หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เวียงป่าเป้า
>ต.เวียง
> ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง
TL;DR: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง เปิดทุกวัน เวลา 06:00 - 17:00 น. จุดเด่นคือ พื้นที่สูง 1,000–1,400 เมตร อากาศเย็น เหมาะกับพืชเมืองหนาวและการชมทะเลหมอกในบางฤดูกาล.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 - 17:00 น.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง เป็นหนึ่งในพื้นที่พัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงที่มีเรื่องราวชัดเจนมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เพราะสถานที่แห่งนี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ป่าที่เคยถูกแปรสภาพไปเป็นไร่ฝิ่นขนาดใหญ่ กลับคืนสู่พื้นที่เกษตรคุณภาพและแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ เมื่อมองจากปัจจุบัน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะชมวิวหรือแปลงเกษตร แต่เป็นตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่สูงที่เชื่อมโยงเรื่องป่า น้ำ อาชีพ และคุณภาพชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2523 หลังจากพื้นที่แถบแม่ปูนหลวงเผชิญปัญหาการปลูกฝิ่นเป็นวงกว้างถึงประมาณ 1,400 ไร่ แม้ว่าราษฎรจำนวนไม่น้อยจะมีรายได้จากฝิ่น แต่คุณภาพชีวิตโดยรวมกลับไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วย หลายครัวเรือนยังเผชิญปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ที่ไม่มั่นคง และเด็กกับเยาวชนยังขาดโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิโครงการหลวงจึงเข้าไปวางรากฐานการพัฒนา โดยมุ่งให้ชุมชนมีทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิมและไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่
เดิมศูนย์ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ปูนหลวง ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่เนื่องจากการคมนาคมในอดีตไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางเข้าถึงลำบากมาก จึงมีการย้ายที่ตั้งมาอยู่ที่บ้านขุนแจ๋ ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2527 เพื่อให้การปฏิบัติงาน การคมนาคม และการเชื่อมต่อกับพื้นที่ชุมชนทำได้คล่องตัวขึ้น แม้สำนักงานจะย้ายมาอยู่ฝั่งเชียงใหม่ แต่เรื่องราวของแม่ปูนหลวงยังคงเชื่อมโยงกับพื้นที่เดิมในจังหวัดเชียงรายอย่างแน่นแฟ้น ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน และการรับรู้ของนักท่องเที่ยวที่ยังค้นหาสถานที่นี้ในฐานะหนึ่งในที่เที่ยวเชียงรายสายโครงการหลวง
ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงมีพื้นที่รับผิดชอบเดิมประมาณ 26.68 ตารางกิโลเมตร และมีการดำเนินการขอขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก 45.20 ตารางกิโลเมตร พื้นที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000–1,400 เมตร จึงมีภูมิอากาศเย็นสบายและเหมาะกับการปลูกพืชเมืองหนาวหลายชนิด ความสูงระดับนี้ยังทำให้ภูมิทัศน์ของแม่ปูนหลวงดูมีมิติเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นแนวเขาที่ซ้อนตัวกันในระยะไกล ป่าที่ยังคงความเขียวชอุ่มในหลายช่วง หรือทะเลหมอกที่เกิดขึ้นในวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย จนทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์ไม่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวภูเขาชื่อดังหลายแห่งในภาคเหนือ
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของแม่ปูนหลวงคือการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงสาธิตและแปลงเกษตรของชุมชนได้อย่างใกล้ชิด ภายในบริเวณหน่วยย่อยสามลี่มีแปลงสาธิตไม้ผล เช่น พีชและพลัม ซึ่งเป็นไม้ผลเมืองหนาวที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีสวนชาของเกษตรกรที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ชมและชิมชาในบรรยากาศจริงของแหล่งผลิต ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์หยวนจืออู่หลง ชาเบอร์ 12 และชาพันธุ์สามฤดู สิ่งเหล่านี้ทำให้การมาเที่ยวแม่ปูนหลวงไม่ใช่เพียงการเดินดูสวน แต่เป็นการเข้าใจว่าพืชเมืองหนาวคุณภาพสูงเกิดขึ้นจากภูมิประเทศ ความรู้ และระบบส่งเสริมของโครงการหลวงอย่างไร
นอกจากชาและไม้ผลแล้ว แปลงเกษตรของชาวบ้านยังเป็นอีกส่วนที่น่าสนใจมาก เพราะสะท้อนให้เห็นภาพของการปรับตัวของชุมชนบนพื้นที่สูงได้อย่างชัดเจน พืชอย่างเซเลอรี่ พาร์สเลย์ และปวยเหล็งเป็นตัวอย่างของพืชที่ให้ผลผลิตได้ตลอดปีในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสม นักท่องเที่ยวที่สนใจงานเกษตรจะเห็นว่าศูนย์แห่งนี้ไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเพียงสถานที่โชว์ผลผลิต แต่เป็นพื้นที่ที่ผลผลิตเหล่านั้นเชื่อมโยงกับรายได้จริงและคุณภาพชีวิตจริงของคนในชุมชน จึงช่วยให้การท่องเที่ยวมีเนื้อหาลึกกว่าการมาถ่ายภาพแล้วเดินกลับ
อีกจุดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนคือความงดงามของดอกสะแตติสและแคสเปียร์ ซึ่งเป็นไม้ดอกที่ออกดอกได้ตลอดปีและช่วยเติมสีสันให้กับภูมิทัศน์ของศูนย์อย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพหรือชอบบรรยากาศสวนดอกไม้บนดอย แม่ปูนหลวงถือเป็นจุดที่มีเสน่ห์พิเศษ เพราะดอกไม้เหล่านี้ไม่ได้ถูกปลูกเป็นเพียงฉากถ่ายรูป แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเกษตรที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน บรรยากาศโดยรวมจึงดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดแต่งขึ้นเพื่อการชมเพียงอย่างเดียว
ในด้านธรรมชาติ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงมีจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น–ตกภายในศูนย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศของแนวเขาและป่าที่ทอดยาวอยู่รอบตัว โดยในวันที่อากาศดี จุดชมวิวบ้านขุนแจ๋จะเผยให้เห็นประกายแสงบนภูเขาและชั้นเมฆที่กระจายตัวอย่างงดงาม จนหลายคนเปรียบว่าเหมือนประกายเพชรจากธรรมชาติ ความงามแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะกลายเป็นความทรงจำที่ชัดมาก เพราะเป็นความสวยที่ผูกกับสภาพอากาศจริงและจังหวะจริงของพื้นที่
เส้นทางขุนแจ๋–แม่ปูนหลวง–ห้วยทรายก็เป็นอีกเส้นทางที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เหมาะกับการเดินทางแนว off-road สำหรับผู้ที่ชอบเส้นทางธรรมชาติและการผจญภัยแบบเบา ๆ เส้นทางนี้ให้ภาพของดอยสวย ป่าเขียว และสายน้ำที่ยังมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่สามารถต่อยอดกิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะเดินป่า เล่นน้ำตก หรือพักผ่อนในบรรยากาศป่ากลางไพรได้อย่างดี ความเป็นธรรมชาติของโซนนี้จึงเหมาะมากกับคนที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ ไม่แออัด และให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์มากกว่ากิจกรรมเชิงพาณิชย์
เมื่อมองในมิติของวัฒนธรรม แม่ปูนหลวงมีคุณค่ามากเพราะเป็นพื้นที่ของชุมชนชาติพันธุ์ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลีซู มูเซอ และอาข่า วิถีชีวิตของแต่ละกลุ่มยังสะท้อนออกมาในประเพณี ภาษา การแต่งกาย งานหัตถกรรม และจังหวะชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ประเพณีขึ้นปีใหม่หรือที่ชาวลีซูเรียกว่า “กินวอ” มักจัดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่พิธีกินข้าวใหม่ของชาวลีซูก็จะอยู่ราวเดือนสิงหาคม ประเพณีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงงานประจำปี แต่เป็นช่วงเวลาที่ชุมชนยืนยันตัวตนของตนเอง และทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพของวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง
ความพิเศษอีกอย่างของแม่ปูนหลวงคือการได้เห็นวิถีชีวิตของชุมชนแบบไม่เร่งรีบ บ้านเรือน แปลงเกษตร การทำงานของชาวบ้าน และกิจกรรมในชีวิตประจำวันช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจมากขึ้นว่าการพัฒนาพื้นที่สูงไม่ใช่เพียงเรื่องผลผลิต แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผืนป่า น้ำ และที่ดินด้วย เมื่อมองผ่านมุมนี้ แม่ปูนหลวงจึงเป็นมากกว่าจุดท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้เห็นทั้งอดีตและปัจจุบันของการเปลี่ยนแปลงบนพื้นที่สูงอย่างเป็นธรรมชาติ
ของฝากของที่ระลึกจากแม่ปูนหลวงก็น่าสนใจไม่แพ้กัน พืชผักและไม้ผลเมืองหนาวคือของฝากที่เชื่อมตรงกับผลผลิตของชุมชน ขณะที่หัตถกรรมเย็บปักถักร้อยของชาวมูเซอและงานปักผ้าของชาวลีซอสะท้อนทักษะทางวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ใบชาอู่หลงก็เป็นของฝากอีกชนิดที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการพกเอารสชาติและกลิ่นอายของพื้นที่กลับบ้าน ของฝากในลักษณะนี้ช่วยให้การเดินทางมีความหมายมากขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงการซื้อของ แต่เป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจชุมชนและเก็บเรื่องราวของพื้นที่กลับไปพร้อมกัน
ในเรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงมีบ้านพักรับรองภายในศูนย์จำนวน 1 หลัง รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 20 คน และมีเต็นท์ให้เช่าขนาด 4 คนพร้อมถุงนอน จึงเหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างเพื่อชมบรรยากาศเช้าและเย็นอย่างเต็มที่ แม้ภายในศูนย์จะไม่มีร้านอาหารบริการโดยตรง แต่บริเวณใกล้เคียงมีร้านค้าชาวบ้านซึ่งช่วยรองรับผู้มาเยือนได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันในโซนบ้านขุนแจ๋และเส้นทางผ่านก็เริ่มมีคาเฟ่และที่พักขนาดเล็กมากขึ้น ทำให้การเดินทางมาพักค้างไม่ลำบากเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
การเดินทาง ไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงสามารถเลือกได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่–พร้าว ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร เมื่อเข้าเขตอำเภอพร้าวแล้วใช้ถนนลาดยางต่อไปทางอำเภอเวียงป่าเป้าและบ้านขุนแจ๋อีกราว 22 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือใช้ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่–เชียงราย ถึงกิโลเมตรที่ 52 ในเขตเวียงป่าเป้า แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1150 ต่ออีกประมาณ 33 กิโลเมตร ทั้ง 2 เส้นทางใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท และหากไม่ขับรถเองก็สามารถใช้บริการรถยนต์รับจ้างจากจุดจอดบริเวณสถานีขนส่งช้างเผือกได้เช่นกัน
จุดที่ทำให้แม่ปูนหลวงน่าสนใจมากในเชิงการวางแผนเที่ยว คือการเป็นจุดเชื่อมระหว่างบรรยากาศภูเขาของพร้าวกับความทรงจำทางภูมิศาสตร์ของเวียงป่าเป้า จึงเหมาะทั้งกับคนที่มาจากเชียงใหม่และคนที่จัดทริปต่อไปเชียงราย นักท่องเที่ยวสามารถวางโปรแกรมแบบเที่ยวเช้า–เย็นกลับได้ แต่หากต้องการสัมผัสธรรมชาติให้เต็มที่จริง การพักค้างสัก 1 คืนจะช่วยให้เห็นเสน่ห์ของพื้นที่ได้ชัดกว่า โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและยามค่ำที่อากาศเย็นลงมาก ทำให้ความเป็นดอยสูงของที่นี่เด่นชัดขึ้นอย่างมีเสน่ห์
ถ้ามองในฐานะที่เที่ยวสำหรับสายโครงการหลวง แม่ปูนหลวงมีลักษณะเฉพาะตรงที่ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามของแปลงเกษตรหรือสวนดอกไม้ แต่เด่นในเรื่องบรรยากาศภูเขา วิถีชุมชน และความเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องการพัฒนาพื้นที่สูงจะเข้าใจได้ง่ายว่าทำไมโครงการหลวงจึงมีบทบาทสำคัญกับชุมชนบนเขา และทำไมสถานที่อย่างแม่ปูนหลวงจึงควรค่าแก่การเดินทางมาเห็นด้วยตาตนเองอย่างน้อยสักครั้ง
ในภาพรวม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ ชอบเกษตร ชอบวัฒนธรรม และอยากเที่ยวแบบลึกกว่าการเช็กอินทั่วไป พื้นที่แห่งนี้ให้ทั้งวิวทะเลหมอก แปลงชา แปลงไม้ผล ดอกไม้เมืองหนาว เส้นทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์ในฉากเดียวกัน จึงเป็นปลายทางที่สงบ มีเรื่องราว และมีมิติพอสำหรับการเที่ยวแบบค่อย ๆ ซึมซับมากกว่าการแวะผ่านอย่างรวดเร็ว
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ธรรมชาติ และวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เดิมของเวียงป่าเป้ากับที่ตั้งปัจจุบันที่บ้านขุนแจ๋ โดดเด่นเรื่องแปลงชา ไม้ผลเมืองหนาว ดอกไม้ จุดชมวิวทะเลหมอก และวิถีชุมชนชาติพันธุ์ |
| ที่ตั้งปัจจุบัน | บ้านขุนแจ๋ หมู่ 8 ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190 |
| ที่ตั้งเดิมตามประวัติ | บ้านแม่ปูนหลวง ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57170 |
| พิกัดโดยประมาณ | บ้านขุนแจ๋ ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ |
| ไฮไลต์ | แปลงสาธิตไม้ผล พีช พลัม สวนชาอู่หลง ชาเบอร์ 12 ดอกสะแตติสและแคสเปียร์ จุดชมวิวทะเลหมอก และวิถีชุมชนลีซู มูเซอ และอาข่า |
| ประวัติ / ยุค | ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2523 เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง ก่อนย้ายที่ตั้งมาบ้านขุนแจ๋ในปี พ.ศ. 2527 |
| ผู้ดูแล | มูลนิธิโครงการหลวง / เครือข่ายพื้นที่โครงการหลวงภายใต้ สวพส. |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่สูง 1,000–1,400 เมตร อากาศเย็น เหมาะกับพืชเมืองหนาวและการชมทะเลหมอกในบางฤดูกาล |
| การเดินทาง | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 1001 ไปพร้าวแล้วต่อบ้านขุนแจ๋อีกประมาณ 22 กม. หรือใช้ทางหลวง 118 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวง 1150 อีกประมาณ 33 กม. รถยนต์ทุกประเภทเข้าถึงได้ |
| สถานะปัจจุบัน | มีการดำเนินงานอยู่ในพื้นที่บ้านขุนแจ๋ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06:00 - 17:00 |
| ค่าเข้า | ไม่มีข้อมูลยืนยันค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพักรับรองภายในศูนย์ประมาณ 20 คน, เต็นท์ให้เช่าขนาด 4 คนพร้อมถุงนอน, ร้านค้าชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-939259, 081-9526352 |
| เว็บไซต์ / แหล่งข้อมูลหน่วยงาน | HRDI / Royal Project Area information |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวบ้านขุนแจ๋ – ประมาณ 1 กม. 2. วนอุทยานน้ำตกแม่โท – ประมาณ 18 กม. 3. อุทยานแห่งชาติขุนแจ – ประมาณ 22 กม. 4. น้ำตกขุนแจ – ประมาณ 23 กม. 5. บ้านแม่ปูนหลวง – ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ซันฮา Cafe’ บ้านขุนแจ๋ – ประมาณ 2 กม. โทร 064-035-8372 2. สายธารขุนแจ กาแฟขุนลาว – ประมาณ 19 กม. โทร 094-626-5963 3. ร้านค้าชาวบ้านบ้านขุนแจ๋ – ประมาณ 1 กม. 4. ร้านอาหารโซนอุทยานแห่งชาติขุนแจ – ประมาณ 22 กม. 5. ร้านอาหารชุมชนแม่ปูนหลวง – ประมาณ 20 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ขุนแจ๋เมาท์เทนวิว – ประมาณ 2 กม. โทร 080-677-3161 2. ที่พักบ้านขุนแจ๋ – ประมาณ 2 กม. โทร 097-228-1030 3. เก้าคอฟฟี่โฮมสเตย์ – ประมาณ 19 กม. โทร 065-491-4537 4. จุดกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติขุนแจ – ประมาณ 22 กม. โทร 053-609262 5. บ้านพักรับรองภายในศูนย์แม่ปูนหลวง – ภายในศูนย์ โทร 053-939259 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงอยู่จังหวัดเชียงรายหรือเชียงใหม่?
ตอบ: ตามประวัติเดิมพื้นที่เชื่อมโยงกับบ้านแม่ปูนหลวง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่ที่ตั้งดำเนินงานปัจจุบันอยู่บ้านขุนแจ๋ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: จุดเด่นของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสวนชาอู่หลง แปลงไม้ผลเมืองหนาว ดอกไม้บนพื้นที่สูง จุดชมวิวทะเลหมอก และวิถีชุมชนชาติพันธุ์ 3 เผ่า
ถาม: ไปเที่ยวช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะมาก เพราะอากาศเย็น วิวเปิดสวย และบรรยากาศของภูเขาชัดเจนเป็นพิเศษ
ถาม: ภายในศูนย์มีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักรับรองภายในศูนย์และมีเต็นท์ให้เช่า จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างเพื่อชมบรรยากาศเช้าและเย็น
ถาม: ภายในศูนย์มีร้านอาหารหรือไม่?
ตอบ: ภายในศูนย์ไม่มีร้านอาหารบริการโดยตรง แต่มีร้านค้าชาวบ้านและร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียง
ถาม: รถยนต์ทั่วไปสามารถขึ้นไปได้หรือไม่?
ตอบ: ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท ทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่บนดอย
ถาม: เที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อทริปไปยังจุดชมวิวบ้านขุนแจ๋ วนอุทยานน้ำตกแม่โท อุทยานแห่งชาติขุนแจ และน้ำตกขุนแจได้
โทร : 053263816
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
ทะเล และหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(