หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช > 50 ที่เที่ยวภาคใต้ 2570 รวมทะเล เกาะ ภูเขา เมืองเก..
TL;DR: 50 ที่เที่ยวภาคใต้ 2570 รวมทะเล เกาะ ภูเขา เมืองเก่า และจุดเช็กอินห้ามพลาด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะของเกาะท่องเที่ยวได้ตลอดวัน.
50 ที่เที่ยวภาคใต้ 2570 รวมทะเล เกาะ ภูเขา เมืองเก่า และจุดเช็กอินห้ามพลาด

50 ที่เที่ยวภาคใต้ 2570 รวมทะเล เกาะ ภูเขา เมืองเก่า และจุดเช็กอินห้ามพลาด ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นดินแดนที่รวมความงดงามของทะเลสองฝั่งไว้ในภูมิภาคเดียว ทั้งทะเลอันดามันทางตะวันตกและอ่าวไทยทางตะวันออก พร้อมด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ ภูเขาหินปูน ป่าดิบชื้น น้ำตก เมืองเก่า วัดสำคัญ และชุมชนที่มีเอกลักษณ์ หากกำลังวางแผนเที่ยวภาคใต้ในปี 2570 จุดหมายที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ เกาะสมุย หมู่เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ หาดป่าตอง เกาะเต่า เขื่อนเชี่ยวหลาน อุทยานแห่งชาติเขาสก แหลมพรหมเทพ อ่าวนาง และสระมรกต ซึ่งเหมาะกับทั้งการพักผ่อนริมทะเล การดำน้ำ การชมธรรมชาติ และการเดินทางกับครอบครัว
ภาคใต้ประกอบด้วย 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แต่ละจังหวัดมีบุคลิกทางการท่องเที่ยวแตกต่างกันอย่างชัดเจน สุราษฎร์ธานีเป็นประตูสู่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และผืนป่าเขาสก กระบี่มีภูเขาหินปูนกลางทะเลและหมู่เกาะพีพี ภูเก็ตมีทั้งชายหาดและย่านเมืองเก่า ส่วนสตูลโดดเด่นด้วยเกาะหลีเป๊ะและหมู่เกาะอาดัง–ราวี นักเดินทางที่ชอบเมืองเก่าและประวัติศาสตร์ยังสามารถค้นพบมรดกวัฒนธรรมสำคัญในนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และจังหวัดอื่น ๆ ของภูมิภาค
เสน่ห์ของภาคใต้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลใส แต่ยังอยู่ในภูมิประเทศที่มีแนวเทือกเขาทอดยาว พื้นที่ราบชายฝั่ง ป่าต้นน้ำ และชุมชนเกษตรกรรมที่ผูกพันกับธรรมชาติมายาวนาน ตามแนวชายฝั่งมีหมู่บ้านประมงและท่าเรือที่สะท้อนวิถีชีวิตทางทะเล ขณะที่พื้นที่ตอนในมีสวนยางพารา สวนผลไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติ และชุมชนที่ยังสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การเดินทางท่องเที่ยวจึงเปิดโอกาสให้สัมผัสทั้งทะเล ป่า ภูเขา อาหาร และวัฒนธรรมในทริปเดียว
ประวัติศาสตร์ของภาคใต้มีความสัมพันธ์กับเส้นทางการค้าทางทะเลระหว่างคาบสมุทรมลายู อินเดีย จีน และพื้นที่อื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์เหล่านี้สะท้อนผ่านเมืองท่าโบราณ วัด มัสยิด ศาลเจ้าจีน อาคารชิโน-โปรตุกีส ภาษา อาหาร และประเพณีท้องถิ่น เมืองนครศรีธรรมราชมีบทบาทสำคัญด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมภาคใต้ สงขลามีชุมชนเมืองเก่าที่สะท้อนความหลากหลายของผู้คน ส่วนพื้นที่ชายแดนใต้มีศิลปวัฒนธรรมมลายูและชุมชนที่มีอัตลักษณ์เด่นชัด

วัฒนธรรมภาคใต้มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปะการแสดง งานบุญ และอาหารพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหนังตะลุง มโนราห์ ประเพณีสารทเดือนสิบ งานชักพระ รวมถึงประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวิถีชาวเลและชุมชนมุสลิม ในหลายจังหวัดยังมีผ้าทอ งานจักสาน เครื่องหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ผ่านวัด พิพิธภัณฑ์ ย่านชุมชน ตลาดพื้นบ้าน และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

อาหารใต้ เป็นอีกเสน่ห์สำคัญของการเดินทาง มีทั้งรสเผ็ดร้อนจากเครื่องแกง กลิ่นหอมของสมุนไพร และความสดของวัตถุดิบจากทะเล เมนูที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ข้าวยำ น้ำบูดู ขนมจีนปักษ์ใต้ และอาหารทะเล ขณะที่บางจังหวัดมีอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เช่น หมูฮ้องของภูเก็ต อาหารพื้นบ้านมลายู และขนมพื้นเมืองหลากหลายชนิด ของฝากที่น่าสนใจมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป กะปิ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนมลา ผ้าทอ และงานหัตถกรรมจากชุมชน
การวางแผนเที่ยวภาคใต้ควรเริ่มจากการเลือกฝั่งทะเลและกลุ่มจังหวัดให้เหมาะกับจำนวนวัน หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเที่ยวภายในจังหวัดเดียวหรือเลือกสถานที่ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน เช่น ชายหาดและจุดชมวิวทางตอนใต้ของภูเก็ต หรืออ่าวนางและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในกระบี่ หากมีเวลา 2–3 วัน สามารถเพิ่มทริปทางเรือหรือพักค้างคืนบนเกาะได้ ส่วนการเดินทาง 4–5 วันขึ้นไปเหมาะกับการรวมสถานที่หลายประเภท โดยอาจแบ่งเวลาระหว่างทะเลกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติบนแผ่นดิน
ภาคใต้มีสภาพอากาศแตกต่างกันระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวจึงขึ้นอยู่กับจังหวัดและกิจกรรมที่เลือก โดยเฉพาะการเดินทางด้วยเรือ การดำน้ำ และการเข้าพื้นที่อุทยานทางทะเล ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นลมและฤดูกาล นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศ ประกาศของอุทยานแห่งชาติ และตารางเรือก่อนเดินทางเสมอ การจัดโปรแกรมให้ยืดหยุ่นจะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนสถานที่ได้เมื่อสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
สำหรับผู้ชื่นชอบทะเลและกิจกรรมทางน้ำ เกาะสมุย เกาะเต่า หมู่เกาะพีพี และเกาะหลีเป๊ะเป็นจุดหมายสำคัญ ผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าฝน ภูเขาหินปูน และบรรยากาศธรรมชาติควรเลือกอุทยานแห่งชาติเขาสกกับเขื่อนเชี่ยวหลาน ส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกของที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง สามารถเริ่มจากภูเก็ตหรือกระบี่ ก่อนขยายเส้นทางไปยังจังหวัดอื่น ทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบ 50 ที่เที่ยวภาคใต้ที่รวบรวมทั้งสถานที่ยอดนิยมและแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนความหลากหลายของภูมิภาค

1. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ตั้งอยู่ในอ่าวไทยและมีสถานะเป็นอำเภอเกาะสมุย ความโดดเด่นของเกาะแห่งนี้อยู่ที่การผสมผสานชายหาดสวยงาม ภูเขาที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเขตร้อน ชุมชนท้องถิ่น วัดสำคัญ ร้านอาหาร และที่พักหลากหลายระดับไว้บนเกาะเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเพื่อพักผ่อนอย่างสงบ หรือใช้เกาะสมุยเป็นฐานสำหรับทำกิจกรรมทางทะเลและสำรวจหมู่เกาะใกล้เคียง
ไฮไลต์: หาดเฉวง หาดละไม หาดบ่อผุด หมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด วัดพระใหญ่ วัดปลายแหลม หินตาหินยาย น้ำตกหน้าเมือง และเส้นทางท่องเที่ยวรอบเกาะที่มีทั้งชายหาด จุดชมวิว และชุมชนท้องถิ่น
หาดเฉวงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางท่องเที่ยวสำคัญของเกาะสมุย มีแนวชายหาดทอดยาวและพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่พักผ่อนริมทะเล ส่วนหาดละไมมีบรรยากาศชายฝั่งที่แตกต่างออกไปและอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างหินตาหินยาย นักท่องเที่ยวที่ชอบความคึกคักสามารถเลือกพักบริเวณชายหาดหลัก ขณะที่ผู้ต้องการบรรยากาศสงบสามารถเลือกย่านชายฝั่งด้านอื่นของเกาะตามลักษณะที่พักและกิจกรรมที่สนใจ
ด้านวัฒนธรรม เกาะสมุยมีวัดและชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมายาวนาน วัดพระใหญ่บนเกาะฟานเป็นจุดหมายทางศาสนาและจุดชมทัศนียภาพที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี ส่วนวัดปลายแหลมมีงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมทางพุทธศาสนาที่โดดเด่น ขณะที่หมู่บ้านชาวประมงบ่อผุดสะท้อนความสัมพันธ์ของชุมชนกับทะเลผ่านอาคาร ร้านค้า และวิถีชีวิตในพื้นที่ชายฝั่ง
พื้นที่ตอนในของเกาะสมุยมีลักษณะเป็นภูเขาและสวนเขตร้อน เส้นทางไปน้ำตกหน้าเมืองเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างจากแนวชายหาด การขับรถเที่ยวรอบเกาะยังช่วยให้เห็นภูมิประเทศหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชุมชนริมน้ำและท่าเรือ ไปจนถึงถนนเลียบทะเลและจุดชมวิวบนเนินเขา นักท่องเที่ยวควรเลือกเส้นทางตามสภาพถนนและความชำนาญในการขับขี่ โดยเฉพาะถนนที่มีความลาดชัน
เกาะสมุยเหมาะกับคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักหลายคืน หากมีเวลา 2–3 วัน สามารถแบ่งวันแรกสำหรับชายหาดและย่านบ่อผุด วันที่สองสำหรับวัดและแหล่งธรรมชาติ ส่วนวันที่สามอาจใช้สำหรับพักผ่อนหรือออกทริปทางเรือ ผู้ที่ต้องการเที่ยวเกาะเต่าหรือเกาะพะงันต่อสามารถวางแผนเส้นทางเรือโดยแยกวันเดินทางให้เหมาะสม ช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะกับการวางแผนพักผ่อนและกิจกรรมทางทะเล แต่ควรติดตามสภาพอากาศก่อนออกเรือทุกครั้ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะของเกาะท่องเที่ยวได้ตลอดวัน ส่วนท่าเรือและสถานประกอบการมีเวลาของแต่ละแห่ง
การเดินทาง: เกาะสมุยเดินทางได้ด้วยเครื่องบินมายังสนามบินสมุย หรือเดินทางทางบกสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วต่อเรือเฟอร์รีจากฝั่งดอนสัก การเดินทางภายในเกาะใช้รถเช่า รถรับจ้าง หรือบริการรับส่งของที่พักได้ ควรตรวจสอบท่าเรือที่ใช้และรอบเรือของผู้ให้บริการก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะสมุย

2. หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นกลุ่มเกาะกลางทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ภาพภูเขาหินปูนสูงชันโอบล้อมอ่าวน้ำทะเลสีเขียวมรกตกลายเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่แห่งนี้ หมู่เกาะพีพีมีทั้งพื้นที่ชุมชนที่รองรับนักท่องเที่ยวและพื้นที่ธรรมชาติภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ซึ่งต้องดูแลรักษาระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์: เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ อ่าวโละซามะ อ่าวต้นไทร อ่าวโละดาลัม จุดชมวิวเกาะพีพีดอน เกาะไม้ไผ่ และแหล่งดำน้ำรอบหมู่เกาะ
เกาะพีพีดอนเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการพักค้างคืนของหมู่เกาะ มีท่าเรือ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และบริการท่องเที่ยว จุดเด่นทางภูมิประเทศคือแนวอ่าวต้นไทรกับอ่าวโละดาลัมที่อยู่คนละฝั่งของพื้นที่แคบกลางเกาะ เมื่อมองจากจุดชมวิวบนที่สูงจะเห็นแนวชายหาดทั้งสองด้านพร้อมทิวเขาและทะเลโดยรอบ จึงเป็นมุมถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่
เกาะพีพีเลมีลักษณะเป็นเกาะหินปูนที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงและเวิ้งอ่าวสำคัญ อ่าวมาหยาเป็นจุดหมายที่ผู้มาเยือนรู้จักจากภูมิทัศน์ของหาดทรายและผาหิน ส่วนอ่าวปิเละโดดเด่นด้วยผืนน้ำสีเขียวที่อยู่ระหว่างแนวผาสูงชัน การเที่ยวพื้นที่เหล่านี้ต้องปฏิบัติตามเส้นทางเข้าออก กฎการใช้เรือ ข้อจำกัดของกิจกรรม และประกาศเปิด–ปิดพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ
คุณค่าของหมู่เกาะพีพีไม่ได้มีเพียงความสวยงามเหนือผิวน้ำ แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศทางทะเล แนวปะการัง และแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด เกาะบิดะนอกและเกาะบิดะในเป็นจุดหมายของนักดำน้ำ ขณะที่เกาะไม้ไผ่มีหาดทรายและทัศนียภาพชายฝั่งที่เหมาะกับการพักผ่อน การเลือกผู้ประกอบการเรือและศูนย์ดำน้ำที่ปฏิบัติตามกฎอนุรักษ์ช่วยให้การท่องเที่ยวสอดคล้องกับความเปราะบางของพื้นที่
สำหรับการวางแผนท่องเที่ยว ผู้ที่มีเวลาเพียงวันเดียวสามารถเลือกโปรแกรมเรือนำเที่ยวตามจุดที่เปิดให้เข้าชม แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศของพีพีดอนให้ครบมากขึ้น ควรพักอย่างน้อย 1 คืน เพื่อแบ่งเวลาระหว่างเดินเที่ยวชุมชน ชมวิว พักผ่อนริมทะเล และออกเรือไปยังเกาะใกล้เคียง ทั้งนี้ กำหนดการต้องยืดหยุ่นตามสภาพคลื่นลมและข้อกำหนดของอุทยานฯ โดยบางอ่าวมีช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติตามประกาศประจำปี
วันเปิดทำการ: ทุกวันเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ท่องเที่ยวของอุทยานโดยทั่วไป 08:00 – 16:30 น. ทั้งนี้บางอ่าวมีช่วงปิดฟื้นฟูตามประกาศ
การเดินทาง: เดินทางด้วยเรือจากจังหวัดกระบี่หรือภูเก็ต โดยมีบริการเรือโดยสารและเรือนำเที่ยวจากท่าเรือที่กำหนด เช่น ท่าเรือคลองจิหลาดหรือท่าเรือในพื้นที่อ่าวนาง และท่าเรือรัษฎาฝั่งภูเก็ต เกาะพีพีดอนเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับเดินทางไปเกาะและอ่าวต่าง ๆ ควรตรวจรอบเรือและประกาศพื้นที่เปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่เกาะพีพี

3. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เป็นเกาะท่องเที่ยวในทะเลอันดามันตอนใต้ ตั้งอยู่ในตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงจากหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส แนวปะการัง และการเดินทางเชื่อมต่อหมู่เกาะอาดัง–ราวี สิ่งที่ทำให้หลีเป๊ะมีเอกลักษณ์มากกว่าเกาะพักผ่อนทั่วไปคือการเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีวิถีชีวิตของชาวเลอูรักลาโว้ยสืบทอดอยู่ควบคู่กับกิจกรรมท่องเที่ยว
ไฮไลต์: หาดพัทยา หาดซันไรซ์ หาดซันเซ็ต ถนนคนเดินหลีเป๊ะ แนวปะการัง จุดดำน้ำรอบหมู่เกาะอาดัง–ราวี และวิถีชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ย
หาดพัทยาเป็นชายหาดสำคัญที่มีบริการที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนหาดซันไรซ์เหมาะกับการชมบรรยากาศยามเช้าและมองเห็นเกาะอาดังที่อยู่ไม่ไกล ขณะที่หาดซันเซ็ตมีจุดเด่นด้านการชมแสงเย็นเหนือทะเล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่พักให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด พายเรือคายัก ดำน้ำ หรือพักผ่อนอย่างสงบ
ถนนคนเดินบนเกาะหลีเป๊ะเป็นอีกพื้นที่ที่สะท้อนบรรยากาศของเกาะในช่วงเย็น มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้าท้องถิ่น และบริการสำหรับนักเดินทาง ส่วนชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ยมีรากทางวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับการเดินเรือ การประมง และความเชื่อเกี่ยวกับทะเล การเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนอย่างเคารพช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจหลีเป๊ะในฐานะบ้านของผู้คน ไม่ใช่เพียงสถานที่พักผ่อน
เกาะอาดังและพื้นที่หมู่เกาะใกล้เคียงมีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่แตกต่างจากหลีเป๊ะ เกาะอาดังมีป่าและภูเขา รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองย้อนกลับมายังเกาะหลีเป๊ะได้ ส่วนจุดดำน้ำในหมู่เกาะอาดัง–ราวีมีทั้งบริเวณน้ำตื้นและพื้นที่ที่ต้องใช้เรือนำเที่ยว การเข้าถึงขึ้นอยู่กับสภาพทะเลและประกาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยเฉพาะช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติ
เกาะหลีเป๊ะเหมาะกับการพัก 3 วัน 2 คืนขึ้นไป เพื่อให้มีเวลาเดินเล่นตามชายหาด ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก สำรวจชุมชน และเลือกทริปดำน้ำในวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ผู้ที่ต้องการเที่ยวเกาะอาดังหรือหมู่เกาะรอบข้างควรจัดตารางแยกจากวันเดินทางกลับ เพราะกิจกรรมทางเรือมีโอกาสเปลี่ยนแปลงตามคลื่นลม
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามสภาพอากาศและรอบเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เหมาะกับการท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน
การเดินทาง: เดินทางมายังท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อเรือโดยสารหรือสปีดโบ๊ตไปเกาะหลีเป๊ะ การเดินทางทางทะเลต้องตรวจรอบเรือ สภาพอากาศ และข้อกำหนดของผู้ประกอบการก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีมรสุม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะหลีเป๊ะ

4. หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ตั้งอยู่ในตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกว้างที่โอบล้อมด้วยภูเขาและมีแนวหาดทรายทอดยาวขนานไปกับถนนเลียบชายฝั่ง จุดเด่นของหาดป่าตองคือการรวมบรรยากาศทะเลเข้ากับโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว
ไฮไลต์: แนวชายหาดป่าตอง กิจกรรมชายหาด ถนนทวีวงศ์ ถนนบางลา ย่านร้านอาหาร ศูนย์การค้า และบรรยากาศท่องเที่ยวยามค่ำคืน
หาดป่าตองเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลพร้อมความสะดวกด้านบริการ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนชายหาด นั่งพักชมทะเล หรือร่วมกิจกรรมทางน้ำที่ได้รับอนุญาตในช่วงที่สภาพทะเลปลอดภัย พื้นที่ชายหาดส่วนกลางอยู่ใกล้กับร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ส่วนบริเวณด้านเหนือและด้านใต้มีบรรยากาศและรูปแบบที่พักแตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกจุดพักผ่อนได้ตามความต้องการ
เมื่อพ้นจากแนวชายหาดเข้าสู่ย่านเมืองท่องเที่ยว จะพบร้านอาหารนานาชาติ ร้านอาหารไทย ร้านขายของที่ระลึก สปา และแหล่งช้อปปิ้งจำนวนมาก ถนนบางลาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกิจกรรมยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงของป่าตอง นักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศคึกคักสามารถใช้เวลาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงกลางคืน ขณะที่ผู้ต้องการความเงียบสงบควรเลือกทำเลที่พักให้ห่างจากย่านสถานบันเทิงหลัก
ชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ตได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมตามฤดูกาล ช่วงทะเลสงบเหมาะกับการพักผ่อนบนชายหาดและกิจกรรมทางน้ำมากกว่า ส่วนช่วงมรสุมอาจมีคลื่นแรงและกระแสน้ำย้อนกลับ นักท่องเที่ยวควรสังเกตธงเตือนภัยและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำชายหาดอย่างเคร่งครัด โดยไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีการประกาศห้าม
หาดป่าตองสามารถจัดเป็นจุดหมายเที่ยวครึ่งวัน หนึ่งวัน หรือพักหลายคืนได้ ผู้ที่พักในย่านป่าตองสามารถเดินทางต่อไปหาดกะรน หาดกะตะ หรือชายหาดอื่นของภูเก็ตได้ตามแผนเที่ยว หากสนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สามารถแบ่งเวลาอีกวันสำหรับเดินเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากป่าตองอย่างชัดเจน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: 06:00 – 18:00 น. สำหรับการพักผ่อนริมชายหาด โดยช่วงกลางวันควรระวังแดดและปฏิบัติตามธงเตือนภัยทางทะเล
การเดินทาง: จากตัวเมืองภูเก็ตสามารถเดินทางสู่หาดป่าตองผ่านเส้นทางด้านกะทู้เข้าสู่ชายฝั่งตะวันตก โดยมีช่วงถนนลาดชันและคดเคี้ยวบางส่วน นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตสามารถใช้รถรับส่งหรือรถเช่าได้ ควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรในช่วงท่องเที่ยว
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดป่าตอง

5. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเกาะในอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงด้านการดำน้ำและการเรียนรู้โลกใต้ทะเล ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเกาะพะงัน เกาะแห่งนี้มีชายหาด อ่าวขนาดเล็ก โขดหิน และจุดชมวิวกระจายอยู่รอบเกาะ ลักษณะภูมิประเทศทำให้เกิดพื้นที่ดำน้ำหลากหลาย ตั้งแต่บริเวณน้ำตื้นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงจุดดำน้ำลึกที่ต้องอาศัยทักษะและการดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
ไฮไลต์: หาดทรายรี อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวเทียนออก อ่าวลึก จุดชมวิวบนเกาะ และการออกเรือไปเกาะนางยวนเพื่อชมภูมิทัศน์หาดทรายเชื่อมเกาะ
หาดทรายรีเป็นหนึ่งในย่านท่องเที่ยวสำคัญของเกาะเต่า มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านดำน้ำ และสถานที่พักผ่อนริมทะเล ส่วนอ่าวอื่นรอบเกาะมีบรรยากาศแตกต่างกันไป บางแห่งเหมาะกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ บางแห่งเป็นจุดเริ่มต้นกิจกรรมดำน้ำตื้น และบางแห่งมีแนวชายฝั่งที่ต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมก่อนลงน้ำ การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับความสามารถและสภาพอากาศจึงช่วยให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น
จุดเด่นสำคัญของเกาะเต่าคือธุรกิจและชุมชนการดำน้ำที่มีทั้งหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้นและการพัฒนาทักษะในระดับสูง ผู้ที่ไม่เคยดำน้ำมาก่อนสามารถเลือกกิจกรรมแนะนำโลกใต้ทะเลภายใต้การดูแลของครูฝึก ขณะที่ผู้มีประสบการณ์สามารถวางแผนจุดดำน้ำให้เหมาะกับระดับใบรับรองและสภาพทะเลในวันนั้นได้
นอกจากกิจกรรมใต้น้ำ เกาะเต่ายังเหมาะกับการเดินชมพระอาทิตย์ตก พักผ่อนในร้านอาหารริมทะเล และขึ้นจุดชมวิวบนพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปไปเกาะนางยวน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นกลุ่มเกาะเล็กที่เชื่อมต่อกันด้วยแนวหาดทราย จุดชมวิวของเกาะนางยวนเป็นมุมที่ช่วยให้เห็นรูปร่างของหาดและทะเลโดยรอบอย่างชัดเจน การเข้าเยือนควรเคารพข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์ของพื้นที่
เกาะเต่าเหมาะกับการพักหลายคืน โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจเรียนดำน้ำซึ่งต้องจัดตารางตามหลักสูตรและสภาพทะเล ส่วนผู้ที่เดินทางเพื่อพักผ่อนทั่วไปสามารถแบ่งวันสำหรับเที่ยวชายหาด ดำน้ำตื้น และออกเรือไปเกาะนางยวนได้ นักท่องเที่ยวควรใช้บริการเรือและกิจกรรมที่มีมาตรฐานความปลอดภัย และไม่สัมผัสหรือเหยียบปะการัง
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามสภาพอากาศและรอบเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน เหมาะกับการวางแผนเที่ยวทะเลและดำน้ำ โดยกิจกรรมแต่ละแห่งมีเวลาบริการแตกต่างกัน
การเดินทาง: เกาะเต่าเดินทางด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือที่มีบริการเชื่อมต่อบนฝั่งชุมพร สุราษฎร์ธานี หรือจากเกาะสมุยและเกาะพะงันตามเส้นทางของผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบท่าเรือต้นทางและเวลาขึ้นเรือที่ระบุในบัตรโดยสาร รวมทั้งติดตามสภาพคลื่นลมก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะเต่า

6. เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติขนาดใหญ่ในอำเภอบ้านตาขุน มีชื่อเสียงจากทะเลสาบสีเขียวที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชันจนได้รับฉายาว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย ความงดงามของพื้นที่แห่งนี้เกิดจากการผสมผสานผืนน้ำกว้าง ป่าไม้ ภูเขา และแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ทำให้เป็นจุดหมายที่แตกต่างจากทะเลและเกาะของภาคใต้
ไฮไลต์: จุดชมวิวสันเขื่อน อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา เขาสามเกลอ การล่องเรือชมภูเขาหินปูน แพพักกลางน้ำ การพายเรือคายัก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ที่อนุญาต
เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีบทบาทด้านพลังงานและการจัดการทรัพยากรน้ำ ขณะเดียวกัน ทะเลสาบเหนือเขื่อนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถแบ่งพื้นที่เที่ยวออกเป็นสองลักษณะ คือการชมวิวบริเวณสันเขื่อนและการออกเรือสำรวจทะเลสาบ พื้นที่สันเขื่อนเหมาะกับการแวะชมภูมิทัศน์ ส่วนเส้นทางเรือเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นภูเขาหินปูนกลางน้ำและสัมผัสธรรมชาติในระยะใกล้
เขาสามเกลอเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของเขื่อนเชี่ยวหลาน มีลักษณะเป็นยอดเขาหินปูนที่ตั้งโดดเด่นขึ้นจากผืนน้ำ นักท่องเที่ยวมักเดินทางด้วยเรือเพื่อชมทัศนียภาพบริเวณนี้ ขณะที่แพพักกลางน้ำเป็นทางเลือกสำหรับผู้ต้องการใช้เวลาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ผืนน้ำสงบและแนวภูเขามีหมอกปกคลุมบางช่วง
กิจกรรมในทะเลสาบมีทั้งการนั่งเรือชมวิว พายเรือคายัก พักค้างคืน และเดินศึกษาธรรมชาติในเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม พื้นที่บางส่วนมีถ้ำและเส้นทางป่าที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง เนื่องจากระดับน้ำ ฝน และสภาพภูมิประเทศส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง การเข้าไปในถ้ำหรือพื้นที่ลึกของอุทยานจึงต้องตรวจสอบสถานะเปิดให้บริการก่อนทุกครั้ง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเพียงวันเดียว สามารถเลือกทริปล่องเรือชมจุดสำคัญและกลับเข้าฝั่งในวันเดียว ส่วนผู้ที่ต้องการพักผ่อนเต็มรูปแบบควรค้างคืนบนแพพักที่ได้รับอนุญาต เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามเช้าและใช้เวลากับธรรมชาติได้มากขึ้น เขื่อนเชี่ยวหลานยังสามารถจัดเป็นทริปร่วมกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกได้ แต่ควรแยกวันระหว่างโซนทะเลสาบกับโซนเดินป่า
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่จุดชมวิวและบริการหลัก 07:00 – 18:00 น. ส่วนกิจกรรมเรือและแพพักให้ยึดเวลาผู้ให้บริการ
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุน แล้วแยกเข้าสู่พื้นที่เขื่อนรัชชประภา ผู้ที่ต้องการล่องเรือควรเดินทางไปยังท่าเรือท่องเที่ยวที่กำหนดและติดต่อผู้ให้บริการล่วงหน้า เนื่องจากจุดชมวิวสันเขื่อนกับท่าเรือล่องทะเลสาบเป็นคนละพื้นที่ให้บริการ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขื่อนรัชชประภา

7. อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีผืนป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน ลำธาร น้ำตก และความหลากหลายทางชีวภาพสูง ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีทั้งโซนป่าบริเวณคลองสกและโซนทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาสกจึงสามารถเลือกกิจกรรมได้ตั้งแต่การเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นไปจนถึงการพักค้างคืนในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
ไฮไลต์: ผืนป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน เส้นทางเดินป่า น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกโตนกลอย น้ำตกสิบเอ็ดชั้น น้ำตกแม่ยาย และพื้นที่ทะเลสาบเชี่ยวหลานที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเขาสก
เขาสกเป็นหนึ่งในผืนป่าที่สำคัญของภาคใต้ มีลักษณะภูมิประเทศสลับซับซ้อน ประกอบด้วยภูเขาสูง หน้าผาหินปูน หุบเขา และลำธารที่ไหลผ่านป่า พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมถึงพืชที่มีเอกลักษณ์อย่างบัวผุด ซึ่งมีดอกขนาดใหญ่และพบได้ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เหมาะสม การชมพืชหายากควรใช้เส้นทางและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ โดยไม่ออกนอกพื้นที่อนุญาต
เส้นทางเดินป่าของเขาสกมีหลายระดับความยาก บางเส้นทางเชื่อมไปยังลำธารและน้ำตก ส่วนบางเส้นทางต้องเดินลึกเข้าไปในป่าและใช้เวลามากขึ้น น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกวิ่งหิน น้ำตกโตนกลอย และน้ำตกสิบเอ็ดชั้นเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงแต่ละจุดขึ้นอยู่กับสถานะของเส้นทาง ระดับน้ำ และสภาพฝนในช่วงที่เดินทาง
การเที่ยวเขาสกช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความแตกต่างระหว่างป่าฝนกับแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งอย่างชัดเจน ระหว่างการเดินป่าสามารถสังเกตลักษณะของต้นไม้ เถาวัลย์ เห็ดรา แมลง และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศได้ ผู้สนใจธรรมชาติควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันในโซนคลองสก และเพิ่มอีกหนึ่งวันสำหรับเขื่อนเชี่ยวหลานหากต้องการเที่ยวทั้งสองพื้นที่
อุทยานแห่งชาติเขาสกเหมาะกับนักเดินทางสายธรรมชาติ ผู้สนใจพรรณไม้ ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการพักจากบรรยากาศเมือง ผู้เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกกิจกรรมระยะสั้นและเส้นทางที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ไม่ควรเดินป่าในช่วงฝนหนักหรือเข้าใกล้ลำธารที่มีน้ำไหลแรงโดยไม่ประเมินความปลอดภัย
วันเปิดทำการ: ทุกวันเฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. สำหรับการเข้าชมทั่วไป โดยเส้นทางบางส่วนอาจปิดตามฤดูกาล
การเดินทาง: สามารถเดินทางจากสุราษฎร์ธานีหรือพื้นที่เขาหลักในจังหวัดพังงาโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 401 เพื่อเข้าสู่โซนคลองสก อำเภอพนม ส่วนโซนทะเลสาบเชี่ยวหลานใช้เส้นทางเข้าสู่เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะไปโซนใด เพราะจุดเริ่มต้นกิจกรรมและเส้นทางเดินทางแตกต่างกัน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาสก

8. แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต เป็นจุดชมวิวทะเลที่มีชื่อเสียงบริเวณตอนใต้ของเกาะภูเก็ต ตั้งอยู่ในตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ลักษณะเด่นคือแหลมโขดหินที่ทอดตัวลงสู่ทะเลอันดามัน มีแนวต้นตาลและพื้นที่ชมวิวซึ่งเปิดให้เห็นขอบฟ้ากว้างไกล แหลมพรหมเทพจึงเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ตกและถ่ายภาพทิวทัศน์ของภูเก็ต
ไฮไลต์: ลานชมวิวแหลมพรหมเทพ ปลายแหลมหิน ประภาคารกาญจนาภิเษก แนวต้นตาล มุมมองทะเลอันดามัน และทัศนียภาพเกาะเล็กบริเวณชายฝั่งตอนใต้
จุดชมวิวหลักของแหลมพรหมเทพสามารถมองเห็นแนวแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลและแนวชายฝั่งโดยรอบ เมื่อแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำและโขดหิน จะเกิดบรรยากาศที่เหมาะกับการถ่ายภาพภูมิทัศน์ นักท่องเที่ยวที่มาในช่วงบ่ายแก่สามารถใช้เวลาเดินชมบริเวณลานและเลือกมุมถ่ายภาพได้ก่อนช่วงพระอาทิตย์ตก ซึ่งมักมีผู้มาเยือนจำนวนมาก
ประภาคารกาญจนาภิเษกเป็นอีกส่วนหนึ่งของพื้นที่แหลมพรหมเทพที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเดินเรือและการมองเห็นแนวชายฝั่ง พื้นที่โดยรอบยังมีจุดสักการะและร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยว การเที่ยวแหลมพรหมเทพจึงไม่ได้มีเพียงการชมพระอาทิตย์ตก แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศชายฝั่งกับการเดินเรือในทะเลอันดามัน
นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินสำรวจธรรมชาติสามารถชมแนวทางเดินและภูมิประเทศบริเวณแหลมได้จากพื้นที่ที่กำหนด แต่ควรระมัดระวังโขดหิน ความลาดชัน และพื้นทางเดินที่ลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือช่วงลมแรง ไม่ควรเดินลงปลายแหลมเมื่อสภาพพื้นที่ไม่ปลอดภัย และควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ขอบหน้าผาเพื่อถ่ายภาพ
แหลมพรหมเทพเหมาะกับการจัดทริปเที่ยวภูเก็ตตอนใต้ร่วมกับหาดในหาน หาดยะนุ้ย จุดชมวิวกังหันลม และหาดราไวย์ นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากชายหาดช่วงกลางวัน แล้วเดินทางมายังแหลมพรหมเทพในช่วงเย็นก่อนกลับไปรับประทานอาหารบริเวณราไวย์ เป็นเส้นทางที่รวมทะเล จุดชมวิว และอาหารท้องถิ่นไว้ในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 19:00 น. ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
การเดินทาง: จากตัวเมืองภูเก็ตใช้เส้นทางลงสู่พื้นที่ฉลองและราไวย์ แล้วเดินทางต่อไปยังแหลมพรหมเทพตามถนนเชื่อมชายฝั่งตอนใต้ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างได้ ควรเผื่อเวลาเดินทางช่วงเย็นเนื่องจากมีผู้เดินทางมาชมพระอาทิตย์ตกจำนวนมาก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง แหลมพรหมเทพ

9. อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ เป็นย่านท่องเที่ยวชายฝั่งที่มีชื่อเสียงและเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการเดินทางไปยังเกาะและชายหาดรอบจังหวัดกระบี่ พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ โดดเด่นด้วยชายหาดที่มีภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง พร้อมบริการที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และเรือนำเที่ยวที่เชื่อมต่อสถานที่สำคัญหลายแห่งในทะเลอันดามัน
ไฮไลต์: หาดอ่าวนาง ทิวทัศน์ภูเขาหินปูน ถนนเลียบชายหาด ท่าเรือท่องเที่ยว เส้นทางเรือไปหาดไร่เลย์ ทะเลแหวก เกาะปอดะ และกลุ่มเกาะใกล้ชายฝั่งกระบี่
หาดอ่าวนางเป็นพื้นที่ที่สามารถสัมผัสบรรยากาศทะเลได้โดยไม่ต้องเดินทางออกไปยังเกาะไกล นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมชายหาด ชมวิวภูเขาหินปูน และใช้เวลาช่วงเย็นกับร้านอาหารและกิจกรรมริมทะเล บรรยากาศของอ่าวนางมีทั้งความสะดวกจากย่านท่องเที่ยวและความงามของภูมิประเทศแบบกระบี่ที่มีหน้าผาหินปูนปรากฏอยู่ตามแนวชายฝั่ง
บทบาทสำคัญของอ่าวนางคือการเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางเรือ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เรือท้องถิ่นและบริการนำเที่ยวไปยังหาดไร่เลย์ หาดถ้ำพระนาง เกาะปอดะ และทะเลแหวกตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ การเลือกเที่ยวแต่ละแห่งควรพิจารณาระยะเวลาเดินเรือ ลักษณะกิจกรรม และช่วงน้ำขึ้นน้ำลง เพราะบางสถานที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ปรากฏชัดเจนเฉพาะบางช่วงเวลา
อ่าวนางยังมีที่พักและบริการท่องเที่ยวหลายระดับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักในจุดเดียวแล้วแยกเที่ยวตามโปรแกรมประจำวัน การเลือกพักในย่านนี้ช่วยให้สามารถจัดทริปได้ทั้งกิจกรรมทางทะเลและการท่องเที่ยวบนแผ่นดิน เช่น เดินทางต่อไปสระมรกต น้ำตกร้อนคลองท่อม หรือพื้นที่ธรรมชาติอื่นของจังหวัดกระบี่ โดยควรแบ่งเวลาให้เหมาะสมเพราะสถานที่บางแห่งอยู่ห่างจากชายฝั่งพอสมควร
สำหรับครอบครัว อ่าวนางเป็นตัวเลือกที่สะดวกเนื่องจากมีร้านอาหาร ร้านค้า และบริการรับส่งจำนวนมาก ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเลือกชมแสงเย็นบริเวณชายหาด ส่วนผู้สนใจกิจกรรมทางทะเลควรจัดโปรแกรมเรือตั้งแต่ช่วงเช้าและเผื่อเวลาไว้ในกรณีที่คลื่นลมหรือฝนทำให้ตารางเดินทางเปลี่ยนแปลง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าสำหรับการออกเรือ และช่วงเย็นสำหรับเดินเล่นชายหาด โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เหมาะกับกิจกรรมทะเล
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่สามารถเดินทางสู่อ่าวนางทางถนนสายหลักที่เชื่อมอำเภอเมืองกับแนวชายฝั่ง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือบริการรับส่งจากสนามบินกระบี่ ส่วนการเดินทางต่อไปเกาะและชายหาดที่ไม่มีถนนเชื่อมต้องใช้เรือจากท่าเรือที่ผู้ให้บริการกำหนด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อ่าวนาง

10. สระมรกต จังหวัดกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่อำเภอคลองท่อม โดดเด่นด้วยแอ่งน้ำธรรมชาติที่มีสีเขียวมรกตและล้อมรอบด้วยพรรณไม้เขตร้อน สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของความงามทางธรรมชาติที่แตกต่างจากชายหาดและเกาะของจังหวัดกระบี่อย่างชัดเจน เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เดินผ่านเส้นทางป่าและสัมผัสระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำธรรมชาติ
ไฮไลต์: สระน้ำสีเขียวมรกต ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าร่มรื่น พรรณไม้ท้องถิ่น และพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศของป่าในอำเภอคลองท่อม
เสน่ห์ของสระมรกตเริ่มตั้งแต่เส้นทางเดินเข้าสู่พื้นที่ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความร่มรื่นของป่าและบรรยากาศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง เส้นทางเดินช่วยให้เห็นพืชพรรณและลักษณะของแหล่งน้ำในธรรมชาติ ขณะที่บริเวณสระหลักมีสีของน้ำโดดเด่นตามสภาพแสงและองค์ประกอบทางธรรมชาติ จึงเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพ
พื้นที่สระมรกตมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ทรัพยากรร่วมกับระบบนิเวศ การเดินตามเส้นทางที่กำหนดและปฏิบัติตามข้อห้ามของพื้นที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ นักท่องเที่ยวไม่ควรเก็บพืชหรือสัตว์จากป่า และควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำในบริเวณที่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ
การเที่ยวสระมรกตเหมาะกับทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้สนใจธรรมชาติ แต่ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนเส้นทางชื้นหรือเปียก พกน้ำดื่มและอุปกรณ์กันแดด รวมทั้งวางแผนเดินทางในช่วงที่มีเวลาเพียงพอสำหรับการเดินชมพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกเส้นทางตามสภาพร่างกายและพักระหว่างทางเมื่อจำเป็น
สระมรกตสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวร่วมกับน้ำตกร้อนคลองท่อมและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอคลองท่อมได้ การวางแผนเช่นนี้เหมาะกับผู้ที่พักในตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางแล้วต้องการออกสำรวจพื้นที่ตอนในของจังหวัด โดยควรเผื่อเวลาเดินทางทางรถยนต์และเลือกกิจกรรมให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเปิดให้เข้าชมของแต่ละสถานที่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. โดยการเข้าใช้พื้นที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางโดยรถยนต์ไปยังอำเภอคลองท่อม แล้วเข้าสู่บริเวณสระมรกตตามเส้นทางท่องเที่ยวที่กำหนด เมื่อถึงพื้นที่จอดรถต้องเดินเท้าต่อไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรตรวจสอบประกาศการเข้าใช้พื้นที่และเงื่อนไขการลงเล่นน้ำก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สระมรกต

11. เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเกาะท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอ่าวไทย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสมุย ภายในเขตอำเภอเกาะพะงัน ความโดดเด่นของเกาะแห่งนี้อยู่ที่ความหลากหลายของบรรยากาศท่องเที่ยว ตั้งแต่ชายหาดที่มีชีวิตชีวาและกิจกรรมริมทะเล ไปจนถึงอ่าวเล็กที่เงียบสงบ ภูเขาที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ น้ำตก วัด และชุมชนชายฝั่งที่ยังรักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น เกาะพะงันจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับงานเฉลิมฉลองริมชายหาด แต่ยังเป็นเกาะที่สามารถใช้เวลาพักผ่อนและสำรวจธรรมชาติได้หลายวัน
ไฮไลต์: หาดริ้น หาดยาว หาดสลัด หาดท้องนายปานใหญ่ หาดท้องนายปานน้อย อ่าวโฉลกหลำ น้ำตกแพง จุดชมวิวบนเกาะ วัดภูเขาน้อย และบรรยากาศชุมชนท้องศาลา
เกาะพะงันมีภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน พื้นที่ตอนในเป็นภูเขาและป่าไม้ ส่วนชายฝั่งมีอ่าวและชายหาดกระจายอยู่หลายทิศทาง หาดริ้นทางตอนใต้ของเกาะเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงจากงานฟูลมูนปาร์ตี้ ขณะที่ชายหาดด้านตะวันตกอย่างหาดยาวและหาดสลัดมีบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อนริมทะเลและชมพระอาทิตย์ตก ส่วนพื้นที่ท้องนายปานทางฝั่งตะวันออกมีแนวชายหาดที่โอบล้อมด้วยภูเขา จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
นอกจากทะเลแล้ว เกาะพะงันยังมีแหล่งธรรมชาติบนภูเขาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกแพงและพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ–เกาะพะงัน ซึ่งมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิวบางแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ตามสภาพอากาศ การเดินป่าและขึ้นจุดชมวิวช่วยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเกาะที่ต่างจากภาพชายหาดและสถานบันเทิงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่สามารถมองเห็นแนวชายฝั่งและหมู่เกาะในอ่าวไทยได้จากมุมสูง
วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะพะงันมีความสัมพันธ์กับการประมง การทำสวนมะพร้าว และการค้าขายระหว่างเกาะมาอย่างยาวนาน ชุมชนท้องศาลาเป็นศูนย์กลางการเดินทางและบริการสำคัญ มีท่าเรือ ตลาด ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินตลาดและชิมอาหารพื้นบ้านเพื่อสัมผัสบรรยากาศชีวิตประจำวัน ขณะที่วัดและศาสนสถานบนเกาะสะท้อนความผูกพันของชุมชนกับพระพุทธศาสนาและประเพณีท้องถิ่น
เกาะพะงันเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน ผู้ชื่นชอบธรรมชาติ ผู้สนใจกิจกรรมเพื่อสุขภาพ หรือครอบครัวที่ต้องการพักในพื้นที่ชายหาดสงบ การเที่ยวให้ครบหลายโซนควรมีเวลาอย่างน้อย 2–3 วัน เพราะถนนบางเส้นทางต้องผ่านภูเขาและมีความลาดชัน การเลือกที่พักใกล้ชายหาดหรือกิจกรรมที่สนใจจะช่วยลดเวลาเดินทางภายในเกาะได้มาก
สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางต่อไปเกาะสมุยหรือเกาะเต่า สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมเกาะตามรอบเรือที่เปิดให้บริการได้ อย่างไรก็ตาม การเดินทางทางทะเลต้องคำนึงถึงคลื่นลมและช่วงมรสุม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จองการเดินทางต่อด้วยเครื่องบินหรือรถโดยสาร ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอเพื่อป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงรอบเรือ
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามรอบเรือและสภาพอากาศ ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงทะเลสงบ เหมาะกับการเที่ยวชายหาดและกิจกรรมทางน้ำ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะจุดให้ยึดเวลาของผู้ดูแลแต่ละแห่ง
การเดินทาง: เดินทางด้วยเรือจากเกาะสมุยหรือท่าเรือฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามเส้นทางของผู้ให้บริการ โดยท่าเรือท้องศาลาเป็นจุดเดินทางหลักแห่งหนึ่งบนเกาะ การเดินทางภายในเกาะใช้รถรับจ้าง รถเช่า หรือบริการรับส่งจากที่พัก ควรตรวจสอบสภาพถนนและความชำนาญในการขับขี่ก่อนเลือกใช้รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นลงภูเขา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะพะงัน

12. หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ตั้งอยู่ในตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งที่โอบล้อมด้วยเนินเขาและแนวต้นไม้ ชายหาดมีทรายละเอียดและทัศนียภาพทะเลอันดามันที่เปิดกว้าง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลพร้อมความสะดวกด้านร้านอาหาร ที่พัก และบริการท่องเที่ยว โดยมีบรรยากาศแตกต่างจากหาดป่าตองที่เป็นศูนย์กลางความคึกคักของภูเก็ต
ไฮไลต์: แนวหาดทรายกะตะ น้ำทะเลสีฟ้า วิวเกาะปู บรรยากาศริมชายหาด กิจกรรมทางน้ำในช่วงที่เหมาะสม ร้านอาหารและที่พักใกล้ชายหาด และการเดินทางต่อไปยังหาดกะตะน้อยหรือจุดชมวิวกะรน
หาดกะตะมีแนวชายหาดที่เหมาะสำหรับการเดินเล่น พักผ่อนบนทราย และชมทิวทัศน์ของเกาะปูที่อยู่ด้านหน้าชายหาด บริเวณอ่าวมีแนวเขาเป็นฉากหลัง ทำให้เกิดภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงที่แสงแดดตกกระทบผิวน้ำและแนวชายฝั่ง ชายหาดแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกลจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของจังหวัด
กิจกรรมทางน้ำของหาดกะตะมีความแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วงที่ทะเลสงบเหมาะกับการพักผ่อนและลงเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ส่วนช่วงที่มีคลื่นเหมาะสมอาจมีผู้สนใจกีฬาโต้คลื่นเดินทางมาใช้พื้นที่ อย่างไรก็ตาม ชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ตได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้บางช่วงมีคลื่นแรงและกระแสน้ำย้อนกลับ นักท่องเที่ยวต้องสังเกตธงเตือนภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
บริเวณรอบหาดกะตะมีร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และร้านค้าหลายรูปแบบ ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่ในย่านนี้ได้ทั้งวัน ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเดินทางไปยังจุดชมวิวกะรน ซึ่งมองเห็นแนวชายหาดกะตะน้อย กะตะ และกะรนเรียงต่อกันตามแนวชายฝั่ง นับเป็นมุมชมทิวทัศน์ที่ช่วยให้เห็นลักษณะภูมิประเทศด้านตะวันตกของภูเก็ตได้อย่างชัดเจน
สำหรับการจัดทริป หาดกะตะสามารถเที่ยวร่วมกับหาดกะรน หาดกะตะน้อย และจุดชมวิวทางตอนใต้ของภูเก็ตได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาชมพระอาทิตย์ตกสามารถพักอยู่บริเวณชายหาดจนถึงช่วงเย็น ก่อนเดินทางต่อไปยังย่านร้านอาหาร หรือหากมีเวลามากขึ้น สามารถขยายเส้นทางไปหาดในหานและแหลมพรหมเทพได้ในวันเดียวกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าและช่วงเย็นสำหรับพักผ่อนและชมวิว โดยการลงเล่นน้ำต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมและธงเตือนภัย
การเดินทาง: หาดกะตะอยู่ทางตอนใต้ของหาดกะรน สามารถเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตหรือหาดป่าตองด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง หรือรถเช่าตามถนนสายหลักที่เชื่อมพื้นที่ชายฝั่งตะวันตก ผู้ที่เดินทางจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตสามารถใช้บริการรถรับส่งมายังที่พักบริเวณหาดกะตะได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดกะตะ

13. หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต เป็นชายหาดขนาดใหญ่ทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ตั้งอยู่ในตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต มีแนวหาดทรายทอดยาวเป็นเส้นโค้งกว้างและเปิดรับทิวทัศน์ทะเลอันดามันอย่างเต็มที่ ความโดดเด่นของหาดกะรนอยู่ที่ความกว้างของชายหาด บรรยากาศโปร่งโล่ง และพื้นที่สำหรับการเดินเล่นพักผ่อนริมทะเล จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมทิวทัศน์ชายฝั่งและพักในย่านที่มีร้านอาหารและโรงแรมรองรับ
ไฮไลต์: แนวชายหาดกะรน ทิวทัศน์ทะเลอันดามัน จุดชมพระอาทิตย์ตก ถนนเลียบชายฝั่ง ร้านอาหารและย่านที่พักใกล้หาด รวมถึงเส้นทางเชื่อมไปหาดกะตะและจุดชมวิวกะรน
จุดเด่นของหาดกะรนคือแนวชายหาดที่ยาวต่อเนื่องและมีพื้นที่กว้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทะเลในระยะทางไกลโดยมีทิวเขาและต้นไม้เป็นส่วนประกอบของภูมิทัศน์ บรรยากาศบริเวณชายหาดมีความแตกต่างกันตามจุดที่เลือกพัก บางช่วงอยู่ใกล้ร้านอาหารและโรงแรม ขณะที่บางช่วงเหมาะกับการใช้เวลาอย่างเงียบสงบ การเดินเล่นในตอนเช้าหรือช่วงเย็นช่วยให้สัมผัสลมทะเลและแสงธรรมชาติได้อย่างสบาย
แม้หาดกะรนจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่การลงเล่นน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพทะเลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมที่อาจมีคลื่นแรงและกระแสน้ำย้อนกลับ ลักษณะชายหาดที่เปิดรับคลื่นทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและสภาพอากาศประจำวัน นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่ปลอดภัย สังเกตธงเตือน และหลีกเลี่ยงการลงน้ำเมื่อมีประกาศห้าม
พื้นที่ชุมชนกะรนมีทั้งร้านอาหารไทย อาหารทะเล ร้านค้านักท่องเที่ยว และที่พักหลากหลายรูปแบบ นักเดินทางสามารถเลือกพักใกล้ชายหาดเพื่อเดินชมทะเลในช่วงเช้าและเย็น หรือใช้หาดกะรนเป็นฐานสำหรับออกเที่ยวพื้นที่อื่นทางตอนใต้ของภูเก็ต การเชื่อมต่อกับหาดกะตะ หาดกะตะน้อย และจุดชมวิวกะรนทำให้จัดโปรแกรมเที่ยวได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องย้ายที่พักบ่อยครั้ง
หาดกะรนเหมาะกับคู่รัก ครอบครัว นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินชายหาด และผู้สนใจถ่ายภาพภูมิทัศน์ทะเล หากมีเวลาเพียงครึ่งวันสามารถเดินเล่นและชมพระอาทิตย์ตกได้ แต่หากพักในพื้นที่นี้หลายคืนจะสามารถแบ่งเวลาไปสำรวจชายหาดและแหล่งวัฒนธรรมในจังหวัดภูเก็ตได้มากขึ้น โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าภูเก็ตและวัดฉลองซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: 06:00 – 18:30 น. สำหรับเดินเล่น พักผ่อน และชมทิวทัศน์ โดยชายหาดสาธารณะไม่มีเวลาปิดแบบสถานประกอบการ
การเดินทาง: หาดกะรนอยู่ระหว่างพื้นที่หาดป่าตองกับหาดกะตะ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง หรือรถเช่าจากตัวเมืองภูเก็ตและสนามบินนานาชาติภูเก็ตได้ ถนนเชื่อมชายฝั่งบางช่วงมีทางลาดชันและโค้ง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดกะรน

14. ทะเลแหวก จังหวัดกระบี่ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณกลุ่มเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ ในทะเลอันดามันใกล้ชายฝั่งอ่าวนาง ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้คือแนวสันทรายที่ปรากฏขึ้นเมื่อน้ำทะเลลดระดับ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทางเดินทรายเชื่อมระหว่างเกาะได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ภาพของสันทรายสีอ่อนท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าและภูเขาหินปูนโดยรอบกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของการท่องเที่ยวกระบี่
ไฮไลต์: ปรากฏการณ์สันทรายเชื่อมเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ ทิวทัศน์ทะเลอันดามัน การถ่ายภาพสันทรายช่วงน้ำลง การดำน้ำตื้นในจุดที่อนุญาต และเส้นทางเรือนำเที่ยวกลุ่มเกาะใกล้อ่าวนาง
ทะเลแหวกเกิดจากลักษณะภูมิประเทศและการเคลื่อนที่ของน้ำทะเลตามรอบน้ำขึ้นน้ำลง เมื่อระดับน้ำลดลงในช่วงที่เหมาะสม แนวทรายระหว่างเกาะจะปรากฏชัดเจนมากขึ้น ทำให้มองเห็นทางเชื่อมที่ดูราวกับทะเลแยกออกจากกัน ความกว้างและระยะเวลาที่สันทรายปรากฏแตกต่างกันในแต่ละวันตามรอบน้ำและสภาพทะเล นักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นปรากฏการณ์นี้จึงควรตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนเลือกโปรแกรมเรือ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเวลาเช้าหรือบ่ายเท่านั้น
ภูมิทัศน์ของกลุ่มเกาะบริเวณทะเลแหวกมีความสวยงามจากแนวหินปูนกลางทะเล ชายหาดขนาดเล็ก และสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามแสงแดดและความลึกของทะเล เกาะไก่มีรูปร่างหินที่เป็นจุดสังเกตสำคัญ ขณะที่เกาะทับและเกาะหม้อเป็นส่วนของกลุ่มเกาะที่เชื่อมโยงกับแนวสันทราย นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นองค์ประกอบเหล่านี้ได้จากเรือและจากบริเวณที่เปิดให้เดินชมอย่างปลอดภัย
การเที่ยวทะเลแหวกมักจัดรวมอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวกลุ่มเกาะใกล้อ่าวนาง โดยสามารถเดินทางต่อไปเกาะปอดะและจุดท่องเที่ยวทางทะเลอื่นตามเส้นทางของผู้ประกอบการได้ กิจกรรมหลักประกอบด้วยการชมสันทราย ถ่ายภาพ พักผ่อนริมทะเล และดำน้ำตื้นในจุดที่อนุญาต อย่างไรก็ตาม พื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์ ไม่เก็บสิ่งมีชีวิตหรือทรัพยากรธรรมชาติ และไม่เหยียบย่ำแนวปะการัง
ทะเลแหวกเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัยที่สามารถเดินทางด้วยเรือได้ รวมถึงครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ ผู้เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกวันที่คลื่นลมสงบและใช้บริการเรือที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน ในวันที่ทะเลมีคลื่นแรงหรือมีประกาศงดเดินเรือ ควรเปลี่ยนโปรแกรมไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวบนฝั่งแทน
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามรอบเรือและประกาศอุทยาน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงน้ำลงที่สันทรายปรากฏชัดเจน โดยต้องตรวจตารางน้ำขึ้นน้ำลงและสภาพคลื่นลมของวันที่เดินทาง
การเดินทาง: เดินทางด้วยเรือหางยาวหรือเรือนำเที่ยวจากอ่าวนางและจุดบริการเรือใกล้เคียงในจังหวัดกระบี่ โดยเลือกโปรแกรมที่ผ่านกลุ่มเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ ควรแจ้งผู้ให้บริการว่าต้องการชมสันทรายช่วงน้ำลง เพื่อจัดเวลาออกเรือให้เหมาะสมกับสภาพทะเล
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทะเลแหวก

15. เขาตะปู–เขาพิงกัน จังหวัดพังงา เป็นกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติภายในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง จุดเด่นสำคัญคือเขาตะปู ซึ่งเป็นแท่งหินปูนสูงตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำ และเขาพิงกันซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาหินขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายเอนพิงเข้าหากัน ภูมิประเทศอันแปลกตาเหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและการกัดเซาะของธรรมชาติในระยะเวลายาวนาน ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการท่องเที่ยวอ่าวพังงา
ไฮไลต์: เขาตะปู เขาพิงกัน ภูเขาหินปูนกลางอ่าวพังงา ทัศนียภาพทะเลและป่าชายเลน การล่องเรือชมอ่าว และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับเกาะปันหยีและถ้ำลอดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
เขาตะปูมีชื่อเสียงจากรูปร่างของหินที่ตั้งสูงขึ้นจากผืนน้ำ โดยส่วนฐานมีลักษณะแคบกว่าส่วนบน เมื่อมองจากพื้นที่ชมวิวบนเขาพิงกันจะเห็นแนวแท่งหินตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของอ่าวพังงา ภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี และยังทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมในชื่อเกาะเจมส์บอนด์จากความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ที่เคยใช้พื้นที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ
เขาพิงกันมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะหินปูนที่มีชายหาดและบริเวณให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมธรรมชาติ หน้าผาหินที่ดูคล้ายพิงเข้าหากันเป็นจุดเด่นด้านธรณีสัณฐาน และเป็นตัวอย่างของกระบวนการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศหินปูนตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพื้นที่ตามเส้นทางที่กำหนดและถ่ายภาพวิวเขาตะปูจากระยะที่ปลอดภัย โดยไม่ควรเข้าใกล้บริเวณหน้าผาหรือพื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึง
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงามีคุณค่าทั้งด้านทัศนียภาพและระบบนิเวศชายฝั่ง พื้นที่ประกอบด้วยป่าชายเลน ทางน้ำระหว่างภูเขาหินปูน ถ้ำ และเกาะจำนวนมาก การล่องเรือผ่านอ่าวพังงาช่วยให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภูมิประเทศที่แตกต่างจากชายหาดเปิดโล่งของทะเลอันดามัน รวมทั้งวิถีชุมชนที่อาศัยความสัมพันธ์กับทะเลและป่าชายเลนมาอย่างยาวนาน
การเที่ยวเขาตะปูและเขาพิงกันสามารถจัดร่วมกับเกาะปันหยี ซึ่งเป็นชุมชนบนพื้นที่น้ำที่มีมัสยิด โรงเรียน ร้านอาหาร และวิถีชีวิตชาวประมง หรือเลือกโปรแกรมล่องเรือผ่านพื้นที่ถ้ำลอดและแนวป่าชายเลนตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวควรเลือกผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎของอุทยานและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00 – 16:30 น. การเดินทางขึ้นเกาะขึ้นอยู่กับรอบเรือและสภาพทะเล
การเดินทาง: เดินทางทางบกไปยังท่าเรือท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา เช่น พื้นที่ท่าเรือสุระกุลหรือท่าเรือที่ผู้ประกอบการกำหนด แล้วต่อเรือนำเที่ยวเข้าสู่อ่าวพังงาเพื่อชมเขาตะปูและเขาพิงกัน ไม่สามารถขับรถยนต์ไปถึงตัวเกาะได้โดยตรง ควรตรวจรายละเอียดจุดขึ้นเรือและระยะเวลาโปรแกรมก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขาตะปู–เขาพิงกัน

16. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงด้านความงดงามของแนวปะการัง น้ำทะเลใส และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันนอกชายฝั่งอำเภอคุระบุรี ประกอบด้วยเกาะสำคัญหลายแห่ง โดยเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้เป็นพื้นที่หลักของหมู่เกาะ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติทางทะเล การดำน้ำตื้น และการเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์
ไฮไลต์: เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม จุดดำน้ำตื้น แนวปะการังหลากหลายชนิด ชุมชนมอแกน และทัศนียภาพทะเลอันดามัน
หมู่เกาะสุรินทร์มีลักษณะเป็นกลุ่มเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลใสและแนวปะการังหลายบริเวณ พื้นที่น้ำตื้นตามอ่าวที่อนุญาตให้ทำกิจกรรมเป็นจุดหมายสำคัญของนักดำน้ำตื้น เนื่องจากสามารถชมความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้โดยไม่จำเป็นต้องดำน้ำลึก อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของจุดดำน้ำแตกต่างกันตามระดับน้ำ กระแสน้ำ และสภาพคลื่นลม จึงควรใช้บริการผู้ประกอบการที่มีความรู้เรื่องพื้นที่และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
อ่าวช่องขาดและอ่าวไม้งามเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงภายในหมู่เกาะสุรินทร์ มีทั้งแนวชายหาด น้ำทะเลสีสวย และธรรมชาติชายฝั่งที่เหมาะกับการพักผ่อน การเดินชมทิวทัศน์และการดำน้ำในจุดที่เปิดให้ใช้บริการช่วยให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความงดงามของหมู่เกาะได้หลายมุมมอง โดยการเข้าถึงแต่ละอ่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของอุทยานแห่งชาติและสภาพทะเลในช่วงเวลานั้น
อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของหมู่เกาะสุรินทร์คือความสัมพันธ์กับชุมชนมอแกน ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองทางทะเลที่มีภูมิปัญญาเกี่ยวกับการเดินเรือ การหาทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ชีวิตในพื้นที่ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนควรเคารพวิถีชีวิต ความเป็นส่วนตัว และข้อกำหนดของพื้นที่ ไม่ควรปฏิบัติต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อถ่ายภาพ
คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมของหมู่เกาะสุรินทร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแนวปะการังและสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศชายฝั่ง การดำน้ำต้องไม่สัมผัสปะการัง ไม่ให้อาหารปลา และไม่ทิ้งขยะลงทะเล ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพใต้น้ำควรรักษาระยะห่างจากสิ่งมีชีวิตและควบคุมการลอยตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายแนวปะการังโดยไม่ตั้งใจ
การเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์เหมาะกับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับตามโปรแกรมเรือที่เปิดให้บริการ หรือพักค้างคืนภายในพื้นที่ที่อุทยานอนุญาตเมื่อมีบริการรองรับ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบประกาศฤดูกาลท่องเที่ยวก่อนจอง เพราะอุทยานทางทะเลมีช่วงปิดเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูมรสุมของทะเลอันดามัน
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: ช่วงเปิดฤดูกาลโดยทั่วไป 08:30 – 16:30 น. โดยควรตรวจวันเปิด–ปิดประจำปีจากอุทยานก่อนเดินทาง
การเดินทาง: เดินทางทางบกสู่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา แล้วใช้บริการเรือไปหมู่เกาะสุรินทร์จากท่าเรือที่กำหนด โดยปกติการเดินทางต้องจัดตามรอบเรือและสภาพทะเล นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนควรตรวจสอบการจองที่พักหรือพื้นที่พักแรมของอุทยานล่วงหน้า

17. ชายทะเลเขาหลัก จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงด้านชายหาดยาว บรรยากาศสงบ และธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างทะเลกับภูเขา พื้นที่เขาหลักเกี่ยวข้องกับหลายชุมชนและแนวชายหาดในอำเภอตะกั่วป่าและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่เป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญแห่งหนึ่ง ความโดดเด่นของเขาหลักอยู่ที่การเป็นจุดหมายพักผ่อนริมทะเลที่สามารถจัดทริปต่อไปยังหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติบนแผ่นดินได้
ไฮไลต์: แนวชายหาดเขาหลัก ชายหาดนางทอง ชายหาดบางเนียง ชายหาดคึกคัก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่ เส้นทางธรรมชาติริมทะเล และการเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะทางทะเลอันดามัน
เขาหลักมีลักษณะเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่ทอดยาวและมีหลายโซนท่องเที่ยว แต่ละบริเวณมีบรรยากาศแตกต่างกันไป ชายหาดนางทองอยู่ใกล้ย่านบริการท่องเที่ยวและร้านอาหาร ขณะที่บางเนียงมีร้านค้า ตลาด และที่พักหลากหลายรูปแบบ ส่วนบริเวณชายหาดคึกคักและแนวชายหาดด้านเหนือมีพื้นที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างสงบ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำเลที่พักตามความสะดวกในการเดินทางหรือบรรยากาศที่ต้องการ
อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีทั้งผืนป่าและแนวชายฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความแตกต่างระหว่างระบบนิเวศป่ากับทะเลได้ภายในพื้นที่เดียวกัน โดยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เปิดให้บริการช่วยให้เห็นพรรณไม้ ลักษณะภูมิประเทศ และทิวทัศน์ทะเลจากบางจุด อย่างไรก็ตาม การเข้าพื้นที่บางส่วนต้องปฏิบัติตามเวลาทำการและประกาศปิดเส้นทางของอุทยานแห่งชาติ
เขาหลักยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งอย่างรุนแรง ปัจจุบันพื้นที่บางแห่งมีสถานที่รำลึกและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ส่วนนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสำคัญของระบบเตือนภัย การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน และความเข้มแข็งของชุมชนที่ฟื้นตัวหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวทะเล เขาหลักเป็นฐานพักที่สะดวกสำหรับเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ ทางฝั่งอันดามัน แต่การออกเรือขึ้นอยู่กับฤดูกาลท่องเที่ยวและสภาพคลื่นลม ผู้ที่ไม่ต้องการลงเรือสามารถใช้เวลาเที่ยวชายหาด เดินตลาด ชิมอาหารท้องถิ่น หรือเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติในจังหวัดพังงาได้ จึงเหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ต้องการพักผ่อนระยะยาว
วันเปิดทำการ: พื้นที่ชายหาดสาธารณะเที่ยวได้ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่วนพื้นที่อุทยานที่เปิดให้เข้าชมโดยทั่วไปใช้เวลา 08:30 – 16:30 น. และอาจมีช่วงปิดตามประกาศ
การเดินทาง: เดินทางจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตหรือจากตัวเมืองพังงาโดยใช้ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 เข้าสู่พื้นที่เขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือบริการรถรับส่งจากที่พักได้ ผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายชายหาดควรวางแผนการเดินทางภายในพื้นที่เพราะแต่ละโซนอยู่ห่างกัน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ชายทะเลเขาหลัก

18. วัดฉลอง (วัดไชยธาราราม) จังหวัดภูเก็ต เป็นวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต มีชื่อเสียงจากประวัติความศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อแช่มและพระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพของชาวภูเก็ต รวมทั้งสถาปัตยกรรมภายในวัดที่มีความงดงาม วัดฉลองเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับประวัติศาสตร์ชุมชนบนเกาะภูเก็ต และเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น
ไฮไลต์: พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ รูปหล่อหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม สถาปัตยกรรมพระอุโบสถและวิหาร ภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพุทธประวัติ และบรรยากาศศาสนสถานสำคัญของจังหวัดภูเก็ต
ชื่อของวัดฉลองมีความผูกพันกับหลวงพ่อแช่ม หรือพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ ซึ่งเป็นพระเถระที่ชาวภูเก็ตให้ความเคารพอย่างสูง บทบาทของท่านเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชุมชนและเหตุการณ์สำคัญของภูเก็ตในอดีต ความศรัทธานี้ได้รับการสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ประเพณีการสักการะ และการเดินทางมาทำบุญของประชาชน วัดจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะสถานที่ประกอบศาสนกิจและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศเป็นอาคารสำคัญภายในวัด มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและตกแต่งด้วยรายละเอียดทางพุทธศิลป์ ภายในมีพื้นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์และงานจิตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมและเรียนรู้เรื่องราวทางศาสนาผ่านภาพและประติมากรรม โดยควรปฏิบัติตามระเบียบของวัดในการเข้าชมพื้นที่แต่ละส่วน
กิจกรรมสำคัญของผู้มาเยือนวัดฉลองคือการกราบสักการะรูปหล่อพระเกจิอาจารย์ ทำบุญ และชมสถาปัตยกรรมภายในวัด ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและช่วงงานประเพณีของวัดจะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะงานวัดฉลองซึ่งเป็นงานประจำปีที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและความทรงจำของชุมชนภูเก็ต การจัดงานและกำหนดการในแต่ละปีให้ติดตามประกาศของวัด
วัดฉลองเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมของภูเก็ต สามารถเที่ยวร่วมกับย่านเมืองเก่าภูเก็ตในวันเดียวกันได้ หรือจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวตอนใต้ของเกาะที่รวมวัดฉลอง หาดราไวย์ และแหลมพรหมเทพ ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ที่กำหนด และเคารพผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดฉลองตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต สามารถเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างมุ่งหน้าสู่ย่านฉลอง ก่อนเดินทางต่อไปยังชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางตอนใต้ของเกาะได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดฉลอง

19. ย่านเมืองเก่าภูเก็ตและอาคารชิโน-โปรตุกีส จังหวัดภูเก็ต เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงในตัวเมืองภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนพังงา และถนนเยาวราช ซึ่งยังคงปรากฏอาคารพาณิชย์เก่าและสิ่งก่อสร้างที่สะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของเมืองภูเก็ตในยุคการค้าดีบุก ภูมิทัศน์ของย่านเมืองเก่าแสดงให้เห็นการผสมผสานอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีนกับรูปแบบอาคารตะวันตก จนเกิดเอกลักษณ์ที่เรียกกันว่าสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส
ไฮไลต์: ถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนพังงา อาคารชิโน-โปรตุกีส ตึกแถวเก่า พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บ้านชินประชา ศาลเจ้าจีน ร้านอาหารพื้นเมือง และถนนคนเดินหลาดใหญ่ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
ประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ตมีความสัมพันธ์กับการทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเคยเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจสำคัญของเกาะและดึงดูดผู้คนจากหลายพื้นที่ให้เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะชุมชนชาวจีนและกลุ่มผู้ประกอบการค้าขาย ความเจริญทางเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย และอาคารสาธารณะในรูปแบบที่ผสมผสานวัฒนธรรมต่าง ๆ ปัจจุบันอาคารจำนวนหนึ่งยังได้รับการใช้งานเป็นร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสในภูเก็ตมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น ซุ้มประตู หน้าต่างบานเกล็ด ลวดลายปูนปั้น กระเบื้องตกแต่ง และทางเดินหน้าตึกแถวที่มีหลังคาคลุมต่อเนื่องกันในบางช่วง อาคารบางหลังได้รับการบูรณะเพื่อรักษารูปแบบดั้งเดิม ขณะที่บางแห่งปรับพื้นที่ภายในให้รองรับกิจกรรมสมัยใหม่ การเดินชมเมืองเก่าจึงช่วยให้เห็นการอยู่ร่วมกันระหว่างมรดกสถาปัตยกรรมกับการใช้ชีวิตของเมืองร่วมสมัย
ถนนถลางเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินชมอาคารเก่าและถ่ายภาพ โดยบริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารพื้นเมือง ร้านขนม คาเฟ่ และร้านขายสินค้าท้องถิ่น ส่วนถนนกระบี่และถนนดีบุกมีอาคารเก่าและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชุมชนหลายแห่ง ผู้ที่สนใจรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์สามารถเพิ่มการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวหรือบ้านชินประชา ตามเวลาทำการของแต่ละแห่งได้
ความโดดเด่นของเมืองเก่าภูเก็ตไม่ได้อยู่เพียงสถาปัตยกรรม แต่ยังรวมถึงอาหารพื้นเมืองและวัฒนธรรมที่สะท้อนการผสมผสานของผู้คน เช่น หมูฮ้อง หมี่ฮกเกี้ยน ขนมอาโป๊ง โอ้เอ๋ว และอาหารในวัฒนธรรมบาบ๋า–ย่าหยา การเดินเที่ยวเมืองเก่าในช่วงกลางวันเหมาะกับการชมสถาปัตยกรรมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ส่วนช่วงเย็นสามารถสัมผัสบรรยากาศร้านอาหารและกิจกรรมในชุมชนได้ โดยถนนคนเดินหลาดใหญ่บนถนนถลางจัดเป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงในวันอาทิตย์
ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การถ่ายภาพ อาหารพื้นเมือง และการท่องเที่ยวแบบเดินชมเมือง สามารถใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันสำหรับเดินชมถนนสายหลักและแวะสถานที่สำคัญ หากต้องการจัดทริปให้ครบทั้งทะเลและวัฒนธรรม สามารถแบ่งอีกวันสำหรับวัดฉลอง หาดกะตะ หาดกะรน และแหลมพรหมเทพได้
วันเปิดทำการ: ย่านเมืองเก่าเดินชมได้ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่วนถนนคนเดินหลาดใหญ่โดยทั่วไปจัดวันอาทิตย์ 16:00 – 22:00 น.
การเดินทาง: ย่านเมืองเก่าภูเก็ตตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง หรือบริการขนส่งสาธารณะที่เข้าสู่ตัวเมืองได้ ผู้ที่ต้องการเดินชมถนนถลาง ถนนดีบุก และถนนกระบี่ควรเลือกจุดจอดรถที่อนุญาต แล้วเดินเท้าระหว่างสถานที่เพื่อสัมผัสบรรยากาศของย่านได้อย่างเต็มที่

20. เกาะกระดาน จังหวัดตรัง เป็นเกาะท่องเที่ยวในทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงด้านชายหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และแนวปะการังน้ำตื้น ตั้งอยู่ในตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง และมีพื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เกาะแห่งนี้มีบรรยากาศธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนริมทะเล โดยจุดเด่นสำคัญคือแนวหาดทรายที่เปิดรับทิวทัศน์ของทะเลและหมู่เกาะใกล้เคียง ทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากของจังหวัดตรัง
ไฮไลต์: ชายหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส แนวปะการังน้ำตื้น ทิวทัศน์หมู่เกาะทะเลตรัง การพักผ่อนริมชายหาด กิจกรรมดำน้ำตื้น และการเดินทางเชื่อมกับเกาะมุกและหมู่เกาะใกล้เคียง
เกาะกระดานมีแนวชายหาดที่โดดเด่นด้วยทรายละเอียดและน้ำทะเลใส โดยบริเวณชายฝั่งด้านที่เหมาะกับการท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแนวภูเขาและเกาะที่อยู่ห่างออกไป ความงดงามของพื้นที่ขึ้นอยู่กับสภาพแสง สภาพทะเล และฤดูกาล นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพภูมิทัศน์จะพบมุมมองที่น่าสนใจตั้งแต่แนวชายหาดไปจนถึงภาพน้ำทะเลสีฟ้าที่ตัดกับสีเขียวของพืชพรรณบนเกาะ
กิจกรรมสำคัญของเกาะกระดานคือการพักผ่อนริมทะเลและดำน้ำตื้นในจุดที่อนุญาต แนวปะการังบริเวณใกล้ชายฝั่งเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตทางทะเลหลายชนิด จึงจำเป็นต้องท่องเที่ยวด้วยความระมัดระวัง ไม่เหยียบย่ำปะการัง ไม่เก็บสิ่งมีชีวิตและเปลือกหอยจากธรรมชาติ และไม่ทิ้งขยะไว้บนชายหาด นักท่องเที่ยวควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อทำกิจกรรมทางน้ำและเลือกจุดลงน้ำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ
เกาะกระดานมีความแตกต่างจากเกาะท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะไม่มีศูนย์กลางเมืองและกิจกรรมเชิงพาณิชย์หนาแน่นแบบภูเก็ตหรือเกาะสมุย จุดเด่นจึงอยู่ที่ความสงบและการใช้เวลาใกล้ชิดธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรตรวจสอบบริการที่พักและรอบเรือให้ครบก่อนเดินทาง เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกมีลักษณะจำกัดตามสภาพพื้นที่เกาะและข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์
การท่องเที่ยวเกาะกระดานสามารถจัดร่วมกับเกาะมุกและถ้ำมรกต ซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรัง หรือเลือกโปรแกรมออกเรือสำรวจหมู่เกาะใกล้เคียงในช่วงที่ทะเลสงบ ผู้ที่พักอยู่บนฝั่งสามารถเลือกทริปแบบไปเช้าเย็นกลับได้ ส่วนผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศทะเลยามเช้าและใช้เวลาพักผ่อนมากขึ้นสามารถพิจารณาพักค้างคืนตามบริการที่เปิดให้ใช้ในฤดูกาลนั้น
เกาะกระดานเหมาะกับคู่รัก นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ผู้ที่ชอบดำน้ำตื้น และครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเล อย่างไรก็ตาม การเดินทางต้องใช้เรือและการเข้าถึงบางพื้นที่ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและคลื่นลม ผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรตรวจสอบความสะดวกในการขึ้นลงเรือและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังต้องติดตามประกาศปิดพื้นที่ตามฤดูกาลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมก่อนจองการเดินทาง
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ช่วงเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เหมาะกับกิจกรรมทะเล และควรใช้รอบเรือกลางวันตามผู้ให้บริการ
การเดินทาง: เดินทางทางบกไปยังท่าเรือท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง เช่น พื้นที่ท่าเรือปากเมงหรือท่าเรือที่ผู้ให้บริการกำหนด แล้วต่อเรือไปยังเกาะกระดาน ระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับท่าเรือต้นทาง ประเภทเรือ และสภาพทะเล ควรตรวจสอบรอบเรือและช่วงเวลาที่อุทยานอนุญาตให้เข้าพื้นที่ก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะกระดาน

21. เกาะมุก–ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของภาคใต้ ตั้งอยู่ในตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ถ้ำมรกต ซึ่งเป็นโพรงถ้ำทะเลที่เชื่อมจากด้านนอกเข้าสู่หาดทรายที่ซ่อนตัวอยู่ภายในบริเวณหน้าผาหินปูน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยวชายหาดทั่วไป เพราะต้องผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อเข้าสู่พื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงและพรรณไม้เขตร้อน
ไฮไลต์: ถ้ำมรกต อุโมงค์ถ้ำทะเล หาดทรายภายในถ้ำ หน้าผาหินปูน เกาะมุก วิถีชุมชนประมง และเส้นทางท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลตรังที่สามารถเชื่อมต่อเกาะกระดานและเกาะใกล้เคียงได้
ถ้ำมรกตมีลักษณะเป็นถ้ำทะเลที่เปิดทางเข้าสู่พื้นที่ภายในของเกาะ โดยนักท่องเที่ยวต้องผ่านอุโมงค์ธรรมชาติซึ่งระดับน้ำและแสงสว่างเปลี่ยนแปลงตามสภาพทะเล เมื่อผ่านช่องถ้ำเข้าสู่ด้านในจะพบชายหาดและพื้นที่เปิดโล่งที่ถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูน ภาพของน้ำทะเลสีเขียวที่สะท้อนแสงบริเวณปากถ้ำเป็นที่มาของชื่อถ้ำมรกต และเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเสียง
การเข้าถ้ำมรกตมีข้อจำกัดตามธรรมชาติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะระดับน้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำ คลื่นลม และสภาพแสงภายในถ้ำ การเดินทางจึงต้องใช้ผู้ให้บริการหรือผู้นำทางที่มีความชำนาญและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพตามคำแนะนำ ไม่ควรเข้าถ้ำด้วยตนเอง และต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมเมื่อสภาพทะเลไม่เหมาะสม การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยช่วยรักษาทั้งชีวิตผู้เดินทางและระบบนิเวศที่เปราะบางของพื้นที่
เกาะมุกไม่ได้มีเพียงถ้ำมรกตเท่านั้น แต่ยังเป็นเกาะที่มีชุมชนอาศัยอยู่จริง โดยมีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับการประมง การเดินเรือ และการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศของชุมชน ร้านอาหารพื้นบ้าน และชายหาดบริเวณต่าง ๆ ของเกาะได้ การพักค้างคืนบนเกาะช่วยให้มีเวลาเรียนรู้วิถีชุมชนมากกว่าการเดินทางมาเฉพาะถ้ำมรกตในโปรแกรมท่องเที่ยวแบบวันเดียว
ภูมิประเทศรอบเกาะมุกประกอบด้วยหน้าผาหินปูน ชายหาด และแนวชายฝั่งที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ การล่องเรือรอบเกาะจึงเปิดโอกาสให้เห็นลักษณะของภูมิประเทศที่แตกต่างกัน บางบริเวณเป็นแนวหน้าผาสูงชัน ขณะที่บางพื้นที่เป็นหาดทรายและชุมชนริมทะเล การท่องเที่ยวควรเคารพเขตพื้นที่อนุรักษ์ ไม่เก็บสิ่งมีชีวิตจากธรรมชาติ และไม่ทิ้งขยะลงในทะเลหรือบริเวณชายหาด
เกาะมุก–ถ้ำมรกตเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ การผจญภัยทางทะเล การถ่ายภาพ และการเรียนรู้ภูมิประเทศหินปูน สามารถจัดโปรแกรมร่วมกับเกาะกระดานซึ่งอยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวทะเลตรังได้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเข้าถ้ำไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือไม่สะดวกทำกิจกรรมในน้ำ ควรสอบถามรายละเอียดของโปรแกรมและประเมินความพร้อมก่อนตัดสินใจเดินทาง
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงน้ำและคลื่นลมเอื้ออำนวยต่อการเข้าถ้ำ โดยต้องตรวจรอบเรือและประกาศเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
การเดินทาง: เดินทางทางบกสู่ท่าเรือท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง เช่น ท่าเรือควนตุ้งกูหรือท่าเรือที่ผู้ให้บริการกำหนด แล้วต่อเรือไปยังเกาะมุกหรือเข้าร่วมโปรแกรมเรือนำเที่ยวถ้ำมรกต การเข้าถ้ำต้องเป็นไปตามสภาพน้ำขึ้นน้ำลงและคำแนะนำของผู้ให้บริการที่มีความชำนาญ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะมุก–ถ้ำมรกต

22. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ภาคใต้ ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีพระบรมธาตุเจดีย์เป็นศูนย์กลางความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนครศรีธรรมราช วัดแห่งนี้เชื่อมโยงกับการสืบทอดพระพุทธศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้ รวมถึงประเพณีท้องถิ่นที่ดำรงอยู่มายาวนาน
ไฮไลต์: พระบรมธาตุเจดีย์ วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์หรือวิหารพระทรงม้า วิหารเขียน วิหารหลวง พระพุทธรูปสำคัญ และประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุที่แสดงถึงความศรัทธาของชาวนครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุเจดีย์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของวัด มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังที่สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาในภาคใต้และความสัมพันธ์กับพุทธศิลป์แบบลังกา องค์เจดีย์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ผู้มาเยือนสามารถชมความงามของสถาปัตยกรรมและสัมผัสบรรยากาศแห่งความศรัทธาที่ดำรงอยู่ภายในเขตวัดได้ตลอดทั้งปีตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม
ประวัติศาสตร์ของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งของคาบสมุทรภาคใต้ เมืองแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับการค้าทางทะเล การติดต่อกับดินแดนรอบอ่าวไทยและมหาสมุทรอินเดีย ตลอดจนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในภูมิภาค วัดจึงไม่ได้มีความสำคัญเพียงในฐานะศาสนสถาน แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความเชื่อของผู้คนในหลายยุคสมัย
ภายในบริเวณวัดมีวิหารและอาคารทางศาสนาหลายแห่งซึ่งแสดงถึงฝีมือช่างและศิลปกรรมในรูปแบบต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และงานตกแต่งภายในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม การสังเกตรายละเอียดของอาคารแต่ละหลังช่วยให้เห็นพัฒนาการของศิลปกรรมและบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางของชุมชน ทั้งในด้านพิธีกรรม การศึกษา และการสืบทอดประเพณี
หนึ่งในประเพณีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารคือประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งชาวนครศรีธรรมราชและพุทธศาสนิกชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกันนำผ้าพระบฏหรือผ้าผืนยาวไปถวายเพื่อห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นการแสดงความเคารพต่อพระบรมสารีริกธาตุและสืบทอดความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ประเพณีนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านความเชื่อ การรวมตัวของชุมชน และคุณค่าทางวัฒนธรรมของจังหวัด
นักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปวัฒนธรรมสามารถจัดโปรแกรมเที่ยววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารร่วมกับแหล่งประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช รวมถึงตลาดพื้นบ้านและร้านอาหารท้องถิ่น การเดินทางในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด เมือง และวิถีชีวิตชุมชนได้อย่างชัดเจน ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารที่กำหนด และไม่รบกวนผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง หรือบริการขนส่งในเมืองได้ ผู้เดินทางจากสนามบินนครศรีธรรมราชสามารถต่อรถเข้าสู่ตัวเมือง แล้วเดินทางไปยังวัดตามถนนราชดำเนิน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

23. บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในตำบลกำโลน อำเภอลานสกา ท่ามกลางภูเขาและผืนป่าในบริเวณเทือกเขาหลวง ความโดดเด่นของบ้านคีรีวงอยู่ที่บรรยากาศชุมชนกลางหุบเขา ลำธารน้ำใส สวนผลไม้ และวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อน ชมทิวทัศน์ เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสัมผัสความเรียบง่ายของชุมชนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ
ไฮไลต์: สะพานบ้านคีรีวง ลำธารในหมู่บ้าน ทิวทัศน์ภูเขา สวนผลไม้ โฮมสเตย์ชุมชน งานผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และกิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชน
บ้านคีรีวงตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีภูเขาโอบล้อมและมีลำธารไหลผ่าน พื้นที่โดยรอบมีความเขียวชอุ่มจากป่าไม้และสวนเกษตร ทำให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อน จุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงคือบริเวณสะพานและลำน้ำซึ่งสามารถมองเห็นฉากหลังเป็นภูเขา นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาในช่วงเช้าเพื่อสัมผัสอากาศสดชื่น เดินชมชุมชน และใช้เวลาริมน้ำ แต่ต้องระมัดระวังระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงในช่วงฝนตกหนัก
วิถีชีวิตของชาวคีรีวงมีความสัมพันธ์กับการทำสวนผลไม้และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง สวนมังคุด เงาะ ทุเรียน และผลไม้พื้นเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจชุมชนตามฤดูกาล ความรู้เรื่องการดูแลสวน การแปรรูปผลผลิต และการผลิตสินค้าจากธรรมชาติได้รับการสืบทอดและพัฒนาให้เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงชุมชน ผู้มาเยือนจึงสามารถเรียนรู้เรื่องการเกษตรและการประกอบอาชีพของผู้คนในพื้นที่ได้ควบคู่กับการชมธรรมชาติ
งานหัตถกรรมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านคีรีวงมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติและงานฝีมือจากวัตถุดิบท้องถิ่น การเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตช่วยให้เห็นความละเอียดของภูมิปัญญาชุมชน ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การเลือกสีจากธรรมชาติ ไปจนถึงการสร้างลวดลายบนผืนผ้า นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในชุมชนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น
การพักแบบโฮมสเตย์เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตบ้านคีรีวงอย่างใกล้ชิด โดยกิจกรรมขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความพร้อมของชุมชนในแต่ละช่วง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหมู่บ้าน รับประทานอาหารพื้นบ้าน พักผ่อนริมลำธาร หรือเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้ที่มีการจัดตามนัดหมาย การท่องเที่ยวรูปแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างช้า ๆ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการเดินทางไปหลายสถานที่ภายในวันเดียว
บ้านคีรีวงเหมาะกับครอบครัว คู่รัก ผู้สนใจงานหัตถกรรม และนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ หากมีเวลาเพียงครึ่งวันสามารถเดินชมหมู่บ้านและจุดสำคัญได้ แต่หากต้องการเรียนรู้วิถีชุมชนและพักผ่อนอย่างเต็มที่ควรเผื่อเวลา 1–2 วัน การเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติรอบเทือกเขาหลวงควรพิจารณาสภาพอากาศและใช้บริการผู้นำทางในกิจกรรมที่จำเป็น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงกลางวันสำหรับเดินชมชุมชน ส่วนโฮมสเตย์และกิจกรรมเรียนรู้ควรติดต่อนัดหมายล่วงหน้า
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางสู่อำเภอลานสกา แล้วเข้าสู่ตำบลกำโลนตามเส้นทางไปบ้านคีรีวง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ การขับรถควรระมัดระวังเส้นทางที่มีความคดเคี้ยวและตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางในฤดูฝน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ้านคีรีวง

24. ตลาดกิมหยง จังหวัดสงขลา เป็นตลาดค้าขายและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองหาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเดินทางของภาคใต้ตอนล่าง ตลาดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหารแห้ง ผลไม้ ขนม ของฝาก เครื่องใช้ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาหาดใหญ่มักแวะตลาดกิมหยงเพื่อเลือกซื้อสินค้าและสัมผัสบรรยากาศตลาดเก่าแก่ที่มีชีวิตชีวา
ไฮไลต์: ตลาดค้าขายกลางเมืองหาดใหญ่ ขนมและอาหารแห้ง ผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าของฝาก ย่านร้านค้าเก่า และบรรยากาศการค้าขายที่สะท้อนบทบาทของหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้
ตลาดกิมหยงมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ค้าขายที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากหลายจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ภายในและโดยรอบตลาดมีร้านค้าหลายประเภทตั้งอยู่ต่อเนื่องกัน ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้ในพื้นที่เดียว บรรยากาศตลาดมีความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะร้านขายอาหารและสินค้าที่นิยมซื้อกลับเป็นของฝาก
สินค้าที่พบได้บ่อยในตลาดกิมหยงประกอบด้วยผลไม้แห้ง ถั่ว ขนมพื้นเมือง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากหลายแหล่งผลิต ความหลากหลายของสินค้าเกี่ยวข้องกับบทบาทของหาดใหญ่ในฐานะเมืองการค้าสำคัญของภาคใต้ นักท่องเที่ยวสามารถเปรียบเทียบราคา เลือกสินค้าตามความต้องการ และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งผลิตหรือวันหมดอายุได้โดยตรงจากผู้ขาย
ย่านตลาดกิมหยงยังสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของหาดใหญ่ ซึ่งมีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้คนจากหลายพื้นที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานและค้าขายมานาน ร้านอาหารและสินค้าบางประเภทจึงมีลักษณะผสมผสานวัฒนธรรมจีน ไทย และมลายู การเดินเที่ยวตลาดจึงไม่ได้มีเพียงการเลือกซื้อของฝาก แต่ยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร การค้า และวิถีชีวิตของเมือง
นักท่องเที่ยวที่สนใจการถ่ายภาพวิถีชีวิตสามารถเดินชมบรรยากาศถนนและร้านค้าในบริเวณรอบตลาด โดยควรเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ขายและลูกค้า ตลาดเหมาะกับการใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนเดินทางไปสถานที่อื่นในเมืองหาดใหญ่ เช่น วัดหาดใหญ่ใน สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ หรือย่านร้านอาหารพื้นเมือง การเลือกเที่ยวหลายจุดในเมืองเดียวกันช่วยประหยัดเวลาเดินทาง
ตลาดกิมหยงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบซื้อของฝาก ชิมอาหาร และเรียนรู้บรรยากาศตลาดท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดสามารถเลือกเดินเที่ยวในช่วงที่เหมาะสมกับตารางเดินทาง และควรเตรียมกระเป๋าสำหรับจัดเก็บสินค้าให้สะดวก ขณะที่ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ควรตรวจจุดจอดรถบริเวณใกล้ตลาด เนื่องจากพื้นที่อยู่ในย่านการค้าที่มีการจราจรหนาแน่นบางช่วง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:30 – 18:30 น. โดยร้านค้าบางแห่งมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน
การเดินทาง: ตลาดกิมหยงตั้งอยู่บริเวณย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่ ใกล้ถนนศุภสารรังสรรค์และถนนนิพัทธ์อุทิศ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง หรือเดินจากพื้นที่ที่พักในตัวเมืองได้ ผู้เดินทางโดยรถไฟสามารถต่อรถจากสถานีรถไฟหาดใหญ่มายังตลาดได้อย่างสะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดกิมหยง

25. ย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเขตอำเภอเมืองสงขลา มีถนนสำคัญอย่างถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงามเป็นองค์ประกอบหลักของย่าน ชุมชนแห่งนี้สะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของเมืองท่าที่มีความสัมพันธ์กับการค้าทางทะเลมาอย่างยาวนาน โดยยังคงปรากฏอาคารเก่า ร้านค้าดั้งเดิม ศาลเจ้า วัด และร่องรอยวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา
ไฮไลต์: ถนนนครนอก ถนนนครใน ถนนนางงาม อาคารโบราณ ย่านร้านค้าเก่า ศาลเจ้าจีน วัดสำคัญ สตรีตอาร์ต ร้านอาหารพื้นเมือง และบรรยากาศชุมชนเก่าใกล้ทะเลสาบสงขลา
เมืองสงขลามีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการเป็นเมืองท่าชายฝั่งและการค้าขายระหว่างพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลากับภูมิภาคอื่น ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานของผู้คนหลายกลุ่ม รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนและชุมชนมุสลิม ความหลากหลายดังกล่าวสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม ศาสนสถาน อาหาร และลักษณะการจัดวางอาคารในย่านเมืองเก่า ซึ่งยังคงมีผู้คนอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่จนถึงปัจจุบัน
ถนนนครนอกและถนนนครในเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเดินชมอาคารเก่า โดยมีบ้านเรือนและร้านค้าในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากการค้าขายและชุมชนชาวจีน บางอาคารยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิม ขณะที่บางแห่งได้รับการปรับปรุงเพื่อใช้งานเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ หรือพื้นที่สร้างสรรค์ การเดินชมอาคารเหล่านี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของเมืองจากศูนย์กลางการค้าดั้งเดิมไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย
ถนนนางงามเป็นอีกพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เพราะมีร้านอาหาร ขนมพื้นเมือง และร้านค้าเก่าแก่หลายแห่ง อาหารที่พบได้ในย่านนี้สะท้อนการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย จีน และท้องถิ่นภาคใต้ การเดินชิมอาหารในย่านเมืองเก่าจึงเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านรสชาติ โดยแต่ละร้านมีเมนูและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชุมชนแตกต่างกัน
สตรีตอาร์ตและงานศิลปะบนผนังอาคารช่วยเพิ่มสีสันให้ย่านเมืองเก่าสงขลา โดยภาพวาดหลายจุดมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีชีวิต อาชีพ และความทรงจำของผู้คนในเมือง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางเดินชมสถาปัตยกรรมร่วมกับการถ่ายภาพสตรีตอาร์ตได้ แต่ควรระมัดระวังไม่รบกวนบ้านเรือนและพื้นที่ส่วนบุคคล เพราะย่านเมืองเก่าเป็นชุมชนที่มีผู้คนใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยว
ย่านเมืองเก่าสงขลาเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และการถ่ายภาพ สามารถจัดทริปร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เขาตังกวน และแหล่งท่องเที่ยวในเขตเมืองสงขลาได้ การใช้เวลาเดินชมอย่างน้อยครึ่งวันช่วยให้สัมผัสบรรยากาศของย่านได้มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงไม่กี่จุด
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: 08:00 – 20:00 น. สำหรับเดินชมย่านเมืองเก่า โดยร้านค้าและพิพิธภัณฑ์มีเวลาทำการของแต่ละแห่ง
การเดินทาง: ย่านเมืองเก่าสงขลาตั้งอยู่ในตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างเข้าสู่พื้นที่ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ผู้ที่เดินทางจากหาดใหญ่สามารถใช้ถนนสายหลักเชื่อมเข้าสู่ตัวเมืองสงขลา แล้วเลือกจุดจอดรถเพื่อเดินชมย่านเก่า
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ย่านเมืองเก่าสงขลา

26. เกาะยอ จังหวัดสงขลา เป็นเกาะขนาดใหญ่ในทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ตั้งอยู่ในตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา มีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ทะเลสาบ วิถีชุมชน งานหัตถกรรม และอาหารพื้นเมือง เกาะแห่งนี้เชื่อมต่อกับฝั่งโดยสะพานติณสูลานนท์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่เกาะได้สะดวก และสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวร่วมกับตัวเมืองสงขลาหรือแหล่งท่องเที่ยวรอบทะเลสาบได้ในวันเดียวกัน
ไฮไลต์: สะพานติณสูลานนท์ ทิวทัศน์ทะเลสาบสงขลา ผ้าทอเกาะยอ วัดแหลมพ้อ ชุมชนชาวเกาะยอ ร้านอาหารริมทะเลสาบ และสวนผลไม้ท้องถิ่น
ทะเลสาบสงขลาเป็นระบบนิเวศน้ำขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเฉพาะและเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนในหลายจังหวัดของภาคใต้ เกาะยอตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบตอนล่างและมีภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับพื้นที่ชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของผืนน้ำ สะพาน และชุมชนริมฝั่งได้จากหลายจุดบนเกาะ บรรยากาศโดยรอบมีความแตกต่างจากเกาะกลางทะเลอันดามัน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีทั้งวิถีชุมชนและระบบนิเวศของทะเลสาบ
ผ้าทอเกาะยอเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา มีเอกลักษณ์ด้านลวดลายและกระบวนการทอที่สืบทอดภายในชุมชน การเรียนรู้เรื่องผ้าทอช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานหัตถกรรมกับการสร้างรายได้ของคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมผลิตภัณฑ์และสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่นได้ โดยผ้าทอเกาะยอเป็นหนึ่งในสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างชัดเจน
วัดแหลมพ้อเป็นศาสนสถานสำคัญบนเกาะยอและเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการสักการะพระพุทธรูปและชมบรรยากาศริมทะเลสาบ พื้นที่วัดมีความสัมพันธ์กับความศรัทธาของชุมชน ขณะที่ถนนรอบเกาะเชื่อมต่อร้านอาหาร จุดชมวิว และแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวแบบขับรถวนชมเกาะได้อย่างสะดวก
อาหารบนเกาะยอมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรจากทะเลสาบสงขลา ร้านอาหารริมทะเลสาบหลายแห่งมีเมนูจากปลาและวัตถุดิบท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรับประทานอาหารพร้อมชมทิวทัศน์ของผืนน้ำและสะพานได้ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ผลไม้และสินค้าจากชุมชนที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมของคนบนเกาะ การเดินทางมาที่นี่จึงเหมาะกับผู้สนใจทั้งธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรม
เกาะยอเหมาะกับครอบครัว คู่รัก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ สามารถเที่ยวร่วมกับย่านเมืองเก่าสงขลา เขาตังกวน หรือแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลสาบได้ การเดินทางด้วยรถยนต์ช่วยให้แวะชมสถานที่หลายแห่งได้สะดวก แต่ควรเลือกเวลาที่ไม่เร่งรีบเพื่อให้มีโอกาสสัมผัสวิถีชุมชนและพักผ่อนตามจุดชมวิวต่าง ๆ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่เกาะเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนวัด ร้านอาหาร และแหล่งเรียนรู้มีเวลาทำการของแต่ละแห่ง
การเดินทาง: เกาะยอสามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองสงขลาผ่านสะพานติณสูลานนท์ ซึ่งเชื่อมเกาะเข้ากับพื้นที่ฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างเที่ยวตามจุดต่าง ๆ บนเกาะได้ โดยควรเลือกเส้นทางให้เหมาะกับสถานที่ที่ต้องการแวะชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะยอ

27. อุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งบริเวณอำเภอขนอมและพื้นที่ใกล้เคียง มีความโดดเด่นด้านแนวชายหาด ภูเขาชายฝั่ง อ่าว และระบบนิเวศทางทะเลที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ พื้นที่ขนอมตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดนครศรีธรรมราชและมีชายฝั่งติดอ่าวไทย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศทะเลที่แตกต่างจากฝั่งอันดามัน และเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตชุมชนประมง
ไฮไลต์: ชายหาดขนอม แนวชายฝั่งอ่าวไทย ทิวทัศน์ภูเขาริมทะเล การล่องเรือชมธรรมชาติ พื้นที่อาศัยของโลมาสีชมพู และแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งในอำเภอขนอม
พื้นที่ชายฝั่งขนอมมีแนวหาดทรายและอ่าวหลายแห่งที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน บางบริเวณเป็นชายหาดเปิดโล่งเหมาะกับการพักผ่อน ขณะที่บางพื้นที่มีแนวภูเขาหรือหน้าผาอยู่ใกล้ทะเล ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่มีความหลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด ถ่ายภาพทิวทัศน์ หรือใช้เวลาในชุมชนริมทะเลได้ตามความสนใจ โดยควรตรวจสภาพคลื่นลมก่อนทำกิจกรรมทางน้ำ
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้พื้นที่ขนอมเป็นที่รู้จักคือการพบโลมาสีชมพูในน่านน้ำบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกโปรแกรมเรือชมธรรมชาติที่ดำเนินกิจกรรมอย่างรับผิดชอบ โดยต้องไม่ไล่ตามหรือเข้าใกล้โลมามากเกินไป ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ส่งเสียงรบกวน การชมสัตว์ทะเลในธรรมชาติขึ้นอยู่กับโอกาสและสภาพแวดล้อมของวันนั้น จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะพบโลมาได้ทุกครั้งที่ออกเรือ
บริเวณชายฝั่งยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนประมงซึ่งใช้ทรัพยากรทางทะเลเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต การท่องเที่ยวสามารถช่วยสร้างรายได้เสริมแก่ชุมชนผ่านบริการเรือ ร้านอาหาร ที่พัก และการขายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม ความสมดุลระหว่างการใช้ทรัพยากรกับการอนุรักษ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำและระบบนิเวศชายฝั่งเป็นพื้นฐานของการท่องเที่ยวในระยะยาว
นักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติสามารถใช้พื้นที่ขนอมเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางเชื่อมจังหวัดนครศรีธรรมราชกับสุราษฎร์ธานี โดยเลือกเที่ยวชายหาด จุดชมวิว และแหล่งธรรมชาติรอบอำเภอขนอมได้ การเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นควรวางแผนตามตำแหน่งจริงของสถานที่ เพราะชายหาดและจุดลงเรือแต่ละแห่งอยู่คนละบริเวณของชายฝั่ง
อุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้เหมาะกับครอบครัว คู่รัก ผู้สนใจธรรมชาติ ช่างภาพ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลในบรรยากาศสงบ ผู้ที่ต้องการเข้าพื้นที่อนุรักษ์หรือทำกิจกรรมทางเรือควรตรวจสอบประกาศของหน่วยงานดูแลพื้นที่และใช้บริการผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะในวันที่คลื่นลมแรง
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามประกาศของพื้นที่อนุรักษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. สำหรับพื้นที่เข้าชมที่กำหนด ส่วนกิจกรรมทางทะเลขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและผู้ให้บริการ
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชหรือสุราษฎร์ธานีมายังอำเภอขนอมโดยใช้ถนนสายหลักที่เชื่อมพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทย จากนั้นเดินทางต่อไปยังชายหาดหรือจุดบริการท่องเที่ยวที่ต้องการ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ ส่วนการล่องเรือต้องติดต่อผู้ให้บริการในพื้นที่และตรวจสอบจุดลงเรือก่อนเดินทาง

28. เกาะพยาม จังหวัดระนอง เป็นเกาะท่องเที่ยวในทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติและบรรยากาศเงียบสงบ ตั้งอยู่ในตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง ความโดดเด่นของเกาะแห่งนี้อยู่ที่ชายหาดกว้าง ป่าไม้ สวนมะม่วงหิมพานต์ และวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงความเรียบง่าย นักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกเลี่ยงความคึกคักของเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่สามารถเลือกเดินทางมาพักผ่อนบนเกาะพยามและใช้เวลาใกล้ชิดกับธรรมชาติได้
ไฮไลต์: อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย ชายหาดธรรมชาติ ป่าชายเลน สวนมะม่วงหิมพานต์ วัดเกาะพยาม ร้านอาหารและที่พักบรรยากาศสงบ รวมถึงจุดชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลอันดามัน
อ่าวใหญ่เป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญของเกาะพยาม มีลักษณะเป็นแนวหาดทรายกว้างและยาว เหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน และชมทิวทัศน์ทะเล บริเวณชายหาดมีที่พักและร้านอาหารหลายรูปแบบ แต่ยังคงบรรยากาศธรรมชาติที่แตกต่างจากย่านท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ขณะที่อ่าวเขาควายมีแนวชายฝั่งโค้งเว้าที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นอีกพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตก
ธรรมชาติของเกาะพยามมีทั้งป่าไม้ แนวชายหาด และพื้นที่เกษตรกรรม โดยสวนมะม่วงหิมพานต์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและภูมิทัศน์บนเกาะ ผลผลิตจากมะม่วงหิมพานต์มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจท้องถิ่น และเป็นหนึ่งในสินค้าที่นักท่องเที่ยวรู้จัก การเดินทางสำรวจเกาะจึงเปิดโอกาสให้เห็นทั้งวิถีชุมชนและพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงความเรียบง่าย
เกาะพยามยังมีบรรยากาศเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบใช้เวลาอย่างช้า ๆ นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนริมชายหาด อ่านหนังสือ เดินชมธรรมชาติ หรือแวะร้านอาหารและคาเฟ่ขนาดเล็ก การใช้ชีวิตบนเกาะมีจังหวะที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ การเลือกที่พักจึงควรคำนึงถึงทำเลชายหาด การเดินทางระหว่างอ่าว และบริการที่มีอยู่ในพื้นที่ เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกบางประเภทมีจำนวนจำกัด
สำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนผ่านวัดเกาะพยาม ร้านค้า และวิถีชีวิตของผู้คนที่สัมพันธ์กับทะเลและสวนเกษตรกรรม การเดินเที่ยวโดยเคารพพื้นที่ชุมชนช่วยให้เกิดประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนบนชายหาดเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน การเลือกใช้บริการที่พักและร้านอาหารท้องถิ่นยังช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน
เกาะพยามเหมาะกับคู่รัก นักเดินทางอิสระ ผู้ชื่นชอบธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างสงบ ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อสัมผัสบรรยากาศของชายหาดหลายแห่งโดยไม่เร่งรีบ การเดินทางไปเกาะต้องใช้เรือ จึงควรพิจารณาช่วงเวลาที่ทะเลสงบ โดยเฉพาะในฤดูมรสุมซึ่งอาจส่งผลต่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินเรือ
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามรอบเรือและสภาพทะเล ช่วงเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เหมาะกับการเดินทางพักผ่อนบนเกาะ ส่วนบริการบนเกาะมีเวลาแตกต่างกัน
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองระนองแล้วต่อไปยังท่าเรือสำหรับบริการเดินทางไปเกาะพยาม จากนั้นใช้เรือโดยสารตามรอบที่เปิดให้บริการ การเดินทางภายในเกาะใช้บริการรถรับจ้างหรือยานพาหนะที่มีให้บริการในพื้นที่ ควรสอบถามที่พักเกี่ยวกับการรับส่งจากท่าเรือก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะพยาม

29. หาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ตั้งอยู่ในตำบลสะพลี อำเภอปะทิว มีแนวหาดทรายขาวทอดยาวเลียบชายฝั่งอ่าวไทยและมีบรรยากาศเหมาะสำหรับการพักผ่อนริมทะเล ความโดดเด่นของชายหาดแห่งนี้อยู่ที่พื้นที่เปิดโล่ง น้ำทะเล และบรรยากาศชุมชนท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารและที่พักรองรับนักเดินทาง ชายหาดจึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนระหว่างการเดินทางสู่ภาคใต้หรือเที่ยวจังหวัดชุมพรโดยเฉพาะ
ไฮไลต์: แนวชายหาดทรายขาวยาว ทิวทัศน์อ่าวไทย การเดินเล่นริมทะเล บรรยากาศยามเช้า ร้านอาหารทะเล ที่พักริมชายหาด และการเดินทางเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดชุมพร
หาดทุ่งวัวแล่นมีแนวชายหาดกว้างและทอดยาวอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทะเลได้เป็นระยะทางไกล บรรยากาศริมชายฝั่งมีความเรียบง่ายและเหมาะกับการพักผ่อน ช่วงเช้าจะได้รับแสงจากทิศตะวันออกเหนือทะเลอ่าวไทย จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมบรรยากาศชายหาดและถ่ายภาพภูมิทัศน์ ผู้ที่ต้องการความสงบสามารถเลือกเดินเล่นในช่วงเช้าก่อนพื้นที่ท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น
บริเวณชายหาดมีร้านอาหารทะเลและที่พักหลายรูปแบบ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ริมทะเลได้ทั้งวัน โดยเลือกพักผ่อนบนชายหาด รับประทานอาหารพื้นเมือง หรือใช้หาดทุ่งวัวแล่นเป็นจุดพักค้างคืนก่อนเดินทางต่อไปจังหวัดใกล้เคียง การมีพื้นที่บริการท่องเที่ยวอยู่ใกล้ชายหาดทำให้เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องเดินทางระหว่างสถานที่หลายแห่ง
แม้หาดทุ่งวัวแล่นจะมีบรรยากาศผ่อนคลาย แต่การลงเล่นน้ำควรพิจารณาสภาพคลื่นลมและสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีมรสุมหรือประกาศเตือนคลื่นสูง นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางน้ำเมื่อสภาพทะเลไม่ปลอดภัย และควรดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิดเมื่อลงเล่นน้ำหรือเดินใกล้แนวคลื่น
หาดทุ่งวัวแล่นยังสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวทะเลจังหวัดชุมพร โดยนักเดินทางที่สนใจกิจกรรมดำน้ำสามารถศึกษาเส้นทางเรือไปยังหมู่เกาะในทะเลชุมพรตามบริการที่เปิดให้ดำเนินการได้ การแยกวันสำหรับท่องเที่ยวชายหาดกับกิจกรรมทางเรือช่วยให้มีเวลาพักผ่อนและลดความเร่งรีบ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัดเป็นระยะทางไกล
ชายหาดแห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ชอบถ่ายภาพวิวทะเล หากมีเวลาเพียงครึ่งวันสามารถเดินชมชายหาดและรับประทานอาหารริมทะเลได้ แต่หากต้องการพักผ่อนเต็มที่ควรพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศยามเช้าและใช้เวลาเที่ยวสถานที่อื่นของจังหวัดชุมพรเพิ่มเติม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ชายหาดสาธารณะเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าและช่วงเย็นสำหรับพักผ่อนริมทะเล
การเดินทาง: หาดทุ่งวัวแล่นตั้งอยู่ในตำบลสะพลี อำเภอปะทิว สามารถเดินทางจากตัวเมืองชุมพรด้วยรถยนต์ตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่ชายฝั่ง หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถใช้สถานีรถไฟในพื้นที่ใกล้เคียงแล้วต่อรถไปยังชายหาดได้ตามบริการที่มีอยู่
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดทุ่งวัวแล่น

30. หาดทรายรี จังหวัดชุมพร เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งที่มีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ชายหาดแห่งนี้มีแนวชายฝั่งอ่าวไทยพร้อมทิวทัศน์ทะเลและภูเขาโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงพระองค์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งทหารเรือไทย ทำให้หาดทรายรีเป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากกว่าการพักผ่อนริมทะเลทั่วไป
ไฮไลต์: ชายหาดทรายรี ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พื้นที่อนุสรณ์สถานเรือหลวงชุมพร ทิวทัศน์ทะเลอ่าวไทย จุดชมวิว และบรรยากาศชายฝั่งที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย
หาดทรายรีมีลักษณะเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่สามารถชมทัศนียภาพของทะเลอ่าวไทยได้อย่างชัดเจน โดยมีภูเขาและแนวชายฝั่งเป็นองค์ประกอบของภูมิทัศน์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด พักผ่อนริมทะเล หรือใช้เวลาในพื้นที่อนุสรณ์สถานที่อยู่ใกล้เคียง บรรยากาศมีความแตกต่างจากชายหาดท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมทางน้ำ เพราะผู้มาเยือนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสักการะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่กับการชมธรรมชาติ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย โดยพระองค์ทรงมีบทบาทต่อการพัฒนากิจการทหารเรือสมัยใหม่และเป็นที่เคารพของทหารเรือรวมถึงประชาชนทั่วไป พื้นที่หาดทรายรีมีความสัมพันธ์กับการรำลึกถึงพระองค์ จึงมีศาลและสถานที่สำคัญที่ประชาชนเดินทางมาสักการะเพื่อแสดงความเคารพและระลึกถึงพระกรณียกิจ
บริเวณอนุสรณ์สถานเรือหลวงชุมพรเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวของกองทัพเรือและความสำคัญของบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยได้ การชมอนุสรณ์สถานควรใช้ความสงบและปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณศาลและจุดสักการะซึ่งมีผู้เดินทางมาประกอบพิธีและแสดงความเคารพอย่างต่อเนื่อง
การเดินทางมาหาดทรายรีสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเมืองชุมพร เช่น จุดชมวิวชายฝั่งและพื้นที่ธรรมชาติใกล้เคียง ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเลือกชมทิวทัศน์ทะเลในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ขณะที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถใช้เวลาเพิ่มเติมกับอนุสรณ์สถานและข้อมูลเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อทำความเข้าใจความสำคัญของสถานที่ในบริบทประวัติศาสตร์ไทย
หาดทรายรีเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ และผู้ที่ต้องการเดินทางมาสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาครึ่งวันสำหรับชมชายหาดและอนุสรณ์สถาน หรือจัดโปรแกรมร่วมกับสถานที่อื่นของจังหวัดชุมพรได้ โดยควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าสู่พื้นที่สักการะและปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ชายหาดเข้าถึงได้ตลอดวัน ส่วนโซนอนุสรณ์สถานหลักเปิด 06:30 – 20:00 น.
การเดินทาง: หาดทรายรีตั้งอยู่ในอำเภอเมืองชุมพร สามารถเดินทางจากตัวเมืองชุมพรโดยรถยนต์หรือรถรับจ้างตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่ง โดยมีป้ายบอกทางไปยังหาดทรายรีและศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ควรเลือกจุดจอดรถที่กำหนดและเดินชมสถานที่ตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดทรายรี

31. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตั้งอยู่บริเวณทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และเชื่อมโยงกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำของทะเลสาบสงขลา ความโดดเด่นของทะเลน้อยคือผืนน้ำกว้างที่มีพืชน้ำและดอกบัวขึ้นกระจายอยู่ตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายชนิด และมีวิถีชีวิตชุมชนที่ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติมายาวนาน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสภูมิทัศน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ชมสัตว์ป่า และเรียนรู้ความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศได้ในสถานที่เดียว
ไฮไลต์: ทะเลบัวแดง ฝูงนกน้ำ การล่องเรือชมธรรมชาติ วิถีควายน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย เส้นทางชมวิวและชุมชนหัตถกรรมกระจูดที่มีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศรอบทะเลสาบ
ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีลักษณะทางธรรมชาติแตกต่างจากทะเลชายฝั่ง เพราะเป็นระบบนิเวศน้ำจืดและพื้นที่น้ำตื้นที่มีพืชน้ำขึ้นอย่างหนาแน่น บางช่วงของปีสามารถเห็นดอกบัวบานเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ดอกไม้ได้รับแสงอ่อนจากดวงอาทิตย์ ทิวทัศน์ของบัวและพืชน้ำที่อยู่ร่วมกับผืนน้ำทำให้ทะเลน้อยกลายเป็นแหล่งถ่ายภาพธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมากของจังหวัดพัทลุง
พื้นที่ทะเลน้อยเป็นแหล่งอาศัยและหากินของนกน้ำหลายชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกที่เคลื่อนย้ายตามฤดูกาล การล่องเรือชมธรรมชาติเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสังเกตนกในสภาพแวดล้อมจริง โดยควรรักษาระยะห่างและไม่ส่งเสียงรบกวนฝูงนก จุดเด่นของการดูนกคือการได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างนก พืชน้ำ และแหล่งอาหารภายในระบบนิเวศ ซึ่งสะท้อนความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า
วิถีควายน้ำเป็นอีกภาพจำสำคัญของทะเลน้อย ในบางพื้นที่สามารถพบฝูงควายที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและพื้นที่น้ำตื้น ภาพของควายที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและทิวทัศน์ของทะเลน้อยกลายเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค นักท่องเที่ยวควรชมสัตว์จากระยะที่เหมาะสม ไม่เข้าไปรบกวนหรือพยายามเข้าใกล้มากเกินไป เพราะสัตว์เหล่านี้มีวิถีชีวิตและพฤติกรรมตามธรรมชาติของตนเอง
ทะเลน้อยยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนรอบพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะการใช้ต้นกระจูดในการทำเครื่องจักสานและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน กระจูดเป็นพืชที่เติบโตในพื้นที่ชุ่มน้ำและถูกนำมาใช้สร้างงานหัตถกรรมหลายรูปแบบ เช่น เสื่อ กระเป๋า และของใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้เรื่องผลิตภัณฑ์กระจูดช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติกับการสร้างรายได้ของชุมชน และเป็นอีกกิจกรรมที่สามารถจัดร่วมกับการเที่ยวทะเลน้อยได้
การล่องเรือทะเลน้อยเหมาะกับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ดูนก และสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าเป็นเวลาที่นิยมสำหรับการชมบัวและสัตว์น้ำ เนื่องจากสภาพแสงเหมาะกับการถ่ายภาพและอากาศยังไม่ร้อนมาก ผู้เดินทางควรเตรียมหมวก อุปกรณ์ป้องกันแดด น้ำดื่ม และกล้องถ่ายภาพ พร้อมเลือกบริการเรือที่มีเสื้อชูชีพและผู้ควบคุมเรือที่ชำนาญเส้นทาง
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเหมาะกับครอบครัว นักดูนก ช่างภาพ และผู้สนใจระบบนิเวศ สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกับแหล่งเรียนรู้หรือชุมชนในอำเภอควนขนุนได้ ผู้ที่ต้องการชมดอกบัวและนกน้ำควรพิจารณาสภาพธรรมชาติในช่วงเดินทาง เพราะการบานของดอกไม้และการพบเห็นสัตว์ป่าเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าสำหรับล่องเรือชมดอกบัวและนกน้ำ ตามบริการที่เปิดให้ดำเนินการ
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองพัทลุงสู่อำเภอควนขนุน แล้วเข้าสู่พื้นที่ทะเลน้อยตามถนนสายหลักที่เชื่อมชุมชนริมทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างไปยังจุดบริการเรือนำเที่ยวได้ ควรติดต่อผู้ให้บริการก่อนเดินทางหากต้องการล่องเรือในช่วงเช้า

32. เขาอกทะลุ จังหวัดพัทลุง เป็นภูเขาหินปูนที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองพัทลุง ความโดดเด่นของเขาอกทะลุคือช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ทะลุผ่านผนังภูเขาหินปูน ทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้าผ่านตัวภูเขาได้จากระยะไกล ภูมิประเทศลักษณะนี้เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงและการกัดเซาะหินปูนตามธรรมชาติในระยะเวลายาวนาน และกลายเป็นภาพจำที่ผูกพันกับเมืองพัทลุงทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ไฮไลต์: ช่องหินทะลุกลางภูเขา รูปร่างภูเขาหินปูนที่โดดเด่น ทิวทัศน์เมืองพัทลุง จุดชมวิวภูเขา และเส้นทางชมธรรมชาติบริเวณเชิงเขา
เขาอกทะลุมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่ตั้งโดดเด่นอยู่ใกล้เขตเมือง จุดที่ทำให้ภูเขาแห่งนี้แตกต่างจากภูเขาทั่วไปคือช่องเปิดขนาดใหญ่บนผนังหิน ซึ่งเห็นเป็นรูปร่างที่ชัดเจนเมื่อมองจากบางทิศทาง ลักษณะดังกล่าวทำให้ภูเขามีความสำคัญด้านภูมิทัศน์และเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวพัทลุงใช้แทนภาพลักษณ์ของจังหวัด นักท่องเที่ยวสามารถชมภูเขาจากพื้นที่โดยรอบเพื่อเห็นรูปทรงและความโดดเด่นของช่องหินได้
ในด้านธรณีวิทยา เขาอกทะลุเป็นตัวอย่างของภูมิประเทศหินปูนที่ผ่านกระบวนการผุพังและการละลายของหินตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำให้เกิดโพรง ถ้ำ และช่องเปิดในมวลหินได้ ภูมิประเทศชนิดนี้พบได้ในหลายพื้นที่ของภาคใต้ แต่เขาอกทะลุมีลักษณะที่สังเกตได้ชัดเจนจากระยะไกล จึงมีความโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อมองร่วมกับทิวทัศน์เมืองและพื้นที่ราบโดยรอบ
เขาอกทะลุมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและความทรงจำของผู้คนในจังหวัดพัทลุงมาอย่างยาวนาน โดยปรากฏเป็นสัญลักษณ์สำคัญในเรื่องราวและภาพลักษณ์ของท้องถิ่น การเดินทางมาชมภูเขาจึงเป็นโอกาสในการทำความรู้จักภูมิประเทศที่มีบทบาทต่ออัตลักษณ์ของเมือง ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นในเขตอำเภอเมืองพัทลุงได้
นักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งสามารถชมบริเวณเชิงเขาและใช้เส้นทางที่เปิดให้เข้าถึงได้ตามข้อกำหนดของพื้นที่ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวหรือบริเวณสูงของภูเขา ต้องประเมินสภาพร่างกาย ความลาดชันของเส้นทาง และสภาพอากาศอย่างรอบคอบ เพราะพื้นที่หินปูนและบันไดบนภูเขาอาจลื่นหรือมีความชันสูง โดยเฉพาะหลังฝนตก
เขาอกทะลุเหมาะกับผู้สนใจธรรมชาติ ธรณีวิทยา การถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการชมสัญลักษณ์สำคัญของพัทลุง สามารถเที่ยวร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทลุงแล้วเดินทางต่อไปยังทะเลน้อยหรือพื้นที่ชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาได้ ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพรูปร่างภูเขาให้ชัดเจนควรเลือกมุมมองจากพื้นที่เปิดโล่งและสภาพแสงที่เหมาะสม
วันเปิดทำการ: พื้นที่ชมภูเขาเข้าถึงได้ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นสำหรับชมวิวและถ่ายภาพ ส่วนการเดินขึ้นเขาควรทำเฉพาะช่วงที่สภาพอากาศและเส้นทางปลอดภัย
การเดินทาง: เขาอกทะลุตั้งอยู่ใกล้เขตตัวเมืองพัทลุง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองไปยังพื้นที่เชิงเขาได้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินขึ้นจุดชมวิวควรตรวจสอบทางเข้าและสภาพเส้นทางก่อนเริ่มกิจกรรม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขาอกทะลุ

33. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติในทะเลอันดามันตอนใต้ ครอบคลุมหมู่เกาะและพื้นที่ทะเลหลายบริเวณในจังหวัดสตูล โดยมีเกาะตะรุเตาเป็นเกาะสำคัญที่มีทั้งป่าไม้ ภูเขา ชายหาด อ่าว และแหล่งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ความโดดเด่นของตะรุเตาไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์ทะเลสวยงาม แต่ยังรวมถึงเรื่องราวของพื้นที่ที่เคยมีบทบาทในประวัติศาสตร์ไทย และระบบนิเวศทางทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์
ไฮไลต์: เกาะตะรุเตา อ่าวพันเตมะละกา อ่าวสน อ่าวตะโละวาว ชายหาดธรรมชาติ ป่าชายเลน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และเรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นที่กักกันนักโทษในอดีต
เกาะตะรุเตามีภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขา ป่าไม้ ชายหาด และอ่าวจำนวนมาก พื้นที่ชายฝั่งมีทั้งหาดทรายยาวและแนวป่าที่ทอดตัวเข้ามาใกล้ทะเล ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากเกาะท่องเที่ยวที่มีชุมชนและสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความสงบของธรรมชาติและชมทิวทัศน์ของทะเลอันดามันได้ในหลายบริเวณตามเส้นทางที่อุทยานอนุญาตให้เข้าถึง
อ่าวพันเตมะละกาเป็นบริเวณสำคัญของเกาะตะรุเตาและเกี่ยวข้องกับบริการท่องเที่ยวของอุทยาน ส่วนอ่าวสนมีชายหาดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและเหมาะกับการพักผ่อนในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมชายหาด ศึกษาธรรมชาติ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่อุทยานจัดให้ตามฤดูกาล โดยควรเคารพกฎของพื้นที่อนุรักษ์และหลีกเลี่ยงการรบกวนสัตว์ป่า
ด้านประวัติศาสตร์ เกาะตะรุเตาเคยถูกใช้เป็นพื้นที่กักกันนักโทษในอดีต ทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การเดินทาง และการจัดการพื้นที่เกาะที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทั่วไป ร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเกาะจากพื้นที่ที่มีบทบาทด้านการควบคุมตัวผู้ต้องขังไปสู่การเป็นอุทยานแห่งชาติที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและการเรียนรู้
พื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตามีคุณค่าด้านระบบนิเวศทั้งบนบกและในทะเล ป่าธรรมชาติเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและพืชหลายชนิด ขณะที่แนวชายฝั่งและทะเลโดยรอบเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศปะการัง หญ้าทะเล และสิ่งมีชีวิตทางทะเล การท่องเที่ยวจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ การใช้พื้นที่พักแรม และการเข้าถึงบริเวณอนุรักษ์ที่อาจมีข้อจำกัด
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ การเดินป่า ประวัติศาสตร์ และการพักผ่อนริมทะเลในบรรยากาศสงบ ผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดบนเกาะควรจัดเวลาให้เพียงพอและตรวจสอบบริการเดินทางภายในพื้นที่ เพราะบางสถานที่อยู่ห่างจากจุดบริการหลัก การพักค้างคืนต้องเป็นไปตามกฎและระบบการจองของอุทยานในช่วงที่เปิดให้บริการ
วันเปิดทำการ: เปิดตามประกาศฤดูกาลของอุทยาน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:30 – 16:30 น. สำหรับการติดต่อและเข้าชมตามพื้นที่บริการ โดยการเดินทางทางเรือขึ้นอยู่กับสภาพทะเล
การเดินทาง: เดินทางทางบกไปยังท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อเรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยวไปยังเกาะตะรุเตาตามรอบที่เปิดให้บริการ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนหรือทำกิจกรรมภายในเกาะควรตรวจสอบการจองและระเบียบของอุทยานก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

34. หมู่เกาะอาดัง–ราวี จังหวัดสตูล เป็นกลุ่มเกาะธรรมชาติในทะเลอันดามันตอนใต้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงจากชายหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ป่าไม้บนเกาะ และแหล่งดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเลหลากหลาย ความโดดเด่นของหมู่เกาะอาดัง–ราวีอยู่ที่การผสมผสานภูมิทัศน์เกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติกับกิจกรรมทางทะเลที่เชื่อมต่อจากเกาะหลีเป๊ะได้อย่างสะดวกในช่วงที่ทะเลสงบ
ไฮไลต์: เกาะอาดัง เกาะราวี ชายหาดธรรมชาติ จุดชมวิวบนเกาะอาดัง แนวปะการังน้ำตื้น จุดดำน้ำรอบหมู่เกาะ และทิวทัศน์ทะเลอันดามันที่มองเห็นเกาะหลีเป๊ะและเกาะใกล้เคียง
เกาะอาดังเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีภูเขาและป่าไม้ปกคลุม พื้นที่ชายฝั่งมีชายหาดและอ่าวที่เหมาะกับการพักผ่อนตามบริเวณที่อนุญาต นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินชมธรรมชาติสามารถเลือกเส้นทางขึ้นจุดชมวิวบนเกาะอาดัง ซึ่งมีทิวทัศน์มองเห็นเกาะหลีเป๊ะและผืนน้ำโดยรอบจากมุมสูง จุดชมวิวแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของหมู่เกาะและความแตกต่างของภูมิประเทศระหว่างเกาะอาดังกับเกาะหลีเป๊ะได้อย่างชัดเจน
เกาะราวีมีชื่อเสียงด้านชายหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีสวย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลและชมธรรมชาติในบรรยากาศสงบ บริเวณชายหาดสามารถมองเห็นทิวทัศน์หมู่เกาะใกล้เคียงและแนวทะเลกว้างไกล การเข้าเยือนแต่ละจุดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ชายหาด การพักแรม และการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ
แนวปะการังบริเวณหมู่เกาะอาดัง–ราวีเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกโปรแกรมดำน้ำตื้นเพื่อชมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลในบริเวณที่เปิดให้บริการ โดยแต่ละจุดมีลักษณะความลึก กระแสน้ำ และความเหมาะสมแตกต่างกัน การใช้บริการเรือที่มีผู้นำทางชำนาญพื้นที่ช่วยให้สามารถเลือกจุดดำน้ำที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อแนวปะการังได้
การท่องเที่ยวหมู่เกาะอาดัง–ราวีควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะพื้นที่มีความเปราะบางจากกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการทอดสมอเรือ การเหยียบย่ำปะการัง และการทิ้งขยะ นักท่องเที่ยวควรใช้เสื้อชูชีพเมื่อทำกิจกรรมในน้ำ ไม่ให้อาหารสัตว์ทะเล และนำขยะกลับออกจากพื้นที่ตามข้อกำหนดของอุทยาน เพื่อช่วยรักษาความงดงามของหมู่เกาะให้คงอยู่ในระยะยาว
หมู่เกาะอาดัง–ราวีเหมาะกับผู้ที่ชอบดำน้ำตื้น ถ่ายภาพธรรมชาติ และพักผ่อนบนชายหาด นักท่องเที่ยวที่พักเกาะหลีเป๊ะสามารถจัดทริปทางเรือไปยังหมู่เกาะได้ตามฤดูกาล ส่วนผู้ที่ต้องการเดินขึ้นจุดชมวิวบนเกาะอาดังควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสม น้ำดื่ม และประเมินความพร้อมของร่างกาย การเดินทางต้องเผื่อเวลาและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการเรืออย่างเคร่งครัด
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ช่วงเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เหมาะกับกิจกรรมทะเล โดยต้องยึดรอบเรือและสภาพคลื่นลมของวันที่เดินทาง
การเดินทาง: นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากท่าเรือปากบาราไปเกาะหลีเป๊ะ แล้วใช้บริการเรือนำเที่ยวไปยังเกาะอาดังและเกาะราวีตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ หรือเลือกโปรแกรมเรือจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต ควรตรวจประกาศพื้นที่เปิดให้เข้าชมและสภาพทะเลก่อนจองกิจกรรม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หมู่เกาะอาดัง–ราวี

35. หาดปากเมง จังหวัดตรัง เป็นชายหาดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอสิเกา ตั้งอยู่บริเวณตำบลไม้ฝาดบนชายฝั่งทะเลอันดามัน มีลักษณะเด่นคือแนวชายหาดยาวและทิวทัศน์ภูเขาหินปูนกลางทะเลที่มีรูปร่างแปลกตา หาดปากเมงเป็นทั้งสถานที่พักผ่อนริมทะเลและจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับการเดินทางไปยังหมู่เกาะทะเลตรัง เช่น เกาะมุก เกาะกระดาน และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นที่เปิดให้บริการตามฤดูกาล
ไฮไลต์: ชายหาดปากเมง ทิวทัศน์เกาะและภูเขาหินปูนกลางทะเล จุดชมพระอาทิตย์ตก ร้านอาหารทะเล ถนนเลียบชายหาด และท่าเรือท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อหมู่เกาะทะเลตรัง
หาดปากเมงมีแนวชายหาดที่เปิดกว้างและเหมาะกับการเดินเล่นชมทะเล โดยมองเห็นภูเขาหินปูนกลางน้ำที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ของชายฝั่งจังหวัดตรัง ทิวทัศน์ของเกาะและแนวภูเขาเหล่านี้ทำให้ชายหาดมีความน่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อนริมชายหาดและชมบรรยากาศธรรมชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องออกเรือ
พื้นที่รอบหาดปากเมงมีร้านอาหารทะเลและบริการท่องเที่ยวหลายประเภท ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรับประทานอาหารพื้นถิ่นและพักผ่อนในพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างสะดวก อาหารทะเลเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการท่องเที่ยวบริเวณนี้ เพราะชุมชนชายฝั่งมีความสัมพันธ์กับการประมงและการค้าขายอาหารทะเลมายาวนาน การเลือกใช้บริการร้านอาหารท้องถิ่นช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของผู้คนในพื้นที่
ท่าเรือปากเมงเป็นจุดเดินทางทางทะเลที่สำคัญของจังหวัดตรัง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเรือที่เปิดให้บริการไปยังเกาะมุก เกาะกระดาน และหมู่เกาะใกล้เคียงตามโปรแกรมและฤดูกาลได้ การเลือกทริปทางเรือควรพิจารณาสภาพคลื่นลมและประกาศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะในช่วงมรสุมที่บางเกาะหรือกิจกรรมอาจมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง
นอกจากการเป็นจุดขึ้นเรือแล้ว หาดปากเมงยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศชายฝั่งและใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนชายหาด ชมพระอาทิตย์ตก หรือพักค้างคืนในพื้นที่ใกล้เคียงก่อนออกเรือในวันถัดไป การวางแผนเช่นนี้ช่วยลดความเร่งรีบในการเดินทาง และทำให้สามารถจัดกิจกรรมทางทะเลได้สอดคล้องกับรอบเรือที่เปิดให้บริการ
หาดปากเมงเหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการเที่ยวทะเลโดยไม่ต้องเดินทางไปเกาะไกลทันที หากมีเวลาเพียงครึ่งวันสามารถใช้เวลาริมชายหาดและรับประทานอาหารได้ แต่หากมีเวลาเพิ่มสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวร่วมกับเกาะมุกและเกาะกระดานตามฤดูกาลที่เปิดให้เข้าชม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ชายหาดสาธารณะเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงเย็นสำหรับชมพระอาทิตย์ตก ส่วนเรือท่องเที่ยวให้บริการตามรอบที่กำหนด
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองตรังสู่อำเภอสิเกาและตำบลไม้ฝาดตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่ชายฝั่ง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ ผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเกาะต่าง ๆ ควรตรวจสอบท่าเรือและรอบเรือก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดปากเมง

36. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกหงาว ซึ่งไหลลงมาตามหน้าผาสูงท่ามกลางผืนป่าเขตร้อน ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองระนองและสามารถมองเห็นแนวน้ำตกจากพื้นที่ใกล้เคียงได้ในบางมุม ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้อยู่ที่ภูมิประเทศภูเขาสูง ป่าดิบชื้น ลำธาร และระบบนิเวศที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศชุ่มชื้นของจังหวัดระนอง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติและเรียนรู้ความสำคัญของป่าต้นน้ำได้ในพื้นที่เดียว
ไฮไลต์: น้ำตกหงาว หน้าผาสูง ผืนป่าดิบชื้น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลำธาร จุดชมวิว และระบบนิเวศป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ
น้ำตกหงาวเป็นน้ำตกที่มีลักษณะเด่นจากสายน้ำที่ไหลลงมาตามหน้าผาสูงจากพื้นที่ภูเขา ทำให้สามารถมองเห็นแนวน้ำตกได้อย่างชัดเจนในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสม ภูมิทัศน์โดยรอบประกอบด้วยป่าไม้หนาแน่นและพื้นที่ภูเขาที่ช่วยสร้างบรรยากาศธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของน้ำตกจากบริเวณที่เปิดให้เข้าถึงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในพื้นที่อันตรายหรือเข้าใกล้บริเวณหน้าผาสูง
จังหวัดระนองมีสภาพอากาศชุ่มชื้นและได้รับอิทธิพลจากฝนในปริมาณมากในบางช่วงของปี ทำให้ผืนป่าและลำธารภายในอุทยานมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิด ช่วงที่มีน้ำมาก น้ำตกอาจมีความสวยงามและสายน้ำชัดเจน แต่ก็ต้องระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่าและเส้นทางลื่น นักท่องเที่ยวจึงควรติดตามประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก
อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวมีความสำคัญในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ผืนป่าและระบบนิเวศบนภูเขา ป่าไม้ภายในพื้นที่เป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลายชนิด รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อมชื้นและแหล่งน้ำธรรมชาติ การเดินศึกษาธรรมชาติจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบทบาทของป่าต้นน้ำและความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับชีวิตของผู้คนในพื้นที่
นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมเส้นทางธรรมชาติและพักผ่อนในบริเวณที่อุทยานจัดไว้ โดยควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นชื้นและเส้นทางธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการออกนอกเส้นทางที่กำหนด และไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่มีประกาศห้าม การเดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกายและใช้เส้นทางที่ปลอดภัยเป็นหลัก
น้ำตกหงาวสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวจังหวัดระนองร่วมกับแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง และพื้นที่ชายฝั่งได้ ผู้ที่มีเวลาเพียงวันเดียวสามารถเลือกเที่ยวอุทยานและสถานที่ใกล้เคียง ส่วนผู้ที่พักหลายวันสามารถเพิ่มโปรแกรมไปเกาะพยามหรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นของจังหวัดตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. โดยการเข้าถึงบางเส้นทางอาจมีข้อจำกัดเมื่อฝนตกหนัก
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่พื้นที่ตำบลหงาว แล้วแยกเข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศและประกาศการเปิดเส้นทางก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

37. ตลาดน้ำคลองแห จังหวัดสงขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในอำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำวัดคลองแห ตำบลคลองแห ความโดดเด่นของตลาดแห่งนี้อยู่ที่การนำบรรยากาศการค้าขายทางน้ำมาผสมผสานกับอาหารท้องถิ่น ขนมพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์จากชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตลาด เลือกซื้ออาหาร และสัมผัสบรรยากาศริมคลองที่แตกต่างจากศูนย์การค้าและตลาดในเมืองหาดใหญ่
ไฮไลต์: เรือขายอาหารริมคลอง อาหารใต้ ขนมพื้นบ้าน ตลาดชุมชน ร้านค้าริมน้ำ บรรยากาศยามเย็น และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่
ตลาดน้ำคลองแหมีเอกลักษณ์จากบรรยากาศการจำหน่ายอาหารและสินค้าในพื้นที่ริมคลอง โดยมีทั้งร้านค้าบนฝั่งและกิจกรรมค้าขายทางน้ำตามรูปแบบที่ผู้จัดตลาดกำหนด นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมร้านต่าง ๆ และเลือกซื้ออาหารได้อย่างสะดวก การจัดพื้นที่ตลาดริมคลองทำให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่างจากตลาดในอาคาร และช่วยสร้างจุดหมายท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการค้าขายกับเอกลักษณ์ของชุมชน
อาหารเป็นเสน่ห์สำคัญของตลาดน้ำคลองแห โดยมีทั้งอาหารใต้ อาหารว่าง เครื่องดื่ม ขนมพื้นบ้าน และเมนูที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมไทย จีน และมลายู นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชิมอาหารหลายประเภทในพื้นที่เดียว ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา การเดินเที่ยวตลาดจึงเป็นโอกาสในการทำความรู้จักรสชาติท้องถิ่นและบรรยากาศการค้าขายของชุมชน
ตลาดน้ำคลองแหยังมีบทบาทในการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น โดยเปิดพื้นที่ให้มีการจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์หลายประเภท การเลือกซื้อสินค้าจากผู้ค้าท้องถิ่นช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และทำให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรง ผู้ที่สนใจถ่ายภาพวิถีชีวิตสามารถเก็บภาพบรรยากาศตลาดได้โดยเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ค้าและนักท่องเที่ยวคนอื่น
ช่วงเย็นเป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินตลาด เพราะอากาศเริ่มเย็นลงและบรรยากาศริมคลองมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมครอบครัวสามารถใช้เวลาเลือกอาหาร รับประทานอาหารริมคลอง และเดินชมสินค้าชุมชนได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตลาดอาจมีผู้มาเยือนจำนวนมากในช่วงวันหยุด จึงควรเผื่อเวลาเดินทางและเลือกจุดจอดรถที่อนุญาต
ตลาดน้ำคลองแหสามารถจัดเป็นโปรแกรมเที่ยวร่วมกับตลาดกิมหยงและสถานที่สำคัญในเมืองหาดใหญ่ได้ โดยอาจใช้ช่วงกลางวันเดินเที่ยวตลาดและแหล่งท่องเที่ยวในเมือง ก่อนเดินทางมาตลาดน้ำคลองแหในช่วงบ่ายหรือเย็น เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสทั้งการค้าขายแบบเมืองใหญ่และบรรยากาศชุมชนริมคลองภายในวันเดียวกัน
วันเปิดทำการ: วันศุกร์ – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 13:00 – 21:00 น.
การเดินทาง: ตลาดน้ำคลองแหตั้งอยู่ในตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ สามารถเดินทางจากตัวเมืองหาดใหญ่ด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่พื้นที่วัดคลองแห ควรเผื่อเวลาเดินทางในช่วงเย็นและวันหยุดซึ่งอาจมีการจราจรหนาแน่นบริเวณตลาด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดน้ำคลองแห

38. เขาตังกวน จังหวัดสงขลา เป็นภูเขาและจุดชมวิวสำคัญที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสงขลา มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์มุมสูงที่สามารถมองเห็นตัวเมืองสงขลา ทะเลสาบสงขลา และแนวชายฝั่งอ่าวไทยได้ในหลายทิศทาง บนยอดเขามีพระเจดีย์สำคัญและพื้นที่สำหรับชมวิว ทำให้เขาตังกวนเป็นสถานที่ที่รวมทั้งความงดงามทางธรรมชาติ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาไว้ในจุดเดียว
ไฮไลต์: จุดชมวิวบนยอดเขาตังกวน พระเจดีย์หลวง ทางขึ้นเขาและลิฟต์ขึ้นเขา ทิวทัศน์เมืองสงขลา ทะเลสาบสงขลา ชายฝั่งอ่าวไทย และบรรยากาศธรรมชาติรอบภูเขา
เขาตังกวนมีลักษณะเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสงขลา การขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขาช่วยให้เห็นลักษณะภูมิประเทศของเมืองซึ่งมีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเลและทะเลสาบอยู่ใกล้กัน ทัศนียภาพจากมุมสูงแสดงให้เห็นอาคารบ้านเรือน ถนน และแหล่งน้ำที่มีบทบาทต่อการพัฒนาของเมืองสงขลา ภาพของทะเลอ่าวไทยที่ทอดยาวไปจนถึงขอบฟ้ายังเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นมาชมวิว
บนยอดเขาตังกวนมีพระเจดีย์ที่มีความสำคัญต่อความศรัทธาของชาวสงขลา พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา นักท่องเที่ยวสามารถชมสถาปัตยกรรมของพระเจดีย์และบรรยากาศโดยรอบได้ตามระเบียบของสถานที่ โดยควรแต่งกายสุภาพและเคารพผู้ที่เดินทางมาสักการะ
การเดินทางขึ้นเขาตังกวนมีบริการลิฟต์สำหรับขึ้นสู่พื้นที่ด้านบนตามเวลาที่ผู้ดูแลกำหนด ทำให้ผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นทางลาดชันสามารถเข้าถึงจุดชมวิวได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้บริการลิฟต์ขึ้นอยู่กับเวลาทำการและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผู้เดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมวิวจากเขาตังกวน เพราะแสงแดดไม่ร้อนจัดและทัศนียภาพมีบรรยากาศแตกต่างกันตามช่วงเวลา ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเก็บภาพเมืองสงขลาจากมุมสูง รวมถึงแนวทะเลสาบและทะเลอ่าวไทยได้ การเลือกวันที่อากาศแจ่มใสจะช่วยให้มองเห็นภูมิทัศน์โดยรอบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เขาตังกวนสามารถจัดเป็นโปรแกรมเที่ยวร่วมกับย่านเมืองเก่าสงขลา หาดสมิหลา และสถานที่สำคัญอื่นในเขตเมืองสงขลาได้ โดยอาจเริ่มจากเดินชมเมืองเก่าในช่วงเช้า แล้วเดินทางขึ้นเขาตังกวนในช่วงบ่ายหรือเย็น เส้นทางดังกล่าวช่วยให้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของเมืองสงขลาในวันเดียวกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 19:00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08:00 – 19:00 น. สำหรับบริการตามที่ผู้ดูแลกำหนด
การเดินทาง: เขาตังกวนตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสงขลา สามารถเดินทางจากย่านเมืองเก่าสงขลาหรือหาดสมิหลาด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างมายังบริเวณทางขึ้นเขา จากนั้นใช้บริการลิฟต์หรือเส้นทางขึ้นเขาที่เปิดให้บริการตามความเหมาะสม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขาตังกวน

39. น้ำตกร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะจากสายน้ำอุ่นที่ไหลผ่านแอ่งหินและชั้นน้ำตกภายในพื้นที่ป่า ตั้งอยู่ในอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ลักษณะของน้ำตกซึ่งแตกต่างจากน้ำตกทั่วไป เพราะน้ำมีอุณหภูมิอุ่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสภาพแวดล้อมของป่าและสัมผัสความงามของแอ่งน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่ที่เปิดให้ใช้บริการ
ไฮไลต์: แอ่งน้ำอุ่นธรรมชาติ ชั้นน้ำตกขนาดเล็ก ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าเขตร้อน บรรยากาศลำธาร และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมกับสระมรกตในอำเภอคลองท่อม
น้ำตกร้อนคลองท่อมมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำอุ่นที่ไหลผ่านชั้นหินและเกิดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติหลายบริเวณ สายน้ำไหลลดระดับลงตามภูมิประเทศทำให้เกิดลักษณะคล้ายน้ำตกขนาดเล็ก บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ให้ร่มเงาและช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำทำให้สถานที่แห่งนี้มีลักษณะเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งน้ำตกทั่วไปของภาคใต้
สภาพแวดล้อมของน้ำตกร้อนมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธรรมชาติและระบบน้ำใต้ดินในพื้นที่ การที่น้ำมีอุณหภูมิอุ่นแสดงถึงลักษณะเฉพาะของแหล่งน้ำธรรมชาติที่ได้รับอิทธิพลจากความร้อนใต้พื้นดิน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ น้ำ และระบบนิเวศได้จากการเดินชมพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องลงแช่น้ำหากไม่สะดวกหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ
การลงแช่น้ำในพื้นที่ที่อนุญาตเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ แต่ควรคำนึงถึงอุณหภูมิของน้ำและสภาพร่างกายเป็นสำคัญ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุควรระมัดระวังการแช่น้ำอุ่นเป็นเวลานาน และควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำร้อนเกินไปหรือพื้นหินลื่น การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยให้การใช้พื้นที่เป็นไปอย่างปลอดภัย
บริเวณน้ำตกร้อนมีเส้นทางเดินและพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมต้นไม้ ลำธาร และสภาพแวดล้อมรอบแหล่งน้ำได้ โดยควรช่วยกันรักษาความสะอาดและไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำในบริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมีความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำและระบบนิเวศในระยะยาว
น้ำตกร้อนคลองท่อมสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวร่วมกับสระมรกตได้ เนื่องจากทั้งสองแห่งอยู่ในพื้นที่อำเภอคลองท่อมและมีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวสองสถานที่ในวันเดียว โดยควรเผื่อเวลาเดินทางและเวลาสำหรับเดินชมพื้นที่แต่ละแห่งให้เพียงพอ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่พักในตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางแล้วต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลมาสู่ธรรมชาติบนแผ่นดิน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางโดยรถยนต์ไปยังอำเภอคลองท่อม แล้วเข้าสู่บริเวณน้ำตกร้อนคลองท่อมตามถนนสายหลักและป้ายบอกทาง เมื่อถึงพื้นที่บริการให้เดินตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อเข้าสู่บริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกร้อนคลองท่อม

40. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าภูเขาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาสูงและผืนป่าธรรมชาติในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีเทือกเขาหลวงเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศ อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านป่าดิบชื้น ความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำตก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ระบบนิเวศภูเขาและป่าต้นน้ำ
ไฮไลต์: เทือกเขาหลวง ยอดเขาหลวง ผืนป่าดิบชื้น น้ำตกสำคัญ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ พรรณไม้ป่าภูเขา และแหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
อุทยานแห่งชาติเขาหลวงมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาที่สลับซับซ้อนและปกคลุมด้วยผืนป่าธรรมชาติ ความแตกต่างของระดับความสูงทำให้เกิดสภาพแวดล้อมหลายลักษณะ ตั้งแต่ป่าในพื้นที่ต่ำไปจนถึงป่าบนภูเขาที่มีอากาศเย็นและความชื้นสูง ระบบนิเวศเหล่านี้เป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงพรรณไม้ที่ต้องอาศัยสภาพภูมิอากาศเฉพาะในการเจริญเติบโต
ยอดเขาหลวงเป็นจุดเด่นสำคัญของเทือกเขาและเป็นหนึ่งในภูเขาที่มีความสูงโดดเด่นของภาคใต้ การเดินทางไปยังพื้นที่สูงหรือเส้นทางเดินป่าระยะไกลต้องอาศัยการเตรียมตัวและความพร้อมของร่างกาย เพราะสภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ทั้งฝน หมอก ความชื้น และความลื่นของเส้นทาง การเข้าถึงพื้นที่บางแห่งต้องใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามกำหนดการของอุทยานอย่างเคร่งครัด
ผืนป่าเขาหลวงมีบทบาทสำคัญด้านการเป็นแหล่งต้นน้ำของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ลำธารและน้ำตกจำนวนมากมีต้นกำเนิดจากพื้นที่ภูเขาและป่าธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าช่วยรักษาวงจรน้ำและสมดุลของระบบนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในพื้นที่จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ว่าการอนุรักษ์ผืนป่ามีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปลายน้ำอย่างไร
อุทยานแห่งชาติเขาหลวงมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลายรูปแบบ โดยบางพื้นที่สามารถเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ขณะที่บางเส้นทางเป็นการเดินป่าที่ต้องใช้เวลามากขึ้นและมีความยากแตกต่างกัน ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถสังเกตพรรณไม้ ป่าเฟิน มอส และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมชื้นของป่าได้ โดยต้องไม่เก็บตัวอย่างพืชหรือสัตว์จากพื้นที่อนุรักษ์
การท่องเที่ยวเขาหลวงเหมาะกับนักเดินทางสายธรรมชาติ นักศึกษาระบบนิเวศ ช่างภาพ และผู้ที่สนใจการเดินป่า ผู้ที่เดินทางพร้อมครอบครัวหรือผู้สูงอายุควรเลือกเส้นทางที่เหมาะกับสภาพร่างกายและไม่ฝืนเดินเข้าพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าและอันตรายจากเส้นทางลื่น การปฏิบัติตามประกาศของอุทยานเป็นสิ่งจำเป็นต่อความปลอดภัย
อุทยานแห่งชาติเขาหลวงสามารถจัดเป็นทริปเที่ยวร่วมกับบ้านคีรีวงและพื้นที่ธรรมชาติในอำเภอลานสกาได้ ผู้ที่มีเวลาเพียงวันเดียวสามารถเลือกเส้นทางธรรมชาติที่เข้าถึงสะดวก ส่วนผู้ที่ต้องการเดินป่าระยะไกลควรเตรียมแผนเดินทางแยกต่างหากตามข้อกำหนดของอุทยาน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้มีเวลาเรียนรู้ธรรมชาติและลดความเสี่ยงจากการเดินทางในพื้นที่ภูเขา
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป โดยเส้นทางเดินป่าบางแห่งมีข้อกำหนดและช่วงปิดเฉพาะ
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเข้าสู่อำเภอลานสกาหรือพื้นที่บริการของอุทยานตามจุดหมายที่ต้องการ โดยเส้นทางเข้าสู่แต่ละหน่วยพิทักษ์อุทยานและจุดเริ่มต้นเดินป่าอาจแตกต่างกัน นักท่องเที่ยวควรติดต่ออุทยานเพื่อยืนยันจุดเริ่มต้นเส้นทางและเงื่อนไขก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

41. มัสยิดกลางปัตตานี จังหวัดปัตตานี เป็นศาสนสถานสำคัญและหนึ่งในสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของภาคใต้ ตั้งอยู่บนถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ความงดงามของมัสยิดแห่งนี้อยู่ที่อาคารซึ่งผสมผสานองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอิสลาม ทั้งโดม หออะซาน และรูปแบบการตกแต่งที่สะท้อนความสำคัญของศาสนาอิสลามในวิถีชีวิตผู้คนในพื้นที่ ด้านหน้ามีสระน้ำที่ช่วยสร้างภาพสะท้อนของอาคารและเพิ่มความสง่างามให้กับภูมิทัศน์โดยรวม
ไฮไลต์: โดมกลางอาคาร หออะซาน สระน้ำด้านหน้า สถาปัตยกรรมอิสลาม รูปแบบการจัดวางอาคาร และบรรยากาศศาสนสถานที่มีความสำคัญต่อชุมชนมุสลิมจังหวัดปัตตานี
มัสยิดกลางปัตตานีมีลักษณะอาคารที่โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่และหออะซานซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของมัสยิดในสถาปัตยกรรมอิสลาม รูปแบบของอาคารสร้างความสมดุลระหว่างส่วนกลางกับองค์ประกอบด้านข้าง เมื่อมองจากบริเวณสระน้ำด้านหน้าจะเห็นภาพสะท้อนของอาคารบนผิวน้ำ เป็นมุมมองที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากผู้ที่สนใจการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ความสำคัญของมัสยิดกลางปัตตานีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความงดงามของอาคาร แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในพื้นที่ การละหมาด การศึกษาเรื่องศาสนา และการรวมตัวของชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทมัสยิดในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับการเคารพสถานที่และกิจกรรมของผู้ที่ใช้มัสยิดเพื่อประกอบศาสนกิจ
จังหวัดปัตตานีมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับสังคมมลายูมุสลิมมาอย่างยาวนาน ศาสนสถานจึงมีบทบาทสำคัญต่ออัตลักษณ์ของท้องถิ่น มัสยิดกลางปัตตานีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา สถาปัตยกรรม และชุมชนได้อย่างชัดเจน การเดินชมพื้นที่ภายนอกและสังเกตรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมเปิดโอกาสให้เรียนรู้วัฒนธรรมอย่างเหมาะสมโดยไม่รบกวนกิจกรรมภายในมัสยิด
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถเลือกมุมมองบริเวณสระน้ำและลานด้านหน้าได้ โดยควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพผู้ที่กำลังละหมาดโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่จำกัดสำหรับผู้ประกอบศาสนกิจ การแต่งกายควรสุภาพ เรียบร้อย และสอดคล้องกับข้อปฏิบัติของมัสยิด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ภายในอาคาร
มัสยิดกลางปัตตานีเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจสถาปัตยกรรม ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถจัดโปรแกรมร่วมกับมัสยิดกรือเซะและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในอำเภอเมืองปัตตานีได้ การเดินทางในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นความหลากหลายของสถาปัตยกรรมอิสลามในพื้นที่และความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่สำคัญกับพัฒนาการของชุมชน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. สำหรับการเยี่ยมชมตามข้อกำหนดของผู้ดูแล โดยควรหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงประกอบศาสนกิจ
การเดินทาง: มัสยิดกลางปัตตานีตั้งอยู่บนถนนยะรังในเขตอำเภอเมืองปัตตานี สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองได้สะดวก นักท่องเที่ยวควรเลือกจุดจอดรถที่กำหนดและปฏิบัติตามระเบียบการเข้าเยี่ยมชมศาสนสถาน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง มัสยิดกลางปัตตานี

42. วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม จังหวัดปัตตานี เป็นวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาในอำเภอโคกโพธิ์ มีชื่อเสียงจากความศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระเถระที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากให้ความเคารพ วัดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และจุดหมายสำคัญของการเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดปัตตานี ความโดดเด่นของวัดช้างให้อยู่ที่ความผูกพันระหว่างเรื่องราวของหลวงปู่ทวดกับศรัทธาของผู้คนที่สืบทอดต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน
ไฮไลต์: สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวด รูปเคารพหลวงปู่ทวด วิหารและอาคารทางศาสนา ประวัติความศรัทธาของชาวปัตตานี และกิจกรรมสักการะของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาเยือนวัดตลอดปี
หลวงปู่ทวดเป็นพระเถระที่มีความสำคัญต่อความเชื่อและความศรัทธาในภาคใต้ โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตและปาฏิหาริย์ที่ได้รับการถ่ายทอดในวัฒนธรรมพุทธศาสนาไทย ชื่อของท่านมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับวัดช้างให้ ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากตั้งใจเดินทางมาสักการะ เพื่อแสดงความเคารพและระลึกถึงคุณธรรมของพระเถระผู้เป็นที่ศรัทธา
ภายในวัดมีอาคารและพื้นที่สักการะสำคัญหลายส่วน โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวด ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนา ผู้มาเยือนสามารถเดินชมศิลปกรรมของวัด กราบสักการะพระพุทธรูป และเรียนรู้เรื่องราวของหลวงปู่ทวดผ่านองค์ประกอบภายในศาสนสถาน การใช้เวลาอย่างสงบภายในวัดช่วยให้เข้าใจความสำคัญของสถานที่ในฐานะพื้นที่แห่งศรัทธา มากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ความสำคัญของวัดช้างให้ยังสะท้อนผ่านบทบาทของวัดในการรวมตัวของชุมชนและการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันสำคัญทางศาสนาและช่วงงานประเพณีของวัดจะมีประชาชนเดินทางมาทำบุญและสักการะหลวงปู่ทวดเป็นจำนวนมาก กิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดความศรัทธาและความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับประชาชนในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง
วัดช้างให้มีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม เพราะเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างซึ่งมีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกันของชุมชนและการสืบทอดความเชื่อของผู้คนต่างกลุ่มในภูมิภาคเดียวกัน
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาสักการะควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามระเบียบของวัด ไม่ส่งเสียงดังหรือรบกวนผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ หากเดินทางในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ควรเผื่อเวลาเพิ่มเนื่องจากอาจมีผู้มาเยือนจำนวนมาก วัดช้างให้สามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในจังหวัดปัตตานีได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดช้างให้ตั้งอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี สามารถเดินทางจากตัวเมืองปัตตานีหรือหาดใหญ่ด้วยรถยนต์ตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่อำเภอโคกโพธิ์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดตามป้ายบอกทาง นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาเดินทางหากมีกิจกรรมหรือเทศกาลสำคัญของวัด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม

43. มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่บริเวณบ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี อาคารมีเอกลักษณ์จากโครงสร้างอิฐและรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของเมืองปัตตานีในอดีต สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้เรื่องพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของชุมชนมลายูมุสลิมในภาคใต้
ไฮไลต์: อาคารมัสยิดก่ออิฐเก่าแก่ รูปแบบซุ้มประตูและผนังอิฐ สถาปัตยกรรมอิสลาม ประวัติศาสตร์เมืองปัตตานี และบรรยากาศศาสนสถานที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
มัสยิดกรือเซะมีลักษณะโดดเด่นจากผนังอิฐที่แสดงให้เห็นรูปแบบการก่อสร้างในอดีต องค์ประกอบของอาคารประกอบด้วยช่องประตู หน้าต่าง และโครงสร้างที่สะท้อนการผสมผสานของรูปแบบสถาปัตยกรรมในภูมิภาค อาคารแห่งนี้มีความแตกต่างจากมัสยิดกลางปัตตานีซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่กว่า ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปรียบเทียบลักษณะของศาสนสถานต่างยุคสมัยได้ภายในจังหวัดเดียวกัน
ประวัติศาสตร์ของมัสยิดกรือเซะมีความสัมพันธ์กับการเติบโตของเมืองปัตตานีในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญของคาบสมุทรมลายู พื้นที่เมืองปัตตานีมีการติดต่อกับผู้คนจากภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านการเดินเรือและการค้าทางทะเล ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ และรูปแบบการก่อสร้าง ศาสนสถานจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของชุมชนและบทบาทของศาสนาอิสลามในภูมิภาค
ลักษณะอาคารที่ปรากฏในปัจจุบันทำให้มัสยิดกรือเซะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตรายละเอียดของวัสดุ รูปทรงของช่องเปิด และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานทางศาสนาได้ การชมสถานที่ควรดำเนินด้วยความเคารพ เพราะพื้นที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญต่อความรู้สึกและความทรงจำของชุมชนในหลายมิติ
ผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถจัดเส้นทางเที่ยวมัสยิดกรือเซะร่วมกับมัสยิดกลางปัตตานีและแหล่งเรียนรู้ในอำเภอเมืองปัตตานี เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมอิสลามในแต่ละช่วงเวลา การเดินทางในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวัดปัตตานีในมุมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มากกว่าการมองพื้นที่ผ่านแหล่งท่องเที่ยวเพียงประเภทเดียว
มัสยิดกรือเซะเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศาสนา และการถ่ายภาพอาคารเก่า ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ไม่รบกวนการประกอบศาสนกิจ และเคารพข้อกำหนดของผู้ดูแลสถานที่ การถ่ายภาพภายในหรือบริเวณที่มีผู้กำลังประกอบศาสนกิจควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. สำหรับการเยี่ยมชมตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
การเดินทาง: มัสยิดกรือเซะตั้งอยู่ในตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี สามารถเดินทางจากตัวเมืองปัตตานีด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างตามถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านกรือเซะ โดยควรตรวจสอบการเข้าชมและจุดจอดรถก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง มัสยิดกรือเซะ

44. วนอุทยานอ่าวมะนาว จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชายฝั่งอ่าวไทยที่มีความโดดเด่นด้านชายหาด ป่าไม้ และภูมิทัศน์ริมทะเล ตั้งอยู่ในตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส ความงดงามของพื้นที่แห่งนี้อยู่ที่แนวชายหาดและพื้นที่ธรรมชาติซึ่งมีภูเขาและพืชพรรณชายฝั่งเป็นองค์ประกอบ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสงบและเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งของภาคใต้ตอนล่าง
ไฮไลต์: ชายหาดอ่าวมะนาว ทิวทัศน์ทะเลอ่าวไทย แนวต้นไม้ชายฝั่ง พื้นที่ธรรมชาติ จุดชมวิว และบรรยากาศชายหาดที่เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพ
อ่าวมะนาวมีลักษณะเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ แนวชายหาดและต้นไม้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นและเหมาะกับการใช้เวลาพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด สัมผัสลมทะเล และถ่ายภาพทิวทัศน์ของอ่าวไทยได้ โดยควรเลือกช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัดและตรวจสอบสภาพคลื่นลมก่อนทำกิจกรรมใกล้น้ำ
พื้นที่ชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างมีระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับพืชพรรณชายหาดและป่าธรรมชาติ การอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ช่วยรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ และเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนวนอุทยานอ่าวมะนาวสามารถเรียนรู้ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติผ่านการเดินชมสภาพแวดล้อมและการสังเกตลักษณะของชายฝั่งได้
วนอุทยานอ่าวมะนาวยังมีบทบาทเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับประชาชนในจังหวัดนราธิวาสและนักเดินทางจากพื้นที่อื่น บรรยากาศที่แตกต่างจากชายหาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบและใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ การเดินชมชายหาดอย่างไม่เร่งรีบสามารถช่วยให้เห็นรายละเอียดของภูมิประเทศและวิถีชีวิตชายฝั่งที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
การท่องเที่ยวพื้นที่ธรรมชาติควรดำเนินด้วยความรับผิดชอบ โดยหลีกเลี่ยงการทิ้งขยะ การเก็บพืชหรือสัตว์จากพื้นที่ และการรบกวนสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรใช้เส้นทางที่เปิดให้เข้าชมและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหรือได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ
วนอุทยานอ่าวมะนาวเหมาะกับครอบครัว ผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเล สามารถจัดทริปร่วมกับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอเมืองนราธิวาสได้ โดยควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่และข้อจำกัดในการเข้าชมแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างไปยังตำบลกะลุวอเหนือ แล้วเข้าสู่พื้นที่วนอุทยานอ่าวมะนาวตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ ควรตรวจสอบสภาพถนนและประกาศของหน่วยงานดูแลพื้นที่ก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานอ่าวมะนาว

45. พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่บริเวณเขาตันหยง ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส พระตำหนักแห่งนี้มีบทบาทเป็นสถานที่ประทับในโอกาสที่มีพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคใต้ ความโดดเด่นของบริเวณพระตำหนักอยู่ที่ภูมิประเทศบนเนินเขาและสวนที่จัดตกแต่งอย่างร่มรื่น โดยมีทิวทัศน์ธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่
ไฮไลต์: สถาปัตยกรรมพระตำหนัก สวนภูมิทัศน์ พรรณไม้ประดับ บรรยากาศร่มรื่นของเขาตันหยง และความสำคัญของสถานที่ต่อพระราชกรณียกิจในภาคใต้
พื้นที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์มีลักษณะเป็นเนินเขาที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดนราธิวาส การออกแบบภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ทำให้เกิดบรรยากาศร่มรื่นและมีความงดงามจากองค์ประกอบของสวนและพืชพรรณเขตร้อน นักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมพื้นที่สามารถสัมผัสบรรยากาศของสวนและเรียนรู้ความสำคัญของสถานที่ตามเส้นทางและบริเวณที่เปิดให้บริการ
พระตำหนักแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคใต้และบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การศึกษาเรื่องราวของสถานที่จึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์และความสำคัญของจังหวัดนราธิวาสในฐานะพื้นที่ที่มีพระราชกรณียกิจเกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง
ลักษณะภูมิประเทศบริเวณเขาตันหยงมีความโดดเด่นจากเนินเขาและสภาพแวดล้อมที่อยู่ใกล้ชายฝั่งอ่าวไทย ทำให้พื้นที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าสนใจ การจัดสวนและดูแลพรรณไม้ช่วยเพิ่มคุณค่าด้านภูมิทัศน์และเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความงดงามของพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เข้าชมควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความสะอาดและไม่รบกวนพื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึง
เนื่องจากพระตำหนักเป็นสถานที่ที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการใช้พื้นที่ การเข้าเยี่ยมชมจึงต้องเป็นไปตามระเบียบของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้เข้าชมก่อนเดินทางและปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการแต่งกาย การถ่ายภาพ และบริเวณที่อนุญาตให้เข้าได้ ไม่ควรเข้าไปในเขตหวงห้ามหรือพยายามใช้เส้นทางที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไป
พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์สวน และสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส สามารถจัดเส้นทางเดินทางร่วมกับวนอุทยานอ่าวมะนาวซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาสได้ โดยควรยืนยันเงื่อนไขการเข้าชมทั้งสองแห่งก่อนเดินทาง เพื่อให้การจัดโปรแกรมเป็นไปอย่างเหมาะสม
วันเปิดทำการ: การเข้าชมเป็นไปตามประกาศและการอนุญาตของผู้ดูแลพื้นที่ ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงกลางวันตามรอบที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเดินทาง
การเดินทาง: พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ตั้งอยู่บริเวณเขาตันหยง ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส สามารถเดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างไปยังบริเวณทางเข้าพื้นที่ได้ แต่การเข้าภายในพระตำหนักขึ้นอยู่กับการอนุญาตและมาตรการของผู้ดูแล

46. อุโมงค์ปิยะมิตร จังหวัดยะลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเบตง ใกล้บริเวณบ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตาเนาะแมเราะ อุโมงค์แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของกลุ่มคอมมิวนิสต์มลายาในอดีต โดยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่เคยใช้เป็นฐานหลบภัยและเส้นทางภายในป่า ปัจจุบันอุโมงค์ปิยะมิตรเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่จริงและภูมิประเทศป่าภูเขาของอำเภอเบตง
ไฮไลต์: อุโมงค์ใต้ดิน เส้นทางเดินชมอุโมงค์ เรื่องราวประวัติศาสตร์กลุ่มคอมมิวนิสต์มลายา พื้นที่ป่าร่มรื่น และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของผู้คนในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต
อุโมงค์ปิยะมิตรมีลักษณะเป็นอุโมงค์ที่ขุดภายในพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการหลบภัยและการเคลื่อนย้ายภายในพื้นที่ในอดีต การเดินชมอุโมงค์ช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพพื้นที่จริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยภายในมีลักษณะเป็นทางเดินที่แตกต่างจากถ้ำธรรมชาติ เพราะเกิดจากการขุดและปรับพื้นที่เพื่อการใช้งานของมนุษย์
ประวัติศาสตร์ของอุโมงค์เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคอมมิวนิสต์มลายาในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในบริบทการเมืองและความมั่นคงของภูมิภาคในอดีต การเรียนรู้เรื่องอุโมงค์ช่วยให้เห็นมิติของชีวิตผู้คนในพื้นที่ป่าและความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยควรศึกษาเรื่องราวจากสื่อจัดแสดงและคำอธิบายของผู้ดูแลสถานที่เพื่อเข้าใจบริบทอย่างรอบด้าน
พื้นที่โดยรอบอุโมงค์มีธรรมชาติที่ร่มรื่นและลักษณะเป็นป่าภูเขา การเดินทางเข้าไปชมอุโมงค์จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์กับการชมธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตสภาพภูมิประเทศที่มีความลาดชันและพืชพรรณเขตร้อนซึ่งมีบทบาทต่อการเลือกใช้พื้นที่ในอดีต การเดินชมควรใช้เส้นทางที่จัดไว้และระมัดระวังพื้นเปียกหรือทางเดินที่มีความชื้นสูง
อุโมงค์ปิยะมิตรเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและพัฒนาการทางสังคมของพื้นที่ชายแดนใต้ การได้เห็นสภาพอุโมงค์และสภาพแวดล้อมจริงช่วยให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างการอ่านประวัติศาสตร์จากเอกสารกับการเยี่ยมชมสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ในอดีต นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างเคารพต่อความทรงจำและประสบการณ์ของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
อุโมงค์ปิยะมิตรเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ผู้สนใจธรรมชาติ และผู้ที่เดินทางมาสำรวจอำเภอเบตง สามารถจัดโปรแกรมร่วมกับบ่อน้ำร้อนเบตงและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงได้ การเข้าชมอุโมงค์ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับทางเดินและประเมินความพร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวกเดินในพื้นที่แคบหรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองเบตงตามเส้นทางเข้าสู่ตำบลตาเนาะแมเราะและพื้นที่บ้านปิยะมิตร 1 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้าง ถนนบางช่วงอยู่ในพื้นที่ภูเขาและมีทางคดเคี้ยว ควรตรวจสอบสภาพถนนและเผื่อเวลาเดินทางก่อนเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุโมงค์ปิยะมิตร

47. บ่อน้ำร้อนเบตง จังหวัดยะลา เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงในอำเภอเบตง ตั้งอยู่บริเวณตำบลตาเนาะแมเราะ ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและพื้นที่ชุมชนของภาคใต้ตอนล่าง ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่น้ำร้อนจากธรรมชาติซึ่งผุดขึ้นจากใต้พื้นดิน และได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับประชาชนและนักเดินทางที่มาเยือนเบตง
ไฮไลต์: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ พื้นที่แช่น้ำอุ่น จุดชมแหล่งน้ำร้อน บรรยากาศสวนและภูเขา กิจกรรมพักผ่อน และเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมกับอุโมงค์ปิยะมิตรในอำเภอเบตง
บ่อน้ำร้อนเบตงมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ได้รับความร้อนจากกระบวนการใต้พื้นดิน ทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำผิวดินทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถชมลักษณะของแหล่งน้ำร้อนและใช้บริการพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ตามข้อกำหนดของผู้ดูแล การเกิดน้ำร้อนตามธรรมชาติเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างธรณีวิทยา น้ำใต้ดิน และสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ภูเขา
การแช่น้ำอุ่นเป็นกิจกรรมที่ผู้มาเยือนให้ความสนใจ แต่ควรใช้อย่างเหมาะสมและคำนึงถึงอุณหภูมิของน้ำ บริเวณที่เป็นแหล่งน้ำร้อนโดยตรงอาจมีอุณหภูมิสูงจนไม่เหมาะกับการสัมผัสหรือแช่ตัว ผู้ที่ต้องการใช้บริการควรเลือกเฉพาะบ่อหรือพื้นที่ที่อนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอุณหภูมิและระยะเวลาในการแช่น้ำอย่างเคร่งครัด
นอกจากคุณค่าด้านธรรมชาติแล้ว บ่อน้ำร้อนเบตงยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งพักผ่อนของชุมชนและนักเดินทางในพื้นที่ชายแดนใต้ สถานที่แห่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการท่องเที่ยวเบตง ซึ่งมีทั้งภูเขา ป่าไม้ ประวัติศาสตร์ อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อนและชมบรรยากาศรอบพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมทางกายที่ใช้แรงมาก
อำเภอเบตงมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและมีสภาพอากาศแตกต่างจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลของภาคใต้ การเดินทางมายังบ่อน้ำร้อนจึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้ผู้มาเยือนสัมผัสธรรมชาติของเบตงได้อย่างใกล้ชิด โดยสามารถจัดโปรแกรมร่วมกับอุโมงค์ปิยะมิตรและแหล่งท่องเที่ยวบนเส้นทางเดียวกัน เพื่อลดการเดินทางย้อนกลับและมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
บ่อน้ำร้อนเบตงเหมาะกับครอบครัว คู่รัก และนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อน แต่ผู้ที่มีภาวะสุขภาพที่ไวต่อความร้อนควรระมัดระวังหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้บริการแช่น้ำร้อน เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่ควรลงแช่น้ำในบริเวณที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิหรือไม่ได้เปิดให้ใช้บริการ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเบตงเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างไปยังตำบลตาเนาะแมเราะ ตามเส้นทางเข้าสู่พื้นที่บ่อน้ำร้อนเบตง สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับอุโมงค์ปิยะมิตรได้ โดยควรเผื่อเวลาเดินทางบนถนนภูเขาและตรวจสอบการเปิดให้บริการของแต่ละสถานที่
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ่อน้ำร้อนเบตง

48. น้ำตกปาโจบาบี จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในตำบลลุโบะบายะ อำเภอยี่งอ มีลักษณะเป็นพื้นที่น้ำตกและป่าไม้ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในภาคใต้ตอนล่าง ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่บรรยากาศของสายน้ำ ลำธาร และพรรณไม้ที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยรอบ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและสัมผัสภูมิประเทศที่แตกต่างจากชายหาดและเมืองท่องเที่ยว
ไฮไลต์: น้ำตกธรรมชาติ ลำธาร พื้นที่ป่าร่มรื่น ทิวทัศน์ภูเขา และบรรยากาศธรรมชาติในอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส
น้ำตกปาโจบาบีมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ป่าภาคใต้ ซึ่งสายน้ำและลำธารมีความสัมพันธ์กับปริมาณฝนและสภาพภูมิประเทศโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถชมบรรยากาศของน้ำตกและพื้นที่ธรรมชาติในบริเวณที่เปิดให้เข้าถึงได้ ความร่มรื่นของต้นไม้และเสียงน้ำไหลช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนและเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่ป่า
ธรรมชาติของจังหวัดนราธิวาสมีความหลากหลายทั้งป่าเขา พื้นที่ชุ่มน้ำ และชายฝั่งทะเล การเดินทางมาน้ำตกปาโจบาบีช่วยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของภูมิประเทศจังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับชีวิตชุมชน การรักษาความสะอาดและการใช้พื้นที่อย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญต่อการคงอยู่ของทรัพยากรเหล่านี้
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพธรรมชาติสามารถเลือกชมลำธาร สายน้ำ และพรรณไม้ในบริเวณที่ปลอดภัย โดยควรหลีกเลี่ยงการเดินบนโขดหินลื่นหรือเข้าใกล้พื้นที่ที่มีน้ำไหลแรง เนื่องจากน้ำตกในเขตร้อนอาจมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเมื่อฝนตกหนัก แม้บริเวณที่ท่องเที่ยวจะไม่มีฝนโดยตรงก็ตาม นักท่องเที่ยวจึงควรติดตามสภาพอากาศและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าใช้พื้นที่
น้ำตกปาโจบาบีเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติ ครอบครัว และผู้สนใจกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่เน้นความเร่งรีบ การใช้เวลาเดินชมพื้นที่ช่วยให้สัมผัสความสงบของป่าและเห็นลักษณะธรรมชาติในระดับใกล้ชิด ผู้เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกเส้นทางที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความลาดชันหรือพื้นเปียกลื่น
สำหรับการวางแผนท่องเที่ยว สามารถจัดน้ำตกปาโจบาบีเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวธรรมชาติในจังหวัดนราธิวาส โดยควรพิจารณาระยะทางและความสะดวกในการเดินทางจากตัวเมืองหรือพื้นที่ใกล้เคียง การเลือกสถานที่เที่ยวในโซนเดียวกันช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้สามารถใช้เวลาพักผ่อนที่น้ำตกได้มากขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. โดยควรตรวจสภาพอากาศก่อนเข้าพื้นที่น้ำตก
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสเข้าสู่อำเภอยี่งอและตำบลลุโบะบายะ แล้วต่อไปยังพื้นที่น้ำตกปาโจบาบีตามเส้นทางท้องถิ่น สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างได้ ควรตรวจสอบสภาพถนนและเส้นทางเข้าพื้นที่ก่อนเดินทางในช่วงฤดูฝน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกปาโจบาบี

49. นาโปแก จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน มีเอกลักษณ์จากทุ่งนา บรรยากาศชนบท และพื้นที่กิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวนาไทย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทิวทัศน์ทุ่งนา เรียนรู้เรื่องการเกษตร และสัมผัสบรรยากาศของชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติและการผลิตอาหารมาอย่างยาวนาน
ไฮไลต์: ทุ่งนา ทางเดินชมธรรมชาติ วิถีชาวนา กิจกรรมเรียนรู้การเกษตร ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และบรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดพัทลุง
นาโปแกมีแนวคิดการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนกับวิถีเกษตรกรรมของชุมชน โดยใช้ภูมิทัศน์ทุ่งนาและพื้นที่ชนบทเป็นองค์ประกอบสำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศของแปลงนาและพื้นที่กิจกรรมที่จัดไว้ได้ ความงดงามของสถานที่เปลี่ยนแปลงตามรอบการปลูกข้าว ตั้งแต่ช่วงที่ทุ่งนาเขียวชอุ่มไปจนถึงช่วงรวงข้าวสุกเป็นสีทอง ทำให้สามารถสัมผัสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล
การทำนาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชุมชนเกษตรกรรมในจังหวัดพัทลุง การเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าว การดูแลแปลงนา และการใช้เครื่องมือพื้นบ้านช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความสำคัญของข้าวต่อชีวิตและเศรษฐกิจของผู้คนในชนบท พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรจึงมีบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเชื่อมโยงความรู้จากการเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์
ภูมิทัศน์ของนาโปแกเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพทุ่งนา โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดไม่ร้อนจัด นักท่องเที่ยวสามารถชมรายละเอียดของแปลงนา ทางเดิน และองค์ประกอบพื้นบ้านที่ใช้ตกแต่งพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม การเดินชมควรอยู่ในเส้นทางที่กำหนดและไม่เดินเหยียบต้นข้าวหรือพื้นที่เพาะปลูก เพราะแปลงนาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเกษตรกรรมที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์จากชุมชนเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชิมอาหารและชมสินค้าท้องถิ่นตามบริการที่เปิดให้ดำเนินการ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและส่งเสริมการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งด้านอาหาร งานหัตถกรรม และการเกษตร
นาโปแกเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจวิถีชีวิตชนบท สามารถจัดโปรแกรมร่วมกับทะเลน้อยและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอควนขนุนได้ โดยการท่องเที่ยวหลายจุดในพื้นที่เดียวกันช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทุ่งนา พื้นที่ชุ่มน้ำ และชุมชนเกษตรกรรมของจังหวัดพัทลุงได้อย่างชัดเจน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:30 น. โดยกิจกรรมบางประเภทขึ้นอยู่กับรอบการเพาะปลูกและการจัดกิจกรรมของผู้ดูแล
การเดินทาง: นาโปแกตั้งอยู่ในตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง สามารถเดินทางจากตัวเมืองพัทลุงด้วยรถยนต์หรือรถรับจ้างตามถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่อำเภอควนขนุน แล้วเดินทางต่อไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง นาโปแก

50. เกาะแก้วมัตโพน จังหวัดชุมพร เป็นเกาะขนาดเล็กบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยในเขตตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร มีความโดดเด่นจากการเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะหินอยู่ใกล้ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเดินทางมาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมบรรยากาศทะเล โดยการเข้าถึงพื้นที่ต้องพิจารณาสภาพน้ำทะเลและความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ไฮไลต์: เกาะหินกลางทะเล พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเกาะ ทิวทัศน์ชายฝั่งอ่าวไทย บรรยากาศศาสนสถาน และการชมภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำขึ้นน้ำลง
เกาะแก้วมัตโพนมีลักษณะเป็นเกาะหินที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่ง ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลอ่าวไทยและแนวแผ่นดินโดยรอบได้ ความแตกต่างของระดับน้ำขึ้นน้ำลงมีผลต่อสภาพพื้นที่และการเข้าถึงเกาะ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนเดินทาง และไม่ควรพยายามเข้าพื้นที่เมื่อสภาพน้ำหรือคลื่นลมไม่ปลอดภัย
ความสำคัญของเกาะแก้วมัตโพนเกี่ยวข้องกับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่สักการะที่ดึงดูดพุทธศาสนิกชนให้เดินทางมาเยือน สถานที่แห่งนี้จึงมีคุณค่าในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับความเชื่อของผู้คนชายฝั่ง ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามระเบียบของผู้ดูแลและรักษาความสงบในบริเวณสักการะ
ภูมิประเทศของเกาะและชายฝั่งโดยรอบมีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ โดยเฉพาะภาพเกาะหินที่ตั้งอยู่ท่ามกลางน้ำทะเลและท้องฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์จากพื้นที่ชายฝั่งที่ปลอดภัยได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นไปบนเกาะทุกครั้ง การเลือกชมจากระยะไกลในช่วงแสงเช้าหรือแสงเย็นก็สามารถให้มุมมองที่สวยงามและช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำ
เกาะแก้วมัตโพนสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับหาดทรายรีและสถานที่สำคัญในอำเภอเมืองชุมพรได้ นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนช่วงเวลาสักการะและชมธรรมชาติให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเล จากนั้นเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งอื่นในพื้นที่ การจัดโปรแกรมเช่นนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันและต้องการเที่ยวสถานที่หลายประเภทโดยไม่เดินทางไกล
เกาะแก้วมัตโพนเหมาะกับผู้สนใจสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การถ่ายภาพธรรมชาติ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรประเมินความสะดวกในการเข้าถึงและสภาพทางเดินก่อนเข้าไปยังบริเวณเกาะ หากระดับน้ำสูงหรือสภาพทะเลไม่ปลอดภัย ควรเลือกชมจากฝั่งแทนเพื่อความปลอดภัย
วันเปิดทำการ: ทุกวันตามสภาพอากาศและระดับน้ำทะเล เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. โดยควรเลือกเข้าพื้นที่เฉพาะช่วงกลางวันที่ระดับน้ำเอื้อให้เดินทางอย่างปลอดภัย
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองชุมพรเข้าสู่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร ตามเส้นทางชายฝั่งไปยังบริเวณเกาะแก้วมัตโพน สามารถใช้รถยนต์หรือรถรับจ้างได้ แต่การเข้าถึงตัวเกาะขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลและสภาพทางเดินในช่วงเวลานั้น ควรสอบถามผู้ดูแลพื้นที่หรือคนในชุมชนก่อนเดินทางขึ้นเกาะ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เกาะแก้วมัตโพน
| ชื่อบทความ | 50 ที่เที่ยวภาคใต้ 2570 รวมทะเล เกาะ ภูเขา เมืองเก่า และจุดเช็กอินห้ามพลาด |
| พื้นที่ท่องเที่ยว | 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล |
| จุดเด่น | ทะเลอันดามัน อ่าวไทย เกาะ ชายหาด ป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน น้ำตก น้ำพุร้อน พื้นที่ชุ่มน้ำ เมืองเก่า ศาสนสถาน ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชน |
| สถานที่ยอดนิยม 10 อันดับแรก | 1. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2. หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ 3. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล 4. หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต 5. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี 6. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 7. อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 8. แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต 9. อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ 10. สระมรกต จังหวัดกระบี่ |
| จังหวัดสุราษฎร์ธานี | 1. เกาะสมุย 2. เกาะเต่า 3. เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) 4. อุทยานแห่งชาติเขาสก 5. เกาะพะงัน |
| จังหวัดกระบี่ | 1. หมู่เกาะพีพี 2. อ่าวนาง 3. สระมรกต 4. ทะเลแหวก 5. น้ำตกร้อนคลองท่อม |
| จังหวัดภูเก็ต | 1. หาดป่าตอง 2. แหลมพรหมเทพ 3. หาดกะตะ 4. หาดกะรน 5. วัดฉลอง (วัดไชยธาราราม) 6. ย่านเมืองเก่าภูเก็ตและอาคารชิโน-โปรตุกีส |
| จังหวัดพังงา | 1. เขาตะปู–เขาพิงกัน 2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ 3. ชายทะเลเขาหลัก |
| จังหวัดสตูล | 1. เกาะหลีเป๊ะ 2. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 3. หมู่เกาะอาดัง–ราวี |
| จังหวัดตรัง | 1. เกาะกระดาน 2. เกาะมุก–ถ้ำมรกต 3. หาดปากเมง |
| จังหวัดนครศรีธรรมราช | 1. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 2. บ้านคีรีวง 3. อุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ 4. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง |
| จังหวัดสงขลา | 1. ตลาดกิมหยง 2. ย่านเมืองเก่าสงขลา 3. เกาะยอ 4. ตลาดน้ำคลองแห 5. เขาตังกวน |
| จังหวัดพัทลุง | 1. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 2. เขาอกทะลุ 3. นาโปแก |
| จังหวัดระนอง | 1. เกาะพยาม 2. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว |
| จังหวัดชุมพร | 1. หาดทุ่งวัวแล่น 2. หาดทรายรี 3. เกาะแก้วมัตโพน |
| จังหวัดปัตตานี | 1. มัสยิดกลางปัตตานี 2. วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม 3. มัสยิดกรือเซะ |
| จังหวัดนราธิวาส | 1. วนอุทยานอ่าวมะนาว 2. พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ 3. น้ำตกปาโจบาบี |
| จังหวัดยะลา | 1. อุโมงค์ปิยะมิตร 2. บ่อน้ำร้อนเบตง |
| แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน | 1. หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ 2. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล 3. หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต 4. แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต 5. อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ 6. ทะเลแหวก จังหวัดกระบี่ 7. เกาะกระดาน จังหวัดตรัง 8. เกาะมุก–ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง 9. หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา 10. เกาะพยาม จังหวัดระนอง |
| แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทย | 1. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2. เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี 4. หาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร 5. หาดทรายรี จังหวัดชุมพร 6. เกาะแก้วมัตโพน จังหวัดชุมพร 7. อุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช 8. วนอุทยานอ่าวมะนาว จังหวัดนราธิวาส |
| เหมาะสำหรับครอบครัวและเด็ก | 1. หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต 2. หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต 3. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 4. บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช 5. เกาะยอ จังหวัดสงขลา 6. ตลาดน้ำคลองแห จังหวัดสงขลา 7. นาโปแก จังหวัดพัทลุง 8. หาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร ควรเลือกกิจกรรมและเส้นทางตามอายุและสภาพร่างกาย โดยเฉพาะกิจกรรมทางเรือและการลงเล่นน้ำ |
| เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ | 1. ย่านเมืองเก่าภูเก็ตและอาคารชิโน-โปรตุกีส 2. ย่านเมืองเก่าสงขลา 3. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 4. มัสยิดกรือเซะ 5. อุโมงค์ปิยะมิตร 6. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 7. หาดทรายรี จังหวัดชุมพร |
| เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงศาสนา | 1. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. วัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต 3. วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม จังหวัดปัตตานี 4. มัสยิดกลางปัตตานี จังหวัดปัตตานี 5. มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี 6. เกาะแก้วมัตโพน จังหวัดชุมพร 7. เขาตังกวน จังหวัดสงขลา |
| เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ | 1. อุทยานแห่งชาติเขาสก 2. เขื่อนรัชชประภา 3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 4. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง 5. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว 6. สระมรกต 7. น้ำตกร้อนคลองท่อม 8. บ้านคีรีวง 9. หมู่เกาะสุรินทร์ 10. หมู่เกาะอาดัง–ราวี |
| เหมาะสำหรับผู้สนใจวิถีชุมชน | 1. บ้านคีรีวง 2. เกาะยอ 3. ย่านเมืองเก่าสงขลา 4. ย่านเมืองเก่าภูเก็ต 5. นาโปแก 6. ตลาดน้ำคลองแห 7. ตลาดกิมหยง 8. เกาะมุก 9. เกาะพยาม |
| เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ | 1. แหลมพรหมเทพ 2. หมู่เกาะพีพี 3. ทะเลแหวก 4. เขื่อนรัชชประภา 5. ทะเลน้อย 6. เขาตังกวน 7. เขาอกทะลุ 8. เกาะหลีเป๊ะ 9. ย่านเมืองเก่าภูเก็ต 10. ย่านเมืองเก่าสงขลา |
| เหมาะสำหรับกิจกรรมผจญภัย | 1. ดำน้ำบริเวณเกาะเต่า 2. เดินป่าในอุทยานแห่งชาติเขาสก 3. เดินศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง 4. ดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ 5. ดำน้ำบริเวณหมู่เกาะอาดัง–ราวี 6. เข้าถ้ำมรกตตามโปรแกรมที่ได้รับอนุญาต 7. ล่องเรือชมเขื่อนเชี่ยวหลาน |
| อาหารพื้นเมืองแนะนำ | 1. แกงเหลือง 2. คั่วกลิ้ง 3. แกงไตปลา 4. ข้าวยำและน้ำบูดู 5. ขนมจีนปักษ์ใต้ 6. หมูฮ้องและหมี่ฮกเกี้ยน 7. อาหารทะเลท้องถิ่น 8. อาหารพื้นบ้านมลายู 9. ขนมลาและขนมพื้นเมืองภาคใต้ 10. ผลไม้ตามฤดูกาล |
| ของฝากและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น | 1. ผ้าทอเกาะยอ 2. ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง 3. ผลิตภัณฑ์กระจูดจากชุมชนพัทลุง 4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 5. ขนมพื้นเมืองภูเก็ต 6. ขนมลาและขนมพื้นบ้านนครศรีธรรมราช 7. อาหารทะเลแปรรูป 8. กะปิและเครื่องแกงใต้ |
| ประเพณีและวัฒนธรรมสำคัญ | 1. ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. ประเพณีสารทเดือนสิบ 3. ประเพณีชักพระ 4. การแสดงมโนราห์ 5. หนังตะลุง 6. ประเพณีและพิธีกรรมของชาวเล 7. วัฒนธรรมบาบ๋า–ย่าหยา จังหวัดภูเก็ต 8. ประเพณีทางศาสนาของชุมชนมุสลิมภาคใต้ กำหนดการจัดงานในแต่ละปีขึ้นอยู่กับหน่วยงานและชุมชนผู้จัด |
| พื้นที่แนะนำสำหรับเลือกที่พัก | 1. เกาะสมุย สำหรับเที่ยวทะเลฝั่งอ่าวไทย 2. เกาะเต่า สำหรับกิจกรรมดำน้ำ 3. เกาะพะงัน สำหรับชายหาดและธรรมชาติ 4. อ่าวนาง สำหรับทริปเกาะกระบี่ 5. เกาะพีพีดอน สำหรับพักในหมู่เกาะพีพี 6. หาดป่าตอง กะตะ หรือกะรน สำหรับเที่ยวภูเก็ต 7. เขาหลัก สำหรับพักผ่อนและออกทริปทะเลพังงา 8. เกาะหลีเป๊ะ สำหรับหมู่เกาะอาดัง–ราวี 9. ตัวเมืองสงขลาหรือหาดใหญ่ สำหรับเที่ยวสงขลา 10. ตัวเมืองนครศรีธรรมราชหรืออำเภอลานสกา สำหรับเที่ยววัฒนธรรมและธรรมชาติ |
| แผนเที่ยว 1 วัน — ภูเก็ตตอนใต้ | 1. เริ่มต้นเที่ยววัดฉลองในช่วงเช้า 2. เดินทางไปหาดกะตะ 3. เที่ยวต่อหาดกะรนตามความเหมาะสมของเส้นทาง 4. ชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ โดยจัดลำดับการเดินทางให้เหมาะกับตำแหน่งที่พัก |
| แผนเที่ยว 1 วัน — กระบี่ธรรมชาติ | 1. เดินทางจากตัวเมืองกระบี่หรืออ่าวนางสู่อำเภอคลองท่อม 2. เที่ยวสระมรกต 3. เดินทางต่อไปน้ำตกร้อนคลองท่อม 4. กลับที่พักในช่วงเย็น โดยเผื่อเวลาการเดินทางและเวลาปิดพื้นที่ |
| แผนเที่ยว 1 วัน — เมืองสงขลา | 1. เดินชมย่านเมืองเก่าสงขลา 2. รับประทานอาหารพื้นเมืองบริเวณถนนนางงาม 3. เดินทางไปเขาตังกวนเพื่อชมวิว 4. เที่ยวเกาะยอและรับประทานอาหารริมทะเลสาบ หากมีเวลาเพียงพอ |
| แผนเที่ยว 1 วัน — ธรรมชาติพัทลุง | 1. เริ่มต้นล่องเรือชมทะเลน้อยในช่วงเช้าตามรอบที่เปิดให้บริการ 2. เที่ยวนาโปแกในอำเภอควนขนุน 3. เดินทางกลับเข้าตัวเมืองพัทลุง 4. ชมเขาอกทะลุจากจุดที่เข้าถึงสะดวกในช่วงเย็น |
| แผนเที่ยว 1 วัน — วัดและวัฒนธรรม | 1. เลือกจังหวัดนครศรีธรรมราชและเที่ยววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 2. เดินชมย่านประวัติศาสตร์ในตัวเมือง 3. เรียนรู้เรื่องอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น 4. ใช้เวลาเที่ยวเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียงตามความสะดวก โดยไม่รวมการเดินทางข้ามจังหวัดไกลในวันเดียว |
| แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน — เขาสกและเขื่อนเชี่ยวหลาน | วันที่ 1: เที่ยวโซนอุทยานแห่งชาติเขาสก เดินชมธรรมชาติตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ และพักในพื้นที่คลองสก วันที่ 2: เดินทางไปเขื่อนรัชชประภา ล่องเรือชมทะเลสาบและเขาสามเกลอ ก่อนเดินทางกลับตามเวลาที่เหมาะสม |
| แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน — นครศรีธรรมราช | วันที่ 1: วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และแหล่งวัฒนธรรมในตัวเมืองนครศรีธรรมราช วันที่ 2: บ้านคีรีวงและพื้นที่ธรรมชาติอำเภอลานสกา โดยเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงเวลาและสภาพอากาศ |
| แผนเที่ยว 3 วัน 2 คืน — ภูเก็ต | วันที่ 1: ย่านเมืองเก่าภูเก็ตและอาหารพื้นเมือง วันที่ 2: หาดป่าตอง และกิจกรรมพักผ่อนริมทะเล วันที่ 3: วัดฉลอง หาดกะรน หาดกะตะ และแหลมพรหมเทพตามเวลาที่เหมาะสม โดยหากต้องเดินทางกลับช่วงบ่ายให้ลดจำนวนจุดแวะ |
| แผนเที่ยว 3 วัน 2 คืน — กระบี่ | วันที่ 1: พักบริเวณอ่าวนาง เดินเล่นชายหาดและชมพระอาทิตย์ตก วันที่ 2: ออกทริปทะเลแหวกและหมู่เกาะใกล้เคียงตามรอบน้ำและสภาพทะเล วันที่ 3: เลือกเที่ยวสระมรกตและน้ำตกร้อนคลองท่อม หรือเปลี่ยนเป็นทริปหมู่เกาะพีพีตามเวลาการเดินทาง โดยไม่จัดทั้งสองโปรแกรมเต็มวันซ้อนกัน |
| แผนเที่ยว 3 วัน 2 คืน — สงขลาและหาดใหญ่ | วันที่ 1: ตลาดกิมหยงและแหล่งท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่ วันที่ 2: ย่านเมืองเก่าสงขลา เขาตังกวน และเกาะยอ วันที่ 3: ตลาดน้ำคลองแห หากตรงกับวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ หรือเลือกเที่ยวชุมชนและร้านอาหารท้องถิ่นแทน |
| แผนเที่ยว 4 วัน 3 คืน — สุราษฎร์ธานี | วันที่ 1: เดินทางและพักบนเกาะสมุย วันที่ 2: เที่ยวชายหาด วัด และจุดชมวิวบนเกาะสมุย วันที่ 3: เดินทางโดยเรือไปเกาะพะงันและพักค้างคืน วันที่ 4: เที่ยวชายหาดหรือชุมชนบนเกาะพะงันก่อนเดินทางกลับตามรอบเรือ โดยเกาะเต่าควรเพิ่มวันเดินทางแยกต่างหากหากต้องการเที่ยวเต็มรูปแบบ |
| แผนเที่ยว 4 วัน 3 คืน — ตรัง | วันที่ 1: เดินทางและพักบริเวณหาดปากเมง วันที่ 2: ออกเรือเที่ยวเกาะมุกและถ้ำมรกต หากสภาพน้ำและประกาศอุทยานเอื้ออำนวย วันที่ 3: เที่ยวเกาะกระดานและพักผ่อนริมทะเลตามรอบเรือ วันที่ 4: เดินทางกลับเข้าสู่ฝั่งตรังและเดินทางกลับ โดยเผื่อเวลาสำรองสำหรับการเปลี่ยนแปลงรอบเรือ |
| แผนเที่ยว 5 วัน 4 คืน — สตูล | วันที่ 1: เดินทางมายังจังหวัดสตูลและพักบริเวณฝั่งปากบารา วันที่ 2: ลงเรือไปเกาะหลีเป๊ะและพักผ่อนริมชายหาด วันที่ 3: เที่ยวเกาะอาดังและเกาะราวีตามเส้นทางที่อุทยานอนุญาต วันที่ 4: พักผ่อนบนเกาะหลีเป๊ะ หรือออกทริปทางทะเลเพิ่มเติมเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม วันที่ 5: เดินทางกลับฝั่งตามรอบเรือ โดยเกาะตะรุเตาสามารถจัดเป็นโปรแกรมเพิ่มเติมหรือปรับใช้แทนวันท่องเที่ยวอื่นตามเส้นทางและบริการเรือ |
| แผนเที่ยว 5 วัน 4 คืน — พังงาและภูเก็ต | วันที่ 1: เที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต วันที่ 2: หาดกะตะ หาดกะรน และแหลมพรหมเทพ วันที่ 3: เดินทางไปจังหวัดพังงาและพักบริเวณเขาหลัก วันที่ 4: เที่ยวชายทะเลเขาหลักหรือเลือกทริปหมู่เกาะสุรินทร์ตามฤดูกาลและรอบเรือ โดยต้องเผื่อเวลาเดินทางไปจุดขึ้นเรือ วันที่ 5: เดินทางกลับ โดยไม่จัดทริปเรือเต็มวันในวันเดียวกับการเดินทางกลับระยะไกล |
| แผนเที่ยว 6–7 วัน — เกาะอ่าวไทย | วันที่ 1–2: เที่ยวเกาะสมุย วันที่ 3–4: เดินทางไปเกาะพะงันและพักค้างคืน วันที่ 5–6: เดินทางไปเกาะเต่าและทำกิจกรรมดำน้ำหรือเที่ยวชายหาด วันที่ 7: ใช้เป็นวันเดินทางกลับและเผื่อเวลาตามรอบเรือ ควรตรวจสอบเส้นทางเรือที่ให้บริการจริงก่อนกำหนดจุดเดินทางกลับ |
| แผนเที่ยว 6–7 วัน — อันดามันตอนบน | วันที่ 1–2: เที่ยวภูเก็ตและพักบริเวณชายหาดที่สนใจ วันที่ 3: เที่ยวอ่าวพังงาและเขาตะปู–เขาพิงกัน วันที่ 4: เดินทางสู่เขาหลักและพักผ่อนริมทะเล วันที่ 5: เลือกทริปหมู่เกาะสุรินทร์ตามฤดูกาล โดยจัดการเดินทางไปท่าเรือให้เหมาะสม วันที่ 6: เที่ยวชายหาดและแหล่งธรรมชาติในพังงา วันที่ 7: เดินทางกลับและใช้เป็นวันสำรองสำหรับกิจกรรมที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ |
| วิธีเดินทางที่สะดวก | 1. เครื่องบิน เหมาะกับการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ตรัง ชุมพร และระนอง ตามเส้นทางบินที่ให้บริการ 2. รถยนต์ เหมาะกับการเที่ยวหลายจุดบนแผ่นดินและจัดเส้นทางเชื่อมอำเภอ 3. รถไฟ เหมาะกับเมืองที่มีเส้นทางรถไฟผ่าน เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และหาดใหญ่ 4. รถโดยสาร เหมาะกับการเดินทางระหว่างจังหวัดและอำเภอ 5. เรือโดยสาร เหมาะกับเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ และเกาะอื่นที่มีบริการตามฤดูกาล |
| ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวภาคใต้ | 1. ฝั่งอันดามัน โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายน – เมษายนเหมาะกับการวางแผนเที่ยวทะเลและหมู่เกาะ 2. เกาะในอ่าวไทย เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีรูปแบบฤดูกาลต่างจากฝั่งอันดามัน โดยหลายช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงกลางปีเหมาะกับกิจกรรมทะเล 3. ป่าและน้ำตก ควรพิจารณาปริมาณฝนและประกาศความปลอดภัย 4. พื้นที่ชุ่มน้ำและทุ่งนา ความงดงามเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและรอบการเพาะปลูก 5. อุทยานทางทะเล ต้องตรวจประกาศปิดฟื้นฟูประจำปีทุกครั้งก่อนเดินทาง |
| ข้อควรระวัง | 1. ตรวจสภาพคลื่นลมก่อนออกเรือและทำกิจกรรมทางน้ำ 2. ปฏิบัติตามธงเตือนภัยบนชายหาด 3. ตรวจวันเปิด–ปิดอุทยานแห่งชาติและเส้นทางเดินป่า 4. เตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับการเดินป่าและเส้นทางภูเขา 5. เคารพระเบียบการเข้าชมวัด มัสยิด และพื้นที่ควบคุม 6. ตรวจสภาพถนนและข้อมูลการเดินทางในพื้นที่ห่างไกล 7. เผื่อเวลาเดินทางสำหรับรอบเรือและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | 1. ไม่สัมผัสหรือเหยียบปะการัง 2. ไม่ให้อาหารสัตว์ป่าและสัตว์ทะเล 3. ไม่ทิ้งขยะลงทะเล ลำธาร หรือพื้นที่ธรรมชาติ 4. ใช้บริการผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย 5. เคารพวัฒนธรรม ประเพณี และพื้นที่ส่วนบุคคลของชุมชน 6. สนับสนุนสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการท้องถิ่น 7. ปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานและสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวภาคใต้ครั้งแรกควรเริ่มจากจังหวัดไหนดี?
ตอบ: ภูเก็ตและกระบี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีชายหาด ที่พัก ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวหลากหลาย หากชอบทะเลฝั่งอ่าวไทยสามารถเลือกเกาะสมุย ส่วนผู้ที่ชอบป่าฝนและภูเขาสามารถเลือกจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกและเขื่อนเชี่ยวหลาน
ถาม: ภาคใต้มีทั้งหมดกี่จังหวัด และมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นอะไรบ้าง?
ตอบ: ภาคใต้มี 14 จังหวัด แหล่งท่องเที่ยวเด่น ได้แก่ เกาะสมุย หมู่เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า หาดป่าตอง เขื่อนเชี่ยวหลาน อุทยานแห่งชาติเขาสก วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองเก่าสงขลา และทะเลน้อย จังหวัดต่าง ๆ ยังมีภูเขา น้ำตก ศาสนสถาน และชุมชนวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
ถาม: เที่ยวภาคใต้ควรใช้เวลากี่วัน?
ตอบ: หากเที่ยวจังหวัดเดียวควรมีเวลาอย่างน้อย 2–3 วัน ส่วนการเที่ยวหลายจังหวัดในโซนเดียวกันควรมีเวลา 4–7 วันขึ้นไป นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันควรเพิ่มวันสำหรับการเดินทางระหว่างภูมิภาคย่อย เพื่อไม่ให้ตารางเที่ยวเร่งรีบเกินไป
ถาม: เที่ยวภาคใต้เดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับฝั่งทะเลและกิจกรรมที่เลือก ฝั่งทะเลอันดามันโดยทั่วไปเหมาะกับการท่องเที่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ส่วนเกาะในอ่าวไทยมีรูปแบบฤดูกาลที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสภาพอากาศและประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการออกเรือและดำน้ำ
ถาม: ทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทยแตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ทะเลอันดามันมีจุดเด่นด้านภูเขาหินปูนกลางทะเล เกาะและหาดทรายที่มีทิวทัศน์สวยงาม เช่น หมู่เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ และทะเลแหวก ส่วนทะเลอ่าวไทยมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และชายหาดในจังหวัดชุมพร ความแตกต่างสำคัญอีกประการหนึ่งคือช่วงฤดูกาลที่เหมาะกับการเดินทางทางทะเล
ถาม: ที่เที่ยวภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับครอบครัวและเด็ก?
ตอบ: หาดกะตะ หาดกะรน เกาะสมุย เกาะยอ บ้านคีรีวง ตลาดน้ำคลองแห และนาโปแกเป็นสถานที่ที่สามารถเลือกจัดกิจกรรมสำหรับครอบครัวได้ โดยควรพิจารณาอายุของเด็ก ความสะดวกในการเดินทาง และความปลอดภัยของกิจกรรมทางน้ำเป็นสำคัญ
ถาม: ที่เที่ยวภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับผู้สูงอายุ?
ตอบ: สามารถเลือกสถานที่ที่มีการเดินทางสะดวกและไม่ต้องเดินป่าหรือขึ้นเรือเป็นเวลานาน เช่น ย่านเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ ตลาดกิมหยง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดฉลอง และจุดชมวิวที่เข้าถึงด้วยรถยนต์ได้ โดยควรตรวจความสะดวกของทางเดินและสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละสถานที่ล่วงหน้า
ถาม: ที่เที่ยวธรรมชาติภาคใต้มีที่ไหนน่าสนใจนอกจากทะเล?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาสก เขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาหลวง บ้านคีรีวง สระมรกต น้ำตกร้อนคลองท่อม น้ำตกหงาว และทะเลน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้สนใจภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และระบบนิเวศธรรมชาติ
ถาม: ถ้าอยากดำน้ำควรไปเที่ยวเกาะไหนดี?
ตอบ: เกาะเต่าเป็นจุดหมายที่มีชื่อเสียงด้านการเรียนดำน้ำและกิจกรรมดำน้ำ ส่วนหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะอาดัง–ราวี หมู่เกาะพีพี และเกาะกระดานมีแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวควรเลือกจุดดำน้ำให้เหมาะกับระดับทักษะและตรวจสภาพทะเลก่อนทำกิจกรรม
ถาม: ที่เที่ยวภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด?
ตอบ: แหลมพรหมเทพเหมาะกับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก หมู่เกาะพีพีและทะเลแหวกเหมาะกับภาพทะเลและภูเขาหินปูน เขื่อนเชี่ยวหลานเหมาะกับทิวทัศน์ภูเขากลางน้ำ ทะเลน้อยเหมาะกับภาพดอกบัวและนกน้ำ ส่วนย่านเมืองเก่าภูเก็ตและสงขลาเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมและภาพวิถีชุมชน
ถาม: ที่เที่ยวภาคใต้สำหรับสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ย่านเมืองเก่าสงขลา วัดช้างให้ มัสยิดกรือเซะ มัสยิดกลางปัตตานี อุโมงค์ปิยะมิตร และพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตา ซึ่งสะท้อนเรื่องราวทางศาสนา สถาปัตยกรรม การค้า และประวัติศาสตร์ของภาคใต้ในหลายยุคสมัย
ถาม: เที่ยวภาคใต้ไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?
ตอบ: สามารถเที่ยวได้ โดยใช้เครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร และบริการรถรับส่งของผู้ประกอบการท่องเที่ยว เมืองที่มีบริการท่องเที่ยวรองรับมาก เช่น ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ และเกาะสมุย เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถเอง อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปพื้นที่ป่าภูเขา ชุมชนห่างไกล หรือจุดท่องเที่ยวหลายแห่งในวันเดียวอาจต้องใช้รถเช่าหรือรถรับจ้างเพิ่มเติม
ถาม: อุทยานทางทะเลภาคใต้เปิดให้เที่ยวตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่เปิดให้เที่ยวตลอดปี อุทยานทางทะเลบางแห่งมีช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติหรือปิดการท่องเที่ยวในฤดูมรสุม เช่น หมู่เกาะสุรินทร์และบางพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดตรัง นักท่องเที่ยวต้องตรวจสอบประกาศของอุทยานแห่งชาติประจำปีและสถานะของแต่ละเกาะก่อนจองการเดินทาง
ถาม: เที่ยวภาคใต้ควรกินอะไรและซื้ออะไรเป็นของฝาก?
ตอบ: อาหารที่ควรลอง ได้แก่ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ข้าวยำ ขนมจีนปักษ์ใต้ หมูฮ้อง หมี่ฮกเกี้ยน และอาหารทะเลสด ส่วนของฝากที่น่าสนใจ ได้แก่ ผ้าทอเกาะยอ ผ้ามัดย้อมบ้านคีรีวง ผลิตภัณฑ์กระจูด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนมพื้นเมือง อาหารทะเลแปรรูป และเครื่องแกงใต้
ถาม: หากมีเวลา 7 วัน ควรเที่ยวภาคใต้เส้นทางไหนดีที่สุด?
ตอบ: ควรเลือกเส้นทางตามความสนใจและฤดูกาล หากชอบทะเลฝั่งอ่าวไทยสามารถวางแผนเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้ ส่วนผู้ที่ชอบทะเลอันดามันสามารถเลือกภูเก็ต พังงา และกระบี่ หรือเที่ยวตรังและสตูลในอีกเส้นทางหนึ่ง การเลือกพื้นที่ใกล้กันช่วยลดเวลาเดินทางและมีเวลาพักผ่อนมากกว่าการพยายามเที่ยวหลายจังหวัดที่อยู่ห่างกันภายในทริปเดียว
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



