หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.แจ้ห่ม
>ต.แจ้ห่ม
> อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อยู่ที่ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงจากการมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ น้ำตกแจ้ซ้อน ป่าเขาอุดมสมบูรณ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศของภูเขาและลำธารอย่างงดงาม อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง มีเนื้อที่ประมาณ 592 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นผืนป่าสำคัญบริเวณแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่มีบทบาทต่อชีวิตของชุมชนในพื้นที่โดยรอบ
เอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอยู่ที่การรวมปรากฏการณ์ธรรมชาติ 2 แบบไว้ในพื้นที่เดียวกัน คือบ่อน้ำพุร้อนและน้ำตก บริเวณที่ทำการอุทยานมีบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนซึ่งเป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากสภาพทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ และมีไอน้ำลอยขึ้นจากบ่อให้เห็นตลอดเวลา ไม่ไกลกันคือเส้นทางไปน้ำตกแจ้ซ้อนซึ่งมีน้ำเย็นใสไหลมาจากลำน้ำแม่มอญ เมื่อน้ำร้อนและน้ำเย็นมาบรรจบกันจึงเกิดแอ่งน้ำอุ่นธรรมชาติที่เป็นหนึ่งในภาพจำของอุทยานแห่งนี้ ความแตกต่างระหว่างน้ำร้อน น้ำเย็น ป่าไม้ และภูเขา ทำให้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยากในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป
พื้นที่ของอุทยานมีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำและแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า พรรณไม้ และระบบนิเวศที่หลากหลาย เส้นทางธรรมชาติในอุทยานช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างป่า น้ำ ดิน หิน น้ำพุร้อน และชีวิตของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน การเดินเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาชมบ่อน้ำร้อนหรือน้ำตก แต่เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านพื้นที่จริง เห็นว่าผืนป่าที่สมบูรณ์ทำหน้าที่กักเก็บน้ำ สร้างความชุ่มชื้น และหล่อเลี้ยงลำธารที่กลายเป็นน้ำตกและแหล่งน้ำของชุมชนต่อไปอย่างไร
บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยาน มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายบ่อรวมกันในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ อุณหภูมิน้ำร้อนเฉลี่ยประมาณ 73 องศาเซลเซียส ภายในบริเวณมีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่รอบบ่อ ไอน้ำที่ลอยขึ้นจากผิวน้ำสร้างบรรยากาศคล้ายม่านหมอกบาง ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงอากาศเย็น ภาพบ่อน้ำร้อนที่มีไอกรุ่นท่ามกลางภูเขาและป่าไม้เป็นภาพที่ทำให้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเมืองปาน
กิจกรรมยอดนิยมบริเวณบ่อน้ำร้อนคือการนำไข่ไก่หรือไข่นกกระทามาแช่ในบ่อน้ำร้อน ไข่ไก่ที่แช่ประมาณ 17 นาทีจะมีลักษณะพิเศษคือไข่แดงแข็งและมีรสชาติมัน ส่วนไข่ขาวยังเหลวคล้ายไข่ลวกหรือไข่เต่า เป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจดจำได้ดี เพราะเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพลังงานธรรมชาติจากความร้อนใต้พิภพโดยตรง อย่างไรก็ตาม ควรใช้จุดที่อุทยานจัดไว้ให้ ไม่ลงไปใกล้ขอบบ่อน้ำร้อนเกินไป และดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะน้ำร้อนมีอุณหภูมิสูงและอาจเกิดอันตรายได้หากประมาท
แอ่งน้ำอุ่นที่อยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อนเป็นอีกพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ เพราะเกิดจากน้ำร้อนธรรมชาติไหลมาบรรจบกับน้ำเย็นจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้น้ำมีอุณหภูมิอุ่นพอดี เหมาะแก่การแช่เท้าหรือพักผ่อนเบา ๆ การนั่งพักบริเวณนี้ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหลังเดินเที่ยวป่าและน้ำตก บรรยากาศโดยรอบมีทั้งไอน้ำ เสียงลำธาร และร่มเงาของต้นไม้ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างสงบ
ห้องอาบน้ำแร่ของอุทยานเป็นบริการที่ทำให้แจ้ซ้อนมีภาพลักษณ์ชัดเจนในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงจากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิที่ปรับให้เหมาะกับการแช่อาบ โดยทั่วไปการแช่น้ำแร่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเมื่อยล้า และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ ผู้สูงอายุ หรือหญิงตั้งครรภ์ควรใช้ความระมัดระวังและไม่แช่น้ำนานเกินไป น้ำแร่ของที่นี่เหมาะสำหรับการอาบหรือแช่เท่านั้น ไม่ควรใช้ดื่ม เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐานน้ำดื่ม
น้ำตกแจ้ซ้อนเป็นอีกไฮไลต์สำคัญของอุทยาน เกิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดปี ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ รวม 6 ชั้น และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางเดินไปน้ำตกค่อนข้างสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบไม่หนักเกินไป ระหว่างทางสามารถชมป่า ลำธาร พรรณไม้ และบรรยากาศเย็นสบายของพื้นที่ภูเขา น้ำตกแจ้ซ้อนจึงเป็นจุดที่ควรจัดไว้ในแผนเที่ยวร่วมกับบ่อน้ำพุร้อน เพราะทำให้ได้เห็นความมหัศจรรย์ของน้ำร้อนและน้ำเย็นในพื้นที่เดียวกันอย่างชัดเจน
น้ำตกแม่มอญอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีสายน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำตกมีลักษณะไหลลงเป็นชั้น ๆ งดงาม แต่ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำเพราะกระแสน้ำและภูมิประเทศบางช่วงอาจอันตราย จุดเด่นของน้ำตกแม่มอญคือความรู้สึกดิบและเป็นธรรมชาติมากกว่าน้ำตกที่เข้าถึงง่าย ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางกับเจ้าหน้าที่และใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกหนัก
น้ำตกแม่ขุนตั้งอยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอญ มีลักษณะเป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอญ การเดินทางไปน้ำตกแม่ขุนควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานให้นำทาง เพราะเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติและต้องใช้ความชำนาญในการเดินป่ามากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ที่ทำการอุทยาน น้ำตกแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์เดินธรรมชาติและต้องการสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่สงบและมีความเป็นป่ามากขึ้น
ถ้ำผางามตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่แจ้ซ้อน 3 หรือหน่วยผางาม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 60 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร บริเวณนี้มีถ้ำหลายแห่งที่สามารถศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟ้างาม ถ้ำน้ำ และถ้ำหม้อ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจภูมิประเทศหินปูน ถ้ำ และธรณีวิทยา การเที่ยวถ้ำควรมีไฟฉาย รองเท้าเหมาะกับพื้นชื้น และควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าไปทุกครั้ง เพราะถ้ำเป็นสภาพแวดล้อมที่เปราะบางและอาจมีจุดลื่นหรือมืด
ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนยังมีจุดเด่นเรื่องดอกเสี้ยวบาน โดยเฉพาะเส้นทางแจ้ซ้อน–บ้านป่าเหมี้ยง ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ดอกเสี้ยวที่บานเต็มผืนป่าสร้างบรรยากาศอ่อนหวานและงดงามมาก โดยเฉพาะเมื่อสีขาวหรือสีชมพูอ่อนของดอกไม้ตัดกับแนวเขาและอากาศเย็นของฤดูหนาว เส้นทางนี้เหมาะสำหรับการขับรถชมวิว ถ่ายภาพ และต่อทริปไปยังบ้านป่าเหมี้ยง หมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีชื่อเสียงเรื่องบรรยากาศสงบ เมี่ยง และวิถีชีวิตบนพื้นที่สูง
เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อนเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ผ่านจุดสื่อความหมายหลายจุด เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นพรรณไม้และระบบนิเวศที่น่าสนใจ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ ยางปาย รวมถึงโอกาสพบสัตว์บางชนิด เช่น นกเขนเทาหางแดงและปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ เส้นทางยังให้ความรู้เกี่ยวกับการเกิดบ่อน้ำพุร้อน ระบบน้ำอุ่น จักจั่นน้ำแร่ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่อุทยานนำพลังงานธรรมชาติมาใช้ประโยชน์
โรงไฟฟ้าพลังน้ำภายในอุทยานเป็นจุดที่สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสอดคล้องและเกิดประโยชน์ อุทยานใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจากพลังน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้พื้นที่ห่างไกลมีพลังงานใช้โดยเชื่อมโยงกับระบบลำธารและภูมิประเทศ ผู้สนใจสามารถขับรถขึ้นไปดูได้ในระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่เส้นทางค่อนข้างชันและเหมาะกับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ การเข้าชมควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของสภาพเส้นทาง
เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียกเป็นอีกเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าอย่างลึกขึ้น ระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร เป็นเส้นทางวงรอบเลียบริมห้วยแม่เปียก ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด ตลอดเส้นทางมีความรู้เกี่ยวกับพืชและทรัพยากรป่าที่คนท้องถิ่นนำมาใช้ประโยชน์ เช่น น้ำมันยาง ไผ่ข้าวหลาม เมี่ยงหรือชา แหย่ง และฝายน้ำล้นที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เส้นทางนี้ยังมีโอกาสพบสัตว์ป่า เช่น หมูป่า และเต่าปูลู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะและควรได้รับการอนุรักษ์
น้ำตกวังไฮและน้ำตกแม่เปียกอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก โดยน้ำตกแม่เปียกมี 3 ชั้น และชั้นที่ 3 มีความสวยงามที่สุด มีความสูงประมาณ 100 เมตร บริเวณแอ่งรองรับน้ำด้านล่างมีกล้วยป่าขึ้นปกคลุม ทำให้มีบรรยากาศร่มรื่นและเป็นธรรมชาติมาก เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาและร่างกายพร้อมมากกว่าการเที่ยวบ่อน้ำร้อนและน้ำตกแจ้ซ้อนทั่วไป เพราะต้องใช้เวลาเดินมากกว่าและต้องเตรียมตัวด้านรองเท้า น้ำดื่ม และความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
สภาพแวดล้อมภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้รับการจัดวางอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ มีทั้งพื้นที่พักผ่อน ทางเดิน จุดชมธรรมชาติ พื้นที่บริการ และที่พักภายในอุทยาน ทำให้เหมาะสำหรับการเที่ยวกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน คู่รัก และผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการแช่น้ำแร่ เดินป่าเบา ๆ ชมน้ำตก และชมดอกเสี้ยวบานบนเส้นทางแจ้ซ้อน–บ้านป่าเหมี้ยง
ที่พักภายในอุทยานมีบ้านพักหลายหลังและพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำ ไฟฟ้า และพื้นที่ประกอบอาหารบางส่วน ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรจองหรือติดต่อสอบถามอุทยานล่วงหน้า เพราะจำนวนบ้านพักมีจำกัดและฤดูท่องเที่ยวมักมีผู้จองจำนวนมาก ส่วนผู้ที่ต้องการกางเต็นท์ควรเตรียมอุปกรณ์ให้ครบ ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการใช้ลานกางเต็นท์ รวมถึงสอบถามเรื่องร้านอาหารสวัสดิการหรือการจัดเตรียมอาหารก่อนเดินทาง
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจากตัวเมืองลำปางสามารถใช้ได้หลายเส้นทาง เส้นทางหนึ่งคือจากสนามกีฬาประจำจังหวัดไปตามถนนลำปาง–ห้างฉัตรสายเก่า เลี้ยวขวาที่สามแยกบ้านน้ำโท้งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1147 สายลำปาง–ห้วยเป้ง–เมืองปาน ประมาณ 55 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1287 สายเมืองปาน–แจ้ห่ม ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1252 สายข่วงกอม–ปางแฟน อีกประมาณ 11 กิโลเมตร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานตามถนน รพช. อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ระยะทางรวมจากตัวเมืองลำปางประมาณ 75 กิโลเมตร
อีกเส้นทางหนึ่งคือจากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 สายลำปาง–แจ้ห่ม ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 58 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1287 ซึ่งเป็นทางเข้าอำเภอเมืองปาน จากนั้นเลี้ยวขวาที่สามแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1252 สายข่วงกอม–ปางแฟน ประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสู่อุทยานอีกประมาณ 3 กิโลเมตร หากเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ สามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอสันกำแพง เข้าสู่ถนนสายถ้วยแก้ว–บ้านแม่กำปอง ผ่านบ้านป่าเหมี้ยง ไปยังที่ทำการอุทยานได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเชื่อมทริประหว่างเชียงใหม่ แม่กำปอง บ้านป่าเหมี้ยง และแจ้ซ้อน
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้รถประจำทางสายลำปาง–แจ้ซ้อนจากบริเวณถนนตลาดเก่าในตัวเมืองลำปาง หรือเลือกเหมารถไปยังอุทยานตามความสะดวก อย่างไรก็ตาม การมีรถส่วนตัวจะช่วยให้เที่ยวภายในพื้นที่และสถานที่ใกล้เคียงได้ยืดหยุ่นกว่า เพราะแต่ละจุด เช่น บ่อน้ำร้อน น้ำตกแจ้ซ้อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านป่าเหมี้ยง และวัดพระบาทปู่ผาแดง อยู่ห่างกันพอสมควร ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถ เติมน้ำมันให้พร้อม และใช้ความระมัดระวังในช่วงทางเขาและทางโค้ง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีหลายแห่งที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกันได้ เช่น วัดพระบาทปู่ผาแดงหรือวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ บ้านป่าเหมี้ยง น้ำตกแจ้ซ้อน บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน และเส้นทางดอกเสี้ยวบานช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ วัดพระบาทปู่ผาแดงเป็นจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมต่อทริปจากแจ้ซ้อน เพราะมีเจดีย์สีขาวบนยอดเขาและวิวภูเขาที่งดงามมาก ส่วนบ้านป่าเหมี้ยงเหมาะกับผู้ที่ชอบหมู่บ้านกลางหุบเขา คาเฟ่ ธรรมชาติ และบรรยากาศช้า ๆ
ร้านอาหารใกล้อุทยานมีทั้งร้านค้าในอุทยาน ร้านกาแฟใกล้บ่อน้ำร้อน ร้านอาหารท้องถิ่นในแจ้ซ้อน และร้านในอำเภอเมืองปาน เช่น ร้านค้าอุทยานแจ้ซ้อน แจ้ซ้อนกาแฟสด ดวงจันทร์ ครัวไร่ย่า The First Valley Coffee Academy ร้านลาบแจ้ซ้อน และร้านอาหารหรือคาเฟ่ตามเส้นทางไปบ้านป่าเหมี้ยง ผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดควรเตรียมน้ำดื่มและอาหารว่างไว้ด้วย โดยเฉพาะหากเดินเส้นทางธรรมชาติหรือเดินทางไปจุดที่ห่างจากที่ทำการอุทยาน
ที่พักใกล้อุทยานมีทั้งบ้านพักของอุทยาน ลานกางเต็นท์ โฮมสเตย์ รีสอร์ท และที่พักแนวธรรมชาติในพื้นที่แจ้ซ้อน เมืองปาน และบ้านป่าเหมี้ยง เช่น บ้านพักอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน The Little Earth Farm View เฌอปา แจ้ซ้อน ข้าวซาวด์โฮมสเตย์ เฮือนแก้ว รีสอร์ท แจ้ซ้อน และที่พักในอำเภอเมืองปาน ผู้ที่ต้องการพักใกล้บ่อน้ำพุร้อนและน้ำตกควรเลือกพักในอุทยานหรือพื้นที่แจ้ซ้อน ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศหมู่บ้านภูเขาและคาเฟ่ธรรมชาติสามารถเลือกพักในบ้านป่าเหมี้ยงหรือเส้นทางใกล้เคียง
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนคือไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพรรณไม้ ไม่จับสัตว์ป่า ไม่ลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่อนุญาต และไม่เข้าใกล้บ่อน้ำพุร้อนเกินกว่าจุดที่กำหนด ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดบริเวณน้ำร้อนและลำธาร สวมรองเท้าที่เดินสะดวกหากไปน้ำตกหรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และตรวจสอบประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีการปรับปรุงเส้นทาง
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาเยือนสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติของลำปางในหลายมิติ ทั้งน้ำพุร้อน น้ำตก ป่าเขา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ พลังงานน้ำ ธรรมชาติบำบัด และวิถีพักผ่อนแบบครอบครัว จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือความสมดุลระหว่างความสะดวกและความเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถเลือกเที่ยวแบบเบา ๆ ด้วยการแช่เท้า แช่น้ำแร่ ต้มไข่ ชมน้ำตก และนั่งพักในพื้นที่สีเขียว หรือเลือกเที่ยวแบบจริงจังขึ้นด้วยการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติและต่อทริปไปบ้านป่าเหมี้ยง วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือพื้นที่ป่าที่ลึกขึ้น
เมื่อมองในภาพรวม อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่ครบที่สุดของจังหวัดลำปาง เพราะรวมทั้งสุขภาพ ธรรมชาติ ธรณีวิทยา น้ำตก ป่าเขา และการเรียนรู้ไว้ในพื้นที่เดียว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพลังงานธรรมชาติ น้ำตกแจ้ซ้อนช่วยให้เห็นความสดชื่นของลำน้ำแม่มอญ เส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วยให้เข้าใจระบบนิเวศ และพื้นที่พักแรมช่วยให้คนได้ใช้เวลาอยู่กับป่าอย่างใกล้ชิด หากเดินทางด้วยความเคารพธรรมชาติและปฏิบัติตามกฎของอุทยาน แจ้ซ้อนจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวลำปางที่ทั้งผ่อนคลาย มีความรู้ และจดจำได้นาน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน |
| ที่ตั้ง | ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง |
| ที่อยู่ | อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง 52240 |
| ไฮไลต์ | บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน แอ่งน้ำอุ่น ห้องอาบน้ำแร่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกแม่มอญ น้ำตกแม่ขุน ถ้ำผางาม และเส้นทางดอกเสี้ยวบานแจ้ซ้อน – บ้านป่าเหมี้ยง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นผืนป่าบริเวณแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 592 ตารางกิโลเมตร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่ออุทยานมาจากพื้นที่แจ้ซ้อนในอำเภอเมืองปาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนและน้ำตกสำคัญของอุทยาน |
| ลักษณะเด่น | เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและธรรมชาติที่มีบ่อน้ำพุร้อนกับน้ำตกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีน้ำแร่ธรรมชาติ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำภายในอุทยาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองลำปางใช้เส้นทางลำปาง – ห้างฉัตรสายเก่า เข้าทางหลวงหมายเลข 1147, 1287 และ 1252 หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 สายลำปาง – แจ้ห่ม แล้วเข้าอำเภอเมืองปาน ระยะทางประมาณ 75 กม. จากเชียงใหม่สามารถเดินทางผ่านสันกำแพง แม่กำปอง บ้านป่าเหมี้ยง มายังอุทยานได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ พื้นที่ศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่พักแรมของจังหวัดลำปาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. / การพักแรมและบ้านพักควรติดต่ออุทยานล่วงหน้า |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| บริการน้ำแร่ | ห้องอาบน้ำแร่ แอ่งน้ำอุ่น บ่อแช่กลางแจ้ง และพื้นที่แช่เท้าตามจุดบริการของอุทยาน ควรตรวจสอบค่าบริการปัจจุบันก่อนใช้บริการ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพักอุทยาน ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหารสวัสดิการ พื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินชมบ่อน้ำพุร้อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และบริการอาบน้ำแร่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน แอ่งน้ำอุ่น ห้องอาบน้ำแร่ น้ำตกแจ้ซ้อน น้ำตกแม่มอญ น้ำตกแม่ขุน ถ้ำผางาม เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก และเส้นทางดอกเสี้ยวบานแจ้ซ้อน – บ้านป่าเหมี้ยง |
| ผู้ดูแล | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทร. 089-851-3355, 054-380-000 / กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 02-562-0760 |
| ฤดูกาลแนะนำ | เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการแช่น้ำแร่ เดินศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก และชมดอกเสี้ยวบานบนเส้นทางแจ้ซ้อน – บ้านป่าเหมี้ยง |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่เข้าใกล้บ่อน้ำร้อนเกินจุดที่กำหนด ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพรรณไม้ ไม่ลงเล่นน้ำในจุดอันตราย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน ประมาณ 0 กม. 2. น้ำตกแจ้ซ้อน ประมาณ 3 กม. 3. น้ำตกแม่มอญ ประมาณ 5 กม. 4. น้ำตกแม่ขุน ประมาณ 5 กม. 5. บ้านป่าเหมี้ยง ประมาณ 18 กม. 6. วัดพระบาทปู่ผาแดง / วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ประมาณ 12 กม. 7. ตัวอำเภอเมืองปาน ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านค้าอุทยานแจ้ซ้อน ประมาณ 0 กม. 2. แจ้ซ้อนกาแฟสด ประมาณ 0.2 กม. 3. กาแฟสดจากไร่ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ประมาณ 0.2 กม. 4. ดวงจันทร์ ประมาณ 0.4 กม. 5. ครัวไร่ย่า ประมาณ 3 กม. โทร. 084-619-4522 6. The First Valley Coffee Academy ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 0 กม. โทร. 089-851-3355 2. The Little Earth Farm View ประมาณ 2.6 กม. 3. เฌอปา แจ้ซ้อน ประมาณ 5 กม. โทร. 081-984-1767 4. ข้าวซาวด์โฮมสเตย์ แจ้ซ้อน ประมาณ 8 กม. โทร. 054-263-162, 081-765-5185 5. เฮือนแก้ว รีสอร์ท แจ้ซ้อน ประมาณ 8 กม. 6. ที่พักในอำเภอเมืองปาน ประมาณ 18 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนตั้งอยู่ที่ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง
ถาม: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน แอ่งน้ำอุ่น ห้องอาบน้ำแร่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกแม่มอญ น้ำตกแม่ขุน ถ้ำผางาม และเส้นทางชมดอกเสี้ยวบานช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์
ถาม: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. หากต้องการพักแรม บ้านพัก หรือลานกางเต็นท์ ควรติดต่ออุทยานล่วงหน้า
ถาม: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเสียค่าเข้าเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าเดิมระบุคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับอุทยานก่อนเดินทาง
ถาม: บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อนทำอะไรได้บ้าง?
ตอบ: สามารถชมบ่อน้ำพุร้อน แช่เท้า อาบน้ำแร่ ใช้บริการบ่อแช่ตามจุดที่อุทยานจัดไว้ และนำไข่ไปแช่น้ำร้อนในจุดที่กำหนด
ถาม: อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีที่พักไหม?
ตอบ: มีบ้านพักอุทยานและลานกางเต็นท์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ควรจองหรือติดต่อสอบถามล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองลำปางสามารถใช้เส้นทางลำปาง – ห้างฉัตรสายเก่า เข้าทางหลวงหมายเลข 1147, 1287 และ 1252 หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 สายลำปาง – แจ้ห่ม แล้วเข้าอำเภอเมืองปาน ระยะทางประมาณ 75 กม.
ถาม: เที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่วัดพระบาทปู่ผาแดง บ้านป่าเหมี้ยง ตัวอำเภอเมืองปาน น้ำตกแม่มอญ น้ำตกแม่ขุน และเส้นทางดอกเสี้ยวบานแจ้ซ้อน – บ้านป่าเหมี้ยง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




