หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.มะนัง >ต.ปาล์มพัฒนา > ถ้ำภูผาเพชร
TL;DR: ถ้ำภูผาเพชร อยู่ที่หมู่ 9 บ้านป่าพน / บ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 15.30 น. จุดเด่นคือ ถ้ำกึ่งแห้งในภูมิประเทศหินปูน มีทางเดินไม้และไฟส่องสว่างภายใน โถงถ้ำสูงโปร่ง แบ่งเป็นหลายห้อง และมีแร่แคลไซต์บนหินงอกหินย้อย.
ถ้ำภูผาเพชร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 15.30 น.
ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ 9 บ้านป่าพนและบ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง โดดเด่นด้วยโถงถ้ำกว้าง เพดานสูงโปร่ง ทางเดินภายในถ้ำที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว และหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสงไฟจนดูคล้ายเกล็ดเพชร ถ้ำแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของสตูล เพราะมีทั้งความงามทางธรณีวิทยา เรื่องราวการค้นพบถ้ำ หลักฐานโบราณคดีอายุราว 3,000 ปี และห้องถ้ำที่มีชื่อเรียกตามลักษณะเด่นมากกว่า 20 ห้อง เช่น ห้องผ้าม่าน ห้องปะการัง ห้องเห็ด ห้องเจดีย์ ห้องโดมศิลาเพชร ห้องภูผาเพชร และห้องแสงมรกต
เสน่ห์ของถ้ำภูผาเพชรไม่ได้อยู่เพียงขนาดของถ้ำ แต่เกิดจากการรวมกันของหลายองค์ประกอบในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ภูเขาหินปูนที่ต่อเนื่องจากแนวเทือกเขาบรรทัด ผืนป่าบริเวณทางขึ้นถ้ำ ความเงียบเย็นของโพรงถ้ำ ทางเดินไม้ภายในที่พานักท่องเที่ยวผ่านห้องถ้ำหลายตอน ไปจนถึงประกายของแร่แคลไซต์บนหินงอกหินย้อยที่ทำให้ชื่อ “ภูผาเพชร” มีความหมายชัดเจนเมื่อได้เห็นด้วยตา การมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่โลกใต้ภูเขาอีกใบหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติใช้เวลายาวนานสร้างรูปทรง สี แสง และพื้นผิวหินขึ้นมาอย่างประณีต
ถ้ำภูผาเพชรได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นถ้ำขนาดใหญ่ติดอันดับ 4 ของโลก โดยพื้นที่ภายในถ้ำกว้างกว่า 50 ไร่ ลักษณะภายในเป็นถ้ำกึ่งแห้ง มีโถงถ้ำกว้าง เพดานสูง และมีห้องย่อยจำนวนมาก ความกว้างของพื้นที่ทำให้การเดินชมถ้ำไม่อึดอัดเท่าถ้ำแคบทั่วไป แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นถ้ำบางช่วงมีระดับต่างกัน ต้องเดินตามทางที่จัดไว้ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้นำชมถ้ำอย่างเคร่งครัด
ชื่อเดิมของถ้ำภูผาเพชรมีหลายชื่อ ได้แก่ ถ้ำลอด ถ้ำยาว และถ้ำเพชร ชื่อเหล่านี้สะท้อนลักษณะของถ้ำที่มีความยาว คดเคี้ยว และมีหินงอกหินย้อยที่เกิดประกายเมื่อกระทบแสงไฟ ภายหลังจึงใช้ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า ถ้ำภูผาเพชร ซึ่งเป็นชื่อที่สื่อถึงภูเขาหินปูนและประกายระยิบระยับภายในถ้ำได้อย่างตรงตัว เมื่อเดินเข้าสู่โถงถ้ำ นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผนังหิน พื้นผิวแร่ และหยดน้ำบนหินงอกหินย้อยสามารถสะท้อนแสงเป็นประกายเล็ก ๆ คล้ายเพชรจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของภาพจำสำคัญของสถานที่แห่งนี้
ด้านประวัติการค้นพบ ถ้ำภูผาเพชรมีเรื่องเล่าผูกพันกับหลวงแผลงหรือหลวงตาแผลง พระธุดงค์ที่ขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนเขาและบอกเล่าให้ชาวบ้านทราบว่าภายในถ้ำยาวมีถ้ำน้อยใหญ่และพื้นที่กว้างขวางซ่อนอยู่ ต่อมาชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่ได้ร่วมกันสำรวจ จนถ้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2540 มีการสำรวจร่วมกันของคนในพื้นที่และทางราชการ และในปี พ.ศ. 2541 นักโบราณคดีจากสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ 10 จังหวัดสงขลา เข้าสำรวจบริเวณถ้ำอย่างเป็นระบบ ก่อนที่ถ้ำภูผาเพชรจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา
ความสำคัญทางโบราณคดีของถ้ำภูผาเพชรเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าแหล่งชมธรรมชาติทั่วไป ภายในถ้ำพบหลักฐานร่องรอยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น กระดูกมนุษย์ส่วนกะโหลกศีรษะ ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ เศษภาชนะดินเผาเคลือบลายเชือกทาบ ภาชนะทรงพาน เปลือกหอย และกระดองเต่า หลักฐานเหล่านี้ทำให้พื้นที่ถ้ำภูผาเพชรถูกสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยหรือการประกอบพิธีกรรมของมนุษย์ในอดีตเมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว การเดินชมถ้ำจึงเป็นการพบทั้งความงามทางธรรมชาติและร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตมนุษย์โบราณในพื้นที่ภาคใต้
ในมุมธรณีวิทยา ถ้ำภูผาเพชรตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบคาสต์ หรือภูมิประเทศหินปูน ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและละลายของหินปูนโดยน้ำเป็นเวลายาวนาน หินในพื้นที่ถ้ำอยู่ในกลุ่มหินทุ่งสง ยุคออร์โดวิเชียน มีช่วงอายุทางธรณีวิทยาประมาณ 438–505 ล้านปี ภายในพื้นที่พบหินปูน หินสาหร่าย และซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ทะเลบางชนิด เช่น นอติลอยด์และไครนอยด์ สิ่งเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นภูเขาและถ้ำเคยมีความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมทางทะเลในอดีตกาล ถ้ำภูผาเพชรจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้ทั้งธรณีวิทยา ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ในจุดเดียว
หินงอกหินย้อยภายในถ้ำเกิดจากน้ำที่มีแร่คาร์บอเนตค่อย ๆ หยด ซึม และสะสมตัวตามเพดาน ผนัง และพื้นถ้ำเป็นเวลานาน หินย้อยเกิดจากการสะสมตัวของแร่บนเพดานถ้ำ ส่วนหินงอกเกิดจากหยดน้ำที่ตกลงสู่พื้นและทิ้งแร่ไว้ทีละน้อย เมื่อเวลาผ่านไป หินงอกและหินย้อยบางจุดเติบโตมาบรรจบกันกลายเป็นเสาหิน การสะสมตัวของแร่แคลไซต์ทำให้พื้นผิวบางบริเวณมีประกายวาว เมื่อได้รับแสงไฟจะสะท้อนเป็นจุดเล็ก ๆ คล้ายเกล็ดเพชร สิ่งนี้คือเอกลักษณ์ที่ทำให้ถ้ำภูผาเพชรแตกต่างจากถ้ำหินปูนทั่วไป
ภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อยประมาณ 20 ห้อง และมีการตั้งชื่อตามรูปร่างหินหรือบรรยากาศที่ปรากฏ เช่น ห้องผ้าม่านหรือห้องม่านเพชร ซึ่งมีหินย้อยเป็นริ้วคล้ายผ้าม่านแขวนซ้อนกัน ห้องปะการังที่มีหินงอกหินย้อยคล้ายปะการังในทะเล ห้องเห็ดที่มีหินงอกทรงคล้ายดอกเห็ด ห้องเจดีย์ที่มีหินงอกคล้ายองค์เจดีย์ ห้องพญานาคที่มีหินงอกต่อตัวกันคล้ายงูใหญ่ และห้องโดมศิลาเพชรที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าจากเพดานถ้ำสูงโปร่ง การตั้งชื่อห้องเหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวจำลักษณะเด่นของแต่ละโถงได้ง่าย และทำให้การเดินชมถ้ำมีจังหวะการเล่าเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้น
ห้องภูผาเพชรเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดของถ้ำ เพราะเป็นบริเวณที่หินงอกหินย้อยมีประกายสวยงามมาก เมื่อแสงไฟกระทบกับหยดน้ำและผลึกแร่บนผิวหินจะเกิดแสงระยิบระยับเต็มโถง ถัดจากนั้นยังมีห้องแสงมรกต ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านในสุดของเส้นทางชมถ้ำ ลักษณะเด่นของห้องนี้คือเพดานถ้ำมีช่องปล่องให้แสงธรรมชาติส่องลงมากระทบกับหินงอกหินย้อยสีเขียว ทำให้ลานภายในห้องดูเป็นสีมรกต ช่วงที่แสงเด่นมักอยู่ราวเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เวลาประมาณ 15.00–15.20 น. ในวันที่สภาพอากาศเปิดและมีแสงเพียงพอ
นอกจากห้องหลักที่มีชื่อเรียกชัดเจนแล้ว ถ้ำภูผาเพชรยังมีรายละเอียดทางธรณีสัณฐานที่หลากหลาย หากจำแนกตามลักษณะหินงอก พบรูปทรงต่าง ๆ เช่น ดอกเห็ด ซุ้มประตู หัวแหวนเพชร สายน้ำเพชร หัวพญานาค พญานาคปรก เศียรพระ และดอกบัวคว่ำ ส่วนหินย้อยมีลักษณะคล้ายโดม แบบแมงกะพรุน และแบบม่าน เสาหินภายในถ้ำมีจำนวนมากและมีชื่อเรียกเชิงจินตนาการ เช่น เสาเพชรหรือเสาค้ำสุริยัน รวมถึงตะกอนน้ำไหลที่มีรูปทรงคล้ายขั้นบันได อ่าง และเวทีคอนเสิร์ต ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ถ้ำภูผาเพชรเหมาะกับการเดินชมแบบค่อย ๆ สังเกต ไม่ใช่เดินผ่านเพียงเพื่อถ่ายภาพจุดเดียว
การพัฒนาเส้นทางภายในถ้ำทำให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้สะดวกขึ้น มีสะพานไม้ ทางเดิน และไฟส่องสว่างตามแนวเส้นทาง แต่การเที่ยวถ้ำภูผาเพชรยังต้องใช้กำลังกายพอสมควร เพราะก่อนถึงปากถ้ำต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นผ่านพื้นที่ป่าและเนินเขา นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่กระชับ เกาะพื้นดี และเหมาะกับการเดินขึ้นลง ไม่ควรใช้รองเท้าแตะพื้นเรียบหรือรองเท้าที่ลื่นง่าย โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตกหรือช่วงที่พื้นทางเดินมีความชื้น
บรรยากาศบริเวณทางขึ้นถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ไม่ควรมองข้าม พื้นที่รอบถ้ำมีป่าไม้และพืชพรรณเขตร้อนให้ความร่มรื่น ก่อนเข้าสู่ถ้ำจะได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแสงจากภายนอกสู่ภายใน เมื่อก้าวเข้าสู่ปากถ้ำ ความเย็น ความมืด และเสียงสะท้อนภายในโถงถ้ำจะทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างชัดเจน จุดนี้เหมาะกับการปรับสายตาและเตรียมตัวก่อนเดินตามทางชมถ้ำด้านใน
สิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบถ้ำยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางธรรมชาติของถ้ำภูผาเพชร บริเวณป่ารอบถ้ำมีพรรณไม้หลายชนิด พื้นที่ป่าโดยรอบเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของระบบถ้ำ ส่วนภายในถ้ำพบสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมมืดและชื้น เช่น ค้างคาว แมงมุม และจิ้งหรีด การเที่ยวถ้ำจึงควรใช้เสียงเบา ไม่ส่องไฟใส่สัตว์ในระยะใกล้นานเกินไป และไม่รบกวนบริเวณที่เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
มารยาทสำคัญที่สุดในการเที่ยวถ้ำภูผาเพชรคือการชมด้วยสายตาและไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย หินเหล่านี้ใช้เวลานานมากในการก่อตัว คราบไขมัน เหงื่อจากมือ หรือแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้ผิวแร่เสียหายและหยุดการเติบโตได้ นักท่องเที่ยวไม่ควรแตะ ปีน ขูด ขีดเขียน หรือเก็บเศษหินออกจากถ้ำ รวมทั้งไม่ควรนำอาหารเข้าไปรับประทานภายในถ้ำ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ใช้แฟลชหรือแสงแรงรบกวนพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง
ถ้ำภูผาเพชรเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม คนรักธรรมชาติจะได้ชมความงามของหินงอกหินย้อยและภูเขาหินปูน คนสนใจประวัติศาสตร์จะได้เรียนรู้เรื่องหลักฐานมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในสตูล คนชอบถ่ายภาพจะได้มุมภาพจากโถงถ้ำสูง ทางเดินไม้ แสงไฟ และผิวหินที่มีประกาย ส่วนครอบครัวสามารถพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติได้เมื่อดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเข่า ผู้ที่เหนื่อยง่าย หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดหลายขั้นควรประเมินสภาพร่างกายก่อนเดินทางขึ้นถ้ำ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะมีเวลาเพียงพอสำหรับเดินขึ้นถ้ำ ชมภายใน และเดินกลับลงมาอย่างไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวที่ต้องการรอชมแสงธรรมชาติในห้องแสงมรกตควรวางแผนเข้าช่วงบ่ายและสอบถามผู้นำชมก่อน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสบาย เดินไม่ร้อนมาก และต่อเส้นทางไปน้ำตกหรือที่เที่ยวใกล้เคียง ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะสมกว่า การเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันจะทำให้เที่ยวถ้ำได้ละเอียดและไม่กดดันเรื่องเวลาเปิดปิด
การเตรียมตัวควรเน้นความปลอดภัยและความคล่องตัว ควรสวมเสื้อผ้าระบายอากาศดี พกน้ำดื่มไว้สำหรับก่อนและหลังเดินขึ้นถ้ำ เตรียมไฟฉายขนาดเล็กหรือใช้ไฟจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์เสริม แม้ภายในถ้ำมีไฟส่องสว่างตามทางเดินแล้วก็ตาม ไม่ควรถือสัมภาระมากเกินไป เพราะต้องเดินขึ้นบันไดและเดินตามทางไม้ภายในถ้ำ หากต้องการถ่ายภาพควรใช้สายคล้องกล้องหรือกระเป๋ากันกระแทกขนาดเล็ก เพื่อให้มือว่างพอสำหรับจับราวทางเดินเมื่อจำเป็น
การเดินทาง ไปถ้ำภูผาเพชรจากตัวเมืองสตูลมีระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทางที่มุ่งหน้าอำเภอมะนัง หากขับรถส่วนตัวให้ใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภอมะนัง จากนั้นมุ่งหน้าไปยังตำบลปาล์มพัฒนาและบ้านป่าพน เส้นทางมีป้ายบอกทางเป็นระยะ เมื่อถึงพื้นที่ถ้ำจะมีจุดจอดรถและเส้นทางเดินขึ้นสู่ปากถ้ำ นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากจังหวัดตรังหรือพัทลุงสามารถเชื่อมเส้นทางผ่านแนวเขาบรรทัดเข้าสู่อำเภอมะนังได้ โดยควรตรวจสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนเดินทางในช่วงฤดูฝน
หากจัดทริปครึ่งวัน ถ้ำภูผาเพชรสามารถเป็นจุดหมายหลักเพียงแห่งเดียวได้ เพราะต้องใช้เวลาเดินขึ้น เข้าชม และพักหลังจากลงจากถ้ำ หากจัดทริปเต็มวัน สามารถต่อเส้นทางไปน้ำตกวังสายทอง น้ำตกวังใต้หนาน ถ้ำเจ็ดคต วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ หรือน้ำตกธารปลิวได้ตามกำลังและเวลาที่มี เส้นทางลักษณะนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมธรรมชาติของอำเภอมะนังและพื้นที่ใกล้เคียงในมุมที่ครบกว่าเดิม ทั้งถ้ำ ป่า น้ำตก และภูเขาหินปูน
น้ำตกวังสายทองเป็นหนึ่งในสถานที่ใกล้เคียงที่นิยมจัดคู่กับถ้ำภูผาเพชร เพราะเป็นน้ำตกหินปูนที่มีแอ่งน้ำเป็นชั้น ๆ และสามารถพักผ่อนเล่นน้ำได้ในช่วงที่สภาพน้ำเหมาะสม ส่วนถ้ำเจ็ดคตเหมาะกับคนที่ชอบเส้นทางถ้ำและธรรมชาติเพิ่มเติม น้ำตกวังใต้หนานเป็นจุดธรรมชาติใกล้พื้นที่ถ้ำที่เหมาะกับคนชอบบรรยากาศป่าและลำธาร ขณะที่น้ำตกธารปลิวและวนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ช่วยเติมภาพการเที่ยวธรรมชาติของสตูลให้กว้างขึ้น การวางแผนเส้นทางควรเลือกไม่มากเกินไปในวันเดียว เพราะแต่ละจุดต้องใช้เวลาเดินทางและใช้พลังงานพอสมควร
ในภาพรวม ถ้ำภูผาเพชรเป็นสถานที่ที่ควรเที่ยวด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพียงแวะถ่ายภาพสั้น ๆ แล้วออกมา เพราะคุณค่าของถ้ำอยู่ที่การค่อย ๆ มองรายละเอียดของหินงอกหินย้อย ชื่อห้องถ้ำ ประกายแคลไซต์ บรรยากาศของโถงสูง ร่องรอยทางโบราณคดี และภูมิประเทศหินปูนที่บอกเล่าประวัติของโลกยาวนานกว่าชีวิตมนุษย์มาก การเดินชมอย่างช้า ๆ ทำให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งธรรมชาติที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ถ้ำภูผาเพชรจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สะท้อนตัวตนของสตูลได้ชัดเจน จังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงทะเล เกาะ และชายฝั่งอันดามัน แต่ยังมีภูเขาหินปูน ถ้ำ ฟอสซิล น้ำตก และผืนป่าที่ทรงคุณค่ามาก ถ้ำภูผาเพชรทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจสตูลในมุมลึกขึ้น ทั้งมิติธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชน เมื่อเดินทางมาด้วยการเตรียมตัวที่ดี เคารพกติกาของพื้นที่ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ถ้ำแห่งนี้จะมอบประสบการณ์ที่งดงามและน่าจดจำอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำภูผาเพชร |
| ชื่อเดิม | ถ้ำลอด, ถ้ำยาว, ถ้ำเพชร |
| ประเภท | ถ้ำหินปูน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาและโบราณคดี |
| ที่ตั้ง | หมู่ 9 บ้านป่าพน / บ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล |
| ที่อยู่หน่วยงานท้องถิ่น | องค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา เลขที่ 225 หมู่ 1 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล 91130 |
| พิกัด | 7.124750, 99.997883 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำขนาดใหญ่ พื้นที่ภายในกว่า 50 ไร่ เพดานสูงโปร่ง หินงอกหินย้อยเปล่งประกายคล้ายเกล็ดเพชร และมีห้องถ้ำมากกว่า 20 ห้อง |
| ประวัติ / ความสำคัญ | พบหลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น กระดูกมนุษย์ เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ กระดูกสัตว์ และเปลือกหอย อายุราว 3,000 ปี |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลักษณะหินงอกหินย้อยและผนังถ้ำที่เกิดประกายวาวเมื่อกระทบแสงไฟ คล้ายประกายเพชรภายในภูเขา |
| ลักษณะเด่น | ถ้ำกึ่งแห้งในภูมิประเทศหินปูน มีทางเดินไม้และไฟส่องสว่างภายใน โถงถ้ำสูงโปร่ง แบ่งเป็นหลายห้อง และมีแร่แคลไซต์บนหินงอกหินย้อย |
| การเดินทาง | ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 76 กิโลเมตร เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถประจำทางสู่อำเภอมะนัง จากนั้นต่อไปยังตำบลปาล์มพัฒนาและบ้านป่าพน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งธรรมชาติท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 15.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางเดินไม้ภายในถ้ำ ไฟส่องสว่างตามเส้นทาง จุดจอดรถ ห้องน้ำ และผู้นำชมถ้ำในพื้นที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ทางขึ้นถ้ำ ปากถ้ำ ทางเดินไม้ภายในถ้ำ ห้องผ้าม่าน ห้องปะการัง ห้องเห็ด ห้องเจดีย์ ห้องพญานาค ห้องโดมศิลาเพชร ห้องภูผาเพชร และห้องแสงมรกต |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานท้องถิ่น | องค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 074-774505, ผู้นำชมถ้ำ 092-889-5563 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกวังใต้หนาน ประมาณ 7 กม. 2. ถ้ำเจ็ดคต ประมาณ 12 กม. 3. น้ำตกวังสายทอง ประมาณ 16 กม. โทร. 061-226-4337 4. วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ ประมาณ 29 กม. 5. น้ำตกธารปลิว ประมาณ 29 กม. 6. ถ้ำเล สเตโกดอน ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวตัวต. ข้าวต้ม 5 บาท ประมาณ 20 กม. โทร. 064-8452190 2. ใจบ้าน มะนัง ประมาณ 21 กม. โทร. 087-8918802 3. NOBICHA มะนัง ประมาณ 22 กม. โทร. 088-3975344 4. Flying Fish ปลาบิน ประมาณ 32 กม. โทร. 093-5550946 5. แล้วแต่ปุ๊ The Orange Cafe ประมาณ 33 กม. โทร. 083-1965337 6. ในฝัน เบเกอรี่ ละงู ประมาณ 36 กม. โทร. 081-7668688 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ภูเขา โฮมสเตย์ ถ้ำภูผาเพชร ประมาณ 1 กม. โทร. 081-2754833 2. Wang Sai Thong Resort Manang ประมาณ 16 กม. โทร. 084-1955208 3. ธานธิดารีสอร์ท มะนัง ประมาณ 22 กม. โทร. 080-3613764, 084-3130794 4. Engthan at Satun ประมาณ 30 กม. โทร. 085-4778688 5. ทุ่งหว้า รีสอร์ท ประมาณ 35 กม. โทร. 087-8376331 6. บ้านไร่โฮมสเตย์โกดอน ประมาณ 36 กม. โทร. 080-5448528 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำภูผาเพชรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำภูผาเพชรอยู่ที่หมู่ 9 บ้านป่าพนและบ้านควนดินดำ ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของอำเภอมะนัง
ถาม: ถ้ำภูผาเพชรมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่ภายในกว่า 50 ไร่ เพดานสูงโปร่ง หินงอกหินย้อยสวยงามเป็นประกายคล้ายเพชร และมีห้องถ้ำมากกว่า 20 ห้อง
ถาม: ถ้ำภูผาเพชรเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: ถ้ำภูผาเพชรเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 15.30 น. นักท่องเที่ยวควรวางแผนไปถึงก่อนเวลาปิดเพื่อให้มีเวลาขึ้นบันไดและเดินชมภายในถ้ำอย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: ภายในถ้ำภูผาเพชรมีห้องสำคัญใดบ้าง?
ตอบ: ห้องสำคัญ ได้แก่ ห้องผ้าม่าน ห้องปะการัง ห้องเห็ด ห้องเจดีย์ ห้องพญานาค ห้องโดมศิลาเพชร ห้องภูผาเพชร และห้องแสงมรกต ซึ่งแต่ละห้องมีรูปทรงหินและบรรยากาศแตกต่างกัน
ถาม: ถ้ำภูผาเพชรเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: ภายในถ้ำพบหลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น กระดูกมนุษย์ เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ กระดูกสัตว์ และเปลือกหอย อายุราว 3,000 ปี
ถาม: ไปถ้ำภูผาเพชรควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำดื่ม ไฟฉายขนาดเล็ก เสื้อผ้าคล่องตัว และหลีกเลี่ยงการถือสัมภาระมากเกินไป เพราะต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นและเดินตามทางไม้ภายในถ้ำ
ถาม: เที่ยวถ้ำภูผาเพชรแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่น้ำตกวังใต้หนาน ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง วนอุทยานน้ำตกธาราสวรรค์ น้ำตกธารปลิว และถ้ำเล สเตโกดอนได้ตามเวลาและเส้นทางที่วางไว้
ถาม: ถ้ำภูผาเพชรเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เด็กสามารถเที่ยวได้เมื่อมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิด ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเข่าและการเดินควรประเมินร่างกายก่อนขึ้นถ้ำ เพราะต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้นและเดินภายในพื้นที่ธรรมชาติ
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




