หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.โคกโพธิ์ >ต.ทุ่งพลา > วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม
TL;DR: วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม อยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ริมแนวทางรถไฟสายหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่กับสถานีป่าไร่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า วัดช้างให้ เป็นวัดสำคัญของจังหวัดปัตตานีและเป็นศูนย์กลางความศรัทธาต่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาไหว้พระ ขอพร ศึกษาประวัติหลวงปู่ทวด ชมสถาปัตยกรรมวัดเก่าแก่ และสัมผัสบรรยากาศศาสนสถานคู่บ้านคู่เมืองที่เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่มีค่าเข้าชม
วัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามตั้งอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ริมแนวทางรถไฟสายหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่กับสถานีป่าไร่ ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 31 กิโลเมตร ทำเลของวัดมีเอกลักษณ์มาก เพราะผู้มาเยือนจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน ทางรถไฟ และเส้นทางสัญจรเก่าแก่ของภาคใต้ตอนล่างอย่างชัดเจน พื้นที่โดยรอบยังคงบรรยากาศของชุมชนท้องถิ่นที่สงบ เรียบง่าย และมีวิถีศรัทธาผูกพันกับวัดมาอย่างต่อเนื่อง
ชื่อวัดช้างให้ปรากฏอยู่ในความทรงจำของคนไทยจำนวนมาก เพราะเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพนับถือทั่วประเทศ ผู้คนเดินทางมาที่นี่เพื่อสักการะรูปเหมือนหลวงปู่ทวด สถูปบรรจุอัฐิ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ด้วยความเชื่อเรื่องเมตตาบารมี แคล้วคลาดปลอดภัย และความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดช้างให้ไม่ได้เป็นเพียงจุดไหว้พระ แต่ยังเป็นสถานที่เรียนรู้เรื่องตำนานเมืองปัตตานี ประวัติวัดโบราณ และความศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 300 ปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง จุดกำเนิดของวัดสัมพันธ์กับตำนานพระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ซึ่งต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้แก่น้องสาว จึงเสี่ยงสัตย์อธิษฐานปล่อยช้างออกเดินทางไปในป่า พร้อมให้ไพร่พลเดินตาม เมื่อช้างมาถึงบริเวณที่ตั้งวัดช้างให้ในปัจจุบัน ช้างได้เดินวนเวียนและร้องขึ้น 3 ครั้ง พระยาแก้มดำเห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี เหมาะแก่การตั้งบ้านเมือง แต่เมื่อน้องสาวไม่พอใจพื้นที่ดังกล่าว จึงมีการเลือกพื้นที่อื่นในการสร้างเมือง ส่วนบริเวณที่ช้างให้สัญญาณไว้จึงถูกแผ้วถางและสร้างเป็นวัดขึ้น เรียกว่า “วัดช้างให้” ชื่อนี้จึงสะท้อนทั้งตำนานการเสี่ยงทาย ช้างซึ่งเป็นสัตว์มงคล และรากความทรงจำของชุมชนในพื้นที่
อีกชื่อหนึ่งของวัดคือ วัดราษฎร์บูรณะ ซึ่งสะท้อนการบูรณะและฟื้นฟูวัดโดยแรงศรัทธาของชาวบ้านและพระสงฆ์ในเวลาต่อมา ความหมายของชื่อนี้ช่วยให้เห็นภาพวัดในฐานะศาสนสถานที่ได้รับการดูแลจากราษฎรอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่ตั้งอยู่เฉย ๆ แต่เป็นวัดที่มีชีวิต มีพิธีกรรม มีผู้คนเดินทางมาสักการะ และมีบทบาทในสังคมพุทธของจังหวัดปัตตานีมาจนถึงปัจจุบัน
ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดขนาดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่ เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมเข้ากราบไหว้เป็นลำดับแรก รูปเหมือนหลวงปู่ทวดไม่ได้เป็นเพียงงานประติมากรรมทางศาสนา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเคารพที่ประชาชนมีต่อท่าน ผู้ศรัทธามักตั้งจิตอธิษฐานขอพรเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง การงาน สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต โดยยังคงรักษามารยาทในศาสนสถาน เช่น แต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และเคารพพื้นที่ประกอบศาสนกิจของวัด
สถาปัตยกรรมภายในวัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามมีองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายส่วน ทั้งสถูป เจดีย์ มณฑป อุโบสถ วิหาร และหอระฆัง แต่ละส่วนทำให้วัดมีมิติทางศิลปกรรมที่งดงามกว่าวัดทั่วไปที่เป็นเพียงจุดสักการะสั้น ๆ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมพื้นที่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่ส่วนสักการะหลวงปู่ทวด ไปจนถึงพื้นที่อาคารศาสนสถานที่สะท้อนงานช่าง ความศรัทธา และการบูรณะสืบเนื่องของชุมชนพุทธในภาคใต้
สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวดเป็นหัวใจสำคัญอีกจุดหนึ่งของวัด ผู้ที่เดินทางมาวัดช้างให้มักตั้งใจมาสักการะบริเวณนี้เป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อว่าหลวงปู่ทวดได้มรณภาพที่เมืองไทรบุรีหรือดินแดนมาเลเซียในปัจจุบัน และคณะศิษย์ได้นำพระศพกลับมายังวัดช้างให้ตามคำสั่งเสียของท่าน อัฐิส่วนหนึ่งจึงได้รับการประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ สถูปจึงเป็นมากกว่าสถาปัตยกรรมทางศาสนา แต่เป็นจุดเชื่อมระหว่างตำนาน ชีวประวัติ ความทรงจำ และความศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก
เรื่องเล่าที่ทำให้หลวงปู่ทวดเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคืออภินิหารเหยียบน้ำทะเลจืด ตำนานกล่าวว่าเมื่อท่านเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาด้วยเรือสำเภา ระหว่างทางเกิดพายุใหญ่ ทำให้อาหารและน้ำดื่มตกลงทะเล ลูกเรือเกิดความกระหายน้ำอย่างมาก หลวงปู่ทวดจึงหย่อนเท้าลงไปในทะเล ปรากฏว่าน้ำทะเลบริเวณนั้นกลายเป็นน้ำจืดและสามารถดื่มกินได้ เรื่องเล่านี้กลายเป็นที่มาของสมญา “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” และทำให้ชื่อเสียงของท่านขจรขจายไปไกลจนกลายเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในสังคมไทย
ความศรัทธาต่อหลวงปู่ทวดที่วัดช้างให้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะชาวปัตตานีหรือภาคใต้เท่านั้น แต่ขยายไปทั่วประเทศ ผู้คนจำนวนมากรู้จักหลวงปู่ทวดจากเรื่องเล่า วัตถุมงคล คำสอนเรื่องความเมตตา และความเชื่อเรื่องการคุ้มครองในการเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึงวัดช้างให้ ผู้ศรัทธาจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเช็กอิน แต่เดินทางมาเชื่อมต่อกับต้นทางแห่งศรัทธาและสถานที่ซึ่งเกี่ยวพันกับประวัติของท่านโดยตรง
นอกจากหลวงปู่ทวดแล้ว ประวัติของวัดช้างให้ยังเกี่ยวข้องกับพระครูวิสัยโสภณ หรือพระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร อดีตเจ้าอาวาสผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณะวัดให้มั่นคงในยุคหลัง พระอาจารย์ทิมเป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ และชื่อของท่านผูกพันกับประวัติการฟื้นฟูวัดช้างให้ การจัดสร้างเสนาสนะ และการทำให้วัดเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง วัดจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะวัดเก่าแก่และในฐานะวัดที่ได้รับการบูรณะโดยพระสงฆ์ผู้มีบทบาทต่อชุมชน
อุโบสถภายในวัดเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนควรเคารพความสงบของพื้นที่นี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นเขตสำคัญทางศาสนา การเดินชมควรใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังไหว้พระ ส่วนหอระฆัง เจดีย์ และมณฑปเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้วัดมีเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษารูปแบบวัดภาคใต้ที่ผสมผสานความศรัทธา งานบูรณะ และบริบทท้องถิ่น
งานประจำปีที่สำคัญของวัดคือประเพณีสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ซึ่งจัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นพิธีกรรมที่สะท้อนความกตัญญู ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ และความศรัทธาของชาวพุทธต่อหลวงปู่ทวด ช่วงเวลานี้วัดจะมีผู้คนเดินทางมาสักการะจำนวนมาก บรรยากาศคึกคักกว่าปกติ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมศรัทธาแบบภาคใต้ตอนล่างอย่างใกล้ชิด
ในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วัดช้างให้จะมีผู้ศรัทธาเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ตั้งใจมาไหว้หลวงปู่ทวด ขอพร และทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้มาเยือนควรวางแผนเวลาให้เหมาะสม หากต้องการบรรยากาศสงบควรไปช่วงเช้าหรือวันธรรมดา หากต้องการเห็นความคึกคักของแรงศรัทธาและวิถีงานบุญ สามารถเลือกเดินทางช่วงเทศกาลได้ แต่ควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถ การเดินเท้า และการสักการะในจุดสำคัญ
บรรยากาศของวัดช้างให้มีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากวัดในเมืองใหญ่ พื้นที่วัดเชื่อมกับชุมชนชนบท ทางรถไฟ และเส้นทางเดินทางระหว่างจังหวัด ผู้มาเยือนจะรับรู้ได้ถึงความเรียบง่ายของพื้นที่และความเข้มข้นของศรัทธาที่ดำรงอยู่มายาวนาน เสียงรถไฟที่ผ่านใกล้วัดช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้ประสบการณ์การมาเยือน เป็นภาพที่ทำให้วัดช้างให้จดจำง่ายและแตกต่างจากวัดชื่อดังอื่น ๆ ในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ วัดช้างให้มีหลายมุมที่ควรเก็บภาพอย่างสุภาพ ทั้งบริเวณสถูปหลวงปู่ทวด อาคารศาสนสถาน แนวทางรถไฟด้านนอกวัด และบรรยากาศผู้คนที่เดินทางมาสักการะ อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสมของศาสนสถาน ไม่ถ่ายภาพรบกวนผู้ปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ปีนป่ายพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และหลีกเลี่ยงการจัดท่าที่ไม่เหมาะสมต่อรูปเคารพหรือจุดสักการะสำคัญ
การเดินชมวัดควรเริ่มจากการกราบสักการะหลวงปู่ทวดภายในวิหารหรือจุดประดิษฐานรูปเหมือน จากนั้นจึงไปสักการะบริเวณสถูปบรรจุอัฐิ เดินชมเจดีย์ มณฑป อุโบสถ และหอระฆัง หากต้องการทำบุญหรือเช่าวัตถุมงคล ควรใช้บริการจากจุดที่วัดจัดไว้ การวางลำดับแบบนี้ช่วยให้การเดินทางเป็นระบบ ไม่เร่งรีบ และเข้าใจความสำคัญของพื้นที่แต่ละส่วนได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ วัดช้างให้เป็นสถานที่ที่สามารถเดินทางมาได้ไม่ยากเมื่อใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า พื้นที่วัดมีจุดสักการะที่ใช้เวลาไม่นาน แต่หากต้องการเดินชมอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ผู้สูงอายุควรเลือกช่วงเช้าเพื่อลดความร้อน และควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในวันที่แดดจัด โดยยังต้องรักษาความสุภาพของการแต่งกายและกิริยาขณะอยู่ภายในวัด
วัดช้างให้ยังเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติในอำเภอโคกโพธิ์ นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมเส้นทางไปยังวัดนาประดู่ วัดทรายขาว อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว น้ำตกโผงโผง หรือสถานีรถไฟนาประดู่ได้ การเดินทางลักษณะนี้ทำให้การมาไหว้พระไม่จบเพียงจุดเดียว แต่กลายเป็นทริปที่เห็นทั้งมิติประวัติศาสตร์ วัดสำคัญ ธรรมชาติ และชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
ในเชิงวัฒนธรรม วัดช้างให้เป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันของชุมชนหลายศาสนาในจังหวัดปัตตานี จังหวัดนี้มีทั้งวัดพุทธ มัสยิด ศาลเจ้า ชุมชนเก่า และมรดกทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย การมาเยือนวัดช้างให้จึงช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพปัตตานีในมิติที่ลึกขึ้น ไม่ใช่เพียงจังหวัดชายแดนใต้ แต่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีศาสนสถานสำคัญหลายแห่ง
ผู้ที่เดินทางมาจากตัวเมืองปัตตานีสามารถใช้เส้นทางหลวงสาย 42 ปัตตานี–โคกโพธิ์ ผ่านสามแยกนาเกตุ จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 409 ปัตตานี–ยะลา ผ่านชุมชนเทศบาลนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ แล้วเข้าสู่ทางแยกไปยังวัดอีกประมาณ 700 เมตร เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางได้สะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือการเหมารถท้องถิ่น
ผู้ที่เดินทางจากหาดใหญ่สามารถวางแผนเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้ โดยใช้เส้นทางลงสู่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี แล้วแวะวัดช้างให้เป็นจุดหลัก ระหว่างทางสามารถจัดโปรแกรมร่วมกับร้านอาหารในอำเภอโคกโพธิ์หรือที่พักในตัวเมืองปัตตานีได้ สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางชายแดนใต้ ควรตรวจสภาพถนน เวลาเดินทาง และเลือกเดินทางช่วงกลางวันเพื่อความสะดวก
ผู้มาเยือนที่ต้องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะควรตรวจรอบรถและการเชื่อมต่อในพื้นที่ล่วงหน้า เพราะวัดตั้งอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์และอยู่ใกล้แนวทางรถไฟ การเดินทางด้วยรถไฟสามารถใช้สถานีใกล้เคียงในเส้นทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก แล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังวัดได้ การเดินทางแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศทางรถไฟสายใต้และมีเวลาวางแผนเส้นทางมากพอ
การแต่งกายสำหรับการเข้าชมวัดควรเป็นชุดสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงความยาวเหมาะสม หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูปหรือเปิดเผยมากเกินไป หากต้องเข้าพื้นที่อาคารศาสนสถานควรถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด และควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่สัมผัสวัตถุทางศาสนาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ที่มาขอพรหลวงปู่ทวดควรตั้งจิตด้วยความเคารพและเรียบง่าย ความสำคัญของการมาไหว้พระไม่ได้อยู่ที่การขอพรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การระลึกถึงคุณธรรมของพระสงฆ์ผู้มีเมตตาและเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คน หลายคนเดินทางมาวัดช้างให้เพื่อขอพรเรื่องการเดินทางปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับความศรัทธาต่อหลวงปู่ทวดในฐานะพระผู้คุ้มครองผู้เดินทาง
ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด วัดช้างให้เป็นสถานที่ที่ควรศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเวลาเปิดทำการ จุดสักการะหลัก และเส้นทางจากตัวเมืองปัตตานีหรือหาดใหญ่ การรู้ข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้จัดทริปได้ราบรื่นขึ้น หากเดินทางในช่วงงานประจำปีหรือเทศกาลสงกรานต์ ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะมีผู้ศรัทธาเข้าร่วมพิธีและเดินทางมาสักการะจำนวนมาก
วัดช้างให้ยังเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้สนใจพระเครื่องและวัตถุมงคลสายหลวงปู่ทวด เพราะชื่อเสียงของวัดสัมพันธ์กับหลวงปู่ทวดโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับการสักการะและการเรียนรู้ประวัติมากกว่าการมองวัดเป็นเพียงแหล่งเช่าวัตถุมงคล การเลือกเช่าบูชาควรใช้จุดบริการของวัดหรือแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อรักษาความถูกต้องและลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจน
จุดเด่นของวัดช้างให้คือการรวมหลายมิติไว้ในสถานที่เดียว ทั้งตำนานการสร้างวัดจากช้างเสี่ยงทาย ประวัติหลวงปู่ทวด สถูปบรรจุอัฐิ งานสรงน้ำอัฐิประจำปี สถาปัตยกรรมภายในวัด และทำเลใกล้ทางรถไฟ เมื่อรวมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน วัดช้างให้จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่มีเนื้อหาลึกมากกว่าการไหว้พระทั่วไป และเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อของผู้คนในภาคใต้
หากมองในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานี วัดช้างให้ช่วยเติมเต็มภาพของจังหวัดให้สมบูรณ์ขึ้น ปัตตานีไม่ได้มีเพียงทะเล มัสยิด หรือย่านเมืองเก่า แต่ยังมีวัดพุทธเก่าแก่ที่คนทั่วประเทศรู้จักผ่านชื่อหลวงปู่ทวด การนำวัดช้างให้ไปอยู่ในแผนเที่ยวปัตตานีจึงช่วยให้ทริปมีมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลากหลายยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยววัดช้างให้คือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนมาก แสงธรรมชาติเหมาะกับการเดินชมวัดและถ่ายภาพอย่างสุภาพ หากต้องการมาไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ ควรหลีกเลี่ยงช่วงบ่ายแก่ ๆ ใกล้เวลาปิด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินชมหลายจุด ทำบุญ และแวะซื้อของฝากหรือรับประทานอาหารในอำเภอโคกโพธิ์หลังจากออกจากวัด
สำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวต่อไปยังจังหวัดยะลา วัดช้างให้เป็นจุดแวะที่ดีระหว่างทาง เพราะอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์ซึ่งเชื่อมต่อกับเส้นทางปัตตานี–ยะลาได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางไหว้พระที่วัดช้างให้ แล้วต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้การเดินทางคุ้มค่าและไม่ย้อนเส้นทางมากเกินไป
แม้วัดช้างให้จะเป็นวัดชื่อดัง แต่เสน่ห์แท้จริงของที่นี่คือความสงบ ความเรียบง่าย และความรู้สึกของผู้คนที่เดินทางมาด้วยศรัทธา หลายคนใช้เวลาอยู่กับวัดไม่นาน แต่กลับจดจำประสบการณ์ได้ลึก เพราะสถานที่นี้มีทั้งเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความเชื่อที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คน การมาเยือนวัดช้างให้จึงเป็นการเดินทางที่ให้ทั้งความรู้และความสงบใจ
การเดินทาง ไปวัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามจากตัวเมืองปัตตานีให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 มุ่งหน้าอำเภอโคกโพธิ์ ผ่านสามแยกนาเกตุ แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 409 ปัตตานี–ยะลา ผ่านชุมชนนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางวัดอีกประมาณ 700 เมตร ผู้ที่ขับรถเองควรใช้แผนที่นำทางประกอบและสังเกตแนวทางรถไฟใกล้วัด ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะควรวางแผนต่อรถท้องถิ่นจากจุดลงรถหรือสถานีใกล้เคียง
โดยสรุป วัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวปัตตานีสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่าแก่ หลวงปู่ทวด ตำนานท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา วัดแห่งนี้มีข้อมูลเพียงพอให้ผู้มาเยือนเข้าใจทั้งประวัติ จุดสักการะ ประเพณีประจำปี เส้นทางเดินทาง และสถานที่ใกล้เคียงในคราวเดียว จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะทั้งสำหรับผู้ศรัทธา นักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว และผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมพุทธในพื้นที่ชายแดนใต้
| ชื่อสถานที่ | วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม หรือ วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) |
| ที่ตั้ง | อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ริมแนวทางรถไฟสายหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่กับสถานีป่าไร่ |
| ที่อยู่ | หมู่ 2 ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 94180 |
| พิกัด | 6.668636, 101.169031 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่คู่จังหวัดปัตตานี สถานที่สักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รูปเหมือนหลวงปู่ทวด สถูปบรรจุอัฐิ และสถาปัตยกรรมศาสนสถานภายในวัด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากกว่า 300 ปี ตามตำนานเกี่ยวข้องกับพระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี และการเสี่ยงทายปล่อยช้างเพื่อหาชัยภูมิ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดช้างให้มาจากตำนานช้างที่เดินมาถึงบริเวณนี้แล้วร้องขึ้น 3 ครั้ง จึงถือเป็นนิมิตหมายของพื้นที่มงคล |
| ลักษณะเด่น | มีวิหารประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริง สถูป เจดีย์ มณฑป อุโบสถ และหอระฆังในบรรยากาศวัดเก่าแก่ริมทางรถไฟ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองปัตตานีใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ผ่านสามแยกนาเกตุ ต่อทางหลวงหมายเลข 409 ปัตตานี–ยะลา ผ่านชุมชนนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ แล้วเลี้ยวเข้าสู่วัดอีกประมาณ 700 เมตร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเข้าชมและสักการะทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ จุดทำบุญ จุดบูชาวัตถุมงคล พื้นที่จอดรถบริเวณวัดและพื้นที่ใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | วิหารรูปเหมือนหลวงปู่ทวด สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวด เจดีย์ มณฑป อุโบสถ หอระฆัง และพื้นที่ทำบุญภายในวัด |
| พระสงฆ์สำคัญในประวัติวัด | หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และพระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 073-358586 |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | งานสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟวัดช้างให้ ประมาณ 0.2 กม. 2. วัดนาประดู่ ประมาณ 3 กม. 3. น้ำตกโผงโผง ประมาณ 6 กม. 4. วัดทรายขาว ประมาณ 7 กม. 5. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Changhi Coffee ประมาณ 0.2 กม. 2. Café Amazon - DD1707 สน.หจก.ดี พี ปิโตรเลียม ประมาณ 9 กม. โทร. 090-1798338 3. สวนอาหารสี่กั๊ก ประมาณ 9 กม. โทร. 073-431148 4. ครัวนาใน โคกโพธิ์ ประมาณ 10 กม. โทร. 088-8290544 5. OH MY CHA โคกโพธิ์ ประมาณ 10 กม. โทร. 097-4969464 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ชมจันทร์ รีสอร์ท โคกโพธิ์ ประมาณ 9 กม. โทร. 073-431849, 081-9693276 2. Bakkahland Farm and Resort ประมาณ 28 กม. โทร. 081-8962464 3. โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี ประมาณ 30 กม. โทร. 073-450570-72 4. โรงแรมปาร์ควิว รีสอร์ท ปัตตานี ประมาณ 31 กม. โทร. 073-335100 5. โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี ประมาณ 32 กม. โทร. 073-335093 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดช้างให้ราษฎร์บูรณารามตั้งอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ริมแนวทางรถไฟสายหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่กับสถานีป่าไร่
ถาม: วัดช้างให้เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดช้างให้มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ากราบไหว้และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาเปิดทำการ
ถาม: วัดช้างให้สำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดช้างให้เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดปัตตานีและเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มีรูปเหมือนหลวงปู่ทวดและสถูปบรรจุอัฐิให้ผู้ศรัทธาสักการะ
ถาม: งานสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวดวัดช้างให้จัดเมื่อใด?
ตอบ: งานสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวดวัดช้างให้จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นประเพณีสำคัญที่ผู้ศรัทธาเดินทางมาร่วมสักการะจำนวนมาก
ถาม: เดินทางไปวัดช้างให้จากตัวเมืองปัตตานีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ผ่านสามแยกนาเกตุ จากนั้นต่อทางหลวงหมายเลข 409 ปัตตานี–ยะลา ผ่านชุมชนนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ แล้วเลี้ยวเข้าสู่วัดอีกประมาณ 700 เมตร
ถาม: จุดสักการะสำคัญภายในวัดช้างให้มีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญได้แก่ วิหารรูปเหมือนหลวงปู่ทวด สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวด เจดีย์ มณฑป อุโบสถ หอระฆัง และพื้นที่ทำบุญภายในวัด
ถาม: ควรเที่ยววัดช้างให้ร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดนาประดู่ วัดทรายขาว น้ำตกโผงโผง อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว และสถานีรถไฟวัดช้างให้ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




