หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.ทุ่งหว้า >ต.ทุ่งหว้า > ถ้ำเล สเตโกดอน
TL;DR: ถ้ำเล สเตโกดอน อยู่ที่บ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เปิดต้องจองล่วงหน้าและเข้าชมตามรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนด เวลา ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลง.
ถ้ำเล สเตโกดอน

วันเปิดทำการ: ต้องจองล่วงหน้าและเข้าชมตามรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนด
เวลาเปิดทำการ: ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลง
ถ้ำเล สเตโกดอน จังหวัดสตูล เป็นถ้ำเลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอทุ่งหว้า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาสำคัญในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือเป็นถ้ำธารลอดในเทือกเขาหินปูนที่มีเส้นทางจากปากถ้ำถึงทางออกประมาณ 4 กิโลเมตร ได้รับการกล่าวถึงในฐานะถ้ำเลที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ภายในมีลำธารลอดถ้ำ หินงอก หินย้อย ผนังหินปูนรูปทรงแปลกตา และร่องรอยซากดึกดำบรรพ์ที่เกี่ยวข้องกับช้างสกุลสเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ นักท่องเที่ยวต้องเข้าชมด้วยการล่องเรือคายัคหรือเรือแคนูตามรอบที่เจ้าหน้าที่จัด โดยการเข้าถ้ำสัมพันธ์กับระดับน้ำทะเลและต้องติดต่อจองล่วงหน้า
ถ้ำเล สเตโกดอน ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พื้นที่บริการและจุดติดต่อหลักอยู่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า เลขที่ 206 หมู่ 8 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล 91120 ส่วนพื้นที่ปากถ้ำอยู่บริเวณบ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า เส้นทางท่องเที่ยวจึงประกอบด้วย 2 ส่วนที่เกี่ยวข้องกัน คือจุดเรียนรู้และจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณตัวอำเภอทุ่งหว้า กับพื้นที่ปากถ้ำที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องเรือเข้าสู่ถ้ำ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้จึงควรวางแผนทั้งเรื่องเวลานัดหมาย จุดรวมตัว ระดับน้ำ และการเดินทางกลับจากปลายทางหลังออกจากถ้ำ
คำว่า “ถ้ำเล” สื่อถึงลักษณะของถ้ำที่มีน้ำทะเลเข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบน้ำภายในถ้ำ ส่วนคำว่า “สเตโกดอน” มาจากชื่อช้างดึกดำบรรพ์สกุลสเตโกดอน ซึ่งมีการพบซากฟอสซิลสำคัญในพื้นที่ถ้ำ ชื่อถ้ำเล สเตโกดอน จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นชื่อที่สะท้อนทั้งลักษณะภูมิประเทศ ระบบน้ำ และเรื่องราวทางบรรพชีวินวิทยาของจังหวัดสตูลอย่างชัดเจน เดิมถ้ำแห่งนี้รู้จักกันในชื่อถ้ำวังกล้วย ก่อนจะได้รับการเรียกขานในชื่อถ้ำเล สเตโกดอน หลังการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้ธรณีวิทยาสตูล
ลักษณะทางกายภาพของถ้ำเป็นอุโมงค์หินปูนขนาดใหญ่ทอดยาวใต้ภูเขา มีลำธารไหลลอดและได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลขึ้นลงในแต่ละวัน ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยว บางช่วงเป็นโถงกว้าง บางช่วงแคบลงตามแนวผนังหินและระดับน้ำ เส้นทางชมถ้ำจึงแตกต่างจากการเดินชมถ้ำบกทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือผ่านลำน้ำภายในถ้ำ ใช้ไฟฉายหรือไฟส่องทาง ชมผนังถ้ำ เพดานถ้ำ หินงอก หินย้อย และชั้นหินที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติยาวนาน ระยะเวลาในถ้ำโดยทั่วไปกินเวลาหลายชั่วโมงตามรอบนำเที่ยวและสภาพน้ำในวันนั้น
สิ่งที่ทำให้ถ้ำเล สเตโกดอนมีความสำคัญมากกว่าถ้ำท่องเที่ยวทั่วไป คือการพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลังหลายชนิด โดยเฉพาะฟอสซิลช้างสกุลสเตโกดอนและแรดโบราณสมัยไพลสโตซีน ซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้ช่วยบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในอดีต และทำให้ถ้ำแห่งนี้มีบทบาทต่อการศึกษาด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาของจังหวัดสตูล ภายในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลยังพบฟอสซิลสัตว์ทะเลโบราณและร่องรอยทางธรณีหลายยุค ถ้ำเล สเตโกดอนจึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และหลักฐานธรรมชาติที่เชื่อมโยงอดีตของโลกเข้ากับชีวิตชุมชนปัจจุบัน
ซากฟอสซิลที่ทำให้ชื่อถ้ำเล สเตโกดอนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้แก่ชิ้นส่วนขากรรไกรและฟันกรามของช้างดึกดำบรรพ์สกุลสเตโกดอน การค้นพบนี้มีความสำคัญต่อพื้นที่ทุ่งหว้าอย่างมาก เพราะช่วยผลักดันให้ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานด้านธรณี และภาคการท่องเที่ยวร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในแนวทางแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง การเข้าเที่ยวถ้ำจึงมีมาตรการด้านความปลอดภัย การจำกัดจำนวนผู้เข้าชม และการใช้ไกด์ท้องถิ่นนำทาง เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ทั้งประสบการณ์ ความรู้ และความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์
ก่อนเข้าสู่ถ้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นการเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลและพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่เป็นจุดอธิบายภาพรวมของแผ่นดินสตูล ตั้งแต่ยุคทะเลดึกดำบรรพ์ การเกิดชั้นหินปูน การค้นพบซากฟอสซิล ไปจนถึงความเชื่อมโยงของธรรมชาติกับวิถีชุมชนท้องถิ่น การแวะพิพิธภัณฑ์ก่อนเข้าถ้ำช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจสิ่งที่จะเห็นในถ้ำได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเห็นหินงอก หินย้อย หรือร่องรอยฟอสซิลบนผนังถ้ำแล้วจะสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลทางธรณีที่ได้เรียนรู้ก่อนหน้า
ประสบการณ์หลักของถ้ำเล สเตโกดอนคือการล่องเรือคายัคเข้าสู่ถ้ำ ผ่านลำธารใต้ภูเขาหินปูนที่เงียบ มืด เย็น และมีเสียงน้ำสะท้อนกับผนังถ้ำตลอดทาง นักท่องเที่ยวจะสวมเสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย และใช้อุปกรณ์ส่องสว่างระหว่างเดินทาง เรือจะค่อย ๆ เคลื่อนผ่านผนังถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย หลอดหินย้อย ม่านหิน และพื้นผิวแคลไซต์ที่สะท้อนแสงอย่างสวยงาม บางช่วงของเส้นทางให้ความรู้สึกเหมือนเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่โลกโบราณ เพราะทุกองค์ประกอบรอบตัวเกิดจากธรรมชาติที่สะสมตัวอย่างช้า ๆ เป็นเวลายาวนาน
ภายในถ้ำยังมีความพิเศษด้านระบบนิเวศ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสภาพแวดล้อมที่ผสมผสานระหว่างน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำทะเล เนื่องจากระบบน้ำในถ้ำสัมพันธ์กับลำธารและน้ำทะเลขึ้นลง สิ่งมีชีวิตในถ้ำและพื้นที่ปากถ้ำจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะ พื้นที่นี้ยังถูกกล่าวถึงในฐานะแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพของถ้ำหินปูน นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมจึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ส่องไฟรบกวนสัตว์ในระยะใกล้เป็นเวลานาน และไม่แตะต้องสิ่งมีชีวิตหรือหินภายในถ้ำ
หลังจากล่องเรือผ่านเส้นทางภายในถ้ำ นักท่องเที่ยวจะออกสู่พื้นที่ด้านปลายถ้ำและเชื่อมต่อกับเส้นทางป่าชายเลน ก่อนต่อเรือไปยังท่าเรือท่าอ้อย ภาพที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจดจำคือมุมทางออกของถ้ำที่มีลักษณะคล้ายหัวใจ และเส้นทางน้ำที่พาออกจากโลกมืดภายในถ้ำไปสู่แสงสว่าง ป่าชายเลน และท้องน้ำกว้าง พื้นที่ปลายทางนี้ทำให้ทริปถ้ำเล สเตโกดอนไม่ได้จบอยู่เพียงการชมถ้ำ แต่ต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งและวิถีชุมชนทะเลทุ่งหว้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การเที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนต้องอาศัยการวางแผนมากกว่าการแวะเที่ยวทั่วไป เพราะสภาพน้ำในถ้ำขึ้นอยู่กับน้ำทะเลขึ้นลงในแต่ละวัน รอบเข้าชมจึงไม่ได้ตายตัวแบบสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดประตูให้เข้าชมได้ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ให้บริการนำเที่ยวล่วงหน้า แจ้งจำนวนคน วันเดินทาง และรอการยืนยันเวลาที่เหมาะสมจากเจ้าหน้าที่ การจองล่วงหน้าเป็นส่วนสำคัญของการเที่ยวถ้ำแห่งนี้ เพราะช่วยให้ทีมงานจัดเรือ อุปกรณ์นิรภัย ไกด์ท้องถิ่น และการรับส่งปลายทางได้อย่างเป็นระบบ
ถ้ำเล สเตโกดอนเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติและการผจญภัยระดับเบาถึงปานกลาง ไม่ใช่การเที่ยวถ้ำที่ต้องปีนผาหรือใช้อุปกรณ์เฉพาะทางหนัก แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากต้องอยู่ในพื้นที่ปิด แสงน้อย มีน้ำ มีระดับพื้นและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ผู้ที่กลัวที่แคบ กลัวความมืด หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพควรประเมินตนเองก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ส่วนครอบครัวที่พาเด็กไปเที่ยวควรให้เด็กปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง
การเตรียมตัวก่อนเที่ยวควรเน้นความคล่องตัวและความปลอดภัย เสื้อผ้าควรเป็นชุดที่แห้งง่าย เคลื่อนไหวง่าย และไม่กังวลหากเปียกน้ำ รองเท้าควรเป็นรองเท้ารัดส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ไม่ลื่นง่าย ควรมีกระเป๋ากันน้ำสำหรับเก็บโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ เอกสาร และของใช้สำคัญ นักท่องเที่ยวควรพกน้ำดื่ม ผ้าขนหนูเล็ก และเสื้อผ้าสำรองไว้ในรถหรือจุดฝากของ การถ่ายภาพภายในถ้ำทำได้ในจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต และควรระวังไม่ให้การถ่ายภาพรบกวนการพายเรือหรือความปลอดภัยของคนในกลุ่ม
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือการแตะ หัก ขูด ขีดเขียน หรือปีนป่ายหินงอกหินย้อย เพราะประติมากรรมธรรมชาติเหล่านี้ใช้เวลายาวนานมากในการก่อตัว รอยแตะและแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้ผิวหินเสียหายได้ นอกจากนี้ยังควรงดทิ้งขยะ งดนำอาหารเข้าไปรับประทานในถ้ำ และไม่เก็บหิน เปลือกหอย ฟอสซิล หรือสิ่งใดออกจากพื้นที่ ถ้ำเล สเตโกดอนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีคุณค่า การรักษาพื้นที่ให้คงสภาพเดิมจึงเป็นหน้าที่ร่วมกันของนักท่องเที่ยวทุกคน
จุดแข็งของถ้ำเล สเตโกดอนคือการเชื่อมโยงธรรมชาติ ความรู้ และชุมชนไว้ในเส้นทางเดียวกัน นักท่องเที่ยวเริ่มจากการเรียนรู้ฟอสซิลและธรณีวิทยาที่พิพิธภัณฑ์ จากนั้นเข้าสู่ประสบการณ์จริงในถ้ำหินปูน แล้วจบทริปด้วยภาพป่าชายเลนและท่าเรือท่าอ้อย เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นจังหวัดสตูลในมิติที่กว้างกว่าเกาะหลีเป๊ะหรือทะเลอันดามัน เพราะสตูลยังมีภูเขาหินปูน ฟอสซิล ถ้ำ น้ำตก ป่าชายเลน และชุมชนที่มีเรื่องราวยาวนานในตัวเอง
บริเวณอำเภอทุ่งหว้ายังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถจัดรวมกับถ้ำเล สเตโกดอนได้หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จุดชมวิวท่าอ้อย หอสี่หลัง สันหลังมังกรทุ่งหว้า เกาะเหลาตรง น้ำตกธารปลิว และเส้นทางชุมชนทุ่งหว้า หากมีเวลาครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเน้นพิพิธภัณฑ์และล่องถ้ำเป็นหลัก หากมีเวลาเต็มวันสามารถต่อด้วยทะเลทุ่งหว้า ป่าชายเลน และจุดชมวิวท่าอ้อยได้ครบกว่า เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวสตูลแบบมีสาระและได้สัมผัสธรรมชาติหลายรูปแบบในวันเดียว
การเดินทาง ไปถ้ำเล สเตโกดอนจากตัวเมืองสตูลมีระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งรถส่วนตัวและรถประจำทางที่มุ่งหน้าอำเภอทุ่งหว้า หากใช้รถส่วนตัวให้ใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภอทุ่งหว้า แล้วติดต่อจุดบริการบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้าหรือศูนย์บริการนำเที่ยวก่อนเดินทางไปยังปากถ้ำ พื้นที่ปากถ้ำอยู่บริเวณบ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า การมีรถส่วนตัวช่วยให้จัดเวลาได้สะดวกกว่า เพราะหลังออกจากถ้ำมักมีการเชื่อมเส้นทางไปท่าเรือท่าอ้อยหรือจุดท่องเที่ยวอื่นตามโปรแกรมของชุมชน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากจังหวัดใกล้เคียงสามารถวางเส้นทางผ่านหาดใหญ่ ตรัง หรือปากบาราได้ตามแผนการเดินทาง หากเริ่มจากหาดใหญ่ควรเผื่อเวลาเดินทางเข้าสู่สตูลและทุ่งหว้าให้เพียงพอ หากพักย่านปากบาราหรืออำเภอละงูสามารถจัดทริปถ้ำเล สเตโกดอนเป็นทริปหนึ่งวันก่อนหรือหลังเที่ยวทะเลได้ดี การจัดเวลาให้เหมาะกับรอบน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จึงควรยึดเวลานัดหมายของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก ไม่ควรเดินทางไปเองโดยไม่จอง เพราะการเข้าถ้ำต้องใช้เรือ อุปกรณ์ และทีมงานดูแลความปลอดภัย
สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงธรณี ถ้ำเล สเตโกดอนเป็นจุดหมายที่ควรให้เวลาอย่างเต็มที่ เพราะเป็นสถานที่ที่อธิบายภาพรวมของอุทยานธรณีโลกสตูลได้ชัดเจน ตั้งแต่ชั้นหินปูนโบราณ กระบวนการกัดเซาะของน้ำ การเกิดโพรงถ้ำ ระบบน้ำที่สัมพันธ์กับทะเล ไปจนถึงหลักฐานซากดึกดำบรรพ์ที่บันทึกชีวิตในอดีตของโลกไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง การเที่ยวถ้ำนี้จึงให้ประสบการณ์มากกว่าความตื่นเต้นจากการล่องเรือ แต่ทำให้เข้าใจว่าธรรมชาติหนึ่งแห่งสามารถเล่าเรื่องเวลาได้ยาวนานเพียงใด
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ จุดที่น่าสนใจของถ้ำเล สเตโกดอนคือทางเข้าสู่ปากถ้ำ สะพานและจุดลงเรือ โถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มุมผนังแคลไซต์ที่สะท้อนแสงจากไฟฉาย และทางออกถ้ำที่มีภาพแสงธรรมชาติด้านนอกตัดกับความมืดภายในถ้ำ ภาพเหล่านี้ควรถ่ายด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช้แฟลชหรือแสงรุนแรงในจุดที่รบกวนคนอื่น และไม่ยื่นตัวออกนอกเรือเกินจำเป็น ความปลอดภัยระหว่างล่องเรือสำคัญกว่าภาพถ่ายทุกภาพ
ถ้ำเล สเตโกดอนยังเหมาะกับการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มศึกษาดูงาน เพราะสถานที่แห่งนี้เชื่อมโยงหลายวิชาไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา ภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศถ้ำ ระบบนิเวศป่าชายเลน การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การมีไกด์ท้องถิ่นช่วยเล่าเรื่องทำให้ข้อมูลไม่แห้งหรือยากเกินไป ผู้ฟังสามารถเห็นตัวอย่างจริงระหว่างเดินทาง และเข้าใจความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
ในมุมของการท่องเที่ยวชุมชน ถ้ำเล สเตโกดอนช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับชุมชนทุ่งหว้า เพราะชาวบ้านมีบทบาทในการนำเที่ยว พายเรือ เล่าเรื่อง ดูแลความปลอดภัย ให้บริการอาหาร ที่พักโฮมสเตย์ และกิจกรรมต่อเนื่องในพื้นที่ เช่น การล่องเลทุ่งหว้า การชมป่าชายเลน การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการสัมผัสวิถีชุมชนชายฝั่ง การเที่ยวถ้ำแห่งนี้จึงเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นเมื่อใช้บริการอย่างเหมาะสมและเคารพกติกาของพื้นที่
ถ้ำเล สเตโกดอนเป็นสถานที่ที่ควรเที่ยวด้วยจังหวะช้าและความเคารพต่อธรรมชาติ ทุกจุดในเส้นทางมีเรื่องราว ตั้งแต่ชื่อถ้ำที่มาจากช้างดึกดำบรรพ์ เส้นทางน้ำที่ลอดใต้ภูเขา หินงอกหินย้อยที่ก่อตัวทีละน้อย ฟอสซิลที่ซ่อนอยู่ในชั้นหิน ไปจนถึงป่าชายเลนและท่าเรือท่าอ้อยที่เป็นปลายทางของประสบการณ์ นักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวดี จองล่วงหน้า และเปิดใจเรียนรู้ จะได้เห็นว่าถ้ำเล สเตโกดอนเป็นมากกว่าถ้ำสวย แต่เป็นประตูสู่เรื่องราวของแผ่นดินสตูลตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำเล สเตโกดอน |
| ชื่อเดิม | ถ้ำวังกล้วย |
| ประเภท | แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล |
| ที่ตั้ง | บ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล |
| จุดติดต่อ / จุดบริการ | 206 หมู่ 8 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล 91120 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำธารลอดหินปูนที่มีเส้นทางจากปากถ้ำถึงทางออกประมาณ 4 กิโลเมตร มีการล่องเรือคายัคชมถ้ำ หินงอก หินย้อย และร่องรอยฟอสซิลดึกดำบรรพ์ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นแหล่งค้นพบฟอสซิลช้างสกุลสเตโกดอนและสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่น ๆ มีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ธรณีวิทยาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดสตูล |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “เล” สื่อถึงถ้ำที่มีระบบน้ำเชื่อมกับทะเล ส่วน “สเตโกดอน” มาจากชื่อช้างดึกดำบรรพ์ที่พบซากฟอสซิลในพื้นที่ถ้ำ |
| ลักษณะเด่น | เป็นถ้ำหินปูนคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา มีลำธารลอด น้ำขึ้นลงตามอิทธิพลของทะเล และมีเส้นทางออกสู่ป่าชายเลนก่อนถึงท่าเรือท่าอ้อย |
| การเดินทาง | ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 76 กิโลเมตร เดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวและรถประจำทางไปอำเภอทุ่งหว้า จากนั้นติดต่อจุดบริการนำเที่ยวก่อนเข้าสู่พื้นที่ปากถ้ำบ้านคีรีวง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในเขตอุทยานธรณีโลกสตูล และได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐานการท่องเที่ยวที่มีอายุถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569 |
| วันเปิดทำการ | ต้องจองล่วงหน้าและเข้าชมตามรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนด |
| เวลาเปิดทำการ | ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก / อุปกรณ์ | เรือคายัคหรือเรือแคนู เสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย ไฟฉาย ไกด์ท้องถิ่น จุดบริการนักท่องเที่ยว และเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือท่าอ้อยตามโปรแกรมนำเที่ยว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | จุดเรียนรู้พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จุดลงเรือ ปากถ้ำ เส้นทางคายัคภายในถ้ำ โถงหินงอกหินย้อย ทางออกถ้ำ ป่าชายเลน และท่าเรือท่าอ้อย |
| ผู้ดูแล / ผู้ให้บริการ | องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า และกลุ่มนำเที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนในพื้นที่ชุมชนทุ่งหว้า |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 080-110-7060 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เฟซบุ๊ก: ถ้ำเล สเตโกดอน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล ประมาณ 10 กม. โทร. 074-789501 2. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ประมาณ 10 กม. โทร. 074-789501 3. จุดชมวิวท่าอ้อย ประมาณ 18 กม. โทร. 074-789110 4. หอสี่หลัง ประมาณ 18 กม. 5. สันหลังมังกรทุ่งหว้า ประมาณ 18 กม. 6. น้ำตกธารปลิว ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Flying Fish ปลาบิน ประมาณ 10 กม. โทร. 093-5550946 2. แล้วแต่ปุ๊ The Orange Cafe ประมาณ 12 กม. โทร. 083-1965337 3. Town in Home ประมาณ 17 กม. 4. วังวนซีฟู้ด ขอนคลาน ประมาณ 20 กม. 5. ร้านอาหารน้องณี สาขาละงู ประมาณ 32 กม. โทร. 084-0693118 6. ในฝัน เบเกอรี่ ละงู ประมาณ 32 กม. โทร. 081-7668688 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ทุ่งหว้า รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 087-8376331 2. ทุ่งหว้าโฮมสเตย์โกดอน ประมาณ 10 กม. โทร. 091-0240988 3. บ้านไร่โฮมสเตย์โกดอน ประมาณ 11 กม. โทร. 080-5448528 4. Engtan Resort ประมาณ 18 กม. โทร. 086-9697144 5. Nava Nelayan Homestay ประมาณ 28 กม. โทร. 099-6165062 6. The Chevalley Beach Resort ประมาณ 30 กม. โทร. 062-2385858 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำเล สเตโกดอนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำเล สเตโกดอนอยู่ในตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พื้นที่บริการหลักอยู่ที่ 206 หมู่ 8 ตำบลทุ่งหว้า และพื้นที่ปากถ้ำอยู่บริเวณบ้านคีรีวง หมู่ 7 ตำบลทุ่งหว้า
ถาม: ถ้ำเล สเตโกดอนมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: เป็นถ้ำเลหรือถ้ำธารลอดหินปูนที่มีเส้นทางจากปากถ้ำถึงทางออกประมาณ 4 กิโลเมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และเป็นแหล่งค้นพบฟอสซิลช้างสกุลสเตโกดอนกับสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่น ๆ
ถาม: ต้องจองล่วงหน้าก่อนเข้าถ้ำเล สเตโกดอนหรือไม่?
ตอบ: ต้องจองล่วงหน้า เพราะการเข้าชมต้องใช้เรือ ไกด์ท้องถิ่น อุปกรณ์นิรภัย และต้องจัดรอบให้เหมาะกับระดับน้ำทะเลขึ้นลงในแต่ละวัน
ถาม: ถ้ำเล สเตโกดอนเปิดเวลาใด?
ตอบ: เวลาเข้าชมขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลงและรอบที่เจ้าหน้าที่กำหนด นักท่องเที่ยวต้องติดต่อศูนย์บริการก่อนเดินทางเพื่อรับเวลานัดหมายที่เหมาะสม
ถาม: การเที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: โปรแกรมท่องเที่ยวใช้เวลาหลายชั่วโมง โดยมีทั้งการเตรียมอุปกรณ์ ล่องเรือคายัคภายในถ้ำ ชมเส้นทางป่าชายเลน และเดินทางไปยังท่าเรือท่าอ้อยตามโปรแกรมนำเที่ยว
ถาม: ไปถ้ำเล สเตโกดอนควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อผ้าแห้งง่าย รองเท้ารัดส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี กระเป๋ากันน้ำ น้ำดื่ม ผ้าขนหนู เสื้อผ้าสำรอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดเส้นทาง
ถาม: ถ้ำเล สเตโกดอนเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เด็กและผู้สูงอายุสามารถร่วมทริปได้เมื่อสุขภาพพร้อมและปฏิบัติตามกติกาความปลอดภัย ผู้ที่กลัวความมืด กลัวพื้นที่แคบ หรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรประเมินตนเองก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
ถาม: เที่ยวถ้ำเล สเตโกดอนแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จุดชมวิวท่าอ้อย หอสี่หลัง สันหลังมังกรทุ่งหว้า และน้ำตกธารปลิวได้ตามเวลาที่มี
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




