ถ้ำละว้า

ถ้ำละว้า

ถ้ำละว้า
Rating: 4.4/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
 
ถ้ำละว้า เป็นหนึ่งในถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดของอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางสายธรรมชาติยกให้เป็นถ้ำที่ “ไปแล้วจำได้” เพราะประสบการณ์ของที่นี่ไม่ใช่แค่การเดินเข้าถ้ำเพื่อดูหินงอกหินย้อย แต่คือการค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากถนนสายหลักสู่ริมแม่น้ำแควน้อย แล้วต่อด้วยการนั่งเรือข้ามฝั่ง ก่อนจะมาถึงปากถ้ำที่ดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับกว้างขวางใหญ่โตเกินกว่าที่หลายคนคาดไว้ตั้งแต่แรก การเดินทางแบบนี้ทำให้ถ้ำละว้ามีเสน่ห์เฉพาะตัว คือความรู้สึกว่าเรา “ค่อย ๆ เข้าใกล้” ความงามของธรรมชาติทีละขั้น ไม่ใช่แค่แวะจอดรถแล้วเดินเข้าไปในทันที
 
สิ่งแรกที่ทำให้ถ้ำละว้าต่างจากถ้ำยอดนิยมหลายแห่งคือความเป็น “ถ้ำที่อยู่กับภูมิประเทศจริง” เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคบนแนวป่าภูเขา ขณะเดียวกันก็สัมพันธ์กับลำน้ำอย่างแม่น้ำแควน้อยอย่างแนบแน่น นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงจดจำถ้ำละว้าผ่านภาพของการนั่งเรือและความรู้สึกของลมเย็นเหนือผิวน้ำ ก่อนจะก้าวขึ้นฝั่งเพื่อเริ่มการสำรวจถ้ำ เมื่อมาถึงบริเวณปากถ้ำ หลายคนมักประหลาดใจว่าปากถ้ำอาจไม่ได้กว้างใหญ่โอ่อ่าเท่าที่คิด แต่เพียงเดินเข้าไปไม่กี่ช่วงก้าว ความรู้สึกจะเปลี่ยนทันทีจากพื้นที่สว่างภายนอกสู่โพรงถ้ำที่โปร่งและมีมิติ ความกว้างของโถงภายในทำให้การชมถ้ำละว้า “ไม่อึดอัด” เหมาะกับคนที่ชอบถ้ำแต่ไม่ถนัดพื้นที่แคบ และเหมาะกับครอบครัวที่อยากเดินชมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
 
ถ้ำละว้าเป็นถ้ำที่คนจำนวนมากตั้งใจมาเพื่อดูความงามของหินงอกหินย้อยในหลายอารมณ์ บางห้องให้ความรู้สึกเหมือนม่านโรงละครที่ไหลลงมาจากเพดานเป็นริ้ว ๆ บางห้องให้ประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยกากเพชรเมื่อแสงส่องเฉียง และบางช่วงมีรูปทรงที่ทำให้คนจินตนาการเป็นสถาปัตยกรรม เช่น ยอดปรางค์หรือเสาทรงสูง ความน่าสนใจของถ้ำละว้าจึงไม่ได้อยู่ที่ “จุดถ่ายรูปเดียว” แต่เป็นเสน่ห์ของการเดินผ่านแต่ละโถงแล้วค่อย ๆ อ่านรูปทรงของหินด้วยสายตา เหมือนอ่านงานศิลป์ที่ธรรมชาติค่อย ๆ สร้างขึ้นด้วยหยดน้ำและเวลา
 
ในด้านประวัติ ถ้ำละว้ามีข้อมูลที่ถูกอ้างถึงค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นถ้ำที่ค้นพบโดยบุคคลที่มีการระบุชื่อและปีไว้ ทำให้เรื่องเล่าของสถานที่มี “จุดยึดทางเวลา” ไม่ลอยกว้างเป็นเพียงตำนาน และเมื่อเราวางเรื่องเล่าไว้บนแกนเวลา เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมถ้ำประเภทนี้ต้องการการจัดการท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง เพราะสิ่งที่เราเห็นในถ้ำคือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่กินเวลายาวนานมหาศาล ขณะที่ความเสียหายจากการท่องเที่ยวที่ไม่ระวังอาจเกิดขึ้นได้ในไม่กี่นาที ความรู้เรื่องประวัติและธรรมชาติของถ้ำจึงไม่ใช่แค่ “ความรู้ประกอบ” แต่คือกรอบคิดที่ทำให้เราเที่ยวอย่างรับผิดชอบมากขึ้น
 
ความงามของถ้ำละว้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียบง่ายแต่ใช้เวลายาวนานมาก น้ำฝนซึมผ่านชั้นหินปูนแล้วค่อย ๆ ละลายแร่ธาตุออกมาเป็นสารละลาย เมื่อหยดน้ำไหลลงจากเพดานหรือซึมผ่านผนังถ้ำ สารละลายเหล่านี้จะตกผลึกสะสมเป็นชั้นบาง ๆ ทีละน้อย กลายเป็นหินย้อยจากด้านบนและหินงอกจากด้านล่าง หากมองผิวหินบางช่วงให้ดีจะเห็นลายไหลเป็นริ้ว เหมือนธรรมชาติทิ้งร่องรอยของทิศทางน้ำไว้ให้เราอ่าน และหากส่องไฟฉายแบบเฉียง ไม่จ่อใกล้เกินไป จะเห็นประกายวาวในบางส่วนที่สะท้อนแสงอย่างละเอียด จุดนี้เองที่ทำให้หลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือนกากเพชร ทั้งที่แท้จริงแล้วคือผลึกแร่และพื้นผิวที่ถูกน้ำสร้างรูปทรงไว้ต่างหาก
 
เพราะหินงอกหินย้อยเติบโตจากการตกผลึกที่ละเอียดมาก สิ่งที่ควรย้ำให้ชัดคือการแตะต้องหินงอกหินย้อยไม่ใช่เรื่องเล็ก แม้เพียงการแตะครั้งเดียวก็อาจทิ้งคราบน้ำมันจากผิวหนัง ทำให้พื้นผิวเปลี่ยนสีหรือทำให้การตกผลึกในจุดนั้นชะงักลงได้ในระยะยาว การเที่ยวถ้ำละว้าให้คุ้มจริงจึงไม่ใช่การพยายาม “จับให้รู้สึก” แต่คือการ “ดูให้เป็น” ใช้แสงส่องให้พอดี เดินช้า ๆ และปล่อยให้รายละเอียดของหินทำงานกับสายตาของเราแทน ยิ่งใจเย็นเท่าไร เรายิ่งเห็นความต่างระหว่างผิวหินที่เรียบแน่นกับผิวหินที่เป็นลอน และยิ่งเข้าใจว่าทำไมธรรมชาติจึงถูกยกให้เป็นช่างศิลป์ที่อดทนที่สุด
 
ภายในถ้ำละว้ามีการกล่าวถึงการแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ ที่ช่วยให้การเดินชมมีโครงเรื่องและมีจังหวะ โดยห้องที่มักถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่ ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน และห้องพระปรางค์ สิ่งที่ทำให้รายชื่อห้องเหล่านี้น่าสนใจคือมันสะท้อน “ความรู้สึก” ที่คนมีต่อรูปทรงของหินมากกว่าการตั้งชื่อแบบวิชาการ กล่าวคือ ธรรมชาติไม่ได้ตั้งชื่อให้เรา แต่คนเดินทางเข้าไปแล้วใช้จินตนาการอ่านรูปทรงของหินคล้ายกับการดูเมฆ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นเมฆที่ถูกหยดน้ำปั้นให้คงรูปอยู่ในถ้ำ ความสนุกของถ้ำละว้าจึงอยู่ตรงการเดินไปทีละช่วงแล้วลองมองว่าเราจะเห็นเหมือนคนอื่นหรือไม่ และถ้าเห็นต่าง เราเห็นเป็นอะไร
 
ห้องท้องพระโรงเป็นห้องที่หลายคนรู้สึกว่าเป็น “โถงหลัก” ของประสบการณ์ เพราะให้ความรู้สึกกว้างและสง่า เหมือนพื้นที่รับรองขนาดใหญ่ในงานสถาปัตยกรรม ความโปร่งของโถงทำให้เรามีระยะถอยพอที่จะมองภาพรวมได้ ไม่ต้องยืนชิดผนังหรือชิดหิน และนั่นสำคัญมากกับการชมถ้ำ เพราะความงามของหินงอกหินย้อยหลายแบบจะเห็นชัดเมื่อเรามีระยะมอง หากเราส่องไฟฉายแบบกว้าง ๆ จะเห็นรูปทรงรวมของโถง แล้วค่อยลดแสงลงและส่องเฉียงเพื่ออ่านรายละเอียดของพื้นผิวหินในจุดที่น่าสนใจ วิธีนี้ช่วยให้เราไม่ใช้แสงแรงเกินไปจนเห็นแค่ความขาว แต่กลับเห็นมิติและเงาอ่อน ๆ ที่ทำให้หินดูมีชีวิต
 
เมื่อเดินลึกเข้าไป ห้องดนตรีมักเป็นจุดที่ทำให้คน “ช้าลงโดยอัตโนมัติ” เพราะในความมืดและความเย็นของถ้ำ เสียงจะทำงานชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงหยดน้ำที่ตกเป็นจังหวะ เสียงฝีเท้าที่สะท้อนกลับ หรือเสียงพูดคุยที่ก้องเบา ๆ ในโถง ความรู้สึกนี้ทำให้ห้องดนตรีไม่ได้หมายถึงเครื่องดนตรีจริง ๆ แต่หมายถึงบรรยากาศของเสียงที่ถ้ำสร้างขึ้น และนี่คือช่วงที่เหมาะกับการหยุดหายใจลึก ๆ แล้วฟังว่าถ้ำมี “จังหวะ” ของมันอย่างไร ใครที่ชอบประสบการณ์แบบสงบจะชอบช่วงนี้มาก เพราะมันทำให้เราไม่ใช่แค่ผู้ชม แต่เป็นผู้รับฟังธรรมชาติด้วย
 
ห้องม่านเป็นอีกห้องที่มักทำให้หลายคนหยุดนาน เพราะรูปทรงของหินย้อยบางส่วนจะจับตัวเป็นริ้วเป็นแผ่น คล้ายผ้าม่านที่ไหลลงมาจากเพดาน บางจุดดูเหมือนม่านโรงละครที่ถูกจับจีบเป็นชั้น ๆ ความงามของห้องม่านมักเห็นชัดเมื่อใช้ไฟฉายส่องเฉียง ไม่ส่องตรง ๆ เพราะแสงเฉียงจะดึงเงาให้เกิดมิติ ทำให้ริ้วหินดูเป็นชั้นและเห็นเส้นสายชัดขึ้น หากส่องแรงเกินไปหรือส่องใกล้เกินไป ริ้วเหล่านี้จะกลายเป็นความขาวเรียบและทำให้รายละเอียดหายไป ดังนั้นเทคนิคง่าย ๆ คือถอยหนึ่งก้าว ลดแสงหนึ่งระดับ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมุมส่อง จะเห็นว่าม่านหินมีความละเอียดมากกว่าที่คิด
 
ห้องพระปรางค์มักถูกพูดถึงในฐานะห้องที่มีรูปทรง “ตั้งสูง” ให้ความรู้สึกเหมือนยอดปรางค์หรือเสาสูงที่พุ่งขึ้นไปในความมืด จุดที่น่าดูของห้องนี้คือการเปรียบเทียบความหนาแน่นของหินในแต่ละส่วน บางส่วนดูแน่นและเรียบเหมือนถูกขัด ขณะที่บางส่วนมีลอนและรอยไหลของน้ำให้เห็นชัด การถ่ายภาพในห้องนี้มักได้ผลดีเมื่อใช้มุมต่ำเล็กน้อยเพื่อเน้นความสูง แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เดินให้มั่นคง ส่องไฟที่พื้นก่อนก้าว และไม่เข้าใกล้จนเสี่ยงชนหินย้อยที่ยื่นออกมา
 
นอกจากห้องที่มีชื่อเป็นที่รู้จักแล้ว การเดินชมถ้ำละว้ายังมีเสน่ห์จาก “ช่วงต่อระหว่างห้อง” เพราะระหว่างที่เราย้ายจากโถงหนึ่งไปอีกโถงหนึ่ง เราจะเห็นรูปทรงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อเป็นทางการ แต่กลับเป็นจุดที่ทำให้คนเกิดความตื่นเต้นเฉพาะตัว เช่น หินที่มีผิวเป็นประกายมากเป็นพิเศษ หินที่มีรอยไหลเหมือนคลื่น หรือหินย้อยที่เรียงตัวเป็นแนวเหมือนระย้า หากเดินเร็ว เราจะเห็นแค่ความสวยแบบรวม ๆ แต่ถ้าเดินช้าและส่องไฟแบบนุ่ม เราจะเห็นว่ารายละเอียดเหล่านี้ทำให้ถ้ำละว้ามี “ความลึก” ของการมองมากกว่าที่หลายคนคิด
 
เรื่องสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือถ้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้สติ แม้ถ้ำละว้าจะขึ้นชื่อว่าภายในกว้าง แต่พื้นอาจชื้นลื่นในบางช่วง และความมืดทำให้การกะระยะผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะหากแสงในถ้ำไม่สม่ำเสมอหรือหากนักท่องเที่ยวพึ่งพาไฟฉายเพียงอย่างเดียว ทักษะที่ช่วยมากคือการส่องไฟไปที่พื้นก่อนก้าวทุกครั้ง เดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ลัดเลาะไปตามมุมที่ไม่ชัดเจน และรักษาระยะห่างจากผนังถ้ำและหินย้อยเพื่อป้องกันการชนโดยไม่ตั้งใจ หากไปเป็นกลุ่ม ควรเว้นระยะห่างเล็กน้อย ไม่เดินชิดกันจนแสงไฟรบกวนกัน และลดเสียงพูดคุยในช่วงที่มีคนเยอะเพื่อให้บรรยากาศปลอดภัยและน่าเดินชมมากขึ้น
 
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรี โดยภาพรวมสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าไปอำเภอไทรโยค จากนั้นจะมีช่วงที่ต้องข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อยเพื่อไปยังถ้ำละว้า ซึ่งวิธีที่นักท่องเที่ยวนิยมคือเช่าเหมาลำเรือจากท่าเรือปากแซงเพื่อข้ามไปยังฝั่งที่เป็นทางเข้าถ้ำ การเดินทางด้วยเรือทำให้ถ้ำละว้ามีเอกลักษณ์ด้านประสบการณ์ เพราะระหว่างทางเราจะได้เห็นสายน้ำและความเป็นป่าของไทรโยคในมุมที่ต่างจากการขับรถบนถนน เมื่อถึงฝั่งแล้วจึงค่อยเริ่มเดินชมถ้ำตามเส้นทางที่จัดไว้ แนะนำให้เริ่มเที่ยวช่วงเช้าหรือบ่ายต้น เพื่อให้มีเวลาเดินชมแบบไม่เร่งรีบ และเผื่อเวลาเดินทางกลับ รวมถึงเผื่อกรณีคนเยอะในช่วงวันหยุดหรือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
 
การเตรียมตัวสำหรับถ้ำละว้า ควรเน้นที่ความปลอดภัยและความคล่องตัวเป็นหลัก รองเท้าดอกยางเกาะพื้นดีคือสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงลื่นได้มาก โดยเฉพาะช่วงที่พื้นชื้นหรือมีน้ำขังเล็กน้อย ไฟฉายคาดหัวเป็นอุปกรณ์ที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้มือว่างสำหรับการทรงตัวและทำให้แสงส่องไปตามทิศทางสายตาได้ง่ายขึ้น น้ำดื่มควรมีพอเหมาะเพื่อกันเหนื่อยระหว่างเดินทางและระหว่างการเดินชมถ้ำ เสื้อผ้าควรเป็นแบบเคลื่อนไหวสะดวก ระบายอากาศได้ดี และไม่เกะกะ การพกของชิ้นใหญ่หรือกระเป๋าที่ห้อยยาวควรหลีกเลี่ยง เพราะมีโอกาสไปชนผนังถ้ำหรือหินย้อยโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไม่ดีทั้งต่อความปลอดภัยและต่อการอนุรักษ์
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ ถ้ำละว้ายังสามารถเที่ยวได้ หากเน้นการเดินช้าและพักเป็นช่วง ๆ เพราะความกว้างของถ้ำทำให้ไม่อึดอัด อย่างไรก็ตามควรประเมินกำลังและความมั่นคงในการเดิน โดยเฉพาะในช่วงที่พื้นต่างระดับหรือชื้น หากมีคนในกลุ่มที่ไม่ถนัดพื้นที่มืด ควรให้เดินอยู่กลางกลุ่ม มีไฟฉายส่วนตัว และไม่เร่งจังหวะเพื่อให้ทุกคนเดินได้อย่างมั่นใจ การท่องเที่ยวถ้ำที่ดีคือการยอมให้ความช้าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เพราะยิ่งเดินช้า เรายิ่งเห็นรายละเอียดของหินมากขึ้น และยิ่งปลอดภัยมากขึ้น
 
ถ้ำละว้ายังเหมาะกับคนที่อยากจัดทริปไทรโยคให้ “คุ้มในวันเดียว” เพราะสามารถวางเส้นทางให้ต่อเนื่องกับจุดท่องเที่ยวอื่นได้ เช่น ไปชมบรรยากาศน้ำตกไทรโยคน้อยหรือแนวทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ในช่วงเช้า แวะรับประทานอาหารในโซนวังโพหรือไทรโยค แล้วค่อยไปถ้ำละว้าในช่วงบ่ายต้น ก่อนกลับตัวเมืองในช่วงเย็น หากมีเวลาเพิ่ม สามารถต่อด้วยจุดที่ให้บรรยากาศต่างกัน เช่น บ่อน้ำพุร้อนหินดาดหรือโซนช่องเขาขาดที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ไทรโยค แต่ไม่ว่าจะจัดทริปแบบใด หัวใจของถ้ำละว้าคือการเผื่อเวลาให้มากพอ เพื่อเดินชมอย่างสงบ ไม่รีบ และไม่ทำให้ประสบการณ์ในถ้ำกลายเป็นแค่การเดินผ่าน
 
สุดท้าย ถ้ำละว้าเป็นสถานที่ที่พาเราไปเจอกับความรู้สึกสองอย่างพร้อมกัน คือความตื่นตาจากรูปทรงหินงอกหินย้อยที่ซับซ้อน และความถ่อมตัวเมื่อรู้ว่าความงามเหล่านี้เกิดจากหยดน้ำเล็ก ๆ ที่ทำงานร่วมกับเวลายาวนานเกินกว่าชีวิตคนจะนับได้ การมาเยือนถ้ำจึงไม่ใช่แค่การไป “เห็นของสวย” แต่เป็นการไปเรียนรู้ความอดทนของธรรมชาติ และเรียนรู้บทบาทของนักท่องเที่ยวที่ต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้ความงามในถ้ำยังคงอยู่เหมือนเดิมสำหรับคนรุ่นถัดไป
 
ชื่อสถานที่ ถ้ำละว้า
ที่อยู่/พิกัดพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
พิกัด: N 14.299670, E 98.982751
สรุปสถานที่ ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ภายในกว้าง แบ่งเป็นห้องชมถ้ำหลายโถง เด่นเรื่องหินงอกหินย้อยหลากอารมณ์ โดยการเข้าถึงนิยม “นั่งเรือข้ามแม่น้ำแควน้อย” ทำให้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
จุดเด่นของสถานที่ ถ้ำภายในกว้างและโปร่ง, หินงอกหินย้อยละเอียดบางจุดเหมือนม่านและมีประกายเมื่อส่องไฟเฉียง, ห้องเด่นที่ถูกกล่าวถึงบ่อย เช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน ห้องพระปรางค์, การเดินทางถึงถ้ำมักต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำแควน้อย
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 16.30 น.
ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค: คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท/เด็ก 50 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท/เด็ก 200 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวก แนะนำไฟฉายคาดหัว/ไฟฉาย, รองเท้าดอกยางดี, น้ำดื่ม; ภายในถ้ำควรเดินตามเส้นทางและระวังพื้นชื้นลื่นในบางช่วง
การเดินทาง (สรุป) จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 มุ่งหน้าไทรโยค ช่วงกม. 59–60 ต้องข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย โดยนิยมเช่าเหมาลำเรือจากท่าเรือปากแซงข้ามไป แล้วเดินเข้าชมถ้ำตามเส้นทางที่จัดไว้
การเดินทางทางเรือ (ท่าเรือปากแซง) เช่าเหมาลำเรือจากท่าเรือปากแซง (ข้ามแม่น้ำแควน้อย) ราคาโดยประมาณ 800–1,000 บาท/ลำ นั่งได้ประมาณ 10–12 คน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล/ระดับน้ำ)
สภาพปัจจุบัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวถ้ำในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเข้าชมตามช่วงเวลาที่เผยแพร่ แนะนำเที่ยวช่วงเช้า–บ่ายต้นเพื่อความปลอดภัยและเผื่อเวลาเดินทางกลับ
เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) อุทยานแห่งชาติไทรโยค: 034-686-024
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) น้ำตกไทรโยคน้อย – 20 กม.
2) สถานีรถไฟวังโพ/ถ้ำกระแซ – 25 กม.
3) น้ำตกไทรโยคใหญ่ (โซนอุทยานฯ) – 35 กม.
4) บ่อน้ำพุร้อนหินดาด – 45 กม.
5) ช่องเขาขาด (Hellfire Pass) – 55 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัวผักหวานบ้านไร่นฤบดินทร์ – 25 กม. – 083-241-6561
2) วิวริมแคว by เนืองวังโพ – 25 กม. – 081-007-1449
3) สวนอาหารวังโพธิ์ – 25 กม. – 087-152-4654
4) ร้านอาหารเรณู (โซนไทรโยค) – 30 กม. – 081-880-1987
5) ครัวรักอร่อย (โซนไทรโยค) – 30 กม. – 084-507-7745
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) River Kwai Resotel – 15 กม. – 02-642-5497
2) The FloatHouse River Kwai – 18 กม. – 084-725-8686
3) River Kwai Jungle Rafts – 20 กม. – 081-734-0667
4) Home Phutoey River Kwai – 35 กม. – 081-817-5182
5) Hintok River Camp at Hellfire Pass – 55 กม. – 081-754-3898
6) Saiyok River House – 25 กม. – 034-591-050
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำละว้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำละว้าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยนิยมเดินทางตามทางหลวง 323 แล้วต่อด้วยการข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อยเพื่อเข้าถึงบริเวณถ้ำ
 
ถาม: ถ้ำละว้าต้องนั่งเรือไหม และขึ้นเรือที่ไหน?
ตอบ: วิธีที่พบว่านิยมคือเช่าเหมาลำเรือจากท่าเรือปากแซงเพื่อข้ามแม่น้ำแควน้อยไปยังฝั่งทางเข้าถ้ำ โดยควรเผื่อเวลาและสอบถามรายละเอียดหน้างานก่อนออกเรือ
 
ถาม: ถ้ำละว้าเปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. แนะนำไปช่วงเช้าหรือบ่ายต้นเพื่อให้มีเวลาเดินชมและเดินทางกลับแบบไม่เร่งรีบ
 
ถาม: ภายในถ้ำมีห้องอะไรเด่น ๆ บ้าง?
ตอบ: มีการกล่าวถึงห้องเด่น เช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน และห้องพระปรางค์ โดยแต่ละห้องมีลักษณะหินงอกหินย้อยต่างกัน ควรเดินชมช้า ๆ และใช้ไฟฉายส่องเฉียงเพื่อเห็นมิติของหินชัดขึ้น
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรไปถ้ำละว้า?
ตอบ: แนะนำรองเท้าดอกยางเกาะพื้นดี ไฟฉายหรือไฟฉายคาดหัว น้ำดื่มพอเหมาะ และเสื้อผ้าที่คล่องตัว เพราะภายในถ้ำมีช่วงพื้นชื้นลื่นและต้องใช้แสงช่วยในการมองทาง
 
ถาม: ข้อควรระวังสำคัญที่สุดในการเข้าชมถ้ำคืออะไร?
ตอบ: ระวังความมืดและพื้นลื่น เดินช้า ๆ ส่องไฟที่พื้นก่อนก้าว และไม่แตะต้องหินงอกหินย้อยทุกกรณี เพราะเปราะบางและเสียหายได้ง่าย รวมถึงควรเคารพแนวกั้นหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
แผนที่ ถ้ำละว้า แผนที่ถ้ำละว้า
ถ้ำ กลุ่ม: ถ้ำ
คำค้นคำค้น: ถ้ำละว้าถ้ำละว้า ถ้ำละว้า ไทรโยค เที่ยวถ้ำ กาญจนบุรี ถ้ำสวย กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติไทรโยค ท่าเรือปากแซง นั่งเรือไปถ้ำละว้า ที่เที่ยวไทรโยค หินงอกหินย้อย เที่ยวไทรโยค 1 วัน
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)