หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต >อ.เมืองภูเก็ต >ต.วิชิต > สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (ภูเก็ตอควาเรียม)
TL;DR: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (ภูเก็ตอควาเรียม) อยู่ที่ปลายแหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เปิดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น.
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (ภูเก็ตอควาเรียม)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น.
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต หรือภูเก็ตอควาเรียม เป็นแหล่งเรียนรู้โลกใต้น้ำสำคัญของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต บริเวณปลายแหลมพันวา สถานที่แห่งนี้เป็นอควาเรียมสาธารณะที่ผูกพันกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และมีบทบาททั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา การเผยแพร่องค์ความรู้ และการสร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย ภายในจัดแสดงสัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม และสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางทะเลมากกว่า 130 สายพันธุ์ รวมมากกว่า 1,500 ชีวิต พร้อมโซนจัดแสดงที่ออกแบบให้ผู้เข้าชมเดินเรียนรู้ต่อเนื่องตั้งแต่โลกน้ำจืด ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ทะเลชายฝั่ง แนวปะการัง ไปจนถึงอุโมงค์ใต้น้ำและนิทรรศการวาฬ
ความน่าสนใจของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตไม่ได้อยู่เพียงการชมปลาสวยงามในตู้กระจก แต่คือการได้เห็นภาพรวมของทะเลอันดามันและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในน้ำอย่างเป็นระบบ ผู้เข้าชมจะได้เดินผ่านตู้จัดแสดงที่นำเสนอสัตว์น้ำหลากหลายกลุ่ม ทั้งปลาน้ำจืด ปลาทะเล สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ปะการัง ดอกไม้ทะเล กุ้ง หอย ปู แมงกะพรุน ปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลาสิงโต ปลากะมง ปลากระเบน เต่าทะเล และปลาฉลามเสือดาว รวมถึงสัตว์น้ำขนาดใหญ่หรือสัตว์น้ำหายากบางชนิดที่ช่วยให้เข้าใจความหลากหลายของโลกใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม โดยเฉพาะครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจธรรมชาติทางทะเล และผู้ที่ต้องการหากิจกรรมในร่มใกล้แหลมพันวา ภายในอาคารมีการจัดแสดงเป็นลำดับ ทำให้เด็กและผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่รู้สึกหนักเกินไป ตู้ปลาแต่ละส่วนช่วยเปิดมุมมองว่าในแหล่งน้ำหนึ่งแห่งไม่ได้มีเพียงปลาขนาดใหญ่ที่มองเห็นง่ายเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ระบบอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่าและเหยื่อ แหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน และบทบาทของพืชน้ำ ปะการัง หิน ทราย และสภาพแวดล้อมที่สัตว์แต่ละชนิดต้องพึ่งพา
ภูเก็ตอควาเรียมเปิดดำเนินงานมายาวนานตั้งแต่ปี 2526 และมีความแตกต่างจากอควาเรียมเชิงพาณิชย์ทั่วไป เพราะพื้นที่นี้เชื่อมโยงกับงานวิจัยและการให้ความรู้ของหน่วยงานด้านทรัพยากรทางทะเลโดยตรง การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการเดินชมสัตว์น้ำเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่สะท้อนภารกิจด้านวิทยาศาสตร์ การอนุรักษ์ และการสื่อสารสาธารณะ ผู้เข้าชมจะเห็นว่าทะเลไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นระบบชีวิตขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นที่ผู้มาเยือนจดจำได้มากที่สุดคือโซนอุโมงค์ใต้น้ำ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ใต้ท้องทะเลลึก ฝูงปลาและสัตว์น้ำขนาดใหญ่แหวกว่ายอยู่รอบตัวในมุมที่แตกต่างจากการชมผ่านตู้ด้านหน้าเพียงด้านเดียว ภายในโซนนี้สามารถมองเห็นปลากะมง ปลากระเบน เต่าทะเล ปลาฉลามเสือดาว และสัตว์น้ำอื่น ๆ ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดกว่าเดิม กิจกรรมดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำในตู้อุโมงค์เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมาก โดยกำหนดเวลา 11.00 – 11.30 น. เป็นช่วงที่ผู้เข้าชมสามารถเห็นพฤติกรรมการกินอาหารและการเคลื่อนไหวของสัตว์น้ำได้ชัดเจน
โซนน้ำจืดและป่าดิบชื้นช่วยเปิดเรื่องราวก่อนเข้าสู่โลกทะเล ผู้เข้าชมจะได้เห็นปลาน้ำจืดหลายชนิด รวมถึงปลาดุกไฟฟ้าที่มีอวัยวะสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในการป้องกันตัวหรือจับเหยื่อ สัตว์น้ำจืดเหล่านี้ทำให้เข้าใจว่าระบบน้ำบนโลกมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่แม่น้ำ ลำธาร บึง หนองน้ำ ไปจนถึงพื้นที่น้ำกร่อยที่เชื่อมต่อกับทะเล การเริ่มต้นจากโซนน้ำจืดจึงช่วยให้การเรียนรู้สมบูรณ์ขึ้น เพราะทะเลและน้ำจืดไม่ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่เชื่อมโยงกันผ่านวัฏจักรน้ำ ภูมิประเทศ และการอพยพของสิ่งมีชีวิตบางชนิด
โซนป่าชายเลนเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ เพราะป่าชายเลนคือพื้นที่รอยต่อระหว่างบกกับทะเล เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นที่หลบภัยของปลา กุ้ง ปู และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ จำนวนมาก ภายในโซนนี้ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้สัตว์น้ำที่ปรับตัวกับสภาพน้ำกร่อยและพื้นที่รากไม้ เช่น ปลาเสือพ่นน้ำที่มีพฤติกรรมหาอาหารเฉพาะตัว โดยสามารถพ่นน้ำให้แมลงตกลงสู่ผิวน้ำได้ ความรู้จากโซนนี้ช่วยให้เข้าใจว่าป่าชายเลนไม่ได้เป็นเพียงป่าริมทะเล แต่เป็นโครงสร้างสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่งที่ช่วยค้ำจุนทรัพยากรประมงและความสมดุลของทะเล
โซนปลาทะเลนำผู้เข้าชมเข้าสู่โลกสีครามของมหาสมุทร ผ่านการจัดแสดงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตชายฝั่งจำนวนมาก เช่น ปลาการ์ตูนที่อยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล ปลานกแก้วที่มีบทบาทต่อระบบแนวปะการัง ปลาสิงโตที่มีรูปลักษณ์สง่างามแต่มีพิษบริเวณครีบ รวมถึงสัตว์ทะเลกลุ่มกุ้ง หอย ปู และสิ่งมีชีวิตไม่มีกระดูกสันหลังชนิดต่าง ๆ โซนนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าความสวยงามของทะเลไม่ได้มีไว้เพียงให้ชม แต่ทุกชีวิตมีหน้าที่ในระบบนิเวศของตนเอง
นิทรรศการวาฬเป็นโซนที่ช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวาฬหลายสายพันธุ์ และชมโครงกระดูกวาฬโอมูระที่พบระหว่างเกาะเฮและเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต การจัดแสดงลักษณะนี้ทำให้เห็นว่าท้องทะเลรอบภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่มากกว่าที่หลายคนคิด วาฬไม่ใช่เพียงสัตว์ไกลตัวในมหาสมุทรกว้าง แต่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทะเลไทย การสำรวจทางวิทยาศาสตร์ และการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก
อีกจุดที่น่าสนใจคือตู้ 12 เหลี่ยมขนาดใหญ่ซึ่งจัดแสดงปลาหมอทะเลยักษ์ สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่มีลักษณะโดดเด่นทั้งด้านรูปร่าง ขนาด และพฤติกรรมทางชีววิทยา ปลาหมอทะเลเป็นตัวอย่างที่ดีของสัตว์น้ำที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นว่าปลาแต่ละชนิดมีวงจรชีวิต การเปลี่ยนแปลง และบทบาทในธรรมชาติไม่เหมือนกัน การชมตู้ขนาดใหญ่เช่นนี้ช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตา และในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เข้าชมเห็นความสำคัญของการรักษาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ในธรรมชาติ
โซนทัชพูลเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้การเรียนรู้มีลักษณะใกล้ชิดขึ้น โดยเน้นการสัมผัสและสังเกตสิ่งมีชีวิตพื้นทะเลภายใต้กติกาที่เหมาะสม ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้รูปร่าง พื้นผิว และพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดได้อย่างระมัดระวัง จุดนี้มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็ก เพราะการเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยความรับผิดชอบช่วยสร้างความเข้าใจได้ดีกว่าการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การสัมผัสสัตว์น้ำต้องทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่จับแรง ไม่ยกสัตว์ขึ้นจากน้ำ และไม่ทำสิ่งใดที่รบกวนสิ่งมีชีวิต
นอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาดแหลมพันวา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยเชื่อมการเรียนรู้ภายในอาคารกับธรรมชาติจริงด้านนอก ผู้เข้าชมจะได้พบพืชชายหาดและพืชป่าชายเลนหลายชนิด เช่น ต้นสวาด โกงกางใบเล็ก เตยทะเล และพืชอื่น ๆ ที่ขึ้นบริเวณชายฝั่ง เส้นทางนี้ทำให้เห็นว่าธรรมชาติรอบอาคารจัดแสดงไม่ได้แยกจากองค์ความรู้ในอควาเรียม แต่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลและชายฝั่งแหลมพันวาจริง
บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติยังมีจุดชมทะเลที่มองเห็นน้ำใส เกาะต่าง ๆ ด้านหน้าแหลมพันวา และสัตว์น้ำขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้มีข้อกำหนดสำคัญคือไม่ให้ลงเล่นน้ำและไม่ให้จับสัตว์น้ำ เพราะเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำของศูนย์วิจัย การรักษากติกานี้เป็นเรื่องจำเป็น เพราะพื้นที่ชายฝั่งที่ดูเรียบง่ายอาจเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไข่สัตว์น้ำ หรือสัตว์วัยอ่อนที่มีความเปราะบางต่อการรบกวน
หนึ่งในคุณค่าของภูเก็ตอควาเรียมคือการทำให้การอนุรักษ์ทะเลกลายเป็นเรื่องที่มองเห็นได้ง่าย ผู้เข้าชมไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถเข้าใจได้ว่าขยะทะเล การจับสัตว์น้ำเกินพอดี การทำลายแนวปะการัง การรบกวนสัตว์ทะเล และการไม่เคารพพื้นที่อนุรักษ์ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร เมื่อตู้จัดแสดงและนิทรรศการนำเสนอชีวิตของสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด ความรู้สึกผูกพันย่อมเกิดขึ้นง่ายขึ้น และนำไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้นเมื่อออกไปเที่ยวทะเลจริง
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเหมาะกับการมาเที่ยวในวันที่อากาศร้อน ฝนตก หรือวันที่ต้องการกิจกรรมในร่มใกล้แหลมพันวา อาคารจัดแสดงช่วยให้เดินชมได้สะดวกกว่าแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้งหลายแห่ง และยังสามารถจัดร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้ง่าย เช่น จุดชมภูมิทัศน์แหลมพันวา อ่าวมะขาม หาดอ่าวยน หอชมวิวเขาขาด และคลองมุดง หากวางแผนดี นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางครึ่งวันหรือหนึ่งวันในโซนวิชิต-แหลมพันวาได้ครบทั้งอควาเรียม จุดชมวิว ชายหาด อาหารทะเล และบรรยากาศชุมชนชายฝั่ง
ผู้ที่เดินทางมากับเด็กควรเผื่อเวลาชมอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพราะเด็กมักใช้เวลาสังเกตปลาแต่ละตู้มากกว่าผู้ใหญ่ การอธิบายชื่อสัตว์น้ำ ลักษณะการเคลื่อนไหว สี ลวดลาย แหล่งอาศัย และพฤติกรรมระหว่างเดินชมจะช่วยให้การเที่ยวมีความหมายมากขึ้น ผู้ปกครองควรเตือนเด็กไม่ให้เคาะกระจก ไม่เปิดแฟลชถ่ายภาพ ไม่นำเครื่องดื่มเข้าโซนจัดแสดง ไม่วิ่งในอาคาร และไม่รบกวนผู้เข้าชมคนอื่น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นมารยาทสำคัญของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
กฎการเข้าชมของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตมีความสำคัญต่อทั้งสัตว์น้ำและผู้เข้าชม การห้ามถ่ายภาพเปิดแฟลชช่วยลดการรบกวนสัตว์น้ำที่ไวต่อแสง การห้ามเคาะกระจกช่วยป้องกันความเครียดของสัตว์และรักษาความปลอดภัยของตู้จัดแสดง การห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงช่วยลดความเสี่ยงด้านความสะอาดและการรบกวน ส่วนการห้ามนำเครื่องดื่มเข้าไปในโซนจัดแสดงช่วยป้องกันการหกเลอะและลดปัญหาขยะในพื้นที่เรียนรู้
ค่าเข้าชมปัจจุบันของภูเก็ตอควาเรียมจัดอยู่ในระดับที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวแบบครอบครัวหลายแห่ง โดยคนไทยผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท และเด็ก 150 บาท เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 108 เซนติเมตร ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสได้รับสิทธิยกเว้นค่าเข้าชมตามเงื่อนไขที่กำหนด ราคานี้ทำให้สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเหมาะทั้งสำหรับครอบครัวในพื้นที่ นักเรียนที่มาทัศนศึกษา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมเรียนรู้ในงบประมาณไม่สูง
เวลาเปิดทำการของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตคือ 08.30 – 16.30 น. และปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น. ผู้ที่ต้องการชมให้ครบทุกโซนควรไปถึงก่อนเวลาปิดจำหน่ายบัตรพอสมควร ไม่ควรไปใกล้เวลาปิดเกินไป เพราะจะทำให้เดินชมอย่างเร่งรีบและอาจพลาดกิจกรรมสำคัญอย่างการดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำในตู้อุโมงค์ ช่วงเวลาที่เหมาะคือช่วงเช้าหรือช่วงก่อนเที่ยง เพราะสามารถชมกิจกรรมให้อาหารเวลา 11.00 – 11.30 น. และยังมีเวลาต่อไปเที่ยวจุดอื่นในแหลมพันวาได้
การเดินทาง ไปสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตสามารถใช้ถนนศักดิเดชไปจนถึงปลายแหลมพันวา จากตัวเมืองภูเก็ตใช้เวลาประมาณ 30 นาทีตามสภาพการจราจร หากเดินทางด้วยรถส่วนตัวสามารถขับตามป้ายไปยังอ่าวมะขาม แหลมพันวา และภูเก็ตอควาเรียมได้ตลอดเส้นทาง ส่วนผู้ที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถสองแถวสายอ่าวมะขามและอควาเรียมได้ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบประหยัด แต่ควรเผื่อเวลาและตรวจรอบรถให้เหมาะสมกับแผนเดินทาง
ตำแหน่งของภูเก็ตอควาเรียมอยู่ปลายสุดของถนนศักดิเดช จึงเหมาะกับการจัดเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเส้นทางแหลมพันวา นักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเองสามารถเริ่มจากตัวเมืองภูเก็ต ผ่านถนนศักดิเดช มุ่งหน้าอ่าวมะขาม แวะหอชมวิวเขาขาดหรือหาดอ่าวยนก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อมายังสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต หรือเลือกมาอควาเรียมเป็นจุดแรกแล้วปิดท้ายด้วยการเดินเล่นริมทะเลที่จุดชมภูมิทัศน์แหลมพันวา เส้นทางนี้ไม่ซับซ้อนและมีป้ายบอกทางเป็นระยะ
ผู้ที่มาจากสนามบินภูเก็ตควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าการออกจากตัวเมือง เพราะแหลมพันวาอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ หากเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจใช้เวลานานขึ้น ส่วนผู้ที่พักย่านป่าตอง กะตะ หรือกะรนควรจัดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันร่วมกับเมืองเก่าภูเก็ตและแหลมพันวา เพื่อไม่ให้เสียเวลาขับรถย้อนหลายรอบ การรวมเส้นทางเช่นนี้ทำให้เที่ยวได้คุ้มกว่าและลดความเหนื่อยจากการเดินทางข้ามฝั่งเกาะ
จุดเด่นอีกอย่างของการมาเที่ยวภูเก็ตอควาเรียมคือสามารถต่อยอดไปยังการเรียนรู้พื้นที่จริงรอบแหลมพันวาได้ทันที หลังจากชมสัตว์น้ำในตู้และนิทรรศการ ผู้เข้าชมสามารถเดินไปชมวิวทะเลบริเวณปลายแหลม หรือเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาดเพื่อดูพืชชายฝั่งและสภาพแวดล้อมจริง การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจว่าปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล ปะการัง ป่าชายเลน และสัตว์ทะเลต่าง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่เฉพาะในตู้จัดแสดง แต่มีบ้านตามธรรมชาติที่ต้องได้รับการดูแล
เมื่อเปรียบเทียบกับอควาเรียมขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้าหรือเมืองท่องเที่ยวอื่น ภูเก็ตอควาเรียมมีบุคลิกที่ต่างกันชัดเจน ที่นี่ไม่ได้เน้นความอลังการเชิงพาณิชย์เป็นหลัก แต่เน้นบทบาทของอควาเรียมสาธารณะ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่สื่อสารงานวิจัยทางทะเล บรรยากาศอาจเรียบง่ายกว่า แต่มีคุณค่าในด้านความรู้และความเชื่อมโยงกับทะเลภูเก็ตจริง ผู้ที่เข้าใจจุดเด่นนี้จะได้ประสบการณ์ที่ลึกกว่าการมองว่าเป็นเพียงสถานที่ชมปลา
ภูเก็ตอควาเรียมยังช่วยให้ผู้เข้าชมแยกความเข้าใจระหว่างสัตว์ทะเลที่สวยงามกับสัตว์ทะเลที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ หลายชนิดอาจไม่ได้มีสีฉูดฉาดหรือหน้าตาแปลกตา แต่ทำหน้าที่สำคัญในธรรมชาติ เช่น ช่วยควบคุมประชากรสิ่งมีชีวิตอื่น เป็นอาหารให้สัตว์ใหญ่ ช่วยหมุนเวียนสารอาหาร หรือเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ เมื่อผู้เข้าชมเห็นสัตว์หลายกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน จะเข้าใจว่าการอนุรักษ์ทะเลต้องดูทั้งระบบ ไม่ใช่ปกป้องเฉพาะสัตว์ที่เป็นที่นิยมเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ ภายในอควาเรียมมีมุมที่เหมาะกับการเก็บภาพหลายแบบ เช่น ภาพปลาว่ายผ่านตู้ขนาดใหญ่ ภาพอุโมงค์ใต้น้ำ ภาพแสงสะท้อนในตู้ปลา ภาพเด็กที่กำลังสังเกตสัตว์น้ำ และภาพนิทรรศการด้านทะเล การถ่ายภาพควรปิดแฟลชและไม่แนบกล้องกับกระจกจนรบกวนผู้ชมคนอื่น หากต้องการภาพคมชัดควรรอให้ปลาว่ายช้าลงหรือเลือกจุดที่แสงภายในตู้สม่ำเสมอ การถ่ายอย่างใจเย็นจะได้ภาพที่ดีกว่าการไล่ตามปลาเร็ว ๆ ตลอดเวลา
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตยังเหมาะกับการเป็นจุดเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะมีทั้งสัตว์จริง นิทรรศการ ป้ายความรู้ สื่อภาพ เสียง และกิจกรรมที่ช่วยให้เนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายขึ้น ครูหรือผู้ปกครองสามารถใช้สถานที่นี้สอนเรื่องห่วงโซ่อาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ การปรับตัวของสัตว์ ระบบนิเวศน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมถึงผลกระทบจากมนุษย์ต่อทะเล การเรียนรู้ผ่านสถานที่จริงช่วยให้ผู้เรียนจดจำได้มากกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
ร้านอาหารใกล้ภูเก็ตอควาเรียมมีหลายระดับ ตั้งแต่ร้านอาหารในโรงแรม ร้านอาหารไทย ร้านญี่ปุ่น คาเฟ่ ไปจนถึงร้านริมทะเลบริเวณอ่าวยนและเขาขาด หากต้องการรับประทานอาหารใกล้สถานที่มากที่สุด โซน Cape Panwa Hotel และ Sri Panwa มีร้านอาหารที่อยู่ในระยะใกล้มาก ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศชายหาดและทะเลแบบผ่อนคลายสามารถขับต่อไปยังอ่าวยนหรือเขาขาด ซึ่งมีร้านริมทะเลและคาเฟ่หลายแห่ง เหมาะกับการจบโปรแกรมหลังชมอควาเรียม
ที่พักใกล้สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตส่วนใหญ่อยู่ในโซนแหลมพันวา อ่าวยน และเขาขาด ซึ่งเป็นพื้นที่สงบกว่าย่านชายหาดฝั่งตะวันตก ที่พักแถบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเล ชมวิวอ่าว และเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ โรงแรมหลายแห่งอยู่ใกล้อควาเรียมมาก สามารถเดินทางมาชมในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายได้สะดวก หากพักในเมืองภูเก็ตก็ยังสามารถมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เพราะระยะทางจากตัวเมืองไม่ไกลและเส้นทางค่อนข้างตรง
ในแง่การวางแผนทริป ภูเก็ตอควาเรียมสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของเส้นทางแหลมพันวา หากเริ่มช่วงเช้า ผู้เข้าชมสามารถเดินชมอควาเรียม ดูโชว์ดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำ จากนั้นเดินชมจุดชมภูมิทัศน์แหลมพันวา รับประทานอาหารกลางวันใกล้ทะเล แล้วขับต่อไปยังหอชมวิวเขาขาดหรือหาดอ่าวยนในช่วงบ่าย ส่วนผู้ที่ชอบบรรยากาศยามเย็นสามารถมาชมอควาเรียมช่วงบ่าย แล้วปิดท้ายที่จุดชมวิวริมทะเลหรือร้านอาหารในแหลมพันวา
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนมาเที่ยว ได้แก่ เวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงสำหรับการชมภายในอาคาร น้ำดื่มสำหรับช่วงก่อนหรือหลังเข้าชม โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพที่ปิดแฟลชได้ และแผนการเดินทางต่อในโซนแหลมพันวา ผู้ที่มาพร้อมเด็กควรเตรียมคำอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับสัตว์น้ำแต่ละชนิด และควรใช้โอกาสนี้ปลูกฝังเรื่องการไม่ทิ้งขยะลงทะเล ไม่จับสัตว์ทะเล และไม่ซื้อขายสัตว์ทะเลหายากอย่างไม่เหมาะสม
โดยสรุป สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเป็นมากกว่าอาคารจัดแสดงปลา เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ทะเลที่มีความสัมพันธ์กับงานวิจัย ศูนย์อนุรักษ์ และพื้นที่ธรรมชาติแหลมพันวาอย่างชัดเจน ภายในมีสัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มมากกว่า 130 สายพันธุ์ อุโมงค์ใต้น้ำ โซนป่าชายเลน โซนปลาทะเล นิทรรศการวาฬ ทัชพูล ตู้ 12 เหลี่ยม กิจกรรมดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาด เหมาะกับทั้งครอบครัว นักเรียน นักท่องเที่ยว และผู้ที่อยากเข้าใจทะเลภูเก็ตให้ลึกกว่าการมองเห็นเพียงผิวน้ำ การมาเยือนที่นี่ทำให้เห็นว่าความงามของทะเลไม่ได้อยู่แค่สีฟ้าของน้ำทะเล แต่ยังอยู่ในชีวิตเล็กใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ และอยู่ในความรับผิดชอบของทุกคนที่ใช้ประโยชน์จากทะเลร่วมกัน
| ชื่อสถานที่ | สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Phuket Aquarium |
| ที่ตั้ง | ปลายแหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต |
| ที่อยู่ | 51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000 |
| พิกัด | 7.803620416508571, 98.40787510993505 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้โลกใต้น้ำ อุโมงค์ใต้น้ำ โซนสัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม นิทรรศการวาฬ โซนทัชพูล ตู้ 12 เหลี่ยม กิจกรรมดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาดแหลมพันวา |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เปิดดำเนินงานมายาวนานตั้งแต่ปี 2526 และเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของหน่วยงานวิจัยในพื้นที่แหลมพันวา |
| ลักษณะเด่น | จัดแสดงสัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม และสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางทะเลมากกว่า 130 สายพันธุ์ รวมมากกว่า 1,500 ชีวิต |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนน้ำจืดและป่าดิบชื้น, โซนป่าชายเลน, โซนปลาทะเล, โซนนิทรรศการวาฬ, โซนทัชพูล, โซนตู้อุโมงค์, โซนตู้ 12 เหลี่ยม, โซนโรงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, เส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาดแหลมพันวา |
| กิจกรรมเด่น | โชว์ดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำในตู้อุโมงค์ เวลา 11.00 – 11.30 น. ทุกวัน |
| กฎการเข้าชม | ห้ามถ่ายภาพเปิดแฟลช, ห้ามเคาะกระจก, ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า, ห้ามนำเครื่องดื่มเข้าไปในบริเวณโซนจัดแสดง และห้ามลงเล่นน้ำหรือจับสัตว์น้ำบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาด |
| การเดินทาง | เดินทางตามถนนศักดิเดชไปยังปลายแหลมพันวา ใช้เวลาจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 30 นาที สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า แท็กซี่ บริการรถผ่านแอปพลิเคชัน หรือรถสองแถวสายอ่าวมะขามและอควาเรียม |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้บริการเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวด้านสัตว์น้ำของจังหวัดภูเก็ต |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | คนไทย: ผู้ใหญ่ 80 บาท / เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท เด็กสูงต่ำกว่า 108 ซม., ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, พระภิกษุ, สามเณร, ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส เข้าชมฟรีตามเงื่อนไข |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารจัดแสดงสัตว์น้ำ จุดจำหน่ายบัตร ห้องน้ำ พื้นที่เดินชมภายในอาคาร เส้นทางศึกษาธรรมชาติ พื้นที่เรียนรู้ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่มตามการให้บริการของสถานที่ และพื้นที่จอดรถ |
| ผู้ดูแล | ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0-7639-1126 |
| อีเมล | phuket.aquarium@gmail.com |
| เว็บไซต์ / ช่องทางทางการ | เว็บไซต์สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต และเว็บไซต์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมภูมิทัศน์แหลมพันวา ประมาณ 0.3 กม. 2. อ่าวมะขาม ประมาณ 2 กม. 3. หาดอ่าวยน ประมาณ 3 กม. 4. หอชมวิวเขาขาด ประมาณ 5 กม. 5. คลองมุดง ประมาณ 8 กม. 6. เมืองเก่าภูเก็ต ประมาณ 13 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Panwa House ประมาณ 1 กม. โทร. 076-391-123 2. Baba Soul Food ประมาณ 1 กม. โทร. 076-371-000 3. Baba Soul Café ประมาณ 1 กม. โทร. 076-371-008 4. Baba IKI ประมาณ 1 กม. โทร. 076-371-000 5. The Cove Phuket ประมาณ 4 กม. โทร. 062-242-3442 6. At The Beach Restaurant & Bar ประมาณ 7 กม. โทร. 095-412-9291 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Kantary Bay Hotel Phuket ประมาณ 0.4 กม. โทร. 076-391-514 2. Cape Panwa Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 076-391-123 3. Sri Panwa Phuket ประมาณ 1 กม. โทร. 076-371-000 4. Amatara Welleisure Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 076-318-888 5. Pullman Phuket Panwa Beach Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 076-602-500 6. The Cove Phuket ประมาณ 4 กม. โทร. 062-242-3442 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตอยู่ที่ไหน?
ตอบ: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตตั้งอยู่ที่ 51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต บริเวณปลายแหลมพันวา
ถาม: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. และปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น. ผู้ที่ต้องการชมให้ครบควรไปถึงก่อนเวลาปิดจำหน่ายบัตรพอสมควร
ถาม: ค่าเข้าชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเท่าไร?
ตอบ: คนไทยผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท เด็กสูงต่ำกว่า 108 ซม. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสเข้าชมฟรีตามเงื่อนไข
ถาม: ภูเก็ตอควาเรียมมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโมงค์ใต้น้ำ โซนน้ำจืดและป่าดิบชื้น โซนป่าชายเลน โซนปลาทะเล นิทรรศการวาฬ โซนทัชพูล ตู้ 12 เหลี่ยม กิจกรรมดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาดแหลมพันวา
ถาม: โชว์ดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำมีเวลาใด?
ตอบ: โชว์ดำน้ำให้อาหารสัตว์น้ำในตู้อุโมงค์จัดเวลา 11.00 – 11.30 น. ทุกวัน จึงควรวางแผนเข้าชมช่วงเช้าหรือก่อนเวลาโชว์เล็กน้อย
ถาม: เดินทางไปสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตอย่างไร?
ตอบ: เดินทางตามถนนศักดิเดชไปยังปลายแหลมพันวา จากตัวเมืองภูเก็ตใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า แท็กซี่ บริการรถผ่านแอปพลิเคชัน หรือรถสองแถวสายอ่าวมะขามและอควาเรียม
ถาม: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเหมาะกับเด็กหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีสัตว์น้ำหลายชนิด นิทรรศการเข้าใจง่าย อุโมงค์ใต้น้ำ โซนสัมผัสเพื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมที่ช่วยปลูกฝังความเข้าใจเรื่องทะเลและการอนุรักษ์
ถาม: เที่ยวสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรปิดแฟลชถ่ายภาพ ไม่เคาะกระจก ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้า ไม่นำเครื่องดื่มเข้าโซนจัดแสดง ไม่รบกวนสัตว์น้ำ และไม่ลงเล่นน้ำหรือจับสัตว์น้ำบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมชายหาด
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




