่มีความร้อนสูงเกินแนวปลอดภัย และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด
 
สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนมากกว่าการแวะชมระยะสั้น บริเวณแม่ขะจานมีทั้งจุดแช่เท้าและบริการอาบน้ำแร่ของผู้ประกอบการบางแห่ง ซึ่งอาจอยู่แยกจากบ่อธรรมชาติริมถนน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบตำแหน่งของสถานบริการและค่าบริการให้ชัดเจนก่อนเข้าใช้งาน เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างพื้นที่สาธารณะกับบริการน้ำแร่ของเอกชน
 
เสน่ห์สำคัญอีกประการหนึ่งคือการเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางบนเส้นทางภูเขาที่มีระยะทางค่อนข้างยาว นักท่องเที่ยวที่ขับรถจากเชียงใหม่ไปเชียงรายสามารถแวะพัก ดื่มเครื่องดื่ม รับประทานอาหาร และเดินชมบ่อน้ำร้อนก่อนเดินทางต่อ ช่วยให้การเดินทางมีจังหวะพักผ่อนและเปิดโอกาสให้สัมผัสธรรมชาติของอำเภอเวียงป่าเป้า
 
การแช่น้ำร้อนหรือแช่เท้าควรใช้เฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้บริการ ตรวจสอบอุณหภูมิก่อนสัมผัสน้ำ และไม่ควรใช้เวลานานจนร่างกายอ่อนเพลีย ผู้ที่ต้องขับรถต่อเป็นระยะทางไกลควรพักให้เพียงพอหลังใช้บริการ เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดจากความร้อนและความเหนื่อยล้า
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 19:00 น. ตามข้อมูลสถานที่
 
ค่าบริการ: พื้นที่ทั่วไปเข้าชมฟรี ส่วนบริการแช่น้ำแร่ของผู้ประกอบการบางแห่งมีค่าบริการแยกต่างหาก ควรสอบถามราคาปัจจุบันจากสถานบริการก่อนใช้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงราย เมื่อถึงบริเวณตลาดแม่ขะจาน ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จะพบพื้นที่บ่อน้ำร้อนใกล้ถนนหลัก สามารถแวะได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า และรถโดยสารที่จอดพักตามเส้นทาง
 
พิกัด GPS: 19.114816, 99.462210 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน
 
บ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดาน จังหวัดพังงา สระน้ำแร่ร้อนและสวนพักผ่อน
 
13. บ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดาน ตั้งอยู่บ้านบ่อดาน ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่พักผ่อนเชิงสุขภาพภายในบริเวณ The Hotspring Beach Resort & Spa จุดเด่นคือบ่อน้ำแร่ร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส พร้อมสระแช่น้ำแร่ สระน้ำเย็น สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา และสวนพักผ่อน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสน้ำแร่ร้อนในบรรยากาศของสถานบริการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
 
ไฮไลต์: น้ำแร่ร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส สระน้ำแร่ร้อน สระน้ำเย็น สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา สวนพักผ่อน และบริการภายในรีสอร์ตริมเส้นทางท่องเที่ยวพังงา
 
บ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดานสะท้อนลักษณะทางธรณีวิทยาของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งมีน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากกระบวนการใต้พิภพก่อนเคลื่อนตัวขึ้นสู่ผิวดิน น้ำร้อนธรรมชาติถูกนำมาใช้ในระบบบ่อและสระสำหรับการพักผ่อน โดยมีการจัดพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานแตกต่างจากบ่อธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าไปชมในพื้นที่ป่าหรือแหล่งอนุรักษ์
 
ความน่าสนใจของสถานที่คือการจัดพื้นที่แช่น้ำแร่ร้อนร่วมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้บริการ ผู้เดินทางสามารถเลือกพักผ่อนในสวน ใช้สระน้ำแร่ร้อนหรือสระน้ำเย็น และใช้บริการสปาตามรายการของผู้ประกอบการ ลักษณะการให้บริการเช่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายมากกว่าการท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนแบบธรรมชาติ
 
ทำเลของบ้านบ่อดานอยู่ในเส้นทางเชื่อมจังหวัดพังงากับพื้นที่โคกกลอยและหาดนาใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแช่น้ำแร่ร่วมกับการเที่ยวชายหาดและแหล่งธรรมชาติริมฝั่งอันดามันได้ การพักผ่อนหลังเดินทางไกลหรือหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้สถานที่ที่เหมาะสม แต่ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและไม่แช่น้ำร้อนติดต่อกันนานเกินไป
 
เนื่องจากบ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดานอยู่ในความดูแลของสถานประกอบการเอกชน การเข้าชมและใช้บริการจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรีสอร์ต นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพักควรตรวจสอบว่ามีบริการเข้าใช้สระแบบไปกลับหรือไม่ และสอบถามราคาก่อนเดินทาง ไม่ควรถือว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นบ่อน้ำร้อนสาธารณะที่สามารถเข้าใช้ได้โดยอิสระ
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมชุดว่ายน้ำหรือชุดสำหรับแช่น้ำ ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าสำรอง พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้สระของสถานบริการ หากเดินทางพร้อมเด็กเล็กควรเลือกสระที่เหมาะสมและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะน้ำแร่ร้อนธรรมชาติบางส่วนมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าจะลงแช่ได้ทันทีโดยไม่ปรับอุณหภูมิ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามการให้บริการของรีสอร์ต เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 20:00 น. สำหรับพื้นที่บริการที่ระบุ โดยควรยืนยันกับผู้ประกอบการก่อนเดินทาง
 
ค่าบริการ: เป็นสถานบริการเอกชน มีค่าบริการตามประเภทการใช้สระน้ำแร่ สปา และที่พัก ผู้ที่ไม่ได้เข้าพักควรสอบถามเงื่อนไขและราคาของบริการแบบไปกลับโดยตรง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาใช้เส้นทางไปยังโคกกลอยและตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง เมื่อถึงบริเวณสี่แยกโคกกลอยให้ขับต่อไปตามเส้นทางหลัก แล้วเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่บ้านบ่อดานตามป้าย The Hotspring Beach Resort & Spa สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้
 
พิกัด GPS: ใช้ตำแหน่ง The Hotspring Beach Resort & Spa เป็นจุดหมาย Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดาน
 
น้ำตกร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ธารน้ำแร่ร้อนไหลผ่านชั้นหินธรรมชาติกลางป่า
 
14. น้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางครามและบ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลผ่านชั้นหินปูนลดหลั่นกันคล้ายน้ำตกขนาดเล็ก จนเกิดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติหลายจุดที่สามารถลงแช่ได้ในบริเวณที่อนุญาต ความงามของสายน้ำอุ่นที่ไหลท่ามกลางป่าดิบชื้นทำให้น้ำตกร้อนคลองท่อมเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดกระบี่
 
ไฮไลต์: ธารน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ไหลลดหลั่นเหมือนน้ำตก แอ่งหินปูนสำหรับแช่น้ำอุ่น อุณหภูมิน้ำประมาณ 40–50 องศาเซลเซียส บรรยากาศป่าดิบชื้น และการจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสระมรกต
 
น้ำตกร้อนคลองท่อมมีลักษณะต่างจากน้ำพุร้อนที่เป็นบ่อน้ำเดือด เพราะน้ำแร่ร้อนจากใต้ดินจะไหลออกมาเป็นธารผ่านพื้นที่ป่าร่มรื่น ก่อนเคลื่อนตัวไปตามความลาดเอียงของชั้นหิน การสะสมตัวของตะกอนแร่และหินปูนในระยะเวลายาวนานมีส่วนสร้างลักษณะของแอ่งน้ำที่เรียงตัวลดหลั่นเป็นชั้น ๆ คล้ายอ่างอาบน้ำตามธรรมชาติ
 
นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางจากทางเข้าสู่บริเวณน้ำตกร้อน ระหว่างทางจะได้สัมผัสธรรมชาติของป่าเขตร้อนและความชื้นของพื้นที่ เมื่อถึงบริเวณธารน้ำจะเห็นสายน้ำอุ่นไหลผ่านแอ่งหินที่มีรูปร่างแตกต่างกัน โดยเฉพาะในจุดที่น้ำไหลลดระดับลงเป็นขั้นเล็ก ๆ ซึ่งเป็นภาพที่มีเอกลักษณ์และเหมาะกับการชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
 
การลงแช่น้ำควรเลือกเฉพาะแอ่งที่อนุญาตและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนทุกครั้ง เพราะแม้น้ำบางจุดจะอุ่นพอเหมาะ แต่บางบริเวณอาจมีอุณหภูมิสูงและพื้นหินลื่น การนั่งแช่ในแอ่งที่มีน้ำไหลผ่านควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรปีนข้ามชั้นหินในบริเวณที่ไม่มีทางเดินหรือสิ่งป้องกันความปลอดภัย
 
น้ำตกร้อนคลองท่อมเหมาะกับการจัดทริปร่วมกับสระมรกตและแหล่งธรรมชาติในอำเภอคลองท่อม โดยสามารถใช้เวลาเที่ยวชมและพักผ่อนในแต่ละจุดตามความสนใจ ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางควรออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะเส้นทางบนบกมีระยะทางพอสมควรและการเดินเข้าสู่สถานที่ใช้เวลาเพิ่มเติม
 
ความสำคัญของน้ำตกร้อนคลองท่อมไม่ได้อยู่เฉพาะความสวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการเกิดน้ำพุร้อนและการสะสมตัวของแร่ธาตุที่สร้างรูปร่างของลำธารตามธรรมชาติ ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาพื้นผิวหินและระบบน้ำ ไม่ขีดเขียน ไม่ทำลายชั้นหินปูน และไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีลงในแอ่งน้ำธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท โดยควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงก่อนเข้าชม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลคลองท่อมเหนือตามป้ายน้ำตกร้อนคลองท่อม จากบริเวณทางเข้าต้องเดินตามทางที่จัดไว้จนถึงจุดน้ำตกร้อน รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกสำหรับการเที่ยวหลายแห่งในวันเดียวกัน
 
พิกัด GPS: 7.931577, 99.205774 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำตกร้อนคลองท่อม
 
น้ำพุร้อนกระบี่บางผึ้ง จังหวัดกระบี่ บ่อน้ำแร่ร้อนสำหรับแช่และพักผ่อน
 
15. น้ำพุร้อนกระบี่ (น้ำพุร้อนบางผึ้ง) ตั้งอยู่บ้านบางผึ้ง ตำบลโคกยาง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ใกล้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม ช่วงหลักกิโลเมตรประมาณ 989–990 เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่บริการสำหรับแช่น้ำแร่และพักผ่อน มีบ่อน้ำร้อนหลายจุด อ่างแช่เท้า สระสำหรับผู้ใหญ่ พื้นที่สำหรับเด็ก ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ร้านอาหาร และบริเวณพักผ่อน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะผ่อนคลายระหว่างเดินทางในเส้นทางกระบี่–ตรังหรือมุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติประมาณ 40–50 องศาเซลเซียส อ่างแช่ตัวและแช่เท้า สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว และทำเลใกล้ถนนเพชรเกษมที่เดินทางสะดวก
 
น้ำพุร้อนกระบี่บางผึ้งเป็นแหล่งน้ำร้อนที่แตกต่างจากน้ำตกร้อนคลองท่อมอย่างชัดเจน เพราะเป็นพื้นที่บ่อน้ำร้อนที่ได้รับการจัดการให้เป็นสถานบริการสำหรับการแช่น้ำแร่ ขณะที่น้ำตกร้อนคลองท่อมเป็นธารน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านแอ่งหินปูนกลางป่า นักท่องเที่ยวจึงควรแยกชื่อและตำแหน่งสถานที่ทั้งสองแห่งให้ถูกต้องก่อนวางแผนการเดินทาง
 
ลักษณะของน้ำร้อนเกิดจากการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านชั้นหินที่มีความร้อน ก่อนผุดขึ้นเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บริเวณพื้นที่มีบ่อน้ำร้อนหลายจุดที่สามารถจัดการเพื่อใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนได้ การมีอ่างแช่น้ำแร่และบริการแยกตามประเภทผู้ใช้ช่วยให้สถานที่เหมาะกับทั้งนักเดินทางทั่วไปและครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนโดยไม่ต้องเดินป่าเป็นระยะทางไกล
 
ภายในพื้นที่มีบ่อน้ำร้อนหลายระดับอุณหภูมิ นักท่องเที่ยวควรเลือกใช้เฉพาะบ่อที่ผู้ดูแลอนุญาตและทดสอบอุณหภูมิก่อนลงแช่เสมอ บ่อน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 40–50 องศาเซลเซียสอาจร้อนเกินไปสำหรับบางคน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไวต่อความร้อน จึงไม่ควรลงแช่โดยไม่ตรวจสอบก่อน
 
ความสะดวกในการเดินทางเป็นจุดเด่นของน้ำพุร้อนกระบี่ เพราะสถานที่อยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักและมีพื้นที่จอดรถใกล้บริเวณบริการ ผู้ที่เดินทางจากสนามบินกระบี่ อำเภอเหนือคลอง หรือพื้นที่คลองท่อมสามารถจัดเป็นจุดแวะพักได้ ขณะที่ผู้พักบริเวณอ่าวนางควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางบนบกและการเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังแช่น้ำ
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอคลองท่อมและเหนือคลอง เช่น สระมรกต น้ำตกร้อนคลองท่อม และแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ควรตรวจสอบระยะทางจริง เพราะสถานที่แต่ละแห่งไม่ได้ตั้งอยู่ติดกัน การจัดเวลาให้เหมาะสมจะช่วยให้ใช้บริการน้ำแร่ได้โดยไม่เร่งรีบ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. ตามข้อมูลสถานที่
 
ค่าบริการ: เป็นพื้นที่ให้บริการของเอกชน มีค่าใช้บริการตามประเภทบ่อและสิ่งอำนวยความสะดวก ผู้เดินทางควรตรวจสอบราคาปัจจุบันกับผู้ดูแลก่อนใช้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอเหนือคลองและเส้นทางไปจังหวัดตรัง เมื่อถึงบริเวณบ้านบางผึ้ง ตำบลโคกยาง ให้สังเกตป้ายทางเข้าบ่อน้ำพุร้อนใกล้ช่วงหลักกิโลเมตร 989–990 แล้วเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่บริการตามป้าย
 
พิกัด GPS: 8.080268, 99.072800 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนกระบี่บางผึ้ง
 
วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง จังหวัดตรัง บ่อน้ำร้อนธรรมชาติควนแคงและพื้นที่ป่าอนุรักษ์
 
16. วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง (บ่อน้ำร้อนควนแคง) ตั้งอยู่บ้านควนแคง หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ภายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นทั้งป่าดิบชื้นและป่าพรุ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความน่าสนใจจากน้ำร้อนผุดขึ้นจากใต้พื้นดิน รวมถึงมีการจัดบ่อแช่เท้า บ่ออาบน้ำรวม ห้องอาบน้ำแร่แบบส่วนตัว และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงสุขภาพพร้อมเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 ระดับอุณหภูมิ บ่อแช่เท้ารวม บ่ออาบน้ำแร่ ห้องอาบน้ำส่วนตัว ศูนย์นวดผ่อนคลายโดยชุมชน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าพรุและป่าดิบชื้น
 
วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตังมีลักษณะทางธรรมชาติที่แตกต่างจากแหล่งน้ำร้อนตามเทือกเขาภาคเหนือ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าของอำเภอกันตัง น้ำร้อนธรรมชาติผุดขึ้นจากใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิแตกต่างกันตามแต่ละจุด การจัดพื้นที่บริการจึงช่วยแยกบ่อน้ำร้อนสำหรับชมธรรมชาติออกจากบ่อที่ใช้แช่เท้าหรืออาบน้ำแร่
 
สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจคือการผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาชมบ่อน้ำร้อน เรียนรู้ลักษณะของพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำ และเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างน้ำใต้ดิน ระบบนิเวศป่า และวิถีชีวิตของชุมชนควนแคง
 
พื้นที่บริการสำหรับแช่น้ำแร่มีทั้งส่วนที่ใช้ร่วมกันและส่วนที่จัดไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว ผู้มาเยือนควรสอบถามเวลาบริการของแต่ละประเภทก่อนเข้าใช้ เนื่องจากบางจุดอาจมีการจัดรอบหรือปิดทำความสะอาดเป็นช่วง ๆ การแช่น้ำร้อนควรเลือกอุณหภูมิที่เหมาะกับตนเอง ไม่แช่ต่อเนื่องนานเกินไป และออกจากบ่อทันทีหากรู้สึกไม่สบายตัว
 
ความสำคัญของวนอุทยานยังเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยมีการจัดบริการบางประเภทที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ การท่องเที่ยวจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมแช่น้ำแร่ แต่ยังเป็นโอกาสในการสนับสนุนชุมชนและเรียนรู้เรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
 
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเมืองเก่ากันตัง สถานีรถไฟกันตัง ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีได้ การเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นทั้งมิติประวัติศาสตร์การค้าและมิติธรรมชาติของจังหวัดตรังภายในทริปเดียวกัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนบริการห้องอาบน้ำแร่หรือบริการเพิ่มเติมอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังใช้ทางหลวงหมายเลข 403 ไปอำเภอกันตัง จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลบ่อน้ำร้อนและบ้านควนแคง ตามเส้นทางผ่านพื้นที่บ้านท่าส้มและแพขนานยนต์ที่ใช้เชื่อมชุมชนในบริเวณนี้ ควรตรวจสอบรอบแพและสภาพถนนก่อนเดินทาง
 
พิกัด GPS: 7.40970163, 99.46316796 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางวนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง
 
บ่อน้ำร้อนพุหลุมพี จังหวัดระนอง บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กในชุมชนบ้านพรรั้ง
 
17. บ่อน้ำร้อนพุหลุมพี ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านพรรั้ง ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กที่มีเสน่ห์จากความเรียบง่ายของพื้นที่และความใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่น จุดเด่นคือน้ำที่มีลักษณะใสจนมองเห็นพื้นด้านล่างของบ่อ รวมถึงรอยแตกที่พื้นบ่อและฟองอากาศซึ่งผุดขึ้นจากใต้ดินอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นสถานที่สำหรับสังเกตกระบวนการเกิดน้ำร้อนธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ
 
ไฮไลต์: บ่อพุน้ำร้อนธรรมชาติขนาดเล็ก น้ำใสมองเห็นก้นบ่อ ฟองอากาศผุดจากรอยแตกใต้ดิน บรรยากาศชุมชนสงบ และเส้นทางเที่ยวเชื่อมกับภูเขาหญ้าและน้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง
 
บ่อน้ำร้อนพุหลุมพีเกิดจากน้ำใต้ดินที่เคลื่อนตัวผ่านรอยแตกของชั้นหินและได้รับความร้อน ก่อนผุดขึ้นสู่ผิวดินเป็นตาน้ำร้อน ลักษณะเฉพาะของบ่อคือการมีน้ำใสและฟองอากาศที่ขึ้นมาจากพื้นใต้น้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นความเคลื่อนไหวของน้ำและก๊าซในระบบใต้ดินได้อย่างใกล้ชิด เมื่อเทียบกับแหล่งน้ำพุร้อนที่มีน้ำเดือดพล่านหรือพุ่งสูง พุหลุมพีจึงมีบุคลิกเงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่า
 
ความน่าสนใจของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของบ่อน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ แต่เป็นการได้สัมผัสแหล่งน้ำร้อนที่สัมพันธ์กับชีวิตของชุมชนบางริ้นมายาวนาน พื้นที่นี้อยู่ใกล้เส้นทางไปภูเขาหญ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระนอง ทำให้สามารถแวะชมบ่อน้ำร้อนระหว่างเที่ยวสถานที่อื่นได้สะดวก
 
บ่อน้ำร้อนพุหลุมพีแตกต่างจากน้ำพุร้อนบ้านพรรั้งและบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน แม้ทั้งหมดตั้งอยู่ในจังหวัดระนองและเกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำร้อนธรรมชาติ รักษะวารินมีลักษณะเป็นพื้นที่สาธารณะใกล้ตัวเมืองพร้อมสวนพักผ่อน บ้านพรรั้งเป็นพื้นที่บริการแช่น้ำแร่ในบรรยากาศป่าอุทยาน ส่วนพุหลุมพีเป็นตาน้ำร้อนขนาดเล็กซึ่งเหมาะกับการสังเกตธรรมชาติและเรียนรู้ชีวิตชุมชนในรูปแบบเรียบง่าย
 
ผู้ที่ต้องการใช้บริการแช่น้ำแร่แบบมีสิ่งอำนวยความสะดวกควรตรวจสอบสถานบริการใกล้เคียง เช่น ธาริน ฮอทสปริง ซึ่งเป็นพื้นที่แยกต่างหากจากบ่อพุน้ำร้อนธรรมชาติ ไม่ควรเข้าใจว่าบ่อพุหลุมพีมีบริการเหมือนกับสถานประกอบการเอกชน หรือสามารถลงแช่ในทุกจุดได้โดยไม่มีข้อจำกัด
 
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวธรรมชาติ สามารถจัดทริปแวะบ่อน้ำร้อนพุหลุมพีในช่วงเช้าหรือบ่าย แล้วเดินทางต่อไปยังภูเขาหญ้า น้ำตกหงาว หรือบ่อน้ำร้อนบ้านพรรั้งตามความสะดวก โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและใช้เวลาชมธรรมชาติอย่างเหมาะสม
 
แม้บ่อน้ำร้อนแห่งนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ควรระมัดระวังไม่สัมผัสน้ำโดยไม่ตรวจสอบอุณหภูมิ และไม่เดินลงไปในบ่อที่ไม่มีการจัดพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ แชมพู หรือสารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมของชุมชน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางภูเขาหญ้า เมื่อเห็นป้ายสัญลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนพุหลุมพีให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้องถิ่นประมาณ 400 เมตร จะถึงบริเวณบ่อพุน้ำร้อน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้
 
พิกัด GPS: 9.905641, 98.632129 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนพุหลุมพี
 
น้ำพุร้อนบ้านนากอ จังหวัดยะลา บ่อน้ำร้อนธรรมชาติในชุมชนอัยเยอร์เวง เบตง
 
18. น้ำพุร้อนบ้านนากอ หรือบ่อน้ำร้อนบ้านนากอ ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและชุมชนที่มีความโดดเด่นจากการพบแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติอยู่ใกล้ธารน้ำเย็นและน้ำตกขนาดเล็ก ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและป่าร่มรื่นของอัยเยอร์เวง ภายในพื้นที่มีบ่อน้ำร้อนสำหรับพักผ่อนและแช่เท้า พื้นที่น้ำอุ่นสำหรับเด็ก ร้านค้าชุมชน และบริการท่องเที่ยวบางประเภท เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นควบคู่กัน
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติกลางป่า ธารน้ำเย็นและน้ำตกนากอเล็ก บ่อแช่เท้า พื้นที่น้ำอุ่น ร้านค้าชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
น้ำพุร้อนบ้านนากอเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนและผุดขึ้นสู่ผิวดินตามแนวรอยแตกของชั้นหิน ความน่าสนใจของพื้นที่คือการมีน้ำร้อนและน้ำเย็นอยู่ใกล้กัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความแตกต่างของแหล่งน้ำตามธรรมชาติและใช้เวลาพักผ่อนได้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม บ่อน้ำร้อนและธารน้ำเย็นมีสภาพแวดล้อมและระดับอุณหภูมิแตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้เฉพาะพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับกิจกรรมแต่ละประเภท
 
บ้านนากอเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาของตำบลอัยเยอร์เวง มีความสัมพันธ์กับป่าไม้ ลำน้ำ และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ การพัฒนาแหล่งน้ำร้อนให้รองรับนักท่องเที่ยวจึงช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสถานที่และให้บริการต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร พื้นที่พักผ่อน และการท่องเที่ยวโดยชุมชน
 
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการแช่เท้าและพักผ่อนในบริเวณบ่อน้ำร้อน พร้อมชมธรรมชาติรอบลำธาร นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบและเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว หากมีเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำและอุณหภูมิอาจแตกต่างกันตามจุดที่ใช้งาน
 
พื้นที่อัยเยอร์เวงยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะจุดชมทะเลหมอกและสกายวอล์คอัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอเบตง การจัดเส้นทางชมทะเลหมอกในช่วงเช้าแล้วแวะพักที่น้ำพุร้อนบ้านนากอจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ควรตรวจสอบระยะทางและสภาพถนนภูเขาก่อนเดินทาง
 
นอกจากการแช่น้ำร้อนแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกพักในชุมชนหรือใช้บริการกางเต็นท์ในพื้นที่ที่เปิดให้บริการได้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเข้าพักและกิจกรรมเสริมขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการหรือผู้ดูแลแต่ละราย จึงควรสอบถามล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงวันหยุดและฤดูท่องเที่ยว
 
การท่องเที่ยวบ้านนากอควรคำนึงถึงความสะอาดของแหล่งน้ำและชุมชน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ใช้สารเคมีลงในบ่อน้ำ และไม่ลงแช่ในบ่อต้นกำเนิดน้ำร้อนที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว การรักษาสภาพธรรมชาติจะช่วยให้พื้นที่ยังคงเป็นแหล่งพักผ่อนและทรัพยากรของชุมชนได้ในระยะยาว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. ตามข้อมูลสถานที่
 
ค่าบริการ: พื้นที่หลักสำหรับเข้าชมและแช่น้ำร้อนเปิดให้บริการฟรี ส่วนที่พัก กางเต็นท์ อาหาร และบริการเสริมมีค่าบริการตามประเภทของผู้ให้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเบตงเดินทางไปทางตำบลอัยเยอร์เวงตามเส้นทางหลักที่เชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวทะเลหมอก แล้วเดินทางต่อเข้าสู่บ้านนากอ หมู่ที่ 9 ถนนบางช่วงผ่านภูเขาและชุมชน ควรใช้รถยนต์ที่มีสภาพพร้อมและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
 
พิกัด GPS: ค้นหาชื่อสถานที่บ้านนากอ อัยเยอร์เวง Google Maps:เปิดแผนที่น้ำพุร้อนบ้านนากอ
 
น้ำพุร้อนเทพพนม จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งน้ำร้อนธรรมชาติในพื้นที่ป่าแม่แจ่ม
 
19. น้ำพุร้อนเทพพนม ตั้งอยู่บริเวณบ้านอมกุด ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความน่าสนใจจากการตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศป่าเขาและพื้นที่ธรรมชาติของอำเภอแม่แจ่ม แตกต่างจากน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหรือริมทางหลวงสายหลัก เพราะการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้องผ่านเส้นทางชนบทและภูเขา เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติและต้องการเรียนรู้เรื่องน้ำร้อนใต้พิภพในบริบทของผืนป่า
 
ไฮไลต์: แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางป่าเขา บรรยากาศสงบของบ้านอมกุด ภูมิประเทศอำเภอแม่แจ่ม และการเดินทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในพื้นที่ห่างจากเมือง
 
น้ำพุร้อนเทพพนมเกิดจากน้ำใต้ดินที่ซึมผ่านรอยแตกของชั้นหินก่อนรับความร้อนในระดับลึก แล้วเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวดิน กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดตาน้ำร้อนธรรมชาติภายในพื้นที่ป่า นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาเรื่องแหล่งน้ำร้อนใต้พิภพได้จากการสังเกตลักษณะของน้ำและสภาพแวดล้อมตามจุดที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย
 
ความน่าสนใจสำคัญของสถานที่คือบรรยากาศธรรมชาติของอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งมีทั้งภูเขา ป่าไม้ ลำน้ำ และชุมชนที่มีวิถีชีวิตเชื่อมโยงกับทรัพยากรในท้องถิ่น การเดินทางมาน้ำพุร้อนเทพพนมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ภูมิประเทศและความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดเชียงใหม่
 
เนื่องจากพื้นที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นแหล่งบริการน้ำแร่ขนาดใหญ่แบบสันกำแพงหรือฝาง นักท่องเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเส้นทาง สภาพถนน และสถานะการเข้าถึงก่อนเดินทาง ไม่ควรคาดหวังว่าทุกจุดจะมีบ่อแช่ ห้องอาบน้ำ หรือร้านค้าครบครันเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ
 
ผู้ที่ต้องการเข้าชมควรใช้ช่วงกลางวัน เพราะเส้นทางชนบทและภูเขาบางช่วงอาจมีข้อจำกัดด้านแสงสว่างและสภาพถนนในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในฤดูฝนซึ่งอาจเกิดพื้นลื่น น้ำหลาก หรือการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางชั่วคราว ควรสอบถามหน่วยงานหรือชุมชนในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ น้ำพุร้อนเทพพนมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอำเภอแม่แจ่มและชุมชนโดยรอบได้ แต่ควรวางแผนเวลาเดินทางอย่างรอบคอบ ไม่เร่งรีบ และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่ปลอดภัยเพื่อเข้าใกล้ตาน้ำร้อนธรรมชาติ
 
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเป็นพิเศษในพื้นที่ป่า ผู้มาเยือนควรเก็บขยะกลับ ไม่ใช้สารเคมีในแหล่งน้ำ ไม่รบกวนพืชและสัตว์ป่า และไม่ทำลายหินหรือชั้นตะกอนธรรมชาติบริเวณบ่อน้ำพุร้อน
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวันตามสภาพพื้นที่ เวลาเปิดทำการ: ควรเดินทางช่วง 08:00 – 17:00 น. โดยเป็นช่วงเวลาแนะนำ ไม่ใช่เวลาเปิดบริการที่ได้รับการยืนยัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่แจ่ม จากนั้นใช้เส้นทางไปตำบลกองแขกและบ้านอมกุดตามถนนท้องถิ่นที่เชื่อมเข้าสู่พื้นที่น้ำพุร้อน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถที่เหมาะกับถนนภูเขาสะดวกที่สุด และควรตรวจสอบเส้นทางจากชุมชนก่อนเดินทาง
 
พิกัด GPS: 18.271070, 98.396185 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนเทพพนม
 
น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น จังหวัดกาญจนบุรี บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติในอำเภอทองผาภูมิ
 
20. น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น ตั้งอยู่ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางตามเส้นทางกาญจนบุรี–ทองผาภูมิ มีพื้นที่สำหรับแช่น้ำร้อนและพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ จุดเด่นคือการเป็นแหล่งน้ำแร่ร้อนที่เข้าถึงได้ค่อนข้างสะดวก สามารถจัดเป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวป่าเขาและน้ำตกของภาคตะวันตก
 
ไฮไลต์: บ่อแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อนในอำเภอทองผาภูมิ บรรยากาศใกล้ชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวต่อเนื่องกับน้ำตกและธรรมชาติของจังหวัดกาญจนบุรี
 
แหล่งน้ำพุร้อนลิ่นถิ่นเกิดจากระบบน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินในพื้นที่ที่มีความร้อนใต้พิภพ ก่อนผุดขึ้นเป็นตาน้ำร้อนธรรมชาติ การนำทรัพยากรน้ำร้อนมาใช้เพื่อการพักผ่อนของชุมชนและนักท่องเที่ยวทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณีในพื้นที่ทองผาภูมิ
 
น้ำพุร้อนลิ่นถิ่นมีความแตกต่างจากแหล่งน้ำร้อนขนาดใหญ่บางแห่ง เพราะเน้นการใช้บริการแช่น้ำแร่ในบรรยากาศเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเดินป่าหรือเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นระยะทางไกล นักท่องเที่ยวสามารถแวะพักหลังขับรถหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง แล้วใช้เวลาผ่อนคลายก่อนเดินทางต่อได้
 
การแช่น้ำแร่ร้อนควรเริ่มจากการตรวจสอบระดับอุณหภูมิของแต่ละบ่อ เพราะน้ำร้อนธรรมชาติอาจมีระดับความร้อนแตกต่างกัน ผู้ใช้บริการควรเลือกบ่อที่เหมาะกับสภาพร่างกาย ไม่ลงแช่ทันทีโดยไม่ทดสอบน้ำ และไม่แช่น้ำต่อเนื่องนานจนเกิดอาการอ่อนเพลียหรือเวียนศีรษะ
 
การมาเยือนลิ่นถิ่นสามารถจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวทองผาภูมิ ซึ่งมีภูเขา น้ำตก และแหล่งธรรมชาติหลายประเภท ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวสามารถเลือกให้บ่อน้ำร้อนเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางเพื่อช่วยให้ทริปไม่เร่งรีบเกินไป
 
ผู้ใช้บริการควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะ และน้ำดื่ม รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้บ่อของผู้ดูแล หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือแชมพูในแหล่งน้ำธรรมชาติ และช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่พักผ่อน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ 07:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ 07:00 – 21:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่สำหรับชาวไทย ได้แก่ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท โดยควรตรวจสอบค่าบริการปัจจุบันก่อนเข้าใช้พื้นที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลลิ่นถิ่นตามถนนท้องถิ่นที่เชื่อมกับแหล่งน้ำพุร้อน สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้ตามความสะดวก
 
พิกัด GPS: 14.546394, 98.759468 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนลิ่นถิ่น
 
โหนน้ำพุร้อน หาดน้ำร้อนคลองมะรุ่ย จังหวัดพังงา แหล่งทรายร้อนและโคลนร้อนชายฝั่ง
 
21. โหนน้ำพุร้อน (หาดน้ำร้อนคลองมะรุ่ย) ตั้งอยู่บริเวณคลองมะรุ่ย ตำบลมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากบ่อน้ำพุร้อนทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์น้ำเค็มร้อน ทรายร้อน และโคลนร้อนบริเวณชายฝั่งและปากคลอง ซึ่งสามารถเข้าถึงบางส่วนได้เฉพาะช่วงน้ำทะเลลดเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกิจกรรมสปาโคลนร้อนและชมธรรมชาติควรติดต่อชุมชนบ้านโคกไครล่วงหน้า เพื่อจัดเวลาเดินทางให้ตรงกับระดับน้ำขึ้นน้ำลงและการให้บริการของชุมชน
 
ไฮไลต์: หาดทรายร้อนธรรมชาติ โคลนร้อน น้ำเค็มร้อน กิจกรรมสปาโคลนร้อนโดยชุมชนบ้านโคกไคร การล่องเรือในคลองมะรุ่ย และระบบนิเวศป่าชายเลน
 
แหล่งน้ำร้อนคลองมะรุ่ยมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย น้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนสามารถเคลื่อนตัวผ่านช่องว่างของชั้นหินขึ้นมาสู่พื้นที่ชายฝั่ง ทำให้เกิดบริเวณที่มีความร้อนผิดไปจากน้ำและดินโดยรอบ ลักษณะนี้แตกต่างจากน้ำพุร้อนที่ผุดอยู่กลางป่าหรือบ่ออาบน้ำแร่ในพื้นที่บริการทั่วไป
 
ความน่าสนใจสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ตามระดับน้ำทะเล เมื่อถึงช่วงน้ำลด บางบริเวณของหาดทรายและดินเลนจะปรากฏให้เห็น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้นำเที่ยวชุมชนได้ แต่หากระดับน้ำสูงหรือสภาพอากาศไม่เหมาะสม พื้นที่บางส่วนอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นการเดินทางแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าอาจทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมตามที่ตั้งใจไว้
 
กิจกรรมสปาโคลนร้อนเป็นหนึ่งในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของชุมชนบ้านโคกไคร โดยใช้ลักษณะเฉพาะของโคลนและทรายที่ได้รับความร้อนจากธรรมชาติเป็นจุดเด่น นักท่องเที่ยวควรเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้คำแนะนำของผู้ดูแล ไม่ควรขุดหรือสัมผัสบริเวณที่มีความร้อนสูงโดยไม่มีการตรวจสอบอุณหภูมิ และไม่ควรอ้างว่าการใช้โคลนร้อนสามารถรักษาโรคได้โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ
 
นอกจากกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำร้อนแล้ว พื้นที่คลองมะรุ่ยยังมีภูมิประเทศป่าชายเลนและวิถีประมงพื้นบ้านที่น่าสนใจ การเดินทางด้วยเรือร่วมกับชุมชนช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ ลำน้ำชายฝั่ง และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่มากขึ้น จึงเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์และความเข้าใจชุมชนควบคู่กับการพักผ่อน
 
ผู้ที่ต้องการจัดทริปสามารถเลือกเที่ยวร่วมกับชุมชนบ้านโคกไครและแหล่งธรรมชาติของอำเภอทับปุด โดยควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่เปียกและลื่น ชุดเปลี่ยน น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันแดด รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศและรอบน้ำขึ้นน้ำลงก่อนเดินทาง
 
การอนุรักษ์พื้นที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะระบบนิเวศชายเลนและแหล่งน้ำร้อนริมคลองมีความเปราะบาง นักท่องเที่ยวไม่ควรทิ้งขยะลงคลอง ไม่ทำลายป่าชายเลน ไม่เก็บดินหรือโคลนออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำเที่ยวชุมชนอย่างเคร่งครัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามการจัดกิจกรรมของชุมชน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น. โดยการเข้าถึงหาดน้ำร้อนขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลและต้องนัดหมายล่วงหน้า
 
ค่าบริการ: กิจกรรมล่องเรือและสปาโคลนร้อนมีเงื่อนไขและค่าบริการตามโปรแกรมของชุมชน ควรสอบถามราคาและจำนวนผู้ร่วมเดินทางก่อนจอง
 
การเดินทาง: จากจังหวัดพังงาหรือกระบี่เดินทางเข้าสู่ตำบลมะรุ่ย อำเภอทับปุด แล้วมุ่งหน้าไปยังชุมชนบ้านโคกไคร จากนั้นใช้บริการเรือท้องถิ่นหรือเรือหัวโทงเดินทางไปยังบริเวณหาดน้ำร้อนในคลองมะรุ่ยตามช่วงเวลาที่เหมาะกับระดับน้ำทะเล ไม่สามารถขับรถยนต์เข้าไปยังหาดน้ำร้อนได้โดยตรง
 
พิกัด GPS: 8.566186, 98.655605 (จุดอ้างอิงการนำทาง) Google Maps:เปิดแผนที่นำทางไปพื้นที่คลองมะรุ่ย
 
น้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี แหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติกลางป่า
 
22. น้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง ตั้งอยู่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางภูมิประเทศป่าเขาทางด้านตะวันตกของจังหวัด มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติหลายแห่งที่ได้รับการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อน จุดเด่นสำคัญคือบรรยากาศป่าร่มรื่น น้ำแร่ร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน และบริการแช่เท้าหรืออาบน้ำแร่ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ 4 บ่อที่เรียงตัวต่อเนื่อง บรรยากาศป่าไม้เชิงเขา บริการแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว และพื้นที่พักผ่อนที่มีการดูแลร่วมกับชุมชน
 
น้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้องเกิดจากน้ำใต้ดินที่ซึมลงผ่านรอยแตกของชั้นหินและได้รับความร้อนจากระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ภายในพื้นที่พบบ่อน้ำร้อนรวม 4 บ่อ เรียงตัวตามแนวเหนือ–ใต้ โดยน้ำจากบ่อด้านเหนือไหลต่อเนื่องลงสู่บริเวณด้านใต้ ลักษณะดังกล่าวทำให้ผู้มาเยือนสามารถสังเกตระบบการไหลเวียนของน้ำร้อนในพื้นที่เดียวกันได้อย่างชัดเจน
 
ความน่าสนใจของแหล่งน้ำพุร้อนแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่อุณหภูมิน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมที่โอบล้อมด้วยป่าไม้และแนวเขา อำเภอหนองหญ้าปล้องเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับทรัพยากรป่า ลำห้วย และวิถีชีวิตชนบท การเดินทางมาแช่น้ำร้อนจึงเป็นโอกาสให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนจากความเร่งรีบและสัมผัสธรรมชาติของเพชรบุรีในมุมที่แตกต่างจากชายหาดชะอำหรือแหล่งประวัติศาสตร์ในตัวเมือง
 
บริเวณบริการมีทั้งพื้นที่สำหรับแช่เท้าและห้องอาบน้ำแร่ ซึ่งได้รับการจัดแยกจากบ่อต้นกำเนิดน้ำร้อน ผู้มาเยือนควรเลือกใช้บริการตามสภาพร่างกายและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนแช่ทุกครั้ง หากเดินทางเป็นครอบครัวควรดูแลเด็กเล็กไม่ให้เข้าใกล้บ่อน้ำร้อนจัด และไม่ควรลงแช่ในจุดที่ไม่มีการจัดการด้านความปลอดภัย
 
แหล่งน้ำร้อนแห่งนี้ยังสะท้อนบทบาทของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว การมีบริการอาบน้ำแร่และพื้นที่พักผ่อนช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น ขณะเดียวกันผู้มาเยือนก็ควรใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช้สบู่หรือแชมพูในแหล่งน้ำธรรมชาติ และไม่นำสิ่งของไปทิ้งบริเวณบ่อ
 
สำหรับการวางแผนเดินทาง สามารถจัดน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้องเป็นจุดหมายหลักของทริปหนึ่งวัน หรือเที่ยวร่วมกับสถานที่ธรรมชาติในอำเภอหนองหญ้าปล้องตามสภาพเส้นทางและเวลาที่มี ผู้เดินทางควรเตรียมชุดเปลี่ยน ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะกันลื่น และน้ำดื่ม เพื่อให้สามารถใช้บริการแช่น้ำร้อนได้อย่างสะดวก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ แช่เท้า 10 บาทต่อคน ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว 30 บาทต่อคน และห้องแช่น้ำร้อนรวมแบบเหมาห้อง 150 บาทต่อห้อง โดยควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนใช้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีเดินทางเข้าสู่อำเภอหนองหญ้าปล้อง แล้วมุ่งหน้าไปตำบลยางน้ำกลัดเหนือ ใช้เส้นทางท้องถิ่นตามป้ายน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด เพราะสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างจากเส้นทางขนส่งสาธารณะหลัก
 
พิกัด GPS: 13.153248, 99.600738 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง
 
บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย จังหวัดสตูล บ่อน้ำแร่ธรรมชาติสำหรับแช่เท้าและแช่ตัว
 
23. บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย ตั้งอยู่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีน้ำแร่ร้อนธรรมชาติผุดขึ้นจากใต้ดินท่ามกลางภูมิประเทศเชิงเขาและชุมชนชนบท จุดเด่นของสถานที่คือการมีบ่อแช่เท้าและบ่อแช่ตัวที่จัดเป็นสัดส่วน รวมถึงพื้นที่พักผ่อน ห้องอาบน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะพักระหว่างเดินทางไปจังหวัดสตูลหรือจัดทริปเที่ยวธรรมชาติในอำเภอควนกาหลง
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ต้นน้ำมีอุณหภูมิประมาณ 50–60 องศาเซลเซียส บ่อแช่เท้าฟรี บ่อแช่ตัวที่แยกพื้นที่ให้เหมาะสม ห้องอาบน้ำ และเส้นทางเที่ยวเชื่อมกับน้ำตกโตนปาหนัน
 
น้ำพุร้อนทุ่งนุ้ยเกิดจากกระบวนการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านชั้นหินที่มีความร้อนก่อนผุดขึ้นสู่ผิวดิน น้ำร้อนบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูงกว่าระดับที่เหมาะสมต่อการสัมผัสโดยตรง จึงมีการจัดระบบพื้นที่บริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถแช่เท้าหรือแช่ตัวในบริเวณที่กำหนดได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น การมีพื้นที่แยกตามประเภทการใช้งานช่วยให้เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและคนในชุมชนที่มาใช้บริการเป็นประจำ
 
บรรยากาศรอบบ่อน้ำพุร้อนมีความร่มรื่นจากต้นไม้และภูมิประเทศใกล้เชิงเขา โดยมีสวนยางพารา สวนผลไม้ และหมู่บ้านกระจายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้สถานที่มีลักษณะเป็นแหล่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ได้เป็นสถานบริการขนาดใหญ่ที่มีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวตลอดเวลา ความสงบของพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่เหมาะกับการพักผ่อนหลังเดินทางไกล
 
บริการแช่เท้าเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสน้ำแร่ร้อนโดยไม่ต้องลงแช่ทั้งตัว ขณะที่บ่อแช่ตัวมีการจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนและมีค่าบริการตามประเภทผู้ใช้ ผู้มาเยือนควรเลือกใช้บริการตามความเหมาะสมและไม่ควรแช่น้ำต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาด้านหัวใจหรือความดันโลหิต และเด็กเล็ก
 
แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจคือน้ำตกโตนปาหนัน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งนุ้ยและมีภูมิทัศน์ป่าไม้ที่แตกต่างจากบ่อน้ำร้อน นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวธรรมชาติช่วงเช้าแล้วมาแช่เท้าหรือพักผ่อนที่บ่อน้ำพุร้อนในช่วงบ่ายได้ แต่ควรตรวจสอบสภาพอากาศและความปลอดภัยของเส้นทางน้ำตกก่อนเดินทาง
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะ และน้ำดื่ม พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในบ่อแร่ และช่วยกันรักษาความสะอาดเพื่อให้แหล่งน้ำร้อนยังคงเป็นทรัพยากรสำคัญของชุมชนต่อไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่โดยรวม 05:00 – 20:00 น. บ่อแช่เท้าและบ่อแช่ตัว 05:00 – 19:00 น.
 
ค่าบริการ: บ่อแช่เท้าฟรี บ่อแช่ตัวตามอัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ชาวไทยผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท โดยควรตรวจสอบราคาล่าสุดกับผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลหรือหาดใหญ่เดินทางไปอำเภอควนกาหลง จากนั้นเข้าสู่ตำบลทุ่งนุ้ยตามป้ายบ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก และจัดเส้นทางร่วมกับน้ำตกโตนปาหนันตามความเหมาะสม
 
พิกัด GPS: 6.843800, 100.156233 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย
 
บ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิง ราชบุรี แหล่งน้ำร้อนธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
 
24. บ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิง (พุน้ำร้อนไทยประจัน) ตั้งอยู่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติกลางภูมิประเทศป่าเขาที่เหมาะกับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการพักผ่อน จุดเด่นคือบ่อพุน้ำร้อนธรรมชาติที่มีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส พร้อมพื้นที่อาบน้ำแร่และลำห้วยธรรมชาติที่สามารถใช้เป็นจุดเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำร้อนใต้พิภพกับระบบนิเวศโดยรอบ
 
ไฮไลต์: บ่อพุน้ำร้อนธรรมชาติกลางป่า อุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 65 องศาเซลเซียส พื้นที่อาบน้ำร้อนที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ลำห้วยน้ำเย็น และเส้นทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
 
บ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิงเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนในระดับลึกแล้วไหลกลับขึ้นมาสู่ผิวดินตามแนวรอยแตกของชั้นหิน ต้นกำเนิดน้ำร้อนมีลักษณะเป็นบ่อธรรมชาติขนาดไม่ใหญ่มาก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร และมีระดับความร้อนสูงจนไม่เหมาะสำหรับลงแช่โดยตรง ผู้ที่ต้องการใช้น้ำร้อนจึงควรใช้เฉพาะจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนใช้งานทุกครั้ง
 
พื้นที่โดยรอบอยู่ในแนวภูเขาและผืนป่าของอำเภอบ้านคา ซึ่งมีทั้งลำห้วย ต้นไม้ และภูมิทัศน์ชนบทที่ยังคงความสงบ การเดินทางมาน้ำพุร้อนโป่งกระทิงจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และใช้เวลาพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง
 
ความเป็นมาของพื้นที่สัมพันธ์กับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ซึ่งมีรากฐานจากโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในปี 2535 การอนุรักษ์ป่าและแหล่งต้นน้ำช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำใต้ดินและลำห้วยให้คงอยู่ ทำให้แหล่งน้ำพุร้อนแห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านธรณีวิทยาและการศึกษาธรรมชาติ
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวป่าเขาและแวะพักที่พุน้ำร้อนภายในวันเดียว หรือเลือกพักค้างคืนในพื้นที่ที่อุทยานหรือชุมชนอนุญาตตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การใช้พื้นที่พักแรมต้องตรวจสอบข้อกำหนดและความพร้อมของบริการล่วงหน้า ไม่ควรเข้าไปกางเต็นท์ในพื้นที่ป่าที่ไม่ได้เปิดให้บริการ
 
การเดินทางเข้าไปในแหล่งน้ำพุร้อนควรระมัดระวังสภาพถนนในฤดูฝน รวมถึงเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่เปียก และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการพักผ่อน ไม่ควรเข้าใกล้บ่อต้นกำเนิดน้ำร้อนเกินกว่าระยะที่อนุญาต และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีเดินทางเข้าสู่อำเภอบ้านคา แล้วมุ่งหน้าไปตำบลบ้านบึงและบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตามเส้นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและตรวจสอบสภาพถนนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก
 
พิกัด GPS: 13.260765, 99.407354 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิง
 
บ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตาน้ำร้อนธรรมชาติในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง
 
25. บ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอก ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีตาน้ำร้อนผุดขึ้นหลายจุด ท่ามกลางภูมิประเทศพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าไม้ และระบบนิเวศที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของสถานที่คือการเที่ยวชมบ่อน้ำร้อนควบคู่กับการศึกษาระบบนิเวศของหนองทุ่งทอง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำและสัตว์ป่าหลายชนิด
 
ไฮไลต์: ตาน้ำร้อนธรรมชาติหลายบ่อ น้ำร้อนใส บรรยากาศป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และโอกาสเรียนรู้ระบบนิเวศหนองทุ่งทอง
 
บ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอกเกิดจากน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านชั้นหินและได้รับความร้อน ก่อนผุดขึ้นตามรอยแตกของพื้นดินเป็นตาน้ำร้อนหลายแห่ง บริเวณต้นกำเนิดบางจุดมีอุณหภูมิสูงและเกิดการเคลื่อนตัวของน้ำอย่างต่อเนื่อง จึงควรแยกพื้นที่สำหรับชมธรรมชาติออกจากบ่อที่อนุญาตให้แช่เท้าหรือแช่ตัว โดยปฏิบัติตามป้ายและข้อกำหนดของผู้ดูแล
 
ความน่าสนใจของบ้านเขาตอกอยู่ที่การมีแหล่งน้ำพุร้อนภายในภูมิประเทศชุ่มน้ำที่อุดมไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทองมีทั้งหนองน้ำ ทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี นักท่องเที่ยวจึงสามารถศึกษาความสัมพันธ์ของน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และสิ่งมีชีวิตในพื้นที่เดียวกันได้
 
กิจกรรมที่เหมาะสมคือการเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณบ่อน้ำร้อน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรและมีลักษณะเป็นทางเดินที่ไม่หนักมาก ผู้มาเยือนสามารถสังเกตพืชริมหนองน้ำ ร่องรอยของสัตว์ และลักษณะการผุดขึ้นของน้ำร้อนตามจุดที่เปิดให้ชม โดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล
 
ผู้ที่ต้องการใช้บริการน้ำร้อนเพื่อพักผ่อนควรเลือกเฉพาะบ่อที่ผู้ดูแลอนุญาต ไม่ลงไปในตาน้ำร้อนต้นกำเนิดโดยตรง และควรตรวจสอบอุณหภูมิก่อนแช่ทุกครั้ง ส่วนผู้ที่สนใจดูนกหรือศึกษาธรรมชาติควรใช้กล้องส่องทางไกลและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง เพื่อไม่รบกวนสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์
 
สามารถจัดทริปบ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอกร่วมกับการเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทองและชุมชนในอำเภอเคียนซาได้ เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวธรรมชาติในรูปแบบสงบ ไม่เร่งรีบ
 
การท่องเที่ยวบริเวณนี้ควรคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ และไม่ใช้น้ำสบู่หรือสารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพน้ำและระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเดินทางไปอำเภอเคียนซา แล้วเข้าสู่ตำบลเขาตอก หมู่ที่ 2 ตามเส้นทางไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด และควรสอบถามผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่หากเดินทางเป็นหมู่คณะ
 
พิกัด GPS: 8.842918, 99.223532 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอก
 
บ่อน้ำร้อนบ้านบางจำ สุราษฎร์ธานี บ่อน้ำร้อนและดินโป่งธรรมชาติในอำเภอวิภาวดี
 
26. บ่อน้ำร้อนบ้านบางจำ ตั้งอยู่บ้านบางจำ หมู่ที่ 15 ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติในพื้นที่ชุมชนที่มีความน่าสนใจจากตาน้ำร้อนซึ่งผุดขึ้นกลางลานดินโป่งขนาดใหญ่ สภาพพื้นที่แตกต่างจากบ่อแช่น้ำแร่ที่จัดทำเป็นสระสำเร็จรูป เนื่องจากยังสามารถมองเห็นลักษณะพื้นดินและการผุดขึ้นของน้ำร้อนตามธรรมชาติ เหมาะกับผู้สนใจธรณีวิทยาและการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
 
ไฮไลต์: ตาน้ำร้อนธรรมชาติกลางลานดินโป่ง บรรยากาศชนบทของอำเภอวิภาวดี และการเรียนรู้ปรากฏการณ์น้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นสู่ผิวโลก
 
น้ำร้อนบ้านบางจำเกิดจากกระบวนการไหลเวียนของน้ำใต้ดินซึ่งซึมผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากระดับลึกแล้วเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวดิน ลักษณะการผุดขึ้นเป็นตาน้ำกลางลานดินช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำใต้ดินกับสภาพพื้นผิวได้แตกต่างจากน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นเป็นไกเซอร์หรือธารน้ำร้อนที่ไหลผ่านชั้นหินปูน
 
จุดเด่นของสถานที่อยู่ที่ธรรมชาติและความเรียบง่ายของชุมชนบ้านบางจำ พื้นที่โดยรอบเป็นภูมิประเทศชนบทที่มีป่าไม้ พื้นที่เกษตร และลำน้ำในบริเวณใกล้เคียง การเดินทางมาเยือนจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวซึ่งไม่ได้มีลักษณะเป็นรีสอร์ตหรือสถานบริการแช่น้ำแร่ขนาดใหญ่
 
นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาสังเกตลักษณะพื้นดิน บริเวณน้ำผุด และการสะสมตัวของตะกอนธรรมชาติจากจุดที่ปลอดภัย ไม่ควรเดินเข้าไปในบริเวณลานดินที่เปียกหรือมีน้ำร้อนโดยไม่มีการจัดทางเดิน เนื่องจากบางจุดอาจมีดินอ่อนตัวหรืออุณหภูมิสูงกว่าที่มองเห็นจากภายนอก
 
การท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนบ้านบางจำสามารถจัดร่วมกับการสำรวจพื้นที่ธรรมชาติในอำเภอวิภาวดีได้ โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและการเข้าถึงกับคนในชุมชนก่อนเดินทาง สถานที่ลักษณะนี้เหมาะกับการแวะชมเพื่อศึกษาธรรมชาติมากกว่าการคาดหวังบริการสปา ห้องอาบน้ำ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
 
ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาความสะอาดของลานดินและตาน้ำร้อน ไม่เก็บดินหรือหินออกจากพื้นที่ ไม่ใช้สารเคมีในแหล่งน้ำ และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่อาจเป็นของชุมชนหรือเอกชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 19:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเดินทางเข้าสู่อำเภอวิภาวดี แล้วมุ่งหน้าไปตำบลตะกุกเหนือและบ้านบางจำ หมู่ที่ 15 ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและสอบถามเส้นทางกับคนในพื้นที่ เนื่องจากบางช่วงเป็นถนนท้องถิ่นและป้ายทางเข้าอาจไม่เด่นชัด
 
พิกัด GPS: ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี Google Maps:เปิดแผนที่ค้นหาบ่อน้ำร้อนบ้านบางจำ
 
 
บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ จังหวัดเชียงราย แหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติและดอยฮางออนเซ็น
 
27. บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ หรือดอยฮางออนเซ็น ตั้งอยู่ริมลำห้วยโป่งน้ำร้อน บ้านผาเสริฐพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการพัฒนาให้รองรับการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาและชุมชนริมลำน้ำกก มีบริการแช่น้ำแร่กลางแจ้ง ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว และกิจกรรมพักผ่อนหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและใช้เวลาผ่อนคลายไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ บ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้ง ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว บ่อแช่เท้า บ่อต้มไข่ บริการนวดแผนไทย บรรยากาศริมลำห้วยและป่าเขา รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับน้ำตกห้วยแก้วและชุมชนดอยฮาง
 
บ่อน้ำร้อนผาเสริฐมีประวัติความเป็นมาที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนริมลำน้ำกก เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติในบริเวณที่ลุ่มซึ่งได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำในแม่น้ำ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เคยมีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ่อน้ำร้อนเป็นเวลานาน ทำให้การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำร้อนในอดีตมีข้อจำกัด ชาวบ้านรู้จักและใช้ประโยชน์จากน้ำร้อนตามวิถีพื้นบ้าน เช่น การนำหน่อไม้มาแช่ต้ม ก่อนที่จะมีการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในเวลาต่อมา
 
การพัฒนาสถานที่เริ่มมีความชัดเจนในปี 2545 เมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลดอยฮางริเริ่มปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบบริการบริเวณบ่อน้ำร้อน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานท้องถิ่น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องช่วยเปลี่ยนพื้นที่น้ำร้อนธรรมชาติที่เคยใช้ประโยชน์ในชุมชนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนดอยฮาง
 
ลักษณะทางธรณีวิทยาของแหล่งน้ำร้อนสัมพันธ์กับระบบน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน น้ำที่ซึมลงไปใต้พื้นดินได้รับความร้อนจากระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวโลกและปรากฏเป็นตาน้ำร้อนธรรมชาติ การนำน้ำร้อนมาใช้เพื่อการท่องเที่ยวจึงมีการจัดพื้นที่บริการแยกจากบริเวณต้นกำเนิด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บ่อที่จัดเตรียมไว้สำหรับแช่ตัวหรือแช่เท้า โดยควรตรวจสอบอุณหภูมิของน้ำก่อนลงแช่ทุกครั้ง
 
จุดเด่นสำคัญของบ่อน้ำร้อนผาเสริฐคือการมีบริการอาบน้ำแร่หลายรูปแบบ ทั้งบ่อรวมกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนท่ามกลางภูมิทัศน์ธรรมชาติ และห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การจัดพื้นที่ลักษณะนี้ทำให้สถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน
 
นอกจากการแช่น้ำแร่แล้ว พื้นที่ยังมีบริการและกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยว เช่น การแช่เท้า บ่อต้มไข่ และนวดแผนไทย ผู้ที่ไม่ต้องการลงแช่น้ำทั้งตัวสามารถเลือกนั่งพักและชมบรรยากาศธรรมชาติได้ ส่วนผู้ที่สนใจใช้บริการห้องส่วนตัวควรตรวจสอบรอบบริการและติดต่อจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจำนวนมาก
 
บรรยากาศโดยรอบของบ่อน้ำร้อนผาเสริฐเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้สถานที่แตกต่างจากแหล่งน้ำพุร้อนริมถนนสายหลัก เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยฮางใกล้แนวลำน้ำกกและชุมชนเชิงเขา นักท่องเที่ยวจึงสามารถสัมผัสความร่มรื่นของธรรมชาติและวิถีชีวิตชนบทของจังหวัดเชียงรายไปพร้อมกับการพักผ่อน การเดินทางในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบและจัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบครึ่งวัน
 
ในอดีตพื้นที่บ้านผาเสริฐยังเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำของลำน้ำกก โดยมีท่าเรือบ้านผาเสริฐที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางด้วยเรือและแพจากชุมชนต่าง ๆ ตามแนวแม่น้ำ อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและชุมชนชาติพันธุ์ที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเชียงราย ทำให้การมาเยือนบ่อน้ำร้อนสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเรียนรู้วัฒนธรรมได้ โดยควรตรวจสอบความพร้อมของกิจกรรมและบริการแต่ละประเภทก่อนเดินทาง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดทริปต่อเนื่อง สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม น้ำตกห้วยแก้ว และแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ดอยฮางได้ ความแตกต่างของแต่ละสถานที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการเดินทาง โดยบ่อน้ำร้อนผาเสริฐเหมาะกับกิจกรรมแช่น้ำแร่และพักผ่อน ขณะที่น้ำตกและแหล่งธรรมชาติโดยรอบเหมาะสำหรับการชมภูมิทัศน์และเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่
 
ผู้ที่เดินทางมาแช่น้ำแร่ควรเตรียมผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าสำรอง รองเท้าแตะกันลื่น และน้ำดื่ม การแช่น้ำร้อนควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่แช่ต่อเนื่องนานเกินไป และออกจากบ่อทันทีหากมีอาการเวียนศีรษะหรือไม่สบายตัว ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิตควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ การแช่น้ำแร่เป็นกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย ไม่ใช่การรักษาโรคแทนการดูแลทางการแพทย์
 
การท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนผาเสริฐยังสะท้อนความสำคัญของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน เนื่องจากน้ำร้อนใต้พิภพเป็นทรัพยากรที่ต้องดูแลควบคู่กับสภาพแวดล้อม ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในบ่อธรรมชาติ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแล เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
 
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ วันอังคาร และวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ (สระกลางแจ้งหยุดทุกวันพุธ) เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ บ่อรวมกลางแจ้ง ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว 1 คน 50 บาท และกรณี 2–3 คน 40 บาทต่อคน ส่วนบริการนวดแผนไทย 150 บาทต่อคน โดยควรตรวจสอบอัตราล่าสุดและความพร้อมของบริการก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางผ่านบริเวณสี่แยกบ้านเด่นห้า มุ่งหน้าไปตำบลดอยฮางและพื้นที่ริมลำน้ำกก จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่บ้านผาเสริฐพัฒนา หมู่ที่ 6 ตามป้ายบ่อน้ำร้อนผาเสริฐหรือดอยฮางออนเซ็น สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองเชียงรายได้ โดยควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพถนนก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
 
พิกัด GPS: บ้านผาเสริฐพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนผาเสริฐ
 
บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม จังหวัดเชียงราย แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก
 
28. บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการพักผ่อนของจังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร และอยู่ในเส้นทางเดียวกับบ่อน้ำร้อนผาเสริฐ จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือบ่อน้ำร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดินท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาและภูมิประเทศริมลำน้ำกก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและเรียนรู้ปรากฏการณ์ความร้อนใต้พิภพ
 
ไฮไลต์: ตาน้ำร้อนธรรมชาติ บรรยากาศป่าไม้ริมลำน้ำกก พื้นที่พักผ่อนภายในอุทยานแห่งชาติ เส้นทางท่องเที่ยวดอยฮาง และการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อกับบ่อน้ำร้อนผาเสริฐได้
 
บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมเกิดจากกระบวนการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านรอยแตกและช่องว่างของชั้นหิน น้ำที่ซึมลงไปในระดับลึกได้รับความร้อนก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวโลกจนเกิดเป็นตาน้ำร้อนธรรมชาติ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือ ซึ่งมีแหล่งน้ำพุร้อนกระจายอยู่หลายแห่งตามโครงสร้างทางธรณีวิทยาและแนวรอยแตกของชั้นหิน
 
ความโดดเด่นของบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมอยู่ที่สภาพแวดล้อมธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก พื้นที่โดยรอบมีต้นไม้ ลำห้วย และภูมิประเทศเชิงเขาที่ช่วยสร้างบรรยากาศสงบแตกต่างจากแหล่งน้ำพุร้อนในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมสภาพแวดล้อมและสังเกตลักษณะของน้ำร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน โดยควรใช้เส้นทางและจุดชมที่ผู้ดูแลกำหนด
 
การตั้งอยู่ใกล้บ่อน้ำร้อนผาเสริฐทำให้ทั้งสองแห่งเหมาะสำหรับการจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในพื้นที่ดอยฮางเช่นเดียวกัน แต่บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมและบ่อน้ำร้อนผาเสริฐเป็นคนละสถานที่ มีตำแหน่งและรูปแบบการจัดการพื้นที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบจุดหมายในแผนที่ก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างสถานที่ทั้งสองแห่ง
 
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวธรรมชาติ สามารถวางแผนแวะชมบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมร่วมกับเส้นทางลำน้ำกกและน้ำตกห้วยแก้ว โดยควรเผื่อเวลาเดินทางตามถนนท้องถิ่นและตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า การเดินทางในฤดูหนาวเหมาะสำหรับการสัมผัสบรรยากาศป่าเขาที่มีอากาศเย็น ส่วนฤดูฝนควรระมัดระวังถนนเปียกและพื้นที่ใกล้ลำห้วย
 
ผู้มาเยือนควรระมัดระวังบริเวณตาน้ำร้อน เพราะน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้ดินบางจุดอาจมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าจะสัมผัสโดยตรงได้ ไม่ควรลงแช่ในบ่อที่ไม่มีป้ายอนุญาตหรือไม่มีการจัดการอุณหภูมิ และไม่ควรทิ้งขยะหรือใช้สารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ การเที่ยวอย่างรับผิดชอบช่วยรักษาทรัพยากรน้ำร้อนและสภาพแวดล้อมของอุทยานให้คงอยู่ต่อไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. ตามข้อมูลสถานที่ โดยการเข้าถึงขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยาน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายมุ่งหน้าไปตำบลดอยฮางตามเส้นทางริมลำน้ำกก ผ่านบริเวณบ่อน้ำร้อนผาเสริฐ แล้วเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติลำน้ำกกและบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด โดยควรตรวจสอบป้ายและสภาพถนนช่วงปลายทางก่อนเข้าพื้นที่
 
พิกัด GPS: 19.963055, 99.680083 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม
 
โป่งน้ำร้อนเมืองแปง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกลางหุบเขาอำเภอปาย
 
29. โป่งน้ำร้อนเมืองแปง ตั้งอยู่บริเวณบ้านเมืองแปง ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากบ่อน้ำร้อนอุณหภูมิสูงและไอน้ำที่ลอยขึ้นท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและชุมชนชนบทของอำเภอปาย พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินทางสำรวจธรรมชาติและต้องการสัมผัสแหล่งน้ำร้อนที่ยังคงบรรยากาศสงบ แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในตัวเมืองปาย
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิสูง ไอน้ำร้อนที่ลอยเหนือพื้นดิน ภูมิทัศน์หุบเขา บรรยากาศชุมชนเมืองแปง และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติจากอำเภอปาย
 
โป่งน้ำร้อนเมืองแปงเกิดจากการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านระบบรอยแตกของชั้นหิน น้ำได้รับความร้อนในระดับลึกก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวโลกและผุดเป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ ในบางบริเวณน้ำมีอุณหภูมิสูงมากจนเกิดไอน้ำลอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติมากกว่าการลงแช่ในบ่อต้นกำเนิดโดยตรง
 
บ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีความแตกต่างจากโป่งน้ำร้อนไทรงามซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งน้ำอุ่นของอำเภอปาย โดยโป่งน้ำร้อนไทรงามมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำอุ่นที่ไหลลดหลั่นท่ามกลางป่า ส่วนโป่งน้ำร้อนเมืองแปงมีจุดเด่นจากความร้อนของน้ำและไอน้ำที่ปรากฏอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกสถานที่ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และไม่ควรเข้าใจว่าแหล่งน้ำร้อนทุกแห่งในอำเภอปายสามารถลงแช่ได้เหมือนกัน
 
สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาและหุบเขาที่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่กระจายตามเส้นทาง การเดินทางมายังเมืองแปงจึงเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ชมภูมิประเทศและวิถีชีวิตชนบทของแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางสามารถสัมผัสทัศนียภาพของป่าไม้ พื้นที่เกษตร และหมู่บ้านในหุบเขา ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวมากกว่าการมาชมน้ำพุร้อนเพียงอย่างเดียว
 
ช่วงเช้าในฤดูหนาวเหมาะสำหรับการชมไอน้ำร้อน เพราะความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิน้ำและอากาศภายนอกทำให้เห็นไอน้ำเด่นชัดขึ้น ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกจุดที่ปลอดภัยและไม่เข้าใกล้ขอบบ่อจนเกินไป เนื่องจากพื้นดินบริเวณที่มีน้ำร้อนผุดอาจเปียก ลื่น หรือมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ
 
ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติ และตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ถนนบางส่วนอาจลื่นหรือมีสภาพเปลี่ยนแปลง ไม่ควรสัมผัสน้ำจากบ่อต้นกำเนิดหรือปล่อยเด็กเล็กเข้าใกล้บริเวณที่มีไอน้ำร้อนโดยไม่มีผู้ดูแล และควรรักษาความสะอาดของพื้นที่ธรรมชาติอย่างเคร่งครัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 18:00 น. โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและข้อจำกัดการเข้าถึงก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวอำเภอปายใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าไปทางแม่มาลัยประมาณ 28–29 กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1265 ตามเส้นทางไปตำบลเมืองแปง แล้วเดินทางต่อเข้าบ้านเมืองแปงและบริเวณโป่งน้ำร้อน ถนนช่วงปลายทางบางส่วนอาจเป็นทางแคบหรือมีพื้นผิวขรุขระ จึงควรใช้รถที่มีสภาพพร้อมและขับด้วยความระมัดระวัง
 
พิกัด GPS: 19.214316, 98.370993 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางโป่งน้ำร้อนเมืองแปง
 
น้ำพุร้อนโป่งกวาว จังหวัดเชียงใหม่ บ่อแช่น้ำแร่ธรรมชาติกลางภูเขาสะเมิง
 
30. น้ำพุร้อนโป่งกวาว ตั้งอยู่บ้านโป่งกวาว หมู่ที่ 3 ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและหุบเขาของอำเภอสะเมิง มีบรรยากาศสงบและความร่มรื่นของพื้นที่ชนบท จุดเด่นคือการใช้ประโยชน์จากน้ำแร่ร้อนธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดและสัมผัสเชียงใหม่ในมุมของชุมชนภูเขา
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ บรรยากาศภูเขาสะเมิง พื้นที่พักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัว ทิวทัศน์ชนบท และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกับชุมชนสะเมิงเหนือ
 
น้ำพุร้อนโป่งกวาวเกิดจากระบบน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากระดับลึกก่อนผุดขึ้นสู่ผิวดิน การมีแหล่งน้ำร้อนอยู่ภายในหุบเขาสะท้อนลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่ภูเขาภาคเหนือ ซึ่งมีแนวรอยแตกของชั้นหินและระบบน้ำใต้ดินที่สัมพันธ์กับแหล่งความร้อนธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการดังกล่าวผ่านการชมบ่อน้ำร้อนและสังเกตสภาพแวดล้อมของสถานที่
 
ความน่าสนใจของโป่งกวาวอยู่ที่บรรยากาศที่แตกต่างจากแหล่งน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ เช่น สันกำแพงหรือฝาง เนื่องจากตั้งอยู่ในชุมชนภูเขาที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาพักผ่อนโดยไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ และสัมผัสความแตกต่างระหว่างอากาศเย็นของภูเขากับน้ำแร่ร้อนธรรมชาติได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว
 
พื้นที่สะเมิงเหนือมีภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขา พื้นที่เกษตร และหมู่บ้านหลายแห่ง การเดินทางเข้าสู่บ้านโป่งกวาวจึงเป็นโอกาสในการชมทิวทัศน์ชนบทและสัมผัสธรรมชาติของเชียงใหม่ด้านตะวันตก นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอสะเมิง เช่น ชุมชนเกษตร สวนผลไม้ และสถานที่พักผ่อนตามแนวหุบเขาได้ตามความสะดวก
 
ผู้ที่ต้องการแช่น้ำแร่ควรตรวจสอบความพร้อมของบ่อและอุณหภูมิก่อนใช้งาน เพราะน้ำร้อนธรรมชาติอาจมีอุณหภูมิแตกต่างกันตามจุดและช่วงเวลา การแช่น้ำร้อนควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรแช่ต่อเนื่องจนเกิดอาการเวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย และควรเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ
 
การเดินทางในพื้นที่สะเมิงควรเผื่อเวลาเป็นพิเศษ เนื่องจากเส้นทางผ่านภูเขาและถนนที่มีโค้งหลายช่วง ผู้ที่เดินทางในฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง ส่วนผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกใช้บ่อแช่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสมและปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางเข้าสู่อำเภอสะเมิง แล้วมุ่งหน้าไปตำบลสะเมิงเหนือตามเส้นทางภูเขาที่เชื่อมกับบ้านโป่งกวาว หมู่ที่ 3 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด โดยควรเผื่อเวลาและระมัดระวังถนนลาดชันหรือทางโค้ง
 
พิกัด GPS: 19.014445, 98.731002 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนโป่งกวาว
 
น้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะ จังหวัดเชียงใหม่ โป่งน้ำร้อนธรรมชาติในอำเภอเชียงดาว
 
31. น้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะ หรือโป่งน้ำร้อนบ้านยางปู่โต๊ะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่ยังคงลักษณะเรียบง่ายและมีสิ่งปลูกสร้างถาวรไม่มากเมื่อเทียบกับแหล่งน้ำพุร้อนที่ได้รับการพัฒนาเป็นสถานบริการขนาดใหญ่ จุดเด่นคือการมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติท่ามกลางภูมิประเทศเชิงเขาและชุมชนเชียงดาว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจการศึกษาธรรมชาติและต้องการสัมผัสแหล่งน้ำร้อนในบรรยากาศดั้งเดิม
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติประมาณ 2 บ่อ บรรยากาศป่าเขาเชียงดาว กลิ่นแร่ธรรมชาติอ่อน ๆ ภูมิทัศน์ชนบท และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับแหล่งธรรมชาติในอำเภอเชียงดาว
 
น้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะเกิดจากน้ำใต้ดินที่ซึมผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากระดับลึกและเคลื่อนตัวกลับขึ้นมาสู่ผิวดินจนเกิดเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่มีบ่อน้ำอุ่นหลักประมาณ 2 บ่อ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตการผุดขึ้นของน้ำและลักษณะของตะกอนแร่ตามธรรมชาติได้
 
ความน่าสนใจของยางปู่โต๊ะไม่ได้อยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติของแหล่งน้ำร้อน พื้นที่ยังคงบรรยากาศชนบทและมีสิ่งก่อสร้างไม่มาก ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสสภาพแวดล้อมของบ่อน้ำร้อนใกล้เคียงกับลักษณะดั้งเดิมของพื้นที่ เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติและศึกษาระบบน้ำใต้ดินในภูมิประเทศภูเขา
 
ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งน้ำร้อนระบุว่ามีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ ซึ่งอาจพบได้ในระบบน้ำพุร้อนบางประเภท และมีข้อควรระวังเกี่ยวกับองค์ประกอบของแร่ธาตุในน้ำ โดยเฉพาะฟลูออไรด์ จึงไม่ควรนำน้ำจากบ่อมาดื่มโดยตรงหรือใช้เป็นน้ำบริโภค แม้ว่าน้ำจะมีลักษณะใสหรือไม่มีกลิ่นรุนแรงก็ตาม
 
การเดินทางมายังโป่งน้ำร้อนยางปู่โต๊ะสามารถจัดร่วมกับการท่องเที่ยวอำเภอเชียงดาว ซึ่งมีภูมิประเทศภูเขาหินปูน ป่าไม้ ชุมชนเกษตร และแหล่งธรรมชาติสำคัญหลายแห่ง เช่น ถ้ำเชียงดาวและเส้นทางชมภูเขาดอยหลวงเชียงดาว การจัดทริปในลักษณะนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติภายในอำเภอเดียวกัน
 
ผู้ที่ต้องการเข้าชมควรเลือกช่วงกลางวันและตรวจสอบสภาพถนนก่อนเดินทาง ไม่ควรคาดหวังว่าจะมีห้องอาบน้ำแร่หรือบริการครบครันเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ เนื่องจากพื้นที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้ากันลื่น และอุปกรณ์จำเป็นด้วยตนเอง
 
ข้อควรระวังคือไม่ลงแช่ในบ่อที่ไม่มีการจัดการด้านความปลอดภัย ไม่สัมผัสน้ำโดยไม่ทดสอบอุณหภูมิ และไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะอาจกระทบคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ ผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้ขอบบ่อน้ำร้อน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอเชียงดาว จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตำบลเชียงดาวและบ้านยางปู่โต๊ะ หมู่ที่ 6 ตามเส้นทางท้องถิ่น ถนนบางช่วงผ่านพื้นที่เชิงเขาและชุมชน ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝน
 
พิกัด GPS: 19.368608, 98.932145 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะ
 
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง บึงสาป จังหวัดกำแพงเพชร แหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ
 
32. บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านลานหิน ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติและสถานที่พักผ่อนเชิงสุขภาพที่มีชื่อเสียงของจังหวัด มีบ่อน้ำแร่ร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดินหลายจุด พร้อมบริการแช่เท้า อาบน้ำแร่ และพื้นที่พักผ่อน บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ยังมีความน่าสนใจด้านวัฒนธรรมจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระร่วงและชื่อบึงสาป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตำนานท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 40–65 องศาเซลเซียส บ่อแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ พื้นที่พักผ่อน บรรยากาศธรรมชาติ และตำนานพระร่วงที่เกี่ยวข้องกับชื่อบึงสาป
 
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเกิดจากกระบวนการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านชั้นหินที่มีความร้อน ก่อนผุดขึ้นมาสู่ผิวดินในบริเวณบ้านลานหิน น้ำร้อนที่ผุดขึ้นมีระดับอุณหภูมิแตกต่างกันตามจุดกำเนิด จึงมีการจัดพื้นที่บริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสน้ำแร่ร้อนได้อย่างเหมาะสม โดยแยกบ่อน้ำร้อนต้นกำเนิดออกจากส่วนที่จัดไว้สำหรับแช่เท้าหรืออาบน้ำแร่
 
เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับพระร่วงช่วยเพิ่มความสำคัญทางวัฒนธรรมให้แก่แหล่งน้ำร้อนแห่งนี้ โดยตำนานท้องถิ่นกล่าวถึงอำนาจวาจาสิทธิ์ของพระร่วงและความสัมพันธ์กับการเกิดแหล่งน้ำในพื้นที่ เรื่องราวดังกล่าวควรทำความเข้าใจในฐานะมรดกทางความเชื่อและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ไม่ใช่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการกำเนิดน้ำพุร้อน
 
พื้นที่บ่อน้ำพุร้อนได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการแช่เท้าเพื่อพักผ่อนหลังเดินทางไกล หรือเลือกใช้ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวตามความต้องการ การมีพื้นที่พักผ่อนและบรรยากาศธรรมชาติทำให้สถานที่เหมาะกับทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่เดินทางผ่านจังหวัดกำแพงเพชร
 
ผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์สามารถจัดทริปบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรและแหล่งโบราณสถานสำคัญในตัวเมืองได้ การเดินทางในลักษณะนี้ช่วยให้ได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ศิลปกรรมโบราณ และทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภายในวันเดียวกัน
 
การแช่น้ำแร่ควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสมและทดสอบอุณหภูมิก่อนใช้งานเสมอ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ไวต่อความร้อนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือใจสั่น ควรหยุดแช่ทันทีและพักในบริเวณที่อากาศถ่ายเท
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกำแพงเพชรเดินทางไปทางตำบลลานดอกไม้ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่บ้านลานหิน หมู่ที่ 3 ตามป้ายบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงหรือบึงสาป สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการใช้บริการอาบน้ำแร่ก่อนเวลาปิด
 
พิกัด GPS: 16.657896, 99.470787 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง
 
สำนักธารน้ำร้อน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บ่อน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อน
 
33. สำนักธารน้ำร้อน ตั้งอยู่บ้านธารน้ำร้อน หมู่ที่ 1 ตำบลเขาถ่าน อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติที่มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยา การพักผ่อน และวิถีชุมชน จุดเด่นของพื้นที่คือบ่อน้ำร้อนที่มีแร่ธาตุเจือปนและมีลักษณะเค็มเล็กน้อย พร้อมพื้นที่แช่น้ำร้อนที่ได้รับการจัดการสำหรับนักท่องเที่ยว บรรยากาศโดยรอบเชื่อมโยงกับพื้นที่ธรรมชาติและป่าชายเลน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความแตกต่างจากบ่อน้ำพุร้อนในเขตภูเขาภาคเหนือ
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติ บ่อแช่น้ำร้อนแบบปูนและบ่อดิน พื้นที่พักผ่อน บรรยากาศป่าชายเลน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และกิจกรรมด้านศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับสำนักธารน้ำร้อน
 
สำนักธารน้ำร้อนมีลักษณะทางธรรมชาติที่น่าสนใจจากการมีน้ำพุร้อนเค็ม ซึ่งแตกต่างจากแหล่งน้ำร้อนน้ำจืดหลายแห่งของประเทศไทย น้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากระดับลึกมีการสะสมสารละลายและแร่ธาตุจากชั้นหิน ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นสู่ผิวดิน การมีแร่ธาตุเจือปนทำให้น้ำมีคุณสมบัติบางประการแตกต่างจากน้ำผิวดินทั่วไป และเป็นจุดเรียนรู้ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำใต้ดินของภาคใต้
 
บริเวณบ่อน้ำร้อนมีการจัดพื้นที่สำหรับใช้ประโยชน์หลายรูปแบบ ทั้งบ่อปูนที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใช้บริการได้สะดวกขึ้น และบ่อดินที่สะท้อนลักษณะพื้นผิวของแหล่งน้ำร้อนตามธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการแช่น้ำควรเลือกเฉพาะบริเวณที่อนุญาตและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนใช้งาน เพราะน้ำจากต้นกำเนิดบางจุดอาจมีความร้อนสูงกว่าระดับที่เหมาะสมกับผิวหนัง
 
ความน่าสนใจของสำนักธารน้ำร้อนยังอยู่ที่การเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับวิถีชีวิตและความเชื่อในท้องถิ่น พื้นที่มีองค์ประกอบด้านสถานที่ปฏิบัติธรรมและการพักผ่อนร่วมกัน ทำให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาอย่างสงบ ไม่เร่งรีบ และสัมผัสบรรยากาศของชุมชนบ้านธารน้ำร้อนไปพร้อมกับการชมแหล่งน้ำพุร้อน
 
พื้นที่ใกล้เคียงมีลักษณะเป็นธรรมชาติของอำเภอท่าฉาง ซึ่งมีทั้งชุมชนเกษตรและพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจากระบบน้ำขึ้นน้ำลง การจัดทริปมาสำนักธารน้ำร้อนจึงสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนได้ โดยควรเคารพพื้นที่ศาสนสถานและหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่กำลังทำกิจกรรมทางศาสนา
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะ และเสื้อผ้าสำรอง พร้อมรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในบ่อที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับอาบน้ำโดยเฉพาะ และไม่ทิ้งขยะลงพื้นที่ธรรมชาติ การแช่น้ำแร่ควรทำอย่างพอเหมาะและไม่ควรใช้เป็นวิธีรักษาโรคแทนคำแนะนำทางการแพทย์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเดินทางไปอำเภอท่าฉาง แล้วเข้าสู่ตำบลเขาถ่านตามถนนท้องถิ่น มุ่งหน้าไปยังบ้านธารน้ำร้อน หมู่ที่ 1 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด เพราะสามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติและชุมชนบริเวณอำเภอท่าฉางได้สะดวก
 
พิกัด GPS: 9.336867, 99.198271 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางสำนักธารน้ำร้อน
 
บ่อน้ำร้อนกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติในอำเภอนบพิตำ
 
34. บ่อน้ำร้อนกรุงชิง ตั้งอยู่บริเวณสำนักสงฆ์บ่อน้ำร้อนวนาราม หมู่ที่ 3 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติท่ามกลางภูมิประเทศป่าและภูเขาของกรุงชิง มีน้ำร้อนผุดขึ้นจากใต้ดินและมีการจัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนและแช่น้ำแร่ จุดเด่นคือบ่อน้ำร้อนที่มีกลิ่นกำมะถันตามธรรมชาติและอุณหภูมิประมาณ 44–55 องศาเซลเซียส เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนหลังเที่ยวป่า น้ำตก หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในอำเภอนบพิตำ
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 44–55 องศาเซลเซียส ฟองอากาศจากตาน้ำร้อน บรรยากาศสำนักสงฆ์บ่อน้ำร้อนวนาราม ภูมิทัศน์ป่าเขากรุงชิง และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับน้ำตกกรุงชิง
 
บ่อน้ำร้อนกรุงชิงเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากชั้นหินในระดับลึก ก่อนผุดขึ้นสู่พื้นดินเป็นตาน้ำร้อนตามธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูงและมีกลิ่นกำมะถันซึ่งสัมพันธ์กับสารประกอบบางชนิดในระบบน้ำพุร้อน พื้นที่บริเวณบ่อสามารถสังเกตการผุดของน้ำและฟองอากาศได้ในบางช่วง จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจควบคู่กับการพักผ่อน
 
ความโดดเด่นของกรุงชิงอยู่ที่ภูมิประเทศภูเขาและป่าดิบชื้นซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ อำเภอนบพิตำเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลากหลาย ทั้งน้ำตก ลำธาร ถ้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การมีบ่อน้ำร้อนอยู่ภายในภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความแตกต่างระหว่างแหล่งน้ำร้อนใต้พิภพกับแหล่งน้ำผิวดินที่ไหลมาจากภูเขา
 
พื้นที่บ่อน้ำร้อนได้รับการจัดให้รองรับการพักผ่อนของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยมีบริเวณสำหรับใช้บริการน้ำร้อนในลักษณะที่เหมาะกับการแช่เท้าหรือแช่ตัวตามข้อกำหนดของผู้ดูแล ผู้มาเยือนไม่ควรลงแช่ในบ่อต้นกำเนิดโดยตรง เพราะน้ำร้อนอุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้
 
นอกจากการแช่น้ำแร่แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถจัดเส้นทางไปยังน้ำตกกรุงชิงและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในตำบลกรุงชิงได้ การเที่ยวป่าและน้ำตกในช่วงเช้า ก่อนแวะพักผ่อนที่บ่อน้ำร้อนในช่วงบ่ายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบสภาพถนน โดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขา
 
เนื่องจากบ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ใกล้พื้นที่สำนักสงฆ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ลดเสียงรบกวน และรักษาความสะอาดของสถานที่ การใช้บริการน้ำร้อนควรทำตามคำแนะนำของผู้ดูแลและไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในบ่อธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 19:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางไปอำเภอนบพิตำ แล้วมุ่งหน้าตำบลกรุงชิงตามเส้นทางท้องถิ่น เมื่อถึงบริเวณสำนักสงฆ์บ่อน้ำร้อนวนาราม หมู่ที่ 3 ให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่บ่อน้ำร้อนตามป้าย รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทางมากที่สุด โดยควรตรวจสอบสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
 
พิกัด GPS: 8.748215, 99.659093 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนกรุงชิง
 
บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู จังหวัดชุมพร บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติท่ามกลางภูเขาหินปูน
 
35. บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านดวด ตำบลสวนแตง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร เป็นแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอำเภอละแม จุดเด่นคือบ่อน้ำร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดินบริเวณเชิงเขาหินปูนท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่น มีบ่อน้ำร้อนหลัก 3 บ่อและพื้นที่บริการสำหรับแช่น้ำแร่ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนระหว่างการเดินทางบนเส้นทางสายใต้หรือจัดทริปท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดชุมพร
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ ได้แก่ เอื้ออารีย์ธารทิพย์ อมฤตธารา และพฤกษาชลธาร บ่อแช่น้ำแร่ ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว บรรยากาศภูเขาหินปูน และทำเลที่เข้าถึงได้จากทางหลวงหมายเลข 41
 
บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลูเกิดจากน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านระบบรอยแตกของชั้นหินก่อนได้รับความร้อนจากระดับลึก แล้วเคลื่อนตัวขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นตาน้ำร้อนธรรมชาติ การมีบ่อน้ำร้อนอยู่บริเวณเชิงเขาหินปูนทำให้สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยาและภูมิประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตการผุดขึ้นของน้ำร้อนและเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชั้นหินกับระบบน้ำใต้ดินได้
 
บ่อน้ำร้อนหลักทั้ง 3 บ่อมีชื่อเรียกที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ เอื้ออารีย์ธารทิพย์ อมฤตธารา และพฤกษาชลธาร ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติของชุมชน น้ำร้อนจากตาน้ำมีอุณหภูมิสูง จึงไม่ควรสัมผัสโดยตรงก่อนทดสอบความร้อน ผู้ที่ต้องการแช่น้ำแร่ควรใช้เฉพาะบ่อหรือห้องบริการที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
 
บรรยากาศโดยรอบของถ้ำเขาพลูมีความร่มรื่นจากต้นไม้และภูเขาหินปูน ทำให้แตกต่างจากจุดพักรถริมถนนทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อนหลังขับรถระยะไกล แช่เท้าหรืออาบน้ำแร่ และเดินชมธรรมชาติในบริเวณที่จัดไว้ การมีห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวยังช่วยให้ผู้ต้องการความเป็นส่วนตัวสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสม
 
ความสะดวกในการเดินทางเป็นจุดเด่นสำคัญของสถานที่ เพราะอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 41 ซึ่งเป็นถนนสายหลักของภาคใต้ ผู้ที่เดินทางจากสุราษฎร์ธานีไปชุมพรหรือเดินทางต่อไปยังจังหวัดภาคใต้สามารถจัดบ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลูเป็นจุดแวะพักระหว่างทางได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึกหรือใช้เวลาขับรถออกจากเส้นทางหลักเป็นระยะทางไกล
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะกันลื่น และน้ำดื่ม การแช่น้ำร้อนควรทำในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรแช่นานจนร่างกายอ่อนเพลีย และควรหลีกเลี่ยงการลงแช่ทันทีหากรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นเวลานาน ผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรดูแลเรื่องอุณหภูมิของน้ำและพื้นลื่นเป็นพิเศษ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 18:00 น.
 
ค่าบริการ: อัตราที่เผยแพร่ ได้แก่ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว 100 บาทต่อชั่วโมง โดยควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันและรอบบริการก่อนเข้าใช้งาน
 
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอละแม จังหวัดชุมพร เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 92 ให้เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านดวด ตำบลสวนแตง แล้วเดินทางต่อประมาณ 500–700 เมตร จะถึงบริเวณบ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากอำเภอละแมได้
 
พิกัด GPS: 9.727801, 99.108334 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู
 
น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา จังหวัดตาก บ่อน้ำร้อนธรรมชาติและภูเขาหินปูน
 
36. น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา ตั้งอยู่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่รวมความน่าสนใจของน้ำพุร้อนใต้พิภพและภูมิประเทศถ้ำหินปูนไว้ในเส้นทางเดียวกัน น้ำพุร้อนแม่กาษามีตาน้ำร้อนผุดขึ้นจากพื้นดินหลายจุด พร้อมพื้นที่สำหรับแช่เท้าและพักผ่อน ขณะที่ถ้ำแม่อุษาเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีโถงถ้ำและหินงอกหินย้อย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสทั้งความร้อนจากใต้พิภพและความงามของภูเขาหินปูนในอำเภอแม่สอด
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 60–80 องศาเซลเซียส จุดต้มไข่ บ่อแช่เท้า ไอน้ำร้อน ภูเขาหินปูน ถ้ำแม่อุษา และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแม่สอด–แม่ระมาด
 
น้ำพุร้อนแม่กาษาเกิดจากระบบน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านรอยแตกของชั้นหินและได้รับความร้อนในระดับลึก ก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นตาน้ำร้อนหลายจุด บริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูงพอที่จะใช้ต้มไข่ได้ในพื้นที่ที่จัดไว้เฉพาะ นักท่องเที่ยวไม่ควรสัมผัสน้ำจากบ่อต้นกำเนิดโดยตรง เพราะอุณหภูมิระดับดังกล่าวสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้
 
ความน่าสนใจของน้ำพุร้อนแม่กาษาอยู่ที่การเป็นแหล่งพักผ่อนของชุมชนและนักเดินทางที่ใช้เส้นทางแม่สอด–แม่ระมาด พื้นที่มีบ่อน้ำร้อนสำหรับชมธรรมชาติและบริเวณที่จัดไว้สำหรับการแช่เท้า นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อนหลังเดินทางไกลหรือแวะชมปรากฏการณ์น้ำร้อนธรรมชาติ โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและตรวจสอบอุณหภูมิของน้ำก่อนใช้บริการ
 
ถ้ำแม่อุษาเป็นแหล่งธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวในพื้นที่แม่กาษา ภายในถ้ำมีลักษณะของภูเขาหินปูนที่เกิดจากกระบวนการสะสมตัวของแร่ธาตุในระยะเวลายาวนานจนเกิดหินงอกและหินย้อย รูปร่างของโถงถ้ำและผนังหินสะท้อนกระบวนการทางธรณีวิทยาที่แตกต่างจากการเกิดน้ำพุร้อน ทำให้การเที่ยวทั้งสองแห่งช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติหลายรูปแบบในทริปเดียวกัน
 
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับน้ำตกแม่กาษาและแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงของอำเภอแม่สอด การจัดเส้นทางในช่วงเช้าและบ่ายช่วยให้ได้สัมผัสทั้งบ่อน้ำร้อน ภูเขา ถ้ำ และน้ำตก โดยควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะฤดูฝนอาจทำให้ทางเดินธรรมชาติเปียกและลื่น
 
ผู้ที่สนใจเข้าชมถ้ำควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นหินและตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าถึงก่อนเดินทาง ไม่ควรเข้าไปในถ้ำลึกโดยไม่มีผู้นำทางหรืออุปกรณ์ส่องสว่างที่เหมาะสม ส่วนบริเวณน้ำพุร้อนควรระมัดระวังตาน้ำร้อนจัดและไม่ปล่อยเด็กเล็กเดินใกล้ขอบบ่อโดยไม่มีผู้ดูแล
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น. โดยการเข้าชมถ้ำอาจขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และข้อกำหนดของผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่สอดใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอแม่ระมาด แล้วเลี้ยวเข้าสู่ตำบลแม่กาษาและบริเวณน้ำพุร้อนแม่กาษา ตามป้ายแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก ผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อถ้ำแม่อุษาควรตรวจสอบเส้นทางเข้าถ้ำและความพร้อมของพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
พิกัด GPS: 16.886598, 98.635583 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางน้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา
 
บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก จังหวัดตาก บ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติในอำเภอพบพระ
 
37. บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก ตั้งอยู่บ้านห้วยน้ำนัก ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ภายในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากบ่อน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ท่ามกลางบรรยากาศภูเขา ป่าไม้ และชุมชนชนบทของอำเภอพบพระ พื้นที่ได้รับการจัดให้มีบริเวณพักผ่อนและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะพักระหว่างเดินทางหรือจัดทริปธรรมชาติในจังหวัดตาก
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส น้ำร้อนใส บรรยากาศสงบ ศาลาพักผ่อน พื้นที่แช่เท้า และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับน้ำตกพาเจริญและธรรมชาติอำเภอพบพระ
 
บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักเกิดจากน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากระดับลึกก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวโลกผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน น้ำร้อนธรรมชาติผุดขึ้นในบริเวณบ้านห้วยน้ำนัก โดยมีการจัดพื้นที่บางส่วนให้เหมาะกับการพักผ่อนและการศึกษาธรรมชาติ ความน่าสนใจอยู่ที่การได้ชมตาน้ำร้อนและเรียนรู้กระบวนการเกิดความร้อนใต้พิภพในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกของประเทศไทย
 
ลักษณะของบ่อน้ำร้อนมีน้ำค่อนข้างใสและไม่มีกลิ่นกำมะถันรุนแรงเมื่อเทียบกับแหล่งน้ำร้อนบางแห่ง น้ำบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูง จึงไม่เหมาะสำหรับการลงแช่หรือสัมผัสโดยตรง ผู้ที่ต้องการแช่เท้าควรใช้เฉพาะจุดที่จัดไว้และตรวจสอบระดับความร้อนก่อนใช้งานทุกครั้ง
 
พื้นที่โดยรอบเป็นภูมิประเทศภูเขา ป่าไม้ และชุมชนเกษตรของอำเภอพบพระ ซึ่งมีบรรยากาศสงบแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองแม่สอด การเดินทางมายังบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ โดยสามารถเดินชมพื้นที่และนั่งพักในบริเวณที่จัดไว้ได้
 
ความน่าสนใจของบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักยังอยู่ที่การเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอพบพระ ซึ่งมีน้ำตกและแหล่งธรรมชาติหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ น้ำตกพาเจริญ และน้ำตกนางครวญได้ โดยเลือกเดินทางตามเส้นทางที่เหมาะสมและเผื่อเวลาสำหรับการพักผ่อนระหว่างแต่ละสถานที่
 
ช่วงฤดูหนาวเป็นเวลาที่เหมาะกับการพักผ่อนบริเวณบ่อน้ำร้อน เพราะอากาศเย็นของพื้นที่ภูเขาช่วยให้สัมผัสความแตกต่างกับน้ำอุ่นได้ชัดเจน ส่วนช่วงฤดูฝนบรรยากาศโดยรอบมีความเขียวชอุ่ม แต่ควรระมัดระวังสภาพถนนและทางเดินลื่น ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าแตะหรือรองเท้ากันลื่น และอุปกรณ์ส่วนตัวที่จำเป็น
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เข้าใกล้ขอบบ่อน้ำร้อนที่ไม่มีแนวป้องกัน และไม่ควรลงแช่ในบริเวณตาน้ำโดยตรง การใช้บริการควรทำตามข้อกำหนดของผู้ดูแลและรักษาความสะอาดของพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะหรือใช้สารเคมีลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
 
ค่าบริการ: ตามข้อมูลสถานที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าเข้า ทั้งนี้หากมีบริการเพิ่มเติมควรตรวจสอบเงื่อนไขกับผู้ดูแลก่อนใช้บริการ
 
การเดินทาง: จากตัวอำเภอพบพระใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 สายพบพระ–บ้านช่องแคบ แล้วเลี้ยวเข้าสู่บ้านห้วยน้ำนักตามป้ายท้องถิ่น สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ได้ ผู้ที่เดินทางจากอำเภอแม่สอดสามารถจัดเส้นทางร่วมกับน้ำตกพาเจริญและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอพบพระได้ โดยควรตรวจสอบสภาพถนนก่อนเดินทางในฤดูฝน
 
พิกัด GPS: 16.423401, 98.670922 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก
 
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติเชิงเขาหินปูนและธารน้ำเย็น
 
38. บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ มีจุดเด่นจากน้ำร้อนที่ผุดขึ้นบริเวณเชิงเขาหินปูนและไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง บริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส โดยมีพื้นที่สำหรับการแช่น้ำแร่และพักผ่อนที่ได้รับการจัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีธารน้ำเย็นและถ้ำธรรมชาติอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้สามารถสัมผัสความแตกต่างของแหล่งน้ำร้อนและน้ำเย็นภายในเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกันได้
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส น้ำร้อนไหลจากเชิงเขาหินปูน บริการแช่น้ำแร่ บรรยากาศร่มรื่น ธารน้ำเย็น ถ้ำพระ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เชื่อมโยงกับแหล่งวัฒนธรรมของอำเภอเขาชัยสน
 
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนเกิดจากระบบน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านช่องว่างและรอยแตกของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากระดับลึกแล้วเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นตาน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำร้อนบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูงและไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ลักษณะดังกล่าวสะท้อนการทำงานของระบบความร้อนใต้พิภพที่สัมพันธ์กับโครงสร้างธรณีวิทยาและการไหลเวียนของน้ำใต้ดินในพื้นที่ภาคใต้
 
ความน่าสนใจของบ่อน้ำร้อนแห่งนี้อยู่ที่ภูมิประเทศเชิงเขาหินปูนซึ่งมีทั้งบ่อน้ำร้อน ถ้ำ และธารน้ำเย็นอยู่ใกล้กัน นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความแตกต่างระหว่างน้ำร้อนจากใต้ดินกับน้ำผิวดินที่ไหลผ่านภูเขาได้อย่างชัดเจน บรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้และโขดหินช่วยให้สถานที่เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและพักผ่อนโดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าลึก
 
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนยังมีความสัมพันธ์กับความเชื่อของชุมชนท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติมาเป็นเวลานาน โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำและความเชื่อเรื่องการใช้น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมของสถานที่ ขณะที่ประโยชน์ของการแช่น้ำร้อนในปัจจุบันควรพิจารณาในด้านการพักผ่อนและความผ่อนคลายเป็นหลัก ไม่ควรถือเป็นการรักษาโรคโดยตรง
 
พื้นที่บริการสำหรับนักท่องเที่ยวมีการจัดบ่อน้ำแร่แยกจากบริเวณต้นกำเนิดน้ำร้อน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างเหมาะสม ผู้ที่ต้องการแช่เท้าหรือแช่ตัวควรตรวจสอบอุณหภูมิของน้ำก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียสไม่เหมาะสำหรับสัมผัสผิวหนังโดยตรงและอาจทำให้เกิดอันตรายจากความร้อนได้
 
อีกหนึ่งจุดเด่นของพื้นที่คือการอยู่ใกล้ถ้ำพระเขาชัยสนและธารน้ำเย็น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีภูมิทัศน์แตกต่างจากบ่อน้ำร้อน นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปเดินชมถ้ำและพักผ่อนริมธารน้ำก่อนมาใช้บริการแช่น้ำแร่ได้ โดยควรเผื่อเวลาและใช้ความระมัดระวังบริเวณทางเดินที่เปียกหรือมีพื้นหินลื่น
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ สามารถจัดเส้นทางบ่อน้ำร้อนเขาชัยสนร่วมกับวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของจังหวัดพัทลุง และแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลสาบสงขลาในอำเภอเขาชัยสนได้ การเดินทางลักษณะนี้ช่วยให้ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ น้ำร้อน น้ำเย็น ถ้ำ และมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่ภายในวันเดียวกัน
 
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติและพักผ่อน เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัด ผู้ที่ต้องการใช้บริการแช่น้ำร้อนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าสำรอง รองเท้าแตะกันลื่น และน้ำดื่ม ไม่ควรแช่ต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกิดอาการอ่อนเพลีย และควรออกจากบ่อทันทีหากมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือไม่สบายตัว
 
การดูแลรักษาแหล่งน้ำร้อนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่พักผ่อนของชุมชน ผู้มาเยือนควรใช้เฉพาะบ่อที่เปิดให้บริการ ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ไม่ใช้สบู่หรือแชมพูในบ่อสาธารณะ และไม่ทำลายพื้นผิวหินหรือพืชพรรณบริเวณรอบบ่อน้ำร้อน เพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้คงอยู่ในระยะยาว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 20:00 น. ตามข้อมูลสถานที่ โดยเวลาให้บริการของบ่อแช่บางประเภทอาจแตกต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปอำเภอเขาชัยสน แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4081 ตามเส้นทางไปอำเภอเขาชัยสนประมาณ 7 กิโลเมตร จากนั้นใช้ป้ายบ่อน้ำร้อนเขาชัยสนเป็นจุดนำทางเข้าสู่บริเวณเชิงเขา หากเริ่มจากที่ว่าการอำเภอเขาชัยสน สามารถเดินทางตามถนนสายเขาชัยสน–บางแก้วไปยังพื้นที่บ่อน้ำร้อนได้ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด
 
พิกัด GPS: 7.451071, 100.130665 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนเขาชัยสน
 
บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระ จังหวัดพัทลุง บ่อน้ำแร่ธรรมชาติในชุมชนคลองเฉลิม
 
39. บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระ หรือบ่อน้ำพุร้อนบ้านโหล๊ะจังกระ ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านโหล๊ะจังกระ ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากการตั้งอยู่ในพื้นที่ราบใกล้สวนยางพาราและแนวเทือกเขาบรรทัด น้ำมีลักษณะใสและไม่มีกลิ่นกำมะถันรุนแรง โดยมีบ่อคอนกรีตประมาณ 2 บ่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นจัดไว้สำหรับการอาบหรือแช่น้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศชนบทและสำรวจแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอกงหรา
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 2 บ่อ น้ำใส ไม่มีกลิ่นกำมะถันรุนแรง พื้นที่แช่น้ำร้อน บรรยากาศสวนยางพารา แนวเทือกเขาบรรทัด และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับล่องแก่งโตนหินลาด
 
บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระเกิดจากน้ำใต้ดินที่ซึมผ่านรอยแตกและช่องว่างของชั้นหิน ก่อนรับความร้อนจากระดับลึกและไหลกลับขึ้นสู่ผิวดินจนเกิดเป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ พื้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นภูมิประเทศสำคัญทางด้านตะวันตกของจังหวัดพัทลุง ลักษณะดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างระบบน้ำใต้ดิน โครงสร้างทางธรณีวิทยา และภูมิประเทศป่าเขาของภาคใต้
 
ความโดดเด่นของบ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระอยู่ที่ความเรียบง่ายของพื้นที่และความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชุมชน บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบใกล้สวนยางพาราและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้มีบรรยากาศแตกต่างจากแหล่งน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่มีอาคารบริการจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความสงบของชุมชนชนบทและชมลักษณะของน้ำร้อนธรรมชาติได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ป่าลึก
 
บ่อน้ำร้อนภายในพื้นที่มีการก่อสร้างขอบบ่อคอนกรีตประมาณ 2 บ่อ ขนาดบ่อที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร และมีบ่อสำหรับการอาบหรือแช่น้ำจำนวน 1 บ่อ การจัดพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำร้อนได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบความพร้อมของบ่อและระดับอุณหภูมิก่อนใช้งาน เพราะแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติอาจมีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตามจุดที่น้ำผุดและลักษณะการไหลของน้ำ
 
น้ำในบ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระมีลักษณะค่อนข้างใสและไม่มีกลิ่นกำมะถันรุนแรง ข้อมูลพื้นที่ยังกล่าวถึงการพบสาหร่ายสีเขียวและสีขาวในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งอาจสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบทางธรรมชาติของแหล่งน้ำ ผู้ที่สนใจธรณีวิทยาสามารถสังเกตลักษณะของน้ำและพื้นผิวบ่อได้จากบริเวณที่ปลอดภัย แต่ไม่ควรเก็บตะกอนหรือสิ่งมีชีวิตออกจากพื้นที่
 
การตั้งอยู่ใกล้แนวเทือกเขาบรรทัดทำให้บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอกงหราได้ โดยเฉพาะเส้นทางไปยังล่องแก่งโตนหินลาด ซึ่งเป็นกิจกรรมพักผ่อนท่ามกลางลำธารและป่าไม้ นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมชมธรรมชาติหรือทำกิจกรรมทางน้ำในช่วงเช้า แล้วแวะพักผ่อนที่บ่อน้ำร้อนในช่วงบ่ายตามความสะดวก
 
ความสำคัญอีกประการหนึ่งของบ่อน้ำร้อนแห่งนี้คือการเป็นทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนบ้านโหล๊ะจังกระ การมีแหล่งน้ำร้อนอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมและหมู่บ้านทำให้สถานที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ท้องถิ่น ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่จัดสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้มาเยือนเท่านั้น การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจึงควรดำเนินควบคู่กับการดูแลรักษาความสะอาดและสภาพแวดล้อม
 
ผู้ที่เดินทางมาแช่น้ำร้อนควรเตรียมผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน รองเท้าแตะ และน้ำดื่ม ไม่ควรลงแช่ในบ่อที่ไม่มีการจัดการเพื่อความปลอดภัย และควรตรวจสอบอุณหภูมิก่อนสัมผัสน้ำทุกครั้ง หากมีอาการเวียนศีรษะหรือไม่สบายตัวควรหยุดแช่และพักในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ส่วนผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
 
การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแหล่งน้ำร้อนที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือแชมพูในบ่อธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ และไม่ทำลายพื้นที่เกษตรหรือพืชพรรณโดยรอบ การเดินทางอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาคุณภาพน้ำและบรรยากาศของชุมชนให้เป็นแหล่งพักผ่อนได้อย่างยั่งยืน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 19:00 น. ตามข้อมูลสถานที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปอำเภอกงหรา แล้วเข้าสู่ตำบลคลองเฉลิมตามถนนท้องถิ่น มุ่งหน้าไปบ้านโหล๊ะจังกระ หมู่ที่ 9 จากบริเวณสี่แยกโหล๊ะจังกระเดินทางต่อประมาณ 3 กิโลเมตรตามเส้นทางไปล่องแก่งโตนหินลาด จะถึงพื้นที่บ่อน้ำร้อนก่อนเข้าสู่บริเวณกิจกรรมล่องแก่ง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด
 
พิกัด GPS: 7.330598, 99.983932 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางบ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระ
 
โป่งน้ำร้อนท่าปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติและไอน้ำกลางป่าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 
40. โป่งน้ำร้อนท่าปาย ตั้งอยู่ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอำเภอปาย มีจุดเด่นจากบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ประมาณ 2 บ่อ และตาน้ำร้อนที่ผุดขึ้นหลายจุดท่ามกลางบรรยากาศป่าไม้ร่มรื่น น้ำบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส ทำให้มีไอน้ำลอยขึ้นเหนือผิวน้ำอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศเย็น เหมาะกับผู้ที่ต้องการชมปรากฏการณ์ความร้อนใต้พิภพและสัมผัสธรรมชาติในเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอปาย
 
ไฮไลต์: บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ 2 บ่อ ตาน้ำร้อนหลายจุด อุณหภูมิน้ำประมาณ 80 องศาเซลเซียส ไอน้ำร้อนท่ามกลางป่าไม้สัก บรรยากาศอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง และทำเลที่เดินทางสะดวกจากตัวเมืองปาย
 
โป่งน้ำร้อนท่าปายเกิดจากกระบวนการไหลเวียนของน้ำใต้ดินผ่านรอยแตกและช่องว่างของชั้นหิน น้ำที่ซึมลงไปในระดับลึกได้รับความร้อนจากใต้พิภพก่อนเคลื่อนตัวกลับขึ้นสู่ผิวโลกจนเกิดเป็นตาน้ำร้อนหลายจุด บริเวณบ่อใหญ่มีน้ำร้อนอุณหภูมิสูงและไอน้ำลอยขึ้นจากผิวน้ำ เป็นลักษณะเด่นของแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่สามารถสังเกตได้จากทางเดินชมที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
 
ความน่าสนใจของโป่งน้ำร้อนท่าปายอยู่ที่บรรยากาศธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งมีต้นไม้และพืชพรรณป่ารายล้อมบริเวณตาน้ำร้อน พื้นที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นสถานบริการสปาขนาดใหญ่ แต่เน้นการชมแหล่งน้ำพุร้อนและการพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไอน้ำและสังเกตการผุดขึ้นของน้ำร้อนจากบริเวณที่ปลอดภัย โดยควรปฏิบัติตามป้ายและแนวเขตกั้นอย่างเคร่งครัด
 
ในช่วงเช้าของฤดูหนาว โป่งน้ำร้อนท่าปายมีบรรยากาศโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิน้ำกับอากาศภายนอกช่วยให้เห็นไอน้ำลอยขึ้นเหนือบ่อได้ชัดเจน ทิวทัศน์ของไอน้ำที่กระจายตัวท่ามกลางป่าไม้และแสงแดดอ่อน ๆ เป็นภาพธรรมชาติที่เหมาะกับการชมและถ่ายภาพจากระยะปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใกล้ขอบบ่อที่มีน้ำเดือดหรือพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกัน เพราะอาจมีความร้อนสูงและพื้นดินเปียกลื่น
 
โป่งน้ำร้อนท่าปายมีความแตกต่างจากโป่งน้ำร้อนไทรงามและโป่งน้ำร้อนเมืองแปงซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอปายเช่นเดียวกัน โดยโป่งน้ำร้อนไทรงามมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำอุ่นไหลลดหลั่นกลางป่า เหมาะกับการแช่น้ำในส่วนที่อนุญาต ส่วนโป่งน้ำร้อนเมืองแปงและโป่งน้ำร้อนท่าปายมีจุดเด่นจากการชมระบบน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูง นักท่องเที่ยวจึงควรแยกสถานที่ทั้งสามแห่งให้ชัดเจนและเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับลักษณะของน้ำร้อนแต่ละจุด
 
ความสะดวกในการเดินทางเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโป่งน้ำร้อนท่าปาย เพราะอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 1095 สายปาย–แม่มาลัย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางระหว่างเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอน ผู้ที่พักอยู่ในตัวเมืองปายสามารถจัดโป่งน้ำร้อนท่าปายเป็นจุดหมายแบบครึ่งวันหรือแวะระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางเข้าไปในพื้นที่ภูเขาห่างไกล
 
การจัดทริปท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย วัดพระธาตุแม่เย็น และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในอำเภอปายได้ นักท่องเที่ยวอาจเลือกชมโป่งน้ำร้อนในช่วงเช้าเพื่อสัมผัสบรรยากาศไอน้ำกลางป่า ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญในเมืองปายช่วงบ่าย การวางแผนในลักษณะนี้ช่วยให้ได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของอำเภอปายภายในวันเดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่สนใจการพักแรมหรือทำกิจกรรมธรรมชาติ ควรตรวจสอบข้อกำหนดของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่อนุรักษ์อาจมีการจำกัดจุดพักแรมและเวลาเข้าชมตามฤดูกาล ไม่ควรกางเต็นท์หรือเข้าไปในพื้นที่ป่าที่ไม่ได้เปิดให้บริการ และควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าเดินธรรมชาติ และอุปกรณ์จำเป็นให้เหมาะกับสภาพอากาศ
 
ข้อควรระวังสำคัญคืออุณหภูมิของน้ำบริเวณต้นกำเนิดซึ่งสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส ไม่เหมาะสำหรับสัมผัสหรือลงแช่โดยตรง ผู้มาเยือนควรใช้เฉพาะจุดบริการที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ทดสอบอุณหภูมิก่อนแช่น้ำ และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ไม่ควรเดินข้ามแนวกั้นหรือสัมผัสไอน้ำร้อนโดยตรง รวมถึงไม่ทิ้งขยะหรือใช้สารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามการเปิดพื้นที่ของอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 16:00 น. โดยอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองปายใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายปาย–แม่มาลัย มุ่งหน้าไปทางเชียงใหม่ เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 87–88 ให้เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านท่าปายประมาณ 2–3 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปยังบริเวณโป่งน้ำร้อนท่าปายตามป้ายอุทยาน ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองปายโดยทั่วไปประมาณ 15–20 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและการจราจร
 
พิกัด GPS: 19.311236, 98.476155 Google Maps:เปิดแผนที่นำทางโป่งน้ำร้อนท่าปาย
 
ตารางสรุป 40 ที่เที่ยวน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนในประเทศไทย แยกตามภูมิภาค พร้อมพิกัด ตารางรวบรวมแหล่งน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 40 แห่งทั่วประเทศไทย แยกเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ พร้อมจุดเด่นของสถานที่ พิกัด GPS และลิงก์ Google Maps สำหรับวางแผนเดินทาง โดยชื่อสถานที่เชื่อมโยงไปยังหน้าข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละแห่งโดยตรง หมายเลขยังคงตรงกับลำดับสถานที่ในเนื้อหาหลัก
 
ลำดับสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดไฮไลต์และจุดเด่นพิกัด GPSGoogle Maps
ภาคเหนือ — 17 สถานที่
1น้ำพุร้อนสันกำแพงเชียงใหม่น้ำพุร้อนพุ่งสูง กิจกรรมต้มไข่ ธารน้ำแร่แช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ และสวนพักผ่อน เหมาะกับครอบครัว18.816436, 99.227802เปิดแผนที่
2น้ำพุร้อนฝางเชียงใหม่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายจุด ไอน้ำร้อนกลางป่า จุดต้มไข่ และบริการอาบน้ำแร่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก19.965913, 99.154263เปิดแผนที่
3น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนลำปางบ่อน้ำร้อนกลางป่า ไอน้ำเหนือผิวบ่อ กิจกรรมต้มไข่ บริการอาบน้ำแร่ และน้ำตกแจ้ซ้อนภายในอุทยานเดียวกัน18.836370, 99.469360เปิดแผนที่
4โป่งเดือดป่าแป๋เชียงใหม่น้ำพุร้อนแบบไกเซอร์พุ่งจากใต้ดิน ไอน้ำกลางป่า และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง19.241766, 98.684298เปิดแผนที่
8น้ำพุร้อนป่าตึงเชียงรายตาน้ำร้อนและน้ำผุดจากใต้ดิน บรรยากาศชุมชนแม่จัน และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้ภูเขา20.117218, 99.798657เปิดแผนที่
9โป่งน้ำร้อนไทรงามแม่ฮ่องสอนแอ่งน้ำอุ่นธรรมชาติไหลลดหลั่นคล้ายน้ำตกเล็ก อุณหภูมิประมาณ 30–32 องศาเซลเซียส ท่ามกลางป่าร่มรื่นใกล้ปาย19.459328, 98.380010เปิดแผนที่
12บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานเชียงรายจุดพักรถบนเส้นทางเชียงใหม่–เชียงราย มีบ่อน้ำร้อน กิจกรรมต้มไข่ แช่เท้า ร้านอาหาร และร้านของฝาก19.114816, 99.462210เปิดแผนที่
19น้ำพุร้อนเทพพนมเชียงใหม่ตาน้ำร้อนธรรมชาติท่ามกลางป่าเขาและชุมชนบ้านอมกุด อำเภอแม่แจ่ม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ18.271070, 98.396185เปิดแผนที่
27บ่อน้ำร้อนผาเสริฐเชียงรายดอยฮางออนเซ็น บ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้ง ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว บ่อแช่เท้า และบริการนวดแผนไทยใช้ตำแหน่งสถานที่เปิดแผนที่
28บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมเชียงรายตาน้ำร้อนธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก บรรยากาศป่าริมแม่น้ำ และเส้นทางเที่ยวเชื่อมบ่อน้ำร้อนผาเสริฐ19.963055, 99.680083เปิดแผนที่
29โป่งน้ำร้อนเมืองแปงแม่ฮ่องสอนบ่อน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูง ไอน้ำกลางหุบเขา บรรยากาศชุมชนเมืองแปง และเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอปาย19.214316, 98.370993เปิดแผนที่
30น้ำพุร้อนโป่งกวาวเชียงใหม่บ่อน้ำแร่ร้อนสำหรับพักผ่อนท่ามกลางภูเขาสะเมิง บรรยากาศเงียบสงบและทิวทัศน์ชนบท19.014445, 98.731002เปิดแผนที่
31น้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะเชียงใหม่โป่งน้ำร้อนธรรมชาติในอำเภอเชียงดาว บ่อน้ำร้อนขนาดเล็กและบรรยากาศป่าเขาที่คงความเรียบง่าย19.368608, 98.932145เปิดแผนที่
32บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)กำแพงเพชรบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ บริการแช่เท้าและอาบน้ำแร่ พร้อมตำนานพระร่วงและชื่อบึงสาป16.657896, 99.470787เปิดแผนที่
36น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษาตากน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูง จุดต้มไข่ บ่อแช่เท้า และแหล่งถ้ำหินปูนในเส้นทางแม่สอด16.886598, 98.635583เปิดแผนที่
37บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักตากบ่อน้ำร้อนใส ท่ามกลางป่าและภูเขาอำเภอพบพระ ใกล้เส้นทางท่องเที่ยวน้ำตกพาเจริญ16.423401, 98.670922เปิดแผนที่
40โป่งน้ำร้อนท่าปายแม่ฮ่องสอนบ่อน้ำร้อนใหญ่ 2 บ่อ ไอน้ำกลางป่าไม้สัก และจุดชมธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง19.311236, 98.476155เปิดแผนที่
ภาคตะวันตก — 4 สถานที่
5น้ำพุร้อนหินดาดกาญจนบุรีบ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้งใกล้ลำธาร บรรยากาศป่าเขาทองผาภูมิ และประวัติที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 214.624998, 98.724555เปิดแผนที่
20น้ำพุร้อนลิ่นถิ่นกาญจนบุรีบ่อแช่น้ำแร่ธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อนเรียบง่ายในอำเภอทองผาภูมิ เหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยวป่าเขา14.546394, 98.759468เปิดแผนที่
22น้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้องเพชรบุรีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ 4 บ่อในป่าเชิงเขา บริการแช่เท้าและห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว13.153248, 99.600738เปิดแผนที่
24บ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิงราชบุรีตาน้ำร้อนกลางป่าอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส ลำห้วยธรรมชาติ และเส้นทางอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน13.260765, 99.407354เปิดแผนที่
ภาคใต้ — 19 สถานที่
6บ่อน้ำร้อนรักษะวารินระนองบ่อน้ำแร่ร้อน 3 บ่อ ได้แก่ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก พร้อมสวนสาธารณะและบริการแช่น้ำแร่ใกล้ตัวเมือง9.959796, 98.651395เปิดแผนที่
7บ่อน้ำร้อนเบตงยะลาบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ กิจกรรมต้มไข่ แช่เท้า อาบน้ำแร่ และเส้นทางท่องเที่ยวภูเขาเบตง5.849718, 101.071852เปิดแผนที่
10บ่อน้ำร้อนท่าสะท้อนสุราษฎร์ธานีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บ่อแช่เท้าและแช่ตัว สวนพักผ่อน และพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว8.977720, 99.264750เปิดแผนที่
11น้ำพุร้อนบ้านพรรั้งระนองน้ำแร่ร้อนในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว บ่อแช่เท้าและแช่ตัว ห้องอาบน้ำแร่ และลำธารน้ำเย็น9.894790, 98.641363เปิดแผนที่
13บ่อน้ำพุร้อนบ้านบ่อดานพังงาสระน้ำแร่ร้อนและน้ำเย็น สปา สระว่ายน้ำ และบริการพักผ่อนภายใน The Hotspring Beach Resort & Spaใช้ตำแหน่งรีสอร์ตเปิดแผนที่
14น้ำตกร้อนคลองท่อมกระบี่ธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลลดหลั่นผ่านแอ่งหินปูนกลางป่าดิบชื้น เหมาะกับทริปร่วมกับสระมรกต7.931577, 99.205774เปิดแผนที่
15น้ำพุร้อนกระบี่ (บางผึ้ง)กระบี่บ่อน้ำแร่ร้อนสำหรับแช่เท้าและแช่ตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้ถนนเพชรเกษม8.080268, 99.072800เปิดแผนที่
16วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตังตรังบ่อน้ำร้อนควนแคง บ่อแช่เท้า ห้องอาบน้ำแร่ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าพรุและป่าดิบชื้น7.40970163, 99.46316796เปิดแผนที่
17บ่อน้ำร้อนพุหลุมพีระนองตาน้ำร้อนขนาดเล็ก น้ำใสมองเห็นก้นบ่อและฟองอากาศที่ผุดจากรอยแตกใต้ดิน ใกล้ภูเขาหญ้า9.905641, 98.632129เปิดแผนที่
18น้ำพุร้อนบ้านนากอยะลาบ่อน้ำร้อนกลางธรรมชาติใกล้ธารน้ำเย็นและน้ำตกนากอเล็ก เหมาะกับเส้นทางเที่ยวอัยเยอร์เวงใช้ตำแหน่งสถานที่เปิดแผนที่
21โหนน้ำพุร้อน (หาดน้ำร้อนคลองมะรุ่ย)พังงาทรายร้อน โคลนร้อน และน้ำเค็มร้อนชายฝั่ง กิจกรรมสปาโคลนร้อนและล่องเรือกับชุมชนบ้านโคกไคร8.566186, 98.655605 (จุดอ้างอิง)เปิดแผนที่
23บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ยสตูลบ่อน้ำแร่ร้อน บ่อแช่เท้าสาธารณะ บ่อแช่ตัว และเส้นทางเที่ยวเชื่อมกับน้ำตกโตนปาหนัน6.843800, 100.156233เปิดแผนที่
25บ่อน้ำพุร้อนบ้านเขาตอกสุราษฎร์ธานีตาน้ำร้อนธรรมชาติในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง เส้นทางศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ8.842918, 99.223532เปิดแผนที่
26บ่อน้ำร้อนบ้านบางจำสุราษฎร์ธานีตาน้ำร้อนผุดกลางลานดินโป่งขนาดใหญ่ในชุมชนอำเภอวิภาวดี เหมาะกับการศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติใช้ตำแหน่งสถานที่เปิดแผนที่
33สำนักธารน้ำร้อนสุราษฎร์ธานีน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติ บ่อแช่น้ำร้อน พื้นที่ป่าชายเลน และบรรยากาศสถานที่ปฏิบัติธรรมของชุมชนท่าฉาง9.336867, 99.198271เปิดแผนที่
34บ่อน้ำร้อนกรุงชิงนครศรีธรรมราชบ่อน้ำร้อนธรรมชาติในชุมชนกรุงชิง มีกลิ่นกำมะถันและภูมิทัศน์ป่าเขา ใกล้เส้นทางเที่ยวน้ำตกกรุงชิง8.748215, 99.659093เปิดแผนที่
35บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลูชุมพรบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ บริการแช่น้ำแร่และห้องอาบน้ำส่วนตัว ท่ามกลางภูเขาหินปูนอำเภอละแม9.727801, 99.108334เปิดแผนที่
38บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนพัทลุงบ่อน้ำร้อนจากเชิงเขาหินปูน บริการแช่น้ำแร่ ธารน้ำเย็น ถ้ำพระ และเรื่องเล่าความเชื่อท้องถิ่น7.451071, 100.130665เปิดแผนที่
39บ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระพัทลุงบ่อน้ำร้อนใสใกล้สวนยางพารา บ่อคอนกรีตสำหรับพักผ่อน และเส้นทางเที่ยวล่องแก่งโตนหินลาด7.330598, 99.983932เปิดแผนที่
 
หมายเหตุ: พิกัด GPS ในตารางใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับวางแผนเดินทาง บางแห่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติหรือมีจุดบริการแยกจากตาน้ำร้อนต้นกำเนิด สำหรับสถานที่ที่ไม่มีพิกัดตัวเลขที่ยืนยันได้ ตารางใช้ลิงก์ Google Maps แบบค้นหาชื่อสถานที่แทน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทาง สถานะการเปิดพื้นที่ และข้อกำหนดของผู้ดูแลก่อนเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แหล่งน้ำร้อนที่อยู่ในป่า และสถานที่ที่เข้าถึงได้ตามสภาพอากาศหรือน้ำขึ้นน้ำลง
 
แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวน้ำพุร้อนทั่วประเทศไทย เลือกเที่ยวอย่างไรให้เหมาะกับเวลาและความสนใจ การท่องเที่ยวน้ำพุร้อนในประเทศไทยสามารถวางแผนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งทริปพักผ่อนระยะสั้น ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบครอบครัว และการเดินทางหลายจังหวัดเพื่อสำรวจแหล่งน้ำร้อนที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเลือกสถานที่ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ เพราะน้ำพุร้อนบางแห่งมีบริการแช่น้ำแร่เต็มรูปแบบ ขณะที่บางแห่งเหมาะสำหรับเดินชมไอน้ำ ตาน้ำเดือด หรือศึกษาธรรมชาติมากกว่าการลงแช่
 
สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนด้วยการแช่น้ำแร่ ควรเลือกแหล่งน้ำร้อนที่มีบ่อแช่หรือห้องอาบน้ำแร่จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ เช่น น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง และบ่อน้ำร้อนเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ส่วนผู้ที่สนใจชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสามารถเลือกน้ำพุร้อนฝาง โป่งเดือดป่าแป๋ หรือโป่งน้ำร้อนท่าปาย ซึ่งมีจุดเด่นด้านการผุดขึ้นของน้ำร้อนและไอน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้ควรใช้เฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมและไม่ลงแช่ในบ่อต้นกำเนิดน้ำร้อนจัด
 
เส้นทางที่ 1: เชียงใหม่ – แม่ออน – สันกำแพง เที่ยวน้ำพุร้อนแบบ 1 วัน เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่และต้องการเดินทางไปสัมผัสแหล่งน้ำพุร้อนโดยไม่จำเป็นต้องพักค้างคืน สามารถเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการเดินทางไปอำเภอสันกำแพงและแม่ออน แวะชมวิถีชีวิตชุมชน งานหัตถกรรมหรือร้านอาหารท้องถิ่น ก่อนเดินทางต่อไปยังน้ำพุร้อนสันกำแพงในช่วงสายหรือบ่าย
 
น้ำพุร้อนสันกำแพงมีจุดเด่นคือการชมสายน้ำร้อนที่พุ่งขึ้นจากใต้ดิน กิจกรรมต้มไข่ ธารน้ำแร่สำหรับแช่เท้า และบริการอาบน้ำแร่หลายรูปแบบ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมตามเวลาที่มี หากเดินทางพร้อมเด็กเล็กควรเลือกพื้นที่พักผ่อนที่มีร่มเงาและดูแลอย่างใกล้ชิดบริเวณจุดน้ำร้อนจัด
 
เส้นทางนี้เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการพักผ่อนในวันหยุด โดยสามารถเดินทางกลับตัวเมืองเชียงใหม่ในวันเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเวลาให้บริการของบ่อแช่น้ำแร่และสภาพการจราจรในวันหยุดก่อนออกเดินทาง
 
เส้นทางที่ 2: เชียงใหม่ – เชียงดาว – ฝาง สำรวจแหล่งน้ำพุร้อนและธรรมชาติ 2 วัน 1 คืน เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบภูเขาและต้องการท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนหลายรูปแบบ เริ่มเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว โดยสามารถแวะชมธรรมชาติและภูมิประเทศหินปูนของอำเภอเชียงดาว ก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอฝาง
 
น้ำพุร้อนฝางภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติหลายจุด ไอน้ำที่ผุดขึ้นเหนือพื้นดิน และบริการสำหรับการพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมพื้นที่น้ำร้อน ศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยา และเลือกใช้บริการอาบน้ำแร่ในส่วนที่เปิดให้บริการได้
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มแหล่งน้ำร้อนอีกแห่ง สามารถพิจารณาน้ำพุร้อนยางปู่โต๊ะในอำเภอเชียงดาวระหว่างเส้นทางได้ แต่ควรตรวจสอบสภาพการเข้าถึงและความพร้อมของพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่มีรูปแบบการจัดการแตกต่างจากน้ำพุร้อนฝาง
 
การพักค้างคืนในอำเภอฝางหรือเชียงดาวช่วยให้การเดินทางไม่เร่งรีบ และสามารถจัดเวลาชมธรรมชาติ สวนเกษตร และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้มากขึ้น โดยควรหลีกเลี่ยงการขับรถบนถนนภูเขาช่วงกลางคืนหากไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง
 
เส้นทางที่ 3: เชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอน เที่ยวโป่งน้ำร้อนกลางป่า 2–3 วัน เส้นทางเชียงใหม่–ปายเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวภูเขาที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายแห่ง แต่ละสถานที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน โดยโป่งเดือดป่าแป๋มีน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ที่พุ่งขึ้นจากใต้ดิน ส่วนโป่งน้ำร้อนท่าปายมีบ่อร้อนและไอน้ำท่ามกลางป่าไม้ ขณะที่โป่งน้ำร้อนไทรงามมีแอ่งน้ำอุ่นไหลลดหลั่นซึ่งเหมาะกับการพักผ่อนในบริเวณที่อนุญาต
 
นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากเชียงใหม่แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าอำเภอปาย โดยเลือกแวะโป่งเดือดป่าแป๋ระหว่างทาง หากเวลาจำกัดอาจเลือกเพียงสถานที่เดียวเพื่อให้มีเวลาชมธรรมชาติและพักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อถึงอำเภอปายสามารถวางแผนเที่ยวโป่งน้ำร้อนท่าปายหรือโป่งน้ำร้อนไทรงามในวันถัดไป
 
โป่งน้ำร้อนเมืองแปงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสำรวจชุมชนภูเขาและแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ แต่ควรตรวจสอบระยะทาง สภาพถนน และเวลาเดินทางก่อนจัดรวมกับสถานที่อื่น เพราะเส้นทางเข้าสู่เมืองแปงอยู่คนละด้านกับแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งของปาย
 
การเดินทางบนเส้นทางเชียงใหม่–ปายมีทางโค้งและทางลาดชันจำนวนมาก จึงควรเผื่อเวลาขับรถ หยุดพักเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการขับด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือมีหมอกหนา
 
เส้นทางที่ 4: กาญจนบุรี – ไทรโยค – ทองผาภูมิ แช่น้ำแร่ท่ามกลางธรรมชาติ 2 วัน 1 คืน จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการท่องเที่ยวน้ำพุร้อนร่วมกับน้ำตกและภูเขา โดยเฉพาะเส้นทางทางหลวงหมายเลข 323 ที่เชื่อมตัวเมืองกาญจนบุรีกับอำเภอไทรโยคและทองผาภูมิ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแวะน้ำพุร้อนหินดาด ซึ่งมีบ่อแช่น้ำแร่ร้อนกลางธรรมชาติใกล้ลำธาร หรือเดินทางต่อไปยังน้ำพุร้อนลิ่นถิ่นที่มีบรรยากาศพักผ่อนแบบเรียบง่าย
 
น้ำพุร้อนหินดาดเหมาะกับผู้ที่ต้องการแช่น้ำแร่ในพื้นที่กลางแจ้งและชมธรรมชาติ ขณะที่น้ำพุร้อนลิ่นถิ่นเหมาะกับการแวะพักระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวทองผาภูมิ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวร่วมกับน้ำตกผาตาดและแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงได้ตามเวลาที่มี
 
หากมีเวลาเพียงหนึ่งวัน ควรเลือกแหล่งน้ำร้อนเพียงแห่งเดียวและจัดร่วมกับสถานที่ใกล้เคียง แต่หากต้องการเที่ยวทั้งสองแหล่งควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพักค้างคืน เพื่อให้การเดินทางไม่เร่งรีบและสามารถใช้บริการแช่น้ำแร่ได้อย่างผ่อนคลาย
 
เส้นทางที่ 5: ระนอง เมืองแห่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ เที่ยวแบบ 1–2 วัน จังหวัดระนองมีแหล่งน้ำพุร้อนหลายแห่งที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยสามารถเริ่มต้นที่บ่อน้ำร้อนรักษะวารินซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง มีบ่อร้อนสำคัญและสวนพักผ่อน จากนั้นเลือกเดินทางต่อไปยังน้ำพุร้อนบ้านพรรั้งซึ่งอยู่ในบรรยากาศป่าร่มรื่นของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
 
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติสามารถเพิ่มบ่อน้ำร้อนพุหลุมพี ซึ่งเป็นตาน้ำร้อนขนาดเล็กที่มีน้ำใสและฟองอากาศผุดขึ้นจากใต้ดิน แหล่งน้ำร้อนแห่งนี้เหมาะกับการสังเกตธรรมชาติมากกว่าการคาดหวังบริการอาบน้ำแร่ขนาดใหญ่
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับภูเขาหญ้า น้ำตกหงาว และสถานที่สำคัญในตัวเมืองระนองได้ โดยเลือกจังหวะการเดินทางตามสภาพอากาศ เนื่องจากจังหวัดระนองมีฝนตกชุกในบางช่วงของปี และพื้นที่ธรรมชาติอาจมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเมื่อฝนตกหนัก
 
เส้นทางที่ 6: กระบี่ – คลองท่อม เที่ยวน้ำตกร้อนและสระมรกต 1 วัน เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสน้ำแร่ร้อนกลางธรรมชาติ โดยมีน้ำตกร้อนคลองท่อมเป็นจุดหมายสำคัญ จุดเด่นคือธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลลดหลั่นผ่านแอ่งหินปูนท่ามกลางป่าดิบชื้น เกิดเป็นลักษณะคล้ายน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำอุ่นไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเดินทางไปน้ำตกร้อนคลองท่อมในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อไปยังสระมรกตตามสภาพอากาศและเวลาที่มี ผู้ที่ต้องการใช้บริการแช่น้ำแร่ในรูปแบบสถานบริการสามารถพิจารณาน้ำพุร้อนกระบี่หรือบ่อน้ำร้อนบางผึ้งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ควรตรวจสอบที่ตั้งจริงและระยะทางระหว่างแต่ละแห่งก่อนเดินทาง
 
ผู้เดินทางควรเตรียมชุดเปลี่ยน ผ้าเช็ดตัว รองเท้ากันลื่น น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันแดด การแช่น้ำในแอ่งหินธรรมชาติควรใช้เฉพาะบริเวณที่อนุญาต และระมัดระวังพื้นหินลื่น โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหรือระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
 
เส้นทางที่ 7: พัทลุง – เขาชัยสน – กงหรา เที่ยวบ่อน้ำร้อนและธรรมชาติ 1–2 วัน จังหวัดพัทลุงมีแหล่งน้ำพุร้อนที่น่าสนใจทั้งบริเวณเชิงเขาหินปูนและพื้นที่ชุมชนชนบท โดยบ่อน้ำร้อนเขาชัยสนมีจุดเด่นจากน้ำร้อนที่ไหลออกจากเชิงเขาและอยู่ใกล้ธารน้ำเย็นกับถ้ำพระ เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมภายในวันเดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบ่อน้ำร้อนในบรรยากาศชุมชน สามารถเดินทางต่อไปยังบ่อน้ำร้อนโหล๊ะจังกระ อำเภอกงหรา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สวนยางพาราและแนวเทือกเขาบรรทัด มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ได้รับการจัดพื้นที่สำหรับการใช้ประโยชน์ การท่องเที่ยวบริเวณนี้สามารถเชื่อมต่อกับล่องแก่งโตนหินลาดและแหล่งธรรมชาติของตำบลคลองเฉลิมได้
 
ผู้ที่ต้องการเที่ยวครบทั้งสองแห่งควรพิจารณาระยะทางและสภาพถนนท้องถิ่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่อาจมีฝนตกหนักบริเวณเทือกเขาบรรทัด หากต้องการทำกิจกรรมล่องแก่งควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อสอบถามความปลอดภัยและระดับน้ำก่อนเดินทาง
 
เส้นทางที่ 8: เบตง – อัยเยอร์เวง พักผ่อนกับน้ำพุร้อนและทะเลหมอก 2–3 วัน เส้นทางท่องเที่ยวเบตง จังหวัดยะลา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ ภูเขา และวัฒนธรรมชายแดนใต้ โดยสามารถเริ่มต้นที่บ่อน้ำร้อนเบตง ซึ่งมีพื้นที่แช่เท้า บริการน้ำแร่ และกิจกรรมต้มไข่ จากนั้นจัดเส้นทางไปยังชุมชนอัยเยอร์เวงเพื่อชมทะเลหมอกและแหล่งธรรมชาติ
 
น้ำพุร้อนบ้านนากอเป็นอีกหนึ่งจุดหมายในพื้นที่อัยเยอร์เวง มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติอยู่ใกล้ธารน้ำเย็นและน้ำตกขนาดเล็ก เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางภูเขาและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน การเดินทางควรตรวจสอบสภาพถนนภูเขาและเวลาทำกิจกรรมล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่
 
ทริปเบตงสามารถเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นได้ตามความสนใจ เช่น อุโมงค์ปิยะมิตรและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยควรจัดเวลาให้มีช่วงพักผ่อนระหว่างการเดินทาง เนื่องจากเส้นทางภูเขามีความคดเคี้ยวและใช้เวลาเดินทางมากกว่าพื้นที่ราบทั่วไป
 
วิธีเลือกบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนให้เหมาะกับการท่องเที่ยว การเลือกแหล่งน้ำพุร้อนควรเริ่มจากการพิจารณาว่าต้องการแช่น้ำแร่เพื่อพักผ่อนหรือเดินชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ หากต้องการแช่ตัว ควรเลือกสถานที่ที่มีบ่อหรือห้องอาบน้ำแร่สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ พร้อมป้ายแสดงข้อกำหนดและการจัดการอุณหภูมิ แต่หากสนใจธรณีวิทยาและการถ่ายภาพธรรมชาติ สามารถเลือกแหล่งน้ำพุร้อนที่มีไอน้ำหรือการผุดของน้ำร้อน เช่น โป่งเดือดป่าแป๋ น้ำพุร้อนฝาง หรือโป่งน้ำร้อนท่าปาย โดยไม่จำเป็นต้องลงแช่
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมครอบครัวควรเลือกสถานที่ที่มีทางเดินปลอดภัย พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ และบริการที่เหมาะกับเด็กหรือผู้สูงอายุ ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สามารถเลือกแหล่งน้ำร้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือชุมชนชนบท โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด
 
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบวันเปิดทำการ เวลาให้บริการ ค่าธรรมเนียม และสถานะของสถานที่จากหน่วยงานผู้ดูแล เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ หรือการปรับปรุงพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ในป่า ภูเขา และพื้นที่ใกล้ลำน้ำ
 
ข้อควรระวังในการแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติ น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติแต่ละแห่งมีอุณหภูมิแตกต่างกัน ตั้งแต่น้ำอุ่นที่เหมาะสำหรับพักผ่อนไปจนถึงน้ำร้อนจัดที่สามารถทำให้เกิดแผลไหม้ได้ จึงไม่ควรพิจารณาความปลอดภัยจากลักษณะผิวน้ำเพียงอย่างเดียว และไม่ควรลงแช่ในบ่อต้นกำเนิดที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
 
ก่อนลงแช่ควรทดสอบอุณหภูมิน้ำและเริ่มใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อนเป็นเวลานานต่อเนื่อง และดื่มน้ำให้เพียงพอ หากรู้สึกเวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด หรืออ่อนเพลียควรหยุดแช่ทันที ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้บริการแช่น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูง
 
การใช้น้ำแร่ร้อนควรเน้นความผ่อนคลายและการพักผ่อน ไม่ควรเชื่อคำกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ขณะเดียวกันผู้มาเยือนควรช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สบู่ แชมพู หรือสารเคมีลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และไม่ทิ้งขยะหรือทำลายตะกอนแร่บริเวณบ่อน้ำร้อน
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนในประเทศไทยมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: ประเทศไทยมีแหล่งน้ำพุร้อนที่น่าสนใจหลายภูมิภาค เช่น น้ำพุร้อนสันกำแพง น้ำพุร้อนฝาง และโป่งเดือดป่าแป๋ในจังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนในจังหวัดลำปาง น้ำพุร้อนหินดาดในจังหวัดกาญจนบุรี บ่อน้ำร้อนรักษะวารินในจังหวัดระนอง น้ำตกร้อนคลองท่อมในจังหวัดกระบี่ และบ่อน้ำร้อนเบตงในจังหวัดยะลา แต่ละแห่งมีจุดเด่นและกิจกรรมแตกต่างกัน
 
ถาม: น้ำพุร้อนในประเทศไทยแห่งใดเหมาะสำหรับครอบครัว?
ตอบ: น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะกับครอบครัว เพราะมีสวนพักผ่อน กิจกรรมต้มไข่ ธารน้ำแร่แช่เท้า และบริการอาบน้ำแร่หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนและบ่อน้ำร้อนรักษะวารินยังมีพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะกับการเดินทางหลายวัย ทั้งนี้ควรดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงบ่อน้ำร้อนจัด
 
ถาม: น้ำพุร้อนธรรมชาติกับบ่อแช่น้ำแร่แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: น้ำพุร้อนธรรมชาติหมายถึงแหล่งน้ำที่ได้รับความร้อนจากใต้พิภพแล้วผุดขึ้นสู่ผิวดิน ส่วนบ่อแช่น้ำแร่คือพื้นที่ที่ได้รับการจัดเตรียมเพื่อนำน้ำร้อนมาใช้สำหรับการพักผ่อน โดยอาจมีการปรับอุณหภูมิและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ดังนั้นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติทุกแห่งจึงไม่ได้หมายความว่าจะสามารถลงแช่ได้
 
ถาม: แช่น้ำพุร้อนธรรมชาติช่วยรักษาโรคได้หรือไม่?
ตอบ: การแช่น้ำอุ่นอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงของกล้ามเนื้อได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรถือเป็นวิธีรักษาโรคหรือใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจและปัญหาความดันโลหิต ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนแช่น้ำร้อน
 
ถาม: น้ำพุร้อนในประเทศไทยควรเที่ยวช่วงฤดูไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนได้หลายฤดูกาล โดยฤดูหนาวเหมาะกับการชมไอน้ำและแช่น้ำอุ่นท่ามกลางอากาศเย็น โดยเฉพาะในภาคเหนือ ส่วนฤดูฝนจะมีธรรมชาติเขียวชอุ่ม แต่ควรระมัดระวังเส้นทางภูเขา น้ำหลาก และพื้นลื่น รวมถึงตรวจสอบประกาศปิดพื้นที่ของอุทยานหรือผู้ดูแลก่อนเดินทาง
 
ถาม: น้ำพุร้อนแห่งใดมีบ่อน้ำร้อนสำหรับต้มไข่?
ตอบ: แหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงด้านกิจกรรมต้มไข่ ได้แก่ น้ำพุร้อนสันกำแพง น้ำพุร้อนฝาง น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน และบ่อน้ำร้อนเบตง โดยควรใช้เฉพาะจุดต้มไข่ที่ผู้ดูแลกำหนด และระมัดระวังไอน้ำหรือน้ำร้อนจัด
 
ถาม: น้ำพุร้อนธรรมชาติในประเทศไทยมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ค่าบริการแตกต่างกันตามประเภทสถานที่ บางแห่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้า แต่บริการอาบน้ำแร่ ห้องส่วนตัว หรือกิจกรรมพิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับแหล่งน้ำร้อนที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติอาจมีค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ตามประกาศของหน่วยงานผู้ดูแล จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนเดินทาง
 
ถาม: สามารถลงแช่ในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติทุกแห่งได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถลงแช่ได้ทุกแห่ง เพราะบ่อน้ำร้อนต้นกำเนิดบางแห่งมีอุณหภูมิสูงมากและอาจทำให้เกิดแผลไหม้ได้ บางพื้นที่เปิดให้ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติเท่านั้น นักท่องเที่ยวควรเลือกใช้เฉพาะบ่อแช่ที่ผู้ดูแลอนุญาต มีการจัดการอุณหภูมิ และมีมาตรการด้านความปลอดภัย
 
ถาม: หากต้องการเที่ยวบ่อน้ำร้อนใกล้กรุงเทพฯ ควรเลือกจังหวัดใด?
ตอบ: จังหวัดกาญจนบุรีและเพชรบุรีเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ เช่น น้ำพุร้อนหินดาด น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น และน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง อย่างไรก็ตาม สถานที่เหล่านี้อยู่ห่างจากตัวเมืองและต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบระยะทางจากจุดเริ่มต้นและวางแผนเวลาให้เหมาะสม
 
ถาม: ก่อนเดินทางไปเที่ยวน้ำพุร้อนควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าสำรอง รองเท้าแตะกันลื่น น้ำดื่ม และของใช้ส่วนตัว หากเดินทางไปแหล่งน้ำร้อนในป่าหรือพื้นที่ภูเขาควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับเส้นทางและตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบวันเปิดทำการ เวลาให้บริการ ค่าธรรมเนียม และเส้นทางนำทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
 
สรุป น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติทั้ง 40 แห่งทั่วประเทศไทยมีความโดดเด่นแตกต่างกัน ตั้งแต่แหล่งน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ในภาคเหนือ บ่อแช่น้ำแร่กลางป่าของภาคตะวันตก ไปจนถึงธารน้ำร้อน น้ำพุร้อนเค็ม และบ่อน้ำแร่ในชุมชนภาคใต้ การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับความสนใจและระยะเวลาเดินทางจะช่วยให้การท่องเที่ยวมีความคุ้มค่าและปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางเพื่อพักผ่อน ศึกษาธรณีวิทยา หรือสัมผัสธรรมชาติของแต่ละภูมิภาค สิ่งสำคัญคือการใช้บริการเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง และช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำร้อนธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(41)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)