หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ขุนหาญ >ต.สิ > วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)
TL;DR: วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) อยู่ที่บ้านดอน หมู่ 2 ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง ระยะทางประมาณ 61 - 70 กม.
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ วัดล้านขวด ศรีสะเกษ เป็นวัดสำคัญของอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่บ้านดอน ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ เป็นวัดที่โดดเด่นอย่างมากจากการนำขวดแก้วหลากสีหลายแบบมาประดับตกแต่งอาคาร ศาสนสถาน และพื้นที่ใช้งานภายในวัดจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งปลูกสร้างภายในวัดตั้งแต่ซุ้มประตู กำแพงทางเข้า ลานวัด ศาลา โบสถ์ หอระฆัง กุฏิ เมรุ ห้องน้ำ ไปจนถึงสิมกลางน้ำ ล้วนมีขวดแก้วเป็นวัสดุสำคัญในการตกแต่ง ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการจดจำว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สวยแปลกตาและมีแนวคิดสร้างสรรค์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ความสำคัญของวัดป่ามหาเจดีย์แก้วไม่ได้อยู่ที่ความแปลกของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แนวคิดทางพระพุทธศาสนาที่ซ่อนอยู่ในงานก่อสร้างทั้งหมด วัดแห่งนี้แสดงให้เห็นว่าขวดแก้วที่เคยเป็นของเหลือใช้และถูกทิ้งเป็นขยะ สามารถกลับมามีคุณค่าทางศิลปะ ศาสนา และสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อผ่านสายตาแห่งปัญญาและแรงศรัทธาของพระสงฆ์กับชุมชน ขวดแก้วที่โปร่งใส เมื่อกระทบแสงแดดจะสะท้อนประกายระยิบระยับ เปรียบเสมือนจิตใจที่ได้รับการขัดเกลาจนสะอาด ผ่องใส และพร้อมรับแสงธรรม วัดล้านขวดจึงเป็นทั้งวัด แหล่งเรียนรู้ และงานพุทธศิลป์ที่อธิบายธรรมะผ่านสิ่งของใกล้ตัวได้อย่างชัดเจน
จุดเริ่มต้นของวัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับ พระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อรอด หรือ หลวงปู่ลอด ถิรคุโณ อดีตเจ้าอาวาสและผู้ริเริ่มสร้างวัดล้านขวด เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าช้าเก่าและมีขวดแก้วถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงพ่อรอดมาปฏิบัติธรรมในพื้นที่ ท่านเห็นว่าขวดแก้วเหล่านี้มีสีสันสวยงามและยังแข็งแรงพอที่จะนำมาประดับอาคารได้ จึงเกิดแนวคิดใช้ขวดแก้วแทนวัสดุตกแต่งบางส่วน ทั้งช่วยลดขยะ ประหยัดค่าสี ค่ากระเบื้อง และสร้างความงดงามที่แตกต่างจากวัดทั่วไป แนวคิดนี้กลายเป็นต้นทางของศาสนสถานที่มีเอกลักษณ์ระดับประเทศ
การสร้างวัดเริ่มจากการรวบรวมขวดในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วงแรกพระสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันนำขวดที่ถูกทิ้งมาทำความสะอาด คัดแยกสี และนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เมื่อวัดเริ่มเป็นที่รู้จัก ผู้คนจากหลายพื้นที่ก็เดินทางมาร่วมทำบุญและนำขวดมาบริจาคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนจำนวนขวดที่ใช้ตกแต่งสิ่งปลูกสร้างภายในวัดรวมกันมากกว่า 1.5 ล้านใบ ขวดแก้วสีเขียว สีน้ำตาล สีใส และสีอื่น ๆ ถูกนำมาจัดวางเป็นลวดลายบนผนัง เสา หลังคา ฐานอาคาร และขอบทางเดิน ทำให้วัดทั้งวัดมีพื้นผิวที่สะท้อนแสงและเปลี่ยนมิติไปตามเวลาในแต่ละวัน
วัดป่ามหาเจดีย์แก้วจึงเป็นงานร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้ศรัทธาจากหลายพื้นที่อย่างแท้จริง อาคารแต่ละหลังไม่ได้เกิดจากการออกแบบของสถาปนิกเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการสะสมขวดทีละใบ การทำความสะอาดทีละขวด และการจัดเรียงทีละชั้นด้วยความอดทน ความละเอียด และความศรัทธา สิ่งนี้ทำให้วัดล้านขวดมีคุณค่ามากกว่าความสวยงามภายนอก เพราะทุกผนัง ทุกเสา และทุกลายขวดสะท้อนแรงใจของผู้คนจำนวนมากที่ช่วยกันเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นศาสนสถานอันทรงคุณค่า
พื้นที่ภายในวัดมีองค์ประกอบหลายส่วนที่ควรเดินชมอย่างละเอียด เริ่มจากซุ้มประตูและกำแพงทางเข้าที่ตกแต่งด้วยขวดแก้ว เมื่อเดินผ่านประตูเข้าสู่ลานวัด ผู้มาเยือนจะเห็นอาคารหลายหลังที่ใช้ขวดแก้วเป็นวัสดุประดับ ไม่ว่าจะเป็นศาลาใหญ่ หอระฆัง กุฏิ ห้องน้ำ เมรุ และส่วนประกอบอื่น ๆ ภาพรวมของวัดทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์พุทธศิลป์กลางแจ้งที่สร้างขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล แต่ยังคงบรรยากาศความเป็นวัดไทยและความสงบของศาสนสถานไว้อย่างครบถ้วน
จุดเด่นสำคัญที่สุดของวัดคือ ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว หรือศาลาใหญ่ที่ตกแต่งด้วยขวดแก้วทั้งภายนอกและภายใน อาคารนี้มีความวิจิตรงดงามจากการสลับสีของขวดแก้วที่จัดเรียงเป็นลวดลายบนโครงสร้างวัด สีของขวดช่วยสร้างมิติของแสงเงาและทำให้อาคารดูมีชีวิต เมื่อแสงแดดตกกระทบผิวแก้ว พื้นผิวของศาลาจะเปล่งประกายต่างกันไปตามช่วงเวลา ผู้มาเยือนจึงมักใช้เวลานานในการชมรายละเอียดของผนัง เสา หลังคา และลวดลายประดับที่เกิดจากขวดแก้วจำนวนมหาศาล
อีกจุดที่สร้างชื่อให้วัดป่ามหาเจดีย์แก้วคือ สิมน้ำ หรือโบสถ์กลางน้ำ ซึ่งตั้งอยู่กลางสระน้ำภายในวัด อาคารมีรูปทรงสง่างามและตกแต่งด้วยขวดแก้วจำนวนมาก บรรยากาศของสิมกลางน้ำมีความสงบเป็นพิเศษ เพราะมีน้ำล้อมรอบและเกิดภาพสะท้อนของอาคารบนผิวน้ำ ภายในสิมประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวหรือพระประธานจากหินหยกขาวที่มีความงดงามมาก สิมกลางน้ำจึงเป็นพื้นที่สำคัญทั้งในด้านศาสนา ศิลปกรรม และภาพจำของวัดล้านขวด
พระพุทธรูปหยกขาวภายในสิมกลางน้ำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้มาเยือนนิยมเข้าสักการะ องค์พระประดิษฐานอยู่ในอาคารที่ตกแต่งด้วยขวดแก้ว ทำให้เกิดความงามที่ผสมผสานระหว่างความเรียบสงบของพระพุทธรูปกับความแวววาวของวัสดุแก้วโดยรอบ ผู้ที่เข้าไปกราบพระควรถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และใช้พื้นที่ด้วยความสำรวม เพราะสิมกลางน้ำเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นหัวใจสำคัญของวัด
นอกจากขวดแก้วแล้ว วัดยังใช้ฝาขวดโลหะมาจัดเรียงเป็นภาพพุทธประวัติและลวดลายประดับหลายจุด การใช้ฝาขวดทำภาพพุทธประวัติถือเป็นงานศิลปะที่มีความละเอียดสูง เพราะฝาแต่ละชิ้นมีสี ขนาด และพื้นผิวที่ต้องจัดวางอย่างมีจังหวะ เมื่อมองจากระยะใกล้จะเห็นเป็นฝาขวดจำนวนมาก แต่เมื่อถอยออกมามองจากระยะที่เหมาะสม ภาพรวมจะปรากฏเป็นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน งานลักษณะนี้ทำให้วัดล้านขวดมีคุณค่าทางศิลปกรรมร่วมสมัยที่หาได้ยาก
อาคารอื่น ๆ ภายในวัดยังแสดงให้เห็นความต่อเนื่องของแนวคิดเดียวกัน กุฏิพระสงฆ์ถูกตกแต่งด้วยขวดแก้วเพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมของวัด หอระฆังมีพื้นผิวที่สะท้อนแสงและมีลวดลายจากขวดสีต่าง ๆ เมรุและห้องน้ำก็ยังถูกออกแบบให้เข้ากับเอกลักษณ์ของวัด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าวัดล้านขวดไม่ได้ตกแต่งเฉพาะอาคารสำคัญเพื่อถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการวางแนวคิดทั้งวัดให้มีเอกภาพทางศิลปะและคติธรรม
วัดป่ามหาเจดีย์แก้วมีเนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านดอน ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ภายในวัดมีพื้นที่สำหรับไหว้พระ ทำบุญ เดินชมอาคาร ถ่ายภาพ และพักผ่อนในบรรยากาศสงบ วัดไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เป็นวัดที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาสักการะและชมงานพุทธศิลป์จากวัสดุเหลือใช้ ผู้มาเยือนจึงควรมองวัดแห่งนี้ด้วยความเคารพต่อศาสนสถานก่อน แล้วจึงชื่นชมความงดงามทางศิลปะและแนวคิดสิ่งแวดล้อมที่ตามมา
ความงดงามของวัดล้านขวดเกิดจากการจัดวางสีอย่างมีจังหวะ ขวดสีเขียวมักให้ความรู้สึกเย็น สงบ และสอดคล้องกับบรรยากาศธรรมชาติ ส่วนขวดสีน้ำตาลช่วยสร้างน้ำหนักและความอบอุ่นของอาคาร ขวดใสช่วยให้แสงลอดและสะท้อนพื้นผิวได้ดี การสลับสีเหล่านี้ทำให้อาคารมีลวดลายที่ไม่หยุดนิ่ง และเมื่อแสงธรรมชาติเปลี่ยนไป อาคารก็มีอารมณ์ภาพที่แตกต่างกัน ช่วงเช้าและช่วงบ่ายจึงเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินชมรายละเอียดของงานขวดแก้ว
ในด้านสิ่งแวดล้อม วัดป่ามหาเจดีย์แก้วเป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ขวดแก้วที่เคยเป็นขยะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัด ทำหน้าที่ทั้งประดับอาคาร ลดการใช้วัสดุตกแต่งใหม่ และสื่อสารแนวคิดเรื่องความสะอาดของใจผ่านความใสของแก้ว การรีไซเคิลในวัดแห่งนี้ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเทคนิคทางสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นธรรมะที่จับต้องได้ ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าของที่ถูกมองว่าไร้ค่า เมื่อได้รับการจัดวางด้วยปัญญา ก็สามารถเกิดคุณค่าใหม่ได้
เรื่องราวของหลวงพ่อรอดจึงเป็นหัวใจสำคัญของวัด ท่านไม่ได้เพียงสร้างวัดจากขวด แต่สร้างวิธีคิดให้ผู้คนเห็นคุณค่าของสิ่งที่ถูกมองข้าม พื้นที่ที่เคยเป็นป่าช้าเก่าและมีขยะถูกทิ้ง กลายเป็นวัดที่ผู้คนเดินทางมาจากหลายจังหวัดเพื่อชมความงดงามและทำบุญ แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง เพราะแสดงให้เห็นการเปลี่ยนของเศร้าหมองให้เป็นของงาม การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่บุญ และการเปลี่ยนขยะให้เป็นเครื่องเตือนใจเรื่องความไม่ประมาทในการใช้ทรัพยากร
วัดแห่งนี้ยังมีเรื่องราวร่วมสมัยที่สะท้อนความผูกพันของชุมชนต่อหลวงพ่อรอด หลังจากท่านละสังขารไปแล้ว ชาวบ้าน ศิษยานุศิษย์ และหน่วยงานท้องถิ่นยังคงจัดกิจกรรมทำบุญอุทิศถวายกุศลและร่วมกันดูแลพื้นที่วัดอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่มีเหตุอาคารเจดีย์ขนาดเล็กสำหรับบรรจุอัฐบริขารของหลวงพ่อรอดถล่มลงในปี 2567 ศาสนสถานหลักของวัดยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสักการะตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้เห็นว่าชุมชนยังให้ความสำคัญกับการรักษาวัดล้านขวดให้คงอยู่คู่ศรีสะเกษต่อไป
ปัจจุบันวัดป่ามหาเจดีย์แก้วอยู่ในการดูแลของคณะสงฆ์วัดป่ามหาเจดีย์แก้วร่วมกับชุมชนบ้านดอนและหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ แม้ชื่อเจ้าอาวาสปัจจุบันไม่ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ แต่วัดยังคงมีพระสงฆ์ดูแลพื้นที่ มีประชาชนเดินทางมาทำบุญ และมีนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง วัดจึงยังเป็นศาสนสถานที่มีชีวิตและมีบทบาทจริงในชุมชน ไม่ใช่เพียงแหล่งถ่ายภาพหรือสถานที่ท่องเที่ยวแปลกตาเท่านั้น
การเดินชมวัดควรเริ่มจากซุ้มประตูทางเข้าเพื่อชมลวดลายขวดแก้ว จากนั้นเดินเข้าสู่ลานวัด ชมศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว สิมกลางน้ำ พระพุทธรูปหยกขาว หอระฆัง กุฏิ เมรุ ห้องน้ำ และภาพพุทธประวัติจากฝาขวด การเดินตามลำดับนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของแนวคิดวัดล้านขวดอย่างครบถ้วน ตั้งแต่พื้นที่ต้อนรับด้านหน้าไปจนถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และอาคารใช้งานจริงภายในวัด
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรใช้เวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพราะรายละเอียดของวัดมีมากและเปลี่ยนมุมมองตามแสงธรรมชาติ ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการเดินชมอย่างสงบและถ่ายภาพอาคารที่ได้รับแสงนุ่ม ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการชมประกายสะท้อนของขวดแก้วบนหลังคาและผนังอาคาร การถ่ายภาพควรทำอย่างสุภาพ ไม่รบกวนผู้ที่มาสักการะ ไม่ปีนขึ้นฐานอาคาร ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายขวดและฝาขวดที่ประดับอยู่ และไม่เข้าไปในพื้นที่สงฆ์หรือพื้นที่ที่วัดไม่ได้เปิดให้เข้าชม
การเดินทาง จากตัวเมืองศรีสะเกษไปวัดป่ามหาเจดีย์แก้วใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง ระยะทางประมาณ 61–70 กิโลเมตรตามเส้นทางถนนเดิมและเส้นทางที่เลือก เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอขุนหาญให้มุ่งหน้าไปบ้านดอน ตำบลโนนสูง วัดอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่เดินทางจากตัวอำเภอขุนหาญใช้เวลาสั้นมาก เพราะวัดอยู่ใกล้เขตชุมชนและถนนสายหลักในพื้นที่
หากจัดเส้นทางท่องเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดป่ามหาเจดีย์แก้วในช่วงเช้า ใช้เวลาไหว้พระและเดินชมศิลปะขวดแก้ว จากนั้นแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในตัวอำเภอขุนหาญ แล้วเดินทางต่อไปน้ำตกสำโรงเกียรติหรือน้ำตกห้วยจันทร์ในช่วงบ่าย หากจัดเส้นทางเต็มวัน สามารถเชื่อมต่อไปยังวัดไพรพัฒนา มณฑปหลวงปู่สรวง หรือเส้นทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ โดยควรวางแผนเวลาเดินทางให้เหมาะสมกับระยะทางและสภาพอากาศ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือฤดูหนาวและฤดูฝนปลายปี เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติรอบอำเภอขุนหาญมีความเขียวสด อย่างไรก็ตาม วัดสามารถเข้าชมได้ตลอดปีตามเวลาเปิดทำการ หากเดินทางในฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม เพราะพื้นที่วัดบางส่วนเป็นลานกลางแจ้ง ส่วนฤดูฝนควรระมัดระวังพื้นลื่นบริเวณทางเดินและสระน้ำ โดยเฉพาะจุดที่ใกล้สิมกลางน้ำ
วัดป่ามหาเจดีย์แก้วไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาเปิดทำการ การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน หรือบริจาคเพื่อบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา การไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานของชุมชนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ทั้งพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจศิลปะ และผู้สนใจแนวคิดการใช้วัสดุเหลือใช้ในงานสถาปัตยกรรม
มารยาทในการเข้าชมวัดควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่แตะต้องพระพุทธรูปหรือเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนอาคารหรือส่วนประดับขวดแก้ว ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนพระสงฆ์กับผู้มาปฏิบัติธรรม การช่วยดูแลความสะอาดของวัดมีความหมายพิเศษสำหรับสถานที่แห่งนี้ เพราะหัวใจของวัดล้านขวดเกิดจากการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นบุญและความงาม
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดป่ามหาเจดีย์แก้วเป็นสถานที่ที่อธิบายวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยได้ดีมาก เพราะมีทั้งพระพุทธศาสนา ศิลปะพื้นบ้าน แนวคิดสิ่งแวดล้อม พลังชุมชน และงานสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนวัดใดในประเทศไทย ผู้มาเยือนจะเห็นว่าวัดไทยไม่ได้มีเพียงทองคำ กระจกสี หรือไม้แกะสลักเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้วัสดุธรรมดาอย่างขวดแก้วมาสร้างสรรค์เป็นศาสนสถานที่งดงามและมีความหมายลึกซึ้งได้
วัดล้านขวดจึงเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวแปลกตาของจังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นบทเรียนเรื่องศรัทธา ความเพียร ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้วคือผลงานศิลปะจากแรงศรัทธา สิมกลางน้ำคือหัวใจทางศาสนาของวัด พระพุทธรูปหยกขาวคือจุดสักการะสำคัญ ภาพพุทธประวัติจากฝาขวดคือบทเรียนทางศิลปกรรม และเรื่องราวของหลวงพ่อรอดคือแรงบันดาลใจที่ทำให้พื้นที่ป่าช้าเก่าเปลี่ยนเป็นวัดที่ผู้คนทั่วโลกอยากมาเห็นด้วยตาตนเอง
การมาเยือนวัดป่ามหาเจดีย์แก้วจึงควรใช้สายตาทั้งสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือสายตาของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชมความงามของอาคารจากขวดแก้ว อีกด้านคือสายตาของผู้เรียนรู้ที่มองเห็นธรรมะจากวัสดุธรรมดา เมื่อขวดที่เคยถูกทิ้งกลายเป็นผนังวัด เมื่อฝาขวดกลายเป็นภาพพุทธประวัติ และเมื่อพื้นที่ร้างกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธา วัดแห่งนี้จึงบอกอย่างชัดเจนว่าคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วัสดุเดิม แต่อยู่ที่ปัญญาและเจตนาของผู้ใช้วัสดุนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
| ชื่อสถานที่ | วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ศรีสะเกษ |
| ชื่อเรียกทั่วไป | วัดล้านขวด, Wat Pa Maha Chedi Kaew, Wat Lan Khuat, Million Bottle Temple |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์ร่วมสมัย แหล่งเรียนรู้การใช้วัสดุรีไซเคิล และแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอขุนหาญ |
| ที่ตั้ง | บ้านดอน หมู่ 2 ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 61 - 70 กม. ตามเส้นทางถนน และอยู่ใกล้ตัวอำเภอขุนหาญ |
| ความสำคัญ | เป็นวัดที่นำขวดแก้วมากกว่า 1.5 ล้านใบมาตกแต่งอาคาร ศาสนสถาน และพื้นที่ใช้งานภายในวัด จนกลายเป็นงานพุทธศิลป์จากวัสดุเหลือใช้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ |
| ประวัติโดยสรุป | เริ่มพัฒนาจากพื้นที่ป่าช้าเก่าในบ้านดอน โดยพระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงพ่อรอด / หลวงปู่ลอด ถิรคุโณ เห็นขวดแก้วที่ถูกทิ้งเป็นจำนวนมากและนำมาใช้ตกแต่งศาสนสถาน จนเกิดเป็นวัดล้านขวดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว |
| ผู้ริเริ่มสร้างวัด | พระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงพ่อรอด / หลวงปู่ลอด ถิรคุโณ อดีตเจ้าอาวาสและผู้ริเริ่มแนวคิดการนำขวดแก้วมาใช้ตกแต่งวัด |
| ผู้ดูแลปัจจุบัน | คณะสงฆ์วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ร่วมกับชุมชนบ้านดอน อำเภอขุนหาญ และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประชาชนสามารถเข้าสักการะ ไหว้พระ ชมศิลปะขวดแก้ว และเรียนรู้แนวคิดการใช้วัสดุเหลือใช้ในศาสนสถานได้ตามเวลาเปิดทำการ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมทั้งผู้ใหญ่และเด็ก การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน หรือบริจาคบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา |
| จุดเด่นสำคัญ | 1. ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว 2. สิมน้ำ / โบสถ์กลางน้ำ 3. พระพุทธรูปหยกขาวภายในสิมกลางน้ำ 4. อาคาร กุฏิ หอระฆัง เมรุ ห้องน้ำ และพื้นที่วัดที่ตกแต่งด้วยขวดแก้ว 5. ภาพพุทธประวัติจากฝาขวด 6. งานพุทธศิลป์จากวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 1.5 ล้านใบ |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในวัด | 1. โซนซุ้มประตูและกำแพงขวดแก้ว 2. โซนศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว 3. โซนสิมน้ำ / โบสถ์กลางน้ำ 4. โซนพระพุทธรูปหยกขาว 5. โซนภาพพุทธประวัติจากฝาขวด 6. โซนหอระฆังและอาคารประดับขวดแก้ว 7. โซนกุฏิพระสงฆ์และพื้นที่สงฆ์ 8. โซนเมรุและอาคารใช้งานของวัด 9. โซนลานวัดและพื้นที่ทำบุญ 10. โซนถ่ายภาพสถาปัตยกรรมขวดแก้ว |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่สักการะ ศาลา ลานวัด ห้องน้ำ จุดเดินชมอาคาร พื้นที่ถ่ายภาพ และบริการพื้นฐานในเขตชุมชนอำเภอขุนหาญ |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว โทร. 084-524-3770 เทศบาลตำบลขุนหาญ โทร. 045-679-227 ที่ว่าการอำเภอขุนหาญ โทร. 045-679-035 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-622645 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง ระยะทางประมาณ 61 - 70 กม. เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอขุนหาญให้มุ่งหน้าไปบ้านดอน ตำบลโนนสูง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่ปีนอาคารหรือส่วนประดับขวดแก้ว ไม่แตะต้องพระพุทธรูปหรือเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนพื้นที่สงฆ์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ทุเรียนภูเขาไฟสวนลุงเสริม ประมาณ 10 กม. 2. น้ำตกสำโรงเกียรติ / น้ำตกปีศาจ ประมาณ 25 กม. โทร. 063-565-9399 3. น้ำตกห้วยจันทร์ / น้ำตกกันทรอม ประมาณ 27 กม. 4. วัดเขียนบูรพาราม อำเภอขุขันธ์ ประมาณ 24 กม. 5. วัดไพรพัฒนา / มณฑปหลวงปู่สรวง ประมาณ 42 กม. โทร. 099-625-3859 6. จุดชมวิวพญากูปรี ประมาณ 45 กม. 7. ผามออีแดง / อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประมาณ 58 กม. 8. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 61 - 70 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. BJ Coffee House กาแฟสด ขุนหาญ ประมาณ 2 กม. โทร. 098-214-6024 2. ฌ-เฌอ Cho Cher Coffee & Bakery ขุนหาญ ประมาณ 2 กม. โทร. 091-014-0622 3. MOMOCHA ชานมไข่มุกไต้หวัน ขุนหาญ ประมาณ 2 กม. โทร. 064-959-0476, 062-441-9235 4. Indy Coffee Bar & Restaurant ขุนหาญ ประมาณ 2 กม. โทร. 099-069-5889 5. พรสวรรค์คาเฟ่ ขุนหาญ ประมาณ 3 กม. โทร. 063-497-7625, 088-192-3166 6. Loft House Café ขุขันธ์ ประมาณ 24 กม. โทร. 086-364-9492 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 1 กม. โทร. 081-879-5822 2. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 2 กม. โทร. 087-128-0095 3. Pongsin Resort & Restaurant ขุนหาญ ประมาณ 10 กม. โทร. 088-375-5199 4. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 24 กม. โทร. 085-024-4829, 045-966-585 5. โรงแรมบ้านสวนศรีสุภาพ ขุขันธ์ ประมาณ 28 กม. โทร. 087-245-9125, 080-240-7090 6. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 66 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดล้านขวด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดล้านขวด ตั้งอยู่ที่บ้านดอน หมู่ 2 ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดสำคัญของอำเภอขุนหาญและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ
ถาม: วัดล้านขวดเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: วัดล้านขวดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะพระพุทธรูปหยกขาว ชมศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว สิมกลางน้ำ และอาคารประดับขวดแก้วภายในวัดได้ตามเวลานี้
ถาม: วัดล้านขวดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดล้านขวดไม่เก็บค่าเข้าชมทั้งผู้ใหญ่และเด็ก การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน หรือบริจาคบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: ทำไมวัดป่ามหาเจดีย์แก้วจึงเรียกว่าวัดล้านขวด?
ตอบ: เพราะสิ่งปลูกสร้างภายในวัดจำนวนมากถูกตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีมากกว่า 1.5 ล้านใบ ตั้งแต่ซุ้มประตู กำแพง ศาลา โบสถ์ หอระฆัง กุฏิ เมรุ ห้องน้ำ และสิมกลางน้ำ จึงเกิดชื่อเรียกติดปากว่า “วัดล้านขวด”
ถาม: ใครเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดล้านขวด?
ตอบ: ผู้ริเริ่มคือพระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงพ่อรอด / หลวงปู่ลอด ถิรคุโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ท่านเห็นขวดแก้วที่ถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนมากและนำมาใช้สร้างสรรค์เป็นวัสดุตกแต่งศาสนสถาน
ถาม: จุดเด่นที่ต้องชมภายในวัดล้านขวดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว สิมน้ำหรือโบสถ์กลางน้ำ พระพุทธรูปหยกขาว ภาพพุทธประวัติจากฝาขวด หอระฆัง กุฏิ เมรุ ห้องน้ำ และอาคารต่าง ๆ ที่ตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสี
ถาม: ควรเดินทางไปวัดล้านขวดอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง ระยะทางประมาณ 61 - 70 กม. เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอขุนหาญให้มุ่งหน้าไปบ้านดอน ตำบลโนนสูง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่นสะดวกที่สุด
ถาม: ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไปวัดล้านขวด?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่ปีนอาคารหรือจับส่วนประดับขวดแก้ว ไม่แตะต้องพระพุทธรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และให้เกียรติพระสงฆ์กับผู้มาสักการะภายในวัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




