หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เฉลิมพระเกียรติ >ต.ตาเป๊ก > อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
TL;DR: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อยู่ที่บ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ 31110 เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ปราสาทหินหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จัดวางองค์ประกอบตามแนวแกนจากทางขึ้น สะพานนาคราช ระเบียงคด.

บุรีรัมย์

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในโบราณสถานขอมที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ หรือประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” มาจากภาษาเขมร มีความหมายว่า “ภูเขาใหญ่” ภายในอุทยานมีโบราณสถานสำคัญคือปราสาทหินพนมรุ้ง เทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ และต่อมาได้รับการปรับเปลี่ยนบทบาททางศาสนาบางช่วงตามบริบทของอาณาจักรขอม โดยเฉพาะในยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พุทธศาสนาลัทธิมหายานมีอิทธิพลมากขึ้น
 
พนมรุ้งเป็นสถานที่ที่รวมคุณค่าหลายชั้นไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งความงดงามทางสถาปัตยกรรมหินทราย ความหมายเชิงจักรวาลตามคติอินเดียโบราณ ศิลปกรรมเขมรที่มีรายละเอียดสูง ประวัติศาสตร์การก่อสร้างต่อเนื่องหลายสมัย เรื่องราวการบูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส และประเพณีร่วมสมัยที่ทำให้ปราสาทแห่งนี้ยังคงมีชีวิตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ จุดเด่นสำคัญคือแนวแกนของปราสาทที่เรียงจากทางขึ้นสู่ปรางค์ประธานอย่างมีระบบ เปรียบเสมือนเส้นทางจากโลกมนุษย์ไปสู่สรวงสวรรค์หรือเขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะในคติฮินดู
 
ตัวปราสาทหินพนมรุ้งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟเก่าซึ่งกลายเป็นทำเลศักดิ์สิทธิ์ตามคติการสร้างศาสนสถานขอม การเลือกยอดเขาเป็นที่ตั้งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความสูงเด่นของภูมิประเทศ แต่สัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางจักรวาล ในศาสนาฮินดู ภูเขาไกรลาสเป็นที่ประทับของพระศิวะ การสร้างเทวสถานบนยอดเขาพนมรุ้งจึงเป็นการจำลองที่ประทับของพระศิวะลงมาบนโลกมนุษย์ ผู้เดินทางขึ้นสู่ปราสาทจึงไม่ได้เพียงเดินขึ้นเขา แต่กำลังเดินผ่านลำดับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกออกแบบให้สูงขึ้นทีละชั้นจนถึงศูนย์กลางของเทวาลัย
 
ปราสาทพนมรุ้งมีประวัติการก่อสร้างและบูรณะต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 โดยมีอาคารบางส่วนที่เก่ากว่าปรางค์ประธาน เช่น ฐานปรางค์อิฐด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 และปรางค์น้อยด้านตะวันตกเฉียงใต้ในลานชั้นในซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 17 ได้สร้างปรางค์ประธาน ทางขึ้น และสะพานนาคราชอย่างงดงาม ส่วนอาคารศิลาแลงบางหลังในมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพลับพลาที่เรียกว่าโรงช้างเผือก มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18
 
ศาสนสถานแห่งนี้เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย โดยมีพระศิวะเป็นเทพสูงสุด หลักฐานทางจารึกและศิลปกรรมสะท้อนคติการบูชาพระศิวะอย่างชัดเจน ทั้งศิวลึงค์ ภาพศิวนาฏราช ภาพเทพประจำทิศ และลวดลายประดับที่เกี่ยวข้องกับโลกของเทพเจ้า ในภายหลัง เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมทรงนับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ศาสนสถานหลายแห่งในเครือข่ายอาณาจักรได้รับอิทธิพลของพุทธมหายานมากขึ้น พนมรุ้งจึงสะท้อนช่วงเวลาที่คติความเชื่อหลากหลายเคลื่อนไหวและปรับตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
เส้นทางเข้าสู่ปราสาทเริ่มจากทางขึ้นช่วงล่างที่จัดวางองค์ประกอบอย่างมีความหมาย บริเวณทางขึ้นช่วงแรกมีตระพังหรือสระน้ำ 3 ชั้น ก่อนขึ้นสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเข้าสู่ทางเดินยาวที่มีเสานางเรียงปักอยู่สองข้างเป็นระยะ เสานางเรียงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่ทำหน้าที่กำหนดแกนสายตาและจังหวะการเดินให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ รับรู้ความศักดิ์สิทธิ์ของเส้นทาง ทุกก้าวที่เดินไปตามทางเดินหินจึงเป็นการเคลื่อนจากพื้นที่สามัญเข้าสู่พื้นที่พิธีกรรมอย่างมีลำดับ
 
ทางเดินเสานางเรียงทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีชื่อเสียงที่สุดของพนมรุ้ง สะพานนาคราชเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์ นาคในคติอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความหมายเกี่ยวข้องกับน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ การคุ้มครอง และการเปลี่ยนผ่านจากโลกหนึ่งสู่อีกโลกหนึ่ง เมื่อผู้มาเยือนก้าวผ่านสะพานนาคราช จึงเปรียบได้กับการเข้าสู่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยกระดับเหนือโลกปกติ
 
ด้านข้างของทางเดินทิศเหนือมีพลับพลาศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า “โรงช้างเผือก” อาคารหลังนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญก่อนขึ้นสู่ตัวปราสาท สร้างด้วยศิลาแลงและมีอายุร่วมสมัยกับอาคารศิลาแลงในลานชั้นใน ชื่อโรงช้างเผือกเป็นชื่อเรียกในท้องถิ่นที่ช่วยให้ผู้มาเยือนจดจำอาคารได้ง่าย แม้หน้าที่ดั้งเดิมของอาคารอาจเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่เขตศาสนสถานหรือกิจกรรมพิธีกรรมบางอย่าง การคงอยู่ของอาคารนี้ช่วยเติมเต็มภาพรวมของเส้นทางพิธีกรรมขึ้นสู่ปราสาท
 
จากสะพานนาคราช ผู้มาเยือนจะเดินต่อขึ้นบันไดสู่ปราสาทซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ รวม 5 ชั้น บันไดเหล่านี้เน้นความสูงของภูเขาและความยิ่งใหญ่ของเทวสถาน ยิ่งเดินสูงขึ้น พื้นที่ด้านล่างยิ่งค่อย ๆ ถอยห่างออกไป สร้างความรู้สึกเหมือนกำลังขึ้นสู่พื้นที่ที่แยกจากโลกสามัญ เมื่อถึงสุดบันไดจะพบชานชลาโล่งกว้าง มีเส้นทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท
 
ระเบียงคดทำหน้าที่ล้อมเขตศักดิ์สิทธิ์ชั้นในและเป็นองค์ประกอบสำคัญของผังปราสาทขอม ประตูกลางของระเบียงคดอยู่ในแนวแกนเดียวกับทางเดิน เสานางเรียง สะพานนาคราช และปรางค์ประธาน หลังผ่านประตูนี้ ยังมีสะพานนาคราชอีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน การมีสะพานนาคราชหลายช่วงตอกย้ำแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนผ่านระหว่างระดับพื้นที่ จากด้านนอกเข้าสู่ลานชั้นใน และจากลานชั้นในเข้าสู่ศูนย์กลางของเทวาลัย
 
ปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มีมณฑปหรือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเชื่อมอยู่ทางด้านหน้า องค์ปรางค์สร้างด้วยหินทรายสีชมพูและหินทรายอื่น ๆ ที่ให้สีสันอบอุ่นเมื่อกระทบแสงแดด รายละเอียดตั้งแต่ฐาน ผนัง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ จนถึงกลีบขนุนปรางค์ ล้วนสลักลวดลายประณีต สะท้อนฝีมือช่างเขมรโบราณระดับสูง
 
ลวดลายประดับบนปรางค์ประธานมีทั้งลายดอกไม้ ใบไม้ ลายพันธุ์พฤกษา ภาพฤาษี เทพประจำทิศ และภาพศิวนาฏราช ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธานเป็นจุดที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ เพราะรวบรวมคติความเชื่อและฝีมือประติมากรรมไว้อย่างเข้มข้น ภาพศิวนาฏราชสื่อถึงพระศิวะในภาคผู้ฟ้อนรำแห่งจักรวาล การฟ้อนของพระศิวะหมายถึงการสร้าง การดำรงอยู่ และการทำลายซึ่งเป็นวัฏจักรของโลก เมื่อภาพนี้ปรากฏบนเทวสถานที่สร้างถวายพระศิวะ จึงยิ่งทำให้ความหมายของปราสาทพนมรุ้งสมบูรณ์ขึ้น
 
ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ปัจจุบันไม่มีหลังคา หลักฐานทางศิลปกรรม เช่น ภาพสลักที่หน้าบันและทับหลัง ชี้ให้เห็นว่าปรางค์น้อยนี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 การมีปรางค์น้อยในลานชั้นในทำให้เห็นการก่อสร้างที่ต่อเนื่องหลายยุคของพนมรุ้ง ไม่ใช่การสร้างเสร็จในคราวเดียว อาคารแต่ละหลังจึงเป็นเหมือนชั้นเวลาที่สะท้อนการขยายตัวของศาสนสถานตามศรัทธาและอำนาจของผู้ปกครองในแต่ละสมัย
 
ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปรางค์ประธานยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐที่มีอายุเก่ากว่า คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ฐานปรางค์นี้เป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่บนเขาพนมรุ้งถูกใช้เป็นศูนย์กลางทางความเชื่อมาก่อนการสร้างปรางค์ประธานขนาดใหญ่ อาคารเก่าเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นพนมรุ้งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากศาสนสถานยุคแรกสู่เทวาลัยหินทรายที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา
 
ที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ของลานชั้นในมีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 อาคารเหล่านี้ร่วมสมัยกับพลับพลาศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่าโรงช้างเผือก การใช้ศิลาแลงในอาคารบางส่วนแสดงให้เห็นการเลือกใช้วัสดุที่สัมพันธ์กับหน้าที่และยุคสมัย หินทรายใช้ในองค์ประกอบที่ต้องการความประณีตและการสลักลวดลาย ส่วนศิลาแลงใช้ในโครงสร้างที่ต้องการความมั่นคง แข็งแรง และก่อสร้างได้เหมาะกับสภาพพื้นที่
 
พนมรุ้งยังมีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ซึ่งเกิดจากการวางแนวแกนของปราสาทอย่างแม่นยำในเชิงทิศทาง เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของปี แสงอาทิตย์จะส่องลอดผ่านช่องประตูของปราสาทตามแนวแกนเดียวกัน กลายเป็นภาพที่งดงามและมีความหมายทั้งทางสถาปัตยกรรม ดาราศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อ ปรากฏการณ์นี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาชมในช่วงเวลาที่กำหนด และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พนมรุ้งได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ
 
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเป็นงานสำคัญที่ทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีชีวิตร่วมกับสังคมปัจจุบัน งานประเพณีมักจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยมีขบวนแห่พนมรุ้งนฤปการ ขบวนอัญเชิญพระศิวะมหาเทพ การแสดงแสง สี เสียง ระบำอัปสราบุรีรัมย์ ตลาดวัฒนธรรม และกิจกรรมชมปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ประเพณีนี้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวชุมชนเข้าด้วยกัน ทำให้พนมรุ้งไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเก่าแก่ แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน
 
ด้านการอนุรักษ์ กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้งด้วยวิธีอนัสติโลซิส หรือ Anastylosis ซึ่งเป็นวิธีบูรณะที่รื้อชิ้นส่วนเดิมลงมาโดยทำรหัสกำกับไว้ จากนั้นเสริมฐานให้มั่นคง แล้วนำชิ้นส่วนเดิมรวมถึงชิ้นส่วนที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ในตำแหน่งเดิมให้มากที่สุด วิธีนี้ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางโบราณคดี สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และความละเอียดรอบคอบ เพราะทุกชิ้นส่วนมีตำแหน่งและความหมายในโครงสร้างเดิม
 
การบูรณะพนมรุ้งเป็นงานอนุรักษ์ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลายาวนานและมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การอนุรักษ์โบราณสถานของไทย ต่อมาในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี พ.ศ. 2531 ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน การเปิดอุทยานอย่างเป็นทางการถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้พนมรุ้งได้รับการจัดการในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ
 
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้พนมรุ้งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือการทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งเคยถูกนำออกจากประเทศไทยและภายหลังได้รับคืนกลับมา ทับหลังชิ้นนี้เป็นงานประติมากรรมสำคัญที่มีความงดงามและเกี่ยวข้องกับความทรงจำของสังคมไทย เรื่องราวการทวงคืนทำให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของโบราณวัตถุในฐานะมรดกของชาติ ไม่ใช่เพียงวัตถุศิลปะที่แยกออกจากบริบท การได้เห็นทับหลังกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ การฟื้นคืนความทรงจำ และความร่วมมือในการปกป้องมรดกวัฒนธรรม
 
สำหรับการเดินชมภายในอุทยาน นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาอย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ เดินตามเส้นทางจากด้านล่างขึ้นสู่ปรางค์ประธาน เริ่มจากบริเวณตระพังและพลับพลาชั้นแรก เดินผ่านทางเสานางเรียง สะพานนาคราช โรงช้างเผือก บันได 5 ชั้น ชานชลา ระเบียงคด สะพานนาคราชชั้นใน และเข้าสู่ลานปรางค์ประธาน การเดินตามลำดับนี้ทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ของผังปราสาทได้ชัดเจนกว่าการเดินตรงเข้าชมเฉพาะปรางค์ประธาน
 
จุดที่ควรให้เวลาเป็นพิเศษ ได้แก่ ทางเดินเสานางเรียงซึ่งเป็นภาพจำสำคัญของพนมรุ้ง สะพานนาคราชที่แสดงความหมายเรื่องการเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หน้าบันและทับหลังบริเวณปรางค์ประธาน ภาพศิวนาฏราช รายละเอียดลายดอกไม้และใบไม้บนหินทราย ปรางค์น้อยด้านตะวันตกเฉียงใต้ ฐานปรางค์อิฐเก่าด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และอาคารศิลาแลงในลานชั้นใน ทุกจุดมีความหมายเชื่อมโยงกันและช่วยให้ภาพรวมของปราสาทสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวพนมรุ้งคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป แสงเฉียงช่วยขับสีของหินทรายให้สวยงาม และเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ หากต้องการชมแสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ควรตรวจช่วงวันที่ประกาศในแต่ละปีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง เพราะวันและเวลาของปรากฏการณ์เปลี่ยนตามรอบดวงอาทิตย์ ส่วนในช่วงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลาย
 
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท มีสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเป็นหน่วยงานติดต่อหลัก โทร. 044-666-251 ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาในการเดินขึ้นลง เนื่องจากเส้นทางภายในมีบันไดและทางเดินหินหลายช่วง ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินควรวางแผนเวลาและเลือกจุดพักระหว่างทางให้เหมาะสม
 
ด้านมารยาทในการเข้าชม ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนโบราณสถาน ไม่แตะต้องลวดลายสลักโดยไม่จำเป็น ไม่เขียนข้อความบนหิน ไม่เคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ และรักษาความสะอาดภายในพื้นที่ หินทรายและศิลาแลงที่เห็นแข็งแรงผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี การสัมผัสหรือปีนซ้ำ ๆ อาจสร้างความเสียหายได้ การเที่ยวอย่างเคารพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์พนมรุ้งให้คงอยู่ต่อไป
 
การเดินทาง จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์สามารถเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งได้ 2 เส้นทางหลัก เส้นทางแรกใช้ทางหลวงหมายเลข 218 สายบุรีรัมย์-นางรอง ระยะทางประมาณ 50 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 24 ไปประมาณ 14 กม. ถึงบ้านตะโก แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 และ 2221 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไปพนมรุ้งอีกประมาณ 12 กม. เส้นทางที่สองใช้ทางหลวงหมายเลข 219 สายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ระยะทางประมาณ 44 กม. จากตัวอำเภอประโคนชัยมีทางแยกไปพนมรุ้งอีกประมาณ 21 กม. เส้นทางนี้สามารถเชื่อมเที่ยวปราสาทเมืองต่ำได้สะดวก
 
สำหรับผู้เดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถขึ้นรถสายบุรีรัมย์-จันทบุรีจากสถานีขนส่งบุรีรัมย์ แล้วลงที่บ้านตะโก จากนั้นต่อรถสองแถวหรือรถจักรยานยนต์รับจ้างไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ควรตกลงราคาค่าโดยสารก่อนเดินทาง หากเดินทางเป็นกลุ่ม การเช่ารถพร้อมคนขับหรือใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกกว่า เพราะสามารถแวะปราสาทเมืองต่ำ วัดเขาพระอังคาร และจุดท่องเที่ยวอื่นในอำเภอเฉลิมพระเกียรติได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
พื้นที่โดยรอบพนมรุ้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งที่สามารถจัดเป็นเส้นทางเดียวกันได้ เช่น ปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งเป็นโบราณสถานขอมขนาดใหญ่ที่มีสระน้ำและลวดลายสวยงาม ปราสาทบ้านบุซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางโบราณ วัดเขาพระอังคารบนภูเขาไฟเก่า เขื่อนลำนางรอง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ การจัดทริปพนมรุ้งร่วมกับสถานที่เหล่านี้จะทำให้เข้าใจภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
 
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของบุรีรัมย์ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวมประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม ดาราศาสตร์ ภูมิประเทศ และการอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ภูเขา ทางเดิน เสานางเรียง สะพานนาคราช บันได ระเบียงคด ปรางค์ประธาน ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ไปจนถึงประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ล้วนทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมสำคัญของประเทศไทย และเป็นจุดหมายที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างตั้งใจ
 
ชื่อสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง / ปราสาทหินพนมรุ้ง
ที่ตั้งบ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
ที่อยู่114 ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
พิกัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ บนยอดเขาพนมรุ้ง ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว
ไฮไลต์ปราสาทหินศิลปะเขมรบนยอดภูเขาไฟเก่า ทางเดินเสานางเรียง สะพานนาคราช ปรางค์ประธาน ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู
ประวัติ / สมัย / ยุคเทวสถานฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สร้างและบูรณะต่อเนื่องตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 18 และเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531
ที่มาของชื่อคำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมร หมายถึง “ภูเขาใหญ่”
ลักษณะเด่นปราสาทหินหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จัดวางองค์ประกอบตามแนวแกนจากทางขึ้น สะพานนาคราช ระเบียงคด ไปจนถึงปรางค์ประธานซึ่งเปรียบเสมือนวิมานของพระศิวะ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ทางขึ้นและตระพัง 3 ชั้น
2. พลับพลาชั้นแรก
3. ทางเดินเสานางเรียง
4. สะพานนาคราชช่วงแรก
5. โรงช้างเผือก
6. บันไดทางขึ้น 5 ชั้น
7. ชานชลาและสะพานนาคราชหน้าระเบียงคด
8. ระเบียงคด
9. สะพานนาคราชชั้นใน
10. ปรางค์ประธาน
11. ปรางค์น้อยด้านตะวันตกเฉียงใต้
12. ฐานปรางค์อิฐด้านตะวันออกเฉียงเหนือ
13. อาคารศิลาแลงในลานชั้นใน
ประเพณี / กิจกรรมสำคัญประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ชมขบวนแห่พนมรุ้งนฤปการ การแสดงแสง สี เสียง ระบำอัปสราบุรีรัมย์ และปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู
การเดินทางจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 ไปนางรอง แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 24 ถึงบ้านตะโก จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 และ 2221 ผ่านบ้านตาเป๊ก หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 219 ไปประโคนชัยแล้วแยกไปพนมรุ้ง เส้นทางหลังสามารถแวะปราสาทเมืองต่ำได้สะดวก
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมทุกวัน เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท กรณีนำรถเข้าทางประตู 3 มีค่าบริการยานพาหนะตามอัตราที่อุทยานกำหนด
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ทางเดินภายในอุทยาน จุดชมโบราณสถาน และพื้นที่พักระหว่างเส้นทางเดินขึ้นปราสาท
ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เบอร์ติดต่อหลัก044-666-251 อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เว็บไซต์ / เพจทางการfinearts.go.th/phanomrunghistoricalpark
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 8 กม. โทร. 044-666-251
2. ปราสาทบ้านบุ ประมาณ 7 กม.
3. ปราสาทเขาปลายบัด 2 ประมาณ 16 กม. โทร. 044-666-251
4. วัดเขาพระอังคาร ประมาณ 20 กม. โทร. 093-529-5671
5. เขื่อนลำนางรอง ประมาณ 43 กม. โทร. 044-606-336
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารครัวคุณหน่อง ประมาณ 2 กม. โทร. 065-303-1688
2. Cafe de Phanomrung คาเฟ่ ณ พนมรุ้งโรงหล่อ ประมาณ 4 กม. โทร. 093-565-9954
3. สวนหอมขนุน ประมาณ 8 กม. โทร. 081-074-8996
4. ภูลาวา คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม ประมาณ 12 กม. โทร. 093-914-6265
5. ครัวบ้านเอื้อย ประมาณ 18 กม. โทร. 082-551-0417
ที่พักใกล้เคียง1. Smart Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 081-660-0968
2. Phanomrung Hostel & Linn Chan Café ประมาณ 10 กม. โทร. 061-539-4965
3. Hotel de l'amour Buriram ประมาณ 22 กม. โทร. 044-651-555
4. Eireann Boutique Hotel ประมาณ 23 กม. โทร. 044-666-199
5. Phanomrungpuri Hotel ประมาณ 32 กม. โทร. 044-632-222
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งตั้งอยู่ที่บ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว
 
ถาม: พนมรุ้งมีความหมายว่าอะไร?
ตอบ: คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมร หมายถึง “ภูเขาใหญ่” ซึ่งสัมพันธ์กับที่ตั้งของปราสาทบนยอดเขา
 
ถาม: ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเพื่อศาสนาใด?
ตอบ: ปราสาทหินพนมรุ้งเดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สร้างถวายแด่พระศิวะ และต่อมามีการปรับใช้ตามบริบทของพุทธศาสนาลัทธิมหายานในสมัยขอมบางช่วง
 
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเปิดกี่โมงและค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท
 
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดในพนมรุ้งมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญคือทางเดินเสานางเรียง สะพานนาคราช โรงช้างเผือก บันได 5 ชั้น ระเบียงคด ปรางค์ประธาน ภาพศิวนาฏราช และทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
 
ถาม: ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตูคืออะไร?
ตอบ: เป็นปรากฏการณ์ที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านช่องประตูของปราสาทตามแนวแกนเดียวกัน เกิดตามช่วงเวลาสำคัญของปี และเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของพนมรุ้ง
 
ถาม: งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งจัดเมื่อไร?
ตอบ: งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งจัดเป็นประจำในช่วงต้นเดือนเมษายน มีกิจกรรมขบวนแห่ การแสดง แสง สี เสียง ระบำอัปสราบุรีรัมย์ และกิจกรรมชมปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู
 
ถาม: เที่ยวพนมรุ้งควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทบ้านบุ ปราสาทเขาปลายบัด 2 วัดเขาพระอังคาร และเขื่อนลำนางรองได้

โทร : 044782715

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)