หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เวียงแก่น
>ต.ปอ
> วนอุทยานภูชี้ฟ้า
TL;DR: วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เปิดเปิดทุกวัน เวลา 04:30–18:00 น. จุดเด่นคือ ยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น สูง 1,200–1,628 เมตร มีทุ่งหญ้าบนยอดภูและหน้าผาชายแดนไทย–ลาว.
วนอุทยานภูชี้ฟ้า
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 04:30–18:00 น.
ภูชี้ฟ้า เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเชียงรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ และยังคงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และวิวภูเขาสูงบนแนวชายแดนไทย–ลาวแบบใกล้ชิด จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่ปลายยอดผาหินซึ่งยื่นแหลมขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับนิ้วมือที่ชี้ขึ้นสู่ฟ้า จนกลายมาเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” และทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นภาพจำของการท่องเที่ยวเชียงรายในฤดูหนาวมานานหลายปี
วนอุทยานภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่ป่าโซน C ตามแผนที่ Zoning โดยมีเนื้อที่ที่สำรวจและเห็นควรจัดตั้งเป็นวนอุทยานประมาณ 2,500 ไร่ และกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 พื้นที่ทั้งหมดครอบคลุมยอดเขาสำคัญในเทือกเขาดอยผาหม่นซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย–สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
อาณาเขตของวนอุทยานภูชี้ฟ้ามีความชัดเจนตามลักษณะภูมิประเทศ โดยทิศเหนือและทิศตะวันตกจดทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ทิศใต้จดสันเขา และทิศตะวันออกจดสันเขารวมถึงแนวชายแดนไทย–ลาว ทำให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งความโดดเด่นทางธรรมชาติและความสำคัญด้านภูมิศาสตร์ในเวลาเดียวกัน เมื่อขึ้นมาถึงภูชี้ฟ้า นักท่องเที่ยวจะรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่เพียงจุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีลักษณะภูมิประเทศเฉพาะตัวและมีบรรยากาศที่ต่างจากพื้นที่ราบด้านล่างอย่างชัดเจน
ลักษณะภูมิประเทศของภูชี้ฟ้าเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น มีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 1,200 เมตร ไปจนถึง 1,628 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่บริเวณจุดชมวิวหลักของภูชี้ฟ้า ความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้สภาพภูมิประเทศมีทั้งทางลาดเชิงเขา สันเขา และหน้าผาสูงชัน โดยเฉพาะด้านที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งเป็นหน้าผาสูงและเปิดมุมมองกว้างไกลออกไปยังหุบเขาและแนวภูเขาซับซ้อนเบื้องล่าง ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเชียงรายอย่างแท้จริง
ด้วยระดับความสูงและทำเลที่ตั้งบนแนวสันเขาชายแดน ทำให้อากาศบนภูชี้ฟ้าค่อนข้างเย็นเกือบตลอดปี แม้ระบบฤดูกาลจะยังเป็นแบบมรสุมเมืองร้อนตามลักษณะทั่วไปของภาคเหนือ แต่สภาพอากาศบนยอดเขาจะให้ความรู้สึกเย็นและสดชื่นมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม และฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เพราะมีโอกาสเห็นทะเลหมอก อากาศหนาว และทิวทัศน์ที่คมชัดสวยงามเป็นพิเศษในยามเช้า
สภาพป่าของภูชี้ฟ้าเป็นป่าดิบเขา ยกเว้นบริเวณยอดภูซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างประมาณ 300 ไร่ ความแตกต่างของพืชพรรณระหว่างเชิงเขาและยอดเขาเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของที่นี่ พันธุ์ไม้สำคัญที่พบได้ ได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยาน หว้า เหมือด สารภี จำปาป่า และจำปีป่า ส่วนพืชพื้นล่างมีทั้งเอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส และเฟิร์นอีกหลายชนิด สภาพเช่นนี้ทำให้พื้นที่มีความหลากหลายทางพืชสูงมาก และในแต่ละฤดูกาลก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปตามดอกไม้และสีของทุ่งหญ้า
สัตว์ป่าที่มีรายงานว่าพบเห็นในพื้นที่ก็มีความหลากหลายไม่น้อย ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง กระจง หมูป่า อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือปลา แมวป่า เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า กระรอกบิน และกระแต กลุ่มนกที่พบได้มีทั้งนกเขา เหยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูด นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกกวัก นกขุนทอง นกนางแอ่น นกยูง นกตะขาบ นกหัวขวาน นกดุเหว่า ไก่ป่า และไก่ฟ้า นอกจากนี้ยังมีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และปลาน้ำจืดอีกหลายชนิด สะท้อนให้เห็นว่าภูชี้ฟ้าไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิว แต่ยังเป็นระบบนิเวศภูเขาสูงที่มีคุณค่าทางธรรมชาติอย่างชัดเจน
แหล่งท่องเที่ยวหลักของพื้นที่ก็คือยอดภูชี้ฟ้าเอง ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ความโดดเด่นที่สุดอยู่ที่หน้าผาสูงชันด้านฝั่งลาว และปลายยอดผาที่ชี้แหลมขึ้นไปบนฟ้าราวกับนิ้วมือ ภาพนี้เองที่ทำให้ภูชี้ฟ้ากลายเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะในฤดูหนาว ช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทะเลหมอกสีขาวลอยต่ำอยู่เหนือหุบเขา และเมื่อแสงแรกของวันค่อย ๆ สาดกระทบแนวภูเขา ภูชี้ฟ้าจะเผยความงดงามออกมาอย่างเต็มที่
บรรยากาศของการมาเที่ยวภูชี้ฟ้ามักเริ่มต้นตั้งแต่คืนก่อนหน้า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมค้างแรมบริเวณบ้านร่มฟ้าทองซึ่งอยู่ห่างจากจุดชมวิวประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเดินขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้า เส้นทางเดินขึ้นไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับดอยหลายแห่ง แต่ก็ให้ความรู้สึกของการค่อย ๆ ไต่ระดับเข้าสู่จุดชมวิวที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอากาศเย็น กลิ่นหญ้า และแสงแรกของวันซึ่งค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศของภูเขาจากความมืดสู่ความสดใส
อีกเสน่ห์สำคัญของภูชี้ฟ้าอยู่ที่ความงามตามฤดูกาล ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวมีโอกาสเห็นแปลงนางพญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่งระหว่างทางขึ้นหรือในพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเสี้ยวดอกขาวรอบภูชี้ฟ้าจะออกดอกเต็มเชิงเขา ช่วยเพิ่มสีสันและทำให้เส้นทางขึ้นดอยมีบรรยากาศละมุนต่างจากช่วงอื่นอย่างชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจที่ฤดูหนาวของภูชี้ฟ้าจะเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจเดินทางมาโดยเฉพาะ
กิจกรรมหลักของวนอุทยานภูชี้ฟ้า ได้แก่ ชมพรรณไม้ แค็มป์ปิ้ง และชมทิวทัศน์ แต่ในทางปฏิบัติ ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน คนที่มาถึงช่วงเย็นจะได้เห็นบรรยากาศพระอาทิตย์ตกและความเงียบสงบบนดอย ส่วนคนที่ตื่นเช้าจะได้รางวัลเป็นทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้า สำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพ ภูชี้ฟ้าเป็นสถานที่ที่ให้ภาพหลากหลายมาก ทั้งแนวทุ่งหญ้า ลานกว้าง ปลายผาชี้ฟ้า แสงเช้า ทะเลหมอก และวิวภูเขาฝั่งลาว
ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก วนอุทยานภูชี้ฟ้าไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมของทางอุทยานไว้บริการ หากนักท่องเที่ยวต้องการพักแรม สามารถนำเต็นท์ไปกางเองได้ โดยทางวนอุทยานได้จัดพื้นที่และห้องสุขาไว้รองรับ ส่วนอาหารควรเตรียมไปเองและติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงปัจจุบันบริเวณบ้านร่มฟ้าทองและเส้นทางขึ้นภูชี้ฟ้ามีที่พักเอกชน โฮมสเตย์ รีสอร์ท และจุดกางเต็นท์จำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวมีตัวเลือกหลากหลายกว่าการพักในพื้นที่ของอุทยานเพียงอย่างเดียว
การเดินทางไปภูชี้ฟ้าแม้จะเป็นเส้นทางภูเขา แต่ถือว่าสะดวกพอสมควรสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองเชียงรายมีระยะทางประมาณ 144 กิโลเมตร โดยเส้นทางหลักที่นิยมคือการเดินทางผ่านอำเภอเทิง แล้วต่อไปตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง ด่านบ้านฮวก และศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น เส้นทางนี้เป็นทางลาดยางส่วนใหญ่และมีบางช่วงที่เคยเป็นทางดินลูกรังตามข้อมูลเดิมของพื้นที่ แต่ปัจจุบันเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางขึ้นภูชี้ฟ้ากันอย่างต่อเนื่อง และยังเชื่อมต่อไปยังดอยผาตั้งได้อีกด้วย
การเดินทาง หากออกจากตัวเมืองเชียงราย ควรวางแผนเวลาเดินทางให้ดีเพราะระยะทางค่อนข้างไกลและเส้นทางมีความคดเคี้ยวตามแนวภูเขา ผู้ที่ต้องการชมทะเลหมอกยามเช้ามักนิยมเดินทางขึ้นไปพักแรม 1 คืนในบ้านร่มฟ้าทองหรือบ้านร่มฟ้าไทยก่อน ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็สามารถทำได้ แต่ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดหรือเช้ามากเพื่อให้มีเวลาสัมผัสบรรยากาศบนยอดภูได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถจัดทริปต่อเนื่องไปยังดอยผาตั้งซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 25 กิโลเมตรตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ได้อีกด้วย
หนึ่งในเหตุผลที่ภูชี้ฟ้ายังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง คือความสมดุลระหว่างความงดงามและความเข้าถึงง่าย แม้จะเป็นยอดเขาสูงบนแนวชายแดน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้การเดินป่าหนักแบบหลายชั่วโมงก็สามารถขึ้นไปสัมผัสวิวระดับแถวหน้าของประเทศได้ จึงเหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้สูงอายุที่ยังเดินไหว ครอบครัว และช่างภาพที่ต้องการเดินทางไปเก็บภาพทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นโดยไม่ต้องผจญเส้นทางโหดเกินไป
สำหรับคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่ให้ทั้งวิวสวย อากาศหนาว ธรรมชาติบนภูเขาสูง และบรรยากาศของหมู่บ้านบนดอย ภูชี้ฟ้ายังคงเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์อย่างมาก ไม่ว่าจะมาเพื่อชมทะเลหมอก ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ชมเสี้ยวดอกขาว หรือเพียงแค่อยากยืนรับลมหนาวบนแนวสันเขาที่มองเห็นผืนแผ่นดินลาวเบื้องล่าง ที่นี่ก็ยังคงให้ประสบการณ์ที่งดงามและน่าจดจำเสมอ
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานภูชี้ฟ้า |
| ที่ตั้ง | บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | โซนทางขึ้นภูชี้ฟ้า บ้านร่มฟ้าทอง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย |
| พิกัด | ประมาณ 19.849, 100.451 |
| ไฮไลต์ | จุดชมวิวภูชี้ฟ้า, ทะเลหมอกยามเช้า, พระอาทิตย์ขึ้น, แนวผาชายแดนไทย–ลาว, นางพญาเสือโคร่ง และเสี้ยวดอกขาวตามฤดูกาล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | กรมป่าไม้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลักษณะปลายยอดผาหินที่ชี้แหลมขึ้นสู่ท้องฟ้าคล้ายนิ้วมือ |
| ลักษณะเด่น | ยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น สูง 1,200–1,628 เมตร มีทุ่งหญ้าบนยอดภูและหน้าผาชายแดนไทย–ลาว |
| การเดินทาง | ห่างตัวเมืองเชียงรายประมาณ 144 กม. ใช้เส้นทางผ่านอำเภอเทิงและทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ไปยังบ้านร่มฟ้าทองและทางขึ้นภูชี้ฟ้า |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดให้เข้าชม และมีการดูแลพื้นที่ภายใต้การจัดการของอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 04:30–18:00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานกางเต็นท์, ห้องน้ำ, ลานจอดรถ, จุดบริการนักท่องเที่ยว, เส้นทางเดินขึ้นจุดชมวิว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | จุดชมวิวภูชี้ฟ้า, ทางเดินขึ้นยอดภู, โซนบ้านร่มฟ้าทอง, โซนบ้านร่มฟ้าไทย, ลานกางเต็นท์และจุดพักชมวิว |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 084 807 9848, 053 714914, 092 992 6578 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า-Phu Chi Fa National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวภูชี้ดาว 8 กม. 2. ดอยผาตั้ง 25 กม. 3. ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น 15 กม. 4. ด่านบ้านฮวก 21 กม. 5. น้ำตกภูซาง 37 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารภูชี้ฟ้ารีสอร์ท 2 กม. โทร 053 329676, 081 952 2519 2. ภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออย 2 กม. โทร 089 461 3464 3. จั๋นสม Home & Cafe 2 กม. โทร 084 486 1152 4. ร้านอาหารบ้านระเบียงฟ้า 2 กม. โทร 081 885 5721, 089 876 8565 5. ร้านอาหารในลานจอดรถบ้านร่มฟ้าทอง 1 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านระเบียงฟ้า ภูชี้ฟ้า 2 กม. โทร 081 885 5721, 089 876 8565 2. บ้านร่มฟ้าโฮมสเตย์ 2 กม. โทร 089 838 6330 3. ภูชี้ฟ้ายอดมณีรีสอร์ท 1 กม. โทร 086 117 8183, 089 929 9080 4. Memory House ภูชี้ฟ้า 3 กม. โทร 093 234 8661 5. คุ้มดอกเสี้ยวรีสอร์ท 4 กม. โทร 087 172 0520 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ภูชี้ฟ้าอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: ภูชี้ฟ้าอยู่ในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย บริเวณแนวชายแดนไทย–ลาว บนเทือกเขาดอยผาหม่น
ถาม: ภูชี้ฟ้าเปิดกี่โมง?
ตอบ: ข้อมูลที่เผยแพร่สำหรับนักท่องเที่ยวระบุว่าพื้นที่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดประมาณ 04:30 น. ไปจนถึงช่วงเย็นราว 18:00 น.
ถาม: ภูชี้ฟ้าต้องค้างคืนไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องค้างคืน แต่ถ้าต้องการชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นแบบสะดวก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมพักที่บ้านร่มฟ้าทองหรือบ้านร่มฟ้าไทย 1 คืนก่อนขึ้นยอดภูในตอนเช้ามืด
ถาม: ช่วงไหนสวยที่สุดในการไปภูชี้ฟ้า?
ตอบ: ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะอากาศเย็น มีโอกาสเห็นทะเลหมอก และมีดอกนางพญาเสือโคร่งหรือเสี้ยวดอกขาวในบางช่วง
ถาม: ภูชี้ฟ้าเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ชอบจุดชมวิวภูเขา ทะเลหมอก แค็มป์ปิ้ง ถ่ายภาพธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศบนยอดดอยที่เดินขึ้นได้ไม่ยากเกินไป
ถาม: จากภูชี้ฟ้าไปดอยผาตั้งไกลไหม?
ตอบ: ระยะทางจากภูชี้ฟ้าไปดอยผาตั้งประมาณ 25 กิโลเมตรตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 จึงสามารถจัดเป็นทริปเที่ยวต่อเนื่องในวันเดียวกันได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
ทะเล และหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(