หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ >อ.คลองท่อม >ต.คลองท่อมเหนือ > สระมรกต
TL;DR: สระมรกต อยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60 กม. ใช้ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม.
สระมรกต

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
สระมรกต กระบี่ คือสระน้ำธรรมชาติสีเขียวอมฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนป่าดิบชื้นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จุดเด่นไม่ได้มีเพียงสีของน้ำที่คล้ายมรกตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบธารน้ำอุ่นใต้ดิน ป่าที่ราบต่ำอันมีคุณค่าทางนิเวศ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และสระน้ำธรรมชาติหลายแห่งที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ที่สระมรกต ขณะที่สระน้ำผุดหรือ Blue Pool เป็นพื้นที่สำหรับชมธรรมชาติเท่านั้นและห้ามลงเล่นน้ำ ปัจจุบันสระมรกตยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติทุกวัน และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญที่สุดของอำเภอคลองท่อม
หากภาพจำของจังหวัดกระบี่คือทะเลสีฟ้า หาดทราย เกาะหินปูน และอ่าวอันดามัน สระมรกตก็คืออีกด้านหนึ่งของกระบี่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่พานักเดินทางออกจากชายฝั่งเข้าสู่โลกของป่าดิบชื้น ลำธาร น้ำพุร้อน และระบบนิเวศป่าที่ราบต่ำทางภาคใต้ ภายในพื้นที่ไม่มีชายหาดหรือเสียงคลื่น แต่มีเสียงน้ำไหล เสียงนก และร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ประสบการณ์จึงแตกต่างจากการเที่ยวทะเลอย่างชัดเจน และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวกระบี่ให้หลากหลายมากกว่าการเที่ยวเกาะเพียงอย่างเดียว
สระมรกตตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่าขนาดใหญ่บริเวณรอยต่อจังหวัดกระบี่และตรัง พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะป่าดิบชื้นที่ราบต่ำซึ่งเหลืออยู่ไม่มากในภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยป่า ลำธาร แหล่งน้ำอุ่น พื้นที่ชุ่มน้ำ และภูมิประเทศหินปูน ทำให้สระมรกตไม่ได้เป็นสระน้ำโดดเดี่ยวกลางป่า แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงน้ำใต้ดิน น้ำผุด ลำธาร พืชพรรณ และสัตว์ป่าเข้าด้วยกัน
สีเขียวมรกตของน้ำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียง น้ำในสระสามารถเปลี่ยนเฉดจากเขียวอมฟ้าไปจนถึงเขียวสดตามสภาพแสง ช่วงเวลา และมุมที่มอง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาคนละช่วงเวลาจึงอาจเห็นสีของสระแตกต่างกัน บางช่วงเมื่อแสงตกกระทบผิวน้ำอย่างเหมาะสม น้ำจะดูใสและสว่างจนมองเห็นพื้นหินปูนด้านล่าง ส่วนวันที่แสงน้อยหรือมีเมฆ สีอาจดูเข้มและสงบมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ใช่การแต่งสีหรือทาสีพื้นสระแต่อย่างใด
ลักษณะทางธรณีวิทยามีบทบาทโดยตรงต่อภาพที่เห็นบริเวณสระมรกต พื้นที่เขาประ–บางครามมีภูมิประเทศที่เกี่ยวข้องกับหินปูน และน้ำมีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อสายน้ำไหลผ่านพื้นหินและเกิดการตกตะกอนตามธรรมชาติ จึงเกิดพื้นผิวและสีที่แตกต่างตามแนวทางน้ำ ประกอบกับแสงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบน้ำ ทำให้ภาพรวมของสระมีเฉดสีเฉพาะตัว นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมองสระมรกตด้วยตาเปล่าจึงให้ความรู้สึกแตกต่างจากสระว่ายน้ำทั่วไปอย่างชัดเจน
ต้นกำเนิดของน้ำในพื้นที่สัมพันธ์กับธารน้ำอุ่นและน้ำพุที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน น้ำไหลต่อเนื่องผ่านระบบสระและลำธารกลางป่า อุณหภูมิของน้ำในระบบแหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณนี้อยู่ในช่วงประมาณ 30–50 องศาเซลเซียส แต่ระดับอุณหภูมิแตกต่างกันในแต่ละจุด สระมรกตที่เปิดให้ลงเล่นน้ำไม่ได้ให้ความรู้สึกร้อนจัดเหมือนบ่อน้ำพุร้อนสำหรับแช่ตัวทั่วไป จึงควรเข้าใจว่าสระมรกตเป็นส่วนหนึ่งของระบบธารน้ำอุ่นตามธรรมชาติ ไม่ใช่อ่างน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิเท่ากันทุกบริเวณ
ระบบแหล่งน้ำที่นักท่องเที่ยวควรรู้จักประกอบด้วยสระสำคัญหลายจุด โดยชื่อที่พบเสมอคือสระแก้ว สระมรกต และสระน้ำผุด สระเหล่านี้มีหน้าที่และลักษณะต่างกัน สระมรกตคือบริเวณหลักที่นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ ส่วนสระแก้วเป็นแหล่งรับน้ำที่มีพื้นโคลนตมและไม่เปิดให้ลงเล่นน้ำ ขณะที่สระน้ำผุดเป็นต้นกำเนิดน้ำสีฟ้าเข้มที่ต้องรักษาระบบนิเวศอย่างเคร่งครัดและห้ามนักท่องเที่ยวลงไปสัมผัสน้ำโดยตรง
สระแก้วเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยให้เข้าใจระบบน้ำของป่าได้ดีขึ้น สระมีขนาดประมาณ 35 เมตรคูณ 45 เมตร และมีความลึกราว 1–3 เมตร พื้นด้านล่างเป็นโคลนตม จึงไม่เหมาะและไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ ความสำคัญของสระแก้วอยู่ที่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบรับน้ำที่ไหลมาจากสระมรกตและแหล่งน้ำอื่นภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นักท่องเที่ยวควรชมจากพื้นที่ที่จัดไว้และไม่ลงนอกเส้นทาง เพราะพื้นดินและระบบน้ำในป่าบางส่วนเปราะบางกว่าที่เห็นจากภายนอก
เมื่อเดินถึงสระมรกต ภาพที่ปรากฏคือสระน้ำธรรมชาติเปิดกว้างท่ามกลางต้นไม้เขียวครึ้ม น้ำมีสีเขียวอมฟ้าและใสในช่วงที่สภาพแสงเหมาะสม ความลึกบริเวณที่เล่นน้ำอยู่ประมาณ 1.5 เมตรในหลายส่วน แต่ระดับพื้นไม่เท่ากันตลอดสระ ผู้ที่ว่ายน้ำไม่แข็ง เด็ก และผู้สูงอายุจึงควรเลือกจุดที่ยืนได้และอยู่ใกล้ผู้ดูแล การเล่นน้ำที่นี่เป็นกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยว แต่ควรหลีกเลี่ยงการกระโดดจากขอบหินหรือวิ่งบริเวณรอบสระ เพราะพื้นหินเปียกมีความลื่น
น้ำของสระมรกตไหลตามธรรมชาติตลอดเวลา จึงให้บรรยากาศแตกต่างจากสระว่ายน้ำที่เป็นระบบปิด การไหลของน้ำทำให้เห็นทั้งทางน้ำตื้น ลำธาร และพื้นหินที่เกิดจากกระบวนการธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจึงควรมองพื้นที่นี้เป็นแหล่งธรรมชาติที่อนุญาตให้เล่นน้ำ ไม่ใช่สระว่ายน้ำที่สามารถใช้กิจกรรมทุกอย่างได้ตามอิสระ การปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่มีความสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยและการรักษาสภาพแวดล้อม
จากสระมรกตสามารถเดินต่อไปยังสระน้ำผุดหรือ Blue Pool ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 600 เมตร สระนี้มีสีฟ้าเข้มโดดเด่นและเป็นหนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวจดจำได้มากที่สุดของเขาประ–บางคราม สระน้ำผุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตรและมีความลึกราว 4–5 เมตร น้ำผุดขึ้นจากใต้ดินและไหลต่อไปยังระบบสระด้านล่าง จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะต้นน้ำของระบบสระมรกต
แม้สระน้ำผุดจะสวยจนชวนให้ลงเล่น แต่บริเวณนี้ห้ามลงน้ำอย่างเด็ดขาด เหตุผลสำคัญคือการปกป้องระบบนิเวศและพื้นที่ต้นน้ำ ไม่ใช่เพียงเรื่องความลึกของสระเท่านั้น นักท่องเที่ยวควรยืนชมจากแนวทางเดินหรือจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่โยนสิ่งของ ไม่ลงไปเหยียบขอบสระ และไม่รบกวนสภาพแวดล้อมโดยรอบ กฎดังกล่าวทำให้ความงามของ Blue Pool ยังคงอยู่ในรูปแบบธรรมชาติมากที่สุด และช่วยป้องกันความเสียหายจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
หนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้การเที่ยวสระมรกตมีคุณค่ามากกว่าการมาเล่นน้ำคือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ หรือทุ่งเตียว ชื่อของเส้นทางใช้เพื่อระลึกถึงทีนา โจลิฟฟ์ ชาวอังกฤษผู้มีบทบาทในการผลักดันแนวคิดการอนุรักษ์ป่าดิบชื้นผืนนี้ในช่วงที่พื้นที่ป่าที่ราบต่ำทางภาคใต้กำลังเผชิญแรงกดดันจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตั้งชื่อเส้นทางจึงเป็นทั้งอนุสรณ์และเครื่องเตือนใจว่าการท่องเที่ยวที่เห็นในปัจจุบันเกิดขึ้นได้เพราะมีผู้เห็นความสำคัญของการรักษาป่ามาก่อน
ข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดระบุเส้นทางศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์แบบเต็มไว้ประมาณ 2.7 กิโลเมตร ขณะที่การเข้าถึงสระมรกตจากทางเข้าหลักในรูปแบบการเที่ยวปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทางเดินตรงประมาณ 800 เมตร หรือใช้ช่วงเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เดินอ้อมผ่านลำธารและป่าราว 1 กิโลเมตร ความแตกต่างของระยะทางเกิดจากการเรียกเส้นทางเต็มกับช่วงเส้นทางที่ใช้เข้าถึงสระในปัจจุบัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติมากกว่าการรีบไปถึงสระควรเผื่อเวลาให้เส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย
เสน่ห์ของเส้นทางทุ่งเตียวอยู่ที่การได้เห็นป่าที่ราบต่ำในรายละเอียด ระหว่างทางมีลำธาร น้ำใส พื้นที่ชื้น พืชที่สัมพันธ์กับป่าพรุ และไม้ท้องถิ่นหลายชนิด ชื่อ “ทุ่งเตียว” เชื่อมโยงกับต้นสะเตียวซึ่งเป็นไม้เด่นในสภาพป่าชื้นของพื้นที่ การเดินอย่างช้า ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นว่าความงามของสระมรกตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณสระ แต่เกิดจากระบบนิเวศทั้งหมดที่รองรับและหล่อเลี้ยงน้ำตลอดเส้นทาง
ป่ารอบสระมรกตยังมีชื่อเสียงในกลุ่มผู้สนใจดูนก เพราะเขาประ–บางครามเป็นพื้นที่สำคัญของนกหลายชนิด โดยเฉพาะนกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเป็นนกหายากที่มีถิ่นกระจายพันธุ์จำกัดและมีความสำคัญอย่างมากต่อการอนุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีรายงานนกในกลุ่มนกกระเต็นและนกเงือก รวมถึงนกป่าชนิดอื่นอีกมาก การพบเห็นสัตว์ป่าขึ้นอยู่กับเวลา ความเงียบ และฤดูกาล นักดูนกจึงมักให้ความสำคัญกับการเดินเงียบ ๆ และไม่ใช้เสียงดังรบกวนบริเวณพุ่มไม้
นกแต้วแร้วท้องดำมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับเรื่องราวการอนุรักษ์เขาประ–บางคราม เพราะการค้นพบและการศึกษานกหายากชนิดนี้มีส่วนทำให้ป่าที่ราบต่ำบริเวณดังกล่าวได้รับความสนใจในระดับกว้าง พื้นที่ป่ารอบนอกจำนวนมากเปลี่ยนเป็นสวนยางและสวนปาล์มตลอดหลายทศวรรษ ทำให้ป่าธรรมชาติที่เหลืออยู่มีความสำคัญมากขึ้น การท่องเที่ยวสระมรกตจึงควรถูกมองควบคู่กับบทบาทของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่มองเป็นเพียงจุดเล่นน้ำหรือจุดถ่ายภาพเท่านั้น
ประวัติของพื้นที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ทรัพยากรป่าไปสู่การอนุรักษ์ ในอดีตบริเวณโดยรอบเคยได้รับผลกระทบจากการสัมปทานและการใช้ประโยชน์จากป่า ก่อนที่ผู้นำชุมชน นักอนุรักษ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันผลักดันให้พื้นที่สำคัญได้รับการคุ้มครองมากขึ้น กระบวนการดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางครามในเวลาต่อมา ปัจจุบันสระมรกตจึงเป็นตัวอย่างของสถานที่ซึ่งการท่องเที่ยวเกิดขึ้นภายใต้กรอบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางครามมีขนาดประมาณ 97,700 ไร่ ครอบคลุมผืนป่าบริเวณรอยต่อกระบี่และตรัง ขนาดของพื้นที่ทำให้ประสบการณ์บริเวณสระมรกตเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของระบบนิเวศทั้งหมด นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในพื้นที่ แต่สำหรับนักธรรมชาติวิทยา นักดูนก และผู้สนใจระบบป่า ที่นี่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ น้ำใต้ดิน พืชในพื้นที่ชุ่มน้ำ และความสัมพันธ์ระหว่างป่ากับชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง
ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เหมาะกับการเริ่มเที่ยวสระมรกตมากที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบ นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงสาย แสงอ่อนช่วยให้เห็นสีของน้ำชัดและเดินป่าได้สบายกว่า การมาถึงใกล้เวลาเปิดยังเพิ่มโอกาสได้ใช้เวลาในพื้นที่อย่างเต็มที่ ทั้งเดินเส้นทางธรรมชาติ เล่นน้ำ และเดินต่อไปยังสระน้ำผุดโดยไม่ต้องเร่งรีบ ส่วนวันหยุดและช่วงที่มีกรุ๊ปทัวร์จำนวนมาก บริเวณสระหลักสามารถคึกคักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นักท่องเที่ยวที่เน้นถ่ายภาพควรสังเกตว่าสีของสระไม่ได้เหมือนเดิมทุกนาที แสงแดดที่ตกกระทบผิวน้ำ มุมกล้อง เงาของต้นไม้ และสภาพท้องฟ้าล้วนเปลี่ยนภาพที่ได้ การเดินไปรอบจุดชมที่อนุญาตจะเห็นเฉดสีแตกต่างกันโดยไม่จำเป็นต้องลงไปในตำแหน่งอันตราย การถ่ายภาพช่วงที่แสงไม่แข็งเกินไปยังช่วยให้รายละเอียดของป่าและน้ำสมดุลกว่า และไม่ควรปีนหินหรือออกนอกแนวที่เจ้าหน้าที่กำหนดเพียงเพื่อหามุมถ่ายภาพ
สำหรับผู้ที่จะลงเล่นน้ำ ควรเตรียมชุดว่ายน้ำหรือเสื้อผ้าที่เปียกได้ ผ้าเช็ดตัว และชุดเปลี่ยน รองเท้าเดินควรยึดเกาะพื้นได้ดี เพราะเส้นทางบางช่วงมีความชื้นและบริเวณหินใกล้น้ำลื่น กระเป๋ากันน้ำช่วยปกป้องโทรศัพท์และของสำคัญได้ดี ผู้ที่เดินต่อไปสระน้ำผุดควรเตรียมรองเท้าที่เดินต่อเนื่องได้สบายมากกว่ารองเท้าแตะพื้นเรียบ เนื่องจากการเที่ยวครบทั้งระบบต้องเดินหลายช่วง
ครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวสามารถใช้สระมรกตเป็นกิจกรรมธรรมชาติที่น่าสนใจได้ แต่ผู้ใหญ่ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่ในน้ำ ความลึกและพื้นของสระไม่สม่ำเสมอ และขอบหินบางจุดลื่น ควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง การผลักกัน หรือกระโดดจากบริเวณขอบสระ เด็กที่ว่ายน้ำไม่แข็งควรอยู่เฉพาะบริเวณตื้น การให้เด็กเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างพื้นที่เล่นน้ำกับพื้นที่อนุรักษ์อย่างสระน้ำผุดยังทำให้การเดินทางมีคุณค่าในเชิงการเรียนรู้มากขึ้น
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินระยะไกลไม่สะดวก ทางเดินหลักจากทางเข้ามีระยะประมาณ 800 เมตรและเป็นทางเลือกที่ตรงกว่าการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติเต็มรูปแบบ บริเวณที่จอดรถมีข้อมูลรองรับการเข้าถึงของรถเข็นบางส่วน แต่พื้นที่ธรรมชาติภายในไม่ได้มีความราบเรียบทั้งหมด โดยเฉพาะเส้นทางต่อไปยังสระน้ำผุด ผู้เดินทางควรเลือกเฉพาะเส้นทางที่เหมาะกับกำลังของตน และไม่จำเป็นต้องเดินครบทุกจุดเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของสระมรกต
บริเวณปากทางเข้าสระมรกตมีร้านอาหาร ร้านค้า และบริการสำหรับนักท่องเที่ยวมากกว่าพื้นที่ด้านใน เมื่อผ่านจุดเก็บค่าบริการเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติแล้ว บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ป่าและทางเดินเป็นหลัก จึงควรจัดการอาหารและสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนเข้าไป การลดการนำบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นเข้าเขตอนุรักษ์ช่วยลดขยะ และควรนำสิ่งของที่นำเข้าไปกลับออกมาด้วยทุกครั้ง
สิ่งอำนวยความสะดวกหลักบริเวณทางเข้าประกอบด้วยที่จอดรถ ห้องน้ำ จุดจำหน่ายบัตร และร้านค้ารอบนอก ที่จอดรถเป็นบริการที่อาจมีค่าบริการแยกจากค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ จึงควรเตรียมเงินสดไว้ด้วย การเข้าชมสระมรกตยังมีลักษณะการชำระเงินสดเป็นหลัก การเตรียมเงินจำนวนพอดีจึงช่วยให้เข้าพื้นที่ได้สะดวกโดยไม่ต้องค้นหาตู้เอทีเอ็มเมื่อเดินทางมาถึงพื้นที่ป่า
ค่าธรรมเนียมเข้าชมที่ใช้อยู่ปัจจุบันแตกต่างจากข้อมูลเก่าที่เผยแพร่บนเว็บไซต์จำนวนมาก คนไทยผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 200 บาท อัตรานี้เริ่มปรับใช้มาตั้งแต่ปี 2023 และยังปรากฏในข้อมูลท่องเที่ยวที่อัปเดตในปี 2026 ดังนั้นข้อมูลเดิมที่ระบุคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ไม่ควรนำมาใช้วางแผนค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
เวลาเข้าชมที่เหมาะใช้วางแผนในปัจจุบันคือ 08.30–16.30 น. ทุกวัน โดยข้อมูลสถานที่ล่าสุดและข้อมูลแผนที่ธุรกิจตรงกันในช่วงเวลาดังกล่าว แม้เว็บไซต์ท่องเที่ยวบางแห่งยังแสดง 17.00 น. เป็นเวลาปิด นักท่องเที่ยวไม่ควรวางแผนมาถึงช่วงท้ายของวัน เพราะยังต้องใช้เวลาเดินจากทางเข้าไปยังตัวสระ และหากต้องการเดินต่อไปสระน้ำผุดจะใช้เวลาเพิ่มอีก การเริ่มเดินช่วงบ่ายแก่จึงทำให้เวลาสำหรับเที่ยวจริงสั้นลงมาก
ผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงสำหรับสระมรกต หากตั้งใจเดินเส้นทางธรรมชาติ เล่นน้ำ พักผ่อน และเดินต่อไปยังสระน้ำผุด การมีเวลาประมาณครึ่งวันจะเหมาะกว่า หากจัดโปรแกรมร่วมกับน้ำตกร้อนคลองท่อม ควรใช้เวลาหนึ่งวันสำหรับโซนคลองท่อม เพราะทั้งสองสถานที่ต้องเดินและเปลี่ยนเสื้อผ้า การบีบหลายจุดเกินไปในวันเดียวจะทำให้ประสบการณ์กลายเป็นเพียงการแวะถ่ายภาพ
สระมรกตและน้ำตกร้อนคลองท่อมเป็นคู่เส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะอยู่ในพื้นที่ใกล้กันและให้ประสบการณ์ธรรมชาติคนละแบบ สระมรกตเน้นป่าที่ราบต่ำ การเดินศึกษาธรรมชาติ และสระน้ำสีเขียว ส่วนบริเวณน้ำตกร้อนเป็นธารน้ำอุ่นที่ไหลผ่านชั้นหินจนเกิดลักษณะคล้ายน้ำตก ระยะทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวอยู่ราว 7 กิโลเมตรตามข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด จึงสามารถจัดเป็นโปรแกรมเดียวกันได้โดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าเมืองกระบี่
ผู้สนใจเรื่องราวท้องถิ่นสามารถเพิ่มพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อมเข้าไปในเส้นทางได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เชื่อมโยงกับโบราณคดีคลองท่อมและแหล่งควนลูกปัด ซึ่งพบลูกปัด เครื่องมือ และหลักฐานการติดต่อแลกเปลี่ยนในอดีต การเที่ยวสระมรกตช่วงเช้า แล้วไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นช่วงบ่าย ทำให้เส้นทางคลองท่อมมีทั้งมิติธรรมชาติและวัฒนธรรมโดยไม่ต้องเดินทางกลับเข้าเมืองกระบี่ระหว่างวัน
อีกจุดที่สามารถจัดร่วมในเส้นทางคือบ่อน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 กิโลเมตร พื้นที่นี้มีลักษณะต่างจากสระมรกตและน้ำตกร้อนทั่วไป เพราะเป็นแหล่งน้ำพุร้อนเค็ม การเที่ยวทั้ง 3 ลักษณะภายในอำเภอเดียวกันทำให้เห็นว่าคลองท่อมมีระบบแหล่งน้ำใต้ดินที่หลากหลายกว่าที่หลายคนคาดคิด จึงเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดกระบี่
สำหรับนักดูนก สระมรกตไม่ควรถูกวางแผนเหมือนการเที่ยวสระน้ำทั่วไป การมาถึงเช้ากว่าเวลาที่คนหนาแน่น เดินอย่างช้า ๆ และลดเสียงสนทนาจะเพิ่มโอกาสเห็นนกและสัตว์ขนาดเล็ก การใช้ลำโพงหรือเปิดเสียงดังไม่เหมาะกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และไม่ควรเปิดเสียงนกเพื่อเรียกสัตว์เข้าหาตัวเป็นเวลานาน การสังเกตจากระยะห่างช่วยลดผลกระทบต่อพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์
ความสำคัญของป่าทุ่งเตียวยังอยู่ที่การเป็นตัวอย่างของป่าที่ราบต่ำซึ่งถูกกดดันอย่างหนักในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ป่าประเภทนี้มักอยู่บนพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับการใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรม จึงถูกเปลี่ยนสภาพได้ง่ายกว่าป่าบนภูเขาสูง การรักษาพื้นที่เขาประ–บางครามจึงไม่เพียงรักษาสระน้ำสวย แต่รักษาที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งระบบต้นน้ำที่ทำให้สระมรกตดำรงอยู่ได้
นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงสบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ หรือสารเคมีทุกชนิดขณะลงเล่นน้ำ เพราะสระมรกตเป็นระบบน้ำธรรมชาติที่ไหลต่อเชื่อมกับพื้นที่อื่น ไม่ควรให้อาหารปลา ไม่เก็บหิน ไม่เด็ดพืช และไม่ทิ้งเศษอาหารลงในน้ำ การกระทำเล็กน้อยของนักท่องเที่ยวจำนวนมากสามารถสะสมเป็นผลกระทบต่อระบบนิเวศได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้มาเยือนจำนวนมากตลอดทั้งปี
พื้นที่ขอบสระและทางน้ำเป็นจุดที่ต้องระวังเรื่องการลื่นมากที่สุด ตะกอนธรรมชาติ น้ำที่ไหลต่อเนื่อง และพื้นหินปูนทำให้บางช่วงมีแรงเสียดทานต่ำ รองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่าหรือรองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่ารองเท้าพื้นเรียบ เมื่ออยู่ในสระไม่ควรแข่งขันดำน้ำหรือพยายามว่ายเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน และควรออกจากน้ำทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจนไม่เหมาะกับกิจกรรม
การเที่ยวในวันที่ฝนตกหรือหลังฝนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดิน เพราะเส้นทางป่ามีความชื้นสูงเป็นทุนเดิม พื้นไม้และหินสามารถลื่นขึ้นได้ ข้อดีของบรรยากาศหลังฝนคือป่ามีความเขียวสดและลำธารมีชีวิตชีวา แต่การถ่ายภาพหรือเดินเร็วเกินไปบนพื้นเปียกไม่คุ้มกับความเสี่ยง นักท่องเที่ยวควรเตรียมอุปกรณ์กันฝนแบบเบาและถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทนการถือร่มขนาดใหญ่ระหว่างเดินเส้นทาง
ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและต้องการพักใกล้สระมรกตสามารถเลือกที่พักบริเวณคลองท่อมเหนือ โซนน้ำตกร้อน หรือในตัวอำเภอคลองท่อม ข้อดีของการค้างคืนใกล้พื้นที่คือสามารถมาถึงสระมรกตตั้งแต่ช่วงเปิด ลดเวลาขับรถจากเมืองกระบี่ และจัดกิจกรรมดูนกหรือเดินป่าได้สะดวกกว่า ส่วนผู้ที่พักในอ่าวนางหรือเมืองกระบี่สามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเพียงพอ
ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ที่สุดกระจุกตัวบริเวณทางเข้าและลานจอดรถ เช่น ชานเริน กระบี่ เรือนมรกต และครัวริมธาร จึงเหมาะกับการรับประทานอาหารก่อนเข้าพื้นที่หรือหลังเดินกลับออกมา สำหรับผู้ที่เดินทางต่อไปน้ำตกร้อนหรือเข้าอำเภอคลองท่อม ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่เพิ่มเติมตามเส้นทาง การวางเวลารับประทานอาหารไว้ด้านนอกเขตอนุรักษ์ช่วยให้ไม่ต้องพกอาหารจำนวนมากเข้าไปในป่า
ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยการแต่งตั้งล่าสุดในปี 2026 ระบุให้นายเสรี นิลสุพรรณ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม จังหวัดกระบี่และตรัง และควบหน้าที่หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประ–บางคราม การดูแลนักท่องเที่ยวจึงอยู่ภายใต้กรอบการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ใช่การบริหารแบบแหล่งนันทนาการทั่วไป
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการทำความเข้าใจกฎของสถานที่ เพราะเป้าหมายหลักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคือการคุ้มครองระบบนิเวศและสัตว์ป่า การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่ทำลายทรัพยากร ดังนั้นบางพื้นที่จึงลงเล่นน้ำได้ ขณะที่บางพื้นที่เปิดเพียงเพื่อเดินชม หากเจ้าหน้าที่จำกัดเส้นทาง ปิดพื้นที่บางช่วง หรือกำหนดจำนวนผู้ใช้พื้นที่ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามทันที
สิ่งที่ทำให้สระมรกตยังคงน่าสนใจแม้มีชื่อเสียงมานานคือการที่ประสบการณ์จริงไม่ได้อยู่เพียงภาพสระสีเขียวที่เห็นในสื่อ การเดินเข้าไปประมาณ 800 เมตร การเห็นสระแก้ว การฟังเสียงธารน้ำ การสังเกตต้นไม้ของป่าทุ่งเตียว การลงเล่นน้ำ และการเดินต่อไปยังสระน้ำผุด ทำให้สถานที่นี้มีลำดับของประสบการณ์ หากมาถึงเพียงถ่ายภาพที่สระหลักแล้วกลับออกทันที จะพลาดส่วนสำคัญที่อธิบายว่าทำไมเขาประ–บางครามจึงมีคุณค่ามากกว่าจุดเช็กอินธรรมชาติทั่วไป
นักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากสามารถเลือกทางเดิน 800 เมตรเข้าสระมรกต เล่นน้ำหรือชมสระ แล้วเดินกลับทางเดิมได้ ส่วนผู้ที่มีเวลาครึ่งวันควรเพิ่มเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสระน้ำผุดเข้าไปด้วย นักดูนกหรือผู้สนใจพืชพรรณควรเดินช้ากว่าปกติและให้ความสำคัญกับช่วงทางก่อนถึงสระ เพราะบริเวณดังกล่าวคือส่วนที่แสดงลักษณะป่าที่ราบต่ำได้ชัดเจนที่สุด การแบ่งเวลาตามความสนใจทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งเดินตามโปรแกรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น
ในเชิงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สระมรกตเป็นตัวอย่างที่ดีว่าจำนวนนักท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ต้องเดินคู่กัน ความนิยมสร้างรายได้ให้ชุมชน ร้านอาหาร ที่พัก และธุรกิจท่องเที่ยวในคลองท่อม แต่ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันต่อระบบน้ำ ทางเดิน และสัตว์ป่า การไม่ทิ้งขยะ ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามพื้นที่ห้ามลงน้ำเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ช่วยให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์มากกว่าความเสียหาย
การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ไปสระมรกตมีระยะทางโดยรวมประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 1–1.5 ชั่วโมงตามสภาพการจราจร เส้นทางหลักใช้ถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม จากนั้นเข้าสู่เส้นทางไปคลองท่อมเหนือและตามป้ายสระมรกตหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ช่วงจากตัวอำเภอเข้าไปยังพื้นที่เป็นถนนท้องถิ่นที่มีป้ายบอกทาง เมื่อถึงลานจอดรถแล้วต้องเดินต่อเข้าป่าประมาณ 800 เมตรจึงถึงบริเวณสระมรกต
รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถพร้อมคนขับ และโปรแกรมทัวร์เป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด เพราะแหล่งท่องเที่ยวอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษมและไม่มีระบบขนส่งสาธารณะประจำทางที่เข้าถึงตัวสระโดยตรงในรูปแบบเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวในเมือง หากใช้บริการรถรับจ้างควรตกลงการรอรับหรือเวลาเดินทางกลับก่อนเข้าพื้นที่ เพราะการเที่ยวจริงใช้เวลาหลายชั่วโมง และบริเวณป่าไม่ใช่จุดที่สามารถเรียกรถผ่านได้สะดวกตลอดเวลา
หากจัดสระมรกตเป็นหนึ่งวันเต็ม วิธีที่ลงตัวคือออกจากเมืองกระบี่ช่วงเช้า เข้าสระมรกตตั้งแต่เปิด เดินเส้นทางธรรมชาติและชมสระน้ำผุด จากนั้นรับประทานอาหารบริเวณทางเข้า แล้วเดินทางต่อไปน้ำตกร้อนคลองท่อม ก่อนกลับเมืองในช่วงบ่าย เส้นทางดังกล่าวลดการย้อนทางและทำให้ได้เห็นแหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญของคลองท่อม 2 รูปแบบในวันเดียว ผู้ที่มีเวลามากกว่านั้นสามารถพักในอำเภอคลองท่อมเพื่อเพิ่มพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อมหรือบ่อน้ำพุร้อนเค็มในวันถัดไป
สระมรกตจึงไม่ใช่เพียงสระน้ำสีสวยกลางป่า แต่เป็นจุดเชื่อมระหว่างธรณีวิทยาหินปูน ธารน้ำอุ่น ป่าที่ราบต่ำ การอนุรักษ์สัตว์ป่า และประวัติการปกป้องผืนป่าของชุมชน ผู้ที่มองเห็นองค์ประกอบเหล่านี้จะเข้าใจว่าสิ่งที่ควรรักษาไม่ได้มีเพียงสีเขียวของน้ำ แต่รวมถึงป่าทุ่งเตียว สระน้ำผุด นกแต้วแร้วท้องดำ ลำธาร และระบบนิเวศที่ทำให้ภาพทั้งหมดเกิดขึ้นได้ การเที่ยวอย่างเคารพกฎจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สระมรกตโดยตรง
| ชื่อสถานที่ | สระมรกต กระบี่ |
| ที่ตั้ง | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ |
| ที่อยู่ | W7G9+27, ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120 |
| พิกัด | 7.92510, 99.26823 |
| ไฮไลต์ | สระน้ำธรรมชาติสีเขียวอมฟ้ากลางป่าดิบชื้น น้ำเกิดจากระบบธารน้ำอุ่นใต้ดิน สามารถลงเล่นน้ำได้ และมีสระน้ำผุดสีฟ้าอยู่ลึกเข้าไปในเส้นทางธรรมชาติ |
| ลักษณะธรรมชาติ | บ่อหินปูนในป่าที่ราบต่ำ น้ำมีแคลเซียมคาร์บอเนตและเปลี่ยนเฉดสีตามแสง เวลา และสภาพแวดล้อม |
| อุณหภูมิน้ำในระบบแหล่งน้ำ | ประมาณ 30–50 องศาเซลเซียส แตกต่างกันตามจุดของระบบน้ำ |
| ความลึกของสระมรกต | บริเวณเล่นน้ำหลายส่วนลึกประมาณ 1.5 เมตร ระดับพื้นไม่เท่ากัน |
| พื้นที่สำคัญ / โซน | 1. สระแก้ว – พื้นโคลนตม ห้ามลงเล่นน้ำ 2. สระมรกต – จุดหลักที่เปิดให้เล่นน้ำ 3. สระน้ำผุด (Blue Pool) – ต้นกำเนิดน้ำ ห้ามลงเล่นน้ำ 4. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) |
| สระน้ำผุด | อยู่ห่างจากสระมรกตประมาณ 600 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ลึกราว 4–5 เมตร เปิดให้ชมเท่านั้น ห้ามลงเล่นน้ำ |
| เส้นทางศึกษาธรรมชาติ | เส้นทางทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) แบบเต็มประมาณ 2.7 กม.; เส้นทางเข้าถึงสระปัจจุบันมีทางตรงประมาณ 800 เมตร และช่วงเส้นทางธรรมชาติราว 1 กม. |
| สัตว์ป่าสำคัญ | นกแต้วแร้วท้องดำ รวมถึงนกกระเต็น นกเงือก และนกป่าหลากหลายชนิด |
| ความเป็นมา | พื้นที่เคยได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ป่า ก่อนเกิดการผลักดันอนุรักษ์โดยชุมชน นักอนุรักษ์ และหน่วยงานรัฐ จนได้รับการคุ้มครองเป็นส่วนหนึ่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม |
| ผู้ดูแลล่าสุด | นายเสรี นิลสุพรรณ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม จังหวัดกระบี่และตรัง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าธรรมเนียมเข้าชม | คนไทย: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถแบบมีค่าบริการ ห้องน้ำ จุดจำหน่ายบัตร ร้านอาหารและร้านค้าบริเวณด้านหน้าทางเข้า |
| ข้อควรปฏิบัติ | เล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่อนุญาต ห้ามลงสระแก้วและสระน้ำผุด ไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีในน้ำ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืชหรือหิน และไม่ออกนอกเส้นทาง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60 กม. ใช้ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม แล้วเข้าสู่เส้นทางคลองท่อมเหนือและตามป้ายสระมรกต จากลานจอดรถเดินประมาณ 800 เมตรถึงสระ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 098-041-8171 |
| หน่วยงาน | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สระน้ำผุด (Blue Pool) ประมาณ 0.6 กม. 2. ศาลฤาษี (Hermit Shrine) ประมาณ 1.5 กม. 3. น้ำตกร้อนคลองท่อม ประมาณ 7 กม. 4. พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม ประมาณ 12 กม. โทร. 075-699-223 5. น้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม ประมาณ 18 กม. โทร. 062-570-8175 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชานเริน กระบี่ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 084-746-3686 2. เรือนมรกต ประมาณ 0.9 กม. โทร. 089-972-7194 3. ครัวริมธาร ประมาณ 0.9 กม. โทร. 082-817-4577 4. Little Palm Homemade ประมาณ 8 กม. โทร. 095-979-9166 5. Little Bit Restaurant ประมาณ 15 กม. โทร. 098-071-9545 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Morakot Resort ประมาณ 1 กม. โทร. 081-415-1982 2. Saline Hot Water Springs Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 096-284-8669 3. Wareerak Hot Spring & Wellness ประมาณ 8 กม. โทร. 062-457-6350 4. Vanilla Ville Resort ประมาณ 18 กม. โทร. 081-802-9761 5. Nattha Waree Hot Spring Resort and Spa ประมาณ 20 กม. โทร. 075-601-642 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สระมรกต กระบี่ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: สระมรกตอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ–บางคราม ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60 กม.
ถาม: สระมรกตเปิดกี่โมง และค่าเข้าเท่าไร?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 200 บาท
ถาม: สระมรกตสามารถลงเล่นน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถลงเล่นน้ำได้เฉพาะบริเวณสระมรกตที่เจ้าหน้าที่เปิดให้ใช้ ควรระวังพื้นหินลื่นและระดับน้ำที่ไม่เท่ากัน
ถาม: Blue Pool หรือสระน้ำผุดลงเล่นน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ สระน้ำผุดเป็นพื้นที่ต้นน้ำและระบบนิเวศที่ต้องได้รับการคุ้มครอง เปิดให้ชมจากบริเวณที่กำหนดเท่านั้น
ถาม: จากทางเข้าสระมรกตต้องเดินไกลแค่ไหน?
ตอบ: ทางตรงจากบริเวณทางเข้าถึงสระมรกตประมาณ 800 เมตร ส่วนผู้ที่เลือกเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะใช้ระยะทางและเวลามากขึ้น
ถาม: ไปสระมรกตช่วงเวลาใดดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าใกล้เวลาเปิดเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคนจำนวนมาก เดินได้สบาย และมีเวลาเที่ยวสระมรกตกับสระน้ำผุดครบโดยไม่เร่งรีบ
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปสระมรกตอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคลองท่อม จากนั้นเข้าสู่เส้นทางคลองท่อมเหนือและตามป้ายสระมรกต ระยะทางรวมประมาณ 60 กม. รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถพร้อมคนขับ หรือทัวร์เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
ถาม: ควรเตรียมอะไรไปเที่ยวสระมรกต?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ชุดสำหรับเล่นน้ำ ผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน กระเป๋ากันน้ำ อุปกรณ์กันฝนตามสภาพอากาศ และเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมกับบริการบริเวณทางเข้า
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●น้ำพุร้อน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




