หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร > 40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด
TL;DR: 40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด เปิดเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวและประกาศของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เวลาเปิดทำการ.

กรุงเทพมหานคร

40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด

40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด

40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด รวบรวมจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติใต้ภูเขา ตั้งแต่ถ้ำหินปูนที่ประดับด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา ถ้ำทะเลที่ต้องลอยตัวผ่านช่องเขาไปพบชายหาดลับ ถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านและสามารถนั่งเรือสำรวจได้ ไปจนถึงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระพุทธรูป โบราณสถาน และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ภายใน จุดเด่นของการเที่ยวถ้ำในประเทศไทยคือความหลากหลายของภูมิประเทศที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาค ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้ทั้งแบบครอบครัว ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ถ่ายภาพ ศึกษาธรณีวิทยา และผจญภัย
 
ประเทศไทยมีภูเขาหินปูนกระจายอยู่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ภูเขาเหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน เมื่อหินปูนสัมผัสกับน้ำที่มีความเป็นกรดอ่อนตามธรรมชาติ หินจะค่อย ๆ ถูกละลายตามรอยแตกและช่องว่าง จนพัฒนาเป็นโพรง อุโมงค์ และระบบถ้ำขนาดต่าง ๆ ภายในถ้ำบางแห่งมีน้ำใต้ดินไหลผ่านตลอดปี ขณะที่บางแห่งเป็นถ้ำแห้งซึ่งสามารถเดินชมโถงหินขนาดใหญ่ได้ ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้แต่ละถ้ำมีลักษณะเฉพาะและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนกัน
 
หนึ่งในความงดงามที่ทำให้ถ้ำธรรมชาติได้รับความนิยมคือหินงอกหินย้อย ซึ่งเกิดจากน้ำที่ละลายแร่แคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนแล้วค่อย ๆ ตกตะกอนสะสมตัวเป็นเวลานาน หินย้อยเจริญตัวลงจากเพดาน ส่วนหินงอกก่อตัวขึ้นจากพื้นถ้ำ เมื่อกระบวนการดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานอาจเกิดเป็นเสาหินที่เชื่อมระหว่างพื้นกับเพดาน รูปร่างที่ปรากฏมีทั้งม่านหิน หลอดหิน เสาหิน และกลุ่มหินที่ดูคล้ายสัตว์หรือสิ่งของต่าง ๆ จนกลายเป็นที่มาของชื่อห้องถ้ำและเรื่องเล่าของชุมชน
 
ถ้ำบางแห่งมีคุณค่ามากกว่าความงามทางธรณีวิทยา เพราะยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สะท้อนการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอดีต ภาพเขียนสี เครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา โครงกระดูก และร่องรอยการใช้พื้นที่ถ้ำเป็นหลักฐานที่ช่วยให้เข้าใจสังคมก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ขณะที่ถ้ำอีกหลายแห่งได้รับการพัฒนาเป็นพุทธสถาน มีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างสำคัญตั้งอยู่ภายในโถงหิน ความสัมพันธ์ระหว่างถ้ำกับศาสนาและความเชื่อทำให้การท่องเที่ยวถ้ำสามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
 
ภาคเหนือมีถ้ำที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนและระบบน้ำใต้ดิน โดยเฉพาะถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และถ้ำในพื้นที่ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวสามารถพบทั้งโถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย ถ้ำที่ต้องใช้ผู้นำทางและตะเกียง รวมถึงแหล่งโบราณคดีที่แสดงร่องรอยของมนุษย์ในอดีต ส่วนจังหวัดเชียงรายมีถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นระบบถ้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทั้งด้านธรณีวิทยา การอนุรักษ์ และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
 
ภาคกลางและภาคตะวันตกมีถ้ำที่ผสมผสานธรรมชาติกับประวัติศาสตร์และศาสนาอย่างชัดเจน เช่น ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีพระพุทธรูปและแสงธรรมชาติส่องผ่านช่องเพดานถ้ำ ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ซึ่งโดดเด่นด้วยหินงอกหินย้อยและการจัดเส้นทางเดินชมภายใน และถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสและความงดงามของหินย้อยที่เป็นเอกลักษณ์
 
ภาคใต้มีความหลากหลายของถ้ำสูงมาก ทั้งถ้ำหินปูนบนภูเขา ถ้ำที่มีธารน้ำไหลลอด และถ้ำทะเลตามเกาะต่าง ๆ ของฝั่งอันดามัน ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง เป็นตัวอย่างของถ้ำทะเลที่ต้องลอยตัวผ่านอุโมงค์มืดก่อนพบชายหาดภายใน ส่วนถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง มีชื่อเสียงจากการนั่งเรือพายลอดใต้ภูเขา และถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล โดดเด่นด้วยโถงหินปูนขนาดใหญ่และหินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงอย่างงดงาม ความหลากหลายเช่นนี้ทำให้ภาคใต้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและการผจญภัย
 
การเลือกถ้ำสำหรับท่องเที่ยวควรพิจารณารูปแบบการเข้าชมเป็นสำคัญ ถ้ำบางแห่งมีทางเดินและไฟส่องสว่าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมอย่างสะดวก ขณะที่ถ้ำบางแห่งต้องเดินขึ้นภูเขา ใช้เรือพาย หรือลอยตัวผ่านทางน้ำใต้ดิน การเที่ยวถ้ำที่มีช่องทางแคบหรือพื้นที่มืดควรใช้บริการผู้นำทางในท้องถิ่น ผู้ที่กลัวที่แคบ มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว หรือเดินทางพร้อมเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ควรตรวจสอบลักษณะเส้นทางก่อนตัดสินใจ
 
สภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้ำที่มีธารน้ำไหลผ่านหรือถ้ำทะเล ซึ่งระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฝน กระแสน้ำ และน้ำขึ้นน้ำลง การเข้าถ้ำในช่วงฝนตกหนักอาจมีความเสี่ยงจากน้ำหลากอย่างรวดเร็ว แม้บริเวณปากถ้ำจะไม่มีฝนตกก็ตาม นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่ ประกาศของอุทยานแห่งชาติ และคำแนะนำของผู้ดูแลก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
สำหรับผู้ที่มีเวลาเที่ยวเพียง 1 วัน การเลือกถ้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและมีเส้นทางเข้าชมชัดเจนจะช่วยให้จัดทริปได้สะดวก เช่น ถ้ำเขาหลวงในเพชรบุรี หรือถ้ำเขาบินและถ้ำจอมพลในราชบุรี หากมีเวลา 2–3 วัน สามารถขยายเส้นทางไปยังถ้ำที่ต้องใช้เวลาเดินทางหรือทำกิจกรรมเพิ่มเติม เช่น ถ้ำเลเขากอบและถ้ำเขาปินะในจังหวัดตรัง หรือถ้ำเชียงดาวและชุมชนภูเขาในจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำหลายแห่งต่อเนื่องควรแบ่งเส้นทางตามภูมิภาคเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางย้อนเส้นทางและมีเวลาเที่ยวชมแต่ละแห่งอย่างเพียงพอ
 
การเที่ยวถ้ำอย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบใช้เวลายาวนานมากในการก่อตัว การสัมผัสหรือทำลายผิวหินอาจส่งผลต่อการสะสมตัวของแร่และคุณค่าของถ้ำ นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรจับหรือหักหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนัง ไม่เก็บวัตถุโบราณ และไม่รบกวนสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำ โดยเฉพาะค้างคาวและสัตว์ถ้ำที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
 
ถ้ำสวยในประเทศไทยทั้ง 40 แห่งจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับชมความงามและถ่ายภาพ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใต้ดิน ระบบน้ำ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ การวางแผนที่ดี เลือกเส้นทางให้เหมาะกับความสามารถของผู้เดินทาง และเคารพกฎการเข้าชม จะช่วยให้การท่องเที่ยวถ้ำเป็นประสบการณ์ที่ทั้งน่าประทับใจ ปลอดภัย และมีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ในระยะยาว
 
ถ้ำมรกต เกาะมุก จังหวัดตรัง ถ้ำทะเลที่มีน้ำสีเขียวมรกตและหาดทรายซ่อนอยู่ภายใน
 
1. ถ้ำมรกต เกาะมุก จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งในถ้ำทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณเกาะมุก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่หินงอกหินย้อยขนาดใหญ่เหมือนถ้ำบนภูเขาทั่วไป แต่เป็นอุโมงค์ธรรมชาติที่เชื่อมต่อทะเลภายนอกกับชายหาดเล็ก ๆ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในวงล้อมของหน้าผาหินปูนสูงชัน การเดินทางเข้าสู่ถ้ำต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงที่เหมาะสมและการดูแลจากผู้นำทาง ทำให้การเที่ยวถ้ำมรกตเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งการผจญภัยและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไว้อย่างลงตัว
 
ไฮไลต์: อุโมงค์ถ้ำทะเลยาวประมาณ 80 เมตร น้ำทะเลสีเขียวมรกตเมื่อแสงส่องกระทบ ชายหาดทรายขาวที่ซ่อนอยู่ภายในหน้าผาหินปูน การลอยตัวผ่านถ้ำพร้อมผู้นำทาง และการเที่ยวเกาะมุกเชื่อมกับเกาะกระดาน เกาะเชือก และหมู่เกาะใกล้เคียง
 
ลักษณะภูมิประเทศของเกาะมุกมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมง ท่าเรือ ที่พัก ร้านอาหาร และชายหาด ส่วนฝั่งตะวันตกเป็นแนวหน้าผาหินปูนสูงที่หันหน้าออกสู่ทะเลอันดามัน บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของถ้ำมรกตซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและเปลี่ยนแปลงของหินปูนร่วมกับอิทธิพลของคลื่นและระดับน้ำทะเลเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นโพรงและช่องทางทะลุเข้าสู่พื้นที่ภายในภูเขา
 
ความน่าตื่นตาตื่นใจเริ่มขึ้นตั้งแต่บริเวณปากถ้ำ ซึ่งเป็นช่องเปิดที่มองเห็นได้จากผืนน้ำ นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพและลอยตัวผ่านอุโมงค์ที่มีระยะทางประมาณ 80 เมตร ภายในบางช่วงมืดสนิทและมีเพดานหินอยู่เหนือศีรษะ เมื่อเคลื่อนผ่านส่วนลึกของอุโมงค์ไปจนถึงปลายทาง แสงธรรมชาติจะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น ก่อนเผยภาพชายหาดทรายขาวที่ถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาสูงและพืชพรรณเขียวชอุ่ม ราวกับเป็นห้องลับของธรรมชาติซ่อนอยู่กลางเกาะ
 
ชื่อถ้ำมรกตมีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์ทางแสงที่เกิดขึ้นบริเวณปากถ้ำ เมื่อแสงแดดสะท้อนผ่านผิวน้ำทะเลที่มีระดับและสภาพเหมาะสม น้ำจะปรากฏเป็นสีเขียวสดใสคล้ายมรกต ความงามของสีสันแตกต่างกันได้ตามช่วงเวลา ความใสของน้ำ ทิศทางแสง และสภาพอากาศ จึงทำให้การเที่ยวถ้ำแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติในแต่ละวัน
 
ชายหาดภายในถ้ำมีพื้นที่ไม่กว้างนักเมื่อเทียบกับชายหาดบนเกาะทั่วไป แต่กลับมีบรรยากาศที่โดดเด่นจากกำแพงหินปูนสูงซึ่งล้อมรอบเกือบทุกด้าน นักท่องเที่ยวสามารถชมหน้าผาและพืชพรรณที่เกาะอยู่ตามรอยแตกของหินจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ความรู้สึกเมื่อออกจากอุโมงค์มืดเข้าสู่ลานทรายสว่างเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ถ้ำมรกตได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
 
การเข้าถ้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพราะระดับน้ำและกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง เข้าชมพร้อมผู้นำทางหรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต และไม่แยกตัวจากกลุ่มภายในอุโมงค์ โดยเฉพาะผู้ที่ว่ายน้ำไม่แข็งแรงหรือไม่คุ้นเคยกับพื้นที่มืดและทางน้ำแคบ ควรแจ้งข้อจำกัดของตนกับผู้นำทางก่อนเริ่มกิจกรรม
 
เกาะมุกยังมีความสำคัญด้านวิถีชุมชนและระบบนิเวศชายฝั่ง โดยมีชุมชนประมงพื้นบ้าน แหล่งหญ้าทะเล และพื้นที่ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พะยูน การเที่ยวถ้ำมรกตจึงสามารถเชื่อมกับการพักบนเกาะมุก การเรียนรู้วิถีชาวเกาะ และการเดินทางไปชมเกาะอื่นในทะเลตรังได้ นักท่องเที่ยวควรเลือกใช้บริการที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและไม่ทิ้งขยะลงทะเลหรือชายหาดภายในถ้ำ
 
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวและประกาศของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เวลาเปิดทำการ: ขึ้นอยู่กับรอบเรือ สภาพน้ำขึ้นน้ำลง และสภาพทะเล โดยไม่มีเวลาตายตัวเช่นสถานที่ท่องเที่ยวบนฝั่ง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังเดินทางไปยังท่าเรือที่ให้บริการเรือท่องเที่ยวเกาะมุก เช่น ท่าเรือควนตุ้งกู แล้วใช้เรือเดินทางไปยังบริเวณเกาะมุกและถ้ำมรกต สามารถเลือกเดินทางแบบทัวร์เกาะหรือเช่าเรือพร้อมคนเรือท้องถิ่น การเข้าถ้ำต้องเปลี่ยนจากการโดยสารเรือเป็นการลอยตัวหรือว่ายน้ำผ่านอุโมงค์ตามคำแนะนำของผู้นำทาง ทั้งนี้ควรตรวจสอบประกาศปิดพื้นที่ตามฤดูกาลก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำมรกต เกาะมุก จังหวัดตรัง
 
ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถ้ำหินปูนและหินงอกหินย้อยบริเวณเชิงดอยหลวงเชียงดาว
 
2. ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยหลวงเชียงดาว ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในประกอบด้วยโถงถ้ำและทางเดินหลายเส้นทาง มีหินงอกหินย้อยรูปร่างงดงามและจุดสักการะพระพุทธรูปในบางบริเวณ ความพิเศษของถ้ำเชียงดาวอยู่ที่การผสมผสานระหว่างธรรมชาติใต้ภูเขากับบรรยากาศของวัดที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความสงบทางจิตใจและความงดงามทางธรณีวิทยาในสถานที่เดียวกัน
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่บริเวณเชิงดอยหลวงเชียงดาว เส้นทางเดินชมหลายระดับ หินงอกหินย้อยหลากรูปทรง พระพุทธรูปภายในถ้ำ แอ่งน้ำใสบริเวณหน้าถ้ำ และเส้นทางถ้ำลึกที่ใช้ผู้นำทางท้องถิ่นพร้อมตะเกียง
 
ถ้ำเชียงดาวเกิดจากกระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำตามธรรมชาติ น้ำฝนที่ซึมผ่านรอยแตกของหินค่อย ๆ ขยายช่องว่างจนพัฒนาเป็นโพรงและอุโมงค์ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันน้ำที่มีแร่แคลเซียมคาร์บอเนตละลายอยู่จะหยดจากเพดานและสะสมแร่จนเกิดหินย้อย ส่วนหยดน้ำที่ตกลงบนพื้นทำให้เกิดหินงอกตามระยะเวลายาวนาน ลักษณะทางธรณีวิทยาเหล่านี้สร้างรูปร่างหินที่หลากหลาย บางแห่งดูคล้ายม่านหิน บางแห่งคล้ายเสา และบางจุดมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนแสงไฟอย่างสวยงาม
 
เส้นทางเข้าชมภายในถ้ำมีความยากง่ายแตกต่างกัน บางส่วนมีไฟส่องสว่างและสามารถเดินชมได้สะดวก ขณะที่บางเส้นทางอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาและต้องใช้ผู้นำทางพร้อมตะเกียง เส้นทางที่กล่าวถึงกัน ได้แก่ ถ้ำพระนอน ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำ ถ้ำมืด และถ้ำม้า โดยมีทั้งส่วนที่เดินชมพระพุทธรูปและส่วนที่เน้นสำรวจโครงสร้างหินงอกหินย้อย นักท่องเที่ยวควรเลือกระยะทางให้เหมาะกับเวลาและความพร้อมของร่างกาย
 
บริเวณหน้าถ้ำมีแอ่งน้ำใสเย็นที่ไหลออกมาจากภูเขา พร้อมฝูงปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำและต้นไม้ให้ร่มเงา บรรยากาศบริเวณนี้เหมาะกับการพักผ่อนก่อนหรือหลังเดินชมถ้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำที่ทำให้ถ้ำเชียงดาวแตกต่างจากถ้ำแห่งอื่น การไหลของน้ำจากภูเขายังสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างระบบถ้ำกับน้ำใต้ดินซึ่งมีบทบาทต่อธรรมชาติของพื้นที่
 
พื้นที่วัดบริเวณทางเข้าถ้ำมีความสำคัญด้านความเชื่อและการสักการะพระพุทธรูป ผู้มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ และไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม สำหรับการเดินชมถ้ำ ควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี เพราะบางช่วงมีความชื้นและพื้นหินลื่น รวมทั้งไม่สัมผัสหินงอกหินย้อยหรือเคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ ภายในถ้ำ
 
การเที่ยวถ้ำเชียงดาวสามารถจัดร่วมกับการชมทัศนียภาพของดอยหลวงเชียงดาว ถ้ำและศาสนสถานในพื้นที่ รวมถึงร้านอาหารและชุมชนรอบอำเภอเชียงดาว หากมีเวลามากกว่าหนึ่งวันสามารถพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศภูเขาในช่วงเช้าและเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวซึ่งมีอากาศเย็นสบายและเหมาะกับการท่องเที่ยวภูเขา
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน โดยบางเส้นทางอาจปิดตามสภาพอากาศและระดับน้ำภายในถ้ำ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริมและแม่แตงมุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงดาว จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปวัดถ้ำเชียงดาวตามป้ายบอกทาง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก ส่วนผู้ที่ใช้รถโดยสารสามารถเดินทางไปยังตัวอำเภอเชียงดาวแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังบริเวณถ้ำได้ตามบริการที่มีอยู่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
 
ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยงดงาม
 
3. ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 9 บ้านป่าพนและบ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านโถงถ้ำกว้าง เพดานสูง และหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่เปล่งประกายเมื่อแสงตกกระทบ ภายในแบ่งเป็นห้องถ้ำหลายส่วนซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยาแตกต่างกัน บางห้องมีม่านหิน บางห้องมีเสาหิน และบางห้องมีผิวแร่แคลไซต์ที่สะท้อนแสงจนดูคล้ายเกล็ดเพชร เป็นที่มาของชื่อถ้ำภูผาเพชร
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ โถงถ้ำและห้องถ้ำมากกว่า 20 ห้อง หินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงคล้ายเกล็ดเพชร ห้องผ้าม่าน ห้องปะการัง ห้องเห็ด ห้องเจดีย์ ห้องโดมศิลาเพชร ห้องภูผาเพชร ห้องแสงมรกต และหลักฐานทางโบราณคดีที่สะท้อนการใช้พื้นที่ในอดีต
 
ถ้ำภูผาเพชรมีความโดดเด่นจากโครงสร้างถ้ำที่พัฒนาอยู่ภายในภูเขาหินปูน กระบวนการละลายของหินโดยน้ำใต้ดินทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่หลายระดับ ก่อนที่แร่แคลเซียมคาร์บอเนตจะค่อย ๆ ตกตะกอนสะสมเป็นหินงอกหินย้อยและผิวหินรูปแบบต่าง ๆ ห้องถ้ำบางส่วนมีเพดานสูงและพื้นที่กว้าง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ภูมิประเทศใต้ดินขึ้นอย่างช้า ๆ ตลอดระยะเวลายาวนาน
 
ชื่อห้องต่าง ๆ ภายในถ้ำเกิดจากการเปรียบเทียบรูปร่างของหินกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น ห้องผ้าม่านมีลักษณะเด่นจากหินย้อยเป็นแผ่นคล้ายผืนผ้าที่ห้อยลงมาจากเพดาน ห้องปะการังมีรูปร่างแร่ที่ดูคล้ายกลุ่มปะการัง ขณะที่ห้องเห็ดมีลักษณะหินที่ชวนให้นึกถึงดอกเห็ด ความแตกต่างของแต่ละห้องช่วยให้การเดินชมมีความต่อเนื่องและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวใช้จินตนาการไปพร้อมกับการเรียนรู้ทางธรณีวิทยา
 
ห้องแสงมรกตเป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้างความประทับใจ ด้วยลักษณะของช่องเปิดและแสงธรรมชาติที่เข้ามาภายในถ้ำ ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างพื้นที่มืดกับความสว่าง สีเขียวของพืชพรรณภายนอกและแสงที่ส่องผ่านช่องเปิดช่วยสร้างบรรยากาศเฉพาะตัว ขณะเดียวกันห้องภูผาเพชรและห้องโดมศิลาเพชรเป็นตัวอย่างของโถงถ้ำที่มีความโดดเด่นด้านขนาดและรายละเอียดของหิน
 
พื้นที่ถ้ำภูผาเพชรยังมีคุณค่าทางโบราณคดีจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ถ้ำของมนุษย์ในอดีต มีการกล่าวถึงหลักฐานที่มีอายุประมาณ 3,000 ปี ซึ่งช่วยสะท้อนบทบาทของถ้ำในฐานะแหล่งพักอาศัยหรือพื้นที่ใช้ประโยชน์ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ความสำคัญดังกล่าวทำให้ถ้ำภูผาเพชรมีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่ชมธรรมชาติ เพราะเชื่อมโยงธรณีวิทยาเข้ากับการศึกษาประวัติศาสตร์มนุษย์
 
การเข้าชมต้องเดินขึ้นสู่ปากถ้ำผ่านเส้นทางที่จัดไว้ ก่อนเข้าสู่ระบบทางเดินภายในถ้ำซึ่งมีทั้งทางเดินไม้และไฟส่องสว่างตามจุดสำคัญ แม้บางส่วนจะเดินสะดวก แต่การชมถ้ำทั้งหมดใช้เวลาและแรงในการเดินพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นชื้นและทางขึ้นลง รวมทั้งพกน้ำดื่มไว้สำหรับพักหลังการเดินชม
 
ถ้ำภูผาเพชรเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ธรณีวิทยา การถ่ายภาพ และการเดินสำรวจถ้ำ สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับถ้ำเจ็ดคตหรือแหล่งธรรมชาติในอำเภอมะนังได้ตามการเข้าถึงของแต่ละพื้นที่ ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามกฎการเข้าชม ไม่จับหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนัง และไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบถ้ำที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 15:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังอำเภอมะนังและตำบลปาล์มพัฒนา แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณบ้านป่าพนและบ้านควนดินดำตามป้ายถ้ำภูผาเพชร รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทาง เนื่องจากถ้ำอยู่ห่างจากตัวเมืองและต้องเดินขึ้นสู่ปากถ้ำหลังจากถึงพื้นที่จอดรถ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล
 
ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง ถ้ำลอดที่นักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือพายผ่านอุโมงค์หินปูน
 
4. ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง ตั้งอยู่บริเวณเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นถ้ำหินปูนที่มีธารน้ำไหลลอดผ่านใต้ภูเขาและมีชื่อเสียงจากกิจกรรมนั่งเรือพายชมถ้ำ โดยเฉพาะช่วงอุโมงค์ที่มีเพดานต่ำจนผู้โดยสารต้องเอนตัวนอนราบไปกับเรือเพื่อให้ผ่านช่องหินได้ ความแปลกใหม่ของเส้นทางนี้ทำให้ถ้ำเลเขากอบแตกต่างจากถ้ำทั่วไปซึ่งใช้วิธีเดินชมเป็นหลัก และกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดตรัง
 
ไฮไลต์: การนั่งเรือพายลอดใต้ภูเขาหินปูน อุโมงค์เพดานต่ำที่ต้องนอนราบบนเรือ หินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ระบบธารน้ำใต้ดิน และกิจกรรมท่องเที่ยวที่ดำเนินการโดยคนเรือท้องถิ่น
 
โครงสร้างของถ้ำเลเขากอบเกิดจากน้ำที่ไหลผ่านภูเขาหินปูนและค่อย ๆ กัดเซาะขยายช่องว่างตามรอยแตกของหินเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นระบบโพรงถ้ำที่มีทางน้ำเชื่อมต่อกันหลายช่วง บางส่วนเป็นโถงที่สามารถมองเห็นหินงอกหินย้อยได้ชัดเจน ขณะที่บางช่วงเป็นช่องแคบและเพดานต่ำจนการเดินผ่านไม่สามารถทำได้ตามปกติ ลักษณะเช่นนี้ทำให้เรือพายเป็นวิธีที่เหมาะสมในการเข้าชมพื้นที่
 
การล่องเรือภายในถ้ำต้องอาศัยคนเรือที่คุ้นเคยกับเส้นทาง เพราะต้องควบคุมเรือผ่านโค้ง ทางแคบ และช่วงที่มีหินย้อยลงมาใกล้ระดับน้ำ นักท่องเที่ยวจะได้นั่งชมผนังถ้ำที่มีรูปร่างแตกต่างกัน บางแห่งมีหินงอกคล้ายเสาหิน บางจุดมีม่านหินและลวดลายจากการตกตะกอนของแร่ธรรมชาติ เมื่อแสงไฟส่องกระทบพื้นผิวจะเห็นรายละเอียดและสีสันที่เกิดขึ้นบนหินแต่ละกลุ่ม
 
ช่วงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือการลอดช่องอุโมงค์เพดานต่ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเอนตัวลงบนเรือตามคำแนะนำของคนพายเพื่อให้ผ่านส่วนที่แคบได้อย่างปลอดภัย ความรู้สึกขณะเคลื่อนผ่านหินที่อยู่ใกล้เหนือศีรษะสร้างความตื่นเต้นและเป็นประสบการณ์ที่หลายคนจดจำได้หลังจากเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่กลัวพื้นที่แคบอย่างรุนแรงหรือมีข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่สามารถเอนตัวได้
 
ระดับน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปิดให้บริการล่องเรือ เมื่อฝนตกหนักหรือมีน้ำไหลหลากผ่านระบบถ้ำ คนเรือและผู้ดูแลอาจจำเป็นต้องงดกิจกรรมเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสถานะการให้บริการก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและวันที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เพราะสภาพน้ำภายในถ้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้บริเวณปากถ้ำจะไม่มีฝนตก
 
ถ้ำเลเขากอบยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชุมชน เพราะกิจกรรมล่องเรืออาศัยความชำนาญของคนในพื้นที่ที่ทำหน้าที่พายเรือและดูแลผู้มาเยือน นอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับระบบถ้ำที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของท้องถิ่น
 
การเที่ยวถ้ำเลเขากอบสามารถจัดร่วมกับถ้ำเขาปินะและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอห้วยยอดได้ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายคล่องตัว เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในถุงกันน้ำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของคนเรืออย่างเคร่งครัด ไม่ยื่นมือออกไปจับหินงอกหินย้อยหรือพยายามลุกขึ้นในช่วงที่เรือผ่านอุโมงค์ต่ำ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังใช้เส้นทางไปอำเภอห้วยยอด แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่เขากอบตามป้ายสถานที่ท่องเที่ยว เมื่อถึงบริเวณท่าเรือให้ติดต่อผู้ให้บริการล่องเรือในพื้นที่เพื่อจัดรอบเข้าชม การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกสำหรับการเชื่อมเส้นทางกับถ้ำเขาปินะและแหล่งท่องเที่ยวอื่น
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง
 
ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี พระพุทธรูปภายในถ้ำหินปูนและแสงธรรมชาติส่องผ่านช่องเพดาน
 
5. ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บริเวณเขาหลวง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงด้านความงามของแสงธรรมชาติซึ่งส่องผ่านช่องเปิดบนเพดานลงมายังโถงถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ถ้ำแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติและความสงบของพุทธสถานได้อย่างโดดเด่น
 
ไฮไลต์: ลำแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านช่องเพดานถ้ำ พระพุทธรูปภายในโถงหินปูน บรรยากาศสงบแบบพุทธสถาน หินงอกหินย้อย และประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักในสมัยรัตนโกสินทร์
 
ถ้ำเขาหลวงมีโครงสร้างเป็นโพรงหินปูนขนาดใหญ่ภายในภูเขา เพดานถ้ำบางส่วนมีช่องเปิดที่เชื่อมต่อกับภายนอก ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงมายังพื้นถ้ำได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อแสงตกกระทบกับพระพุทธรูปและพื้นผิวหินจะเกิดเป็นภาพที่งดงามและมีมิติ โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าเปิดและแสงแดดส่องผ่านช่องเพดานอย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้ทำให้ถ้ำเขาหลวงเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพธรรมชาติและศาสนสถาน
 
ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จัดวางตามพื้นที่ของโถงถ้ำและบริเวณผนังหิน พระพุทธรูปเหล่านี้สะท้อนบทบาทของถ้ำในฐานะสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและการสักการะบูชา นักท่องเที่ยวที่เข้าชมจึงควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และไม่ส่งเสียงดัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้มากราบไหว้พระพุทธรูป
 
ถ้ำเขาหลวงมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์จากการได้รับการอุปถัมภ์และพัฒนาความเป็นพุทธสถานในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความสัมพันธ์กับราชสำนักช่วยเพิ่มคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมให้แก่ถ้ำแห่งนี้ นอกเหนือจากความโดดเด่นทางธรรมชาติของภูเขาหินปูน
 
จุดที่ผู้มาเยือนนิยมชมมากที่สุดคือบริเวณที่แสงแดดส่องผ่านช่องเพดานลงมายังพระพุทธรูปและพื้นถ้ำ ความเข้มและทิศทางของลำแสงเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ฤดูกาล และสภาพอากาศ หากต้องการถ่ายภาพควรเลือกช่วงวันที่ท้องฟ้าโปร่งและเผื่อเวลาในการรอแสงตามธรรมชาติ โดยต้องเคารพผู้มาสักการะและไม่ใช้กิจกรรมถ่ายภาพรบกวนบรรยากาศของสถานที่
 
การเข้าชมถ้ำต้องเดินลงบันไดเข้าสู่พื้นที่โถงถ้ำ ซึ่งอาจมีขั้นบันไดจำนวนมากและพื้นเปียกชื้นในบางจุด ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินควรประเมินความพร้อมก่อนเดินทางลงไป ส่วนผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดบริเวณบันไดและทางเดินภายในถ้ำ
 
ถ้ำเขาหลวงเหมาะสำหรับการจัดเส้นทางเที่ยวเมืองเพชรบุรีร่วมกับพระนครคีรี วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดใหญ่สุวรรณาราม และสถานที่สำคัญอื่นในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อชมทั้งศาสนสถาน ประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี และธรรมชาติของถ้ำเขาหลวง โดยเลือกเริ่มต้นจากถ้ำในช่วงที่แสงธรรมชาติสวยงามแล้วเดินทางไปยังสถานที่ใกล้เคียงต่อ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีเดินทางไปยังบริเวณเขาหลวงตามถนนและป้ายท่องเที่ยวท้องถิ่น เมื่อถึงจุดจอดรถให้เดินไปยังทางลงถ้ำ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองสะดวกสำหรับการจัดทริปเที่ยวหลายสถานที่ภายในวันเดียวกัน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี
 
ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี โถงถ้ำและหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างหลากหลาย
 
6. ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงด้านความงดงามของหินงอกหินย้อยและโถงถ้ำหลายลักษณะ ตั้งอยู่ในจังหวัดราชบุรี ภายในถ้ำมีการจัดเส้นทางเดินชมพร้อมแสงไฟที่ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของหินและลวดลายตามธรรมชาติได้อย่างชัดเจน จุดเด่นคือรูปร่างหินที่มีความหลากหลาย ทั้งเสาหิน ม่านหิน และกลุ่มหินที่ดูคล้ายประติมากรรม ทำให้ถ้ำเขาบินเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมสำหรับผู้ที่เดินทางมาราชบุรี
 
ไฮไลต์: โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยหลากรูปร่าง เส้นทางเดินชมภายในถ้ำ การจัดไฟส่องสว่าง และรายละเอียดผิวแร่ธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายงานประติมากรรม
 
ถ้ำเขาบินเกิดจากกระบวนการกัดเซาะและละลายของหินปูนโดยน้ำตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำที่มีแร่ละลายอยู่จะไหลผ่านรอยแตกของหิน ทำให้เกิดโพรงถ้ำและห้องถ้ำที่มีขนาดแตกต่างกัน ขณะเดียวกันการตกตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนตจากหยดน้ำภายในถ้ำก่อให้เกิดหินงอกหินย้อยที่สะสมตัวต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ลักษณะดังกล่าวทำให้ถ้ำเขาบินมีความโดดเด่นทั้งด้านธรณีวิทยาและความงามของรูปทรงธรรมชาติ
 
การจัดเส้นทางเดินชมช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจพื้นที่ภายในถ้ำได้อย่างเป็นลำดับ โดยผ่านส่วนที่มีรูปร่างหินแตกต่างกัน บางจุดมีหินย้อยลงมาจากเพดานเป็นแนวยาว บางจุดมีเสาหินเชื่อมระหว่างพื้นกับเพดาน และบางบริเวณมีม่านหินบาง ๆ ที่แผ่ตัวเป็นชั้นคล้ายผืนผ้า หินเหล่านี้เกิดขึ้นจากกระบวนการธรรมชาติที่ดำเนินอย่างช้า ๆ จึงควรชมจากระยะเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง
 
ความงามของถ้ำเขาบินอยู่ที่ความแตกต่างของแสงและเงาภายในถ้ำ เมื่อไฟส่องไปยังกลุ่มหินที่มีพื้นผิวและรูปทรงไม่เหมือนกัน จะช่วยเผยรายละเอียดที่อาจมองไม่เห็นในสภาพแสงน้อย นักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสถ่ายภาพหินงอกหินย้อยและโถงถ้ำได้หลายมุม อย่างไรก็ตาม ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการถ่ายภาพและไม่ใช้อุปกรณ์ที่อาจรบกวนผู้อื่นหรือกระทบต่อสภาพถ้ำ
 
ถ้ำเขาบินเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมถ้ำแบบไม่ต้องนั่งเรือหรือปีนป่ายในเส้นทางผจญภัย แต่ผู้มาเยือนยังควรระวังพื้นชื้นและขั้นบันไดภายในถ้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก การเลือกใช้รองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะดีช่วยให้การเดินชมสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
 
ราชบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถจัดร่วมกับถ้ำเขาบินได้หลายประเภท ทั้งถ้ำจอมพล พิพิธภัณฑ์และแหล่งวัฒนธรรมในเมือง ตลอดจนแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ภูเขา นักท่องเที่ยวที่มีเวลาหนึ่งวันสามารถเลือกเที่ยวถ้ำเขาบินและถ้ำจอมพลตามลำดับเส้นทางที่สะดวก หรือพักค้างคืนเพื่อเดินทางต่อไปยังสวนผึ้งและแหล่งท่องเที่ยวอื่นของจังหวัด
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีเดินทางตามเส้นทางที่มุ่งหน้าออกสู่พื้นที่เขาบินและถนนเชื่อมอำเภอเมืองกับอำเภอจอมบึง โดยใช้ป้ายบอกทางไปถ้ำเขาบินเป็นหลัก รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทางและการเที่ยวชมสถานที่อื่นในจังหวัด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี
 
ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี ถ้ำหินปูนที่มีหินย้อยและประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับราชสำนักไทย
 
7. ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ภายในประกอบด้วยโถงถ้ำและหินงอกหินย้อยรูปร่างงดงาม โดยเฉพาะหินย้อยที่มีลักษณะคล้ายเครื่องหมายบนบ่าของนายทหาร ซึ่งสัมพันธ์กับชื่อถ้ำจอมพล ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้อยู่เพียงความงามของหินงอกหินย้อย แต่ยังรวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทยและความสำคัญของถ้ำในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นราชบุรี
 
ไฮไลต์: หินย้อยรูปร่างคล้ายอินทรธนูของนายทหาร ประวัติศาสตร์การเสด็จประพาส โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ และบรรยากาศธรรมชาติบริเวณเขาจอมพล
 
ถ้ำจอมพลมีภูมิประเทศเป็นโพรงหินปูนที่เกิดจากการละลายและกัดเซาะของน้ำใต้ดินเป็นเวลายาวนาน ภายในมีทั้งบริเวณที่เพดานสูงและส่วนที่มีหินงอกหินย้อยสะสมตัวตามพื้นและเพดาน รูปร่างของหินแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไปตามปริมาณน้ำ ทิศทางการไหล และอัตราการตกตะกอนของแร่ ทำให้เกิดรายละเอียดทางธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะตัว
 
ชื่อถ้ำจอมพลมีความเชื่อมโยงกับลักษณะหินย้อยที่ชวนให้นึกถึงเครื่องหมายยศของนายทหารและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การมาเยือนถ้ำแห่งนี้จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ทั้งธรรมชาติของภูเขาหินปูนและประวัติศาสตร์การเดินทางของราชสำนักไทยในพื้นที่ราชบุรี
 
ความงดงามของถ้ำจอมพลอยู่ที่การเดินผ่านโถงถ้ำซึ่งมีหินย้อยลงมาจากเพดานเป็นกลุ่มต่าง ๆ บางแห่งมีรูปร่างเป็นแผ่นคล้ายผ้าม่าน บางแห่งเป็นแท่งเรียวยาว และบางจุดเกิดเป็นเสาหินขนาดใหญ่ที่เชื่อมพื้นกับเพดาน เมื่อแสงไฟส่องกระทบจะเห็นมิติของพื้นผิวและสีสันธรรมชาติที่แตกต่างกัน
 
บริเวณทางเข้าถ้ำและพื้นที่รอบภูเขามีต้นไม้ให้ร่มเงา เหมาะสำหรับการพักผ่อนระหว่างการเดินทาง อย่างไรก็ตาม การเดินขึ้นลงบันไดและทางเดินภายในถ้ำจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะบางช่วงมีความชื้นและผิวหินลื่น นักท่องเที่ยวควรเลือกรองเท้าที่กระชับและไม่เดินออกนอกเส้นทางที่จัดไว้
 
ถ้ำจอมพลสามารถเที่ยวร่วมกับถ้ำเขาบินและสถานที่สำคัญอื่นในอำเภอจอมบึงได้ เหมาะกับทริปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์แบบหนึ่งวันจากตัวเมืองราชบุรี หรือจัดเป็นจุดแวะระหว่างการเดินทางไปยังพื้นที่สวนผึ้งและแหล่งท่องเที่ยวทางตะวันตกของจังหวัด
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอจอมบึง แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางถ้ำจอมพล เมื่อถึงพื้นที่จอดรถให้เดินต่อไปยังทางเข้าถ้ำ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมเส้นทางกับถ้ำเขาบินและแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอจอมบึง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี
 
ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ภูเขาหินปูนและพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์
 
8. ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญด้านระบบถ้ำหินปูนและป่าต้นน้ำ รวมถึงมีความหมายทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่ติดอยู่ภายในถ้ำในปี 2561 พื้นที่ถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนตั้งอยู่บริเวณแนวเขาดอยนางนอน ซึ่งมีรูปร่างทอดยาวคล้ายหญิงสาวนอนหงายและเป็นภูมิประเทศสำคัญของอำเภอแม่สาย
 
ไฮไลต์: ระบบถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ แนวเขาดอยนางนอนที่มีรูปร่างคล้ายหญิงสาวนอนหงาย ประวัติศาสตร์ภารกิจช่วยเหลือปี 2561 พื้นที่ป่าต้นน้ำขุนน้ำนางนอน และการเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา ระบบน้ำใต้ดิน และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
 
ถ้ำหลวงเป็นระบบถ้ำหินปูนที่มีโพรงและทางเดินยาวต่อเนื่องอยู่ภายในภูเขา เกิดจากน้ำที่ไหลผ่านรอยแตกและชั้นหินเป็นเวลายาวนานจนพัฒนาเป็นอุโมงค์และโถงถ้ำหลายระดับ ระบบถ้ำมีความสัมพันธ์กับน้ำใต้ดินและน้ำฝนจากพื้นที่ภูเขา เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำสามารถไหลเข้าสู่ระบบถ้ำและทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลักษณะดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดในการเข้าชม
 
บริเวณดอยนางนอนมีแนวเขาที่ทอดยาวและมีรูปร่างคล้ายผู้หญิงกำลังนอนหงายจากมุมมองบางด้าน เป็นที่มาของเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับเจ้าหญิงนางนอน ตำนานนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับความเชื่อของชุมชนเชียงรายและพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ทำให้แหล่งธรรมชาติแห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านธรณีวิทยาและวัฒนธรรมพื้นบ้าน
 
เหตุการณ์ในปี 2561 ทำให้ถ้ำหลวงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อทีมฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนรวม 13 คนติดอยู่ภายในระบบถ้ำระหว่างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานไทย ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ และอาสาสมัครจากหลายประเทศ กระทั่งสามารถนำผู้ติดอยู่ภายในออกมาได้ทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่สะท้อนความร่วมมือ ความกล้าหาญ และความสำคัญของความรู้เฉพาะทางในการปฏิบัติภารกิจภายใต้สภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
 
ปัจจุบันพื้นที่ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนมีบทบาทด้านการอนุรักษ์และการเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาลักษณะภูเขาหินปูน ระบบน้ำใต้ดิน และเรื่องราวของภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม การเข้าถ้ำหรือบริเวณเฉพาะต้องปฏิบัติตามมาตรการและประกาศของเจ้าหน้าที่ เพราะระบบถ้ำมีความเสี่ยงจากน้ำและสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงได้
 
ขุนน้ำนางนอนเป็นอีกส่วนหนึ่งของพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสำคัญด้านป่าต้นน้ำและระบบนิเวศ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำที่ไหลผ่านภูเขา ระบบถ้ำ และแหล่งน้ำบนผิวดิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่น ไม่เพียงแต่ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ศึกษาธรณีวิทยาและการจัดการทรัพยากรน้ำ
 
ผู้ที่ต้องการเยี่ยมชมควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่ก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เพราะมาตรการเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ ระดับน้ำ และการประเมินความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวไม่ควรเข้าถ้ำเองหรือเดินผ่านแนวกั้น และควรเคารพพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียสละในภารกิจช่วยเหลือ
 
การเดินทางมายังถ้ำหลวงสามารถจัดร่วมกับการท่องเที่ยวอำเภอแม่สายและแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง โดยควรเผื่อเวลาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของสถานที่และปฏิบัติตามแนวทางการเข้าชมอย่างเหมาะสม ไม่ควรมองพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพหรือสถานที่ผจญภัย เพราะมีความสำคัญทั้งต่อระบบนิเวศ การอนุรักษ์ และความทรงจำร่วมของผู้คน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สาย แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลโป่งผาตามป้ายถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน เมื่อถึงพื้นที่ให้ติดต่อจุดบริการหรือเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามส่วนที่เปิดให้เข้าชม รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกสำหรับการเดินทางและการเชื่อมเส้นทางกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอแม่สาย
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย
 
ถ้ำเขาปินะ จังหวัดตรัง ถ้ำหินปูนหลายชั้นพร้อมพระพุทธรูปและร่องรอยประวัติศาสตร์
 
9. ถ้ำเขาปินะ จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดเขาปินะ หมู่ที่ 7 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นภูเขาหินปูนลูกโดดที่มีลักษณะคล้ายกระทะคว่ำ ภายในภูเขามีโพรงถ้ำหลายระดับเชื่อมต่อกันและมีบันไดสำหรับเดินขึ้นชมจุดสำคัญ ถ้ำเขาปินะมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ ศาสนา โบราณคดี และประวัติศาสตร์ เพราะเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปและโบราณวัตถุ รวมถึงมีร่องรอยการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต
 
ไฮไลต์: ภูเขาหินปูนรูปทรงคล้ายกระทะคว่ำ ถ้ำหลายชั้นภายในภูเขา พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ถ้ำพระบรรทม ถ้ำเจดีย์ ถ้ำจำปาหรือถ้ำเสวย จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ของรัชกาลที่ 7 และหลักฐานทางโบราณคดีจากการใช้พื้นที่ในอดีต
 
เขาปินะเป็นภูเขาหินปูนที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบลุ่มและชุมชนในอำเภอห้วยยอด เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นรูปร่างภูเขาคล้ายกระทะคว่ำ แต่ภายในมีโพรงและถ้ำหลายระดับจนถึงบริเวณส่วนบนของภูเขา ลักษณะทางธรณีวิทยานี้ทำให้ถ้ำเขาปินะมีความแตกต่างจากถ้ำที่มีโถงใหญ่เพียงโถงเดียว เพราะผู้มาเยือนสามารถเดินผ่านส่วนต่าง ๆ ของถ้ำและเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปทรงหินตามระดับความสูง
 
บริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดเขาปินะ ทำให้ถ้ำแห่งนี้เป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญต่อชุมชนมาอย่างยาวนาน ภายในมีพระพุทธรูปและสถานที่สำหรับสักการะ เช่น ถ้ำพระบรรทมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพและเคารพบรรยากาศของวัด โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้มาประกอบกิจกรรมทางศาสนา
 
นอกจากคุณค่าทางศาสนา ถ้ำเขาปินะยังมีความสำคัญด้านโบราณคดีจากการพบหลักฐานเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต เช่น หม้อสามขา เครื่องมือหิน และขวานหินขัด หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ถ้ำมีบทบาทในวิถีชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ทั้งในช่วงก่อนประวัติศาสตร์และช่วงที่มีการพัฒนาชุมชนและศาสนสถานในพื้นที่
 
หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงคือจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 บริเวณเพิงผาชั้นบนของถ้ำจำปา ร่องรอยดังกล่าวแสดงถึงความเกี่ยวข้องของสถานที่กับประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยและช่วยเพิ่มความสำคัญให้ถ้ำเขาปินะในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
 
การเดินขึ้นชมถ้ำเขาปินะต้องใช้บันไดที่เชื่อมต่อพื้นที่หลายระดับ ระหว่างทางมีจุดชมโถงถ้ำ พระพุทธรูป และช่องเปิดที่ทำให้มองเห็นภูมิประเทศโดยรอบ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถเลือกมุมที่เห็นทั้งรายละเอียดของหินและบรรยากาศของพื้นที่ราบรอบภูเขา แต่ควรระมัดระวังขั้นบันไดและพื้นผิวที่เปียกชื้น
 
ถ้ำเขาปินะสามารถจัดเที่ยวร่วมกับถ้ำเลเขากอบและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอห้วยยอดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัด และแหล่งโบราณคดี โดยสามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือหนึ่งวันในการเที่ยวชมหลายสถานที่ตามเส้นทางที่จัดไว้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่อำเภอห้วยยอด เดินทางต่อไปยังตำบลนาวง ระยะทางจากตัวเมืองตรังประมาณ 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวจากถนนสายหลักเข้าสู่บริเวณวัดเขาปินะอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากจุดจอดรถสามารถเดินเข้าสู่บริเวณวัดและใช้บันไดขึ้นชมถ้ำได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำเขาปินะ จังหวัดตรัง
 
ถ้ำตุ๊กตา จังหวัดแม่ฮ่องสอน หินงอกขนาดเล็กคล้ายตุ๊กตาภายในระบบถ้ำน้ำลอด
 
10. ถ้ำตุ๊กตา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในเขตสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของระบบถ้ำน้ำลอดที่มีชื่อเสียงด้านธารน้ำใต้ดินและหินงอกหินย้อยจำนวนมาก ความโดดเด่นของถ้ำตุ๊กตาอยู่ที่กลุ่มหินงอกขนาดเล็กซึ่งมีรูปร่างคล้ายตุ๊กตาตั้งเรียงรายอยู่บนพื้นถ้ำอย่างหนาแน่น เป็นภาพธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ระบบถ้ำน้ำลอด
 
ไฮไลต์: กลุ่มหินงอกขนาดเล็กคล้ายตุ๊กตาจำนวนมาก ระบบถ้ำน้ำลอดที่มีลำน้ำลางไหลผ่าน โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ การนั่งแพไม้ไผ่เข้าสู่บางส่วนของระบบถ้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับถ้ำเสาหินหลวงและถ้ำผีแมน
 
ถ้ำตุ๊กตาเป็นส่วนหนึ่งของระบบถ้ำน้ำลอดที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะและละลายของหินปูนโดยน้ำใต้ดิน โดยลำน้ำลางไหลผ่านช่องทางภายในภูเขาและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ระบบถ้ำประกอบด้วยส่วนสำคัญ ได้แก่ ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน แต่ละส่วนมีความโดดเด่นแตกต่างกัน ทำให้การเดินทางภายในถ้ำน้ำลอดเป็นการสำรวจภูมิประเทศใต้ดินหลายรูปแบบภายในเส้นทางเดียว
 
ชื่อถ้ำตุ๊กตาเกิดจากลักษณะของหินงอกขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายตุ๊กตาตั้งเรียงกันอยู่ตามพื้นถ้ำ บางก้อนมีความสูงเพียงประมาณหนึ่งคืบ ขณะที่บางก้อนสูงได้ถึงประมาณหนึ่งศอก เมื่อมองรวมกันจะคล้ายกลุ่มตุ๊กตาขนาดเล็กที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งที่แท้จริงแล้วหินเหล่านี้เกิดจากกระบวนการตกตะกอนของแร่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน
 
ความงดงามของถ้ำตุ๊กตาต่างจากถ้ำที่เน้นเสาหินขนาดใหญ่หรือเพดานสูง เพราะจุดเด่นอยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ของหินงอกแต่ละก้อน บางจุดมีลักษณะเป็นปุ่มปม บางจุดคล้ายรูปร่างคนหรือวัตถุขนาดเล็ก และบางกลุ่มตั้งเรียงกันจนดูคล้ายประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างขึ้น การชมถ้ำตุ๊กตาจึงต้องใช้เวลาในการสังเกตและจินตนาการมากกว่าการมองเพียงภาพรวมของโถงถ้ำ
 
การเที่ยวถ้ำตุ๊กตาต้องอาศัยเส้นทางเข้าชมของถ้ำน้ำลอด ซึ่งมีทั้งการเดินและการใช้แพไม้ไผ่ในช่วงที่เหมาะสม นักท่องเที่ยวควรใช้บริการผู้นำทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำในการเดินผ่านทางชื้นหรือจุดที่มีแสงน้อย เพราะพื้นที่ภายในถ้ำเป็นระบบธรรมชาติที่มีน้ำไหลผ่านและสภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล
 
ถ้ำตุ๊กตามีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สูง เนื่องจากหินงอกขนาดเล็กมีความละเอียดอ่อนและใช้เวลายาวนานในการสะสมตัว การเหยียบหรือสัมผัสหินโดยตรงอาจทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นคืนได้ในระยะสั้น นักท่องเที่ยวจึงควรชมจากเส้นทางที่กำหนด ไม่ออกนอกทางเดิน และไม่เก็บหินหรือวัตถุใด ๆ ออกจากถ้ำ
 
อำเภอปางมะผ้ายังมีความสำคัญด้านแหล่งโบราณคดีและถ้ำธรรมชาติอีกหลายแห่ง การเที่ยวถ้ำตุ๊กตาสามารถจัดร่วมกับถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำผีแมน และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์มนุษย์ในพื้นที่ได้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติ โบราณคดี และการเดินทางเชิงอนุรักษ์ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการใช้บริการผู้นำทางและการเดินทางบนถนนภูเขา
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนหรืออำเภอปาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 ไปยังอำเภอปางมะผ้า แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลถ้ำลอดตามป้ายสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด เมื่อถึงพื้นที่ให้ติดต่อจุดบริการผู้นำทางและแพไม้ไผ่ตามรอบที่เปิดให้บริการ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกสำหรับการเชื่อมเส้นทางกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอปางมะผ้า
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำตุ๊กตา จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ถ้ำพระยานคร ประจวบคีรีขันธ์ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ภายในถ้ำหินปูนและลำแสงธรรมชาติ
 
11. ถ้ำพระยานคร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความงดงามของโถงถ้ำขนาดใหญ่ ช่องเปิดบนเพดานที่ให้แสงธรรมชาติส่องลงมา และพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ภายในถ้ำอย่างสง่างาม ภาพของพระที่นั่งท่ามกลางแสงแดดที่ส่องผ่านปล่องถ้ำกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และเป็นภาพจำของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันอย่างแพร่หลาย
 
ไฮไลต์: พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปล่องแสงธรรมชาติบนเพดาน ป่าภายในถ้ำ เส้นทางเดินขึ้นเขาจากหาดแหลมศาลา และภูมิประเทศหินปูนของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
 
ถ้ำพระยานครเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาของภูเขาหินปูนในแนวเทือกเขาสามร้อยยอด น้ำฝนและน้ำใต้ดินค่อย ๆ ละลายหินตามรอยแตกและช่องว่างเป็นเวลายาวนาน จนเกิดโพรงและห้องถ้ำขนาดใหญ่ ต่อมาบางส่วนของเพดานถ้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปิดเป็นช่องกว้าง ทำให้แสงแดดสามารถส่องผ่านลงมายังพื้นที่ภายในได้ ลักษณะพิเศษนี้ส่งผลให้ถ้ำพระยานครมีบรรยากาศแตกต่างจากถ้ำที่มืดสนิท เพราะภายในบางส่วนมีแสงธรรมชาติส่องถึงและมีพืชพรรณเจริญเติบโตอยู่ใต้ช่องเปิด
 
จุดสำคัญที่สุดของถ้ำคือพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพลับพลาแบบจัตุรมุขที่ตั้งอยู่ภายในโถงถ้ำ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมาในมุมที่เหมาะสม หลังคาและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งจะดูโดดเด่นท่ามกลางผนังหินขนาดใหญ่ การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับภูมิประเทศธรรมชาติทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการท่องเที่ยว
 
การเดินทางไปยังถ้ำพระยานครเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ต้องใช้แรงพอสมควร นักท่องเที่ยวเริ่มต้นจากบริเวณบ้านบางปู จากนั้นสามารถเลือกเดินข้ามเขาหรือใช้เรือไปยังหาดแหลมศาลาตามสภาพคลื่นลม เมื่อถึงหาดแหลมศาลาต้องเดินขึ้นเขาไปยังปากถ้ำ โดยมีเส้นทางเดินระยะประมาณ 430 เมตรซึ่งประกอบด้วยบันไดและทางลาดชัน การเดินขึ้นอาจใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับกิจกรรมเดินป่า
 
ระหว่างเส้นทางเดินขึ้นถ้ำมีทัศนียภาพของภูเขาหินปูนและผืนป่าให้ชมเป็นระยะ เมื่อถึงบริเวณปากถ้ำแล้วต้องเดินลงสู่โถงถ้ำด้านใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากทางเดินบนภูเขาที่มีแสงสว่างสู่พื้นที่โถงหินขนาดใหญ่ที่มีอากาศและความชื้นแตกต่างจากภายนอก เมื่อมองไปยังพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ใต้ช่องเปิดบนเพดาน จะเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมและภูมิประเทศที่ทำให้ถ้ำพระยานครมีชื่อเสียง
 
นักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพพระที่นั่งพร้อมลำแสงธรรมชาติควรเดินทางในช่วงเช้าและเลือกวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส อย่างไรก็ตาม ลักษณะและตำแหน่งของแสงเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพอากาศ จึงไม่สามารถรับประกันว่าจะเห็นลำแสงในลักษณะเดียวกันทุกวัน การวางแผนเดินทางตั้งแต่เช้ายังช่วยหลีกเลี่ยงความร้อนระหว่างเดินขึ้นเขาและทำให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
 
ถ้ำพระยานครเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการถ่ายภาพ แต่ผู้มาเยือนต้องมีความพร้อมในการเดินขึ้นลงเขา ควรสวมรองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะดี พกน้ำดื่ม และพักเป็นระยะ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรประเมินสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง ไม่ควรเร่งรีบหรือฝืนเดินเมื่อรู้สึกเหนื่อยมากเกินไป
 
การเที่ยวถ้ำพระยานครสามารถจัดร่วมกับหาดแหลมศาลา บึงบัวสามร้อยยอด จุดชมวิวเขาแดง และแหล่งธรรมชาติอื่นภายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้ นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ เพราะแต่ละจุดอยู่คนละบริเวณของอุทยานและมีรูปแบบการเดินทางแตกต่างกัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามประกาศเปิดพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นเดินทางเข้าสู่บ้านบางปูและหาดแหลมศาลา โดยสามารถเลือกใช้เรือจากบ้านบางปูเมื่อสภาพทะเลเอื้ออำนวย หรือเดินข้ามเขาไปยังหาดแหลมศาลา แล้วเดินขึ้นเขาตามเส้นทางที่จัดไว้ไปยังถ้ำพระยานคร
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำพระยานคร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
ถ้ำละว้า กาญจนบุรี โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่และหินงอกหินย้อยในอุทยานแห่งชาติไทรโยค
 
12. ถ้ำละว้า จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีโถงถ้ำและหินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ ภายในมีทั้งห้องถ้ำกว้าง ทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างโถง และกลุ่มหินที่เกิดจากการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน ความพิเศษของถ้ำละว้าอยู่ที่การได้สัมผัสธรรมชาติของภูเขาและป่าตะวันตกควบคู่กับแม่น้ำแควน้อย ซึ่งเป็นภูมิประเทศสำคัญของอำเภอไทรโยค
 
ไฮไลต์: โถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยหลายรูปทรง ม่านหินและเสาหิน ธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติไทรโยค และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับแม่น้ำแควน้อย
 
ถ้ำละว้าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหินปูนภายใต้อิทธิพลของน้ำใต้ดิน เมื่อมีน้ำซึมผ่านรอยแตกของหินเป็นเวลานาน ช่องว่างจะค่อย ๆ ขยายตัวและเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ น้ำที่ละลายแร่แคลเซียมคาร์บอเนตยังมีบทบาทในการสร้างหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ซึ่งสะสมตัวอย่างช้า ๆ และก่อรูปแตกต่างกันตามทิศทางของน้ำและลักษณะพื้นผิวหิน
 
เมื่อเข้าสู่ถ้ำ นักท่องเที่ยวจะพบว่าภายในกว้างขวางกว่าปากถ้ำที่มองเห็นจากภายนอก โถงถ้ำบางส่วนมีเพดานสูงและมีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่กระจายอยู่ตามพื้นและเพดาน บางบริเวณมีม่านหินซ้อนกันเป็นชั้นคล้ายผืนผ้า ขณะที่บางจุดมีแท่งหินเรียวยาวที่สะสมตัวลงมาจากเพดานจนเกือบถึงพื้น
 
ความงามของถ้ำละว้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของโถงถ้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายของรูปร่างหินที่ปรากฏตามเส้นทางเดินชม เมื่อสังเกตอย่างใกล้ชิดจะเห็นพื้นผิวหินที่แตกต่างกัน บางส่วนเรียบมัน บางส่วนเป็นริ้ว และบางบริเวณมีลักษณะขรุขระจากการตกตะกอนของแร่ธรรมชาติ ภาพรวมของถ้ำจึงเปรียบเสมือนห้องจัดแสดงประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง
 
การเที่ยวถ้ำละว้าสามารถเชื่อมโยงกับการชมแม่น้ำแควน้อยและป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยคได้ นักท่องเที่ยวบางเส้นทางนิยมใช้เรือจากบริเวณท่าเรือปากแซงเพื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ถ้ำ แต่ควรตรวจสอบเส้นทางและรูปแบบบริการที่เปิดให้ใช้จริงก่อนเดินทาง เนื่องจากการเข้าถึงแต่ละฝั่งและการให้บริการเรืออาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพพื้นที่
 
ถ้ำละว้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำธรรมชาติและเดินชมภายในโดยไม่เน้นกิจกรรมผจญภัยที่ต้องคลานหรือปีนผ่านช่องแคบมากนัก อย่างไรก็ตาม พื้นถ้ำอาจมีความชื้นและผิวหินลื่น นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม ใช้ไฟส่องสว่างตามข้อกำหนด และไม่ออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จัดไว้
 
ผู้ที่มีเวลาเที่ยว 2 วัน 1 คืนสามารถนำถ้ำละว้ามารวมกับการท่องเที่ยวอำเภอไทรโยค เช่น น้ำตกไทรโยค แม่น้ำแควน้อย และสถานที่ประวัติศาสตร์ในพื้นที่ได้ การพักค้างคืนจะทำให้มีเวลาเที่ยวชมโดยไม่ต้องเดินทางกลับในช่วงค่ำมากเกินไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามประกาศของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าสู่อำเภอไทรโยค แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่ถ้ำละว้าตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่อุทยานแนะนำ หากเลือกเดินทางทางน้ำควรติดต่อผู้ให้บริการเรือในพื้นที่และตรวจสอบท่าเรือที่เปิดให้บริการก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำละว้า จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำผีหัวโต กระบี่ ภาพเขียนสีโบราณภายในถ้ำหินปูนและเส้นทางป่าชายเลนบ้านบ่อท่อ
 
13. ถ้ำลอด–ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านบ่อท่อ ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและโบราณคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของภาคใต้ ด้วยลักษณะถ้ำหินปูนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางลำคลองและป่าชายเลน และมีภาพเขียนสีโบราณปรากฏอยู่บนผนังถ้ำจำนวนมาก การเดินทางเข้าสู่ถ้ำมักใช้เรือหางยาวหรือเรือคายัคผ่านลำคลอง ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งภูเขาหินปูน ระบบนิเวศป่าชายเลน และร่องรอยการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอดีต
 
ไฮไลต์: ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุประมาณ 2,000–3,000 ปี ถ้ำหินปูนบริเวณบ้านบ่อท่อ เส้นทางเรือผ่านคลองป่าชายเลน ถ้ำลอดธรรมชาติ และการเรียนรู้วิถีชุมชนชายฝั่งอำเภออ่าวลึก
 
ถ้ำผีหัวโตเป็นถ้ำหินปูนที่มีโถงภายในค่อนข้างกว้างและมีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึงบางส่วน บริเวณผนังถ้ำมีภาพเขียนสีโบราณที่สะท้อนการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต ภาพเหล่านี้มีทั้งรูปร่างคน สัตว์ และสัญลักษณ์ที่ตีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความเชื่อของชุมชนโบราณบริเวณชายฝั่งอันดามัน
 
ภาพเขียนสีที่เป็นที่มาของชื่อถ้ำผีหัวโตมีลักษณะคล้ายมนุษย์ที่มีส่วนศีรษะขนาดใหญ่ รูปร่างของภาพแตกต่างจากสัดส่วนร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ จึงกลายเป็นจุดสังเกตและที่มาของชื่อสถานที่ นอกจากภาพดังกล่าว ยังมีร่องรอยภาพเขียนอื่น ๆ บนผนังถ้ำซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความสำคัญของพื้นที่ในฐานะแหล่งโบราณคดีมากยิ่งขึ้น
 
ภูมิประเทศบริเวณบ้านบ่อท่อมีลำคลองน้ำกร่อยไหลผ่านแนวเขาหินปูนและป่าชายเลน การเดินทางไปยังถ้ำจึงมีความแตกต่างจากถ้ำที่อยู่บนภูเขาทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวต้องใช้เรือล่องผ่านคลองและแนวโกงกางก่อนเข้าสู่พื้นที่ถ้ำ การเดินทางผ่านคลองธรรมชาติทำให้สามารถสังเกตรากไม้โกงกาง แนวหน้าผาหินปูน และสภาพแวดล้อมของสัตว์น้ำในระบบนิเวศชายฝั่งได้ในเวลาเดียวกัน
 
ถ้ำลอดเป็นอีกส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวบริเวณบ้านบ่อท่อ มีลักษณะเป็นโพรงหินปูนที่น้ำไหลผ่านหรือเรือสามารถลอดเข้าไปได้ตามสภาพระดับน้ำ การเข้าชมจึงขึ้นอยู่กับการเลือกเส้นทางของผู้ให้บริการและสภาพน้ำในวันเดินทาง ผู้ที่เลือกกิจกรรมพายคายัคควรมีความพร้อมด้านร่างกายและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด
 
คุณค่าทางโบราณคดีของถ้ำผีหัวโตทำให้การอนุรักษ์ภาพเขียนสีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวไม่ควรสัมผัส ขูด หรือขีดเขียนผนังถ้ำ รวมทั้งไม่ใช้อุปกรณ์ใด ๆ ที่อาจทำลายร่องรอยภาพเขียนโบราณ ภาพที่ปรากฏบนผนังถ้ำเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมได้
 
การเที่ยวถ้ำผีหัวโตสามารถจัดเป็นกิจกรรมครึ่งวันร่วมกับการล่องเรือชมป่าชายเลนบ้านบ่อท่อ และสามารถเชื่อมเส้นทางไปยังธารโบกขรณีหรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นในอำเภออ่าวลึกได้ ผู้ที่สนใจการถ่ายภาพควรเตรียมอุปกรณ์กันน้ำและเลือกใช้บริการผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความรู้เกี่ยวกับเส้นทางและมาตรการอนุรักษ์
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. โดยกิจกรรมเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่เดินทางไปอำเภออ่าวลึกและตำบลอ่าวลึกใต้ จากนั้นเข้าสู่บ้านบ่อท่อและติดต่อผู้ให้บริการเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเดินทางผ่านคลองและป่าชายเลนไปยังถ้ำลอดและถ้ำผีหัวโต สามารถเลือกใช้เรือหางยาวหรือเรือคายัคตามรูปแบบบริการที่เปิดให้บริการ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่
 
ถ้ำแก้วโกมล แม่ฮ่องสอน ผลึกแร่แคลไซต์สีขาวภายในถ้ำที่มีลักษณะคล้ายคริสตัล
 
14. ถ้ำแก้วโกมล จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยมะไฟ ตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นถ้ำที่มีความงดงามทางธรณีวิทยาแตกต่างจากถ้ำหินปูนทั่วไป เพราะภายในมีผลึกแร่แคลไซต์สีขาวจำนวนมากปกคลุมผนังและเพดานถ้ำ เมื่อแสงไฟส่องกระทบจะเกิดประกายระยิบระยับคล้ายคริสตัลหรือเกล็ดน้ำแข็ง ทำให้ถ้ำแก้วโกมลได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเฉพาะและมีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ไฮไลต์: ผลึกแร่แคลไซต์สีขาวคล้ายคริสตัล ห้องถ้ำที่มีผิวแร่ละเอียดอ่อน ความงามทางธรณีวิทยาที่พบได้ไม่บ่อย และประวัติการได้รับพระราชทานชื่อถ้ำแก้วโกมล
 
ความโดดเด่นของถ้ำแก้วโกมลเกิดจากการตกผลึกของแร่แคลไซต์จากสารละลายแร่ในน้ำใต้ดิน เมื่อสภาพแวดล้อมภายในถ้ำเหมาะสม แร่จะค่อย ๆ สะสมตัวเป็นผลึกที่มีรูปร่างหลากหลาย ทั้งรูปทรงแหลมละเอียดและกลุ่มผลึกที่เรียงตัวคล้ายดอกไม้หรือเกล็ดน้ำแข็ง ผลึกบางบริเวณมีสีขาวสะอาดและมีความเงางาม เมื่อกระทบกับแสงไฟจึงสะท้อนแสงได้อย่างน่าประทับใจ
 
ถ้ำแก้วโกมลมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์จากการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 และได้รับพระราชทานชื่อว่าแก้วโกมล ชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงความงดงามของผลึกแร่ที่ปรากฏอยู่ภายในถ้ำและกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกสถานที่มาจนถึงปัจจุบัน
 
การเที่ยวชมถ้ำแก้วโกมลแตกต่างจากการชมถ้ำธรรมชาติที่สามารถเดินผ่านได้อย่างอิสระ เพราะผลึกแร่มีความละเอียดอ่อนและเสี่ยงต่อความเสียหายจากการสัมผัสหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การเข้าชมจึงควรอยู่ภายใต้การจัดการของเจ้าหน้าที่และเป็นไปตามเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น นักท่องเที่ยวไม่ควรแตะต้องผลึกแร่หรือเข้าใกล้ผนังถ้ำเกินระยะที่อนุญาต
 
บริเวณโดยรอบถ้ำแก้วโกมลเป็นภูเขาและป่าไม้ในอำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งมีบรรยากาศเงียบสงบและแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น การเดินทางสู่ถ้ำทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทิวทัศน์ภูเขาและวิถีชีวิตชุมชนในแม่ฮ่องสอน ขณะเดียวกันการเข้าชมถ้ำเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการตกผลึกของแร่และความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบาง
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรสอบถามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ก่อนนำอุปกรณ์เข้าไปใช้ภายในถ้ำ เพราะกิจกรรมบางประเภทอาจมีข้อจำกัดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผลึกแร่และสภาพแวดล้อมภายใน นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามการจัดการพื้นที่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ลาน้อย จากนั้นเดินทางเข้าสู่บริเวณบ้านห้วยมะไฟและพื้นที่ถ้ำแก้วโกมลตามป้ายบอกทาง ควรใช้รถยนต์ที่มีสภาพพร้อมสำหรับถนนภูเขา และสอบถามการเปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำแก้วโกมล จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ถ้ำเขาช้างหาย ตรัง หินงอกหินย้อยและโถงถ้ำธรรมชาติที่มีเรื่องเล่าตำนานลูกช้าง
 
15. ถ้ำเขาช้างหาย จังหวัดตรัง ตั้งอยู่บริเวณตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยงดงามและมีโถงถ้ำหลายส่วนเชื่อมต่อกัน ภายในมีทางเดินคอนกรีตและไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชม พร้อมการจัดรอบนำชมโดยเจ้าหน้าที่ ความพิเศษของถ้ำแห่งนี้อยู่ที่ความสมบูรณ์ของธรรมชาติภายในถ้ำและเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับลูกช้างที่หายเข้าไปในภูเขา จนกลายเป็นที่มาของชื่อถ้ำเขาช้างหาย
 
ไฮไลต์: หินงอกหินย้อยหลายรูปทรง โถงถ้ำหลายส่วน เส้นทางเดินชมประมาณ 850 เมตร ระบบไฟส่องสว่าง ตำนานลูกช้างหาย และวัฒนธรรมชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี
 
ถ้ำเขาช้างหายเกิดจากการละลายของหินปูนโดยน้ำใต้ดินเป็นเวลายาวนาน จนพัฒนาเป็นโพรงถ้ำที่มีหลายห้องเชื่อมต่อกัน ภายในมีทั้งโถงสูง ทางเดินคดเคี้ยว และหินงอกหินย้อยจำนวนมาก รูปร่างของหินแต่ละกลุ่มเกิดจากการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติอย่างช้า ๆ ทำให้มีลักษณะและสีสันแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมภายในถ้ำ
 
พื้นที่ภายในแบ่งเป็นส่วนที่มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ถ้ำช้างหาย ถ้ำเพกา ถ้ำทรายทอง ถ้ำโอง ถ้ำลม และถ้ำแม่เฒ่าคล้าย ซึ่งสะท้อนทั้งลักษณะทางธรรมชาติและจินตนาการของชุมชนที่ใช้เรียกแต่ละบริเวณ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไปตามเส้นทางที่จัดไว้พร้อมเรียนรู้เรื่องรูปร่างหินและความสัมพันธ์กับตำนานท้องถิ่น
 
เรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำเขาช้างหายกล่าวถึงลูกช้างที่หายเข้าไปในถ้ำระหว่างการเดินทางของขบวนผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ตำนานนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของชุมชนและเป็นที่มาของชื่อสถานที่ แม้จะเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้าน แต่ก็สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่
 
การเข้าชมถ้ำเขาช้างหายมีระบบการนำชมตามรอบที่กำหนด โดยระยะทางเดินภายในถ้ำประมาณ 850 เมตร ใช้เวลาเที่ยวชมราว 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับการจัดรอบและความพร้อมของนักท่องเที่ยว เส้นทางมีไฟส่องสว่างในบริเวณสำคัญ แต่ยังควรระวังพื้นชื้นและหินที่อาจลื่นเมื่อเดินผ่านทางแคบ
 
ถ้ำเขาช้างหายยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนนาหมื่นศรี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านผ้าทอพื้นเมืองและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลลูกลม การจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับชุมชนช่วยให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ทั้งธรรมชาติของถ้ำและวิถีชีวิตท้องถิ่นในวันเดียวกัน
 
นักท่องเที่ยวควรเข้าชมตามรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่ออกนอกทางเดิน ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำชม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกเวลาที่ไม่เร่งรีบและสวมรองเท้าที่เดินได้สะดวก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน โดยเข้าชมตามรอบที่กำหนด เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ รอบ 09:00, 11:00, 13:30 และ 15:00 น. วันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รอบ 09:30, 10:30, 11:30, 13:30, 14:30 และ 15:30 น. ควรยืนยันรอบกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังเดินทางไปยังอำเภอนาโยงและตำบลนาหมื่นศรี แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณถ้ำเขาช้างหาย รถยนต์ส่วนตัวสะดวกสำหรับการเชื่อมเส้นทางกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเขาช้างหาย จังหวัดตรัง
 
ถ้ำเอราวัณ หนองบัวลำภู ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่บนภูเขาที่มีพระพุทธรูปและบันไดขึ้นสู่ปากถ้ำ
 
16. ถ้ำเอราวัณ จังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งอยู่บริเวณบ้านผาอินแปลง ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งมีรูปร่างคล้ายช้างหมอบ ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่บันไดทางขึ้นสู่ปากถ้ำกว่า 600 ขั้น พระพุทธรูปองค์ใหญ่บริเวณทางเข้าถ้ำ โถงหินปูนขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยงดงาม และเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับนางผมหอม ทำให้ถ้ำเอราวัณเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ศาสนสถาน และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ไฮไลต์: ภูเขาหินปูนรูปร่างคล้ายช้างหมอบ บันไดขึ้นถ้ำกว่า 600 ขั้น พระพุทธชัยศรีมหามุนีตรีโลกนาถ โถงถ้ำขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยและปล่องแสงธรรมชาติ จุดชมวิวภูเขา และตำนานนางผมหอม
 
ถ้ำเอราวัณตั้งอยู่บนภูเขาที่ชาวบ้านเรียกว่าผาถ้ำช้าง ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นเมื่อมองจากพื้นที่ราบโดยรอบ รูปทรงของภูเขาที่คล้ายช้างกำลังหมอบเป็นที่มาของความเชื่อและเรื่องเล่าท้องถิ่น ตัวถ้ำอยู่ภายในภูเขาหินปูนและเกิดจากการละลายของหินโดยน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นโพรงถ้ำและห้องถ้ำขนาดใหญ่ที่มีเสาหิน หินงอกหินย้อย และช่องเปิดธรรมชาติ
 
การเดินทางขึ้นสู่ปากถ้ำเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องใช้แรงพอสมควร เพราะต้องเดินผ่านบันไดคอนกรีตกว่า 600 ขั้น เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณปากถ้ำจะพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน พระพุทธชัยศรีมหามุนีตรีโลกนาถมีความโดดเด่นจากตำแหน่งที่ประดิษฐานอยู่บนภูเขาและสามารถมองเห็นได้จากพื้นที่ด้านล่าง
 
ภายในถ้ำเอราวัณมีโถงขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยหินงอกหินย้อยและเสาหินจำนวนมาก บางบริเวณมีช่องเปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความสว่างกับเงามืดของห้องถ้ำ ภาพของหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ท่ามกลางแสงที่ลอดผ่านเพดานช่วยเพิ่มบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจให้แก่การเดินชม
 
ตำนานนางผมหอมเป็นเรื่องเล่าสำคัญที่เกี่ยวข้องกับถ้ำและภูเขาผาถ้ำช้าง สะท้อนความเชื่อพื้นบ้านที่เชื่อมโยงมนุษย์ ธรรมชาติ และพญาช้างเข้าด้วยกัน เรื่องราวดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดภายในชุมชนมาอย่างยาวนาน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าด้านวัฒนธรรมควบคู่กับความงามทางธรณีวิทยา
 
นอกจากการเข้าชมถ้ำ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมทิวทัศน์จากบริเวณปากถ้ำ ซึ่งมองเห็นภูเขาและพื้นที่ราบโดยรอบได้ในมุมสูง ช่วงเช้าหรือวันที่อากาศไม่ร้อนจัดเหมาะกับการเดินขึ้นบันได เพราะช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างทาง ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินหรือโรคประจำตัวควรประเมินความพร้อมก่อนขึ้นเขา
 
ถ้ำเอราวัณเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบผสมผสานธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพเมื่อต้องเข้าสักการะพระพุทธรูป ไม่ทิ้งขยะ และไม่สัมผัสหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ควรเตรียมน้ำดื่มและรองเท้าที่เหมาะกับการเดินขึ้นลงบันไดเป็นจำนวนมาก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองหนองบัวลำภูเดินทางไปยังอำเภอนาวังและตำบลวังทอง จากนั้นเข้าสู่บ้านผาอินแปลงตามป้ายถ้ำเอราวัณ เมื่อถึงพื้นที่จอดรถให้เดินขึ้นบันไดไปยังปากถ้ำ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับจังหวัดเลยหรือแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเอราวัณ จังหวัดหนองบัวลำภู
 
ถ้ำลอดปูยู สตูล อุโมงค์หินปูนที่คลองท่าจีนไหลผ่านและมีป่าชายเลนอยู่โดยรอบ
 
17. ถ้ำลอดปูยู จังหวัดสตูล ตั้งอยู่บริเวณเขากาหยัง ตำบลปูยู อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เป็นถ้ำลอดธรรมชาติที่มีคลองท่าจีนไหลผ่านภายในโพรงหินปูน โดยมีป่าชายเลนขึ้นอยู่ตลอดสองฝั่งคลอง การท่องเที่ยวถ้ำลอดปูยูแตกต่างจากถ้ำที่ต้องเดินขึ้นภูเขา เพราะนักท่องเที่ยวจะใช้เรือเดินทางผ่านลำคลอง ป่าโกงกาง และหน้าผาหินปูน ก่อนเข้าสู่ช่องถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน เป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานการชมธรรมชาติทางน้ำกับความงดงามทางธรณีวิทยาของชายฝั่งทะเลอันดามัน
 
ไฮไลต์: ถ้ำลอดธรรมชาติที่มีคลองไหลผ่าน การนั่งเรือชมโพรงหินปูน ป่าชายเลนและต้นโกงกาง ลำคลองท่าจีน ภูเขาเขากาหยัง และวิถีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลปูยู
 
ถ้ำลอดปูยูเกิดขึ้นภายในภูเขาหินปูนที่มีช่องทางน้ำไหลผ่านตามธรรมชาติ กระบวนการกัดเซาะและละลายของหินทำให้เกิดเป็นโพรงที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ เมื่อเรือแล่นผ่านปากถ้ำ นักท่องเที่ยวจะเห็นผนังหินปูนสูงและพื้นที่ภายในที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึงแตกต่างกันตามตำแหน่ง บางช่วงของเพดานและผนังมีหินงอกหินย้อยซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของแร่ในน้ำที่ซึมผ่านชั้นหิน
 
ความงดงามของถ้ำลอดปูยูอยู่ที่การผสมผสานระหว่างภูเขาหินปูนกับระบบนิเวศป่าชายเลน ตลอดสองฝั่งคลองมีต้นโกงกางและพืชที่ปรับตัวต่อสภาพน้ำกร่อย ระบบรากของต้นไม้ช่วยยึดตะกอนและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำให้บริเวณนี้มีคุณค่าด้านระบบนิเวศควบคู่กับการท่องเที่ยวธรรมชาติ
 
การล่องเรือผ่านถ้ำสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวตั้งแต่ช่วงที่เรือเคลื่อนจากพื้นที่คลองเปิดเข้าสู่เงาของภูเขาหินปูน เสียงน้ำกระทบเรือและการเปลี่ยนแปลงของแสงทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจอุโมงค์ธรรมชาติ ขณะเดียวกันการได้มองเห็นช่องถ้ำที่ทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งช่วยให้เข้าใจลักษณะของภูมิประเทศแบบถ้ำลอดได้อย่างชัดเจน
 
ตำบลปูยูมีความสัมพันธ์กับทะเลอันดามันและวิถีประมงพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน ชุมชนใช้ลำคลองและทะเลเป็นเส้นทางเดินทางและแหล่งประกอบอาชีพ การเที่ยวถ้ำลอดปูยูจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้การดำรงชีวิตของชุมชนชายฝั่ง รวมทั้งความสำคัญของป่าชายเลนต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
 
นักท่องเที่ยวควรใช้บริการเรือพร้อมคนเรือในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย การเข้าถ้ำต้องพิจารณาระดับน้ำและสภาพอากาศ เพราะบางช่วงของเส้นทางอาจเปลี่ยนแปลงตามน้ำขึ้นน้ำลง ผู้เดินทางควรเตรียมเสื้อชูชีพตามข้อกำหนด อุปกรณ์กันน้ำ และไม่ยื่นมือออกไปจับหินบริเวณผนังถ้ำหรือทำลายพืชพรรณริมคลอง
 
ถ้ำลอดปูยูเหมาะสำหรับการจัดทริปครึ่งวันร่วมกับการเที่ยวชมชุมชนชายฝั่งและธรรมชาติในอำเภอเมืองสตูล ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะได้เรียนรู้ทั้งระบบถ้ำ ระบบน้ำ และป่าชายเลนในเส้นทางเดียวกัน โดยควรเลือกผู้ประกอบการที่มีความชำนาญและให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังตำบลปูยูและจุดให้บริการเรือในพื้นที่ จากนั้นใช้เรือล่องไปตามคลองท่าจีนผ่านป่าชายเลนและภูเขาเขากาหยังเข้าสู่ถ้ำลอดปูยู ควรติดต่อผู้ให้บริการเรือล่วงหน้าและตรวจสอบสภาพน้ำในวันเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำลอดปูยู จังหวัดสตูล
 
ถ้ำผานางคอย แพร่ โถงถ้ำหินปูนและหินนางคอยที่มีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวข้อง
 
18. ถ้ำผานางคอย จังหวัดแพร่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านผาหมู ตำบลร้องกวาง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นถ้ำหินปูนที่มีความงดงามของหินงอกหินย้อยและมีชื่อเสียงจากตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับนางคอย ภายในถ้ำมีโพรงและอุโมงค์ที่คดเคี้ยว รวมถึงหินรูปร่างคล้ายหญิงสาวซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จัก ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและเรื่องเล่าท้องถิ่นทำให้ถ้ำผานางคอยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ทั้งด้านธรณีวิทยาและวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่
 
ไฮไลต์: หินนางคอยที่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำ โถงถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ทางเดินคดเคี้ยวภายในถ้ำ ตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับหญิงสาวผู้เฝ้ารอ และทัศนียภาพภูเขาในอำเภอร้องกวาง
 
ถ้ำผานางคอยตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 50 เมตร ภายในมีอุโมงค์ยาวประมาณ 150 เมตร และมีความกว้างราว 10 เมตรในบางช่วง ลักษณะของถ้ำไม่ได้เป็นทางตรงตลอดเส้นทาง แต่มีส่วนที่โค้งงอหลายจุด ทำให้การเดินชมมีความหลากหลายและน่าค้นหา พื้นถ้ำและผนังหินเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่น้ำค่อย ๆ ละลายหินปูนจนพัฒนาเป็นโพรงและช่องทางเชื่อมต่อกัน
 
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยจำนวนมาก บางกลุ่มมีลักษณะเรียวยาวลงมาจากเพดาน บางส่วนสะสมตัวเป็นเสาหินและม่านหิน เมื่อแสงไฟส่องกระทบจะเห็นรายละเอียดของผิวหินที่เกิดจากการตกตะกอนของแร่ธรรมชาติ หินเหล่านี้ใช้เวลายาวนานในการก่อตัวและเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สร้างบรรยากาศอันงดงามให้แก่ถ้ำ
 
จุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือหินนางคอย ซึ่งมีรูปร่างชวนให้นึกถึงหญิงสาวที่กำลังเฝ้ารอใครบางคน รูปร่างธรรมชาตินี้เชื่อมโยงกับตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับความรักและการรอคอยที่ถ่ายทอดกันในชุมชนมาอย่างยาวนาน เรื่องเล่าดังกล่าวช่วยเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมให้แก่การเที่ยวชมถ้ำ และทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความงามของธรรมชาติและจินตนาการที่ผู้คนมีต่อภูมิประเทศ
 
การเดินเข้าชมถ้ำผานางคอยต้องขึ้นสู่บริเวณปากถ้ำก่อนเข้าสู่ทางเดินภายใน ซึ่งมีทั้งส่วนที่กว้างและช่วงโค้งคดไปตามโพรงธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหินและระวังขั้นบันไดหรือพื้นชื้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรใช้เวลาเดินอย่างไม่เร่งรีบ
 
บริเวณรอบถ้ำเป็นภูมิประเทศภูเขาและป่าธรรมชาติในอำเภอร้องกวาง ผู้ที่สนใจท่องเที่ยวแบบหนึ่งวันสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งธรรมชาติและวัฒนธรรมในจังหวัดแพร่ได้ การเดินทางจากตัวเมืองแพร่ใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงควรออกเดินทางในช่วงเช้าเพื่อมีเวลาเที่ยวชมถ้ำได้เต็มที่
 
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพภายในถ้ำควรเลือกมุมที่ได้รับอนุญาตและหลีกเลี่ยงการสัมผัสหินนางคอยหรือหินงอกหินย้อย เพราะพื้นผิวหินธรรมชาติอาจได้รับความเสียหายจากการสัมผัสบ่อยครั้ง การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบช่วยรักษาคุณค่าของถ้ำให้คนรุ่นหลังได้ชมต่อไป
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองแพร่ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าอำเภอร้องกวาง แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านผาหมูตามป้ายถ้ำผานางคอย ระยะทางจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 34–40 กิโลเมตรตามจุดเริ่มต้น เมื่อถึงลานจอดรถต้องเดินขึ้นไปยังปากถ้ำซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับพื้นโดยรอบ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำผานางคอย จังหวัดแพร่
 
ถ้ำน้ำลอด ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ระบบถ้ำที่มีลำน้ำลางไหลผ่านและกิจกรรมนั่งแพไม้ไผ่
 
19. ถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในเขตสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นถ้ำธารน้ำขนาดใหญ่ที่มีลำน้ำลางไหลลอดผ่านภูเขาหินปูนและมีโถงถ้ำสำคัญหลายส่วน ภายในมีทั้งหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ หินงอกขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายตุ๊กตา และแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญต่อการศึกษาการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอดีต การเข้าชมถ้ำต้องใช้ผู้นำทางท้องถิ่นพร้อมตะเกียงและอาจมีการนั่งแพไม้ไผ่ในบางช่วง ทำให้ถ้ำน้ำลอดเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่โดดเด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ไฮไลต์: ลำน้ำลางที่ไหลลอดภูเขา โถงถ้ำสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน หินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ กิจกรรมนั่งแพไม้ไผ่ การใช้ผู้นำทางพร้อมตะเกียง และหลักฐานทางโบราณคดี
 
ถ้ำน้ำลอดเกิดจากกระบวนการกัดเซาะและละลายของหินปูนโดยลำน้ำลางซึ่งไหลผ่านรอยแตกและช่องว่างภายในภูเขาเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลลอดจากด้านหนึ่งของภูเขาไปยังอีกด้านหนึ่ง ระบบถ้ำมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรและประกอบด้วยโถงสำคัญ 3 ส่วน แต่ละแห่งมีลักษณะทางธรรมชาติแตกต่างกันอย่างชัดเจน
 
ถ้ำเสาหินหลวงมีจุดเด่นจากหินงอกหินย้อยและเสาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการตกตะกอนของแร่ธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน ภายในมีโถงสูงและผนังหินที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ เมื่อแสงจากตะเกียงส่องกระทบพื้นผิวหินจะเผยให้เห็นรายละเอียดและรูปทรงที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการเกิดเสาหินและรูปร่างหินงอกหินย้อยผ่านการเดินชมร่วมกับผู้นำทาง
 
ถ้ำตุ๊กตาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์จากหินงอกขนาดเล็กจำนวนมากซึ่งตั้งเรียงอยู่บนพื้นถ้ำและมีรูปร่างคล้ายตุ๊กตา หินบางก้อนมีขนาดเพียงประมาณหนึ่งคืบ ขณะที่บางก้อนสูงขึ้นมาเป็นกลุ่ม ทำให้พื้นที่ดูคล้ายห้องจัดแสดงประติมากรรมขนาดเล็กของธรรมชาติ จุดนี้เป็นส่วนที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบรายละเอียดของหินงอกหินย้อย
 
ถ้ำผีแมนมีความสำคัญด้านโบราณคดี เพราะเกี่ยวข้องกับร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต โดยเฉพาะหลักฐานประเภทโลงไม้โบราณที่พบในระบบถ้ำและพื้นที่ใกล้เคียงของปางมะผ้า หลักฐานเหล่านี้สะท้อนความเชื่อ พิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย และการใช้ถ้ำเป็นพื้นที่สำคัญในสังคมโบราณ ทำให้การเที่ยวถ้ำน้ำลอดไม่ได้เป็นเพียงการชมธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์มนุษย์ในภูมิภาคนี้
 
การเข้าชมถ้ำน้ำลอดต้องใช้ผู้นำทางท้องถิ่นพร้อมตะเกียงตามรูปแบบการจัดการพื้นที่ เพราะภายในมีทั้งโถงมืดและทางเดินที่อาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนโดยไม่มีแสงสว่าง บางช่วงของการเดินทางต้องใช้แพไม้ไผ่ล่องไปตามลำน้ำลาง ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศของถ้ำที่มีทั้งเสียงน้ำไหล ความเย็นชื้น และความเงียบของโพรงหินใต้ภูเขา
 
ระดับน้ำภายในถ้ำเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสถานะการเปิดเส้นทางก่อนเดินทาง และไม่พยายามเข้าไปในถ้ำด้วยตนเองโดยไม่มีผู้นำทาง ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือไม่สะดวกใช้แพควรสอบถามรูปแบบการเข้าชมที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ
 
ถ้ำน้ำลอดเหมาะสำหรับการจัดทริปท่องเที่ยวร่วมกับถ้ำธรรมชาติและชุมชนในอำเภอปางมะผ้า รวมถึงการเดินทางเชื่อมระหว่างอำเภอปายกับตัวเมืองแม่ฮ่องสอน การมีเวลาประมาณครึ่งวันสำหรับเข้าชมจะช่วยให้สามารถสำรวจแต่ละส่วนของถ้ำได้อย่างไม่เร่งรีบ และยังมีเวลาเรียนรู้เรื่องราวจากผู้นำทางท้องถิ่น
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ตามสภาพพื้นที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าอำเภอปางมะผ้า เมื่อถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 138–139 ให้เลี้ยวเข้าสู่บ้านถ้ำลอด แล้วเดินทางต่อประมาณ 9 กิโลเมตรถึงสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ผู้เดินทางจากอำเภอปายสามารถใช้ทางหลวงสายเดียวกันมุ่งหน้าอำเภอปางมะผ้า ก่อนแยกเข้าบ้านถ้ำลอดตามป้ายท่องเที่ยว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง สระแก้ว หินงอกหินย้อยสีขาวและลวดลายคล้ายใบโพธิ์สีทองภายในถ้ำ
 
20. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง จังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่บริเวณบ้านเขาเลื่อม อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เป็นถ้ำหินปูนที่โดดเด่นด้วยหินงอกหินย้อยสีขาวนวลและลวดลายบนผนังถ้ำที่มีลักษณะคล้ายใบโพธิ์สีทอง ภายในมีห้องถ้ำหลายส่วนซึ่งมีรูปทรงของหินแตกต่างกัน รวมถึงห้องมุขประดับเพชรที่มีผิวแร่สะท้อนแสงระยิบระยับเมื่อถูกไฟส่อง ความงดงามดังกล่าวทำให้ถ้ำเพชรโพธิ์ทองเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการค้นพบถ้ำสวยในภาคตะวันออกของประเทศไทย
 
ไฮไลต์: ห้องถ้ำ 4 ส่วน หินงอกหินย้อยสีขาวนวล ห้องมุขประดับเพชร ลวดลายคล้ายใบโพธิ์สีทองบนผนังถ้ำ เส้นทางเดินผ่านป่าจันผา และธรรมชาติของภูเขาในอำเภอคลองหาด
 
ถ้ำเพชรโพธิ์ทองเกิดจากกระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำใต้ดิน เมื่อเวลาผ่านไปช่องว่างภายในภูเขาจะขยายตัวเป็นโพรงและห้องถ้ำหลายส่วน ขณะเดียวกันน้ำที่มีแร่ละลายอยู่จะหยดและไหลผ่านผิวหินจนเกิดการตกตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนต ก่อให้เกิดหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างและพื้นผิวแตกต่างกัน ลักษณะของแร่บางบริเวณทำให้เมื่อกระทบแสงไฟแล้วเกิดประกายคล้ายอัญมณี
 
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือห้องมุขประดับเพชร ซึ่งมีผิวหินและผลึกแร่ที่สะท้อนแสงระยิบระยับจนชวนให้นึกถึงเพชรที่ประดับอยู่บนผนังถ้ำ นักท่องเที่ยวที่เดินชมจะได้เห็นความแตกต่างของหินแต่ละส่วน ทั้งลักษณะผิวละเอียดและการสะสมตัวของแร่ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน
 
ชื่อถ้ำเพชรโพธิ์ทองยังมีความสัมพันธ์กับลวดลายบนผนังถ้ำที่มีลักษณะคล้ายใบโพธิ์สีทอง ลวดลายเหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับน้ำและแร่บนผิวหิน ทำให้เกิดรูปร่างและสีสันเฉพาะตัวที่แตกต่างจากหินงอกหินย้อยทั่วไป ความงามของรูปทรงธรรมชาติจึงเชื่อมโยงกับจินตนาการของผู้คนจนกลายเป็นชื่อสถานที่
 
พื้นที่โดยรอบถ้ำเป็นภูเขาหินปูนและป่าธรรมชาติที่มีทั้งป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง รวมถึงกลุ่มต้นจันผาซึ่งชุมชนบ้านเขาเลื่อมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การเดินขึ้นสู่ถ้ำจึงเป็นโอกาสในการชมพืชพรรณและเรียนรู้การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนควบคู่กับการสำรวจภูเขาหินปูน
 
เส้นทางขึ้นถ้ำมีทั้งพื้นลาดเอียงและพื้นหินตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่กระชับและเหมาะกับการเดินป่า หากเดินทางในฤดูฝนอาจพบพื้นลื่นและถนนบางช่วงมีสภาพเปลี่ยนแปลงตามฝน ผู้ที่ต้องการเดินชมถ้ำอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาให้เพียงพอและติดต่อผู้นำทางท้องถิ่นก่อนเดินทาง
 
ถ้ำเพชรโพธิ์ทองเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ธรณีวิทยา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะนอกจากหินงอกหินย้อยแล้ว ยังมีความสำคัญจากป่าจันผาและบทบาทของชุมชนในการดูแลพื้นที่ นักท่องเที่ยวไม่ควรสัมผัสหรือเก็บชิ้นส่วนหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่ทิ้งขยะตลอดเส้นทางเดิน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน โดยแนะนำให้ติดต่อผู้นำทางก่อนเดินทาง เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสระแก้วใช้ทางหลวงหมายเลข 317 มุ่งหน้าอำเภอคลองหาด จากนั้นเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นที่มุ่งไปบ้านเขาเลื่อมตามป้ายถ้ำเพชรโพธิ์ทอง บางช่วงเป็นถนนชนบทและทางขึ้นเขา ควรใช้รถยนต์ที่มีสภาพพร้อมสำหรับการเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง จังหวัดสระแก้ว
 
ถ้ำแก้ว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยระยิบระยับ
 
21. ถ้ำแก้ว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางปู ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นถ้ำหินปูนที่โดดเด่นด้วยหินงอกหินย้อยและผลึกแร่ธรรมชาติซึ่งสะท้อนประกายเมื่อกระทบแสงไฟ แตกต่างจากถ้ำพระยานครที่มีโถงเปิดขนาดใหญ่และพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เพราะถ้ำแก้วเน้นประสบการณ์เดินสำรวจโพรงหินที่มีความมืด ความชื้น และทางเดินธรรมชาติซับซ้อน นักท่องเที่ยวจึงได้สัมผัสบรรยากาศของโลกใต้ภูเขาอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้กระบวนการเกิดหินงอกหินย้อยและความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบถ้ำหินปูน
 
ไฮไลต์: หินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ถ้ำหินปูนธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด การเดินสำรวจถ้ำที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ภูมิประเทศภูเขาหินปูน และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับถ้ำพระยานครและหาดบางปู
 
ถ้ำแก้วเกิดจากกระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำตามธรรมชาติ น้ำฝนที่ซึมผ่านรอยแตกของภูเขาจะค่อย ๆ ละลายแร่ในหินและขยายช่องว่างภายในจนกลายเป็นโพรงถ้ำ ต่อมาเมื่อหยดน้ำที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตละลายอยู่ไหลผ่านเพดานและผนังถ้ำ แร่จะตกตะกอนสะสมตัวเป็นหินย้อย หินงอก และผลึกขนาดเล็ก พื้นผิวของหินบางบริเวณมีความเงางามและสะท้อนแสงได้ดี จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำแก้ว ซึ่งสะท้อนภาพความงดงามราวกับแก้วหรือผลึกแร่ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างช้า ๆ
 
ภูมิประเทศโดยรอบถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหินปูนสามร้อยยอด ซึ่งมีภูเขาสูงชันสลับพื้นที่ราบ ชายฝั่งทะเล และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ความหลากหลายดังกล่าวทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาที่น่าสนใจ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเห็นความแตกต่างระหว่างภูมิประเทศภายนอกที่ประกอบด้วยภูเขาหินปูนและพื้นที่ชายฝั่ง กับสภาพภายในถ้ำที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดินเป็นเวลายาวนาน
 
การเดินชมถ้ำแก้วแตกต่างจากการเดินชมถ้ำที่มีทางเดินคอนกรีตและไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง พื้นบางช่วงเป็นหินธรรมชาติ มีความต่างระดับ และอาจมีทางแคบหรือพื้นเปียกชื้น ผู้เข้าชมควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อสอบถามเส้นทางและข้อกำหนดก่อนเข้าถ้ำ รวมถึงใช้ไฟฉายและอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การเดินโดยไม่มีแสงสว่างเพียงพอหรือออกนอกเส้นทางอาจทำให้เกิดอันตรายจากการสะดุดและลื่นล้มได้
 
ความงดงามของถ้ำแก้วอยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ของหินงอกหินย้อยมากกว่าการชมทัศนียภาพขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว เมื่อส่องไฟไปยังพื้นผิวของหินจะพบรูปทรงและลวดลายต่างกันไปในแต่ละบริเวณ บางส่วนดูคล้ายม่านหิน บางส่วนเป็นเสาหินหรือกลุ่มผลึกที่มีผิวละเอียด นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ เพื่อสังเกตธรรมชาติ โดยไม่สัมผัสหรือรบกวนการสะสมตัวของแร่บนผิวหิน
 
ถ้ำแก้วสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับถ้ำพระยานคร หาดแหลมศาลา และแหล่งธรรมชาติอื่นในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้ ผู้ที่ต้องการชมถ้ำหลายแห่งในวันเดียวควรเริ่มเดินทางตั้งแต่เช้า เพราะแต่ละถ้ำมีรูปแบบการเข้าถึงและระยะเวลาในการเดินแตกต่างกัน โดยเฉพาะถ้ำพระยานครที่ต้องเดินขึ้นเขาและถ้ำแก้วที่ต้องระมัดระวังการเคลื่อนตัวภายในถ้ำ
 
ผู้ที่มีอาการกลัวที่แคบ ไม่สะดวกเดินบนพื้นหิน หรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรประเมินความพร้อมก่อนเข้าถ้ำ นอกจากนี้ไม่ควรใช้ไฟหรืออุปกรณ์ที่ก่อความร้อนใกล้ผนังหิน ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย และไม่ทิ้งสิ่งของใด ๆ ไว้ภายในถ้ำ เพราะระบบถ้ำเป็นสภาพแวดล้อมที่เปราะบางและได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ง่าย
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ตามประกาศของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากอำเภอสามร้อยยอดเดินทางเข้าสู่พื้นที่บ้านบางปูและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ถ้ำแก้วอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวใกล้ถ้ำพระยานคร โดยสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นทางเดินถ้ำ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามการเข้าชมและเดินตามเส้นทางที่กำหนด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำแก้ว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
ถ้ำวังบาดาล กาญจนบุรี ถ้ำหินปูนสองชั้นที่มีหินงอกหินย้อยและธารน้ำใต้ดิน
 
22. ถ้ำวังบาดาล จังหวัดกาญจนบุรี หรือที่รู้จักกันในชื่อถ้ำสวรรค์วังบาดาล ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีความน่าสนใจจากโครงสร้างถ้ำหลายระดับและหินงอกหินย้อยรูปร่างงดงาม ภายในมีทั้งห้องถ้ำที่มีหินตกแต่งตามธรรมชาติและบริเวณที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำใต้ดิน การเที่ยวชมต้องเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติจากบริเวณจุดเริ่มต้นประมาณ 1,500 เมตรก่อนเข้าสู่ปากถ้ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการเดินป่าระยะสั้นเข้ากับการสำรวจธรรมชาติใต้ภูเขา
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนสองระดับ ห้องม่านพระจันทร์ ห้องเข็มนารายณ์ หินงอกหินย้อยและม่านหิน ธารน้ำใต้ดิน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านป่าในพื้นที่ไทรโยค
 
ลักษณะสำคัญของถ้ำวังบาดาลคือการแบ่งพื้นที่ภายในเป็นส่วนบนและส่วนล่าง โดยส่วนบนมีโถงถ้ำและหินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ ขณะที่ส่วนล่างมีลักษณะเกี่ยวข้องกับทางน้ำธรรมชาติ โครงสร้างนี้สะท้อนกระบวนการพัฒนาระบบถ้ำจากการไหลของน้ำตามระดับต่าง ๆ ภายในภูเขาหินปูน เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจะค่อย ๆ ละลายหินและขยายช่องว่างจนเกิดเป็นห้องถ้ำ อุโมงค์ และร่องรอยทางน้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน
 
ห้องม่านพระจันทร์เป็นหนึ่งในส่วนที่ได้รับการกล่าวถึงจากความสวยงามของหินย้อยซึ่งมีลักษณะคล้ายผืนม่านตามธรรมชาติ หินลักษณะนี้เกิดจากน้ำที่ไหลผ่านผิวหินเป็นแผ่นบางก่อนตกตะกอนแร่ต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นแนวหินซ้อนชั้นที่มีรายละเอียดคล้ายผืนผ้า เมื่อต้องแสงจะเห็นลวดลายและรูปร่างที่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถจินตนาการถึงสิ่งต่าง ๆ ได้
 
ห้องเข็มนารายณ์มีความน่าสนใจจากกลุ่มหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะเรียวยาวคล้ายแท่งหรือเข็ม การเกิดหินเหล่านี้สัมพันธ์กับน้ำที่หยดลงมาและมีแร่แคลเซียมคาร์บอเนตละลายอยู่ เมื่อหยดน้ำระเหยหรือสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ แร่จะค่อย ๆ ตกตะกอนสะสมตัวเป็นรูปร่างต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่าจะมีขนาดที่เห็นได้ในปัจจุบัน
 
จุดเด่นของการเที่ยวถ้ำวังบาดาลอีกประการหนึ่งคือการเดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะประมาณ 1,500 เมตรก่อนถึงปากถ้ำ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสป่าไม้ ภูมิประเทศที่ลาดชัน และบรรยากาศธรรมชาติของกาญจนบุรีตลอดเส้นทาง ผู้ที่สนใจพืชพรรณและระบบนิเวศสามารถใช้เวลาเรียนรู้สภาพป่าควบคู่ไปกับการสำรวจถ้ำได้
 
การเข้าชมถ้ำควรมีไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่างที่เหมาะสม และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแล เพราะบางช่วงมีพื้นที่แคบ ทางลาด และพื้นเปียกชื้น การเดินภายในถ้ำต้องใช้สมาธิและระมัดระวังการก้าวเท้า ไม่ควรเร่งรีบหรือเดินแยกจากกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางผ่านจุดที่มีความต่างระดับมาก
 
ถ้ำวังบาดาลเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าระยะสั้นและถ้ำธรรมชาติ สามารถนำมาจัดร่วมกับการเที่ยวอำเภอไทรโยค น้ำตกไทรโยคน้อย และสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำแควน้อยได้ตามเวลาและเส้นทางที่เปิดให้เข้าถึง การท่องเที่ยวลักษณะนี้ควรเผื่อเวลาเดินกลับจากถ้ำให้เพียงพอก่อนหมดช่วงเวลาที่อนุญาต
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการพื้นที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอไทรโยค แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลท่าเสาตามเส้นทางไปยังถ้ำวังบาดาล หลังจากถึงจุดเริ่มต้นต้องเดินเท้าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 1,500 เมตร ควรตรวจสอบสถานะทางเดินและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าถ้ำ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำวังบาดาล จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำเสาหิน อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี เสาหินธรรมชาติขนาดมหึมาภายในถ้ำ
 
23. ถ้ำเสาหิน จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำที่มีความโดดเด่นด้านธรณีวิทยาและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย โดยเฉพาะเสาหินธรรมชาติขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ภายในโพรงถ้ำและเป็นจุดหมายสำคัญของการสำรวจ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางไม่ได้เป็นทางเดินท่องเที่ยวทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการเดินป่า การผ่านภูมิประเทศซับซ้อน และกิจกรรมที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ
 
ไฮไลต์: เสาหินธรรมชาติขนาดใหญ่มากภายในถ้ำ โครงสร้างหินปูนที่โดดเด่นระดับประเทศ ระบบถ้ำและทางน้ำใต้ดิน การผจญภัยในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และการเข้าชมที่ต้องจองและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของอุทยาน
 
เสาหินภายในถ้ำเกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลเซียมคาร์บอเนตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน เมื่อหินย้อยจากเพดานและหินงอกจากพื้นค่อย ๆ เจริญตัวเข้าหากันจนเชื่อมเป็นโครงสร้างเดียว จะเกิดเป็นเสาหินที่ตั้งต่อเนื่องจากพื้นถึงเพดาน ถ้ำเสาหินมีความพิเศษจากขนาดของเสาหินที่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับถ้ำท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการทางธรรมชาติที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานมาก
 
อุทยานแห่งชาติลำคลองงูมีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนและระบบลำน้ำที่ไหลผ่านช่องเขาและถ้ำหลายแห่ง ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการศึกษาธรณีวิทยา ธรรมชาติ และระบบน้ำใต้ดิน การเดินทางเข้าสู่ถ้ำเสาหินจึงไม่ได้เป็นเพียงการชมเสาหินขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ หิน และภูมิประเทศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
 
การเข้าชมถ้ำเสาหินมีข้อจำกัดมากกว่าถ้ำทั่วไป เพราะต้องอาศัยความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์สำหรับการเดินทางในภูมิประเทศธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของอุทยานและเดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางที่ได้รับอนุญาต เส้นทางอาจมีทั้งการเดินผ่านป่า พื้นหินที่ลื่น และจุดที่เกี่ยวข้องกับน้ำ จึงไม่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวโดยไม่มีผู้ดูแล
 
ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมถ้ำอาจจำกัดตามฤดูกาลและสภาพน้ำ เพราะระบบถ้ำที่มีธารน้ำไหลผ่านสามารถได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การเปิดพื้นที่จึงขึ้นอยู่กับการประเมินความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวไม่ควรเดินทางไปโดยคาดหวังว่าจะสามารถเข้าถ้ำได้ทันทีโดยไม่จองหรือสอบถามล่วงหน้า
 
ความงดงามของถ้ำเสาหินมีคุณค่าต่อการอนุรักษ์อย่างสูง นักท่องเที่ยวต้องไม่สัมผัส ทำลาย หรือพยายามปีนเสาหิน รวมทั้งไม่เคลื่อนย้ายหินหรือวัตถุภายในถ้ำ การเคารพมาตรการควบคุมจำนวนผู้เข้าชมและการรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ระบบถ้ำคงสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติในระยะยาว
 
ถ้ำเสาหินเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์กิจกรรมกลางแจ้งและสนใจการเดินป่าผจญภัย โดยควรเตรียมร่างกายให้พร้อม สอบถามเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุ สุขภาพ อุปกรณ์ และขั้นตอนการจองกับอุทยานแห่งชาติลำคลองงูก่อนเดินทาง การท่องเที่ยวลักษณะนี้ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเหนือการพยายามเข้าถึงพื้นที่ให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้
 
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและรอบนำเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูกำหนด โดยต้องตรวจสอบและจองล่วงหน้า
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูตามจุดนัดหมายที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องปฏิบัติตามกำหนดการและเส้นทางนำเที่ยวของอุทยาน ไม่ควรเดินทางเข้าสู่ถ้ำเองโดยไม่มีเจ้าหน้าที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเสาหิน จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำศิลป์ จังหวัดยะลา ภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหินปูน
 
24. ถ้ำศิลป์ จังหวัดยะลา ตั้งอยู่บริเวณบ้านบันนังลูวา หมู่ 2 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีความสำคัญด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำที่มีทั้งภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนาและภาพบุคคลลักษณะต่าง ๆ แม้ภาพจำนวนหนึ่งจะลบเลือนไปตามกาลเวลา แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการใช้พื้นที่และความเชื่อของผู้คนในอดีต ทำให้ถ้ำศิลป์เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าแตกต่างจากถ้ำธรรมชาติซึ่งมีจุดเด่นเฉพาะหินงอกหินย้อย
 
ไฮไลต์: ภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำ ภาพพระพุทธเจ้าปางต่าง ๆ ภาพกลุ่มสตรี 3 คน หลักฐานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ภาคใต้ และการเดินขึ้นสู่ปากถ้ำที่ตั้งอยู่บนเนินหินปูน
 
ถ้ำศิลป์มีลักษณะเป็นถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีความสำคัญจากภาพเขียนสีที่ปรากฏบนผนังถ้ำ ภาพบางส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เช่น ภาพพระพุทธเจ้าปางต่าง ๆ และภาพบุคคลซึ่งสะท้อนรูปแบบศิลปกรรมในอดีต การศึกษาภาพเขียนเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจบทบาทของถ้ำในฐานะพื้นที่ทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เคยได้รับการใช้ประโยชน์จากชุมชนในพื้นที่
 
ภาพเขียนที่มีชื่อเสียงอีกกลุ่มหนึ่งเป็นภาพผู้หญิงยืนรวมกัน 3 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะที่ทำให้ถ้ำศิลป์ได้รับความสนใจจากผู้ศึกษาศิลปกรรมและโบราณคดี ภาพดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษารูปแบบเครื่องแต่งกาย การจัดองค์ประกอบภาพ และความหมายของบุคคลในงานศิลปกรรมโบราณ แต่การตีความรายละเอียดทางประวัติศาสตร์จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการศึกษาทางวิชาการประกอบ
 
ความโดดเด่นของถ้ำศิลป์อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศหินปูนกับศิลปวัฒนธรรมของผู้คนในภาคใต้ บริเวณตำบลหน้าถ้ำและพื้นที่ใกล้เคียงมีสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน ถ้ำศิลป์จึงสะท้อนการนำพื้นที่ธรรมชาติมาใช้เป็นสถานที่ทางศาสนาและแหล่งแสดงออกด้านศิลปกรรมของมนุษย์
 
ภายในถ้ำมีความมืดและต้องใช้อุปกรณ์ส่องสว่าง การเข้าชมควรติดต่อผู้ดูแลหรือผู้เก็บกุญแจก่อนขึ้นถ้ำ เพราะอาจมีข้อจำกัดในการเปิดพื้นที่และการจัดการเพื่ออนุรักษ์ภาพเขียนสี นักท่องเที่ยวต้องไม่จับหรือขูดผนังถ้ำ ไม่ใช้วัสดุใด ๆ สัมผัสภาพเขียน และไม่ใช้อุปกรณ์ที่อาจทำให้พื้นผิวของภาพเกิดความเสียหาย
 
การเดินขึ้นสู่ปากถ้ำต้องใช้บันไดและเส้นทางเดินบริเวณภูเขา โดยปากถ้ำตั้งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 28 เมตร ผู้เข้าชมควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมและระมัดระวังขั้นบันได โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือเมื่อพื้นมีความชื้น ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินควรประเมินความพร้อมก่อนขึ้นไปยังบริเวณปากถ้ำ
 
ถ้ำศิลป์สามารถจัดร่วมกับการท่องเที่ยววัดถ้ำคูหาภิมุขและสถานที่ทางวัฒนธรรมอื่นในอำเภอเมืองยะลาได้ การเที่ยวชมสถานที่ทั้งสองแห่งช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างถ้ำหินปูนกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในพื้นที่ภาคใต้และเปิดโอกาสให้เรียนรู้มรดกทางศิลปกรรมที่สืบทอดมายาวนาน
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน แต่ต้องติดต่อผู้ดูแลและตรวจสอบการเข้าชมก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองยะลาใช้เส้นทางไปยังวัดถ้ำคูหาภิมุข แล้วเดินทางต่อประมาณ 1 กิโลเมตรก่อนแยกซ้ายเข้าสู่เส้นทางบ้านถ้ำศิลป์อีกประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านถ้ำศิลป์และเดินทางไปยังบริเวณทางขึ้นถ้ำ ควรติดต่อผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำศิลป์ จังหวัดยะลา
 
วนอุทยานถ้ำเขาวง อุทัยธานี ภูเขาหินปูน ถ้ำพุหวาย และธรรมชาติของอำเภอบ้านไร่
 
25. วนอุทยานถ้ำเขาวง จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่บริเวณบ้านหินตุ้ม หมู่ 3 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูน ป่าไม้ และระบบถ้ำที่มีความงดงาม โดยเฉพาะถ้ำพุหวายซึ่งเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ภายในพื้นที่วนอุทยาน ภายในมีโถงถ้ำ หินงอกหินย้อย และเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการเดินป่าระยะสั้น การศึกษาธรณีวิทยา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย
 
ไฮไลต์: ถ้ำพุหวาย โถงถ้ำหินปูนและหินงอกหินย้อย ภูเขาหินปูนในอำเภอบ้านไร่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และบรรยากาศป่าไม้ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
 
วนอุทยานถ้ำเขาวงมีความสำคัญจากภูมิประเทศหินปูนที่เป็นแหล่งกำเนิดถ้ำธรรมชาติหลายแห่ง การไหลของน้ำใต้ดินผ่านรอยแตกของหินปูนเป็นเวลายาวนานทำให้เกิดโพรงและห้องถ้ำขนาดต่าง ๆ ขณะเดียวกันน้ำที่มีแร่ละลายอยู่ยังทำให้เกิดหินงอกหินย้อยและรูปทรงหินที่มีลักษณะเฉพาะตัว เมื่อพิจารณาร่วมกับป่าไม้ที่ปกคลุมภูเขา พื้นที่แห่งนี้จึงมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติและการศึกษาสิ่งแวดล้อม
 
ถ้ำพุหวายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางมาวนอุทยานถ้ำเขาวง ภายในมีโถงถ้ำที่ค่อนข้างกว้างและมีอากาศถ่ายเทในบางส่วน นักท่องเที่ยวสามารถชมกลุ่มหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างแตกต่างกันและเรียนรู้กระบวนการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติที่ใช้เวลายาวนาน การเดินชมควรเป็นไปตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าถึงและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่
 
ความงดงามของถ้ำพุหวายอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของโถงหินและรูปทรงหินตลอดเส้นทาง บางบริเวณมีเสาหินที่เชื่อมพื้นกับเพดาน บางบริเวณมีม่านหินและหินย้อยที่เรียงตัวเป็นกลุ่ม ส่วนพื้นที่บางช่วงอาจมีความมืดและต้องใช้แสงสว่างช่วยในการสำรวจ ผู้เข้าชมควรมีไฟฉายที่เหมาะสมและไม่เข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้เดินชม
 
นอกจากถ้ำธรรมชาติ บริเวณวนอุทยานยังมีความน่าสนใจด้านป่าไม้และภูมิประเทศภูเขาของอำเภอบ้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งธรรมชาติหลายประเภท นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาสังเกตพืชพรรณตามเส้นทางเดินและเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างป่าต้นน้ำกับระบบน้ำที่มีบทบาทต่อการเกิดถ้ำหินปูน
 
วนอุทยานถ้ำเขาวงสามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดถ้ำเขาวงและแหล่งธรรมชาติอื่นในอำเภอบ้านไร่ได้ อย่างไรก็ตาม วนอุทยานถ้ำเขาวงและวัดถ้ำเขาวงเป็นสถานที่คนละแห่ง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบชื่อและตำแหน่งในแผนที่ก่อนเดินทางเพื่อไม่ให้สับสนระหว่างพื้นที่ถ้ำธรรมชาติกับศาสนสถานที่มีชื่อใกล้เคียงกัน
 
ผู้ที่ต้องการเข้าชมถ้ำควรเตรียมรองเท้าสำหรับเดินบนพื้นหิน ไฟฉาย น้ำดื่ม และสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเข้าถึงถ้ำพุหวายก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนซึ่งทางเดินและพื้นหินบางช่วงอาจลื่น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหินงอกหินย้อยและไม่ทิ้งขยะในพื้นที่วนอุทยาน
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุทัยธานีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอบ้านไร่ผ่านทางหลวงหมายเลข 3011 แล้วเดินทางต่อไปยังบริเวณบ้านหินตุ้มตามเส้นทางท้องถิ่น เมื่อถึงวนอุทยานควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเข้าชมถ้ำพุหวายและเส้นทางเดินธรรมชาติ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่วนอุทยานถ้ำเขาวง จังหวัดอุทัยธานี
 
ค้างคาวเขาช่องพราน ราชบุรี ถ้ำพระนอนและฝูงค้างคาวบินออกจากภูเขาในช่วงเย็น
 
26. ถ้ำเขาช่องพราน จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่บริเวณวัดเขาช่องพราน ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานที่มีชื่อเสียงจากถ้ำพระนอนและปรากฏการณ์ฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลบินออกจากถ้ำในช่วงเย็น ภายในบริเวณวัดมีถ้ำที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและสถานที่สำคัญทางศาสนา ขณะที่ภูเขาหินปูนโดยรอบเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ความเชื่อ และระบบนิเวศของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำ
 
ไฮไลต์: ถ้ำพระนอนภายในวัดเขาช่องพราน พระพุทธรูปสำคัญ ปรากฏการณ์ค้างคาวบินออกจากถ้ำเป็นสายยาวช่วงพลบค่ำ และภูมิทัศน์ภูเขาหินปูนของอำเภอโพธาราม
 
เขาช่องพรานเป็นภูเขาหินปูนที่มีโพรงถ้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากกระบวนการละลายและกัดเซาะของหินโดยน้ำเป็นเวลายาวนาน ภายในภูเขามีพื้นที่ที่เหมาะกับการอยู่อาศัยของค้างคาว เนื่องจากถ้ำมีอุณหภูมิ ความชื้น และความมืดที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่สัตว์ชนิดนี้ใช้พักอาศัยในช่วงกลางวัน ก่อนออกไปหากินแมลงในช่วงเย็นและกลางคืน
 
ถ้ำพระนอนเป็นพื้นที่สำคัญทางศาสนาภายในวัดเขาช่องพราน มีพระพุทธรูปให้ผู้มาเยือนสักการะและชมสภาพของโพรงหินปูนที่สัมพันธ์กับการพัฒนาวัดในพื้นที่ ผู้ที่เข้าชมควรแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยา เพราะบริเวณนี้ยังเป็นศาสนสถานที่มีพระสงฆ์และผู้ศรัทธาใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอยู่เป็นประจำ
 
ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือช่วงใกล้พลบค่ำ เมื่อฝูงค้างคาวเริ่มบินออกจากถ้ำเพื่อออกหากิน ภาพค้างคาวจำนวนมากเคลื่อนตัวเป็นสายยาวบนท้องฟ้าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว การบินของค้างคาวอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ และปัจจัยทางธรรมชาติ จึงควรเผื่อเวลาและไม่คาดหวังว่าค้างคาวจะเริ่มบินตรงเวลาเดียวกันทุกวัน
 
ค้างคาวมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ โดยเฉพาะการช่วยควบคุมจำนวนแมลงในธรรมชาติ การมีค้างคาวอาศัยอยู่ภายในถ้ำจำนวนมากจึงสะท้อนถึงความสำคัญของภูเขาหินปูนในฐานะแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวควรชมปรากฏการณ์จากจุดที่จัดไว้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนฝูงค้างคาว และไม่ใช้แสงแฟลชหรือไฟที่ส่องรบกวนสัตว์โดยไม่จำเป็น
 
บริเวณวัดเขาช่องพรานยังมีจุดชมทิวทัศน์และพระบรมธาตุบวรวิสุทธิเจดีย์ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ผู้ที่มีเวลาสามารถเริ่มจากการไหว้พระและชมถ้ำในช่วงบ่าย ก่อนพักรอชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำช่วงเย็น ทำให้สามารถจัดกิจกรรมธรรมชาติและวัฒนธรรมภายในวันเดียวได้
 
การเที่ยวเขาช่องพรานสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอโพธารามและตัวเมืองราชบุรีได้ โดยควรเดินทางถึงก่อนพลบค่ำเพื่อมีเวลาหาจุดชมที่ปลอดภัยและเหมาะกับการถ่ายภาพ ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่เป็นพื้นที่อาศัยของค้างคาวและเคารพข้อกำหนดของวัด
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาที่เหมาะสำหรับชมค้างคาว: ประมาณ 17:30 น. เป็นต้นไป โดยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสัตว์และสภาพอากาศ
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดราชบุรี แล้วเดินทางเข้าสู่อำเภอโพธาราม ก่อนใช้ทางหลวงหมายเลข 3089 ไปยังวัดเขาช่องพราน ตำบลเตาปูน รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกสำหรับการเดินทางและการจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับสถานที่อื่นในจังหวัดราชบุรี
 
Map (GPS):เปิดแผนที่เขาช่องพราน จังหวัดราชบุรี
 
ถ้ำเชลย กาญจนบุรี ถ้ำหินปูนใกล้ทางรถไฟสายมรณะและแม่น้ำแควน้อยในอำเภอไทรโยค
 
27. ถ้ำเชลย จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศและประวัติศาสตร์ของเส้นทางรถไฟไทย–พม่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำแห่งนี้อยู่ในบริเวณที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง โดยเฉพาะถ้ำกระแซและแนวทางรถไฟที่เลาะเลียบหน้าผาริมแม่น้ำแควน้อย ทำให้ถ้ำเชลยเป็นจุดหมายที่สามารถเชื่อมโยงการชมธรรมชาติเข้ากับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างน่าสนใจ
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนธรรมชาติในอำเภอไทรโยค ความเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศทางรถไฟสายมรณะ เส้นทางเที่ยวเชื่อมกับถ้ำกระแซและสถานีรถไฟวังโพ และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2
 
ถ้ำเชลยเป็นถ้ำธรรมชาติที่เกิดจากการละลายและกัดเซาะของหินปูนโดยน้ำใต้ดินจนเกิดเป็นโพรงหินภายในภูเขา ลักษณะของถ้ำไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเทียบเท่าถ้ำละว้าหรือถ้ำเสาหิน แต่มีความน่าสนใจจากบรรยากาศของโพรงหินที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศโดยรอบ ซึ่งประกอบด้วยหน้าผา ป่าไม้ และเส้นทางคมนาคมสายประวัติศาสตร์
 
บริเวณอำเภอไทรโยคและลุ่มสุ่มเป็นพื้นที่สำคัญของการสร้างทางรถไฟไทย–พม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับแรงงานและเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมาก การก่อสร้างทางรถไฟผ่านภูมิประเทศภูเขาและแม่น้ำต้องอาศัยแรงงานอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้พื้นที่โดยรอบถ้ำเชลยมีคุณค่าทางความทรงจำและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
 
เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับชื่อถ้ำเชลยมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในช่วงสงคราม โดยกล่าวถึงการใช้โพรงถ้ำและภูมิประเทศตามแนวทางรถไฟเพื่อหลบภัยในบางช่วงของการสู้รบหรือการโจมตีทางอากาศ แม้รายละเอียดเฉพาะเหตุการณ์ควรอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประกอบ แต่ความเชื่อมโยงกับพื้นที่ทางรถไฟสายมรณะทำให้การเที่ยวถ้ำแห่งนี้มีความหมายมากกว่าการชมถ้ำธรรมชาติทั่วไป
 
การเดินชมถ้ำควรใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นถ้ำอาจมีความชื้นและความต่างระดับบางช่วง นักท่องเที่ยวควรมีอุปกรณ์ส่องสว่างและไม่เดินออกนอกเส้นทางที่จัดไว้ หากพาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุเดินทางมาด้วยควรเลือกช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบและตรวจสอบความพร้อมของทางเข้าถ้ำก่อนเดินทาง
 
ถ้ำเชลยสามารถจัดเที่ยวร่วมกับถ้ำกระแซ สถานีรถไฟวังโพ และแนวสะพานไม้เลียบหน้าผาของทางรถไฟสายมรณะได้ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สามารถต่อเส้นทางไปยังพิพิธภัณฑ์สงครามและสถานที่สำคัญในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของการสร้างทางรถไฟและผลกระทบต่อผู้คนในช่วงสงครามได้อย่างลึกซึ้ง
 
บริเวณใกล้ทางรถไฟเป็นพื้นที่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวไม่ควรเดินบนรางหรือยืนในจุดเสี่ยงเพื่อถ่ายภาพ เพราะทางรถไฟยังมีการเดินรถในบางช่วง การท่องเที่ยวควรเลือกจุดชมที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัย
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: จันทร์–ศุกร์ 08:00 – 16:30 น. และเสาร์–อาทิตย์ 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอไทรโยคและตำบลลุ่มสุ่ม จากนั้นเดินทางตามป้ายไปยังพื้นที่ถ้ำเชลย ซึ่งอยู่ใกล้ถ้ำกระแซและบริเวณสถานีรถไฟวังโพ ผู้ที่ใช้รถไฟสามารถเดินทางมาลงบริเวณสถานีในเส้นทางกาญจนบุรี–น้ำตก แล้วต่อการเดินทางท้องถิ่นตามความเหมาะสม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเชลย จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำกระแซ กาญจนบุรี ถ้ำพระพุทธรูปริมทางรถไฟสายมรณะและหน้าผาแม่น้ำแควน้อย
 
28. ถ้ำกระแซ จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่บริเวณตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงจากการตั้งอยู่ติดกับเส้นทางรถไฟสายมรณะซึ่งเลาะเลียบหน้าผาริมแม่น้ำแควน้อย ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อถ้ำกระแซ ขณะที่บริเวณหน้าถ้ำสามารถชมทัศนียภาพของทางรถไฟ สะพานไม้เลียบหน้าผา และแม่น้ำแควน้อยที่ไหลอยู่ด้านล่างได้อย่างงดงาม ทำให้ถ้ำกระแซเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ผสมผสานธรรมชาติ ศาสนา และประวัติศาสตร์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
ไฮไลต์: หลวงพ่อถ้ำกระแซ ทางรถไฟสายมรณะ สะพานไม้เลียบหน้าผา ทิวทัศน์แม่น้ำแควน้อย การชมรถไฟผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้เรื่องราวสงครามโลกครั้งที่ 2
 
ถ้ำกระแซเป็นถ้ำหินปูนที่มีลักษณะโปร่งและไม่ลึกมากเมื่อเทียบกับถ้ำขนาดใหญ่แห่งอื่นในจังหวัดกาญจนบุรี ภายในมีพื้นที่สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปและให้ผู้มาเยือนสักการะ ลักษณะของโพรงถ้ำเกิดจากกระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกับที่ทำให้เกิดถ้ำจำนวนมากตามแนวภูเขาของอำเภอไทรโยค
 
ความโดดเด่นที่สุดของถ้ำกระแซคือทำเลที่ตั้งติดกับทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟไทย–พม่าที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เส้นทางรถไฟช่วงนี้ต้องผ่านหน้าผาหินปูนสูงชันและแม่น้ำแควน้อย ทำให้มีการสร้างโครงสร้างไม้รองรับแนวรางไปตามหน้าผา กลายเป็นทิวทัศน์ที่มีทั้งความงามและความสำคัญทางประวัติศาสตร์
 
เมื่อยืนบริเวณจุดชมวิวที่ได้รับอนุญาต นักท่องเที่ยวจะเห็นแนวรางรถไฟโค้งไปตามผาหิน โดยมีแม่น้ำแควน้อยไหลอยู่เบื้องล่างและภูเขาสีเขียวล้อมรอบ ความแตกต่างระหว่างโครงสร้างทางรถไฟที่มนุษย์สร้างกับภูมิประเทศธรรมชาติทำให้พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากของจังหวัดกาญจนบุรี
 
ในช่วงที่รถไฟแล่นผ่าน นักท่องเที่ยวสามารถชมภาพรถไฟเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ไปตามแนวสะพานเลียบหน้าผาได้จากจุดที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรยืนบนรางรถไฟหรือเข้าไปในระยะอันตรายเพื่อถ่ายภาพ เพราะทางรถไฟยังเป็นเส้นทางเดินรถจริงและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
 
ถ้ำกระแซมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทางรถไฟในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการใช้แรงงานและเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมากในการก่อสร้างท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก การเดินทางมายังถ้ำแห่งนี้จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้และรำลึกถึงผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม พร้อมกับการชมธรรมชาติที่ยังคงสวยงามอยู่ในปัจจุบัน
 
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวถ้ำกระแซร่วมกับถ้ำเชลย สถานีรถไฟวังโพ น้ำตกไทรโยคน้อย และสถานที่สำคัญอื่นในอำเภอไทรโยคได้ ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถเลือกลงสถานีถ้ำกระแซแล้วเดินชมบริเวณที่จัดไว้ ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานีอื่นตามตารางเดินรถ
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอไทรโยค แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางถ้ำกระแซและสถานีรถไฟถ้ำกระแซตามป้ายบอกทาง หรือเลือกเดินทางโดยรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตกและลงที่สถานีถ้ำกระแซ ก่อนเดินไปยังถ้ำและจุดชมวิวที่ได้รับอนุญาต
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำกระแซ จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำเขาฆ้องชัย อุทัยธานี ถ้ำหินปูนที่มีหลักฐานโบราณคดีและฝูงค้างคาวในธรรมชาติ
 
29. ถ้ำเขาฆ้องชัย จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นถ้ำหินปูนที่มีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ โบราณคดี และระบบนิเวศ โดยบริเวณภูเขามีถ้ำที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ และมีหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต เช่น เครื่องมือหิน เศษภาชนะดินเผา และร่องรอยทางโบราณคดีอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของค้างคาวจำนวนมากซึ่งมักบินออกจากถ้ำในช่วงเย็น ทำให้ถ้ำเขาฆ้องชัยเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการเรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในพื้นที่เดียวกัน
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนลักษณะคล้ายอุโมงค์ ภูเขาหินปูนสูงประมาณ 353 เมตร หลักฐานโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องมือหินและเศษภาชนะดินเผา ภาพเขียนสี และปรากฏการณ์ฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำช่วงเย็น
 
ถ้ำเขาฆ้องชัยเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาของภูเขาหินปูนที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำใต้ดินและการกัดเซาะตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจะค่อย ๆ ขยายช่องว่างและรอยแตกของหินจนเกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดต่าง ๆ บางบริเวณมีลักษณะเป็นถ้ำตื้นและกว้างคล้ายอุโมงค์ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติบางส่วนและมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากถ้ำที่อยู่ลึกภายในภูเขา
 
คุณค่าทางโบราณคดีของถ้ำเขาฆ้องชัยเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจ มีการกล่าวถึงการพบเครื่องมือหิน ขวานหิน เศษภาชนะดินเผา และร่องรอยอื่นที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าถ้ำเคยเป็นพื้นที่ที่มนุษย์เข้าไปใช้ประโยชน์ในอดีต ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการพักอาศัย การทำกิจกรรม หรือการใช้พื้นที่ตามลักษณะของสังคมในแต่ละยุคสมัย
 
ภาพเขียนสีที่พบในพื้นที่ถ้ำมีความสำคัญต่อการศึกษาความเชื่อและการแสดงออกของมนุษย์โบราณ เพราะเป็นหลักฐานที่สะท้อนความคิดและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อม การอนุรักษ์ร่องรอยเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ผู้มาเยือนไม่ควรสัมผัสหรือขีดเขียนบนผนังถ้ำ และไม่ควรนำวัตถุใด ๆ ที่พบในพื้นที่ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
นอกจากคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ ถ้ำเขาฆ้องชัยยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของค้างคาว โดยภายในโพรงถ้ำเป็นแหล่งพักอาศัยในช่วงกลางวัน เมื่อถึงช่วงเย็นค้างคาวจะบินออกจากถ้ำเพื่อออกหาอาหาร ซึ่งอาจปรากฏเป็นสายยาวบนท้องฟ้า นักท่องเที่ยวที่สนใจชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ควรเลือกจุดชมที่ปลอดภัยและไม่ส่งเสียงหรือใช้แสงไฟรบกวนสัตว์
 
พื้นที่โดยรอบอำเภอลานสักมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลายแห่ง เช่น หุบป่าตาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน เขื่อนทับเสลา และภูเขาหินปูนอื่น ๆ นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปเชื่อมสถานที่เหล่านี้ได้ตามเวลาที่มี โดยการเริ่มเดินทางในช่วงเช้าจะช่วยให้มีเวลาเที่ยวถ้ำและชมธรรมชาติก่อนรอชมฝูงค้างคาวในช่วงเย็น
 
การเดินชมถ้ำเขาฆ้องชัยควรระมัดระวังพื้นหินและบริเวณที่มีมูลค้างคาวสะสม ผู้เข้าชมไม่ควรรบกวนสัตว์ที่อาศัยภายในหรือเข้าไปยังส่วนลึกโดยไม่มีผู้ดูแล การเที่ยวถ้ำที่มีหลักฐานทางโบราณคดีควรให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพพื้นที่ดั้งเดิมและปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเข้าชม: ช่วงกลางวันสำหรับการชมถ้ำและศึกษาธรรมชาติ ส่วนช่วงเย็นเหมาะสำหรับสังเกตฝูงค้างคาว ทั้งนี้ควรตรวจสอบการเข้าถึงพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุทัยธานีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอลานสัก แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่ถ้ำเขาฆ้องชัยตามเส้นทางท้องถิ่น รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวกในการจัดทริปร่วมกับหุบป่าตาด เขื่อนทับเสลา และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอลานสัก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเขาฆ้องชัย จังหวัดอุทัยธานี
 
วัดถ้ำพระธาตุ กาญจนบุรี ศาสนสถานในอำเภอศรีสวัสดิ์ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาหินปูน
 
30. วัดถ้ำพระธาตุ จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับภูมิประเทศถ้ำและภูเขาหินปูนของพื้นที่ศรีสวัสดิ์ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและการสำรวจแหล่งธรรมชาติควบคู่กัน โดยจุดเด่นของการมาเยือนอยู่ที่บรรยากาศสงบของพื้นที่วัดและภูมิทัศน์ภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติภาคตะวันตกที่มีความหลากหลายทั้งป่าไม้ ภูเขา และแหล่งน้ำ
 
ไฮไลต์: ศาสนสถานในอำเภอศรีสวัสดิ์ บรรยากาศภูเขาหินปูน ความสงบเหมาะแก่การไหว้พระ และการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติในจังหวัดกาญจนบุรี
 
อำเภอศรีสวัสดิ์เป็นพื้นที่ที่มีภูเขาและป่าไม้จำนวนมาก โดยมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่เอื้อต่อการเกิดถ้ำธรรมชาติในบางบริเวณ กระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโพรงหินและช่องว่างภายในภูเขา ซึ่งภายหลังสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบกิจกรรมทางศาสนาหรือการใช้ประโยชน์โดยชุมชนได้
 
วัดถ้ำพระธาตุมีความสำคัญในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามกฎของวัด ไม่ส่งเสียงดังหรือรบกวนผู้ที่มาสักการะและประกอบกิจกรรมทางศาสนา การชมธรรมชาติภายในพื้นที่ควรอยู่ในบริเวณที่อนุญาตเท่านั้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับถ้ำและภูเขา
 
การเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้สามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอศรีสวัสดิ์ เช่น เส้นทางเขื่อนศรีนครินทร์และแหล่งน้ำตกในพื้นที่ ทั้งนี้แต่ละสถานที่มีระยะทางและสภาพเส้นทางต่างกัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบแผนที่และเวลาเดินทางก่อนจัดทริป เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางย้อนเส้นทางโดยไม่จำเป็น
 
ผู้ที่สนใจถ้ำธรรมชาติและหินงอกหินย้อยควรสอบถามผู้ดูแลวัดเกี่ยวกับส่วนที่สามารถเข้าชมได้จริงก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่ศาสนสถานอาจมีข้อจำกัดการเข้าถึงแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำที่เปิดบริการโดยตรง และไม่ควรเข้าไปในโพรงหินหรือเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีผู้ดูแล
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. ตามข้อมูลหน้า Detail
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีเดินทางไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลท่ากระดานตามเส้นทางท้องถิ่นไปวัดถ้ำพระธาตุ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีภูเขาและสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวห่างกัน ควรตรวจสอบสภาพถนนก่อนเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่วัดถ้ำพระธาตุ จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำเจ็ดคต จังหวัดสตูล ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีธารน้ำไหลลอดผ่านและหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ
 
31. ถ้ำเจ็ดคต จังหวัดสตูล ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เป็นถ้ำหินปูนที่มีลักษณะพิเศษจากลำน้ำไหลลอดผ่านภูเขาและมีเส้นทางภายในคดเคี้ยวต่อเนื่องกันหลายช่วง ภายในประกอบด้วยโถงถ้ำขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อย หาดทรายธรรมชาติ และช่องเปิดที่ทำให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้บางส่วน การเที่ยวถ้ำเจ็ดคตจึงเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างการสำรวจถ้ำ การเดินทางทางน้ำ และการสัมผัสธรรมชาติของภูเขาหินปูนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล
 
ไฮไลต์: ถ้ำธารลอดที่มีโถงขนาดใหญ่ เส้นทางคดเคี้ยวผ่าน 7 คูหา หินงอกหินย้อยหลายรูปทรง หาดทรายขาวระยิบระยับภายในถ้ำ การล่องเรือชมธรรมชาติ และทิวทัศน์ป่าเขาของอำเภอมะนัง
 
ถ้ำเจ็ดคตมีความโดดเด่นด้านโครงสร้างภูมิประเทศที่เกิดจากน้ำกัดเซาะและละลายหินปูนเป็นเวลายาวนาน กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดโพรงถ้ำและช่องทางน้ำที่เชื่อมต่อกันภายในภูเขา บางโถงมีความกว้างประมาณ 70–80 เมตร และสูงประมาณ 40–50 เมตร สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่เมื่อได้เดินทางเข้าสู่ภายในถ้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีแสงธรรมชาติส่องผ่านช่องเปิดแล้วสะท้อนกับผนังหินและผิวน้ำ
 
ชื่อถ้ำเจ็ดคตมีความสัมพันธ์กับเส้นทางถ้ำที่โค้งคดและมีส่วนสำคัญหลายตอน โดยมีการเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าถ้ำสัตคูหา ซึ่งหมายถึงถ้ำที่ประกอบด้วยคูหาหลายส่วน ภายในแต่ละคูหามีรูปร่างหินแตกต่างกัน บางบริเวณมีหินย้อยลักษณะคล้ายม่านผ้า บางส่วนมีหินงอกที่ชวนให้นึกถึงเจดีย์ และบางจุดมีพื้นผิวหินที่สะท้อนแสงเป็นประกายเมื่อได้รับแสงไฟ
 
ลำน้ำที่ไหลผ่านถ้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบธรรมชาติ เพราะนอกจากจะมีบทบาทในการสร้างโพรงถ้ำแล้ว ยังทำให้เกิดหาดทรายและตะกอนสะสมอยู่ตามช่วงที่กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง หาดทรายบางแห่งมีเม็ดทรายสีอ่อนซึ่งสะท้อนแสงดูระยิบระยับ ช่วยสร้างความงดงามที่แตกต่างจากถ้ำแห้งทั่วไป
 
การเที่ยวชมถ้ำเจ็ดคตอาจใช้เรือคายัค เรือยาง หรือการเดินสำรวจบางช่วงตามระดับน้ำและรูปแบบกิจกรรมที่ผู้ให้บริการกำหนด นักท่องเที่ยวต้องมีอุปกรณ์นิรภัยที่เหมาะสมและควรเข้าชมพร้อมผู้นำทางที่มีประสบการณ์ เนื่องจากบางบริเวณมีความมืด กระแสน้ำ และลักษณะโพรงหินที่ซับซ้อน
 
ถ้ำเจ็ดคตเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยแบบมีการดูแล สามารถจัดร่วมกับน้ำตกวังสายทองและถ้ำภูผาเพชรในอำเภอมะนังได้ แต่ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ เพราะการล่องเรือและเดินชมถ้ำต้องใช้เวลามากกว่าการแวะจุดชมวิวทั่วไป
 
ผู้มาเยือนต้องไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อย ไม่ทิ้งขยะลงลำน้ำ และไม่แยกตัวออกจากกลุ่มโดยไม่มีผู้นำทาง ในช่วงฤดูฝนต้องตรวจสอบปริมาณน้ำและประกาศการเข้าถ้ำอย่างเคร่งครัด เพราะระดับน้ำภายในถ้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและการจัดกิจกรรม เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. ตามข้อมูลหน้า Detail
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังอำเภอมะนังและตำบลปาล์มพัฒนา ผ่านเส้นทางเชื่อมทางหลวงหมายเลข 4137 แล้วใช้ถนนท้องถิ่นตามป้ายถ้ำเจ็ดคต ถ้ำอยู่ในเส้นทางธรรมชาติใกล้น้ำตกวังสายทอง ควรติดต่อผู้ให้บริการนำเที่ยวก่อนเดินทางเพื่อสอบถามจุดเริ่มต้นและอุปกรณ์ที่จำเป็น
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเจ็ดคต จังหวัดสตูล
 
ถ้ำเล สเตโกดอน จังหวัดสตูล ถ้ำธารลอดที่มีฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์และเส้นทางล่องเรือภายในถ้ำ
 
32. ถ้ำเล สเตโกดอน จังหวัดสตูล ตั้งอยู่บริเวณบ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เป็นถ้ำธารลอดหินปูนที่มีชื่อเสียงด้านความงดงามทางธรณีวิทยาและการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของช้างสกุลสเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ภายในมีเส้นทางน้ำลอดผ่านภูเขายาวประมาณ 4 กิโลเมตร พร้อมหินงอกหินย้อยและผนังหินที่มีรูปร่างแปลกตา การเข้าชมต้องใช้เรือคายัคหรือเรือแคนูและเดินทางตามรอบที่เจ้าหน้าที่จัดให้ จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมธรรมชาติที่โดดเด่นของอุทยานธรณีโลกสตูล
 
ไฮไลต์: ถ้ำธารลอดระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ซากดึกดำบรรพ์ช้างสเตโกดอน หินงอกหินย้อยสวยงาม การล่องเรือผ่านโพรงหินปูน ทางออกถ้ำที่มีรูปร่างคล้ายหัวใจ และเส้นทางเชื่อมกับป่าชายเลนทุ่งหว้า
 
ถ้ำเล สเตโกดอนมีความสำคัญจากการเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่ช่วยให้เข้าใจชีวิตสัตว์ในอดีต โดยเฉพาะช้างสกุลสเตโกดอนซึ่งเคยอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้เมื่อหลายแสนปีก่อน การค้นพบฟอสซิลทำให้ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่เรียนรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญ และมีส่วนสนับสนุนคุณค่าทางวิชาการของพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล
 
ลักษณะภูมิประเทศเป็นถ้ำหินปูนที่มีทางน้ำไหลลอดผ่านภายในภูเขา การกัดเซาะและละลายหินของน้ำตามธรรมชาติทำให้เกิดโพรงและอุโมงค์หลายระดับ ขณะเดียวกันการตกตะกอนของแร่จากน้ำที่ไหลผ่านผนังและเพดานถ้ำก่อให้เกิดหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างแตกต่างกัน บางจุดเป็นม่านหิน บางจุดเป็นเสาหิน และบางช่วงมีผนังหินที่เกิดลวดลายจากน้ำและแร่สะสมตัวอย่างต่อเนื่อง
 
การล่องเรือภายในถ้ำเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความมืด ความเงียบ และเสียงน้ำภายในภูเขา นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำทางตลอดเส้นทาง บางช่วงของถ้ำมีเพดานต่ำหรือช่องทางแคบ จึงต้องควบคุมเรืออย่างระมัดระวัง
 
ถ้ำเล สเตโกดอนมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศชายฝั่ง เพราะทางน้ำภายในถ้ำเชื่อมโยงกับระดับน้ำทะเลและพื้นที่ป่าชายเลน การเข้าชมจึงต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับน้ำขึ้นน้ำลง หลังผ่านเส้นทางภายในถ้ำแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อไปยังบริเวณป่าชายเลนและท่าเรือท่าอ้อยตามรูปแบบโปรแกรมของชุมชน
 
อำเภอทุ่งหว้ายังมีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับฟอสซิลและธรณีวิทยา โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลและพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก่อนล่องถ้ำจะช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจภูมิหลังทางธรณีวิทยาและความสำคัญของซากดึกดำบรรพ์มากขึ้น
 
การท่องเที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนมีบทบาทต่อเศรษฐกิจชุมชน เพราะชาวบ้านมีส่วนร่วมในการให้บริการเรือ ผู้นำทาง การดูแลความปลอดภัย และกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจึงสามารถสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนได้ผ่านการใช้บริการผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตและเคารพกฎการอนุรักษ์ธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: เข้าชมตามรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนดและต้องจองล่วงหน้า เวลาเปิดทำการ: ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลงและความเหมาะสมของกิจกรรม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปอำเภอทุ่งหว้า ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร แล้วติดต่อจุดบริการบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้าเพื่อยืนยันรอบและจุดนัดหมาย จากนั้นเดินทางต่อไปยังบริเวณบ้านคีรีวงตามที่ผู้ให้บริการกำหนด การเดินทางควรจองล่วงหน้าเพื่อจัดเรือ ผู้นำทาง และการรับส่งปลายทางให้ครบถ้วน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเล สเตโกดอน จังหวัดสตูล
 
ถ้ำพุงช้าง จังหวัดพังงา ถ้ำหินปูนที่มีลำน้ำใต้ดินและกิจกรรมล่องเรือแคนู
 
33. ถ้ำพุงช้าง จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดประพาสประจิมเขต หลังศาลากลางจังหวัดพังงา อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเขาช้าง ซึ่งเป็นภูเขารูปร่างคล้ายช้างหมอบและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองพังงา จุดเด่นของถ้ำคือธารน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านภายในโพรงหินปูน และเส้นทางเข้าชมที่ผสมผสานการนั่งเรือแคนู ล่องแพไม้ไผ่ และการเดินลุยน้ำ ทำให้เป็นถ้ำที่มีรูปแบบการท่องเที่ยวแตกต่างจากการเดินชมตามทางเท้าทั่วไป
 
ไฮไลต์: การนั่งเรือแคนูและแพไม้ไผ่ภายในถ้ำ การเดินลุยน้ำผ่านโพรงหินปูน หินงอกหินย้อยรูปร่างงดงาม ธารน้ำใต้ดิน และทัศนียภาพของเขาช้างกลางเมืองพังงา
 
ถ้ำพุงช้างเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาของภูเขาหินปูนที่น้ำไหลผ่านและกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน จนเกิดโพรงขนาดใหญ่และทางน้ำที่เชื่อมต่อกันภายในภูเขา น้ำที่ซึมจากด้านบนยังนำแร่แคลเซียมคาร์บอเนตลงมาสะสมตัวเป็นหินงอกหินย้อย ทำให้ผนังและเพดานถ้ำมีรูปร่างแตกต่างกัน
 
ประสบการณ์เข้าชมเริ่มจากการใช้เรือเข้าสู่ส่วนที่มีน้ำ ก่อนเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางตามสภาพของถ้ำในแต่ละช่วง ทั้งการล่องแพไม้ไผ่และเดินผ่านบริเวณน้ำตื้น นักท่องเที่ยวจะได้สังเกตผนังหินงอกหินย้อยและลำธารที่ไหลผ่านตลอดทาง โดยมีผู้นำทางท้องถิ่นคอยแนะนำเส้นทางและดูแลความปลอดภัย
 
ภายในถ้ำบางส่วนมีความมืดและมีแสงจากอุปกรณ์ส่องสว่างเป็นหลัก เมื่อไฟส่องกระทบกับผนังหินจะเผยให้เห็นลวดลายที่เกิดจากแร่ธรรมชาติ บางจุดมีหินย้อยยาวลงมาจากเพดาน ขณะที่บางบริเวณมีผิวหินรูปร่างคล้ายสัตว์หรือสิ่งของ การเดินทางผ่านเส้นทางน้ำทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมธรรมชาติจากมุมมองที่แตกต่างจากถ้ำเดินเท้าทั่วไป
 
เขาช้างมีความสำคัญต่อภูมิทัศน์ของจังหวัดพังงา เพราะเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองและมีรูปร่างโดดเด่นจากระยะไกล การเที่ยวถ้ำพุงช้างจึงสามารถเชื่อมโยงกับการชมภูเขาและแหล่งธรรมชาติอื่นในอำเภอเมืองพังงา เช่น ถ้ำฤาษีสวรรค์ ถ้ำลูกเสือ และวนอุทยานสระนางมโนราห์
 
ผู้ที่ต้องการเข้าชมควรเตรียมเสื้อผ้าที่พร้อมเปียกน้ำ รองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียก และอุปกรณ์กันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพ เนื่องจากการเดินทางบางช่วงต้องลุยน้ำและใช้เรือ ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือไม่สะดวกทำกิจกรรมทางน้ำควรสอบถามผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจเข้าร่วม
 
ฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะระดับน้ำภายในถ้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฝนและสภาพพื้นที่ ควรตรวจสอบการเปิดให้บริการก่อนเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำทางตลอดกิจกรรม โดยระยะเวลาการเข้าชมทั่วไปประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงตามเส้นทางและเงื่อนไขในวันเดินทาง
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาเดินทางไปยังบริเวณวัดประพาสประจิมเขตซึ่งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัดพังงา แล้วติดต่อจุดบริการนำเที่ยวถ้ำพุงช้าง การเดินทางจากตัวเมืองค่อนข้างสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำพุงช้าง จังหวัดพังงา
 
ถ้ำเขาวังทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างงดงามในอำเภอขนอม
 
34. ถ้ำเขาวังทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่บริเวณตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงด้านความงดงามของหินงอกหินย้อยและโถงถ้ำที่มีรูปทรงแตกต่างกันหลายส่วน ภายในมีหินที่มีลักษณะคล้ายเจดีย์ น้ำตก หนังปลา น้อยหน่า และอ่างน้ำธรรมชาติ เมื่อแสงไฟส่องกระทบผิวหินจะเกิดประกายระยิบระยับ ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ที่เดินทางเข้าชม ถ้ำแห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจธรรมชาติของอำเภอขนอมในมุมที่แตกต่างจากชายหาดและทะเล
 
ไฮไลต์: หินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายเจดีย์ น้ำตก หนังปลา น้อยหน่า และอ่างน้ำ โถงถ้ำหินปูนหลายส่วน ผนังหินที่สะท้อนแสงเป็นประกาย และเส้นทางเที่ยวเชื่อมกับชายหาดขนอม
 
ถ้ำเขาวังทองเกิดจากกระบวนการละลายของหินปูนโดยน้ำใต้ดินและน้ำฝนที่ซึมผ่านชั้นหินเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นโพรงและโถงถ้ำหลายระดับ น้ำที่มีแร่แคลเซียมคาร์บอเนตละลายอยู่จะค่อย ๆ ตกตะกอนเมื่อไหลผ่านผนังและเพดานถ้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยที่มีรูปทรงแตกต่างกันตามทิศทางน้ำและสภาพพื้นที่
 
สิ่งที่ทำให้ถ้ำเขาวังทองมีเอกลักษณ์คือกลุ่มหินที่มีรูปร่างชวนให้นึกถึงสิ่งของและลักษณะต่าง ๆ ในธรรมชาติ เช่น หินที่คล้ายเจดีย์และหินรูปร่างคล้ายน้อยหน่า การตั้งชื่อหินเหล่านี้สะท้อนจินตนาการของผู้พบเห็น และช่วยให้การเดินชมถ้ำมีเรื่องราวมากกว่าการสังเกตรูปร่างหินเพียงอย่างเดียว
 
ภายในถ้ำบางช่วงมีหินงอกหินย้อยซ้อนตัวเป็นชั้นและเกิดเป็นเสาหินตามธรรมชาติ เมื่อแสงไฟตกกระทบจะเห็นรายละเอียดของพื้นผิวและสีสันที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาเดินชมอย่างระมัดระวัง เพราะทางเดินบางส่วนอาจมีความชื้นและมีพื้นหินไม่เรียบ การใช้รองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม
 
ความน่าสนใจของถ้ำเขาวังทองยังอยู่ที่ภูมิประเทศของอำเภอขนอม ซึ่งมีทั้งภูเขาหินปูน สวนยางพารา ชุมชนชนบท และชายฝั่งทะเลอ่าวไทย การเดินทางไปยังถ้ำจึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเห็นความแตกต่างระหว่างธรรมชาติของภูเขากับทะเลในจังหวัดเดียวกัน
 
ผู้ที่มีเวลาหนึ่งวันสามารถเริ่มจากการเที่ยวถ้ำเขาวังทองในช่วงเช้า ก่อนเดินทางต่อไปยังหาดขนอม หาดหน้าด่าน หรือหาดในเพลาในช่วงบ่าย หากต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบหลากหลาย สามารถวางแผนร่วมกับสวนตาสรรค์หรือกิจกรรมชมธรรมชาติในอำเภอขนอมได้ตามเวลาและสภาพอากาศ
 
ผู้ที่เข้าชมควรเคารพกฎการอนุรักษ์ถ้ำ ไม่จับหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนัง และไม่เก็บหินออกจากพื้นที่ เพราะการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติต้องใช้เวลายาวนานมาก การรักษาสภาพถ้ำไว้จะช่วยให้สถานที่ยังคงคุณค่าต่อการศึกษาและการท่องเที่ยวในระยะยาว
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: จากอำเภอขนอมใช้เส้นทางหมายเลข 4014 แล้วเชื่อมไปยังทางหลวงหมายเลข 4142 ก่อนเข้าสู่ถนนท้องถิ่นบริเวณควนทองตามป้ายถ้ำเขาวังทอง เส้นทางบางช่วงผ่านสวนยางและพื้นที่ชุมชน ควรขับรถด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงฝนตก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเขาวังทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช
 
ถ้ำเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ถ้ำหินปูนภายในวัดที่มีพระพุทธไสยาสน์และสถานที่สักการะทางพระพุทธศาสนา
 
35. ถ้ำเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ใกล้ถนนเพชรเกษมและที่ว่าการอำเภอเขาย้อย เป็นถ้ำหินปูนที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เดินทางสะดวก ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหลายปาง โดยมีพระพุทธไสยาสน์เป็นพระประธาน พร้อมรอยพระพุทธบาททองซึ่งเป็นจุดสักการะของพุทธศาสนิกชน ความงดงามของถ้ำเขาย้อยอยู่ที่การผสมผสานระหว่างโพรงหินปูนตามธรรมชาติกับพระพุทธรูปและบรรยากาศสงบของศาสนสถาน
 
ไฮไลต์: พระพุทธไสยาสน์ภายในถ้ำ รอยพระพุทธบาททอง พระพุทธรูปหลายปาง โพรงถ้ำหินปูน และการเดินทางสะดวกจากถนนเพชรเกษม
 
ถ้ำเขาย้อยเกิดจากการละลายของหินปูนโดยน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ จนเกิดเป็นโพรงและโถงถ้ำที่สามารถใช้ประโยชน์เป็นสถานที่สักการะและประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ การพัฒนาพื้นที่เป็นศาสนสถานทำให้ถ้ำแห่งนี้มีความหมายต่อชุมชนมากกว่าการเป็นแหล่งธรรมชาติ เพราะกลายเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมและการทำบุญของผู้คนในอำเภอเขาย้อย
 
ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งเป็นพระประธานสำคัญของสถานที่ ผู้มาเยือนนิยมเข้าสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเดินชมพระพุทธรูปองค์อื่นที่ตั้งอยู่ภายในโถงถ้ำ ความสงบของพื้นที่และผนังหินธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศแตกต่างจากพระอุโบสถที่ตั้งอยู่ภายนอกอาคาร
 
รอยพระพุทธบาททองเป็นอีกจุดสำคัญที่ผู้มาสักการะให้ความเคารพ ผู้ที่สนใจเรื่องศาสนาและศิลปวัฒนธรรมสามารถใช้เวลาเรียนรู้ความเชื่อเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทและการใช้ถ้ำเป็นสถานที่ทางศาสนา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในหลายภูมิภาคของประเทศไทย
 
ลักษณะของถ้ำเขาย้อยมีความสะดวกต่อการแวะเที่ยวระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพมหานครลงสู่จังหวัดเพชรบุรี เพราะตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 4 ผู้ที่มีเวลาจำกัดสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดพักผ่อนและไหว้พระ ก่อนเดินทางต่อไปยังตัวเมืองเพชรบุรีหรือชายหาดชะอำ
 
ผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำเชิงศาสนาในจังหวัดเพชรบุรีสามารถจัดเส้นทางร่วมกับถ้ำเขาหลวงและวัดสำคัญในตัวเมืองได้ แต่ควรพิจารณาเวลาเดินทางเพราะถ้ำเขาย้อยอยู่คนละอำเภอกับถ้ำเขาหลวง การเริ่มเดินทางช่วงเช้าจะทำให้มีเวลาเดินชมทั้งสองแห่งอย่างไม่เร่งรีบ
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง และเคารพผู้มาประกอบกิจกรรมทางศาสนา ไม่ควรใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น รวมทั้งไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อยที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติภายในถ้ำ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนพระราม 2 เชื่อมเข้าสู่ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าจังหวัดเพชรบุรี เมื่อเข้าสู่อำเภอเขาย้อยให้ใช้ทางแยกเข้าตัวอำเภอและตามป้ายวัดถ้ำเขาย้อย สถานที่อยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอเขาย้อย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง ถ้ำหินปูนและภูเขาธรรมชาติที่มีความสำคัญด้านธรณีวิทยา
 
36. ถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง โดยบริเวณถ้ำสำคัญอยู่ในอำเภองาว เป็นถ้ำหินปูนที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติและธรณีวิทยา ภายในมีโถงถ้ำ หินงอกหินย้อย และโครงสร้างหินที่เกิดจากการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทยังเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหลายอำเภอของจังหวัดลำปาง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวถ้ำ ระบบนิเวศป่าไม้ และการอนุรักษ์ต้นน้ำ
 
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โถงถ้ำและหินงอกหินย้อย ภูเขาหินปูนในอำเภองาว ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และเส้นทางเรียนรู้ธรรมชาติของจังหวัดลำปาง
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่ป่าไม้หลากหลายประเภท และมีภูเขาหินปูนที่เอื้อต่อการเกิดถ้ำธรรมชาติ กระบวนการน้ำซึมผ่านชั้นหินและละลายหินปูนเป็นเวลายาวนานก่อให้เกิดโพรงและห้องถ้ำ ขณะที่การตกตะกอนของแร่ในน้ำทำให้เกิดหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างงดงามแตกต่างกัน
 
บริเวณถ้ำผาไทเป็นแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาที่สำคัญ เพราะสามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูเขาหินปูน น้ำใต้ดิน และการสะสมตัวของแร่ธรรมชาติได้ ภายในถ้ำมีทั้งพื้นที่ที่แสงธรรมชาติเข้าถึงและส่วนที่ต้องใช้อุปกรณ์ส่องสว่าง การเข้าชมควรเป็นไปตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดเพื่อป้องกันอันตรายจากพื้นที่มืดหรือพื้นหินลื่น
 
ความงดงามของถ้ำผาไทอยู่ที่รายละเอียดของหินงอกหินย้อยและบรรยากาศภายในภูเขา บางบริเวณมีหินย้อยเรียงตัวลงมาจากเพดาน บางส่วนมีหินงอกตั้งขึ้นจากพื้น และบางจุดอาจเกิดเสาหินจากการเชื่อมต่อของหินงอกกับหินย้อย เมื่อแสงส่องกระทบจะเห็นรูปทรงและพื้นผิวที่แตกต่างกัน
 
พื้นที่อุทยานยังมีความสำคัญด้านระบบนิเวศจากป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้งที่กระจายตัวอยู่ตามระดับความสูงของภูเขา ความหลากหลายของพืชพรรณและสัตว์ป่าทำให้การเที่ยวถ้ำสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาธรรมชาติภายนอกได้ นักท่องเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดและไม่รบกวนสัตว์ป่าในพื้นที่
 
ถ้ำผาไทเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ธรณีวิทยา และการท่องเที่ยวแบบสงบ สามารถจัดร่วมกับเส้นทางธรรมชาติในอำเภองาวหรือการเดินทางระหว่างลำปางกับแพร่ได้ตามระยะทางและเวลาที่มี ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรตรวจสอบสภาพถนนและประกาศของอุทยานก่อนเข้าพื้นที่
 
การอนุรักษ์ถ้ำเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหินงอกหินย้อยต้องใช้เวลายาวนานในการก่อตัว นักท่องเที่ยวไม่ควรสัมผัส ขีดเขียน หรือหักหินภายในถ้ำ และควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ตามประกาศของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำปางใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภองาว แล้วเดินทางต่อไปยังบริเวณตำบลบ้านหวดและอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทตามป้ายบอกทาง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินชมถ้ำและพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง
 
อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด จังหวัดกาญจนบุรี ภูเขาหินปูน น้ำตก และเส้นทางเดินป่าผ่านถ้ำธรรมชาติ
 
37. อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด จังหวัดกาญจนบุรี หรือพื้นที่ที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยระบบถ้ำหินปูน ธารน้ำไหลลอดภูเขา น้ำตก และเส้นทางเดินป่าท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ จุดสำคัญของพื้นที่คือถ้ำธารลอดน้อยและถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งถ้ำ ธารน้ำ และป่าไม้ในทริปเดียวกัน
 
ไฮไลต์: ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ ลำกระพร้อยที่ไหลผ่านโพรงถ้ำ น้ำตกไตรตรึงษ์ เส้นทางเดินป่าประมาณ 2.5 กิโลเมตร และธรรมชาติของป่าภาคตะวันตก
 
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอดส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาหินปูนที่ได้รับอิทธิพลจากการกัดเซาะของน้ำเป็นเวลายาวนาน จนเกิดโพรงถ้ำหลายขนาดและทางน้ำใต้ดิน ระบบน้ำมีบทบาทสำคัญในการสร้างถ้ำ และยังเป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงพืชพรรณและสัตว์ต่าง ๆ ในพื้นที่ป่า
 
เส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงเริ่มจากถ้ำธารลอดน้อย ซึ่งเป็นถ้ำที่มีลำกระพร้อยไหลผ่านภายใน จากนั้นเดินต่อไปตามเส้นทางธรรมชาติประมาณ 1.5 กิโลเมตรเพื่อไปยังน้ำตกไตรตรึงษ์ และเดินต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตรไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทางเดินประมาณ 2.5 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านการเดินป่าระยะปานกลาง
 
ถ้ำธารลอดน้อยมีความโดดเด่นจากการเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน ทำให้เกิดบรรยากาศเย็นชื้นและมีเสียงน้ำไหลเป็นองค์ประกอบของการท่องเที่ยว ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยและผนังหินที่เกิดจากการตกตะกอนของแร่ตามธรรมชาติ การเดินผ่านถ้ำช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทางน้ำและโพรงหินปูนอย่างใกล้ชิด
 
น้ำตกไตรตรึงษ์เป็นจุดพักสำคัญระหว่างเส้นทางเดินป่า มีลักษณะเป็นน้ำตกธรรมชาติท่ามกลางป่าไม้ นักท่องเที่ยวสามารถหยุดพักชมทิวทัศน์และสังเกตพืชพรรณตามลำธาร ก่อนเดินทางต่อไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีลักษณะโปร่งและมีพื้นที่ภายในกว้างขวาง
 
การเดินชมเส้นทางธรรมชาติควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นป่า น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเดินระยะหลายกิโลเมตร ในช่วงฝนตกหนักอาจมีความเสี่ยงจากทางลื่นและระดับน้ำเปลี่ยนแปลง จึงต้องตรวจสอบการเปิดเส้นทางและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเริ่มกิจกรรม
 
พื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าสำหรับการเรียนรู้ระบบนิเวศของถ้ำและป่าต้นน้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรทิ้งขยะลงลำธาร ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด เพราะอาจกระทบต่อทั้งโครงสร้างหินและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชื้นภายในถ้ำ
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ตามประกาศของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอบ่อพลอยและหนองปรือ จากนั้นเชื่อมเข้าสู่เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ เมื่อถึงพื้นที่ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามเส้นทางเดินป่าและถ้ำที่เปิดให้เข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำธารลอดน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ลำธารไหลลอดผ่านโพรงถ้ำหินปูนภายในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
 
38. ถ้ำธารลอดน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่มีลำน้ำไหลผ่านภายในโพรงถ้ำอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของถ้ำคือการผสมผสานระหว่างหินงอกหินย้อยและระบบธารน้ำใต้ดิน ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศเย็นชื้นและมีความงดงามเฉพาะตัว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจถ้ำธรรมชาติและเรียนรู้บทบาทของน้ำต่อการเกิดโพรงหินปูน
 
ไฮไลต์: ธารน้ำลำกระพร้อยที่ไหลผ่านภายในถ้ำ หินงอกหินย้อยธรรมชาติ โพรงถ้ำหินปูน เส้นทางเดินเชื่อมกับน้ำตกไตรตรึงษ์และถ้ำธารลอดใหญ่ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
 
ถ้ำธารลอดน้อยเกิดจากการกัดเซาะและละลายของหินปูนโดยน้ำที่ไหลผ่านรอยแตกของภูเขาเป็นเวลายาวนาน เมื่อทางน้ำขยายตัวจนกลายเป็นโพรงถ้ำ ลำธารก็ยังคงไหลผ่านช่องทางภายใน ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นถ้ำธารลอดซึ่งแตกต่างจากถ้ำแห้งทั่วไป
 
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยหลายรูปทรง บางส่วนเกิดจากน้ำหยดลงมาจากเพดานและสะสมตัวเป็นหินงอก ขณะที่บางส่วนเกิดเป็นหินย้อยจากแร่ที่ตกตะกอนอยู่บนเพดานถ้ำ เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดรูปทรงและลวดลายธรรมชาติที่มีความแตกต่างกันตามทิศทางน้ำและสภาพแวดล้อมภายใน
 
การเดินผ่านถ้ำธารลอดน้อยทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความเย็นชื้นของถ้ำและเสียงน้ำไหลตามธรรมชาติ แสงที่ผ่านช่องเปิดบางส่วนช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกถ้ำ ขณะเดียวกันการเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วยให้สังเกตโครงสร้างหินและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับความชื้นได้
 
ถ้ำธารลอดน้อยยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินธรรมชาติไปยังน้ำตกไตรตรึงษ์และถ้ำธารลอดใหญ่ ผู้ที่มีเวลาและกำลังกายเพียงพอสามารถเลือกเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าชมได้ การเดินต่อไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างถ้ำที่มีทางน้ำลอดและโพรงถ้ำขนาดใหญ่ในภูมิประเทศเดียวกัน
 
นักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังพื้นหินและพื้นที่ที่มีน้ำไหลผ่าน เพราะอาจมีความลื่นและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงตามฝนในพื้นที่ต้นน้ำ ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นเปียก และไม่พยายามเดินเข้าไปยังส่วนที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม
 
การอนุรักษ์ถ้ำธารลอดน้อยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะระบบน้ำภายในถ้ำเชื่อมโยงกับธรรมชาติของป่าและแหล่งน้ำภายนอก การทิ้งขยะหรือสารเคมีลงลำธารอาจกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและคุณภาพน้ำ นักท่องเที่ยวจึงควรรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานอย่างเคร่งครัด
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน ตามประกาศของอุทยานแห่งชาติ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ เมื่อถึงอุทยานให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามเส้นทางเข้าถ้ำธารลอดน้อยและการเดินต่อไปยังน้ำตกไตรตรึงษ์หรือถ้ำธารลอดใหญ่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำธารลอดน้อย จังหวัดกาญจนบุรี
 
ถ้ำน้ำลอดน้อย จังหวัดชุมพร ถ้ำธารน้ำธรรมชาติที่มีหลักฐานโบราณคดีในอำเภอสวี
 
39. ถ้ำน้ำลอดน้อย จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำลอดน้อย หมู่ 10 ตำบลทุ่งระยะ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นถ้ำธรรมชาติที่มีลำธารขนาดเล็กไหลลอดผ่านภายในโพรงหินปูน และมีความสำคัญด้านโบราณคดีจากการพบหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต เช่น ภาชนะดินเผา เครื่องมือ และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ถ้ำแห่งนี้จึงมีคุณค่าทั้งด้านธรณีวิทยา ระบบน้ำ และประวัติศาสตร์ของชุมชนในพื้นที่อำเภอสวี
 
ไฮไลต์: ธารน้ำไหลลอดภายในถ้ำ โพรงหินปูนธรรมชาติ หลักฐานโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาชนะดินเผาแบบหม้อสามขา และบรรยากาศชุมชนธรรมชาติของอำเภอสวี
 
ถ้ำน้ำลอดน้อยเป็นตัวอย่างของถ้ำธารน้ำที่เกิดจากกระบวนการน้ำไหลผ่านหินปูนเป็นเวลายาวนาน ลำน้ำค่อย ๆ ละลายและกัดเซาะช่องว่างภายในภูเขาจนเกิดเป็นโพรงถ้ำ เมื่อระบบน้ำยังคงไหลผ่านอยู่ภายในจึงทำให้ถ้ำมีความชื้นสูงและมีบรรยากาศแตกต่างจากถ้ำแห้งทั่วไป
 
ความสำคัญอีกด้านหนึ่งของถ้ำน้ำลอดน้อยคือการเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต โดยพบเศษภาชนะดินเผาผิวเรียบ ภาชนะที่มีลายเชือกทาบ หม้อสามขา และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ หลักฐานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์และช่วยให้เข้าใจการดำรงชีวิตของมนุษย์ในบริเวณภาคใต้เมื่อหลายพันปีก่อน
 
ถ้ำธรรมชาติหลายแห่งมีบทบาทเป็นทั้งที่พักอาศัยชั่วคราว แหล่งประกอบกิจกรรม และพื้นที่ใช้ทรัพยากรของมนุษย์ในอดีต ถ้ำน้ำลอดน้อยจึงเป็นสถานที่ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างระบบถ้ำกับชีวิตมนุษย์ในช่วงก่อนการพัฒนาชุมชนสมัยใหม่ การเรียนรู้หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของถ้ำมากกว่าการเป็นสถานที่ถ่ายภาพธรรมชาติ
 
บริเวณโดยรอบถ้ำเป็นภูมิประเทศธรรมชาติและชุมชนชนบทในอำเภอสวี บรรยากาศมีความสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และต้องการค้นพบแหล่งธรรมชาติที่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องระบบน้ำใต้ดินและโบราณคดีสามารถใช้เวลาสังเกตลักษณะโพรงถ้ำและพื้นที่โดยรอบได้ตามส่วนที่เปิดให้เข้าถึง
 
ถ้ำน้ำลอดน้อยสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับวัดพระบรมธาตุสวีและแหล่งธรรมชาติอื่นในอำเภอสวีได้ ผู้ที่มีเวลาหนึ่งวันสามารถเริ่มจากการเที่ยวถ้ำในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อไปยังสถานที่ทางวัฒนธรรมในช่วงบ่าย เพื่อให้ได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและธรรมชาติของจังหวัดชุมพร
 
ผู้มาเยือนควรไม่สัมผัสหรือเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณที่อาจพบในพื้นที่ ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่ทิ้งขยะลงลำธาร การเก็บรักษาหลักฐานทางโบราณคดีไว้ในตำแหน่งเดิมเป็นสิ่งสำคัญต่อการศึกษาทางวิชาการ เพราะการเคลื่อนย้ายอาจทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริบทของหลักฐานสูญหายได้
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชุมพรเดินทางไปยังอำเภอสวี จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลทุ่งระยะและบ้านน้ำลอดน้อย หมู่ 10 ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและสอบถามเส้นทางจากชุมชนเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ เพราะบางช่วงเป็นถนนชนบทและป้ายบอกทางอาจมีจำนวนจำกัด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำน้ำลอดน้อย จังหวัดชุมพร
 
ถ้ำค้างคาวนายาง จังหวัดเพชรบุรี ฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำหินปูนในช่วงพลบค่ำ
 
40. ถ้ำค้างคาวนายาง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ในตำบลนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์ฝูงค้างคาวจำนวนมากบินออกจากถ้ำในช่วงพลบค่ำเพื่อออกหากินในเวลากลางคืน ภาพฝูงค้างคาวเคลื่อนตัวเป็นสายยาวต่อเนื่องบนท้องฟ้าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่แตกต่างจากถ้ำที่มีชื่อเสียงด้านหินงอกหินย้อย เพราะจุดเด่นอยู่ที่ระบบนิเวศและพฤติกรรมสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในโพรงถ้ำหินปูน
 
ไฮไลต์: ฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำช่วงพลบค่ำเป็นสายยาว ภูเขาหินปูนในตำบลนายาง การเรียนรู้พฤติกรรมค้างคาว และกิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถจัดร่วมกับชายหาดชะอำได้
 
ถ้ำค้างคาวนายางตั้งอยู่บริเวณภูเขาหินปูนที่มีโพรงถ้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากกระบวนการละลายและกัดเซาะของหินโดยน้ำเป็นเวลายาวนาน ภายในถ้ำมีความมืดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพักอาศัยของค้างคาวในช่วงกลางวัน ก่อนที่สัตว์เหล่านี้จะบินออกจากถ้ำเพื่อหาอาหารในพื้นที่โดยรอบเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลดลง
 
ปรากฏการณ์ค้างคาวบินออกจากถ้ำเป็นสายยาวมีความโดดเด่นจากจำนวนค้างคาวที่รวมตัวกัน เมื่อถึงเวลาพลบค่ำค้างคาวจะทยอยบินออกจากปากถ้ำและเคลื่อนที่เป็นกลุ่มต่อเนื่อง ภาพที่เกิดขึ้นดูคล้ายสายน้ำสีดำหรือริ้วเส้นยาวบนท้องฟ้า ลักษณะการบินอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพลม อุณหภูมิ และสภาพอากาศในแต่ละวัน
 
ค้างคาวมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะค้างคาวกินแมลงที่ช่วยควบคุมปริมาณแมลงในธรรมชาติ การรักษาแหล่งอาศัยภายในถ้ำจึงมีความสำคัญต่อสมดุลของระบบนิเวศและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนควรเข้าใจว่าปรากฏการณ์ที่เห็นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับถ่ายภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตสัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมค้างคาวคือใกล้พลบค่ำ โดยควรมาถึงพื้นที่ก่อนประมาณ 17:30 น. เพื่อเลือกจุดชมที่ปลอดภัยและไม่รบกวนสัตว์ การบินออกจากถ้ำโดยทั่วไปอาจเริ่มใกล้เวลา 18:00 น. แต่ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ เพราะพฤติกรรมของค้างคาวขึ้นอยู่กับปัจจัยตามธรรมชาติ
 
ถ้ำค้างคาวนายางอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ชายหาดชะอำ โดยมีระยะทางจากย่านชายหาดประมาณ 12 กิโลเมตรตามจุดเริ่มต้นที่ใช้ นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางแผนเที่ยวทะเลในช่วงกลางวันแล้วเดินทางไปชมค้างคาวในช่วงเย็นได้ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ผสมผสานชายฝั่งทะเลกับระบบนิเวศภูเขาหินปูนในวันเดียวกัน
 
การถ่ายภาพฝูงค้างคาวควรทำจากจุดชมที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้แสงแฟลชหรือไฟส่องเข้าปากถ้ำโดยไม่จำเป็น และไม่เข้าไปในพื้นที่พักอาศัยของค้างคาวเพื่อรบกวนสัตว์ การรักษาระยะห่างและความสงบจะช่วยให้ค้างคาวสามารถออกหากินได้ตามธรรมชาติ
 
ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สามารถใช้ถ้ำค้างคาวนายางเป็นจุดเรียนรู้เรื่องสัตว์ถ้ำและระบบนิเวศของจังหวัดเพชรบุรี โดยจัดร่วมกับแหล่งธรรมชาติในอำเภอชะอำและพื้นที่โดยรอบ ควรเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพที่เหมาะสมและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะฝนตกหนักอาจส่งผลต่อการสังเกตฝูงค้างคาว
 
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน เวลาที่เหมาะสำหรับชมค้างคาว: เดินทางถึงก่อน 17:30 น. โดยค้างคาวมักเริ่มบินออกจากถ้ำใกล้เวลา 18:00 น. ตามสภาพธรรมชาติ
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครหรือตัวเมืองเพชรบุรีใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่อำเภอชะอำ แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลนายางตามถนนและป้ายท้องถิ่น ผู้ที่เริ่มจากหาดชะอำสามารถขับรถไปยังพื้นที่ถ้ำค้างคาวนายางได้ โดยควรถึงก่อนช่วงพลบค่ำเพื่อเตรียมจุดชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ถ้ำค้างคาวนายาง จังหวัดเพชรบุรี
 
ตารางสรุป 40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย พร้อมพิกัด GPS และ Google Maps แยกตามภูมิภาค ตารางนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำสำคัญ 40 รายการทั่วประเทศไทย ครอบคลุมถ้ำหินปูน ถ้ำธารลอด ถ้ำทะเล ถ้ำที่มีภาพเขียนสีและหลักฐานโบราณคดี ตลอดจนถ้ำที่มีความสำคัญด้านศาสนาและประวัติศาสตร์ โดยจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อช่วยให้วางแผนเดินทางได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถคลิกชื่อสถานที่เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และใช้ลิงก์ Google Maps สำหรับวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้บางถ้ำต้องใช้เรือหรือเดินเท้าจากจุดจอดรถ และบางแห่งเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเวลาหรือฤดูกาลที่กำหนด
 
ลำดับสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำจังหวัดจุดเด่นพิกัด GPSแผนที่นำทาง
ภาคเหนือ — 7 แห่ง
2ถ้ำเชียงดาวเชียงใหม่ถ้ำหินปูนเชิงดอยหลวงเชียงดาว หินงอกหินย้อย พระพุทธรูป และเส้นทางสำรวจพร้อมผู้นำทางและตะเกียง19.393702, 98.928602Google Maps
8ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนเชียงรายระบบถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ แนวเขาดอยนางนอน ประวัติภารกิจช่วยเหลือปี 2561 และพื้นที่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ20.381558, 99.867466Google Maps
10ถ้ำตุ๊กตาแม่ฮ่องสอนหินงอกเล็กคล้ายตุ๊กตาจำนวนมาก ภายในระบบถ้ำน้ำลอด อำเภอปางมะผ้า19.568722, 98.279280Google Maps
14ถ้ำแก้วโกมลแม่ฮ่องสอนผลึกแร่แคลไซต์สีขาวคล้ายคริสตัล ห้องถ้ำละเอียดอ่อนและคุณค่าด้านธรณีวิทยา18.396451, 97.968237Google Maps
18ถ้ำผานางคอยแพร่หินนางคอย ตำนานพื้นบ้าน โพรงถ้ำคดเคี้ยว และหินงอกหินย้อยบริเวณหน้าผา18.368750, 100.354404Google Maps
19ถ้ำน้ำลอดแม่ฮ่องสอนลำน้ำลางไหลลอดภูเขา ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา ถ้ำผีแมน การล่องแพไม้ไผ่และแหล่งโบราณคดี19.568283, 98.279731Google Maps
36ถ้ำผาไทลำปางถ้ำหินปูนและหินงอกหินย้อยในอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ผืนป่าและแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยา18.604191, 99.897939Google Maps
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — 1 แห่ง
16ถ้ำเอราวัณหนองบัวลำภูภูเขาคล้ายช้างหมอบ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ บันไดกว่า 600 ขั้น โถงถ้ำ และตำนานนางผมหอม17.345578, 102.018615Google Maps
ภาคกลางและภาคตะวันตก — 18 แห่ง
5ถ้ำเขาหลวงเพชรบุรีพระพุทธรูปภายในถ้ำ ลำแสงธรรมชาติผ่านช่องเพดาน และประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์13.137548, 99.933250Google Maps
6ถ้ำเขาบินราชบุรีโถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงาม และทางเดินชมพร้อมแสงไฟ13.593348, 99.666903Google Maps
7ถ้ำจอมพลราชบุรีหินย้อยคล้ายเครื่องหมายยศนายทหาร โถงถ้ำธรรมชาติ และประวัติศาสตร์การเสด็จประพาส13.624895, 99.586793Google Maps
11ถ้ำพระยานครประจวบคีรีขันธ์พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ โถงถ้ำขนาดใหญ่ ช่องแสงธรรมชาติ และเส้นทางเดินจากหาดแหลมศาลา12.197486, 100.011334Google Maps
12ถ้ำละว้ากาญจนบุรีถ้ำหินปูนในอุทยานแห่งชาติไทรโยค โถงถ้ำและหินงอกหินย้อยใกล้แม่น้ำแควน้อย14.298702, 98.981267Google Maps
21ถ้ำแก้วประจวบคีรีขันธ์ผลึกแร่และหินงอกหินย้อยสะท้อนแสง การสำรวจถ้ำธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด12.202996, 99.992590Google Maps
22ถ้ำวังบาดาลกาญจนบุรีถ้ำหลายระดับ ห้องม่านพระจันทร์ ห้องเข็มนารายณ์ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ14.251017, 99.074826Google Maps
23ถ้ำเสาหินกาญจนบุรีเสาหินธรรมชาติขนาดมหึมาในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู กิจกรรมผจญภัยที่ต้องจองล่วงหน้า14.943982, 98.810110Google Maps
25วนอุทยานถ้ำเขาวงอุทัยธานีถ้ำพุหวาย โพรงถ้ำหินปูน หินงอกหินย้อย และเส้นทางศึกษาป่าธรรมชาติในอำเภอบ้านไร่15.012552, 99.444339Google Maps
26ถ้ำเขาช่องพรานราชบุรีถ้ำพระนอนในวัดเขาช่องพราน และฝูงค้างคาวจำนวนมากบินออกจากถ้ำช่วงพลบค่ำ13.719072, 99.772936Google Maps
27ถ้ำเชลยกาญจนบุรีถ้ำหินปูนเชื่อมโยงภูมิประเทศและประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะใกล้ถ้ำกระแซ14.097720, 99.179976Google Maps
28ถ้ำกระแซกาญจนบุรีหลวงพ่อถ้ำกระแซ ทางรถไฟสายมรณะ สะพานไม้เลียบหน้าผา และทิวทัศน์แม่น้ำแควน้อย14.106089, 99.165762Google Maps
29ถ้ำเขาฆ้องชัยอุทัยธานีถ้ำหินปูน ภาพเขียนสี เครื่องมือหิน หลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ และฝูงค้างคาวช่วงเย็น15.433203, 99.579589Google Maps
30วัดถ้ำพระธาตุกาญจนบุรีศาสนสถานในอำเภอศรีสวัสดิ์ บรรยากาศภูเขาและการไหว้พระในพื้นที่ธรรมชาติ14.400451, 99.082153Google Maps
35ถ้ำเขาย้อยเพชรบุรีพระพุทธไสยาสน์ รอยพระพุทธบาททอง และถ้ำหินปูนที่เป็นศาสนสถานใกล้ถนนเพชรเกษม13.234870, 99.828222Google Maps
37อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอดกาญจนบุรีระบบถ้ำธารลอดน้อยและธารลอดใหญ่ น้ำตกไตรตรึงษ์ และเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติ14.669016, 99.289190Google Maps
38ถ้ำธารลอดน้อยกาญจนบุรีลำกระพร้อยไหลลอดโพรงถ้ำหินปูน หินงอกหินย้อยและเส้นทางธรรมชาติไปถ้ำธารลอดใหญ่14.662912, 99.305645Google Maps
40ถ้ำค้างคาวนายางเพชรบุรีปรากฏการณ์ฝูงค้างคาวจำนวนมากบินออกจากถ้ำหินปูนช่วงพลบค่ำในอำเภอชะอำ12.873025, 99.938964Google Maps
ภาคตะวันออก — 1 แห่ง
20ถ้ำเพชรโพธิ์ทองสระแก้วหินงอกหินย้อยสีขาว ห้องมุขประดับเพชร ลวดลายคล้ายใบโพธิ์ทอง และเส้นทางผ่านป่าจันผา13.413959, 102.325325Google Maps
ภาคใต้ — 13 แห่ง
1ถ้ำมรกต เกาะมุกตรังถ้ำทะเล อุโมงค์มืดประมาณ 80 เมตร น้ำสีเขียวมรกต และชายหาดลับที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาหินปูน7.368546, 99.284631Google Maps
3ถ้ำภูผาเพชรสตูลโถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ห้องถ้ำหลายส่วน หินงอกหินย้อยสะท้อนแสงคล้ายเกล็ดเพชร7.126470, 99.997020Google Maps
4ถ้ำเลเขากอบตรังนั่งเรือพายลอดถ้ำหินปูน อุโมงค์เพดานต่ำ และหินงอกหินย้อยในระบบธารน้ำใต้ดิน7.791845, 99.573949Google Maps
9ถ้ำเขาปินะตรังถ้ำหินปูนหลายระดับ พระพุทธรูป โบราณวัตถุ และจารึกพระปรมาภิไธยย่อรัชกาลที่ 77.749358, 99.527386Google Maps
13ถ้ำลอด–ถ้ำผีหัวโตกระบี่ภาพเขียนสีโบราณ ถ้ำหินปูนในป่าชายเลนบ้านบ่อท่อ และเส้นทางเรือหรือคายัค8.382222, 98.687044Google Maps
15ถ้ำเขาช้างหายตรังหินงอกหินย้อยหลายโถง เส้นทางเดินชมภายในถ้ำ ตำนานลูกช้างหาย และชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี7.590271, 99.668706Google Maps
17ถ้ำลอดปูยูสตูลล่องเรือผ่านโพรงหินปูน คลองท่าจีน ป่าชายเลน และชุมชนประมงพื้นบ้าน6.487005, 100.108503Google Maps
24ถ้ำศิลป์ยะลาภาพเขียนสีโบราณ ภาพพุทธประวัติและบุคคล หลักฐานศิลปกรรมภายในถ้ำ6.522318, 101.233303Google Maps
31ถ้ำเจ็ดคตสตูลถ้ำธารลอด 7 คูหา โถงหินขนาดใหญ่ ธารน้ำ หาดทรายธรรมชาติ และกิจกรรมล่องเรือ7.111458, 99.933753Google Maps
32ถ้ำเล สเตโกดอนสตูลถ้ำธารลอด ฟอสซิลช้างสเตโกดอน การล่องเรือ และแหล่งเรียนรู้อุทยานธรณีโลกสตูล7.123886, 99.798525Google Maps
33ถ้ำพุงช้างพังงาถ้ำธารน้ำในเขาช้าง นั่งเรือแคนู แพไม้ไผ่ เดินลุยน้ำ และชมหินงอกหินย้อย8.442173, 98.516846Google Maps
34ถ้ำเขาวังทองนครศรีธรรมราชหินงอกหินย้อยคล้ายเจดีย์ น้ำตก หนังปลา และน้อยหน่า ในภูเขาหินปูนอำเภอขนอม9.204904, 99.774138Google Maps
39ถ้ำน้ำลอดน้อยชุมพรถ้ำธารน้ำธรรมชาติและหลักฐานโบราณคดี เช่น ภาชนะดินเผา หม้อสามขา และเครื่องมือโบราณ10.234072, 98.944939Google Maps
 
ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง: พิกัด GPS ในตารางใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการวางแผนเดินทาง ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์สามารถเข้าถึงปากถ้ำได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะถ้ำมรกต ถ้ำพระยานคร ถ้ำลอดปูยู ถ้ำเล สเตโกดอน และถ้ำเสาหิน ซึ่งต้องเดินเท้าหรือใช้เรือตามรูปแบบกิจกรรมที่กำหนด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเปิดเข้าชม ประกาศอุทยานแห่งชาติ สภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อกำหนดการใช้ผู้นำทางก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
8 เส้นทางเที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทย วางแผนเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และถ้ำผจญภัย การเที่ยวถ้ำในประเทศไทยสามารถวางแผนได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ทริปวันเดียวที่เน้นถ้ำเดินชมสะดวก ไปจนถึงทริปหลายวันที่รวมการนั่งเรือ ล่องแพ เดินป่า และศึกษาธรณีวิทยา การเลือกเส้นทางให้เหมาะกับเวลาที่มีและความพร้อมของผู้ร่วมเดินทางจะช่วยให้สามารถชมความงดงามของถ้ำแต่ละแห่งได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบหรือเดินทางย้อนเส้นทางมากเกินไป สำหรับผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกถ้ำที่มีทางเดินชัดเจน ขณะที่ผู้ชื่นชอบการผจญภัยสามารถเลือกถ้ำธารลอดหรือถ้ำที่ต้องใช้ผู้นำทางภายใต้มาตรการความปลอดภัยของผู้ดูแล
 
เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่–เชียงดาว เที่ยวถ้ำหินปูนและสัมผัสธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว เส้นทางเชียงใหม่–เชียงดาวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวถ้ำธรรมชาติพร้อมสัมผัสทิวทัศน์ภูเขาของภาคเหนือ สามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ หรือเลือกพักค้างคืน 1 คืนเพื่อใช้เวลาเที่ยวชมพื้นที่อย่างไม่เร่งรีบ โดยมีถ้ำเชียงดาวเป็นจุดหมายหลักของเส้นทาง
 
การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริมและอำเภอแม่แตง ก่อนเข้าสู่อำเภอเชียงดาว ระหว่างทางมีทิวทัศน์ภูเขาและชุมชนชนบทให้ชมอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงบริเวณวัดถ้ำเชียงดาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสักการะพระพุทธรูปและชมแอ่งน้ำใสบริเวณหน้าถ้ำ ก่อนเลือกเส้นทางเดินชมโถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยตามความพร้อมของร่างกาย
 
ถ้ำเชียงดาวมีทั้งพื้นที่ที่มีแสงไฟสำหรับเดินชมและส่วนที่ต้องใช้ผู้นำทางพร้อมตะเกียง ผู้ที่สนใจศึกษาธรณีวิทยาสามารถใช้เวลาเรียนรู้เรื่องหินงอกหินย้อยและระบบน้ำใต้ดิน ขณะที่ผู้สนใจวัฒนธรรมสามารถชมพระพุทธรูปและบรรยากาศของศาสนสถานบริเวณทางเข้าถ้ำได้
 
หลังจากเที่ยวชมถ้ำ สามารถเดินทางต่อไปยังจุดชมทิวทัศน์ของดอยหลวงเชียงดาวหรือแวะร้านอาหารและชุมชนในอำเภอเชียงดาว หากเลือกพักค้างคืนควรวางแผนกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อุณหภูมิช่วงเช้าและค่ำอาจต่ำกว่าตัวเมืองเชียงใหม่อย่างชัดเจน
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 1–2 วัน
 
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว ผู้สนใจธรรมชาติ ผู้ชื่นชอบภูเขา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวถ้ำพร้อมไหว้พระ
 
เส้นทางที่ 2 ปาย–ปางมะผ้า–แม่ฮ่องสอน สำรวจถ้ำน้ำลอดและถ้ำตุ๊กตา เส้นทางปาย–ปางมะผ้า–แม่ฮ่องสอนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสการเที่ยวถ้ำในรูปแบบผจญภัยและเรียนรู้ประวัติศาสตร์มนุษย์ เพราะมีระบบถ้ำน้ำลอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ภายในประกอบด้วยถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน ซึ่งมีทั้งหินงอกหินย้อยและหลักฐานทางโบราณคดี
 
นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากอำเภอปาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าอำเภอปางมะผ้า ก่อนแยกเข้าสู่ตำบลถ้ำลอด เมื่อถึงสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอดให้ติดต่อจุดบริการผู้นำทางเพื่อจัดเส้นทางเข้าชมตามสภาพน้ำและกิจกรรมที่เปิดให้บริการ
 
จุดเด่นของการเที่ยวถ้ำน้ำลอดคือการได้สัมผัสโพรงถ้ำขนาดใหญ่พร้อมลำน้ำลางที่ไหลลอดภูเขา โดยบางช่วงต้องใช้แพไม้ไผ่และตะเกียงในการเข้าชม ถ้ำเสาหินหลวงมีเสาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเชื่อมต่อของหินงอกและหินย้อย ส่วนถ้ำตุ๊กตามีหินงอกขนาดเล็กจำนวนมากรูปร่างคล้ายตุ๊กตา ขณะที่ถ้ำผีแมนมีความสำคัญด้านโบราณคดีและหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต
 
ผู้ที่สนใจธรณีวิทยาสามารถเปรียบเทียบลักษณะหินของแต่ละโถงถ้ำ ส่วนผู้สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีจะได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ถ้ำในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การเข้าชมทุกส่วนต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำทาง เนื่องจากบางบริเวณมีความมืดและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้
 
หากมีเวลา 2–3 วัน สามารถพักค้างคืนที่อำเภอปางมะผ้าหรือเดินทางต่อไปยังตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมอื่นตามเส้นทางได้ การขับรถควรใช้ความระมัดระวังเพราะทางหลวงหมายเลข 1095 มีทางโค้งและความลาดชันหลายช่วง
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2–3 วัน
 
เหมาะสำหรับ: นักท่องเที่ยวสายผจญภัย ผู้สนใจโบราณคดี ธรณีวิทยา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
 
เส้นทางที่ 3 เพชรบุรี–สามร้อยยอด ชมแสงธรรมชาติและพระที่นั่งกลางถ้ำ เส้นทางเพชรบุรี–สามร้อยยอดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการเที่ยวถ้ำกับประวัติศาสตร์และทัศนียภาพธรรมชาติ โดยมีถ้ำเขาหลวง ถ้ำเขาย้อย ถ้ำพระยานคร และถ้ำแก้วเป็นสถานที่สำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวบางแห่งภายในวันเดียว หรือจัดเป็นทริป 2 วัน 1 คืนเพื่อมีเวลาเดินทางและเดินขึ้นเขาอย่างเหมาะสม
 
การเดินทางสามารถเริ่มจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี โดยแวะถ้ำเขาย้อยซึ่งตั้งอยู่ใกล้ถนนเพชรเกษมก่อน จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีเพื่อชมถ้ำเขาหลวง ถ้ำแห่งนี้มีชื่อเสียงจากพระพุทธรูปภายในโถงหินปูนและลำแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านช่องเพดานลงมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม
 
ถ้ำเขาหลวงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติและศาสนสถาน เพราะแสงแดดที่เปลี่ยนทิศทางตามเวลาทำให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่างกัน การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพและระวังบันไดทางลงถ้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
 
ในวันถัดไปสามารถเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อชมถ้ำพระยานครซึ่งมีพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ตั้งอยู่ภายในโถงถ้ำขนาดใหญ่ การเข้าถึงต้องเดินทางไปยังหาดแหลมศาลาและเดินขึ้นเขาต่อ จึงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสม น้ำดื่ม และเผื่อเวลาพักระหว่างทาง
 
ถ้ำแก้วเป็นอีกจุดหมายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดที่เหมาะสำหรับผู้สนใจการสำรวจถ้ำธรรมชาติ เพราะมีหินงอกหินย้อยและผลึกแร่ที่สะท้อนแสงระยิบระยับ อย่างไรก็ตาม เส้นทางเข้าชมบางส่วนมีความมืดและพื้นหินไม่เรียบ จึงควรตรวจสอบการเปิดพื้นที่และการใช้ผู้นำทางก่อนเดินทาง
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2 วัน 1 คืน
 
เหมาะสำหรับ: ผู้สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา การถ่ายภาพธรรมชาติ และการเดินป่าระยะสั้น
 
เส้นทางที่ 4 ราชบุรี–โพธาราม–จอมบึง เที่ยวถ้ำหินงอกหินย้อยและชมค้างคาว จังหวัดราชบุรีมีถ้ำที่เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปวันเดียวจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะถ้ำเขาบิน ถ้ำจอมพล และถ้ำเขาช่องพราน ซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันทั้งด้านหินงอกหินย้อย ประวัติศาสตร์ และปรากฏการณ์ธรรมชาติของค้างคาว
 
นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการเดินชมถ้ำเขาบิน ซึ่งมีการจัดเส้นทางภายในถ้ำให้สามารถชมโถงและหินงอกหินย้อยหลายรูปทรงได้ จากนั้นเดินทางต่อไปยังถ้ำจอมพลในอำเภอจอมบึง ซึ่งมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และหินย้อยรูปร่างคล้ายอินทรธนูของนายทหาร
 
ช่วงบ่ายสามารถเดินทางต่อไปยังวัดเขาช่องพราน อำเภอโพธาราม เพื่อไหว้พระและรอชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำในช่วงใกล้พลบค่ำ ปรากฏการณ์ค้างคาวเคลื่อนตัวเป็นสายยาวบนท้องฟ้าเป็นจุดเด่นของพื้นที่ แต่เวลาการบินจริงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสัตว์และสภาพอากาศในแต่ละวัน
 
เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำหลายแห่งในระยะเวลาจำกัด แต่ต้องตรวจสอบเวลาเดินทางระหว่างอำเภอ เพราะสถานที่ไม่ได้ตั้งอยู่ติดกันทั้งหมด หากมีเวลาเพียงครึ่งวันควรเลือกถ้ำเขาบินและถ้ำจอมพล หรือเลือกชมถ้ำเขาช่องพรานร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอโพธารามแทน
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 1–2 วัน
 
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร ผู้สนใจหินงอกหินย้อย และผู้ชื่นชอบการชมสัตว์ในธรรมชาติ
 
เส้นทางที่ 5 กาญจนบุรี–ไทรโยค–ศรีสวัสดิ์ เรียนรู้ถ้ำและประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวถ้ำหลายรูปแบบ ทั้งถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อย ถ้ำที่อยู่ใกล้แม่น้ำแควน้อย ถ้ำที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 และระบบถ้ำธารลอดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเส้นทางได้ตามความสนใจและระยะเวลาที่มี
 
เส้นทางแรกเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โดยเริ่มจากถ้ำกระแซและบริเวณทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งมีหลวงพ่อถ้ำกระแซประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำและมีจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำแควน้อย จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังพื้นที่ถ้ำเชลยและสถานที่สำคัญบริเวณอำเภอไทรโยคได้
 
ผู้ที่ต้องการชมถ้ำหินงอกหินย้อยสามารถเลือกถ้ำละว้าในอุทยานแห่งชาติไทรโยค หรือถ้ำวังบาดาล ซึ่งมีห้องถ้ำหลายระดับและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ชื่นชอบระบบธารน้ำใต้ดินสามารถวางแผนไปยังอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์เพื่อชมถ้ำธารลอดน้อยและเส้นทางเดินไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ตามที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยที่มีความพร้อมด้านร่างกาย ถ้ำเสาหินภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูเป็นอีกจุดหมายที่น่าสนใจจากเสาหินธรรมชาติขนาดมหึมา อย่างไรก็ตาม การเข้าชมมีข้อจำกัดด้านฤดูกาล รอบกิจกรรม และมาตรการความปลอดภัย จึงต้องตรวจสอบการเปิดพื้นที่และจองล่วงหน้ากับอุทยาน ไม่ควรเดินทางไปโดยไม่ได้รับการยืนยัน
 
เนื่องจากสถานที่ต่าง ๆ กระจายอยู่หลายอำเภอ ไม่ควรวางแผนเที่ยวทั้งหมดภายในวันเดียว ผู้ที่มีเวลา 2–3 วันควรแบ่งเส้นทางระหว่างพื้นที่ไทรโยคและศรีสวัสดิ์ หรือเลือกเฉพาะสถานที่ที่อยู่ใกล้กันเพื่อลดเวลาเดินทางบนถนนภูเขา
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2–3 วัน หรือมากกว่าสำหรับเส้นทางผจญภัย
 
เหมาะสำหรับ: ผู้สนใจสงครามโลกครั้งที่ 2 ธรณีวิทยา การเดินป่า และธรรมชาติริมแม่น้ำแควน้อย
 
เส้นทางที่ 6 ตรัง–ห้วยยอด–เกาะมุก เที่ยวถ้ำทะเล ถ้ำลอด และถ้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดตรังเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำหลายประเภท เพราะมีทั้งถ้ำทะเลที่ต้องลอยตัวผ่านอุโมงค์ ถ้ำที่มีธารน้ำไหลลอดและต้องนั่งเรือพาย รวมถึงถ้ำหินปูนบนบกซึ่งมีพระพุทธรูปและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวได้ทั้งแบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืนตามกิจกรรมที่เลือก
 
เส้นทางวันแรกสามารถเริ่มจากถ้ำเลเขากอบในอำเภอห้วยยอด ซึ่งมีชื่อเสียงจากการนั่งเรือพายลอดอุโมงค์หินปูน โดยเฉพาะส่วนที่เพดานต่ำจนผู้โดยสารต้องเอนตัวลงบนเรือตามคำแนะนำของคนพาย การเข้าชมต้องตรวจสอบระดับน้ำและรอบบริการก่อนเดินทาง
 
จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังถ้ำเขาปินะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดเขาปินะและมีถ้ำหลายชั้น พระพุทธรูป และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หรือเลือกไปยังถ้ำเขาช้างหายในอำเภอนาโยงเพื่อชมหินงอกหินย้อยหลายส่วนและเรียนรู้เรื่องตำนานลูกช้างหาย
 
ในวันถัดไปสามารถเดินทางไปยังท่าเรือที่ให้บริการท่องเที่ยวเกาะมุก แล้วนั่งเรือออกสู่ทะเลตรังเพื่อเข้าชมถ้ำมรกต ซึ่งเป็นถ้ำทะเลที่มีชายหาดซ่อนอยู่ภายในหน้าผาหินปูน การเข้าชมต้องสวมเสื้อชูชีพและเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้นำทางที่มีความชำนาญ โดยขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้นน้ำลงและสภาพคลื่นลม
 
ถ้ำมรกตเหมาะสำหรับการเที่ยวในช่วงที่ทะเลสงบและมีรอบเรือที่เหมาะสม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบการเปิดพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมก่อนเดินทาง ไม่ควรเข้าไปในอุโมงค์เองโดยไม่มีผู้ดูแล เพราะกระแสน้ำและสภาพทางออกอาจเปลี่ยนแปลงได้
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2–3 วัน
 
เหมาะสำหรับ: ผู้ชื่นชอบทะเลและถ้ำธรรมชาติ ครอบครัวที่มีความพร้อมในการทำกิจกรรมทางน้ำ และนักท่องเที่ยวสายผจญภัย
 
เส้นทางที่ 7 กระบี่–พังงา เที่ยวถ้ำผีหัวโตและถ้ำพุงช้าง เส้นทางกระบี่–พังงาเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติและโบราณคดีไปพร้อมกัน โดยมีถ้ำผีหัวโตและถ้ำพุงช้างเป็นจุดหมายสำคัญ ทั้งสองแห่งมีรูปแบบการเข้าชมที่เกี่ยวข้องกับน้ำและภูเขาหินปูน แต่มีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
 
ถ้ำผีหัวโตตั้งอยู่บริเวณบ้านบ่อท่อ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สามารถเดินทางด้วยเรือผ่านลำคลองและป่าชายเลนเพื่อเข้าสู่พื้นที่ถ้ำ ภายในมีภาพเขียนสีโบราณที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต จึงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญด้านโบราณคดีและการอนุรักษ์ศิลปกรรมบนผนังถ้ำ
 
นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวถ้ำผีหัวโตพร้อมถ้ำลอดและเส้นทางป่าชายเลนบ้านบ่อท่อได้ โดยควรเลือกใช้บริการผู้ประกอบการในพื้นที่ที่มีความรู้เรื่องกระแสน้ำและเส้นทางธรรมชาติ การเข้าชมภาพเขียนสีต้องไม่สัมผัสหรือขีดเขียนผนังถ้ำ เพราะอาจทำให้หลักฐานทางโบราณคดีเสียหายได้
 
เมื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดพังงา สามารถเข้าชมถ้ำพุงช้างซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองพังงาได้ จุดเด่นคือการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางระหว่างเรือแคนู แพไม้ไผ่ และการเดินลุยน้ำภายในถ้ำ ทำให้ได้สัมผัสธารน้ำใต้ดินและโถงหินปูนอย่างใกล้ชิด
 
ผู้ที่ต้องการจัดทริปทั้งสองแห่งควรแบ่งเป็น 2 วันเพื่อให้มีเวลาเพียงพอและไม่ต้องเร่งรีบระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนซึ่งระดับน้ำภายในถ้ำและสภาพอากาศอาจมีผลต่อการเข้าชม
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2 วัน 1 คืน
 
เหมาะสำหรับ: ผู้สนใจโบราณคดี ถ้ำธารน้ำ การล่องเรือ ป่าชายเลน และการท่องเที่ยวธรรมชาติ
 
เส้นทางที่ 8 สตูล–มะนัง–ทุ่งหว้า สำรวจถ้ำในอุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูลมีความโดดเด่นด้านธรณีวิทยาและระบบถ้ำหินปูน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอมะนังและอำเภอทุ่งหว้า ซึ่งมีถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต และถ้ำเล สเตโกดอน เป็นสถานที่สำคัญ การเที่ยวถ้ำในจังหวัดสตูลจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้กระบวนการเกิดภูมิประเทศหินปูน ซากดึกดำบรรพ์ และความสัมพันธ์ระหว่างระบบถ้ำกับน้ำใต้ดิน
 
การเดินทางสามารถเริ่มจากตัวเมืองสตูลไปยังอำเภอมะนังเพื่อชมถ้ำภูผาเพชร ซึ่งมีโถงถ้ำขนาดใหญ่และหินงอกหินย้อยหลายรูปทรง ภายในมีห้องถ้ำจำนวนมากและบางส่วนมีผลึกแร่ที่สะท้อนแสงคล้ายเกล็ดเพชร เหมาะสำหรับผู้สนใจธรณีวิทยาและการถ่ายภาพธรรมชาติ
 
ถ้ำเจ็ดคตเป็นอีกจุดหมายในอำเภอมะนัง มีลำน้ำไหลผ่านถ้ำและอุโมงค์หินปูนที่คดเคี้ยวเป็นหลายคูหา การเข้าชมต้องเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพน้ำ โดยบางเส้นทางใช้เรือหรือกิจกรรมทางน้ำที่ต้องมีผู้นำทางและอุปกรณ์นิรภัย
 
ในวันถัดไปสามารถเดินทางไปยังอำเภอทุ่งหว้าเพื่อเข้าชมถ้ำเล สเตโกดอน ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของช้างสกุลสเตโกดอนและเส้นทางถ้ำธารลอด การเข้าชมต้องจองล่วงหน้าและจัดเวลาให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเลขึ้นลง จึงควรติดต่อผู้ดูแลก่อนกำหนดวันเดินทาง
 
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ธรณีวิทยาเพิ่มเติม สามารถจัดกิจกรรมร่วมกับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในอุทยานธรณีโลกสตูลได้ การเที่ยวในรูปแบบนี้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้สนใจธรรมชาติที่ต้องการความเข้าใจมากกว่าการถ่ายภาพสถานที่เพียงอย่างเดียว
 
ระยะเวลาที่แนะนำ: 2–3 วัน
 
เหมาะสำหรับ: ผู้สนใจธรณีวิทยา ซากดึกดำบรรพ์ การล่องเรือถ้ำ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
 
เลือกเที่ยวถ้ำแบบไหนดีให้เหมาะกับตัวเอง? การเลือกถ้ำที่เหมาะสมควรเริ่มจากรูปแบบกิจกรรมที่ต้องการ หากต้องการชมถ้ำหินงอกหินย้อยโดยไม่เน้นกิจกรรมผจญภัยมากนัก สามารถเลือกถ้ำเชียงดาว ถ้ำเขาบิน ถ้ำเขาหลวง หรือถ้ำเขาย้อย ซึ่งมีเส้นทางเข้าชมค่อนข้างชัดเจน แต่ยังต้องตรวจสอบสภาพทางเดินและข้อจำกัดเฉพาะพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
หากชื่นชอบการล่องเรือและการชมถ้ำธารน้ำ สามารถพิจารณาถ้ำเลเขากอบ ถ้ำน้ำลอด ถ้ำพุงช้าง ถ้ำเจ็ดคต หรือถ้ำเล สเตโกดอน ซึ่งมีความโดดเด่นจากการเดินทางผ่านทางน้ำและภูเขาหินปูน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้มีข้อจำกัดเรื่องระดับน้ำ อุปกรณ์นิรภัย และการใช้ผู้นำทาง จึงต้องจองหรือสอบถามก่อนเดินทาง
 
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี ถ้ำผีหัวโต ถ้ำศิลป์ ถ้ำเขาปินะ และถ้ำเขาฆ้องชัยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับภาพเขียนสี เครื่องมือโบราณ หรือหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต ส่วนถ้ำพระยานคร ถ้ำเขาหลวง ถ้ำจอมพล และถ้ำกระแซมีคุณค่าเพิ่มเติมจากความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และศาสนา
 
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพธรรมชาติสามารถเลือกถ้ำพระยานครและถ้ำเขาหลวงสำหรับการชมแสงธรรมชาติ หรือถ้ำแก้วโกมลและถ้ำภูผาเพชรสำหรับการชมผลึกแร่และหินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสง ส่วนผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าสามารถพิจารณาการชมฝูงค้างคาวที่ถ้ำเขาช่องพรานและถ้ำค้างคาวนายางในช่วงพลบค่ำ
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมผจญภัยระดับสูง ถ้ำเสาหินภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูเป็นสถานที่ที่ต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเส้นทางมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและเปิดให้เข้าชมตามรอบหรือฤดูกาล การเลือกถ้ำลักษณะนี้ควรพิจารณาความแข็งแรงของร่างกาย ประสบการณ์ และเงื่อนไขของหน่วยงานผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ
 
คู่มือเที่ยวถ้ำอย่างปลอดภัย สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้าถ้ำธรรมชาติ การเที่ยวถ้ำเป็นกิจกรรมที่มีความแตกต่างจากการเดินเที่ยวสถานที่กลางแจ้งทั่วไป เพราะสภาพแวดล้อมภายในถ้ำอาจมีความมืด ความชื้นสูง ทางเดินลื่น ความต่างระดับ และช่องทางแคบ บางถ้ำมีน้ำไหลผ่านตลอดปี ขณะที่บางแห่งอาจมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ ดังนั้นการวางแผนและการประเมินความเสี่ยงก่อนเข้าถ้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
 
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบว่าถ้ำที่ต้องการเข้าชมเปิดให้บริการหรือไม่ โดยเฉพาะถ้ำที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่อนุรักษ์ เพราะอาจมีการปิดพื้นที่ชั่วคราวตามฤดูกาลเพื่อความปลอดภัยหรือการฟื้นฟูธรรมชาติ ถ้ำที่ต้องจองรอบล่วงหน้าควรติดต่อผู้ดูแลก่อนเดินทางเพื่อยืนยันจำนวนผู้เข้าชมและอุปกรณ์ที่จำเป็น
 
การเลือกเครื่องแต่งกายควรเน้นความคล่องตัวและเหมาะกับสภาพพื้นที่ รองเท้าควรมีพื้นยึดเกาะดีเพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม เสื้อผ้าควรแห้งง่ายสำหรับถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน และควรเตรียมไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรองสำหรับเส้นทางที่ไม่ได้ติดตั้งไฟส่องสว่าง ทั้งนี้ถ้ำบางแห่งอาจกำหนดให้นักท่องเที่ยวใช้อุปกรณ์เฉพาะหรือเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมเจ้าหน้าที่เท่านั้น
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรตรวจสอบจำนวนขั้นบันได ระยะทางเดิน ความสูงชัน และลักษณะเส้นทางก่อนเดินทาง เช่น ถ้ำพระยานครและถ้ำเอราวัณมีทางขึ้นเขาที่ต้องใช้แรงพอสมควร ขณะที่ถ้ำเลเขากอบมีช่วงที่ต้องเอนตัวลงบนเรือเพื่อผ่านอุโมงค์เพดานต่ำ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือกลัวพื้นที่แคบ
 
ถ้ำธารน้ำและถ้ำทะเลต้องระมัดระวังเรื่องระดับน้ำเป็นพิเศษ เพราะฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำอาจทำให้น้ำไหลเข้าสู่ระบบถ้ำแม้บริเวณปากถ้ำไม่มีฝนตกก็ตาม ส่วนถ้ำทะเลอย่างถ้ำมรกตต้องเลือกเวลาให้เหมาะกับน้ำขึ้นน้ำลงและสภาพคลื่นลม นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรเข้าถ้ำด้วยตนเองหากพื้นที่กำหนดให้ต้องใช้ผู้นำทางหรือเรือบริการที่ได้รับอนุญาต
 
การอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเที่ยวถ้ำอย่างรับผิดชอบ หินงอกหินย้อยเกิดจากกระบวนการสะสมตัวของแร่ที่ใช้เวลายาวนานมาก การสัมผัสหรือหักหินอาจทำให้รูปร่างตามธรรมชาติได้รับความเสียหายอย่างถาวร นอกจากนี้ไม่ควรขีดเขียนผนังหรือเคลื่อนย้ายวัตถุภายในถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีภาพเขียนสีและหลักฐานทางโบราณคดี
 
สำหรับถ้ำที่เป็นแหล่งอาศัยของค้างคาวและสัตว์อื่น นักท่องเที่ยวควรชมจากจุดที่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้แสงแฟลชหรือไฟส่องรบกวนสัตว์โดยไม่จำเป็น และไม่เข้าไปใกล้พื้นที่พักอาศัยของสัตว์ การอนุรักษ์ค้างคาวและระบบถ้ำมีความสำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศ เพราะสัตว์เหล่านี้มีบทบาทในการควบคุมแมลงและเกี่ยวข้องกับวงจรธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบ
 
สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรฝ่าฝืนคำสั่งหรือประกาศปิดพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ หากเส้นทางมีความเสี่ยงจากน้ำหลาก หินร่วง หรือสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม ควรเปลี่ยนแผนไปยังสถานที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า การเที่ยวถ้ำที่ดีไม่ใช่การเดินทางเข้าไปให้ถึงจุดหมายโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง แต่เป็นการสัมผัสธรรมชาติอย่างเหมาะสมและกลับออกมาอย่างปลอดภัย
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำสวยในประเทศไทยมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: ประเทศไทยมีถ้ำสวยหลายแห่ง เช่น ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถ้ำพระยานคร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง และถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ละแห่งมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งหินงอกหินย้อย ถ้ำทะเล ถ้ำธารน้ำ และถ้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
 
ถาม: ถ้ำไหนในประเทศไทยเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว?
ตอบ: ถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี และถ้ำเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นตัวเลือกสำหรับครอบครัวที่ต้องการชมถ้ำและสถานที่ทางศาสนาโดยไม่เน้นกิจกรรมผจญภัยมากนัก อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบจำนวนขั้นบันได สภาพพื้นถ้ำ และความสะดวกในการเข้าชมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
 
ถาม: ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง ต้องว่ายน้ำเข้าไปหรือไม่?
ตอบ: การเข้าถ้ำมรกตต้องลอยตัวหรือว่ายน้ำผ่านอุโมงค์ทะเลระยะประมาณ 80 เมตร โดยสวมเสื้อชูชีพและมีผู้นำทางดูแลตลอดเส้นทาง กิจกรรมขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำ และสภาพคลื่นลม จึงต้องตรวจสอบรอบเรือและการเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
 
ถาม: ถ้ำพระยานคร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต้องเดินขึ้นเขาไกลแค่ไหน?
ตอบ: การเข้าชมถ้ำพระยานครต้องเดินทางไปยังหาดแหลมศาลาก่อน จากนั้นเดินขึ้นเขาตามเส้นทางประมาณ 430 เมตรเพื่อเข้าสู่ถ้ำ โดยมีบันไดและทางลาดชัน ระยะทางแม้ไม่ยาวมากแต่ต้องใช้แรงพอสมควร ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าเหมาะกับการเดินเขา และเผื่อเวลาพักระหว่างทาง
 
ถาม: ถ้ำไหนมีหินงอกหินย้อยสวยที่สุดในประเทศไทย?
ตอบ: ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล ถ้ำแก้วโกมล จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และถ้ำเขาวังทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงด้านหินงอกหินย้อยและผลึกแร่ธรรมชาติ โดยแต่ละแห่งมีความงดงามแตกต่างกันตามรูปร่างหิน ขนาดโถงถ้ำ และสภาพแสงภายใน
 
ถาม: ถ้ำในประเทศไทยมีภาพเขียนสีโบราณให้ชมที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ และถ้ำศิลป์ จังหวัดยะลา เป็นตัวอย่างของถ้ำที่มีภาพเขียนสีโบราณซึ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีและศิลปกรรม ผู้เข้าชมไม่ควรสัมผัสหรือขีดเขียนผนังถ้ำ เพราะอาจทำให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้รับความเสียหาย
 
ถาม: ถ้ำไหนในประเทศไทยต้องนั่งเรือเข้าชม?
ตอบ: ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง ถ้ำพุงช้าง จังหวัดพังงา ถ้ำเจ็ดคตและถ้ำเล สเตโกดอน จังหวัดสตูล รวมถึงถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวอย่างของถ้ำที่มีกิจกรรมทางน้ำ โดยบางแห่งใช้เรือพาย เรือแคนู เรือคายัค หรือแพไม้ไผ่ตามรูปแบบที่ผู้ดูแลกำหนด ควรตรวจสอบระดับน้ำและสภาพอากาศก่อนเข้าชมทุกครั้ง
 
ถาม: ถ้ำไหนในประเทศไทยเหมาะกับสายผจญภัย?
ตอบ: ถ้ำเสาหิน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยที่มีความพร้อมด้านร่างกาย เพราะอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูและมีข้อกำหนดการเข้าชมเฉพาะ นอกจากนี้ถ้ำเลเขากอบ ถ้ำพุงช้าง ถ้ำเล สเตโกดอน และถ้ำน้ำลอดก็มีรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างจากการเดินชมถ้ำทั่วไป
 
ถาม: เที่ยวถ้ำในประเทศไทยช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: ถ้ำหลายแห่งสามารถเที่ยวได้ตลอดปีตามประกาศของผู้ดูแล แต่ช่วงฤดูแล้งมักเหมาะกับถ้ำที่มีทางน้ำไหลผ่าน เพราะระดับน้ำอาจมีเสถียรภาพมากกว่าช่วงฝนตกหนัก ส่วนถ้ำทะเลต้องพิจารณาฤดูกาลและคลื่นลมเป็นสำคัญ ไม่ควรเข้าถ้ำในช่วงที่มีประกาศเตือนฝนหนัก น้ำหลาก หรือสภาพทะเลไม่ปลอดภัย
 
ถาม: เที่ยวถ้ำในประเทศไทยต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะดี เสื้อผ้าคล่องตัว น้ำดื่ม ไฟฉายเมื่อจำเป็น และอุปกรณ์กันน้ำสำหรับถ้ำที่ต้องใช้เรือหรือเดินลุยน้ำ ถ้ำบางแห่งต้องจองล่วงหน้าหรือใช้ผู้นำทางโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเวลาเปิด ค่าเข้าชม สภาพอากาศ ระดับน้ำ และพิกัดทางเข้าจริงก่อนเดินทาง
 
บทสรุป 40 ที่เที่ยวถ้ำสวยในประเทศไทยเป็นการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนความหลากหลายของธรรมชาติใต้ภูเขา ตั้งแต่ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ถ้ำทะเล ถ้ำธารลอด ถ้ำที่มีผลึกแร่สวยงาม ไปจนถึงถ้ำที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และโบราณคดี แต่ละภูมิภาคมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ภาคเหนือโดดเด่นด้วยถ้ำในภูเขาและแหล่งโบราณคดี ภาคกลางและภาคตะวันตกมีถ้ำที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และอุทยานแห่งชาติ ส่วนภาคใต้มีถ้ำทะเลและถ้ำธารลอดที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศชายฝั่งและอุทยานธรณีโลก
 
การเลือกเที่ยวถ้ำควรพิจารณาความสนใจของผู้เดินทาง ความพร้อมของร่างกาย และความปลอดภัยเป็นสำคัญ ผู้ที่ชอบเดินชมธรรมชาติสามารถเลือกถ้ำที่มีทางเดินชัดเจน ขณะที่ผู้สนใจการผจญภัยสามารถเลือกกิจกรรมล่องเรือหรือเดินสำรวจถ้ำภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ การตรวจสอบสถานะเปิดเข้าชมและการเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นและลดความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้
 
เหนือสิ่งอื่นใด ถ้ำธรรมชาติเป็นทรัพยากรที่ต้องใช้เวลายาวนานในการก่อตัวและมีคุณค่าต่อระบบนิเวศและการศึกษาประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย ไม่ทำลายภาพเขียนสี ไม่รบกวนสัตว์ถ้ำ และไม่ทิ้งขยะ จะช่วยรักษาความงดงามและคุณค่าของถ้ำเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังยังมีโอกาสสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติใต้ผืนดินไทยอย่างยั่งยืน

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(41)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)