หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ > 50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว
TL;DR: 50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว เปิดเปิดให้เข้าชมตามฤดูกาลดอกบัวตองบาน โดยทั่วไปช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม. จุดเด่นคือ ภูเขาสูง ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น ป่าดิบเขา ป่าสน ทุ่งหญ้าบนยอดดอย สวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่ชา ไร่กาแฟ ชุมชนบนพื้นที่สูง อุทยานแห่งชาติ.
50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว

50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว รวมจุดหมายท่องเที่ยวบนภูเขาและพื้นที่สูงของภาคเหนือสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอากาศเย็น ชมทะเลหมอกยามเช้า ดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแนวเขา เดินเที่ยวป่าธรรมชาติ และพักผ่อนท่ามกลางวิถีชีวิตชุมชนบนดอย ตั้งแต่ดอยอินทนนท์และดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ภูชี้ฟ้าและดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงเส้นทางภูเขาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และเพชรบูรณ์ แต่ละพื้นที่มีภูมิประเทศ บรรยากาศ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแตกต่างกัน เหมาะทั้งสำหรับทริปครอบครัว คู่รัก ผู้ชื่นชอบธรรมชาติ และนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของฤดูหนาวเมืองไทย
เมื่อฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น ภูเขาทางภาคเหนือจะเปลี่ยนบรรยากาศจากความเขียวชอุ่มของฤดูฝนไปสู่ช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิดในหลายพื้นที่ ยามเช้าบนดอยสูงมักมีหมอกลอยปกคลุมหุบเขา บางวันสามารถชมทะเลหมอกที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ขณะที่แสงแรกของวันค่อย ๆ ส่องผ่านแนวสันเขาและผืนป่า ความงามของภูมิทัศน์เหล่านี้ทำให้การเดินทางขึ้นดอยเป็นกิจกรรมยอดนิยมของผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากชีวิตประจำวันและใช้เวลากับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ภาคเหนือมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและหุบเขาที่กระจายอยู่หลายจังหวัด โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน ซึ่งมีภูเขาสูง ป่าต้นน้ำ และชุมชนบนพื้นที่สูงจำนวนมาก จุดหมายแต่ละแห่งจึงมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่โดดเด่นด้านทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น บางแห่งมีสวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่ชา และแปลงเกษตรบนภูเขา ขณะที่อีกหลายแห่งเหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ ชมป่าเขา และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับสิ่งแวดล้อม
จังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเที่ยวดอยหน้าหนาว เพราะมีทั้งอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทย ดอยอ่างขางที่มีชื่อเสียงด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง และเส้นทางภูเขาในอำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว การเดินทางในจังหวัดเดียวจึงสามารถเลือกได้ตั้งแต่จุดชมวิวที่เข้าถึงด้วยรถยนต์ ไปจนถึงพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องเดินเท้าหรือใช้เวลาเดินทางมากขึ้น
จังหวัดเชียงรายมีภูมิประเทศบนดอยที่เชื่อมโยงกับชายแดนและวัฒนธรรมชุมชนหลากหลายกลุ่ม จุดหมายอย่างภูชี้ฟ้าและดอยแม่สลองมีเอกลักษณ์ทั้งด้านทิวทัศน์ภูเขา การชมหมอก และประวัติศาสตร์ชุมชนบนพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถใช้ช่วงเช้าเก็บภาพแนวภูเขาสลับซับซ้อน ส่วนผู้สนใจวัฒนธรรมสามารถจัดเวลาเยี่ยมชมหมู่บ้านและเรียนรู้เรื่องอาหาร วิถีการเกษตร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นอีกพื้นที่ที่เหมาะกับการเดินทางสัมผัสฤดูหนาว โดยมีเส้นทางภูเขาคดเคี้ยวและหุบเขาที่สร้างทิวทัศน์เฉพาะตัว ความโดดเด่นของจังหวัดอยู่ที่ธรรมชาติซึ่งเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น ทั้งหมู่บ้านบนดอย นาขั้นบันได และพื้นที่ชมวิวในอำเภอปาย ปางมะผ้า และขุนยวม นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ควรจัดเวลาให้เหมาะสมกับถนนภูเขาและหลีกเลี่ยงการขับรถอย่างเร่งรีบ
สำหรับจังหวัดน่าน ภูมิประเทศทางตะวันออกของภาคเหนือมีแนวเขาสลับกับหุบเขาและพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการท่องเที่ยวที่เน้นความสงบและการชมธรรมชาติ เส้นทางบนภูเขายังเชื่อมโยงกับหมู่บ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ผู้เดินทางสามารถใช้เวลาศึกษาวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชนควบคู่กับการชมวิวได้อย่างน่าสนใจ ขณะที่เพชรบูรณ์มีพื้นที่ภูเขาและจุดชมทะเลหมอกซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับทริปพักผ่อนจากภาคกลาง
ช่วงที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวดอยภาคเหนือโดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่สภาพอากาศของแต่ละแห่งแตกต่างกันตามระดับความสูงและลักษณะภูมิประเทศ ยอดดอยสูงบางแห่งมีอุณหภูมิลดต่ำมากในช่วงเช้ามืด ขณะที่พื้นที่หุบเขาอาจมีหมอกหนาและทัศนวิสัยจำกัด การชมทะเลหมอกขึ้นอยู่กับความชื้น ลม และสภาพอากาศในแต่ละวัน จึงควรเผื่อเวลาและไม่ถือว่าจะเห็นทะเลหมอกทุกครั้งที่เดินทาง
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงหน้าหนาวมีทั้งชมพระอาทิตย์ขึ้น เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพยอดเขาและทะเลหมอก ชมดอกไม้เมืองหนาว เที่ยวไร่ชา และพักค้างคืนในชุมชนบนพื้นที่สูง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าควรเลือกเส้นทางให้เหมาะกับสมรรถภาพร่างกายและปฏิบัติตามระเบียบของอุทยานแห่งชาติ บางเส้นทางจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางหรือเปิดให้เข้าชมเฉพาะบางช่วงของปี
การเที่ยวดอยยังเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้วัฒนธรรมภาคเหนือ โดยเฉพาะอาหารพื้นเมือง งานหัตถกรรม ผ้าทอ และภูมิปัญญาการเกษตรบนพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรับประทานอาหารจากร้านชุมชน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเข้าพักในที่พักที่บริหารจัดการอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยเชื่อมประสบการณ์เดินทางเข้ากับชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่บนภูเขามาอย่างยาวนาน
หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเลือกเที่ยวดอยหรือเส้นทางภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองที่พัก และกำหนดจุดชมวิวหลักเพียงไม่กี่แห่งเพื่อไม่ให้ต้องเร่งเดินทาง สำหรับทริป 2–3 วันสามารถเลือกพักบนดอยอย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศช่วงเช้าและเย็น ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันขึ้นไปสามารถวางแผนเที่ยวหลายอำเภอหรือหลายจังหวัดตามเส้นทางภูเขาที่เชื่อมต่อกัน โดยเผื่อเวลาเดินทางบนถนนคดเคี้ยวและเวลาสำรองสำหรับสภาพอากาศ
ก่อนเดินทางขึ้นดอยควรตรวจพยากรณ์อากาศ สภาพถนน ประกาศการเปิดพื้นที่ และข้อกำหนดของอุทยานแห่งชาติ พร้อมเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าที่เหมาะกับการเดิน น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเดินทางบนภูเขา ผู้ที่ขับรถเองควรตรวจสภาพเบรก ยาง และระบบไฟ รวมถึงใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงที่มีหมอกจัดหรือถนนเปียก
การรักษาธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวดอยอย่างมีคุณภาพ นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เก็บพันธุ์ไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ส่งเสียงรบกวนสัตว์ป่า และนำขยะกลับออกจากพื้นที่ทุกครั้ง หากเดินทางเข้าชุมชนควรเคารพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ รวมถึงขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือกิจกรรมส่วนตัว
ที่เที่ยวภาคเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวดอยภาคเหนือทั้ง 50 แห่งต่อไปนี้จะพาผู้เดินทางรู้จักความหลากหลายของภูเขาเมืองไทย ตั้งแต่ยอดดอยสำคัญ จุดชมวิวทะเลหมอก และอุทยานแห่งชาติ ไปจนถึงชุมชนบนพื้นที่สูงและแหล่งธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนในฤดูหนาว โดยการเลือกจุดหมายให้เหมาะกับเวลาเดินทางและความสนใจจะช่วยให้ได้สัมผัสความงดงามของแต่ละพื้นที่อย่างเต็มที่

1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาสูงหลายอำเภอ โดยมียอดดอยอินทนนท์เป็นจุดสูงที่สุดของประเทศไทยที่ระดับประมาณ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวหน้าหนาว ชมอากาศเย็น ป่าดิบเขา และภูมิทัศน์ของเทือกเขาถนนธงชัย
ไฮไลต์: ยอดสูงสุดของประเทศไทย เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา กิ่วแม่ปาน พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ รวมถึงจุดชมวิวทิวเขาและทะเลหมอกในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
ความหลากหลายของระดับความสูงทำให้อุทยานแห่งนี้มีสังคมพืชและสภาพอากาศแตกต่างกันไปตลอดเส้นทางขึ้นดอย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสป่าเขาที่ชุ่มชื้น ศึกษาธรรมชาติ และเรียนรู้ความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำซึ่งหล่อเลี้ยงชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีผู้เดินทางมาเยือนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดซึ่งมีอากาศเย็นจัด จุดท่องเที่ยวภายในอุทยานบางแห่งมีข้อกำหนดการเข้าชมและช่วงเวลาเปิดเส้นทางแตกต่างกัน จึงควรตรวจประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปทางอำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 เพื่อเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ ควรตรวจสภาพรถและใช้ความระมัดระวังบนถนนภูเขา

2. วนอุทยานภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย–ลาวในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงของภาคเหนือ ด้วยลักษณะยอดเขาและหน้าผาที่ทอดตัวไปทางฝั่งประเทศลาว ทำให้เกิดทิวทัศน์กว้างไกลเหนือแนวภูเขาสลับซับซ้อน
ไฮไลต์: ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขา ทะเลหมอกในหุบเขา หน้าผาและสันเขาที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงทิวทัศน์ชายแดนไทย–ลาว
นักท่องเที่ยวมักเริ่มเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อรอชมแสงแรกของวัน เส้นทางบางช่วงมีความลาดชันและพื้นดินอาจลื่นจากน้ำค้าง จึงควรสวมรองเท้าที่กระชับและเตรียมเสื้อกันหนาวให้เหมาะสม
ภูชี้ฟ้าเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติและผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศภูเขายามเช้า โดยสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับพื้นที่ภูเขาและชุมชนใกล้เคียงในจังหวัดเชียงรายได้
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปทางอำเภอเทิงและเข้าสู่เส้นทางภูชี้ฟ้า จากบริเวณจุดจอดรถใช้ทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวตามเส้นทางที่กำหนด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานภูชี้ฟ้า

3. ดอยอ่างขาง ตั้งอยู่ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีชื่อเสียงด้านการเกษตรเมืองหนาวและทิวทัศน์ธรรมชาติ ดอยอ่างขางมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงและเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวฤดูหนาว
ไฮไลต์: สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง แปลงพืชเมืองหนาว สวนดอกไม้ วิวภูเขา และบรรยากาศชุมชนบนพื้นที่สูง
เสน่ห์ของดอยอ่างขางอยู่ที่การผสมผสานธรรมชาติและภูมิปัญญาการเกษตร นักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิทัศน์แปลงเกษตรที่เรียงตัวตามเนินเขา เรียนรู้การปลูกพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศเย็น และสัมผัสความสงบของชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา
เส้นทางขึ้นดอยมีช่วงโค้งและทางลาดชันหลายแห่ง จึงเหมาะกับการเดินทางในเวลากลางวัน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการขับรถบนภูเขา
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอฝาง แล้วใช้เส้นทางขึ้นดอยอ่างขางตามป้ายบอกทาง ควรตรวจเส้นทางและสภาพรถก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยอ่างขาง

4. ดอยแม่สลอง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นชุมชนบนภูเขาที่มีเอกลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนยูนนาน รวมถึงไร่ชาและทัศนียภาพของภูเขาสลับซับซ้อน ดอยแม่สลองเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทั้งธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ไฮไลต์: ไร่ชาบนเนินเขา วัฒนธรรมจีนยูนนาน อาหารพื้นถิ่น วิวภูเขา และบรรยากาศยามเช้าในฤดูหนาว
การเดินเที่ยวดอยแม่สลองสามารถผสมผสานการชมวิวกับการเรียนรู้ประวัติชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มชา เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชน และชมไร่ชาที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของพื้นที่
อากาศในฤดูหนาวช่วยเพิ่มเสน่ห์ของการพักค้างคืนบนดอย โดยเฉพาะช่วงเช้าที่สามารถชมหมอกและแสงอาทิตย์เหนือทิวเขาได้ในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางไปทางอำเภอแม่จัน แล้วเข้าสู่เส้นทางดอยแม่สลองตามป้ายบอกทาง ถนนมีโค้งและทางชันหลายช่วง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยแม่สลอง

5. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีแนวเขา หน้าผา ป่าไม้ และจุดชมวิวที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะบริเวณดอยเสมอดาวซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และทะเลหมอก
ไฮไลต์: ดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ ทิวทัศน์แม่น้ำน่าน และจุดชมวิวธรรมชาติในเขตอุทยาน
พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์จากความเปิดโล่งของแนวสันเขาและหน้าผา ซึ่งทำให้มองเห็นภูมิประเทศกว้างไกล โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมวิว เดินศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ
ผู้ที่ต้องการชมดาวหรือทะเลหมอกควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวและตรวจระเบียบพื้นที่พักค้างคืนของอุทยานก่อนเดินทาง
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองน่านไปทางอำเภอนาน้อย แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านตามเส้นทางและจุดบริการนักท่องเที่ยวที่กำหนด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

6. ดอยเชียงดาว ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภูเขาหินปูนสูงที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นและเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของภาคเหนือ ดอยเชียงดาวมีความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากยอดดอยอื่น ๆ
ไฮไลต์: ทิวทัศน์ดอยหลวงเชียงดาว ภูเขาหินปูน พืชพรรณบนพื้นที่สูง และบรรยากาศธรรมชาติรอบอำเภอเชียงดาว
การชมดอยเชียงดาวสามารถทำได้จากหลายจุดในพื้นที่โดยรอบ สำหรับเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยซึ่งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์และการเข้าพื้นที่โดยเฉพาะ ไม่ใช่เส้นทางเดินป่าที่เปิดให้เข้าได้อย่างอิสระ
นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถเลือกพักผ่อนในชุมชนรอบเชิงดอย ชมแนวเขา และศึกษาความสำคัญของระบบนิเวศภูเขาหินปูน โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นถึงยอดเขา
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอเชียงดาว แล้วเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวหรือพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยเชียงดาว

7. ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์เนินเขา สวนดอกไม้ และบรรยากาศอากาศเย็น เหมาะสำหรับการเดินทางพักผ่อนแบบวันเดียวหรือค้างคืนใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่
ไฮไลต์: จุดชมวิวภูเขา ทิวทัศน์แปลงเกษตร สวนดอกไม้ตามฤดูกาล และบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางขุนเขา
ม่อนแจ่มมีจุดเด่นจากภูมิประเทศที่เปิดกว้างให้มองเห็นแนวเขาและหุบเขาเบื้องล่าง นักท่องเที่ยวสามารถชมวิว ถ่ายภาพธรรมชาติ และเรียนรู้บรรยากาศการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยการเข้าชมสวนหรือพื้นที่เอกชนแต่ละแห่งอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน
เส้นทางนี้สามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอแม่ริมได้ เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการเที่ยวภูเขาโดยไม่ต้องเดินป่าระยะไกล
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่อำเภอแม่ริม แล้วเข้าสู่เส้นทางม่อนแจ่มตามป้ายบอกทาง ช่วงสุดท้ายเป็นถนนภูเขาที่ควรขับด้วยความระมัดระวัง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยม่อนแจ่ม

8. อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาสูงบริเวณอำเภอฝางและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีชื่อเสียงด้านป่าเขา อากาศเย็น และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศชายแดน
ไฮไลต์: ยอดดอยฟ้าห่มปก ทิวทัศน์แนวเขา ป่าบนพื้นที่สูง และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า
ดอยฟ้าห่มปกเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวซึ่งต้องการประสบการณ์ภูเขาอย่างจริงจัง พื้นที่สูงมีอากาศเย็นและลักษณะพืชพรรณที่แตกต่างจากที่ราบ การเดินทางบางเส้นทางต้องใช้รถที่เหมาะกับสภาพถนนและปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน
ผู้ที่ต้องการเดินขึ้นยอดดอยควรตรวจการเปิดเส้นทาง การจอง และข้อกำหนดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่นำทางหรือการพักค้างคืนก่อนออกเดินทาง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอฝาง แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามจุดบริการที่กำหนด เส้นทางไปยังพื้นที่สูงบางแห่งมีความลาดชันและต้องเตรียมการเดินทางล่วงหน้า

9. ภูทับเบิก ตั้งอยู่ในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีชื่อเสียงด้านอากาศเย็น ทิวทัศน์ทะเลหมอก และไร่กะหล่ำปลีบนเนินเขา เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับท่องเที่ยวหน้าหนาวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ไฮไลต์: ทะเลหมอกยามเช้า วิวภูเขากว้างไกล แปลงเกษตรบนพื้นที่สูง และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น
ภูทับเบิกมีบรรยากาศแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ช่วงฤดูหนาวมีอากาศเย็นและเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นมาชมวิว ส่วนช่วงที่มีความชื้นเหมาะสมสามารถพบหมอกที่ลอยปกคลุมตามหุบเขาและแนวสันเขา
บริเวณภูทับเบิกมีพื้นที่ชุมชนและจุดชมวิวกระจายอยู่หลายแห่ง นักท่องเที่ยวควรเคารพพื้นที่เกษตรและพื้นที่ส่วนบุคคล และระมัดระวังการเดินทางในช่วงที่มีหมอกจัดหรือการจราจรหนาแน่น
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์แล้วมุ่งหน้าอำเภอหล่มเก่า จากนั้นใช้ถนนขึ้นภูทับเบิกตามเส้นทางที่กำหนด ถนนมีทางโค้งและความชันหลายช่วง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ภูทับเบิก

10. ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นยอดดอยที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนักเดินป่าและผู้ชื่นชอบทิวทัศน์ธรรมชาติ โดยมีแนวสันเขาและทุ่งหญ้าบนพื้นที่สูงเป็นเอกลักษณ์
ไฮไลต์: แนวสันเขา ทุ่งหญ้าบนภูเขา จุดชมวิวธรรมชาติ และบรรยากาศการเดินป่าในพื้นที่สูง
ดอยม่อนจองอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จึงเป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า การเดินทางเข้าพื้นที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบและการอนุญาตของหน่วยงานผู้ดูแล
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เดินป่าหรือเตรียมสภาพร่างกายมาอย่างเหมาะสม เพราะการเดินทางแตกต่างจากการเที่ยวจุดชมวิวที่เข้าถึงด้วยรถยนต์ทั่วไป ควรตรวจรอบเปิดเส้นทาง เงื่อนไขการจอง และข้อกำหนดเรื่องผู้นำทางก่อนเดินทาง
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปอำเภออมก๋อย แล้วติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนเข้าชมและใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาต
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยม่อนจอง

11. อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญทั้งด้านระบบนิเวศป่าภูเขา แหล่งต้นน้ำ และประวัติศาสตร์วัฒนธรรมล้านนา ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการสัมผัสอากาศเย็นบนดอยโดยไม่ต้องเดินทางไกล ภายในพื้นที่มีทั้งป่าไม้ จุดชมวิว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และสถานที่สำคัญทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน
ไฮไลต์: ทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่จากที่สูง วัดพระธาตุดอยสุเทพ หมู่บ้านม้งดอยปุย ป่าดิบเขา และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความหลากหลาย
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าทางด้านตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ระดับความสูงและสภาพภูมิอากาศทำให้พบพรรณไม้หลายชนิด ตั้งแต่ป่าบริเวณเชิงเขาจนถึงป่าบนพื้นที่สูง ในช่วงฤดูหนาวอากาศบนดอยมักเย็นสบายและเหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่และเส้นทางที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
สถานที่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งภายในพื้นที่คือวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวล้านนา นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมสถาปัตยกรรมทางศาสนาและมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองจากพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านม้งดอยปุยที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการประกอบอาชีพของชุมชนบนพื้นที่สูง
สำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติ การเดินทางขึ้นดอยสุเทพ-ปุยให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยววัดเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสามารถแวะชมแนวป่า จุดชมวิว และพื้นที่พักผ่อนระหว่างเส้นทางได้ การท่องเที่ยวช่วงเช้าเหมาะกับการชมภูเขาและสัมผัสอากาศเย็น ส่วนช่วงเย็นสามารถชมทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่จากบางจุดที่เปิดให้เข้าถึงได้
อุทยานแห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก ผู้สูงอายุที่ต้องการเที่ยวชมจุดเข้าถึงง่าย และนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติควบคู่กับวัฒนธรรม การเดินทางสามารถเชื่อมโยงกับวัดพระธาตุดอยสุเทพและสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ภายในวันเดียว ทั้งนี้ควรเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและปฏิบัติตามข้อกำหนดของพื้นที่อุทยาน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าสู่เชิงดอยสุเทพ แล้วเดินทางตามเส้นทางขึ้นดอยไปยังจุดท่องเที่ยวที่ต้องการ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือบริการรถโดยสารท้องถิ่นในเส้นทางที่มีให้บริการ ถนนมีทางโค้งต่อเนื่องจึงควรขับด้วยความระมัดระวัง

12. ดอยม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาของอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อนและทะเลหมอกยามเช้า ความโดดเด่นของม่อนเงาะอยู่ที่ลักษณะพื้นที่สูงซึ่งเปิดมุมมองกว้างไปยังหุบเขาและแนวภูเขาโดยรอบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบของธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอกในหุบเขา แนวสันเขาและภูเขาสลับซับซ้อน รวมถึงบรรยากาศชุมชนบนพื้นที่สูง
ดอยม่อนเงาะเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นไปชมแสงแรกของวัน โดยเฉพาะวันที่สภาพอากาศเหมาะสมจะสามารถมองเห็นหมอกปกคลุมตามหุบเขาและแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องผ่านยอดเขา ความเปลี่ยนแปลงของแสงในช่วงเช้าทำให้ภูมิทัศน์แห่งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติ
ลักษณะภูมิประเทศของม่อนเงาะเป็นภูเขาที่มีความลาดชันและมีพื้นที่เกษตรของชุมชนอยู่บริเวณโดยรอบ การท่องเที่ยวจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การชมวิวเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิตบนดอย การใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูง และความสัมพันธ์ระหว่างการประกอบอาชีพกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
ช่วงฤดูหนาวมีอากาศเย็นและอาจมีหมอกหนาในช่วงเช้า นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นดิน และไฟฉายหากต้องเดินทางก่อนพระอาทิตย์ขึ้น การชมทะเลหมอกขึ้นอยู่กับความชื้นและสภาพอากาศ จึงควรเผื่อเวลาเพื่อชื่นชมทิวทัศน์รูปแบบอื่นด้วย
ม่อนเงาะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวภูเขาโดยเน้นการชมทิวทัศน์และพักผ่อน สามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่แตงหรือพื้นที่ภูเขาใกล้เคียง โดยเลือกพักค้างคืนในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเพื่อให้มีเวลาชมบรรยากาศช่วงเช้า
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปอำเภอแม่แตง แล้วเข้าสู่เส้นทางพื้นที่ม่อนเงาะตามป้ายบอกทาง ช่วงขึ้นภูเขามีถนนคดเคี้ยวและบางช่วงมีความลาดชัน ควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือมีหมอกจัด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยม่อนเงาะ

13. ดอยม่อนล่อง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีเสน่ห์ด้านธรรมชาติและทิวทัศน์กว้างไกล โดยมีภูมิประเทศเป็นแนวเนินเขาและพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นสันเขาต่อเนื่องกันได้ในหลายทิศทาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบบรรยากาศภูเขาและต้องการสัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง
ไฮไลต์: ทิวทัศน์เนินเขา แนวสันเขา จุดชมวิวธรรมชาติ และบรรยากาศอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว
ดอยม่อนล่องเป็นจุดหมายที่โดดเด่นด้านความสงบและทัศนียภาพของพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความแตกต่างของภูเขาตามช่วงเวลา โดยตอนเช้าอาจมีหมอกลอยอยู่ตามหุบเขา ขณะที่ช่วงสายและบ่ายจะมองเห็นรายละเอียดของแนวเขาได้ชัดเจนขึ้นเมื่อท้องฟ้าเปิด
สภาพภูมิประเทศบนดอยช่วยสร้างบรรยากาศสำหรับการพักผ่อนและการถ่ายภาพ ทุ่งหญ้า พื้นที่เปิดโล่ง และแนวภูเขาที่ทอดตัวออกไปเป็นองค์ประกอบของภูมิทัศน์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงแต่ละจุดควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแลพื้นที่และไม่ออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเดินทางขึ้นม่อนล่องเหมาะกับผู้ที่มีเวลาเที่ยวภูเขาหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะสามารถวางแผนเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวบนพื้นที่สูงใกล้เคียงได้ ควรออกเดินทางในช่วงที่มีแสงสว่างและตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อให้สามารถชมวิวได้อย่างสะดวก
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับสภาพลมและอากาศเย็น ส่วนการเดินชมธรรมชาติควรสวมรองเท้าที่มีพื้นยึดเกาะดีและนำขยะกลับออกจากพื้นที่ เพื่อรักษาบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้
การเดินทาง: เริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่และใช้เส้นทางขึ้นสู่พื้นที่ภูเขาตามตำแหน่ง GPS ของดอยม่อนล่อง โดยควรตรวจสอบถนนช่วงสุดท้ายกับผู้ดูแลพื้นที่หรือผู้ให้บริการท้องถิ่นก่อนเดินทาง เนื่องจากบางช่วงอาจมีลักษณะเป็นถนนภูเขาหรือทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยม่อนล่อง

14. จุดชมวิวฮาดู่บิ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวบนพื้นที่สูงที่เหมาะกับการเดินทางสัมผัสธรรมชาติและทิวทัศน์ของแนวภูเขาภาคเหนือ ชื่อฮาดู่บิเป็นชื่อเฉพาะของพื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศภูเขาในพื้นที่ที่แตกต่างจากจุดท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป
ไฮไลต์: จุดชมวิวบนพื้นที่สูง ทิวเขาสลับซับซ้อน บรรยากาศสงบ และทิวทัศน์ยามเช้าของภูเขา
เสน่ห์ของจุดชมวิวฮาดู่บิอยู่ที่การมองเห็นภูมิประเทศของภูเขาและหุบเขาที่ต่อเนื่องกันในระยะไกล โดยบรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน ช่วงเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นเป็นช่วงที่เหมาะกับการชมธรรมชาติและถ่ายภาพเมื่อสภาพอากาศเปิด
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเส้นทางธรรมชาติสามารถใช้การเดินทางมายังจุดชมวิวแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจพื้นที่ภูเขาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยควรวางแผนเรื่องเวลาและการเข้าถึงพื้นที่ให้เหมาะสม เนื่องจากจุดชมวิวที่อยู่บนดอยอาจมีข้อจำกัดด้านสภาพถนนและบริการระหว่างทาง
ในช่วงฤดูหนาวอากาศบนพื้นที่สูงอาจเย็นกว่าตัวเมือง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและหลังพระอาทิตย์ตก การเตรียมเสื้อกันหนาว น้ำดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติที่ห่างจากชุมชน
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและผู้ที่ชอบถ่ายภาพทิวทัศน์ มากกว่าการท่องเที่ยวที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก ควรเคารพพื้นที่ชุมชน ไม่รบกวนการใช้ชีวิตของคนในท้องถิ่น และรักษาความสะอาดตลอดเส้นทาง
การเดินทาง: ใช้ตำแหน่ง GPS ของจุดชมวิวฮาดู่บิเป็นจุดอ้างอิงหลักในการวางเส้นทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยควรตรวจสอบการเข้าถึงจุดชมวิวและสภาพถนนช่วงสุดท้ายก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง จุดชมวิวฮาดู่บิ

15. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาชีพและการเกษตรบนพื้นที่สูงตามแนวทางโครงการหลวง มีความสำคัญต่อการส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศบนดอย ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น
ไฮไลต์: เรียนรู้การเกษตรบนพื้นที่สูง ภูมิทัศน์แปลงเกษตร วิถีชีวิตชุมชน และบรรยากาศธรรมชาติของพื้นที่ม่อนเงาะ
พื้นที่โครงการหลวงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการเกษตรบนภูเขาของภาคเหนือ โดยสนับสนุนการเพาะปลูกพืชที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะจึงเป็นจุดหมายที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรรม ชุมชน และภูมิประเทศบนพื้นที่สูง
นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถสัมผัสบรรยากาศของแปลงเพาะปลูกและเรียนรู้เกี่ยวกับผลผลิตในท้องถิ่นตามพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม การเดินทางมาพื้นที่นี้ยังช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ระหว่างเส้นทางจากพื้นที่ราบขึ้นสู่แนวเขาที่มีการทำเกษตรกรรม
ในฤดูหนาวอากาศเย็นเหมาะแก่การเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง โดยบรรยากาศของภูเขาและชุมชนทำให้การเดินทางมีความน่าสนใจทั้งด้านธรรมชาติและการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมและพื้นที่ที่เปิดให้ผู้มาเยือนเข้าชมอาจขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของศูนย์และฤดูกาลเพาะปลูก
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะเหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจภูมิปัญญาการเกษตร สามารถจัดเส้นทางร่วมกับดอยม่อนเงาะและพื้นที่ท่องเที่ยวบนภูเขาใกล้เคียงเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ทั้งด้านธรรมชาติและวิถีชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ โดยใช้เส้นทางตามตำแหน่ง GPS และป้ายบอกทางในพื้นที่ ควรตรวจสอบการเปิดรับผู้มาเยือนก่อนเดินทางเข้าชมพื้นที่ดำเนินงาน

16. ดอยผาฮี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านวิถีชีวิตชุมชนและวัฒนธรรมกาแฟบนพื้นที่สูง ความโดดเด่นของดอยผาฮี้อยู่ที่หมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและมีภูมิทัศน์กว้างไกล ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติและเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ได้พร้อมกัน
ไฮไลต์: กาแฟท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชนบนดอย จุดชมวิวภูเขา และบรรยากาศหมู่บ้านท่ามกลางธรรมชาติ
ดอยผาฮี้มีเอกลักษณ์จากการทำเกษตรบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะการปลูกกาแฟซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและภาพจำของชุมชน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราวการผลิตกาแฟตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของพื้นที่
การดื่มกาแฟท่ามกลางวิวภูเขาเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ได้รับความนิยมของผู้มาเยือน บรรยากาศหมู่บ้านบนพื้นที่สูงช่วยให้การพักผ่อนมีความผ่อนคลาย โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีอากาศเย็นและสามารถชมภูมิทัศน์ของแนวเขาได้อย่างสวยงาม
นอกจากเรื่องกาแฟ ดอยผาฮี้ยังมีความน่าสนใจด้านวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของชุมชน นักท่องเที่ยวควรเคารพพื้นที่ส่วนบุคคล ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพชาวบ้าน และเลือกสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากชุมชน เพื่อให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์แก่คนในท้องถิ่น
พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวชุมชน คู่รัก และนักเดินทางสายถ่ายภาพ สามารถวางแผนร่วมกับเส้นทางภูเขาและชุมชนอื่นในจังหวัดเชียงราย โดยเผื่อเวลาเดินทางบนถนนภูเขาที่มีทางโค้งและความลาดชัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางไปทางอำเภอแม่สาย แล้วเข้าสู่เส้นทางหมู่บ้านผาฮี้ตามป้ายบอกทาง พื้นที่อยู่บนภูเขาและมีถนนคดเคี้ยว จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยผาฮี้

17. ดอยช้าง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกกาแฟอาราบิก้าและภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ดอยช้างเป็นจุดหมายที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ อากาศเย็น และการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงของภาคเหนือ
ไฮไลต์: ไร่กาแฟอาราบิก้า ทิวทัศน์ภูเขา วัฒนธรรมกาแฟ วิถีชุมชน และบรรยากาศเย็นสบายของพื้นที่สูง
ดอยช้างเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแหล่งผลิตกาแฟสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศบนพื้นที่สูงเอื้อต่อการปลูกกาแฟอาราบิก้า ทำให้การผลิตกาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผู้มาเยือนจึงสามารถสัมผัสความน่าสนใจของแหล่งปลูกกาแฟควบคู่กับทิวทัศน์ภูเขา
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการเที่ยวชมบรรยากาศไร่กาแฟ เลือกชิมกาแฟจากผู้ผลิตในพื้นที่ และเรียนรู้เรื่องการแปรรูปผลผลิตตามสถานที่ที่เปิดให้เข้าชม การเดินทางบนดอยยังทำให้เห็นภาพการเกษตรที่ปรับตัวเข้ากับพื้นที่ลาดชันและสภาพอากาศที่แตกต่างจากที่ราบ
ในช่วงฤดูหนาว ดอยช้างมีบรรยากาศเหมาะสำหรับการพักผ่อนและถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีอากาศเย็นและแสงอาทิตย์ส่องผ่านแนวเขา นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวดอยช้างร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่สรวยหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้
ดอยช้างเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและกาแฟ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องการเกษตรอย่างมีคุณภาพ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตท้องถิ่นและการใช้บริการอย่างเคารพชุมชนช่วยสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมายมากขึ้น
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางไปทางอำเภอแม่สรวย แล้วเข้าสู่เส้นทางขึ้นดอยช้างตามป้ายบอกทาง ถนนขึ้นเขามีทางโค้งและทางชัน ควรตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยช้าง

18. ภูฟ้าไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีความโดดเด่นด้านทิวทัศน์ธรรมชาติและบรรยากาศของภูมิประเทศสูงตามแนวชายแดนภาคเหนือ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างสงบและชมภูเขาสลับซับซ้อนที่ทอดตัวต่อเนื่องกัน
ไฮไลต์: จุดชมวิวภูเขา บรรยากาศอากาศเย็น แนวภูเขาสลับซับซ้อน และธรรมชาติของพื้นที่สูง
ภูฟ้าไทยมีลักษณะเป็นพื้นที่บนดอยที่เหมาะกับการชมทิวทัศน์และสัมผัสบรรยากาศของภูเขา โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ช่วยขับรายละเอียดของแนวสันเขาและหุบเขาให้เด่นชัด ทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวพื้นที่สูง
ในฤดูหนาวอากาศบนภูเขามักเย็นกว่าพื้นที่ราบ นักท่องเที่ยวควรเตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากตั้งใจเดินทางมาชมวิวช่วงเช้าตรู่ สภาพอากาศบนดอยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง
การท่องเที่ยวภูฟ้าไทยเหมาะกับผู้รักธรรมชาติและนักถ่ายภาพที่ต้องการเก็บภาพแนวภูเขากว้างไกล นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นจุดหมายในเส้นทางสำรวจพื้นที่ภูเขาของจังหวัดเชียงรายร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่อยู่ใกล้เคียง
การเที่ยวพื้นที่ธรรมชาติควรคำนึงถึงความปลอดภัยและการรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด ไม่รบกวนชุมชน และไม่นำขยะทิ้งไว้บนภูเขา เพื่อคงความสวยงามของสถานที่สำหรับผู้มาเยือนคนต่อไป
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายโดยใช้เส้นทางตามตำแหน่ง GPS ของภูฟ้าไทย และตรวจสอบเส้นทางขึ้นเขาในช่วงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ควรเลือกเดินทางในเวลากลางวันหากไม่คุ้นเคยกับพื้นที่
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ภูฟ้าไทย

19. วนอุทยานพญาพิภักดิ์ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ธรรมชาติบนภูเขาที่มีความสำคัญด้านการอนุรักษ์และมีทิวทัศน์ของแนวเขาในภาคเหนือเป็นจุดเด่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศึกษาธรรมชาติและเดินทางพักผ่อนท่ามกลางสภาพแวดล้อมของพื้นที่สูง
ไฮไลต์: ภูมิทัศน์ภูเขา จุดชมวิวธรรมชาติ พื้นที่ป่าไม้ และบรรยากาศสงบบนพื้นที่สูง
วนอุทยานพญาพิภักดิ์มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ภูเขาที่สัมพันธ์กับแนวป่าและสภาพแวดล้อมธรรมชาติ การเดินทางมาเยือนช่วยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์และเรียนรู้ความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีบทบาทต่อการรักษาทรัพยากรป่าไม้และความสมดุลของระบบนิเวศ
ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวภูเขา เนื่องจากมีอากาศเย็นและสามารถเดินชมธรรมชาติได้สะดวกในหลายวัน ความงามของพื้นที่ขึ้นอยู่กับแสงและสภาพอากาศ โดยในช่วงเช้าสามารถสัมผัสบรรยากาศหมอกและความชุ่มชื้นของภูเขาได้เมื่อมีสภาพอากาศเหมาะสม
ผู้สนใจการถ่ายภาพภูมิทัศน์สามารถเลือกจุดชมวิวที่เปิดให้เข้าถึงและใช้เวลาเก็บภาพธรรมชาติอย่างไม่เร่งรีบ สำหรับการเดินตามเส้นทางป่าควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการเดินเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้ท่องเที่ยว
วนอุทยานแห่งนี้เหมาะกับผู้รักธรรมชาติและผู้ที่ชอบความสงบ สามารถเชื่อมโยงกับจุดชมวิวภูเขาในจังหวัดเชียงรายได้ตามเส้นทางที่เหมาะสม โดยควรศึกษาข้อกำหนดการเข้าใช้พื้นที่และสภาพถนนก่อนเดินทาง
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงรายเดินทางไปตามตำแหน่ง GPS ของวนอุทยานพญาพิภักดิ์ โดยตรวจสอบถนนทางเข้าพื้นที่และจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือวันที่มีหมอกจัด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานพญาพิภักดิ์

20. โครงการพระราชดำริดอยบ่อ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โดยมีความสำคัญด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ภูมิประเทศโดยรอบเป็นแนวภูเขาและพื้นที่ธรรมชาติที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของภาคเหนือ
ไฮไลต์: เรียนรู้แนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง ภูมิทัศน์ภูเขา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชนที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม
โครงการพัฒนาบนพื้นที่สูงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ทรัพยากรกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ การศึกษาแนวทางพัฒนาของโครงการพระราชดำริดอยบ่อจึงช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ต้นน้ำ ป่าไม้ การเกษตร และวิถีชีวิตของชุมชนในภูมิประเทศภูเขา
สภาพแวดล้อมของดอยบ่อมีความน่าสนใจด้านภูมิประเทศและบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะฤดูหนาวซึ่งมีอากาศเย็นและเหมาะกับการเดินทางสำรวจพื้นที่สูง ผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้สามารถศึกษาการดำเนินงานและกิจกรรมของโครงการตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชม
การมาเยือนสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาควรให้ความสำคัญกับระเบียบการเข้าใช้พื้นที่ เนื่องจากบางบริเวณอาจเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานหรือพื้นที่ชุมชนที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชมตลอดเวลา การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จะช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างเหมาะสม
โครงการพระราชดำริดอยบ่อเหมาะสำหรับผู้สนใจธรรมชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวภูเขาแห่งอื่นในจังหวัดเชียงราย โดยเน้นการเรียนรู้และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายตามตำแหน่ง GPS ของโครงการพระราชดำริดอยบ่อ และตรวจสอบทางเข้าหรือขั้นตอนติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ดำเนินงาน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง โครงการพระราชดำริดอยบ่อ

21. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน โดยมีพื้นที่สำคัญบริเวณอำเภอปัวและครอบคลุมแนวภูเขาหลายอำเภอ เป็นหนึ่งในผืนป่าภูเขาขนาดใหญ่ของภาคเหนือที่มีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศต้นน้ำ และการอนุรักษ์พรรณไม้หายาก ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีระดับความสูงแตกต่างกัน ทำให้อุทยานแห่งนี้มีบรรยากาศธรรมชาติที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็น ชมวิวภูเขา และเรียนรู้ธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: ถนนลอยฟ้าเส้นทางปัว–บ่อเกลือ จุดชมวิว 1715 พรรณไม้ชมพูภูคา ป่าดิบเขา ป่าสนธรรมชาติ และภูมิทัศน์ของยอดดอยภูแว
อุทยานแห่งชาติดอยภูคามีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงต่อเนื่องกันเป็นแนวยาว ภายในมีสภาพป่าหลายประเภท ตั้งแต่ป่าดิบเขาที่มีความชุ่มชื้นสูง ป่าสนธรรมชาติ ไปจนถึงป่าเบญจพรรณในพื้นที่ระดับต่ำกว่า ความหลากหลายของสภาพป่าส่งผลให้บริเวณนี้เป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงพรรณไม้หายากอย่างชมพูภูคาซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอุทยาน
เส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมคือถนนหมายเลข 1256 ระหว่างอำเภอปัวกับอำเภอบ่อเกลือ ซึ่งคดเคี้ยวผ่านแนวภูเขาและพื้นที่ป่า นักท่องเที่ยวสามารถแวะจุดชมวิวที่กำหนดเพื่อมองเห็นภูเขาซ้อนกันหลายชั้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและท้องฟ้าเปิด เส้นทางนี้มีเสน่ห์ทั้งจากภูมิทัศน์ธรรมชาติและการเดินทางผ่านพื้นที่ชุมชนบนดอย
นอกจากการขับรถชมวิวแล้ว อุทยานยังมีพื้นที่สำหรับศึกษาธรรมชาติและเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับป่าภูเขา นักท่องเที่ยวที่สนใจการเดินป่าควรตรวจสอบเส้นทางที่ได้รับอนุญาตและข้อกำหนดของอุทยานก่อนเดินทาง เนื่องจากบางพื้นที่เป็นเขตอนุรักษ์ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง
ดอยภูคาเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการเที่ยวจังหวัดน่านแบบหลายวัน สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอำเภอปัว บ่อเกลือ และชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการเดินทางบนถนนภูเขาและการแวะชมวิวตามจุดต่าง ๆ
การเดินทาง: จากตัวเมืองน่านเดินทางไปอำเภอปัว แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ขึ้นสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ถนนมีทางโค้งและทางลาดชันต่อเนื่อง ควรตรวจสภาพรถและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

22. ดอยตีดู้ว์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองแคว ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นจุดชมวิวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านทะเลหมอกและทิวทัศน์ของแนวเขาสลับซับซ้อน จุดเด่นของพื้นที่อยู่ที่การมองเห็นภูมิประเทศจากมุมสูงและบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ต้องการสัมผัสธรรมชาติในช่วงหน้าหนาวโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังดอยที่อยู่ไกลจากตัวเมืองมากนัก
ไฮไลต์: จุดชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น แนวภูเขาที่ทอดตัวต่อเนื่อง และบรรยากาศธรรมชาติของชุมชนบ้านสองแคว
ดอยตีดู้ว์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพธรรมชาติ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเอื้อต่อการมองเห็นหุบเขาและแนวภูเขากว้างไกล ในวันที่ความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสม หมอกจะลอยปกคลุมพื้นที่ต่ำและเกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามเมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านภูเขา
จุดชมวิวแห่งนี้เคยเป็นที่รู้จักจากทางเดินและมุมถ่ายภาพที่ยื่นออกไปจากแนวเขา อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างกลางแจ้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพการใช้งาน นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกใช้เฉพาะจุดที่เปิดให้เข้าถึงและมีความปลอดภัย ไม่ขึ้นไปบนโครงสร้างที่ปิดใช้งานหรือชำรุด
เสน่ห์อีกประการหนึ่งของดอยตีดู้ว์คือการได้สัมผัสพื้นที่ชุมชนบนภูเขา นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้บรรยากาศชนบทของจังหวัดน่านและชมภูมิประเทศที่เปลี่ยนจากพื้นที่เมืองสู่แนวเขา การเดินทางช่วงเช้าควรเตรียมเสื้อกันหนาวและรองเท้าที่เหมาะกับพื้นดินซึ่งอาจชื้นจากน้ำค้าง
ดอยตีดู้ว์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการชมวิวและถ่ายภาพ รวมถึงนักเดินทางที่จัดทริปในอำเภอเมืองน่านและต้องการเพิ่มกิจกรรมธรรมชาติ ควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากการเข้าชมจุดชมวิวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการดูแลของชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองน่านเดินทางไปยังตำบลสะเนียนและบ้านสองแคว แล้วใช้เส้นทางเข้าสู่จุดชมวิวดอยตีดู้ว์ตามที่ชุมชนกำหนด ควรสอบถามสภาพถนนและสถานะพื้นที่ก่อนเดินทางขึ้นเขา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยตีดู้ว์

23. ดอยสวนยาหลวง ตั้งอยู่บริเวณบ้านสันเจริญ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นจุดชมวิวบนพื้นที่สูงที่มีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ของแนวภูเขาและหุบเขาที่ทอดตัวต่อเนื่องกัน บริเวณยอดดอยมีบรรยากาศเงียบสงบและอากาศเย็น เหมาะสำหรับการเดินทางชมธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น แนวภูเขาซ้อนกันหลายชั้น และวิถีชีวิตชุมชนบ้านสันเจริญ
ความน่าสนใจของดอยสวนยาหลวงอยู่ที่การชมทิวทัศน์จากพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดน่าน ในช่วงเช้าที่สภาพอากาศเหมาะสมจะมีหมอกลอยปกคลุมตามหุบเขา ขณะที่แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องผ่านแนวสันเขา ทำให้เกิดภาพธรรมชาติที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาลและช่วงเวลาของวัน
พื้นที่บริเวณดอยเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านสันเจริญ ซึ่งมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับการเกษตรบนพื้นที่สูง การเดินทางขึ้นมาชมวิวจึงเป็นโอกาสสัมผัสทั้งความงามของธรรมชาติและบรรยากาศชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรเคารพพื้นที่เกษตร ไม่รบกวนการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน และไม่ทิ้งขยะไว้ในบริเวณจุดชมวิว
ช่วงฤดูหนาวมีอากาศเย็นโดยเฉพาะเวลาเช้ามืด ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นควรเตรียมเสื้อกันหนาว ไฟฉาย และรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นที่ลาดชัน รวมถึงตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะหากมีหมอกหนามากอาจทำให้ทัศนวิสัยบนถนนและจุดชมวิวลดลง
ดอยสวนยาหลวงเหมาะสำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติและผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอำเภอท่าวังผาและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นในจังหวัดน่าน โดยควรเผื่อเวลาเดินทางขึ้นลงภูเขาให้เพียงพอ
การเดินทาง: จากตัวเมืองน่านเดินทางไปอำเภอท่าวังผา จากนั้นเข้าสู่ตำบลผาทองและบ้านสันเจริญ แล้วเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวดอยสวนยาหลวงตามเส้นทางท้องถิ่น
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยสวนยาหลวง

24. วนอุทยานถ้ำผาตูบ ตั้งอยู่ในตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นด้านภูเขาหินปูนและถ้ำซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาตลอดระยะเวลายาวนาน พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าภูเขาและเรียนรู้ลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างจากยอดดอยสูงซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกทั่วไป
ไฮไลต์: ภูเขาหินปูน ถ้ำธรรมชาติ หินงอกหินย้อย ป่าไม้บนพื้นที่หินปูน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ความน่าสนใจของวนอุทยานถ้ำผาตูบอยู่ที่กลุ่มภูเขาหินปูนซึ่งมีโพรงถ้ำและรูปทรงหินที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ ภายในถ้ำบางแห่งพบหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม กระบวนการเกิดถ้ำช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ หินปูน และการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ
บริเวณโดยรอบมีสังคมพืชที่ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศหินปูน ทำให้การเดินชมธรรมชาติในพื้นที่มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวป่าดิบเขาบนดอยสูง นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตลักษณะของหน้าผา พรรณไม้ และสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ของป่าภูเขาหินปูน
การเข้าชมถ้ำควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นถ้ำอาจเปียกลื่นและมีแสงสว่างจำกัด ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
วนอุทยานถ้ำผาตูบเหมาะสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบการเรียนรู้ธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสายธรณีวิทยา และผู้ที่ต้องการเที่ยวสถานที่ธรรมชาติใกล้ตัวเมืองน่าน โดยสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมืองได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองน่านใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน–ปัว–ทุ่งช้าง มุ่งหน้าไปยังวนอุทยานถ้ำผาตูบ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานถ้ำผาตูบ

25. สุสานหอยดอยภูแว ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาที่เชื่อมโยงกับบ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและธรณีวิทยาที่มีความโดดเด่นจากการพบซากหอยโบราณในชั้นหินบนพื้นที่สูง สถานที่แห่งนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในอดีตและช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติทางธรณีวิทยาของภูเขาทางภาคเหนือ
ไฮไลต์: ซากหอยโบราณในชั้นหิน ธรณีวิทยาภูเขา ทิวทัศน์ดอยภูแว และบรรยากาศธรรมชาติของพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์
สุสานหอยดอยภูแวมีความน่าสนใจจากหลักฐานทางธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ในชั้นหิน การพบซากหอยจำนวนมากบนพื้นที่ภูเขาทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในอดีตและกระบวนการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก โดยผู้มาเยือนสามารถศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยาควบคู่กับการชมธรรมชาติของภูเขา
ภูมิประเทศโดยรอบมีแนวเขาและป่าไม้ที่สร้างทิวทัศน์แตกต่างจากจุดชมวิวทะเลหมอกทั่วไป ในช่วงฤดูหนาวสภาพอากาศเย็นและท้องฟ้าที่เปิดในบางวันช่วยให้การเดินทางชมภูเขามีบรรยากาศน่าสนใจ นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพสามารถเก็บภาพทั้งลักษณะชั้นหินและภูมิทัศน์ของพื้นที่สูงได้
พื้นที่ดอยภูแวเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ซึ่งมีความสำคัญด้านวิถีชีวิตบนดอย นักท่องเที่ยวสามารถจัดการเดินทางให้มีเวลาเรียนรู้ชุมชนและภูมิประเทศโดยรอบ โดยควรเคารพพื้นที่ทำกินและปฏิบัติตามข้อกำหนดของจุดท่องเที่ยวธรรมชาติ
ผู้ที่สนใจเดินตามเส้นทางธรรมชาติควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ภูเขา น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็น และไม่เก็บซากดึกดำบรรพ์หรือชิ้นส่วนหินออกจากพื้นที่ เพราะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในการศึกษาทางธรณีวิทยา
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองน่านไปทางอำเภอทุ่งช้างและเข้าสู่พื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังสุสานหอยดอยภูแว ควรตรวจสอบสภาพถนนและการเข้าถึงพื้นที่ก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สุสานหอยดอยภูแว

26. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่ตามแนวภูเขาระหว่างอำเภอแม่แตงกับอำเภอปาย เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของภาคเหนือสำหรับการชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนในฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมวิวดอยกิ่วลม ทะเลหมอกยามเช้า พระอาทิตย์ขึ้นเหนือแนวเขา ป่าต้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติภายในอุทยาน
อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงต่อเนื่องกันและมีหุบเขาหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาและหมอกในช่วงเช้าตรู่ ความงามของพื้นที่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ โดยวันที่หมอกปกคลุมหุบเขาจะเห็นทิวทัศน์คล้ายทะเลสีขาวอยู่เบื้องล่าง ขณะที่วันฟ้าเปิดสามารถมองเห็นรายละเอียดของภูเขาได้ชัดเจน
พื้นที่อุทยานยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งต้นน้ำและผืนป่าที่เชื่อมโยงระบบนิเวศของจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ภายในมีป่าหลายประเภทและเป็นพื้นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ การเดินทางจึงเหมาะทั้งกับการพักผ่อนและการเรียนรู้ความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าเขา
การชมทะเลหมอกเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพักค้างคืนเพื่อออกมาชมวิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ควรเตรียมเครื่องแต่งกายกันหนาวและตรวจข้อกำหนดเกี่ยวกับการพักค้างคืนหรือการใช้พื้นที่กางเต็นท์ของอุทยานล่วงหน้า
อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ คู่รัก ครอบครัว และนักถ่ายภาพ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอำเภอปายและพื้นที่ภูเขาระหว่างเชียงใหม่–แม่ฮ่องสอนได้ โดยต้องเผื่อเวลาเดินทางบนถนนคดเคี้ยวและระมัดระวังช่วงที่มีหมอกหนา
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปทางอำเภอแม่แตง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้าสู่อำเภอปาย จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

27. ปางอุ๋ง หรือโครงการสวนป่าในพระราชดำริ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากอ่างเก็บน้ำท่ามกลางป่าสนและภูเขา บรรยากาศยามเช้าที่มีหมอกลอยเหนือผิวน้ำทำให้ปางอุ๋งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือนมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: อ่างเก็บน้ำกลางหุบเขา ป่าสน หมอกเหนือผิวน้ำยามเช้า ทิวทัศน์ภูเขา และบรรยากาศพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
เสน่ห์ของปางอุ๋งอยู่ที่การผสมผสานระหว่างผืนน้ำและป่าสนซึ่งเรียงรายอยู่ตามแนวริมอ่างเก็บน้ำ ในช่วงเช้าที่อากาศเย็นและความชื้นเหมาะสมจะมีหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำ โดยแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านต้นสนช่วยสร้างภาพธรรมชาติที่มีบรรยากาศสงบและแตกต่างจากจุดชมวิวภูเขาทั่วไป
พื้นที่แห่งนี้เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตองภายใต้แนวพระราชดำริ ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่สูง การท่องเที่ยวจึงสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ความสำคัญของป่าไม้ แหล่งน้ำ และวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยรอบ
นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมบรรยากาศรอบอ่างเก็บน้ำและถ่ายภาพธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่มีอากาศเย็นจัด การพักค้างคืนในพื้นที่ควรตรวจข้อกำหนดการจองและการเข้าพักก่อนเดินทาง เนื่องจากจำนวนผู้เข้าพักและการใช้พื้นที่อาจมีการจัดการเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม
ปางอุ๋งเหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ชอบพักผ่อนแบบสงบ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับหมู่บ้านรักไทยและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยเผื่อเวลาเดินทางขึ้นลงภูเขาให้เหมาะสม
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเดินทางไปทางบ้านหมอกจำแป่และเข้าสู่เส้นทางปางอุ๋งตามป้ายบอกทาง ถนนผ่านพื้นที่ภูเขาและมีทางโค้งหลายช่วง ควรเดินทางในเวลากลางวันหากไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ปางอุ๋ง

28. ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ตั้งอยู่ในตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงจากทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองซึ่งบานปกคลุมเนินเขาในช่วงปลายฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ความโดดเด่นของพื้นที่อยู่ที่การมองเห็นภูเขาหลายลูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเมื่อดอกบัวตองบานพร้อมกันเป็นบริเวณกว้าง
ไฮไลต์: ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองบนเนินเขา จุดชมวิวภูเขา การถ่ายภาพดอกไม้ตามฤดูกาล และทิวทัศน์อำเภอขุนยวม
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนด้านฤดูกาล โดยทั่วไปช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ซึ่งดอกบัวตองจะบานตามสภาพอากาศของแต่ละปี เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นดอกไม้สีเหลืองกระจายอยู่บนแนวเนินเขาสลับกับพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติ
ภูมิประเทศของดอยแม่อูคอเป็นเนินเขาต่อเนื่องกัน ทำให้สามารถชมทิวทัศน์ได้จากหลายมุม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมดอกไม้และถ่ายภาพตามจุดที่เปิดให้เข้าถึง โดยควรหลีกเลี่ยงการเดินลงไปเหยียบย่ำต้นบัวตองหรือพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่ได้จัดเป็นทางเดิน
นอกจากความสวยงามของดอกไม้แล้ว เส้นทางเดินทางไปดอยแม่อูคอยังมีเสน่ห์จากภูเขาและชุมชนในอำเภอขุนยวม นักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางแบบขับรถชมวิวสามารถใช้เวลาแวะชมภูมิประเทศระหว่างทางได้ โดยต้องระมัดระวังถนนภูเขาและการจราจรในช่วงที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก
ดอยแม่อูคอเหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และนักถ่ายภาพที่ต้องการชมดอกไม้บนภูเขา การเดินทางควรวางแผนให้ตรงกับช่วงดอกบาน เพราะนอกฤดูกาลพื้นที่จะมีลักษณะเป็นเนินเขาธรรมชาติ ไม่ได้มีทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองให้ชมตลอดปี
วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมตามฤดูกาลดอกบัวตองบาน โดยทั่วไปช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เวลาเปิดทำการ: เข้าชมพื้นที่ได้ตลอดวันตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเดินทางไปอำเภอขุนยวม แล้วใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลแม่อูคอและทุ่งดอกบัวตองตามป้ายบอกทาง ควรตรวจช่วงดอกบานก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

29. ดอยกิ่วลม ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างอำเภอปายกับอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจุดชมวิวภูเขาริมทางที่มีชื่อเสียงจากลักษณะภูมิประเทศซึ่งเปิดมุมมองออกไปยังแนวเขาและหุบเขาทั้งสองด้าน ดอยกิ่วลมเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างการเดินทางบนถนนสายภูเขาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ไฮไลต์: จุดชมวิวริมทางหลวงหมายเลข 1095 แนวภูเขาซ้อนกันหลายชั้น อากาศเย็นบนพื้นที่สูง และจุดพักชมวิวระหว่างเส้นทางปาย–ปางมะผ้า
ลักษณะเด่นของดอยกิ่วลมคือทำเลที่ตั้งอยู่บนแนวสันเขา ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศได้กว้างไกลทั้งสองด้าน ถนนที่ทอดผ่านพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว เนื่องจากมีโค้งและระดับความสูงที่เปลี่ยนไปตลอดเส้นทาง
ช่วงฤดูหนาวอากาศบริเวณจุดชมวิวมักเย็น โดยเฉพาะเวลาเช้าและช่วงเย็น หากสภาพอากาศเหมาะสมสามารถมองเห็นหมอกตามหุบเขาและแนวภูเขาที่ทอดตัวออกไปไกล นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพนิยมแวะเก็บภาพทิวทัศน์และบรรยากาศของเส้นทางภูเขา
ดอยกิ่วลมเป็นจุดแวะพักที่เหมาะสำหรับผู้ขับรถเที่ยวแม่ฮ่องสอน สามารถจัดร่วมกับอำเภอปาย ปางมะผ้า และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติใกล้เคียงได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนภูเขา จึงควรจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้และไม่ยืนถ่ายภาพบนผิวจราจรหรือบริเวณโค้งอันตราย
นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมครอบครัวสามารถใช้จุดชมวิวนี้เป็นสถานที่พักระหว่างทาง โดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล แต่ควรสวมเสื้อกันหนาวในช่วงที่มีลมแรงและระมัดระวังบริเวณขอบพื้นที่สูง
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 ระหว่างอำเภอปายกับอำเภอปางมะผ้า แล้วแวะจุดชมวิวดอยกิ่วลมตามป้ายบอกทาง ระหว่างทางมีโค้งและความลาดชันจำนวนมาก ควรขับด้วยความระมัดระวัง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยกิ่วลม

30. ดอยปุยหลวง ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจุดหมายท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์แนวเขา ป่าไม้ และบรรยากาศสงบของพื้นที่สูง เสน่ห์ของดอยแห่งนี้อยู่ที่ภูมิประเทศเปิดกว้างและประสบการณ์การเดินทางที่พาผู้มาเยือนเข้าใกล้ธรรมชาติของป่าภาคเหนือ
ไฮไลต์: ทิวทัศน์ภูเขา แนวสันเขา ป่าไม้บนพื้นที่สูง บรรยากาศสงบ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ดอยปุยหลวงมีภูมิประเทศเป็นแนวภูเขาที่สลับซับซ้อนและเชื่อมโยงกับผืนป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน การเดินทางมาเยือนช่วยให้ผู้รักธรรมชาติได้ชมความแตกต่างของภูมิประเทศจากพื้นที่ชุมชนสู่แนวป่าและพื้นที่สูง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวซึ่งมีอากาศเย็นและเหมาะกับการชมทิวทัศน์ในวันที่ท้องฟ้าเปิด
พื้นที่ธรรมชาติบนภูเขามีความสำคัญต่อระบบนิเวศและแหล่งต้นน้ำ การท่องเที่ยวดอยปุยหลวงจึงควรเน้นการเดินทางที่ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม ไม่ออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เก็บพืชหรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ แนวภูเขาและบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเดินทาง หากมีหมอกตามหุบเขาจะช่วยเพิ่มมิติให้ภูมิทัศน์ ขณะที่วันที่ฟ้าเปิดจะสามารถชมรายละเอียดของผืนป่าและแนวสันเขาได้ชัดเจนมากขึ้น
ดอยปุยหลวงเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและนักเดินทางที่ต้องการสำรวจพื้นที่ภูเขาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยควรศึกษาข้อกำหนดการเข้าพื้นที่และการเดินทางร่วมกับชุมชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเส้นทางบางส่วนอาจไม่เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและใช้ตำแหน่ง GPS เป็นจุดอ้างอิงสำหรับวางแผนเส้นทางสู่ดอยปุยหลวง ควรตรวจสอบทางเข้าและการเข้าถึงพื้นที่กับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางป่าหรือถนนภูเขาที่มีข้อจำกัด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยปุยหลวง

31. ดอยพุ่ยโค ตั้งอยู่ในตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจุดหมายท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งหญ้าบนยอดดอยและทิวทัศน์แนวเขาสลับซับซ้อน เสน่ห์ของดอยพุ่ยโคอยู่ที่ภูมิประเทศซึ่งเปิดโล่งเป็นบริเวณกว้าง ทำให้มองเห็นสันเขาและหุบเขาที่ทอดตัวต่อเนื่องกันได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและเหมาะสำหรับการเดินป่าชมธรรมชาติ
ไฮไลต์: ทุ่งหญ้าบนยอดดอย แนวสันเขา จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ทิวทัศน์ภูเขา และบรรยากาศการเดินป่าบนพื้นที่สูง
ดอยพุ่ยโคมีเอกลักษณ์แตกต่างจากภูเขาที่ปกคลุมด้วยป่าทึบ เพราะบริเวณยอดดอยมีพื้นที่ทุ่งหญ้าและแนวสันเขาที่เปิดมุมมองกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิประเทศของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจากมุมสูง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องผ่านแนวเขาและช่วงเย็นที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีเหนือทุ่งหญ้า ในบางวันที่สภาพอากาศเหมาะสมสามารถมองเห็นหมอกปกคลุมหุบเขาด้านล่างได้
การท่องเที่ยวดอยพุ่ยโคเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เส้นทางขึ้นสู่พื้นที่สูงมีลักษณะเป็นเส้นทางภูเขาที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ผู้เดินทางควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนดินและหญ้า น้ำดื่ม เสื้อกันหนาว และอุปกรณ์จำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งต้องออกเดินทางในช่วงที่ยังมีแสงสว่างน้อย
ความสวยงามของดอยแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดชมวิวบนยอดเขา แต่ยังรวมถึงบรรยากาศของพื้นที่ป่าและภูเขาระหว่างทางขึ้นดอย การเดินทางจึงเป็นโอกาสสัมผัสความหลากหลายของภูมิประเทศและความเงียบสงบที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีผู้คนหนาแน่น
ดอยพุ่ยโคเหมาะสำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพภูมิทัศน์ สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอสบเมยและพื้นที่ใกล้เคียง โดยควรประสานผู้ดูแลพื้นที่หรือชุมชนก่อนเดินทาง เพื่อให้ทราบเส้นทางที่เปิดให้ใช้และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเดินทางไปอำเภอสบเมยและเข้าสู่ตำบลแม่คะตวน จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังพื้นที่ดอยพุ่ยโค โดยควรประสานชุมชนเกี่ยวกับการเดินทางช่วงสุดท้ายและการใช้รถที่เหมาะกับเส้นทางภูเขา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยพุ่ยโค

32. ทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ ตั้งอยู่ในตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งชมดอกบัวตองบนภูเขาที่มีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ของดอกไม้สีเหลืองและแนวเขาที่ทอดตัวต่อเนื่องกัน จุดชมดอกบัวตองแห่งนี้อยู่ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ซึ่งเชื่อมโยงอำเภอแม่สะเรียงกับพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้สามารถแวะเที่ยวระหว่างการเดินทางได้
ไฮไลต์: ดอกบัวตองสีเหลืองตามเนินเขา จุดถ่ายภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ภูเขา และจุดแวะพักบนเส้นทางแม่สะเรียง–ฮอด
ดอยแม่เหาะมีชื่อเสียงจากดอกบัวตองซึ่งออกดอกตามฤดูกาล เมื่อถึงช่วงที่ดอกไม้บาน พื้นที่สีเขียวบนเนินเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสตัดกับแนวภูเขาด้านหลัง กลายเป็นภูมิทัศน์ที่เหมาะกับการถ่ายภาพและการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ โดยช่วงเวลาการบานแตกต่างกันตามสภาพอากาศของแต่ละปี
นอกจากความสวยงามของดอกไม้แล้ว ดอยแม่เหาะยังมีความน่าสนใจจากลักษณะภูเขาและถนนที่ทอดผ่านพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมวิวระหว่างเส้นทางจากอำเภอแม่สะเรียงไปอำเภอฮอด โดยไม่จำเป็นต้องจัดการเดินทางขึ้นดอยหลายวันเหมือนแหล่งเดินป่าที่อยู่ห่างไกล
การชมดอกไม้ควรใช้ทางเดินและจุดถ่ายภาพที่จัดไว้ ไม่เข้าไปเหยียบย่ำต้นบัวตองหรือเก็บดอกไม้กลับออกจากพื้นที่ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและความสวยงามของทุ่งดอกไม้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมเด็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดในบริเวณพื้นที่ลาดชันและริมถนน
ดอยแม่เหาะเหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และนักถ่ายภาพ โดยสามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอแม่สะเรียงและขุนยวมได้ หากต้องการชมบัวตองเป็นจุดประสงค์หลักควรตรวจสอบช่วงดอกบานก่อนออกเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอแม่สะเรียงใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าไปทางอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แล้วแวะบริเวณทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะตามป้ายบอกทาง ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัยและระมัดระวังรถที่สัญจรบนถนนสายหลัก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ

33. ทะเลหมอกหยุนไหล ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านสันติชล อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจุดชมวิวบนภูเขาที่มีชื่อเสียงจากทะเลหมอกยามเช้าและทิวทัศน์ของหุบเขาปาย ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนและตัวเมืองปายจากมุมสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นและมีโอกาสพบทะเลหมอกในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
ไฮไลต์: ทะเลหมอกยามเช้า พระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศน์หุบเขาปาย และบรรยากาศหมู่บ้านสันติชลที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีนยูนนาน
ชื่อหยุนไหลมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจีนยูนนานของชุมชนในพื้นที่ จุดชมวิวแห่งนี้จึงไม่ได้มีความน่าสนใจเพียงด้านธรรมชาติ แต่ยังสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของหมู่บ้านสันติชลซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ด้านอาหาร สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น
นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นจุดชมวิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อรอชมแสงแรกของวัน ในช่วงเช้าที่สภาพอากาศเหมาะสมจะมองเห็นหมอกลอยอยู่ตามหุบเขา ขณะที่แสงอาทิตย์ค่อย ๆ เปลี่ยนสีของท้องฟ้าและแนวภูเขา ทำให้บริเวณนี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพธรรมชาติที่ได้รับความนิยมของอำเภอปาย
หลังจากชมวิวสามารถเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านสันติชลเพื่อสัมผัสบรรยากาศชุมชนและเลือกชิมอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนยูนนาน การจัดเส้นทางท่องเที่ยวลักษณะนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งทิวทัศน์บนภูเขาและเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ภายในวันเดียว
ทะเลหมอกหยุนไหลเหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน ครอบครัว และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวในช่วงเช้ามืดและใช้ความระมัดระวังบนเส้นทางขึ้นจุดชมวิว โดยเฉพาะวันที่มีหมอกหนาหรือถนนชื้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองปายเดินทางไปหมู่บ้านสันติชล แล้วใช้เส้นทางขึ้นสู่จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล ช่วงขึ้นเขามีความลาดชัน ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและบริการรถท้องถิ่นก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทะเลหมอกหยุนไหล

34. บ้านยอดดอย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนบนพื้นที่สูงที่มีความโดดเด่นด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวม้ง โดยมีชื่อที่นักท่องเที่ยวบางส่วนรู้จักว่าเป็นหมู่บ้านม้งไมโครเวฟ พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและมีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับการชมธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: วิถีชีวิตชุมชนม้งบนพื้นที่สูง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทิวทัศน์ภูเขา และบรรยากาศหมู่บ้านบนดอย
บ้านยอดดอยสะท้อนลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบนภูเขาภาคเหนือ ซึ่งมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติ การประกอบอาชีพ การเกษตร และการสืบทอดวัฒนธรรมของชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์พื้นที่ นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้สามารถสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านและเรื่องราวของคนในท้องถิ่นได้
ภูมิประเทศโดยรอบเป็นแนวภูเขาที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน บางบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของพื้นที่ป่าและหุบเขา ในฤดูหนาวอากาศมักเย็นกว่าพื้นที่ราบ ทำให้การเดินเที่ยวชุมชนและชมธรรมชาติเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
การท่องเที่ยวบ้านยอดดอยควรให้ความสำคัญกับการเคารพวิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคล บ้านเรือน และกิจกรรมในพื้นที่ส่วนตัว ควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง รวมถึงเลือกสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่ชุมชน
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรม กลุ่มครอบครัว และนักเดินทางที่ต้องการรู้จักแม่ฮ่องสอนในมุมมองที่ลึกกว่าการชมธรรมชาติเพียงอย่างเดียว สามารถจัดร่วมกับจุดท่องเที่ยวบนภูเขาในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนได้ตามเส้นทางที่เหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเดินทางเข้าสู่ตำบลห้วยโป่ง แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นขึ้นสู่บ้านยอดดอย ถนนผ่านพื้นที่ภูเขา ควรตรวจสภาพเส้นทางและเดินทางในช่วงเวลากลางวัน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ้านยอดดอย

35. อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นด้านภูเขา ป่าไม้ แหล่งน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายประเภท ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ป่าต้นน้ำ ทำให้อุทยานแห่งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาระบบนิเวศของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ไฮไลต์: ถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ ผืนป่าภูเขา แหล่งน้ำธรรมชาติ และการท่องเที่ยวศึกษาระบบนิเวศ
ถ้ำปลาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน โดยมีบริเวณลำธารและโพรงหินที่เป็นแหล่งอาศัยของปลาธรรมชาติ ลักษณะพื้นที่มีความร่มรื่นจากต้นไม้และแหล่งน้ำ เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติระยะสั้นและเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างระบบนิเวศน้ำจืดกับภูมิประเทศหิน
น้ำตกผาเสื่อเป็นอีกจุดหมายสำคัญภายในพื้นที่อุทยาน มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านชั้นหินท่ามกลางป่าไม้ ปริมาณน้ำและความสวยงามของน้ำตกเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะหลังช่วงฝนตกที่ลำธารมีน้ำมากขึ้น นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามป้ายเตือนและไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยง
อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศภูเขาทางภาคเหนือ การเดินทางมาเยือนจึงไม่เพียงเป็นการชมความสวยงาม แต่ยังช่วยให้เห็นความสำคัญของการดูแลป่าไม้และต้นน้ำ
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุที่ต้องการชมธรรมชาติในจุดเข้าถึงสะดวก และนักเดินทางที่เที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลายวัน สามารถจัดเส้นทางร่วมกับพื้นที่ปางอุ๋ง บ้านรักไทย และสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างเหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้เส้นทางไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ โดยสามารถเลือกเข้าชมถ้ำปลาหรือน้ำตกผาเสื่อตามตำแหน่งและเส้นทางของแต่ละจุดท่องเที่ยว ควรตรวจสอบจุดหมายให้ตรงกับสถานที่ที่ต้องการแวะ

36. วนอุทยานภูลังกา ตั้งอยู่ในตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติบนภูเขาที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ทะเลหมอก ป่าดิบเขา และอากาศเย็น ภูมิประเทศของพื้นที่เป็นแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อนซึ่งสามารถมองเห็นสันเขาและหุบเขาได้กว้างไกล ทำให้ภูลังกาเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมวิวทะเลหมอก แนวภูเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบเขา พรรณไม้บนพื้นที่สูง และบรรยากาศอากาศเย็น
วนอุทยานภูลังกามีระบบนิเวศภูเขาที่สำคัญ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยป่าไม้และพรรณพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศบนที่สูง ความชุ่มชื้นของป่าช่วยให้บริเวณนี้มีบรรยากาศเย็นสบายในหลายช่วงของปี ขณะที่ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสำหรับการชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น
ในวันที่ความชื้นเหมาะสม หมอกจะลอยปกคลุมหุบเขาเบื้องล่างและเผยให้เห็นยอดเขาที่โผล่พ้นชั้นหมอกเป็นระยะ ภาพธรรมชาติลักษณะนี้เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ภูลังกาและดึงดูดนักถ่ายภาพจากหลายจังหวัด นอกจากทะเลหมอกแล้ว ทิวทัศน์ภูเขาในวันที่ท้องฟ้าเปิดก็มีความงดงามแตกต่างกันไป
การท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาสามารถเชื่อมโยงกับชุมชนบริเวณตำบลผาช้างน้อยและเส้นทางภูเขาในอำเภอปง นักท่องเที่ยวควรใช้เฉพาะเส้นทางที่เปิดให้เข้าชมและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่ เพื่อรักษาสภาพป่าและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ นักเดินทางสายถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางภูเขาในบรรยากาศสงบ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับจุดชมวิวภูลังกาในพื้นที่ใกล้เคียง โดยควรเผื่อเวลาสำหรับถนนภูเขาและการเดินทางช่วงเช้า
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางไปอำเภอปง แล้วเข้าสู่ตำบลผาช้างน้อยและพื้นที่วนอุทยานภูลังกาตามป้ายบอกทาง ถนนมีทางโค้งและความลาดชัน ควรตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานภูลังกา

37. อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงม่วน อำเภอปง และอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีภูมิประเทศเป็นภูเขา ป่าไม้ และลำห้วยหลายสาย อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านแหล่งอาศัยของนกยูงไทยและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อน
ไฮไลต์: นกยูงไทย น้ำตกธารสวรรค์ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และการศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยาน
อุทยานแห่งชาติดอยภูนางมีลักษณะป่าหลายประเภท โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าตามธรรมชาติ นกยูงไทยเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความสำคัญต่อพื้นที่และเป็นจุดสนใจของผู้ที่ชื่นชอบการศึกษาสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม การพบเห็นนกยูงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของสัตว์และสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลา
น้ำตกธารสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ได้รับความสนใจของอุทยาน มีลักษณะเป็นน้ำตกท่ามกลางป่าไม้และมีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติและพักผ่อน โดยควรตรวจสอบสภาพน้ำและข้อกำหนดการเข้าพื้นที่ก่อนทำกิจกรรมใกล้ลำธาร
การท่องเที่ยวอุทยานแห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ความสำคัญของป่าภูเขาและสัตว์ป่า ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะหากต้องการสังเกตนกหรือสัตว์ป่าในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติดอยภูนางเหมาะสำหรับครอบครัว ผู้รักธรรมชาติ และนักเดินทางที่สนใจศึกษาระบบนิเวศมากกว่าการชมทะเลหมอกเพียงอย่างเดียว สามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอเชียงม่วนและอำเภอปงได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางสู่อำเภอเชียงม่วน แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูนางตามป้ายบอกทาง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบจุดบริการหรือจุดท่องเที่ยวภายในอุทยานที่ต้องการไป เนื่องจากพื้นที่ครอบคลุมหลายอำเภอ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง

38. ภูลังกา-ฟินจาเบาะ ตั้งอยู่ในตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่โดดเด่นด้านจุดชมวิวและบรรยากาศทะเลหมอก โดยพื้นที่แห่งนี้เชื่อมโยงกับภูมิประเทศของภูลังกาซึ่งมีภูเขาสูงสลับซับซ้อนและหุบเขาที่เหมาะกับการชมธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมวิวภูลังกา ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น แนวสันเขา และการถ่ายภาพภูเขาจากมุมสูง
เสน่ห์สำคัญของภูลังกา-ฟินจาเบาะอยู่ที่การชมทิวทัศน์ภูเขาจากพื้นที่สูง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสมจะมีหมอกลอยอยู่ตามหุบเขา ทำให้มองเห็นแนวเขาโผล่พ้นชั้นหมอกเป็นภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่อำเภอปง
ภูมิประเทศโดยรอบมีทั้งป่าภูเขา แนวสันเขา และพื้นที่ชุมชนบนดอย นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาชมวิวและถ่ายภาพได้หลายช่วงเวลา โดยช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเหมาะกับการเก็บภาพแสงแรก ส่วนช่วงสายจะสามารถมองเห็นรายละเอียดของภูเขาและหุบเขาได้ชัดเจนเมื่อหมอกเริ่มจางลง
การท่องเที่ยวพื้นที่ภูลังกาควรให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมชาติ ไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังรบกวนผู้ที่พักอยู่ในชุมชน นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวิวตั้งแต่เช้าตรู่ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและวางแผนการเดินทางในช่วงที่มีแสงสว่างน้อยอย่างระมัดระวัง
ภูลังกา-ฟินจาเบาะเหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพธรรมชาติ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวนอุทยานภูลังกาและจุดท่องเที่ยวในอำเภอปง โดยเลือกพักค้างคืนในพื้นที่ที่เปิดให้บริการเพื่อให้มีเวลาชมบรรยากาศยามเช้า
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางไปอำเภอปงและตำบลผาช้างน้อย แล้วใช้เส้นทางเข้าสู่พื้นที่ภูลังกา-ฟินจาเบาะตามตำแหน่ง GPS ควรตรวจสภาพถนนและจุดจอดรถก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ภูลังกา-ฟินจาเบาะ

39. อุทยานแห่งชาติภูซาง ตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยา โดยมีพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอภูซาง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นด้านน้ำตกน้ำอุ่นตามธรรมชาติและระบบนิเวศป่าภูเขา ลักษณะพิเศษของน้ำตกภูซางทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากน้ำตกทั่วไป และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพะเยา
ไฮไลต์: น้ำตกภูซางซึ่งเป็นน้ำตกน้ำอุ่นตามธรรมชาติ ป่าภูเขา แหล่งน้ำธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
น้ำตกภูซางเป็นจุดหมายสำคัญของอุทยาน โดยน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินมีอุณหภูมิอุ่นกว่าน้ำตกทั่วไปจากลักษณะของแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้และภูมิประเทศป่าเขา ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความแตกต่างของระบบนิเวศน้ำและภูเขาภายในสถานที่เดียวกัน
พื้นที่อุทยานยังมีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำ ภายในมีสภาพป่าที่เป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ธรรมชาติหลายชนิด การเดินเที่ยวชมบริเวณน้ำตกจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้กับระบบน้ำในภูมิประเทศภูเขา
ในช่วงฤดูหนาว อากาศโดยรอบมักเย็นสบายและเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ สำหรับกิจกรรมใกล้น้ำตกควรปฏิบัติตามป้ายเตือนและข้อกำหนดของอุทยาน เพราะพื้นหินและบริเวณใกล้ลำธารอาจลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือบริเวณที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา
อุทยานแห่งชาติภูซางเหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติซึ่งเข้าถึงได้สะดวกกว่าการเดินป่าขึ้นยอดดอยสูง สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอภูซางและพื้นที่ใกล้เคียง โดยควรตรวจสอบจุดท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางไปยังอำเภอภูซาง แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูซางตามป้ายบอกทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปยังบริเวณจุดบริการนักท่องเที่ยวและน้ำตกที่เปิดให้เข้าชมได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติภูซาง

40. อ่างเก็บน้ำห้วยชมพู-ผาเทวดา ตั้งอยู่ในตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ โดยมีพื้นที่ผาเทวดาเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนชมธรรมชาติและเรียนรู้ลักษณะภูเขาของจังหวัดพะเยา
ไฮไลต์: อ่างเก็บน้ำกลางภูเขา ผาเทวดา ทิวทัศน์ป่าไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติ และกิจกรรมชมวิวหรือศึกษาธรรมชาติ
อ่างเก็บน้ำห้วยชมพูมีภูมิประเทศโดยรอบเป็นแนวภูเขาและพื้นที่ป่าที่สร้างบรรยากาศสงบ ผืนน้ำสะท้อนทิวทัศน์ของต้นไม้และแนวเขาในวันที่ลมสงบ ทำให้บริเวณนี้เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและการถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์มีมุมต่ำ
พื้นที่ผาเทวดาเป็นจุดที่เพิ่มความน่าสนใจด้านภูมิประเทศ เนื่องจากลักษณะหน้าผาและแนวหินแตกต่างจากบริเวณอ่างเก็บน้ำ การเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติที่มีความลาดชันควรตรวจสอบเส้นทางที่เปิดให้เข้าถึงและใช้บริการผู้ดูแลพื้นที่ตามความเหมาะสม
การท่องเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศในจังหวัดพะเยา นักท่องเที่ยวควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจรบกวนสัตว์ป่าหรือทำลายพืชพรรณ
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวิวโดยไม่ต้องเดินทางขึ้นยอดดอยสูง หากสนใจกิจกรรมเดินป่าหรือกิจกรรมผจญภัยบริเวณผาเทวดา ควรประสานผู้ดูแลพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขด้านความปลอดภัยและการเข้าถึง
การเดินทาง: จากตัวเมืองพะเยาเดินทางไปอำเภอดอกคำใต้และเข้าสู่ตำบลสันโค้ง จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยชมพู-ผาเทวดาตามป้ายบอกทางและตำแหน่ง GPS

41. ทะเลหมอกเขาค้อ ตั้งอยู่ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวบนพื้นที่สูงที่มีชื่อเสียงด้านการชมทะเลหมอกและทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและแนวภูเขาต่อเนื่องกัน ทำให้ในช่วงที่มีความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสมสามารถมองเห็นหมอกปกคลุมพื้นที่ต่ำคล้ายทะเลสีขาว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นและชมธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: ทะเลหมอกยามเช้า พระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศน์ภูเขา จุดชมวิวในอำเภอเขาค้อ และบรรยากาศพักผ่อนบนพื้นที่สูง
เขาค้อมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวเขาและหุบเขาที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน ความชื้นในอากาศร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิสามารถทำให้เกิดหมอกตามหุบเขา โดยเฉพาะช่วงเช้าเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ภาพของหมอกที่ลอยอยู่ระหว่างแนวเขาและแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ส่องผ่านเป็นหนึ่งในเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวพื้นที่แห่งนี้
ความน่าสนใจของเขาค้อไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทะเลหมอก เพราะภูมิประเทศของพื้นที่ยังเหมาะกับการขับรถชมวิวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแวะจุดชมวิวต่าง ๆ และใช้เวลาสัมผัสบรรยากาศของภูเขาได้ตลอดวัน แม้ในวันที่ไม่มีทะเลหมอกก็ยังสามารถชมแนวเขาและท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีตามช่วงเวลาได้
การท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวควรเตรียมเครื่องแต่งกายกันหนาว โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจออกมาชมวิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถนนบางช่วงอาจมีหมอกหนาจนทัศนวิสัยลดลง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถและเผื่อเวลาเดินทางให้เพียงพอ
ทะเลหมอกเขาค้อเหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับภูทับเบิก อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และสถานที่ท่องเที่ยวบนภูเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยควรเลือกเที่ยวตามโซนเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางย้อนเส้นทางโดยไม่จำเป็น
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบูรณ์เดินทางเข้าสู่อำเภอเขาค้อและใช้เส้นทางไปยังจุดชมวิวตามตำแหน่ง GPS นักท่องเที่ยวที่ขับรถส่วนตัวควรตรวจสภาพถนนและเลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ทะเลหมอกเขาค้อ

42. จุดชมวิวภูค้อ ตั้งอยู่ในอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 สายหล่มสัก–ชุมแพ เป็นจุดชมวิวภูเขาที่มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์กว้างไกลและบรรยากาศของพื้นที่สูง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแนวภูเขาในวันที่ท้องฟ้าเปิด
ไฮไลต์: จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศน์ภูกระดึงและภูผาจิต แนวภูเขาสลับซับซ้อน และจุดพักชมวิวริมทางหลวงหมายเลข 12
จุดชมวิวภูค้อเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการแวะพักระหว่างเดินทางบนเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งตัดผ่านภูเขาระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความโดดเด่นของจุดชมวิวอยู่ที่มุมมองกว้างซึ่งสามารถเห็นแนวภูเขาและหุบเขาที่ทอดตัวออกไปไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น เพราะแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านแนวภูเขาช่วยสร้างความแตกต่างของสีและเงาบนภูมิประเทศ ในวันที่มีความชื้นเหมาะสมอาจพบหมอกลอยตามหุบเขา ส่วนวันที่ท้องฟ้าเปิดจะสามารถชมรูปทรงของยอดเขาได้ชัดเจนมากขึ้น
บริเวณจุดชมวิวมีลักษณะเป็นพื้นที่สูงติดเส้นทางคมนาคม จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเดินทางระหว่างจังหวัดและต้องการแวะพักชมธรรมชาติ ผู้เดินทางควรจอดรถในบริเวณที่จัดไว้และระมัดระวังการเดินใกล้ถนนหรือพื้นที่ลาดชัน
จุดชมวิวภูค้อเหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางสายถ่ายภาพ สามารถจัดร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอน้ำหนาวได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายหล่มสัก–ชุมแพ มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอน้ำหนาว โดยจุดชมวิวภูค้ออยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 46 ควรสังเกตป้ายบอกทางและจอดรถในพื้นที่ที่ปลอดภัย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง จุดชมวิวภูค้อ

43. ดอยตั่งเพ่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีความโดดเด่นด้านทิวทัศน์แนวเขาและบรรยากาศธรรมชาติ โดยพื้นที่แห่งนี้เชื่อมโยงกับภูมิประเทศเขาค้อและเส้นทางภูเขาที่ทอดต่อไปยังภูทับเบิก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการขับรถชมวิวและสัมผัสความสงบของพื้นที่สูง
ไฮไลต์: ทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อน จุดชมทะเลหมอกตามสภาพอากาศ บรรยากาศอากาศเย็น และเส้นทางธรรมชาติบนพื้นที่สูง
ดอยตั่งเพ่งมีภูมิประเทศเป็นแนวเนินเขาและพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้กว้างไกล ในช่วงเช้าที่อากาศมีความชื้นเหมาะสมอาจเกิดหมอกลอยปกคลุมตามหุบเขา ทำให้ภูเขาแต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกันตามระยะทาง ส่วนในวันที่ท้องฟ้าเปิดสามารถชมแนวสันเขาและผืนป่าได้ชัดเจน
เส้นทางท่องเที่ยวบริเวณดอยตั่งเพ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสภูมิประเทศภูเขาในมุมที่แตกต่างจากจุดท่องเที่ยวยอดนิยม นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินทางชมวิวและถ่ายภาพธรรมชาติ โดยควรเลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางการสัญจรบนถนนภูเขา
ในฤดูหนาวอากาศบนพื้นที่สูงอาจเย็นจัดโดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและช่วงเย็น ผู้เดินทางควรเตรียมเสื้อกันหนาวและใช้ความระมัดระวังบนถนนที่มีทางโค้ง รวมถึงตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าหากต้องเดินทางในช่วงที่อาจมีหมอกหนา
ดอยตั่งเพ่งเหมาะสำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติและผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพภูมิทัศน์ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเขาค้อและภูทับเบิกได้ตามความเหมาะสม โดยควรจัดเวลาเที่ยวแต่ละจุดให้ไม่เร่งรีบจนเกินไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบูรณ์หรืออำเภอหล่มสักใช้เส้นทางเข้าสู่พื้นที่เขาค้อ แล้วเดินทางต่อไปยังดอยตั่งเพ่งตามตำแหน่ง GPS ควรตรวจเส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหากใช้รถยนต์ส่วนตัว
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยตั่งเพ่ง

44. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์และมีพื้นที่ต่อเนื่องกับจังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศของภูมิประเทศภูเขา โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสน ป่าดิบ และป่าเบญจพรรณที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด อากาศในฤดูหนาวมีความเย็นและเหมาะกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ไฮไลต์: ป่าสนธรรมชาติ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ทิวทัศน์ภูเขา และการศึกษาระบบนิเวศป่าภาคเหนือ
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีภูมิประเทศเป็นแนวเขาและพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีความหลากหลายของสภาพป่าตามระดับความสูงและลักษณะพื้นที่ ป่าสนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สร้างเอกลักษณ์ให้ภูมิทัศน์ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านต้นสนและหมอกบางซึ่งอาจปรากฏในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
พื้นที่อุทยานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดท่องเที่ยวหลายแห่งที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศป่าเขา นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตพรรณไม้ สภาพป่า และร่องรอยการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม โดยควรปฏิบัติตามระเบียบของอุทยานและไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด
ช่วงฤดูหนาวเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมสำหรับการสัมผัสอากาศเย็นและพักผ่อนในพื้นที่ธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางพร้อมครอบครัวสามารถเลือกกิจกรรมชมวิวหรือเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ส่วนผู้ที่สนใจเส้นทางเดินป่าระยะไกลควรตรวจสอบข้อกำหนดและความพร้อมก่อนเดินทาง
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์กับจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเหมาะสำหรับการจัดทริปหลายวันร่วมกับจุดชมวิวภูค้อและสถานที่ธรรมชาติในอำเภอน้ำหนาว โดยเผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการชมธรรมชาติอย่างไม่เร่งรีบ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากจังหวัดเพชรบูรณ์เดินทางไปทางอำเภอหล่มสัก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปอำเภอน้ำหนาวและเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

45. อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตั้งอยู่ในตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นด้านภูเขา ป่าไม้ และน้ำตกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่า อุทยานแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินศึกษาธรรมชาติและต้องการสัมผัสความหลากหลายของระบบนิเวศภูเขา
ไฮไลต์: น้ำตกตาดหมอก น้ำตกสองนาง ป่าภูเขา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และทิวทัศน์ธรรมชาติของจังหวัดเพชรบูรณ์
อุทยานแห่งชาติตาดหมอกมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่มีลำห้วยและน้ำตกหลายแห่ง โดยน้ำตกตาดหมอกเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน ลักษณะการไหลของน้ำผ่านหน้าผาสูงและสภาพป่าที่รายล้อมสร้างบรรยากาศธรรมชาติที่มีความชุ่มชื้นและร่มรื่น
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสภาพป่าของพื้นที่ภูเขาอย่างใกล้ชิด ระหว่างทางสามารถสังเกตลักษณะพรรณไม้และระบบนิเวศริมลำธารได้ โดยควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นดินและหิน รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นเหมาะกับการเดินป่า แต่ปริมาณน้ำของน้ำตกอาจแตกต่างจากช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมน้ำตกควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและระยะเวลาที่เปิดให้เดินก่อนออกเดินทาง เพราะเส้นทางธรรมชาติบางช่วงอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาและความปลอดภัย
อุทยานแห่งชาติตาดหมอกเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่าและศึกษาธรรมชาติ รวมถึงกลุ่มเพื่อนที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้ง สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยเผื่อเวลาสำหรับการเดินเท้าและการพักผ่อนให้เพียงพอ
การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบูรณ์เดินทางเข้าสู่ตำบลนาป่า แล้วใช้เส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติตาดหมอกตามป้ายบอกทาง สำหรับผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางน้ำตกควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทราบรายละเอียดการเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

46. อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงซึ่งมีความโดดเด่นด้านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ป่าสน และภูมิประเทศที่มีลักษณะคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนา พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติและต้องการพักผ่อนท่ามกลางภูมิทัศน์เปิดโล่งในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: ทุ่งหญ้าสะวันนา ทุ่งแสลงหลวง ป่าสนธรรมชาติ ทิวทัศน์ภูเขา และบรรยากาศธรรมชาติของพื้นที่หนองแม่นา
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีลักษณะเด่นจากทุ่งหญ้ากว้างที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางป่าไม้และแนวภูเขา โดยบริเวณหนองแม่นาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพื่อชมภูมิประเทศซึ่งแตกต่างจากป่าภูเขาทั่วไป ทุ่งหญ้าและแนวต้นสนสร้างองค์ประกอบของทิวทัศน์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในช่วงเช้าและเย็น
ในฤดูหนาวอากาศเย็นและมีลมพัดผ่านพื้นที่เปิดโล่ง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศทุ่งหญ้าซึ่งมีความสำคัญต่อสัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยวควรใช้เฉพาะเส้นทางที่เปิดให้เข้าชมและไม่ขับรถออกนอกเส้นทางที่กำหนด
พื้นที่ทุ่งแสลงหลวงมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์เนื่องจากเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์ป่าหลายชนิด การเข้าไปเที่ยวชมจึงควรคำนึงถึงผลกระทบต่อธรรมชาติ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า และไม่นำพืชหรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และนักเดินทางที่ต้องการชมทุ่งหญ้าและป่าสน สามารถจัดร่วมกับการเที่ยวเขาค้อและพื้นที่ธรรมชาติในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยควรตรวจสอบสภาพถนนและจุดท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าถึงก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอเขาค้อเดินทางเข้าสู่ตำบลหนองแม่นา แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงตามเส้นทางที่กำหนด ถนนบางช่วงเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติ ควรสอบถามจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

47. วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่สุดของภาคเหนือและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวล้านนา ด้วยทำเลบนภูเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่จากมุมสูง ทำให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติไว้ด้วยกัน
ไฮไลต์: พระบรมธาตุดอยสุเทพ สถาปัตยกรรมล้านนา บันไดนาค จุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ และบรรยากาศวัดบนภูเขา
วัดพระธาตุดอยสุเทพมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความเชื่อของชาวล้านนา โดยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นจุดหมายของผู้แสวงบุญมาอย่างยาวนาน องค์พระธาตุสีทองและงานศิลปกรรมภายในวัดสะท้อนเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมล้านนาที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
การเดินทางเข้าสู่วัดสามารถใช้บันไดนาคซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสถานที่ ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศของวัดบนภูเขาและพื้นที่ป่าโดยรอบ เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณวัดจะมีจุดสำหรับสักการะพระธาตุและชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่จากมุมสูง
ในช่วงฤดูหนาวอากาศบนดอยสุเทพเย็นสบายกว่าพื้นที่ตัวเมือง โดยเฉพาะช่วงเช้าซึ่งมีบรรยากาศสงบเหมาะกับการสักการะและชมสถาปัตยกรรม นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาสนสถาน เช่น การถอดรองเท้าในบริเวณที่กำหนดและไม่รบกวนผู้ที่กำลังประกอบกิจกรรมทางศาสนา
วัดพระธาตุดอยสุเทพเหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม และผู้ที่มาเชียงใหม่ครั้งแรก สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยและสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ภายในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 19:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าสู่ดอยสุเทพ แล้วเดินทางตามถนนขึ้นเขาไปยังบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารท้องถิ่นที่ให้บริการในเส้นทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุดอยสุเทพ

48. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงตามแนวทางโครงการหลวง โดยมีบทบาทด้านการวิจัยและส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและสภาพอากาศของดอยอินทนนท์ สถานีแห่งนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: สวนดอกไม้เมืองหนาว แปลงพืชทดลอง พืชผักและไม้ดอกบนพื้นที่สูง บรรยากาศธรรมชาติของดอยอินทนนท์ และการเรียนรู้การเกษตรตามแนวทางโครงการหลวง
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมบนดอยภาคเหนือ โดยมีการส่งเสริมพืชที่เหมาะกับอากาศเย็นและภูมิประเทศบนพื้นที่สูง การดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการวิจัย การพัฒนาอาชีพ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดำรงชีวิตของชุมชนในพื้นที่
นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศของสวนและแปลงเกษตรที่เปิดให้เข้าชม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่พืชเมืองหนาวบางชนิดเจริญเติบโตได้ดี การเดินชมพื้นที่ช่วยให้เห็นความหลากหลายของไม้ดอกและผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการปรับตัวของการเพาะปลูกตามสภาพภูมิอากาศบนภูเขา
สถานีแห่งนี้มีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพดอกไม้และภูมิทัศน์การเกษตร โดยบรรยากาศของภูเขาและอากาศเย็นช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับการพักผ่อน อย่างไรก็ตาม พื้นที่จัดแสดงและกิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและการดำเนินงานของสถานี
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และจุดท่องเที่ยวในอำเภอจอมทอง โดยเผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการเดินชมพื้นที่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 ขึ้นดอยอินทนนท์ จากนั้นเดินทางไปบ้านขุนกลางและสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

49. วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ตั้งอยู่ในตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดสำคัญบนเนินเขาที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนาและทิวทัศน์ของพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด บรรยากาศวัดที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงทำให้สามารถผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงศรัทธากับการชมวิวธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
ไฮไลต์: พระธาตุดอยสะเก็ด สถาปัตยกรรมล้านนา จุดชมวิวอำเภอดอยสะเก็ด และบรรยากาศศาสนสถานบนเนินเขา
วัดพระธาตุดอยสะเก็ดเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน โดยมีพระธาตุเป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัด สถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรมภายในพื้นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของล้านนา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดเชียงใหม่
การเที่ยวชมวัดช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศสงบของศาสนสถานบนเนินเขา นอกจากการสักการะพระธาตุแล้ว ยังสามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอดอยสะเก็ดและพื้นที่โดยรอบได้จากจุดที่เปิดให้เข้าชม
ในช่วงฤดูหนาวอากาศบนพื้นที่สูงมีความเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมวัดและถ่ายภาพสถาปัตยกรรม นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการประกอบกิจกรรมทางศาสนา
วัดพระธาตุดอยสะเก็ดเหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้สนใจศิลปวัฒนธรรมล้านนา สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอดอยสะเก็ดและพื้นที่ทางตะวันออกของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างสะดวก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 มุ่งหน้าไปอำเภอดอยสะเก็ด แล้วเข้าสู่ตำบลเชิงดอยและวัดพระธาตุดอยสะเก็ดตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุดอยสะเก็ด

50. วัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่ในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดสำคัญบนเนินเขาที่มีชื่อเสียงด้านความศรัทธาและทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่จากมุมสูง วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่ได้รับความนิยมของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบรรยากาศที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมล้านนากับภูมิประเทศภูเขา
ไฮไลต์: พระธาตุดอยคำ หลวงพ่อทันใจ สถาปัตยกรรมล้านนา จุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ และบรรยากาศวัดบนเนินเขา
วัดพระธาตุดอยคำมีความสำคัญในฐานะสถานที่สักการะของชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว โดยมีพระธาตุและหลวงพ่อทันใจเป็นจุดศรัทธาที่ผู้คนเดินทางมาสักการะเป็นจำนวนมาก ภายในวัดมีองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของล้านนาและความเชื่อทางพระพุทธศาสนา
การตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้วัดมีจุดชมทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่และพื้นที่โดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบริเวณวัด สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบกว่าพื้นที่เมืองด้านล่าง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีอากาศเย็นสบาย
วัดพระธาตุดอยคำเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด หากมีผู้มาสักการะจำนวนมากควรหลีกเลี่ยงการยืนกีดขวางพื้นที่ประกอบพิธีหรือทางเดิน
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่สนใจศาสนสถานในเชียงใหม่ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวทางตอนใต้ของตัวเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางขึ้นภูเขาสูงเป็นเวลานาน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปทางตำบลแม่เหียะ แล้วใช้เส้นทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยคำตามป้ายบอกทาง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือบริการรถรับจ้างในพื้นที่ได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุดอยคำ
ตารางสรุป 50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว
| ชื่อบทความ | 50 ที่เที่ยวดอยภาคเหนือ เที่ยวหน้าหนาว |
| พื้นที่ท่องเที่ยว | จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา และเพชรบูรณ์ |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาสูง ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น ป่าดิบเขา ป่าสน ทุ่งหญ้าบนยอดดอย สวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่ชา ไร่กาแฟ ชุมชนบนพื้นที่สูง อุทยานแห่งชาติ และวัดบนภูเขา |
| ช่วงเวลาท่องเที่ยวแนะนำ | พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ สำหรับบรรยากาศฤดูหนาว โดยควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสภาพอากาศและฤดูกาลของแต่ละสถานที่ |
| เชียงใหม่ | 1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 2. ดอยอ่างขาง 3. ดอยเชียงดาว 4. ดอยม่อนแจ่ม 5. อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก 6. ดอยม่อนจอง 7. อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย 8. ดอยม่อนเงาะ 9. ดอยม่อนล่อง 10. จุดชมวิวฮาดู่บิ 11. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ 12. วัดพระธาตุดอยสุเทพ 13. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ 14. วัดพระธาตุดอยสะเก็ด 15. วัดพระธาตุดอยคำ |
| เชียงราย | 1. วนอุทยานภูชี้ฟ้า 2. ดอยแม่สลอง 3. ดอยผาฮี้ 4. ดอยช้าง 5. ภูฟ้าไทย 6. วนอุทยานพญาพิภักดิ์ 7. โครงการพระราชดำริดอยบ่อ |
| น่าน | 1. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน 2. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 3. ดอยตีดู้ว์ 4. ดอยสวนยาหลวง 5. วนอุทยานถ้ำผาตูบ 6. สุสานหอยดอยภูแว |
| แม่ฮ่องสอน | 1. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง 2. ปางอุ๋ง 3. ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ 4. ดอยกิ่วลม 5. ดอยปุยหลวง 6. ดอยพุ่ยโค 7. ทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ 8. ทะเลหมอกหยุนไหล 9. บ้านยอดดอย 10. อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ |
| พะเยา | 1. วนอุทยานภูลังกา 2. อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง 3. ภูลังกา-ฟินจาเบาะ 4. อุทยานแห่งชาติภูซาง 5. อ่างเก็บน้ำห้วยชมพู-ผาเทวดา |
| เพชรบูรณ์ | 1. ภูทับเบิก 2. ทะเลหมอกเขาค้อ 3. จุดชมวิวภูค้อ 4. ดอยตั่งเพ่ง 5. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว 6. อุทยานแห่งชาติตาดหมอก 7. อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) |
| จุดชมทะเลหมอกยอดนิยม | 1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย 2. ดอยม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่ 3. ดอยเสมอดาว ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน 4. ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่–แม่ฮ่องสอน 5. ทะเลหมอกหยุนไหล จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6. ภูลังกา จังหวัดพะเยา 7. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 8. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ |
| เหมาะสำหรับครอบครัวและเด็ก | 1. ดอยม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 2. วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ 3. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 4. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5. อุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา 6. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ |
| เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการเดินป่า | 1. ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 2. ดอยม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่ 3. อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ 4. ดอยพุ่ยโค จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน 6. อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ 7. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ การเดินป่าบางเส้นทางต้องได้รับอนุญาตหรือใช้เจ้าหน้าที่นำทาง |
| เหมาะสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมและชุมชน | 1. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย 2. ดอยผาฮี้ จังหวัดเชียงราย 3. ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย 4. บ้านยอดดอย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5. วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ 6. วัดพระธาตุดอยคำ จังหวัดเชียงใหม่ 7. วัดพระธาตุดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ |
| จุดชมดอกไม้ฤดูหนาว | 1. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ 2. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 3. ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 4. ทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ควรตรวจสอบช่วงดอกบานจริงก่อนเดินทาง |
| แหล่งเรียนรู้การเกษตรบนพื้นที่สูง | 1. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ 2. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จังหวัดเชียงใหม่ 4. ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย 5. ดอยผาฮี้ จังหวัดเชียงราย 6. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย |
| อาหารพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น | 1. อาหารล้านนา เช่น น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแกงฮังเล 2. อาหารจีนยูนนานในชุมชนดอยแม่สลองและสันติชล 3. ชาและผลิตภัณฑ์จากไร่ชาดอยแม่สลอง 4. กาแฟอาราบิก้าจากดอยช้างและดอยผาฮี้ 5. ผ้าทอและสินค้าหัตถกรรมจากชุมชนบนพื้นที่สูง 6. ผลผลิตเกษตรเมืองหนาวตามฤดูกาล |
| โซนแนะนำสำหรับเลือกที่พัก | 1. ตัวเมืองเชียงใหม่ — เหมาะสำหรับดอยสุเทพและทริปวันเดียว 2. แม่ริม–แม่แตง — เหมาะสำหรับม่อนแจ่มและเส้นทางภูเขาใกล้เคียง 3. ฝาง — เหมาะสำหรับดอยอ่างขางและดอยฟ้าห่มปก 4. ตัวเมืองเชียงราย–แม่จัน — เหมาะสำหรับดอยแม่สลองและภูเขาทางตอนเหนือ 5. ปัว–บ่อเกลือ — เหมาะสำหรับดอยภูคา 6. ปาย — เหมาะสำหรับหยุนไหล ห้วยน้ำดัง และดอยกิ่วลม 7. ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน — เหมาะสำหรับปางอุ๋งและถ้ำปลา-ผาเสื่อ 8. อำเภอปง — เหมาะสำหรับภูลังกา 9. เขาค้อ — เหมาะสำหรับทริปทะเลหมอกจังหวัดเพชรบูรณ์ |
| การเดินทางที่เหมาะสม | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าช่วยให้จัดเส้นทางได้ยืดหยุ่นที่สุด โดยควรใช้รถและผู้ขับขี่ที่เหมาะกับถนนภูเขา บางพื้นที่จำเป็นต้องใช้บริการรถท้องถิ่น เดินเท้า หรือขออนุญาตหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่ |
| สิ่งที่ควรเตรียม | เสื้อกันหนาว รองเท้าสำหรับเดินภูเขา ไฟฉาย น้ำดื่ม ยาประจำตัว อุปกรณ์สื่อสาร แผนที่ออฟไลน์ และข้อมูลจุดพักระหว่างทาง |
| ข้อควรระวัง | หมอกหนา ถนนลาดชัน ทางโค้งต่อเนื่อง อากาศเย็นจัดในช่วงเช้ามืด ข้อจำกัดการเข้าพื้นที่อนุรักษ์ และความแตกต่างของเวลาเปิดให้เข้าชมตามแต่ละสถานที่ |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะ ไม่เดินออกนอกเส้นทาง ไม่เก็บพืชหรือทรัพยากรธรรมชาติ ไม่รบกวนสัตว์ป่า เคารพวัฒนธรรมชุมชน และปฏิบัติตามระเบียบพื้นที่อนุรักษ์ |
ตารางแผนเที่ยวดอยภาคเหนือแนะนำ 1–7 วัน
| 1 วัน — เชียงใหม่: ดอยสุเทพและวัฒนธรรมล้านนา | 1. เช้า — วัดพระธาตุดอยสุเทพ 2. สาย — ชมธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย 3. บ่าย — เดินทางกลับตัวเมืองเชียงใหม่และพักผ่อน |
| 1 วัน — เชียงใหม่: ดอยอินทนนท์ | 1. เช้ามืด — ออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปดอยอินทนนท์ 2. เช้า — ชมจุดสูงสุดของประเทศไทยและเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เปิดให้เข้าชม 3. บ่าย — สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ 4. เย็น — เดินทางกลับอำเภอจอมทองหรือเชียงใหม่ |
| 1 วัน — เชียงราย: วัฒนธรรมดอยแม่สลอง | 1. เช้า — ออกเดินทางจากเชียงรายไปดอยแม่สลอง 2. สาย — ชมวิวไร่ชาและบรรยากาศชุมชน 3. บ่าย — ชิมชาและอาหารท้องถิ่น 4. เย็น — เดินทางกลับเชียงราย |
| 1 วัน — เพชรบูรณ์: เขาค้อ | 1. เช้า — ชมทะเลหมอกเขาค้อตามสภาพอากาศ 2. สาย — ขับรถชมทิวทัศน์ในอำเภอเขาค้อ 3. บ่าย — เที่ยวจุดธรรมชาติใกล้เคียงที่เปิดให้เข้าชม 4. เย็น — พักผ่อนในพื้นที่เขาค้อ |
| 2 วัน 1 คืน — เชียงใหม่: แม่ริมและแม่แตง | 1. วันที่ 1 — ดอยม่อนแจ่มและสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอแม่ริม พักค้างคืนในโซนแม่ริม–แม่แตง 2. วันที่ 2 — ดอยม่อนเงาะหรือศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ แล้วเดินทางกลับเชียงใหม่ |
| 2 วัน 1 คืน — พะเยา: ภูลังกา | 1. วันที่ 1 — เดินทางสู่อำเภอปงและตำบลผาช้างน้อย ชมวิวพื้นที่ภูลังกา พักค้างคืนในบริเวณใกล้เคียง 2. วันที่ 2 — ชมทะเลหมอกยามเช้าที่จุดชมวิวซึ่งเปิดให้บริการ แล้วเดินทางกลับ |
| 3 วัน 2 คืน — เชียงใหม่: อินทนนท์และเส้นทางธรรมชาติ | 1. วันที่ 1 — เดินทางสู่อำเภอจอมทองและพักค้างคืน 2. วันที่ 2 — อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดชมวิว และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เปิดให้เข้าชม 3. วันที่ 3 — สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แล้วเดินทางกลับเชียงใหม่ |
| 3 วัน 2 คืน — น่าน: ปัวและดอยภูคา | 1. วันที่ 1 — เดินทางจากตัวเมืองน่านสู่อำเภอปัว พักค้างคืน 2. วันที่ 2 — อุทยานแห่งชาติดอยภูคาและจุดชมวิวบนทางหลวงหมายเลข 1256 พักโซนปัวหรือบ่อเกลือ 3. วันที่ 3 — ชมบรรยากาศชุมชนและภูเขาระหว่างเส้นทางกลับตัวเมืองน่าน |
| 3 วัน 2 คืน — แม่ฮ่องสอน: ปายและห้วยน้ำดัง | 1. วันที่ 1 — เดินทางจากเชียงใหม่ผ่านอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเข้าสู่อำเภอปาย พักค้างคืน 2. วันที่ 2 — ชมทะเลหมอกหยุนไหลยามเช้า เที่ยวหมู่บ้านสันติชลและพื้นที่ปาย 3. วันที่ 3 — เดินทางกลับเชียงใหม่ตามเส้นทางเดิม |
| 4 วัน 3 คืน — เชียงราย: ภูชี้ฟ้าและดอยแม่สลอง | 1. วันที่ 1 — เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปโซนภูชี้ฟ้า พักค้างคืน 2. วันที่ 2 — ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูชี้ฟ้า แล้วเดินทางกลับพักในตัวเมืองเชียงราย 3. วันที่ 3 — เดินทางสู่ดอยแม่สลอง ชมไร่ชาและวัฒนธรรมชุมชน พักค้างคืน 4. วันที่ 4 — เดินทางกลับเชียงรายและพักผ่อนระหว่างทาง |
| 4 วัน 3 คืน — แม่ฮ่องสอน: ปาย ปางมะผ้า และตัวเมือง | 1. วันที่ 1 — เชียงใหม่–ปาย พักค้างคืนในอำเภอปาย 2. วันที่ 2 — ทะเลหมอกหยุนไหล ดอยกิ่วลม และเดินทางไปตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 3. วันที่ 3 — ปางอุ๋งและอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ พักค้างคืนในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 4. วันที่ 4 — เดินทางกลับโดยเผื่อเวลาสำหรับถนนภูเขา |
| 5 วัน 4 คืน — น่าน: เมืองน่าน ปัว และอุทยานแห่งชาติศรีน่าน | 1. วันที่ 1 — เดินทางถึงตัวเมืองน่าน พักค้างคืน 2. วันที่ 2 — วนอุทยานถ้ำผาตูบ แล้วเดินทางไปอำเภอปัว 3. วันที่ 3 — อุทยานแห่งชาติดอยภูคาและเส้นทางปัว–บ่อเกลือ 4. วันที่ 4 — เดินทางกลับผ่านตัวเมืองน่าน ลงสู่อำเภอนาน้อย พักในโซนที่เหมาะกับการเที่ยววันถัดไป 5. วันที่ 5 — ชมวิวบริเวณอุทยานแห่งชาติศรีน่านและเดินทางกลับ |
| 5 วัน 4 คืน — เพชรบูรณ์: เขาค้อ ภูทับเบิก และน้ำหนาว | 1. วันที่ 1 — เดินทางถึงเขาค้อและพักค้างคืน 2. วันที่ 2 — ชมทะเลหมอกเขาค้อและอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 3. วันที่ 3 — เดินทางไปภูทับเบิกและชมภูมิทัศน์ภูเขา 4. วันที่ 4 — เดินทางจากโซนหล่มสักไปอำเภอน้ำหนาวและจุดชมวิวภูค้อ 5. วันที่ 5 — เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในจุดที่เปิดให้ชมแล้วเดินทางกลับ |
| 6–7 วัน — เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน | 1. วันที่ 1 — เชียงใหม่และวัดพระธาตุดอยสุเทพ 2. วันที่ 2 — เชียงใหม่–แม่แตง–ห้วยน้ำดัง–ปาย 3. วันที่ 3 — ทะเลหมอกหยุนไหลและเที่ยวอำเภอปาย 4. วันที่ 4 — ดอยกิ่วลม–ปางมะผ้า–ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 5. วันที่ 5 — ปางอุ๋งและอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ 6. วันที่ 6 — เดินทางจากแม่ฮ่องสอนสู่อำเภอแม่สะเรียงและแวะจุดท่องเที่ยวตามฤดูกาล 7. วันที่ 7 — เดินทางจากแม่สะเรียงกลับเชียงใหม่ผ่านอำเภอฮอด |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวดอยภาคเหนือหน้าหนาว เดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ได้รับความนิยม เนื่องจากอากาศเย็นและเหมาะกับการชมภูเขา อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหมาะสมแตกต่างกันตามระดับความสูง สภาพอากาศ และประเภทของสถานที่ โดยเฉพาะทุ่งดอกไม้ที่มีฤดูกาลบานเฉพาะช่วง
ถาม: ดอยภาคเหนือแห่งไหนเหมาะกับการชมทะเลหมอกมากที่สุด?
ตอบ: จุดชมทะเลหมอกที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ห้วยน้ำดังและทะเลหมอกหยุนไหล จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูลังกา จังหวัดพะเยา และเขาค้อกับภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ การเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับความชื้น อุณหภูมิ ลม และสภาพอากาศในแต่ละวัน
ถาม: เที่ยวดอยภาคเหนือครั้งแรกควรเริ่มจากที่ไหน?
ตอบ: หากเริ่มเดินทางจากเชียงใหม่ สามารถเลือกดอยสุเทพ ดอยม่อนแจ่ม หรือดอยอินทนนท์ตามเวลาที่มี หากเริ่มจากเชียงราย สามารถเลือกดอยแม่สลอง ส่วนผู้เดินทางไปเพชรบูรณ์สามารถเริ่มจากเขาค้อ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่พักผ่อนหลายแห่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ถาม: หากมีเวลาเที่ยวเพียง 1 วัน ควรเลือกดอยไหนดี?
ตอบ: ควรเลือกดอยที่อยู่ในระยะเดินทางเหมาะสมจากเมืองที่พัก เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพและอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยจากตัวเมืองเชียงใหม่ หรือเขาค้อสำหรับผู้ที่พักอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ การกำหนดสถานที่หลักเพียง 1–2 แห่งจะช่วยให้ไม่ต้องเร่งเดินทางบนถนนภูเขา
ถาม: ดอยอินทนนท์กับดอยอ่างขางแตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ดอยอินทนนท์โดดเด่นด้านยอดเขาสูงที่สุดของประเทศไทย ป่าดิบเขาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ส่วนดอยอ่างขางมีชื่อเสียงด้านสถานีเกษตร พืชเมืองหนาว สวนดอกไม้ และภูมิทัศน์ชุมชนบนพื้นที่สูง ทั้งสองแห่งเหมาะกับการเที่ยวหน้าหนาว แต่ให้ประสบการณ์ต่างกัน
ถาม: เที่ยวดอยภาคเหนือแบบครอบครัวมีเด็กเล็กควรไปไหน?
ตอบ: สถานที่ที่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว ได้แก่ ดอยม่อนแจ่ม วัดพระธาตุดอยสุเทพ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ปางอุ๋ง และอุทยานแห่งชาติภูซาง โดยควรเลือกจุดชมวิวหรือเส้นทางที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับวัยของเด็ก
ถาม: ผู้สูงอายุสามารถเที่ยวดอยภาคเหนือได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเลือกเที่ยวสถานที่ที่เข้าถึงด้วยรถยนต์และมีระยะเดินไม่มาก เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ ดอยม่อนแจ่ม เขาค้อ หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีจุดบริการชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางลาดชันและการเดินป่าระยะไกลหากไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย
ถาม: ดอยไหนเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายเดินป่า?
ตอบ: ดอยเชียงดาว ดอยม่อนจอง ดอยฟ้าห่มปก และดอยพุ่ยโคเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชอบการเดินป่า แต่การเข้าใช้เส้นทางบางแห่งมีข้อกำหนดเรื่องการจอง การอนุญาต ช่วงเวลาเปิดเส้นทาง หรือเจ้าหน้าที่นำทาง จึงต้องตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเที่ยวดอยภาคเหนือได้ไหม?
ตอบ: สามารถเที่ยวได้บางเส้นทาง โดยใช้รถโดยสารสาธารณะไปยังเมืองหรืออำเภอหลัก แล้วต่อรถท้องถิ่น รถเช่าพร้อมคนขับ หรือบริการนำเที่ยวตามพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ดอยบางแห่งไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึงโดยตรง จึงควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
ถาม: หากต้องการชมไร่ชาและกาแฟบนดอยควรไปที่ไหน?
ตอบ: ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงรายมีชื่อเสียงด้านไร่ชาและวัฒนธรรมจีนยูนนาน ส่วนดอยช้างและดอยผาฮี้เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านกาแฟบนพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิถีการผลิตและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นตามสถานที่ที่เปิดให้เข้าชม
ถาม: เที่ยวดอยหน้าหนาวควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนภูเขา ไฟฉาย น้ำดื่ม ยาประจำตัว อุปกรณ์สื่อสาร และข้อมูลเส้นทางสำรอง หากขับรถเองควรตรวจระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะก่อนเดินทางขึ้นถนนภูเขาที่มีทางโค้งหรือหมอกหนา
ถาม: จุดชมดอกไม้บนดอยภาคเหนือมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ดอยอ่างขางและสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ มีความโดดเด่นด้านพืชและดอกไม้เมืองหนาว ส่วนดอยแม่อูคอและดอยแม่เหาะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกบัวตองตามฤดูกาล โดยควรตรวจช่วงดอกบานก่อนเดินทาง
ถาม: เที่ยวดอยภาคเหนือ 3 วัน 2 คืนควรเลือกจังหวัดไหน?
ตอบ: จังหวัดเชียงใหม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวดอยอินทนนท์หรือเส้นทางแม่ริม–แม่แตง จังหวัดน่านเหมาะกับเส้นทางปัว–ดอยภูคา ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเหมาะกับการเที่ยวปายและห้วยน้ำดัง ทั้งนี้ควรเลือกพื้นที่หลักเพียงหนึ่งโซนเพื่อให้มีเวลาเที่ยวเพียงพอ
ถาม: มีข้อควรระวังอะไรในการเที่ยวดอยช่วงฤดูหนาว?
ตอบ: สิ่งสำคัญคืออากาศเย็นจัดในบางพื้นที่ หมอกหนาที่ทำให้มองเห็นถนนไม่ชัด ถนนลาดชันและทางโค้ง รวมถึงข้อจำกัดการเข้าพื้นที่อุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนเดินทางและไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
ถาม: เที่ยวดอยอย่างไรให้ไม่กระทบธรรมชาติและชุมชน?
ตอบ: ควรใช้เส้นทางที่กำหนด นำขยะกลับออกจากพื้นที่ ไม่เก็บพืชหรือหิน ไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพคนในชุมชน รวมถึงสนับสนุนสินค้าและบริการของผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเหมาะสม
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



