หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เชียงแสน >ต.ศรีดอนมูล > ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ
TL;DR: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ อยู่ที่272 หมู่ 7 บ้านสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150 เปิดทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น.

เชียงราย

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 - 17:00 น.
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงรายที่มีความพิเศษมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือจุดชมวิวธรรมดาเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งเรื่องราวของการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง การเกษตรตามแนวพระราชดำริ วิถีชีวิตของชาวอาข่าและไทยลื้อ ความงามของทะเลหมอกและทิวทัศน์สามเหลี่ยมทองคำ ตลอดจนเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ให้ประสบการณ์ครบมากสำหรับคนที่อยากเห็นเชียงรายในมุมที่ลึกกว่าการเที่ยวเมืองหรือเที่ยววัดชื่อดัง
 
เสน่ห์ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะอยู่ตรงการเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตจริง ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อการชมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ทำงานจริงของโครงการหลวง พื้นที่เกษตรจริงของชาวบ้าน และเป็นชุมชนจริงที่ยังคงมีวิถีชีวิต มีประเพณี และมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบต่อกันอยู่ เมื่อเดินทางมาถึง ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียงชมแปลงเกษตรหรือชมวิว แต่ได้สัมผัสระบบความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า ภูเขา การเกษตร และวัฒนธรรมในพื้นที่สูงอย่างเป็นรูปธรรม
 
จุดเริ่มต้นของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะมีความสำคัญมากในเชิงประวัติศาสตร์การพัฒนาพื้นที่สูงของไทย เพราะการดำเนินงานเริ่มต้นจากงานอาสาพัฒนาชาวเขาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในระยะเริ่มแรกพื้นที่นี้ยังมีข้อจำกัดด้านการคมนาคมอย่างมาก ถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางเข้าไปโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอย่างต่อเนื่อง งานส่งเสริมจึงยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ดอยสะโง๊ะในอดีตเป็นพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก และการพัฒนาจำเป็นต้องอาศัยทั้งความต่อเนื่องและแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย
 
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2521 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่และมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น นับจากนั้นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยสะโง๊ะจึงก่อกำเนิดขึ้นอย่างจริงจัง และต่อมาพัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะในรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น การมีพระราชดำริเช่นนี้ทำให้พื้นที่ดอยสะโง๊ะไม่ได้เป็นเพียงชุมชนชายขอบในภูเขา แต่กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาอาชีพ การจัดการทรัพยากร และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างเป็นระบบ
 
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะรับผิดชอบพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ครอบคลุมชุมชนจำนวนมากในพื้นที่ประมาณ 23,750 ไร่ หรือราว 38 ตารางกิโลเมตร ชุมชนในความดูแลมีทั้งชาวอาข่า ไทลื้อ และคนเมือง ซึ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือพื้นที่ตั้งอยู่ในบริเวณดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีภาพจำทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เมื่อนำปัจจัยทั้งหมดมารวมกัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงเป็นสถานที่ที่ทั้งมีมิติทางการพัฒนาและมีมิติทางการท่องเที่ยวสูงมากในเวลาเดียวกัน
 
ลักษณะภูมิประเทศของที่นี่เป็นภูเขาลูกคลื่นและมีความลาดชันปานกลาง ความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ราว 400-700 เมตร ทำให้พื้นที่มีอากาศสบายกว่าพื้นราบ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อุณหภูมิอาจลดลงเหลือประมาณ 5 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ราว 21 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ยประมาณ 2,200 มิลลิเมตรต่อปี สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ดอยสะโง๊ะเหมาะกับการทำเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างมาก และยังเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของที่นี่จึงมีเอกลักษณ์ต่างจากพื้นที่อื่น
 
ในด้านการท่องเที่ยวทางการเกษตร ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์ รวมถึงแปลงสาธิตพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล สมุนไพร และแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่ เช่น ไร่ส้ม ไร่ข้าวโพดหวาน รวมถึงพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิดที่โครงการหลวงส่งเสริม การได้เดินชมพื้นที่จริงทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจได้ชัดว่าการพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนพืชปลูก แต่คือการเปลี่ยนทั้งโครงสร้างรายได้ คุณภาพชีวิต และแนวคิดของชุมชนไปพร้อมกัน
 
ในระยะหลัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะยังมีบทบาทเด่นด้านการแปรรูปสมุนไพรและพืชดอก โดยเฉพาะเก๊กฮวย ดอกคาโมมายล์ และหญ้าหวาน ซึ่งกลายเป็นพืชที่ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทุ่งเก๊กฮวยสีเหลืองในบางช่วงของปีจึงกลายเป็นภาพจำของดอยสะโง๊ะสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังสะท้อนผลลัพธ์ของการพัฒนาที่จับต้องได้จริง ดอกไม้ที่เคยเป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตรจึงกลายเป็นทั้งรายได้และเสน่ห์เชิงการท่องเที่ยวในเวลาเดียวกัน
 
หากมองในเชิงภูมิทัศน์ ดอยสะโง๊ะเป็นพื้นที่ที่ให้ประสบการณ์การชมวิวโดดเด่นมาก จุดเด่นที่หลายคนตั้งใจมาคือวิวสามเหลี่ยมทองคำ ทิวเขาดอยนางนอน สายน้ำโขง และทะเลหมอกยามเช้า ในวันที่อากาศเปิด ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นแนวภูเขาและพื้นที่รอยต่อของไทย ลาว และเมียนมาได้อย่างกว้างไกล ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงต่างจากการชมวิวทั่วไป เพราะเป็นวิวที่มีทั้งความงามทางธรรมชาติและน้ำหนักทางภูมิศาสตร์อยู่พร้อมกัน ยิ่งในช่วงเช้าเมื่อหมอกยังลอยอยู่เหนือเนินเขา ก็ยิ่งทำให้ดอยสะโง๊ะเป็นหนึ่งในจุดชมหมอกที่น่าประทับใจมากของเชียงราย
 
นอกจากธรรมชาติแล้ว พื้นที่นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น ดอยช้าง ดอยงู ร่องรอยป้อมปราการสมัยโบราณบนยอดดอย ตำนานภูเขาล้างทองบ่อที่บ้านเขาสะโง๊ะ และจุดชมพระธาตุเขานางคอย รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ดอยสะโง๊ะไม่ได้เป็นเพียงศูนย์เกษตรหรือจุดชมวิว แต่เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าซ้อนอยู่หลายชั้น ผู้ที่ชอบเที่ยวแบบอ่านพื้นที่ผ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะพบว่าที่นี่มีอะไรให้สำรวจมากกว่าที่เห็นในภาพโปรโมตทั่วไปอย่างชัดเจน
 
อีกมิติหนึ่งที่ทำให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะน่าสนใจมากคือมิติทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองที่นับถือพุทธ และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวอาข่าได้ในพื้นที่เดียวกัน การมีพิพิธภัณฑ์อาข่า ประเพณีปีใหม่กินวอ พิธีกรรมไล่ผีร้าย งานศิลปะการเย็บผ้าอาข่า และงานฝีมือของที่ระลึก ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การชมพืชผักหรือถ่ายภาพวิว แต่ยังได้เรียนรู้โลกทัศน์ วัฒนธรรมการแต่งกาย และภูมิปัญญาของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างใกล้ชิด
 
ของฝากจากดอยสะโง๊ะก็สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ดี ทั้งกระเป๋า หมวก และชุดประจำเผ่าที่ทำโดยชาวบ้าน ของเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าระลึก แต่เป็นผลผลิตของทักษะและวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง การซื้อของจากชุมชนจึงเป็นอีกทางหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและทำให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง
 
ในเรื่องที่พัก ศูนย์มีบ้านพักรับรองภายในศูนย์จำนวน 2 หลัง รองรับได้หลังละ 16 คน ราคาหลังละ 1,000 บาท และมีเต็นท์บริการขนาด 2 คน ราคา 100 บาทต่อหลังต่อคืน ถุงนอน 50 บาทต่อถุงต่อคน หากนำเต็นท์มาเองจะคิดค่าบริการพื้นที่ 50 บาทต่อคนต่อคืน ข้อมูลชุดนี้ทำให้ดอยสะโง๊ะเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวที่อยากพักค้างเพื่อรอชมทะเลหมอกตอนเช้า และกลุ่มศึกษาดูงานหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักแบบประหยัดและใกล้ชิดธรรมชาติ แม้ภายในศูนย์จะไม่มีร้านอาหารประจำ แต่มีแม่ครัวบริการปรุงอาหารได้โดยต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งถือว่าเหมาะกับรูปแบบการเดินทางที่วางแผนล่วงหน้าอยู่แล้ว
 
สำหรับผู้ที่ไม่ได้พักภายในศูนย์ ปัจจุบันบริเวณดอยสะโง๊ะและพื้นที่ใกล้เคียงก็มีโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์เกิดขึ้นมากขึ้น เช่น ดอยสะโง้วิวโฮมสเตย์ สตาร์ดอยคอฟฟี่แอนด์ฟาร์มสเตย์ และที่พักท้องถิ่นอื่น ๆ ทำให้ผู้เดินทางมีทางเลือกมากขึ้นทั้งแบบพักในศูนย์และพักภายนอกในบรรยากาศชุมชน จุดนี้ช่วยให้ดอยสะโง๊ะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับนักเดินทางได้ยืดหยุ่นขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการตื่นเช้ามาชมหมอกและวิวสามประเทศอย่างเต็มที่
 
เสน่ห์ของดอยสะโง๊ะยังอยู่ที่การให้ประสบการณ์ “การอยู่กับพื้นที่” มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ หากมาถึงในช่วงเย็น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นแสงอ่อนบนภูเขา ได้สัมผัสลมเย็น และได้มองเส้นขอบแดนในมุมกว้าง ตอนเช้าจะเป็นอีกอารมณ์หนึ่งเมื่อทะเลหมอกค่อย ๆ เปิดเผยภูมิประเทศด้านล่าง บางวันยังสามารถเห็นวิวแม่น้ำโขงและพระธาตุเขานางคอยได้อย่างชัดเจน ความเปลี่ยนแปลงของแสงและอากาศในแต่ละช่วงเวลานี่เองที่ทำให้ดอยสะโง๊ะเป็นสถานที่ที่ควรให้เวลากับมันพอสมควร ไม่ใช่แวะเพียงสั้น ๆ แล้วรีบกลับ
 
นักท่องเที่ยวที่สนใจการล่องเรือในแม่น้ำโขงก็สามารถเชื่อมเส้นทางเที่ยวจากดอยสะโง๊ะไปยังโซนสามเหลี่ยมทองคำได้เช่นกัน เพราะพื้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอำเภอเชียงแสน จุดนี้ทำให้การวางแผนเที่ยวสามารถทำได้หลายรูปแบบ จะเน้นเกษตรและวัฒนธรรมในตอนเช้า แล้วค่อยลงไปชมสามเหลี่ยมทองคำในช่วงบ่าย หรือพักค้างคืนเพื่อรอทะเลหมอกตอนเช้าก่อนออกไปเที่ยวต่อก็ได้ ความยืดหยุ่นเช่นนี้ทำให้ดอยสะโง๊ะเหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้ที่อยากจัดทริปแบบมีเนื้อหาเชิงลึกมากขึ้น
 
ในมุมของการถ่ายภาพ ดอยสะโง๊ะให้ภาพได้หลายแนวมาก ทั้งภาพเกษตรบนพื้นที่สูง ภาพวิถีชุมชน ภาพชุดชนเผ่า ภาพทุ่งดอกไม้ ภาพทะเลหมอก และภาพวิวสามประเทศจากมุมสูง คนที่ชอบถ่ายภาพจะรู้สึกว่าสถานที่นี้มีความหลากหลายของอารมณ์และฉากหลังสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงดอกเก๊กฮวยบานหรือในเช้าที่หมอกหนา ภาพที่ได้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะของดอยสะโง๊ะอย่างชัดเจน
 
เมื่อมองโดยรวม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงเป็นสถานที่ที่รวมบทบาทหลายด้านไว้ในจุดเดียว ทั้งเป็นศูนย์พัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูง พื้นที่เรียนรู้ทางวัฒนธรรม จุดชมวิวสำคัญของเชียงราย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และพื้นที่พักค้างแบบเรียบง่ายบนภูเขา หากกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่ได้ทั้งสาระ วิว และประสบการณ์ชุมชน ดอยสะโง๊ะคือหนึ่งในจุดหมายที่ครบและมีมิติมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านดอยสะเก็ด เวียงป่าเป้า และแม่สรวย จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย แล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่จันตามทางหลวงหมายเลข 1016 ต่อไปจนถึงอำเภอเชียงแสน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1290 ผ่านโซนสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 18 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3-6 กิโลเมตรตามเส้นทางขึ้นบ้านสะโง๊ะ ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงศูนย์ประมาณ 265 กิโลเมตร ส่วนจากตัวเมืองเชียงรายถึงศูนย์ประมาณ 54 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 1 ชั่วโมง เส้นทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท และยังสามารถใช้บริการรถโดยสารสายเชียงใหม่-เชียงแสนได้เช่นกันก่อนต่อขึ้นพื้นที่
 
ชื่อสถานที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ
สรุปสถานที่ศูนย์พัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติในบ้านสะโง๊ะ อำเภอเชียงแสน โดดเด่นด้วยวิวสามเหลี่ยมทองคำ ทะเลหมอก วิถีอาข่า และแปลงพืชเศรษฐกิจของโครงการหลวง
ที่ตั้ง272 หมู่ 7 บ้านสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150
ไฮไลต์แปลงเกษตรที่สูง, ทุ่งเก๊กฮวย, จุดชมวิวสามเหลี่ยมทองคำ, ทะเลหมอกยามเช้า, วิถีอาข่า, พิพิธภัณฑ์อาข่า
ประวัติ / ความเป็นมาเริ่มจากงานอาสาพัฒนาชาวเขาตามพระราชดำริ และได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2522 โดยความร่วมมือของมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมพื้นที่ในปี พ.ศ. 2521
ลักษณะเด่นเป็นพื้นที่ภูเขาลูกคลื่นสูง 400-700 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหมาะกับเกษตรบนพื้นที่สูง การชมวิว และการท่องเที่ยวชุมชน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวง แหล่งเรียนรู้เกษตรที่สูง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของอำเภอเชียงแสน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08:00 - 17:00 โดยประมาณ
ค่าเข้าชมไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัด
เบอร์ติดต่อหลัก081-951-9711, 061-249-5791
อีเมลsng7032rpf@gmail.com
เว็บไซต์ / เพจทางการroyalprojectthailand.com/sango
การเดินทางจากเชียงรายใช้เส้นทางไปเชียงแสน แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1290 ถึงกม.18 เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านสะโง๊ะ ระยะทางจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 54 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวกบ้านพักรับรอง 2 หลัง, เต็นท์บริการ, พื้นที่กางเต็นท์, แม่ครัวบริการอาหารเมื่อแจ้งล่วงหน้า, แปลงสาธิต, จุดชมวิว, พิพิธภัณฑ์อาข่า
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. จุดชมวิวดอยสะโง๊ะ – 2 กม.
2. พระธาตุเขานางคอย – 8 กม.
3. สามเหลี่ยมทองคำ – 11 กม.
4. พิพิธภัณฑ์อาข่า – 1 กม.
5. วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว – 10 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Stardoi Coffee & Farmstay – 4 กม. โทร 064-496-2662
2. Mong'doodoi ดอยสะโง้ – 3 กม. โทร 099-289-3664, 097-959-6654
3. ร้านกาแฟและอาหารท้องถิ่นโซนดอยสะโง๊ะ – 3 กม.
4. ร้านอาหารโซนสามเหลี่ยมทองคำ – 11 กม.
5. ร้านอาหารในอำเภอเชียงแสน – 12 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักรับรองภายในศูนย์ – ภายในพื้นที่ ราคา 1,000 บาท/หลัง
2. เต็นท์บริการภายในศูนย์ – ภายในพื้นที่ ราคา 100 บาท/หลัง/คืน
3. ดอยสะโง้วิวโฮมสเตย์ – 4 กม. โทร 098-748-8565, 065-268-1318
4. Stardoi Coffee & Farmstay – 4 กม. โทร 064-496-2662
5. Doisango Homestay – 5 กม. โทร 092-263-6394
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
 
ถาม: จุดเด่นของดอยสะโง๊ะคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือแปลงเกษตรบนพื้นที่สูง วิวสามเหลี่ยมทองคำ ทะเลหมอก วิถีอาข่า และบรรยากาศชุมชนบนดอย
 
ถาม: ดอยสะโง๊ะเหมาะกับการเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการชมทะเลหมอก ส่วนช่วงปลายปีถึงต้นปีมักเหมาะกับการชมดอกเก๊กฮวยและอากาศเย็น
 
ถาม: สามารถพักค้างคืนในศูนย์ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ มีบ้านพักรับรองและเต็นท์บริการภายในศูนย์ รวมถึงพื้นที่สำหรับผู้ที่นำเต็นท์มาเอง
 
ถาม: ภายในศูนย์มีร้านอาหารหรือไม่?
ตอบ: ภายในศูนย์ไม่มีร้านอาหารประจำ แต่มีแม่ครัวบริการปรุงอาหารเมื่อแจ้งล่วงหน้า 1 วัน
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวประมาณเท่าไร?
ตอบ: หากเที่ยวแบบไม่ค้างคืนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ถึง 4 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการชมหมอกหรือสัมผัสบรรยากาศชุมชนควรพักค้างคืน

โครงการในพระราชดำริหมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวงกลุ่ม: ●โครงการหลวง

update iconปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์(8)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(38)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(9)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น(5)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(18)

ดอย และภูเขา(20)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)

น้ำตก(16)

น้ำพุร้อน(6)

ถ้ำ(8)

แม่น้ำลำคลอง(10)

ทะเล และหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(9)

ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(1)