หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร > 71 ที่เที่ยวสวนสัตว์ในประเทศไทย รวมสวนสัตว์รัฐบาล ..
TL;DR: 71 ที่เที่ยวสวนสัตว์ในประเทศไทย รวมสวนสัตว์รัฐบาล เอกชน สวนสัตว์เปิด และซาฟารีทั่วไทย เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น. เวลา 08:00 – 17:00 น.

กรุงเทพมหานคร

71 ที่เที่ยวสวนสัตว์ในประเทศไทย รวมสวนสัตว์รัฐบาล เอกชน สวนสัตว์เปิด และซาฟารีทั่วไทย

71 ที่เที่ยวสวนสัตว์ในประเทศไทย รวมสวนสัตว์รัฐบาล เอกชน สวนสัตว์เปิด และซาฟารีทั่วไทย

71 ที่เที่ยวสวนสัตว์ในประเทศไทย รวมสวนสัตว์รัฐบาล เอกชน สวนสัตว์เปิด และซาฟารีทั่วไทย พาเปิดโลกแห่งการเรียนรู้และสัมผัสความมหัศจรรย์ของสัตว์นานาชนิดผ่าน 71 สถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ทั่วประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่สวนสัตว์ขนาดใหญ่ในความดูแลของภาครัฐ สวนสัตว์เอกชน สวนสัตว์เปิด ซาฟารี สวนเสือ สวนนก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไปจนถึงศูนย์อนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเที่ยวสวนสัตว์ นักเรียนที่สนใจเรียนรู้ธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนพร้อมกิจกรรมสนุกสนานและประสบการณ์ใกล้ชิดโลกของสัตว์
 
ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์หลากหลายรูปแบบ แต่ละแห่งมีจุดเด่นและประสบการณ์การเข้าชมแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติ สวนสัตว์เชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ สวนสัตว์นครราชสีมาที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศซาฟารี สวนสัตว์สงขลาที่รายล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ ตลอดจนสวนสัตว์ขอนแก่นและสวนสัตว์อุบลราชธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี และโบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เขาใหญ่ ที่นำเสนอรูปแบบการชมสัตว์และกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวแตกต่างกันออกไป
 
ความน่าสนใจของการเที่ยวสวนสัตว์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการได้เห็นสัตว์หายากหรือสัตว์จากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์ วงจรชีวิต การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศ นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ และสัตว์ขนาดเล็กผ่านรูปแบบการจัดแสดงที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินชมสัตว์ตามส่วนจัดแสดง การนั่งรถชมสัตว์ในพื้นที่ซาฟารี การศึกษาสิ่งมีชีวิตผ่านอุโมงค์ใต้น้ำ ไปจนถึงกิจกรรมเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ที่ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
 
สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวสวนสัตว์กับครอบครัว การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับช่วงวัยและความสนใจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสวนสัตว์แต่ละแห่งมีลักษณะพื้นที่ ระยะเวลาเข้าชม และกิจกรรมแตกต่างกัน บางแห่งเหมาะกับการท่องเที่ยวเต็มวันเนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางและสัตว์หลายประเภท ขณะที่สวนสัตว์ขนาดเล็กหรือแหล่งเรียนรู้เฉพาะทางเหมาะกับการเที่ยวครึ่งวัน นอกจากนี้ยังควรพิจารณาเส้นทางเดินทาง วันและเวลาเปิดบริการ ค่าเข้าชม สิ่งอำนวยความสะดวก และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ขนาดใหญ่หรือสัตว์นักล่า เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกและเหมาะสมกับผู้ร่วมเดินทางทุกคน
 
บทความนี้รวบรวม 71 ที่เที่ยวสวนสัตว์และสถานที่ชมสัตว์ในประเทศไทย พร้อมข้อมูลจุดเด่น ลักษณะสัตว์ กิจกรรมที่น่าสนใจ การเดินทาง และแผนที่สำหรับวางแผนท่องเที่ยว โดยครอบคลุมทั้งสวนสัตว์ของรัฐบาล สวนสัตว์เอกชน สวนสัตว์เปิด ซาฟารี และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ประเภทอื่นที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม ทั้งนี้สถานที่บางแห่งเป็นฟาร์มสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือศูนย์อนุรักษ์ ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินงานแตกต่างจากสวนสัตว์สาธารณะตามกฎหมาย การรวบรวมครั้งนี้จึงมุ่งนำเสนอทางเลือกในการท่องเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทั่วไทย เพื่อช่วยให้ผู้อ่านค้นพบสถานที่ที่เหมาะกับความสนใจและวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น
 
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี
 
1. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา เป็นหนึ่งในสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงของประเทศไทย มีพื้นที่ธรรมชาติรายล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และพื้นที่สีเขียวกว้างขวาง จุดเด่นอยู่ที่การจัดแสดงสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่มีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตพฤติกรรมของสัตว์จากระยะชมที่เหมาะสม พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสัตว์ป่าและระบบนิเวศ
 
สถานที่แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีบทบาทด้านการดูแลสัตว์ การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาพื้นที่ให้มีลักษณะเป็นสวนสัตว์เปิดช่วยสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างจากสวนสัตว์ขนาดเล็กในเขตเมือง เพราะผู้เข้าชมสามารถเห็นสัตว์ในพื้นที่จัดแสดงที่มีความกว้างขวางและมีองค์ประกอบทางธรรมชาติเป็นส่วนสำคัญ
 
ภายในมีสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์จากภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก สัตว์ที่ได้รับความสนใจมีทั้งยีราฟ ม้าลาย ช้าง เสือ ฮิปโปโปเตมัส และสัตว์กินพืชหลายประเภท การชมสัตว์เหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของรูปร่าง การเคลื่อนไหว การหาอาหาร และการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
 
ยีราฟเป็นสัตว์ที่มีลำคอและขายาว ซึ่งช่วยให้สามารถกินใบไม้ในระดับสูงได้ ขณะที่ม้าลายและสัตว์กีบหลายชนิดมีพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง ส่วนสัตว์นักล่ามีลักษณะร่างกายและประสาทสัมผัสที่เหมาะกับการล่า การสังเกตสัตว์จากหลายกลุ่มจึงช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพกับการดำรงชีวิตของสัตว์ในธรรมชาติ
 
กิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วยการเดินชมสัตว์ตามโซนต่าง ๆ การใช้บริการรถนำเที่ยว การชมกิจกรรมให้ความรู้จากผู้ดูแลสัตว์ และการเข้าร่วมกิจกรรมให้อาหารสัตว์เฉพาะบริเวณที่ได้รับอนุญาต การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์และความสำคัญของการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม
 
เนื่องจากพื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรศึกษาแผนผังและเลือกเส้นทางการเข้าชมล่วงหน้า โดยเฉพาะครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ การใช้บริการรถนำเที่ยวช่วยประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทางไปยังส่วนจัดแสดงสัตว์ที่อยู่ห่างกัน
 
การเดินทางในช่วงเช้าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายโซนภายในวันเดียว เพราะช่วยให้มีเวลาชมสัตว์และเข้าร่วมกิจกรรมได้มากขึ้น อีกทั้งอากาศในช่วงเช้ามักเหมาะกับการเดินกลางแจ้งมากกว่าช่วงบ่าย ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสัตว์ควรเลือกจุดชมตามเส้นทางที่กำหนดและหลีกเลี่ยงการรบกวนสัตว์ระหว่างถ่ายภาพ
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ สัตว์ป่าจากหลายภูมิภาค พื้นที่ธรรมชาติร่มรื่น กิจกรรมเรียนรู้สัตว์ รถนำเที่ยว และสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี ค่านำรถยนต์เข้าสวนสัตว์ 80 บาท รถจักรยานยนต์ 40 บาท และรถบัส 100 บาท โดยบริการเสริมอื่นอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มุ่งหน้าชลบุรีและอำเภอศรีราชา จากนั้นเข้าสู่เส้นทางบางพระตามป้ายบอกทาง อีกเส้นทางหนึ่งคือใช้ถนนสุขุมวิทผ่านพื้นที่บางพระแล้วเชื่อมต่อถนนเข้าสู่สวนสัตว์ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวก เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างจากย่านตัวเมืองและมีบริเวณภายในค่อนข้างกว้าง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 
สวนสัตว์เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
 
2. สวนสัตว์เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณเชิงดอยสุเทพ เป็นสวนสัตว์สำคัญของภาคเหนือที่มีประวัติการดำเนินงานมายาวนานและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความโดดเด่นอยู่ที่ภูมิประเทศแบบเนินเขาและพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งทำให้การเดินทางชมสัตว์มีบรรยากาศธรรมชาติที่แตกต่างจากสวนสัตว์ในพื้นที่ราบ
 
ประวัติของสถานที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่เลี้ยงและดูแลสัตว์ในเมืองเชียงใหม่ ก่อนขยายบทบาทเป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีส่วนจัดแสดงสัตว์หลายประเภท ปัจจุบันมีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า และการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
 
พื้นที่ภายในมีลักษณะลาดขึ้นลงตามภูมิประเทศของเชิงดอยสุเทพ โดยมีทางเดินและเส้นทางเชื่อมต่อโซนต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศของต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียวระหว่างชมสัตว์ ทำให้การเดินทางเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบทั้งสัตว์ป่าและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
 
ภายในมีสัตว์จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ลักษณะทางกายภาพ พฤติกรรมการหาอาหาร การเคลื่อนไหว และการปรับตัวของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน การชมสัตว์หลายประเภทช่วยให้เข้าใจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์กินพืชและสัตว์นักล่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเข้าใจห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติ เพราะสัตว์แต่ละกลุ่มมีลักษณะฟัน กรงเล็บ และพฤติกรรมที่เหมาะกับอาหารที่บริโภค นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาลักษณะของสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งมีรูปแบบการดำรงชีวิตแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรวางแผนเลือกชมส่วนจัดแสดงตามความสนใจและพิจารณาความลาดชันของเส้นทาง เนื่องจากบางบริเวณต้องเดินขึ้นลงเนินเขา การใช้บริการอำนวยความสะดวกตามที่เปิดให้บริการจะช่วยให้เดินทางได้สบายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีรถเข็นเด็ก
 
การเที่ยวชมควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน และหากสนใจส่วนจัดแสดงพิเศษควรตรวจสอบเวลาเปิดและค่าบริการล่วงหน้า เพราะบางกิจกรรมหรือบางอาคารไม่ได้รวมอยู่ในราคาบัตรผ่านประตูหลัก การจัดโปรแกรมตั้งแต่ช่วงเช้าช่วยให้สามารถใช้เวลาเรียนรู้และพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม
 
ทำเลบนถนนห้วยแก้วยังสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวดอยสุเทพและสถานที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ได้สะดวก นักท่องเที่ยวจึงสามารถจัดกิจกรรมชมสัตว์ร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมภายในวันเดียวได้ โดยควรคำนึงถึงสภาพการจราจรและเวลาที่ใช้เดินทางระหว่างสถานที่
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์บริเวณเชิงดอยสุเทพ ภูมิประเทศแบบเนินเขา พื้นที่ร่มรื่น ส่วนจัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิด และกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00 – 18:00 น. ส่วนจัดแสดงพิเศษอาจมีเวลาบริการแตกต่างกัน
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี โดยส่วนจัดแสดงพิเศษ อควาเรียม และบริการรถนำเที่ยวอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าดอยสุเทพ ผ่านบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้วเดินทางต่อไปยังทางเข้าสวนสัตว์ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นที่ให้บริการบริเวณถนนห้วยแก้วได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เชียงใหม่
 
สวนสัตว์นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
 
3. สวนสัตว์นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ตำบลไชยมงคล อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นสวนสัตว์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าและสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว จุดเด่นอยู่ที่พื้นที่กว้างขวางและลักษณะการจัดแสดงสัตว์ที่มีบรรยากาศคล้ายซาฟารี โดยมีสัตว์จากหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา
 
สวนสัตว์แห่งนี้อยู่ภายใต้การดำเนินงานขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีบทบาททั้งด้านการท่องเที่ยว การดูแลสัตว์ การเผยแพร่ความรู้ และการอนุรักษ์สัตว์ป่า การจัดพื้นที่ให้มีส่วนแสดงสัตว์หลายประเภทช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องสัตว์กินพืช สัตว์นักล่า และสัตว์เลื้อยคลานภายในสถานที่เดียวกัน
 
สัตว์กินพืชจากทวีปแอฟริกาเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะยีราฟและม้าลายซึ่งมีลักษณะทางกายภาพโดดเด่น ยีราฟมีลำคอยาวที่สัมพันธ์กับการหาอาหารบนต้นไม้ ขณะที่ม้าลายมีลวดลายบนลำตัวและพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง การชมสัตว์ทั้ง 2 ประเภทช่วยให้เข้าใจการปรับตัวของสัตว์ในระบบนิเวศทุ่งหญ้า
 
ส่วนจัดแสดงสัตว์นักล่าเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหารและบทบาทของผู้ล่าในธรรมชาติ สัตว์กลุ่มนี้มีลักษณะร่างกายและประสาทสัมผัสที่เหมาะสมกับการล่า ซึ่งแตกต่างจากสัตว์กินพืชที่มักมีพฤติกรรมการรวมฝูงหรือการเฝ้าระวังภัย
 
สัตว์เลื้อยคลานเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีรูปแบบการควบคุมอุณหภูมิร่างกายและการดำรงชีวิตแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกับพฤติกรรมของสัตว์ รวมถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์แต่ละชนิดในระบบนิเวศธรรมชาติ
 
นอกจากการชมสัตว์แล้ว ยังมีพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมนันทนาการสำหรับครอบครัว รวมถึงสวนน้ำซึ่งเป็นบริการเพิ่มเติม การจัดโปรแกรมเที่ยวช่วงเช้าเพื่อชมสัตว์แล้วเลือกพักผ่อนหรือเข้าร่วมกิจกรรมเสริมในช่วงบ่ายเป็นทางเลือกที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
 
พื้นที่ภายในมีขนาดค่อนข้างใหญ่จึงควรวางแผนเส้นทางและเผื่อเวลาเดินทางระหว่างโซนต่าง ๆ ให้เหมาะสม ผู้ที่เดินทางพร้อมผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กควรตรวจสอบบริการรถชมสวนสัตว์และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้สามารถเที่ยวชมได้อย่างสบายและปลอดภัย
 
ด้วยทำเลที่ตั้งในอำเภอเมือง จึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองและจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งยังสามารถจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพาครอบครัวใช้เวลาร่วมกันในสถานที่ซึ่งให้ทั้งความรู้และการพักผ่อน
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์บรรยากาศซาฟารีอีสาน ยีราฟ ม้าลาย สัตว์จากแอฟริกา สัตว์นักล่า สัตว์เลื้อยคลาน กิจกรรมครอบครัว และสวนน้ำ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี โดยสวนน้ำและกิจกรรมเสริมมีค่าบริการแยกจากบัตรเข้าชมหลัก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ถนนสายราชสีมา–ปักธงชัยมุ่งหน้าไปยังตำบลไชยมงคล แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์นครราชสีมา
 
สวนสัตว์สงขลา จังหวัดสงขลา
 
4. สวนสัตว์สงขลา จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนถนนสงขลา–นาทวี ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา เป็นสวนสัตว์สำคัญของภาคใต้ที่มีจุดเด่นด้านภูมิประเทศแบบเนินเขาและพื้นที่ป่าเขตร้อน บรรยากาศภายในรายล้อมด้วยต้นไม้และธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการเที่ยวชมสัตว์พร้อมพักผ่อนกลางแจ้ง
 
ภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาช่วยสร้างลักษณะเฉพาะให้กับพื้นที่จัดแสดงสัตว์และเส้นทางชมธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทิวทัศน์และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันระหว่างการเดินทางไปยังโซนต่าง ๆ โดยมีพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ท่องเที่ยว
 
ภายในมีสัตว์หลายประเภท ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องพฤติกรรม การเคลื่อนไหว และลักษณะทางกายภาพของสัตว์แต่ละกลุ่ม การเดินชมส่วนจัดแสดงจึงเป็นกิจกรรมที่ผสมผสานความสนุกเข้ากับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ
 
พื้นที่ป่าเขตร้อนมีความสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายชนิด เนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และพื้นที่หลบภัย การเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับป่าช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่า การอนุรักษ์สัตว์ป่าจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์จริงช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เช่น ความแตกต่างระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์กินเนื้อ พฤติกรรมการอยู่รวมฝูง และรูปแบบการเคลื่อนที่ของสัตว์ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์เช่นนี้ช่วยส่งเสริมความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
 
สวนสัตว์บนพื้นที่เนินเขามีเสน่ห์จากทิวทัศน์และบรรยากาศธรรมชาติ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสามารถใช้เวลาบันทึกภาพสัตว์และภูมิทัศน์โดยรอบได้ตามจุดชมที่กำหนด แต่ควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือใช้แฟลชในบริเวณที่อาจรบกวนสัตว์
 
การเดินทางพร้อมครอบครัวควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินชมพื้นที่และการพักระหว่างทาง โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือมีฝน ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินกลางแจ้ง น้ำดื่ม และร่มหรือเสื้อกันฝนตามสภาพอากาศ เพื่อให้การท่องเที่ยวสะดวกขึ้น
 
ทำเลไม่ไกลจากตัวเมืองสงขลาทำให้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวสวนสัตว์ร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติภายในเมืองได้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาหนึ่งวันในการเรียนรู้สัตว์ป่าและสัมผัสบรรยากาศของภาคใต้
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์บนเนินเขา บรรยากาศป่าเขตร้อน สัตว์หลากหลายชนิด จุดชมวิวธรรมชาติ และกิจกรรมเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี โดยกิจกรรมหรือบริการเสริมบางประเภทอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสงขลาใช้ถนนสงขลา–นาทวีมุ่งหน้าไปยังตำบลเขารูปช้าง แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้ ผู้ที่เดินทางจากอำเภอหาดใหญ่สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลาแล้วเดินทางต่อไปยังสวนสัตว์
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์สงขลา
 
สวนสัตว์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 
5. สวนสัตว์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่เลขที่ 88 หมู่ 8 ตำบลคำม่วง อำเภอเขาสวนกวาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศูนย์การเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีจุดเด่นด้านภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและพื้นที่ป่าธรรมชาติ โดยนำสภาพแวดล้อมของเขาสวนกวางมาผสมผสานกับการจัดแสดงสัตว์และพื้นที่กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว
 
ประวัติการพัฒนาพื้นที่เริ่มจากโครงการอุทยานสัตว์ป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น–อุดรธานี ซึ่งมีแนวคิดส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 ก่อนเปิดอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553 และเริ่มจำหน่ายบัตรผ่านประตูอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556
 
แนวคิดสำคัญของการจัดตั้งสวนสัตว์คือการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน พื้นที่ธรรมชาติรอบเขาสวนกวางจึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างบรรยากาศของสวนสัตว์และส่งเสริมความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ
 
หนึ่งในจุดเด่นที่มีชื่อเสียงคือทุ่งแสนกวาง ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงสัตว์ตระกูลกวางและสัตว์กีบในบริเวณกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง การเดินหาอาหาร และการเคลื่อนไหวของสัตว์ พร้อมชมทิวทัศน์ธรรมชาติจากบริเวณทางเดินและจุดชมที่จัดเตรียมไว้
 
การชมสัตว์ตระกูลกวางช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของขนาดลำตัว รูปทรงเขา ลักษณะการหาอาหาร และพฤติกรรมการดำรงชีวิต สัตว์กินพืชเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ ทั้งการกินพืช การกระจายเมล็ดพันธุ์ และการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ
 
นอกจากสัตว์ตระกูลกวางแล้ว ยังมีส่วนจัดแสดงสัตว์จากภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ทั้งสัตว์กินพืชจากแอฟริกา สัตว์นักล่า สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าของไทย การจัดแสดงสัตว์หลายประเภทเปิดโอกาสให้เด็กและผู้ใหญ่เข้าใจความแตกต่างของรูปร่าง พฤติกรรม และถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต
 
ภูมิประเทศแบบเนินเขาและป่าไม้ทำให้การเดินชมสัตว์มีลักษณะแตกต่างจากสวนสัตว์ในเขตเมือง ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสบรรยากาศพื้นที่สีเขียว จุดชมวิว และเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างโซนต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของประสบการณ์ท่องเที่ยว
 
ภายในยังมีสวนน้ำทะเลบนภูซึ่งเป็นพื้นที่นันทนาการสำหรับครอบครัว สามารถจัดโปรแกรมชมสัตว์ควบคู่กับกิจกรรมพักผ่อนได้ โดยควรตรวจสอบตารางเปิดให้บริการของสวนน้ำและค่าบริการแยกจากบัตรผ่านประตู เนื่องจากเป็นกิจกรรมเพิ่มเติมที่มีเงื่อนไขเฉพาะ
 
ทำเลอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากทั้ง 2 จังหวัด ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถแวะรับประทานไก่ย่างเขาสวนกวางซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นระหว่างการเดินทางได้
 
ไฮไลต์: ทุ่งแสนกวาง ทางเดินชมสัตว์บนที่สูง สัตว์จากหลายทวีป ภูมิประเทศเขาสวนกวาง จุดชมวิวธรรมชาติ และสวนน้ำทะเลบนภู
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี โดยสวนน้ำและกิจกรรมเสริมมีค่าบริการเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าจังหวัดอุดรธานี แล้วเข้าสู่เส้นทางอำเภอเขาสวนกวางตามป้ายบอกทาง ผู้เดินทางจากอุดรธานีสามารถใช้เส้นทางถนนมิตรภาพมุ่งหน้าขอนแก่นแล้วเข้าสู่ถนนที่เชื่อมต่อไปยังสวนสัตว์
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์ขอนแก่น
 
สวนสัตว์อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
 
6. สวนสัตว์อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 17 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี เป็นสวนสัตว์ที่โดดเด่นด้วยแนวคิด Jungle Park ซึ่งนำบรรยากาศของผืนป่ามาผสมผสานกับส่วนจัดแสดงสัตว์และกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวพร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า
 
พื้นที่มีความสัมพันธ์กับป่าดงฟ้าห่วน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสภาพแวดล้อมโดยรอบ ต้นไม้และพื้นที่ธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น ขณะที่การจัดแสดงสัตว์ได้รับการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและระบบนิเวศ
 
ความสำคัญของสวนสัตว์ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์และการดูแลสัตว์ป่า ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของป่าไม้ในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ รวมถึงความจำเป็นของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ภายในมีสัตว์หลายประเภท ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์กินพืช และสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของสิ่งมีชีวิต การสังเกตพฤติกรรมการเคลื่อนไหว การหาอาหาร และการพักผ่อนของสัตว์สามารถนำไปเชื่อมโยงกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ
 
แนวคิด Jungle Park ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์ป่า เนื่องจากสัตว์แต่ละชนิดมีความต้องการด้านพื้นที่ อุณหภูมิ ความชุ่มชื้น และอาหารแตกต่างกัน การจัดพื้นที่ดูแลสัตว์จึงต้องคำนึงถึงพฤติกรรมและสวัสดิภาพของสัตว์ควบคู่กัน
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์ภายในสวนสัตว์ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและความหลากหลายของสัตว์ เด็กสามารถเห็นสัตว์จริงและศึกษาลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน รวมถึงเรียนรู้เหตุผลที่การอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งน้ำมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า
 
พื้นที่ภายในมีบริการรถรางชมสัตว์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังส่วนจัดแสดงต่าง ๆ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การใช้รถรางยังช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้สามารถจัดลำดับการชมสัตว์ได้อย่างเหมาะสม
 
บรรยากาศธรรมชาติเป็นเสน่ห์สำคัญอีกประการหนึ่ง เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน การเดินทางผ่านพื้นที่สีเขียวและจุดชมสัตว์ต่าง ๆ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ผสมผสานการเรียนรู้กับการพักผ่อนอย่างลงตัว
 
ด้วยทำเลในอำเภอเมืองอุบลราชธานี จึงเหมาะกับการจัดโปรแกรมเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมือง โดยควรเริ่มเข้าชมในช่วงเช้าเพื่อให้มีเวลาท่องเที่ยวเพียงพอ และเตรียมน้ำดื่ม หมวก รวมถึงรองเท้าที่เหมาะกับการเดินกลางแจ้ง
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์แนว Jungle Park พื้นที่ธรรมชาติป่าดงฟ้าห่วน รถรางชมสัตว์ แหล่งเรียนรู้สัตว์ป่า และกิจกรรมครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 120 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการตามเงื่อนไขของสวนสัตว์เข้าชมฟรี โดยบริการรถรางและกิจกรรมบางประเภทอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปยังตำบลขามใหญ่ตามเส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์อุบลราชธานี
 
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จังหวัดเชียงใหม่
 
7. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทซาฟารีที่โดดเด่นด้านกิจกรรมชมสัตว์ในช่วงเย็นและกลางคืน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ในช่วงเวลาที่แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไป โดยเฉพาะสัตว์ที่เริ่มเคลื่อนไหวหรือออกหากินเมื่อแสงธรรมชาติลดลง
 
จุดเด่นอยู่ที่กิจกรรมนั่งรถรางชมสัตว์ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถเดินทางผ่านส่วนจัดแสดงสัตว์พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิด การชมสัตว์ในช่วงเย็นและกลางคืนเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเดินชมในเวลากลางวัน เพราะบรรยากาศ แสงสว่าง และพฤติกรรมของสัตว์มีความเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา
 
โซน Savanna Safari เน้นการจัดแสดงสัตว์กินพืชจากสภาพแวดล้อมทุ่งหญ้า เช่น ยีราฟและสัตว์กีบจากภูมิภาคต่าง ๆ การชมสัตว์กลุ่มนี้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง การหาอาหาร และการเคลื่อนที่ในพื้นที่เปิด ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของสัตว์กินพืชหลายชนิดในธรรมชาติ
 
ส่วน Predator Prowl เป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์นักล่า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหาร ผู้เข้าชมสามารถศึกษาลักษณะของสัตว์กลุ่มนี้ ทั้งความสามารถด้านการมองเห็น การได้ยิน การรับกลิ่น และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการล่าและการดำรงชีวิต
 
นอกจากกิจกรรมนั่งรถรางแล้ว ยังมีเส้นทาง Jaguar Trail สำหรับเดินชมสัตว์และสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ การเดินชมพื้นที่ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเลือกใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิดได้ตามความสนใจ โดยควรปฏิบัติตามป้ายแนะนำและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
 
การเรียนรู้พฤติกรรมสัตว์กลางคืนช่วยให้เข้าใจว่าสัตว์แต่ละชนิดมีการปรับตัวต่อช่วงเวลาและสภาพแสงแตกต่างกัน สัตว์บางชนิดใช้สายตาที่เหมาะกับแสงน้อย ขณะที่สัตว์บางชนิดอาศัยกลิ่นหรือการได้ยินเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาอาหารและสื่อสาร การชมสัตว์ในช่วงเย็นจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ด้านชีววิทยาที่น่าสนใจ
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่ต้องการกิจกรรมท่องเที่ยวช่วงเย็นหลังจากเที่ยวสถานที่อื่นมาแล้ว ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรเลือกรอบกิจกรรมให้เหมาะกับเวลาพักผ่อนของเด็ก และควรตรวจสอบเวลาออกของรถรางก่อนเดินทาง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพสัตว์กลางคืน ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในบริเวณที่ห้ามถ่ายภาพ เนื่องจากแสงและเสียงอาจรบกวนสัตว์ การชมสัตว์ด้วยความสงบและการทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยรักษาบรรยากาศการเรียนรู้และลดผลกระทบต่อสัตว์ภายในส่วนจัดแสดง
 
ไฮไลต์: รถรางชมสัตว์กลางคืน โซน Savanna Safari โซน Predator Prowl เส้นทาง Jaguar Trail และกิจกรรมเรียนรู้พฤติกรรมสัตว์ยามค่ำคืน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 11:00 – 22:00 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 21:00 น. โดยรอบรถรางและกิจกรรมมีเวลาบริการเฉพาะ
 
ค่าเข้าชม: บัตรชมสัตว์ช่วงกลางคืนตามอัตราทั่วไปที่เผยแพร่ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก 400 บาท โดยอาจมีบัตรชมสัตว์เฉพาะโซนและโปรโมชั่นออนไลน์แยกต่างหาก เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 100 เซนติเมตรเข้าชมฟรี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับส่วนลด 50% ตามเงื่อนไขของสถานที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางมุ่งหน้าอำเภอหางดง ผ่านพื้นที่แม่เหียะเข้าสู่ตำบลหนองควาย แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้ โดยควรเผื่อเวลาเดินทางให้ทันรอบกิจกรรมที่ต้องการเข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
 
ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
 
8. ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทซาฟารีและสวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมีรูปแบบการเข้าชมที่ผสมผสานการนั่งรถผ่านพื้นที่จัดแสดงสัตว์แบบเปิดกับการเดินชมสัตว์และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสถานที่เดียวกัน
 
พื้นที่ท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Safari Park และ Marine Park ซึ่งมีรูปแบบประสบการณ์แตกต่างกัน Safari Park เน้นการชมสัตว์จากยานพาหนะในพื้นที่เปิด ขณะที่ Marine Park เป็นพื้นที่สำหรับเดินชมสัตว์และร่วมกิจกรรมตามรอบเวลาที่กำหนด การแบ่งพื้นที่เช่นนี้ช่วยให้สามารถวางแผนเที่ยวได้ตามความสนใจและระยะเวลาที่มี
 
Safari Park มีสัตว์จากภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ยีราฟ ม้าลาย กวาง และสัตว์ชนิดอื่นที่เหมาะกับการจัดแสดงในพื้นที่เปิด นักท่องเที่ยวสามารถชมสัตว์จากรถยนต์หรือรถนำเที่ยวตามเส้นทางที่กำหนด ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์การชมสัตว์ในมุมมองที่แตกต่างจากสวนสัตว์แบบเดินชมทั่วไป
 
การชมสัตว์ในพื้นที่เปิดช่วยให้ผู้เข้าชมได้สังเกตพฤติกรรมการเดินรวมฝูง การหาอาหาร การพักผ่อน และการเคลื่อนที่ของสัตว์ การเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับถิ่นอาศัย รวมถึงความสำคัญของพื้นที่สำหรับการดำรงชีวิตของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่
 
Marine Park มีพื้นที่จัดแสดงสัตว์หลายประเภทและกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จัดขึ้นตามรอบเวลา ผู้เข้าชมสามารถวางแผนเดินชมส่วนจัดแสดงและเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ โดยควรศึกษาตารางกิจกรรมก่อนเริ่มเที่ยว เพื่อให้สามารถเข้าชมรายการที่ต้องการได้ครบถ้วน
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกันตลอดวัน เพราะมีทั้งการชมสัตว์จากรถและการเดินชมในพื้นที่จัดแสดง เด็กสามารถเรียนรู้ความแตกต่างของสัตว์แต่ละกลุ่มผ่านประสบการณ์จริง ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถใช้เวลาพักผ่อนและชมกิจกรรมต่าง ๆ ได้
 
การจัดโปรแกรมเที่ยวควรเริ่มจากการตรวจสอบรอบกิจกรรมและเวลาเปิดของแต่ละโซน หากเดินทางพร้อมเด็กเล็กควรเผื่อเวลาสำหรับการพักและรับประทานอาหาร รวมถึงเลือกเส้นทางให้เหมาะกับสภาพอากาศ เนื่องจากบางพื้นที่เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง
 
การชมสัตว์ในพื้นที่ซาฟารีต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ไม่ลงจากรถนอกจุดที่อนุญาต ไม่เปิดประตูรถในเขตที่ห้าม และไม่ให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากสัตว์บางชนิดมีขนาดใหญ่และอาจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
 
ทำเลในกรุงเทพมหานครทำให้สามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับได้สะดวก โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมวันหยุดโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรและการเข้าชมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
 
ไฮไลต์: Safari Park สำหรับนั่งรถชมสัตว์ในพื้นที่เปิด Marine Park สำหรับเดินชมสัตว์และกิจกรรมต่าง ๆ สัตว์จากหลายภูมิภาค และกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยปิดวันจันทร์ตามตารางปกติ เวลาเปิดทำการ: วันธรรมดา 09:00 – 16:30 น. วันหยุด 09:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: บัตรชาวไทยแบบรวม Safari Park และ Marine Park ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก 700 บาท บัตรเฉพาะ Marine Park ผู้ใหญ่ 650 บาท เด็ก 550 บาท บัตรเฉพาะ Safari Park ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 400 บาท สำหรับชาวต่างชาติ บัตรรวม 2 โซน ผู้ใหญ่ 1,500 บาท เด็ก 1,400 บาท บัตรเฉพาะ Marine Park ผู้ใหญ่ 1,300 บาท เด็ก 1,100 บาท และบัตรเฉพาะ Safari Park ผู้ใหญ่ 1,000 บาท เด็ก 900 บาท โดยบริการรถนำเที่ยวและกิจกรรมพิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกรุงเทพมหานครใช้ถนนรามอินทราและเส้นทางเชื่อมต่อถนนปัญญาอินทรา มุ่งหน้าเข้าสู่เขตคลองสามวา แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง โดยควรตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ซาฟารีเวิลด์
 
สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี
 
9. สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 40/2 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย เป็นสวนสัตว์เปิดที่โดดเด่นด้านการนั่งรถชมสัตว์ในพื้นที่ซาฟารี นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์การชมสัตว์จากรถนำเที่ยวตามเส้นทางที่กำหนด โดยมีสัตว์หลายประเภทให้เรียนรู้ในบรรยากาศพื้นที่เปิด
 
ภายในมีสัตว์ที่ได้รับความสนใจ เช่น ยีราฟ ม้าลาย กวาง และสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีลักษณะการดำรงชีวิตแตกต่างกัน การเดินทางด้วยรถชมสัตว์ช่วยให้ผู้เข้าชมได้สังเกตพฤติกรรมของสัตว์จากมุมมองที่แตกต่างจากการเดินชมผ่านกรงหรือกระจก
 
ยีราฟเป็นสัตว์ที่มีความโดดเด่นจากลำคอยาวและรูปร่างสูงใหญ่ เหมาะสำหรับการเรียนรู้เรื่องการปรับตัวด้านการหาอาหาร ขณะที่ม้าลายมีลายสีดำสลับขาวและพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง ส่วนสัตว์กีบชนิดอื่นช่วยแสดงให้เห็นความหลากหลายของสัตว์กินพืชในระบบนิเวศทุ่งหญ้า
 
การชมสัตว์ผ่านรถนำเที่ยวเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะไม่จำเป็นต้องเดินเป็นระยะทางไกลตลอดกิจกรรม ผู้ปกครองสามารถใช้ช่วงเวลาระหว่างนั่งรถอธิบายเรื่องพฤติกรรมสัตว์ ลักษณะอาหาร และความแตกต่างระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์กินเนื้อได้
 
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เปิดมีพฤติกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการเดินหาอาหาร การพักผ่อน และการอยู่รวมฝูง ผู้เข้าชมสามารถสังเกตความแตกต่างของสัตว์แต่ละชนิด รวมถึงเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างและการเคลื่อนไหวกับสภาพแวดล้อมที่สัตว์อาศัยอยู่
 
การชมสัตว์ประเภทซาฟารีจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ผู้เข้าชมควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่สัมผัสสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ให้อาหารสัตว์นอกเหนือจากกิจกรรมที่กำหนด เพื่อป้องกันอันตรายและลดผลกระทบต่อสัตว์
 
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสัตว์สามารถเลือกบันทึกภาพตามจุดชมและกิจกรรมที่อนุญาตได้ โดยควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการเข้าใกล้สัตว์เพื่อถ่ายภาพ การรักษาระยะห่างที่เหมาะสมช่วยให้สามารถชมสัตว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและลดการรบกวนพฤติกรรมของสัตว์
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์อื่น ๆ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและรอบรถชมสัตว์ให้เพียงพอ หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษควรตรวจสอบรายละเอียดและค่าบริการก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: นั่งรถชมสัตว์ในพื้นที่ซาฟารี ยีราฟ ม้าลาย สัตว์กินพืชหลายประเภท บรรยากาศสวนสัตว์เปิด และกิจกรรมเรียนรู้สัตว์สำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ราคาบัตรตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป คนไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็กส่วนสูง 90–120 เซนติเมตร 150 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 550 บาท เด็กส่วนสูง 90–120 เซนติเมตร 350 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตรเข้าชมฟรี โดยกิจกรรมพิเศษหรือบริการเพิ่มเติมอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอบ่อพลอย แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลหนองกุ่มตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้ ผู้เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีก่อนเชื่อมต่อเส้นทางไปยังอำเภอบ่อพลอย
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค
 
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุพรรณบุรี
 
10. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเดิมบางนางบวช บริเวณพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์การเรียนรู้ด้านธรรมชาติที่มีความสำคัญของภาคกลาง มีลักษณะเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พักผ่อน แหล่งอนุรักษ์ และสถานที่ศึกษาระบบนิเวศน้ำจืด รวมถึงส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำและสัตว์ป่าหลายประเภท
 
ความโดดเด่นอยู่ที่การผสมผสานพื้นที่บึงน้ำธรรมชาติเข้ากับแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสำหรับประชาชน ทำให้สามารถศึกษาเรื่องสัตว์น้ำ สัตว์ป่า และความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำได้ภายในสถานที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวจึงได้รับทั้งประสบการณ์การชมสัตว์และความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศ
 
พื้นที่ชุ่มน้ำมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะเป็นแหล่งอาศัยของปลา นกน้ำ พืชน้ำ และสัตว์ขนาดเล็กหลายชนิด อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับการกักเก็บน้ำและการดำรงชีวิตของชุมชนรอบแหล่งน้ำ การเรียนรู้ระบบนิเวศลักษณะนี้ช่วยให้เห็นความสำคัญของการรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดยมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเลหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถศึกษารูปร่าง ลักษณะการเคลื่อนไหว และพฤติกรรมการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำผ่านตู้จัดแสดงขนาดต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้การเรียนรู้เรื่องโลกใต้น้ำมีความน่าสนใจมากขึ้น
 
อุโมงค์กระจกชมสัตว์น้ำเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความนิยม เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมองเห็นสัตว์น้ำจากมุมมองที่แตกต่างจากตู้จัดแสดงทั่วไป การเดินผ่านอุโมงค์กระจกสร้างบรรยากาศคล้ายการอยู่ท่ามกลางโลกใต้น้ำ เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้พร้อมถ่ายภาพความประทับใจ
 
การจัดแสดงสัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเลช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความแตกต่างของสภาพแวดล้อมและการปรับตัวของสัตว์แต่ละชนิด เช่น รูปร่างของปลา ลักษณะครีบ สีสัน และพฤติกรรมการว่ายน้ำ ซึ่งสัมพันธ์กับการหาอาหาร การหลบภัย และการดำรงชีวิตในแหล่งน้ำ
 
นอกจากสัตว์น้ำแล้ว ยังมีส่วนจัดแสดงสัตว์ป่า กรงนกขนาดใหญ่ และพื้นที่เรียนรู้สัตว์ชนิดอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจึงสามารถชมสัตว์หลายประเภทภายในสถานที่เดียวกัน ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์ปีก ซึ่งช่วยสร้างความหลากหลายให้กับกิจกรรมท่องเที่ยว
 
บรรยากาศบริเวณรอบบึงมีความเหมาะสมกับการพักผ่อนและการเดินชมธรรมชาติ ผืนน้ำและพื้นที่สีเขียวช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำกับสิ่งมีชีวิตและชุมชนที่อยู่โดยรอบ
 
สำหรับเด็กและเยาวชน สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านชีววิทยา สัตววิทยา ระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเข้ากับการสังเกตสิ่งมีชีวิตจริงได้อย่างชัดเจน
 
การวางแผนเที่ยวควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน และหากต้องการชมทุกส่วนจัดแสดงสามารถจัดเป็นโปรแกรมหนึ่งวันได้ โดยควรตรวจสอบตำแหน่งอาคาร เวลาเปิด และค่าบริการของแต่ละโซน เพราะมีการจำหน่ายบัตรแยกสำหรับบางส่วนจัดแสดง
 
ด้วยทำเลใกล้จังหวัดชัยนาทและอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดที่ต้องการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวสุพรรณบุรีร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมอื่น ๆ
 
ไฮไลต์: บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุโมงค์กระจกชมสัตว์น้ำ กรงนกใหญ่ ส่วนจัดแสดงสัตว์ป่า และแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศชุ่มน้ำ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ 08:30 – 16:30 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08:30 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 1 และ 2 รวมส่วนจัดแสดงบ่อจระเข้ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 3 หรือสวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 50 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีตามเงื่อนไข โดยส่วนจัดแสดงและกิจกรรมบางประเภทอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วเดินทางตามป้ายบอกทาง ผู้เดินทางจากจังหวัดชัยนาทสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอหันคาเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ได้ การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทางระหว่างโซนต่าง ๆ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
 
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ
 
11. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่เลขที่ 555 หมู่ 7 ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ที่มีประวัติยาวนานและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศไทย มีจุดเด่นจากการรวมพื้นที่เพาะเลี้ยงจระเข้กับสวนสัตว์และกิจกรรมการแสดงไว้ในบริเวณเดียวกัน ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับครอบครัวที่ต้องการเที่ยวชมสัตว์โดยไม่ต้องเดินทางไกลจากกรุงเทพมหานคร
 
ประวัติของสถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับนายอุทัย ยังประภากร ผู้บุกเบิกการเพาะเลี้ยงจระเข้ในประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนากิจการเพาะพันธุ์และเลี้ยงจระเข้จนกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาหลายยุคสมัย ความเป็นมาดังกล่าวทำให้ฟาร์มแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวและการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลาน
 
จุดเด่นสำคัญคือบริเวณจัดแสดงจระเข้ ซึ่งมีจระเข้หลายขนาดให้ศึกษาลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรม จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีโครงสร้างร่างกายเหมาะกับการดำรงชีวิตในน้ำและบนบก มีหางที่แข็งแรง ขากรรไกรทรงพลัง และดวงตาที่อยู่ค่อนข้างสูงบนส่วนหัว การสังเกตลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจการปรับตัวของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
นอกจากจระเข้แล้ว ยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น ช้าง กวาง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายประเภท ทำให้สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์หลายกลุ่มภายในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบลักษณะการดำรงชีวิตของสัตว์เลื้อยคลานกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้อย่างน่าสนใจ
 
กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้สถานที่แห่งนี้คือการแสดงจระเข้ ซึ่งเป็นการแสดงที่ต้องอาศัยความชำนาญของผู้ปฏิบัติงานและมีการจัดพื้นที่สำหรับผู้ชมโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวควรเข้าชมจากบริเวณที่กำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยไม่พยายามเลียนแบบพฤติกรรมที่เห็นจากการแสดง
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การชมจระเข้สามารถใช้เป็นโอกาสอธิบายเรื่องสัตว์เลือดเย็น วงจรชีวิต และบทบาทของจระเข้ในระบบนิเวศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของสัตว์นักล่ากับประชากรสัตว์ชนิดอื่นในแหล่งน้ำ การเรียนรู้เช่นนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าสัตว์ที่มีรูปร่างน่าเกรงขามก็มีบทบาทสำคัญต่อความสมดุลของธรรมชาติ
 
การวางแผนเที่ยวสามารถใช้เวลาประมาณครึ่งวันตามกิจกรรมที่สนใจ โดยควรตรวจสอบรอบการแสดงก่อนเข้าชม และเผื่อเวลาสำหรับเดินดูส่วนจัดแสดงสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากมีพื้นที่กลางแจ้ง ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มสำหรับป้องกันแดด โดยเฉพาะในช่วงบ่าย
 
ไฮไลต์: ฟาร์มจระเข้เก่าแก่ จระเข้หลากหลายขนาด ส่วนจัดแสดงสัตว์ การแสดงจระเข้ และกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวใกล้กรุงเทพมหานคร
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กส่วนสูงมากกว่า 80 เซนติเมตรแต่ไม่เกิน 140 เซนติเมตร 50 บาท เด็กส่วนสูงไม่เกิน 80 เซนติเมตรเข้าชมฟรี
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนสุขุมวิทหรือเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองสมุทรปราการ แล้วเดินทางต่อไปยังถนนท้ายบ้านตามป้ายบอกทาง ผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสมายังเขตสมุทรปราการ ก่อนต่อรถรับจ้างไปยังจุดหมาย ควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรในช่วงวันหยุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต หรือภูเก็ตอควาเรียม
 
12. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (ภูเก็ตอควาเรียม) จังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต บริเวณปลายแหลมพันวา เป็นแหล่งเรียนรู้โลกใต้น้ำที่มีความสำคัญของภาคใต้ โดยจัดแสดงสัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม และสิ่งมีชีวิตจากระบบนิเวศทางทะเลหลายประเภท เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ นักเรียน นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย
 
สถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสำคัญของระบบนิเวศทะเล ป่าชายเลน แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน
 
ภายในอาคารมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่เรียงลำดับการเรียนรู้จากระบบนิเวศน้ำจืดไปสู่ระบบนิเวศทะเล ผู้เข้าชมสามารถศึกษาปลาหลายชนิดและเปรียบเทียบลักษณะร่างกาย เช่น รูปทรงลำตัว ครีบ สีสัน และพฤติกรรมการว่ายน้ำ รวมถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์น้ำที่อาศัยในแม่น้ำกับสัตว์น้ำที่อาศัยในทะเล
 
ส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับป่าชายเลนช่วยให้เข้าใจความสำคัญของพื้นที่รอยต่อระหว่างบกกับทะเล เพราะป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำหลายชนิดและช่วยปกป้องชายฝั่งจากการกัดเซาะ สัตว์และพืชในพื้นที่ดังกล่าวมีการปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีระดับความเค็มและน้ำขึ้นน้ำลงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
 
หนึ่งในจุดเด่นคืออุโมงค์ใต้น้ำ ซึ่งสร้างประสบการณ์การชมสัตว์น้ำจากมุมมองที่แตกต่างจากตู้จัดแสดงทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมปลาและสิ่งมีชีวิตภายในตู้ขนาดใหญ่ได้อย่างใกล้ชิด โดยใช้โอกาสดังกล่าวเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมการว่ายน้ำและการอยู่ร่วมกันของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
 
นิทรรศการเกี่ยวกับทะเลและสัตว์ทะเลขนาดใหญ่เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับมหาสมุทร การเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลยังเชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะพลาสติก มลพิษทางทะเล การทำลายแนวปะการัง และผลกระทบต่อถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำ
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การเข้าชมภายในอาคารช่วยให้สามารถเรียนรู้สัตว์น้ำได้โดยไม่ต้องอยู่กลางแจ้งตลอดเวลา เด็กสามารถสังเกตสัตว์ที่มีรูปร่างและสีสันแตกต่างกัน พร้อมฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับอาหาร ถิ่นอาศัย และการเคลื่อนไหวของสัตว์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
 
การเที่ยวชมสามารถจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวแหลมพันวาได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับเดินชมทุกส่วนจัดแสดง และตรวจสอบกิจกรรมหรือรอบการให้อาหารสัตว์น้ำก่อนเดินทาง เพื่อให้สามารถวางแผนการเข้าชมได้เหมาะสมกับเวลาที่มี
 
ไฮไลต์: อุโมงค์ใต้น้ำ สัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเล ระบบนิเวศป่าชายเลน แนวปะการัง นิทรรศการทรัพยากรทางทะเล และแหล่งเรียนรู้สำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 108 เซนติเมตร ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร ผู้พิการ และผู้ได้รับสิทธิยกเว้นตามเงื่อนไขเข้าชมฟรี
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองภูเก็ตใช้ถนนศักดิเดชมุ่งหน้าสู่แหลมพันวา ผ่านพื้นที่ตำบลวิชิต แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางเข้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ภูเก็ตอควาเรียม
 
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษอควาเรียม
 
13. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษอควาเรียม จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา หรือเกาะห้วยน้ำคำ ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักเรียน โดยมีจุดเด่นจากอุโมงค์แก้วใต้น้ำและส่วนจัดแสดงปลาหลายประเภท
 
การตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศแตกต่างจากอควาเรียมในอาคารพาณิชย์ทั่วไป เพราะผู้เข้าชมสามารถทำกิจกรรมเรียนรู้โลกใต้น้ำควบคู่กับการพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวและการเดินชมทิวทัศน์บริเวณอ่างเก็บน้ำได้ภายในวันเดียวกัน
 
จุดเด่นสำคัญคืออุโมงค์แก้วใต้น้ำความยาวประมาณ 24 เมตร ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเดินผ่านบริเวณที่มีสัตว์น้ำว่ายอยู่รอบตัว การชมผ่านอุโมงค์กระจกช่วยให้เห็นรูปร่าง การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมการว่ายน้ำของปลาในมุมมองที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำผ่านประสบการณ์จริง
 
ภายในยังมีส่วนจัดแสดงปลาน้ำจืด ปลาทะเล และปลาสวยงามหลายชนิด ผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างปลาจากระบบนิเวศต่าง ๆ และเรียนรู้ว่าโครงสร้างของร่างกาย เช่น รูปทรงครีบ ลักษณะปาก และสีของลำตัว มีความสัมพันธ์กับการหาอาหารและการดำรงชีวิตอย่างไร
 
การเรียนรู้เรื่องปลาน้ำจืดมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะแม่น้ำ ลำห้วย หนอง และบึง เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อชุมชน การศึกษาสัตว์น้ำจึงช่วยให้เข้าใจความสำคัญของการรักษาคุณภาพน้ำและความสมดุลของระบบนิเวศน้ำจืดในท้องถิ่น
 
พื้นที่จัดแสดงภายในอาคารเหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวสามารถหยุดอ่านข้อมูลประกอบและสังเกตปลาแต่ละตู้ได้ตามความสนใจ สำหรับนักเรียนและนักศึกษา อควาเรียมแห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมกับสัตว์น้ำที่ได้เห็นจริง
 
หลังจากชมสัตว์น้ำแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินพักผ่อนในบริเวณเกาะห้วยน้ำคำ ซึ่งมีผืนน้ำ ทางเดิน และพื้นที่สีเขียว ทำให้สามารถจัดเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวครึ่งวันได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการทำกิจกรรมในตัวเมืองโดยไม่ต้องเดินทางไกล
 
ไฮไลต์: อุโมงค์แก้วใต้น้ำยาวประมาณ 24 เมตร ปลาน้ำจืด ปลาทะเล ปลาสวยงาม กิจกรรมเรียนรู้สัตว์น้ำ และบรรยากาศสวนสาธารณะเกาะห้วยน้ำคำ
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามตารางปกติ เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 100 เซนติเมตร ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการเข้าชมฟรีตามเงื่อนไข
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้ถนนเลี่ยงเมืองมุ่งหน้าไปยังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณเกาะห้วยน้ำคำ แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางไปอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศรีสะเกษอควาเรียม
 
อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา จังหวัดชลบุรี
 
14. อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้โลกใต้น้ำผ่านตู้จัดแสดงและอุโมงค์กระจกขนาดใหญ่ มีจุดเด่นจากการรวบรวมสัตว์น้ำหลายประเภทและการจัดกิจกรรมที่เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน และผู้สนใจสิ่งมีชีวิตในทะเล
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การจัดส่วนแสดงสัตว์น้ำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งสัตว์น้ำที่มีสีสันสวยงามและสัตว์น้ำที่มีรูปร่างแตกต่างจากปลาทั่วไป การสังเกตสัตว์แต่ละชนิดช่วยให้เข้าใจว่าระบบนิเวศทะเลมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายประเภทซึ่งมีบทบาทสัมพันธ์กัน
 
อุโมงค์ใต้น้ำเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นสัตว์น้ำจากด้านข้างและด้านบน ขณะเดินผ่านทางเดินที่มีผนังกระจกโค้งล้อมรอบ ประสบการณ์นี้ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ภายในโลกใต้ทะเล และเปิดโอกาสให้เด็กสังเกตการเคลื่อนไหวของปลาได้อย่างใกล้ชิด
 
ภายในมีสัตว์น้ำหลายประเภทให้ศึกษา ทั้งปลาทะเล ปลาสวยงาม และสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศชายฝั่ง ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องการพรางตัว การหาอาหาร และการปรับตัวของสัตว์น้ำ รวมถึงความสำคัญของแนวปะการังและแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในทะเล
 
การเดินชมตู้จัดแสดงช่วยให้เห็นความแตกต่างของปลาแต่ละชนิดอย่างชัดเจน เช่น รูปร่างของครีบ ลักษณะปาก สีของลำตัว และรูปแบบการว่ายน้ำ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับถิ่นอาศัยและวิธีการหาอาหาร การเรียนรู้ดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำความเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำกิจกรรมในร่มของเมืองพัทยา โดยเด็กสามารถเรียนรู้จากการชมสัตว์จริงและการอ่านข้อมูลประกอบ ส่วนผู้ปกครองสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องการดูแลทะเล การลดขยะพลาสติก และผลกระทบของมลพิษต่อสัตว์น้ำ
 
ผู้ที่ต้องการชมกิจกรรมพิเศษควรตรวจสอบรอบการให้อาหารสัตว์น้ำก่อนเดินทาง เพราะกิจกรรมลักษณะนี้มีเวลาเฉพาะ และช่วยให้เห็นพฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์ได้ชัดเจนมากขึ้น การจัดเวลาเข้าชมให้ตรงรอบกิจกรรมจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการท่องเที่ยว
 
ไฮไลต์: อุโมงค์ใต้น้ำ สัตว์น้ำทะเลหลากหลายชนิด ส่วนจัดแสดงระบบนิเวศทะเล กิจกรรมให้อาหารสัตว์น้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในพัทยา
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: อัตราบัตรทั่วไปที่เผยแพร่ ผู้ใหญ่ส่วนสูงมากกว่า 130 เซนติเมตร 550 บาท เด็กส่วนสูง 91–130 เซนติเมตร 320 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 91 เซนติเมตรเข้าชมฟรี โดยอาจมีส่วนลดสำหรับผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขหรือโปรโมชั่นแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทยาใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปยังพัทยาใต้และพื้นที่จอมเทียน แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางเข้าสถานที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองพัทยาได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา
 
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
 
15. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะครอบครัวและผู้ที่สนใจสัตว์น้ำ จุดเด่นอยู่ที่การผสมผสานการจัดแสดงสัตว์ทะเลกับองค์ความรู้ด้านชีววิทยาและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
 
สถานที่แห่งนี้มีบทบาทด้านการศึกษาและการวิจัยควบคู่กับการเปิดให้ประชาชนเข้าชม ทำให้สามารถเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางทะเลไทย ภายในมีส่วนจัดแสดงสัตว์ทะเลหลายประเภท พร้อมข้อมูลประกอบที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
 
หนึ่งในจุดเด่นที่ได้รับความสนใจคือการจัดแสดงแมงกะพรุน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่มีรูปร่างและวิธีการเคลื่อนไหวแตกต่างจากปลา แมงกะพรุนใช้การหดและคลายตัวของส่วนลำตัวเพื่อช่วยเคลื่อนที่ในน้ำ และเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล
 
การชมแมงกะพรุนช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของสัตว์ทะเลที่ไม่ได้มีเพียงปลาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอีกจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารของมหาสมุทร
 
นอกจากแมงกะพรุนแล้ว ยังมีส่วนจัดแสดงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตจากแนวปะการัง ผู้เข้าชมสามารถศึกษาลักษณะการปรับตัวของสัตว์น้ำต่อสภาพแวดล้อม เช่น สีสันเพื่อการพรางตัว รูปร่างที่เหมาะกับการว่ายน้ำ และพฤติกรรมการหาอาหารในบริเวณแนวปะการัง
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับทะเลมีความสำคัญต่อจังหวัดชายฝั่งอย่างชลบุรี เพราะระบบนิเวศทางทะเลมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรประมง การท่องเที่ยว และคุณภาพสิ่งแวดล้อม การจัดแสดงสัตว์น้ำจึงช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการลดมลพิษและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา การเข้าชมสามารถใช้เป็นกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา และวิทยาศาสตร์ทางทะเล ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเพลิดเพลินกับสัตว์น้ำหลากหลายชนิดและบรรยากาศภายในอาคารที่เหมาะกับการเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ
 
ทำเลบริเวณบางแสนช่วยให้สามารถจัดเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกับการพักผ่อนชายทะเลได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับชมส่วนจัดแสดงและตรวจสอบเวลาจำหน่ายบัตรของอาคารที่ต้องการเข้าชม
 
ไฮไลต์: แมงกะพรุน สัตว์น้ำทะเล แนวปะการัง นิทรรศการวิทยาศาสตร์ทางทะเล แหล่งเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยบูรพา และทำเลใกล้บางแสน
 
วันเปิดทำการ: ตรวจสอบตารางของอาคารจัดแสดงก่อนเดินทาง เนื่องจากส่วนจัดแสดงและนิทรรศการอาจมีวันหยุดต่างกัน เวลาเปิดทำการ: เวลาทำการทั่วไปที่เผยแพร่ 08:30 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: บัตรสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท เด็กส่วนสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร และผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขเข้าชมฟรี โดยส่วนจัดแสดงหรือนิทรรศการพิเศษอาจมีอัตราแตกต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชลบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปยังตำบลแสนสุข แล้วเข้าสู่มหาวิทยาลัยบูรพาตามป้ายบอกทาง ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือถนนสุขุมวิทเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่บางแสนได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
 
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล จังหวัดตรัง
 
16. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล จังหวัดตรัง ตั้งอยู่เลขที่ 179 หมู่ 3 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง บริเวณใกล้หาดราชมงคล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อการศึกษาและการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่สนใจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลอันดามันและระบบนิเวศชายฝั่ง
 
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่การเป็นแหล่งเรียนรู้ภายในสถาบันการศึกษา ซึ่งเชื่อมโยงการจัดแสดงสัตว์น้ำเข้ากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าชมจึงสามารถศึกษาสัตว์น้ำหลากหลายชนิดพร้อมทำความเข้าใจความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
 
ภายในมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเล โดยเฉพาะลักษณะทางกายภาพ พฤติกรรมการว่ายน้ำ การหาอาหาร และการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การชมตู้จัดแสดงสามารถใช้เป็นโอกาสเปรียบเทียบความแตกต่างของสัตว์จากแหล่งน้ำที่มีระดับความเค็มและความลึกแตกต่างกัน
 
ระบบนิเวศทะเลอันดามันเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเรียนรู้ เพราะมีทั้งแนวปะการัง หญ้าทะเล และพื้นที่ชายฝั่งซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับแหล่งอาศัยช่วยให้เห็นว่าการรักษาคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของชายฝั่งมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
 
สัตว์น้ำแต่ละชนิดมีลักษณะร่างกายที่สัมพันธ์กับการดำรงชีวิต เช่น ปลาที่อาศัยใกล้พื้นทะเลบางชนิดมีรูปร่างเหมาะกับการเคลื่อนไหวบริเวณพื้นทราย ขณะที่ปลาที่ว่ายน้ำในพื้นที่เปิดอาจมีลำตัวเรียวยาวและครีบที่ช่วยในการเคลื่อนที่ การสังเกตความแตกต่างเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับตัวของสัตว์
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การเดินชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เห็นสิ่งมีชีวิตจริงและเรียนรู้ผ่านการสังเกตสีสัน รูปร่าง และการเคลื่อนไหวของสัตว์ ผู้ปกครองสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องห่วงโซ่อาหาร การรักษาทะเล และการลดขยะที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและการพักผ่อน โดยสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับพื้นที่ชายฝั่งในอำเภอสิเกาได้ ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้เวลาชมสัตว์น้ำก่อนเดินทางต่อไปสัมผัสทิวทัศน์ชายทะเล ซึ่งช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตในตู้จัดแสดงกับแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: สัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเล แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ระบบนิเวศอันดามัน พื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และทำเลใกล้ชายฝั่งอำเภอสิเกา
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็กอายุ 3–12 ปี 30 บาท โดยการเข้าชมเป็นหมู่คณะจากสถานศึกษาที่มีหนังสือขอความอนุเคราะห์อาจได้รับอัตราพิเศษตามเงื่อนไขของหน่วยงาน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอสิเกา แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลไม้ฝาดและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ตามป้ายบอกทาง รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล
 
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร
 
17. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการศึกษาเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไปและครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้เกี่ยวกับปลาและสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำโดยใช้งบประมาณไม่สูง มีจุดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์น้ำควบคู่กับการเผยแพร่ความรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ
 
พื้นที่สมุทรสาครมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศปากแม่น้ำท่าจีนและชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่สำคัญของประเทศ การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำในพื้นที่จึงสามารถเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนประมงและความสำคัญของแหล่งน้ำต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
 
ภายในศูนย์มีส่วนจัดแสดงปลาและสัตว์น้ำหลายประเภท ผู้เข้าชมสามารถสังเกตลักษณะรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรมของสัตว์น้ำแต่ละชนิด การชมตู้จัดแสดงเปิดโอกาสให้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่อาศัยในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมถึงการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มแตกต่างกัน
 
ระบบนิเวศปากแม่น้ำมีความน่าสนใจเพราะเป็นพื้นที่ที่น้ำจืดจากแม่น้ำมาบรรจบกับน้ำทะเล ทำให้ระดับความเค็มเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงต้องมีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศชายฝั่งยังช่วยให้เห็นความสำคัญของป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายชนิดและมีบทบาทในการปกป้องชายฝั่ง พื้นที่ป่าชายเลนยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงของทรัพยากรประมงในระยะยาว
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์น้ำเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องโครงสร้างร่างกายปลา การหายใจผ่านเหงือก การใช้ครีบในการเคลื่อนที่ และความสัมพันธ์ของสัตว์น้ำกับสิ่งแวดล้อมจากการสังเกตจริง
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบครึ่งวันจากกรุงเทพมหานครหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยสามารถจัดเป็นโปรแกรมเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำควบคู่กับการท่องเที่ยวธรรมชาติชายฝั่งสมุทรสาครได้ ผู้เดินทางควรตรวจสอบเวลาบริการก่อนเข้าชม เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมของหน่วยงานผู้ดูแล
 
ไฮไลต์: สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำชายฝั่ง ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศปากแม่น้ำท่าจีน ทรัพยากรประมง การเรียนรู้สำหรับเด็ก และการเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลการให้บริการที่เผยแพร่ เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 11:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสมุทรสาครใช้ถนนสายสหกรณ์หรือถนนนิคมสหกรณ์ มุ่งหน้าไปยังตำบลโคกขาม แล้วเดินทางตามพิกัดแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากพื้นที่มหาชัยได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร
 
ฟาร์มแกะทหารช่าง จังหวัดนครสวรรค์
 
18. ฟาร์มแกะทหารช่าง จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่ภายในค่ายจิรประวัติ ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมืองนครสวรรค์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสำหรับครอบครัว มีจุดเด่นจากบรรยากาศฟาร์มแกะ พื้นที่สีเขียว และกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้รู้จักสัตว์เลี้ยงในรูปแบบที่แตกต่างจากสวนสัตว์ขนาดใหญ่
 
แกะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มนุษย์เลี้ยงมาเป็นเวลายาวนาน มีความสำคัญทั้งด้านเกษตรกรรมและการผลิตขนสัตว์ ลักษณะเด่นคือขนที่ปกคลุมลำตัว ซึ่งช่วยในการรักษาอุณหภูมิร่างกายและเป็นส่วนสำคัญของรูปลักษณ์ที่ทำให้แกะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กเล็ก
 
การเที่ยวชมฟาร์มช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์กินพืช เช่น การเดินรวมฝูง การกินหญ้า การเคี้ยวเอื้อง และการพักผ่อน ซึ่งแตกต่างจากสัตว์นักล่าหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่น การสังเกตพฤติกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับความรู้เรื่องปศุสัตว์และการดูแลสัตว์ได้
 
บรรยากาศภายในฟาร์มมีความเหมาะสมกับการพักผ่อนแบบครอบครัว เพราะไม่ได้เน้นการเดินชมสัตว์จำนวนมากหลายโซนเหมือนสวนสัตว์ขนาดใหญ่ แต่ให้ความสำคัญกับการสัมผัสบรรยากาศพื้นที่เลี้ยงสัตว์และการเรียนรู้เรื่องสัตว์ในระบบเกษตรกรรม
 
เด็กสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารของแกะ การดูแลสัตว์เลี้ยง และความสำคัญของการรักษาความสะอาดภายในพื้นที่ฟาร์ม โดยผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่า การเข้าใกล้สัตว์ต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่วิ่งไล่ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหารนอกเหนือจากกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต
 
กิจกรรมลักษณะนี้มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะทำให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแตกต่างจากการเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและการอนุรักษ์สัตว์ในสวนสัตว์ทั่วไป
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหากิจกรรมท่องเที่ยวเบา ๆ ในตัวเมืองนครสวรรค์ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศฟาร์ม การเข้าชมควรวางแผนในช่วงวันหยุดตามตารางบริการ และควรตรวจสอบกิจกรรมที่เปิดให้เข้าร่วมในแต่ละวัน
 
ไฮไลต์: ฟาร์มแกะ บรรยากาศพื้นที่สีเขียว การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและการเกษตร กิจกรรมครอบครัว และสถานที่พักผ่อนในค่ายจิรประวัติ
 
วันเปิดทำการ: วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู โดยกิจกรรมหรืออาหารสัตว์ที่จัดจำหน่ายอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครสวรรค์มุ่งหน้าไปยังค่ายจิรประวัติ ตำบลตะเคียนเลื่อน แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางเข้าสู่พื้นที่ฟาร์ม เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มแกะทหารช่าง
 
สวนสัตว์เปิดสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จังหวัดราชบุรี
 
19. สวนสัตว์เปิด สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง เป็นแหล่งเรียนรู้สัตว์ป่าและธรรมชาติที่มีความสำคัญด้านการศึกษาและการอนุรักษ์ โดยมีพื้นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ในบริเวณที่จัดเตรียมไว้สำหรับการเข้าชม
 
ความน่าสนใจอยู่ที่บทบาทของสถานีวิจัยซึ่งแตกต่างจากสวนสัตว์เชิงพาณิชย์ทั่วไป เพราะมีความเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการดูแลสัตว์ป่า การเพาะเลี้ยง และการอนุรักษ์ ผู้มาเยือนสามารถทำความเข้าใจว่าการดูแลสัตว์ป่าต้องอาศัยความรู้ทั้งด้านชีววิทยา พฤติกรรมสัตว์ การจัดการอาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 
พื้นที่บริเวณเขาประทับช้างมีลักษณะเป็นธรรมชาติ จึงช่วยสร้างบรรยากาศให้การเรียนรู้สัตว์ป่ามีความแตกต่างจากการชมสัตว์ในอาคารหรือสวนสัตว์กลางเมือง ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสสภาพแวดล้อมของพื้นที่ป่าและความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับถิ่นอาศัย
 
การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามีความสำคัญต่อการดูแลประชากรสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสัตว์ที่ต้องได้รับการจัดการและดูแลภายใต้หลักวิชาการ การเรียนรู้เรื่องนี้ช่วยให้เห็นว่าการอนุรักษ์สัตว์ไม่ได้หมายถึงการป้องกันการล่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาถิ่นอาศัย การศึกษาพฤติกรรม และการจัดการประชากรสัตว์อย่างเหมาะสม
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเข้าชมเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าในบริบทของงานอนุรักษ์ โดยสามารถใช้การสังเกตลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมสัตว์เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจว่าธรรมชาติมีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตหลายประเภท
 
การเที่ยวชมควรดำเนินตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด โดยไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เข้าไปยังบริเวณที่สงวนไว้สำหรับเจ้าหน้าที่หรือการดูแลสัตว์ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนอาจมีภารกิจด้านการวิจัยและการอนุรักษ์ที่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึง
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในจังหวัดราชบุรี และสามารถจัดร่วมกับโปรแกรมเที่ยวอำเภอจอมบึงได้ โดยควรตรวจสอบเส้นทางและเงื่อนไขการเข้าชมก่อนออกเดินทาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เปิดบริการได้อย่างถูกต้อง
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์เปิดในพื้นที่ธรรมชาติ งานวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ บรรยากาศเขาประทับช้าง และการเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลที่เผยแพร่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีเดินทางมุ่งหน้าอำเภอจอมบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปากช่องตามเส้นทางไปยังสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและติดตามพิกัดแผนที่เพื่อเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เปิดเขาประทับช้าง
 
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุยและสวนเสือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
 
20. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุยและสวนเสือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บริเวณอ่าวแหลมเส็ต ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างการจัดแสดงสัตว์น้ำและสัตว์บก โดยมีจุดเด่นจากการนำเสนอโลกใต้ทะเลและสัตว์หลายประเภทภายในพื้นที่เดียวกัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะสมุยและต้องการกิจกรรมเพิ่มเติมจากการพักผ่อนชายหาด
 
ส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของสัตว์ทะเล ทั้งปลาและสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะรูปร่างแตกต่างกัน การชมสัตว์น้ำในตู้จัดแสดงเปิดโอกาสให้สังเกตการเคลื่อนไหว การหาอาหาร และการปรับตัวของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเล
 
เกาะสมุยตั้งอยู่ในอ่าวไทยและมีระบบนิเวศทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งหญ้าทะเล แนวปะการัง และพื้นที่ชายฝั่ง การเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำจึงสามารถเชื่อมโยงกับความสำคัญของการรักษาทรัพยากรทางทะเลและการลดผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม
 
การจัดแสดงสัตว์น้ำช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของสัตว์น้ำหลายกลุ่ม เช่น รูปร่างของปลา ลักษณะครีบ สีสัน และวิธีการเคลื่อนไหว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการหาอาหารและการหลบภัยในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
 
อีกส่วนหนึ่งของสถานที่คือพื้นที่จัดแสดงสัตว์บก ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยว โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์นักล่ากับสัตว์กินพืชได้
 
การชมสัตว์ควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจรบกวนสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่พยายามเข้าใกล้หรือสัมผัสสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะสัตว์นักล่าซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมระยะห่างอย่างเหมาะสม
 
สำหรับครอบครัว การเที่ยวชมสัตว์น้ำและสัตว์บกภายในวันเดียวเป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กสามารถเปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากทะเลกับสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบก และเรียนรู้ว่าระบบนิเวศแต่ละประเภทมีสภาพแวดล้อมและความต้องการของสัตว์แตกต่างกัน
 
การเข้าชมสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวเกาะสมุยได้ โดยควรตรวจสอบประเภทบัตรและกิจกรรมที่รวมอยู่ในแพ็กเกจก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานที่มีการจำหน่ายบัตรหลายรูปแบบ ซึ่งอาจครอบคลุมส่วนจัดแสดงหรือกิจกรรมที่แตกต่างกัน
 
ไฮไลต์: สัตว์น้ำทะเล พื้นที่จัดแสดงสัตว์บก การเรียนรู้โลกใต้ทะเล กิจกรรมครอบครัว และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวแหลมเส็ต
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 11:00 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: แพ็กเกจเข้าชมอควาเรียมตามอัตราที่เผยแพร่ ผู้ใหญ่เริ่มต้น 950 บาท เด็กส่วนสูง 100–140 เซนติเมตรเริ่มต้น 750 บาท เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 100 เซนติเมตรเข้าชมฟรีตามเงื่อนไข ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างตามแพ็กเกจและกิจกรรมที่เลือก
 
การเดินทาง: จากพื้นที่เฉวงหรือละไมใช้ถนนวงแหวนรอบเกาะสมุยมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตำบลมะเร็ตและอ่าวแหลมเส็ต จากนั้นเดินทางตามป้ายบอกทางเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์เช่า รถรับจ้าง หรือรถนำเที่ยวภายในเกาะได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุยและสวนเสือ
 
สวนสัตว์ตระการ หรือสวนเสือตระการ จังหวัดอุบลราชธานี
 
21. สวนสัตว์ตระการ (สวนเสือตระการ) จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ที่มีความน่าสนใจสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด จุดเด่นคือการจัดแสดงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่ที่สามารถเดินชมได้สะดวก รวมถึงสัตว์นักล่าซึ่งเป็นที่มาของชื่อสวนเสือตระการ
 
สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งพักผ่อนในระดับท้องถิ่นที่ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวให้กับอำเภอตระการพืชผล เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสัตว์และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อทำกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์
 
สัตว์นักล่าเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความน่าสนใจด้านชีววิทยา เพราะมีลักษณะของร่างกายและประสาทสัมผัสที่เหมาะสมกับการล่า เช่น ฟันและกรงเล็บที่แข็งแรง การมองเห็น และความสามารถในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัว การเรียนรู้เรื่องสัตว์กลุ่มนี้ช่วยให้เข้าใจบทบาทของผู้ล่าในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
 
นอกจากสัตว์นักล่าแล้ว การชมสัตว์ประเภทอื่นช่วยให้ผู้เข้าชมเปรียบเทียบพฤติกรรมที่แตกต่างกันระหว่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ โดยเฉพาะเรื่องการหาอาหาร การพักผ่อน และการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นพื้นฐานของความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
 
การเที่ยวชมสัตว์ภายในสวนสัตว์ขนาดไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะสามารถใช้เวลาศึกษาสัตว์แต่ละชนิดอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทางระหว่างโซนไกลมากนัก ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมดังกล่าวอธิบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการดูแลสิ่งมีชีวิตด้วยความรับผิดชอบ
 
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพสัตว์ ควรเลือกจุดชมตามที่กำหนดและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์นักล่าเกินระยะปลอดภัย รวมถึงไม่ส่งเสียงดังหรือแสดงพฤติกรรมที่อาจกระตุ้นให้สัตว์เกิดความเครียด การเคารพข้อกำหนดของผู้ดูแลเป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและสวัสดิภาพสัตว์
 
ด้วยที่ตั้งในอำเภอตระการพืชผล สถานที่แห่งนี้สามารถใช้เป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดได้ โดยควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงสำหรับการชมสัตว์และพักผ่อนตามความสนใจ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลบริการในวันที่เดินทาง
 
ไฮไลต์: สวนเสือและสวนสัตว์ท้องถิ่น การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์นักล่า สัตว์หลากหลายประเภท กิจกรรมครอบครัว และค่าเข้าชมที่เข้าถึงได้ง่าย
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอตระการพืชผล แล้วเข้าสู่ตำบลขุหลุตามถนนสายหลักและป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากพื้นที่อำเภอได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์ตระการ
 
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ จังหวัดสระบุรี
 
22. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ จังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ที่ผสมผสานพื้นที่เลี้ยงจระเข้เข้ากับการจัดแสดงสัตว์ชนิดอื่น ๆ ภายในบริเวณเดียวกัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการทำกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์และเรียนรู้เรื่องธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมือง
 
จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีความน่าสนใจจากลักษณะร่างกายและพฤติกรรมการดำรงชีวิต โดยมีโครงสร้างที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในน้ำและบนบก หางช่วยในการเคลื่อนที่ในน้ำ ขณะที่ดวงตาและรูจมูกอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยให้สามารถมองเห็นและหายใจได้ขณะลำตัวส่วนใหญ่จมอยู่ในน้ำ
 
การได้สังเกตจระเข้ในส่วนจัดแสดงช่วยให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับตัวของสัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงความแตกต่างระหว่างจระเข้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิร่างกายและพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม
 
นอกจากจระเข้แล้ว ยังมีสัตว์ชนิดอื่นให้ศึกษา ซึ่งช่วยสร้างความหลากหลายของการเข้าชม ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องสัตว์กินพืช สัตว์กินเนื้อ และความสัมพันธ์ของสัตว์แต่ละประเภทกับระบบนิเวศธรรมชาติ
 
สถานที่ประเภทฟาร์มสัตว์ยังมีความเกี่ยวข้องกับการดูแลและจัดการสัตว์ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ การเรียนรู้เรื่องความต้องการพื้นฐานของสัตว์ เช่น อาหาร น้ำ พื้นที่อยู่อาศัย และสุขภาพ ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การเดินชมสัตว์ในพื้นที่ที่ไม่กว้างมากนักช่วยให้สามารถจัดเวลาเที่ยวได้สะดวก ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดบริเวณบ่อจระเข้และรั้วจัดแสดง โดยไม่ปล่อยให้เด็กยื่นมือหรือสิ่งของเข้าไปในพื้นที่สัตว์
 
ด้วยทำเลไม่ไกลจากตัวเมืองสระบุรี จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครึ่งวันหรือใช้เป็นจุดแวะระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัด โดยควรตรวจสอบรอบกิจกรรมและเวลาเปิดบริการก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: จระเข้ สัตว์หลากหลายชนิด การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลาน กิจกรรมสำหรับครอบครัว และทำเลใกล้ตัวเมืองสระบุรี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ 08:30 – 18:30 น. วันเสาร์และวันอาทิตย์ 08:00 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสระบุรีใช้ถนนสายหลักมุ่งหน้าไปยังตำบลหนองปลาไหล แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางหรือพิกัดแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สระบุรี
 
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง
 
23. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สวนป่าทุ่งเกวียน) จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร เป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ช้างที่สำคัญของประเทศไทย มีชื่อเสียงจากการดูแลช้าง การส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับช้างไทย และกิจกรรมสำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย
 
ช้างเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งด้านการคมนาคม การทำงานในป่า และความเชื่อทางวัฒนธรรม การพัฒนาศูนย์อนุรักษ์ช้างจึงมีความสำคัญต่อการรักษาองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช้างและการสร้างความเข้าใจเรื่องความต้องการของช้างในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
 
ลักษณะเด่นของพื้นที่คือการตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและป่าไม้ ซึ่งเหมาะกับการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมช้างและการดูแลสัตว์ขนาดใหญ่ ช้างต้องการอาหารและน้ำในปริมาณมาก รวมถึงพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว พักผ่อน และทำกิจกรรมตามธรรมชาติ การเข้าใจความต้องการเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนตระหนักถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์
 
กิจกรรมการศึกษาของศูนย์ช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของช้าง ลักษณะทางกายภาพ การใช้งวง การกินอาหาร และการสื่อสารภายในฝูง ช้างมีความสามารถด้านการจดจำและการเรียนรู้ที่น่าสนใจ อีกทั้งมีความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างสมาชิกในฝูงซึ่งเป็นพฤติกรรมสำคัญของสัตว์ชนิดนี้
 
งานด้านสุขภาพและการดูแลช้างเป็นอีกประเด็นที่มีความสำคัญ เพราะช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะด้าน ทั้งอาหาร สุขอนามัย เท้า และการรักษาพยาบาล การเรียนรู้เบื้องหลังการดูแลช้างช่วยให้เห็นว่าการอนุรักษ์ต้องอาศัยความรู้และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
 
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมกิจกรรมที่เปิดให้บริการตามรอบเวลาของศูนย์ โดยควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้และการดูแลช้างอย่างรับผิดชอบ ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช้างไทย ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้าง และความสำคัญของการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ
 
การเที่ยวชมควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับกิจกรรมและการเดินทางภายในพื้นที่ ผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางเชียงใหม่–ลำปางสามารถจัดศูนย์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือได้อย่างสะดวก โดยควรตรวจสอบรอบกิจกรรมก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: การอนุรักษ์ช้างไทย การเรียนรู้พฤติกรรมช้าง งานดูแลสุขภาพช้าง กิจกรรมให้ความรู้ และบรรยากาศธรรมชาติสวนป่าทุ่งเกวียน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 15:30 น. โดยรอบกิจกรรมที่เผยแพร่ ได้แก่ 10:00 น. 11:00 น. และ 13:30 น.
 
ค่าเข้าชม: มีบัตรเข้าชมและกิจกรรมแยกตามประเภทบริการ โดยไม่ระบุจำนวนเงินที่ยังไม่สามารถยืนยันเป็นอัตราปัจจุบันได้
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าอำเภอห้างฉัตรและจังหวัดเชียงใหม่ แล้วเข้าสู่บริเวณสวนป่าทุ่งเกวียนตามป้ายศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
 
เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ท สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
 
24. เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ท จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 234 หมู่ 7 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวฟาร์มและรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงจากบรรยากาศธรรมชาติและกิจกรรมเกี่ยวกับแกะ เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางภูเขาและพื้นที่สีเขียวของอำเภอสวนผึ้ง
 
จุดเด่นของสถานที่คือการผสมผสานฟาร์มเลี้ยงสัตว์เข้ากับพื้นที่พักผ่อน โดยเฉพาะกิจกรรมชมแกะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแตกต่างจากการเดินชมสวนสัตว์ขนาดใหญ่ บรรยากาศของทุ่งหญ้า อาคารสไตล์ชนบท และภูเขาโดยรอบเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
 
แกะเป็นสัตว์กินพืชที่มีพฤติกรรมการอยู่รวมฝูงและมีการสื่อสารระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม การได้สังเกตแกะอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ช่วยให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและการดำรงชีวิตของสัตว์ในระบบฟาร์มได้อย่างน่าสนใจ
 
ขนแกะเป็นลักษณะสำคัญของสัตว์ชนิดนี้ และมีความเกี่ยวข้องกับประวัติการเลี้ยงแกะของมนุษย์มาเป็นเวลายาวนาน การศึกษาเรื่องแกะสามารถเชื่อมโยงกับความรู้ด้านปศุสัตว์ การผลิตเส้นใย และการดูแลสัตว์เลี้ยง รวมถึงความสำคัญของการจัดพื้นที่ให้มีอาหาร น้ำ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 
กิจกรรมให้อาหารแกะในบริเวณที่จัดไว้เป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนรู้ที่ได้รับความสนใจจากครอบครัว โดยผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและใช้เฉพาะอาหารที่สถานที่อนุญาต เพื่อให้เหมาะกับระบบย่อยอาหารของสัตว์และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
 
นอกจากการชมแกะแล้ว บรรยากาศธรรมชาติและมุมถ่ายภาพยังเป็นเสน่ห์สำคัญ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพื้นที่ พักผ่อน และบันทึกภาพทิวทัศน์ของอำเภอสวนผึ้งได้ โดยช่วงเช้าและช่วงเย็นมักมีแสงและอากาศที่เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าช่วงกลางวัน
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรเตรียมหมวกและน้ำดื่ม รวมถึงดูแลเด็กระหว่างทำกิจกรรมกับสัตว์อย่างใกล้ชิด สำหรับการวางแผนท่องเที่ยวสามารถจัดเป็นโปรแกรมครึ่งวันหรือเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในอำเภอสวนผึ้งได้
 
ไฮไลต์: ฟาร์มแกะ บรรยากาศชนบทและภูเขาสวนผึ้ง กิจกรรมเรียนรู้สัตว์เลี้ยง มุมถ่ายภาพ และการพักผ่อนแบบครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: มีบัตรเข้าชมและกิจกรรมหลายแพ็กเกจ โดยราคาแตกต่างตามประเภทกิจกรรมและช่วงเวลา ไม่ระบุราคาตัวเลขที่ยังไม่สามารถยืนยันเป็นอัตราปัจจุบันได้
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอสวนผึ้ง แล้วเข้าสู่ตำบลสวนผึ้งตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้เส้นทางเพชรเกษมหรือพระราม 2 เชื่อมเข้าสู่จังหวัดราชบุรี
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ท
 
ฟาร์มจระเข้สวนสัตว์ชำโสม จังหวัดจันทบุรี
 
25. ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม จังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านชำโสม ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ที่รวบรวมฟาร์มจระเข้และส่วนจัดแสดงสัตว์ชนิดอื่นไว้ภายในพื้นที่เดียวกัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการทำกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าระหว่างเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี
 
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่จระเข้ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่มีประวัติวิวัฒนาการยาวนาน ลักษณะของลำตัว หาง และขากรรไกรสะท้อนการปรับตัวให้เหมาะกับการดำรงชีวิตในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการว่ายน้ำ การซุ่มรออาหาร และการใช้ประสาทสัมผัสในการตรวจจับสิ่งรอบตัว
 
การชมจระเข้ในส่วนจัดแสดงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสัตว์เลื้อยคลานกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งด้านโครงสร้างผิวหนัง วิธีการเคลื่อนไหว และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้เรื่องบทบาทของสัตว์นักล่าในระบบนิเวศของแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
ภายในยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการเข้าชม ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กสามารถใช้โอกาสนี้สังเกตความแตกต่างของรูปร่างและพฤติกรรมสัตว์ รวมถึงฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับชนิดอาหารและถิ่นอาศัยของสัตว์แต่ละประเภท
 
กิจกรรมการแสดงเกี่ยวกับสัตว์เป็นหนึ่งในสิ่งที่เคยสร้างความสนใจให้กับผู้มาเยือน โดยควรตรวจสอบตารางกิจกรรมที่เปิดให้บริการในวันที่เดินทาง และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับจระเข้หรือสัตว์ขนาดใหญ่
 
การท่องเที่ยวฟาร์มสัตว์อย่างรับผิดชอบควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งเสียงดังหรือเคาะสิ่งกีดขวาง และไม่เข้าใกล้สัตว์เกินระยะที่เจ้าหน้าที่กำหนด การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยลดความเครียดของสัตว์และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้เข้าชม
 
สถานที่แห่งนี้สามารถใช้เป็นจุดแวะระหว่างโปรแกรมท่องเที่ยวตัวเมืองจันทบุรีได้ โดยเหมาะกับการเที่ยวประมาณครึ่งวันตามกิจกรรมที่เปิดให้บริการ ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กควรเลือกเวลาเข้าชมในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดและเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
 
ไฮไลต์: ฟาร์มจระเข้ สัตว์หลากหลายชนิด การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลาน กิจกรรมชมสัตว์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 60 บาทต่อคน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีเดินทางมุ่งหน้าไปยังตำบลแสลงและบ้านชำโสมตามเส้นทางที่แสดงบนแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ได้ โดยควรตรวจสอบพิกัดปลายทางก่อนเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม
 
บ้านแกะแม่ขิ จังหวัดเชียงใหม่
 
26. บ้านแกะแม่ขิ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวฟาร์มแกะที่มีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติของพื้นที่เชิงดอย เหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสงบ พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและสัมผัสวิถีชีวิตแบบฟาร์ม
 
จุดเด่นอยู่ที่การจัดพื้นที่ให้มีบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่เลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นจากขนปกคลุมลำตัวและพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตการเคลื่อนไหว การกินอาหาร และการพักผ่อนของแกะจากบริเวณที่กำหนด
 
แกะมีความสำคัญต่อระบบเกษตรกรรมของมนุษย์มาเป็นเวลายาวนาน ทั้งการเลี้ยงเพื่อผลิตขนและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การชมฟาร์มแกะจึงสามารถเชื่อมโยงกับความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ การจัดการอาหาร และการดูแลสุขภาพสัตว์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการทำฟาร์มอย่างรับผิดชอบ
 
พฤติกรรมของแกะมีความน่าสนใจจากการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เพราะสัตว์ประเภทนี้มีความสัมพันธ์ทางสังคมและมักเคลื่อนไหวตามสมาชิกในฝูง การสังเกตพฤติกรรมดังกล่าวช่วยให้เด็กเข้าใจความแตกต่างของสัตว์กินพืชกับสัตว์นักล่า รวมถึงความสำคัญของการอยู่รวมฝูงในการดำรงชีวิต
 
บรรยากาศเชิงดอยในอำเภอแม่ริมเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ท่องเที่ยว เพราะพื้นที่โดยรอบมีภูมิทัศน์ธรรมชาติและอากาศที่แตกต่างจากย่านใจกลางเมือง ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมสัตว์ในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ควรแนะนำให้เด็กเข้าใกล้สัตว์ด้วยความสงบ ไม่วิ่งไล่หรือจับสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีกิจกรรมให้อาหารสัตว์ควรใช้เฉพาะอาหารที่ผู้ดูแลจัดเตรียมไว้ เพื่อให้เหมาะกับระบบย่อยอาหารและสุขภาพของแกะ
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวอำเภอแม่ริมร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและฟาร์มประเภทอื่นในพื้นที่ โดยสามารถใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1–2 ชั่วโมงตามกิจกรรมที่สนใจ และควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ของพื้นที่เชิงดอย
 
ไฮไลต์: ฟาร์มแกะ บรรยากาศธรรมชาติเชิงดอย กิจกรรมเรียนรู้สัตว์เลี้ยง มุมถ่ายภาพ และการพักผ่อนสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: มีบริการและกิจกรรมภายในฟาร์ม โดยไม่ระบุจำนวนเงินที่ยังไม่สามารถยืนยันอัตราบัตรเข้าชมปัจจุบันได้
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนสายแม่ริมมุ่งหน้าอำเภอแม่ริม แล้วเข้าสู่เส้นทางตำบลแม่แรมตามพิกัดแผนที่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ้านแกะแม่ขิ
 
อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
27. อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่เลขที่ 181 หมู่ 4 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และธรรมชาติที่มีความสำคัญของภาคกลางตอนล่าง มีจุดเด่นจากนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย และส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเล ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวและนักเรียนที่ต้องการศึกษาธรรมชาติควบคู่กับวิทยาศาสตร์
 
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของหว้ากอมีความเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย โดยพื้นที่หว้ากอเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสังเกตสุริยุปราคาในปี พ.ศ. 2411 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์
 
ภายในอุทยานมีนิทรรศการที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อและการจัดแสดงหลายรูปแบบ โดยเนื้อหาครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติและการใช้หลักเหตุผลในการอธิบายสิ่งต่าง ๆ
 
ส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เพราะช่วยให้สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความแตกต่างของปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด รวมถึงศึกษารูปร่าง การเคลื่อนไหว และการปรับตัวเข้ากับแหล่งอาศัย
 
ระบบนิเวศชายฝั่งอ่าวไทยมีความสัมพันธ์กับชีวิตของประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านประมง การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจึงช่วยให้เห็นความสำคัญของการรักษาคุณภาพน้ำ การลดขยะทะเล และการป้องกันการทำลายแหล่งอาศัยของสัตว์
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเข้าชมอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง โดยสามารถเชื่อมโยงเรื่องดาราศาสตร์ ธรรมชาติ และชีววิทยาเข้าด้วยกัน การจัดนิทรรศการในลักษณะนี้ช่วยสร้างการเรียนรู้ที่หลากหลายกว่าการชมสัตว์เพียงประเภทเดียว
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงการศึกษาร่วมกับสถานที่ธรรมชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไทยและระบบนิเวศทางทะเลภายในวันเดียว
 
ผู้ที่ต้องการชมส่วนจัดแสดงหลายประเภทควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน และตรวจสอบรายละเอียดอาคารหรือกิจกรรมที่เปิดให้บริการก่อนเดินทาง เพื่อให้สามารถจัดลำดับการเข้าชมได้ครบตามความสนใจ
 
ไฮไลต์: ประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย นิทรรศการวิทยาศาสตร์ ส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำ การเรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเล และกิจกรรมทัศนศึกษาสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 15:45 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ตามอัตราบัตรเข้าชมที่เผยแพร่ โดยกิจกรรมหรือนิทรรศการพิเศษอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปยังตำบลคลองวาฬ แล้วเดินทางตามป้ายอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ
 
สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดอำนาจเจริญ
 
28. สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ที่บ้านนาคู หมู่ 9 ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อชุมชน โดยมีจุดเด่นจากการผสมผสานพื้นที่สวนสัตว์เข้ากับบรรยากาศของป่าดงใหญ่ แหล่งน้ำ และพื้นที่พักผ่อน ทำให้เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการเดินชมสัตว์และสัมผัสธรรมชาติในบรรยากาศเรียบง่าย
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ลักษณะการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งแตกต่างจากสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมเชิงพาณิชย์จำนวนมาก การเข้าชมจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น และสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ควบคู่กับการศึกษาธรรมชาติของพื้นที่ได้
 
ภายในมีสัตว์หลายประเภทให้ชม เช่น กวาง นกยูง กระต่าย แพะ หมูป่า และสัตว์อื่น ๆ ซึ่งมีลักษณะการดำรงชีวิตแตกต่างกัน ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมการหาอาหาร การอยู่รวมฝูง และความสัมพันธ์ของสัตว์กับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะสัตว์กินพืชซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศธรรมชาติ
 
พื้นที่ป่าดงใหญ่มีความสำคัญต่อบรรยากาศและเอกลักษณ์ของสถานที่ เพราะพื้นที่ป่าไม้เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์ขนาดเล็ก การเดินชมบริเวณที่เปิดให้บริการจึงเป็นโอกาสให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้ แหล่งน้ำ และสัตว์ป่า
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์ในพื้นที่ชุมชนเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสนใจด้านธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม เด็กสามารถสังเกตรูปร่างและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิด พร้อมเรียนรู้เรื่องการดูแลสัตว์ด้วยความรับผิดชอบ เช่น การไม่ให้อาหารโดยพลการ การรักษาความสะอาด และการไม่ส่งเสียงรบกวนสัตว์
 
สถานที่แห่งนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในอำเภอหัวตะพานได้ เพราะพื้นที่โดยรอบมีชุมชนและธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญ ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบสามารถจัดโปรแกรมชมสัตว์ร่วมกับการพักผ่อนและศึกษาสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นได้ภายในวันเดียว
 
การวางแผนเดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และเงินสดสำหรับค่าเข้าชม เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูง และอาจไม่ได้รองรับการชำระเงินดิจิทัลทุกจุด โดยควรดูแลเด็กเล็กระหว่างเดินชมสัตว์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์เปิดชุมชน สัตว์หลากหลายชนิด ป่าดงใหญ่ บรรยากาศธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน และค่าเข้าชมประหยัด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองอำนาจเจริญใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอหัวตะพาน ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านนาคู ตำบลสร้างถ่อน้อย ตามป้ายบอกทางและพิกัดแผนที่ โดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดจันทบุรี
 
29. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำและทรัพยากรชายฝั่งที่สำคัญของภาคตะวันออก โดยมีจุดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์ทะเลและสัตว์น้ำหลายประเภทในพื้นที่ใกล้ธรรมชาติชายฝั่ง ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและการพักผ่อนของครอบครัว
 
ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเลและการอนุรักษ์สัตว์น้ำ เนื่องจากจังหวัดจันทบุรีมีชายฝั่งทะเลและพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การจัดแสดงสัตว์น้ำจึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศชายฝั่งได้อย่างชัดเจน
 
ภายในมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสังเกตลักษณะรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรมของปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำชนิดต่าง ๆ การเรียนรู้ผ่านตู้จัดแสดงช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นทะเลกับสัตว์ที่ว่ายน้ำในพื้นที่เปิด รวมถึงการปรับตัวด้านอาหารและการเคลื่อนที่
 
ระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ในพื้นที่ชายฝั่งจันทบุรี เพราะป่าชายเลนทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ช่วยชะลอการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด การศึกษาสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศดังกล่าวช่วยให้เข้าใจเหตุผลที่ควรอนุรักษ์ป่าชายเลนและลดมลพิษทางทะเล
 
สำหรับเด็กและนักเรียน การเข้าชมเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำจากประสบการณ์จริง โดยสามารถเปรียบเทียบลักษณะร่างกายของสัตว์แต่ละประเภท และฝึกสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับถิ่นอาศัย ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมนี้อธิบายเรื่องการลดขยะพลาสติกและการดูแลทะเลให้มีความสะอาดได้
 
ทำเลบริเวณแหลมเสด็จยังเหมาะกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกับชายหาดและสถานที่ศึกษาธรรมชาติในอำเภอท่าใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเรียนรู้สัตว์น้ำก่อนเดินทางต่อไปชมทิวทัศน์ชายฝั่ง ซึ่งช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสัตว์ที่จัดแสดงกับสภาพแวดล้อมจริงได้มากขึ้น
 
ไฮไลต์: สัตว์น้ำทะเล ความรู้ด้านทรัพยากรชายฝั่ง ระบบนิเวศป่าชายเลน แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก และทำเลบริเวณแหลมเสด็จ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: ไม่พบอัตราบัตรเข้าชมปัจจุบันที่ยืนยันได้ชัดเจน ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมกับผู้ดูแลสถานที่ก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอท่าใหม่ แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลคลองขุดและพื้นที่แหลมเสด็จตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
 
30. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บริเวณใกล้บึงพลาญชัยด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถนนสุนทรเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่อยู่ในเขตตัวเมืองและเดินทางเข้าถึงได้สะดวก มีความสำคัญในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและพื้นที่สำหรับกิจกรรมครอบครัวโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม
 
จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำภายใต้การดูแลของเทศบาลเมือง ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักเรียนสามารถเข้าถึงความรู้ด้านธรรมชาติได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้เกี่ยวกับปลาน้ำจืดและระบบนิเวศโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกตัวเมือง
 
ภายในมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำหลายประเภท ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาเรื่องรูปร่าง ลักษณะการเคลื่อนไหว และพฤติกรรมของปลาแต่ละชนิด การสังเกตสัตว์น้ำจริงทำให้เข้าใจความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำและสามารถนำไปเชื่อมโยงกับบทเรียนวิทยาศาสตร์ได้
 
ระบบนิเวศน้ำจืดมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะแม่น้ำ หนอง บึง และแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นแหล่งทรัพยากรประมงและพื้นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายประเภท การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจึงช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องการรักษาคุณภาพน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น
 
บึงพลาญชัยซึ่งอยู่ใกล้เคียงเป็นสถานที่พักผ่อนสำคัญของเมืองร้อยเอ็ด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดกิจกรรมชมสัตว์น้ำร่วมกับการเดินเล่นรอบบึงได้ บรรยากาศของผืนน้ำและพื้นที่สาธารณะช่วยเสริมให้การท่องเที่ยวในบริเวณนี้มีความหลากหลายมากขึ้น
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การเข้าชมอาคารจัดแสดงสัตว์น้ำเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับการใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เด็กสามารถสังเกตปลาแต่ละชนิด อ่านข้อมูลประกอบ และเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ก่อนออกไปพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวรอบบึงพลาญชัย
 
ไฮไลต์: ปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำหลายชนิด แหล่งเรียนรู้ของเทศบาลเมือง ทำเลใกล้บึงพลาญชัย และการเข้าชมฟรี
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนสุนทรเทพมุ่งหน้าไปยังบึงพลาญชัย โดยสถานที่ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของบึง ใกล้วัดบึงพระลานชัย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด กรุงเทพมหานคร
 
31. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในพื้นที่กรมประมง บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร แขวงลาดยาว เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับปลาน้ำจืดและทรัพยากรประมงที่เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีจุดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์น้ำควบคู่กับองค์ความรู้ด้านการประมงและระบบนิเวศน้ำจืด
 
ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับบทบาทของกรมประมงในการศึกษาและส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านอาหารของประเทศไทย การเรียนรู้ผ่านส่วนจัดแสดงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความหลากหลายของปลาน้ำจืดและการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงได้มากขึ้น
 
ภายในมีส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบลักษณะของปลาแต่ละชนิด เช่น รูปร่างลำตัว ลักษณะครีบ สีสัน และพฤติกรรมการเคลื่อนไหว การศึกษาเรื่องเหล่านี้ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างร่างกายกับการหาอาหารและการดำรงชีวิตในแหล่งน้ำประเภทต่าง ๆ
 
ประเทศไทยมีระบบนิเวศน้ำจืดหลากหลาย ทั้งแม่น้ำ หนอง บึง ลำธาร และพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งแต่ละแห่งมีสัตว์น้ำที่ปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน การเรียนรู้เรื่องปลาน้ำจืดจึงช่วยให้เห็นความสำคัญของการรักษาคุณภาพน้ำและการลดผลกระทบจากมลพิษต่อสิ่งมีชีวิต
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา การเข้าชมสามารถใช้เป็นกิจกรรมเสริมความรู้ด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา และการประมง โดยมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้เรื่องการจำแนกชนิดสัตว์น้ำ การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ
 
ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถจัดโปรแกรมเยี่ยมชมร่วมกับสถานที่เรียนรู้และพื้นที่สีเขียวในย่านเกษตรศาสตร์และจตุจักรได้ โดยควรตรวจสอบอาคารที่เปิดให้บริการและวันเวลาที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าชม เนื่องจากเป็นสถานที่ภายในหน่วยงานราชการที่อาจมีการปรับรูปแบบกิจกรรมตามภารกิจของหน่วยงาน
 
ไฮไลต์: ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ความรู้ด้านทรัพยากรประมง ระบบนิเวศน้ำจืด และแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่กรมประมง
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ตามตารางที่เผยแพร่ เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: มีข้อมูลอัตราผู้ใหญ่ 20 บาท และเด็ก นักเรียน นักศึกษา 10 บาท แต่ข้อมูลค่าธรรมเนียมในแหล่งเผยแพร่มีความแตกต่างกัน จึงควรยืนยันอัตราที่ใช้อยู่กับหน่วยงานก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากพื้นที่กรุงเทพมหานครใช้ถนนพหลโยธินหรือถนนงามวงศ์วานมุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วเดินทางเข้าสู่บริเวณกรมประมงตามพิกัดแผนที่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถโดยสารสาธารณะที่ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุง
 
32. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุง จังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ที่บ้านนาวง หมู่ 1 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ด้านการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่มีความโดดเด่นจากทำเลบริเวณแนวเทือกเขาบรรทัด รายล้อมด้วยภูมิประเทศแบบเนินเขา ป่าไม้ และลำธารธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาสัตว์ป่าและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศของภาคใต้
 
ความสำคัญของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเกี่ยวข้องกับการดูแลสัตว์ภายใต้หลักวิชาการ โดยต้องคำนึงถึงลักษณะอาหาร สุขภาพ พฤติกรรม และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด ภารกิจลักษณะนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
 
ภูมิประเทศบริเวณเทือกเขาบรรทัดเป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ เนื่องจากมีป่าไม้และแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์หลายประเภท การเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ป่าภาคใต้ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับถิ่นอาศัย รวมถึงความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
 
การเข้าชมพื้นที่ที่อนุญาตช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและการเพาะเลี้ยงภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ โดยควรคำนึงว่าสถานีเพาะเลี้ยงมีภารกิจด้านการอนุรักษ์เป็นหลัก ไม่ใช่สวนสัตว์เชิงพาณิชย์ที่เปิดให้เข้าถึงทุกส่วนจัดการสัตว์ได้อย่างอิสระ
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา การศึกษาเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่วยให้เห็นภาพการทำงานด้านการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสัตว์ที่อยู่ภายใต้การดูแลอาจมีความต้องการแตกต่างกัน และบางชนิดต้องได้รับการดูแลเฉพาะด้านตามลักษณะทางชีววิทยาและสุขภาพ
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพธรรมชาติควรเลือกเฉพาะบริเวณที่ได้รับอนุญาต หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ การเคารพข้อกำหนดด้านการเข้าชมช่วยรักษาความปลอดภัยและลดความเครียดของสัตว์ที่อยู่ระหว่างการดูแล
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในอำเภอศรีนครินทร์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับการชมภูมิประเทศของเทือกเขาบรรทัดได้ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าชมและพื้นที่ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: งานเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์สัตว์ป่า บรรยากาศเทือกเขาบรรทัด พื้นที่ป่าไม้ ลำธารธรรมชาติ และการเรียนรู้ระบบนิเวศภาคใต้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. การเข้าชมพื้นที่ดูแลสัตว์ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
ค่าเข้าชม: ไม่พบอัตราค่าธรรมเนียมทั่วไปที่ประกาศชัดเจน การเข้าชมเชิงศึกษาหรือเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้า
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอศรีนครินทร์และตำบลบ้านนา แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านนาวงตามพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางเนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้แนวภูเขาและห่างจากเขตเมือง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุง
 

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
 
33. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณซอย 14 หมู่ 8 ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน เป็นสถานที่สำคัญด้านการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของภาคตะวันออก โดยมีพื้นที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติของบริเวณเขาสอยดาว ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขาที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัด
 
ความสำคัญของสถานีแห่งนี้อยู่ที่บทบาทด้านการดูแลและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภายใต้การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องอาศัยความรู้ด้านพฤติกรรมสัตว์ อาหาร สุขภาพ และการจัดการพื้นที่ สถานีเพาะเลี้ยงจึงมีความแตกต่างจากสวนสัตว์เพื่อการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีภารกิจด้านการอนุรักษ์และการจัดการสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญ
 
พื้นที่เขาสอยดาวเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศทางภาคตะวันออกที่มีป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ระบบนิเวศป่ามีความสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายประเภท ทั้งในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ พื้นที่หลบภัย และถิ่นอาศัยสำหรับการสืบพันธุ์ การทำความเข้าใจเรื่องถิ่นอาศัยจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องความแตกต่างของสัตว์กินพืช สัตว์กินเนื้อ และสัตว์ที่มีพฤติกรรมหากินในเวลากลางคืน เนื่องจากสัตว์แต่ละชนิดมีความต้องการและการปรับตัวไม่เหมือนกัน การดูแลสัตว์ภายใต้การเพาะเลี้ยงจึงต้องคำนึงถึงลักษณะทางชีววิทยาเป็นสำคัญ
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้เห็นความสำคัญของการจัดการสัตว์อย่างเหมาะสม รวมถึงปัญหาที่สัตว์ป่าอาจเผชิญจากการสูญเสียถิ่นอาศัย การลักลอบค้าสัตว์ และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า
 
การเข้าชมควรจำกัดอยู่ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต และไม่ควรรบกวนสัตว์ด้วยเสียงหรือแสง เนื่องจากสัตว์บางชนิดอาจอยู่ระหว่างการดูแลเฉพาะด้าน ผู้ที่ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือทำกิจกรรมศึกษาธรรมชาติควรประสานงานกับหน่วยงานล่วงหน้า
 
สถานที่แห่งนี้สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอำเภอโป่งน้ำร้อนได้ โดยเหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติและงานดูแลสัตว์ป่า มากกว่าการท่องเที่ยวรูปแบบสวนสนุกหรือกิจกรรมนันทนาการขนาดใหญ่
 
ไฮไลต์: การเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์สัตว์ป่า พื้นที่ธรรมชาติเขาสอยดาว การเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ และระบบนิเวศป่าภาคตะวันออก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. การเข้าชมพื้นที่ดูแลสัตว์ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงาน
 
ค่าเข้าชม: ไม่พบอัตราบัตรเข้าชมทั่วไปที่ยืนยันได้ชัดเจน การเข้าชมเชิงศึกษาหรือเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อผู้ดูแลก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอโป่งน้ำร้อน แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลทับไทรและบริเวณซอย 14 หมู่ 8 ตามพิกัดแผนที่ โดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นทางเลือกที่สะดวก เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างจากตัวเมืองและใกล้ภูมิประเทศแบบป่าเขา
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา
 
34. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม บริเวณกิโลเมตรที่ 33 ตำบลตากแดด อำเภอเมืองพังงา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อพื้นที่ภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่สนใจสัตว์ป่าและต้องการศึกษาการดูแลสัตว์ภายใต้ภารกิจของหน่วยงานอนุรักษ์
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามีความแตกต่างจากสวนสัตว์เชิงพาณิชย์ เพราะให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์และภารกิจด้านการอนุรักษ์เป็นหลัก สัตว์ที่อยู่ภายใต้การดูแลอาจมีความต้องการเฉพาะด้าน ทั้งอาหาร สุขภาพ พื้นที่พักผ่อน และการลดความเครียดจากสิ่งรบกวนภายนอก
 
นักท่องเที่ยวที่เข้าชมพื้นที่ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าหลายประเภทและความสำคัญของการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ การทำความเข้าใจเรื่องสัตว์ป่ายังช่วยให้เห็นปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียพื้นที่ป่า การล่าสัตว์ และการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงโดยไม่เหมาะสม
 
จังหวัดพังงามีระบบนิเวศธรรมชาติหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ภูเขาหินปูน และพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หลายชนิด ความหลากหลายของภูมิประเทศดังกล่าวทำให้การเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่ามีความเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศหลายประเภทของภาคใต้
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเข้าชมสถานีเพาะเลี้ยงเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อสัตว์ป่า และความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมนี้อธิบายว่าเหตุใดสัตว์ป่าจึงไม่ควรถูกจับจากธรรมชาติมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไป
 
บริเวณสถานีเหมาะกับการศึกษาธรรมชาติอย่างสงบ ผู้เข้าชมควรเดินเฉพาะเส้นทางที่กำหนด ไม่ให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าไปในบริเวณที่ใช้ดูแลหรือรักษาสัตว์ การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยรักษาสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยของผู้มาเยือน
 
ด้วยทำเลริมถนนเพชรเกษมจึงเหมาะกับการแวะระหว่างเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดพังงา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบนบกเพิ่มเติมจากการท่องเที่ยวชายทะเลและหมู่เกาะ
 
ไฮไลต์: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า บรรยากาศธรรมชาติร่มรื่น ความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ และการเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู สำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อประสานงานล่วงหน้า
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปยังตำบลตากแดด แล้วเดินทางตามพิกัดบริเวณกิโลเมตรที่ 33 สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จังหวัดฉะเชิงเทรา
 
35. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านท่ากลอง ถนนทางหลวงหมายเลข 3259 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ เป็นพื้นที่สำคัญด้านการเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์สัตว์ป่าของภาคตะวันออก มีบทบาทในการดูแลสัตว์และส่งเสริมความรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความสัมพันธ์กับผืนป่าและภูมิประเทศของอำเภอท่าตะเกียบ
 
ความสำคัญของสถานีแห่งนี้อยู่ที่ภารกิจด้านการดูแลสัตว์ป่า ซึ่งต้องอาศัยการจัดการอาหาร สุขภาพ และสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับสัตว์แต่ละชนิด สัตว์ป่าที่ได้รับการดูแลในสถานีเพาะเลี้ยงอาจมีลักษณะและความต้องการแตกต่างจากสัตว์ที่ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องได้รับการจัดการโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เฉพาะด้าน
 
พื้นที่อำเภอท่าตะเกียบมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศป่าภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายประเภท การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ในบริเวณนี้จึงช่วยให้เห็นความสำคัญของการรักษาพื้นที่ป่าและการป้องกันผลกระทบจากการสูญเสียถิ่นอาศัย
 
การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามีความสำคัญต่อการศึกษาพฤติกรรมและการดูแลประชากรสัตว์ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ผู้ที่สนใจด้านชีววิทยาสามารถเรียนรู้ว่าสัตว์แต่ละชนิดมีอาหาร พฤติกรรมการพักผ่อน และความต้องการด้านพื้นที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนดูแลสัตว์และการอนุรักษ์ในระยะยาว
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา การเข้าชมเชิงศึกษาสามารถช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับงานอนุรักษ์สัตว์ป่าและความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อธรรมชาติ โดยควรประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้า เนื่องจากภารกิจหลักของสถานีไม่ใช่การให้บริการท่องเที่ยวแบบสวนสัตว์ทั่วไป
 
นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่สัมผัสสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าไปในพื้นที่ดูแลเฉพาะของเจ้าหน้าที่ การเดินชมในบริเวณที่เปิดให้เข้าถึงอย่างสงบช่วยลดการรบกวนสัตว์และเหมาะกับวัตถุประสงค์ด้านการอนุรักษ์
 
การเดินทางสามารถจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของอำเภอท่าตะเกียบได้ โดยเหมาะกับผู้ที่สนใจผืนป่าและงานอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นพิเศษ ทั้งนี้ควรยืนยันการเปิดรับผู้เข้าชมในวันที่ต้องการเดินทางก่อนเสมอ
 
ไฮไลต์: งานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การดูแลสัตว์ภายใต้หลักวิชาการ ระบบนิเวศป่าภาคตะวันออก และการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: การเข้าชมเชิงศึกษาควรติดต่อประสานงานวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น. ตามข้อมูลการติดต่อของสถานี
 
ค่าเข้าชม: ไม่พบการประกาศอัตราค่าเข้าชมทั่วไป การเข้าเยี่ยมชมเพื่อศึกษาธรรมชาติควรติดต่อหน่วยงานล่วงหน้า
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองฉะเชิงเทราใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอท่าตะเกียบ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3259 ไปยังบ้านท่ากลอง ตำบลท่าตะเกียบ ตามพิกัดแผนที่ โดยรถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางมากที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว
 
36. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร บริเวณเส้นทางเชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญของภาคตะวันออก เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสัตว์ป่าและต้องการศึกษาความสัมพันธ์ของสัตว์กับพื้นที่ป่าธรรมชาติ
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามีบทบาทด้านการดูแลสัตว์และการอนุรักษ์ภายใต้ภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพ อาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด การศึกษาเรื่องการดูแลสัตว์ป่าช่วยให้เข้าใจว่าการอนุรักษ์สัตว์ต้องอาศัยความรู้และการจัดการอย่างเป็นระบบ
 
พื้นที่โดยรอบมีความสัมพันธ์กับผืนป่าปางสีดา ซึ่งเป็นระบบนิเวศป่าที่มีความสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายประเภท การรักษาพื้นที่ป่าช่วยสนับสนุนแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อสมดุลของธรรมชาติในระดับภูมิภาค
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าในพื้นที่นี้สามารถเชื่อมโยงกับความเข้าใจเรื่องสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งมีพฤติกรรมและการปรับตัวแตกต่างกัน สัตว์แต่ละชนิดมีบทบาทต่อระบบนิเวศและจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเข้าชมสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่วยสร้างความตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียถิ่นอาศัยและความสำคัญของการดูแลสัตว์อย่างรับผิดชอบ โดยการเรียนรู้จากพื้นที่จริงช่วยให้มองเห็นภาพของงานอนุรักษ์ได้ชัดเจนกว่าการศึกษาผ่านสื่อเพียงอย่างเดียว
 
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีภารกิจด้านการดูแลสัตว์ ผู้เข้าชมควรเคารพข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ ไม่ให้อาหารสัตว์หรือเข้าใกล้สัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่อาจอยู่ในช่วงพักฟื้นหรือปรับตัว
 
ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติปางสีดาสามารถจัดกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าร่วมกับการศึกษาธรรมชาติของพื้นที่ได้ โดยควรตรวจสอบการเปิดรับผู้เข้าชมและเส้นทางก่อนเดินทาง เพื่อให้เหมาะสมกับข้อกำหนดของสถานีและสภาพการเดินทางในแต่ละฤดูกาล
 
ไฮไลต์: การเพาะเลี้ยงและดูแลสัตว์ป่า งานอนุรักษ์ธรรมชาติ ทำเลใกล้อุทยานแห่งชาติปางสีดา และการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าภาคตะวันออก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลที่เผยแพร่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. การเข้าชมบางส่วนขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงาน
 
ค่าเข้าชม: โดยทั่วไปเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู อาจมีช่องทางร่วมสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ตามความสมัครใจ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสระแก้วใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอวัฒนานคร แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลหนองหมากฝ้ายโดยใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติปางสีดา ตามพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางมากที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง
 
37. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง จังหวัดระยอง ตั้งอยู่บริเวณอ่าวบ้านเพ หมู่ 2 ตำบลเพ อำเภอเมืองระยอง เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ทะเลและทรัพยากรชายฝั่งที่มีความสำคัญของภาคตะวันออก โดยมีจุดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์น้ำหลากหลายชนิดและการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลของอ่าวไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชนประมงและการท่องเที่ยวชายฝั่ง
 
สถานที่แห่งนี้มีบทบาทด้านการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรมของสัตว์น้ำหลายประเภท ผ่านส่วนจัดแสดงที่ออกแบบให้สามารถสังเกตสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด
 
ความน่าสนใจของการศึกษาสัตว์น้ำอยู่ที่ความแตกต่างของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศทะเล เช่น สัตว์ที่อยู่ใกล้พื้นทะเล สัตว์ที่อาศัยในแนวปะการัง และสัตว์ที่เคลื่อนที่ในน้ำเปิด ซึ่งแต่ละกลุ่มมีรูปร่างและวิธีการหาอาหารที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม
 
บริเวณบ้านเพเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อการประมงและการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง การเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำจึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าทรัพยากรทะเลมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างไร และเหตุใดการรักษาคุณภาพน้ำกับการป้องกันขยะทะเลจึงมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตและผู้คนที่พึ่งพาทะเล
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์น้ำเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ โดยสามารถเปรียบเทียบรูปร่าง การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมของปลาแต่ละชนิดได้จากการสังเกตจริง รวมถึงเชื่อมโยงความรู้เรื่องห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ภายในพื้นที่มีการจัดแสดงเพื่อการเรียนรู้เป็นหลัก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติและต้องการกิจกรรมเชิงการศึกษาระหว่างท่องเที่ยวจังหวัดระยอง อย่างไรก็ตาม สถานที่มีข้อมูลการปิดปรับปรุงชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมโครงสร้าง ผู้ที่วางแผนเดินทางควรตรวจสอบประกาศการกลับมาเปิดให้บริการก่อนทุกครั้ง
 
เมื่อกลับมาเปิดให้เข้าชมตามปกติ สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกับชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณบ้านเพได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการชมส่วนจัดแสดงและตรวจสอบรอบกิจกรรมที่อาจเปิดให้บริการเพิ่มเติม
 
ไฮไลต์: สัตว์น้ำทะเล ระบบนิเวศอ่าวไทย การเรียนรู้ทรัพยากรประมง ทำเลบริเวณอ่าวบ้านเพ และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติทางทะเล
 
วันเปิดทำการ: ตารางปกติวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร แต่มีสถานะปิดปรับปรุงชั่วคราว เวลาเปิดทำการ: ตารางปกติวันพุธ – วันศุกร์ 10:00 – 16:00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ยังไม่ยืนยันอัตราบัตรสำหรับการกลับมาเปิดบริการหลังการปรับปรุง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองระยองใช้ถนนสุขุมวิทหรือเส้นทางเชื่อมต่อมุ่งหน้าไปยังตำบลเพ แล้วเข้าสู่บริเวณอ่าวบ้านเพตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ แต่ควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ
 
38. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีบทบาทด้านการเพาะเลี้ยง การดูแลสัตว์ป่า และการส่งเสริมความรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ประชาชนและผู้สนใจธรรมชาติ
 
ความสำคัญของสถานีแห่งนี้อยู่ที่การเป็นพื้นที่ทำงานด้านสัตว์ป่าซึ่งแตกต่างจากสวนสัตว์เชิงพาณิชย์ทั่วไป เพราะการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมสัตว์ สุขภาพ อาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับแต่ละชนิด การจัดการสัตว์ภายใต้หลักวิชาการมีส่วนช่วยให้ประชาชนเข้าใจความสำคัญของการอนุรักษ์และการดูแลสัตว์อย่างรับผิดชอบ
 
พื้นที่ธรรมชาติและภูมิประเทศของจังหวัดศรีสะเกษมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศป่าไม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หลายประเภท ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลื้อยคลาน การเรียนรู้เรื่องถิ่นอาศัยจึงช่วยให้เห็นว่าการดูแลสัตว์ป่าต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าตามธรรมชาติ
 
ผู้ที่สนใจสัตว์ป่าสามารถศึกษาเรื่องความแตกต่างของสัตว์แต่ละกลุ่ม เช่น สัตว์กินพืชที่มีระบบย่อยอาหารเหมาะกับพืช สัตว์นักล่าที่มีฟันและประสาทสัมผัสสำหรับหาอาหาร และสัตว์ปีกที่มีลักษณะร่างกายเหมาะกับการเคลื่อนที่ในอากาศ ความหลากหลายเหล่านี้สะท้อนการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม
 
สถานีแห่งนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะการเดินทางชมธรรมชาติผามรกตซึ่งมีการจัดเป็นรอบตามประกาศ การท่องเที่ยวลักษณะนี้ช่วยเชื่อมโยงความรู้เรื่องสัตว์ป่ากับการศึกษาภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จริง
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจงานอนุรักษ์ การเข้าชมเป็นโอกาสในการเรียนรู้บทบาทของหน่วยงานที่ดูแลสัตว์ป่า รวมถึงความสำคัญของการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ การลดการรบกวนสัตว์ตามธรรมชาติ และการจัดการพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์
 
การเข้าชมควรดำเนินตามวันและเวลาที่หน่วยงานเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเข้าชมเป็นหมู่คณะและกิจกรรมเส้นทางธรรมชาติซึ่งมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ผู้เข้าชมควรไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เข้าไปในพื้นที่ดูแลสัตว์ที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึง
 
ไฮไลต์: การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า งานอนุรักษ์ธรรมชาติ กิจกรรมเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า การท่องเที่ยวผามรกตตามรอบที่เปิดบริการ และการศึกษาระบบนิเวศท้องถิ่น
 
วันเปิดทำการ: นักท่องเที่ยวทั่วไป วันเสาร์และวันอาทิตย์ ส่วนการเข้าชมเป็นหมู่คณะมีเงื่อนไขการนัดหมายเฉพาะ เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 15:00 น.
 
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 200 บาท ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวผามรกตมีค่าใช้จ่ายแยกตามแพ็กเกจและจำนวนผู้ร่วมเดินทาง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอขุขันธ์ แล้วเข้าสู่ตำบลปรือใหญ่และบ้านนาจะเรียตามป้ายบอกทาง ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง และประสานงานเรื่องวันเข้าชมก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์
 
สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จังหวัดเชียงราย
 
39. สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 170 หมู่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว เป็นพื้นที่ด้านการวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติของภาคเหนือ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาพฤติกรรมสัตว์และการทำงานด้านการดูแลสัตว์ป่าภายใต้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
แม้ชื่อจะเกี่ยวข้องกับดอยตุง แต่ที่ตั้งของสถานีอยู่ในอำเภอแม่ลาว จึงควรใช้พิกัดสถานที่เป็นหลักในการวางแผนเดินทาง ความสำคัญของพื้นที่อยู่ที่บทบาทในการดูแลสัตว์ป่าและการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ ซึ่งแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวบนดอยตุงที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คุ้นเคย
 
การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของสัตว์แต่ละชนิด เพราะสัตว์มีพฤติกรรมการหาอาหาร การพักผ่อน และการใช้พื้นที่แตกต่างกัน การดูแลสัตว์จึงต้องคำนึงถึงลักษณะทางชีววิทยา สภาพแวดล้อม และการลดปัจจัยที่อาจทำให้สัตว์เกิดความเครียด
 
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ สถานีแห่งนี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับป่าไม้ของภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วยระบบนิเวศหลากหลายประเภท ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบเขาในบางพื้นที่ สัตว์แต่ละชนิดมีความสามารถในการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศและแหล่งอาหารที่แตกต่างกัน
 
การเรียนรู้ด้านสัตว์ป่ายังช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการสูญเสียถิ่นอาศัยและการลักลอบค้าสัตว์ เนื่องจากการลดจำนวนสัตว์ป่าในธรรมชาติอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารและความสมดุลของระบบนิเวศ การอนุรักษ์จึงต้องดำเนินงานทั้งด้านการรักษาพื้นที่ป่าและการดูแลประชากรสัตว์
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กสามารถใช้กิจกรรมชมสัตว์ในพื้นที่อนุญาตเป็นโอกาสสอนเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิต โดยเน้นการสังเกตอย่างสงบ การไม่ให้อาหารสัตว์โดยพลการ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
ด้วยทำเลในอำเภอแม่ลาว สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงการศึกษาจากตัวเมืองเชียงรายได้ โดยควรตรวจสอบพื้นที่ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและเงื่อนไขการเข้าชมก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานีมีภารกิจด้านวิจัยและการดูแลสัตว์ควบคู่กัน
 
ไฮไลต์: งานวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การอนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ด้านพฤติกรรมสัตว์ และการเข้าชมโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตูสำหรับพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางมุ่งหน้าอำเภอแม่ลาว แล้วเข้าสู่ตำบลจอมหมอกแก้วและบ้านหนองผักเฮือดตามพิกัดแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง
 
สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
 
40. สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติบริเวณภูเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสัตว์ป่า การวิจัยธรรมชาติ และการศึกษาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ภูเขียวเป็นชื่อที่มีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ เนื่องจากพื้นที่ป่าในบริเวณนี้มีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศของภูเขาและป่าต้นน้ำ การรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้จึงมีส่วนช่วยสนับสนุนถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและรักษาความสมดุลของธรรมชาติในระยะยาว
 
สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามีบทบาทในการศึกษาการดูแลและจัดการสัตว์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม งานลักษณะนี้ต้องอาศัยข้อมูลด้านสุขภาพ อาหาร การขยายพันธุ์ และพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิด ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า
 
ผู้ที่สนใจด้านชีววิทยาสามารถเรียนรู้ว่าสัตว์แต่ละประเภทมีลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมแตกต่างกัน สัตว์กินพืชบางชนิดมีพฤติกรรมอยู่รวมฝูงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ขณะที่สัตว์นักล่ามีลักษณะร่างกายและประสาทสัมผัสที่เหมาะกับการหาอาหาร การรักษาความหลากหลายของสัตว์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลระบบนิเวศให้สมดุล
 
สถานที่แห่งนี้มีความเหมาะสมกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะช่วยให้เด็กและเยาวชนเข้าใจการทำงานด้านสัตว์ป่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ถิ่นอาศัย การศึกษาในพื้นที่จริงยังช่วยสร้างความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ และกิจกรรมของมนุษย์ที่รบกวนสัตว์ป่า
 
การเข้าชมควรดำเนินตามข้อกำหนดของผู้ดูแล เนื่องจากสถานีวิจัยมีพื้นที่ปฏิบัติงานและพื้นที่ดูแลสัตว์ที่อาจจำกัดการเข้าถึง นักท่องเที่ยวควรไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เข้าไปในบริเวณที่ไม่ได้รับอนุญาต และไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์
 
ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอำเภอคอนสารสามารถจัดสถานีแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยควรตรวจสอบวันเวลาและเงื่อนไขการเข้าชมล่วงหน้า รวมถึงเตรียมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก
 
ไฮไลต์: งานวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การอนุรักษ์ภูเขียว ความรู้ด้านระบบนิเวศป่าไม้ และการเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามตารางบริการ ปิดวันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอคอนสาร แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลห้วยยางและพื้นที่สถานีวิจัยตามพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว
 
สถานีเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี
 
41. สถานีเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บริเวณเขาเตาปูน ถนนจอมพล ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ เป็นสถานที่สำคัญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีบทบาทในการดูแลสัตว์และการส่งเสริมความรู้เรื่องสัตว์ป่า เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติและการดำเนินงานด้านอนุรักษ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง
 
พื้นที่ห้วยทรายมีความสำคัญในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีภูมิประเทศที่ประกอบด้วยพื้นที่ป่าไม้ เนินเขา และพื้นที่ที่ได้รับการดูแลฟื้นฟู สภาพแวดล้อมดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการรักษาความชุ่มชื้นและการสร้างถิ่นอาศัยที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต
 
การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเป็นกิจกรรมที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยทางชีววิทยาหลายด้าน ทั้งการคัดเลือกอาหาร การจัดสภาพแวดล้อม การดูแลสุขภาพ และการลดสิ่งรบกวน เพราะสัตว์แต่ละชนิดมีความต้องการที่แตกต่างกัน การทำงานด้านนี้จึงต้องอาศัยความรู้และการดูแลอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับผู้สนใจงานอนุรักษ์ การเรียนรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่วยให้เข้าใจว่าการดูแลสัตว์ไม่ใช่เพียงการให้อาหารและจัดที่พักอาศัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาพฤติกรรมตามธรรมชาติ การจัดการประชากร และการดูแลสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม
 
การศึกษาสัตว์ป่าในพื้นที่นี้สามารถเชื่อมโยงกับความรู้เรื่องระบบนิเวศป่าและความสำคัญของการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูให้เหมาะสม ก็สามารถสนับสนุนการดำรงชีวิตของสัตว์และพืชหลายชนิดได้ดีขึ้น
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การเยี่ยมชมพื้นที่อนุญาตเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าด้วยความรับผิดชอบ โดยควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าพื้นที่บางส่วนเป็นสถานที่ปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่า ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวที่สามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ
 
สถานที่แห่งนี้สามารถจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในอำเภอชะอำและพื้นที่ห้วยทราย โดยควรประสานงานเรื่องการเข้าชมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะคณะนักเรียนหรือกลุ่มศึกษาดูงานที่ต้องการเจ้าหน้าที่ให้ความรู้
 
ไฮไลต์: การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า งานอนุรักษ์ธรรมชาติ พื้นที่ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมห้วยทราย และการเรียนรู้เกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. การเข้าชมพื้นที่ดูแลสัตว์ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
ค่าเข้าชม: ไม่มีอัตราบัตรเข้าชมทั่วไปที่ประกาศชัดเจน การเข้าชมเชิงศึกษาควรประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบุรีหรืออำเภอชะอำใช้เส้นทางมุ่งหน้าตำบลสามพระยา แล้วเดินทางต่อไปยังบริเวณเขาเตาปูนและถนนจอมพลตามพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย
 
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
 
42. สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นพื้นที่เกี่ยวกับการดูแลสัตว์และการเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ มีลักษณะแตกต่างจากสวนสัตว์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพราะให้ความสำคัญกับบทบาทของสถานสงเคราะห์และการดูแลสัตว์ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ในบริเวณที่กำหนด
 
ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่แนวคิดการดูแลสัตว์อย่างรับผิดชอบ ซึ่งครอบคลุมการจัดอาหาร การดูแลสุขภาพ การจัดพื้นที่พักผ่อน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์แต่ละประเภท การเรียนรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าสัตว์ต้องได้รับการดูแลตามความต้องการทางชีววิทยา ไม่ใช่เพียงการจัดพื้นที่สำหรับการชมเท่านั้น
 
การเข้าชมสัตว์ในพื้นที่ดูแลเป็นโอกาสในการศึกษาลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์หลายประเภท รวมถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ โดยผู้เข้าชมสามารถใช้การสังเกตเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้เรื่องการดำรงชีวิตของสัตว์และการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
 
การดูแลสัตว์ที่อยู่ภายใต้การสงเคราะห์จำเป็นต้องคำนึงถึงประวัติและสุขภาพของสัตว์ เพราะสัตว์บางตัวอาจต้องการอาหารหรือสภาพแวดล้อมเฉพาะด้าน การเคารพคำแนะนำของผู้ดูแลจึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการไม่ให้อาหารสัตว์ที่นำมาเองและไม่สัมผัสสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
สำหรับเด็กและเยาวชน สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิต โดยสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดมีภาระด้านอาหาร สุขภาพ และการดูแลระยะยาว ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์
 
บรรยากาศบริเวณบ้านพุประดู่และตำบลหนองบัวเป็นพื้นที่นอกเขตเมืองที่มีความสงบกว่าย่านท่องเที่ยวหลัก ผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่องสัตว์สามารถจัดโปรแกรมเยี่ยมชมร่วมกับการท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอเมืองกาญจนบุรีได้ โดยควรคำนึงถึงเงื่อนไขการเข้าชมและความเหมาะสมของกิจกรรม
 
การเข้าชมควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์และการเคารพพื้นที่ปฏิบัติงานของผู้ดูแล ไม่รบกวนสัตว์ที่กำลังพักผ่อนหรือได้รับการดูแล และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึง
 
ไฮไลต์: สถานสงเคราะห์สัตว์ การเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ การดูแลสัตว์อย่างรับผิดชอบ และบรรยากาศชนบทของอำเภอเมืองกาญจนบุรี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ไม่มีอัตราค่าบัตรทั่วไปที่ยืนยันได้ชัดเจน ควรตรวจสอบเงื่อนไขการเยี่ยมชมกับผู้ดูแลสถานที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าตำบลหนองบัว แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านพุประดู่ตามพิกัดแผนที่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
 
สวนน้ำสวนสัตว์ภูกระดึง จังหวัดเลย
 
43. สวนน้ำสวนสัตว์ภูกระดึง จังหวัดเลย ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยคะมะ ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่ผสมผสานกิจกรรมสวนน้ำและการชมสัตว์ไว้ภายในบริเวณเดียวกัน มีจุดเด่นจากการเป็นพื้นที่พักผ่อนและนันทนาการที่สามารถใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การจัดพื้นที่ให้มีกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำและส่วนจัดแสดงสัตว์ควบคู่กัน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักผ่อนในสวนน้ำหรือเดินชมสัตว์ตามความสนใจ โดยมีบรรยากาศของอำเภอภูกระดึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ
 
ภายในมีสระน้ำ เครื่องเล่นน้ำ และพื้นที่สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งช่วยสร้างกิจกรรมพักผ่อนในช่วงวันหยุด การท่องเที่ยวสวนน้ำเหมาะกับช่วงอากาศร้อน แต่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและเลือกพื้นที่เล่นน้ำให้เหมาะกับช่วงวัย
 
ส่วนจัดแสดงสัตว์และปลาสวยงามช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้ เพราะเด็กสามารถสังเกตความแตกต่างของสัตว์แต่ละประเภท รวมถึงรูปร่าง สีสัน และพฤติกรรมการดำรงชีวิต การชมสัตว์ควบคู่กับกิจกรรมนันทนาการช่วยให้การท่องเที่ยวมีทั้งความสนุกและสาระความรู้
 
ปลาสวยงามเป็นสัตว์น้ำที่มีสีสันและรูปทรงหลากหลาย การสังเกตลักษณะของปลาแต่ละชนิดช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องการเคลื่อนไหว การหายใจผ่านเหงือก และการปรับตัวของสัตว์ที่ดำรงชีวิตในน้ำ ขณะที่สัตว์บกสามารถใช้เป็นตัวอย่างในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตได้
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว เพราะสามารถแบ่งเวลาระหว่างการเล่นน้ำ การพักผ่อน และการชมสัตว์ได้ โดยควรเตรียมชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัว และของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก รวมถึงปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสวนน้ำ
 
สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอำเภอภูกระดึง สามารถจัดกิจกรรมที่นี่ร่วมกับการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมพักผ่อนหลังจากเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติหรือเดินทางไกล
 
ไฮไลต์: สวนน้ำ สไลเดอร์ เครื่องเล่นน้ำ ส่วนจัดแสดงสัตว์ ปลาสวยงาม และกิจกรรมนันทนาการสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 18:00 น.
 
ค่าเข้าชม: บัตรเข้าชมและเล่นน้ำ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอภูกระดึง แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลภูกระดึงและบ้านห้วยคะมะตามพิกัดแผนที่ โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนน้ำสวนสัตว์ภูกระดึง
 
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา จังหวัดพะเยา
 
44. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา จังหวัดพะเยา ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรประมงน้ำจืดที่มีความสำคัญต่อภาคเหนือ โดยมีบทบาทด้านการวิจัย การพัฒนาทรัพยากรสัตว์น้ำ และการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปลาน้ำจืด รวมถึงความสำคัญของกว๊านพะเยาซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน
 
ความโดดเด่นของศูนย์แห่งนี้อยู่ที่การรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจืดเข้ากับงานวิจัยและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การอนุรักษ์พันธุ์ปลา และความสำคัญของการรักษาทรัพยากรประมงให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
 
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมรู้จักปลาบึกในฐานะปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ของลุ่มน้ำโขง ปลาบึกมีลักษณะทางกายภาพเฉพาะตัวและมีความสำคัญต่อการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำจืดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
การเรียนรู้เรื่องปลาบึกช่วยให้เข้าใจความสำคัญของการอนุรักษ์ปลาในแม่น้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากสัตว์น้ำบางชนิดต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ การสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของปลาได้
 
กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการประมง การเกษตร และการท่องเที่ยว การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำในบริเวณนี้จึงช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศน้ำจืดกับวิถีชีวิตของประชาชน รวมถึงความสำคัญของการรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในระยะยาว
 
ภายในพื้นที่ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ด้านวิชาการ ทำให้สามารถจัดกิจกรรมศึกษาธรรมชาติควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของพื้นที่ได้ ผู้เข้าชมควรศึกษาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงาน โดยเฉพาะบริเวณที่ใช้สำหรับงานวิจัยหรือปฏิบัติงานด้านประมง
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ศูนย์แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนเรื่องชีววิทยาของปลา ระบบนิเวศน้ำจืด และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่ครอบครัวสามารถใช้เวลาศึกษาสัตว์น้ำและเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวบริเวณกว๊านพะเยาได้ภายในวันเดียว
 
ไฮไลต์: พิพิธภัณฑ์ปลาบึก งานวิจัยประมงน้ำจืด การอนุรักษ์พันธุ์ปลา ระบบนิเวศกว๊านพะเยา และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
วันเปิดทำการ: วันทำการราชการ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตูสำหรับพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าไปยังบริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถโดยสารที่ผ่านบริเวณใกล้เคียงได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา
 
โอเอซิส ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี
 
45. โอเอซิส ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 85/2 หมู่ 13 ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่มีบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่ฟาร์มเป็นองค์ประกอบสำคัญ เหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์ควบคู่กับการพักผ่อนในบรรยากาศชนบท
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การผสมผสานกิจกรรมเชิงเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยมีพื้นที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและสวนธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์แตกต่างจากการชมสวนสัตว์ขนาดใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องการดูแลสัตว์ในระบบฟาร์มและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงได้
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก เพราะสามารถใช้การสังเกตพฤติกรรมการกินอาหาร การเคลื่อนไหว และการพักผ่อนของสัตว์เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจลักษณะทางชีววิทยา รวมถึงความสำคัญของการจัดอาหารและสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับสัตว์แต่ละชนิด
 
ภายในพื้นที่ยังมีสวนผีเสื้อที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของการเรียนรู้ธรรมชาติ ผีเสื้อเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตประกอบด้วยระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย การเรียนรู้วงจรชีวิตดังกล่าวช่วยให้เด็กเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสิ่งมีชีวิตและความสำคัญของแมลงต่อระบบนิเวศ
 
ผีเสื้อมีบทบาทในการช่วยผสมเกสรพืชหลายชนิด จึงมีความสัมพันธ์กับความหลากหลายของพืชพรรณและความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม การชมผีเสื้อในสวนเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับดอกไม้ รวมถึงความสำคัญของการรักษาพื้นที่สีเขียวและพืชอาหารสำหรับแมลง
 
อีกหนึ่งจุดเด่นที่เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของจังหวัดลพบุรีคือพื้นที่ทุ่งทานตะวัน ซึ่งสร้างสีสันให้กับภูมิทัศน์ของฟาร์มและเป็นมุมถ่ายภาพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยการชมดอกทานตะวันควรคำนึงถึงฤดูกาลและรอบการปลูก เนื่องจากความสวยงามของทุ่งดอกไม้เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
 
สำหรับครอบครัว การเที่ยวฟาร์มเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ธรรมชาติผ่านสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ทั้งสัตว์เลี้ยง แมลง และพืชพรรณ ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถใช้เวลาพักผ่อนในบรรยากาศชนบทและบันทึกภาพความประทับใจได้
 
การวางแผนเที่ยวสามารถใช้เวลาประมาณครึ่งวันและจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวอำเภอพัฒนานิคมได้ โดยควรตรวจสอบกิจกรรมที่เปิดให้บริการและสภาพของทุ่งดอกไม้ก่อนเดินทาง เพื่อให้ตรงกับความสนใจของผู้ร่วมทริป
 
ไฮไลต์: ฟาร์มสัตว์เลี้ยง สวนผีเสื้อ ทุ่งทานตะวัน บรรยากาศชนบท กิจกรรมเชิงเกษตร และมุมถ่ายภาพสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ค่าเข้าชม: ไม่พบอัตราบัตรเข้าชมปัจจุบันที่ยืนยันได้ชัดเจน โดยกิจกรรมภายในฟาร์มอาจมีค่าใช้จ่ายแยกตามประเภทบริการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองลพบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอพัฒนานิคม แล้วเข้าสู่ตำบลช่องสาริกาตามพิกัดแผนที่ โดยฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง โอเอซิส ฟาร์ม
 
สวนผีเสื้อสายทิพย์ จังหวัดชลบุรี
 
46. สวนผีเสื้อสายทิพย์ จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา บริเวณเส้นทางเชื่อมต่อไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีจุดเด่นด้านการเพาะเลี้ยงผีเสื้อและการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแมลง เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเรียนรู้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ
 
ความโดดเด่นอยู่ที่การจัดพื้นที่ให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการดำรงชีวิตของผีเสื้อ ทั้งไม้ดอก พืชอาหาร และพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถสังเกตพฤติกรรมของผีเสื้อในบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับพืชพรรณได้อย่างน่าสนใจ
 
ผีเสื้อเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ ประกอบด้วยระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ซึ่งแต่ละช่วงมีลักษณะรูปร่างและพฤติกรรมแตกต่างกัน การเรียนรู้วงจรชีวิตนี้ช่วยให้เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสิ่งมีชีวิตและบทบาทของสิ่งแวดล้อมต่อการเจริญเติบโตของแมลง
 
ระยะหนอนของผีเสื้อมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต เพราะเป็นช่วงที่มีการกินอาหารและสะสมพลังงาน ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่ระยะดักแด้และกลายเป็นผีเสื้อเต็มวัย การศึกษาพืชอาหารของหนอนผีเสื้อจึงช่วยให้เห็นว่าผีเสื้อแต่ละชนิดมีความสัมพันธ์กับพืชบางประเภทเป็นพิเศษ
 
เมื่อเจริญเติบโตเป็นผีเสื้อเต็มวัย แมลงชนิดนี้มีบทบาทในการช่วยผสมเกสรดอกไม้ โดยการบินจากดอกหนึ่งไปยังอีกดอกหนึ่งระหว่างหาอาหาร ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของพืชและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ
 
ภายในพื้นที่มีส่วนจัดแสดงและกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อและแมลง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาลักษณะปีก สีสัน และความแตกต่างของผีเสื้อแต่ละชนิด การสังเกตลวดลายบนปีกยังช่วยให้เข้าใจเรื่องการพรางตัว การเตือนภัย และการปรับตัวของแมลงต่อศัตรูตามธรรมชาติ
 
นอกจากผีเสื้อแล้ว ยังมีการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับผึ้ง ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรที่มีความสำคัญต่อการเกษตรและระบบนิเวศ การเรียนรู้เรื่องผึ้งช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการอยู่รวมกันเป็นสังคม การหาอาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับการผลิตอาหารของมนุษย์
 
บรรยากาศของสวนมีความร่มรื่นจากไม้ดอกและพืชพรรณ เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพผีเสื้อควรเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ไม่จับปีกผีเสื้อและไม่รบกวนแมลง เพราะปีกผีเสื้อมีโครงสร้างบอบบางและอาจได้รับความเสียหายจากการสัมผัสโดยตรง
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนในรูปแบบที่สนุกและเข้าใจง่าย เด็กสามารถสังเกตผีเสื้อบินท่ามกลางดอกไม้ เรียนรู้เรื่องวงจรชีวิต และเข้าใจว่าการอนุรักษ์แมลงมีความสำคัญต่อธรรมชาติไม่แพ้การอนุรักษ์สัตว์ขนาดใหญ่
 
ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้เส้นทางไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสัตว์และธรรมชาติภายในวันเดียวได้ โดยควรตรวจสอบการเปิดให้บริการและกิจกรรมก่อนเดินทาง รวมถึงเลือกช่วงเวลาที่มีแสงธรรมชาติและสภาพอากาศเหมาะกับการชมผีเสื้อ
 
ไฮไลต์: สวนผีเสื้อขนาดใหญ่ การเรียนรู้วงจรชีวิตผีเสื้อ พืชอาหารและไม้ดอก พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแมลง ความรู้เรื่องผึ้ง และการถ่ายภาพธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลที่เผยแพร่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:30 น.
 
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ตามอัตราที่เผยแพร่บนหน้าสถานที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชลบุรีหรือศรีราชาใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่พื้นที่บางพระ แล้วเดินทางตามเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก โดยควรตรวจสอบพิกัดปลายทางก่อนเดินทาง
 
อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา จังหวัดชลบุรี
 
47. อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา (The Million Years Stone Park & Pattaya Crocodile Farm) จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 22/1 หมู่ 1 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานความงดงามของสวนหินธรรมชาติ ต้นไม้โบราณ ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์ขนาดย่อมไว้ในพื้นที่เดียวกัน มีชื่อเสียงจากการจัดแสดงหินรูปร่างแปลกตา ต้นไม้กลายเป็นหิน และสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะจระเข้ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของสถานที่แห่งนี้
 
ประวัติการก่อตั้งอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาเกี่ยวข้องกับคุณสวน พนมวัฒนากุล ผู้มีความสนใจด้านธรรมชาติและการสะสมสิ่งของที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ โดยใช้เวลาหลายสิบปีในการรวบรวมหินและต้นไม้ลักษณะพิเศษ ก่อนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นอุทยานสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานที่เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และได้รับการพัฒนาพื้นที่จัดแสดงอย่างต่อเนื่อง
 
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปคือสวนหินขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมหินธรรมชาติที่มีรูปร่างหลากหลาย ทั้งหินที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ รูปทรงประติมากรรมธรรมชาติ และก้อนหินขนาดใหญ่ที่จัดวางร่วมกับสวนไม้ดอกและต้นไม้ประดับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความงดงามขององค์ประกอบทางธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของลักษณะหินและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมตามกาลเวลา
 
ต้นไม้กลายเป็นหินเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเนื้อไม้ในระยะเวลายาวนาน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แร่ธาตุสามารถเข้าไปแทนที่โครงสร้างเดิมของไม้จนเกิดเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ยังคงลักษณะคล้ายลำต้น การชมตัวอย่างเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับความรู้ด้านธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ธรรมชาติ
 
นอกจากหินและซากไม้โบราณแล้ว ยังมีต้นไม้ดัดและพรรณไม้ประดับอายุมากที่สะท้อนศิลปะการดูแลต้นไม้ในสวนแบบไทย ต้นไม้ดัดบางต้นมีอายุหลายร้อยปีและได้รับการจัดแต่งให้มีรูปทรงโดดเด่น การเดินชมสวนจึงให้ทั้งความเพลิดเพลินจากภูมิทัศน์และความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับศิลปะการจัดสวน
 
ส่วนฟาร์มจระเข้เป็นองค์ประกอบสำคัญของสถานที่ โดยมีทั้งจระเข้น้ำจืดและจระเข้น้ำเค็มให้ศึกษา จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีโครงสร้างร่างกายเหมาะกับการดำรงชีวิตในน้ำและบนบก มีหางแข็งแรงสำหรับการว่ายน้ำ ผิวหนังที่มีเกล็ดแข็ง และขากรรไกรที่ทรงพลัง การชมจระเข้ในพื้นที่จัดแสดงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจลักษณะการปรับตัวของสัตว์นักล่าในระบบนิเวศแหล่งน้ำ
 
จุดเด่นของฟาร์มคือพื้นที่เลี้ยงจระเข้จำนวนมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสังเกตความแตกต่างของขนาดตัว พฤติกรรมการพักผ่อน และการเคลื่อนไหวของจระเข้ โดยการเข้าชมต้องอยู่ในบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์นักล่าที่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยหากเข้าใกล้โดยไม่เหมาะสม
 
กิจกรรมการแสดงจระเข้เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สร้างชื่อเสียงให้ฟาร์มมายาวนาน โดยมีการจัดแสดงตามรอบเวลา นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจากพื้นที่นั่งชมที่กำหนด ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และไม่พยายามเลียนแบบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัตว์นักล่า เพราะเป็นการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง
 
ภายในยังมีพื้นที่จัดแสดงสัตว์ชนิดอื่นเพิ่มเติม เช่น เสือขาว ม้า และสัตว์ปีกบางประเภท ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถศึกษาความแตกต่างของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานภายในสถานที่เดียวกัน การจัดแสดงสัตว์หลายประเภทช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติ
 
อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาเหมาะสำหรับการเที่ยวชมแบบครึ่งวัน โดยสามารถเลือกเดินชมสวนหินและต้นไม้โบราณก่อนเข้าชมฟาร์มจระเข้หรือกิจกรรมตามรอบเวลา ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจะพบมุมถ่ายภาพทั้งสวนหิน สวนไม้ประดับ และภูมิทัศน์ที่จัดตกแต่งไว้อย่างมีเอกลักษณ์ ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เหมาะสำหรับเดินกลางแจ้ง
 
ทำเลในตำบลหนองปลาไหลทำให้สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในพัทยาและอำเภอบางละมุงได้สะดวก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพมหานครหรือพักอยู่ในเมืองพัทยา การผสมผสานการชมสวนธรรมชาติกับการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทำให้สถานที่แห่งนี้มีลักษณะแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปที่เน้นการจัดแสดงสัตว์เพียงอย่างเดียว
 
ไฮไลต์: สวนหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ต้นไม้กลายเป็นหิน ต้นไม้ดัดโบราณ ฟาร์มจระเข้ จระเข้น้ำจืดและน้ำเค็ม เสือขาว และกิจกรรมการแสดงจระเข้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
โทรศัพท์: 038-249-347 ถึง 038-249-349, 083-112-6080
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทยาหรือถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปยังพื้นที่นาเกลือ จากนั้นเข้าสู่ถนนชัยพรวิถี ทางหลวงหมายเลข 3024 บริเวณจุดเชื่อมต่อใกล้วัดสว่างฟ้า แล้วเดินทางต่อไปยังอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากเมืองพัทยาได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา
 
สวนสัตว์พาต้า กรุงเทพมหานคร
 
48. สวนสัตว์พาต้า (Pata Zoo) กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ภายในอาคารพาต้า ปิ่นเกล้า เลขที่ 125 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด เป็นสวนสัตว์เอกชนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์บนชั้นสูงของอาคารศูนย์การค้า แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ สวนสัตว์แห่งนี้มีประวัติยาวนานและเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำของครอบครัวชาวกรุงเทพมหานครหลายรุ่น
 
สวนสัตว์พาต้าเริ่มเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2526 ภายหลังการพัฒนาห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า โดยพื้นที่จัดแสดงสัตว์หลักอยู่บริเวณชั้น 6 และ 7 ของอาคาร การนำสวนสัตว์มาตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเป็นแนวคิดที่สะท้อนลักษณะการพักผ่อนของคนเมืองในอดีต ซึ่งนิยมเดินทางไปซื้อสินค้า รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมครอบครัวภายในอาคารเดียวกัน
 
ความน่าสนใจของสวนสัตว์พาต้าไม่ได้อยู่เพียงการจัดแสดงสัตว์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่มีการขยายตัวของย่านการค้าและชุมชนเมืองอย่างต่อเนื่อง สวนสัตว์แห่งนี้จึงมีบทบาททั้งในฐานะสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และส่วนหนึ่งของความทรงจำเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้ารุ่นเก่า
 
สัตว์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสวนสัตว์พาต้าคือบัวน้อย กอริลลาเพศเมียที่อยู่คู่สถานที่มายาวนาน กอริลลาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในกลุ่มไพรเมต มีความสามารถด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร และพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อนตามธรรมชาติ การเรียนรู้เกี่ยวกับกอริลลาช่วยให้เข้าใจความสำคัญของถิ่นอาศัยในป่าเขตร้อน การดูแลสัตว์ และการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงต่อการลดจำนวนประชากร
 
นอกจากกอริลลาแล้ว สวนสัตว์ยังมีส่วนจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์กลุ่มอื่นตามรูปแบบการจัดแสดงที่เปิดบริการ ผู้เข้าชมสามารถศึกษาเรื่องลักษณะร่างกาย อาหาร พฤติกรรม และความแตกต่างของสัตว์แต่ละชนิดภายในพื้นที่อาคาร ซึ่งเป็นประสบการณ์ต่างจากสวนสัตว์เปิดที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่
 
ลักษณะพิเศษของการจัดสวนสัตว์บนอาคารสูงทำให้การดูแลสัตว์มีข้อพิจารณาเฉพาะ เช่น พื้นที่อยู่อาศัย ระบบอากาศ ความสะอาด แสงสว่าง และการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับสัตว์แต่ละประเภท การเรียนรู้เกี่ยวกับสวนสัตว์ในรูปแบบนี้จึงสามารถเชื่อมโยงกับประเด็นสวัสดิภาพสัตว์และความสำคัญของการจัดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ตามความต้องการทางชีววิทยา
 
สวนสัตว์พาต้ามีการปรับปรุงพื้นที่จัดแสดงในช่วง พ.ศ. 2566 เพื่อพัฒนาส่วนเรียนรู้และรองรับนักท่องเที่ยว โดยยังคงเอกลักษณ์ของการเป็นสวนสัตว์ภายในอาคารพาต้าปิ่นเกล้า การปรับปรุงดังกล่าวช่วยให้ผู้ที่เคยมาเยือนในอดีตสามารถกลับมาสัมผัสสถานที่ที่คุ้นเคย ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักรูปแบบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติยาวนานของกรุงเทพมหานคร
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สวนสัตว์พาต้าเป็นสถานที่ที่สามารถใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์หลายประเภทโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมการชมสัตว์เป็นโอกาสอธิบายเรื่องพฤติกรรมสัตว์ อาหาร และถิ่นอาศัย รวมถึงปลูกฝังแนวทางปฏิบัติต่อสัตว์อย่างเหมาะสม เช่น ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะกระจก และไม่ให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
การชมสัตว์ในอาคารจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของแต่ละส่วนจัดแสดง โดยเฉพาะพื้นที่สัตว์ที่ต้องการความสงบ ผู้เข้าชมควรสังเกตสัตว์จากจุดที่กำหนด ไม่พยายามเรียกหรือกระตุ้นสัตว์ให้แสดงพฤติกรรม และหลีกเลี่ยงการใช้แสงแฟลชในบริเวณที่ห้ามถ่ายภาพ การชมสัตว์อย่างรับผิดชอบเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์เรียนรู้ที่เหมาะสม
 
ทำเลในเขตบางพลัดทำให้สามารถเดินทางจากย่านปิ่นเกล้า บางยี่ขัน และฝั่งพระนครได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมชมสวนสัตว์ร่วมกับการเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น สะพานพระราม 8 สวนสันติชัยปราการ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวภายในกรุงเทพมหานคร
 
สวนสัตว์พาต้าจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะสวนสัตว์เอกชนเก่าแก่ สถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ และพื้นที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การพักผ่อนของคนเมือง แม้มีรูปแบบและข้อจำกัดแตกต่างจากสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ แต่ก็มีเรื่องราวเฉพาะตัวที่เชื่อมโยงสัตว์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของผู้มาเยือนเข้าไว้ด้วยกัน
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์เอกชนบนอาคารสูง ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2526 บัวน้อยกอริลลา ส่วนจัดแสดงสัตว์หลายกลุ่ม และสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ของย่านปิ่นเกล้า
 
วันเปิดทำการ: วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดพิเศษตามประกาศ
เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากฝั่งพระนครสามารถใช้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเข้าสู่ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วเดินทางไปยังอาคารพาต้าปิ่นเกล้า ผู้ใช้รถไฟฟ้าสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงินลงสถานีบางยี่ขัน จากนั้นต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างเข้าสู่ห้างพาต้า ส่วนผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรเผื่อเวลาการจราจรบริเวณถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนสัตว์พาต้า
 
สวนนกชัยนาท จังหวัดชัยนาท
 
49. สวนนกชัยนาท จังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 4 ถนนพหลโยธิน ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท เป็นสวนสัตว์เฉพาะทางด้านนกและแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท มีพื้นที่ประมาณ 260 ไร่ และมีจุดเด่นจากกรงนกขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้นกหลายชนิดอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง พร้อมส่วนจัดแสดงสัตว์และกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับครอบครัว
 
สวนนกชัยนาทมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ของภาคกลาง เนื่องจากเป็นสถานที่ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับสัตว์ปีกและการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ในบริเวณเดียวกัน ผู้เข้าชมสามารถศึกษาลักษณะของนกชนิดต่าง ๆ ทั้งรูปร่าง สีสัน ลักษณะปีก และพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำความเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ปีก
 
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่สุดคือกรงนกขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ประมาณ 26 ไร่ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่จัดแสดงนกในลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ การจัดพื้นที่ขนาดใหญ่ช่วยให้นกสามารถเคลื่อนไหวและใช้พื้นที่ได้หลากหลายกว่ากรงจัดแสดงขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวจึงสามารถสังเกตพฤติกรรมการบิน การเกาะพัก และการหาอาหารของนกจากจุดชมที่กำหนดได้
 
ภายในมีนกหลายประเภทที่มีลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมแตกต่างกัน เช่น นกที่มีปากเหมาะกับการกินเมล็ดพืช นกที่กินผลไม้ และนกที่กินสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร การสังเกตลักษณะปากและเท้าของนกช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับชนิดอาหารและวิธีการดำรงชีวิตได้อย่างชัดเจน
 
นกเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ ทั้งการกระจายเมล็ดพันธุ์พืช การช่วยผสมเกสร และการควบคุมประชากรแมลง การเรียนรู้เกี่ยวกับนกจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสวยงามของขนและสีสัน แต่ยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของนกกับป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ และแหล่งอาหารตามธรรมชาติ
 
นอกจากส่วนจัดแสดงนกแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีส่วนจัดแสดงสัตว์ชนิดอื่น เช่น สวนงู สวนกระต่าย และพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำจืด ทำให้สามารถศึกษาความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่มภายในบริเวณเดียวกัน กิจกรรมเหล่านี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เรื่องสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมผ่านประสบการณ์จริง
 
พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของการเรียนรู้ เพราะทำให้ผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบสัตว์ที่ดำรงชีวิตในน้ำกับสัตว์ที่อยู่บนบกหรือในอากาศ และเห็นความแตกต่างของการเคลื่อนไหว ระบบหายใจ และการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สวนนกชัยนาทเป็นสถานที่ที่สามารถใช้เวลาเที่ยวได้หลายชั่วโมง เพราะมีทั้งการชมสัตว์ การเดินพักผ่อนในสวน และการเรียนรู้นอกห้องเรียน ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมกรงนกเป็นโอกาสสอนเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ การไม่รบกวนสัตว์ และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
 
การเดินทางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางภาคกลางตอนบน ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันหากต้องการชมส่วนจัดแสดงหลักและพักผ่อนในบริเวณสวนอย่างไม่เร่งรีบ
 
ไฮไลต์: กรงนกขนาดใหญ่ประมาณ 26 ไร่ สวนสัตว์และส่วนจัดแสดงนกหลากหลายชนิด สวนงู สวนกระต่าย พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืด และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชียมุ่งหน้าจังหวัดชัยนาท จากนั้นเชื่อมต่อถนนพหลโยธินเข้าสู่ตำบลเขาท่าพระและเดินทางตามป้ายสวนนกชัยนาท รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนนกชัยนาท
 
สวนงูสภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร
 
50. สวนงูสภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ภายในสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เลขที่ 1871 ถนนพระราม 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับงูและสัตว์เลื้อยคลานที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีบทบาททั้งด้านการศึกษา การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับงู และการสนับสนุนความเข้าใจเรื่องพิษงูและการป้องกันอันตรายจากงูอย่างถูกต้อง
 
สวนงูสภากาชาดไทยมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของประเทศไทย เนื่องจากสถานเสาวภามีบทบาทเกี่ยวกับงานผลิตเซรุ่มและการศึกษาเรื่องพิษงู การพัฒนาสวนงูเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับงูจึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสัตววิทยาเข้ากับการสาธารณสุขและการป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ
 
ภายในมีส่วนจัดแสดงงูหลายประเภท ทั้งงูพิษและงูไม่มีพิษ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความแตกต่างของสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่าง ๆ การศึกษาลักษณะลำตัว เกล็ด รูปร่างศีรษะ และพฤติกรรมของงูต้องใช้ข้อมูลประกอบอย่างเหมาะสม เพราะไม่สามารถจำแนกความเป็นพิษของงูได้อย่างน่าเชื่อถือจากลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงอย่างเดียว
 
งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศธรรมชาติ โดยเฉพาะการควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนู และสัตว์อื่นที่เป็นอาหารตามธรรมชาติ การเรียนรู้เกี่ยวกับงูจึงช่วยลดความเข้าใจผิดว่างูทุกชนิดเป็นอันตรายต่อมนุษย์ และส่งเสริมแนวคิดการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างปลอดภัย
 
การศึกษางูพิษมีความสำคัญต่อการป้องกันอุบัติเหตุ เพราะงูพิษบางชนิดอาจพบในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ หรือบริเวณใกล้ชุมชน ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้หลักการหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้งู การไม่พยายามจับงูด้วยตนเอง และความสำคัญของการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุถูกงูกัด
 
นอกจากการจัดแสดงงูแล้ว สวนงูยังมีการเผยแพร่ความรู้ผ่านกิจกรรมและการสาธิตโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจพฤติกรรมสัตว์และหลักความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องการชมกิจกรรมตามรอบควรตรวจสอบตารางในวันที่เดินทาง เพราะเวลาการจัดกิจกรรมอาจแตกต่างจากเวลาเปิดสถานที่
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา สวนงูสภากาชาดไทยเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องชีววิทยา สัตววิทยา และการแพทย์เข้าด้วยกัน นักเรียนสามารถศึกษาระบบการเคลื่อนไหวของงู ลักษณะอาหาร การลอกคราบ และความสำคัญของพิษงูในทางการแพทย์ได้จากการเรียนรู้ภายในพื้นที่
 
สวนงูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการศึกษาที่เหมาะกับครอบครัวและผู้สนใจธรรมชาติ แต่การเข้าชมควรปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยไม่สัมผัสสัตว์หรือเข้าใกล้พื้นที่จัดแสดงเกินระยะปลอดภัย รวมถึงไม่พยายามเลียนแบบการจับหรือจัดการงูของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
 
ด้วยทำเลในย่านพระราม 4 และพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จึงสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถโดยสาร หรือรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก เหมาะกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงการศึกษาครึ่งวัน โดยสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่เรียนรู้อื่นในเขตปทุมวันได้
 
ไฮไลต์: การจัดแสดงงูพิษและงูไม่มีพิษ ความรู้เกี่ยวกับพิษงูและเซรุ่ม กิจกรรมให้ความรู้จากเจ้าหน้าที่ การศึกษาสัตว์เลื้อยคลาน และประวัติศาสตร์การแพทย์ของสถานเสาวภา
 
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันหยุดบางประเภทตามประกาศของสถานเสาวภา เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ 08:30 – 15:30 น. วันหยุดที่เปิดบริการ 09:30 – 13:00 น.
 
การเดินทาง: จากพื้นที่กรุงเทพมหานครเดินทางไปยังถนนพระราม 4 บริเวณสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ผู้ใช้รถไฟฟ้าสามารถเดินทางด้วย MRT มาลงสถานีสามย่านหรือสถานีสีลม แล้วเดินทางต่อมายังสถานเสาวภาได้ตามความสะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนงูสภากาชาดไทย
 
ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ ฟาร์มจระเข้วสันต์ จังหวัดชัยนาท
 
51. ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ (ฟาร์มจระเข้วสันต์) จังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ เป็นฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ขนาดย่อมที่มีประวัติด้านการเพาะเลี้ยงจระเข้มายาวนาน ภายในพื้นที่มีจระเข้เป็นสัตว์หลัก พร้อมสัตว์ชนิดอื่นที่จัดแสดงให้ประชาชนได้เรียนรู้ จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการเป็นแหล่งชมสัตว์ในระดับท้องถิ่นที่สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานในจังหวัดชัยนาท
 
ประวัติการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้ในอำเภอวัดสิงห์ ซึ่งเป็นกิจการที่มีความสำคัญต่อการศึกษาและการเพาะเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานของประเทศไทย ฟาร์มจระเข้วสันต์ยังเป็นชื่อที่ปรากฏในข้อมูลการขึ้นทะเบียนสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการสัตว์ภายใต้ระบบฟาร์ม
 
จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่มีการปรับตัวสำหรับการดำรงชีวิตทั้งในน้ำและบนบก ลำตัวมีเกล็ดแข็ง หางยาวและแข็งแรงสำหรับการว่ายน้ำ ขากรรไกรมีพละกำลังมาก และมีตำแหน่งดวงตากับรูจมูกที่ช่วยให้สามารถเฝ้าสังเกตสิ่งรอบตัวขณะอยู่ใต้น้ำบางส่วน การชมจระเข้จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องวิวัฒนาการและลักษณะทางกายภาพของสัตว์นักล่า
 
จระเข้น้ำจืดเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย การศึกษาสัตว์ชนิดนี้ช่วยให้เห็นบทบาทของผู้ล่าในระบบนิเวศ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างจระเข้กับประชากรสัตว์ชนิดอื่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ความแตกต่างของจระเข้กับสัตว์เลื้อยคลานประเภทอื่นได้จากลักษณะร่างกายและพฤติกรรมการเคลื่อนไหว
 
นอกจากจระเข้แล้ว ยังมีข้อมูลการจัดแสดงสัตว์ชนิดอื่น เช่น เสือ กวาง นกยูง นกกระจอกเทศ และสัตว์น้ำบางประเภท การมีสัตว์หลายกลุ่มช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบลักษณะการกินอาหาร การเคลื่อนที่ และถิ่นอาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลื้อยคลานได้ภายในบริเวณเดียวกัน
 
สำหรับเด็กและเยาวชน ฟาร์มจระเข้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านสัตววิทยาเข้ากับการสังเกตสัตว์จริง โดยผู้ปกครองสามารถอธิบายเรื่องการวางไข่ การเจริญเติบโต การใช้หางในการว่ายน้ำ และการควบคุมอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
 
การเข้าชมต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณบ่อจระเข้ซึ่งไม่ควรยืนชิดขอบหรือยื่นมือและสิ่งของเข้าไปในเขตเลี้ยงสัตว์ ผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามป้ายแนะนำของสถานที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดการรบกวนสัตว์
 
ด้วยทำเลในอำเภอวัดสิงห์ สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับการชมธรรมชาติและสถานที่สำคัญของจังหวัดชัยนาทได้ โดยเหมาะสำหรับการเข้าชมระยะสั้นถึงครึ่งวัน ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองชัยนาทสามารถใช้ถนนสายชัยนาท–วัดสิงห์และเดินทางต่อไปยังตำบลมะขามเฒ่าได้สะดวก
 
ไฮไลต์: ฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้ จระเข้น้ำจืด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ปีก การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลาน และการเข้าชมฟรี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยนาทใช้ทางหลวงหมายเลข 3183 มุ่งหน้าอำเภอวัดสิงห์ แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลมะขามเฒ่า บริเวณกิโลเมตรที่ 24 ของเส้นทางชัยนาท–วัดสิงห์ ตามป้ายบอกทางและพิกัดแผนที่ เหมาะสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์
 
หมู่บ้านช้างพัทยา จังหวัดชลบุรี
 
52. หมู่บ้านช้างพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างที่มีประวัติยาวนานของเมืองพัทยา เปิดดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 และมีบทบาทในการดูแลช้างพร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับวิถีชีวิตของมนุษย์ จุดเด่นอยู่ที่บรรยากาศพื้นที่ธรรมชาติ กิจกรรมเกี่ยวกับช้าง และการเรียนรู้วัฒนธรรมการดูแลช้างในประเทศไทย
 
ประวัติของหมู่บ้านช้างพัทยาเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถานที่สำหรับดูแลช้างที่เคยทำงานและต้องการพื้นที่พักอาศัยอย่างเหมาะสม ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่ดูแลช้างควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทของช้างจากสัตว์ใช้งานในอดีตมาสู่สัตว์ที่ได้รับการดูแลในสถานที่เฉพาะ
 
ช้างเอเชียเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีความสามารถด้านการเรียนรู้และการจดจำ มีงวงที่ใช้หยิบจับอาหาร ดื่มน้ำ และสำรวจสิ่งรอบตัว รวมถึงมีการสื่อสารผ่านเสียง การสัมผัส และพฤติกรรมทางสังคม การเรียนรู้เรื่องช้างจึงช่วยให้เห็นความซับซ้อนของสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์มาเป็นเวลายาวนาน
 
ความสำคัญของช้างในประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวข้องกับการคมนาคม การทำงานป่าไม้ การเกษตร และวัฒนธรรมประเพณี การศึกษาบทบาทของช้างช่วยให้เข้าใจว่ามนุษย์เคยพึ่งพาแรงงานสัตว์ขนาดใหญ่อย่างไร และเหตุใดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ช้างในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น
 
ภายในพื้นที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับช้างและบรรยากาศธรรมชาติ โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร การดูแล และการดำรงชีวิตของช้างผ่านกิจกรรมที่เปิดให้บริการตามเงื่อนไขของสถานที่ การเลือกกิจกรรมควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อช้างอย่างเหมาะสมและลดกิจกรรมที่อาจสร้างความเครียดให้สัตว์
 
มองช้างคาเฟ่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีบรรยากาศการพักผ่อนและการชมช้างเป็นจุดสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถจัดเวลาใช้บริการพักผ่อนและเรียนรู้เกี่ยวกับช้างร่วมกันได้ แต่ควรตรวจสอบว่ากิจกรรมใดรวมอยู่ในค่าบัตรและกิจกรรมใดมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก การเยี่ยมชมช้างเป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ขนาดใหญ่และความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิต ผู้ปกครองสามารถอธิบายเรื่องอาหารของช้าง ความต้องการน้ำและพื้นที่เคลื่อนไหว รวมถึงเหตุผลที่สัตว์ใหญ่ต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรที่มีความชำนาญ
 
หมู่บ้านช้างพัทยาสามารถจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้ โดยอยู่ในพื้นที่หนองปรือซึ่งเดินทางจากเขตชายหาดพัทยาได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้าง ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาการจราจรและตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรมในวันที่ต้องการเข้าชมก่อนออกเดินทาง
 
ไฮไลต์: แหล่งดูแลช้างเก่าแก่ของพัทยา ประวัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 การเรียนรู้พฤติกรรมช้าง มองช้างคาเฟ่ และบรรยากาศพื้นที่ธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 18:00 น. สำหรับกิจกรรมหมู่บ้านช้าง โดยส่วนคาเฟ่อาจมีเวลาบริการแตกต่างกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทยาเดินทางไปยังตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง ตามเส้นทางเข้าหมู่บ้านช้างพัทยา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่บ้านช้างพัทยา
 

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร
 
53. อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ภายในสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับผีเสื้อและแมลงที่มีความสำคัญของกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่จัดแสดงผีเสื้อภายในโดมขนาดใหญ่ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการดำรงชีวิตของแมลง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับครอบครัวและผู้สนใจระบบนิเวศ
 
ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือการเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับผีเสื้อภายในพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร โดยมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ และโดมจัดแสดงผีเสื้อที่มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ตารางเมตร สูงประมาณ 15 เมตร การออกแบบพื้นที่ช่วยให้สามารถจัดพืชอาหารและสภาพแวดล้อมสำหรับผีเสื้อได้อย่างเหมาะสม
 
ผีเสื้อเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ ประกอบด้วยระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย การเปลี่ยนแปลงรูปร่างในแต่ละระยะเป็นตัวอย่างสำคัญของกระบวนการเจริญเติบโตของแมลง ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ว่าผีเสื้อแต่ละช่วงชีวิตมีความต้องการอาหารและสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน
 
ในระยะหนอน ผีเสื้อส่วนใหญ่กินใบพืชที่เป็นอาหารเฉพาะของแต่ละชนิด ขณะที่ระยะตัวเต็มวัยมักกินน้ำหวานจากดอกไม้ การจัดพื้นที่ปลูกพืชอาหารและไม้ดอกจึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผีเสื้อทั้งวงจร และเป็นองค์ประกอบที่ทำให้อุทยานแห่งนี้มีความเหมาะสมกับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับพืช
 
ผีเสื้อมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะช่วยผสมเกสรพืชหลายชนิดและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ การลดลงของประชากรผีเสื้อในบางพื้นที่อาจเกี่ยวข้องกับการสูญเสียพืชอาหาร การใช้สารเคมี และการเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัย การเรียนรู้เรื่องผีเสื้อจึงช่วยส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ภายในอุทยานมีพื้นที่นิทรรศการและการเรียนรู้เกี่ยวกับแมลง ซึ่งช่วยให้เด็กและเยาวชนเข้าใจความแตกต่างของแมลงชนิดต่าง ๆ ทั้งรูปร่าง จำนวนขา ลักษณะปีก และการดำรงชีวิต ผู้เข้าชมสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านชีววิทยาเข้ากับการสังเกตแมลงจริงได้
 
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพธรรมชาติ อุทยานผีเสื้อเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการฝึกถ่ายภาพระยะใกล้ โดยควรใช้การเคลื่อนไหวที่สงบและหลีกเลี่ยงการจับหรือรบกวนผีเสื้อ เพราะปีกของผีเสื้อมีโครงสร้างบอบบาง การถ่ายภาพอย่างระมัดระวังช่วยให้สามารถบันทึกความสวยงามของแมลงได้โดยลดผลกระทบต่อสัตว์
 
ด้วยทำเลภายในสวนรถไฟ นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมชมผีเสื้อร่วมกับการเดินเล่น พักผ่อน และทำกิจกรรมกลางแจ้งในสวนสาธารณะได้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมเชิงการศึกษาภายในกรุงเทพมหานครโดยไม่เสียค่าเข้าชม
 
ไฮไลต์: โดมผีเสื้อขนาดใหญ่ การเรียนรู้วงจรชีวิตผีเสื้อ พืชอาหารแมลง นิทรรศการเกี่ยวกับแมลง พื้นที่สีเขียวของสวนรถไฟ และการเข้าชมฟรี
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันจันทร์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านประตู
 
การเดินทาง: จากพื้นที่กรุงเทพมหานครเดินทางไปยังสวนวชิรเบญจทัศหรือสวนรถไฟ เขตจตุจักร ผู้ใช้รถไฟฟ้าสามารถเดินทางด้วย BTS ลงสถานีหมอชิต หรือ MRT ลงสถานีสวนจตุจักร จากนั้นเดินหรือต่อรถโดยสารเข้าสู่บริเวณสวนรถไฟตามจุดทางเข้าที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ
 
สวนปาล์มฟาร์มนก จังหวัดฉะเชิงเทรา
 
54. สวนปาล์มฟาร์มนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่เลขที่ 25 หมู่ 6 ถนนวนภูติ 6 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและฟาร์มนกที่มีเอกลักษณ์จากการรวบรวมนกหลายประเภทไว้ในพื้นที่สวนปาล์มและสวนธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสัตว์ปีก การเรียนรู้พฤติกรรมนก และการพักผ่อนในบรรยากาศสวนร่มรื่นของจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การจัดพื้นที่ให้สัตว์ปีกเป็นองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยว โดยมีบรรยากาศต้นไม้และสวนเป็นส่วนสำคัญ การเดินชมสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่มีพื้นที่สีเขียวช่วยสร้างประสบการณ์แตกต่างจากการชมสัตว์ในอาคาร และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างไม่เร่งรีบ
 
นกเป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายสูงทั้งรูปร่าง ขนาด สีสัน และลักษณะการดำรงชีวิต นกบางชนิดมีจะงอยปากเหมาะกับการกินเมล็ดพืช ขณะที่บางชนิดมีจะงอยปากสำหรับกินผลไม้หรือจับสัตว์ขนาดเล็ก การเรียนรู้ความแตกต่างเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างร่างกายกับชนิดอาหารและถิ่นอาศัย
 
การสังเกตพฤติกรรมนกยังช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจรูปแบบการสื่อสารของสัตว์ปีก ทั้งการร้อง การแสดงท่าทาง และพฤติกรรมการอยู่รวมกลุ่ม นกหลายชนิดมีการสื่อสารด้วยเสียงเพื่อกำหนดอาณาเขต เรียกหาคู่ หรือเตือนภัยแก่สมาชิกในกลุ่ม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความน่าสนใจด้านสัตววิทยา
 
ระบบนิเวศสวนและพื้นที่สีเขียวมีความสำคัญต่อสัตว์ปีก เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหาร พื้นที่พักผ่อน และแหล่งทำรัง ต้นไม้หลายชนิดให้ผลหรือเมล็ดที่เป็นอาหารของนก ขณะที่แมลงในสวนเป็นแหล่งอาหารสำคัญของนกอีกหลายประเภท การเรียนรู้เรื่องนกจึงช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับพืชพรรณ
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเที่ยวฟาร์มนกเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะการสังเกตธรรมชาติ เพราะนกแต่ละชนิดมีลักษณะโดดเด่นที่สามารถเปรียบเทียบได้ เช่น รูปร่างปีก ลักษณะหาง สีของขน และพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ผู้ปกครองสามารถใช้กิจกรรมนี้อธิบายเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ปีกและการไม่รบกวนสัตว์ขณะพักผ่อน
 
การถ่ายภาพนกควรใช้ระยะที่เหมาะสมและไม่ส่งเสียงดังหรือเคาะกรงจัดแสดง เพราะนกหลายชนิดไวต่อสิ่งรบกวน การถ่ายภาพจากจุดที่อนุญาตและการเคารพคำแนะนำของผู้ดูแลช่วยให้สามารถชมสัตว์ได้อย่างปลอดภัยและส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์
 
สถานที่แห่งนี้สามารถจัดร่วมกับโปรแกรมท่องเที่ยวอำเภอคลองเขื่อนและพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกงได้ โดยเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำกิจกรรมชมสัตว์และพักผ่อนในบรรยากาศสวน ควรวางแผนการเดินทางให้ตรงกับวันเปิดบริการ และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแดดสำหรับการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง
 
ไฮไลต์: ฟาร์มนก นกหลายประเภท สวนปาล์ม พื้นที่ธรรมชาติร่มรื่น การเรียนรู้พฤติกรรมสัตว์ปีก และกิจกรรมสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันจันทร์ตามตารางปกติ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองฉะเชิงเทราใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอคลองเขื่อน แล้วเข้าสู่ตำบลบางตลาดและถนนวนภูติ 6 ตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนปาล์มฟาร์มนก
 
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ บ้านตากลาง
 
55. หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้เกี่ยวกับช้างที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย โดยมีเอกลักษณ์จากวิถีชีวิตของชาวกูยที่มีความผูกพันกับช้างมาอย่างยาวนาน ภายในพื้นที่มีศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับช้าง ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานเรื่องสัตว์เข้ากับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
บ้านตากลางมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การเลี้ยงช้างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากชุมชนชาวกูยมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับการดูแลช้างและการอยู่ร่วมกับช้างสืบทอดกันมาหลายรุ่น ความรู้เหล่านี้ครอบคลุมการให้อาหาร การดูแลสุขภาพ และการเข้าใจพฤติกรรมของช้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชน
 
ช้างเอเชียเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ มีงวงที่สามารถใช้หยิบจับอาหาร ดื่มน้ำ และสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ช้างยังมีพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อนและสามารถสื่อสารผ่านเสียงกับการสัมผัส การศึกษาเรื่องช้างจึงช่วยให้เข้าใจความสำคัญของสภาพแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในฝูง
 
ศูนย์คชศึกษาเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับช้างและวัฒนธรรมของคนเลี้ยงช้าง โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ประวัติการใช้ช้างในประเทศไทย บทบาทของช้างในวิถีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดูแลช้างในสังคมปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้เห็นว่าการอนุรักษ์ช้างมีความสัมพันธ์กับทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมของมนุษย์
 
โครงการโลกของช้างเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยนำเสนอความสำคัญของช้างผ่านพื้นที่จัดแสดงและกิจกรรมการเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสามารถทำความเข้าใจเรื่องพฤติกรรม อาหาร การดูแล และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับช้าง โดยการเรียนรู้ควรเน้นหลักสวัสดิภาพสัตว์และการลดกิจกรรมที่อาจทำให้ช้างเกิดความเครียด
 
พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์เป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมโยงเรื่องสัตว์เข้ากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับวิถีชีวิตของชาวกูย รวมถึงความสำคัญของช้างในสังคมไทย การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการช่วยให้เข้าใจว่าช้างไม่ได้เป็นเพียงสัตว์สำหรับชม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญขององค์ความรู้และวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
 
บริเวณชุมชนยังมีเอกลักษณ์ด้านวิถีชีวิตและประเพณีเกี่ยวกับช้าง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สร้างความแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง และเห็นความสัมพันธ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการดูแลสัตว์ขนาดใหญ่ในชีวิตประจำวัน
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเยี่ยมชมหมู่บ้านช้างเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้ด้านสัตววิทยา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ผู้ปกครองสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างเอเชีย การรักษาป่าไม้และแหล่งอาหาร และความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อสัตว์ที่อยู่ภายใต้การดูแล
 
การเดินทางสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับชมศูนย์คชศึกษา พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมอื่นที่เปิดบริการ ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชาวกูยควรใช้เวลาเรียนรู้บริบทของชุมชนควบคู่กับการชมช้าง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนกว่าการชมสัตว์เพียงอย่างเดียว
 
ไฮไลต์: หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ วิถีชีวิตชาวกูย และการเรียนรู้วัฒนธรรมการดูแลช้าง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 17:00 น. โดยสถานที่และกิจกรรมบางส่วนมีตารางบริการเฉพาะ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอท่าตูม แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลกระโพและบ้านตากลางตามป้ายบอกทาง โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทางและการเยี่ยมชมสถานที่หลายแห่งภายในชุมชน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์
 
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครปฐม
 
56. อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับแมลงและความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญด้านการศึกษาและวิจัย มีจุดเด่นจากการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแมลงชนิดต่าง ๆ วงจรชีวิต และบทบาทของแมลงในระบบนิเวศ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้ที่สนใจธรรมชาติ
 
ความสำคัญของอุทยานแห่งนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านกีฏวิทยาเข้ากับการเรียนรู้จากสิ่งมีชีวิตจริง แมลงเป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายสูงและอาศัยอยู่ในระบบนิเวศเกือบทุกประเภท การศึกษาลักษณะร่างกาย วงจรชีวิต และพฤติกรรมของแมลงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
ผีเสื้อเป็นตัวอย่างสำคัญของแมลงที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างสมบูรณ์ โดยเริ่มจากระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย แต่ละช่วงชีวิตมีลักษณะและความต้องการอาหารแตกต่างกัน การเรียนรู้วงจรชีวิตดังกล่าวช่วยให้เด็กเข้าใจกระบวนการเจริญเติบโตของสัตว์และความสำคัญของพืชอาหารแต่ละชนิด
 
แมลงมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทั้งการผสมเกสร การย่อยสลายอินทรียวัตถุ และการเป็นอาหารของสัตว์ชนิดอื่น เช่น นก กบ และสัตว์เลื้อยคลาน การเรียนรู้เรื่องแมลงจึงช่วยให้เห็นว่าความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไม่ได้ขึ้นอยู่กับสัตว์ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมาก
 
อุทยานยังเหมาะกับการศึกษาความแตกต่างของแมลงที่มีประโยชน์ต่อการเกษตรและแมลงที่อาจสร้างความเสียหายต่อพืช เพราะการเข้าใจระบบนิเวศเกษตรช่วยให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้อย่างเหมาะสม และส่งเสริมการรักษาสมดุลระหว่างกิจกรรมการเกษตรกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
 
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา การเข้าชมสามารถเชื่อมโยงกับบทเรียนเรื่องโครงสร้างร่างกายของแมลง ระบบการสืบพันธุ์ และความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับพืชได้โดยตรง ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ผ่านนิทรรศการและพื้นที่ที่เปิดให้ศึกษา โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ดูแล
 
ทำเลภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทำให้สามารถจัดเป็นกิจกรรมทัศนศึกษาหรือศึกษาดูงานได้ เหมาะกับการเดินทางแบบครึ่งวันจากจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้ที่มาเป็นหมู่คณะควรติดต่อหน่วยงานล่วงหน้าเพื่อประสานการเข้าชม
 
ไฮไลต์: แหล่งเรียนรู้กีฏวิทยา วงจรชีวิตแมลง ความหลากหลายทางชีวภาพ การศึกษาด้านแมลงกับการเกษตร และกิจกรรมทัศนศึกษาสำหรับนักเรียน
 
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์ต้องประสานงานล่วงหน้า เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครปฐมเดินทางมุ่งหน้าอำเภอกำแพงแสน แล้วเข้าสู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ตามป้ายบอกทาง โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ
 
สวนผีเสื้อพานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
57. สวนผีเสื้อพานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีจุดเด่นด้านผีเสื้อและพืชพรรณ โดยมีการจัดพื้นที่ให้สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของผีเสื้อและความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการชมสัตว์ขนาดเล็กและพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสวน
 
ความน่าสนใจของสวนแห่งนี้อยู่ที่การนำความรู้ด้านธรรมชาติมาประยุกต์เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว ผีเสื้อเป็นแมลงที่มีความหลากหลายทั้งขนาด สีสัน และลวดลายบนปีก การสังเกตผีเสื้อช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าลักษณะของแมลงแต่ละชนิดมีความสัมพันธ์กับการพรางตัว การหาอาหาร และการปรับตัวตามสภาพแวดล้อม
 
ผีเสื้อมีวงจรชีวิตเริ่มจากไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย โดยระยะหนอนมีหน้าที่สำคัญในการกินอาหารและสะสมพลังงานก่อนเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนรูปร่าง การศึกษาวงจรชีวิตนี้ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาของแมลงและความสำคัญของพืชอาหารเฉพาะชนิด
 
พืชพรรณภายในสวนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำรงชีวิตของผีเสื้อ เพราะหนอนผีเสื้อหลายชนิดเลือกกินใบพืชเฉพาะประเภท ขณะที่ผีเสื้อตัวเต็มวัยมักใช้ดอกไม้เป็นแหล่งน้ำหวาน ความสัมพันธ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าการอนุรักษ์ผีเสื้อจำเป็นต้องอนุรักษ์พืชอาหารและแหล่งอาศัยไปพร้อมกัน
 
ผีเสื้อยังมีบทบาทในการผสมเกสรพืชหลายชนิด ซึ่งส่งผลต่อการขยายพันธุ์ของพืชและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การเรียนรู้เกี่ยวกับแมลงผสมเกสรจึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สวนธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรกรรม
 
การเดินชมสวนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบและศึกษาธรรมชาติผ่านการสังเกตจริง ผู้ที่สนใจถ่ายภาพผีเสื้อควรเคลื่อนไหวอย่างสงบ ไม่จับปีกแมลง และไม่รบกวนพฤติกรรมของสัตว์ เพราะผีเสื้อมีโครงสร้างปีกบอบบางและไวต่อการสัมผัส
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สวนผีเสื้อเป็นสถานที่ที่ช่วยกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องสีสันของแมลง การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับดอกไม้ได้จากการสังเกตธรรมชาติรอบตัว
 
ทำเลในอำเภอหัวหินช่วยให้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวชมสวนผีเสื้อร่วมกับกิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในพื้นที่ได้ โดยควรเลือกช่วงเวลาที่สภาพอากาศเหมาะสมกับการเดินกลางแจ้ง และตรวจสอบการให้บริการของสถานที่ก่อนออกเดินทาง
 
ไฮไลต์: ผีเสื้อหลากหลายชนิด พืชอาหารผีเสื้อ พืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้พื้นบ้าน การเรียนรู้วงจรชีวิตแมลง และบรรยากาศสวนธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองหัวหินใช้เส้นทางมุ่งหน้าพื้นที่หินเหล็กไฟ แล้วเดินทางตามพิกัดแผนที่ไปยังสวนผีเสื้อพานี สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนผีเสื้อพานี
 
ขจรฟาร์ม ฟาร์มนกกระจอกเทศ จังหวัดพิจิตร
 
58. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ) จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่เลขที่ 121 หมู่ 2 ตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงจากการเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศและการจัดแสดงสัตว์หลายประเภทในบรรยากาศฟาร์มชนบท โดยมีจุดเด่นจากการเป็นพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับนกขนาดใหญ่และการดำเนินกิจการฟาร์มสัตว์ เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
 
นกกระจอกเทศเป็นนกขนาดใหญ่ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา แม้จะเป็นสัตว์ปีกแต่ไม่สามารถบินได้เหมือนนกส่วนใหญ่ เนื่องจากมีลักษณะร่างกายที่เหมาะกับการวิ่งบนพื้นดิน โดยมีขาที่ยาวและแข็งแรงซึ่งช่วยให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว การชมสัตว์ชนิดนี้จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องวิวัฒนาการและการปรับตัวของนกที่ไม่บิน
 
นกกระจอกเทศมีพฤติกรรมการกินอาหารที่แตกต่างจากนกขนาดเล็ก โดยสามารถกินพืชและอาหารประเภทอื่นตามธรรมชาติได้ การจัดการอาหารในระบบฟาร์มจึงต้องคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ รวมถึงการจัดน้ำและพื้นที่เคลื่อนไหวให้เพียงพอ
 
การเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศมีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรและปศุสัตว์ เพราะเป็นสัตว์ที่มีการเลี้ยงในระบบฟาร์มเพื่อวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและการศึกษา การเข้าชมฟาร์มสามารถช่วยให้ผู้สนใจเข้าใจเรื่องการจัดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ การดูแลสุขภาพ และการจัดการฟาร์มอย่างรับผิดชอบ
 
ภายในมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดแสดงสัตว์ประเภทอื่นด้วย เช่น จระเข้ นกยูง กวาง และหมูป่า ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถเปรียบเทียบลักษณะการดำรงชีวิตของสัตว์หลายกลุ่ม ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลื้อยคลาน โดยกิจกรรมและจำนวนสัตว์ที่จัดแสดงอาจเปลี่ยนแปลงตามการดำเนินงานของฟาร์ม
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์ในฟาร์มเป็นกิจกรรมที่ช่วยเรียนรู้เรื่องความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตผ่านประสบการณ์จริง เด็กสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวของนกกระจอกเทศ ลักษณะขา และพฤติกรรมการหาอาหาร พร้อมเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในการเข้าใกล้สัตว์ขนาดใหญ่
 
การเดินชมฟาร์มควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแล โดยไม่เข้าใกล้สัตว์เกินระยะปลอดภัย ไม่ให้อาหารสัตว์ที่นำมาเอง และไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ที่มีขาแข็งแรงและอาจตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสิ่งกระตุ้น การรักษาระยะห่างจึงมีความสำคัญ
 
สถานที่แห่งนี้อยู่ในอำเภอดงเจริญซึ่งห่างจากตัวเมืองพิจิตรพอสมควร การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงเหมาะสมสำหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว โดยควรตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าชมและกิจกรรมของฟาร์มก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: นกกระจอกเทศ ฟาร์มสัตว์ขนาดใหญ่ การเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ สัตว์หลากหลายประเภท และบรรยากาศท่องเที่ยวเชิงเกษตร
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพิจิตรใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอดงเจริญ แล้วเดินทางเข้าสู่ตำบลวังงิ้วและบริเวณหมู่ 2 ตามพิกัดแผนที่ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ขจรฟาร์ม
 
ทะเลน้ำจืด ฟาร์มนกกระจอกเทศ จังหวัดกาญจนบุรี
 
59. ทะเลน้ำจืด (ฟาร์มนกกระจอกเทศ) จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 8 หมู่ 3 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนันทนาการที่ผสมผสานพื้นที่เล่นน้ำและฟาร์มสัตว์ไว้ในบริเวณเดียวกัน มีจุดเด่นจากสระน้ำขนาดใหญ่ที่จัดภูมิทัศน์คล้ายชายหาดและพื้นที่สำหรับชมสัตว์ โดยเฉพาะนกกระจอกเทศ เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนกลางแจ้ง
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การสร้างบรรยากาศคล้ายชายทะเลภายในจังหวัดที่ไม่มีชายฝั่งทะเล โดยมีพื้นที่สระน้ำและหาดทรายสำหรับกิจกรรมพักผ่อน ทำให้ผู้เข้าชมสามารถใช้เวลาร่วมกันได้หลายรูปแบบ ทั้งการเล่นน้ำ การพักผ่อน และการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ภายในฟาร์ม
 
นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ปีกขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการวิ่งสูง มีลักษณะเด่นจากขาที่ยาวและแข็งแรง รวมถึงปีกที่ไม่เหมาะสำหรับการบินเช่นเดียวกับนกทั่วไป การชมสัตว์ชนิดนี้ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของนกที่บินได้กับนกที่วิวัฒนาการให้เหมาะกับการเคลื่อนที่บนพื้นดิน
 
การเรียนรู้เรื่องนกกระจอกเทศสามารถเชื่อมโยงกับความรู้ด้านเกษตรกรรมและการดูแลสัตว์ในระบบฟาร์ม โดยเฉพาะการจัดอาหาร น้ำ และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสม การเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่จำเป็นต้องคำนึงถึงพฤติกรรมและการป้องกันอันตรายระหว่างสัตว์กับผู้เข้าชม
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สถานที่แห่งนี้มีความหลากหลายของกิจกรรม โดยสามารถแบ่งเวลาระหว่างการชมฟาร์มสัตว์กับการพักผ่อนในพื้นที่เล่นน้ำได้ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดในบริเวณสระน้ำและเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย
 
การท่องเที่ยวฟาร์มสัตว์อย่างรับผิดชอบควรไม่ให้อาหารสัตว์นอกเหนือจากที่ผู้ดูแลอนุญาต และไม่พยายามสัมผัสนกกระจอกเทศโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เพราะเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีพละกำลังสูงและอาจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
 
บรรยากาศกลางแจ้งทำให้การเตรียมตัวมีความสำคัญ โดยเฉพาะการพกหมวก น้ำดื่ม ครีมกันแดด และเสื้อผ้าที่เหมาะกับกิจกรรม ผู้ที่สนใจเล่นน้ำควรเตรียมชุดสำหรับเปลี่ยนและตรวจสอบกฎระเบียบการใช้พื้นที่ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
 
ทำเลในอำเภอท่าม่วงทำให้สามารถจัดโปรแกรมร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดกาญจนบุรีได้ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและต้องการกิจกรรมสำหรับครอบครัวแบบเต็มวัน
 
ไฮไลต์: สระน้ำและหาดทรายเทียม ฟาร์มนกกระจอกเทศ พื้นที่นันทนาการกลางแจ้ง และกิจกรรมครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 19:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีเดินทางมุ่งหน้าอำเภอท่าม่วง แล้วเข้าสู่ตำบลท่าตะคร้อและบริเวณหมู่ 3 ตามพิกัดแผนที่ โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทะเลน้ำจืด ฟาร์มนกกระจอกเทศ
 
หมู่บ้านช้างหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
60. หมู่บ้านช้างหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บริเวณถนนหัวหิน–หนองพลับ อำเภอหัวหิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างที่มีความน่าสนใจด้านการเรียนรู้วิถีชีวิตช้างไทยและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับช้าง มีจุดเด่นจากกิจกรรมชมช้างและบรรยากาศธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสัตว์ใหญ่และวัฒนธรรมการดูแลช้างในประเทศไทย
 
ช้างเอเชียเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ทั้งด้านการคมนาคม การทำงาน และวัฒนธรรมประเพณี การเรียนรู้เกี่ยวกับช้างจึงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสัตว์ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตมาเป็นเวลายาวนาน
 
ลักษณะเด่นของช้างอยู่ที่งวงซึ่งมีความสามารถในการหยิบจับอาหาร ดื่มน้ำ และสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นอกจากนี้ช้างยังมีประสาทสัมผัสและความสามารถด้านการเรียนรู้ที่ซับซ้อน การสังเกตพฤติกรรมของช้างจึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจลักษณะเฉพาะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่
 
การดูแลช้างต้องคำนึงถึงอาหาร น้ำ พื้นที่เคลื่อนไหว และสุขภาพ เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่ใช้พลังงานและต้องการอาหารปริมาณมาก ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องการจัดการอาหารและการดูแลช้างจากกิจกรรมที่เปิดให้บริการตามข้อกำหนดของสถานที่
 
ความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับควาญช้างเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญต่อการศึกษา เพราะควาญช้างต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมและการดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้เรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจภูมิปัญญาการเลี้ยงช้างและความสำคัญของการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การชมช้างเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ขนาดใหญ่จากประสบการณ์จริง ผู้ปกครองควรอธิบายถึงความสำคัญของการรักษาระยะห่างและการไม่สัมผัสหรือให้อาหารช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์
 
การท่องเที่ยวสถานที่เกี่ยวกับช้างควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ โดยเลือกกิจกรรมที่ไม่สร้างความเครียดให้กับช้างและไม่บังคับสัตว์ทำกิจกรรมเกินความเหมาะสม การชมช้างในบรรยากาศสงบและเรียนรู้เรื่องการดูแลช้างเป็นทางเลือกที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
 
ทำเลบนถนนหัวหิน–หนองพลับช่วยให้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอหัวหินได้ โดยควรตรวจสอบกิจกรรมที่เปิดให้บริการก่อนเดินทางและเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างตามความสะดวก
 
ไฮไลต์: ช้างเอเชีย การเรียนรู้วิถีควาญช้าง กิจกรรมชมช้าง และบรรยากาศธรรมชาติของหัวหิน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองหัวหินใช้ถนนหัวหิน–หนองพลับ มุ่งหน้าไปยังบริเวณหมู่บ้านช้างหัวหินตามป้ายบอกทางและพิกัดแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่บ้านช้างหัวหิน
 
ฟาร์มนกกระจอกเทศ จังหวัดนครสวรรค์
 
61. ฟาร์มนกกระจอกเทศ นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเนินกว้าว อำเภอโกรกพระ เป็นฟาร์มสัตว์เชิงเกษตรที่มีจุดเด่นจากการเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศและการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีบรรยากาศแบบชนบทและพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะกับการศึกษารูปแบบการเลี้ยงสัตว์ในระบบฟาร์ม
 
นกกระจอกเทศเป็นนกขนาดใหญ่ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา มีลักษณะเด่นจากคอและขาที่ยาว แม้จะมีปีกแต่ไม่สามารถบินได้ โดยสามารถใช้ขาที่แข็งแรงในการวิ่งและเคลื่อนที่บนพื้นดิน การศึกษานกกระจอกเทศช่วยให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างนกที่บินได้กับนกที่ปรับตัวสำหรับการดำรงชีวิตบนพื้นดิน
 
การเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบเกษตรกรรมและปศุสัตว์ โดยต้องคำนึงถึงอาหาร สุขภาพ การจัดพื้นที่ และการดูแลสัตว์ในแต่ละช่วงอายุ การเรียนรู้เรื่องนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าการเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการจัดการที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
 
ไข่นกกระจอกเทศมีขนาดใหญ่กว่าไข่นกทั่วไปอย่างชัดเจน และเป็นตัวอย่างที่เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องการสืบพันธุ์ของสัตว์ปีก การศึกษาลักษณะไข่และการเจริญเติบโตของลูกนกช่วยให้เข้าใจวงจรชีวิตและความแตกต่างของสัตว์แต่ละชนิด
 
ฟาร์มประเภทนี้ยังมีความน่าสนใจด้านการเรียนรู้เรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์และเศรษฐกิจการเกษตร เพราะการเลี้ยงนกกระจอกเทศต้องเชื่อมโยงการจัดการฟาร์ม การดูแลสุขภาพสัตว์ และกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้สนใจเกษตรกรรม
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์ในฟาร์มเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการสังเกตธรรมชาติ โดยสามารถศึกษาลักษณะขา รูปร่างปีก การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมการกินอาหารของนกกระจอกเทศ ควรรักษาระยะห่างจากสัตว์และไม่ให้อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
การวางแผนเดินทางควรคำนึงถึงทำเลในพื้นที่ชนบทของจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อความสะดวก และตรวจสอบวันเปิดให้เข้าชมรวมถึงกิจกรรมที่มีให้บริการในช่วงเวลาที่ต้องการเดินทาง
 
ไฮไลต์: ฟาร์มนกกระจอกเทศ การเรียนรู้สัตว์เศรษฐกิจ วงจรชีวิตสัตว์ปีก และบรรยากาศเกษตรกรรม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครสวรรค์เดินทางมุ่งหน้าอำเภอโกรกพระ แล้วเข้าสู่ตำบลเนินกว้าวตามพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางมากที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ฟาร์มนกกระจอกเทศ นครสวรรค์
 
บ่ออนุบาลเต่า กองทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดพังงา
 
62. บ่ออนุบาลเต่า กองทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และอนุบาลเต่าทะเลที่มีความสำคัญต่อการดูแลทรัพยากรทางทะเลฝั่งอันดามัน มีจุดเด่นจากการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเต่าทะเล การดูแลสัตว์น้ำวัยอ่อน และความสำคัญของการรักษาระบบนิเวศทางทะเล
 
เต่าทะเลเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ดำรงชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในทะเล แต่ต้องกลับขึ้นมาวางไข่บนชายหาด การดำรงชีวิตของเต่าทะเลจึงมีความสัมพันธ์กับทั้งระบบนิเวศชายฝั่งและมหาสมุทร การอนุรักษ์เต่าทะเลจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของแหล่งวางไข่และสภาพแวดล้อมในทะเลควบคู่กัน
 
การอนุบาลเต่าทะเลเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ที่ช่วยดูแลลูกเต่าในช่วงวัยอ่อนตามแนวทางของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิต การฟักไข่ การเจริญเติบโต และปัจจัยที่ส่งผลต่อการรอดชีวิตของเต่าทะเลในธรรมชาติ
 
เต่าทะเลมีบทบาทต่อระบบนิเวศ เช่น เต่าตนุบางช่วงวัยกินหญ้าทะเล ขณะที่เต่ากระมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศแนวปะการัง การศึกษาสัตว์เหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีบทบาทต่อความสมดุลของทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเต่าทะเล ได้แก่ ขยะพลาสติก อวนประมง การเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด และการรบกวนพื้นที่วางไข่ การเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความตระหนักในการลดขยะและการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ
 
สำหรับนักเรียนและครอบครัว การเข้าชมบ่ออนุบาลเต่าเป็นกิจกรรมเชิงการศึกษาที่เปิดโอกาสให้เข้าใจงานอนุรักษ์สัตว์น้ำจากสถานที่จริง โดยควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์หรือให้อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานทหารเรืออย่างเคร่งครัด
 
ทำเลใกล้พื้นที่ทับละมุและชายฝั่งอันดามันช่วยให้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวเชิงธรรมชาติร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาได้ โดยควรตรวจสอบการเข้าพื้นที่ของฐานทัพเรือและรายละเอียดการเข้าชมก่อนเดินทาง
 
ไฮไลต์: การอนุบาลเต่าทะเล การศึกษาวงจรชีวิตเต่า งานอนุรักษ์ทะเลอันดามัน และกิจกรรมเรียนรู้สำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามข้อมูลสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
 
การเดินทาง: จากอำเภอท้ายเหมืองเดินทางเข้าสู่ตำบลลำแก่น มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทับละมุและฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ตามพิกัดแผนที่ โดยควรปฏิบัติตามขั้นตอนการเข้าพื้นที่ของหน่วยงาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ่ออนุบาลเต่า กองทัพเรือภาคที่ 3
 
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี
 
63. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์เต่าทะเลที่สำคัญของภาคตะวันออก มีจุดเด่นจากการจัดแสดงเต่าทะเลในช่วงวัยต่าง ๆ พร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิต การขยายพันธุ์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน และผู้ที่สนใจสัตว์ทะเลของประเทศไทย
 
ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญต่อการเผยแพร่ความรู้ด้านชีววิทยาทางทะเล โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในทะเล แต่ต้องกลับขึ้นมาวางไข่บนชายหาด วงจรชีวิตดังกล่าวทำให้การอนุรักษ์เต่าทะเลเกี่ยวข้องกับทั้งพื้นที่ชายฝั่ง แหล่งวางไข่ และสภาพแวดล้อมในมหาสมุทร
 
เต่าทะเลมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากเต่าบก โดยมีขาคู่หน้าเปลี่ยนรูปเป็นครีบช่วยในการว่ายน้ำ และมีโครงสร้างร่างกายเหมาะกับการเคลื่อนที่ในทะเล เต่าแต่ละชนิดมีลักษณะกระดอง รูปร่างส่วนหัว และพฤติกรรมการกินอาหารแตกต่างกัน การศึกษาความหลากหลายดังกล่าวช่วยให้เข้าใจการปรับตัวของสัตว์เลื้อยคลานต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล
 
ประเทศไทยเป็นแหล่งอาศัยของเต่าทะเลหลายชนิด รวมถึงเต่าตนุและเต่ากระซึ่งมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศทางทะเล เต่าตนุมีบทบาทเกี่ยวข้องกับแหล่งหญ้าทะเล ขณะที่เต่ากระมีความสัมพันธ์กับแนวปะการัง การอนุรักษ์เต่าทะเลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งและมหาสมุทร
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลยังช่วยให้เข้าใจภัยคุกคามที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น ขยะพลาสติก อวนประมง การรบกวนแหล่งวางไข่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการดำรงชีวิตและโอกาสรอดของเต่าทะเลในหลายช่วงวัย การลดขยะทะเลและการดูแลพื้นที่ชายฝั่งจึงเป็นกิจกรรมที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้
 
ภายในศูนย์มีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ตามภารกิจของหน่วยงาน ผู้เข้าชมสามารถศึกษาลักษณะของเต่าและความสำคัญของงานอนุรักษ์ พร้อมทำความเข้าใจว่าการดูแลสัตว์ทะเลจำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านอาหาร สุขภาพ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การเข้าชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเป็นกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงบทเรียนวิทยาศาสตร์กับประสบการณ์จริง เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องการวางไข่ การเจริญเติบโต และการปรับตัวของสัตว์ทะเล รวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการสังเกตสัตว์และนิทรรศการที่จัดแสดง
 
การเข้าชมควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยไม่สัมผัสเต่าหรือให้อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากสัตว์ที่อยู่ระหว่างการดูแลจำเป็นต้องได้รับอาหารและการจัดการสุขภาพอย่างเหมาะสม การชมอย่างสงบยังช่วยลดการรบกวนสัตว์และทำให้กิจกรรมด้านการอนุรักษ์ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ด้วยทำเลในอำเภอสัตหีบ นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดชลบุรีได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการเข้าพื้นที่และปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกองทัพเรือที่ดูแลสถานที่
 
ไฮไลต์: เต่าทะเลหลายช่วงวัย การเรียนรู้วงจรชีวิตเต่า งานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล นิทรรศการสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมทัศนศึกษาสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสัตหีบเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่กองทัพเรือบริเวณแหลมปู่เจ้า แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวก และควรปฏิบัติตามข้อกำหนดการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ
 
สวนนกไทยศึกษา จังหวัดพิษณุโลก
 
64. สวนนกไทยศึกษา จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่บริเวณถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ซอย 17 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับนกที่มีความน่าสนใจสำหรับครอบครัวและผู้สนใจธรรมชาติ จุดเด่นอยู่ที่การจัดแสดงสัตว์ปีกในบริเวณที่มีต้นไม้และพื้นที่สีเขียว พร้อมส่งเสริมการศึกษาลักษณะ พฤติกรรม และความหลากหลายของนกชนิดต่าง ๆ
 
สวนนกไทยศึกษามีบทบาทในฐานะสถานที่ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ปีกโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปยังพื้นที่ป่าธรรมชาติ การจัดสภาพแวดล้อมให้มีต้นไม้และองค์ประกอบคล้ายถิ่นอาศัยของนกช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้และการพักผ่อน
 
นกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีความหลากหลายสูง ทั้งด้านขนาด สีสัน รูปร่าง และพฤติกรรมการดำรงชีวิต ลักษณะของจะงอยปากเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นการปรับตัวต่ออาหารประเภทต่าง ๆ เช่น นกกินเมล็ดพืช นกกินผลไม้ และนกที่กินสัตว์ขนาดเล็ก การสังเกตความแตกต่างดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างของสัตว์กับระบบนิเวศ
 
สัตว์ปีกยังมีรูปแบบการสื่อสารที่น่าสนใจ โดยนกหลายชนิดใช้เสียงร้องเพื่อเรียกคู่ ติดต่อสมาชิกในกลุ่ม หรือแสดงอาณาเขต ขณะที่บางชนิดใช้ท่าทางและสีสันของขนในการสื่อสาร การศึกษาพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นความซับซ้อนของการดำรงชีวิตของสัตว์ปีก
 
นกมีความสำคัญต่อธรรมชาติทั้งด้านการกระจายเมล็ดพันธุ์พืช การผสมเกสร และการควบคุมประชากรแมลง การรักษาพื้นที่สีเขียวและแหล่งอาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอนุรักษ์นก โดยเฉพาะในเขตเมืองที่พื้นที่ธรรมชาติอาจลดลงตามการขยายตัวของชุมชน
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสวนนกเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกทักษะการสังเกตสิ่งมีชีวิต เด็กสามารถเปรียบเทียบรูปร่างของปีก ลักษณะเท้า สีขน และพฤติกรรมของนก พร้อมเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหารและความสำคัญของระบบนิเวศจากประสบการณ์จริง
 
การถ่ายภาพสัตว์ปีกควรใช้ระยะห่างที่เหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เคาะกรงหรือสิ่งกีดขวาง เพราะนกหลายชนิดไวต่อเสียงและการเคลื่อนไหว การชมสัตว์ด้วยความสงบช่วยให้สามารถศึกษาพฤติกรรมของนกได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
 
สำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงการศึกษา สามารถจัดโปรแกรมสวนนกไทยศึกษาร่วมกับการเที่ยวชมสถานที่สำคัญในตัวเมืองพิษณุโลกได้ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินชมและเลือกช่วงเช้าที่อากาศไม่ร้อนจัดเพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง
 
ไฮไลต์: การจัดแสดงนก การศึกษาพฤติกรรมสัตว์ปีก พื้นที่ร่มรื่น การเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับเด็ก และสถานที่พักผ่อนในตัวเมืองพิษณุโลก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์เข้าสู่ซอย 17 แล้วเดินทางตามป้ายบอกทางหรือพิกัดแผนที่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างภายในตัวเมืองได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนนกไทยศึกษา
 
สวนนกท่าเสด็จ จังหวัดสุพรรณบุรี
 
65. สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ) จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์นกที่มีความสำคัญต่อการศึกษาสัตว์ปีกในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ มีจุดเด่นจากการเป็นพื้นที่พักอาศัยของนกและการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนกกับพื้นที่ชุ่มน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ
 
ความแตกต่างของสวนนกท่าเสด็จกับสวนสัตว์ทั่วไปอยู่ที่การเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับนกในพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และพื้นที่พักอาศัยของสัตว์ปีก นักท่องเที่ยวจึงได้สัมผัสบรรยากาศการชมนกในสภาพแวดล้อมจริงมากกว่าการชมสัตว์ภายในกรงจัดแสดง
 
พื้นที่ธรรมชาติที่มีต้นไม้และแหล่งน้ำเหมาะกับการดำรงชีวิตของนกหลายประเภท โดยนกบางชนิดอาศัยพื้นที่ดังกล่าวเพื่อหาอาหาร ขณะที่บางชนิดใช้เป็นพื้นที่พักหรือสร้างรัง การรักษาสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ปีก
 
นกมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ เช่น การช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช การควบคุมประชากรแมลง และการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร การอนุรักษ์พื้นที่ที่นกใช้ดำรงชีวิตจึงช่วยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความสมดุลของสิ่งมีชีวิตอื่นในพื้นที่
 
สำหรับผู้สนใจศึกษานก การเดินชมธรรมชาติเป็นโอกาสในการฝึกสังเกตรูปร่าง ลักษณะปีก สีขน และเสียงร้องของนกแต่ละชนิด โดยควรใช้กล้องส่องทางไกลหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพที่สามารถชมสัตว์ได้จากระยะห่าง เพื่อลดการรบกวนพฤติกรรมของนก
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมนกหลายชนิด เนื่องจากนกจำนวนมากออกหากินและเคลื่อนไหวในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด ผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจังควรเดินอย่างสงบ หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง และไม่เข้าใกล้บริเวณรังหรือพื้นที่พักอาศัยของนก
 
สำหรับครอบครัวและนักเรียน สวนนกท่าเสด็จเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ การอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับสิ่งแวดล้อมได้ การชมสัตว์ในถิ่นอาศัยยังช่วยปลูกฝังความเข้าใจว่าการอนุรักษ์สัตว์จำเป็นต้องดูแลพื้นที่ธรรมชาติที่สัตว์ใช้ดำรงชีวิตด้วย
 
การเดินทางจากตัวเมืองสุพรรณบุรีสามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปยังตำบลสระแก้วและบ้านท่าเสด็จ โดยรถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับการเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการชมนกควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินกลางแจ้ง น้ำดื่ม และอุปกรณ์ป้องกันแดด
 
ไฮไลต์: พื้นที่อนุรักษ์นก การชมนกธรรมชาติ ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ การเรียนรู้ความหลากหลายของสัตว์ปีก และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าตำบลสระแก้ว แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านท่าเสด็จตามพิกัดแผนที่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนนกท่าเสด็จ
 
ไทเกอร์พาร์ค พัทยา จังหวัดชลบุรี
 
66. ไทเกอร์พาร์ค พัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 349/9 หมู่ 12 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนเสือเอกชนที่มุ่งเน้นการจัดแสดงเสือโคร่งและกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่การจัดพื้นที่ชมเสือหลายช่วงวัยและกิจกรรมซาฟารีภายในบริเวณเดียวกัน โดยมีรูปแบบบริการแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปที่จัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิด
 
เสือโคร่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์แมวที่มีขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศตามธรรมชาติ ลักษณะเด่นคือกล้ามเนื้อแข็งแรง ฟันเขี้ยวและกรงเล็บที่เหมาะกับการล่า รวมถึงลวดลายแถบสีเข้มบนลำตัวซึ่งช่วยในการพรางตัว เสือแต่ละตัวมีรูปแบบลายแตกต่างกัน จึงสามารถใช้ลักษณะดังกล่าวประกอบการจำแนกสัตว์แต่ละตัวได้
 
ภายในไทเกอร์พาร์คมีการแบ่งกิจกรรมตามขนาดของเสือและลักษณะประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวเลือก โดยมีทั้งส่วนชมเสือขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และเสือที่มีลักษณะสีขนแตกต่างจากเสือโคร่งทั่วไป เช่น เสือสีทองและเสือสีเงิน ความแตกต่างด้านสีขนเป็นประเด็นที่สามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้เรื่องพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ได้
 
กิจกรรม Forest Safari เป็นอีกหนึ่งรูปแบบบริการที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชมพื้นที่ผ่านรถตามเส้นทางที่กำหนด การใช้รถชมสัตว์ช่วยเพิ่มรูปแบบประสบการณ์นอกเหนือจากการสังเกตเสือในส่วนจัดแสดง โดยผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตลอดกิจกรรม
 
เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมดำรงชีวิตแบบสันโดษเป็นส่วนใหญ่ในธรรมชาติ โดยอาศัยประสาทสัมผัสและความสามารถในการเคลื่อนไหวเพื่อหาอาหารและสำรวจอาณาเขต การเรียนรู้เกี่ยวกับเสือช่วยสร้างความเข้าใจถึงบทบาทของสัตว์นักล่าระดับสูงต่อความสมดุลของห่วงโซ่อาหาร รวมถึงความสำคัญของการรักษาพื้นที่ป่าและประชากรสัตว์ที่เป็นแหล่งอาหาร
 
การท่องเที่ยวสวนเสือควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใกล้สัตว์นักล่าขนาดใหญ่ ผู้เข้าชมควรศึกษากฎระเบียบและข้อจำกัดของกิจกรรมแต่ละประเภท และสามารถเลือกการชมสัตว์จากระยะปลอดภัยเพื่อเรียนรู้ลักษณะและพฤติกรรมโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสสัตว์โดยตรง
 
ไทเกอร์พาร์ค พัทยา ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทบริเวณพัทยาตอนใต้ ใกล้เส้นทางเชื่อมต่อไปยังตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา และพื้นที่จอมเทียน จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจัดโปรแกรมชมสัตว์ร่วมกับการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในวันเดียวกัน ผู้เดินทางพร้อมเด็กควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับอายุและเงื่อนไขความปลอดภัยของสถานที่
 
ไฮไลต์: เสือโคร่งหลายช่วงวัย เสือสีทองและเสือสีเงิน กิจกรรม Forest Safari และการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์นักล่าขนาดใหญ่
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มุ่งหน้าพัทยา จากนั้นเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าพัทยาตอนใต้ ผ่านบริเวณเส้นทางตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา แล้วเดินทางเข้าสู่ไทเกอร์พาร์คตามป้ายบอกทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ไทเกอร์พาร์ค พัทยา
 
ไทเกอร์คิงดอม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
 
67. ไทเกอร์คิงดอม แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ 7 ถนนแม่ริม–สะเมิง ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม เป็นสวนเสือเอกชนที่มีชื่อเสียงด้านการจัดแสดงเสือโคร่งหลายขนาดและกิจกรรมชมสัตว์ ภายในมีพื้นที่จัดแสดงเสือ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเสือโคร่งและวางแผนท่องเที่ยวในเส้นทางแม่ริมของจังหวัดเชียงใหม่
 
ไทเกอร์คิงดอมมีลักษณะการดำเนินงานเฉพาะทาง โดยนำเสือโคร่งมาเป็นสัตว์หลักในการจัดแสดง แตกต่างจากสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมสัตว์หลายกลุ่มจากทั่วโลก ผู้เข้าชมสามารถสังเกตลักษณะทางกายภาพของเสือ การเคลื่อนไหว การพักผ่อน และพฤติกรรมภายในส่วนจัดแสดงตามรูปแบบบริการที่สถานที่กำหนด
 
เสือโคร่งเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้ มีโครงสร้างร่างกายเหมาะกับการเคลื่อนที่และการจับเหยื่อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณขา ฟันเขี้ยว และกรงเล็บที่แข็งแรง ลวดลายแถบบนลำตัวมีบทบาทในการพรางตัวท่ามกลางพืชพรรณและแสงเงาตามธรรมชาติ ทำให้เป็นลักษณะเด่นที่น่าสนใจในการศึกษาสัตว์ชนิดนี้
 
ภายในมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเสือหลายขนาด รวมถึงเสือที่มีลักษณะสีขนพิเศษ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เรื่องความแตกต่างทางพันธุกรรมของสัตว์ อย่างไรก็ตาม การชมสัตว์ควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัย โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีระยะห่างระหว่างผู้เข้าชมกับเสือค่อนข้างใกล้
 
การเรียนรู้เกี่ยวกับเสือโคร่งสามารถเชื่อมโยงกับประเด็นการอนุรักษ์สัตว์ป่า เพราะเสือเป็นผู้ล่าระดับสูงที่ต้องอาศัยพื้นที่ธรรมชาติและแหล่งอาหารอย่างเหมาะสม การลดลงของถิ่นอาศัยและการลักลอบล่าสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประชากรเสือในธรรมชาติ การอนุรักษ์เสือจึงมีความสัมพันธ์กับการรักษาป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม
 
นอกจากส่วนจัดแสดงเสือแล้ว ภายในยังมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายของที่ระลึก ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถพักผ่อนระหว่างกิจกรรมได้ นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมสัมผัสเสือสามารถพิจารณาเลือกรูปแบบการชมสัตว์จากพื้นที่ที่จัดไว้ตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการ
 
สำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก ควรศึกษาข้อกำหนดเรื่องอายุ ส่วนสูง และประเภทกิจกรรมที่อนุญาตให้เข้าร่วม เนื่องจากแต่ละโปรแกรมมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์นอกเหนือจากจุดที่ผู้ดูแลอนุญาต
 
ทำเลบนถนนแม่ริม–สะเมิงทำให้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอแม่ริมได้ เช่น สวนพฤกษศาสตร์ น้ำตก และสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางภูเขา ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างเพื่อเดินทางได้สะดวก
 
ไฮไลต์: เสือโคร่งหลายช่วงขนาด เสือสีพิเศษ การเรียนรู้พฤติกรรมเสือ ร้านอาหาร และทำเลบนเส้นทางท่องเที่ยวแม่ริม–สะเมิง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนแม่ริม–สะเมิง ทางหลวงหมายเลข 1096 แล้วเดินทางต่อไปยังไทเกอร์คิงดอมตามป้ายบอกทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ไทเกอร์คิงดอม แม่ริม
 
หัวหินซาฟารี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
68. หัวหินซาฟารี (Hua Hin Safari & Adventure Park) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 3 ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์และซาฟารีที่ผสมผสานการชมสัตว์เข้ากับกิจกรรมผจญภัยสำหรับนักท่องเที่ยว มีพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในอำเภอหัวหิน นอกเหนือจากชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียง
 
จุดเด่นของหัวหินซาฟารีอยู่ที่การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์หลายประเภทในสถานที่เดียว ทั้งส่วนจัดแสดงเสือ ช้าง จระเข้ งู และสัตว์ชนิดอื่นที่เปิดให้ชมตามรูปแบบของสวนสัตว์ กิจกรรมได้รับการจัดเป็นรอบและแพ็กเกจที่แตกต่างกัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประสบการณ์ตามความสนใจและระยะเวลาที่มีได้
 
ช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย มีลักษณะเด่นจากงวงที่ใช้หยิบจับอาหาร ดื่มน้ำ และสำรวจสิ่งแวดล้อม ช้างยังมีความสามารถในการเรียนรู้และพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อน การศึกษาช้างช่วยให้เข้าใจความสำคัญของการจัดอาหาร น้ำ พื้นที่เคลื่อนไหว และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์ขนาดใหญ่
 
เสือโคร่งเป็นสัตว์นักล่าในวงศ์แมวที่มีลักษณะทางกายภาพเหมาะสำหรับการล่า ทั้งฟันเขี้ยว กรงเล็บ กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และลวดลายบนลำตัวซึ่งช่วยในการพรางตัว การเรียนรู้เกี่ยวกับเสือยังเชื่อมโยงกับบทบาทของสัตว์นักล่าระดับสูงในระบบนิเวศและความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ
 
จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถดำรงชีวิตทั้งในน้ำและบนบก มีหางแข็งแรงสำหรับว่ายน้ำและตำแหน่งดวงตากับรูจมูกที่เหมาะกับการเฝ้าสังเกตสิ่งรอบตัวขณะลำตัวจมอยู่ในน้ำ การชมจระเข้เป็นโอกาสในการศึกษาการปรับตัวของสัตว์นักล่าในระบบนิเวศแหล่งน้ำ โดยนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยบริเวณส่วนจัดแสดงอย่างเคร่งครัด
 
นอกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและจระเข้แล้ว ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับงูซึ่งช่วยให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เรื่องสัตว์เลื้อยคลาน งูมีความหลากหลายทั้งด้านขนาด สีสัน และพฤติกรรม โดยงูบางชนิดมีพิษและบางชนิดไม่มีพิษ การชมและศึกษางูควรทำผ่านกิจกรรมที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญเท่านั้น ไม่ควรทดลองสัมผัสหรือจับสัตว์ด้วยตนเอง
 
กิจกรรมซาฟารีเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยมีบริการชมสัตว์และกิจกรรมถ่ายภาพตามแพ็กเกจของสถานที่ ผู้ที่สนใจควรศึกษารายละเอียดก่อนซื้อบัตร เพราะกิจกรรมบางอย่างมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและมีข้อจำกัดด้านอายุหรือความปลอดภัย การเลือกกิจกรรมที่ไม่รบกวนสัตว์และไม่สร้างความเครียดให้สัตว์เป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
 
การวางแผนเที่ยวหัวหินซาฟารีเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและผู้ที่ต้องการใช้เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินชมส่วนจัดแสดงและรอบกิจกรรม โดยเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแดดให้พร้อม รวมถึงดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่จัดแสดงสัตว์ขนาดใหญ่หรือสัตว์นักล่า
 
หัวหินซาฟารีตั้งอยู่ในตำบลทับใต้ ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อจากตัวเมืองหัวหินได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมชมสัตว์ร่วมกับการเที่ยวชายหาด ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอหัวหินภายในวันเดียวกัน โดยเหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์และซาฟารี ช้าง เสือ จระเข้ งู กิจกรรมชมสัตว์ตามรอบ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองหัวหินใช้ถนนเพชรเกษมเชื่อมต่อเส้นทางหัวหิน 112 มุ่งหน้าสู่ตำบลทับใต้ จากนั้นเดินทางตามป้ายบอกทางหัวหินซาฟารี รถยนต์ส่วนตัวและรถรับจ้างเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่หัวหินซาฟารี
 
ขอนแก่น เอ็กโซติค เพ็ท แอนด์ ไนท์ซาฟารี จังหวัดขอนแก่น
 
69. ขอนแก่น เอ็กโซติค เพ็ท แอนด์ ไนท์ซาฟารี จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษและสัตว์แปลกในอำเภอเมืองขอนแก่น มีจุดเด่นจากการจัดแสดงสัตว์หลายชนิดที่แตกต่างจากสัตว์ในฟาร์มทั่วไป พร้อมพื้นที่และกิจกรรมสำหรับครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์จากภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านการสังเกตลักษณะรูปร่าง พฤติกรรม และอาหารของสัตว์แต่ละประเภท
 
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การรวมสัตว์เลี้ยงพิเศษหลายประเภทภายในพื้นที่เดียวกัน เช่น อัลปาก้า ม้าแคระ กระต่าย วอลลาบี เต่าซูลคาต้า และสัตว์ขนาดเล็กชนิดอื่น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์จากระบบนิเวศที่หลากหลายได้
 
อัลปาก้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาใต้ มีขนนุ่มและหนา ซึ่งเป็นลักษณะที่สัมพันธ์กับถิ่นกำเนิดบริเวณภูมิประเทศสูงและสภาพอากาศค่อนข้างเย็น การศึกษาสัตว์ชนิดนี้ช่วยให้เข้าใจการปรับตัวด้านขนและการดำรงชีวิตของสัตว์กินพืชที่มนุษย์เลี้ยงมาอย่างยาวนาน
 
ม้าแคระเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในกลุ่มม้าที่มีขนาดตัวเล็กกว่าม้าทั่วไป มีลักษณะการกินอาหารและพฤติกรรมหลายอย่างคล้ายม้า การสังเกตม้าแคระช่วยให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์กินพืช การเคลื่อนไหวด้วยกีบเท้า และความสำคัญของการดูแลสุขภาพสัตว์ในระบบเลี้ยง
 
วอลลาบีเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องจากออสเตรเลีย มีขาหลังแข็งแรงและหางที่ช่วยรักษาสมดุลขณะเคลื่อนไหว การเรียนรู้เรื่องวอลลาบีช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มอื่น โดยเฉพาะรูปแบบการเลี้ยงดูลูกอ่อนในช่วงแรกของชีวิต
 
เต่าซูลคาต้าเป็นเต่าบกขนาดใหญ่ที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา มีลักษณะกระดองแข็งและขาที่เหมาะกับการเดินบนพื้นดิน โดยเป็นสัตว์กินพืชที่ต้องได้รับอาหารและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม การศึกษาสัตว์ชนิดนี้ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของเต่าบกกับเต่าน้ำและความสำคัญของการดูแลสัตว์เลื้อยคลานอย่างถูกวิธี
 
การจัดแสดงสัตว์เลี้ยงพิเศษเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทำความเข้าใจว่าสัตว์จากต่างภูมิภาคมีความต้องการด้านอาหาร อุณหภูมิ พื้นที่ และสุขภาพที่แตกต่างกัน การเลี้ยงสัตว์ชนิดเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน ไม่ควรตัดสินใจนำสัตว์แปลกไปเลี้ยงเพียงเพราะมีรูปร่างน่ารักหรือได้รับความนิยม
 
สำหรับเด็กและเยาวชน การชมสัตว์ในสถานที่ขนาดกะทัดรัดช่วยให้สามารถเรียนรู้ผ่านการสังเกตอย่างใกล้ชิด ผู้ปกครองสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องอาหารของสัตว์ ความแตกต่างของถิ่นกำเนิด และการปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตอย่างรับผิดชอบ โดยควรหลีกเลี่ยงการจับหรือให้อาหารสัตว์นอกเหนือจากกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต
 
จุดเด่นด้านการท่องเที่ยวอีกประการหนึ่งคือความสะดวกในการจัดโปรแกรมสำหรับครอบครัว เพราะสามารถใช้เวลาชมสัตว์หลายประเภทโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ผู้ที่สนใจชมสัตว์เลี้ยงพิเศษสามารถจัดกิจกรรมร่วมกับการท่องเที่ยวและรับประทานอาหารในเขตเมืองขอนแก่นได้
 
เนื่องจากการดำเนินงานของสถานที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริการและทำเลจากข้อมูลประชาสัมพันธ์ในอดีต ผู้ที่เดินทางควรใช้ข้อมูลตำแหน่งของสาขาที่เปิดบริการปัจจุบันเป็นหลัก ไม่ยึดตำแหน่งสวนสัตว์รุ่นแรกที่เคยอยู่ริมถนนมิตรภาพ ทั้งนี้การแยกข้อมูลของแต่ละช่วงเวลาช่วยป้องกันการเดินทางไปยังพิกัดเก่า
 
ไฮไลต์: อัลปาก้า ม้าแคระ วอลลาบี เต่าซูลคาต้า และการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษจากหลายภูมิภาค
 
การเดินทาง: ใช้แผนที่นำทางไปยัง Khonkaen Exotic Pets สาขาที่เปิดบริการในปัจจุบันในอำเภอเมืองขอนแก่น โดยตรวจสอบตำแหน่งทางเข้าที่ประกาศจากผู้ประกอบการก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานที่เดิมเคยมีข้อมูลที่ตั้งแตกต่างกัน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่ขอนแก่น เอ็กโซติค เพ็ท
 
สวนสัตว์แมลงสยาม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
 
70. สวนสัตว์แมลงสยาม (Siam Insect Zoo) จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 23/4 หมู่ 1 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม บนเส้นทางแม่ริม–สะเมิง บริเวณซอยน้ำตกแม่สา 6 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและสวนสัตว์เฉพาะทางที่มีเอกลักษณ์ด้านการจัดแสดงแมลงมีชีวิตและพิพิธภัณฑ์แมลงจากภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก มีจุดเด่นจากการผสมผสานนิทรรศการกีฏวิทยา การเพาะเลี้ยงแมลง และสวนผีเสื้อไว้ภายในบริเวณเดียวกัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศได้อย่างใกล้ชิด
 
สวนสัตว์แมลงสยามก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 โดยอาจารย์พิสุทธิ์ เอกอำนวย ผู้มีความสนใจด้านแมลงและสะสมตัวอย่างแมลงจากหลายภูมิภาคของโลกมาอย่างยาวนาน ก่อนนำองค์ความรู้และตัวอย่างสะสมมาพัฒนาเป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับประชาชน การจัดตั้งสถานที่แห่งนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถศึกษาความหลากหลายของแมลงผ่านทั้งตัวอย่างจัดแสดงและสิ่งมีชีวิตจริง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปสำรวจในพื้นที่ป่าธรรมชาติ
 
ความโดดเด่นของสวนสัตว์แมลงสยามอยู่ที่การนำเสนอโลกของสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมักถูกมองข้ามในการท่องเที่ยวสวนสัตว์ทั่วไป แมลงเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีรูปร่าง สีสัน พฤติกรรม และรูปแบบการดำรงชีวิตแตกต่างกันอย่างมาก การจัดแสดงแมลงหลายประเภทจึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างร่างกายกับการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม
 
พื้นที่จัดแสดงสามารถแบ่งตามลักษณะการเรียนรู้เป็นส่วนพิพิธภัณฑ์และตัวอย่างแมลงสะสม ส่วนจัดแสดงแมลงมีชีวิตและการเพาะเลี้ยง และบริเวณสวนผีเสื้อ โดยส่วนพิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่ที่รวบรวมตัวอย่างแมลงหลายชนิดไว้เพื่อการศึกษา ผู้เข้าชมสามารถสังเกตความแตกต่างของปีก ขา หนวด สีสัน และรูปร่าง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจำแนกแมลงแต่ละกลุ่ม
 
ด้วงปีกแข็งเป็นกลุ่มแมลงที่ได้รับความสนใจจากลักษณะลำตัวและปีกคู่หน้าที่เปลี่ยนรูปเป็นแผ่นแข็งสำหรับปกป้องปีกที่ใช้บิน แมลงในกลุ่มนี้มีความหลากหลายทั้งด้านขนาด รูปร่าง และสีสัน โดยบางชนิดมีเขาหรือโครงสร้างพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันระหว่างตัวผู้ การเรียนรู้เกี่ยวกับด้วงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพกับพฤติกรรมการดำรงชีวิตของแมลง
 
แมลงกิ่งไม้และแมลงใบไม้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการพรางตัวในธรรมชาติ เพราะมีรูปร่างและสีสันคล้ายส่วนต่าง ๆ ของพืช การปรับตัวดังกล่าวช่วยลดโอกาสถูกตรวจพบจากสัตว์นักล่า ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ว่าแมลงบางชนิดไม่ได้ใช้ความรวดเร็วในการป้องกันตัว แต่ใช้รูปร่างและพฤติกรรมที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมแทน
 
ตั๊กแตนตำข้าวเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะน่าสนใจ โดยมีขาคู่หน้าที่เหมาะกับการจับเหยื่อและสามารถหันศีรษะเพื่อสังเกตสิ่งรอบตัวได้ การศึกษาตั๊กแตนตำข้าวช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างแมลงที่กินพืชกับแมลงนักล่า รวมถึงบทบาทของสัตว์ขนาดเล็กในการควบคุมประชากรแมลงชนิดอื่นในธรรมชาติ
 
สวนผีเสื้อเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมศึกษาวงจรชีวิตของผีเสื้อที่ประกอบด้วยระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย การเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างสมบูรณ์ของผีเสื้อเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่น่าสนใจ โดยแต่ละช่วงชีวิตมีความต้องการอาหารและสภาพแวดล้อมแตกต่างกันอย่างชัดเจน
 
ในระยะหนอน ผีเสื้อจำนวนมากอาศัยใบพืชเฉพาะชนิดเป็นอาหาร ขณะที่ตัวเต็มวัยมักกินน้ำหวานจากดอกไม้ พืชอาหารหนอนและพืชดอกจึงมีความสำคัญต่อการรักษาวงจรชีวิตของผีเสื้อ การศึกษาความสัมพันธ์ดังกล่าวช่วยให้เข้าใจว่าการอนุรักษ์ผีเสื้อไม่สามารถแยกออกจากการดูแลพืชพรรณและถิ่นอาศัยตามธรรมชาติได้
 
นอกจากนี้ยังมีสัตว์ขาปล้องประเภทอื่น เช่น แมงมุมและแมงป่อง ซึ่งสามารถใช้ศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างจากแมลงได้ โดยแมลงมีขา 6 ขาและลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ขณะที่แมงมุมและแมงป่องอยู่ในกลุ่มสัตว์ขาปล้องที่มีขา 8 ขา การเรียนรู้ความแตกต่างนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจหลักการจำแนกสัตว์อย่างถูกต้อง
 
แมลงมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในหลายด้าน ทั้งการผสมเกสร การย่อยสลายซากอินทรียวัตถุ การหมุนเวียนสารอาหาร และการเป็นแหล่งอาหารของนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์ชนิดอื่น การเรียนรู้เกี่ยวกับแมลงจึงช่วยสร้างความเข้าใจว่าความสมบูรณ์ของธรรมชาติขึ้นอยู่กับสิ่งมีชีวิตทุกขนาด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสัตว์ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ง่าย
 
สำหรับเด็กและเยาวชน สวนสัตว์แมลงสยามเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์การชมสิ่งมีชีวิตจริงเข้ากับบทเรียนเรื่องวงจรชีวิต การปรับตัว ความหลากหลายทางชีวภาพ และห่วงโซ่อาหาร ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมแต่ละส่วนเป็นโอกาสให้เด็กสังเกต ตั้งคำถาม และเปรียบเทียบลักษณะของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้
 
การเข้าชมควรเคารพข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ โดยไม่จับหรือรบกวนแมลงมีชีวิตนอกเหนือจากกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่อนุญาต และไม่สัมผัสสัตว์ที่อาจมีพิษหรือมีพฤติกรรมป้องกันตัวโดยไม่ได้รับคำแนะนำ การชมอย่างระมัดระวังช่วยลดความเสียหายต่อสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมีร่างกายบอบบางและไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
 
สวนสัตว์แมลงสยามตั้งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวแม่สา อำเภอแม่ริม ซึ่งมีธรรมชาติและสถานที่เรียนรู้หลายประเภทกระจายอยู่ตามถนนแม่ริม–สะเมิง จึงสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวชมแมลงร่วมกับการท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงได้ โดยควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงสำหรับการเดินชมส่วนจัดแสดงหลัก และเพิ่มเวลาหากต้องการศึกษาเนื้อหาอย่างละเอียดหรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ
 
ไฮไลต์: พิพิธภัณฑ์แมลงสะสม แมลงมีชีวิต ด้วงปีกแข็ง แมลงกิ่งไม้ แมลงใบไม้ ตั๊กแตนตำข้าว สวนผีเสื้อ การเรียนรู้วงจรชีวิตแมลง และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติสำหรับครอบครัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนแม่ริม–สะเมิง ทางหลวงหมายเลข 1096 จากนั้นเข้าสู่ซอยน้ำตกแม่สา 6 ตามป้ายบอกทางสวนสัตว์แมลงสยาม สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่สวนสัตว์แมลงสยาม
 
โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
 
71. โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู (Bonanza Exotic Zoo) จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่เลขที่ 236 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง ภายในพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ เป็นสวนสัตว์เอกชนที่มีเอกลักษณ์ด้านการจัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิดจากภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวของเขาใหญ่ จุดเด่นคือการจัดเส้นทางเดินชมสัตว์เป็นวงรอบเนินเขาขนาดเล็ก ระยะทางประมาณ 700 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมสัตว์อย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้เรื่องพฤติกรรม การกินอาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์แต่ละประเภท
 
โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการพักผ่อนและกิจกรรมท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติของอำเภอปากช่อง การพัฒนาสวนสัตว์แห่งนี้ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเขาใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้ที่สนใจการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์จากประสบการณ์จริง ภายในพื้นที่มีเส้นทางเดินชมที่เชื่อมต่อส่วนจัดแสดงต่าง ๆ ทำให้สามารถเลือกใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิดได้อย่างไม่เร่งรีบ
 
ลักษณะเด่นของสวนสัตว์อยู่ที่การรวบรวมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยงพิเศษไว้ภายในบริเวณเดียวกัน สัตว์ที่ได้รับความสนใจมีทั้งยีราฟ ม้าลาย อัลปากา คาปิบารา ม้าแคระ แพรีด็อก เมียร์แคต ลีเมอร์ วอลลาบี ลิงกระรอก ลิงมาโมเสท ชะนี แรคคูน และนกแก้วหลากหลายชนิด การชมสัตว์เหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสังเกตความแตกต่างของรูปร่าง พฤติกรรมการเคลื่อนไหว การหาอาหาร และการปรับตัวของสัตว์จากระบบนิเวศที่แตกต่างกัน
 
ยีราฟเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่จากทวีปแอฟริกาที่มีความโดดเด่นจากลำคอและขายาว โครงสร้างร่างกายดังกล่าวช่วยให้สามารถกินใบไม้จากต้นไม้สูงได้ ขณะที่ม้าลายมีลวดลายสีดำสลับขาวและเป็นสัตว์กินพืชที่มีพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง การชมสัตว์ทั้ง 2 ชนิดช่วยให้เข้าใจการปรับตัวของสัตว์กินพืชในระบบนิเวศทุ่งหญ้า รวมถึงความสำคัญของการใช้พื้นที่และการสื่อสารระหว่างสมาชิกในฝูง
 
อัลปากาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ มีลักษณะเด่นจากขนหนานุ่มและรูปร่างคล้ายสัตว์ในกลุ่มอูฐขนาดเล็ก การเรียนรู้เกี่ยวกับอัลปากาช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะขนกับการปรับตัวต่อสภาพอากาศในถิ่นกำเนิด สัตว์ชนิดนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีรูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์และสามารถสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารได้จากพื้นที่ชมสัตว์ที่จัดเตรียมไว้
 
คาปิบาราเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และมีความสัมพันธ์กับแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ลักษณะเด่นของคาปิบาราคือรูปร่างลำตัวค่อนข้างใหญ่ ขาสั้น และมีพฤติกรรมการอยู่รวมกลุ่ม การศึกษาสัตว์ชนิดนี้ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างสัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่น รวมถึงการปรับตัวของสัตว์ที่ใช้ชีวิตทั้งบนบกและบริเวณแหล่งน้ำ
 
เมียร์แคตเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจากทวีปแอฟริกา มีพฤติกรรมทางสังคมที่น่าสนใจ โดยสมาชิกในกลุ่มมีการสื่อสารและเฝ้าระวังภัยร่วมกัน การสังเกตพฤติกรรมของเมียร์แคตช่วยให้เข้าใจการอยู่รวมกลุ่มของสัตว์และบทบาทของการสื่อสารในการดำรงชีวิต ขณะที่แพรีด็อกมีพฤติกรรมการอาศัยอยู่ในโพรงและส่งเสียงสื่อสารเพื่อเตือนภัย ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวของสัตว์ขนาดเล็กในธรรมชาติ
 
วอลลาบีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีกระเป๋าหน้าท้องจากออสเตรเลีย มีขาหลังที่แข็งแรงและหางที่ช่วยรักษาสมดุลขณะเคลื่อนไหว การเรียนรู้เรื่องวอลลาบีช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความแตกต่างของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มอื่น โดยเฉพาะการดูแลลูกอ่อนภายในกระเป๋าหน้าท้องของแม่ ส่วนสัตว์ประเภทลีเมอร์และลิงขนาดเล็กช่วยแสดงให้เห็นความหลากหลายของสัตว์ในกลุ่มไพรเมต ทั้งด้านการเคลื่อนไหว การใช้มือจับอาหาร และพฤติกรรมทางสังคม
 
สัตว์ปีกเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับสวนสัตว์ โดยมีนกแก้วและนกสีสันสดใสหลายประเภทให้ศึกษา นกแต่ละชนิดมีลักษณะของจะงอยปาก ปีก และรูปแบบการหาอาหารแตกต่างกัน การศึกษาสัตว์ปีกช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับอาหาร รวมถึงบทบาทของนกในการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชและการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ
 
กิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือการให้อาหารสัตว์ตามจุดที่จัดเตรียมไว้ เช่น อัลปากา กระต่าย นก และเมียร์แคต รวมถึงกิจกรรมชมสัตว์ขนาดใหญ่ตามรูปแบบที่สวนสัตว์เปิดให้บริการ การเข้าร่วมกิจกรรมควรใช้อาหารที่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลเท่านั้น เนื่องจากสัตว์แต่ละชนิดมีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน และอาหารที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ได้
 
โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เหมาะสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องการศึกษาความแตกต่างของสัตว์จากหลายภูมิภาค ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมสัตว์เป็นโอกาสอธิบายเรื่องสัตว์กินพืช สัตว์กินเนื้อ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม การสังเกตพฤติกรรมสัตว์จริงช่วยเสริมความเข้าใจจากบทเรียนด้านวิทยาศาสตร์และธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
 
บรรยากาศโดยรอบเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่เขาใหญ่มีภูมิประเทศแบบเนินเขาและมีต้นไม้เป็นองค์ประกอบหลัก เส้นทางเดินชมสัตว์ที่มีระยะทางประมาณ 700 เมตร ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจพื้นที่ได้ต่อเนื่อง โดยควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินกลางแจ้ง น้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแดดหรือฝนตามสภาพอากาศ
 
สำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดระหว่างกิจกรรมให้อาหารสัตว์ และหลีกเลี่ยงการยื่นมือเข้าไปในส่วนจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต การเคารพกฎระเบียบของสวนสัตว์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการรบกวนสัตว์ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกจุดที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวและหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือส่งเสียงดังในบริเวณที่อาจทำให้สัตว์ตกใจ
 
ด้วยที่ตั้งในตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง สวนสัตว์แห่งนี้สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยวเขาใหญ่ร่วมกับสถานที่ธรรมชาติ ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างสะดวก ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถใช้เส้นทางถนนมิตรภาพมุ่งหน้าปากช่อง ก่อนเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นไปยังพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
 
ไฮไลต์: สวนสัตว์เอกชนท่ามกลางธรรมชาติเขาใหญ่ เส้นทางเดินชมสัตว์ประมาณ 700 เมตร ยีราฟ ม้าลาย อัลปากา คาปิบารา เมียร์แคต วอลลาบี ลีเมอร์ นกหลากหลายชนิด และกิจกรรมให้อาหารสัตว์ตามจุดที่กำหนด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ 10:00 – 17:00 น. วันเสาร์–อาทิตย์ 09:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนพหลโยธินเชื่อมต่อถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งหน้าอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นเข้าสู่เส้นทางไปตำบลขนงพระและพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ตามป้ายบอกทางหรือพิกัดแผนที่ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะสำหรับการเดินทาง เนื่องจากสถานที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีจุดหมายกระจายอยู่หลายแห่ง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เขาใหญ่
 
ตารางสรุป 71 สถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ในประเทศไทย แยกตามประเภทและหน่วยงานดำเนินงาน ตารางนี้แยกสวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สวนสัตว์หน่วยงานรัฐอื่น สวนสัตว์เอกชน อควาเรียม ศูนย์อนุรักษ์ และฟาร์มสัตว์ให้ชัดเจน โดยการจัดหมวดไม่ใช่การรับรองใบอนุญาตสวนสัตว์ตามกฎหมาย และรายการที่เป็นสถานีวิจัยหรือสถานีเพาะเลี้ยงไม่ควรถือว่าเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทั่วไปทุกแห่ง
 
ลำดับ/ชื่อสถานที่จังหวัดประเภท / ผู้ดำเนินงานไฮไลต์โทรศัพท์
ก. สวนสัตว์ของรัฐในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (6 แห่ง)
1. สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชลบุรีภาครัฐ · อสส.สัตว์ป่าในพื้นที่เปิดและรถชมสวนสัตว์038-318-444
2. สวนสัตว์เชียงใหม่เชียงใหม่ภาครัฐ · อสส.สวนสัตว์เชิงดอยสุเทพและสัตว์หลายประเภท053-221-179
3. สวนสัตว์นครราชสีมานครราชสีมาภาครัฐ · อสส.ยีราฟ ม้าลาย และสัตว์แอฟริกา044-934-537
4. สวนสัตว์สงขลาสงขลาภาครัฐ · อสส.สวนสัตว์บนเนินเขาและพื้นที่สีเขียว074-598-555
5. สวนสัตว์ขอนแก่นขอนแก่นภาครัฐ · อสส.ทุ่งแสนกวางและวิวเขาสวนกวาง086-459-4192
6. สวนสัตว์อุบลราชธานีอุบลราชธานีภาครัฐ · อสส.Jungle Park และรถรางชมสัตว์045-252-761
ข. สวนสัตว์ของรัฐ / หน่วยงานท้องถิ่นอื่น (3 แห่ง)
7. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเชียงใหม่ภาครัฐ · องค์การมหาชน (ไม่ใช่ อสส.)รถรางชมสัตว์กลางคืน053-999-073
28. สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติอำนาจเจริญสวนสัตว์ชุมชน · ผู้ดูแลปัจจุบันยังไม่ยืนยันกวาง นกยูง และสัตว์ในพื้นที่ชุมชน -
49. สวนนกชัยนาทชัยนาทสวนนก · อบจ.ชัยนาทกรงนกใหญ่และกิจกรรมศึกษานก056-476-624
ค. สวนสัตว์เปิด ซาฟารี และสวนสัตว์เอกชน (15 แห่ง)
8. ซาฟารีเวิลด์กรุงเทพมหานครเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีSafari Park และ Marine Park02-518-1000
9. สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คกาญจนบุรีเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีรถชมยีราฟและสัตว์ซาฟารี034-678-225
11. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการสมุทรปราการเอกชน · ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ฟาร์มจระเข้และกิจกรรมชมสัตว์ -
20. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุยและสวนเสือสุราษฎร์ธานีเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและส่วนจัดแสดงสัตว์บก -
21. สวนสัตว์ตระการ (สวนเสือตระการ)อุบลราชธานีสวนเสือ/สวนสัตว์ท้องถิ่น สัตว์นักล่าและสวนเสือท้องถิ่น -
22. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สระบุรีฟาร์มจระเข้/สวนสัตว์ฟาร์มจระเข้และสัตว์อื่น -
25. ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสมจันทบุรีฟาร์มจระเข้/สวนสัตว์ ฟาร์มจระเข้และสัตว์หลายชนิด -
47. อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา (The Million Years Stone Park & Pattaya Crocodile Farm)ชลบุรีเอกชน · อุทยานสวนหินและฟาร์มจระเข้สวนหินล้านปีและฟาร์มจระเข้ -
48. สวนสัตว์พาต้า (Pata Zoo)กรุงเทพมหานครเอกชน · สวนสัตว์ในอาคารสวนสัตว์บนอาคารพาต้า -
66. ไทเกอร์พาร์ค พัทยาชลบุรีเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีเสือและกิจกรรม Tiger Park -
67. ไทเกอร์คิงดอม แม่ริมเชียงใหม่เอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีเสือหลากหลายช่วงวัย -
68. หัวหินซาฟารี (Hua Hin Safari & Adventure Park)ประจวบคีรีขันธ์เอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีสวนซาฟารีหัวหินและกิจกรรมชมสัตว์ -
69. ขอนแก่น เอ็กโซติค เพ็ท แอนด์ ไนท์ซาฟารีขอนแก่นเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารีอัลปากา คาปิบารา และสัตว์เอ็กโซติก -
70. สวนสัตว์แมลงสยาม (Siam Insect Zoo)เชียงใหม่เอกชน · สวนสัตว์แมลงเฉพาะทางแมลงมีชีวิตและสวนผีเสื้อ -
71. โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู (Bonanza Exotic Zoo)นครราชสีมาเอกชน · สวนสัตว์/ซาฟารียีราฟ อัลปากา คาปิบารา และเมียร์แคต083-941-3368
ง. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (13 แห่ง)
10. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติสุพรรณบุรีรัฐ/ท้องถิ่น · บึงน้ำและอควาเรียมอุโมงค์สัตว์น้ำและพื้นที่บึงธรรมชาติ -
12. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (ภูเก็ตอควาเรียม)ภูเก็ตอควาเรียม/แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำอุโมงค์ใต้น้ำและสัตว์ทะเลอันดามัน -
13. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษอควาเรียมศรีสะเกษอควาเรียม/แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำอุโมงค์แก้วและปลาน้ำจืด -
14. อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ชลบุรีอควาเรียม/แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำอุโมงค์ใต้น้ำพัทยา -
15. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลชลบุรีมหาวิทยาลัยของรัฐ · สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแมงกะพรุนและนิทรรศการสัตว์ทะเล -
16. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรังมหาวิทยาลัยของรัฐ · พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดามัน -
17. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาครสมุทรสาครสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางสัตว์น้ำและระบบนิเวศปากแม่น้ำ -
27. อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอประจวบคีรีขันธ์รัฐ · อุทยานวิทยาศาสตร์และอควาเรียมนิทรรศการวิทยาศาสตร์และสัตว์น้ำ -
29. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติจันทบุรีอควาเรียม/แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำสัตว์น้ำชายฝั่งจันทบุรี -
30. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดร้อยเอ็ดเทศบาล · อควาเรียมปลาน้ำจืดใกล้บึงพลาญชัย -
31. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานครสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางปลาน้ำจืดและการเรียนรู้ -
37. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองระยองอควาเรียม/แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำอควาเรียมสัตว์ทะเลระยอง -
44. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยาพะเยาหน่วยงานวิจัยประมง · ไม่ใช่สวนสัตว์การวิจัยสัตว์น้ำจืดและประมง -
จ. ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่า สถานีเพาะเลี้ยง และแหล่งเรียนรู้สัตว์ (15 แห่ง)
19. สวนสัตว์เปิด สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างราชบุรีภาครัฐ · สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่างานวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า -
23. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สวนป่าทุ่งเกวียน)ลำปางรัฐวิสาหกิจ · ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยการอนุรักษ์และดูแลช้างไทย054-829-329
32. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุงพัทลุงหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานฟื้นฟูและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า -
33. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาวจันทบุรีหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานดูแลสัตว์ป่าเขาสอยดาว -
34. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงาพังงาหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานดูแลสัตว์ป่าพังงา -
35. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ฉะเชิงเทราหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ -
36. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนสระแก้วหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน -
38. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ศรีสะเกษหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)งานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ -
39. สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงเชียงรายหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)วิจัยสัตว์ป่าดอยตุง -
40. สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียวชัยภูมิหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)วิจัยสัตว์ป่าภูเขียว -
41. สถานีเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทรายเพชรบุรีหน่วยงานรัฐ · สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า (การเข้าชมมีข้อจำกัด)สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย -
50. สวนงูสภากาชาดไทยกรุงเทพมหานครสภากาชาดไทย · สวนงู/ศูนย์การเรียนรู้งูพิษและความรู้เรื่องเซรุ่ม -
55. หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์สุรินทร์ชุมชนช้าง · แหล่งท่องเที่ยวช้างสุรินทร์หมู่บ้านช้างและวิถีชุมชน -
62. บ่ออนุบาลเต่า กองทัพเรือภาคที่ 3พังงากองทัพเรือ · บ่ออนุบาลเต่าทะเลศูนย์อนุบาลเต่าทะเล -
63. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือชลบุรีกองทัพเรือ · ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลการอนุรักษ์และเพาะฟักเต่าทะเล -
ฉ. ฟาร์มสัตว์ สวนผีเสื้อ และแหล่งชมสัตว์อื่น (19 แห่ง)
18. ฟาร์มแกะทหารช่างนครสวรรค์หน่วยทหาร · ฟาร์มแกะฟาร์มแกะในค่ายจิรประวัติ -
24. เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ทราชบุรีเอกชน · ฟาร์มแกะ/รีสอร์ทฟาร์มแกะและบรรยากาศสวนผึ้ง -
26. บ้านแกะแม่ขิเชียงใหม่ฟาร์มสัตว์/พื้นที่ชมสัตว์อื่นฟาร์มแกะใกล้ธรรมชาติแม่ริม -
42. สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีกาญจนบุรีสถานสงเคราะห์/ดูแลสัตว์เลี้ยง · ไม่ใช่สวนสัตว์ดูแลสัตว์เลี้ยงและสัตว์พักพิง -
43. สวนน้ำสวนสัตว์ภูกระดึงเลยแหล่งกิจกรรมสวนน้ำและสัตว์ · สถานะต้องตรวจพื้นที่สวนน้ำและชมสัตว์ -
45. โอเอซิส ฟาร์มลพบุรีฟาร์มสัตว์/พื้นที่ชมสัตว์อื่นฟาร์มเลี้ยงสัตว์และท่องเที่ยว -
46. สวนผีเสื้อสายทิพย์ชลบุรีสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางผีเสื้อและแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ -
51. ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ (ฟาร์มจระเข้วสันต์)ชัยนาทสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางฟาร์มจระเข้ท้องถิ่น -
52. หมู่บ้านช้างพัทยาชลบุรีฟาร์มสัตว์/พื้นที่ชมสัตว์อื่นกิจกรรมเรียนรู้และชมช้าง -
53. อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร · อุทยานผีเสื้อ/แมลงสวนผีเสื้อและแมลงในสวนสาธารณะ -
54. สวนปาล์มฟาร์มนกฉะเชิงเทราฟาร์มสัตว์/พื้นที่ชมสัตว์อื่นสวนปาล์มและนกหลายชนิด -
56. อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรตินครปฐมแหล่งเรียนรู้แมลง · ไม่ใช่สวนสัตว์ทั่วไปนิทรรศการและการเรียนรู้แมลง -
57. สวนผีเสื้อพานีประจวบคีรีขันธ์สถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางสวนผีเสื้อและเพาะเลี้ยง -
58. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)พิจิตรสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางฟาร์มนกกระจอกเทศ -
59. ทะเลน้ำจืด (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)กาญจนบุรีสถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางฟาร์มนกกระจอกเทศ -
60. หมู่บ้านช้างหัวหินประจวบคีรีขันธ์ฟาร์มสัตว์/พื้นที่ชมสัตว์อื่นหมู่บ้านช้างและกิจกรรมท่องเที่ยว -
61. ฟาร์มนกกระจอกเทศ นครสวรรค์นครสวรรค์สถานที่จัดแสดง/ฟาร์ม · ตรวจสถานะก่อนเดินทางฟาร์มนกกระจอกเทศ -
64. สวนนกไทยศึกษาพิษณุโลกแหล่งเรียนรู้และดูนกสวนศึกษานก -
65. สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ)สุพรรณบุรีแหล่งอนุรักษ์/ชมนกธรรมชาติพื้นที่ธรรมชาติชมนก -
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในบทความมีทั้งหมดกี่แห่ง?
ตอบ: มี 6 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์ขอนแก่น และสวนสัตว์อุบลราชธานี
 
ถาม: เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ไม่ได้อยู่ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย
 
ถาม: สวนสัตว์เอกชนกับฟาร์มสัตว์ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: สวนสัตว์เอกชนมีลักษณะการจัดแสดงสัตว์เพื่อให้ประชาชนเข้าชม ขณะที่ฟาร์มอาจเน้นการเพาะเลี้ยงสัตว์หรือกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร การมีสัตว์อยู่ภายในสถานที่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสวนสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต
 
ถาม: สวนสัตว์เปิดกับซาฟารีต่างกันอย่างไร?
ตอบ: สวนสัตว์เปิดมักจัดพื้นที่ให้ชมสัตว์ในส่วนแสดงที่กว้างขวาง ส่วนซาฟารีมักมีเส้นทางรถชมสัตว์ในพื้นที่จัดแสดง ทั้งสองรูปแบบอาจอยู่ร่วมกันในสถานที่เดียว
 
ถาม: ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: บางแห่งมีพื้นที่เรียนรู้หรือจุดชมที่เปิดให้ประชาชนเข้าถึง แต่บางแห่งจำกัดการเข้าชมเพราะมีภารกิจดูแลสัตว์หรือวิจัย จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
 
ถาม: สวนเสือศรีราชายังเปิดภายใต้ชื่อเดิมหรือไม่?
ตอบ: สวนเสือศรีราชาเดิมประกาศเลิกกิจการในปี 2564 หากมีสถานที่ดำเนินงานต่อในพื้นที่เดิมต้องตรวจสอบชื่อผู้ประกอบการและบริการปัจจุบันแยกกัน
 
ถาม: สถานที่ทั้ง 71 แห่งเป็นสวนสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมดหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ ตัวเลข 76 เป็นจำนวนรายการสถานที่เกี่ยวกับสัตว์ที่รวบรวมเพื่อการท่องเที่ยว มีทั้งสวนสัตว์ อควาเรียม ศูนย์อนุรักษ์ และฟาร์มสัตว์ ไม่ใช่จำนวนตามทะเบียนใบอนุญาต
 
ถาม: ก่อนเดินทางไปสวนสัตว์ควรตรวจสอบอะไร?
ตอบ: ควรตรวจสอบว่ายังเปิดให้บริการหรือไม่ วันเวลาและรอบกิจกรรม ค่าเข้าชม เบอร์ติดต่อที่เป็นปัจจุบัน รวมทั้งเงื่อนไขการเข้าชมสัตว์เพื่อความปลอดภัย

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(41)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)