หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.เมืองปัตตานี >ต.อาเนาะรู > มัสยิดกลางปัตตานี
TL;DR: มัสยิดกลางปัตตานี อยู่ที่249 ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

ปัตตานี

มัสยิดกลางปัตตานี

มัสยิดกลางปัตตานี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
มัสยิดกลางปัตตานี หรือมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นศาสนสถานอิสลามสำคัญของจังหวัดปัตตานี และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของภาคใต้ตอนล่าง ตั้งอยู่เลขที่ 249 ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี บนเส้นทางสายปัตตานี–ยะลา ใกล้เขตเมืองเก่าและชุมชนสำคัญของปัตตานี จุดเด่นของมัสยิดแห่งนี้คืออาคารขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงงดงามคล้ายทัชมาฮาลของประเทศอินเดีย โดมสีเขียวขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางอาคาร มีโดมบริวารล้อมรอบ หออะซานสูงสง่าอยู่สองข้าง และมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ด้านหน้า ซึ่งช่วยสะท้อนเงาอาคารให้เกิดภาพงดงามและสงบนิ่ง
 
มัสยิดกลางปัตตานีเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและสถาปัตยกรรมที่ผู้เดินทางมาปัตตานีไม่ควรมองข้าม ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพของปัตตานีในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งประวัติศาสตร์เมืองชายแดนใต้ ศิลปกรรมอิสลาม ความงามของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และวิถีชีวิตของชุมชนมุสลิมที่ยังใช้พื้นที่มัสยิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มัสยิดแห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะเพียงสำหรับการถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างสำรวม เพื่อทำความเข้าใจความหมายของศาสนา ศิลปะ และชุมชนที่อยู่ร่วมกันในเมืองปัตตานี
 
มัสยิดกลางปัตตานีเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่งประมาณ 9 ปี และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จุดประสงค์สำคัญของการก่อสร้างคือเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ และเป็นสัญลักษณ์ของความสำคัญที่รัฐและชุมชนให้ต่อศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พื้นที่ก่อสร้างตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี–ยะลา ในตำบลอาเนาะรู ซึ่งเป็นทำเลที่เข้าถึงง่ายจากตัวเมืองและเชื่อมโยงกับย่านชุมชนเก่าแก่ของปัตตานีได้สะดวก
 
ความงามของมัสยิดกลางปัตตานีเกิดจากการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมหลายอิทธิพล ตัวอาคารมีความสมมาตร มียอดโดมขนาดใหญ่ตรงกลาง โดมบริวาร 4 ทิศ และหออะซานคู่ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ทำให้เกิดภาพอาคารที่สง่างามเมื่อมองจากด้านหน้าสระน้ำ รูปทรงโดยรวมชวนให้นึกถึงทัชมาฮาล แต่เมื่อพิจารณาใกล้ ๆ จะเห็นรายละเอียดที่ปรับให้เข้ากับบริบทของมัสยิดและภูมิอากาศภาคใต้ อาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีพื้นที่โถงภายในกว้างขวาง มีระเบียงสองข้าง และมีมิมบัรหรือบัลลังก์ทรงสูงภายในห้องโถงสำหรับคอฏีบใช้ในการอ่านคุฏบะฮ์ในวันศุกร์
 
บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มัสยิดกลางปัตตานีมีภาพจำโดดเด่น สระน้ำไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ตกแต่งภูมิทัศน์ แต่ยังช่วยสร้างมิติทางสายตา ทำให้อาคารมัสยิดสะท้อนลงบนผิวน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อนลง ภาพโดมสีเขียว หออะซาน และเงาสะท้อนบนสระน้ำทำให้พื้นที่ด้านหน้ากลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ขณะเดียวกันบรรยากาศโดยรวมยังคงความสงบและเหมาะกับการเดินชมอย่างสุภาพ
 
ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถงกว้าง ใช้รองรับการละหมาดและกิจกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิมในพื้นที่ โถงภายในถูกออกแบบให้โปร่ง มีระเบียงสองข้าง และมีพื้นที่ประกอบศาสนกิจที่ชัดเจน ความเรียบง่ายของพื้นที่ภายในต่างจากความโดดเด่นของภายนอก แต่เป็นความเรียบง่ายที่สอดคล้องกับหน้าที่ของมัสยิดในฐานะสถานที่ละหมาด ศึกษาธรรม และรวมตัวของชุมชน ผู้มาเยือนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามควรเคารพข้อปฏิบัติของสถานที่ ไม่เดินเข้าไปในพื้นที่ละหมาดโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตที่กำหนด
 
มัสยิดกลางปัตตานีมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวมุสลิมในพื้นที่ เพราะใช้เป็นสถานที่ละหมาด 5 เวลา ละหมาดวันศุกร์ และกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ โดยเฉพาะในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันสำคัญของการประกอบศาสนกิจประจำสัปดาห์ ช่วงเวลานี้จะมีผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่จำนวนมาก ผู้ที่ต้องการเที่ยวชมเพื่อถ่ายภาพหรือศึกษาสถาปัตยกรรมควรเลือกช่วงเวลาอื่นเพื่อไม่รบกวนผู้มาละหมาด ความเข้าใจเรื่องจังหวะเวลาและมารยาทเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมัสยิดแห่งนี้ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่แยกออกจากชีวิตผู้คน แต่เป็นศาสนสถานที่ยังมีชีวิตและมีบทบาทจริงในชุมชน
 
ในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มัสยิดกลางปัตตานีเป็นตัวแทนของยุคสมัยที่ปัตตานีกำลังก่อรูปภาพลักษณ์เมืองสมัยใหม่ควบคู่กับการรักษารากวัฒนธรรมอิสลาม อาคารมัสยิดถูกสร้างขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้และการสร้างสัญลักษณ์สาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองสำคัญ การมีมัสยิดขนาดใหญ่และสง่างามในจังหวัดปัตตานีจึงสะท้อนทั้งความศรัทธาของชุมชนและความสำคัญของศาสนาอิสลามในโครงสร้างสังคมของจังหวัดนี้
 
ความสัมพันธ์ระหว่างมัสยิดกลางปัตตานีกับเมืองปัตตานียังปรากฏผ่านทำเลที่ตั้ง ถนนยะรังเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมตัวเมืองกับอำเภอยะรังและจังหวัดยะลา หากเดินทางจากถนนพิพิธในตัวเมืองแล้วเลี้ยวไปตามถนนสายที่จะมุ่งหน้าไปยะลา จะพบมัสยิดกลางปัตตานีอยู่ในระยะประมาณ 500 เมตรจากแนวถนนในเมือง ทำให้มัสยิดเข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับจัดอยู่ในเส้นทางเที่ยวเมืองปัตตานีแบบครึ่งวันหรือ 1 วัน นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวต่อไปยังศาลหลักเมืองปัตตานี หอนาฬิกาสามวัฒนธรรม ชุมชนจะบังติกอ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และย่านเมืองเก่าได้อย่างสะดวก
 
ชื่อเสียงของมัสยิดกลางปัตตานีมักถูกเชื่อมโยงกับคำว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย” เพราะรูปทรงอาคารที่มีโดมกลาง โดมบริวาร และความสมมาตรของตัวอาคาร แต่การชมมัสยิดแห่งนี้ไม่ควรมองเพียงความคล้ายคลึงทางรูปทรงเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการที่สถาปัตยกรรมดังกล่าวถูกนำมาปรับใช้เพื่อเป็นศูนย์กลางศาสนกิจในเมืองมุสลิมสำคัญของไทย โดมสีเขียว หออะซาน สระน้ำ และพื้นที่ภายในทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความรู้สึกสง่างาม เปิดโล่ง และศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน
 
บริเวณโดยรอบมัสยิดมีบรรยากาศของเมืองปัตตานีที่ผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองเก่าและเมืองร่วมสมัย ใกล้กันมีชุมชน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก และถนนสายสำคัญ นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสปัตตานีอย่างลึกซึ้งควรมองพื้นที่รอบมัสยิดเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่เพียงฉากหลังของอาคาร เพราะชีวิตชุมชนรอบมัสยิดสะท้อนเมืองที่มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีนอยู่ร่วมกันในเขตเมืองเดียวกัน การเดินทางจากมัสยิดไปยังย่านเมืองเก่าจึงช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายของปัตตานีชัดขึ้น
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ปัตตานีเป็นเมืองที่มีชั้นข้อมูลหนาแน่นมากกว่าที่เห็นจากภายนอก เมืองนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ปาตานีเดิม ศาสนาอิสลาม วัฒนธรรมมลายู ชุมชนจีนเก่า ตลาด ถนนสายประวัติศาสตร์ และศาสนสถานหลายศาสนา มัสยิดกลางปัตตานีจึงทำหน้าที่เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความเข้าใจเมือง เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้ง่าย และเป็นสัญลักษณ์ที่อ่านความหมายของเมืองปัตตานีได้หลายระดับ
 
จุดที่ควรชมเมื่อไปมัสยิดกลางปัตตานีเริ่มจากลานด้านหน้าและสระน้ำขนาดใหญ่ จุดนี้ให้มุมมองภาพรวมของอาคารได้ดีที่สุด เห็นโดมกลาง หออะซานคู่ และสัดส่วนสมมาตรของตัวอาคารอย่างชัดเจน จากนั้นควรเดินชมแนวด้านข้างเพื่อสังเกตรายละเอียดของโดมบริวารและหออะซาน เมื่อเดินเข้าใกล้ตัวอาคารจะเห็นความประณีตของช่องเปิด ระเบียง และแนวโครงสร้าง ภายในโถงควรเข้าชมเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต และควรสำรวมตลอดเวลา เพราะพื้นที่นี้เป็นที่ประกอบศาสนกิจโดยตรง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ช่วงเช้าให้แสงนุ่ม อากาศยังไม่ร้อนจัด และเหมาะสำหรับถ่ายภาพด้านหน้าอาคารกับสระน้ำ ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นให้แสงอบอุ่นและเงาสะท้อนที่สวยงามอีกแบบ ช่วงกลางวันสามารถเข้าชมได้เช่นกัน แต่แดดภาคใต้ค่อนข้างแรง ผู้มาเยือนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม และควรแต่งกายให้สุภาพตั้งแต่ก่อนเข้าพื้นที่มัสยิด
 
มารยาทในการเที่ยวชมมัสยิดกลางปัตตานีมีความสำคัญมาก ผู้ชายควรสวมกางเกงขายาวและเสื้อสุภาพ ผู้หญิงควรสวมเสื้อมีแขน กระโปรงยาวหรือกางเกงขายาวทรงสุภาพ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าบาง รัดรูป หรือเปิดเผยมากเกินไป ควรใช้เสียงเบา ไม่ถ่ายภาพผู้ที่กำลังละหมาดอย่างเจาะจง ไม่เดินตัดหน้าผู้ประกอบศาสนกิจ และควรขออนุญาตผู้ดูแลก่อนเข้าชมพื้นที่ภายในหรือถ่ายภาพในมุมที่ใกล้กับพื้นที่ละหมาด การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเคารพและไม่กระทบวิถีของชุมชนเจ้าของพื้นที่
 
หากมาเที่ยวเป็นครอบครัวหรือคณะนักเรียน มัสยิดกลางปัตตานีเหมาะสำหรับใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องศาสนาอิสลาม สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมภาคใต้ ผู้สอนหรือผู้นำเที่ยวสามารถใช้พื้นที่นี้อธิบายความหมายขององค์ประกอบมัสยิด เช่น โดม หออะซาน ห้องโถงละหมาด มิมบัร และพื้นที่ชำระล้างก่อนละหมาด รวมทั้งอธิบายความสำคัญของการละหมาดวันศุกร์และการรวมตัวของชุมชนมุสลิม การเรียนรู้แบบนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้มองศาสนสถานด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงมองเป็นอาคารสวยงามเท่านั้น
 
การเดินทาง ไปมัสยิดกลางปัตตานีทำได้สะดวกจากตัวเมืองปัตตานี โดยใช้ถนนยะรังหรือเส้นทางปัตตานี–ยะลา ทางหลวงหมายเลข 410 หากเริ่มจากถนนพิพิธในตัวเมือง ให้เลี้ยวไปตามถนนที่จะมุ่งหน้าไปจังหวัดยะลา ระยะทางประมาณ 500 เมตรก็จะเห็นมัสยิดตั้งเด่นอยู่ริมถนน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถปักหมุดไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีได้โดยตรง ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นในตัวเมือง โดยแจ้งปลายทางว่ามัสยิดกลางปัตตานีหรือถนนยะรัง
 
การจัดเส้นทางเที่ยวใกล้มัสยิดกลางปัตตานีสามารถทำได้หลายแบบ หากมีเวลาประมาณครึ่งวัน ควรเริ่มจากมัสยิดกลางปัตตานี จากนั้นไปศาลหลักเมืองปัตตานี หอนาฬิกาสามวัฒนธรรม และศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หากมีเวลา 1 วัน สามารถเพิ่มย่านเมืองเก่ากือดาจีนอ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ปัตตานี และมัสยิดกรือเซะเข้าไปในเส้นทางได้ การจัดเส้นทางลักษณะนี้ทำให้เห็นปัตตานีในหลายมิติ ทั้งศาสนาอิสลาม ศาสนสถานจีน เมืองเก่า สวนสาธารณะ และโบราณสถานสำคัญของจังหวัด
 
ในด้านอาหาร พื้นที่รอบมัสยิดและถนนยะรังมีร้านอาหารฮาลาลและร้านอาหารตามสั่งหลายแห่ง เหมาะกับผู้เดินทางที่ต้องการรับประทานอาหารใกล้สถานที่ท่องเที่ยวก่อนเดินทางต่อ ร้านใกล้มัสยิดมีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านชา กาแฟ พิซซ่าฮาลาล และร้านอาหารท้องถิ่นในตัวเมืองปัตตานี การเลือกร้านใกล้มัสยิดช่วยประหยัดเวลา แต่หากต้องการตัวเลือกมากขึ้นสามารถขยับไปยังถนนปัตตานีภิรมย์ ถนนหนองจิก ถนนเจริญประดิษฐ์ หรือย่านใกล้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งมีร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายกว่า
 
สำหรับที่พัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ควรเลือกพักในตัวเมืองปัตตานี เพราะเดินทางไปมัสยิดกลางปัตตานีได้สะดวกและอยู่ใกล้ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และจุดเชื่อมต่อการเดินทาง โรงแรมในเมืองปัตตานีมีหลายระดับ ตั้งแต่ที่พักขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี โรงแรมเดอะวูด ปัตตานี โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี ปัตตานีภิรมย์ บูติก โฮเทล เดอะรูมส์ เรสซิเดนซ์ และโรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี การพักในเมืองช่วยให้สามารถเดินทางไปมัสยิดกลาง ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เมืองเก่า และสถานที่อื่นได้ภายในเวลาไม่นาน
 
จุดเด่นอีกอย่างของมัสยิดกลางปัตตานีคือการเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาและพื้นที่เมือง มัสยิดไม่ได้แยกตัวออกจากเมือง แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางถนน ชุมชน และการเดินทางของผู้คนทุกวัน ผู้คนเข้ามาละหมาด พบปะ เรียนรู้ และใช้พื้นที่ตามวิถีปกติ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็เข้ามาชมสถาปัตยกรรมและเรียนรู้วัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันของบทบาททั้งสองนี้ทำให้มัสยิดกลางปัตตานีมีชีวิต ไม่ใช่เพียงอนุสรณ์สถานที่ถูกแช่ไว้ในอดีต
 
ในเชิงภาพถ่าย มุมหน้าสระน้ำเป็นมุมคลาสสิกที่สุด เพราะเห็นอาคารทั้งหลังและเงาสะท้อนบนผิวน้ำ มุมด้านข้างให้รายละเอียดของหออะซานและโดมบริวาร ส่วนมุมใกล้ตัวอาคารช่วยให้เห็นรายละเอียดสถาปัตยกรรมและสัดส่วนของประตูหน้าต่าง หากถ่ายภาพบุคคลควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนผู้มาละหมาด และไม่ใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะกับศาสนสถาน ภาพที่ดีของมัสยิดกลางปัตตานีไม่จำเป็นต้องเน้นความหวือหวา แต่ควรสะท้อนความสง่างาม ความสงบ และความเคารพต่อสถานที่
 
มัสยิดกลางปัตตานียังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจภาคใต้ในมุมที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ปัตตานีมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งวัฒนธรรมมลายู ภาษา อาหาร ศาสนา และงานศิลปกรรม การเยี่ยมชมมัสยิดกลางช่วยให้ผู้เดินทางเห็นว่าศาสนาอิสลามเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมในจังหวัดนี้ การเข้าใจจุดนี้จะช่วยให้การเที่ยวปัตตานีมีความหมายมากขึ้น และช่วยให้ผู้มาเยือนเคารพพื้นที่และผู้คนได้อย่างเหมาะสม
 
โดยสรุป มัสยิดกลางปัตตานีเป็นสถานที่สำคัญที่รวมศิลปะ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน ความงดงามของโดมสีเขียว หออะซานคู่ สระน้ำด้านหน้า และโถงภายในที่ใช้ประกอบศาสนกิจทำให้มัสยิดแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรไปเมื่อเดินทางถึงจังหวัดปัตตานี ผู้มาเยือนจะได้ทั้งภาพสถาปัตยกรรมที่งดงาม ความเข้าใจต่อศาสนาอิสลาม และมุมมองต่อเมืองปัตตานีที่ลึกขึ้น หากเที่ยวด้วยความสุภาพและเคารพ มัสยิดกลางปัตตานีจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้การเดินทางในภาคใต้ตอนล่างมีความหมายอย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่มัสยิดกลางปัตตานี หรือมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ที่ตั้ง249 ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000
ที่อยู่ริมถนนยะรัง เส้นทางปัตตานี–ยะลา ทางหลวงหมายเลข 410 ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี
พิกัดประมาณ 6.86211, 101.25507
ไฮไลต์มัสยิดขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายทัชมาฮาล โดมสีเขียวขนาดใหญ่ หออะซานคู่ และสระน้ำสี่เหลี่ยมด้านหน้าที่สะท้อนเงาอาคารอย่างสวยงาม
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 ปี และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
ลักษณะเด่นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมอิทธิพลทัชมาฮาล มีโดมกลาง โดมบริวาร 4 ทิศ หออะซานคู่ ห้องโถงกว้าง ระเบียงสองข้าง และมิมบัรภายใน
การเดินทางจากตัวเมืองปัตตานีใช้ถนนยะรังหรือทางหลวงหมายเลข 410 เส้นทางปัตตานี–ยะลา หากเริ่มจากถนนพิพิธให้เลี้ยวไปตามถนนมุ่งหน้าไปยะลา ประมาณ 500 เมตรจะเห็นมัสยิดอยู่ริมถนน
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจสำคัญของชาวมุสลิมในจังหวัดปัตตานี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกลานด้านหน้ามัสยิด สระน้ำ พื้นที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง ร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในชุมชนรอบมัสยิด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโถงละหมาด ระเบียงสองข้าง มิมบัร โดมกลาง โดมบริวาร หออะซานคู่ สระน้ำด้านหน้า และลานชมอาคาร
เบอร์ติดต่อหลัก073-336149, 081-9900172
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ชุมชนท่องเที่ยวจะบังติกอ ประมาณ 1 กม.
2. วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง ประมาณ 1 กม.
3. หอนาฬิกาสามวัฒนธรรม ประมาณ 1 กม.
4. ศาลหลักเมืองปัตตานี ประมาณ 1 กม.
5. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง ประมาณ 1 กม.
6. ย่านเมืองเก่ากือดาจีนอ ประมาณ 2 กม.
7. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ปัตตานี ประมาณ 5 กม.
8. มัสยิดกรือเซะ ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. อารีฟีน อาหารตามสั่ง ประมาณ 0.2 กม. โทร. 089-468-9625
2. ไดโนชา ปัตตานี ประมาณ 0.3 กม. โทร. 092-780-0908, 081-738-2547, 063-098-5597
3. เรือนมัสยา อาหารตามสั่งฮาลาล ข้าวซอย ขนมจีน ประมาณ 0.5 กม. โทร. 095-330-3565
4. ร้านแบมะ ซุป อาหารตามสั่ง เจ้าเก่า ประมาณ 1 กม. โทร. 080-376-8664
5. Suria Pizzeria Pattani ประมาณ 1 กม. โทร. 096-073-6960, 073-420-323
6. ครัวบังโซ๊ะ ประมาณ 1 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. The Rooms Residence ประมาณ 1 กม. โทร. 073-335-999
2. River Hotel Pattani ประมาณ 2 กม. โทร. 083-534-3333, 073-337-999
3. Pattani Pirom Boutique Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 081-698-3877
4. The Wood Pattani Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 091-479-0666
5. C.S. Pattani Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 073-335-093
6. Southern View Hotel Pattani ประมาณ 5 กม. โทร. 073-450-570
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดกลางปัตตานีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มัสยิดกลางปัตตานีตั้งอยู่เลขที่ 249 ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ริมเส้นทางปัตตานี–ยะลา ทางหลวงหมายเลข 410
 
ถาม: มัสยิดกลางปัตตานีเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ประกอบศาสนกิจ โดยเฉพาะช่วงละหมาดวันศุกร์
 
ถาม: มัสยิดกลางปัตตานีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีการระบุค่าเข้าชมจากแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ จึงควรเตรียมตัวเข้าชมอย่างสุภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลสถานที่
 
ถาม: จุดเด่นของมัสยิดกลางปัตตานีคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายทัชมาฮาล โดมสีเขียวขนาดใหญ่ โดมบริวาร 4 ทิศ หออะซานคู่ และสระน้ำด้านหน้าที่สะท้อนเงาอาคารอย่างงดงาม
 
ถาม: มัสยิดกลางปัตตานีสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 ปี และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2506
 
ถาม: แต่งกายอย่างไรเมื่อไปมัสยิดกลางปัตตานี?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ผู้ชายควรสวมกางเกงขายาว ผู้หญิงควรสวมเสื้อมีแขนและกระโปรงหรือกางเกงขายาวทรงสุภาพ พร้อมใช้เสียงเบาและเคารพพื้นที่ละหมาด
 
ถาม: เที่ยวมัสยิดกลางปัตตานีควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่ชุมชนจะบังติกอ วัดตานีนรสโมสร หอนาฬิกาสามวัฒนธรรม ศาลหลักเมืองปัตตานี ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ย่านเมืองเก่ากือดาจีนอ และมัสยิดกรือเซะ
 
ถาม: เดินทางไปมัสยิดกลางปัตตานีด้วยรถสาธารณะได้หรือไม่?
ตอบ: เดินทางได้โดยใช้รถรับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นในตัวเมืองปัตตานี แล้วแจ้งปลายทางว่ามัสยิดกลางปัตตานีหรือถนนยะรัง

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

มัสยิดกลุ่ม: ●มัสยิด

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
วัด วัด(13)
มัสยิด มัสยิด(5)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
น้ำตก น้ำตก(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(3)