หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.โขงเจียม >ต.โขงเจียม > วัดถ้ำคูหาสวรรค์
TL;DR: วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อยู่ที่ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดถ้ำริมโขงที่รวมพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติ สรีระหลวงปู่คำคนิง จุดชมวิวแม่น้ำโขง.

อุบลราชธานี

วัดถ้ำคูหาสวรรค์

วัดถ้ำคูหาสวรรค์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อุบลราชธานี เป็นวัดสำคัญของอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2222 ในพื้นที่ตำบลโขงเจียม ใกล้เขตชุมชนบ้านด่านใหม่และไม่ไกลจากแม่น้ำโขง วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ สักการะสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ชมถ้ำธรรมชาติ และชมวิวแม่น้ำโขงที่ทอดยาวไปสู่ฝั่งประเทศลาว จุดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงความสงบของพื้นที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังรวมถึงพระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ถ้ำคูหาสวรรค์ พระพุทธรูปภายในถ้ำ จุดชมวิวแม่น้ำโขง แม่น้ำสองสี และฆ้องขนาดใหญ่ที่กลายเป็นภาพจำของการมาเที่ยวโขงเจียม
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวสายบุญและนักเดินทางที่ชอบธรรมชาติริมโขง เพราะในสถานที่เดียวกันมีทั้งพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติที่เดินชมได้สะดวก โลงแก้วบรรจุสรีระของพระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง และลานชมวิวที่มองเห็นภูมิประเทศฝั่งไทยกับฝั่งลาวได้ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากสามารถใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงในการเดินชมจุดสำคัญภายในวัด ส่วนผู้ที่ต้องการเก็บบรรยากาศให้ครบควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับถ่ายภาพ ชมวิว และเดินดูพื้นที่โดยรอบอย่างไม่เร่งรีบ
 
ประวัติของวัดถ้ำคูหาสวรรค์มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ หลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระสายวิปัสสนากรรมฐานผู้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและจำพรรษา วัดเริ่มเป็นที่รู้จักจากความศรัทธาของลูกศิษย์และชาวบ้านที่มีต่อหลวงปู่คำคนิง ภายหลังจากท่านมรณภาพ ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์จึงเก็บรักษาสรีระของท่านไว้ในโลงแก้วภายในถ้ำ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้ศรัทธาได้เข้าสักการะ นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นพื้นที่แห่งความเคารพ ความสงบ และความผูกพันระหว่างครูบาอาจารย์กับชุมชน
 
ภายในวัดมีบรรยากาศที่ผสมกันระหว่างศาสนสถานกับภูมิประเทศธรรมชาติของโขงเจียม พื้นที่วัดตั้งอยู่บนเนินและพื้นที่สูงริมแม่น้ำ ทำให้หลายจุดสามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์กว้างของลำน้ำโขง แม่น้ำมูล และฝั่งประเทศลาวได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดไม่แรง บรรยากาศจะเหมาะกับการเดินชม ถ่ายภาพ และนั่งพักสงบ ๆ หลังจากไหว้พระ ภาพของแม่น้ำกว้าง ภูเขาไกล และลมริมโขงทำให้วัดแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากวัดในเมืองทั่วไป
 
หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ ถ้ำคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติด้านหลังวัด ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่ให้ผู้มาเยือนได้กราบไหว้ บรรยากาศภายในถ้ำเย็น สงบ และเหมาะกับการสำรวมจิตใจ ผู้ที่เดินลงไปภายในถ้ำจะได้สัมผัสความเรียบง่ายของศาสนสถานที่ผูกกับธรรมชาติอย่างชัดเจน บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโลงแก้วบรรจุสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี จึงถือเป็นจุดที่ผู้มาเยือนให้ความเคารพเป็นพิเศษ ควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง และเดินชมด้วยความสำรวม
 
อีกจุดเด่นภายในวัดคือ พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ซึ่งเป็นเจดีย์สีขาวทรงเด่น ส่วนยอดมีสีทองและมีรูปแบบที่มองเห็นได้ชัดจากลานวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะกราบไหว้ก่อนเดินชมส่วนอื่นของวัด รูปทรงของเจดีย์ช่วยสร้างภาพจำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์ดูสง่างามเมื่อมองจากลานกว้าง โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดสะท้อนกับสีขาวและสีทองขององค์เจดีย์
 
บริเวณลานวัดยังมี ฆ้องขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงวัดถ้ำคูหาสวรรค์ ฆ้องขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ริมโขงและองค์ประกอบทางศาสนา ทำให้กลายเป็นจุดเช็กอินสำคัญของผู้ที่มาเที่ยวโขงเจียม นอกจากความโดดเด่นทางสายตา ฆ้องยังสื่อถึงคติความเป็นสิริมงคล เสียงแห่งธรรม และบรรยากาศของวัดที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา
 
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ยังเป็นจุดชมวิวที่ดีของพื้นที่โขงเจียม เพราะมองเห็นแนวแม่น้ำโขงและภูมิประเทศฝั่งลาวได้กว้าง ผู้ที่สนใจปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีสามารถจัดเส้นทางไปต่อยังจุดชมวิวแม่น้ำสองสีหรือวัดโขงเจียม ซึ่งอยู่ในระยะใกล้กัน จุดนี้เกิดจากบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบางช่วงฤดูกาลจะเห็นความแตกต่างของสีน้ำชัดเจน กลายเป็นภาพธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอำเภอโขงเจียม
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดถ้ำคูหาสวรรค์สะท้อนบทบาทของอำเภอโขงเจียมในฐานะเมืองริมโขงที่มีความเชื่อทางพุทธศาสนา วัฒนธรรมชุมชน และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด พื้นที่นี้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมไปยังอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และจุดชมวิวแม่น้ำสองสี จึงเหมาะกับการจัดทริปแบบ 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน โดยใช้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นหนึ่งในจุดหลักของเส้นทางไหว้พระและชมธรรมชาติฝั่งตะวันออกของอุบลราชธานี
 
การเข้าชมวัดไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ทุกวันในช่วงเวลา 08.00 – 18.00 น. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนมากและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวแม่น้ำโขงและบรรยากาศสงบก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากมาในฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม ส่วนฤดูฝนควรระวังพื้นลื่นบริเวณทางเดินและบันไดลงถ้ำ
 
ในด้านมารยาทการเข้าชม วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นศาสนสถานที่ยังคงมีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญ นักท่องเที่ยวจึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า งดส่งเสียงดังในบริเวณถ้ำและพื้นที่สักการะ หลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสสิ่งของศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ เพื่อรักษาความสงบและความเรียบร้อยของพื้นที่ การถ่ายภาพสามารถทำได้ในหลายจุด แต่ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
 
การเดินทาง ไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วต่อไปยังอำเภอโขงเจียม จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปยังวัด ระยะทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 80 กม. ใช้เวลาขับรถราว 1–1.5 ชั่วโมงตามสภาพการจราจร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง เดินทางง่าย เหมาะกับการจัดทริปเช้าไปเย็นกลับหรือพักค้างคืนในโขงเจียมเพื่อเที่ยวต่อผาแต้มและแก่งตะนะ
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปยังอำเภอโขงเจียมด้วยรถโดยสารหรือรถตู้ท้องถิ่น แล้วต่อรถรับจ้างในพื้นที่เข้าสู่วัด การเดินทางแบบขนส่งสาธารณะควรตรวจรอบรถล่วงหน้าและวางแผนเวลาให้ชัดเจน เพราะรอบรถในพื้นที่อำเภออาจไม่ถี่เท่าตัวเมือง หากเดินทางเป็นกลุ่ม การเช่ารถพร้อมคนขับหรือเหมารถท้องถิ่นจะช่วยให้เที่ยวหลายจุดในวันเดียวได้สะดวกกว่า
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดถ้ำคูหาสวรรค์คือเริ่มจากไหว้พระและชมถ้ำภายในวัด จากนั้นไปจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่วัดโขงเจียม ต่อด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ หรือขับต่อไปยังอุทยานแห่งชาติผาแต้มเพื่อชมเสาเฉลียง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ และหน้าผาชมวิวแม่น้ำโขง หากต้องการเที่ยวช่วงเย็นหรือค่ำ สามารถปิดท้ายที่วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ซึ่งมีชื่อเสียงด้านภาพเรืองแสงบริเวณผนังอุโบสถ
 
สิ่งที่ทำให้วัดถ้ำคูหาสวรรค์เหมาะกับบทความท่องเที่ยวและการวางแผนเดินทางคือความครบของประสบการณ์ในที่เดียว นักท่องเที่ยวได้ทั้งไหว้พระ ศึกษาประวัติพระสายปฏิบัติ ชมถ้ำธรรมชาติ ถ่ายภาพกับฆ้องขนาดใหญ่ มองวิวแม่น้ำโขง และเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวเด่นของโขงเจียมได้ในระยะไม่ไกล สถานที่นี้จึงเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวอุบลราชธานี โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นมิติของอีสานใต้ทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชุมชนริมแม่น้ำ
 
ชื่อสถานที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์
ที่ตั้งตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่ถนนทางหลวงหมายเลข 2222 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 34220
พิกัด15.32153, 105.48805
ไฮไลต์ถ้ำคูหาสวรรค์ โลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ จุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาว ฆ้องขนาดใหญ่ และบรรยากาศวัดสงบริมโขง
ประวัติ / สมัย / ยุควัดเกี่ยวข้องกับหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระสายวิปัสสนากรรมฐาน ผู้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและจำพรรษา วัดเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521 และได้รับการจดทะเบียนตั้งวัดในปี พ.ศ. 2533
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับถ้ำภายในพื้นที่วัด คำว่า “คูหา” หมายถึงถ้ำหรือที่สงบ ส่วน “สวรรค์” สื่อถึงสถานที่อันร่มเย็นและเป็นมงคล
ลักษณะเด่นเป็นวัดถ้ำริมโขงที่รวมพื้นที่สักการะพระพุทธรูป ถ้ำธรรมชาติ สรีระหลวงปู่คำคนิง จุดชมวิวแม่น้ำโขง และองค์ประกอบทางศาสนาที่โดดเด่นในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางอุบลราชธานี – พิบูลมังสาหาร – โขงเจียม แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2222 ระยะทางประมาณ 80 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
สถานะปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะตามปกติ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่ไหว้พระ จุดชมวิว จุดถ่ายภาพ และร้านค้าขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ถ้ำคูหาสวรรค์และโลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี
2. พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ
3. พระอุโบสถสีขาว
4. จุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาว
5. ฆ้องขนาดใหญ่
6. พื้นที่สวนและกล้วยไม้ภายในวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระทองสา ฐานทินโน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. จุดชมวิวแม่น้ำสองสี / วัดโขงเจียม ประมาณ 2 กม.
2. วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย ประมาณ 3 กม.
3. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ประมาณ 7 กม.
4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 20 กม.
5. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ประมาณ 22 กม.
6. เขื่อนปากมูล ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวโขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 045-351-027, 062-829-3697
2. ริมโขง ประมาณ 2 กม. โทร. 094-285-6322
3. ร้านลาบปลาโขงเจียม ประมาณ 3 กม. โทร. 045-351-283
4. CAFE DE KHONG ประมาณ 4 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174
5. พีรดา คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ โขงเจียม ประมาณ 5 กม. โทร. 093-358-4006
6. แม่น้ำสองสี ร้านอาหาร ประมาณ 2 กม. โทร. 064-152-9492, 045-350-170
ที่พักใกล้เคียง1. Khong Chiam Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 086-468-7431
2. Tohsang Heritage Khongjiam ประมาณ 4 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174-6
3. บ้านเคียงตะวัน โขงเจียม ประมาณ 3 กม. โทร. 099-039-4290
4. พิมจันรีสอร์ท โขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 094-512-8898, 084-829-7819
5. บ้านก้อนคำโขงเจียม ประมาณ 2 กม. โทร. 086-251-5051
6. โขงเจียม เพลส ประมาณ 2 กม. โทร. 065-608-3900
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดถ้ำคูหาสวรรค์ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2222 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้แม่น้ำโขงและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโขงเจียม
 
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์เปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
 
ถาม: วัดถ้ำคูหาสวรรค์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไหว้พระ ชมถ้ำ และชมวิวได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
 
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดถ้ำคูหาสวรรค์คืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือถ้ำคูหาสวรรค์ โลงแก้วสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี พระธรรมเจดีย์ศรีไตรภูมิ ฆ้องขนาดใหญ่ และจุดชมวิวแม่น้ำโขงกับฝั่งลาว
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์นานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ ชมถ้ำ สักการะหลวงปู่คำคนิง ถ่ายภาพ และชมวิวริมโขง
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์อย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีผ่านอำเภอพิบูลมังสาหารไปยังอำเภอโขงเจียม แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2222 ระยะทางประมาณ 80 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
 
ถาม: เที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์แล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถไปต่อที่จุดชมวิวแม่น้ำสองสี วัดโขงเจียม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และเขื่อนปากมูล
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดถ้ำคูหาสวรรค์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า งดส่งเสียงดังในบริเวณถ้ำและพื้นที่สักการะ และเดินชมด้วยความสำรวมเพราะเป็นศาสนสถานที่ยังมีผู้มาทำบุญเป็นประจำ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)