หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.บ้านตาขุน >ต.เขาพัง > เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
TL;DR: เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) อยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุน.

สุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
 
เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติขนาดใหญ่ในอำเภอบ้านตาขุนที่รวมทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้า อ่างเก็บน้ำสีเขียวมรกต ภูเขาหินปูนกลางน้ำ จุดชมวิวสันเขื่อน ท่าเรือล่องทะเลสาบ แพพักกลางน้ำ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกไว้ในภูมิทัศน์เดียวกัน ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” เพราะทัศนียภาพของยอดเขาหินปูนที่โผล่ขึ้นจากผืนน้ำมีรูปร่างแปลกตา สลับซับซ้อน และงดงามราวกับภาพวาดธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อน ชมวิว ล่องเรือ พักแพ พายคายัก ชมหมอกยามเช้า และเรียนรู้ความสำคัญของเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีบทบาทต่อพลังงาน น้ำ เกษตรกรรม การประมง และการท่องเที่ยวของภาคใต้
 
เขื่อนรัชชประภาตั้งอยู่ที่ 53 หมู่ 3 ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84230 อยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ส่วนพื้นที่อ่างเก็บน้ำและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลายจุดเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติเขาสก นักท่องเที่ยวจึงควรเข้าใจพื้นที่นี้เป็น 2 ส่วนหลัก คือพื้นที่สันเขื่อนและบริการของ กฟผ. เช่น จุดชมวิว บ้านพัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และสนามกอล์ฟ กับพื้นที่ทะเลสาบเหนือเขื่อนที่เดินทางโดยเรือและอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก เช่น เขาสามเกลอ แพพักกลางน้ำ ถ้ำปะการัง จุดชมวิวไกรสร แพนางไพร แพไกรสร แพโตนเตย และถ้ำน้ำทะลุในช่วงที่เปิดให้เข้าชม
 
ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสงบริเวณบ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน มีความสูงประมาณ 94 เมตร ความยาวสันเขื่อนประมาณ 761 เมตร และมีอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ประมาณ 185 ตารางกิโลเมตร เขื่อนแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2530 ก่อนเสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2530 ชื่อ “รัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” สอดคล้องกับบทบาทของเขื่อนในฐานะแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญของภาคใต้
 
เขื่อนรัชชประภาไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ตัวเขื่อนมีบทบาทด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ การกักเก็บน้ำเพื่อชลประทาน การบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน การช่วยเจือจางน้ำเสียและต้านการรุกล้ำของน้ำเค็มในลุ่มน้ำตาปี-พุมดวงช่วงฤดูแล้ง รวมถึงเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ช่วยสร้างรายได้แก่คนในพื้นที่ เมื่อรวมกับความงามของอ่างเก็บน้ำและภูเขาหินปูน เขื่อนนี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของพื้นที่ที่ทำหน้าที่ทั้งด้านสาธารณูปโภค พลังงาน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน
 
ด้านการท่องเที่ยว จุดแรกที่ควรแวะคือจุดชมวิวสันเขื่อนรัชชประภา ซึ่งสามารถมองเห็นแนวสันเขื่อน ผืนน้ำกว้าง ภูเขา และพื้นที่สีเขียวโดยรอบได้ชัดเจน บริเวณนี้มีการจัดภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น เหมาะกับการถ่ายภาพ เดินเล่น พักผ่อน และสักการะพระพุทธสิริสัตตราช หรือหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ จุดชมวิวสันเขื่อนเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม เพราะเดินทางถึงได้ด้วยรถยนต์ ไม่ต้องลงเรือ และใช้เวลาไม่มาก หากมีเวลาน้อย สามารถแวะเพียงจุดนี้เพื่อสัมผัสบรรยากาศเขื่อนและชมความกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำได้
 
หัวใจของการเที่ยวเขื่อนรัชชประภาคือการล่องเรือในทะเลสาบเหนือเขื่อน นักท่องเที่ยวจะขึ้นเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภา แล้วล่องผ่านผืนน้ำสีเขียวมรกตที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน ภาพยอดเขาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เรือหางยาวที่แล่นผ่านช่องเขา และแพพักกลางน้ำที่ตั้งอยู่เงียบ ๆ ริมผาหินปูน คือภาพจำที่ทำให้เขื่อนเชี่ยวหลานเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดของสุราษฎร์ธานี การล่องเรือมีทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ แบบแวะรับประทานอาหารกลางวันบนแพ และแบบพักค้างคืนกลางทะเลสาบ
 
แลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวมักต้องการไปเห็นคือ เขาสามเกลอ กลุ่มเขาหินปูน 3 ยอดที่ตั้งเรียงกันกลางน้ำและกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขื่อนเชี่ยวหลาน มุมนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพราะองค์ประกอบของภูเขาหินปูน ผืนน้ำ เรือ และแสงธรรมชาติทำให้เกิดภาพที่จดจำง่าย ช่วงเช้าให้บรรยากาศนุ่ม มีโอกาสเห็นหมอกบางเหนือผืนน้ำ ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นแสงจะอุ่นและเงาภูเขาช่วยเพิ่มมิติให้ภาพ การเดินทางไปเขาสามเกลอต้องใช้เรือและควรสวมเสื้อชูชีพตลอดการเดินทาง
 
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ถ้ำปะการัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลใน 500 ไร่ของเขื่อนเชี่ยวหลาน อยู่ในความดูแลของหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยถ้ำจันทร์ อุทยานแห่งชาติเขาสก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เกิดจากการตกตะกอนของน้ำและหินปูนเข้มข้นจนมีรูปทรงคล้ายปะการังใต้ทะเล จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำปะการัง จุดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มกิจกรรมเชิงธรรมชาติในทริปล่องเรือ แต่ควรตรวจสอบสภาพอากาศ ระดับน้ำ และสถานะเปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่ถ้ำและเส้นทางธรรมชาติในเขตอุทยานอาจมีข้อกำหนดตามฤดูกาล
 
ถ้ำน้ำทะลุ เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยที่มีชื่อเสียงในโซนเขื่อนรัชชประภา ภายในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านและมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เส้นทางเข้าถ้ำต้องเดินเท้าจากพื้นที่แพหรือหน่วยพิทักษ์อุทยานตามเส้นทางธรรมชาติ การเที่ยวถ้ำน้ำทะลุต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางที่ชำนาญพื้นที่ เพราะถ้ำประเภทนี้มีความเสี่ยงเมื่อฝนตกหรือมีน้ำหลาก ในปี 2569 ถ้ำน้ำทะลุปิดช่วงวันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน นักท่องเที่ยวที่มาในช่วงดังกล่าวควรเลือกกิจกรรมล่องเรือ ชมเขาสามเกลอ พายคายัก หรือพักแพในพื้นที่ที่เปิดให้บริการแทน
 
การพักแพกลางน้ำคือประสบการณ์ที่ทำให้เขื่อนรัชชประภาแตกต่างจากการเที่ยวเขื่อนทั่วไป แพพักมีทั้งแพของอุทยานแห่งชาติเขาสก แพของเอกชน และที่พักรูปแบบรีสอร์ตลอยน้ำ นักท่องเที่ยวจะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางภูเขาหินปูน น้ำใส และบรรยากาศเงียบสงบ กิจกรรมหลักคือพายคายัก เล่นน้ำในจุดปลอดภัย ชมหมอกยามเช้า ล่องเรือส่องสัตว์ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น และพักจากสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตที่อาจไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การพักแพจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการตัดตัวเองออกจากความเร่งรีบและอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
 
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการค้างคืนในทะเลสาบ บ้านพักคุณสายชลวิลล่าในพื้นที่เขื่อนรัชชประภาเป็นตัวเลือกที่อยู่บนฝั่ง มีบ้านพักหลายแบบ เช่น บ้านต้นหยง บ้านทองกวาว บ้านราตรี บ้านกัลปพฤกษ์ บ้านดาหลา และบ้านสารภี เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักใกล้สันเขื่อน มีความสะดวกในการเดินทางไปจุดชมวิว ร้านอาหาร คาเฟ่ และท่าเรือในวันถัดไป การพักบนฝั่งเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางทางเรือในช่วงค่ำ
 
ในพื้นที่เขื่อนยังมีร้านอาหารและบริการของ กฟผ. เช่น ครัวกุ้ยหลิน ครัวพุมดวง และร้านกาแฟชาลาธารา by คุณสายชล ครัวกุ้ยหลินเปิดให้บริการช่วงเช้าถึงค่ำ ส่วนครัวพุมดวงและร้านกาแฟในพื้นที่จุดชมวิวช่วยให้ผู้ที่มาแวะสันเขื่อนมีจุดพักรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนหรือหลังล่องเรือ นอกจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟเขื่อนรัชชประภา ซึ่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศภูเขาและธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการกิจกรรมพักผ่อนบนฝั่งควบคู่กับการเที่ยวเขื่อน
 
การเดินทางไปเขื่อนรัชชประภาจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุน แล้วแยกเข้าสู่เขื่อนบริเวณเส้นทางที่มีป้ายบอกทางไปเขื่อนรัชชประภา ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 70-90 กิโลเมตรตามจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก หากเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานีสามารถใช้รถเช่า รถตู้ หรือรถรับส่งไปยังอำเภอบ้านตาขุนและท่าเรือเขื่อนรัชชประภาได้ ผู้ที่วางแผนล่องเรือควรไปถึงท่าเรือก่อนเวลานัด เพราะต้องซื้อบัตรอุทยาน ติดต่อเรือ และจัดสัมภาระก่อนออกเรือ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวเขื่อนรัชชประภาขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง หากต้องการถ่ายภาพน้ำสีเขียวใสและเดินทางสะดวก ช่วงฝนน้อยระหว่างปลายปีถึงต้นปีมักเป็นช่วงยอดนิยม หากต้องการชมหมอกและบรรยากาศเขียวชอุ่ม ฤดูฝนมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ต้องระวังฝนตกหนัก เส้นทางถ้ำ น้ำหลาก และข้อจำกัดด้านความปลอดภัย กิจกรรมล่องเรือทั่วไปยังสามารถทำได้เมื่อสภาพอากาศเหมาะสม แต่กิจกรรมเข้าถ้ำหรือเดินป่าต้องยึดประกาศของอุทยานและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก
 
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานในโซนเขื่อนรัชชประภาอยู่ในอัตราสำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกโซนเขื่อน โดยคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท หากเที่ยวทั้งโซนภูเขารอบที่ทำการอุทยานและโซนเขื่อนในวันเดียวกัน ให้ชำระค่าบริการเข้าอุทยานเพียงครั้งเดียวในอัตราสูงสุดตามพื้นที่ที่เดินทางเข้า ควรเก็บบัตรผ่านเข้าอุทยานไว้กับตัว เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอตรวจระหว่างเดินทางในพื้นที่อุทยาน
 
ข้อควรระวังสำคัญในการเที่ยวเขื่อนรัชชประภาคือความปลอดภัยทางน้ำ นักท่องเที่ยวควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งระหว่างเดินทางด้วยเรือ ไม่ยืนบนหัวเรือขณะเรือแล่น ไม่ยื่นแขนขาออกนอกเรือ ไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต และควรฟังคำแนะนำของคนขับเรือหรือเจ้าหน้าที่ หากฝนตกหนัก ลมแรง หรือมีคลื่นในอ่างเก็บน้ำ ควรปรับแผนเดินทางอย่างยืดหยุ่น ไม่ควรฝืนล่องเรือไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่แนะนำ
 
การเที่ยวอย่างรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเขื่อนรัชชประภาอยู่ในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่เชื่อมกับอุทยานแห่งชาติเขาสกและผืนป่าต้นน้ำ นักท่องเที่ยวควรลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า ไม่เก็บหิน พืช หรือซากธรรมชาติออกจากพื้นที่ และควรใช้บริการผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎของอุทยาน การรักษาความสะอาดและความสงบของพื้นที่จะช่วยให้ทะเลสาบเชี่ยวหลานยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางธรรมชาติในระยะยาว
 
เมื่อเทียบกับบทความท่องเที่ยวทั่วไปที่มักกล่าวถึงเขื่อนรัชชประภาเพียงว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองไทย” เนื้อหาที่ครบถ้วนควรอธิบายให้เห็นทั้งความงามของภูเขาหินปูน ประวัติการสร้างเขื่อน ความหมายของชื่อ บทบาทด้านพลังงานและน้ำ ความสัมพันธ์กับอุทยานแห่งชาติเขาสก โซนสันเขื่อน โซนท่าเรือ โซนแพพักกลางน้ำ ค่าธรรมเนียมอุทยาน ช่วงปิดถ้ำน้ำทะลุ และการเตรียมตัวล่องเรือ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านวางแผนเที่ยวได้จริง ไม่สับสนระหว่างพื้นที่ กฟผ. กับพื้นที่อุทยาน และเข้าใจว่าการมาเขื่อนเชี่ยวหลานควรวางเวลาอย่างไร
 
เขื่อนรัชชประภาจึงเป็นมากกว่าจุดถ่ายภาพกลางน้ำ แต่เป็นพื้นที่ที่รวมความงามทางธรรมชาติ ความสำคัญทางวิศวกรรม พลังงานสะอาด การจัดการน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไว้ด้วยกัน ผู้ที่มาแบบไปเช้าเย็นกลับจะได้สัมผัสภาพภูเขาหินปูนและผืนน้ำสีเขียวมรกต ส่วนผู้ที่พักค้างคืนบนแพจะได้เห็นบรรยากาศยามเช้า ความเงียบของทะเลสาบ และวิถีของพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยป่าและภูเขา หากวางแผนดี ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด และเที่ยวอย่างเคารพธรรมชาติ เขื่อนรัชชประภาจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีที่ครบทั้งความงาม ความรู้ และความทรงจำ
 
ชื่อสถานที่เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน
ที่ตั้งตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ที่อยู่53 หมู่ 3 ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84230
พิกัด8.97296, 98.80669
ไฮไลต์จุดชมวิวสันเขื่อน อ่างเก็บน้ำสีเขียวมรกต เขาสามเกลอ แพพักกลางน้ำ ถ้ำปะการัง ถ้ำน้ำทะลุ แพนางไพร แพไกรสร แพโตนเตย พระพุทธสิริสัตตราช ร้านอาหารและคาเฟ่ในพื้นที่เขื่อน
ประวัติ / ความสำคัญเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2530 เปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2530 เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ด้านผลิตไฟฟ้า ชลประทาน บรรเทาอุทกภัย ประมง และท่องเที่ยว
ที่มาของชื่อชื่อ “รัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”
ลักษณะเขื่อนเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูงประมาณ 94 เมตร ความยาวสันเขื่อนประมาณ 761 เมตร อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ประมาณ 185 ตารางกิโลเมตร
การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุน แล้วแยกเข้าสู่เขื่อนรัชชประภา ระยะทางประมาณ 70-90 กม. ตามจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว พื้นที่บริการของ กฟผ. และประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวโซนเขื่อนรัชชประภาของอุทยานแห่งชาติเขาสก
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการพื้นที่จุดชมวิวและบริการหลัก 07.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม / ค่าธรรมเนียมโซนเขื่อนรัชชประภาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก: คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
ค่าเรือและค่าที่พักขึ้นอยู่กับเส้นทาง ประเภทเรือ และผู้ให้บริการ
ช่วงปิดเฉพาะพื้นที่ถ้ำน้ำทะลุ ปิด 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2569
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดชมวิวสันเขื่อน ท่าเรือ ร้านอาหาร คาเฟ่ บ้านพักคุณสายชลวิลล่า บ้านพักรับรอง สนามกอล์ฟ ที่จอดรถ แพพักกลางน้ำ เรือท่องเที่ยว และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนสันเขื่อนและจุดชมวิว
2. โซนบ้านพักและร้านอาหารของ กฟผ.
3. โซนท่าเรือเขื่อนรัชชประภา
4. โซนล่องเรือชมอ่างเก็บน้ำ
5. โซนเขาสามเกลอ
6. โซนแพพักกลางน้ำ
7. โซนถ้ำปะการังและถ้ำน้ำทะลุ
8. โซนสนามกอล์ฟเขื่อนรัชชประภา
ผู้ดูแลพื้นที่เขื่อนนายสุบิน เนตรสว่าง ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา
เบอร์ติดต่อหลักประชาสัมพันธ์เขื่อน 077-242553
การเข้าเยี่ยมชมและพักแรม 077-242555 ต่อ 5060, 5061
บ้านพักรับรอง 077-310780, 081-956-6449
สนามกอล์ฟ 077-242562, 064-161-9204
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. จุดชมวิวสันเขื่อนรัชชประภา ประมาณ 0 กม.
2. ท่าเรือเขื่อนรัชชประภา ประมาณ 2 กม.
3. สนามกอล์ฟเขื่อนรัชชประภา ประมาณ 1 กม. โทร. 077-242562, 064-161-9204
4. เขาสามเกลอ ประมาณ 15 กม. ทางเรือ
5. ถ้ำปะการัง ประมาณ 20 กม. ทางเรือ
6. สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ ประมาณ 8 กม.
7. อุทยานธรรมเขานาในหลวง ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวกุ้ยหลิน เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 0 กม. โทร. 077-242561, 077-242555 ต่อ 5678
2. ครัวพุมดวง เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 0 กม. โทร. 077-242555 ต่อ 5674
3. ร้านกาแฟชาลาธารา by คุณสายชล ประมาณ 0 กม.
4. ร้านอาหารเคียงคลองเขื่อนเชี่ยวหลาน ประมาณ 8 กม. โทร. 077-313-413
5. ร้านบ้านตาตุก ประมาณ 8 กม. โทร. 085-353-7191, 087-468-7199
6. ร้านอาหารแพ 500 ไร่ ประมาณ 20 กม. ทางเรือ โทร. 077-953-013
ที่พักใกล้เคียง1. คุณสายชลวิลล่า เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 0 กม. โทร. 077-310780, 081-956-6449
2. บ้านพักรับรองเขื่อนรัชชประภา ประมาณ 0 กม. โทร. 077-310780, 081-956-6449
3. บ้านพักริมเขื่อนรีสอร์ต ประมาณ 3 กม.
4. แพไพรวัลย์ เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 40 นาทีทางเรือ โทร. 082-273-5856
5. แพนางไพร เขื่อนเชี่ยวหลาน ประมาณ 20 กม. ทางเรือ โทร. 091-462-0414
6. 500 Rai Floating Resort ประมาณ 20 กม. ทางเรือ โทร. 077-953-013
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนรัชชประภากับเขื่อนเชี่ยวหลานคือที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นที่เดียวกัน ชื่อเดิมคือเขื่อนเชี่ยวหลาน และได้รับพระราชทานชื่อว่าเขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีความหมายว่าแสงสว่างแห่งราชอาณาจักร
 
ถาม: เขื่อนรัชชประภาเปิดกี่โมง?
ตอบ: พื้นที่จุดชมวิวและบริการหลักเปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. ส่วนการล่องเรือและที่พักแพควรติดต่อผู้ให้บริการล่วงหน้าตามรอบเรือและสภาพอากาศ
 
ถาม: ค่าเข้าโซนเขื่อนรัชชประภาเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าโซนเขื่อนรัชชประภาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสกคือ คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท โดยค่าเรือและค่าที่พักคิดแยกตามผู้ให้บริการ
 
ถาม: จุดเด่นที่ต้องไปเมื่อเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือจุดชมวิวสันเขื่อน เขาสามเกลอ การล่องเรือชมภูเขาหินปูน แพพักกลางน้ำ ถ้ำปะการัง และบรรยากาศหมอกยามเช้ากลางทะเลสาบ
 
ถาม: ถ้ำน้ำทะลุเที่ยวได้ตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: ถ้ำน้ำทะลุไม่ได้เปิดตลอดปี โดยปี 2569 ปิดวันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน เพื่อความปลอดภัยในช่วงฤดูฝนและการฟื้นตัวของธรรมชาติ
 
ถาม: ควรเที่ยวเขื่อนรัชชประภาแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักค้างคืน?
ตอบ: หากมีเวลาน้อยสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับโดยล่องเรือชมเขาสามเกลอได้ แต่ถ้าต้องการสัมผัสทะเลสาบ หมอกยามเช้า และบรรยากาศเงียบสงบ ควรพักแพกลางน้ำอย่างน้อย 1 คืน
 
ถาม: เดินทางไปเขื่อนรัชชประภาอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุน แล้วแยกเข้าสู่เขื่อนรัชชประภา ระยะทางประมาณ 70-90 กิโลเมตรตามจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก
 
ถาม: เที่ยวเขื่อนรัชชประภาต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด ถุงกันน้ำ เสื้อผ้าแห้งง่าย ยาประจำตัว เงินสด และควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อเดินทางด้วยเรือ

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบกลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(8)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(34)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(7)
ถ้ำ ถ้ำ(18)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)