หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เดิมบางนางบวช >ต.เดิมบาง > บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
TL;DR: บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เปิดทุกวัน เวลา วันจันทร์-ศุกร์ 08.30 – 16.30 น. / วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30 –.
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ 08.30 – 16.30 น. / วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30 – 17.00 น.
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งเรียนรู้สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และศูนย์อนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง จุดเด่นของบึงฉวากไม่ได้อยู่เพียงความเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวครบวงจรที่รวมบึงน้ำจืด เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารโลกใต้ทะเล บ่อจระเข้ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า เกาะกระต่าย อุทยานผักพื้นบ้าน ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP และพื้นที่พักผ่อนริมบึงไว้ในสถานที่เดียว บึงฉวากจึงเหมาะกับทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศน้ำจืดของไทยในรูปแบบที่เที่ยวได้ง่ายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวมประมาณ 2,700 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดต่อระหว่างอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร ความสำคัญของบึงฉวากเริ่มต้นจากการเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีทั้งพันธุ์พืชน้ำ สัตว์น้ำ นกน้ำ และระบบนิเวศริมบึง ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเฉลิมพระเกียรติที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัดและระดับประเทศ
บึงฉวากได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 และในปี พ.ศ. 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติตามแนวคิดของอนุสัญญาแรมซาร์ ความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้หมายถึงเพียงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แต่หมายถึงพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ฉ่ำน้ำ พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังถาวรหรือชั่วคราว แหล่งน้ำนิ่ง แหล่งน้ำไหล และระบบนิเวศที่เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด บึงฉวากเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1–3 เมตร จึงเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำที่เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป
ความสำคัญทางนิเวศของบึงฉวากเห็นได้จากบรรยากาศริมบึงที่มีดอกบัวสีแดงและสีชมพูบานในช่วงเช้า มีนกน้ำเข้ามาอาศัยและหากินตามกอบัว โดยเฉพาะนกเป็ดแดงที่มักพบเป็นฝูงในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม และทยอยกลับในช่วงเดือนเมษายน ภาพบัวบานกลางบึง ลมเย็นริมฝั่ง และฝูงนกที่รวมตัวกันตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้บึงฉวากยังคงมีคุณค่าในฐานะพื้นที่ธรรมชาติ แม้จะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่แล้วก็ตาม
ชื่อบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติเกิดจากการพัฒนาพื้นที่ในช่วงปี พ.ศ. 2538 เมื่อ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ผลักดันการพัฒนาบึงฉวากเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี การพัฒนาดังกล่าวทำให้บึงฉวากมีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นหลายส่วน เช่น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ บ่อจระเข้ อุทยานผักพื้นบ้าน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนริมบึง จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี
หัวใจของการท่องเที่ยวบึงฉวากคือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ภายในอาคารจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม ปลาหายาก และสัตว์น้ำหลากหลายชนิด เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาใกล้ชิด อาคารจัดแสดงแบ่งเป็นหลายส่วน โดยอาคารหลังที่ 1 แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำเค็ม ทั้งพันธุ์ปลาไทยและพันธุ์ปลาต่างประเทศ เช่น ปลาบึก ปลากระโห้ ปลาม้า ปลากราย ปลาช่อนงูเห่า และปลาเสือตอ ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นความหลากหลายของปลาไทยและปลาแปลกที่หาดูได้ยากในชีวิตประจำวัน
อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ 2 เป็นอีกจุดเด่นสำคัญของบึงฉวาก เพราะมีตู้ปลาขนาดใหญ่บรรจุน้ำได้กว่า 400 ลูกบาศก์เมตร และมีอุโมงค์ปลาน้ำจืดยาวประมาณ 8.5 เมตร ผู้ชมสามารถเดินลอดผ่านใต้อุโมงค์และเห็นฝูงปลาแหวกว่ายอยู่รอบตัว ประสบการณ์นี้ทำให้บึงฉวากเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สนุกสำหรับเด็กและครอบครัว อีกทั้งยังมีตู้ปลาน้ำจืดและตู้ปลาทะเลสวยงามเพิ่มเติมโดยรอบ การแสดงให้อาหารปลาในตู้ใหญ่เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมาก โดยเฉพาะในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 3 หรือสวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล เป็นโซนที่สร้างความตื่นตาให้กับผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในจัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลจำนวนมาก มีตู้ปลาขนาดใหญ่ ตู้ปลารูปทรงแปลกตา อุโมงค์ปลา และบันไดเลื่อนความยาวประมาณ 75 เมตร เพื่อให้ผู้ชมได้ศึกษาโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด โซนนี้ยังเป็นบ้านของปลาฉลามและสัตว์ทะเลหลายชนิด จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพาเด็กเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศทะเลผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
นอกจากอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว บ่อจระเข้น้ำจืดยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมาก ภายในจำลองสภาพพื้นที่ให้ใกล้เคียงธรรมชาติ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยหลายขนาด ผู้ชมสามารถชมความเป็นอยู่ของจระเข้ได้จากจุดที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัย มีการแสดงจระเข้ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในรอบที่กำหนด กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นพฤติกรรมของจระเข้อย่างใกล้ชิด แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
อีกพื้นที่หนึ่งที่สำคัญมากคือศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ภายในมีอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว นิทรรศการความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การดูนก ภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก ตู้จำลองระบบนิเวศ และพื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจบึงฉวากในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ใช่เพียงสวนสัตว์หรือสถานที่ถ่ายภาพ
กรงนกขนาดใหญ่เป็นไฮไลต์ของศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ สูงประมาณ 25 เมตร ภายในจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายธรรมชาติ มีนกหลากหลายชนิด เช่น นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟ้าสีทอง และนกน้ำหลายชนิด ผู้เข้าชมสามารถเดินตามทางเดินที่จัดไว้และเห็นนกใช้ชีวิตในพื้นที่กว้างกว่ากรงทั่วไป ความใกล้ชิดในลักษณะนี้ช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่เรียนรู้เรื่องพฤติกรรมนกได้ง่ายขึ้น
บริเวณศูนย์สัตว์ป่ายังมีกรงเสือและสิงโตที่ตกแต่งเป็นถ้ำและเนินหินเพื่อให้ใกล้เคียงสภาพธรรมชาติ จัดแสดงสัตว์ป่าตระกูลแมว เช่น สิงโต เสือโคร่ง เสือลายเมฆ เสือดาว และแมวดาว รวมถึงสัตว์ป่าหายากอื่น ๆ เช่น นกยูง ไก่ฟ้า ม้าลาย อูฐ และนกกระจอกเทศ พื้นที่เหล่านี้มีบทบาทในการให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและการจัดการสัตว์ในสถานที่ควบคุม ผู้เข้าชมควรใช้เวลาอ่านป้ายความรู้และสังเกตพฤติกรรมสัตว์อย่างเหมาะสม
เกาะกระต่ายเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับเด็กและครอบครัว เพราะจัดเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีน้ำล้อมรอบ ใช้เป็นที่พักของกระต่ายสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น เจอร์ซี่ วูลลี่ และแองโกร่า รวมถึงสัตว์อื่นอย่างกวางดาวและเนื้อทราย พื้นที่น้ำรอบเกาะยังมีปลาในกระชังหลายชนิดให้ผู้เข้าชมได้ให้อาหาร เช่น ปลาทอง ปลาคาร์ฟ และปลาสวายเผือก บรรยากาศของเกาะกระต่ายช่วยเติมความผ่อนคลายให้กับการเที่ยวบึงฉวาก และเป็นจุดที่เด็กมักใช้เวลาได้นาน
อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ เฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก เป็นอีกโซนที่มีคุณค่าทางการศึกษา อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของผักพื้นบ้านและการอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่น ภายในรวบรวมผักพื้นบ้านจากหลายภูมิภาคของไทยกว่า 500 ชนิด ทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และพืชในพื้นที่ชื้นแฉะ มีการจัดสวน การสาธิตปลูกพืชไร้ดิน โรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ ห้องนิทรรศการ และพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตร เหมาะกับผู้สนใจอาหารไทย สมุนไพร และภูมิปัญญาการยังชีพของไทย
ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP และโรงสีชุมชนเป็นส่วนที่สะท้อนมิติชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นของบึงฉวาก ศูนย์ OTOP รวบรวมสินค้าทั้งของกิน ของใช้ และผลิตภัณฑ์จากจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ส่วนโรงสีชุมชนรองรับผลผลิตของเกษตรกรที่ปลูกข้าวปลอดสารพิษและแปรรูปเป็นข้าวสารปลอดสารพิษบึงฉวาก การมีพื้นที่เหล่านี้ทำให้บึงฉวากไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่สนับสนุนชุมชนและเกษตรกรในท้องถิ่น
ริมบึงฉวากมีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อน เดินเล่น นั่งศาลาริมน้ำ ชมบัว ชมนก และรับลมเย็น นักท่องเที่ยวบางกลุ่มนิยมใช้พื้นที่ริมบึงเป็นจุดพักระหว่างเที่ยวหลายโซน ภายในบางช่วงมีกิจกรรมเรือหรือจักรยานน้ำ และมีพื้นที่สำหรับขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมริมบึง การพักค้างคืนควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อทราบเงื่อนไข พื้นที่ที่อนุญาต และความปลอดภัย
บึงฉวากเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบครึ่งวันถึงเต็มวัน หากต้องการชมเฉพาะอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำและบ่อจระเข้ อาจใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง แต่หากต้องการเที่ยวให้ครบทั้งอาคารโลกใต้ทะเล สวนสัตว์ กรงนก เกาะกระต่าย อุทยานผักพื้นบ้าน และริมบึง ควรวางแผนเวลาเต็มวัน การเดินเที่ยวหลายโซนควรเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะบางโซนมีเวลาเปิดปิดและรอบกิจกรรมแตกต่างกัน โดยเฉพาะกิจกรรมให้อาหารปลาและการแสดงจระเข้ในวันหยุด
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการมีความสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีทางลาดหลายจุด ป้ายสัญลักษณ์ ห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ และบริการรถเข็นฟรี อย่างไรก็ตาม ทางลาดบางจุดภายในอาคารมีความชัน ผู้ใช้ Wheelchair ควรมีผู้ช่วยเหลือร่วมเดินทาง เพื่อให้การเข้าชมปลอดภัยและสะดวกขึ้น
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี หรือทางหลวงหมายเลข 340 ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวชสามารถเข้าได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกคือบริเวณทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 147 ด้านซ้ายมือจะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติและทางเข้าวัดเดิมบาง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนซอย ข้ามแม่น้ำ แล้วตรงไปจนถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนจนพบสะพานข้ามคลองชลประทานด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปจะถึงบึงฉวาก
อีกเส้นทางหนึ่งคือใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ช่วงกิโลเมตรที่ 151 ด้านซ้ายมือจะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ข้ามสะพานบึงฉวาก แล้วตรงไปจนถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน จากนั้นเลี้ยวขวาตามถนนจนพบสะพานข้ามคลองชลประทานทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปจะถึงบึงฉวาก ส่วนผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถขึ้นรถหมอชิต-ท่าช้าง หรือสายใต้-ท่าช้าง แล้วลงที่อำเภอเดิมบางนางบวช จากนั้นต้องเหมารถต่อไปยังบึงฉวาก
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือคุณค่าทางธรรมชาติจากการเป็นบึงน้ำจืดและพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ ชั้นที่สองคือคุณค่าด้านการเรียนรู้จากสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนย์สัตว์ป่า และอุทยานผักพื้นบ้าน ชั้นที่สามคือคุณค่าด้านครอบครัวและชุมชน เพราะเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เข้าถึงง่าย มีค่าเข้าชมไม่สูง และมีกิจกรรมให้คนหลายวัยได้ใช้เวลาร่วมกัน หากต้องการเที่ยวสุพรรณบุรีแบบครบทั้งธรรมชาติ ความรู้ สัตว์น้ำ สัตว์ป่า และวิถีท้องถิ่น บึงฉวากคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรจัดไว้ในแผนเดินทาง
| ชื่อสถานที่ | บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ |
| ที่ตั้ง | อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท |
| ที่อยู่ | ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120 |
| ไฮไลต์ | บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารโลกใต้ทะเล อุโมงค์ปลา บ่อจระเข้ ศูนย์สัตว์ป่า กรงนก เกาะกระต่าย อุทยานผักพื้นบ้าน และจุดพักผ่อนริมบึง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 และได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับชาติในปี พ.ศ. 2541 พัฒนาขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติมาจากการพัฒนาพื้นที่บึงฉวากเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี |
| ลักษณะเด่น | เป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่ พื้นที่รวมประมาณ 2,700 ไร่ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1–3 เมตร และเป็นแหล่งรวมระบบนิเวศน้ำจืด พืชน้ำ นกน้ำ สัตว์น้ำ และแหล่งเรียนรู้สำหรับครอบครัว |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วเข้าทางกิโลเมตรที่ 147 หรือกิโลเมตรที่ 151 ตามป้ายบึงฉวาก หากใช้รถโดยสารให้ลงที่อำเภอเดิมบางนางบวชแล้วเหมารถต่อ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ สัตว์น้ำ สัตว์ป่า และพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดสุพรรณบุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | วันจันทร์-ศุกร์ 08.30 – 16.30 น. / วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 1 และ 2 รวมบ่อจระเข้ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท อาคารหลังที่ 3 สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 50 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรีตามเงื่อนไขที่ประกาศ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ศาลาพักผ่อน ห้องน้ำ ทางลาดบางจุด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ บริการรถเข็นฟรีในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนย์อาหาร จุดจำหน่ายสินค้า OTOP และพื้นที่พักผ่อนริมบึง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. บึงน้ำธรรมชาติและพื้นที่ชุ่มน้ำ 2. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอาคารหลังที่ 1 3. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอาคารหลังที่ 2 และอุโมงค์ปลาน้ำจืด 4. อาคารหลังที่ 3 สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล 5. บ่อจระเข้น้ำจืด 6. ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก 7. กรงนกขนาดใหญ่ 8. กรงเสือ สิงโต และสัตว์ป่าหายาก 9. เกาะกระต่าย 10. อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ 11. ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP และโรงสีชุมชน |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีดูแลสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 035-430-043, 035-430-044, 035-430-033 ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก 035-430-090 สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก 035-481-250 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ เพจสวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี และข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเดิมบาง ประมาณ 8 กม. 2. ตลาดเก้าห้อง 100 ปี ประมาณ 35 กม. 3. อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประมาณ 38 กม. 4. วนอุทยานพุม่วง ประมาณ 45 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประมาณ 52 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัววาสนาปลาเผา ประมาณ 1 กม. 2. ศูนย์อาหารบึงฉวาก ประมาณ 1 กม. 3. ร้านอาหารย่านเดิมบางนางบวช ประมาณ 8 กม. 4. ร้านอาหารริมแม่น้ำท่าจีน เดิมบางนางบวช ประมาณ 10 กม. 5. ร้านอาหารท้องถิ่นย่านวัดเดิมบาง ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บึงฉวากรีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 035-430-099, 035-430-100 2. เดิมบางวิลล่า ประมาณ 12 กม. โทร. 083-316-9557 3. 111 Resort & Spa ประมาณ 24 กม. โทร. 093-221-1022, 056-410-883 4. ท่าจีนริเวอร์โฮม ประมาณ 25 กม. 5. บ้านสวนรีสอร์ท & กาแฟสด ชัยนาท ประมาณ 28 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร
ถาม: บึงฉวากมีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นคือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารโลกใต้ทะเล อุโมงค์ปลา บ่อจระเข้ ศูนย์สัตว์ป่า กรงนก เกาะกระต่าย อุทยานผักพื้นบ้าน และบรรยากาศริมบึงน้ำธรรมชาติ
ถาม: บึงฉวากเปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปวันจันทร์-ศุกร์เปิด 08.30 – 16.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิด 08.30 – 17.00 น.
ถาม: ค่าเข้าชมบึงฉวากเท่าไร?
ตอบ: อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 1 และ 2 รวมบ่อจระเข้ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนอาคารหลังที่ 3 สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 50 บาท และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีตามเงื่อนไขที่ประกาศ
ถาม: บึงฉวากเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุโมงค์ปลา สวนสัตว์ เกาะกระต่าย บ่อจระเข้ และพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติที่เด็กสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ถาม: ผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นเที่ยวบึงฉวากได้หรือไม่?
ตอบ: เที่ยวได้ โดยเฉพาะบริเวณสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีทางลาด ห้องน้ำเฉพาะ และบริการรถเข็นฟรี แต่ทางลาดบางจุดมีความชันจึงควรมีผู้ช่วยเหลือร่วมเดินทาง
ถาม: ไปบึงฉวากด้วยรถโดยสารได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถขึ้นรถโดยสารสายหมอชิต-ท่าช้าง หรือสายใต้-ท่าช้าง แล้วลงที่อำเภอเดิมบางนางบวช จากนั้นต้องเหมารถต่อไปยังบึงฉวาก
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวบึงฉวากนานเท่าไร?
ตอบ: หากชมเฉพาะสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำและบ่อจระเข้ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง แต่ถ้าจะเที่ยวครบทั้งสวนสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้าน เกาะกระต่าย และริมบึง ควรวางแผนแบบเต็มวัน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




