หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.ขุนตาล >ต.ยางฮอม > วนอุทยานพญาพิภักดิ์
TL;DR: วนอุทยานพญาพิภักดิ์ อยู่ที่ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย เปิดเปิดทุกวัน เวลา เปิดได้ตลอดวัน. จุดเด่นคือ ยอดเขาสูง 940–1,218 เมตร อากาศเย็น วิวภูเขากว้างไกล เหมาะชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในฤดูหนาว.
วนอุทยานพญาพิภักดิ์

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดได้ตลอดวัน
วนอุทยานพญาพิภักดิ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ภูหลงถัง เป็นจุดชมวิวบนสันเขาสูงในตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติ คนชอบทะเลหมอก และคนที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ชายแดนไทยในช่วงปลายสงครามเย็น หากกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่ไม่ได้มีเพียงวิวสวย แต่ยังมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำของชุมชน และร่องรอยสำคัญจากการพัฒนาพื้นที่ภูเขาสูง วนอุทยานแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงราย
วนอุทยานพญาพิภักดิ์ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาล และป่าห้วยไคร้ มีพื้นที่ประมาณ 3,750 ไร่ และได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 พื้นที่ทั้งหมดเป็นแนวเทือกเขาในกลุ่มดอยผาหม่น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 940–1,218 เมตร ทำให้บรรยากาศบนดอยเย็นสบายกว่าพื้นราบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวที่มักมีหมอกลอยตามสันเขาในช่วงเช้า
เสน่ห์แรกของที่นี่คือความเป็นดอยชมวิวที่ให้มุมมองกว้างไกลมาก เมื่ออากาศเปิดสามารถมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปหลายทิศทาง และยังเป็นจุดที่มองเห็นยอดภูสำคัญของฝั่งเชียงรายได้ เช่น ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และดอยผาตั้งในบางช่วงเวลา จึงไม่ใช่เพียงจุดแวะพักระหว่างทาง แต่เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพเลือกขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศจริงบนยอดเขา
ลักษณะภูมิประเทศของวนอุทยานพญาพิภักดิ์เป็นภูเขาสูงลาดชันเฉลี่ยราว 40 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบมีมิติสวยงามมาก ทั้งเนินสันเขา ป่าธรรมชาติ และหมู่บ้านบนพื้นที่สูงที่กระจายตัวอยู่ตามไหล่ดอย ความสูงระดับนี้ยังทำให้ช่วงเช้าและช่วงเย็นมีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี โดยเฉพาะช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูที่เหมาะกับการชมวิวที่สุด
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากจุดชมวิวทั่วไป คือมิติทางประวัติศาสตร์ของ “ดอยพญาพิภักดิ์” ที่เคยเป็นพื้นที่สำคัญในการสู้รบระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต เรื่องราวของพื้นที่จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงธรรมชาติ แต่ยังผูกโยงกับประวัติศาสตร์ความมั่นคง การตั้งฐานปฏิบัติการ และการเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนดอยในช่วงเวลาสำคัญของประเทศ
ชื่อ “พญาพิภักดิ์” มีความหมายทางประวัติศาสตร์ชัดเจน เพราะเป็นชื่อฐานปฏิบัติการทางทหารบนแนวดอยยาว–ดอยผาหม่น ส่วนชื่อ “ภูหลงถัง” ที่คนท้องถิ่นและนักเดินทางใช้เรียกกันแพร่หลาย มีที่มาจากคำภาษาจีนที่สื่อถึง “สระน้ำมังกร” อันเชื่อมโยงกับสระน้ำธรรมชาติบนยอดเขาและความเชื่อของชาวม้งในพื้นที่ การที่สถานที่เดียวมีทั้งชื่อทางการและชื่อที่มาจากชุมชนเช่นนี้ ทำให้วนอุทยานพญาพิภักดิ์เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์รัฐ ความทรงจำทางทหาร และมรดกทางวัฒนธรรมของคนบนภูเขาเข้าไว้ด้วยกัน
ภายในพื้นที่เที่ยวของภูหลงถังและวนอุทยานพญาพิภักดิ์ นักท่องเที่ยวจะพบทั้งจุดชมวิว ลานกางเต็นท์ ศาลารอยพระบาท และสระมังกรหรือสระน้ำธรรมชาติบนยอดดอย ลานชมวิวจุดที่ 1 อยู่ตรงข้ามสระมังกร เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ดี และสามารถมองเห็นภูมิประเทศของบ้านพญาพิภักดิ์รวมถึงแนวภูเขาโดยรอบได้อย่างชัดเจน ส่วนลานชมวิวจุดที่ 2 หรือจุดกางเต็นท์ อยู่ทางทิศใต้ของเขตวนอุทยาน เป็นอีกมุมที่เหมาะกับการชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
สระมังกรหรือภูหลงถังถือเป็นจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่บนยอดเขาที่มีน้ำตลอดปี ชาวม้งในพื้นที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสระแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ต่อมาเทศบาลตำบลยางฮอมและชุมชนได้ร่วมกันพัฒนาภูมิทัศน์รอบสระให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากขึ้น มีองค์ประกอบที่ทำให้บรรยากาศโดดเด่นทั้งในเชิงธรรมชาติและเชิงสัญลักษณ์ ใครที่ชอบสถานที่ซึ่งมีทั้งวิวและเรื่องเล่าท้องถิ่นจะรู้สึกว่าจุดนี้มีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ
ศาลารอยพระบาทเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ช่วยย้ำความหมายของดอยพญาพิภักดิ์ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมทหารและราษฎรในปี 2525 และทรงพระกรุณาพระราชทานรอยพระบาทประทับบนแผ่นปูนพลาสเตอร์ไว้เป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานและชาวบ้านในพื้นที่ ความสำคัญของจุดนี้จึงอยู่ทั้งในมิติทางจิตใจและมิติประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงของเชียงราย
เมื่อมองในแง่การท่องเที่ยวจริง วนอุทยานพญาพิภักดิ์เหมาะกับนักเดินทางหลายกลุ่ม ทั้งคนที่ต้องการขับรถขึ้นดอยไปชมวิวแบบไปเช้าเย็นกลับ คนที่อยากกางเต็นท์ค้างคืนเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น และคนที่สนใจตามรอยสถานที่ประวัติศาสตร์ในจังหวัดเชียงราย เพราะแม้พื้นที่จะไม่ใหญ่เท่าอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ แต่กลับมีประสบการณ์ที่ค่อนข้างครบ ทั้งธรรมชาติ ทิวทัศน์ ลมหนาว เรื่องเล่าของชุมชน และความทรงจำทางประวัติศาสตร์
สภาพป่าของที่นี่เป็นป่าเบญจพรรณและมีป่าดิบเขาปรากฏอยู่บ้างบริเวณยอดดอยขุนห้วยเจดีย์ พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อ หว้า เหมือด สารภี จำปีป่า และจำปาป่า ส่วนพืชพื้นล่างมีทั้งเอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส และเฟิร์นหลายชนิด ความหลากหลายของพืชพรรณเหล่านี้ทำให้บรรยากาศบนดอยมีความชุ่มชื้นและมีสีสันแตกต่างกันไปตามฤดูกาล
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่ก็สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศบนภูเขาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหมูป่า อีเห็น ชะมด แมวป่า บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระรอก กระรอกบิน กระต่ายป่า และกระแต แม้นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจไม่ได้พบเห็นสัตว์เหล่านี้โดยง่ายในทุกครั้งที่เดินทางมา แต่การที่พื้นที่ยังคงมีรายงานการพบสัตว์ป่าอยู่ แสดงให้เห็นว่าแนวป่าในเขตวนอุทยานยังคงมีความสำคัญในฐานะแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตบนภูเขาสูงของเชียงราย
บรรยากาศโดยรวมของวนอุทยานพญาพิภักดิ์ให้อารมณ์ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีผู้คนหนาแน่น เพราะยังคงความสงบและความเป็นธรรมชาติได้ค่อนข้างดี นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาจะได้สัมผัสทั้งลมแรงบนสันเขา กลิ่นป่า เสียงธรรมชาติ และความโปร่งโล่งของภูมิประเทศ ทำให้เหมาะกับคนที่อยากพักจากตัวเมืองเชียงรายหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคาเฟ่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเมือง มาสู่ประสบการณ์ที่เงียบ สบาย และใกล้ชิดธรรมชาติยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุดคือช่วงเช้าตรู่และฤดูหนาว เนื่องจากทัศนียภาพจะเปิดกว้าง อากาศเย็น และมีโอกาสเห็นทะเลหมอกหรือหมอกลอยต่ำตามแนวเขาได้มากกว่าในฤดูอื่น หากต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรขึ้นไปถึงก่อนฟ้าสางเล็กน้อย แต่หากเน้นเดินชมวิวแบบสบาย ๆ ถ่ายรูป และแวะตามจุดสำคัญต่าง ๆ ช่วงสายถึงบ่ายก็ยังเหมาะ เพราะแสงจะช่วยให้เห็นแนวเขาได้ชัดเจน
แม้สถานที่จะเปิดให้เข้าได้ตลอดวันและไม่มีค่าเข้าชม แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือเรื่องการเดินทาง เส้นทางขึ้นวนอุทยานพญาพิภักดิ์มีความลาดชันและคดเคี้ยวมาก โดยเฉพาะหากเลือกวิ่งเส้นทางที่เชื่อมไปยังภูชี้ฟ้า ผู้ขับควรมีประสบการณ์ขับรถขึ้นเขา ใช้รถที่มีสมรรถนะเหมาะสม และตรวจสภาพรถก่อนเดินทางเสมอ เพราะแม้ถนนจะสวยและวิวดี แต่ก็เป็นเส้นทางที่ต้องใช้ความระมัดระวังตลอดสาย
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงรายสามารถใช้เส้นทางไปทางสี่แยกแม่กรณ์ ต่อทางหลวงหมายเลข 1208 แล้วเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1152 ผ่านอำเภอพญาเม็งราย บ้านต้า และอำเภอขุนตาล ก่อนเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 เข้าทาง รพช. ชร. 3123 ไปยังบ้านพญาพิภักดิ์และขึ้นสู่ดอยพญาพิภักดิ์ อีกทางหนึ่งคือใช้เส้นทางที่คนเดินทางไปภูชี้ฟ้าคุ้นเคย แต่ไม่ว่าจะใช้เส้นไหน ก็ควรเผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงการขับขึ้นลงเขาในช่วงฝนตกหนักหรือช่วงที่มีหมอกจัดมาก
นักท่องเที่ยวที่อยากพักค้างคืนควรรู้ว่าพื้นที่นี้ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมแบบรีสอร์ทของทางวนอุทยานให้บริการ ผู้ที่ต้องการค้างคืนควรเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง โดยมีพื้นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้รองรับ และมีห้องสุขาให้ใช้งาน การค้างคืนบนดอยจะช่วยให้ได้สัมผัสอากาศเย็นเต็มที่และมีโอกาสชมทั้งแสงเย็นและแสงเช้า แต่ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยเฉพาะเสื้อกันหนาว ไฟฉาย น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการพักกลางแจ้ง
ในมุมของนักเดินทางที่วางแผนเที่ยวจริง วนอุทยานพญาพิภักดิ์สามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกของเชียงรายได้ดี เพราะสามารถเชื่อมเที่ยวกับชุมชนบนดอย สระมังกร ศาลารอยพระบาท น้ำตกศรีชมภู หรือขับต่อไปยังเส้นทางภูชี้ฟ้าได้ การวางแผนแบบนี้จะช่วยให้ทริปมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่เพียงขึ้นมาชมวิวแล้วกลับ แต่ได้เห็นทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน และภูมิทัศน์ของเชียงรายในมุมที่แตกต่างจากเส้นทางท่องเที่ยวกระแสหลัก
อีกสิ่งที่ทำให้วนอุทยานพญาพิภักดิ์น่าสนใจสำหรับคนทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวหรือคนชอบเที่ยวเชิงลึก คือพื้นที่นี้ยังไม่ถูกทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากเกินไป จึงยังคงอารมณ์ของดอยจริง ชุมชนจริง และภูมิทัศน์จริงไว้ได้มาก นักท่องเที่ยวจะรู้สึกถึงความเรียบง่ายมากกว่าความจัดแต่ง ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หลายคนตามหา โดยเฉพาะผู้ที่อยากสัมผัสเชียงรายในมุมสงบและจริงกว่าแหล่งยอดนิยมในตัวเมือง
สำหรับสายถ่ายภาพ ที่นี่เหมาะกับการเก็บภาพพาโนรามาของแนวเขา ภาพแสงเช้าบริเวณลานชมวิว ภาพหมอกลอยต่ำในฤดูหนาว และภาพองค์ประกอบเชิงวัฒนธรรมอย่างสระมังกรหรือศาลารอยพระบาท ข้อดีคือฉากหลังของภูเขามีมิติสูงมาก ทำให้แม้ถ่ายด้วยกล้องมือถือก็ยังได้ภาพวิวที่สวยได้ไม่ยาก โดยเฉพาะวันที่อากาศเปิดและท้องฟ้าสด
หากพิจารณาในแง่คุณค่าของแหล่งท่องเที่ยว วนอุทยานพญาพิภักดิ์ไม่ใช่แค่ “จุดชมวิวเชียงราย” แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนหลายชั้นของเรื่องราว ตั้งแต่ภูมิประเทศบนเทือกเขาดอยผาหม่น ระบบนิเวศของป่าเขา ความเชื่อของชุมชนม้ง ประวัติศาสตร์ความมั่นคงชายแดน จนถึงการพัฒนาพื้นที่สูงในยุคหลังความขัดแย้ง จึงเหมาะมากสำหรับการเล่าเรื่องแบบลึกและมีมิติ มากกว่าการรีวิวสถานที่แบบผ่าน ๆ
นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางแบบเงียบ ๆ จะถูกใจกับความโปร่งและความสงบของพื้นที่ ส่วนคนที่ชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ก็จะพบว่าทุกจุดในบริเวณนี้มีบริบทมากกว่าที่ตาเห็น ขณะเดียวกันคนที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนก็สามารถใช้ที่นี่เป็นจุดพักชมวิว รับลม ถ่ายรูป และแวะเที่ยวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงอื่นในตำบลยางฮอมได้อย่างลงตัว
โดยสรุปแล้ว วนอุทยานพญาพิภักดิ์เป็นที่เที่ยวเชียงรายที่โดดเด่นทั้งในด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ใครที่กำลังค้นหาว่า “ภูหลงถังคืออะไร” “ดอยพญาพิภักดิ์น่าเที่ยวไหม” หรือ “จุดชมวิวเชียงรายที่มีเรื่องราวมากกว่าวิวสวยอยู่ที่ไหน” คำตอบก็คือที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตัวเองอย่างมาก โดยเฉพาะถ้าคุณชอบสถานที่ที่ให้ทั้งความสงบ ความงาม และความหมายในทริปเดียว
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานพญาพิภักดิ์ (ภูหลงถัง) |
| ที่ตั้ง | ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | บ้านพญาพิภักดิ์ หมู่ 13 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 57340 |
| พิกัด | 19.8679967, 100.3385759 |
| ไฮไลต์ | จุดชมวิวพาโนรามาบนเทือกเขาดอยผาหม่น, ศาลารอยพระบาท ร.9, สระมังกรหรือภูหลงถัง, เส้นทางเชื่อมสู่ภูชี้ฟ้า |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 พื้นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จากการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และเป็นจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมทหารและราษฎรในปี 2525 |
| ที่มาของชื่อ | “พญาพิภักดิ์” เป็นชื่อฐานปฏิบัติการทางทหารเดิม ส่วน “ภูหลงถัง” มาจากคำที่หมายถึงสระน้ำมังกร สื่อถึงสระน้ำธรรมชาติบนยอดเขา |
| ลักษณะเด่น | ยอดเขาสูง 940–1,218 เมตร อากาศเย็น วิวภูเขากว้างไกล เหมาะชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในฤดูหนาว |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงรายไปทางสี่แยกแม่กรณ์ ต่อทางหลวง 1208 และ 1152 ผ่านพญาเม็งราย–บ้านต้า–ขุนตาล แล้วเลี้ยวเข้าทาง รพช. ชร. 3123 ไปบ้านพญาพิภักดิ์ เส้นทางขึ้นดอยลาดชันและคดเคี้ยว ควรใช้รถสภาพดีและผู้ขับชำนาญทางภูเขา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เที่ยวชมตามปกติ เป็นจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของตำบลยางฮอม |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดได้ตลอดวัน |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานชมวิว, พื้นที่กางเต็นท์, ห้องสุขา, พื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานชมวิวจุดที่ 1, ลานชมวิวจุดที่ 2, สระมังกร (ภูหลงถัง), ศาลารอยพระบาท |
| ผู้ดูแล | สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 5371 1402 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย, เทศบาลตำบลยางฮอม, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) สระมังกร (ภูหลงถัง) – 1 กม. 2) ศาลารอยพระบาท – 1 กม. 3) บ้านไทลื้อ ยางฮอม – 9 กม. 4) พระธาตุจอมสวรรค์ – 11 กม. 5) น้ำตกศรีชมภู – 16 กม. 6) พระธาตุกู่แก้วรัตนจุฬามณี – 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) PunThai Coffee ขุนตาล – 20 กม. โทร. 098-2819046 2) ELYSIUM CAFE – 21 กม. โทร. 099-9088253 3) ก.กุ้งเผา ป่าตาล เชียงราย – 24 กม. โทร. 085-3411137 4) คุณเย็น ก๋วยเตี๋ยว/เย็นตาโฟ – 22 กม. 5) ร้านอาหารถิ่นไท – 23 กม. 6) สวนอาหารน้ำอิง – 24 กม. 7) ก๋วยเตี๋ยวแม่บัวจีน บ้านพระเนตร – 27 กม. 8) fin'n land cafe – 16 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Dok Khun House – 19 กม. 2) ต้นพร้าวรีสอร์ท – 23 กม. 3) Wang Put Tan Boutique House – 35 กม. 4) WATA KHIRI by Wang Put Tan – 35 กม. 5) แม่สลอง เมาเทิ่น โฮม – 36 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานพญาพิภักดิ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาล และป่าห้วยไคร้
ถาม: วนอุทยานพญาพิภักดิ์มีค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวและพักผ่อนในพื้นที่ได้โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: จุดเด่นของวนอุทยานพญาพิภักดิ์คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือวิวพาโนรามาบนยอดเขา ศาลารอยพระบาท ร.9 สระมังกรหรือภูหลงถัง และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่
ถาม: สามารถกางเต็นท์ค้างคืนได้ไหม?
ตอบ: ได้ หากเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์ไปเอง พื้นที่มีจุดกางเต็นท์และห้องสุขารองรับ แต่ไม่มีบ้านพักของทางวนอุทยานให้บริการ
ถาม: ควรไปเที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็น ทัศนียภาพเปิดกว้าง และมีโอกาสเห็นหมอกหรือทะเลหมอกในช่วงเช้า
ถาม: เส้นทางขึ้นดอยพญาพิภักดิ์ขับยากไหม?
ตอบ: ค่อนข้างขับยากเพราะเป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว ผู้ขับควรมีประสบการณ์ขับรถขึ้นเขาและใช้รถที่สภาพพร้อม
โทร : 053711402
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว




