หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.แม่ลาว >ต.จอมหมอกแก้ว > สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง
TL;DR: สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง อยู่ที่170 หมู่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย 57250 เปิดทุกวัน เวลา 08:30–16:30 น.
สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:30–16:30 น.
สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงรายสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ สัตว์ป่า และแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่การได้เห็นสัตว์หลายชนิดอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่บรรยากาศโดยรอบซึ่งยังคงความร่มรื่น มีพื้นที่กว้าง และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าสถานที่จัดแสดงสัตว์ทั่วไป จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะทั้งกับการพักผ่อนแบบครอบครัว การพาเด็กมาเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่า และการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดเชียงราย
สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณทางแยกหมู่ที่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 20 กิโลเมตร การเดินทางค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อื่น ๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลักและเหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มร่วมกับจุดเที่ยวใกล้เคียงในอำเภอแม่ลาวได้ไม่ยาก ปัจจุบันที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนและแหล่งศึกษาธรรมชาติที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ทำให้เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงรายแบบประหยัดแต่ได้สาระและบรรยากาศที่ดี
เสน่ห์ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งนี้อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะศูนย์อนุรักษ์และเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่า มากกว่าการเป็นเพียงแค่จุดแวะชมสัตว์เพื่อความเพลิดเพลิน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงสัตว์หายากหลายชนิดเท่านั้น แต่ยังได้เข้าใจภาพรวมของการทำงานด้านอนุรักษ์ การดูแลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ การขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก และแนวคิดของการคืนสัตว์ป่าสู่ธรรมชาติในระยะยาว ทำให้ที่นี่มีคุณค่าในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของเชียงรายอย่างชัดเจน
หากมองย้อนกลับไปในเชิงประวัติศาสตร์ การอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยแม้จะมีพื้นฐานทางกฎหมายมานานแล้ว แต่ในช่วงแรกยังเป็นการคุ้มครองเฉพาะสัตว์บางประเภท เช่น ช้าง ภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาช้าง ร.ศ. 119 หรือ พ.ศ. 2443 ขณะที่สัตว์ป่าชนิดอื่นยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่ออาวุธล่าสัตว์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจำนวนประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พื้นที่ป่าก็ถูกบุกรุกมากขึ้น สัตว์ป่าถูกล่ามากขึ้น และถิ่นอาศัยตามธรรมชาติถูกทำลายลงอย่างหนัก สถานการณ์ดังกล่าวจึงนำไปสู่การผลักดันกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของงานอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย และต่อมาวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีได้ถูกกำหนดให้เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ความสำคัญของสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงจึงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบการอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศที่พัฒนาขึ้นจากความตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียสัตว์ป่าและป่าไม้ในอดีต สถานีแห่งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของความพยายามในการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าและสร้างองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์ในระยะยาว
เดิมสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จังหวัดเชียงราย มีบทบาทในการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น ละอง ละมั่ง เก้ง กวาง หมี ไก่ฟ้า และสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในพื้นที่ 149 ไร่ อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนสัตว์เพิ่มมากขึ้นและพื้นที่เดิมมีข้อจำกัด ทั้งจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันและการขาดพื้นที่ราบเพียงพอสำหรับทำแปลงหญ้าและจัดแหล่งอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลกวาง จึงมีความจำเป็นต้องหาพื้นที่เพิ่มเติมที่เหมาะสมกว่าในการรองรับภารกิจเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า
จากการประชุมสัมมนาฝ่ายเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่กรมป่าไม้ในช่วงวันที่ 20–24 กันยายน 2538 สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยตุงได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งส่วนแยกสำหรับรองรับจำนวนสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้น พื้นที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ส้านในตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว ถูกมองว่าเหมาะสมกว่าด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ ทั้งการมีพื้นที่ราบกว้างขวาง การมีแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอ ความเหมาะสมสำหรับจัดทำทุ่งหญ้าและพื้นที่เลี้ยงสัตว์ตระกูลกวาง รวมถึงไม่รบกวนประชาชนในพื้นที่โดยรอบมากเกินไป
พื้นที่ของสถานีในอำเภอแม่ลาวมีเนื้อที่ประมาณ 1,093 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าโซนอนุรักษ์ ลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขาที่มีความลาดชันราว 35 องศา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 520–680 เมตร ดินเป็นดินร่วนปนทราย และมีสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขารูปเกือกม้า ซึ่งช่วยให้รับน้ำฝนได้ดี ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดอ่างเก็บน้ำและถนน ทำให้มีข้อได้เปรียบทั้งในด้านทรัพยากรน้ำ การเข้าถึงพื้นที่ และการจัดระบบเลี้ยงสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น
อาณาเขตโดยรอบของพื้นที่ยังช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าสถานีแห่งนี้ตั้งอยู่ในโซนธรรมชาติที่มีความต่อเนื่องกับภูมิประเทศสำคัญของเชียงราย โดยทิศเหนือจดดอยแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย ทิศใต้จดตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว ทิศตะวันออกจดเขตตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว และทิศตะวันตกจดสันดอยช้างและพื้นที่เกษตรที่สูงวาวี พื้นที่ลักษณะนี้ทำให้สถานีไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เลี้ยงสัตว์ แต่ยังเป็นพื้นที่ฟื้นฟูป่า เสริมคุณภาพระบบนิเวศ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าในระยะยาว
วัตถุประสงค์ของสถานีมีหลายด้านและล้วนสะท้อนแนวคิดการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ด้านแรกคือการศึกษาค้นคว้าและทดลองเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่มีค่าทางเศรษฐกิจและสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์ป่าและพัฒนาองค์ความรู้เรื่องอาหาร โรคสัตว์ป่า การอนุรักษ์พันธุกรรม การทำเครื่องหมายสัตว์ป่า การควบคุมและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า รวมถึงการปล่อยสัตว์กลับคืนสู่ธรรมชาติ ด้านที่ 2 คือการฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ป่า ด้านที่ 3 คือการเป็นศูนย์อบรม สาธิต และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ด้านที่ 4 คือการเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจเชิงธรรมชาติ และด้านที่ 5 คือการช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดเชียงราย
กิจกรรมภายในสถานีจึงมีความหลากหลายมากกว่าที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมองเห็นเบื้องหน้า ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กวางป่า อีเก้ง เสือลายเมฆ เสือปลา หมีควาย หมีขอ อีเห็น ชะนีธรรมดา ลิง ค่างแว่นถิ่นเหนือ และเม่นใหญ่ กลุ่มที่ 2 คือสัตว์ปีก เช่น นกยูง ไก่ฟ้า นกเป็ดแดง นกกาฮัง นกแก๊ก และนกแก้วชนิดต่าง ๆ ส่วนกลุ่มที่ 3 คือสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งูเหลือม งูหลาม และเต่าเหลือง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น กล้วย มะละกอ ฟักทอง ผักหลายชนิด และข้าวโพด รวมถึงการเพาะเลี้ยงแมลงปีกแข็งเพื่อใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีกอีกด้วย
งานของสถานียังครอบคลุมถึงการทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้เหมาะสมกับการเยี่ยมชม การป้องกันไฟป่าและทำแนวกันไฟในพื้นที่ทั้งหมด 1,093 ไร่ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ภาพรวมทั้งหมดนี้ทำให้การมาเที่ยวสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาวไม่ได้เป็นเพียงการเดินชมคอกสัตว์ แต่คือการได้เห็นการทำงานเชิงอนุรักษ์จริงที่เชื่อมโยงระหว่างสัตว์ป่า ป่าไม้ และคนในสังคม
ในมุมของนักท่องเที่ยวทั่วไป สถานีแห่งนี้เหมาะอย่างมากสำหรับการมาเที่ยวแบบครอบครัว เพราะเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าคุ้มครองและความแตกต่างของสัตว์แต่ละชนิดจากการดูของจริง ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาเดินชมพื้นที่อย่างสบาย ๆ ในบรรยากาศร่มรื่นได้ การเข้าชมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายยิ่งทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับการแวะเที่ยวเมื่อเดินทางในโซนแม่ลาวหรือเส้นทางจากตัวเมืองเชียงรายไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นของจังหวัด
อย่างไรก็ตาม การเข้าชมสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติที่ช่วยปกป้องทั้งสัตว์และผู้มาเยือน ผู้เข้าชมไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในบริเวณกรงหรือคอกสัตว์ป่า ห้ามกระทำการใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์หรือธรรมชาติ ไม่ควรแหย่หรือให้อาหารที่ไม่เหมาะสมแก่สัตว์ป่า ในบางฤดูกาลสัตว์บางชนิดอาจมีความดุร้ายมากขึ้น จึงไม่ควรเข้าใกล้มากเกินไป นอกจากนี้ยังไม่ควรส่งเสียงดัง ห้ามพกพาอาวุธเข้าไปในสถานี และควรเดินทางไปในจุดที่กำหนดพร้อมทิ้งขยะในที่จัดไว้เท่านั้น ข้อปฏิบัติเหล่านี้มีความสำคัญมากเพราะช่วยให้การเยี่ยมชมเป็นไปอย่างปลอดภัยและไม่รบกวนสัตว์ป่าที่อยู่ในความดูแล
การเดินทางไปยังสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงในอำเภอแม่ลาวค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติหลายแห่งของเชียงราย หากเริ่มจากตัวเมืองเชียงราย ใช้ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยสามารถเข้าทางแยกหมู่ที่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวและสามารถจัดรวมกับทริปในโซนแม่ลาวได้ง่าย เช่น วัดพระธาตุจอมหมอกแก้ว พื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนในจอมหมอกแก้ว หรือเส้นทางต่อไปยังวัดร่องขุ่นและแหล่งท่องเที่ยวในแนวแม่ลาว–เมืองเชียงราย
การเดินทาง เหมาะที่สุดสำหรับรถยนต์ส่วนตัว เพราะช่วยให้แวะเที่ยวหลายจุดได้สะดวก ผู้ที่ออกจากตัวเมืองเชียงรายสามารถใช้เวลาขับรถไม่นานนักก่อนเข้าสู่พื้นที่สถานี เมื่อมาถึงแล้วสามารถเดินชมพื้นที่ได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องใช้กำลังกายมาก ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ต้องการทริปเชิงเรียนรู้แบบไม่เร่งรีบ
เมื่อมองในภาพรวม สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงจึงเป็นมากกว่าสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพราะที่นี่เป็นทั้งศูนย์อนุรักษ์ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่พักผ่อนเชิงธรรมชาติที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าของสัตว์ป่าได้ใกล้ชิดขึ้น ยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่ให้ทั้งสาระและบรรยากาศสบาย ๆ แบบไม่ต้องเสียค่าเข้าชม สถานีแห่งนี้ถือเป็นจุดหมายที่เหมาะอย่างมาก และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการพาเด็กหรือครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า
| ชื่อสถานที่ | สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง (สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว) |
| ที่ตั้ง | 170 หมู่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย 57250 |
| พิกัด | ประมาณ 19.7599, 99.6436 |
| ไฮไลต์ | ชมสัตว์ป่าหายากหลายชนิด, แหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์สัตว์ป่า, พื้นที่ร่มรื่นใกล้ธรรมชาติ, เหมาะกับเที่ยวแบบครอบครัว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พัฒนามาจากภารกิจของสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยตุง และใช้พื้นที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ส้านเป็นส่วนแยกเพื่อรองรับการขยายพันธุ์สัตว์ป่า |
| ลักษณะเด่น | เป็นที่ราบเชิงเขาในหุบเขารูปเกือกม้า มีแหล่งน้ำธรรมชาติ เหมาะกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ตระกูลกวางและสัตว์ป่าหายาก |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 20 กม. เข้าทางแยกหมู่ 10 บ้านหนองผักเฮือด ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดเป็นสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและแหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ของเชียงราย |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:30–16:30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางเดินชมสัตว์, พื้นที่ร่มรื่น, จุดเรียนรู้, ที่จอดรถ, ห้องน้ำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, โซนสัตว์ปีก, โซนสัตว์เลื้อยคลาน, แปลงพืชอาหารสัตว์, พื้นที่เรียนรู้การอนุรักษ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 08 9999 8816, 08 9755 2027, 053 600758 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระธาตุจอมหมอกแก้ว 8 กม. 2. Gumpor Art Studio 7 กม. 3. ศูนย์เรียนรู้สวนเอเดนเกษตรอินทรีย์ 8 กม. 4. วัดร่องขุ่น 17 กม. 5. สิงห์ปาร์ค เชียงราย 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เตี๋ยวตุ๋นน้ำมันร้าย 10 กม. โทร 081 024 8488, 086 189 3694 2. พานโนราม่า คาเฟ่ 7 กม. 3. บ่อกุ้งลุงแป๊ะ 8 กม. 4. Ryokan Cafe 14 กม. 5. ลัดดาวัลย์ เชียงราย 11 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สวนแก้วรีสอร์ท 7 กม. โทร 084 949 5180, 053 918154, 053 666927 2. โรงแรมจินดารีสอร์ท เชียงราย 9 กม. 3. Chiangrai Ryokan 14 กม. 4. Doowall Hotel 16 กม. 5. Akhara Resort & Villa 17 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านหนองผักเฮือด หมู่ 10 ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 20 กิโลเมตร
ถาม: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาวเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม จึงเหมาะมากสำหรับการเที่ยวแบบครอบครัวและการพาเด็กมาเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่า
ถาม: ที่นี่มีสัตว์อะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก และสัตว์เลื้อยคลาน เช่น กวางป่า อีเก้ง เสือลายเมฆ เสือปลา หมีควาย หมีขอ ค่างแว่นถิ่นเหนือ นกยูง ไก่ฟ้า และงูบางชนิด
ถาม: สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุงเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว เด็ก นักเรียน ผู้สนใจสัตว์ป่า และคนที่อยากเที่ยวเชียงรายแบบได้ทั้งความรู้และบรรยากาศธรรมชาติ
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชม?
ตอบ: ไม่ควรส่งเสียงดัง ไม่ควรแหย่หรือให้อาหารที่ไม่เหมาะสมแก่สัตว์ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้คอกสัตว์ และควรเดินตามจุดที่กำหนดพร้อมทิ้งขยะในจุดที่จัดไว้
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวประมาณเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงก็สามารถเดินชมสัตว์และบรรยากาศภายในสถานีได้อย่างสบาย ๆ
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว





