หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เวียงป่าเป้า >ต.แม่เจดีย์ใหม่ > ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน
TL;DR: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน อยู่ที่บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงที่มีความน่าสนใจมากกว่าการเป็นเพียงจุดแวะพักริมทางขึ้นดอย เพราะสถานที่แห่งนี้สะท้อนเรื่องราวของการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ที่เคยพึ่งพาการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย ไปสู่ชุมชนที่มีอาชีพมั่นคง มีระบบเกษตรที่เหมาะกับภูมิประเทศ และยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ไว้ได้อย่างชัดเจน หากมองในมุมของการท่องเที่ยว ที่นี่คือจุดหมายที่รวมธรรมชาติ วิถีชุมชน ความรู้ด้านเกษตร และบรรยากาศเรียบง่ายของหมู่บ้านบนเขาไว้ในพื้นที่เดียวอย่างลงตัว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2525 บนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมายาวนานในชุมชนบนพื้นที่สูงของอำเภอเวียงป่าเป้า เดิมราษฎรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด และฝิ่น แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเกษตรสมัยใหม่ ขาดการจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างเหมาะสม และมีการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและความไม่มั่นคงทางรายได้ตามมาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์แห่งนี้จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับชาวบ้าน โดยเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นไปสู่พืชไร่ ผัก และผลไม้เมืองหนาวที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าและยั่งยืนกว่า
ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 19.03 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,890.90 ไร่ ครอบคลุม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 8 บ้านเมืองน้อย บ้านห้วยน้ำริน บ้านดอยมด และหมู่ 10 บ้านดอยม่วง บ้านแสนเจริญ และบ้านแม่ขะต๋าน รวม 287 ครัวเรือน มีประชากรราว 1,345 คน ประกอบด้วยชาวมูเซอ กะเหรี่ยง และคนเมือง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาชันถึงประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 700–1,000 เมตร จึงมีลักษณะภูมิประเทศที่เหมาะกับพืชเมืองหนาวหลายชนิดและมีอากาศเย็นสบายกว่าพื้นล่างอย่างชัดเจน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 20.5 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยราว 1,400 มิลลิเมตรต่อปี
ลำน้ำสำคัญของพื้นที่ ได้แก่ ลำห้วยน้ำริน ลำห้วยแม่โถน้อย และลำห้วยสาขาของแม่โถ ซึ่งไหลจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ลงไปสู่แม่น้ำลาวและเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำโขงในที่สุด ระบบน้ำขนาดเล็กเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของชุมชนและต่อการเพาะปลูก เมื่อศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเข้ามา หนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือการให้ความสำคัญกับการดูแลแหล่งน้ำและการทำเกษตรที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ชุมชนจึงไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูก แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรและการดูแลพื้นที่ต้นน้ำไปพร้อมกัน
เสน่ห์สำคัญของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินอยู่ที่การเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรบนพื้นที่สูงที่ยังคงบรรยากาศเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงจะได้เห็นแปลงวิจัยและแปลงเกษตรของชาวบ้านจริง ไม่ใช่เพียงสวนจัดโชว์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ภายในศูนย์มีแปลงวิจัยพืชหลายชนิด เช่น เฟิร์นหนัง เฟิร์นเขากวาง สาวรส และบ๊วย ซึ่งบ๊วยจะออกดอกในช่วงเดือนธันวาคมและออกผลราวเดือนมีนาคมถึงเมษายน การได้มาเดินชมในช่วงฤดูกาลต่างกันจึงให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บางช่วงเหมาะกับการดูดอก บางช่วงเหมาะกับการดูผล และบางช่วงเหมาะกับการสังเกตการเตรียมแปลงปลูกของชุมชน
นอกจากแปลงวิจัยภายในศูนย์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถชมแปลงเกษตรของชาวบ้าน เช่น แปลงตุ่มเงินตุ่มทอง และแปลงสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งมักให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ช่วงเวลานี้ถือเป็นฤดูกาลที่พื้นที่มีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ เพราะอากาศเย็นลง ผลผลิตเริ่มสวยงาม และบรรยากาศโดยรวมเหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้ง การเดินชมแปลงของชาวบ้านช่วยให้เห็นว่าระบบส่งเสริมของโครงการหลวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเขตศูนย์ แต่แผ่ขยายไปถึงระดับครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้มาเยือนจึงได้เห็นผลลัพธ์จริงของการพัฒนาในระดับชุมชน
ในมุมของคนที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ห้วยน้ำรินมีความพิเศษตรงที่นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพียงเพื่อดูผลผลิตหรือถ่ายภาพ แต่ยังได้สัมผัสความเป็นชุมชนบนเขาที่ดำเนินชีวิตอยู่จริง วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ยังคงมีความชัดเจน ทั้งการแต่งกาย ภาษาพูด พิธีกรรม และงานหัตถกรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวมูเซอและกะเหรี่ยงที่ยังสืบทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ห้วยน้ำรินไม่ได้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมที่มีชีวิต
หนึ่งในประเพณีที่น่าสนใจของพื้นที่คือปี๋ใหม่ของชนเผ่ามูเซอ ซึ่งมักจัดขึ้นช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญที่คนในชุมชนจะรวมตัวกัน ทำพิธี พบปะญาติพี่น้อง และแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมออกมาอย่างชัดเจน อีกพิธีหนึ่งที่มีความโดดเด่นคือพิธีเลี้ยงชา ซึ่งมักจัดในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และพิธีเลี้ยงขวัญใต้เตียนซึ่งเป็นพิธีทำบุญของสมาชิกในหมู่บ้าน พิธีเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าชุมชนบนเขาไม่ได้ดำรงชีวิตโดยแยกขาดจากความเชื่อ แต่มีระบบพิธีกรรมที่เชื่อมโยงกับการดำรงชีวิต การเกษตร และความสัมพันธ์ในชุมชนอย่างแนบแน่น
อีกภาพหนึ่งที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน คือการตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง งานศิลปวัฒนธรรมการทอผ้ากี่เอวแบบกะเหรี่ยงของกลุ่มแม่บ้านขะต๋าน การผลิตไม้กวาดดอกหญ้าของกลุ่มแม่บ้านเมืองน้อย และการทำเครื่องเงินแบบโบราณ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสาธิตเพื่อให้นักท่องเที่ยวชม แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบทักษะที่ช่วยสร้างรายได้และรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนไว้พร้อมกัน การได้เห็นชาวบ้านลงมือทำจริงทำให้การเที่ยวห้วยน้ำรินมีน้ำหนักและมีคุณค่ามากกว่าการไปเที่ยวสถานที่ที่แยกตัวจากชีวิตจริงของคนในพื้นที่
ในแง่ของธรรมชาติ พื้นที่รอบศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลายแห่ง บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจานเป็นหนึ่งในจุดแวะยอดนิยมของผู้เดินทางบนเส้นทางเชียงใหม่–เชียงราย และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางจากห้วยน้ำรินได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีน้ำตกเมืองน้อยซึ่งมีสายน้ำไหลลัดเลาะผ่านหน้าผาสูงชันประมาณ 10 เมตร ก่อนตกลงสู่แผ่นหินและแตกเป็นละอองน้ำอยู่ตลอดเวลา จากจุดนี้ยังสามารถเดินลัดเลาะต่อไปสู่น้ำตกห้วยม่วงผ่านเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม รายล้อมด้วยป่าดงดิบที่ยังคงความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับคนที่อยากเติมมิติของการเดินป่าเบา ๆ เข้าไปในทริป
ความน่าสนใจของห้วยน้ำรินจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในเขตรั้วศูนย์ แต่ขยายไปถึงภูมิทัศน์โดยรอบที่ให้ทั้งบ่อน้ำร้อน น้ำตก ป่าธรรมชาติ และหมู่บ้านชาติพันธุ์ ในเชิงการวางแผนเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากเชียงใหม่หรือเชียงรายได้ แต่ถ้าต้องการซึมซับบรรยากาศของพื้นที่อย่างเต็มที่ การพักค้างคืนในศูนย์หรือโฮมสเตย์จะช่วยให้เห็นชีวิตของชุมชนชัดขึ้นมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นเวลาที่แสงสวย อากาศดี และกิจกรรมในหมู่บ้านมีความเป็นธรรมชาติที่สุด
จุดแข็งอีกอย่างของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินคือเรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะแม้จะเป็นศูนย์บนพื้นที่สูง แต่มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถพักในเรือนพักรับรองของศูนย์ พักแบบโฮมสเตย์สัมผัสชีวิตชาวมูเซอที่บ้านห้วยน้ำริน พักเกสต์เฮ้าส์บ้านเมืองน้อย หรือเลือกกางเต็นท์ในบริเวณศูนย์และสวนสนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเต็นท์ให้เช่าและมีร้านอาหารบริการภายในศูนย์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับหลายศูนย์บนพื้นที่สูงที่ต้องวางแผนเรื่องอาหารล่วงหน้าอย่างเข้มงวด ทำให้ห้วยน้ำรินเหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว และคนที่อยากพักค้างแบบง่าย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ชอบของฝาก งานหัตถกรรมของชุมชนถือเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การมาเยือนห้วยน้ำรินมีความหมายมากขึ้น ผ้าทอกี่เอวแบบกะเหรี่ยง เครื่องเงินโบราณ มีดแบบมูเซอ และไม้กวาดดอกหญ้า ล้วนเป็นสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่อย่างชัดเจน สินค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นของฝากแบบทั่วไปที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม แต่เป็นผลลัพธ์จากทักษะและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา การอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นจึงช่วยให้รายได้หมุนกลับสู่ชุมชนและทำให้การท่องเที่ยวมีผลดีต่อคนในพื้นที่จริง
การเดินทาง ไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับศูนย์บนพื้นที่สูงหลายแห่ง โดยห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 72 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 เส้นเชียงใหม่–เชียงราย แล้วเลี้ยวขวาช่วงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 63–64 จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณ 9 กิโลเมตรก็จะถึงศูนย์ ถนนสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท และยังสามารถใช้บริการรถยนต์รับจ้างได้เช่นกัน จุดขึ้นรถที่นิยมคือคิวรถเวียงกาหลงบริเวณสี่แยกตลาดธานินทร์ ค่ารถโดยสารโดยประมาณอยู่ที่คนละ 35 บาท ส่วนการเหมารถจากเชียงใหม่ตรงถึงศูนย์โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในศูนย์โครงการหลวงที่เข้าถึงได้ง่ายและเหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นเที่ยวโครงการหลวงแบบไม่ต้องเดินทางไกลมาก
เมื่อพิจารณาในภาพรวม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินคือจุดหมายที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่ต้องการเห็นว่าโครงการหลวงเปลี่ยนแปลงชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างไร ที่นี่มีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การพัฒนา ระบบเกษตรที่เหมาะกับภูมิประเทศ วิถีชาติพันธุ์ที่ยังมีชีวิต แหล่งธรรมชาติใกล้เคียง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้เดินทางได้ง่าย การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาชมสวนหรือแวะพักรถ แต่เป็นการมาเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า น้ำ เกษตร และวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวอย่างชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่มีบรรยากาศสงบ เดินทางไม่ยาก มีทั้งกิจกรรมเชิงเกษตรและวัฒนธรรม พร้อมแหล่งพักค้างแบบชุมชนและธรรมชาติ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินถือเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีถึงต้นปีที่อากาศเย็น ผลผลิตทางการเกษตรสวยงาม และพิธีกรรมของชุมชนหลายอย่างอยู่ในช่วงที่น่าสนใจ การมาที่นี่จึงให้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และประสบการณ์แบบพื้นที่สูงของภาคเหนือที่ยังคงความจริงแท้อยู่มาก
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติบนพื้นที่สูงในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เด่นเรื่องแปลงเกษตรเมืองหนาว วิถีมูเซอและกะเหรี่ยง แหล่งพักค้างแบบชุมชน และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงอย่างบ่อน้ำร้อนแม่ขะจานและน้ำตกเมืองน้อย |
| ที่ตั้ง | บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 |
| พิกัด | ประมาณ 19.577, 99.566 |
| ไฮไลต์ | ชมแปลงวิจัยและแปลงเกษตรชาวบ้าน สตรอว์เบอร์รี่ บ๊วย สาวรส ชมวิถีชนเผ่ามูเซอและกะเหรี่ยง ชมหัตถกรรมพื้นถิ่น และต่อทริปสู่น้ำตกเมืองน้อยกับบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน |
| ประวัติ / ยุค | จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อส่งเสริมอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง |
| ผู้ดูแล | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน / มูลนิธิโครงการหลวง |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่ภูเขาชันประมาณ 95% สูงราว 700–1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นตลอดปี และมีชุมชนชาติพันธุ์ที่ยังรักษาวิถีดั้งเดิมไว้ชัดเจน |
| การเดินทาง | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่–เชียงราย เลี้ยวขวาช่วงกม. 63–64 แล้วไปต่ออีกประมาณ 9 กม. รถยนต์ทุกประเภทเข้าถึงได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06:00 – 18:00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เรือนพักรับรองของศูนย์, โฮมสเตย์บ้านห้วยน้ำริน, เกสต์เฮ้าส์บ้านเมืองน้อย, จุดกางเต็นท์, เต็นท์ให้เช่า, ร้านอาหารภายในศูนย์ |
| ค่าใช้จ่ายที่พักภายใน | เรือนพักรับรอง 50 บาท/คน/คืน, โฮมสเตย์ 60 บาท/คน/คืน, เกสต์เฮ้าส์บ้านเมืองน้อย 100 บาท/คน/คืน, จุดกางเต็นท์ 50 บาท, เต็นท์ 2 คน 100 บาท/หลัง/คืน, ถุงนอน 20 บาท/คืน |
| พื้นที่สำคัญ | แปลงวิจัยเกษตร, แปลงเกษตรชาวบ้าน, พื้นที่ชมหัตถกรรมชุมชน, จุดพักค้างภายในศูนย์, เส้นทางเชื่อมสู่น้ำตกเมืองน้อยและน้ำตกห้วยม่วง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-609586, 081-0306417 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เครือข่ายข้อมูลท่องเที่ยว COTS / ข้อมูลท้องถิ่นแม่เจดีย์ใหม่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน – ประมาณ 16 กม. 2. น้ำตกเมืองน้อย – ประมาณ 4 กม. 3. น้ำตกห้วยม่วง – ประมาณ 6 กม. 4. เวียงกาหลง – ประมาณ 18 กม. 5. อุทยานแห่งชาติขุนแจ – ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารภายในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน – ภายในพื้นที่ศูนย์ โทร 053-609586 2. ร้านน้ำเงี้ยวซี่โครง แม่ขะจาน – ประมาณ 17 กม. 3. ร้านบ่อกุ้งนงคราญ แม่ขะจาน – ประมาณ 18 กม. โทร 086-9190063 4. Analog House Cafe n’ Craft – ประมาณ 18 กม. 5. ร้านอาหารในโรงแรมม่อนธารธรรมรีสอร์ท – ประมาณ 19 กม. โทร 084-3784471 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมเฮาฮักแม่ขะจาน – ประมาณ 18 กม. โทร 062-545-7999, 094-782-9899 2. โรงแรมม่อนธารธรรมรีสอร์ท – ประมาณ 19 กม. โทร 084-3784471, 086-792-1114 3. โรงแรมเฟื่องฟูกิจ – ประมาณ 18 กม. โทร 053-789075 4. ฮูกโฮม Owl Homes – ประมาณ 18 กม. โทร 064-312-9769 5. Palm Hug Resort เวียงป่าเป้า – ประมาณ 26 กม. โทร 090-3322866 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยใช้เวลาเปิดทำการ 06:00 – 18:00 น.
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม จึงเหมาะสำหรับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือกลุ่มที่ต้องการแวะเรียนรู้เกษตรและวัฒนธรรมโดยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: จุดเด่นของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือแปลงเกษตรบนพื้นที่สูง วิถีชีวิตของชาวมูเซอและกะเหรี่ยง งานหัตถกรรมพื้นถิ่น และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงอย่างน้ำตกเมืองน้อยกับบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน
ถาม: ไปเที่ยวช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงปลายปีถึงต้นปีเหมาะมาก เพราะอากาศเย็น ผลผลิตเกษตรหลายชนิดอยู่ในช่วงสวย และพิธีกรรมบางอย่างของชุมชนอยู่ในช่วงน่าสนใจ
ถาม: ภายในศูนย์มีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีทั้งเรือนพักรับรอง โฮมสเตย์ เกสต์เฮ้าส์ จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแบบเรียบง่ายใกล้ธรรมชาติ
ถาม: รถยนต์ทั่วไปสามารถขึ้นไปได้หรือไม่?
ตอบ: รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางถึงศูนย์ได้ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในศูนย์โครงการหลวงที่เข้าถึงสะดวก
ถาม: สามารถเที่ยวต่อจากศูนย์ไปที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อทริปไปยังบ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน น้ำตกเมืองน้อย น้ำตกห้วยม่วง เวียงกาหลง และอุทยานแห่งชาติขุนแจได้ไม่ยาก
โทร : 053609586
มือถือ : 0810306417
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว




