หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.ภูปอ > พุทธสถานภูปอ
TL;DR: พุทธสถานภูปอ อยู่ที่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ องค์ล่างจำหลักใต้เพิงผาเชิงเขา สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ขนาดประมาณ 3.30 x 1.27 เมตร ส่วนองค์บนอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 80 เมตร ขนาดประมาณ 5.20.

กาฬสินธุ์

พุทธสถานภูปอ

พุทธสถานภูปอ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
พุทธสถานภูปอ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญของตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ภายในวัดอินทรประทานพร หรือที่หลายคนเรียกกันว่าวัดภูปอ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร เส้นทางหลักใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปจนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด บ้านนาจารย์ และบ้านนาคอกควายต่อไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์จำหลักบนหน้าผาหินทราย 2 องค์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกาฬสินธุ์และประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพอย่างสูง ทั้งยังเป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่มีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ เดินชมโบราณสถาน และพักผ่อนท่ามกลางภูเขาหินทรายของอีสาน
 
พุทธสถานภูปอมีความพิเศษตรงที่ไม่ได้เป็นเพียงวัดบนภูเขา แต่เป็นพื้นที่ที่รวมศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ศิลปกรรมสมัยโบราณ ภูมิทัศน์ธรรมชาติ และประเพณีท้องถิ่นไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน พระพุทธไสยาสน์ทั้งสององค์ไม่ได้สร้างขึ้นเป็นประติมากรรมลอยตัวแบบพระนอนในวัดทั่วไป แต่เป็นงานจำหลักบนผาหินใต้เพิงผา ทำให้เกิดความรู้สึกว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กับภูเขาเป็นส่วนเดียวกัน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้ชมเพียงพระพุทธรูป แต่ได้สัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างหิน ผา ป่า ทางเดิน บันได และความศรัทธาที่สืบทอดในพื้นที่มานานหลายชั่วอายุคน
 
ภูปอเป็นเขาหินทรายที่มีลักษณะทอดตัวตามแนวตะวันออก – ตะวันตก ยอดเขาสูงประมาณ 336 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่ราบด้านล่างประมาณ 94 เมตร ฟากเขาด้านทิศเหนือเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ ส่วนฟากเขาด้านทิศใต้เป็นเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำเลเช่นนี้ทำให้ภูปอเป็นเหมือนจุดเชื่อมระหว่างเส้นทางเมืองกาฬสินธุ์ เส้นทางสมเด็จ และเส้นทางสหัสขันธ์ ผู้ที่เดินทางมายังพุทธสถานภูปอจึงสามารถจัดทริปต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นของกาฬสินธุ์ได้ไม่ยาก ทั้งเส้นทางไดโนเสาร์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง
 
พระพุทธไสยาสน์องค์แรกหรือองค์ล่างประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาทางขึ้น สูงจากพื้นดินราบประมาณ 5 เมตร เป็นพระพุทธรูปสลักหินนูนสูงใต้เพิงผา สันนิษฐานว่าอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ตามแบบศิลปะทวารวดีพื้นถิ่นอีสาน องค์พระมีขนาดกว้างประมาณ 1.27 เมตร ยาวประมาณ 3.30 เมตร ประทับนอนตะแคงขวาตามแบบสีหไสยา หันพระเศียรไปทางทิศเหนือและผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก รายละเอียดขององค์พระแสดงลักษณะเรียบง่าย หนักแน่น และมีพลังแบบงานช่างโบราณในภาคอีสาน
 
องค์ล่างมีรายละเอียดที่น่าสังเกตมาก ทั้งวงพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระเนตรปิด พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาขนาดใหญ่ และพระรัศมีทรงกลมนูนคล้ายลูกแก้ว พระกรซ้ายวางแนบพระวรกาย พระบาทซ้ายซ้อนทับพระบาทขวาเล็กน้อย ช่างยังสลักแผ่นพื้นหินให้เป็นเหมือนผ้าปูลาดรองพระองค์ พร้อมหมอนรองพระเศียรและพระบาท รอบพระวรกายและพระเศียรสลักรูปประภามณฑล โดยมีเส้นกรอบนอกประดับลายดอกไม้เป็นระยะ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้องค์พระไม่ได้เป็นเพียงพระนอนสลักบนหิน แต่เป็นงานพุทธศิลป์ที่มีองค์ประกอบครบถ้วนและแสดงฝีมือช่างพื้นถิ่นอย่างเด่นชัด
 
พระพุทธไสยาสน์องค์ที่สองหรือองค์บนประดิษฐานอยู่บนภูปอ เหนือขึ้นไปจากเชิงเขาประมาณ 80 เมตร ผู้มาเยือนต้องเดินขึ้นบันไดและเส้นทางบนเนินเขาเพื่อไปสักการะ องค์พระบนมีขนาดใหญ่กว่าองค์ล่าง กว้างประมาณ 1.50 เมตร ยาวประมาณ 5.20 เมตร สันนิษฐานว่าอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 เป็นศิลปะทวารวดีที่ได้รับอิทธิพลสุโขทัย ลักษณะองค์พระมีความอ่อนช้อยมากขึ้น มีเส้นโค้งเว้าของพระวรกายเด่นกว่าองค์ล่าง และแสดงความงามแบบพุทธศิลป์ที่พัฒนาไปตามยุคสมัย
 
พระพุทธไสยาสน์องค์บนประทับนอนตะแคงขวาเช่นเดียวกัน หนุนพระเขนยรูปสามเหลี่ยม หันพระเศียรไปทางทิศเหนือ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเป็นเส้นโค้งรับกับพระเนตร พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้ม พระกรรณยาว เม็ดพระศกเป็นแบบก้นหอยขนาดใหญ่ และมีพระรัศมีแบบเปลวสั้น การสลักจีวรมีร่องแนวสังฆาฏิพาดผ่านพระวรกาย ทำให้เห็นความประณีตและความตั้งใจในการถ่ายทอดคติทางพระพุทธศาสนาผ่านผาหินธรรมชาติ เมื่อได้เห็นองค์พระบนใกล้ ๆ จะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมพุทธสถานภูปอจึงเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูงมากแห่งหนึ่งของกาฬสินธุ์
 
ความสำคัญของพุทธสถานภูปอไม่ได้อยู่เพียงอายุหรือความเก่าแก่ของพระพุทธรูป แต่ยังอยู่ที่การแสดงให้เห็นวัฒนธรรมการสร้างรูปสลักหินในสมัยทวารวดีแบบพื้นถิ่นอีสาน พระพุทธรูปสลักบนผาหินเช่นนี้พบไม่มากนักในภาคอีสาน การที่ภูปอมีพระไสยาสน์ถึง 2 องค์ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของการแพร่กระจายพระพุทธศาสนา การใช้ภูเขาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และการสร้างพุทธศิลป์ที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศโดยตรง ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์จึงควรให้เวลาศึกษารายละเอียดขององค์พระทั้งสองมากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงสั้น ๆ
 
สำหรับชาวกาฬสินธุ์ พระพุทธไสยาสน์ภูปอเป็นปูชนียวัตถุคู่บ้านคู่เมืองในระดับท้องถิ่น เป็นที่พึ่งทางใจของคนในตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และชุมชนใกล้เคียง ผู้คนเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพร ทำบุญ และระลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปบนภูเขา ศรัทธาเช่นนี้ทำให้พุทธสถานภูปอไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่มีคุณค่าทางศิลปะ แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีชีวิต เพราะยังมีผู้คนมากราบไหว้และร่วมดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
ภายในพื้นที่วัดอินทรประทานพรมีบทบาทเป็นทั้งวัดและทางเข้าสู่พุทธสถานภูปอ เจ้าอาวาสวัดอินทรประทานพรคือพระครูอินทธรรมปทาน ซึ่งเป็นผู้ดูแลทางศาสนาของวัดและมีบทบาทร่วมกับชุมชนในกิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุทธสถานภูปอ พื้นที่วัดจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางขึ้นไปยังองค์พระบนภูเขา ผู้มาเยือนควรเริ่มต้นด้วยการไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ และปฏิบัติตนด้วยความเคารพ ก่อนเดินชมพื้นที่โบราณสถานและเส้นทางธรรมชาติบนภูปอ
 
ในช่วงหลังสงกรานต์และฤดูร้อน พุทธสถานภูปอมีประเพณีสำคัญคือการสมโภชและสักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอ ซึ่งชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมกันสืบสานต่อเนื่อง ประเพณีนี้เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ การสรงน้ำพระ การขอพร และการรวมพลังศรัทธาของชุมชน รอบปี 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์กำหนดจัดงานเทศกาลประเพณีแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์สักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน ณ วัดอินทรประทานพร พุทธสถานภูปอ ภายในงานมีขบวนแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการเกี่ยวกับตำนานและมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนกิจกรรมชุมชนที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นพลังศรัทธาของท้องถิ่นอย่างชัดเจน
 
งานสักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอเป็นภาพสะท้อนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมพื้นบ้าน และภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ของอีสาน ชาวบ้านไม่ได้มองพระพุทธไสยาสน์บนภูปอเป็นเพียงโบราณวัตถุ แต่เป็นพระพุทธรูปที่ปกปักรักษาชุมชน เป็นศูนย์รวมใจ และเป็นเครื่องหมายของความเป็นบ้านเป็นเมืองของตำบลภูปอ การแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปสักการะจึงเป็นพิธีที่มีความหมายทั้งในเชิงศาสนาและในเชิงสังคม เพราะทำให้ผู้คนในชุมชนได้มาร่วมแรง ร่วมบุญ และร่วมรักษามรดกของตนเอง
 
นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธไสยาสน์แล้ว ภูปอยังมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เส้นทางขึ้นสู่พระพุทธไสยาสน์องค์บนมีบันไดและจุดพักเป็นระยะ ผู้เดินจะได้สัมผัสบรรยากาศของภูเขาหินทราย ป่าโปร่ง เสียงธรรมชาติ และมุมมองที่ค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นตามระดับความสูง เมื่อขึ้นไปถึงพื้นที่ด้านบน นอกจากจะได้สักการะองค์พระแล้ว ยังสามารถชมทิวทัศน์ของชุมชนและภูมิประเทศโดยรอบ ซึ่งช่วยให้การมาเยือนไม่ได้มีเพียงมิติของการไหว้พระ แต่ยังมีมิติของธรรมชาติและการเดินเขาแบบเบา ๆ ร่วมด้วย
 
ระหว่างทางขึ้นเขาและบริเวณใกล้องค์พระบนยังมีการจัดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนเดินได้สะดวกขึ้น รวมถึงการติดตั้งระฆังบริเวณทางขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา สิ่งเหล่านี้ทำให้พุทธสถานภูปอเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุที่ต้องการไหว้พระองค์ล่าง ครอบครัวที่ต้องการพาเด็กมาศึกษาพระพุทธรูปโบราณ และนักเดินทางที่ต้องการเดินขึ้นไปสักการะองค์บนพร้อมชมวิวธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือเดินขึ้นลงบันไดลำบากควรประเมินกำลังของตนเองก่อนขึ้นไปยังองค์บน
 
การเที่ยวพุทธสถานภูปอควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการสักการะทั้งองค์ล่างและองค์บน เดินชมบรรยากาศ และพักเป็นระยะระหว่างทาง การรีบเดินขึ้นแล้วรีบลงอาจทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญ เช่น ลักษณะของเพิงผา รายละเอียดประภามณฑล ขนาดขององค์พระ พื้นผิวหินทราย และมุมมองธรรมชาติบนภูเขา ผู้ที่สนใจศิลปกรรมหรือประวัติศาสตร์ควรอ่านป้ายข้อมูลและสังเกตความแตกต่างระหว่างองค์ล่างกับองค์บนอย่างละเอียด เพราะพระทั้งสององค์สะท้อนช่วงเวลาและอิทธิพลทางศิลปะที่แตกต่างกัน
 
สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษคือการรักษาโบราณสถาน พระพุทธรูปสลักหินบนภูปอเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสูง ผู้มาเยือนไม่ควรขีดเขียน สัมผัส ถู ลูบ ขูด หรือวางสิ่งของบนองค์พระและผาหินโดยไม่เหมาะสม การกระทำเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผิวหินและรายละเอียดทางศิลปกรรมเสียหายได้ ควรถ่ายภาพอย่างสุภาพ ไม่ปีนป่ายผา ไม่ออกนอกเส้นทางที่จัดไว้ และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้โบราณสถานแห่งนี้คงอยู่ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาและสักการะ
 
มารยาทในการเข้าชมพุทธสถานภูปอควรยึดทั้งหลักการเข้าวัดและหลักการชมโบราณสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้น้ำเสียงเบา ไม่เปิดเพลงเสียงดัง ไม่ถ่ายภาพรบกวนผู้ที่กำลังกราบไหว้ และควรให้ความสำคัญกับความสงบของพื้นที่ หากเดินขึ้นเขาควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบันไดและพื้นทางธรรมชาติ เตรียมน้ำดื่มให้พร้อม และหลีกเลี่ยงการขึ้นในช่วงฝนตกหนักหรือพื้นลื่น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
 
การเดินทาง ไปพุทธสถานภูปอสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวกที่สุด จากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 213 ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด บ้านนาจารย์ และบ้านนาคอกควายต่อไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งสามารถใช้เส้นทางไปทางอำเภอสมเด็จหรืออำเภอสหัสขันธ์เข้าสู่ตำบลภูปอได้เช่นกัน เมื่อถึงพื้นที่ควรปักหมุดวัดอินทรประทานพรหรือพุทธสถานภูปอ และสังเกตป้ายในชุมชนประกอบการเดินทาง
 
เส้นทางไปพุทธสถานภูปอให้บรรยากาศชนบทกาฬสินธุ์อย่างชัดเจน ระหว่างทางจะผ่านชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และแนวภูเขาหินทราย ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ควรออกช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง เพื่อให้มีเวลาเดินขึ้นองค์บนและเที่ยวต่อสถานที่ใกล้เคียงได้อย่างไม่เร่งรีบ หากเดินทางช่วงงานประเพณีประจำปี ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะอาจมีขบวนแห่ ผู้ร่วมงาน และรถของประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก
 
พุทธสถานภูปอสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันได้ โดยเริ่มจากการไหว้พระพุทธไสยาสน์องค์ล่าง เดินขึ้นไปสักการะองค์บน ชมวิวธรรมชาติ แล้วแวะรับประทานอาหารใกล้พื้นที่สหัสขันธ์หรือสมเด็จ หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธร วัดสักกะวัน ภูกุ้มข้าว ถนนไดโนโรด วัดพุทธาวาสภูสิงห์ หรือวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) ซึ่งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมและธรรมชาติของกาฬสินธุ์ตอนเหนือ
 
ถ้าจัดเป็นทริปเต็มวัน พุทธสถานภูปอเหมาะมากที่จะเชื่อมกับเส้นทางไดโนเสาร์และวัดภูเขาของกาฬสินธุ์ เริ่มจากภูปอในช่วงเช้า ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์สิรินธรและวัดสักกะวันช่วงสายหรือเที่ยง แวะรับประทานอาหารในอำเภอสหัสขันธ์ แล้วปิดท้ายด้วยวัดพุทธาวาสภูสิงห์ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) หรือสะพานเทพสุดา เส้นทางนี้ทำให้เห็นกาฬสินธุ์ครบทั้งพระพุทธศาสนา ศิลปกรรมทวารวดี ธรรมชาติภูเขาหินทราย ประวัติศาสตร์ไดโนเสาร์ และวิถีชุมชนอีสาน
 
สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว พุทธสถานภูปอเป็นสถานที่ที่สามารถใช้สอนเด็ก ๆ เรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนา และการอนุรักษ์ได้ดี เด็กจะได้เห็นว่าพระพุทธรูปไม่ได้มีเพียงแบบหล่อด้วยโลหะหรือปั้นด้วยปูนเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบสลักบนผาหินธรรมชาติที่เก่าแก่มาก การอธิบายเรื่องศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษ และความสำคัญของการไม่ทำลายโบราณสถาน จะช่วยให้การเดินทางครั้งนี้เป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นบทเรียนจากสถานที่จริง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พุทธสถานภูปอช่วยเปิดมุมมองต่อพระพุทธศาสนาไทยในแบบที่แตกต่างจากวัดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยว เพราะที่นี่ไม่ได้โดดเด่นด้วยพระเจดีย์ทองหรืออาคารขนาดใหญ่ แต่โดดเด่นจากพระพุทธรูปโบราณที่เป็นส่วนหนึ่งของผาหินธรรมชาติ ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในอีสานมีความสัมพันธ์กับภูเขา ป่า ชุมชน และความเชื่อท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การเดินขึ้นไปกราบไหว้พระบนภูเขาจึงเป็นประสบการณ์ที่รวมทั้งศรัทธา การเดินทาง และการสัมผัสภูมิทัศน์เข้าด้วยกัน
 
ผู้สนใจถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงธรรมชาติจะช่วยให้เห็นพื้นผิวหินและรายละเอียดขององค์พระได้ชัดขึ้น แต่ต้องถ่ายภาพด้วยความเคารพ ไม่ใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ที่รบกวนผู้สักการะ และไม่เข้าใกล้องค์พระเกินขอบเขตที่เหมาะสม การถ่ายภาพในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรเน้นการบันทึกความงามและคุณค่าของพื้นที่ ไม่ควรจัดท่าทางหรือสร้างภาพที่ไม่เหมาะสมกับวัดและโบราณสถาน
 
สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่มีลานวัด ทางเดิน บันไดขึ้นเขา จุดพักระหว่างทาง และพื้นที่สักการะ ทั้งนี้ควรเตรียมตัวเหมือนการเดินเที่ยววัดภูเขา นำหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสะดวกไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขึ้นไปสักการะองค์บน ส่วนผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือเดินขึ้นเขาไม่สะดวก ยังสามารถสักการะองค์ล่างที่เชิงเขาได้ ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์สำคัญและมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูงเช่นเดียวกัน
 
ค่าเข้าชมพุทธสถานภูปอไม่มีการเก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามกำลังศรัทธาได้ การไม่มีค่าเข้าชมทำให้สถานที่แห่งนี้เข้าถึงง่ายสำหรับประชาชน นักเรียน ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายยิ่งควรมาพร้อมความรับผิดชอบในการรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม และช่วยกันอนุรักษ์โบราณสถานให้คงความสมบูรณ์มากที่สุด
 
เมื่อมองในภาพรวม พุทธสถานภูปอเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและโบราณคดีที่ควรค่าแก่การมาเยือนของจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะมีพระพุทธไสยาสน์สลักผาหิน 2 องค์ที่เชื่อมโยงกับศิลปะทวารวดีพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลสุโขทัย มีเส้นทางเดินขึ้นภูเขาที่ให้ทั้งบุญและวิวธรรมชาติ มีประเพณีสักการะพระพุทธไสยาสน์ที่ชุมชนร่วมกันสืบทอด และมีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้ที่ต้องการเที่ยวกาฬสินธุ์อย่างลึกซึ้งไม่ควรมองข้ามสถานที่แห่งนี้
 
ชื่อสถานที่พุทธสถานภูปอ / วัดอินทรประทานพร
ที่ตั้งตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่วัดอินทรประทานพร เลขที่ 85 หมู่ 3 ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
ไฮไลต์พระพุทธไสยาสน์โบราณจำหลักบนหน้าผาหิน 2 องค์ ศิลปะทวารวดีพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลสุโขทัย ทิวทัศน์ธรรมชาติบนภูเขาหินทราย และงานประเพณีแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์สักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอ
ประวัติ / สมัย / ยุคพระพุทธไสยาสน์องค์ล่างสันนิษฐานว่าอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ส่วนองค์บนสันนิษฐานว่าอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 เป็นหลักฐานสำคัญของศิลปะสลักหินในวัฒนธรรมทวารวดีแบบพื้นถิ่นอีสาน
ที่มาของชื่อชื่อพุทธสถานภูปอใช้เรียกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนภูปอซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดอินทรประทานพร ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
ลักษณะเด่นองค์ล่างจำหลักใต้เพิงผาเชิงเขา สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ขนาดประมาณ 3.30 x 1.27 เมตร ส่วนองค์บนอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 80 เมตร ขนาดประมาณ 5.20 x 1.50 เมตร ต้องเดินขึ้นบันไดและทางภูเขาเพื่อสักการะ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. วัดอินทรประทานพรและลานสักการะด้านล่าง
2. พระพุทธไสยาสน์องค์ล่าง / องค์ย่า
3. เส้นทางบันไดและจุดพักขึ้นภูปอ
4. แนวระฆังบริเวณทางขึ้นสู่พระพุทธไสยาสน์องค์บน
5. พระพุทธไสยาสน์องค์บน / องค์ปู่
6. รอยพระพุทธหัตถ์และจุดชมวิวธรรมชาติ
7. พื้นที่จัดงานประเพณีแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์สักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอ
การเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์เดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 213 ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด บ้านนาจารย์ และบ้านนาคอกควายอีกประมาณ 16 กม. หรือปักหมุดวัดอินทรประทานพร / พุทธสถานภูปอ
สถานะปัจจุบันเป็นศาสนสถานและโบราณสถานที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม สักการะ และร่วมกิจกรรมประเพณีของชุมชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม สามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูอินทธรรมปทาน เจ้าอาวาสวัดอินทรประทานพร และเจ้าคณะตำบลภูปอ
ประเพณีสำคัญงานสมโภชและสักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอเป็นงานสำคัญของพื้นที่ โดยรอบปี 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์กำหนดจัดงานเทศกาลประเพณีแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์สักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน ณ วัดอินทรประทานพร พุทธสถานภูปอ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์สิรินธร ประมาณ 14 กม.
2. วัดสักกะวัน / แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ประมาณ 14 กม.
3. ถนนไดโนโรด ประมาณ 16 กม.
4. วัดพุทธาวาส ภูสิงห์ ประมาณ 17 กม.
5. วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) ประมาณ 19 กม.
6. เขื่อนลำปาว ประมาณ 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านจำเนียร ตำบลภูปอ ประมาณ 5 กม. โทร. 093-078-8386
2. ซดเตี๋ยวไก่มะระสหัสขันธ์ ประมาณ 15 กม. โทร. 081-779-9282
3. ครัวแม่กอง ประมาณ 15 กม. โทร. 084-717-5825
4. With Love Cafe สหัสขันธ์ ประมาณ 16 กม. โทร. 093-092-7861
5. เฮือนพาข้าว ประมาณ 17 กม. โทร. 088-561-6629, 097-305-0888
ที่พักใกล้เคียง1. ไอดินเพลส อำเภอสมเด็จ ประมาณ 10 กม. โทร. 043-010-411
2. ภูเป้งเฮ้าส์รีสอร์ต ประมาณ 13 กม. โทร. 082-477-7702, 080-516-2985
3. สู่ขวัญ บูทิคโฮม รีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 094-540-2607
4. บ้านสวนความฮักรีสอร์ท ประมาณ 15 กม. โทร. 082-117-9083
5. โรงแรมสมเด็จโฮเต็ล ประมาณ 17 กม. โทร. 043-010-194
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พุทธสถานภูปออยู่ที่ไหน?
ตอบ: พุทธสถานภูปอตั้งอยู่ภายในวัดอินทรประทานพร ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร
 
ถาม: พุทธสถานภูปอมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระพุทธไสยาสน์โบราณจำหลักบนหน้าผาหิน 2 องค์ องค์ล่างอยู่บริเวณเชิงเขา ส่วนองค์บนประดิษฐานอยู่บนภูปอ พร้อมทิวทัศน์ธรรมชาติของภูเขาหินทรายที่เหมาะแก่การพักผ่อนและสักการะ
 
ถาม: พระพุทธไสยาสน์ภูปอเป็นศิลปะสมัยใด?
ตอบ: พระพุทธไสยาสน์องค์ล่างจัดอยู่ในศิลปะทวารวดีพื้นถิ่นอีสานช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ส่วนองค์บนอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 มีอิทธิพลศิลปะสุโขทัยร่วมด้วย
 
ถาม: พุทธสถานภูปอเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา และควรช่วยกันรักษาความสะอาดกับความสงบของพื้นที่
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพุทธสถานภูปอนานเท่าไร?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อสักการะองค์ล่าง เดินขึ้นไปยังองค์บน พักระหว่างทาง และชมทิวทัศน์ธรรมชาติบนภูปออย่างไม่เร่งรีบ
 
ถาม: เดินทางไปพุทธสถานภูปอได้อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กม. ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด บ้านนาจารย์ และบ้านนาคอกควายต่อไปอีกประมาณ 16 กม. หรือปักหมุดวัดอินทรประทานพร / พุทธสถานภูปอ
 
ถาม: พุทธสถานภูปอมีงานประเพณีสำคัญช่วงใด?
ตอบ: พุทธสถานภูปอมีงานสมโภชและสักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอเป็นประเพณีสำคัญของพื้นที่ โดยรอบปี 2569 กำหนดจัดงานเทศกาลประเพณีแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์สักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน
 
ถาม: เที่ยวพุทธสถานภูปอแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร วัดสักกะวัน แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ถนนไดโนโรด วัดพุทธาวาส ภูสิงห์ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) และเขื่อนลำปาว

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)