หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.หนองหาน >ต.บ้านเชียง > พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
TL;DR: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อยู่ที่หมู่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร เวลา 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการจัดแสดงเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2535 หรือ ค.ศ. 1992 ด้วยคุณค่าโดดเด่นของหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา การทำเกษตรกรรมแบบตั้งหลักแหล่ง การเลี้ยงสัตว์ และการใช้เทคโนโลยีโลหะสำริดที่สะท้อนพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคนี้อย่างลึกซึ้ง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ไม่ใช่เพียงพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดงอันเป็นภาพจำของบ้านเชียงเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่อธิบายความหมายของชุมชนโบราณผ่านหลักฐานจริง ทั้งหลุมขุดค้น โครงกระดูก ภาชนะดินเผาที่ฝังร่วมกับศพ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ โลหะสำริด วัตถุประกอบพิธีกรรม และข้อมูลทางวิชาการที่เกิดจากการศึกษาของนักโบราณคดีไทยและนานาชาติ ผู้เข้าชมจึงได้เห็นบ้านเชียงในฐานะแหล่งอารยธรรม ไม่ใช่เพียงหมู่บ้านที่มีเครื่องปั้นดินเผาสวยงาม
ความสำคัญของบ้านเชียงเริ่มชัดเจนในสายตาวิชาการหลังมีการค้นพบและศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงระหว่าง พ.ศ. 2517–2518 การขุดค้นดังกล่าวทำให้พบหลักฐานจำนวนมากที่บอกเล่าการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่องหลายพันปี หลักฐานเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของสังคมก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะบ้านเชียงแสดงให้เห็นว่าผู้คนในภูมิภาคนี้มีภูมิปัญญาด้านการผลิตภาชนะดินเผา การทำโลหะ การเกษตร และพิธีกรรมที่ซับซ้อนมาก
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงตั้งอยู่บนเนินดินขนาดใหญ่ในพื้นที่เกษตรกรรมของตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน ลักษณะของเนินดินโบราณเกิดจากการอยู่อาศัยซ้ำต่อเนื่องของผู้คนในอดีตเป็นเวลายาวนาน จนเกิดการทับถมของชั้นดิน เศษภาชนะ เศษกระดูก เครื่องมือ เครื่องใช้ และร่องรอยกิจกรรมต่าง ๆ การอ่านชั้นดินเหล่านี้ทำให้นักโบราณคดีสามารถศึกษาลำดับเวลา รูปแบบการอยู่อาศัย การฝังศพ และการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมบ้านเชียงได้อย่างเป็นระบบ
ยูเนสโกยกย่องบ้านเชียงในฐานะแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากล เพราะเป็นหลักฐานสำคัญของการเกิดขึ้นและพัฒนาของสังคมเกษตรกรรมตั้งถิ่นฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในแหล่งมีหลักฐานของการทำนา การเลี้ยงสัตว์ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา และการใช้โลหะสำริดอย่างต่อเนื่อง ความสมบูรณ์ของหลักฐานและการรักษาสภาพพื้นที่ทำให้บ้านเชียงเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับการศึกษายุคก่อนประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้
เอกลักษณ์ที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุดของบ้านเชียงคือภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดง ซึ่งมีลวดลายโค้งวน เส้นเรขาคณิต ลายคลื่น และรูปทรงที่มีความงามเฉพาะตัว ภาชนะเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านความสวยงาม แต่ยังสะท้อนทักษะการเลือกดิน การขึ้นรูป การเผา การตกแต่งผิวภาชนะ และความหมายทางสังคมของการใช้ภาชนะในชีวิตประจำวันและพิธีกรรมฝังศพ ภาชนะบางใบถูกฝังร่วมกับโครงกระดูก แสดงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับความเชื่อเรื่องชีวิต ความตาย และโลกหลังความตายในสังคมโบราณ
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงสำคัญออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ส่วนแรกอยู่ทางด้านขวาของทางเข้าในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่แสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในสภาพใกล้เคียงกับที่พบจริง ผู้เข้าชมจะเห็นชั้นดิน โครงกระดูก และภาชนะดินเผาที่อยู่ร่วมกับบริบททางโบราณคดี จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะทำให้ผู้ชมเข้าใจวิธีการทำงานของนักโบราณคดี เห็นตำแหน่งของวัตถุตามชั้นดิน และเข้าใจว่าการตีความอดีตต้องอาศัยความสัมพันธ์ของหลักฐานในพื้นที่จริง ไม่ใช่การดูวัตถุแยกชิ้นเพียงอย่างเดียว
หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในเป็นส่วนที่ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงวัตถุที่ถูกย้ายมาไว้ในตู้จัดแสดง แต่ได้เห็นแหล่งโบราณคดีในรูปแบบที่ยังรักษาระบบชั้นดินและตำแหน่งของวัตถุไว้ การเห็นภาชนะดินเผาที่ฝังร่วมกับโครงกระดูกช่วยให้เข้าใจพิธีกรรมฝังศพของคนบ้านเชียงได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้ผู้ชมตระหนักว่าทุกวัตถุในหลุมขุดค้นมีความสัมพันธ์กับชีวิตของผู้คนจริงในอดีต
ส่วนที่ 2 อยู่ทางด้านซ้ายของทางเข้า เป็นอาคารจัดแสดงหลักที่นำเสนอเรื่องราวและวัฒนธรรมบ้านเชียงในอดีตอย่างเป็นระบบ ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติการค้นพบ การขุดค้น การศึกษาทางโบราณคดี วิถีชีวิตของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องมือเครื่องใช้ เทคโนโลยีโลหะ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับ วัตถุประกอบพิธีกรรม และนิทรรศการบ้านเชียงที่เคยนำไปจัดแสดงในต่างประเทศ อาคารส่วนนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจภาพรวมของวัฒนธรรมบ้านเชียงจากข้อมูลทางวิชาการและสื่อจัดแสดงที่อ่านง่าย
นิทรรศการหลักในอาคารจัดแสดงมีความสำคัญเพราะช่วยอธิบายบ้านเชียงในหลายระดับ ระดับแรกคือเรื่องของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ ระดับที่สองคือเรื่องเทคโนโลยี เช่น การทำภาชนะดินเผาและการใช้โลหะสำริด ระดับที่สามคือเรื่องสังคมและพิธีกรรม เช่น การฝังศพ การจัดวางวัตถุร่วมกับผู้ตาย และความแตกต่างของสิ่งของที่พบในหลุมฝังศพ ระดับที่สี่คือเรื่องการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยบ้านเชียงกลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่ทำให้โลกหันมามองความซับซ้อนของสังคมก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง
อีกส่วนหนึ่งที่มีความหมายต่อชุมชนคืออาคารนิทรรศการไทพวนและเรือนไทพวน ซึ่งเชื่อมโยงอดีตโบราณคดีเข้ากับชีวิตของผู้คนบ้านเชียงในยุคปัจจุบัน ชุมชนบ้านเชียงมีรากวัฒนธรรมไทพวนที่เข้มแข็ง มีภาษา วิถีชีวิต อาหาร งานหัตถกรรม การทอผ้า การปั้นหม้อเขียนสี และการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับภาพจำของบ้านเชียง การจัดแสดงส่วนนี้ทำให้ผู้ชมเห็นว่าบ้านเชียงไม่ได้เป็นเพียงอดีตใต้ดิน แต่ยังเป็นชุมชนที่มีชีวิตและสืบสานอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ในปัจจุบัน
การมาเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงจึงควรให้เวลากับทั้งส่วนโบราณคดีและส่วนชุมชน เพราะทั้งสองด้านเติมเต็มกันอย่างสมบูรณ์ หลุมขุดค้นและวัตถุโบราณช่วยให้เห็นอดีตอันไกล ส่วนเรือนไทพวนและกิจกรรมชุมชนช่วยให้เห็นชีวิตร่วมสมัยของคนบ้านเชียง ผู้ที่เดินชมอย่างละเอียดจะเข้าใจว่าแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่เชื่อมต่อมาถึงการท่องเที่ยวชุมชน งานหัตถกรรม ของฝาก และความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น
บ้านเชียงยังมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงการศึกษา นักเรียน นักศึกษา นักโบราณคดี นักวิชาการ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านหลักฐานทางโบราณคดี การทำความเข้าใจชั้นดิน การตีความวัตถุ การอธิบายเทคโนโลยีโบราณ และการมองความเปลี่ยนแปลงของสังคมมนุษย์ในระยะยาว พิพิธภัณฑ์จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรู้เชิงลึก ไม่ใช่เพียงการเที่ยวแบบถ่ายภาพเร็ว ๆ
ในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียงมีความสำคัญเพราะแสดงให้เห็นว่าพื้นที่อีสานตอนบนเคยเป็นศูนย์กลางการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่มีพัฒนาการต่อเนื่อง ผู้คนในอดีตรู้จักเลือกพื้นที่อยู่อาศัยบนเนินดินใกล้แหล่งน้ำและพื้นที่เพาะปลูก มีการผลิตภาชนะใช้เอง มีการฝังศพเป็นระบบ มีเครื่องมือและเครื่องประดับที่สะท้อนทักษะทางช่าง และมีสังคมที่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นสู่รุ่น หลักฐานเหล่านี้ทำให้บ้านเชียงเป็นตัวแทนสำคัญของภูมิปัญญามนุษย์ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความน่าสนใจอีกด้านคือการที่บ้านเชียงช่วยให้ผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของมนุษย์โบราณ คนในอดีตทำอาหารอย่างไร ใช้ภาชนะประเภทใด ทำการเกษตรแบบใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ใช้เครื่องมืออะไรในการดำรงชีวิต มีความเชื่อเรื่องความตายอย่างไร และเหตุใดจึงฝังภาชนะหรือสิ่งของบางอย่างร่วมกับผู้ตาย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้ตอบคำถามด้วยเรื่องเล่าลอย ๆ แต่ตอบผ่านหลักฐานที่จับต้องได้และการอธิบายอย่างเป็นระบบ
สำหรับผู้ที่สนใจงานเครื่องปั้นดินเผา บ้านเชียงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญอย่างยิ่ง ลวดลายบ้านเชียงกลายเป็นต้นแบบของงานหัตถกรรมร่วมสมัยในชุมชน ทั้งภาชนะจำลอง ของที่ระลึก งานเขียนลายบนผิวดินเผา และผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน การเดินชมพิพิธภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อของฝากในชุมชนช่วยให้เข้าใจความหมายของลวดลายมากขึ้น และทำให้การซื้อของที่ระลึกไม่ใช่เพียงการซื้อสินค้า แต่เป็นการสนับสนุนชุมชนที่สืบทอดภาพจำของมรดกโลกผ่านงานฝีมือ
พื้นที่บ้านเชียงยังมีองค์ประกอบด้านวิถีชุมชนที่น่าสนใจ เช่น โฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง กลุ่มทำภาชนะดินเผาลายเขียนสี กลุ่มทอผ้า กลุ่มจักสาน และกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ผู้ที่มีเวลาเพิ่มสามารถพักค้างคืนในชุมชนเพื่อเรียนรู้การทำอาหารพื้นถิ่น ฟังเรื่องเล่าชาวไทพวน ชมการสาธิตงานหัตถกรรม หรือเดินชมพื้นที่รอบหมู่บ้าน การพักในชุมชนทำให้การมาเยือนบ้านเชียงมีมิติของผู้คนและชีวิตจริงเพิ่มขึ้นจากการชมพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ในบริเวณใกล้พิพิธภัณฑ์ยังมีวัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลุมขุดค้นสำคัญ และพิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านเชียงที่ช่วยเล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวไทพวนในพื้นที่ ผู้เข้าชมจึงสามารถจัดเส้นทางเดินหรือขับรถระยะสั้นเพื่อชมทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หลุมขุดค้น วัด ชุมชน และงานหัตถกรรมได้ภายในวันเดียว เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับการเที่ยวเชิงลึกในหมู่บ้านมรดกโลก
ด้านการเดินทาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงอยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 55–60 กิโลเมตร เส้นทางหลักใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายอุดรธานี–สกลนคร เมื่อถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 50 ใกล้ทางเข้าบ้านปูลูจะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะถึงพื้นที่บ้านเชียงและพิพิธภัณฑ์ เส้นทางโดยรวมเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้เหมาคัน
การเดินทาง จากตัวเมืองอุดรธานีควรวางแผนเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน หากต้องการเดินชมพิพิธภัณฑ์หลัก หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน และพื้นที่ชุมชนอย่างไม่เร่งรีบ ควรออกจากตัวเมืองในช่วงเช้า ใช้เวลาชมพิพิธภัณฑ์ประมาณ 2–3 ชั่วโมง แล้วแวะรับประทานอาหารในอำเภอหนองหานหรือในชุมชนบ้านเชียง ก่อนเดินทางต่อไปยังคำชะโนด ทะเลบัวแดง หรือกลับเข้าตัวเมืองอุดรธานีในช่วงเย็น
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถโดยสารหรือรถตู้ไปทางอำเภอหนองหาน แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าบ้านเชียงได้ แต่การใช้รถเช่าหรือเหมารถจะสะดวกกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว เช่น พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านเชียง แหล่งซื้อของฝาก และจุดท่องเที่ยวในอำเภอใกล้เคียง การเดินทางด้วยรถส่วนตัวทำให้ควบคุมเวลาได้ดีและเหมาะกับการพาครอบครัวหรือคณะนักเรียนเข้าชม
ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์กำหนดไว้สำหรับชาวไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท โดยมีการยกเว้นสำหรับนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้พิการ ผู้สูงอายุชาวไทย ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ การเข้าชมควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับทั้งอาคารจัดแสดงและหลุมขุดค้น เพราะทั้งสองส่วนมีความสำคัญเท่ากันในการทำความเข้าใจบ้านเชียงอย่างครบถ้วน
ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามกฎของพิพิธภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ ไม่ปีนหรือข้ามรั้วกั้นบริเวณหลุมขุดค้น ไม่ใช้แฟลชในจุดที่ห้ามถ่ายภาพ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้เข้าชมอื่น และไม่ซื้อขายโบราณวัตถุจริง บ้านเชียงเป็นแหล่งมรดกโลกที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง การชมด้วยความเคารพช่วยให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่สำหรับการศึกษาและการท่องเที่ยวของคนรุ่นต่อไป
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะพิพิธภัณฑ์เปิดถึงเวลา 16.00 น. และควรมีเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงสำหรับการชม หากเดินทางช่วงวันหยุดหรือเดินทางเป็นหมู่คณะ ควรโทรสอบถามล่วงหน้าเพื่อความเรียบร้อยของการเข้าชม นักท่องเที่ยวที่ต้องการภาพถ่ายด้านนอกอาคารและบรรยากาศชุมชนควรมาในช่วงแสงเช้าหรือบ่ายอ่อน ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าช่วงแดดจัด
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อประเทศไทย เพราะแสดงให้เห็นว่าแผ่นดินไทยมีพัฒนาการของมนุษย์และสังคมเกษตรกรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งกว่าภาพจำเรื่องวัด พระราชวัง หรือชายหาด บ้านเชียงอธิบายประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษยชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับคนไทย บ้านเชียงเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาบรรพบุรุษและความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกชาติ เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูก เครื่องมือ และหลุมขุดค้นไม่ใช่ของเก่าไร้ชีวิต แต่เป็นหลักฐานของคนที่เคยอยู่อาศัย ทำงาน สร้างครอบครัว ทำพิธีกรรม และพัฒนาสังคมขึ้นบนแผ่นดินเดียวกับเรา การมาเยือนพิพิธภัณฑ์จึงเป็นการเรียนรู้รากเหง้าของมนุษย์และชุมชนไทยในระดับลึก
เมื่อมองโดยภาพรวม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงคือสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ที่ไม่ควรพลาดของจังหวัดอุดรธานี เพราะรวมคุณค่าระดับโลกไว้ในพื้นที่หมู่บ้านเดียว ทั้งแหล่งโบราณคดีมรดกโลก หลุมขุดค้นในวัดโพธิ์ศรีใน อาคารจัดแสดงหลัก เครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีแดง เทคโนโลยีสำริด เรื่องราวชุมชนไทพวน และวิถีชีวิตร่วมสมัยของบ้านเชียง ผู้ที่ต้องการเข้าใจอุดรธานีอย่างลึกซึ้งควรให้เวลาที่นี่อย่างจริงจัง เพราะบ้านเชียงไม่ใช่เพียงจุดเช็กอิน แต่เป็นประตูสู่การทำความเข้าใจอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง |
| ที่ตั้ง | หมู่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี |
| ที่อยู่ | หมู่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41320 |
| ไฮไลต์ | แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงมรดกโลก หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดง โครงกระดูก เครื่องมือ เครื่องใช้ เทคโนโลยีสำริด และนิทรรศการวัฒนธรรมไทพวน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องหลายพันปี กรมศิลปากรสำรวจและขุดค้นระหว่าง พ.ศ. 2517–2518 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2535 |
| ความสำคัญ | เป็นหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐาน การเกษตร การผลิตเครื่องปั้นดินเผา การใช้โลหะสำริด และพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านเชียงมาจากชื่อชุมชนในตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน ซึ่งเป็นพื้นที่พบแหล่งโบราณคดีและวัฒนธรรมบ้านเชียง |
| ลักษณะเด่น | จัดแสดงทั้งพิพิธภัณฑ์อาคารหลักและพิพิธภัณฑ์เปิดในพื้นที่หลุมขุดค้นจริง ทำให้ผู้เข้าชมเห็นบริบทของหลักฐานทางโบราณคดีควบคู่กับวัตถุจัดแสดง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. อาคารนิทรรศการหลัก 2. อาคารกัลยาณิวัฒนาและส่วนจัดแสดงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง 3. อาคารนิทรรศการไทพวนและเรือนไทพวน 4. หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน 5. ห้องนิทรรศการและห้องบรรยาย 6. พื้นที่บริการการศึกษา 7. พื้นที่ของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านเชียง 8. เส้นทางเชื่อมชุมชนบ้านเชียงและแหล่งหัตถกรรมท้องถิ่น |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุดรธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 22 สายอุดรธานี–สกลนคร ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 50 ใกล้ทางเข้าบ้านปูลู เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2225 อีกประมาณ 6 กม. ถึงพิพิธภัณฑ์ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 55–60 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามปกติในวันและเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์ |
| วันเปิดทำการ | วันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาท |
| ยกเว้นค่าเข้าชม | นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้พิการ ผู้สูงอายุชาวไทย ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารจัดแสดง ห้องนิทรรศการ ห้องบรรยาย พื้นที่บริการการศึกษา หลุมขุดค้นในร่ม พื้นที่จอดรถ พื้นที่ชุมชน และร้านของที่ระลึกในบริเวณใกล้เคียง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 042-235-040 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ประมาณ 500 ม. 2. พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านเชียง ประมาณ 500 ม. 3. กลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและของที่ระลึกบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 4. เทศบาลตำบลบ้านเชียงและชุมชนไทพวนบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. โทร. 042-235-001 5. อำเภอหนองหาน ประมาณ 15 กม. 6. คำชะโนด ประมาณ 55 กม. 7. ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี ประมาณ 65 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กะเพรานรก สกลนคร 2 บ้านเชียง ประมาณ 300 ม. โทร. 063-823-2806, 095-687-2677, 096-253-1922 2. ลาบเป็ดบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. โทร. 090-583-3437 3. ร้านอาหารข้าวผัดข่าในชุมชนโฮมสเตย์บ้านเชียง ประมาณ 1 กม. โทร. 081-485-1864 4. ร้านอาหารพื้นถิ่นในชุมชนบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 5. มุมอร่อย @ หนองหาน ประมาณ 16 กม. 6. ร้านอาหารในตลาดอำเภอหนองหาน ประมาณ 16 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง ประมาณ 500 ม. โทร. 081-485-1864 2. อาร์โฮมสเตย์ บ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 3. เฮือนพรประกาย โฮมสเตย์ บ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 4. บ้านเชียงไวน์เนอรี่ โฮมสเตย์ ประมาณ 1 กม. 5. หนองหาน แกรนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 042-111-408, 098-175-1235 6. ที่พักในตัวเมืองอุดรธานี ประมาณ 55 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมตามปกติในวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. และปิดวันจันทร์กับวันอังคาร
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท โดยมีการยกเว้นสำหรับนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้พิการ ผู้สูงอายุชาวไทย ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่หมู่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 55–60 กม.
ถาม: บ้านเชียงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: บ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์มรดกโลกที่แสดงหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน การเกษตร เครื่องปั้นดินเผา เทคโนโลยีสำริด และพิธีกรรมฝังศพของมนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นกี่ส่วน?
ตอบ: พื้นที่สำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เปิด และอาคารจัดแสดงหลักที่นำเสนอเรื่องราววัฒนธรรมบ้านเชียง โบราณวัตถุ เครื่องมือ เครื่องใช้ และนิทรรศการด้านการศึกษา
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงเพื่อชมอาคารจัดแสดง หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน และพื้นที่ชุมชนโดยรอบอย่างครบถ้วน
ถาม: ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงโดยไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: เดินทางได้โดยใช้รถโดยสารไปอำเภอหนองหานแล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าบ้านเชียง แต่รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้เหมาคันสะดวกกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว
ถาม: เที่ยวบ้านเชียงแล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านเชียง กลุ่มหัตถกรรมบ้านเชียง คำชะโนด ทะเลบัวแดง และตัวเมืองอุดรธานี
โทร : 042208340-1
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




