สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี

สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี

สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
Rating: 4.1/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี เป็นสถานสงเคราะห์สัตว์และพื้นที่เรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ตั้งอยู่บริเวณบ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะเด่นของที่นี่ไม่ใช่ “สวนสัตว์” ในความหมายของแหล่งจัดแสดงสัตว์เพื่อความบันเทิง แต่เป็นพื้นที่ดูแลสัตว์ที่ขาดโอกาส โดยเฉพาะสุนัขและแมวจำนวนมาก รวมถึงสัตว์เลี้ยงพื้นบ้านอย่างโค กระบือ แพะ และแกะ ในบริบทของกาญจนบุรีที่มีทั้งชุมชนชนบทและเมืองท่องเที่ยว สถานที่เช่นนี้ทำหน้าที่สำคัญในฐานะระบบรองรับสัตว์ถูกทอดทิ้ง ลดปัญหาสัตว์จรจัด และเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ผ่านการอุปการะ การอาสาช่วยงาน และการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม
 
สถานสงเคราะห์แห่งนี้ย้ายมาจากทุ่งสีกัน และจัดสรรพื้นที่ราว 38 ไร่เพื่อรองรับการดูแลสัตว์จำนวนมาก การย้ายสถานที่ในลักษณะนี้สะท้อนความจำเป็นด้านพื้นที่และการจัดการ เช่น การแบ่งโซนกักกันสัตว์ใหม่ การดูแลสัตว์ป่วย การกักกันโรค การทำความสะอาด การจัดการอาหาร รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่ลดความเครียดของสัตว์ การมองสถานสงเคราะห์สัตว์ผ่านกรอบวิชาการจะเห็นว่าการดูแลสัตว์จำนวนมากต้องพึ่งพาหลัก “สวัสดิภาพสัตว์” ที่ชัดเจน ตั้งแต่การมีอาหารและน้ำที่เพียงพอ การมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย การได้รับการรักษาเมื่อเจ็บป่วย การสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ในระดับเหมาะสม และการลดความกลัวความทุกข์ทรมาน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการทั้งกำลังคน งบประมาณ ระบบสุขาภิบาล และวินัยการจัดการในระยะยาว
 
หากพิจารณาในเชิงการเรียนรู้ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเหมาะกับการเป็น “ห้องเรียนกลางแจ้ง” สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติและสังคม เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงหัวข้อหลายสาขาเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ชีววิทยาพื้นฐานเรื่องพฤติกรรมสัตว์และสรีรวิทยาเบื้องต้น ไปจนถึงวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขเรื่องสุขาภิบาล การจัดการขยะอินทรีย์ การควบคุมพาหะนำโรค และการป้องกันโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน นอกจากนี้ยังเชื่อมไปถึงสังคมศาสตร์และพลเมืองเรื่องความรับผิดชอบต่อสัตว์ การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม การลดการทอดทิ้ง และบทบาทของอาสาสมัครกับชุมชนในการแก้ปัญหาสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน
 
การสังเกตสัตว์ในสถานสงเคราะห์แตกต่างจากการสังเกตสัตว์ในบ้านหรือในสวนสัตว์ทั่วไป เพราะผู้เรียนจะได้เห็น “ความหลากหลายของบริบทชีวิตสัตว์” ตั้งแต่สัตว์ที่เชื่องและพร้อมเข้าสังคม ไปจนถึงสัตว์ที่หวาดกลัวคน สัตว์บาดเจ็บ สัตว์สูงวัย หรือสัตว์ที่ต้องการการฟื้นฟูเฉพาะทาง ในเชิงธรรมชาติวิทยาและพฤติกรรมสัตว์ การสังเกตสัญญาณความเครียด เช่น การเห่า/หอนถี่ผิดปกติ การเดินวนซ้ำ การหลบมุม การไม่กินอาหาร หรือการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว สามารถใช้เป็นบทเรียนเรื่องสภาพแวดล้อมและการจัดการที่เหมาะสม ผู้เรียนยังสามารถฝึกจดบันทึกเชิงวิทยาศาสตร์แบบง่าย เช่น เวลา-พฤติกรรม (time budget) การตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือการเปรียบเทียบผลของกิจวัตรประจำวันต่อความสงบของสัตว์ โดยต้องทำภายใต้กติกาไม่รบกวนสัตว์และไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
 
อีกประเด็นที่เหมาะกับการขยายเชิงวิชาการคือเรื่อง “การจัดการประชากรสัตว์” ในระดับชุมชน สถานสงเคราะห์สัตว์มักทำงานคู่กับแนวคิดการทำหมันและการฉีดวัคซีน เพื่อควบคุมจำนวนสัตว์จรจัด ลดโรคพิษสุนัขบ้า และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ หากมองในภาพใหญ่ การรับสัตว์เข้ามาดูแลอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าไม่มีมาตรการลดการเกิดใหม่และลดการทอดทิ้ง ดังนั้นสถานที่ลักษณะนี้จึงมีคุณค่าในเชิงนโยบายสาธารณะและการศึกษา เพราะทำให้ผู้เรียนเห็น “ระบบ” ที่สัมพันธ์กันทั้งต้นทางและปลายทาง ตั้งแต่พฤติกรรมเจ้าของสัตว์ การเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ การทำหมัน การให้ความรู้ในโรงเรียน การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมการอุปการะสัตว์อย่างรับผิดชอบ
 
สำหรับผู้ที่รักสัตว์ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาส “การช่วยเหลือที่จับต้องได้” โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวันตามข้อมูลที่มีอยู่ การอุปการะสัตว์จากสถานสงเคราะห์ควรถูกมองเป็นกระบวนการร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงการ “รับไปเพราะสงสาร” ผู้รับเลี้ยงควรประเมินความพร้อมด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ความเหมาะสมของบ้านและสมาชิกครอบครัว รวมถึงความพร้อมในการพาสัตว์ไปตรวจสุขภาพ ทำวัคซีน ทำหมัน (หากยังไม่ได้ทำ) และฝึกพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ในกรณีสัตว์ที่ผ่านประสบการณ์ความเครียดหรือการถูกทอดทิ้ง อาจต้องใช้เวลาปรับตัวและต้องการผู้ดูแลที่มีความเข้าใจ การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน การกำหนดตารางอาหาร การฝึกขับถ่าย และการค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจ เป็นหัวใจที่ทำให้การรับเลี้ยงสำเร็จและไม่ย้อนกลับไปสู่การทอดทิ้งซ้ำ
 
มิติด้านสาธารณสุขเป็นอีกหัวข้อที่สามารถขยายได้อย่างมีสาระและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียน สถานสงเคราะห์สัตว์ที่มีสัตว์จำนวนมากย่อมต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคติดต่อและสุขอนามัย เช่น การล้างมือก่อนและหลังสัมผัสสัตว์ การไม่จับหน้า ตา ปาก ระหว่างอยู่ในพื้นที่ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีบาดแผลหรือมีอาการป่วย การใช้รองเท้าหุ้มส้น และการดูแลเด็กให้เคารพกติกาอย่างเคร่งครัด การเรียนรู้เรื่องโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonoses) ในระดับพื้นฐานสามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการรักสัตว์ต้องมาคู่กับความรับผิดชอบและความปลอดภัย ซึ่งเป็นความรู้สำคัญในโลกที่คนกับสัตว์มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดมากขึ้น
 
ในมุมสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากร สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ต้องบริหาร “ทรัพยากรประจำวัน” จำนวนมาก เช่น อาหารสัตว์ น้ำสะอาด เวชภัณฑ์ วัสดุทำความสะอาด พื้นที่รองรับของเสีย และระบบระบายน้ำ หากมองแบบนักเรียนสายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ผู้เรียนสามารถตั้งคำถามเชิงระบบได้ เช่น ของเสียอินทรีย์ถูกจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นหรือดึงดูดแมลงพาหะ ระบบทำความสะอาดกรงต้องใช้น้ำเท่าไรต่อวัน และมีวิธีลดการใช้น้ำหรือใช้ซ้ำอย่างปลอดภัยหรือไม่ พื้นที่สีเขียวและการระบายอากาศช่วยลดความเครียดสัตว์อย่างไร และโครงสร้างพื้นฐานแบบใดที่ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อโรคในพื้นที่ที่มีสัตว์หนาแน่น หัวข้อเหล่านี้สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้และการทำโครงงานที่เคารพจริยธรรม ไม่รบกวนสัตว์ และไม่กระทบการทำงานของผู้ดูแล
 
การมาเยี่ยมชมแบบมีคุณภาพควรตั้งเป้าหมาย “เรียนรู้และสนับสนุน” มากกว่า “มาถ่ายรูป” เพราะสัตว์หลายตัวในสถานสงเคราะห์อาจมีความเปราะบางทางอารมณ์ การส่งเสียงดัง การวิ่งไล่ หรือการพยายามอุ้มสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้สัตว์เครียดและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ หากมาเป็นหมู่คณะ เช่น โรงเรียนหรือหน่วยงาน แนะนำให้ประสานงานล่วงหน้าเพื่อรับกติกาที่เหมาะสม และเพื่อให้กิจกรรมไม่รบกวนตารางให้อาหารหรือการรักษาพยาบาล ผู้เข้าชมยังสามารถสนับสนุนในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น บริจาคอาหารสัตว์ ยารักษาโรค ผ้าห่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด หรือสนับสนุนค่ารักษาตามช่องทางที่สถานที่กำหนด ทั้งนี้ควรยึดข้อมูลจากผู้ดูแลโดยตรงเพื่อให้ความช่วยเหลือถูกจุดและลดความซ้ำซ้อน
 
ลักษณะพื้นที่ตั้งที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชนบทกับการดูแลสัตว์จำนวนมาก การมีสถานสงเคราะห์สัตว์ในพื้นที่นอกเมืองมักช่วยให้มีพื้นที่กว้างพอสำหรับการแยกโซนสัตว์ ลดเสียงรบกวนต่อชุมชน และมีช่องทางจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสัตว์ อย่างไรก็ตามก็มีความท้าทายด้านโลจิสติกส์ เช่น การนำส่งอาหารและเวชภัณฑ์ การเดินทางของอาสาสมัคร การเข้าถึงสัตวแพทย์ และการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การเข้าใจข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยให้ผู้สนับสนุนมองสถานสงเคราะห์สัตว์อย่างเป็นระบบและช่วยในแบบที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ช่วยแบบอารมณ์นำจนเกิดภาระเพิ่ม
 
ในเชิงการท่องเที่ยวเชิงรับผิดชอบ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีสามารถเป็นจุดแวะเรียนรู้ที่เพิ่มมิติให้การมาเยือนกาญจนบุรี โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้เรื่องความเมตตาและความรับผิดชอบ หรือกลุ่มนักเรียนสายชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ต้องการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง จุดสำคัญคือการวางพฤติกรรมผู้เข้าชมให้สอดคล้องกับคุณค่าของสถานที่ เช่น เคารพความเป็นอยู่ของสัตว์ ไม่ให้อาหารเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่กระตุ้นให้สัตว์ตื่นตกใจ และร่วมกันรักษาความสะอาด การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ไม่ได้เน้นความตื่นเต้น แต่เน้น “ความหมาย” และ “การเปลี่ยนมุมมอง” ซึ่งมักเป็นประสบการณ์ที่ยั่งยืนกว่า
 
สำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางรับเลี้ยงสุนัขหรือแมว สถานสงเคราะห์สัตว์เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราเลือกสัตว์ที่เหมาะกับบริบทชีวิตได้จริง เพราะผู้ดูแลมักรู้ลักษณะนิสัยเบื้องต้นของสัตว์แต่ละตัว เช่น ตัวที่คุ้นคน ตัวที่ต้องการบ้านเงียบ ตัวที่ต้องการพื้นที่วิ่ง หรือสัตว์ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก อย่างไรก็ตามผู้รับเลี้ยงควรมองการรับเลี้ยงเป็น “พันธสัญญาระยะยาว” และควรเตรียมความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพประจำปี การป้องกันเห็บหมัด การฉีดวัคซีนตามกำหนด และการฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน การรับเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตสัตว์ แต่ยังลดภาระระบบสงเคราะห์และช่วยให้สถานที่สามารถดูแลสัตว์ตัวอื่นได้ต่อเนื่อง
 
การเดินทางมายังสวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีโดยสังเขปสามารถใช้เส้นทางตามข้อมูลที่มีอยู่ คือมุ่งหน้าไปทางหลวงหมายเลข 3229 ช่วงกิโลเมตรที่ 16–17 แล้วแยกเข้าไปภายในราว 3 กิโลเมตร โดยจุดตั้งต้นส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวคือจากตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีการระบุว่าอยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร การวางแผนเวลาแนะนำช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ หากตั้งใจทำกิจกรรมอาสาหรือบริจาค แนะนำเตรียมรายการสิ่งของและสอบถามความต้องการล่าสุดจากผู้ดูแลก่อนเพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดประโยชน์สูงสุด
 
การเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัว ให้ตั้งจุดหมายไปยังบ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 3229 มุ่งหน้าตามหลักกิโลเมตรที่ 16–17 จากนั้นเข้าทางแยกตามป้าย/ทางเข้าประมาณ 3 กิโลเมตรจนถึงพื้นที่สถานสงเคราะห์ ควรขับด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วเมื่อเข้าเขตชุมชนและบริเวณใกล้สถานที่ เพื่อความปลอดภัยของคน สัตว์ และผู้ใช้ถนน
 
ชื่อสถานที่ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี (สถานสงเคราะห์สัตว์)
ที่ตั้ง บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ที่อยู่ (อ้างอิง) 117 หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71190
พิกัด 14.014558, 99.389321
สรุปสถานที่ สถานสงเคราะห์สัตว์และแหล่งเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ ดูแลสุนัขจำนวนมาก รวมถึงแมว โค กระบือ แพะ และแกะ เปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมและสามารถขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ตามแนวทางของสถานที่
จุดเด่นของสถานที่ 1) สถานสงเคราะห์สัตว์ที่เน้นการดูแลและฟื้นฟูสัตว์ถูกทอดทิ้ง
2) เหมาะกับกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนด้านสวัสดิภาพสัตว์ สุขาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง
3) มีแนวทางให้อุปการะสุนัข ช่วยลดปัญหาสัตว์จรจัดในระยะยาว
ประวัติสำคัญ มีการระบุว่าเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้ายมาจากทุ่งสีกัน และใช้พื้นที่ประมาณ 38 ไร่เพื่อรองรับการดูแลสัตว์จำนวนมาก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) สะพานข้ามแม่น้ำแคว – 22 กม.
2) สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก – 20 กม.
3) พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก (JEATH) – 23 กม.
4) วัดถ้ำเสือ (ท่าม่วง) – 28 กม.
5) ค่ายสุรสีห์/โซนสวนสัตว์ค่าย – 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) 1) Keeree Tara Restaurant – 22 กม. โทร. 034-513-855
2) Keeree Tara Riverside – 22 กม. โทร. 034-518-888
3) On’s Thai Issan – 21 กม. โทร. 087-364-2264
4) ครัวคุณตุ้ม (Krua Khun Toom) – 21 กม. โทร. 089-996-2514
5) The Village Farm To Cafe’ – 26 กม. โทร. 034-540-599
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) 1) U Inchantree Kanchanaburi – 22 กม. โทร. 034-521-584
2) Felix River Kwai Resort – 23 กม. โทร. 034-551-000
3) Dheva Mantra Resort – 24 กม. โทร. 034-615-999
4) Mida Resort Kanchanaburi – 30 กม. โทร. 034-919-606
5) Natee The Riverfront Hotel – 21 กม. โทร. 034-518-777
การติดต่อ โทร. 034-532-112
มือถือ 081-914-3444
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นสวนสัตว์แบบไหน?
ตอบ: เป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่เน้นการดูแล ฟื้นฟู และจัดหาบ้านให้สัตว์ โดยเฉพาะสุนัขและแมว รวมถึงสัตว์เลี้ยงพื้นบ้านบางชนิด ไม่ได้เน้นการจัดแสดงเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก
 
ถาม: สามารถขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ไหม?
ตอบ: มีข้อมูลว่าประชาชนสามารถมาขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวัน แนะนำติดต่อสถานที่โดยตรงเพื่อทราบเงื่อนไขและขั้นตอนล่าสุด รวมถึงคำแนะนำการปรับตัวหลังรับเลี้ยง
 
ถาม: เหมาะกับการพานักเรียนไปเรียนรู้นอกห้องเรียนไหม?
ตอบ: เหมาะ โดยเฉพาะหัวข้อสวัสดิภาพสัตว์ ความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง สุขาภิบาล และการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน แนะนำประสานงานล่วงหน้าเพื่อจัดกิจกรรมให้เหมาะกับช่วงวัยและจำนวนคน
 
ถาม: ถ้าไปเยี่ยมชมควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่รบกวนสัตว์?
ตอบ: ควรพูดคุยด้วยเสียงเบา ไม่วิ่งไล่ ไม่พยายามอุ้มสัตว์เองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้อาหารเองหากผู้ดูแลไม่ได้แนะนำ และช่วยรักษาความสะอาดภายในพื้นที่
 
ถาม: ควรเตรียมอะไรไปหากตั้งใจไปสนับสนุนหรือทำกิจกรรมอาสา?
ตอบ: แนะนำสอบถามความต้องการล่าสุดจากผู้ดูแลก่อน แล้วจึงเตรียมสิ่งของที่จำเป็นจริง เช่น อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ ผ้าห่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด รวมถึงสวมรองเท้าหุ้มส้นและเตรียมน้ำดื่มส่วนตัว
 
ถาม: เดินทางไปอย่างไรแบบเข้าใจง่าย?
ตอบ: จากตัวเมืองกาญจนบุรีมุ่งหน้าไปทางหลวงหมายเลข 3229 ช่วงกิโลเมตรที่ 16–17 จากนั้นแยกเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตรจนถึงพื้นที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว
โทรโทร: 034532112
มือถือมือถือ: 0819143444
แผนที่ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี แผนที่สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
คำค้นคำค้น: สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีสวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี สถานสงเคราะห์สัตว์ กาญจนบุรี รับอุปการะสุนัข กาญจนบุรี ศูนย์พักพิงสุนัข กาญจนบุรี ที่เที่ยวคนรักสัตว์ กาญจนบุรี จิตอาสาช่วยสัตว์ กาญจนบุรี บ้านพุประดู่ หนองบัว เส้นทาง 3229 กาญจนบุรี สวัสดิภาพสัตว์ ปัญหาสัตว์จรจัด
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)