สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี

สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี

สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
Rating: 4.1/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี เป็นสถานสงเคราะห์สัตว์และพื้นที่เรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ตั้งอยู่บริเวณบ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะเด่นของที่นี่ไม่ใช่ “สวนสัตว์” ในความหมายของแหล่งจัดแสดงสัตว์เพื่อความบันเทิง แต่เป็นพื้นที่ดูแลสัตว์ที่ขาดโอกาส โดยเฉพาะสุนัขและแมวจำนวนมาก รวมถึงสัตว์เลี้ยงพื้นบ้านอย่างโค กระบือ แพะ และแกะ ในบริบทของกาญจนบุรีที่มีทั้งชุมชนชนบทและเมืองท่องเที่ยว สถานที่เช่นนี้ทำหน้าที่สำคัญในฐานะระบบรองรับสัตว์ถูกทอดทิ้ง ลดปัญหาสัตว์จรจัด และเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ผ่านการอุปการะ การอาสาช่วยงาน และการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม
 
สถานสงเคราะห์แห่งนี้ย้ายมาจากทุ่งสีกัน และจัดสรรพื้นที่ราว 38 ไร่เพื่อรองรับการดูแลสัตว์จำนวนมาก การย้ายสถานที่ในลักษณะนี้สะท้อนความจำเป็นด้านพื้นที่และการจัดการ เช่น การแบ่งโซนกักกันสัตว์ใหม่ การดูแลสัตว์ป่วย การกักกันโรค การทำความสะอาด การจัดการอาหาร รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่ลดความเครียดของสัตว์ การมองสถานสงเคราะห์สัตว์ผ่านกรอบวิชาการจะเห็นว่าการดูแลสัตว์จำนวนมากต้องพึ่งพาหลัก “สวัสดิภาพสัตว์” ที่ชัดเจน ตั้งแต่การมีอาหารและน้ำที่เพียงพอ การมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย การได้รับการรักษาเมื่อเจ็บป่วย การสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ในระดับเหมาะสม และการลดความกลัวความทุกข์ทรมาน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการทั้งกำลังคน งบประมาณ ระบบสุขาภิบาล และวินัยการจัดการในระยะยาว
 
หากพิจารณาในเชิงการเรียนรู้ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเหมาะกับการเป็น “ห้องเรียนกลางแจ้ง” สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติและสังคม เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงหัวข้อหลายสาขาเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ชีววิทยาพื้นฐานเรื่องพฤติกรรมสัตว์และสรีรวิทยาเบื้องต้น ไปจนถึงวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขเรื่องสุขาภิบาล การจัดการขยะอินทรีย์ การควบคุมพาหะนำโรค และการป้องกันโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน นอกจากนี้ยังเชื่อมไปถึงสังคมศาสตร์และพลเมืองเรื่องความรับผิดชอบต่อสัตว์ การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม การลดการทอดทิ้ง และบทบาทของอาสาสมัครกับชุมชนในการแก้ปัญหาสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน
 
การสังเกตสัตว์ในสถานสงเคราะห์แตกต่างจากการสังเกตสัตว์ในบ้านหรือในสวนสัตว์ทั่วไป เพราะผู้เรียนจะได้เห็น “ความหลากหลายของบริบทชีวิตสัตว์” ตั้งแต่สัตว์ที่เชื่องและพร้อมเข้าสังคม ไปจนถึงสัตว์ที่หวาดกลัวคน สัตว์บาดเจ็บ สัตว์สูงวัย หรือสัตว์ที่ต้องการการฟื้นฟูเฉพาะทาง ในเชิงธรรมชาติวิทยาและพฤติกรรมสัตว์ การสังเกตสัญญาณความเครียด เช่น การเห่า/หอนถี่ผิดปกติ การเดินวนซ้ำ การหลบมุม การไม่กินอาหาร หรือการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว สามารถใช้เป็นบทเรียนเรื่องสภาพแวดล้อมและการจัดการที่เหมาะสม ผู้เรียนยังสามารถฝึกจดบันทึกเชิงวิทยาศาสตร์แบบง่าย เช่น เวลา-พฤติกรรม (time budget) การตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือการเปรียบเทียบผลของกิจวัตรประจำวันต่อความสงบของสัตว์ โดยต้องทำภายใต้กติกาไม่รบกวนสัตว์และไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
 
อีกประเด็นที่เหมาะกับการขยายเชิงวิชาการคือเรื่อง “การจัดการประชากรสัตว์” ในระดับชุมชน สถานสงเคราะห์สัตว์มักทำงานคู่กับแนวคิดการทำหมันและการฉีดวัคซีน เพื่อควบคุมจำนวนสัตว์จรจัด ลดโรคพิษสุนัขบ้า และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ หากมองในภาพใหญ่ การรับสัตว์เข้ามาดูแลอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าไม่มีมาตรการลดการเกิดใหม่และลดการทอดทิ้ง ดังนั้นสถานที่ลักษณะนี้จึงมีคุณค่าในเชิงนโยบายสาธารณะและการศึกษา เพราะทำให้ผู้เรียนเห็น “ระบบ” ที่สัมพันธ์กันทั้งต้นทางและปลายทาง ตั้งแต่พฤติกรรมเจ้าของสัตว์ การเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ การทำหมัน การให้ความรู้ในโรงเรียน การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมการอุปการะสัตว์อย่างรับผิดชอบ
 
สำหรับผู้ที่รักสัตว์ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาส “การช่วยเหลือที่จับต้องได้” โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวันตามข้อมูลที่มีอยู่ การอุปการะสัตว์จากสถานสงเคราะห์ควรถูกมองเป็นกระบวนการร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงการ “รับไปเพราะสงสาร” ผู้รับเลี้ยงควรประเมินความพร้อมด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ความเหมาะสมของบ้านและสมาชิกครอบครัว รวมถึงความพร้อมในการพาสัตว์ไปตรวจสุขภาพ ทำวัคซีน ทำหมัน (หากยังไม่ได้ทำ) และฝึกพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ในกรณีสัตว์ที่ผ่านประสบการณ์ความเครียดหรือการถูกทอดทิ้ง อาจต้องใช้เวลาปรับตัวและต้องการผู้ดูแลที่มีความเข้าใจ การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน การกำหนดตารางอาหาร การฝึกขับถ่าย และการค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจ เป็นหัวใจที่ทำให้การรับเลี้ยงสำเร็จและไม่ย้อนกลับไปสู่การทอดทิ้งซ้ำ
 
มิติด้านสาธารณสุขเป็นอีกหัวข้อที่สามารถขยายได้อย่างมีสาระและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียน สถานสงเคราะห์สัตว์ที่มีสัตว์จำนวนมากย่อมต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคติดต่อและสุขอนามัย เช่น การล้างมือก่อนและหลังสัมผัสสัตว์ การไม่จับหน้า ตา ปาก ระหว่างอยู่ในพื้นที่ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีบาดแผลหรือมีอาการป่วย การใช้รองเท้าหุ้มส้น และการดูแลเด็กให้เคารพกติกาอย่างเคร่งครัด การเรียนรู้เรื่องโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonoses) ในระดับพื้นฐานสามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการรักสัตว์ต้องมาคู่กับความรับผิดชอบและความปลอดภัย ซึ่งเป็นความรู้สำคัญในโลกที่คนกับสัตว์มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดมากขึ้น
 
ในมุมสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากร สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ต้องบริหาร “ทรัพยากรประจำวัน” จำนวนมาก เช่น อาหารสัตว์ น้ำสะอาด เวชภัณฑ์ วัสดุทำความสะอาด พื้นที่รองรับของเสีย และระบบระบายน้ำ หากมองแบบนักเรียนสายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ผู้เรียนสามารถตั้งคำถามเชิงระบบได้ เช่น ของเสียอินทรีย์ถูกจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นหรือดึงดูดแมลงพาหะ ระบบทำความสะอาดกรงต้องใช้น้ำเท่าไรต่อวัน และมีวิธีลดการใช้น้ำหรือใช้ซ้ำอย่างปลอดภัยหรือไม่ พื้นที่สีเขียวและการระบายอากาศช่วยลดความเครียดสัตว์อย่างไร และโครงสร้างพื้นฐานแบบใดที่ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อโรคในพื้นที่ที่มีสัตว์หนาแน่น หัวข้อเหล่านี้สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้และการทำโครงงานที่เคารพจริยธรรม ไม่รบกวนสัตว์ และไม่กระทบการทำงานของผู้ดูแล
 
การมาเยี่ยมชมแบบมีคุณภาพควรตั้งเป้าหมาย “เรียนรู้และสนับสนุน” มากกว่า “มาถ่ายรูป” เพราะสัตว์หลายตัวในสถานสงเคราะห์อาจมีความเปราะบางทางอารมณ์ การส่งเสียงดัง การวิ่งไล่ หรือการพยายามอุ้มสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้สัตว์เครียดและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ หากมาเป็นหมู่คณะ เช่น โรงเรียนหรือหน่วยงาน แนะนำให้ประสานงานล่วงหน้าเพื่อรับกติกาที่เหมาะสม และเพื่อให้กิจกรรมไม่รบกวนตารางให้อาหารหรือการรักษาพยาบาล ผู้เข้าชมยังสามารถสนับสนุนในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น บริจาคอาหารสัตว์ ยารักษาโรค ผ้าห่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด หรือสนับสนุนค่ารักษาตามช่องทางที่สถานที่กำหนด ทั้งนี้ควรยึดข้อมูลจากผู้ดูแลโดยตรงเพื่อให้ความช่วยเหลือถูกจุดและลดความซ้ำซ้อน
 
ลักษณะพื้นที่ตั้งที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชนบทกับการดูแลสัตว์จำนวนมาก การมีสถานสงเคราะห์สัตว์ในพื้นที่นอกเมืองมักช่วยให้มีพื้นที่กว้างพอสำหรับการแยกโซนสัตว์ ลดเสียงรบกวนต่อชุมชน และมีช่องทางจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสัตว์ อย่างไรก็ตามก็มีความท้าทายด้านโลจิสติกส์ เช่น การนำส่งอาหารและเวชภัณฑ์ การเดินทางของอาสาสมัคร การเข้าถึงสัตวแพทย์ และการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การเข้าใจข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยให้ผู้สนับสนุนมองสถานสงเคราะห์สัตว์อย่างเป็นระบบและช่วยในแบบที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ช่วยแบบอารมณ์นำจนเกิดภาระเพิ่ม
 
ในเชิงการท่องเที่ยวเชิงรับผิดชอบ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีสามารถเป็นจุดแวะเรียนรู้ที่เพิ่มมิติให้การมาเยือนกาญจนบุรี โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้เรื่องความเมตตาและความรับผิดชอบ หรือกลุ่มนักเรียนสายชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ต้องการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง จุดสำคัญคือการวางพฤติกรรมผู้เข้าชมให้สอดคล้องกับคุณค่าของสถานที่ เช่น เคารพความเป็นอยู่ของสัตว์ ไม่ให้อาหารเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่กระตุ้นให้สัตว์ตื่นตกใจ และร่วมกันรักษาความสะอาด การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ไม่ได้เน้นความตื่นเต้น แต่เน้น “ความหมาย” และ “การเปลี่ยนมุมมอง” ซึ่งมักเป็นประสบการณ์ที่ยั่งยืนกว่า
 
สำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางรับเลี้ยงสุนัขหรือแมว สถานสงเคราะห์สัตว์เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราเลือกสัตว์ที่เหมาะกับบริบทชีวิตได้จริง เพราะผู้ดูแลมักรู้ลักษณะนิสัยเบื้องต้นของสัตว์แต่ละตัว เช่น ตัวที่คุ้นคน ตัวที่ต้องการบ้านเงียบ ตัวที่ต้องการพื้นที่วิ่ง หรือสัตว์ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก อย่างไรก็ตามผู้รับเลี้ยงควรมองการรับเลี้ยงเป็น “พันธสัญญาระยะยาว” และควรเตรียมความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพประจำปี การป้องกันเห็บหมัด การฉีดวัคซีนตามกำหนด และการฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน การรับเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตสัตว์ แต่ยังลดภาระระบบสงเคราะห์และช่วยให้สถานที่สามารถดูแลสัตว์ตัวอื่นได้ต่อเนื่อง
 
การเดินทางมายังสวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีโดยสังเขปสามารถใช้เส้นทางตามข้อมูลที่มีอยู่ คือมุ่งหน้าไปทางหลวงหมายเลข 3229 ช่วงกิโลเมตรที่ 16–17 แล้วแยกเข้าไปภายในราว 3 กิโลเมตร โดยจุดตั้งต้นส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวคือจากตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีการระบุว่าอยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร การวางแผนเวลาแนะนำช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ หากตั้งใจทำกิจกรรมอาสาหรือบริจาค แนะนำเตรียมรายการสิ่งของและสอบถามความต้องการล่าสุดจากผู้ดูแลก่อนเพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดประโยชน์สูงสุด
 
การเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัว ให้ตั้งจุดหมายไปยังบ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 3229 มุ่งหน้าตามหลักกิโลเมตรที่ 16–17 จากนั้นเข้าทางแยกตามป้าย/ทางเข้าประมาณ 3 กิโลเมตรจนถึงพื้นที่สถานสงเคราะห์ ควรขับด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วเมื่อเข้าเขตชุมชนและบริเวณใกล้สถานที่ เพื่อความปลอดภัยของคน สัตว์ และผู้ใช้ถนน
 
ชื่อสถานที่ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี (สถานสงเคราะห์สัตว์)
ที่ตั้ง บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ที่อยู่ (อ้างอิง) 117 หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71190
พิกัด 14.014558, 99.389321
สรุปสถานที่ สถานสงเคราะห์สัตว์และแหล่งเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ ดูแลสุนัขจำนวนมาก รวมถึงแมว โค กระบือ แพะ และแกะ เปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมและสามารถขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ตามแนวทางของสถานที่
จุดเด่นของสถานที่ 1) สถานสงเคราะห์สัตว์ที่เน้นการดูแลและฟื้นฟูสัตว์ถูกทอดทิ้ง
2) เหมาะกับกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนด้านสวัสดิภาพสัตว์ สุขาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง
3) มีแนวทางให้อุปการะสุนัข ช่วยลดปัญหาสัตว์จรจัดในระยะยาว
ประวัติสำคัญ มีการระบุว่าเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้ายมาจากทุ่งสีกัน และใช้พื้นที่ประมาณ 38 ไร่เพื่อรองรับการดูแลสัตว์จำนวนมาก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) สะพานข้ามแม่น้ำแคว – 22 กม.
2) สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก – 20 กม.
3) พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก (JEATH) – 23 กม.
4) วัดถ้ำเสือ (ท่าม่วง) – 28 กม.
5) ค่ายสุรสีห์/โซนสวนสัตว์ค่าย – 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) 1) Keeree Tara Restaurant – 22 กม. โทร. 034-513-855
2) Keeree Tara Riverside – 22 กม. โทร. 034-518-888
3) On’s Thai Issan – 21 กม. โทร. 087-364-2264
4) ครัวคุณตุ้ม (Krua Khun Toom) – 21 กม. โทร. 089-996-2514
5) The Village Farm To Cafe’ – 26 กม. โทร. 034-540-599
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) 1) U Inchantree Kanchanaburi – 22 กม. โทร. 034-521-584
2) Felix River Kwai Resort – 23 กม. โทร. 034-551-000
3) Dheva Mantra Resort – 24 กม. โทร. 034-615-999
4) Mida Resort Kanchanaburi – 30 กม. โทร. 034-919-606
5) Natee The Riverfront Hotel – 21 กม. โทร. 034-518-777
การติดต่อ โทร. 034-532-112
มือถือ 081-914-3444
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นสวนสัตว์แบบไหน?
ตอบ: เป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่เน้นการดูแล ฟื้นฟู และจัดหาบ้านให้สัตว์ โดยเฉพาะสุนัขและแมว รวมถึงสัตว์เลี้ยงพื้นบ้านบางชนิด ไม่ได้เน้นการจัดแสดงเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก
 
ถาม: สามารถขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ไหม?
ตอบ: มีข้อมูลว่าประชาชนสามารถมาขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวัน แนะนำติดต่อสถานที่โดยตรงเพื่อทราบเงื่อนไขและขั้นตอนล่าสุด รวมถึงคำแนะนำการปรับตัวหลังรับเลี้ยง
 
ถาม: เหมาะกับการพานักเรียนไปเรียนรู้นอกห้องเรียนไหม?
ตอบ: เหมาะ โดยเฉพาะหัวข้อสวัสดิภาพสัตว์ ความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง สุขาภิบาล และการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน แนะนำประสานงานล่วงหน้าเพื่อจัดกิจกรรมให้เหมาะกับช่วงวัยและจำนวนคน
 
ถาม: ถ้าไปเยี่ยมชมควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่รบกวนสัตว์?
ตอบ: ควรพูดคุยด้วยเสียงเบา ไม่วิ่งไล่ ไม่พยายามอุ้มสัตว์เองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้อาหารเองหากผู้ดูแลไม่ได้แนะนำ และช่วยรักษาความสะอาดภายในพื้นที่
 
ถาม: ควรเตรียมอะไรไปหากตั้งใจไปสนับสนุนหรือทำกิจกรรมอาสา?
ตอบ: แนะนำสอบถามความต้องการล่าสุดจากผู้ดูแลก่อน แล้วจึงเตรียมสิ่งของที่จำเป็นจริง เช่น อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ ผ้าห่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด รวมถึงสวมรองเท้าหุ้มส้นและเตรียมน้ำดื่มส่วนตัว
 
ถาม: เดินทางไปอย่างไรแบบเข้าใจง่าย?
ตอบ: จากตัวเมืองกาญจนบุรีมุ่งหน้าไปทางหลวงหมายเลข 3229 ช่วงกิโลเมตรที่ 16–17 จากนั้นแยกเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตรจนถึงพื้นที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว
โทรโทร: 034532112
มือถือมือถือ: 0819143444
แผนที่ สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี แผนที่สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี
คำค้นคำค้น: สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีสวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี สถานสงเคราะห์สัตว์ กาญจนบุรี รับอุปการะสุนัข กาญจนบุรี ศูนย์พักพิงสุนัข กาญจนบุรี ที่เที่ยวคนรักสัตว์ กาญจนบุรี จิตอาสาช่วยสัตว์ กาญจนบุรี บ้านพุประดู่ หนองบัว เส้นทาง 3229 กาญจนบุรี สวัสดิภาพสัตว์ ปัญหาสัตว์จรจัด
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)