หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ > 40 ที่เที่ยวโครงการหลวงในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง
TL;DR: 40 ที่เที่ยวโครงการหลวงในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. เวลา 06:00 – 18:00 น.
40 ที่เที่ยวโครงการหลวงในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง

40 ที่เที่ยวโครงการหลวงในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง รวมสถานีเกษตรหลวง สถานีวิจัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทั่วประเทศไทย โครงการหลวงเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเกษตร การสร้างอาชีพ การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ จุดเริ่มต้นของโครงการหลวงเกิดขึ้นในปี 2512 จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนบนพื้นที่สูงมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงผ่านการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ พร้อมลดการพึ่งพาการปลูกฝิ่นและการทำเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้
ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงมีหน่วยงานที่รวบรวมในบทความนี้ 40 แห่ง ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน ตาก และบุรีรัมย์ โดย 39 แห่งแรกอยู่ในภาคเหนือ ส่วนสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นหน่วยงานลำดับที่ 40 ซึ่งขยายแนวทางพัฒนาสู่พื้นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีทั้งสถานีเกษตรหลวง สถานีวิจัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง แต่ละแห่งมีบทบาทแตกต่างกันตามภูมิประเทศ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ลักษณะประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ และศักยภาพในการผลิตพืชผลทางการเกษตร บางแห่งเป็นศูนย์วิจัยและสาธิตการปลูกพืชเมืองหนาวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ขณะที่บางแห่งมุ่งพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
สำหรับนักท่องเที่ยว โครงการหลวงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งชมดอกไม้หรือแปลงผักเมืองหนาว แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วิทยาศาสตร์การเกษตร วัฒนธรรมชุมชน และประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศเข้าด้วยกัน การเดินทางไปยังพื้นที่โครงการหลวงจึงเปิดโอกาสให้เห็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพของชุมชนบนภูเขา การจัดการดินและน้ำ การปลูกพืชให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างรายได้
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง มีชื่อเสียงจากแปลงทดลองพืชเขตหนาว ไม้ผล และไม้ดอก ขณะที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เป็นอีกพื้นที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้เรื่องการเกษตรบนภูเขาสูงและพืชที่เจริญเติบโตในสภาพอากาศเย็น ทั้งสองแห่งมีคุณค่าด้านการวิจัยและการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่แตกต่างจากการเดินทางไปชมทิวทัศน์ธรรมชาติโดยทั่วไป
ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยมีความโดดเด่นด้านการปลูกพืชผักเมืองหนาวและการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่สามารถเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวกับบริเวณม่อนแจ่มได้ ส่วนศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกในอำเภอแม่ออนมีลักษณะเป็นพื้นที่พัฒนาการเกษตรที่สัมพันธ์กับชุมชนบ้านธารทองและป่าต้นน้ำ ทำให้เหมาะกับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่โครงการหลวงในอำเภอแม่แตง แม่วาง เชียงดาว และจอมทองของจังหวัดเชียงใหม่ มีความหลากหลายของระดับความสูงและการประกอบอาชีพ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะโดดเด่นจากภูมิทัศน์ภูเขาและการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยอยู่ในพื้นที่อำเภอเชียงดาวซึ่งมีชุมชนบนพื้นที่สูงหลากหลายกลุ่ม ขณะที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะและทุ่งหลวงสะท้อนการทำงานด้านการพัฒนาอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ภูเขาที่มีลักษณะต่างกัน
นอกจากเชียงใหม่แล้ว จังหวัดเชียงรายยังมีพื้นที่โครงการหลวงที่สำคัญ เช่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งตั้งอยู่บนแนวภูเขาชายแดนไทย–ลาวและมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยซึ่งดำเนินงานในพื้นที่ภูเขาที่มีชุมชนชาติพันธุ์และการเกษตรเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิต พื้นที่เหล่านี้สะท้อนความหลากหลายของภูมิประเทศและแนวทางการพัฒนาที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละชุมชน
แนวคิดสำคัญของโครงการหลวงคือการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับพื้นที่สูงโดยใช้การวิจัยและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการผลิต การทดลองพันธุ์พืช การปรับปรุงวิธีเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพผลผลิต และการพัฒนาระบบตลาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูง การทำงานดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรป่าไม้ผ่านการส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมและการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำ
การท่องเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวงมีหลายรูปแบบ ผู้ที่สนใจการเกษตรสามารถศึกษาแปลงทดลองพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล และแนวทางการผลิตบนพื้นที่สูง ผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติสามารถเลือกเส้นทางที่มีทิวทัศน์ภูเขา ป่าไม้ และจุดชมวิว ขณะที่ผู้สนใจวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้วิถีชีวิต ประเพณี ภูมิปัญญา และอาหารของชุมชนท้องถิ่น กิจกรรมบางประเภทจำเป็นต้องนัดหมายหรือได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ เพราะศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหลายแห่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่เปิดทุกส่วนให้เข้าชมได้ตลอดเวลา
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่หลายพื้นที่โครงการหลวงมีอากาศเย็น เหมาะกับการเดินทางชมภูเขาและศึกษาพืชเมืองหนาว ขณะที่ฤดูฝนมีความเขียวชอุ่มของป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรม แต่การเข้าถึงบางแห่งอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือถนนลื่น นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับประเภทพืชผล กิจกรรมที่สนใจ และสภาพเส้นทาง โดยเฉพาะศูนย์ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ภูเขา
หากมีเวลาเพียง 1 วัน การเลือกพื้นที่โครงการหลวงในอำเภอใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ เช่น แม่ริม แม่ออน หรือหางดง จะช่วยลดเวลาเดินทางและเหมาะกับการเรียนรู้เชิงเกษตรระยะสั้น ส่วนผู้ที่มีเวลา 2–3 วันสามารถเลือกเส้นทางอ่างขาง–ฝาง หรืออินทนนท์–แม่วางเพื่อสัมผัสพื้นที่สูงที่มีลักษณะการผลิตและภูมิประเทศแตกต่างกัน สำหรับนักเดินทางที่ต้องการเรียนรู้หลายพื้นที่ในเชิงลึก ควรแบ่งเส้นทางตามจังหวัดและอำเภอแทนการเร่งเดินทางไปยังศูนย์ที่อยู่ห่างกันมากในแต่ละวัน
สิ่งที่ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่โครงการหลวงมีความหมาย คือการได้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาอาชีพกับการดูแลธรรมชาติจากพื้นที่จริง ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ว่าการปลูกพืชเมืองหนาว การส่งเสริมเกษตรกรรม การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการจัดการสิ่งแวดล้อมมีบทบาทต่อชุมชนอย่างไร การท่องเที่ยวที่เคารพพื้นที่ปฏิบัติงานและสนับสนุนผลผลิตชุมชนอย่างเหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณค่าของโครงการหลวงให้ดำรงอยู่ต่อไป

1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีเกษตรหลวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ต้นแบบของงานวิจัยและสาธิตการปลูกพืชเขตหนาวตามแนวพระราชดำริ ภูมิประเทศโดยรอบเป็นเทือกเขาสูงที่มีอากาศเย็น เหมาะกับการทดลองปลูกไม้ผล ไม้ดอก และพืชผักที่ต้องการสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากพื้นที่ราบ ทำให้สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นทั้งศูนย์กลางองค์ความรู้ทางการเกษตรและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่มีชื่อเสียงของภาคเหนือ
ไฮไลต์: สถานีเกษตรหลวงแห่งแรกของโครงการหลวง แปลงทดลองพืชเขตหนาว สวนไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว ภูมิทัศน์ดอยอ่างขาง ประวัติศาสตร์การส่งเสริมอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น และวิถีชุมชนบนพื้นที่สูง
จุดเริ่มต้นของงานโครงการหลวงสัมพันธ์กับพระราชดำริในปี 2512 ที่มุ่งพัฒนาอาชีพให้แก่ชาวเขาบนพื้นที่สูงผ่านการวิจัยพืชเศรษฐกิจที่เหมาะกับภูมิอากาศ โดยเฉพาะการส่งเสริมไม้ผลเมืองหนาวที่สามารถสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น การดำเนินงานที่ดอยอ่างขางจึงเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประกอบอาชีพบนภูเขาจากการใช้พื้นที่เพื่อพืชชนิดเดิมไปสู่ระบบการเกษตรที่มีการศึกษาวิจัยและการจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบ
ภายในสถานีมีพื้นที่ศึกษาและสาธิตการปลูกพืชที่สะท้อนความหลากหลายของงานวิจัยบนพื้นที่สูง ทั้งพืชผัก ไม้ผล และไม้ดอกที่มีความต้องการด้านอุณหภูมิแตกต่างกัน ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ว่าพืชแต่ละชนิดต้องการสภาพดิน น้ำ และอากาศอย่างไร รวมถึงความสำคัญของการคัดเลือกพันธุ์และการดูแลรักษาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ การเข้าชมแปลงทดลองช่วยให้เห็นการประยุกต์องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิประเทศของประเทศไทย
ด้านการท่องเที่ยว ดอยอ่างขางมีเสน่ห์จากทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อน อากาศเย็น และพรรณไม้ที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ช่วงฤดูหนาวได้รับความนิยมเป็นพิเศษเพราะเหมาะกับการชมดอกไม้เมืองหนาวและสัมผัสบรรยากาศบนภูเขา นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถเก็บภาพแปลงไม้ดอก แนวภูเขา และพื้นที่เกษตรที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยควรใช้เส้นทางและบริเวณที่เปิดให้เข้าชมเท่านั้น
ความสำคัญของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังเชื่อมโยงกับชุมชนบนพื้นที่สูงซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การพัฒนาการเกษตรมีบทบาทต่อการสร้างรายได้และส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับพื้นที่ภูเขา ผู้เดินทางจึงสามารถศึกษาทั้งความก้าวหน้าทางการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงได้ในทริปเดียวกัน
นักท่องเที่ยวควรจัดเวลาอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับการชมพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม และสามารถพักค้างคืนในบริเวณดอยอ่างขางหรืออำเภอฝางหากต้องการเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติรอบพื้นที่เพิ่มเติม การขับรถขึ้นดอยมีความลาดชันและทางโค้งหลายช่วง จึงควรตรวจสภาพยานพาหนะและหลีกเลี่ยงการเร่งเดินทางในช่วงหมอกหนาหรือฝนตก
สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจเกษตรกรรม และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจต้นกำเนิดของงานโครงการหลวงผ่านพื้นที่จริง นอกจากความงามของภูเขาแล้ว ยังเป็นสถานที่สะท้อนให้เห็นว่าการวิจัย การพัฒนาอาชีพ และการอนุรักษ์ธรรมชาติสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างไร
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอฝาง จากนั้นเดินทางต่อไปยังดอยอ่างขางตามเส้นทางขึ้นเขาที่เปิดให้ใช้ สถานีตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยอ่างขาง ควรตรวจสภาพถนนและเวลาเข้าชมก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

2. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ดำเนินงานโครงการหลวงในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง บนพื้นที่ภูเขาสูงที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นและมีความหลากหลายของพรรณไม้ สถานีมีบทบาทในการวิจัย ส่งเสริม และพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูง โดยเชื่อมโยงกับการสร้างอาชีพแก่เกษตรกรและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณดอยอินทนนท์
ไฮไลต์: การเกษตรบนพื้นที่สูง งานวิจัยพืชเมืองหนาว ไม้ดอกและพืชผัก ภูมิประเทศดอยอินทนนท์ อากาศเย็น ระบบนิเวศป่าภูเขา และการเรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนตามหลักโครงการหลวง
ดอยอินทนนท์เป็นภูเขาที่มีระดับความสูงและความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน พื้นที่ดังกล่าวจึงเหมาะกับการศึกษาการปลูกพืชที่ต้องการอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณพื้นราบ การทำงานของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เกี่ยวข้องกับการศึกษาพันธุ์พืช การผลิตพืชผลคุณภาพ และการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพอย่างเหมาะสมกับข้อจำกัดของพื้นที่ภูเขา
งานเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงมีความแตกต่างจากการปลูกพืชในพื้นที่ราบทั้งด้านอุณหภูมิ ความลาดชัน การจัดการน้ำ และคุณสมบัติของดิน การศึกษาพืชที่เหมาะสมกับสภาพดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอาชีพที่ช่วยให้ชุมชนมีทางเลือกทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยการดูแลดินและน้ำอย่างถูกวิธีสามารถช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ลาดชัน
ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความสำคัญของการเกษตรเมืองหนาวและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สูงผ่านบริเวณที่เปิดให้ศึกษาหรือเยี่ยมชม ซึ่งอาจมีรูปแบบกิจกรรมแตกต่างกันตามฤดูกาลและภารกิจของสถานี การเดินทางมาศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อให้กิจกรรมตรงกับความสนใจและไม่รบกวนงานวิจัยหรือการปฏิบัติงานในแปลงทดลอง
พื้นที่รอบสถานีมีความเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งมีทั้งป่าดิบเขา แหล่งน้ำ และธรรมชาติบนภูเขาสูง นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับจุดชมวิวและแหล่งศึกษาธรรมชาติที่เปิดให้บริการภายในอุทยาน โดยควรตรวจเวลาเปิดเส้นทางและข้อกำหนดของแต่ละสถานที่แยกกัน
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เหมาะกับผู้สนใจพืชเมืองหนาว การจัดการพื้นที่สูง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการศึกษาธรรมชาติ การเยี่ยมชมช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศและสภาพอากาศไม่ได้เป็นเพียงความสวยงามด้านการท่องเที่ยว แต่ยังมีบทบาทโดยตรงต่อการวิจัย การผลิตอาหาร และการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรบนภูเขา
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปอำเภอจอมทอง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ เดินทางต่อไปบริเวณบ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง และเข้าสู่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองหอยเก่า หมู่ 7 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมการเกษตรบนพื้นที่สูงและการพัฒนาชุมชนในบริเวณภูเขาแม่ริม มีความโดดเด่นจากการปลูกพืชผักเมืองหนาว การศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพืช และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีภูมิประเทศใกล้เคียงกับแหล่งท่องเที่ยวม่อนแจ่มที่ได้รับความนิยม
ไฮไลต์: แปลงสาธิตการเกษตร การปลูกผักเมืองหนาว ผักอินทรีย์ ระบบปลูกพืชไร้ดิน พืชสมุนไพร การเรียนรู้เทคโนโลยีเกษตร และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อบริเวณม่อนแจ่ม
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยมีความสำคัญต่อการส่งเสริมอาชีพของชุมชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาแม่ริม ผ่านการปลูกพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศและความต้องการของตลาด งานส่งเสริมการเกษตรช่วยให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ลดความเสียหายจากการเพาะปลูก และพัฒนาระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเรียนรู้ภายในศูนย์เกี่ยวข้องกับวิธีการผลิตพืชหลายรูปแบบ ทั้งการปลูกผักในระบบที่ใช้ดิน การผลิตพืชภายใต้การจัดการที่ลดการใช้สารเคมี และการใช้ระบบปลูกพืชไร้ดินซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมธาตุอาหารและน้ำได้อย่างเหมาะสม การศึกษาแนวทางเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเกษตรบนพื้นที่สูงจำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการจัดการทรัพยากรควบคู่กัน
ภูมิประเทศรอบศูนย์เป็นแนวเขาที่มีความลาดชันและพื้นที่เกษตรกระจายอยู่ตามไหล่เขา นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศอากาศเย็นและมองเห็นลักษณะการจัดพื้นที่เพาะปลูกที่ปรับตัวเข้ากับภูเขา โดยเส้นทางท่องเที่ยวในบริเวณนี้สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ม่อนแจ่มและแหล่งท่องเที่ยวอื่นของอำเภอแม่ริมได้ตามเวลาที่มี
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยเหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจการผลิตพืชผักคุณภาพ การเยี่ยมชมช่วยให้เข้าใจบทบาทของการพัฒนาองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการสนับสนุนผลผลิตและบริการของชุมชนบนพื้นที่สูง
ผู้มาเยือนควรเลือกเดินชมพื้นที่ที่เปิดให้บริการและปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะบริเวณแปลงทดลองหรือพื้นที่ปฏิบัติงาน การเดินทางในวันหยุดควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรบนถนนขึ้นม่อนแจ่ม ซึ่งอาจมีรถจำนวนมากในบางช่วง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม จากนั้นเข้าสู่เส้นทางแม่แรมและมุ่งหน้าบ้านหนองหอยเก่า ตามป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับม่อนแจ่มได้โดยตรวจสภาพการจราจรและเวลาการเข้าชมก่อนเดินทาง

4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านธารทอง หมู่ 8 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีทั้งป่าไม้ ลำธาร และชุมชนเกษตรกรรม มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาระบบการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรเข้ากับการดูแลทรัพยากรดิน น้ำ และป่าต้นน้ำ
ไฮไลต์: การเกษตรบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านธารทอง การจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ การเรียนรู้การผลิตพืช ทิวทัศน์ภูเขาแม่ออน และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติใกล้พื้นที่ห้วยแก้ว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ดำเนินงานด้านการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมสำหรับชุมชนบนภูเขา การส่งเสริมพืชที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่ทำกินช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกด้านรายได้ ขณะเดียวกันการให้ความรู้เรื่องการผลิตอย่างเป็นระบบยังช่วยสนับสนุนการใช้ทรัพยากรที่ดินและน้ำอย่างเหมาะสม
ภูมิประเทศของบ้านธารทองและพื้นที่ห้วยแก้วมีแนวเขาและลำธารธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาป่าต้นน้ำและระบบนิเวศของชุมชน การดำเนินงานเกษตรกรรมในลักษณะดังกล่าวจึงต้องคำนึงถึงความชันของพื้นที่ การพังทลายของดิน และความสมดุลระหว่างพื้นที่ผลิตพืชกับพื้นที่ป่าไม้
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกเหมาะกับผู้ต้องการศึกษาการเกษตรควบคู่กับการท่องเที่ยวธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปถ่ายภาพแปลงพืช แต่เป็นการเรียนรู้ว่าการพัฒนาอาชีพของชุมชนต้องอาศัยความเข้าใจสภาพภูมิประเทศและองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่อย่างไร การเข้าชมเชิงศึกษาดูงานควรประสานผู้ดูแลล่วงหน้าเพื่อให้สามารถเข้าถึงส่วนที่อนุญาตได้อย่างเหมาะสม
ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถจัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณแม่ออนและพื้นที่ห้วยแก้วร่วมกับการเยี่ยมชมศูนย์ได้ โดยคำนึงถึงเวลาที่ใช้บนถนนภูเขาและข้อกำหนดของแต่ละสถานที่ การเดินทางแบบไม่เร่งรีบช่วยให้มีเวลาเรียนรู้วิถีชุมชนและสังเกตลักษณะธรรมชาติได้มากขึ้น
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกจึงเหมาะกับผู้สนใจเกษตรกรรม การพัฒนาชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความน่าสนใจของพื้นที่อยู่ที่การเห็นการทำงานพัฒนาชุมชนในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมพักผ่อนหรือการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอแม่ออนและตำบลห้วยแก้ว แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านธารทองตามเส้นทางท้องถิ่น ศูนย์เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่ควรประสานการเยี่ยมชมล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมแปลงเกษตรหรือกิจกรรมศึกษาดูงาน

5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่อยู่ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาสูงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและมีพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชนกระจายอยู่ตามแนวเขา งานพัฒนาของศูนย์มุ่งสนับสนุนอาชีพที่เหมาะกับภูมิประเทศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง พร้อมคำนึงถึงการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำ
ไฮไลต์: การพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาแม่แตง วิถีชุมชนเมืองก๋าย แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรม การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบริเวณดอยม่อนเงาะ
ภูมิประเทศของม่อนเงาะมีลักษณะเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนและหุบเขาที่มีความแตกต่างของระดับความสูง ความชันของพื้นที่ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกชนิดพืชและวิธีจัดการแปลงเกษตร การส่งเสริมอาชีพจึงต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของดิน การควบคุมการพังทลาย และการรักษาน้ำในระบบการผลิต เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่เกษตรกรรมโดยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะมีบทบาทต่อการส่งเสริมการเกษตรที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนบนพื้นที่สูง ซึ่งประกอบอาชีพและดำรงชีวิตในภูมิประเทศที่มีข้อจำกัดแตกต่างจากที่ราบ การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรมาประยุกต์ใช้ช่วยสนับสนุนการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน
พื้นที่ม่อนเงาะยังมีความน่าสนใจด้านธรรมชาติ เนื่องจากมีแนวภูเขาที่สามารถมองเห็นป่าไม้และหุบเขาได้ในมุมกว้าง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาศึกษางานโครงการหลวงสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติร่วมกับจุดชมวิวดอยม่อนเงาะตามสภาพถนนและข้อกำหนดของพื้นที่ แต่ควรแยกกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไปออกจากการเข้าชมพื้นที่ปฏิบัติงานของศูนย์อย่างชัดเจน
นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผู้สนใจวิถีชีวิตบนภูเขาสามารถใช้เวลาเรียนรู้การผลิตพืชและความสัมพันธ์ของชุมชนกับภูมิประเทศ ขณะที่ผู้ศึกษาด้านการเกษตรสามารถให้ความสำคัญกับแนวทางจัดการทรัพยากรและการสร้างรายได้ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่สูง การเดินทางมาเป็นหมู่คณะควรนัดหมายเพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมได้เหมาะกับภารกิจของศูนย์
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะเหมาะกับการเดินทางแบบศึกษาธรรมชาติควบคู่กับการเรียนรู้เชิงเกษตร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเห็นบทบาทของโครงการหลวงในพื้นที่ที่มีภูมิประเทศสลับซับซ้อนและชุมชนบนภูเขาเป็นส่วนสำคัญของระบบการพัฒนา
วันเปิดทำการ: จันทร์–ศุกร์ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่แตง แล้วมุ่งหน้าตำบลเมืองก๋ายและพื้นที่ม่อนเงาะตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบสภาพถนนและนัดหมายการเข้าชมล่วงหน้า โดยเฉพาะการเดินทางเป็นกลุ่มศึกษาดูงานหรือในช่วงที่มีฝนตกหนัก

6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในพื้นที่ภูเขาชายแดนไทย–ลาว ซึ่งมีระดับความสูงและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกับการเกษตรเมืองหนาว มีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเชื่อมโยงการผลิตพืชที่มีมูลค่ากับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชัน
ไฮไลต์: การเกษตรเมืองหนาวบนภูเขาชายแดน พื้นที่สูงประมาณ 1,300–1,500 เมตร วิถีชุมชนบ้านผาตั้ง ภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอเวียงแก่น การจัดการทรัพยากรพื้นที่ลาดชัน และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อดอยผาตั้ง
ภูมิประเทศของผาตั้งมีลักษณะเป็นแนวภูเขาที่ทอดตัวตามชายแดนไทย–ลาว พื้นที่มีความสูงและความลาดชันมาก ส่งผลให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำเป็นต้องใช้วิธีจัดการดินและน้ำที่เหมาะสม การส่งเสริมพืชที่เข้ากับสภาพภูมิอากาศจึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตพืชผลคุณภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พื้นที่บนภูเขา
การทำงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาอาชีพของประชาชนบนพื้นที่สูง ซึ่งอาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่มีข้อจำกัดด้านการคมนาคมและการใช้ที่ดิน การถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและการจัดการผลผลิตช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและพัฒนาความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ชุมชน
ผาตั้งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากชุมชนบนพื้นที่สูงและอิทธิพลวัฒนธรรมจีนยูนนาน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจึงสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นควบคู่กับการศึกษาการเกษตรบนภูเขา การเคารพความเป็นส่วนตัวของชาวบ้านและใช้บริการผู้ประกอบการในชุมชนอย่างเหมาะสมช่วยทำให้การท่องเที่ยวเกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่
บริเวณใกล้ศูนย์ยังมีดอยผาตั้งซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์แนวภูเขาและแม่น้ำโขงในระยะไกล นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแบบสองวันหนึ่งคืนเพื่อศึกษางานโครงการหลวงและชมภูมิประเทศของชายแดนในทริปเดียวกัน โดยควรแยกเวลาเข้าชมศูนย์กับเวลาเดินขึ้นจุดชมวิวธรรมชาติให้เหมาะสม
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งเหมาะกับผู้สนใจการเกษตรบนพื้นที่สูง วัฒนธรรมชุมชน และการท่องเที่ยวภูเขาชายแดน เป็นพื้นที่ที่สะท้อนการปรับตัวของชุมชนและระบบการผลิตให้สอดคล้องกับภูมิประเทศที่มีความท้าทายอย่างชัดเจน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางผ่านอำเภอเทิงเข้าสู่อำเภอเวียงแก่น แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1093 มุ่งหน้าตำบลปอและบ้านผาตั้ง ก่อนเดินทางควรตรวจสภาพถนนบนภูเขาและประสานศูนย์สำหรับการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ

7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บริเวณบ้านดง ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในภูมิประเทศภูเขาที่มีป่าไม้และชุมชนบนพื้นที่สูงกระจายอยู่ตามหุบเขา มีบทบาทในการส่งเสริมเกษตรกรรมและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชน โดยเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต้นน้ำ
ไฮไลต์: การเกษตรพื้นที่สูง วิถีชุมชนแม่ลาน้อย ภูมิประเทศหุบเขาและนาขั้นบันไดตามฤดูกาล งานพัฒนาอาชีพชุมชน การเรียนรู้การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อบ้านห้วยห้อม
อำเภอแม่ลาน้อยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ราบสำหรับเกษตรกรรมมีจำกัด ทำให้ชุมชนต้องปรับรูปแบบการเพาะปลูกให้เหมาะกับลาดเขาและสภาพน้ำในแต่ละฤดูกาล การส่งเสริมอาชีพที่ดำเนินงานผ่านโครงการหลวงจึงมีบทบาทต่อการพัฒนาการผลิตพืชและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรที่ดินและน้ำ
พื้นที่แม่ลาน้อยยังมีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์และวัฒนธรรม โดยชุมชนหลายแห่งรักษาวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับการเกษตรและการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ การศึกษาดูงานภายในศูนย์สามารถช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาอาชีพ การจัดการทรัพยากร และสภาพสังคมของผู้คนบนพื้นที่สูงได้มากขึ้น
บ้านห้วยห้อมเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟและงานทอผ้าขนแกะ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาและการพัฒนาอาชีพในพื้นที่ภูเขา การจัดเส้นทางท่องเที่ยวจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยไปยังชุมชนห้วยห้อมช่วยเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ศึกษาเรื่องการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่มเติม โดยควรประสานกิจกรรมกับผู้ประกอบการหรือกลุ่มชุมชนที่เปิดให้เข้าชม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ เส้นทางภูเขาของแม่ลาน้อยมีบรรยากาศสงบและทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนอาจเห็นพื้นที่เกษตรเขียวชอุ่ม ส่วนฤดูหนาวมีอากาศเย็นเหมาะกับการพักผ่อน อย่างไรก็ตาม เส้นทางบางช่วงมีความคดเคี้ยวและอาจได้รับผลกระทบจากฝน จึงต้องตรวจสภาพถนนก่อนเดินทาง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการเรียนรู้การผลิตพืชในภูมิประเทศภูเขา การเดินทางแบบพักค้างคืนช่วยให้มีเวลาเรียนรู้รายละเอียดและสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนได้มากขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอแม่สะเรียงเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย จากนั้นเข้าสู่เส้นทางไปตำบลห้วยห้อมและบ้านดงตามป้ายบอกทาง ควรเผื่อเวลาสำหรับถนนภูเขาและตรวจสอบเส้นทางที่ใช้เดินทางเข้าศูนย์ก่อนออกเดินทาง

8. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทด้านการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมแก่ชุมชนบนพื้นที่สูงบริเวณใกล้แนวชายแดน มีความโดดเด่นจากภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อนและชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม งานพัฒนาของศูนย์เชื่อมโยงการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ การปรับปรุงคุณภาพผลผลิต และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
ไฮไลต์: แปลงสาธิตการเกษตร พืชผักและไม้ผลบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนเชียงดาว ภูมิประเทศแนวชายแดน การอนุรักษ์ทรัพยากร และการเรียนรู้แนวทางพัฒนาอาชีพในพื้นที่ภูเขา
อำเภอเชียงดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและหุบเขาที่มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันตามระดับความสูง พื้นที่บางส่วนมีข้อจำกัดด้านการคมนาคมและโอกาสทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะกับสภาพพื้นที่จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยสร้างทางเลือกให้เกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิตและมีรายได้จากการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชุมชนและสนับสนุนการจัดการการผลิตพืชอย่างเหมาะสม การดำเนินงานเหล่านี้สัมพันธ์กับการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตและการสร้างความมั่นคงทางรายได้ โดยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านดิน น้ำ และความลาดชันของพื้นที่ภูเขา
สำหรับการท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจการทำงานโครงการหลวงในพื้นที่ชายแดน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การเกษตรและวิถีชุมชนผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต โดยการเข้าไปในแปลงทดลองหรือพื้นที่ปฏิบัติงานควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่
พื้นที่โดยรอบยังมีความน่าสนใจด้านภูมิประเทศและวัฒนธรรมชุมชน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเขตภูเขาเชียงดาวที่มีระบบนิเวศหลากหลาย ผู้ที่มีเวลาสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับสถานที่ธรรมชาติในอำเภอเชียงดาวได้ แต่ควรตรวจระยะทางและเส้นทางเข้าถึงให้เหมาะสมกับสภาพรถยนต์
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อยเหมาะกับกลุ่มศึกษาดูงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเกษตรกรรมชุมชน การเรียนรู้จากพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจว่าการพัฒนาพื้นที่สูงต้องอาศัยทั้งการวิจัย การทำงานร่วมกับชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปอำเภอเชียงดาว แล้วเดินทางต่อไปตำบลเมืองนะและบริเวณบ้านแกน้อยตามเส้นทางท้องถิ่น ควรยืนยันเส้นทางและการเข้าชมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือการเดินทางเป็นหมู่คณะ

9. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ส่งเสริมการเกษตรและพัฒนาอาชีพแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและหุบเขาซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อวิถีชีวิตชุมชน งานพัฒนาของศูนย์ให้ความสำคัญกับการเลือกพืชให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ การเพิ่มคุณภาพผลผลิต และการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม
ไฮไลต์: วิถีเกษตรกรรมชุมชนขุนแปะ พื้นที่ปลูกพืชบนภูเขา งานพัฒนาอาชีพเกษตรกร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิทัศน์อำเภอจอมทอง และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพื้นที่สูง
ชุมชนขุนแปะตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความลาดชันและพื้นที่เกษตรกรรมจำกัด จึงต้องปรับรูปแบบการประกอบอาชีพให้เหมาะกับสภาพดินและปริมาณน้ำ การส่งเสริมพืชที่สามารถสร้างรายได้และวิธีเพาะปลูกที่เหมาะสมมีส่วนช่วยให้เกษตรกรพัฒนาการผลิตและลดความเสี่ยงจากการใช้พื้นที่ในรูปแบบที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะมีบทบาทด้านการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาอาชีพและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเกษตร การดำเนินงานในพื้นที่สูงต้องคำนึงถึงทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพราะวิถีชีวิตของเกษตรกรสัมพันธ์กับป่าไม้ แหล่งน้ำ และข้อจำกัดของภูมิประเทศโดยตรง
นักท่องเที่ยวที่สนใจการเรียนรู้เกษตรกรรมสามารถศึกษาลักษณะการผลิตพืชและการจัดการพื้นที่ผ่านบริเวณที่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือหน่วยงานที่ต้องการศึกษาดูงานด้านการพัฒนาชุมชน การนัดหมายล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและสามารถจัดกิจกรรมได้โดยไม่กระทบภารกิจประจำของศูนย์
ภูมิประเทศรอบขุนแปะมีความโดดเด่นจากแนวภูเขาและพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสอากาศเย็นและบรรยากาศชุมชนบนพื้นที่สูงระหว่างการเดินทาง แต่ควรระวังเส้นทางลาดชันและตรวจสภาพถนนเมื่อมีฝนตกหนัก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจบทบาทโครงการหลวงในชุมชนที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ความสำคัญของพื้นที่อยู่ที่การพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมจริงของชุมชนบนภูเขา
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง จากนั้นเข้าสู่เส้นทางบ้านแปะและเดินทางต่อไปบ้านขุนแปะตามป้ายท้องถิ่น ควรตรวจสอบจุดหมายและสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากมีแผนเข้าศึกษาดูงานเป็นกลุ่ม

10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่เริ่มดำเนินงานในปี 2522 โดยมีบทบาทด้านการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมแก่ชุมชนบนพื้นที่สูงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พื้นที่โดยรอบมีภูเขาและชุมชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยงานของศูนย์เชื่อมโยงกับแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการลดผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ
ไฮไลต์: งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2522 การเรียนรู้พืชผักและไม้ผลบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนแม่วิน ทิวทัศน์ภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงเกิดขึ้นจากแนวทางการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชนและการสร้างโอกาสด้านอาชีพ โดยการส่งเสริมการปลูกพืชและการจัดการการผลิตช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำกินได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น งานดังกล่าวเชื่อมโยงกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและลดแรงกดดันต่อป่าไม้
ภูมิประเทศของพื้นที่แม่วินประกอบด้วยแนวภูเขาและหุบเขาที่มีความลาดชัน การผลิตพืชจึงต้องพิจารณาความเหมาะสมของดิน น้ำ และสภาพอากาศในแต่ละระดับความสูง การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกและการจัดการผลผลิตมีบทบาทต่อการสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพของชุมชน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงยังมีคุณค่าในฐานะพื้นที่เรียนรู้การพัฒนาชุมชน เพราะการปรับปรุงระบบการผลิตเกษตรกรรมไม่สามารถดำเนินการแยกจากวิถีชีวิตของประชาชนได้ การทำงานด้านอาชีพจึงเกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ เกษตรกร และชุมชนในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่จริง
สำหรับนักท่องเที่ยว อำเภอแม่วางมีภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยงามและมีเส้นทางเชื่อมต่อชุมชนหลายแห่ง การเยี่ยมชมศูนย์สามารถจัดร่วมกับการศึกษาธรรมชาติหรือวิถีชุมชนในพื้นที่แม่วินได้ โดยควรตรวจเวลาเข้าชมและกิจกรรมที่เปิดรับผู้มาเยือนล่วงหน้า
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เข้าสู่แม่วางใช้ถนนที่มีทั้งช่วงราบและช่วงภูเขา นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาสำหรับถนนคดเคี้ยวและตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทาง การนัดหมายล่วงหน้าช่วยให้การเยี่ยมชมศูนย์และการศึกษาดูงานดำเนินได้สอดคล้องกับตารางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูง การเกษตรชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่สะท้อนการทำงานโครงการหลวงในพื้นที่ภูเขาซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างองค์ความรู้ทางการเกษตรและวิถีชีวิตท้องถิ่น
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่–ฮอด ผ่านอำเภอสันป่าตอง แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางอำเภอแม่วางและตำบลแม่วิน มุ่งหน้าไปทางวัดพระธาตุศรีพุทธิวงศ์ โดยศูนย์อยู่ห่างจากบริเวณวัดประมาณ 500 เมตร เส้นทางขึ้นเขามีทางโค้งและลาดชันบางช่วง จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง

11. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่แพะ ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ดำเนินงานโครงการหลวงที่มีบทบาทด้านการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง ท่ามกลางภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขา หุบเขา และพื้นที่เกษตรกรรมกระจายอยู่ตามไหล่เขา ศูนย์แห่งนี้มีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ว่าการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรบนพื้นที่สูงต้องอาศัยการผสมผสานองค์ความรู้ทางการเกษตรเข้ากับสภาพภูมิประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างไร
ไฮไลต์: การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ชุมชนบ้านแม่แพะ ภูมิทัศน์ภูเขาสะเมิง การอนุรักษ์ดินและน้ำ งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกร และการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงประมาณ 874 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะภูมิประเทศมีความลาดชันและความแตกต่างของระดับความสูง ส่งผลให้การทำเกษตรกรรมต้องเลือกพืชและรูปแบบการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การจัดการดินและน้ำจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะพื้นที่ลาดชันมีความเสี่ยงต่อการชะล้างหน้าดินเมื่อเกิดฝนตกหนัก การส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์ดินจึงช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่ผลิตพืชได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
งานพัฒนาพื้นที่สูงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ การปรับปรุงคุณภาพผลผลิต และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนในชุมชน การถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตช่วยให้เกษตรกรสามารถประเมินความเหมาะสมของพืชกับสภาพพื้นที่และวางแผนการผลิตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะมีคุณค่าในฐานะพื้นที่เรียนรู้การทำงานพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตร การดำรงชีวิต และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการศึกษารูปแบบการส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูงซึ่งแตกต่างจากการเกษตรในพื้นที่ราบ
สภาพภูมิประเทศของอำเภอสะเมิงยังมีเสน่ห์จากทิวทัศน์ภูเขาและบรรยากาศชนบทที่สงบ ช่วงฤดูฝนพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้มีความเขียวชอุ่ม ขณะที่ฤดูหนาวมีอากาศเย็นเหมาะกับการศึกษาธรรมชาติและเดินทางชมวิถีชุมชน นักท่องเที่ยวควรแยกกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนออกจากการเข้าชมแปลงทดลองหรือพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลก่อน
ผู้ที่เดินทางมาอำเภอสะเมิงสามารถวางแผนศึกษาพื้นที่โครงการหลวงแม่แพะร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเราได้ โดยจัดเส้นทางตามตำแหน่งจริงของแต่ละแห่งและเผื่อเวลาสำหรับถนนภูเขา ไม่ควรเร่งเดินทางเข้าหลายชุมชนในระยะเวลาสั้น เพราะการศึกษาดูงานที่มีคุณภาพจำเป็นต้องมีเวลาสังเกตการทำงานและรับฟังข้อมูลจากผู้ดูแลพื้นที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะเหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจการพัฒนาอาชีพชนบท และผู้ที่ต้องการศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมในพื้นที่ภูเขา จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่การเป็นพื้นที่พัฒนาชุมชนจริง ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ของคน การเกษตร และป่าต้นน้ำมากกว่าการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอสะเมิง แล้วเข้าสู่ตำบลสะเมิงเหนือและบ้านแม่แพะตามเส้นทางท้องถิ่น ควรประสานศูนย์ก่อนเดินทางหากต้องการเข้าศึกษาดูงานหรือเยี่ยมชมพื้นที่เกษตร เพราะเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีข้อกำหนดการเข้าถึงแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป

12. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บริเวณบ้านอมพายใต้ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนและหุบเขาที่มีทรัพยากรป่าไม้เป็นองค์ประกอบสำคัญ ความน่าสนใจของศูนย์แห่งนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงแนวทางการพัฒนาการเกษตรกับวิถีชีวิตของชุมชนบนภูเขา ตลอดจนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่
ไฮไลต์: การเกษตรและพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ชุมชนบ้านอมพายใต้ ภูมิทัศน์อำเภอแม่สะเรียง วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น การจัดการป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางโครงการหลวง
พื้นที่ดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียงอยู่บนภูเขาที่มีระดับความสูงประมาณ 863 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะพื้นที่มีความแตกต่างของสภาพดิน ความลาดชัน และการเข้าถึงแหล่งน้ำ การประกอบอาชีพเกษตรกรรมจึงจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของการปลูกพืชและการจัดการพื้นที่ทำกินอย่างรอบคอบ เพื่อลดปัญหาการชะล้างหน้าดินและรักษาศักยภาพของทรัพยากรการผลิตไว้ในระยะยาว
บทบาทของศูนย์ครอบคลุมการส่งเสริมอาชีพและการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและการพัฒนากระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ความสำเร็จของการพัฒนาไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาณผลผลิต แต่ยังสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ของครัวเรือนและความสามารถของชุมชนในการดูแลทรัพยากรที่ใช้ประกอบอาชีพ
แม่สะเรียงเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์และวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชุมชนหลายแห่งสัมพันธ์กับการเกษตร ป่าไม้ และภูเขามาอย่างยาวนาน การเยี่ยมชมพื้นที่พัฒนาโครงการหลวงจึงช่วยเปิดมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของชุมชนในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านคมนาคมและการใช้ที่ดิน ตลอดจนความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และคนในชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมและธรรมชาติ อำเภอแม่สะเรียงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองและความสำคัญของชุมชนริมแม่น้ำยวม ผู้เดินทางสามารถจัดเส้นทางศึกษางานโครงการหลวงควบคู่กับการเที่ยวเมืองแม่สะเรียง โดยเลือกพักค้างคืนเพื่อไม่ให้ต้องเร่งเดินทางบนถนนภูเขาในช่วงค่ำ
การเดินทางเข้าศูนย์ควรคำนึงถึงฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและอาจทำให้เส้นทางชุมชนบางช่วงมีความลื่นหรือเข้าถึงยากขึ้น การเข้าชมกิจกรรมด้านการเกษตรควรติดต่อผู้ดูแลล่วงหน้าเพื่อให้สามารถจัดเวลาและกิจกรรมได้เหมาะสมกับภารกิจประจำวันของศูนย์
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียงเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาชุมชน การเกษตรบนพื้นที่สูง และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภูเขากับวิถีชีวิตท้องถิ่น เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวอำเภอแม่สะเรียงเดินทางเข้าสู่ตำบลป่าแป๋ แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังบ้านอมพายใต้ ควรตรวจสอบตำแหน่งทางเข้าและสภาพถนนก่อนเดินทาง รวมทั้งประสานการเข้าชมศูนย์หากเป็นกลุ่มศึกษาดูงาน

13. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีพื้นที่ดำเนินงานบริเวณบ้านทุ่งเรา ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ประกอบด้วยแนวเขาและพื้นที่เกษตรกรรมในหุบเขา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการผลิตพืชและสร้างอาชีพแก่เกษตรกรตามแนวทางโครงการหลวง โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การใช้น้ำอย่างเหมาะสม และการจัดการพื้นที่ทำกินให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ไฮไลต์: งานส่งเสริมเกษตรกรรมชุมชนบ้านทุ่งเรา การพัฒนาอาชีพในอำเภอสะเมิง การจัดการดินและน้ำ พื้นที่เกษตรตามหุบเขา การเรียนรู้การผลิตพืช และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแม่ริม–สะเมิง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรามีพื้นที่ดำเนินงานบนระดับความสูงประมาณ 732 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพภูมิประเทศของพื้นที่มีทั้งแนวลาดเขาและบริเวณหุบเขาที่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมบางประเภท การพัฒนาอาชีพจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพดิน ปริมาณน้ำ และการเข้าถึงตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่โครงการหลวงมีความสำคัญต่อการสร้างองค์ความรู้ด้านการปลูกพืช การบริหารจัดการแปลง และการดูแลคุณภาพผลผลิต ขณะเดียวกันการพัฒนาแหล่งน้ำและแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดยังมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
พื้นที่สะเมิงมีความน่าสนใจด้านภูมิทัศน์และวิถีชีวิตชนบท เพราะเป็นแอ่งที่ราบและแนวภูเขาซึ่งมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมหลากหลายรูปแบบ ผู้เดินทางสามารถมองเห็นพื้นที่เพาะปลูกและชุมชนระหว่างทาง การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในบริเวณนี้จึงช่วยเชื่อมโยงภาพภูมิประเทศเข้ากับเรื่องราวการผลิตอาหารและการจัดการทรัพยากรของผู้คนในชุมชน
ความแตกต่างของทุ่งเราเมื่อเทียบกับสถานีเกษตรหลวงขนาดใหญ่คือการมุ่งเน้นพื้นที่ดำเนินงานและการพัฒนาอาชีพของชุมชนเป็นหลัก ผู้ที่สนใจศึกษาดูงานควรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเรียนรู้กิจกรรมที่เปิดให้เยี่ยมชม แทนการเดินทางไปโดยคาดหวังว่าจะมีสวนจัดแสดงหรือพื้นที่นันทนาการแบบสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนศึกษาศูนย์ทุ่งเราร่วมกับพื้นที่โครงการหลวงแม่แพะและสถานที่เกษตรกรรมอื่นในอำเภอสะเมิง โดยเลือกเส้นทางตามที่ตั้งจริงและเผื่อเวลาให้เพียงพอในการเดินทางระหว่างชุมชน การท่องเที่ยวแบบศึกษาดูงานจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเมื่อมีเวลาเรียนรู้กระบวนการทำงานแทนการแวะเพียงระยะสั้น
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเราเหมาะกับผู้สนใจเกษตรกรรม การจัดการน้ำ และการพัฒนาอาชีพชุมชนบนพื้นที่สูง ความโดดเด่นของศูนย์อยู่ที่บทบาทการส่งเสริมการเกษตรในชีวิตประจำวันของเกษตรกร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่อำเภอสะเมิงตามเส้นทางแม่ริม–สะเมิงหรือเส้นทางหางดง–สะเมิง จากนั้นเข้าสู่ตำบลสะเมิงใต้และบ้านทุ่งเรา ควรยืนยันจุดเข้าศูนย์กับผู้ดูแลก่อนเดินทาง เพราะหน้าแสดงตำแหน่งท่องเที่ยวและสถานที่ดำเนินงานในพื้นที่อาจใช้จุดอ้างอิงต่างกัน

14. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่ขะนิลเหนือ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เชิงเขา มีลักษณะภูมิประเทศที่ประกอบด้วยพื้นที่ลาดเชิงเขาและภูเขาโดยรอบ โดยมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงกับอำเภอหางดงและสะเมิง ทำให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตพืช วิถีชีวิตท้องถิ่น และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ไฮไลต์: งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม การเรียนรู้การพัฒนาชุมชนเชิงเขา วิถีชีวิตบ้านแม่ขะนิลเหนือ การจัดการดินและน้ำ และภูมิทัศน์เส้นทางหางดง–สะเมิง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงประมาณ 626 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งต่ำกว่าศูนย์บนภูเขาสูงหลายแห่ง สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แตกต่างกันส่งผลต่อชนิดพืชและวิธีการผลิตที่เหมาะสม การทำงานพัฒนาอาชีพจึงต้องใช้แนวทางที่ปรับตามทรัพยากรและข้อจำกัดของพื้นที่ ไม่ใช่นำรูปแบบการปลูกพืชจากยอดดอยสูงมาใช้เหมือนกันทุกแห่ง
ความสำคัญของศูนย์อยู่ที่การทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตทางการเกษตร การถ่ายทอดความรู้เรื่องพืชที่เหมาะสม การวางแผนการผลิต และการดูแลคุณภาพผลผลิตช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสพัฒนาอาชีพและปรับตัวต่อสภาพเศรษฐกิจและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
การจัดการทรัพยากรดินและน้ำเป็นส่วนสำคัญของงานเกษตรกรรม เพราะการทำเกษตรในพื้นที่ลาดชันอาจทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินได้หากไม่มีแนวทางป้องกันที่เหมาะสม การส่งเสริมความรู้ด้านการใช้พื้นที่และการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรรมและคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงเหมาะกับการเรียนรู้รูปแบบการพัฒนาพื้นที่เชิงเขาที่อยู่ไม่ไกลจากเขตเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่สนใจการเกษตรสามารถศึกษาวิถีชุมชนและแนวทางการผลิตผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต โดยควรติดต่อผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากศูนย์เป็นหน่วยงานปฏิบัติงานและไม่ใช่สวนสาธารณะที่สามารถเข้าชมได้ทุกส่วนตลอดเวลา
พื้นที่อำเภอหางดงยังสามารถเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวไปยังชุมชนและภูเขาบริเวณบ้านปงหรือเส้นทางสะเมิง นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันควรเลือกกิจกรรมศึกษาดูงานหนึ่งแห่งเป็นหลัก แล้วเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงมีคุณค่าสำหรับผู้สนใจการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและการทำงานร่วมกับชุมชน ความสำคัญของพื้นที่อยู่ที่การปรับองค์ความรู้ด้านการเกษตรให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและสร้างความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่น
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอหางดง แล้วเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1269 สายหางดง–สะเมิง มุ่งหน้าตำบลบ้านปงและบริเวณบ้านแม่ขะนิลเหนือ ควรนัดหมายก่อนเข้าชมและตรวจสอบเส้นทางท้องถิ่นที่ใช้เข้าสู่ศูนย์

15. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จังหวัดพะเยา ตั้งอยู่ในตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อนของภาคเหนือตอนบน มีบทบาทในการส่งเสริมการเกษตรและพัฒนาอาชีพให้กับชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่ตั้งอยู่ตามแนวไหล่เขาและหุบเขา ศูนย์แห่งนี้มีความโดดเด่นจากการเชื่อมโยงการเกษตรกับวิถีชีวิตของชุมชนม้งและเมี่ยนหรือเย้า รวมถึงภูมิทัศน์เทือกเขาที่สัมพันธ์กับพื้นที่ภูลังกา
ไฮไลต์: การเกษตรบนพื้นที่สูงในจังหวัดพะเยา ชุมชนม้งและเมี่ยน ภูมิทัศน์ภูลังกา แปลงเกษตรบนไหล่เขา งานพัฒนาอาชีพ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติอำเภอปง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าอยู่ในภูมิประเทศที่มีระดับความสูงประมาณ 668 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยพื้นที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับชุมชนบนภูเขาและการเกษตรในสภาพพื้นที่ที่มีความแตกต่างด้านความสูงและความลาดชัน การส่งเสริมอาชีพจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของพืชและวิธีการจัดการดินกับน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้และลดผลกระทบจากการใช้พื้นที่ที่มีข้อจำกัด
ความสำคัญของศูนย์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตพืชเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การทำงานร่วมกับชุมชนต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตและความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ
อำเภอปงมีภูมิประเทศที่โดดเด่นจากแนวเทือกเขาและหุบเขา โดยเฉพาะบริเวณผาช้างน้อยที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวภูลังกา นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนศึกษางานโครงการหลวงร่วมกับการชมภูมิทัศน์ธรรมชาติได้ในทริปเดียวกัน แต่ควรตรวจสอบระยะทางระหว่างสถานที่และสภาพถนนบนภูเขาก่อนเดินทาง
วิถีชุมชนม้งและเมี่ยนมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับการเคารพพื้นที่ส่วนบุคคล การขออนุญาตถ่ายภาพ และการสนับสนุนผลผลิตหรือสินค้าชุมชนที่มีการจำหน่ายอย่างเหมาะสม การเรียนรู้ชุมชนช่วยเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวจากการชมทิวทัศน์ไปสู่การเข้าใจชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง
ผู้ที่มีเวลาสองวันหนึ่งคืนสามารถเลือกพักบริเวณอำเภอปงหรือพื้นที่ใกล้ภูลังกา แล้วแบ่งเวลาให้กับการศึกษางานพัฒนาอาชีพและการชมธรรมชาติในแต่ละวัน การจัดทริปแบบนี้ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับรถบนภูเขาและมีเวลาเรียนรู้รายละเอียดของสถานที่มากขึ้น
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าเหมาะกับผู้สนใจเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง วัฒนธรรมชุมชนชาติพันธุ์ และการท่องเที่ยวธรรมชาติในจังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ที่สะท้อนบทบาทของโครงการหลวงในชุมชนซึ่งมีความหลากหลายด้านภูมิประเทศและวิถีชีวิต
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางสู่อำเภอปง แล้วเข้าสู่ตำบลผาช้างน้อยตามเส้นทางที่เชื่อมกับพื้นที่ภูลังกา ควรติดต่อศูนย์ก่อนเดินทางเพื่อยืนยันสถานที่ปฏิบัติงานที่เปิดให้เข้าชม โดยเฉพาะการเดินทางเป็นกลุ่มศึกษาดูงาน

16. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในพื้นที่ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ดำเนินงานบริเวณชุมชนปางอุ๋งและพื้นที่เกษตรกรรมบนภูเขาที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม ส่งเสริมการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยภูมิประเทศของอำเภอแม่แจ่มมีความโดดเด่นจากแนวภูเขา ป่าต้นน้ำ และหุบเขาซึ่งมีวิถีเกษตรกรรมเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิต
ไฮไลต์: พื้นที่เกษตรบนภูเขาแม่แจ่ม การพัฒนาอาชีพชุมชนปางอุ๋ง วิถีชีวิตเกษตรกรบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การจัดการดินกับน้ำบนพื้นที่ลาดชัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งมีพื้นที่ดำเนินงานในภูมิประเทศที่อยู่สูงประมาณ 1,359 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพอากาศและระดับความสูงส่งผลต่อชนิดพืชที่เหมาะสมกับการผลิต ขณะเดียวกันความลาดชันของพื้นที่ยังทำให้การจัดการดินและน้ำมีความสำคัญอย่างมาก การส่งเสริมการปลูกพืชจึงต้องคำนึงถึงคุณภาพผลผลิตและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กัน
บทบาทของศูนย์เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมของชุมชนบนภูเขา โดยสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และข้อจำกัดของเกษตรกร การส่งเสริมการผลิตพืชที่มีมูลค่าและการจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนและส่งเสริมความมั่นคงในการประกอบอาชีพ
พื้นที่แม่แจ่มมีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและการเป็นแหล่งต้นน้ำ การทำเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการใช้ที่ดินกับการรักษาป่าไม้ เพราะการเปลี่ยนแปลงพื้นที่บนลาดเขาอาจส่งผลต่อการไหลบ่าของน้ำและการพังทลายของดิน การเรียนรู้จากพื้นที่โครงการหลวงช่วยให้เข้าใจความสำคัญของการจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งเหมาะกับผู้ที่สนใจการเรียนรู้การทำเกษตรกรรมในภูมิประเทศภูเขา รวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ ผู้เดินทางสามารถสัมผัสภูมิทัศน์ธรรมชาติของอำเภอแม่แจ่มระหว่างทางและเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอาชีพผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่
นักท่องเที่ยวควรสังเกตว่าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งในจังหวัดเชียงใหม่เป็นคนละแห่งกับปางอุ๋งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำและป่าสนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม้มีชื่อเรียกเหมือนกัน แต่มีที่ตั้ง หน่วยงานดูแล และลักษณะการท่องเที่ยวแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงควรตรวจสอบจังหวัดและอำเภอก่อนตั้งเส้นทางนำทาง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาความสำคัญของงานพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูงและบทบาทของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนภูเขา การเดินทางเข้าศูนย์ควรประสานล่วงหน้าเพราะบางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีข้อจำกัด
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่แจ่ม แล้วมุ่งหน้าตำบลแม่ศึกและบริเวณชุมชนปางอุ๋งตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบสภาพถนนและยืนยันทางเข้าศูนย์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ถนนบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

17. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านปางบง ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชนที่ใช้ประโยชน์จากป่าไม้และทำเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยชื่อป่าเมี่ยงสะท้อนความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการเก็บและแปรรูปใบชาในชุมชนภาคเหนือ
ไฮไลต์: การพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม ชุมชนป่าเมี่ยงและเทพเสด็จ วิถีการเก็บใบเมี่ยง ภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำ การเพาะปลูกในพื้นที่ภูเขา และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้กับวิถีชีวิตท้องถิ่น
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยงอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,010 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณโดยรอบมีภูเขาและป่าไม้ที่ได้รับความชุ่มชื้นตามสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือ ความสูงและความชื้นมีบทบาทต่อระบบนิเวศและการทำเกษตรกรรมของชุมชน การส่งเสริมพืชที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยความเข้าใจสภาพแวดล้อมควบคู่กับการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ
วัฒนธรรมเมี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนในภูเขาภาคเหนือ โดยเมี่ยงหมายถึงใบชาที่ผ่านกระบวนการหมักและนำมาบริโภคตามประเพณีท้องถิ่น การทำเมี่ยงเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากพืชในภูมิประเทศภูเขาและเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันภายในชุมชน การศึกษาพื้นที่ป่าเมี่ยงจึงช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างพืชพรรณ อาชีพ และวัฒนธรรมการกินของคนล้านนา
งานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยงเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาระบบการผลิตที่สามารถสร้างรายได้แก่ชุมชน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของภูมิประเทศและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การยกระดับคุณภาพผลผลิตและการถ่ายทอดความรู้ช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพัฒนาอาชีพภายใต้สภาพแวดล้อมของพื้นที่สูงได้อย่างเหมาะสม
ตำบลเทพเสด็จยังเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกกาแฟอาราบิก้าในเขตภูเขาของจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมเกษตรกรรมสามารถจัดทริปเรียนรู้เรื่องเมี่ยงและกาแฟร่วมกัน โดยควรเลือกเยี่ยมชมกิจกรรมที่ชุมชนหรือผู้ประกอบการเปิดให้บริการจริง และขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่สวนหรือแปลงเกษตรส่วนบุคคล
การเดินทางไปยังพื้นที่ป่าเมี่ยงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักจากความวุ่นวายของตัวเมืองและเรียนรู้ชีวิตชุมชนภูเขา เส้นทางมีทิวทัศน์ป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรมตามไหล่เขา แต่มีถนนคดเคี้ยวและทางลาดชันบางช่วง จึงควรใช้รถยนต์ที่มีสภาพพร้อมและเดินทางด้วยความระมัดระวัง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยงเหมาะกับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้สนใจเกษตรกรรม และผู้ที่ต้องการศึกษาภูมิปัญญาชุมชนเกี่ยวกับพืชพื้นถิ่นและทรัพยากรป่าไม้ เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอาชีพสามารถเชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่อำเภอดอยสะเก็ด แล้วใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลเทพเสด็จและบ้านปางบงตามป้ายท้องถิ่น สามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งเรียนรู้ชาเมี่ยงหรือกาแฟในพื้นที่ได้ โดยควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าหากต้องการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ

18. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยพื้นที่มีความโดดเด่นจากวัฒนธรรมกะเหรี่ยงปกาเกอะญอในชุมชนพระบาทห้วยต้ม ซึ่งมีวิถีชีวิต ความเชื่อ และงานหัตถกรรมเป็นเอกลักษณ์ การเดินทางมาศึกษาศูนย์แห่งนี้จึงมีความน่าสนใจทั้งด้านการเกษตร การพัฒนาชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ไฮไลต์: การเกษตรและพัฒนาอาชีพชุมชนพระบาทห้วยต้ม วัฒนธรรมกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ วิถีมังสวิรัติ งานทอผ้า หัตถกรรมเงิน และความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้มตั้งอยู่ในพื้นที่สูงประมาณ 495 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมีบริบทด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศต่างจากศูนย์ที่อยู่บนดอยสูงมาก การส่งเสริมการเกษตรจึงต้องเลือกชนิดพืชและแนวทางการผลิตให้เหมาะกับทรัพยากรของพื้นที่ การพัฒนาอาชีพควบคู่กับการจัดการดินและน้ำช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
ชุมชนพระบาทห้วยต้มมีความโดดเด่นจากวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่รักษาขนบธรรมเนียมและค่านิยมร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง การถือปฏิบัติเรื่องอาหารมังสวิรัติเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันงานหัตถกรรม เช่น การทอผ้าและการทำเครื่องเงิน ยังมีบทบาทต่อทั้งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการสร้างรายได้ของชุมชน
ความสำคัญทางศาสนาของพื้นที่ยังสัมพันธ์กับวัดพระบาทห้วยต้ม ซึ่งเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและความศรัทธาของชาวบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนผ่านการเยี่ยมชมสถานที่ทางศาสนาที่เปิดให้บริการ โดยควรแต่งกายสุภาพ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด และเคารพรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่
การศึกษางานโครงการหลวงในพื้นที่พระบาทห้วยต้มช่วยเปิดมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างชุมชน วัฒนธรรม และการสร้างอาชีพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชน การเชื่อมโยงงานเกษตรกรรมกับหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน
นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปเชื่อมการเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาโครงการหลวงกับวัดพระบาทห้วยต้มและแหล่งเรียนรู้หัตถกรรมของชุมชน โดยควรติดต่อผู้ดูแลกิจกรรมล่วงหน้าเพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างเหมาะสม การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยคนในชุมชนช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ผลิตโดยตรง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้มเหมาะกับครอบครัว กลุ่มศึกษาดูงาน ผู้สนใจวัฒนธรรมกะเหรี่ยง และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาอาชีพกับการรักษาอัตลักษณ์ชุมชน ถือเป็นพื้นที่โครงการหลวงที่มีคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำพูนเดินทางไปอำเภอลี้ แล้วเข้าสู่ตำบลนาทรายและบริเวณชุมชนพระบาทห้วยต้ม สามารถใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปวัดพระบาทห้วยต้ม โดยควรประสานการเข้าชมศูนย์และกิจกรรมศึกษาชุมชนก่อนเดินทาง

19. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่โถ ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในภูมิประเทศภูเขาของภาคเหนือตอนบน มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนบนพื้นที่สูง ความโดดเด่นของพื้นที่อยู่ที่การดำเนินงานพัฒนาชุมชนท่ามกลางแนวเขาและหุบเขาที่มีการคมนาคมแตกต่างจากเขตเมือง ตลอดจนความสำคัญของการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพ
ไฮไลต์: การส่งเสริมเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ชุมชนแม่โถ ภูมิประเทศอำเภอฮอด การพัฒนาอาชีพเกษตรกร การดูแลป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลาดชันอย่างเหมาะสม
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถอยู่บนพื้นที่ที่มีระดับความสูงประมาณ 1,169 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวภูเขาที่มีความลาดชันและสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากพื้นที่ราบ ความสูงและความชื้นของพื้นที่มีผลต่อการเลือกพืชและช่วงเวลาการผลิต การส่งเสริมเกษตรกรรมจึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านพืช ดิน และน้ำควบคู่กับการวางแผนการผลิต
การทำงานของศูนย์เกี่ยวข้องกับการสร้างทางเลือกทางอาชีพแก่ชุมชนที่อาศัยอยู่บนภูเขา การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรและการจัดการผลผลิตช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มคุณภาพการผลิตและพัฒนารายได้ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องการขนส่งผลผลิตจากพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูง
การดูแลทรัพยากรธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะพื้นที่ต้นน้ำและป่าไม้มีบทบาทต่อการรักษาความชุ่มชื้นและปริมาณน้ำสำหรับการเกษตร การใช้พื้นที่ลาดชันโดยไม่มีแนวทางจัดการที่เหมาะสมอาจเพิ่มปัญหาการพังทลายของดิน งานส่งเสริมความรู้จึงต้องช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตควบคู่กับการรักษาทรัพยากรของพื้นที่ไว้ได้
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถเหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาแนวคิดการพัฒนาอาชีพมากกว่าการท่องเที่ยวแบบถ่ายภาพทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ดำเนินงานส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมเกษตรกรรมของชุมชน การเข้าชมแปลงหรือพื้นที่สาธิตควรอยู่ภายใต้การจัดการของเจ้าหน้าที่และได้รับอนุญาตก่อน
ภูมิประเทศรอบแม่โถยังมีความน่าสนใจด้านธรรมชาติ โดยถนนผ่านแนวเขาและพื้นที่ชุมชนที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมในอำเภอฮอด นักท่องเที่ยวที่มีเวลาสามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรมชุมชนเพิ่มเติมได้ แต่ต้องตรวจระยะทางและสภาพถนนภูเขาก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถเหมาะกับกลุ่มศึกษาดูงานด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาชุมชน ผู้มาเยือนจะได้เห็นการทำงานในภูมิประเทศที่มีข้อจำกัดหลายด้าน และเข้าใจบทบาทของโครงการหลวงในการส่งเสริมอาชีพควบคู่กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอฮอด แล้วเดินทางต่อไปตำบลบ่อสลีและบ้านแม่โถตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบทางเข้าศูนย์และติดต่อผู้ดูแลก่อนเดินทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีข้อกำหนดการเข้าถึง

20. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยน้ำดิบ ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในพื้นที่เชิงเขาและภูเขาที่มีชุมชนเกษตรกรรมกระจายอยู่ตามหุบเขา มีบทบาทในการพัฒนาอาชีพ การส่งเสริมการผลิตพืช และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวทางโครงการหลวง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของทรัพยากรดิน น้ำ และภูมิประเทศที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่
ไฮไลต์: การเกษตรชุมชนบนพื้นที่เชิงเขา งานพัฒนาอาชีพเกษตรกร บ้านห้วยน้ำดิบ การจัดการดินและน้ำ ภูมิประเทศทาเหนือ และการเรียนรู้การพัฒนาชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือมีพื้นที่ดำเนินงานบนระดับความสูงประมาณ 522 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับความสูงที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากศูนย์บนดอยสูงหลายแห่ง การเลือกชนิดพืชและรูปแบบการผลิตจึงต้องสอดคล้องกับอุณหภูมิ ความชื้น และทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของงานโครงการหลวงที่ปรับแนวทางการพัฒนาให้เหมาะกับบริบทของแต่ละชุมชน
งานส่งเสริมอาชีพของศูนย์เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเกษตรที่ช่วยให้ชุมชนสามารถเพิ่มคุณภาพผลผลิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดการแปลง การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการวางแผนการผลิตเป็นองค์ประกอบที่สนับสนุนความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรรม
สภาพพื้นที่ตำบลทาเหนือมีความเกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำและภูมิประเทศภูเขาที่หล่อเลี้ยงการประกอบอาชีพของประชาชน การรักษาคุณภาพของดินและน้ำจึงมีความสำคัญทั้งต่อเกษตรกรรมและการดำรงชีวิตของชุมชน การทำงานพัฒนาพื้นที่สูงจำเป็นต้องพิจารณาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมร่วมกับการสร้างรายได้
สำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาดูงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือมีความน่าสนใจในฐานะพื้นที่ดำเนินงานที่สะท้อนการพัฒนาชุมชนและเกษตรกรรมในเขตเชิงเขา ซึ่งมีลักษณะต่างจากศูนย์ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูง ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้แนวคิดการส่งเสริมอาชีพและการจัดการทรัพยากรผ่านกิจกรรมที่เปิดให้เข้าชม โดยควรประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
เส้นทางเข้าสู่ตำบลทาเหนือยังมีทิวทัศน์ป่าไม้และภูเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศอำเภอแม่ออน ผู้เดินทางสามารถเลือกศึกษาชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่เพิ่มเติมได้ โดยควรตรวจเส้นทางจริงก่อนเดินทางเพราะจุดหมายแต่ละแห่งอาจอยู่ห่างกันและมีถนนเข้าสู่ชุมชนต่างกัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาเกษตรกรรม การจัดการทรัพยากร และการสร้างอาชีพชุมชน โดยมีคุณค่าจากการแสดงให้เห็นถึงการนำแนวทางโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่ออน แล้วเข้าสู่ตำบลทาเหนือและบ้านห้วยน้ำดิบตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบจุดเข้าศูนย์และนัดหมายกิจกรรมศึกษาดูงานล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่บางส่วนใช้สำหรับการปฏิบัติงานด้านการเกษตร

21. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะชุมชนปกาเกอะญอซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียง ภูมิประเทศโดยรอบเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อน มีป่าสนและพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีความน่าสนใจทั้งด้านการพัฒนาการเกษตร การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น
ไฮไลต์: การพัฒนาอาชีพชุมชนปกาเกอะญอ ป่าสนวัดจันทร์ การเกษตรบนพื้นที่สูง การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทิวทัศน์ธรรมชาติอำเภอกัลยาณิวัฒนา
พื้นที่วัดจันทร์มีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างจากพื้นที่เกษตรกรรมในเขตเมืองอย่างชัดเจน ชุมชนตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ที่มีระดับความสูงและสภาพภูมิอากาศเหมาะกับพืชบางประเภท การส่งเสริมอาชีพจึงต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ ปริมาณน้ำ ความลาดชัน และข้อจำกัดของพื้นที่ทำกิน การใช้ความรู้ทางการเกษตรช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกพืชและพัฒนาระบบการผลิตได้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมมากขึ้น
ความสำคัญของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การทำงานร่วมกับชุมชนช่วยเชื่อมโยงความรู้ด้านการผลิตพืชกับการจัดการดินและน้ำ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำรงชีวิตในพื้นที่ภูเขา โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นต้นน้ำของลำธารและแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ประโยชน์
ชุมชนปกาเกอะญอในพื้นที่บ้านจันทร์มีวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตรมาอย่างยาวนาน ทั้งการทำไร่ การรักษาพื้นที่ป่า และภูมิปัญญาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพืชท้องถิ่น การเดินทางมาศึกษางานโครงการหลวงจึงเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตกับภูมิประเทศ โดยผู้มาเยือนควรเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลและขออนุญาตก่อนถ่ายภาพชาวบ้านหรือเข้าชมกิจกรรมของชุมชน
พื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนายังมีชื่อเสียงจากป่าสนวัดจันทร์ซึ่งเป็นภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะ นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางศึกษาศูนย์พัฒนาโครงการหลวงร่วมกับการชมป่าสนและธรรมชาติของพื้นที่ได้ แต่ควรแยกพื้นที่ปฏิบัติงานของศูนย์ออกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมทั่วไป เนื่องจากการเข้าแปลงเกษตรหรือพื้นที่ดำเนินงานอาจต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่พื้นที่วัดจันทร์มีบรรยากาศเย็นและเหมาะกับการท่องเที่ยวธรรมชาติ ขณะที่ฤดูฝนมีความเขียวชอุ่มของป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม เส้นทางเข้าสู่ชุมชนมีถนนภูเขาและทางโค้งหลายช่วง ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถยนต์และเผื่อเวลามากกว่าการเดินทางบนถนนพื้นราบ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์เหมาะกับผู้สนใจเกษตรกรรมเชิงอนุรักษ์ วัฒนธรรมปกาเกอะญอ และการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจว่าการส่งเสริมอาชีพและการรักษาผืนป่าต้องดำเนินไปควบคู่กันเพื่อให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอแม่ริมและอำเภอสะเมิง หรือเลือกเส้นทางผ่านอำเภอปายตามจุดเริ่มต้นการเดินทาง จากนั้นมุ่งหน้าอำเภอกัลยาณิวัฒนาและตำบลบ้านจันทร์ ควรตรวจเส้นทางที่เหมาะสมกับรถยนต์และนัดหมายการเข้าชมศูนย์ล่วงหน้า

22. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีความสัมพันธ์กับป่าต้นน้ำและชุมชนเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ศูนย์เริ่มดำเนินงานในปี 2543 โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่โดยรอบมีความเชื่อมโยงกับภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และอุทยานแห่งชาติออบหลวง จึงมีความสำคัญทั้งด้านการผลิตพืชและการจัดการสิ่งแวดล้อม
ไฮไลต์: งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2543 การจัดการพื้นที่ต้นน้ำ การส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม วิถีชุมชนภูเขาจอมทอง และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตรกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อยดำเนินงานภายใต้บริบทของพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชันและมีระบบนิเวศป่าไม้เป็นองค์ประกอบสำคัญ การทำเกษตรกรรมในภูมิประเทศลักษณะนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงการชะล้างหน้าดิน การรักษาความชุ่มชื้น และการจัดการน้ำสำหรับการเพาะปลูก การส่งเสริมวิธีการผลิตที่เหมาะสมจึงช่วยสนับสนุนทั้งอาชีพของเกษตรกรและความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
การพัฒนาอาชีพตามแนวทางโครงการหลวงอาศัยการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับชนิดพืช การวางแผนการผลิต และการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องกับสภาพอากาศและความต้องการของตลาด การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ทำกินเข้าไปยังบริเวณป่าที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์
ห้วยส้มป่อยยังมีความน่าสนใจในฐานะพื้นที่เรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชนบนภูเขา เพราะการใช้น้ำและการดูแลพื้นที่ต้นน้ำส่งผลต่อทั้งการเกษตรและการดำรงชีวิตของผู้คนในพื้นที่ต่ำ การศึกษางานของศูนย์ช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการผลิตอาหาร ความมั่นคงทางอาชีพ และการรักษาระบบนิเวศในภาพรวม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจการศึกษาดูงาน ควรติดต่อผู้ดูแลศูนย์ก่อนเดินทาง เพื่อสอบถามส่วนที่สามารถเยี่ยมชมและรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสม พื้นที่แห่งนี้เป็นหน่วยงานปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่สวนพฤกษศาสตร์หรือสถานที่นันทนาการที่เปิดให้เข้าชมทุกส่วนตลอดเวลา การนัดหมายล่วงหน้าช่วยให้สามารถศึกษาการทำงานได้ตรงตามความสนใจโดยไม่รบกวนแปลงทดลองหรือกิจกรรมของเกษตรกร
การเดินทางผ่านภูมิประเทศจอมทองและดอยแก้วทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสแนวภูเขา ป่าไม้ และชุมชนที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับการเกษตร ระหว่างฤดูฝนพื้นที่มีความเขียวชอุ่มเป็นพิเศษ แต่ถนนท้องถิ่นบางช่วงอาจลื่นหรือได้รับผลกระทบจากน้ำฝน การเตรียมรถยนต์และตรวจสภาพเส้นทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อยเหมาะกับกลุ่มศึกษาดูงานด้านการเกษตร การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเรียนรู้การสร้างอาชีพภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ภูเขาที่มีความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติของภาคเหนือ
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นไปตำบลดอยแก้วและพื้นที่ห้วยส้มป่อย โดยควรตรวจทางเข้าที่เปิดให้ใช้และประสานผู้ดูแลศูนย์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

23. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของชุมชนบนพื้นที่สูง ศูนย์เริ่มดำเนินงานในปี 2525 ภายใต้แนวทางการลดการพึ่งพาการปลูกฝิ่นและการใช้พื้นที่เกษตรกรรมที่ส่งผลกระทบต่อป่าไม้ โดยส่งเสริมพืชเศรษฐกิจและองค์ความรู้การเกษตรที่เหมาะสมกับภูมิประเทศของอำเภอเวียงป่าเป้า
ไฮไลต์: ประวัติการพัฒนาอาชีพตั้งแต่ปี 2525 การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านห้วยน้ำริน การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การปรับเปลี่ยนระบบเกษตรกรรมบนภูเขา
พื้นที่ห้วยน้ำรินมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาที่มีระดับความสูงและสภาพอากาศเหมาะกับการเพาะปลูกพืชหลายประเภท แต่มีข้อจำกัดด้านความลาดชันและการใช้ประโยชน์ที่ดิน การส่งเสริมเกษตรกรรมจึงต้องอาศัยความเข้าใจทั้งชนิดพืชที่เหมาะสมและวิธีการรักษาความสมบูรณ์ของดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชได้อย่างต่อเนื่องโดยลดผลกระทบต่อทรัพยากรโดยรอบ
ในอดีต ชุมชนบนพื้นที่สูงหลายแห่งในภาคเหนือเคยพึ่งพาการปลูกฝิ่นและระบบการทำไร่ที่มีการเคลื่อนย้ายพื้นที่ การดำเนินงานโครงการหลวงจึงมุ่งสร้างทางเลือกด้านอาชีพผ่านการทดลองและส่งเสริมพืชที่สามารถสร้างรายได้อย่างเหมาะสม การจัดระบบการผลิตและการตลาดช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสพัฒนาอาชีพที่มั่นคงขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลดแรงกดดันต่อพื้นที่ป่าไม้
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินมีบทบาทต่อการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิต การจัดการคุณภาพผลผลิต และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ความสำคัญของงานเหล่านี้อยู่ที่การเชื่อมโยงการเกษตรกับเศรษฐกิจของชุมชน เพราะการเพิ่มผลผลิตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเกษตรกรยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพ การขนส่ง หรือการเข้าถึงตลาด
นอกจากกิจกรรมด้านเกษตรกรรมแล้ว พื้นที่โดยรอบยังมีความหลากหลายของวัฒนธรรมชุมชนบนภูเขา นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรมที่ชุมชนอนุญาต โดยควรเคารพวิถีชีวิตประจำวันและหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ส่วนบุคคลหรือแปลงเกษตรโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับการวางแผนท่องเที่ยว อำเภอเวียงป่าเป้ามีเส้นทางเชื่อมระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ ผู้เดินทางสามารถจัดทริปศึกษาศูนย์ห้วยน้ำรินร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกันได้ แต่ควรตรวจระยะทางและทางเข้าจริงของแต่ละแห่ง เพราะพื้นที่ดำเนินงานตั้งอยู่คนละชุมชนและอาจมีถนนภูเขาที่ใช้เวลาเดินทางมากกว่าระยะทางบนแผนที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงและการเปลี่ยนแปลงระบบการเกษตรของชุมชน เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ด้านพืชและการจัดการทรัพยากรเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าไม้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 118 มุ่งหน้าอำเภอเวียงป่าเป้า แล้วเข้าสู่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่และบ้านห้วยน้ำรินตามเส้นทางท้องถิ่น ควรยืนยันจุดเข้าศูนย์ก่อนเดินทางหากต้องการเยี่ยมชมแปลงเกษตรหรือจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน

24. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีความสำคัญด้านการส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาอาชีพของชุมชนบนพื้นที่สูง โดยมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การดำเนินงานโครงการหลวงในระยะแรก พื้นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการผลิตพืชบางชนิด และมีชุมชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมกระจายอยู่ตามแนวลาดเขา ทำให้ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้การพัฒนาเกษตรกรรมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจของอำเภอแม่ริม
ไฮไลต์: ประวัติการพัฒนาพื้นที่สูงในระยะแรกของโครงการหลวง การส่งเสริมพืชเมืองหนาว การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ชุมชนแม่สาใหม่ การจัดการป่าต้นน้ำ และภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอแม่ริม
เรื่องราวของพื้นที่แม่สาใหม่มีความเชื่อมโยงกับช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานโครงการหลวงในปี 2512 ซึ่งมีการสำรวจสภาพการเพาะปลูกและความเป็นอยู่ของชุมชนบนภูเขาเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม การพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการเลือกปลูกพืชชนิดใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการศึกษาเงื่อนไขของพื้นที่และความต้องการของเกษตรกรประกอบกัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่มีบทบาทในการนำองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาสนับสนุนการประกอบอาชีพของชุมชน ทั้งการเลือกชนิดพืชที่เหมาะกับภูมิอากาศ การจัดการดินและน้ำ และการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การส่งเสริมการผลิตอย่างเป็นระบบช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่ทำกินอย่างเหมาะสมและสร้างโอกาสด้านรายได้ในระยะยาว
ภูมิประเทศของแม่สาใหม่เป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชัน การทำเกษตรกรรมจึงต้องระวังปัญหาการชะล้างหน้าดินและการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำตามฤดูกาล การจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาศักยภาพของพื้นที่และลดผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ศูนย์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สามารถศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาเกษตรกรรมกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของชุมชนได้ การเยี่ยมชมควรอยู่ภายใต้การอนุญาตของผู้ดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงทดลองหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเกษตรกร
อำเภอแม่ริมเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิทัศน์ภูเขาและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรหลายแห่ง ผู้เดินทางสามารถวางแผนศึกษาศูนย์แม่สาใหม่ร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวบริเวณโป่งแยงและแม่แรมได้ โดยควรจัดเส้นทางตามตำแหน่งที่ตั้งจริงของสถานที่ ไม่ควรใช้เพียงชื่ออำเภอเป็นเกณฑ์กำหนดว่าจุดหมายทุกแห่งอยู่ใกล้กัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่เหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจประวัติการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย คุณค่าของสถานที่อยู่ที่การสะท้อนให้เห็นการนำองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาสร้างโอกาสทางอาชีพพร้อมกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ภูเขา
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปอำเภอแม่ริม แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลโป่งแยงตามเส้นทางท้องถิ่น ควรติดต่อผู้ดูแลศูนย์เพื่อยืนยันจุดเข้าชมและกิจกรรมที่เปิดให้ศึกษาก่อนเดินทาง

25. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยโป่ง หมู่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชันสูงและมีสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการผลิตพืชบางชนิดบนพื้นที่สูง การดำเนินงานมุ่งส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม พัฒนาคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนความเป็นอยู่ของชุมชน โดยเชื่อมโยงการพัฒนาทางเศรษฐกิจเข้ากับการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ในบริเวณภูเขา
ไฮไลต์: การเกษตรในพื้นที่ภูเขาลาดชัน พืชผักเมืองหนาว งานพัฒนาอาชีพชุมชนบ้านห้วยโป่ง การจัดการดินและน้ำ วิถีเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง และภูมิทัศน์ธรรมชาติอำเภอเวียงป่าเป้า
ลักษณะเด่นของพื้นที่ห้วยโป่งคือภูมิประเทศที่มีความลาดชันมาก โดยบางบริเวณเป็นไหล่เขาสูงชันอย่างชัดเจน สภาพพื้นที่ดังกล่าวส่งผลต่อการจัดแปลงเพาะปลูกและระบบการใช้น้ำ การทำเกษตรกรรมจึงต้องเลือกพื้นที่และวิธีการผลิตที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาการชะล้างหน้าดินและรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
การส่งเสริมอาชีพภายใต้แนวทางโครงการหลวงมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตของชุมชนบนพื้นที่สูง จากการทำเกษตรที่มีข้อจำกัดด้านชนิดพืชและการจัดการผลผลิต ไปสู่การใช้ความรู้ด้านการเพาะปลูก การคัดเลือกพืช และการดูแลคุณภาพเพื่อให้สามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบเกษตรกรรมลักษณะนี้ยังช่วยสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำและลดแรงกดดันจากการขยายพื้นที่ทำกิน
ห้วยโป่งมีสภาพอากาศบนพื้นที่สูงที่แตกต่างจากพื้นที่ราบบางช่วงของปี ทำให้มีความเหมาะสมต่อการส่งเสริมพืชผัก ไม้ดอก หรือไม้ผลบางประเภทตามการพิจารณาของหน่วยงานพัฒนาเกษตรกรรม การวางแผนการผลิตต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ ปริมาณน้ำ และช่วงเวลาที่สามารถขนส่งผลผลิตได้อย่างเหมาะสม
ความน่าสนใจด้านการท่องเที่ยวของศูนย์ไม่ได้อยู่ที่การเป็นสวนจัดแสดงขนาดใหญ่ แต่เป็นการเรียนรู้การผลิตพืชในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ผู้ที่สนใจศึกษาดูงานสามารถเรียนรู้แนวคิดด้านการจัดการพื้นที่ลาดชัน การส่งเสริมอาชีพเกษตรกร และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
อำเภอเวียงป่าเป้ายังมีภูมิทัศน์ภูเขาและชุมชนเกษตรกรรมที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาอาจจัดเส้นทางศึกษาศูนย์ห้วยโป่งร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินในอำเภอเดียวกันได้ แต่ควรตรวจเวลาเดินทางและสภาพถนนจริง เพราะเส้นทางเข้าหมู่บ้านบนเขาอาจมีความคดเคี้ยวและไม่เหมาะกับการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งเหมาะกับผู้สนใจการเกษตรบนพื้นที่ลาดชันและการพัฒนาอาชีพชุมชน เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการประยุกต์ความรู้ทางการเกษตรกับการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงได้อย่างต่อเนื่อง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 118 มุ่งหน้าอำเภอเวียงป่าเป้า จากนั้นเข้าสู่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่และบ้านห้วยโป่งตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสภาพถนนในช่วงฤดูฝนและนัดหมายหากต้องการเข้าศึกษาดูงานในพื้นที่ดำเนินงานของศูนย์

26. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยแล้ง ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานในพื้นที่ภูเขาชายแดนไทย–ลาว มีบทบาทในการส่งเสริมการเกษตรบนพื้นที่สูง การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชน ภูมิประเทศโดยรอบประกอบด้วยแนวเขาสลับซับซ้อนและพื้นที่เพาะปลูกตามลาดเขา ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นในบางฤดูกาลยังเอื้อต่อการผลิตพืชที่มีความต้องการด้านอุณหภูมิเฉพาะ ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญทั้งด้านการพัฒนาอาชีพและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ไฮไลต์: การเกษตรเมืองหนาวบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาชายแดนไทย–ลาว วิถีชุมชนบ้านห้วยแล้ง การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ดินและน้ำ และการเรียนรู้การพัฒนาอาชีพชุมชน
พื้นที่ห้วยแล้งมีความน่าสนใจจากภูมิประเทศที่มีความสูงและความลาดชันแตกต่างกันตามแนวภูเขา การเลือกพืชและวิธีจัดการแปลงเกษตรจึงต้องอาศัยความเข้าใจสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอุณหภูมิ ความชื้น และความสามารถในการกักเก็บน้ำของดิน การส่งเสริมการผลิตที่เหมาะสมช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเข้าไปในป่า
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้งมีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสร้างทางเลือกด้านอาชีพ การพัฒนาไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงการจัดการทรัพยากรที่ใช้ในการประกอบอาชีพและการพัฒนากระบวนการผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม
อำเภอเวียงแก่นเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านภูมิประเทศและวัฒนธรรมชุมชน โดยเฉพาะแนวเขาใกล้ชายแดนไทย–ลาวที่มีทั้งป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนบนภูเขา นักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่สูงสามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้ โดยควรเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลและการทำงานประจำวันของเกษตรกร
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ศูนย์ห้วยแล้งเหมาะกับผู้สนใจการผลิตพืช การอนุรักษ์ทรัพยากร และการพัฒนาชุมชน ผู้เดินทางควรประสานการเข้าชมล่วงหน้าเพื่อให้ได้รับข้อมูลตรงกับกิจกรรมที่ดำเนินงานอยู่จริง เพราะแปลงทดลองและพื้นที่ทำงานบางส่วนอาจไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป
ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอำเภอเวียงแก่นสามารถวางแผนศึกษาศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้งร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งได้ โดยแยกเวลาเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินงานออกจากการท่องเที่ยวจุดชมวิวธรรมชาติ การจัดทริปแบบพักค้างคืนช่วยให้มีเวลาเดินทางผ่านถนนภูเขาอย่างปลอดภัยและศึกษาพื้นที่ได้ละเอียดมากขึ้น
ช่วงฤดูหนาวภูมิประเทศบริเวณเวียงแก่นมีอากาศเย็นและบรรยากาศเหมาะกับการเที่ยวภูเขา แต่การเดินทางอาจพบหมอกหนาหรือถนนลื่นในบางช่วง นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสภาพยานพาหนะและหลีกเลี่ยงการขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนที่มีทางโค้งจำนวนมาก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้งเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานโครงการหลวงในพื้นที่ชายแดนที่มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ การเกษตร และการคมนาคม สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจการพัฒนาอาชีพและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในบริบทของชุมชนบนภูเขา
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางผ่านอำเภอเทิงไปยังอำเภอเวียงแก่น แล้วเข้าสู่ตำบลท่าข้ามและบ้านห้วยแล้งตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบสภาพถนนและติดต่อผู้ดูแลศูนย์หากต้องการเข้าศึกษาดูงานหรือชมแปลงเกษตร

27. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่บ้านสะโง๊ะ หมู่ 7 ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีความโดดเด่นจากการส่งเสริมการเกษตรบนพื้นที่สูงและการพัฒนาอาชีพของชุมชนในบริเวณใกล้สามเหลี่ยมทองคำ พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขาและแนวภูเขาที่สามารถมองเห็นภูมิทัศน์ของชายแดนภาคเหนือตอนบนได้ในบางจุด ขณะเดียวกันชุมชนสะโง๊ะยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวอาข่าและกลุ่มชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผสมผสานการเกษตร ธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ไฮไลต์: งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมชุมชนสะโง๊ะ วัฒนธรรมอาข่า ภูมิทัศน์สามเหลี่ยมทองคำ การเกษตรบนพื้นที่เนินเขา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะมีบทบาทต่อการสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แก่เกษตรกรในชุมชน โดยนำองค์ความรู้ด้านการผลิตพืชมาประยุกต์ใช้กับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ การเลือกพืชที่เหมาะสมกับภูมิอากาศ การจัดการคุณภาพผลผลิต และการวางแผนการผลิตเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนารายได้และดำรงอาชีพได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
ภูมิประเทศบริเวณสะโง๊ะมีทั้งเนินเขาและพื้นที่ลาดชัน จึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดการดินและน้ำ การทำเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมช่วยลดปัญหาการชะล้างหน้าดินและสนับสนุนการรักษาความสมบูรณ์ของพื้นที่ การพัฒนาภายใต้แนวทางโครงการหลวงจึงมีความเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชน
ชุมชนบ้านสะโง๊ะมีความน่าสนใจด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะประเพณีและวิถีชีวิตของชาวอาข่าที่สัมพันธ์กับครอบครัว ชุมชน และการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเรียนรู้ควรให้ความสำคัญกับการเคารพความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น การขออนุญาตถ่ายภาพ และการสนับสนุนสินค้าและบริการของชุมชนอย่างเหมาะสม
ที่ตั้งของศูนย์อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นจุดบรรจบของภูมิประเทศและเส้นทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทย ลาว และเมียนมา การศึกษาศูนย์สะโง๊ะจึงสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ภูมิศาสตร์ชายแดนและประวัติศาสตร์อำเภอเชียงแสนได้ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาอาจเลือกชมทิวทัศน์ภูเขาและแม่น้ำโขงจากจุดชมวิวที่เปิดให้เข้าชมก่อนหรือหลังการศึกษาดูงาน
การวางแผนเที่ยวศูนย์สะโง๊ะเหมาะกับการเดินทางแบบหนึ่งถึงสองวัน โดยผู้สนใจการเกษตรสามารถนัดหมายเข้าศึกษาพื้นที่ดำเนินงาน และใช้เวลาที่เหลือเที่ยวแหล่งวัฒนธรรมในอำเภอเชียงแสน การเดินทางลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจบริบทของชุมชนบนพื้นที่สูงในมิติที่กว้างกว่าการชมแปลงเกษตรเพียงอย่างเดียว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาอาชีพชุมชน วัฒนธรรมอาข่า และประวัติศาสตร์ภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคำ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นการทำงานด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางไปอำเภอเชียงแสน แล้วเข้าสู่ตำบลศรีดอนมูลและบ้านสะโง๊ะตามป้ายบอกทาง พื้นที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมต่อกับสามเหลี่ยมทองคำได้ โดยควรนัดหมายเข้าชมศูนย์ก่อนเดินทางหากต้องการศึกษากิจกรรมการเกษตร

28. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทด้านการส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาอาชีพแก่ชุมชนบริเวณเชิงเขาและพื้นที่ภูเขาใกล้เมืองเชียงใหม่ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยแนวเขาและพื้นที่เกษตรกรรมที่ต้องอาศัยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างเหมาะสม ศูนย์แห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะแหล่งเรียนรู้การทำงานพัฒนาเกษตรกรรมที่เชื่อมโยงการสร้างรายได้กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน
ไฮไลต์: งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมในอำเภอหางดง การเรียนรู้การผลิตพืชบนพื้นที่เชิงเขา การจัดการดินและน้ำ วิถีชุมชนบ้านปง ภูมิทัศน์แนวเขาหางดง–สะเมิง และการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ
ความน่าสนใจของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยวอยู่ที่การปรับแนวทางการเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่เชิงเขา ซึ่งแตกต่างจากศูนย์ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงมาก การเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำ และลักษณะดิน การผลิตที่มีประสิทธิภาพจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสูงของพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านการจัดการแปลงและการวางแผนการเพาะปลูกด้วย
การดำเนินงานของศูนย์เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมแก่ชุมชน ซึ่งมีพื้นที่ทำกินกระจายอยู่ตามแนวเชิงเขา การถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตและใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการดูแลดินและน้ำซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาศักยภาพของพื้นที่เกษตรกรรมในระยะยาว
พื้นที่บ้านปงยังมีความน่าสนใจด้านภูมิทัศน์และวิถีชีวิตชุมชน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการทำเกษตรกรรมควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางมาศึกษางานสามารถเรียนรู้ว่าการพัฒนาอาชีพต้องอาศัยความเข้าใจปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนร่วมกับความรู้ด้านการเกษตรอย่างไร
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยวเหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่เชิงเขา การเยี่ยมชมควรนัดหมายกับผู้ดูแลล่วงหน้า เนื่องจากศูนย์เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่อาจมีแปลงเกษตรและกิจกรรมที่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าโดยอิสระ การจัดกิจกรรมตามความพร้อมของเจ้าหน้าที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับความรู้ตรงกับภารกิจจริงของพื้นที่
ผู้ที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันสามารถจัดเส้นทางศึกษาศูนย์ห้วยเสี้ยวร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงหรือพื้นที่ชุมชนในอำเภอหางดงได้ โดยควรเลือกสถานที่ตามระยะทางและสภาพถนน เนื่องจากพื้นที่บางส่วนอยู่บนเส้นทางภูเขาและมีถนนท้องถิ่นแยกไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยวเป็นตัวอย่างของการทำงานพัฒนาชุมชนที่อยู่ใกล้เมืองแต่ยังมีข้อจำกัดของพื้นที่ภูเขา การส่งเสริมเกษตรกรรมที่เหมาะสมและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติช่วยสะท้อนแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สูงที่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอหางดง จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1269 สายหางดง–สะเมิง แล้วเดินทางต่อเข้าตำบลบ้านปงตามป้ายท้องถิ่น ควรตรวจสอบเส้นทางเข้าสู่ศูนย์และประสานการเยี่ยมชมล่วงหน้า เนื่องจากถนนช่วงท้ายบางส่วนอาจเป็นทางแคบหรือทางลูกรัง

29. โครงการหลวงแม่แฮเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ตั้งอยู่บริเวณชุมชนแม่แฮในตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีบทบาทด้านการส่งเสริมการเกษตรและการสร้างอาชีพแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ในภูมิประเทศภูเขาซึ่งมีข้อจำกัดด้านการคมนาคมและพื้นที่ทำกิน งานพัฒนาของโครงการหลวงในบริเวณนี้มีความเชื่อมโยงกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชน
ไฮไลต์: พื้นที่ดำเนินงานโครงการหลวงแม่แฮ ชุมชนแม่แฮเหนือ การพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาแม่แจ่ม การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การปรับเปลี่ยนระบบการเกษตร
พื้นที่แม่แฮมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งในอดีตต้องเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้ การเดินทาง และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การดำเนินงานตามแนวพระราชดำริมุ่งส่งเสริมพืชและรูปแบบการผลิตที่ช่วยสร้างรายได้อย่างเหมาะสม พร้อมสนับสนุนการรักษาทรัพยากรป่าไม้ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศต้นน้ำ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรและพัฒนาโอกาสทางอาชีพของเกษตรกร โดยต้องคำนึงถึงชนิดพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศและภูมิประเทศ ตลอดจนการวางแผนผลิตและการขนส่งผลผลิตออกจากพื้นที่ภูเขา งานเหล่านี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านรายได้ของครัวเรือนในชุมชน
การจัดการดินและน้ำเป็นประเด็นสำคัญของพื้นที่แม่แฮ เพราะภูมิประเทศมีความลาดชันและประกอบด้วยแนวเขาที่มีป่าไม้กระจายอยู่ การพัฒนาเกษตรกรรมจำเป็นต้องลดความเสี่ยงจากการชะล้างหน้าดินและส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม การดูแลระบบนิเวศต้นน้ำจึงเชื่อมโยงกับการรักษาทรัพยากรที่ชุมชนจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต
การศึกษาพื้นที่โครงการหลวงแม่แฮเหนือเหมาะกับผู้สนใจงานพัฒนาชุมชนและการเกษตรบนภูเขา ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการประกอบอาชีพกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต โดยควรติดต่อผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเข้าชม เพราะการดำเนินงานของศูนย์เกี่ยวข้องกับแปลงเกษตรและกิจกรรมประจำวันของเกษตรกร
อำเภอแม่แจ่มมีลักษณะภูมิประเทศและวัฒนธรรมชุมชนที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเชื่อมการเรียนรู้โครงการหลวงแม่แฮกับการเที่ยวธรรมชาติหรือการศึกษาวิถีชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้ โดยควรคำนึงถึงระยะทางบนถนนภูเขาและไม่เร่งเดินทางเข้าสู่หลายชุมชนในวันเดียว
ผู้ที่เดินทางในช่วงฤดูฝนควรตรวจสภาพถนนล่วงหน้า เนื่องจากเส้นทางบนภูเขาบางช่วงอาจลื่นหรือได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ขณะที่ฤดูหนาวมีอากาศเย็นและเหมาะกับการศึกษาภูมิประเทศบนพื้นที่สูง แต่ยังควรเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในพื้นที่ห่างไกล
โครงการหลวงแม่แฮเหนือเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางการส่งเสริมอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนภูเขา เป็นพื้นที่ที่สะท้อนบทบาทของโครงการหลวงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศบนพื้นที่สูง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่แจ่ม แล้วมุ่งหน้าตำบลแม่นาจรและพื้นที่แม่แฮตามเส้นทางท้องถิ่น ควรสอบถามทางเข้าศูนย์และตรวจสภาพถนนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง โครงการหลวงแม่แฮเหนือ

30. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยน้ำขุ่น ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง ศูนย์เริ่มดำเนินงานในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2526 โดยมีเป้าหมายในการสร้างทางเลือกอาชีพผ่านการผลิตพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ พร้อมส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่
ไฮไลต์: ประวัติการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2526 การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านห้วยน้ำขุ่น การจัดการดินและน้ำ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอแม่สรวย
พื้นที่ห้วยน้ำขุ่นมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวภูเขาที่มีความลาดชันและพื้นที่เกษตรกรรมกระจายตามหุบเขา การเพาะปลูกจำเป็นต้องเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมกับอุณหภูมิ ปริมาณน้ำ และสภาพดิน การส่งเสริมระบบการผลิตจึงต้องใช้ความรู้ด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรควบคู่กัน เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพโดยลดปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้พื้นที่ลาดชัน
การดำเนินงานของศูนย์มีความสัมพันธ์กับการปรับเปลี่ยนรูปแบบอาชีพบนพื้นที่สูง จากบริบทที่เคยมีปัญหาการปลูกฝิ่นและการใช้พื้นที่เกษตรกรรมที่ส่งผลกระทบต่อป่าไม้ ไปสู่การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจและรูปแบบการผลิตที่เหมาะสมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ การทำงานกับเกษตรกร และการสร้างช่องทางจำหน่ายผลผลิตที่ช่วยให้ครัวเรือนมีโอกาสเพิ่มรายได้
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่นมีความสำคัญด้านการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตพืช การจัดการคุณภาพ และการวางแผนการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำวิธีการที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่จริง การดำเนินงานเหล่านี้ช่วยสนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนควบคู่กับการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่แม่สรวยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากชุมชนที่อาศัยอยู่บนภูเขา การเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นจึงเป็นอีกมิติหนึ่งของการเดินทาง นอกเหนือจากการศึกษาการเกษตร ผู้มาเยือนควรเคารพประเพณีและความเป็นส่วนตัวของชาวบ้าน รวมทั้งขออนุญาตก่อนถ่ายภาพหรือเข้าไปยังพื้นที่ทำงานของเกษตรกร
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ศูนย์ห้วยน้ำขุ่นเหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการพัฒนาอาชีพชนบท เนื่องจากสามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้การเกษตรกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชุมชนได้ การเข้าชมกิจกรรมหรือแปลงทดลองควรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการเยี่ยมชมได้ตรงกับภารกิจที่ดำเนินงานอยู่จริง
นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนศึกษาศูนย์ห้วยน้ำขุ่นร่วมกับการเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สรวย โดยจัดเส้นทางให้สอดคล้องกับสภาพถนนและระยะทางระหว่างชุมชน การเดินทางช่วงฤดูฝนต้องระวังถนนลื่นและหมอกที่อาจทำให้ทัศนวิสัยลดลง โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นภูเขาที่มีทางโค้งหลายช่วง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่นเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่สูงที่มีเป้าหมายทั้งด้านอาชีพ เศรษฐกิจชุมชน และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความสำคัญของการเกษตรที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและบทบาทขององค์ความรู้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนภูเขาได้จากบริบทของพื้นที่จริง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 118 มุ่งหน้าอำเภอแม่สรวย แล้วเข้าสู่ตำบลท่าก๊อและบ้านห้วยน้ำขุ่นตามเส้นทางท้องถิ่น ควรตรวจสอบสภาพถนนและติดต่อศูนย์ก่อนเดินทางหากต้องการเข้าศึกษาดูงานหรือเรียนรู้กิจกรรมการเกษตร

31. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่สะป๊อกเหนือ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ดำเนินงานส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมแก่ชุมชนบนพื้นที่สูงมาตั้งแต่ปี 2526 โดยมีภูมิประเทศเป็นหุบเขาและแนวภูเขาที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านหลังดอยอินทนนท์ ชุมชนในบริเวณนี้มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ และมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ และแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ศูนย์แม่สะป๊อกมีความโดดเด่นด้านการเรียนรู้การพัฒนาอาชีพควบคู่กับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ไฮไลต์: งานส่งเสริมเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2526 แปลงผักเมืองหนาวและพืชอินทรีย์ วิถีชุมชนปกาเกอะญอ นาขั้นบันไดตามฤดูกาล แหล่งน้ำธรรมชาติ การพักผ่อนท่ามกลางภูเขา และการเรียนรู้การจัดการทรัพยากรบนพื้นที่สูง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อกมีบทบาทสำคัญในการสร้างทางเลือกอาชีพให้กับชุมชนบนภูเขา ซึ่งในอดีตมีข้อจำกัดทั้งด้านการคมนาคม พื้นที่ทำกิน และโอกาสในการเข้าถึงตลาด การส่งเสริมการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพอากาศจึงช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาระบบการผลิตและสร้างรายได้จากผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงข้อจำกัดของทรัพยากรดินและน้ำ
ลักษณะการเกษตรของพื้นที่มีความหลากหลายตามฤดูกาล ทั้งพืชผักใบ ผักสลัด ผักอินทรีย์ และพืชที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของหุบเขา การจัดการแปลงเกษตรต้องให้ความสำคัญกับความชื้น การระบายน้ำ และการรักษาคุณภาพของดิน โดยเฉพาะบริเวณที่มีความลาดชัน การเรียนรู้ระบบการผลิตช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงต้องอาศัยการวางแผนและองค์ความรู้มากกว่าการเลือกชนิดพืชเพียงอย่างเดียว
ชุมชนแม่สะป๊อกมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมปกาเกอะญอ ซึ่งสะท้อนผ่านวิถีเกษตรกรรม งานทอผ้า และประเพณีชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ผ่านกิจกรรมที่เปิดให้เข้าร่วม โดยควรเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลและขออนุญาตก่อนถ่ายภาพหรือเข้าชมกิจกรรมของชาวบ้าน การเดินทางเชิงวัฒนธรรมช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวมากกว่าการแวะชมทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว
ธรรมชาติรอบแม่สะป๊อกยังมีน้ำตกและลำธารในพื้นที่แม่วาง ซึ่งสามารถจัดเป็นกิจกรรมเสริมได้ตามสภาพเส้นทางและการเปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนควรตรวจสอบความพร้อมของบ้านพักรับรองหรือพื้นที่กางเต็นท์กับผู้ดูแลศูนย์โดยตรง เนื่องจากจำนวนที่พักและเงื่อนไขการใช้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามภารกิจของศูนย์และฤดูกาล
การเดินทางในช่วงฤดูหนาวเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็นและบรรยากาศภูเขา ส่วนฤดูฝนมีความโดดเด่นจากความเขียวชอุ่มของป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรม แต่ถนนเข้าสู่ชุมชนบางช่วงอาจลื่นหรือมีทัศนวิสัยจำกัด ผู้เดินทางจึงควรจัดเวลาให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนภูเขา
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อกเหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการพัฒนาอาชีพชุมชน เพราะสามารถเรียนรู้ทั้งการผลิตพืช การจัดการทรัพยากร การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และวัฒนธรรมปกาเกอะญอภายในภูมิประเทศเดียวกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปทางอำเภอสันป่าตอง จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1013 มุ่งหน้าอำเภอแม่วางและตำบลแม่วิน ก่อนเลี้ยวเข้าสู่บ้านแม่สะป๊อกเหนือ ควรประสานการเข้าชมศูนย์และตรวจสอบเส้นทางช่วงท้ายก่อนออกเดินทาง

32. สถานีเกษตรหลวงปางดะ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านปางดะ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีเกษตรหลวงที่มีความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบสลับเนินเขาท่ามกลางแนวภูเขาของอำเภอสะเมิง งานของสถานีมุ่งศึกษาการผลิตพืช การพัฒนาพันธุ์ และแนวทางการจัดการเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับภูมิอากาศของพื้นที่สูง เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร
ไฮไลต์: สถานีวิจัยและสาธิตการเกษตร พืชผักและพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง การพัฒนาพันธุ์พืช เทคโนโลยีการเพาะปลูก พื้นที่เกษตรสะเมิง และการเรียนรู้บทบาทการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง
สถานีเกษตรหลวงปางดะแตกต่างจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทั่วไปในด้านบทบาทการดำเนินงาน เพราะให้ความสำคัญกับการวิจัยและทดสอบองค์ความรู้ทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนการผลิตบนพื้นที่สูง งานวิจัยอาจครอบคลุมการคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะกับสภาพอากาศ การปรับปรุงเทคนิคการเพาะปลูก และการจัดการคุณภาพของผลผลิต ซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปสนับสนุนพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรอื่นต่อไปได้
ภูมิประเทศของสะเมิงมีสภาพอากาศแตกต่างกันตามฤดูกาลและระดับความสูง จึงมีความเหมาะสมต่อการศึกษาการปลูกพืชหลายประเภท การดำเนินงานวิจัยต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ น้ำ ดิน และการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงการทดลองวิธีการจัดการที่ช่วยให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
คุณค่าของสถานีอยู่ที่การเป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้ ไม่ใช่เพียงสถานที่จัดแสดงแปลงพืชสวยงาม ผู้มาเยือนที่สนใจการเกษตรสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทดลองและการสาธิตผ่านกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่อนุญาต โดยการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้เข้าชมส่วนที่เหมาะสมและไม่รบกวนแปลงวิจัย
สถานีเกษตรหลวงปางดะยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอำเภอสะเมิง ซึ่งมีภูมิทัศน์หุบเขาและพื้นที่เพาะปลูกหลากหลายชนิด การเดินทางท่องเที่ยวแบบหนึ่งวันสามารถเลือกศึกษาสถานีเป็นกิจกรรมหลัก แล้วแวะชมชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการตามเส้นทางกลับได้
ผู้สนใจด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการเกษตรจะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ความสำคัญของการทดลองก่อนขยายผลสู่พื้นที่ผลิตจริง เพราะพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่หนึ่งอาจไม่เหมาะสมกับอีกพื้นที่ที่มีสภาพดิน อุณหภูมิ หรือระดับความสูงแตกต่างกัน กระบวนการวิจัยจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จของงานส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูง
สถานีเกษตรหลวงปางดะเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ เกษตรกร และผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าการวิจัยสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลผลิตและอาชีพของชุมชนบนพื้นที่สูงได้อย่างไร
การเดินทาง: จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอสะเมิง แล้วมุ่งหน้าตำบลสะเมิงใต้และบ้านปางดะ สถานีตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านปางดะ ควรติดต่อผู้ดูแลก่อนการเข้าศึกษาดูงานหรือเข้าชมแปลงวิจัย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเกษตรหลวงปางดะ

33. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยบริบทพื้นที่ดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงสัมพันธ์กับชุมชนบ้านขุนแจ๋บน ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนลักษณะพื้นที่ภูเขาที่เชื่อมต่อระหว่างเขตจังหวัด ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทในการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจและการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูงท่ามกลางภูมิประเทศที่มีแนวเขาสลับซับซ้อน สภาพอากาศเย็น และพื้นที่เกษตรกรรมตามไหล่เขา
ไฮไลต์: เกษตรกรรมบนพื้นที่สูงประมาณ 1,000–1,400 เมตร พืชเมืองหนาว วิถีชุมชนบนภูเขา การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การจัดการพื้นที่ลาดชัน และภูมิประเทศรอยต่อเชียงราย–เชียงใหม่
ความสูงของพื้นที่และสภาพภูมิอากาศที่เย็นกว่าพื้นราบทำให้แม่ปูนหลวงมีศักยภาพในการส่งเสริมพืชบางชนิดที่ต้องการอุณหภูมิต่ำ การปลูกพืชบนภูเขาต้องให้ความสำคัญกับการเลือกชนิดพืช ความเหมาะสมของดิน และการจัดการน้ำ เพราะความลาดชันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการพังทลายของหน้าดินในช่วงฤดูฝน
การดำเนินงานของศูนย์เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาชีพและการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร เพื่อให้สามารถผลิตพืชที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการของตลาด การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลดความเสี่ยงจากการใช้ทรัพยากรไม่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ครัวเรือนบนพื้นที่สูง
ภูมิประเทศบริเวณแม่ปูนหลวงยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าต้นน้ำ เพราะแนวเขามีบทบาทในการรับน้ำฝนและหล่อเลี้ยงลำน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ การส่งเสริมเกษตรกรรมจึงต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าไม้และลดการชะล้างของดิน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพน้ำและความมั่นคงของการประกอบอาชีพในระยะยาว
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงเหมาะกับผู้สนใจการผลิตพืชเมืองหนาวและการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ผู้มาเยือนควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อยืนยันพื้นที่ที่เปิดให้ศึกษาหรือเข้าชม เนื่องจากแปลงเกษตรบางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานและไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าได้อย่างอิสระ
ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการสัมผัสภูมิอากาศเย็น ขณะที่ช่วงปลายฝนต้นหนาวพื้นที่ป่าไม้และภูเขามีความเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อกันหนาวและตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทาง เนื่องจากถนนในพื้นที่ภูเขามีทางโค้งและความลาดชันหลายช่วง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงมีความน่าสนใจจากการเป็นพื้นที่ส่งเสริมอาชีพที่ต้องปรับระบบเกษตรกรรมให้เหมาะสมกับความสูงและภูมิประเทศของชุมชน เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ด้านการเกษตรควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด
การเดินทาง: จากเชียงรายใช้เส้นทางสู่อำเภอเวียงป่าเป้า แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่แม่ปูนหลวงตามเส้นทางท้องถิ่น สำหรับผู้ที่ต้องการไปยังสำนักงานหรือแปลงดำเนินงานของศูนย์ ควรยืนยันจุดหมายโดยตรงกับผู้ดูแลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากหน้าข้อมูลท่องเที่ยวและบัญชีที่ตั้งหน่วยงานอ้างอิงพื้นที่คนละจังหวัด

34. สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่หลอดเหนือ ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยของโครงการหลวงที่ดำเนินงานด้านการศึกษาพืชและการเกษตรบนพื้นที่สูงท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและพื้นที่เกษตรกรรมในเขตแม่แตง บทบาทของสถานีเน้นการทดลอง ศึกษา และสนับสนุนองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานพัฒนาอาชีพของเกษตรกร โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบการผลิตพืช
ไฮไลต์: สถานีวิจัยโครงการหลวง การศึกษาการผลิตพืช การทดลองเทคโนโลยีเกษตร แปลงวิจัย สภาพภูมิประเทศแม่แตง การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ และการเรียนรู้ความสำคัญของงานวิจัยต่อการพัฒนาพื้นที่สูง
ความแตกต่างระหว่างสถานีวิจัยโครงการหลวงกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอยู่ที่ลักษณะภารกิจ โดยสถานีวิจัยเน้นกระบวนการสร้างและทดสอบองค์ความรู้ ส่วนศูนย์พัฒนามุ่งถ่ายทอดและประยุกต์องค์ความรู้เพื่อสนับสนุนอาชีพของชุมชน การทำงานทั้งสองประเภทมีความสัมพันธ์กัน เพราะข้อมูลจากการทดลองสามารถนำไปใช้วางแนวทางการผลิตที่เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง
ภูมิประเทศแม่แตงมีทั้งพื้นที่เชิงเขา หุบเขา และแนวภูเขาสูง สถานีวิจัยแม่หลอดจึงตั้งอยู่ในบริบทที่สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกับการผลิตพืชได้ การวิจัยด้านการเกษตรจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติของดิน อุณหภูมิ ความชื้น น้ำ และการตอบสนองของพืชต่อวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน
งานวิจัยยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการลดความเสี่ยงของเกษตรกร เพราะการส่งเสริมพืชชนิดใหม่โดยไม่มีข้อมูลรองรับอาจทำให้เกิดปัญหาด้านผลผลิตและรายได้ การทดลองและประเมินความเหมาะสมก่อนขยายผลจึงเป็นกระบวนการสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน สถานีวิจัยแม่หลอดมีคุณค่าในฐานะแหล่งเรียนรู้กระบวนการวิจัยและสาธิตการเกษตร ผู้มาเยือนควรประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อกำหนดกิจกรรมที่เหมาะสม และไม่ควรเดินเข้าแปลงทดลองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจรบกวนงานวิจัยหรือส่งผลต่อความถูกต้องของผลการทดลอง
การเดินทางมาแม่แตงยังสามารถเชื่อมต่อกับการเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียง โดยควรแยกกิจกรรมการศึกษางานวิจัยออกจากการท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อให้มีเวลาเรียนรู้รายละเอียดอย่างเพียงพอ และเลือกเส้นทางโดยคำนึงถึงระยะทางและสภาพถนนจริง
สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอดเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจวิทยาศาสตร์การเกษตร เป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของกระบวนการวิจัยซึ่งเป็นพื้นฐานของการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปอำเภอแม่แตง แล้วเข้าสู่ตำบลสบเปิงและบ้านแม่หลอดเหนือ ควรประสานเจ้าหน้าที่สถานีก่อนเข้าชมแปลงวิจัยหรือจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน

35. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงใกล้แนวชายแดน โดยมีพื้นที่รับผิดชอบที่สัมพันธ์กับบ้านหนองเขียว บ้านหนองวัวแดง และบ้านใหม่สามัคคี ภูมิประเทศโดยรอบประกอบด้วยภูเขา ป่าไม้ และชุมชนเกษตรกรรมที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่และการสนับสนุนให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ไฮไลต์: งานพัฒนาอาชีพชุมชนหนองเขียว การเกษตรบนพื้นที่สูง ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ พื้นที่เกษตรอำเภอเชียงดาว การจัดการดินและน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติเมืองนะ–อรุโณทัย
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวมีบทบาทในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนบนพื้นที่สูง ผ่านการส่งเสริมการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ การใช้ความรู้ด้านการเพาะปลูกและการจัดการผลผลิตช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงคุณภาพการผลิตและพัฒนาอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงข้อจำกัดของพื้นที่ทำกินที่กระจายอยู่ตามแนวเขา
ความสำคัญของงานพัฒนาพื้นที่สูงยังเกี่ยวข้องกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพราะชุมชนตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับป่าต้นน้ำและระบบนิเวศภูเขา การจัดการดินและน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดปัญหาการพังทลายของดินและส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาทรัพยากรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในระยะยาว
พื้นที่เมืองนะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากชุมชนบนภูเขาหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิถีชีวิต ประเพณี และภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับการเกษตรผ่านกิจกรรมที่ชุมชนอนุญาต การเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผลผลิตจากผู้ประกอบการชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์หนองเขียวสามารถเป็นจุดเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการผลิตพืชและการส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการพัฒนาชุมชน การเข้าชมแปลงเกษตรและพื้นที่ปฏิบัติงานควรได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลเพื่อไม่ให้รบกวนกิจกรรมของเกษตรกร
ผู้เดินทางสามารถจัดเส้นทางศึกษาศูนย์หนองเขียวร่วมกับแหล่งเรียนรู้ในอำเภอเชียงดาวได้ แต่ควรตรวจระยะทางและเส้นทางที่เชื่อมระหว่างแต่ละชุมชน เพราะถนนภูเขาบางช่วงมีความคดเคี้ยวและอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวเหมาะกับผู้สนใจการเกษตร วัฒนธรรมชุมชน และการพัฒนาพื้นที่สูง เป็นสถานที่ที่สะท้อนการทำงานร่วมกันระหว่างการสร้างอาชีพกับการดูแลป่าไม้และทรัพยากรน้ำในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปอำเภอเชียงดาว แล้วเดินทางต่อไปตำบลเมืองนะและบริเวณบ้านหนองเขียว ควรยืนยันเส้นทางและจุดเข้าชมกับผู้ดูแลศูนย์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากต้องการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ

36. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยศาลา ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนในบริเวณลุ่มน้ำกก ซึ่งมีภูมิประเทศประกอบด้วยแนวภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศูนย์แห่งนี้เชื่อมโยงการพัฒนาระบบการผลิตพืชกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม โดยมุ่งสร้างโอกาสด้านรายได้และสนับสนุนความมั่นคงของอาชีพเกษตรกร
ไฮไลต์: การเกษตรในลุ่มน้ำกก วิถีชุมชนบ้านห้วยศาลา การส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูง การอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ ภูมิทัศน์ภูเขาแม่อาย และการเรียนรู้ระบบการผลิตพืชตามแนวทางโครงการหลวง
พื้นที่หมอกจ๋ามมีความน่าสนใจจากสภาพภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับลุ่มน้ำกกและแนวภูเขาโดยรอบ การประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำเป็นต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติของดิน ปริมาณน้ำ และสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล การส่งเสริมพืชที่เหมาะสมจึงมีบทบาทต่อการรักษาคุณภาพการผลิตและความต่อเนื่องของรายได้เกษตรกร
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋ามมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตรให้กับชุมชน โดยสนับสนุนการเลือกชนิดพืช การจัดการแปลง และการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต กระบวนการดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างเหมาะสม
ความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตรกับลุ่มน้ำเป็นประเด็นสำคัญของพื้นที่หมอกจ๋าม เพราะแหล่งน้ำธรรมชาติมีบทบาทต่อทั้งการเพาะปลูกและการดำรงชีวิตของชุมชน การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสมและการรักษาพื้นที่ป่าไม้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความมั่นคงของระบบการผลิตในระยะยาว
บริเวณท่าตอนและแม่อายมีวัฒนธรรมชุมชนที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาศึกษางานสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรผ่านกิจกรรมของชุมชนที่เปิดให้เข้าชม การเคารพความเป็นส่วนตัวและสนับสนุนสินค้าในท้องถิ่นช่วยให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์แก่คนในพื้นที่
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้สามารถจัดร่วมกับการชมภูมิทัศน์ลุ่มน้ำกกและชุมชนท่าตอนได้ตามความเหมาะสมของเวลา อย่างไรก็ตาม ศูนย์เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานด้านการเกษตร จึงควรประสานเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชมแปลงหรือกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของพื้นที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋ามเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในบริบทของลุ่มน้ำและภูเขา เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สะท้อนการทำงานด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการดำรงชีวิตของชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปอำเภอฝางและแม่อาย จากนั้นเดินทางต่อสู่ตำบลท่าตอนและบ้านห้วยศาลาตามเส้นทางท้องถิ่น ควรยืนยันจุดหมายและนัดหมายการเข้าชมก่อนออกเดินทาง

37. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง ภูมิประเทศบริเวณห้วยลึกมีลักษณะเป็นที่ราบสลับเนินเขาและล้อมรอบด้วยแนวภูเขาสูง โดยมีพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนกระจายอยู่ตามหุบเขา ทำให้ศูนย์มีความน่าสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้การผลิตพืชและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเข้าถึงได้จากเส้นทางเชียงใหม่–ฝาง
ไฮไลต์: แปลงสาธิตการเกษตรบนพื้นที่สูง ผลผลิตโครงการหลวง วิถีชุมชนตำบลปิงโค้ง การจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำห้วยลึก ภูมิทัศน์ภูเขาเชียงดาว และการเรียนรู้ระบบการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่
พื้นที่ห้วยลึกมีระดับความสูงแตกต่างกันโดยประมาณ 500–900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้สภาพอากาศและทรัพยากรที่ใช้ในการเกษตรมีความหลากหลาย การเลือกชนิดพืชและวิธีจัดการการผลิตจึงต้องสอดคล้องกับลักษณะดิน ความชื้น และปริมาณน้ำในแต่ละฤดูกาล การส่งเสริมระบบการผลิตที่เหมาะสมช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตและใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ลุ่มน้ำห้วยลึกเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำแม่ปิง ซึ่งมีความสำคัญต่อทรัพยากรน้ำของพื้นที่ตอนบน การพัฒนาเกษตรกรรมในบริเวณนี้จึงต้องคำนึงถึงการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้และการจัดการน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้การประกอบอาชีพสามารถดำเนินไปโดยไม่สร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศมากเกินไป
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกมีบทบาทต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร ทั้งด้านการเพาะปลูก การจัดการผลผลิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต กระบวนการเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการสร้างอาชีพที่มีความมั่นคงมากขึ้น พร้อมกับการส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์ห้วยลึกมีความน่าสนใจในฐานะจุดเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมที่สามารถวางแผนแวะชมระหว่างเดินทางบนถนนเชียงใหม่–ฝางได้ กิจกรรมอาจประกอบด้วยการชมแปลงสาธิตที่เปิดให้บริการและการเลือกซื้อผลผลิตตามฤดูกาล โดยควรตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่กับผู้ดูแลก่อนการเดินทางเป็นหมู่คณะ
บริเวณโดยรอบยังสะท้อนวิถีเกษตรกรรมของชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการใช้ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ผู้มาเยือนควรเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลและไม่เข้าแปลงเกษตรโดยไม่ได้รับอนุญาต การสนับสนุนผลผลิตที่จำหน่ายอย่างถูกต้องสามารถช่วยสร้างรายได้แก่ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกเหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ภูเขาที่มีระดับความสูงปานกลาง รวมถึงความสำคัญของระบบลุ่มน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่–ฝาง มุ่งหน้าอำเภอเชียงดาว บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 95 มีทางแยกเข้าสู่พื้นที่ศูนย์ประมาณ 500 เมตร ควรตรวจสภาพทางเข้าและกิจกรรมที่เปิดให้บริการก่อนเดินทาง

38. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 12 บ้านขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศูนย์ก่อตั้งขึ้นในปี 2528 โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนบนพื้นที่สูง พื้นที่ขุนวางตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อนในแนวเทือกเขาดอยอินทนนท์ มีระดับความสูงประมาณ 900–1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพอากาศค่อนข้างเย็นและเหมาะสมกับการผลิตพืชผัก ไม้ผล และไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิด จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาพัฒนาอาชีพควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ไฮไลต์: ประวัติการก่อตั้งในปี 2528 การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง พืชผักและไม้ผลเมืองหนาว แปลงทดสอบและสาธิตการผลิตพืช ชุมชนปกาเกอะญอและม้ง การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้ระบบเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับภูมิประเทศดอยอินทนนท์
ประวัติของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางมีความเชื่อมโยงกับพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาพื้นที่สูงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2518 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางและมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ต่อมาในปี 2528 จึงมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง เพื่อส่งเสริมอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น ลดการทำไร่เลื่อนลอย และสนับสนุนให้ชุมชนสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างมั่นคง
ศูนย์มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 29,704 ไร่ ครอบคลุมชุมชนปกาเกอะญอและม้งรวม 4 หมู่บ้าน 7 กลุ่มบ้าน การดำเนินงานให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศบนภูเขา ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาความรู้ด้านการผลิตพืชให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
พื้นที่ขุนวางมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีศักยภาพในการปลูกพืชเมืองหนาวหลายประเภท โดยผลผลิตสำคัญประกอบด้วยคอสสลัด มะเขือเทศโครงการหลวง บรอกโคลี เสาวรส เคพกูสเบอร์รี อะโวคาโด เบญจมาศ เห็ดปุยฝ้าย ชาเบอร์ 17 และข้าวสาลี พืชเหล่านี้มีความต้องการด้านอุณหภูมิ ความชื้น และการจัดการที่แตกต่างกัน ทำให้การผลิตจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการวางแผนอย่างเหมาะสม
แปลงทดสอบและสาธิตการปลูกพืชของศูนย์มีบทบาทในการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ ตลอดจนศึกษาวิธีการเพาะปลูกที่ช่วยเพิ่มคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลผลิต การดำเนินงานไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาณการผลิต แต่ยังให้ความสำคัญกับต้นทุน การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว และความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ของเกษตรกร
การส่งเสริมผักเมืองหนาว เช่น คอสสลัดและบรอกโคลี ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการดิน น้ำ และการป้องกันศัตรูพืชอย่างเหมาะสม ขณะที่ไม้ผลอย่างเสาวรสและอะโวคาโดต้องใช้ระยะเวลาและการดูแลแตกต่างกัน การมีพืชเศรษฐกิจหลายประเภทช่วยเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาผลผลิตเพียงชนิดเดียว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางยังส่งเสริมระบบการผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการเลือกใช้ปัจจัยการผลิต การจัดการน้ำ การดูแลแปลง การควบคุมศัตรูพืช และการรักษาคุณภาพของผลผลิตก่อนส่งจำหน่าย ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการเกษตรของชุมชนบนพื้นที่สูง
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอีกภารกิจสำคัญของศูนย์ เนื่องจากภูมิประเทศขุนวางมีความลาดชันและเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าต้นน้ำ การดำเนินงานจึงให้ความสำคัญกับการลดการชะล้างหน้าดิน การจัดการน้ำ และการใช้พื้นที่เกษตรกรรมอย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมแนวทางป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยรักษาดินและน้ำ
ในด้านสังคม ศูนย์ทำงานร่วมกับชุมชนปกาเกอะญอและม้งที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมสัมพันธ์กับภูเขามาอย่างยาวนาน การส่งเสริมอาชีพจึงต้องคำนึงถึงบริบทของชุมชน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และความต้องการของครัวเรือน การมีส่วนร่วมของเกษตรกรเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การพัฒนาสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง
สำหรับนักท่องเที่ยว ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาพื้นที่สูงที่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวธรรมชาติบริเวณดอยอินทนนท์และขุนวางได้ ช่วงฤดูหนาวมีอากาศเย็นและภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยงาม โดยบริเวณขุนวางยังมีจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยม
นักท่องเที่ยวควรแยกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางออกจากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เนื่องจากเป็นคนละหน่วยงาน แม้อยู่ในพื้นที่ภูเขาขุนวางเช่นเดียวกัน การตรวจสอบชื่อสถานที่และพิกัดก่อนเดินทางจะช่วยให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มศึกษาดูงานที่มีการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เป็นสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการวิจัย การผลิตพืชเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูงของประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางผ่านอำเภอแม่วางเข้าสู่ตำบลแม่วิน จากนั้นมุ่งหน้าบ้านขุนวางตามเส้นทางภูเขา สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้ โดยควรตรวจสภาพรถยนต์และสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สำหรับการศึกษาดูงานควรนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ล่วงหน้า

39. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่บ้านเลอตอ หมู่ 13 ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงที่มีบทบาทสำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนปกาเกอะญอบนพื้นที่สูง ศูนย์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 และมีความสำคัญในฐานะศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งที่ 39 โดยพื้นที่ดำเนินงานอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ระมาด ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อนที่มีความลาดชันและการคมนาคมเข้าถึงยาก
ไฮไลต์: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งที่ 39 ประวัติการจัดตั้งในปี 2559 การพัฒนาอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น การส่งเสริมผักและไม้ผลเมืองหนาว กาแฟอาราบิก้า ระบบวนเกษตร วิถีชุมชนปกาเกอะญอ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และแปลงสาธิตการเกษตรบ้านเลอตอ–บ้านจ่อคี
ประวัติของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอมีความสัมพันธ์กับปัญหาการปลูกฝิ่นและความยากจนของชุมชนในพื้นที่ภูเขาห่างไกล ในอดีตประชาชนบางส่วนมีข้อจำกัดด้านการประกอบอาชีพและการเข้าถึงตลาด ทำให้ต้องพึ่งพาการผลิตพืชที่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ การดำเนินงานโครงการหลวงจึงมุ่งสร้างทางเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ พร้อมพัฒนาความรู้ด้านการเกษตรและระบบการจำหน่ายผลผลิตให้เกษตรกรสามารถมีรายได้อย่างต่อเนื่อง
วันที่ 17 ตุลาคม 2559 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวงในขณะนั้น มีพระดำริให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งที่ 39 ณ บ้านเลอตอ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ต่อมาศูนย์ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินงานตามแนวทางการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานด้านการพัฒนาพื้นที่สูงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอมีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมชุมชนในเขตอำเภอแม่ระมาดและอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยมีพื้นที่สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ สำนักงานและแปลงสาธิตบ้านเลอตอ และหน่วยปฏิบัติงานบ้านจ่อคี ทั้งสองแห่งมีบทบาทด้านการส่งเสริมเกษตรกรรม การทดลองปลูกพืช การถ่ายทอดความรู้ และการจัดการผลผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของชุมชน
ภูมิประเทศบริเวณเลอตอมีระดับความสูงแตกต่างกันประมาณ 500–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยพื้นที่ชุมชนบ้านเลอตออยู่บนภูเขาที่สูงประมาณ 900 เมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันและมีที่ราบสำหรับการเพาะปลูกจำกัด ประกอบกับมีฝนตกชุกหลายเดือนของปี ทำให้การทำเกษตรกรรมจำเป็นต้องใช้แนวทางการจัดการดิน น้ำ และการเลือกชนิดพืชที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่อย่างรอบคอบ
พืชผักสำคัญที่ศูนย์ส่งเสริมประกอบด้วยเบบี้ฮ่องเต้ กวางตุ้ง คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาวปลี และกะหล่ำปลี ซึ่งเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรตามรอบการผลิต โดยต้องอาศัยความรู้ด้านการเตรียมดิน การให้น้ำ การป้องกันศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิตก่อนส่งจำหน่าย
ด้านไม้ผล ศูนย์ส่งเสริมการปลูกสตรอว์เบอร์รีและเสาวรสหวานซึ่งเป็นพืชทางเลือกสำหรับการสร้างรายได้บนพื้นที่สูง การปลูกไม้ผลจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของสภาพอากาศและการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการขนส่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพของผลผลิตจากชุมชนภูเขาห่างไกล
กาแฟอาราบิก้าเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่ได้รับการส่งเสริม เนื่องจากสามารถนำมาพัฒนาเป็นระบบการผลิตที่มีไม้ยืนต้นและร่มเงาร่วมด้วย การปลูกกาแฟในลักษณะที่เหมาะสมกับพื้นที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของระบบเกษตรกรรมและสร้างรายได้ระยะยาว ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับแนวทางการฟื้นฟูภูมิทัศน์และลดการพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในบางพื้นที่
ศูนย์เลอตอยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคัดบรรจุและการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว โดยพื้นที่บ้านจ่อคีมีบทบาทด้านการสาธิตการเกษตรและการพัฒนากระบวนการจัดการผลผลิต การคัดคุณภาพและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมช่วยลดความเสียหายระหว่างการขนส่งและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร
งานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอีกภารกิจสำคัญของศูนย์ เพราะพื้นที่เลอตอตั้งอยู่ในแนวภูเขาที่มีความลาดชันและมีความเสี่ยงต่อการชะล้างหน้าดิน แนวทางการดำเนินงานครอบคลุมการส่งเสริมป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกหญ้าแฝก การผลิตปุ๋ยหมัก และการส่งเสริมการปลูกกาแฟร่วมกับไม้ป่า เพื่อช่วยดูแลทรัพยากรดินและน้ำควบคู่กับการสร้างอาชีพ
ชุมชนปกาเกอะญอเป็นประชากรหลักของพื้นที่ มีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับภูเขา ป่าไม้ และการเกษตรมาอย่างยาวนาน การดำเนินงานพัฒนาชุมชนจึงต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้แนวทางส่งเสริมอาชีพสอดคล้องกับความต้องการและสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวและกลุ่มศึกษาดูงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอเป็นพื้นที่เรียนรู้การพัฒนาอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในบริบทของชุมชนภูเขาห่างไกล ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้แนวทางการปลูกพืชเศรษฐกิจ การจัดการระบบเกษตรกรรม และการทำงานร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต โดยควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อจัดการเยี่ยมชมอย่างเหมาะสม
การเดินทางไปยังศูนย์เลอตอต้องผ่านพื้นที่ภูเขาที่มีถนนคดเคี้ยวและความลาดชันหลายช่วง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่อาจมีปัญหาถนนลื่นหรือการเข้าถึงบางพื้นที่ การเตรียมยานพาหนะที่เหมาะสมและการตรวจสอบเส้นทางจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรใช้เส้นทางไปน้ำตกปิ๊ตุโกรในอำเภออุ้มผางแทนเส้นทางเข้าสู่ศูนย์ เนื่องจากเป็นสถานที่ต่างอำเภอและมีจุดหมายปลายทางแตกต่างกัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอเหมาะกับผู้สนใจการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมทดแทนการปลูกฝิ่น การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้วิถีชีวิตปกาเกอะญอ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเชื่อมโยงกันตามแนวทางโครงการหลวง
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (เวลาทำการสำนักงาน)
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น. (เวลาทำการสำนักงาน)
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากเดินทางไปอำเภอแม่สอดและอำเภอแม่ระมาด จากนั้นใช้เส้นทางภูเขาเข้าสู่ตำบลแม่ตื่นและบ้านเลอตอ โดยควรประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์เพื่อยืนยันเส้นทางและสภาพถนนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและการเดินทางเป็นหมู่คณะศึกษาดูงาน

40. สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสถานีวิจัยและพัฒนาการเกษตรลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นับเป็นสถานีต้นแบบแห่งแรกที่นำองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงของโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีภารกิจด้านการวิจัยพืชเศรษฐกิจ การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาระบบดินและน้ำ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยตั้งสำนักงานตามข้อมูลของมูลนิธิโครงการหลวงที่เลขที่ 119/53 หมู่ 9 ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31260
ไฮไลต์: สถานีลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง การขยายแนวทางพัฒนาจากพื้นที่สูงสู่ที่ราบสูง ประวัติโครงการพัฒนาพื้นที่ละหานทราย โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 งานวิจัยพืชเศรษฐกิจ โรงเรือนทดลอง มะเขือเทศเชอร์รี เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส คะน้าฮ่องกง มัลเบอร์รี มะเดื่อฝรั่ง การอนุรักษ์น้ำและดิน และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่โนนดินแดงมีความเกี่ยวข้องกับพระราชดำริในช่วงปี 2521–2522 ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งการขาดแคลนน้ำ ปัญหาความมั่นคง และข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ พระราชดำริให้สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำ รวมถึงส่งเสริมสาธารณูปโภคพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นรากฐานให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ต่อมาในเดือนธันวาคม 2524 มีการเริ่มก่อสร้างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 อำเภอละหานทราย เพื่อสนับสนุนการรับซื้อและแปรรูปผลผลิตเกษตร เปิดโอกาสให้ชุมชนมีตลาดรองรับผลผลิตและมีการจ้างงาน แนวคิดนี้เชื่อมโยงกระบวนการผลิตตั้งแต่แปลงเกษตรจนถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตในโรงงาน ก่อนที่กิจการจะยุติลงในปี 2543 ภายหลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ
ในปี 2546 มูลนิธิโครงการหลวงร่วมประสานงานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาการใช้พื้นที่และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยส่งเสริมแนวคิดวิสาหกิจชุมชน ต่อมามีการจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป อำเภอโนนดินแดง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551 การพัฒนาช่วงนี้ช่วยวางพื้นฐานการรวมกลุ่มด้านการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรในพื้นที่
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 มีการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงตามแบบโครงการหลวงมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ราบสูง และมีการจัดตั้งสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 การขยายงานครั้งนี้สะท้อนหลักการสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมที่ต้องปรับองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ อุณหภูมิ แหล่งน้ำ และความต้องการของชุมชนในแต่ละภูมิภาค
พื้นที่ดำเนินงานของสถานีมีขนาดรวม 94 ไร่ 75 ตารางวา แบ่งเป็น 3 แปลง อยู่ในลักษณะภูมิประเทศที่ราบสูงและเนินลูกคลื่น ระดับความสูงประมาณ 208–233 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งแตกต่างจากสถานีเกษตรหลวงในภาคเหนืออย่างชัดเจน การทดลองชนิดพืช ระบบโรงเรือน และวิธีการให้น้ำจึงต้องออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนกว่าและเงื่อนไขด้านทรัพยากรของจังหวัดบุรีรัมย์
งานวิจัยของสถานีมุ่งศึกษาการผลิตพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น มะเขือเทศเชอร์รี เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส คะน้าฮ่องกง มัลเบอร์รี และมะเดื่อฝรั่ง รวมถึงพืชทดลองอื่นตามแนวทางการพัฒนาของหน่วยงาน การปลูกพืชในโรงเรือนช่วยให้สามารถจัดการน้ำ อุณหภูมิ และปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการผลิต
การจัดการทรัพยากรน้ำมีความสำคัญต่อพื้นที่โนนดินแดง เนื่องจากระบบแหล่งน้ำลำนางรองและเขื่อนลำนางรองมีบทบาทต่อเกษตรกรรมและการดำรงชีวิตของประชาชน การพัฒนาระบบให้น้ำและการปรับปรุงคุณภาพดินจึงเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสนับสนุนการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว
พื้นที่สำคัญภายในสถานีประกอบด้วยอาคารอำนวยการ โรงเรือนทดลอง แปลงสาธิตการเกษตร แปลงปลูกกลางแจ้ง และระบบสนับสนุนการจัดการน้ำ อาคารอำนวยการมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 505 ตารางเมตร และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตรของสถานี
สถานีมีความเกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ บ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านป่าไม้สหกรณ์ บ้านคลองหิน บ้านคลองโป่ง และบ้านหนองเสม็ด โดยการทำงานพัฒนาพื้นที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การสนับสนุนอาชีพ และการสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เป้าหมายสำคัญคือการนำงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงเป็นพื้นที่ศึกษาด้านการเกษตรและประวัติศาสตร์การพัฒนาชนบทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเข้าชมแปลงทดลองและศึกษาดูงานควรติดต่อประสานงานกับมูลนิธิโครงการหลวงก่อน เพราะสถานีเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานวิจัย ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดทุกส่วนให้เข้าชมอย่างอิสระ
นักท่องเที่ยวยังสามารถเชื่อมโยงการศึกษาสถานีกับแหล่งเรียนรู้และธรรมชาติของอำเภอโนนดินแดง ได้แก่ เขื่อนลำนางรอง หาดลำนางรอง อนุสาวรีย์เราสู้ ปราสาทหนองหงส์ และจุดชมวิวผาแดง สถานที่เหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ประวัติศาสตร์ความมั่นคง และมรดกวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งสัมพันธ์กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในอดีต
สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดงจึงมีคุณค่าในฐานะหน่วยงานลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง และเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูงไปปรับใช้ในบริบทใหม่ของประเทศ ผ่านการวิจัยพืช การพัฒนาระบบการผลิต การอนุรักษ์ทรัพยากร และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ชุมชนในพื้นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สถานะการดำเนินงาน: เปิดดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร
การเข้าศึกษาดูงาน: ติดต่อมูลนิธิโครงการหลวงล่วงหน้า
การเดินทาง: จากตัวเมืองบุรีรัมย์เดินทางด้วยรถยนต์ไปอำเภอโนนดินแดง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด จากนั้นเข้าสู่บริเวณสถานีตามจุดนัดหมายที่เจ้าหน้าที่กำหนด เนื่องจากพื้นที่ดำเนินงานประกอบด้วยแปลงวิจัยหลายแห่ง ควรยืนยันตำแหน่งสำนักงานและพื้นที่ศึกษาดูงานก่อนออกเดินทาง
ตารางสรุป 40 ที่เที่ยวโครงการหลวงในประเทศไทย
| ลำดับ | ชื่อสถานที่ (ลิงก์รายละเอียด) | จังหวัด | จุดเด่น | แผนที่ |
| 1 | สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | สถานีเกษตรหลวงแห่งแรกของโครงการหลวง แปลงทดลองพืชเขตหนาว สวนไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว ภูมิทัศน์ดอยอ่างขาง ประวัติศาสตร์การส่งเสริมอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น และวิถีชุมชนบนพื้นที่สูง | แผนที่ GPS |
| 2 | สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การเกษตรบนพื้นที่สูง งานวิจัยพืชเมืองหนาว ไม้ดอกและพืชผัก ภูมิประเทศดอยอินทนนท์ อากาศเย็น ระบบนิเวศป่าภูเขา และการเรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนตามหลักโครงการหลวง | แผนที่ GPS |
| 3 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | แปลงสาธิตการเกษตร การปลูกผักเมืองหนาว ผักอินทรีย์ ระบบปลูกพืชไร้ดิน พืชสมุนไพร การเรียนรู้เทคโนโลยีเกษตร และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อบริเวณม่อนแจ่ม | แผนที่ GPS |
| 4 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การเกษตรบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านธารทอง การจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ การเรียนรู้การผลิตพืช ทิวทัศน์ภูเขาแม่ออน และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติใกล้พื้นที่ห้วยแก้ว | แผนที่ GPS |
| 5 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาแม่แตง วิถีชุมชนเมืองก๋าย แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรม การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบริเวณดอยม่อนเงาะ | แผนที่ GPS |
| 6 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | การเกษตรเมืองหนาวบนภูเขาชายแดน พื้นที่สูงประมาณ 1,300–1,500 เมตร วิถีชุมชนบ้านผาตั้ง ภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอเวียงแก่น การจัดการทรัพยากรพื้นที่ลาดชัน และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อดอยผาตั้ง | แผนที่ GPS |
| 7 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน | แม่ฮ่องสอน | การเกษตรพื้นที่สูง วิถีชุมชนแม่ลาน้อย ภูมิประเทศหุบเขาและนาขั้นบันไดตามฤดูกาล งานพัฒนาอาชีพชุมชน การเรียนรู้การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อบ้านห้วยห้อม | แผนที่ GPS |
| 8 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | แปลงสาธิตการเกษตร พืชผักและไม้ผลบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนเชียงดาว ภูมิประเทศแนวชายแดน การอนุรักษ์ทรัพยากร และการเรียนรู้แนวทางพัฒนาอาชีพในพื้นที่ภูเขา | แผนที่ GPS |
| 9 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | วิถีเกษตรกรรมชุมชนขุนแปะ พื้นที่ปลูกพืชบนภูเขา งานพัฒนาอาชีพเกษตรกร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิทัศน์อำเภอจอมทอง และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับพื้นที่สูง | แผนที่ GPS |
| 10 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2522 การเรียนรู้พืชผักและไม้ผลบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนแม่วิน ทิวทัศน์ภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ | แผนที่ GPS |
| 11 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ชุมชนบ้านแม่แพะ ภูมิทัศน์ภูเขาสะเมิง การอนุรักษ์ดินและน้ำ งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกร และการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น | แผนที่ GPS |
| 12 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน | แม่ฮ่องสอน | การเกษตรและพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ชุมชนบ้านอมพายใต้ ภูมิทัศน์อำเภอแม่สะเรียง วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น การจัดการป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางโครงการหลวง | แผนที่ GPS |
| 13 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานส่งเสริมเกษตรกรรมชุมชนบ้านทุ่งเรา การพัฒนาอาชีพในอำเภอสะเมิง การจัดการดินและน้ำ พื้นที่เกษตรตามหุบเขา การเรียนรู้การผลิตพืช และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแม่ริม–สะเมิง | แผนที่ GPS |
| 14 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม การเรียนรู้การพัฒนาชุมชนเชิงเขา วิถีชีวิตบ้านแม่ขะนิลเหนือ การจัดการดินและน้ำ และภูมิทัศน์เส้นทางหางดง–สะเมิง | แผนที่ GPS |
| 15 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จังหวัดพะเยา | พะเยา | การเกษตรบนพื้นที่สูงในจังหวัดพะเยา ชุมชนม้งและเมี่ยน ภูมิทัศน์ภูลังกา แปลงเกษตรบนไหล่เขา งานพัฒนาอาชีพ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติอำเภอปง | แผนที่ GPS |
| 16 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | พื้นที่เกษตรบนภูเขาแม่แจ่ม การพัฒนาอาชีพชุมชนปางอุ๋ง วิถีชีวิตเกษตรกรบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การจัดการดินกับน้ำบนพื้นที่ลาดชัน | แผนที่ GPS |
| 17 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม ชุมชนป่าเมี่ยงและเทพเสด็จ วิถีการเก็บใบเมี่ยง ภูมิทัศน์ป่าต้นน้ำ การเพาะปลูกในพื้นที่ภูเขา และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้กับวิถีชีวิตท้องถิ่น | แผนที่ GPS |
| 18 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน | ลำพูน | การเกษตรและพัฒนาอาชีพชุมชนพระบาทห้วยต้ม วัฒนธรรมกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ วิถีมังสวิรัติ งานทอผ้า หัตถกรรมเงิน และความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของชุมชน | แผนที่ GPS |
| 19 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การส่งเสริมเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ชุมชนแม่โถ ภูมิประเทศอำเภอฮอด การพัฒนาอาชีพเกษตรกร การดูแลป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลาดชันอย่างเหมาะสม | แผนที่ GPS |
| 20 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การเกษตรชุมชนบนพื้นที่เชิงเขา งานพัฒนาอาชีพเกษตรกร บ้านห้วยน้ำดิบ การจัดการดินและน้ำ ภูมิประเทศทาเหนือ และการเรียนรู้การพัฒนาชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ | แผนที่ GPS |
| 21 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การพัฒนาอาชีพชุมชนปกาเกอะญอ ป่าสนวัดจันทร์ การเกษตรบนพื้นที่สูง การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทิวทัศน์ธรรมชาติอำเภอกัลยาณิวัฒนา | แผนที่ GPS |
| 22 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2543 การจัดการพื้นที่ต้นน้ำ การส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม วิถีชุมชนภูเขาจอมทอง และการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตรกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ | แผนที่ GPS |
| 23 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | ประวัติการพัฒนาอาชีพตั้งแต่ปี 2525 การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านห้วยน้ำริน การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การปรับเปลี่ยนระบบเกษตรกรรมบนภูเขา | แผนที่ GPS |
| 24 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | ประวัติการพัฒนาพื้นที่สูงในระยะแรกของโครงการหลวง การส่งเสริมพืชเมืองหนาว การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ชุมชนแม่สาใหม่ การจัดการป่าต้นน้ำ และภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอแม่ริม | แผนที่ GPS |
| 25 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | การเกษตรในพื้นที่ภูเขาลาดชัน พืชผักเมืองหนาว งานพัฒนาอาชีพชุมชนบ้านห้วยโป่ง การจัดการดินและน้ำ วิถีเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง และภูมิทัศน์ธรรมชาติอำเภอเวียงป่าเป้า | แผนที่ GPS |
| 26 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | การเกษตรเมืองหนาวบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาชายแดนไทย–ลาว วิถีชุมชนบ้านห้วยแล้ง การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ดินและน้ำ และการเรียนรู้การพัฒนาอาชีพชุมชน | แผนที่ GPS |
| 27 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | งานส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมชุมชนสะโง๊ะ วัฒนธรรมอาข่า ภูมิทัศน์สามเหลี่ยมทองคำ การเกษตรบนพื้นที่เนินเขา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน | แผนที่ GPS |
| 28 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมในอำเภอหางดง การเรียนรู้การผลิตพืชบนพื้นที่เชิงเขา การจัดการดินและน้ำ วิถีชุมชนบ้านปง ภูมิทัศน์แนวเขาหางดง–สะเมิง และการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ | แผนที่ GPS |
| 29 | โครงการหลวงแม่แฮเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | พื้นที่ดำเนินงานโครงการหลวงแม่แฮ ชุมชนแม่แฮเหนือ การพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขาแม่แจ่ม การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้การปรับเปลี่ยนระบบการเกษตร | แผนที่ GPS |
| 30 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | ประวัติการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2526 การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง วิถีชุมชนบ้านห้วยน้ำขุ่น การจัดการดินและน้ำ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และภูมิทัศน์ภูเขาอำเภอแม่สรวย | แผนที่ GPS |
| 31 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานส่งเสริมเกษตรกรรมตั้งแต่ปี 2526 แปลงผักเมืองหนาวและพืชอินทรีย์ วิถีชุมชนปกาเกอะญอ นาขั้นบันไดตามฤดูกาล แหล่งน้ำธรรมชาติ การพักผ่อนท่ามกลางภูเขา และการเรียนรู้การจัดการทรัพยากรบนพื้นที่สูง | แผนที่ GPS |
| 32 | สถานีเกษตรหลวงปางดะ จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | สถานีวิจัยและสาธิตการเกษตร พืชผักและพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง การพัฒนาพันธุ์พืช เทคโนโลยีการเพาะปลูก พื้นที่เกษตรสะเมิง และการเรียนรู้บทบาทการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง | แผนที่ GPS |
| 33 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง จังหวัดเชียงราย | เชียงราย | เกษตรกรรมบนพื้นที่สูงประมาณ 1,000–1,400 เมตร พืชเมืองหนาว วิถีชุมชนบนภูเขา การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การจัดการพื้นที่ลาดชัน และภูมิประเทศรอยต่อเชียงราย–เชียงใหม่ | แผนที่ GPS |
| 34 | สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | สถานีวิจัยโครงการหลวง การศึกษาการผลิตพืช การทดลองเทคโนโลยีเกษตร แปลงวิจัย สภาพภูมิประเทศแม่แตง การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ และการเรียนรู้ความสำคัญของงานวิจัยต่อการพัฒนาพื้นที่สูง | แผนที่ GPS |
| 35 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | งานพัฒนาอาชีพชุมชนหนองเขียว การเกษตรบนพื้นที่สูง ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ พื้นที่เกษตรอำเภอเชียงดาว การจัดการดินและน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติเมืองนะ–อรุโณทัย | แผนที่ GPS |
| 36 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | การเกษตรในลุ่มน้ำกก วิถีชุมชนบ้านห้วยศาลา การส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูง การอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ ภูมิทัศน์ภูเขาแม่อาย และการเรียนรู้ระบบการผลิตพืชตามแนวทางโครงการหลวง | แผนที่ GPS |
| 37 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | แปลงสาธิตการเกษตรบนพื้นที่สูง ผลผลิตโครงการหลวง วิถีชุมชนตำบลปิงโค้ง การจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำห้วยลึก ภูมิทัศน์ภูเขาเชียงดาว และการเรียนรู้ระบบการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ | แผนที่ GPS |
| 38 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่ | ประวัติการก่อตั้งในปี 2528 การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง พืชผักและไม้ผลเมืองหนาว แปลงทดสอบและสาธิตการผลิตพืช ชุมชนปกาเกอะญอและม้ง การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และการเรียนรู้ระบบเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับภูมิประเทศดอยอินทนนท์ | แผนที่ GPS |
| 39 | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก | ตาก | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งที่ 39 ประวัติการจัดตั้งในปี 2559 การพัฒนาอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น การส่งเสริมผักและไม้ผลเมืองหนาว กาแฟอาราบิก้า ระบบวนเกษตร วิถีชุมชนปกาเกอะญอ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และแปลงสาธิตการเกษตรบ้านเลอตอ–บ้านจ่อคี | แผนที่ GPS |
| 40 | สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ | บุรีรัมย์ | สถานีลำดับที่ 40 วิจัยพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | แผนที่ GPS |
ตารางแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวโครงการหลวง
| เชียงใหม่ – แม่ริม | ศูนย์หนองหอย, แม่สาใหม่, ม่อนเงาะ | ศึกษาเกษตรเมืองหนาวและวางแผนชมภูเขาแถบแม่ริม–แม่แตง |
| เชียงใหม่ – ดอยอินทนนท์และแม่วาง | สถานีอินทนนท์, ขุนวาง, แม่สะป๊อก, ทุ่งหลวง | ศึกษาพืชเมืองหนาว วิถีชุมชนและป่าต้นน้ำ |
| เชียงใหม่ – สะเมิง | สถานีปางดะ, ทุ่งเรา, แม่แพะ | ศึกษาสถานีวิจัยและการพัฒนาอาชีพในหุบเขา |
| เชียงใหม่ – เชียงดาวและฝาง | สถานีอ่างขาง, แกน้อย, หนองเขียว, ห้วยลึก, หมอกจ๋าม | เรียนรู้การเกษตรชุมชนและภูมิประเทศตอนเหนือ |
| เชียงใหม่ – แม่ออน ดอยสะเก็ด | ตีนตก, แม่ทาเหนือ, ป่าเมี่ยง | เรียนรู้เกษตรชุมชน ป่าต้นน้ำและภูมิปัญญาเมี่ยง |
| เชียงราย – เวียงป่าเป้าและแม่สรวย | ห้วยน้ำริน, ห้วยโป่ง, แม่ปูนหลวง, ห้วยน้ำขุ่น | ศึกษาการผลิตพืชและการจัดการดินน้ำพื้นที่ลาดชัน |
| เชียงราย – เวียงแก่น เชียงแสน | ผาตั้ง, ห้วยแล้ง, สะโง๊ะ | เรียนรู้เกษตรชายแดนและชุมชนชาติพันธุ์ |
| แม่ฮ่องสอน – ลำพูน – ตาก | แม่ลาน้อย, แม่สะเรียง, พระบาทห้วยต้ม, เลอตอ | ควรแบ่งเป็นทริปตามจังหวัด เนื่องจากอยู่ห่างกันมาก |
| บุรีรัมย์ – โนนดินแดง | สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง | ศึกษาการพัฒนาพื้นที่ราบสูงและประวัติศาสตร์โครงการพระราชดำริ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการหลวงในประเทศไทยมีทั้งหมดกี่แห่ง?
ตอบ: ตามบัญชีที่ใช้จัดทำบทความนี้มี 40 แห่ง โดยรวมสถานีเกษตรหลวง สถานีวิจัย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง
ถาม: โครงการหลวง 40 แห่งอยู่ในกี่จังหวัด?
ตอบ: อยู่ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ตาก และบุรีรัมย์
ถาม: โครงการหลวงแห่งที่ 40 อยู่ที่ไหน?
ตอบ: สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
ถาม: สถานีโนนดินแดงจัดตั้งเมื่อใด?
ตอบ: จัดตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 เป็นสถานีลำดับที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง
ถาม: สถานีโนนดินแดงแตกต่างจากโครงการหลวงภาคเหนืออย่างไร?
ตอบ: เป็นสถานีต้นแบบนำแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงมาปรับใช้กับพื้นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีอากาศและสภาพการเกษตรแตกต่างกัน
ถาม: สถานีเกษตรหลวงแห่งแรกคือที่ไหน?
ตอบ: สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญในระยะแรกของงานโครงการหลวง
ถาม: สถานีวิจัยกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงต่างกันอย่างไร?
ตอบ: สถานีวิจัยเน้นการศึกษา ทดลองและพัฒนาองค์ความรู้ ส่วนศูนย์พัฒนาเน้นการถ่ายทอดและประยุกต์ความรู้เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร
ถาม: โครงการหลวงทุกแห่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ทุกพื้นที่เปิดให้เข้าชมโดยอิสระ หลายแห่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ถาม: ควรเที่ยวโครงการหลวงช่วงไหน?
ตอบ: ฤดูหนาวเหมาะกับการชมอากาศเย็นและพืชเมืองหนาวในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนสถานีโนนดินแดงเน้นการศึกษาดูงานตามเวลาที่หน่วยงานกำหนด
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางต่างจากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) หรือไม่?
ตอบ: เป็นคนละหน่วยงาน ควรใช้ชื่อและพิกัดให้ตรงกับสถานที่ที่ต้องการไป
ถาม: จะเดินทางไปสถานีโนนดินแดงอย่างไร?
ตอบ: เดินทางสู่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันจุดนัดหมายและแปลงศึกษาดูงาน
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว



