หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.เมืองมุกดาหาร >ต.ศรีบุญเรือง > หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ
TL;DR: หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ อยู่ที่ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติฯ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร บนเส้นทางมุกดาหาร – ดอนตาล ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือหอคอยรูปทรงกระบอกสูง 65.50 เมตร ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ภายในมีทั้งพื้นที่นิทรรศการ วัฒนธรรมท้องถิ่น จุดชมวิวเมืองมุกดาหารแบบมุมสูง และหอพระบนยอดโดมที่ประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร พร้อมลูกแก้วมุกดาหารสีขาวหมอกมัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอาคาร
หอแก้วมุกดาหารเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักจังหวัดมุกดาหาร เพราะผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมือง วิถีชีวิตชุมชนสองฝั่งโขง วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัด และชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้ภายในสถานที่เดียว จากจุดชมวิวชั้นบน นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นตัวเมืองมุกดาหาร ถนนสายหลัก ชุมชนริมโขง พื้นที่เมืองเก่า เส้นทางการค้า และเมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโขงได้ชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าเปิด
อาคารหอแก้วมุกดาหารสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 รูปแบบอาคารได้รับการออกแบบให้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน ส่วนฐานเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม หมายถึงรัชกาลที่ 9 มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 เมตร และมีทางเข้าออก 3 ทาง ส่วนแกนหอคอยเป็นทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เมตร มีลิฟต์และบันไดเวียนสำหรับขึ้นสู่พื้นที่ชมวิวและยอดโดม
ความสูงรวมของหอแก้วมุกดาหารคือ 65.50 เมตร แบ่งภาพรวมได้เป็นส่วนฐาน ส่วนแกนหอคอย หอชมวิว และยอดโดม ส่วนฐานเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ส่วนแกนหอคอยเริ่มจากชั้นที่ 3 ถึงชั้นที่ 6 สูงประมาณ 50 เมตร ส่วนหอชมวิวและโดมสูงประมาณ 15 เมตร บนยอดสูงสุดเป็นที่ตั้งของลูกแก้วมุกดาหาร ลักษณะกลม สีขาวหมอกมัว ทำจากประเทศเยอรมนี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร และกลายเป็นภาพจำที่ทำให้หอแก้วมุกดาหารแตกต่างจากหอชมวิวทั่วไป
ชื่อ “หอแก้วมุกดาหาร” มีความสัมพันธ์กับความหมายของคำว่า “มุกดาหาร” ซึ่งสื่อถึงแก้วมุกดา อัญมณีสีขาวนวลหรือขาวหมอกในคติไทย การวางลูกแก้วขนาดใหญ่ไว้บนยอดหอจึงไม่ใช่เพียงการตกแต่งสถาปัตยกรรม แต่เป็นการเชื่อมโยงชื่อเมืองเข้ากับรูปทรงอาคารอย่างชัดเจน เมื่อมองจากระยะไกล หอคอยสีขาวที่มียอดคล้ายลูกแก้วตั้งอยู่เหนือเมืองมุกดาหารจึงทำหน้าที่เหมือนสัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่สื่อถึงความสง่างาม ความเป็นเมืองริมโขง และความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น
ชั้นที่ 1 ของหอแก้วมุกดาหารเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น มีการนำเสนอเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหารในอดีต สิ่งของเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ ตั้งแต่การทำมาหากิน การเกษตร เครื่องมือพื้นบ้าน ภาชนะ สิ่งของใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงบรรยากาศของชุมชนริมแม่น้ำโขงก่อนการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ การชมชั้นนี้จึงเป็นการเปิดประตูเข้าสู่มุกดาหารในฐานะเมืองที่เติบโตจากรากวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ 8 ชนเผ่าในจังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ ไทยข่า ไทยกะโซ่ ไทยกะเลิง ไทยอีสาน ไทยย้อ ไทยแสก ไทยกุลา และผู้ไทย การจัดแสดงส่วนนี้มีความสำคัญมาก เพราะมุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูง กลุ่มชนต่าง ๆ มีภาษา เครื่องแต่งกาย ความเชื่อ ประเพณี อาหาร และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำโขง การได้ชมเครื่องแต่งกาย ภาพถ่าย วัตถุโบราณ และข้อมูลชาติพันธุ์ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจมุกดาหารในมิติที่ลึกกว่าภาพเมืองชายแดนทั่วไป
การจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองมุกดาหารภายในหอแก้วช่วยอธิบายที่มาของเมืองริมโขงแห่งนี้ได้อย่างเป็นระบบ เมืองมุกดาหารมีความสัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐาน การค้าขายทางแม่น้ำโขง การเดินทางของผู้คนสองฝั่งน้ำ และพัฒนาการของชุมชนที่เติบโตเป็นจังหวัดสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การชมข้อมูลเหล่านี้ก่อนขึ้นจุดชมวิวจะทำให้ทัศนียภาพที่เห็นจากชั้นบนมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงบ้านเรือนและแม่น้ำ แต่เห็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความทรงจำซ้อนอยู่ในภูมิทัศน์
ชั้นที่ 3 ถึงชั้นที่ 5 เป็นส่วนแกนหอคอย ภายในมีโครงสร้างรองรับลิฟต์และบันไดเวียน บันไดเวียนของหอแก้วมุกดาหารเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนขึ้นไปยังจุดชมวิวได้ทั้งทางลิฟต์และบันได นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นสู่ชั้นชมวิว แต่การมีบันไดเวียนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทำให้อาคารมีความสมบูรณ์ในด้านการใช้งานและความปลอดภัย
ชั้นที่ 6 คือหอชมวิว 360 องศา ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจขึ้นมาชมมากที่สุด พื้นที่ชั้นนี้อยู่สูงจากพื้นประมาณ 50 เมตร เป็นห้องชมวิวรูปวงกลม มีผนังกระจกใสรอบด้าน และมีกล้องส่องทางไกลไว้ให้ชมทิวทัศน์ระยะไกล บนชั้นนี้สามารถมองเห็นตัวเมืองมุกดาหารได้กว้างมาก ทั้งถนน อาคารราชการ ย่านชุมชน ตลาด พื้นที่สีเขียว แนวแม่น้ำโขง และฝั่งเมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขดของลาว วิวที่เห็นทำให้เข้าใจว่ามุกดาหารเป็นเมืองที่มีภูมิศาสตร์พิเศษเพียงใด
การชมเมืองมุกดาหารจากชั้นที่ 6 เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเดินชมเมืองด้านล่าง เพราะมุมสูงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของพื้นที่ทั้งหมดในภาพเดียว แม่น้ำโขงปรากฏเป็นเส้นธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แบ่งและเชื่อมสองประเทศในเวลาเดียวกัน ฝั่งไทยมีเมืองมุกดาหารที่เติบโตขึ้นตามถนนและชุมชน ส่วนฝั่งลาวมีเมืองคันทะบุลีและสะหวันนะเขตที่มองเห็นอยู่ไกลออกไป ความสูงของหอแก้วทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพความเป็นเมืองชายแดนได้ชัดกว่าการยืนมองจากริมแม่น้ำเพียงอย่างเดียว
ในวันที่อากาศดี ชั้นชมวิวของหอแก้วมุกดาหารเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเมือง แม่น้ำโขง และท้องฟ้า โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น แสงอ่อนของดวงอาทิตย์ช่วยให้วิวเมืองมีมิติมากขึ้น และบางช่วงสามารถชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกเหนือแนวเมืองและลำน้ำได้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพควรเผื่อเวลาเดินชมรอบชั้น 6 อย่างน้อย 20 – 30 นาที เพื่อค่อย ๆ เลือกมุมมองและอ่านรายละเอียดของเมืองจากหลายทิศทาง
ชั้นที่ 7 หรือยอดโดมของหอแก้วมุกดาหารเป็นหอพระ ภายในลูกแก้วมุกดาหารมีการประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร พระพุทธรูปเนื้อเงินแท้ ปางมารวิชัย ซึ่งจัดสร้างขึ้นในโอกาสเดียวกับการสร้างหอแก้ว นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะ พื้นที่ชั้นนี้จึงเป็นทั้งจุดชมสถาปัตยกรรมยอดโดมและพื้นที่แห่งศรัทธา ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตัวด้วยความเคารพเมื่อขึ้นไปยังบริเวณนี้
หอแก้วมุกดาหารจึงมีความพิเศษตรงที่รวม 3 หน้าที่ไว้ในอาคารเดียว ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จุดชมวิว และหอพระ การเดินชมจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบนเปรียบเหมือนการเดินทางจากรากวัฒนธรรมของเมืองไปสู่ภาพรวมทางภูมิศาสตร์ และปิดท้ายด้วยพื้นที่สักการะบนยอดสูงสุด โครงสร้างเช่นนี้ทำให้หอแก้วมุกดาหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างสูงเพื่อชมวิว แต่เป็นพื้นที่เล่าเรื่องเมืองมุกดาหารทั้งด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ศรัทธา และความภาคภูมิใจของจังหวัด
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย หอแก้วมุกดาหารเหมาะกับการแวะเป็นจุดแรกของทริป เพราะช่วยให้เห็นภาพรวมของเมืองก่อนเดินทางไปสถานที่อื่น เช่น ตลาดอินโดจีน วัดศรีมงคลใต้ ศาลหลักเมืองมุกดาหาร วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หรือสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 เมื่อขึ้นชมเมืองจากหอแก้วแล้ว การเดินทางต่อไปยังสถานที่เหล่านี้จะเข้าใจตำแหน่งและความสัมพันธ์ของพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หอแก้วมุกดาหารเป็นจุดแนะนำที่ดีมาก เพราะสามารถอธิบายเมืองมุกดาหารได้ในเวลาสั้น ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น กลุ่มชาติพันธุ์ แม่น้ำโขง วิถีชีวิตชายแดน และความสัมพันธ์ไทย – ลาว การชมวิวเมืองคันทะบุลีและแขวงสะหวันนะเขตจากฝั่งไทยช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่ามุกดาหารเป็นประตูสำคัญของเส้นทางลุ่มน้ำโขง ไม่ใช่เพียงจังหวัดท่องเที่ยวขนาดเล็กริมแม่น้ำ
หากเดินทางกับครอบครัว หอแก้วมุกดาหารเหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เพราะมีลิฟต์อำนวยความสะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดตลอดทาง ภายในมีนิทรรศการให้เรียนรู้และจุดชมวิวที่ช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจเรื่องเมือง แม่น้ำ และประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น ผู้ปกครองสามารถใช้เวลาชี้ให้เด็กเห็นแม่น้ำโขง ฝั่งลาว ถนน และชุมชนต่าง ๆ เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เข้าใจง่ายและน่าจดจำ
หากเดินทางเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อน หอแก้วมุกดาหารเหมาะกับการถ่ายภาพและชมวิวก่อนออกไปเดินเล่นริมโขงหรือรับประทานอาหารในเมือง จุดเด่นของสถานที่คือใช้เวลาไม่นานแต่ได้ข้อมูลครบ ทั้งนิทรรศการและวิวมุมสูง นักท่องเที่ยวสามารถจัดเป็นโปรแกรมครึ่งวันร่วมกับตลาดอินโดจีน ร้านอาหารริมโขง และจุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ได้อย่างสะดวก
การจัดเส้นทางเที่ยวหอแก้วมุกดาหารแบบหนึ่งวันสามารถเริ่มจากช่วงเช้าที่หอแก้ว เพื่อชมวิวเมืองในอากาศที่ยังไม่ร้อน จากนั้นไปตลาดอินโดจีนและวัดศรีมงคลใต้ ต่อด้วยอาหารกลางวันในตัวเมืองมุกดาหาร ช่วงบ่ายสามารถเดินทางต่อไปวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์เพื่อชมองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราชและวิวแม่น้ำโขงอีกมุมหนึ่ง แล้วปิดท้ายด้วยการเดินเล่นริมโขงหรือถ่ายภาพที่สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2
การเดินทาง ไปยังหอแก้วมุกดาหารทำได้สะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ริมถนนสายมุกดาหาร – ดอนตาล หรือทางหลวงหมายเลข 2034 ในเขตตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร หากเริ่มจากตัวเมืองมุกดาหารให้ขับรถออกไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. ก็จะเห็นหอคอยสีขาวตั้งโดดเด่นอยู่ริมถนน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้างท้องถิ่น หรือเหมารถจากที่พักในตัวเมืองได้ง่าย
ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดสามารถใช้ตัวเมืองมุกดาหารเป็นฐานพัก เพราะหอแก้วอยู่ไม่ไกลจากย่านโรงแรม ร้านอาหาร ตลาด และสถานที่สำคัญหลายแห่ง หากมาจากนครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ หรืออุบลราชธานี สามารถวางแผนเข้าตัวเมืองมุกดาหารก่อน แล้วแวะหอแก้วเป็นจุดแรกหรือจุดสุดท้ายของวัน ส่วนผู้ที่เดินทางข้ามแดนจากลาวผ่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ก็สามารถเข้ามาชมหอแก้วก่อนต่อโปรแกรมเที่ยวในเมืองได้เช่นกัน
เวลาที่เหมาะในการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศสบายและแสงเหมาะสำหรับชมวิว หากต้องการถ่ายภาพแม่น้ำโขงและเมืองสะหวันนะเขตควรเลือกวันที่ท้องฟ้าเปิด ไม่มีฝนหรือหมอกหนา ส่วนช่วงกลางวันแม้จะมีแดดแรง แต่ภายในจุดชมวิวเป็นพื้นที่ในอาคาร จึงยังสามารถเข้าชมได้สะดวก นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดควรเผื่อเวลาเข้าชมประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้เดินดูนิทรรศการและขึ้นชมวิวได้ครบ
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือควรรักษาความสะอาด ไม่ขีดเขียนหรือแตะต้องชิ้นงานจัดแสดงโดยไม่จำเป็น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และควรแต่งกายสุภาพเมื่อขึ้นสู่ชั้นหอพระบนยอดโดม หากเดินทางพร้อมเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดบริเวณจุดชมวิวและบันไดเวียน แม้สถานที่มีระบบอำนวยความสะดวก แต่การระมัดระวังจะทำให้การเข้าชมปลอดภัยและราบรื่นมากขึ้น
ในด้านประวัติศาสตร์เมือง หอแก้วมุกดาหารมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมเรื่องราวของมุกดาหารให้อยู่ในรูปแบบที่นักท่องเที่ยวเข้าใจง่าย เมืองมุกดาหารมีรากฐานจากชุมชนริมแม่น้ำโขง มีความสัมพันธ์กับการค้าขาย การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างผู้คนหลายกลุ่ม การนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ผ่านนิทรรศการช่วยให้คนรุ่นใหม่และผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของเมือง ไม่ใช่มองมุกดาหารเพียงจุดผ่านแดนหรือเมืองพักระหว่างทางเท่านั้น
ในด้านวัฒนธรรมชาติพันธุ์ หอแก้วมุกดาหารช่วยให้เห็นว่าจังหวัดนี้มีเอกลักษณ์จากการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนหลากหลาย 8 เผ่า การจัดแสดงเครื่องแต่งกายและวิถีชีวิตของแต่ละกลุ่มทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความละเอียดอ่อนของอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้มากขึ้น เช่น ความต่างของผ้าทอ เครื่องแต่งกาย ภาษา ความเชื่อ และประเพณี การเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ช่วยเพิ่มความลึกให้การเที่ยวมุกดาหาร เพราะนักท่องเที่ยวจะมองเห็นคนและวัฒนธรรมหลังภูมิทัศน์เมือง
ในด้านภูมิศาสตร์ หอแก้วมุกดาหารทำหน้าที่เป็นจุดอ่านเมืองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะมองเห็นการจัดวางของเมืองริมแม่น้ำโขงได้อย่างเป็นภาพรวม ทิศทางของแม่น้ำ ถนน และชุมชนช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเมืองมุกดาหารจึงเติบโตในตำแหน่งนี้ และเหตุใดจึงมีบทบาทเป็นเมืองชายแดนสำคัญของภาคอีสานตอนบน การได้เห็นเมืองจากมุมสูงทำให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ในด้านการท่องเที่ยว หอแก้วมุกดาหารเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางหลายรูปแบบ ทั้งคนที่ชอบชมวิว คนที่สนใจประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว ช่างภาพ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดเด่นคือเดินทางง่าย อยู่ใกล้ตัวเมือง ใช้เวลาไม่มาก และมีข้อมูลหลายมิติในสถานที่เดียว จึงเหมาะทั้งทริปสั้น ทริปครอบครัว ทริปศึกษาดูงาน และทริปวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
พื้นที่โดยรอบหอแก้วมุกดาหารมีการจัดภูมิทัศน์ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพด้านหน้าอาคารหอคอย สวนหย่อม และมุมมองที่เห็นลูกแก้วบนยอดสูงได้ชัดเจน ภาพหอคอยสีขาวบนพื้นฟ้ากลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของมุกดาหาร หากต้องการภาพอาคารเต็มตัวควรถ่ายจากพื้นที่ด้านหน้าในระยะพอเหมาะ เพราะจะเห็นทั้งส่วนฐาน ทรงกระบอกของแกนหอ และลูกแก้วบนยอดพร้อมกัน
ค่าเข้าชมของหอแก้วมุกดาหารอยู่ในระดับเข้าถึงง่าย โดยผู้ใหญ่ 30 บาท และเด็ก 10 บาท จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว และคณะนักเรียน การเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00 – 18.00 น. ช่วยให้จัดโปรแกรมได้ยืดหยุ่น สามารถแวะก่อนหรือหลังเที่ยวจุดอื่นในเมืองได้สะดวก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการเก็บภาพรวมของมุกดาหารให้ครบ
ผู้ดูแลหลักของพื้นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และมีข้อมูลติดต่อของหอแก้วมุกดาหารสำหรับสอบถามการเข้าชมโดยตรง นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นหมู่คณะ คณะนักเรียน หรือกลุ่มศึกษาดูงานควรโทรสอบถามล่วงหน้าเพื่อยืนยันข้อมูลการเปิดเข้าชม การเข้าชมเป็นกลุ่ม และความพร้อมของพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงที่จังหวัดมีกิจกรรมพิเศษ
หอแก้วมุกดาหารยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่สร้างความภาคภูมิใจของคนมุกดาหาร เพราะเป็นอาคารที่สะท้อนทั้งพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 ความหมายของชื่อเมือง วิถีวัฒนธรรม 8 เผ่า และภูมิทัศน์ลุ่มน้ำโขงที่เป็นหัวใจของจังหวัด ผู้ที่เดินทางมาชมสถานที่แห่งนี้จึงได้รับมากกว่าภาพถ่ายจากจุดสูง แต่ได้เห็นว่ามุกดาหารเป็นเมืองที่มีความลึกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิศาสตร์มากเพียงใด
สำหรับการพักค้างคืน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่พักในตัวเมืองมุกดาหารได้หลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมริมโขง โรงแรมบูติก โรงแรมราคาประหยัด ไปจนถึงที่พักใกล้แหล่งช้อปปิ้งและตลาดอินโดจีน หากต้องการชมบรรยากาศริมแม่น้ำโขงในช่วงเช้าและเย็น ควรเลือกที่พักใกล้ถนนสำราญชายโขง ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางไปหลายจุดสามารถเลือกที่พักในตัวเมืองหรือใกล้ถนนสายหลักได้
ร้านอาหารใกล้หอแก้วมุกดาหารมีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารเกาหลี ร้านอาหารเวียดนาม ร้านเนื้อย่าง ร้านอาหารอีสาน และร้านริมโขง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแวะก่อนหรือหลังเข้าชมหอแก้วได้สะดวก หากต้องการอาหารท้องถิ่นควรลองร้านอาหารอีสานหรือร้านริมโขง หากต้องการอาหารเบา ๆ หรือเครื่องดื่มก่อนเดินทางต่อ ร้านกาแฟใกล้หอแก้วก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะ การจัดโปรแกรมให้มีมื้ออาหารใกล้จุดเที่ยวช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้ทริปในเมืองมุกดาหารคล่องตัวขึ้น
โดยสรุป หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะเมื่อเดินทางมาจังหวัดมุกดาหาร เพราะรวมเรื่องราวสำคัญของเมืองไว้ครบ ทั้งสถาปัตยกรรมเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวัฒนธรรม 8 เผ่า ประวัติศาสตร์เมือง จุดชมวิว 360 องศา แม่น้ำโขง เมืองสะหวันนะเขต และหอพระบนยอดโดม สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับทั้งการเที่ยวพักผ่อน การเรียนรู้ และการทำความเข้าใจเมืองมุกดาหารในมุมที่ครบถ้วนที่สุดแห่งหนึ่ง
| ชื่อสถานที่ | หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก |
| ที่ตั้ง | ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร |
| ที่อยู่ | ริมถนนมุกดาหาร – ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000 |
| พิกัด | 16.525944, 104.733056 |
| ไฮไลต์ | หอคอยชมวิวสูง 65.50 เมตร จุดชมวิวเมืองมุกดาหาร 360 องศา มองเห็นแม่น้ำโขงและเมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อหอแก้วมุกดาหารสื่อถึงลูกแก้วมุกดาหารสีขาวหมอกมัวบนยอดโดม ซึ่งเชื่อมโยงกับความหมายของชื่อจังหวัดมุกดาหาร |
| ลักษณะเด่น | อาคารหอคอยรูปทรงกระบอก ส่วนฐานเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 เมตร ตัวแกนหอคอยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เมตร และยอดโดมประดับลูกแก้วมุกดาหารขนาดใหญ่ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมุกดาหารใช้ถนนมุกดาหาร – ดอนตาล หรือทางหลวงหมายเลข 2034 มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. หอแก้วตั้งอยู่ริมถนนและมองเห็นได้ชัดเจน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นจุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | เด็ก 10 บาท / ผู้ใหญ่ 30 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลิฟต์ บันไดเวียน จุดชมวิว กล้องส่องทางไกล พื้นที่นิทรรศการ จุดสักการะพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร พื้นที่พักผ่อนโดยรอบ และที่จอดรถ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ชั้นที่ 1 พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น ชั้นที่ 2 นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 8 ชนเผ่ามุกดาหาร ชั้นที่ 3 – 5 ส่วนแกนหอคอย ลิฟต์ และบันไดเวียน ชั้นที่ 6 หอชมวิว 360 องศา ชั้นที่ 7 ลูกแก้วมุกดาหารและหอพระ |
| ผู้ดูแล | เทศบาลเมืองมุกดาหาร และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | หอแก้วมุกดาหาร โทร. 042-633-211 / เทศบาลเมืองมุกดาหาร โทร. 0-4261-1227 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก และเว็บไซต์เทศบาลเมืองมุกดาหาร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร ประมาณ 3 กม. 2. วัดศรีมงคลใต้ ประมาณ 3 กม. 3. ศาลหลักเมืองมุกดาหาร ประมาณ 3 กม. 4. วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ประมาณ 8 กม. 5. จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ประมาณ 11 กม. 6. อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร / ภูผาเทิบ ประมาณ 16 กม. 7. แก่งกะเบา ประมาณ 34 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. PunThai Coffee หอแก้ว มุกดาหาร ประมาณ 1 กม. โทร. 093-576-4186 2. Miso Homemade ประมาณ 1 กม. โทร. 099-264-2669, 091-716-9756 3. แม่มุก เตาถ่าน โคขุนโพนยางคำ มุกดาหาร ประมาณ 1 กม. โทร. 042-042-628, 093-551-3839 4. วีที แหนมเนือง มุกดาหาร ประมาณ 2 กม. โทร. 063-582-5151 5. ร้านมุมสบาย ริมโขง มุกดาหาร ประมาณ 3 กม. โทร. 081-864-6883, 099-176-3668 6. แซ่บริมโขง มุกดาหาร ประมาณ 4 กม. โทร. 097-051-7988 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมเวียงโขง มุกดาหาร ประมาณ 1 กม. โทร. 096-686-0045 2. Hotel de Ladda Mukdahan ประมาณ 1 กม. โทร. 042-611-499, 042-611-497 3. Riverfront Hotel Mukdahan ประมาณ 2 กม. โทร. 042-612-948-9, 081-703-1705 4. Ploy Palace Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 042-614-988 5. HOP INN Mukdahan ประมาณ 3 กม. โทร. 02-080-2222, 092-258-7318 6. B2 Mukdahan Boutique & Budget Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 1328, 042-040-123 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หอแก้วมุกดาหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: หอแก้วมุกดาหารตั้งอยู่ริมถนนมุกดาหาร – ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กม.
ถาม: หอแก้วมุกดาหารเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: ค่าเข้าชมหอแก้วมุกดาหารเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมเด็ก 10 บาท และผู้ใหญ่ 30 บาท
ถาม: หอแก้วมุกดาหารสูงเท่าไร?
ตอบ: หอแก้วมุกดาหารมีความสูง 65.50 เมตร เป็นหอคอยรูปทรงกระบอกพร้อมส่วนฐานทรงเก้าเหลี่ยมและยอดโดมลูกแก้วมุกดาหาร
ถาม: ชั้นไหนของหอแก้วมุกดาหารเป็นจุดชมวิว?
ตอบ: ชั้นที่ 6 เป็นหอชมวิว 360 องศา มีกล้องส่องทางไกลสำหรับชมตัวเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และเมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว
ถาม: ภายในหอแก้วมุกดาหารมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น นิทรรศการประวัติเมืองมุกดาหาร วัฒนธรรม 8 ชนเผ่า จุดชมวิว 360 องศา ลูกแก้วมุกดาหาร และหอพระประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร
ถาม: ไปหอแก้วมุกดาหารควรไปช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะที่สุด เพราะอากาศสบาย แสงเหมาะสำหรับชมวิวและถ่ายภาพเมืองมุกดาหารกับแม่น้ำโขง
ถาม: เที่ยวหอแก้วมุกดาหารแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ตลาดอินโดจีน วัดศรีมงคลใต้ ศาลหลักเมืองมุกดาหาร วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 และอุทยานแห่งชาติมุกดาหารได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




