หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.สหัสขันธ์ >ต.โนนบุรี > พิพิธภัณฑ์สิรินธร
TL;DR: พิพิธภัณฑ์สิรินธร อยู่ที่ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ จัดแสดงแบบเล่าเรื่องตามลำดับเวลา ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต ยุคไดโนเสาร์ วิถีชีวิตไดโนเสาร์ การวิจัยฟอสซิล.

กาฬสินธุ์

พิพิธภัณฑ์สิรินธร

พิพิธภัณฑ์สิรินธร

วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 09.30 – 16.30 น.
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และศูนย์เรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ 11 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ใกล้แหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวและวัดสักกะวัน สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เพราะสามารถเรียนรู้เรื่องกำเนิดโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ยุคไดโนเสาร์ ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และกระบวนการวิจัยทางบรรพชีวินวิทยาได้ครบในเส้นทางเดียว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ แต่เป็นประตูสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าแผ่นดินกาฬสินธุ์เคยเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตโบราณอาศัยอยู่จริงเมื่อหลายสิบถึงหลายร้อยล้านปีก่อน
 
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์สิรินธรคือการเชื่อมโยงพื้นที่จริงของแหล่งขุดค้นฟอสซิลกับอาคารจัดแสดงสมัยใหม่ ภายในพิพิธภัณฑ์มีการใช้เทคโนโลยี ภาพจำลอง หุ่นจำลองไดโนเสาร์ โครงกระดูกจำลอง ซากดึกดำบรรพ์จริง สื่อมัลติมีเดีย วิดีทัศน์ และคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อทำให้เรื่องธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาที่ดูซับซ้อนกลายเป็นความรู้ที่เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป ผู้เข้าชมจะค่อย ๆ เดินผ่านเรื่องราวตั้งแต่การกำเนิดจักรวาล การเกิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตยุคโบราณ ไดโนเสาร์ การสูญพันธุ์ การวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และวิวัฒนาการของมนุษย์ ทำให้การเที่ยวชมมีลักษณะเหมือนการเดินทางข้ามเวลาในประวัติศาสตร์โลก
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธรมีจุดเริ่มต้นจากแหล่งฟอสซิลภูกุ้มข้าว ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขาในอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมรู้จักกันในฐานะแหล่งค้นพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงกระดูกของไดโนเสาร์กลุ่มภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ที่พบในสภาพสมบูรณ์มากเมื่อเทียบกับแหล่งอื่นในประเทศไทย การค้นพบครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้วัดสักกะวัน โดยมีพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวันในช่วงเวลานั้นเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพบและแจ้งข้อมูลให้เกิดการศึกษาต่อมา จากนั้นคณะสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีจึงเข้ามาดำเนินการขุดค้นอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2537 ทำให้ภูกุ้มข้าวกลายเป็นหนึ่งในแหล่งศึกษาฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ
 
ความสำคัญของภูกุ้มข้าวอยู่ที่จำนวนและความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบ มีรายงานการพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมากกว่า 700 ชิ้น จากไดโนเสาร์กินพืชหลายตัว หลายขนาด และมีชิ้นส่วนสำคัญ เช่น กระดูกต้นขา กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง ฟัน กราม และชิ้นส่วนกะโหลกที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถศึกษารูปร่าง วิถีชีวิต และความสัมพันธ์ของไดโนเสาร์ในพื้นที่นี้ได้อย่างเป็นระบบ ซากจำนวนมากวางอยู่ในชั้นหินบริเวณไหล่เขาภูกุ้มข้าว ซึ่งมีลักษณะลาดคล้ายฝาชี การพบโครงกระดูกจำนวนมากในพื้นที่จำกัดเช่นนี้ทำให้แหล่งขุดค้นภูกุ้มข้าวมีคุณค่าทางวิชาการสูงมาก และเป็นหลักฐานว่าภาคอีสานของไทยเคยมีระบบนิเวศโบราณที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ขนาดใหญ่ในยุคไดโนเสาร์
 
ปี พ.ศ. 2538 เป็นอีกช่วงสำคัญในประวัติของสถานที่แห่งนี้ เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จทอดพระเนตรแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และต่อมาได้เกิดโครงการพัฒนาแหล่งศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เพื่อป้องกัน อนุรักษ์ และจัดเก็บซากดึกดำบรรพ์อย่างเหมาะสม กรมทรัพยากรธรณีได้ก่อสร้างอาคารคลุมหลุมขุดค้นและอาคารวิจัยเพื่อรองรับการทำงานของนักวิชาการ ก่อนที่พื้นที่จะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์สิรินธรอย่างเป็นทางการ ชื่อ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ได้รับพระราชทานนามเพื่อเป็นเกียรติและสะท้อนบทบาทของสถานที่ในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับชาติ
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธรเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2550 และได้รับการยอมรับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทยที่ทำหน้าที่ทั้งด้านการจัดแสดง การศึกษาวิจัย การอนุรักษ์ และการถ่ายทอดความรู้สู่สาธารณะ พื้นที่แห่งนี้จึงต่างจากพิพิธภัณฑ์ที่เป็นเพียงห้องจัดแสดงทั่วไป เพราะมีฐานมาจากแหล่งค้นพบจริง มีตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์จริง มีเรื่องราวการขุดค้นจริง และมีการพัฒนาองค์ความรู้โดยนักธรณีวิทยา นักบรรพชีวินวิทยา และผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณีอย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าชมจึงได้เรียนรู้ทั้งผลลัพธ์ของการค้นพบและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการค้นพบนั้น
 
ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการอย่างเป็นลำดับ ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจประวัติศาสตร์โลกแบบค่อยเป็นค่อยไป โซนแรกคือการกำเนิดโลกและจักรวาล ซึ่งอธิบายที่มาของเอกภพ ระบบสุริยะ โลก และสภาพแวดล้อมเริ่มแรกก่อนการเกิดสิ่งมีชีวิต โซนนี้มีความสำคัญเพราะเป็นพื้นฐานให้เข้าใจว่าก่อนจะมีไดโนเสาร์หรือมนุษย์ โลกผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดาราศาสตร์และธรณีวิทยาอย่างยาวนาน เมื่อผู้เข้าชมเริ่มต้นจากภาพใหญ่ของจักรวาล จึงสามารถเชื่อมโยงเรื่องฟอสซิลในกาฬสินธุ์เข้ากับประวัติศาสตร์โลกทั้งหมดได้ดีขึ้น
 
โซนการกำเนิดสิ่งมีชีวิตนำเสนอช่วงเวลาที่โลกเริ่มเย็นตัวลง เกิดบรรยากาศ น้ำ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเกิดสิ่งมีชีวิตยุคแรก เรื่องราวในโซนนี้ช่วยให้เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังโลกถือกำเนิด แต่เป็นผลจากเงื่อนไขทางธรรมชาติที่สะสมยาวนานหลายพันล้านปี ผู้เข้าชมจะได้เห็นแนวคิดเรื่องจุลชีพดึกดำบรรพ์ การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ และการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต โซนนี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างโลกที่ยังไม่มีชีวิตกับโลกที่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายขึ้น
 
โซนยุคสิ่งมีชีวิตโบราณหรือมหายุคพาลีโอโซอิกนำเสนอวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตก่อนยุคไดโนเสาร์ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้สัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์ พืชโบราณ การเปลี่ยนแปลงของทวีป และการเกิดระบบนิเวศที่ซับซ้อนมากขึ้น มหายุคนี้มีความสำคัญเพราะเป็นช่วงที่สิ่งมีชีวิตเริ่มขยายจากทะเลขึ้นสู่พื้นดิน เกิดสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง ปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่นำไปสู่วิวัฒนาการในยุคต่อมา การทำความเข้าใจพาลีโอโซอิกช่วยให้เห็นว่าไดโนเสาร์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลต่อเนื่องจากวิวัฒนาการที่ยาวนานมาก่อน
 
โซนยุคไดโนเสาร์หรือมหายุคมีโซโซอิกเป็นหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ครองระบบนิเวศบนบก โลกในยุคนี้แตกต่างจากปัจจุบันทั้งด้านภูมิอากาศ พืชพรรณ ภูมิประเทศ และตำแหน่งของทวีป ภายในโซนนี้ผู้เข้าชมจะได้เห็นหุ่นจำลอง โครงกระดูกจำลอง คำอธิบายชนิดของไดโนเสาร์ และความสัมพันธ์ของไดโนเสาร์กับสภาพแวดล้อมในอดีต โดยเฉพาะไดโนเสาร์ที่พบในประเทศไทย เช่น ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน และกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ที่พบในภูกุ้มข้าว เรื่องราวของไดโนเสาร์ในกาฬสินธุ์ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าประเทศไทยมีหลักฐานดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าในระดับวิชาการ ไม่แพ้แหล่งฟอสซิลสำคัญในต่างประเทศ
 
โซนวิถีชีวิตของไดโนเสาร์อธิบายเรื่องอาหาร การเคลื่อนไหว การป้องกันตัว การล่า การอยู่รวมกัน การเลี้ยงลูก และการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ โซนนี้ทำให้ไดโนเสาร์ไม่ใช่เพียงโครงกระดูกนิ่ง ๆ แต่กลับมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคยหายใจ เคยกิน เคยเดิน เคยต่อสู้ และเคยปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกโบราณ การจัดแสดงช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่จินตนาการได้ว่าไดโนเสาร์แต่ละกลุ่มมีลักษณะการดำรงชีวิตแตกต่างกันอย่างไร ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ต้องใช้ชีวิตแบบใดในพื้นที่กว้าง ไดโนเสาร์กินเนื้อมีบทบาทอย่างไรในห่วงโซ่อาหาร และการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลกอย่างไร
 
โซนการวิจัยและคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจการทำงานของนักบรรพชีวินวิทยาอย่างเป็นรูปธรรม ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ว่าฟอสซิลไม่ได้ถูกนำขึ้นมาจัดแสดงทันทีหลังค้นพบ แต่ต้องผ่านขั้นตอนการขุดค้น การบันทึกตำแหน่ง การทำความสะอาด การเสริมความแข็งแรง การอนุรักษ์ การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบกับตัวอย่างอื่น และการตีความทางวิทยาศาสตร์อย่างรอบคอบ การคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงการทำให้ไดโนเสาร์กลับมามีชีวิตจริง แต่หมายถึงการนำหลักฐานทางฟอสซิลมาประกอบเป็นภาพชีวิตในอดีตให้คนปัจจุบันเข้าใจได้
 
โซนวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนำเสนอช่วงเวลาหลังยุคไดโนเสาร์ โดยอธิบายว่าหลังการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อย ๆ กระจายตัวและพัฒนาไปเป็นสัตว์หลากหลายชนิดในยุคซีโนโซอิก ผู้เข้าชมจะได้เห็นการแบ่งช่วงเวลาสำคัญ เช่น พาลีโอซีน อีโอซีน โอลิโกซีน ไมโอซีน ไพลโอซีน ไพลสโตซีน และโฮโลซีน โซนนี้ทำให้เข้าใจว่าการสูญพันธุ์ไม่ใช่จุดจบของชีวิตบนโลก แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่เปิดโอกาสให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นวิวัฒนาการและครองพื้นที่ใหม่
 
โซนวิวัฒนาการของมนุษย์นำเสนอเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของบรรพบุรุษมนุษย์ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ในสายวิวัฒนาการของไพรเมตจนถึงมนุษย์ปัจจุบัน ภายในมีการใช้โครงกระดูกจำลอง ภาพประกอบ แผนผัง และวิดีทัศน์เพื่ออธิบายการยืนสองขา การใช้เครื่องมือ การเปลี่ยนแปลงของกะโหลกและสมอง การอยู่รวมกันเป็นสังคม และการพัฒนาอารยธรรม โซนนี้ทำให้ผู้เข้าชมเห็นว่าเรื่องราวของมนุษย์เป็นเพียงตอนปลายของประวัติศาสตร์ชีวิตบนโลก เมื่อเทียบกับเวลายาวนานของโลกและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่มาก่อนหลายล้านปี
 
โซนนิทรรศการหมุนเวียนช่วยให้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตและปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ตามวาระกิจกรรม วิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา หรือการค้นพบใหม่ ๆ นิทรรศการหมุนเวียนทำให้ผู้ที่เคยมาแล้วสามารถกลับมาเรียนรู้อีกครั้งได้โดยไม่รู้สึกซ้ำเดิม และช่วยให้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับเยาวชน โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนในช่วงเวลาต่าง ๆ ของปี บริการด้านกิจกรรมและค่ายเยาวชนของพิพิธภัณฑ์ยังช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงอ่านจากหนังสือ
 
หนึ่งในสิ่งจัดแสดงที่น่าสนใจมากคือกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์กินพืชอีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ที่มีอายุราว 209 ล้านปี และโครงกระดูกของภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย วัตถุจัดแสดงเหล่านี้มีคุณค่ามาก เพราะช่วยยืนยันว่าดินแดนไทยมีหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญ และทำให้ผู้เข้าชมเห็นว่าฟอสซิลแต่ละชิ้นเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงของเก่า กระดูกหนึ่งชิ้นสามารถบอกอายุ ชนิด ขนาด การเคลื่อนไหว และสภาพแวดล้อมในอดีตได้เมื่อผ่านการศึกษาอย่างถูกต้อง
 
แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวที่อยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การมาเยือนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะผู้เข้าชมสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นในอาคารจัดแสดงกับพื้นที่ค้นพบจริง การได้เห็นบริเวณใกล้แหล่งขุดค้นช่วยให้เข้าใจว่าการค้นพบฟอสซิลไม่ได้เกิดขึ้นในห้องทดลอง แต่เริ่มจากพื้นที่ธรรมชาติ ชั้นหิน เครื่องมือภาคสนาม และความพยายามของนักสำรวจ การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ควบคู่กับแหล่งขุดค้นจึงช่วยให้เข้าใจทั้งวิทยาศาสตร์และภูมิประเทศของภูกุ้มข้าวได้ชัดเจนขึ้น
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวอย่างมาก เด็กจะได้ตื่นตากับหุ่นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ โครงกระดูก และสื่อประกอบที่ช่วยให้การเรียนวิทยาศาสตร์สนุกขึ้น ผู้ใหญ่จะได้เข้าใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติของภาคอีสานในมุมที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ส่วนครูและนักเรียนสามารถใช้พิพิธภัณฑ์เป็นห้องเรียนภาคสนามด้านวิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา ชีววิทยา ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พิพิธภัณฑ์ยังมีบริการจองเข้าชมเป็นหมู่คณะ ห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม และค่ายเยาวชน ซึ่งช่วยรองรับทั้งการท่องเที่ยวและการศึกษานอกห้องเรียน
 
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งห้องประชุม ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก พื้นที่กิจกรรม ห้องจัดแสดง อาคารนิทรรศการ และบริการสำหรับผู้เข้าชมกลุ่มต่าง ๆ ผู้ที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้าเพื่อให้การเข้าชมเป็นระบบ โดยเฉพาะโรงเรียนหรือหน่วยงานที่ต้องการบรรยายสรุป การจัดค่าย หรือกิจกรรมการเรียนรู้เฉพาะทาง การวางแผนก่อนเดินทางช่วยให้ใช้เวลาภายในพิพิธภัณฑ์ได้คุ้มค่า และทำให้เด็กหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับข้อมูลครบถ้วนมากกว่าการเดินชมเองแบบเร่งรีบ
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ควรใช้เวลาเข้าชมประมาณ 2–3 ชั่วโมง เพื่อเดินชมโซนหลัก อ่านคำอธิบาย ดูสื่อประกอบ ถ่ายภาพ และแวะเลือกซื้อของที่ระลึก หากเดินชมแบบละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่สนใจฟอสซิล ธรณีวิทยา หรือไดโนเสาร์ อาจใช้เวลามากกว่านั้น เพราะเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์มีจำนวนมากและเรียงลำดับอย่างเป็นระบบ การเร่งเดินเพียงเพื่อถ่ายภาพกับไดโนเสาร์อาจทำให้พลาดสาระสำคัญหลายส่วน เช่น กระบวนการขุดค้น การจำแนกชนิดไดโนเสาร์ และความหมายของฟอสซิลต่อความเข้าใจประวัติศาสตร์โลก
 
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑ์สิรินธรสามารถทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ ใช้เส้นทางไปอำเภอสหัสขันธ์ตามทางหลวงหมายเลข 227 ระยะทางประมาณ 30–35 กม. จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อเข้าใกล้อำเภอสหัสขันธ์ให้มุ่งหน้าไปยังตำบลโนนบุรีและวัดสักกะวัน พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางกรุงเทพฯ – สระบุรี – นครราชสีมา – ขอนแก่น แล้วต่อมายังกาฬสินธุ์และสหัสขันธ์ หรือเดินทางโดยรถโดยสารไปจังหวัดกาฬสินธุ์แล้วต่อรถท้องถิ่นไปอำเภอสหัสขันธ์ ผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินสามารถลงที่สนามบินขอนแก่นแล้วต่อรถเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และพิพิธภัณฑ์ได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะมีเวลาเดินชมครบทุกโซนโดยไม่เร่งรีบ หากมาในช่วงวันหยุดหรือฤดูท่องเที่ยว ควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถและการต่อคิวเข้าชม โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และของใช้จำเป็นสำหรับการเดินภายนอกอาคารบางช่วง ภายในอาคารจัดแสดงมีจุดที่เหมาะกับการถ่ายภาพหลายแห่ง แต่ควรเคารพกฎของพิพิธภัณฑ์และไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงหรือฟอสซิลที่ห้ามจับ เพื่อรักษาหลักฐานสำคัญเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้
 
พิพิธภัณฑ์สิรินธรสามารถจัดเป็นทริปเที่ยวอำเภอสหัสขันธ์ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะบริเวณใกล้เคียงมีวัดสักกะวัน แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว วัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว และชุมชนริมลำปาวที่มีร้านอาหารและที่พักหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์ในช่วงเช้า ต่อด้วยการชมแหล่งขุดค้นและวัดใกล้เคียง จากนั้นแวะรับประทานอาหารในอำเภอสหัสขันธ์หรือบริเวณลำปาว ก่อนเดินทางต่อไปชมวิวสะพานเทพสุดาหรือพักค้างคืนในพื้นที่เพื่อเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อในวันถัดไป
 
ในภาพรวม พิพิธภัณฑ์สิรินธรคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวกาฬสินธุ์ที่ควรให้เวลาอย่างจริงจัง เพราะเป็นสถานที่ที่รวมทั้งความสนุก ความรู้ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และความภาคภูมิใจของท้องถิ่นไว้ด้วยกัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่ากาฬสินธุ์ไม่ได้มีเพียงผ้าไหมแพรวา โปงลาง หรือประเพณีท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนแห่งไดโนเสาร์ล้านปีที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สำคัญระดับประเทศ การเดินชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การเที่ยวดูไดโนเสาร์ แต่เป็นการเรียนรู้ว่าโลกมีความเปลี่ยนแปลงยาวนานเพียงใด และซากดึกดำบรรพ์หนึ่งชิ้นสามารถเชื่อมโยงอดีตอันไกลโพ้นกับการเรียนรู้ของคนรุ่นปัจจุบันได้อย่างน่าทึ่ง
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์ / Sirindhorn Museum, Kalasin
ที่ตั้งตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่เลขที่ 200 หมู่ 11 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140
พิกัด16.6933422, 103.5219333
ไฮไลต์พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย แหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
ประวัติ / สมัย / ยุคพัฒนาจากศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว หลังการค้นพบโครงกระดูกไดโนเสาร์กินพืชภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ในปี พ.ศ. 2537 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สิรินธรอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2550
ที่มาของชื่อชื่อพิพิธภัณฑ์สิรินธรได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อใช้กับแหล่งเรียนรู้และวิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
ลักษณะเด่นจัดแสดงแบบเล่าเรื่องตามลำดับเวลา ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต ยุคไดโนเสาร์ วิถีชีวิตไดโนเสาร์ การวิจัยฟอสซิล วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และวิวัฒนาการมนุษย์
การเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ไปอำเภอสหัสขันธ์ ระยะทางประมาณ 30–35 กม. จากนั้นมุ่งหน้าไปตำบลโนนบุรีและวัดสักกะวัน ผู้ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารมาลงจังหวัดกาฬสินธุ์แล้วต่อรถท้องถิ่นไปอำเภอสหัสขันธ์
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และศูนย์เรียนรู้ไดโนเสาร์ของกรมทรัพยากรธรณี
วันเปิดทำการวันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์
เวลาเปิดทำการ09.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท / เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 150 บาท / เด็ก 70 บาท
กลุ่มเข้าฟรีตามประกาศ เช่น เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทหารผ่านศึก ผู้พิการ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช และผู้ถือบัตร อสทล.
สิ่งอำนวยความสะดวกอาคารนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน แหล่งขุดค้นใกล้พิพิธภัณฑ์ ห้องประชุม ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก พื้นที่จัดค่ายเยาวชน บริการจองเข้าชมหมู่คณะ และพื้นที่กิจกรรมการเรียนรู้
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซน 1 การกำเนิดโลกและจักรวาล
โซน 2 การกำเนิดสิ่งมีชีวิต
โซน 3 ยุคสิ่งมีชีวิตโบราณ
โซน 4 ยุคไดโนเสาร์
โซน 5 วิถีชีวิตของไดโนเสาร์
โซน 6 การวิจัยและคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์
โซน 7 วิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
โซน 8 วิวัฒนาการของมนุษย์
โซน 9 นิทรรศการหมุนเวียน
พื้นที่แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
ห้องประชุม ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก
ผู้ดูแล / หน่วยงานจัดการกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เบอร์ติดต่อหลัก0-4387-1014, 0-4387-1393-4, 0-4387-1612-6, 081-846-2371
เว็บไซต์ / เพจทางการพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ กรมทรัพยากรธรณี และเพจ พิพิธภัณฑ์สิรินธร-Dinosaur museum
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ประมาณ 0.1 กม.
2. วัดสักกะวัน ประมาณ 0.3 กม.
3. วัดพุทธนิมิตภูค่าว ประมาณ 10 กม.
4. สะพานเทพสุดา ประมาณ 14 กม.
5. หาดดอกเกด / เขื่อนลำปาว ประมาณ 17 กม.
6. วัดพุทธาวาสภูสิงห์ ประมาณ 20 กม.
7. หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 0-4384-0163
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวแม่กอง ประมาณ 1 กม. โทร. 084-717-5825
2. สวนอาหารบ้านเชิงเขา ประมาณ 2 กม. โทร. 080-734-8715
3. เฮือนพาข้าว ประมาณ 3 กม. โทร. 097-305-0888
4. Together Cafe สหัสขันธ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 083-414-3809
5. ร้านรุ่งโรจน์ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ประมาณ 3 กม. โทร. 085-066-0784
6. ร้านเลิศโภชนา ราชาข้าวมันไก่ ประมาณ 3 กม. โทร. 087-853-0790
ที่พักใกล้เคียง1. Miss Love Poolvilla สหัสขันธ์ กาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม. โทร. 086-041-6065
2. บ้านสวนความฮักรีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 082-117-9083
3. สู่ขวัญ บูทิคโฮม รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 094-540-2607
4. ไอยรารีสอร์ท กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 098-661-4929
5. ภูเป้งเฮ้าส์รีสอร์ต ประมาณ 4 กม. โทร. 082-477-7702
6. รีช ลำปาว รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 091-575-4507
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์สิรินธรตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ 11 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ใกล้วัดสักกะวันและแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์สิรินธรเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.30 น. และปิดทุกวันจันทร์
 
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 70 บาท และมีกลุ่มที่เข้าชมฟรีตามประกาศของพิพิธภัณฑ์ เช่น เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ผู้สูงอายุ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้พิการ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และนักบวช
 
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์สิรินธรมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีนิทรรศการเกี่ยวกับกำเนิดโลก กำเนิดสิ่งมีชีวิต ยุคสิ่งมีชีวิตโบราณ ยุคไดโนเสาร์ วิถีชีวิตไดโนเสาร์ การวิจัยฟอสซิล วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม วิวัฒนาการมนุษย์ และนิทรรศการหมุนเวียน รวมถึงโครงกระดูกไดโนเสาร์และหุ่นจำลองขนาดใหญ่
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์สิรินธรเหมาะกับเด็กหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีหุ่นไดโนเสาร์ โครงกระดูกจำลอง สื่อมัลติมีเดีย คำอธิบายเข้าใจง่าย และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กสนุกกับวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติ
 
ถาม: ควรใช้เวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรนานเท่าใด?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง หากต้องการอ่านรายละเอียดทุกโซน ชมสื่อประกอบ ถ่ายภาพ และแวะร้านของที่ระลึกควรเผื่อเวลามากกว่านั้น
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปพิพิธภัณฑ์สิรินธรอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปอำเภอสหัสขันธ์ ระยะทางประมาณ 30–35 กม. จากนั้นมุ่งหน้าไปตำบลโนนบุรีและวัดสักกะวัน พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
 
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน วัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และตัวเมืองกาฬสินธุ์ได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)