หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง > 40 ที่เที่ยวพัทลุงยอดนิยมเที่ยวภาคใต้
TL;DR: 40 ที่เที่ยวพัทลุงยอดนิยมเที่ยวภาคใต้.
40 ที่เที่ยวพัทลุงยอดนิยมเที่ยวภาคใต้

40 ที่เที่ยวพัทลุงยอดนิยม เที่ยวภาคใต้ พัทลุงเป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการผสมผสานธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียวกัน แม้ไม่มีชายฝั่งทะเลเปิดเหมือนจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งในภาคใต้ แต่พัทลุงกลับมีความหลากหลายตั้งแต่เทือกเขาบรรทัด ป่าดิบชื้น น้ำตก ถ้ำ ภูเขาหินปูน ที่ราบเกษตรกรรม ไปจนถึงพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบทะเลสาบสงขลา ทำให้สามารถจัดทริปได้ทั้งสายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม สายถ่ายภาพ และการท่องเที่ยวชุมชน
ภาพจำสำคัญของจังหวัดคือ เขาอกทะลุ ภูเขาหินปูนที่ตั้งเด่นอยู่ใกล้ตัวเมือง ขณะที่พื้นที่ฝั่งอำเภอควนขนุนมี ทะเลน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ มีทั้งนกน้ำ ทะเลบัว ควายน้ำ ดงกระจูด และวิถีชุมชนรอบทะเลสาบ สำหรับพื้นที่แนวเทือกเขาบรรทัดยังมีอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า น้ำตก และถ้ำจำนวนมาก ช่วยให้การเที่ยวพัทลุงมีบรรยากาศแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน
ภูมิประเทศด้านตะวันตกของจังหวัดเป็นแนวเทือกเขาบรรทัดซึ่งปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นและทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญ ก่อให้เกิดลำธาร น้ำตก และถ้ำธรรมชาติหลายแห่ง ขณะที่พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบสำหรับการตั้งถิ่นฐานและทำเกษตรกรรม ส่วนด้านตะวันออกลดระดับลงสู่พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบ ความแตกต่างของภูมิประเทศนี้ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนจากบรรยากาศภูเขาและป่าไปสู่พื้นที่ทะเลสาบได้ภายในวันเดียว
ประวัติศาสตร์พัทลุง มีความต่อเนื่องยาวนาน มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ยุคโบราณ และพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลาเคยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงชุมชนภายในคาบสมุทรภาคใต้ หลักฐานทางโบราณคดีและศาสนสถานหลายแห่งสะท้อนอิทธิพลทางศาสนาและวัฒนธรรมในแต่ละยุค โดยเฉพาะพื้นที่วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้วซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัด
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พัทลุงเป็นหัวเมืองสำคัญของภาคใต้ มีบทบาทด้านการปกครองและความมั่นคง ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ยังคงมีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ศูนย์กลางของเมืองจะพัฒนามาสู่บริเวณตำบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน ร่องรอยของอดีตจึงปรากฏอยู่ทั้งตามวัด ชุมชนเก่า โบราณวัตถุ และเรื่องเล่าของคนในพื้นที่
ศิลปวัฒนธรรมพัทลุง มีชื่อเสียงอย่างมากจากโนราและหนังตะลุง ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ความเชื่อ ภาษา ดนตรี และพิธีกรรมของคนใต้ โนรามีทั้งมิติของการแสดงและความเชื่อ ขณะที่หนังตะลุงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวหนัง เสียงพากย์ ดนตรี และอารมณ์ขัน จึงเป็นศิลปะที่ช่วยสะท้อนสังคมภาคใต้ได้อย่างมีชีวิตชีวา
วิถีชีวิตของชุมชนแตกต่างกันตามภูมิประเทศ ชุมชนรอบทะเลน้อยมีความสัมพันธ์กับการประมง พืชน้ำ กระจูด และพื้นที่ชุ่มน้ำ ชุมชนพื้นที่ราบมีการทำนาและทำสวน ส่วนชุมชนตามแนวเทือกเขาใช้ประโยชน์จากสวน ป่า และลำธารอย่างใกล้ชิด ความหลากหลายเช่นนี้ทำให้การเที่ยวแต่ละอำเภอของพัทลุงมีบรรยากาศและประสบการณ์ต่างกัน
อาหารพื้นเมืองพัทลุง มีรสชาติจัดจ้านตามแบบอาหารปักษ์ใต้ ใช้เครื่องแกง สมุนไพร ผักพื้นบ้าน และวัตถุดิบจากพื้นที่เกษตรและแหล่งน้ำ เมนูที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ แกงส้ม แกงไตปลา คั่วกลิ้ง น้ำพริกกับผักพื้นบ้าน และอาหารจากปลาท้องถิ่น ข้าวสังข์หยดพัทลุงเป็นผลิตผลสำคัญที่เชื่อมโยงกับวิถีทำนาของจังหวัด ขณะที่ปลาดุกร้าและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านอื่น ๆ เป็นของกินและของฝากที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่มาเที่ยวพัทลุงครั้งแรก ควรเริ่มจากสถานที่เด่นที่สะท้อนตัวตนของจังหวัดหลายด้าน ทั้งทะเลน้อย เขาอกทะลุ วัดคูหาสวรรค์ น้ำตกไพรวัลย์ คลองปากประ อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า แอ่งน้ำหูแร่ ถ้ำสุมโน วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว และนาโปแก ซึ่งทั้ง 40 แห่งมีลักษณะการท่องเที่ยวแตกต่างกันและสามารถนำไปจัดเส้นทางต่อเนื่องได้หลายรูปแบบ

1. ทะเลน้อย เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่บริเวณตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน มีผืนน้ำประมาณ 28–30 ตารางกิโลเมตรและเชื่อมต่อกับระบบทะเลสาบสงขลาผ่านคลองนางเรียม ภายในพื้นที่มีทั้งทะเลบัว นกน้ำ ควายน้ำ ป่าพรุ ดงกระจูด และชุมชนที่ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับพื้นที่ชุ่มน้ำมาอย่างยาวนาน
ทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2518 และเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ความสำคัญของพื้นที่ยังขยายไปถึงระดับนานาชาติ เนื่องจากพรุควนขี้เสียนภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ Ramsar Site แห่งแรกของประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541
กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการล่องเรือชมธรรมชาติในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นเวลาที่ดอกบัวเริ่มบานและนกน้ำออกหากิน นักท่องเที่ยวสามารถชมทั้งทุ่งบัว นกประจำถิ่น นกอพยพ และควายน้ำที่ลงหากินตามทุ่งหญ้าและพื้นที่น้ำตื้น ภาพควายน้ำท่ามกลางพื้นที่ชุ่มน้ำถือเป็นหนึ่งในภาพที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของพัทลุง
ชุมชนรอบทะเลน้อยยังมีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมกระจูด การประมงพื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่น การเที่ยวจึงสามารถต่อเนื่องจากการล่องเรือไปสู่การเลือกซื้อเสื่อ กระเป๋า และผลิตภัณฑ์กระจูด รวมถึงชิมอาหารจากปลาและวัตถุดิบในพื้นที่ เป็นเส้นทางที่ช่วยให้เข้าใจทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวพัทลุงในเวลาเดียวกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปยังอำเภอควนขนุนและตำบลทะเลน้อย จุดลงเรือหลักอยู่บริเวณใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย หากต้องการชมบัวและนกน้ำควรเดินทางมาถึงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/A1qZLUfnRJFfQ9pK7

2. เขาอกทะลุ เป็นภูเขาหินปูนที่ตั้งเด่นอยู่ใกล้ใจกลางเมืองพัทลุงและถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของจังหวัด จุดเด่นคือโพรงขนาดใหญ่บริเวณใกล้ยอดเขาที่สามารถมองทะลุจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เขาอกทะลุ” ภูเขามีความสูงประมาณ 245–250 เมตรจากระดับน้ำทะเลและสามารถมองเห็นได้จากหลายพื้นที่ในตัวเมือง
เขาอกทะลุมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่โดดเด่นออกมาจากพื้นที่ราบโดยรอบ ช่องทะลุบนภูเขาเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงและการกัดกร่อนของหินปูนตามธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน จนเกิดลักษณะเฉพาะตัวที่กลายเป็นภาพจำของเมืองพัทลุง
นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปยังพื้นที่สูงเพื่อชมทิวทัศน์ของตัวเมืองและพื้นที่โดยรอบ เส้นทางขึ้นมีทั้งบันไดและช่วงที่ต้องใช้กำลัง จึงควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน เตรียมน้ำดื่ม และเลือกขึ้นในช่วงเช้าที่อากาศไม่ร้อนจัด
เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้วัดคูหาสวรรค์และสถานีรถไฟพัทลุง จึงสามารถจัดเขาอกทะลุเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวตัวเมืองแบบครึ่งวันได้ วันที่มีฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะพื้นและบันไดอาจลื่น
การเดินทาง: จากบริเวณวัดคูหาสวรรค์สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4047 เข้าสู่บริเวณเขาอกทะลุ ตัวภูเขาตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของสถานีรถไฟพัทลุง
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/DLoB8cttBjNjC5r48

3. วัดคูหาสวรรค์ เป็นวัดสำคัญเก่าแก่ของจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง ความโดดเด่นของวัดอยู่ที่ถ้ำธรรมชาติภายในภูเขาหินปูนซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและประกอบศาสนกิจ ทำให้พื้นที่มีทั้งคุณค่าด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ
ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่ตามโถงถ้ำ ผนังหิน และพื้นที่ต่างระดับ บางช่วงได้รับแสงจากช่องเปิดตามธรรมชาติ ขณะที่ส่วนลึกเข้าไปมีบรรยากาศสงบและเย็นกว่าภายนอก ภาพพระพุทธรูปท่ามกลางผนังหินปูนจึงเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้วัดคูหาสวรรค์แตกต่างจากวัดทั่วไป
วัดมีความสัมพันธ์กับชุมชนเมืองพัทลุงมาอย่างยาวนานและยังคงเป็นสถานที่สักการะของประชาชน ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และเดินภายในถ้ำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบางบริเวณอาจมีพื้นต่างระดับหรือมีความชื้น
ตำแหน่งของวัดอยู่ใกล้เขาอกทะลุ สถานีรถไฟ และพื้นที่ใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวจึงสามารถเที่ยววัดคูหาสวรรค์ในช่วงเช้าแล้วเดินทางต่อไปยังเขาอกทะลุหรือจุดอื่นในเมืองได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ในเขตตัวเมืองพัทลุง สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟพัทลุงหรือย่านใจกลางเมืองด้วยรถยนต์ได้สะดวก
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ca5KZseiwkwDZbYe9

4. น้ำตกไพรวัลย์ เป็นน้ำตกธรรมชาติขนาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ 11 ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าของแนวเทือกเขาบรรทัดและเป็นหนึ่งในแหล่งพักผ่อนทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมของพัทลุง จุดเด่นคือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นผ่านชั้นหิน ท่ามกลางป่าร่มรื่นและอากาศที่เย็นกว่าพื้นที่ราบ
ในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสม น้ำจะไหลผ่านชั้นหินอย่างต่อเนื่องและเกิดแอ่งน้ำหลายช่วง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักผ่อนตามลำธารหรือบริเวณที่ปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในป่าลึก เหมาะทั้งกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการแวะพักระหว่างการเดินทางในโซนกงหรา
ฤดูฝนและช่วงหลังฤดูฝนเป็นเวลาที่น้ำตกมีปริมาณน้ำมากและป่าโดยรอบมีความเขียวชอุ่ม แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องน้ำป่าและพื้นหินลื่น โดยเฉพาะวันที่มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนช่วงแล้งระดับน้ำอาจลดลงตามสภาพธรรมชาติ
น้ำตกไพรวัลย์สามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในกงหราและศรีนครินทร์ นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี เสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และน้ำดื่ม รวมถึงช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่ต้นน้ำ
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปทางตรัง เมื่อถึงแยกกงหราให้เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4133 เดินทางต่อประมาณ 29 กิโลเมตร ก่อนตามป้ายเข้าสู่น้ำตกอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/t35BG43WFYddc9o6A

5. คลองปากประ เป็นลำคลองสำคัญบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ชุมชนกับทะเลสาบสงขลาในจังหวัดพัทลุง มีชื่อเสียงจากภาพของ “ยอยักษ์” เครื่องมือประมงพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงอยู่ตามแนวคลองและกลายเป็นหนึ่งในภาพถ่ายที่โดดเด่นที่สุดของพัทลุง โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น
คลองปากประเป็นส่วนหนึ่งของวิถีประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านใช้ยอในการจับปลาตามจังหวะน้ำและฤดูกาล ระบบน้ำบริเวณนี้เชื่อมโยงกับทะเลสาบสงขลาและทะเลน้อย ทำให้คลองมีความสำคัญทั้งต่อการประมง การคมนาคมทางน้ำ และระบบนิเวศของชุมชนโดยรอบ
กิจกรรมยอดนิยมคือการล่องเรือในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อชมแสงแรกเหนือผิวน้ำพร้อมเงาของยอยักษ์ การออกเรือในช่วงเช้าช่วยให้เห็นทั้งกิจกรรมของชาวประมง นกน้ำ และบรรยากาศเงียบสงบของพื้นที่ทะเลสาบ ช่วงเวลานี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักถ่ายภาพและผู้ที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ
คลองปากประสามารถเที่ยวต่อเนื่องกับทะเลน้อยและพื้นที่ชุมชนรอบทะเลสาบได้ ผู้ที่ต้องการเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นควรพักบริเวณใกล้คลองหรือทะเลน้อยตั้งแต่คืนก่อน เพราะกิจกรรมล่องเรือมักเริ่มตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่าง
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองพัทลุงไปทางอำเภอควนขนุนและพื้นที่ปากประ มีท่าเรือและที่พักหลายแห่งบริเวณริมคลองที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการล่องเรือชมยอยักษ์และทะเลน้อย
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/SqwzRt5XDHvFZmtAA

6. อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เป็นผืนป่าดิบชื้นขนาดใหญ่บนแนวเทือกเขาบรรทัด ครอบคลุมพื้นที่ต่อเนื่องในจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และตรัง โดยพื้นที่สำคัญฝั่งพัทลุงอยู่ในตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต อุทยานได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 42 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2525 มีพื้นที่ประมาณ 433,750 ไร่ หรือประมาณ 694 ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้น ลำธาร น้ำตก ถ้ำหินปูน และพื้นที่ต้นน้ำหลายแห่ง จุดเด่นคือความเขียวชอุ่มของผืนป่าซึ่งช่วยกักเก็บความชื้นและเป็นแหล่งกำเนิดของลุ่มน้ำสำคัญ พื้นที่ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมาก
สถานที่ท่องเที่ยวภายในและรอบอุทยานมีทั้งถ้ำมัจฉาปลาวน ผาผึ้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเหรียงทอง และพื้นที่ธรรมชาติอีกหลายแห่ง ผู้ที่มาเที่ยวสามารถเลือกกิจกรรมตามเวลาและระดับความยาก โดยเส้นทางบริเวณใกล้ที่ทำการเหมาะกับผู้เริ่มต้น ส่วนการเที่ยวจุดที่อยู่ลึกควรวางแผนล่วงหน้า
ชื่อเขาปู่-เขาย่ายังเชื่อมโยงกับความเชื่อของชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะเขาปู่ซึ่งได้รับการเคารพในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะเรื่องป่าไม้ แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ความเชื่อ และชุมชนรอบเทือกเขาบรรทัด
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปยังอำเภอศรีบรรพตและตำบลเขาปู่ จากนั้นตามเส้นทางเข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/FnrajPmQNZvFsJu68

7. แก่งน้ำหูแร่ หรือแอ่งน้ำหูแร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว มีลักษณะเป็นคลองขนาดใหญ่ที่น้ำใสไหลผ่านพื้นทรายและโขดหิน เกิดเป็นช่วงน้ำตื้น น้ำลึก แอ่งน้ำ และแนวแก่งตามธรรมชาติ คนในพื้นที่เรียกสถานที่นี้หลายชื่อ ทั้งแอ่งน้ำหูแร่ แก่งหูแร่ แก่งน้ำหูแร่ และคลองหูแร่
เสน่ห์ของสถานที่อยู่ที่ความเรียบง่ายและการเข้าถึงได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกลก็สามารถสัมผัสสายน้ำและบรรยากาศร่มรื่นได้ พื้นที่ริมน้ำมีจุดพักผ่อนและร้านอาหาร ทำให้เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันแบบไม่เร่งรีบ
บางช่วงของคลองเหมาะกับการเล่นน้ำ แต่ระดับน้ำและกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จึงควรเลือกบริเวณที่ปลอดภัย เด็กควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ และในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำไหลแรงควรงดลงเล่นน้ำ
แอ่งน้ำหูแร่สามารถจัดร่วมกับบ่อน้ำร้อนเขาชัยสน ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน และวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้วได้ เหมาะกับการวางแผนเที่ยวโซนพัทลุงตอนใต้ที่ต้องการทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในวันเดียว
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4081 สายเขาชัยสน–จงเก จากนั้นเลี้ยวบริเวณหน้าที่ทำการอำเภอเขาชัยสนและเดินทางต่อประมาณ 5 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/uqfF4Hq2uP1arSD67

8. ถ้ำสุมโน หรือวัดถ้ำสุมะโน ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ เป็นทั้งศาสนสถาน สถานที่ปฏิบัติธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของพัทลุง จุดเด่นคือระบบถ้ำภายในภูเขาหินปูนซึ่งมีโถงถ้ำ หินงอก หินย้อย และพื้นที่สงบสำหรับการเจริญภาวนา
พื้นที่เริ่มได้รับการพัฒนาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหลังพระอาจารย์เดช สุมโน หรือพระครูภาวนาสุมณฑ์ พบถ้ำเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2530 จากนั้นมีการพัฒนาบริเวณวัดและเส้นทางภายในถ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่วัดเกี่ยวข้องกับภูเขาหินปูน 2 ลูกและมีบริเวณกว้างประมาณ 500 ไร่
ภายในถ้ำมีทั้งโถงกว้าง ทางเดินธรรมชาติ และส่วนที่มีลักษณะซับซ้อน ผู้เข้าชมสามารถชมรูปทรงของหินปูนและบรรยากาศสงบเย็น แต่ควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย และไม่ส่งเสียงรบกวนผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม
ถ้ำสุมโนเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งธรรมชาติและพระพุทธศาสนา สามารถจัดอยู่ในเส้นทางพัทลุง–ตรังหรือเที่ยวร่วมกับแหล่งธรรมชาติในอำเภอศรีนครินทร์ได้ โดยควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างไม่เร่งรีบและแต่งกายสุภาพ
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เส้นทางพัทลุง–ตรังเข้าสู่อำเภอศรีนครินทร์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลบ้านนาและวัดถ้ำสุมะโน
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/b5erCLqE1Sa75DDA9

9. วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว ตั้งอยู่บ้านบางแก้ว หมู่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน เป็นศาสนสถานและแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดพัทลุง พื้นที่วัดมีความสัมพันธ์กับชุมชนโบราณในบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลาและมีหลักฐานทางโบราณคดีหลายประเภทที่สะท้อนการตั้งถิ่นฐานและความเชื่อในอดีต
จุดสำคัญคือพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งมีฐานก่ออิฐและลักษณะทางสถาปัตยกรรมโดดเด่น ตัวเจดีย์สูงประมาณ 22 เมตร บริเวณวัดยังพบศิลาแลง พระพุทธรูป เครื่องถ้วย รวมถึงวัตถุทางศาสนาและโบราณวัตถุที่สะท้อนการติดต่อกับวัฒนธรรมหลายพื้นที่
ภายในพื้นที่ยังมีพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดเก็บหลักฐานและโบราณวัตถุบางส่วน การเดินชมวัดจึงไม่ได้มีเพียงการสักการะพระธาตุ แต่ยังช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของชุมชนโบราณรอบทะเลสาบสงขลาและบทบาทของพัทลุงในอดีตได้ชัดเจนขึ้น
วัดยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเคารพ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปยังเขตพระธาตุ อาคารพิพิธภัณฑ์ หรือบริเวณที่มีการประกอบศาสนกิจ
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ที่บ้านบางแก้ว หมู่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองพัทลุงและเที่ยวร่วมกับแอ่งน้ำหูแร่หรือสถานที่ในพื้นที่เขาชัยสนได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/cDk19Za9E4dY5V1Z9

10. นาโปแก ตั้งอยู่เลขที่ 456 หมู่ 6 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพื้นที่เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนาข้าวและชีวิตชนบทพัทลุงผ่านภูมิทัศน์จริง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศทุ่งนา ทางเดินกลางนา กระท่อม และพื้นที่กิจกรรมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีเกษตรท้องถิ่น
คำว่า “นาโปแก” สื่อถึงพื้นที่นาของคนรุ่นก่อนและการกลับไปเรียนรู้รากฐานของชุมชน จุดเด่นจึงไม่ได้อยู่เพียงการถ่ายภาพทุ่งนา แต่เป็นการนำวิถีเกษตร การปลูกข้าว และภูมิปัญญาของคนพัทลุงมาถ่ายทอดในรูปแบบที่ผู้มาเยือนเข้าถึงได้ง่าย
บรรยากาศของนาโปแกเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของการทำนา ช่วงที่ต้นข้าวเขียวจะให้ภาพทุ่งสีสด ขณะที่ช่วงรวงข้าวเริ่มเหลืองจะมีบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ภายในพื้นที่ยังมีมุมพักผ่อน ร้านอาหารหรือจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาได้มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ทำเลในอำเภอควนขนุนทำให้นาโปแกสามารถเชื่อมต่อกับทะเลน้อย คลองปากประ และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ควนขนุนได้สะดวก เหมาะกับการจัดไว้ในช่วงสายหรือบ่ายหลังจากล่องเรือชมธรรมชาติในช่วงเช้า
การเดินทาง: นาโปแกตั้งอยู่เลขที่ 456 หมู่ 6 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองพัทลุงไปทางอำเภอควนขนุนและเชื่อมต่อไปยังทะเลน้อยหรือคลองปากประได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/TNi9WVT9NP3uvC3d6

11. หอศิลป์หนังตะลุง เป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ศิลปะหนังตะลุงที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่เลขที่ 122 หมู่ 4 ถนนเพชรเกษม ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ภายในรวบรวมทั้งตัวหนังตะลุง งานช่าง ประวัติการแสดง เครื่องดนตรี นิทรรศการ และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหนังตะลุงไว้อย่างหลากหลาย ทำให้ผู้มาเยือนได้รู้จักศิลปะพื้นบ้านชนิดนี้มากกว่าการชมการแสดงเพียงอย่างเดียว
หนังตะลุงเป็นศิลปะที่รวมศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน ทั้งงานแกะหนัง การเชิด การพากย์ การขับบท ดนตรี วรรณคดี ภาษาถิ่น และมุกตลกที่สะท้อนสังคม ภายในหอศิลป์จึงมีทั้งพื้นที่จัดแสดงตัวหนังตะลุงโบราณ เรือนบูรพาจารย์ โรงแสดง และพื้นที่สำหรับสาธิตการแกะหนัง ทำให้เห็นกระบวนการตั้งแต่การสร้างตัวหนังไปจนถึงการนำขึ้นแสดงหลังจอ
อีกจุดเด่นคือการเป็นพื้นที่ทำงานของช่างฝีมือจริง ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการเลือกหนัง วาดลาย ฉลุลวดลาย ลงสี และประกอบก้านเชิด งานแต่ละชิ้นต้องใช้ความละเอียดและความเข้าใจในลักษณะของตัวละคร การมาเยือนจึงเหมาะทั้งกับผู้สนใจศิลปวัฒนธรรม นักเรียน นักศึกษา และนักเดินทางที่ต้องการทำความเข้าใจรากของหนังตะลุงเมืองพัทลุงอย่างจริงจัง
สถานที่แห่งนี้ยังช่วยให้เห็นว่าหนังตะลุงไม่ได้หยุดอยู่เพียงศิลปะการแสดงในอดีต แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นงานศิลป์ ของประดับ ของที่ระลึก และกิจกรรมเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับเริ่มทำความเข้าใจอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพัทลุงก่อนเดินทางไปยังชุมชนหรือแหล่งหัตถกรรมอื่น
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปยังตำบลท่ามิหรำ หอศิลป์ตั้งอยู่ใกล้ศาลหลักเมืองพัทลุง ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กิโลเมตร ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพัทลุงแล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่พื้นที่ท่ามิหรำได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/E4K56DbVzGjGY69J8

12. ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด เป็นแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนประชาบำรุง ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราว ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชนบ้านตะโหมดไว้ให้คนรุ่นหลังและผู้มาเยือนได้ศึกษา
ตะโหมดเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีลักษณะเด่นด้านการอยู่ร่วมกันของชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม วิถีของคนในพื้นที่จึงมีความหลากหลายทั้งด้านประเพณี อาหาร ความเชื่อ และการดำรงชีวิต ศูนย์วัฒนธรรมทำหน้าที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัด มัสยิด โรงเรียน และชุมชนที่พัฒนาร่วมกันมาอย่างยาวนาน
ภายในรวบรวมสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในอดีต ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจพัฒนาการของชุมชนผ่านวัตถุและความทรงจำ ไม่ใช่เพียงการอ่านข้อความหรือชมของเก่าเท่านั้น การตั้งศูนย์อยู่ภายในโรงเรียนยังช่วยให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เข้าถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเองได้โดยตรง
ภูมิประเทศของตะโหมดอยู่ใกล้แนวเทือกเขาบรรทัด มีทั้งป่า ลำคลอง พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนดั้งเดิม การเที่ยวศูนย์วัฒนธรรมจึงเหมาะกับการเชื่อมต่อไปยังแหล่งธรรมชาติและสถานที่สำคัญอื่นของอำเภอตะโหมด เพื่อให้เห็นทั้งมิติของผู้คนและภูมิประเทศในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่อำเภอตะโหมดแล้วมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนประชาบำรุงในตำบลตะโหมด ศูนย์อยู่ห่างจากวัดตะโหมดประมาณ 1 กิโลเมตร หากเดินทางเป็นหมู่คณะควรประสานโรงเรียนล่วงหน้าเพื่อจัดช่วงเวลาเข้าชมให้เหมาะสมกับกิจกรรมของสถานศึกษา
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/AxCg7FXVRy2RzUvWA

13. ศูนย์ศิลปหัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว ตั้งอยู่ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งผลิตงานหัตถกรรมรูปหนังตะลุงที่สำคัญของพัทลุง ผู้มาเยือนสามารถเห็นกระบวนการสร้างตัวหนังตั้งแต่การออกแบบ การเลือกหนัง การแกะลาย การลงสี ไปจนถึงการพัฒนาชิ้นงานเป็นของตกแต่งและของที่ระลึก
ศูนย์มีสมาชิกช่างประมาณ 25 คนร่วมกันผลิตงานแกะหนัง ทั้งรูปหนังตะลุง หนังใหญ่ ภาพจากรามเกียรติ์ งานศิลป์ และงานสั่งทำตามรูปแบบเฉพาะ ความโดดเด่นอยู่ที่ฝีมือการแกะที่ละเอียดและการปรับงานหัตถกรรมดั้งเดิมให้เข้ากับการใช้งานร่วมสมัยโดยยังรักษาเอกลักษณ์ของงานช่างภาคใต้ไว้
ผู้ก่อตั้งศูนย์คือครูอิ่ม จันทร์ชุม ครูภูมิปัญญาด้านการแกะหนังตะลุง ผู้มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้แก่สมาชิกในชุมชน เยาวชน และผู้สนใจ ทำให้ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จำหน่ายผลงาน แต่เป็นพื้นที่สืบทอดทักษะงานช่างที่เป็นต้นทางสำคัญของศิลปะหนังตะลุง
การเลือกซื้อผลงานจากศูนย์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสนับสนุนช่างท้องถิ่นโดยตรง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทั้งงานชิ้นใหญ่สำหรับตกแต่งและของที่ระลึกขนาดเล็ก การได้ชมกระบวนการทำก่อนซื้อยังช่วยให้เห็นคุณค่าของเวลา ความชำนาญ และรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลังชิ้นงานแต่ละชิ้น
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอบางแก้วและตำบลท่ามะเดื่อ ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร จากสามแยกถนนเพชรเกษม–ทางรถไฟเดินทางต่อประมาณ 9 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่เส้นทางจากแนวทางรถไฟประมาณ 200 เมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/NPXSB1zSrVrXmg9w9

14. หาดแสนสุขลำปำ หรือหาดลำปำ เป็นแหล่งพักผ่อนริมทะเลสาบสงขลาที่สำคัญของอำเภอเมืองพัทลุง ตั้งอยู่ในตำบลลำปำ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7–10 กิโลเมตร จุดเด่นคือแนวชายหาดริมทะเลสาบ ทิวสนให้ร่มเงา พื้นที่พักผ่อน และทัศนียภาพของผืนน้ำกว้าง เหมาะสำหรับการเดินเล่น รับลม และชมบรรยากาศในช่วงเช้าหรือเย็น
หนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่คือ “ศาลาลำปำที่รัก” ซึ่งเป็นจุดชมวิวริมทะเลสาบ และเกาะลอยหรือเกาะลำปำซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนบริเวณปากน้ำลำปำ มีสะพานเชื่อมจากฝั่งให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามไปชมวิวและพักผ่อนกลางน้ำได้
บริเวณหาดยังมีพื้นที่สาธารณะและองค์ประกอบที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพัทลุง เช่น รูปมโนราห์ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ลานน้ำพุ และรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับสัตว์น้ำในทะเลสาบ พื้นที่จึงมีทั้งมิติของสวนสาธารณะ จุดชมวิว และสถานที่พักผ่อนของชุมชน
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่บรรยากาศคึกคักมากขึ้น มีร้านอาหารและพื้นที่นั่งพักริมทะเลสาบ เหมาะกับการปิดท้ายวันหลังเที่ยวตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมเด็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดบริเวณริมผืนน้ำและสะพาน และช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่สาธารณะ
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4047 สายพัทลุง–ลำปำ มุ่งหน้าไปทางตะวันออกประมาณ 7–10 กิโลเมตร หากเริ่มจากวัดวังให้เดินทางต่อไปตามเส้นทางเดียวกันอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/MYiVGGzBBiUk6shS7

15. แหลมจองถนน เป็นชุมชนชาวประมงริมทะเลสาบสงขลา ตั้งอยู่ที่บ้านแหลมจองถนน ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน ลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นลงสู่ทะเลสาบ มีเนินดินลาดลงไปยังชายฝั่ง ทำให้สามารถมองเห็นผืนน้ำ เกาะแก่ง เรือประมง และยอพื้นบ้านได้ในมุมกว้าง
เสน่ห์ของแหลมจองถนนอยู่ที่ความเรียบง่ายของชุมชนและการได้เห็นวิถีประมงที่ยังสัมพันธ์กับทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถชมเรือพื้นบ้าน ยอประมง และการใช้พื้นที่ริมน้ำของชุมชน ซึ่งต่างจากบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
พื้นที่เหมาะกับการเดินชมวิว ถ่ายภาพ และใช้เวลาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เมื่อแสงไม่แรงมาก ภูมิประเทศที่เป็นแหลมทำให้มองเห็นแนวทะเลสาบได้กว้าง และในวันที่อากาศเปิดสามารถเห็นรายละเอียดของเกาะและกิจกรรมประมงในระยะไกลได้ชัดเจน
แหลมจองถนนสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว แอ่งน้ำหูแร่ และแหล่งท่องเที่ยวเขาชัยสน ทำให้เหมาะกับการวางแผนเที่ยวโซนพัทลุงตอนใต้แบบเต็มวัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางอำเภอเขาชัยสน แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางตำบลจองถนนตามป้ายไปยังบ้านแหลมจองถนน เส้นทางช่วงท้ายผ่านพื้นที่ชุมชนและถนนริมทะเลสาบ
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/es1qE85do7G9o6ta6

16. ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหาร เป็นพื้นที่เรียนรู้ชาติพันธุ์และวิถีชีวิตบริเวณบ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน โดยชื่อหน้าแหล่งท่องเที่ยวเดิมใช้คำว่า “ชุมชนเงาะป่าซาไก” แต่การกล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเหมาะสมควรใช้คำว่า มานิ ซึ่งเป็นชื่อที่กลุ่มใช้เรียกตนเองและมีความหมายว่า “มนุษย์”
พื้นที่แห่งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มมานิที่อาศัยบริเวณป่าหลังอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนในแนวเทือกเขาบรรทัด วิถีชีวิตมีความสัมพันธ์กับป่าดิบชื้น แหล่งน้ำ อาหารป่า สมุนไพร และองค์ความรู้ในการดำรงชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ การมาเยือนจึงควรมองในฐานะการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่า ไม่ใช่การเข้าไปชมผู้คนในลักษณะของสิ่งแปลกตา
บ้านโหล๊ะหารมีภูมิประเทศทั้งที่ราบลุ่ม ลำธาร แหล่งน้ำ และพื้นที่เชิงเขา บริเวณโดยรอบยังสัมพันธ์กับอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนและป่าต้นน้ำของเทือกเขาบรรทัด ทำให้เส้นทางนี้มีทั้งมิติด้านชาติพันธุ์ ธรรมชาติ และวิถีชุมชนอยู่ร่วมกัน
การเข้าเยี่ยมพื้นที่ควรประสานชุมชนหรือผู้ดูแลในท้องถิ่นก่อน ไม่ควรเดินเข้าไปยังพื้นที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลทุกครั้ง การเคารพความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของชุมชนเป็นหลักสำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวพื้นที่นี้
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอป่าบอน แล้วต่อไปยังตำบลทุ่งนารีและบ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด ส่วนการเข้าสู่พื้นที่ป่าด้านหลังอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนควรมีผู้ประสานงานในพื้นที่และได้รับอนุญาตก่อน
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/HvHXe6k2yuCJxfwz9

17. สวนสละลุงถัน ตั้งอยู่เลขที่ 6 หมู่ 5 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้การปลูกสละที่มีชื่อเสียงของพัทลุง เกิดจากการพัฒนาพื้นที่สวนยางและสวนผลไม้เดิมให้กลายเป็นสวนสละที่จัดการอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้กระบวนการผลิตจริง
สวนมีพื้นที่ปลูกสละประมาณ 20 ไร่ และมีต้นสละมากกว่า 1,000 ต้น พื้นที่จัดเป็นแปลงอย่างเป็นระเบียบ มีต้นหมากช่วยสร้างสภาพแวดล้อมและร่มเงาที่เหมาะสม ทางเดินภายในสะอาดและสามารถเดินชมต้นสละ ผลผลิต และระบบจัดการสวนได้อย่างใกล้ชิด
กิจกรรมที่น่าสนใจคือการเรียนรู้เรื่องการผสมเกสรสละ เนื่องจากสละมีดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกัน การให้ผลผลิตที่มีคุณภาพจึงต้องอาศัยการดูแลและผสมเกสรในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผู้มาเยือนสามารถเห็นกระบวนการจริงและเข้าใจว่าการได้ผลสละหนึ่งทะลายต้องอาศัยความละเอียดเพียงใด
สวนแห่งนี้เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวควบคู่กับการผลิตผลไม้ เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว นักเรียน ผู้สนใจเกษตร และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีสวนภาคใต้ในบรรยากาศจริง
การเดินทาง: สวนตั้งอยู่เลขที่ 6 หมู่ 5 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองพัทลุงเข้าสู่อำเภอป่าบอนแล้วต่อไปยังตำบลหนองธง เหมาะกับการเที่ยวร่วมกับแหล่งธรรมชาติและสวนผลไม้อื่นในพื้นที่
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/tDRWh8r1UBoHsy7B7

18. น้ำตกมโนราห์ เป็นน้ำตกธรรมชาติในพื้นที่บ้านทุ่งนาโพธิ์ ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา อยู่ในแนวป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดและอยู่ก่อนถึงน้ำตกไพรวัลย์ จุดเด่นคือสายน้ำใสที่ไหลผ่านโขดหิน เกาะแก่ง และแนวป่าร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำ และเดินชมธรรมชาติ
บริเวณน้ำตกมีลำธารทอดตัวผ่านพื้นที่ป่าและมีแอ่งน้ำธรรมชาติหลายช่วง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักผ่อนตามลานหินหรือบริเวณริมน้ำที่ปลอดภัย สภาพแวดล้อมยังคงความเป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกสงบกว่าสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
อีกหนึ่งจุดเด่นคือสะพานแขวนภายในพื้นที่ ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองและประสบการณ์ในการเดินชมธรรมชาติ การถ่ายภาพบริเวณสะพานควรคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่กระโดดหรือเขย่าสะพาน และควรแบ่งพื้นที่ให้ผู้มาเยือนคนอื่นใช้งานร่วมกัน
ช่วงหลังฤดูฝนเป็นช่วงที่ลำธารและน้ำตกมีความสมบูรณ์ แต่หากฝนตกหนักหรือสังเกตว่าน้ำขุ่นและไหลแรงควรงดลงเล่นน้ำทันที เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำบนเทือกเขาบรรทัดสามารถทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนเพชรเกษมสายพัทลุง–ตรังไปทางอำเภอกงหรา แล้วเข้าสู่เส้นทางบ้านคลองหมวย ทางหลวงหมายเลข 4122 เมื่อถึงทางแยกเข้าน้ำตกมีถนนเข้าสู่ลานจอดรถ จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 500 เมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/P4j5eWmfwXWeUcKR8

19. น้ำตกไร่เหนือ เป็นน้ำตกธรรมชาติที่บ้านไร่เหนือ หมู่ 4 อำเภอกงหรา ตั้งอยู่บริเวณเชิงเทือกเขาบรรทัด มีสายน้ำไหลลดหลั่นตามชั้นหิน ลานหิน โขดหิน และแอ่งน้ำธรรมชาติหลายช่วง บรรยากาศโดยรอบประกอบด้วยป่า สวนยาง สวนผลไม้ และภูมิทัศน์ของชุมชนเชิงเขา
ลักษณะเด่นของน้ำตกคือสายน้ำที่ไหลจากชั้นสูงแล้วแผ่กระจายไปตามแนวหิน เมื่อมองจากระยะไกลมีลักษณะคล้ายผ้าที่พลิ้วไปตามลม จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “น้ำปลิว” ภาพของสายน้ำสีขาวตัดกับแนวป่าและหินทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพธรรมชาติที่น่าสนใจของกงหรา
น้ำตกไม่ได้ทิ้งตัวจากหน้าผาเพียงชั้นเดียว แต่มีน้ำไหลผ่านลานหินหลายระดับ เกิดพื้นที่นั่งพัก แช่เท้า และเล่นน้ำตามแอ่งธรรมชาติ บริเวณที่น้ำไม่ลึกเหมาะกับการพักผ่อน แต่ควรตรวจสอบกระแสน้ำและสภาพอากาศก่อนลงเล่นทุกครั้ง
บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแหล่งธรรมชาติที่ใกล้ชุมชนและไม่พลุกพล่าน สามารถจัดเที่ยวร่วมกับน้ำตกมโนราห์ น้ำตกไพรวัลย์ และน้ำตกอื่นในอำเภอกงหราเพื่อเป็นเส้นทางสายน้ำของพัทลุงได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 18 กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าสู่ถนนสายคลองหมวย–บ้านกงหราอีกประมาณ 17 กิโลเมตรเข้าสู่บ้านไร่เหนือและพื้นที่น้ำตก

20. น้ำตกบ้านคลองหวะหลัง (น้ำตกนกรำ) เป็นน้ำตกธรรมชาติในพื้นที่บ้านคลองหวะหลัง อำเภอกงหรา อยู่ในแนวพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดและใช้เส้นทางใกล้เคียงกับน้ำตกไร่เหนือ สถานที่มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ ลำธารน้ำใส โขดหิน และป่าร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติอย่างสงบ
จุดเด่นของที่นี่คือบรรยากาศที่ยังคงความเรียบง่ายและใกล้ชิดป่า สายน้ำไหลผ่านแนวหินและแอ่งน้ำขนาดเล็ก มีต้นไม้ให้ร่มเงาตลอดพื้นที่ เหมาะกับการนั่งพัก เดินชมลำธาร ถ่ายภาพ และเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่ปลอดภัย
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือบริเวณพื้นที่มีแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ ทำให้สถานที่นี้มีทั้งสายน้ำเย็นจากน้ำตกและองค์ประกอบของน้ำร้อนใต้ดินอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นลักษณะที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งธรรมชาติในพื้นที่กงหรา
น้ำตกบ้านคลองหวะหลังเหมาะสำหรับจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวน้ำตกหลายแห่งในอำเภอกงหรา สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกไร่เหนือ น้ำตกมโนราห์ และน้ำตกไพรวัลย์ได้ หากเดินทางในฤดูฝนควรติดตามสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงการลงน้ำเมื่อกระแสน้ำแรงหรือน้ำมีสีขุ่นผิดปกติ
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอกงหราผ่านทางหลวงหมายเลข 4 แล้วต่อเข้าถนนสายคลองหมวย–บ้านกงหรา มุ่งหน้าไปยังบ้านคลองหวะหลัง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด และควรสอบถามเส้นทางย่อยจากคนในพื้นที่เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้าน
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/74cdCd2HYtorXTYq9

21. น้ำตกน่านหลูด (น้ำตกหนานหรูด) เป็นน้ำตกธรรมชาติในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา อยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวเชิงเขาของกงหราที่มีลำธาร น้ำตก และธรรมชาติร่มรื่นกระจายตัวอยู่หลายแห่ง จุดเด่นของน้ำตกคือสายน้ำที่ไหลผ่านลานหินลาด โขดหิน และแอ่งน้ำธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย และสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบของชุมชนเชิงเขาบรรทัด
น้ำตกแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีเสน่ห์จากความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติ ลำธารไหลผ่านพื้นหินที่มีระดับแตกต่างกัน จึงเกิดบริเวณสำหรับนั่งพัก แช่เท้า และเล่นน้ำหลายจุด นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเส้นทางเดินป่าหนักสามารถใช้เวลาครึ่งวันได้อย่างสบาย
พื้นที่ตำบลคลองทรายขาวมีทั้งภูเขา สวน และลำธาร ทำให้บรรยากาศโดยรอบน้ำตกยังคงความเป็นชุมชนชนบทของพัทลุง ช่วงหลังฤดูฝนมักมีปริมาณน้ำเหมาะกับการชมธรรมชาติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำเมื่อฝนตกหนัก น้ำขุ่น หรือกระแสน้ำแรง
น้ำตกน่านหลูดสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับน้ำตกอื่นของกงหรา เช่น น้ำตกไร่เหนือ น้ำตกมโนราห์ และแหล่งธรรมชาติในตำบลคลองทรายขาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบวันเดียวแล้วแวะหลายจุดโดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าเมืองบ่อยครั้ง
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอกงหรา แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลคลองทรายขาว หมู่ 4 การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ควรค้นหาทั้งชื่อ “น้ำตกน่านหลูด” และ “น้ำตกหนานหรูด” เนื่องจากมีการใช้ชื่อทั้งสองแบบ
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/HDMAYEeAgWuein9S6

22. น้ำตกเหรียงทอง เป็นน้ำตกสำคัญในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต มีต้นน้ำจากแนวเทือกเขาบรรทัดและพื้นที่ภูเขาต่อเนื่องของภาคใต้ ก่อนลดหลั่นลงมาตามชั้นหินจำนวนมากจนได้รับชื่อเรียกอีกแบบว่า “น้ำตกร้อยชั้น”
ลักษณะเด่นคือแนวสายน้ำที่ทอดยาวผ่านผืนป่าดิบชื้นและชั้นหินหลายระดับ บางช่วงเป็นลำธาร บางช่วงเป็นน้ำตก และบางบริเวณมีจุดพักชมวิว ทำให้การเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชมหน้าผาน้ำตกจุดเดียว แต่เป็นการสัมผัสระบบป่าต้นน้ำตลอดเส้นทาง
จากพื้นที่สูงบางจุดสามารถมองเห็นภูมิประเทศรอบอุทยาน เขาปู่ เขาย่า และพื้นที่ทางฝั่งทะเลน้อยได้ในวันที่ทัศนวิสัยดี ผู้ที่ต้องการเดินขึ้นชั้นสูงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับเส้นทางธรรมชาติ น้ำดื่ม และสอบถามสภาพเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ก่อน
น้ำตกเหรียงทองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวป่าและน้ำตกอย่างจริงจังมากกว่าการแวะเล่นน้ำสั้น ๆ เนื่องจากพื้นที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จึงควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานและตรวจสอบช่วงเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ 20 กิโลเมตรถึงสี่แยกโพธิ์ทอง จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4164 สายควนขนุน–เขาปู่ประมาณ 17 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวตามป้ายอุทยานอีกประมาณ 4 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ixHDVb1VJnCcdSSW9

23. น้ำตกเขาคราม ตั้งอยู่หมู่ 10 บ้านป่าสน ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในแนวป่าที่เชื่อมโยงกับเทือกเขาบรรทัด จุดเด่นคือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ รวมประมาณ 9 ชั้น ท่ามกลางผืนป่าร่มรื่นและภูมิประเทศภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์
แนวน้ำตกมีความสูงโดยรวมประมาณ 700 เมตร น้ำไหลผ่านหน้าผาหินและลานหินกว้างหลายระดับ ทำให้แต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งบริเวณชมสายน้ำ แอ่งน้ำ และพื้นที่สำหรับพักผ่อน นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นครบทุกชั้นก็สามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติได้
พื้นที่โดยรอบมีความเงียบสงบและให้ความรู้สึกของป่าต้นน้ำอย่างชัดเจน ช่วงที่มีน้ำมากจะเห็นแนวสายน้ำไหลต่อเนื่องลงมาตามภูเขา แต่หากเป็นช่วงฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่น้ำไหลแรงและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
น้ำตกเขาครามเหมาะสำหรับจัดร่วมกับถ้ำสุมโนและแหล่งธรรมชาติในอำเภอศรีนครินทร์ ทำให้สามารถวางเส้นทางเที่ยวแบบเต็มวันที่มีทั้งน้ำตก ถ้ำ และผืนป่าของแนวเทือกเขาบรรทัดได้อย่างลงตัว
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางอำเภอศรีนครินทร์ประมาณ 25 กิโลเมตรถึงบริเวณบ้านต้นไทร จากนั้นแยกเข้าสู่ถนนสายต้นไทรไปยังบ้านเขาครามอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/aaEg2NvfmLerrxiF7

24. น้ำตกโตนแพรทอง หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “น้ำตกบ้านโตน” ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านโขดหินหลายชั้น ท่ามกลางป่าเขียวของแนวเทือกเขาบรรทัด เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ และใช้เวลาใกล้ชิดธรรมชาติ
จุดเด่นของน้ำตกคือมีน้ำไหลตลอดปีและมีแอ่งน้ำหลายจุด บางช่วงเหมาะกับการนั่งพักหรือแช่เท้า ขณะที่บางบริเวณเหมาะสำหรับลงเล่นน้ำเมื่อระดับน้ำไม่แรง ความร่มรื่นจากต้นไม้โดยรอบช่วยให้พื้นที่มีอากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบ
เส้นทางภายในพื้นที่ไม่ซับซ้อนมาก เหมาะกับการมาเที่ยวแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน แต่ควรสวมรองเท้าที่สามารถยึดเกาะพื้นหินได้ดี เนื่องจากบริเวณใกล้ลำธารและชั้นน้ำตกอาจมีตะไคร่น้ำและพื้นลื่น
น้ำตกโตนแพรทองสามารถเที่ยวร่วมกับถ้ำลำสินธุ์และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอศรีนครินทร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้หนึ่งวันกับธรรมชาติของพัทลุงโดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ป่าลึกมากนัก
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายพัทลุง–ตรังประมาณ 18 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่ถนนสายคลองหมวยบ้าน–กงหราอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกบ้านโตนให้เลี้ยวไปทางทิศตะวันตกตามป้ายอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/byog2k2opK17bmar5

25. ถ้ำวังทอง ตั้งอยู่ในตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน เป็นถ้ำธรรมชาติที่มีสำนักสงฆ์อยู่ภายในพื้นที่ บรรยากาศโดยรอบสงบและร่มรื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวสถานที่ขนาดไม่ใหญ่ ไหว้พระ พักจิตใจ และสัมผัสภูเขาหินปูนของพัทลุงในมุมที่ไม่พลุกพล่าน
ถ้ำวังทองไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงยังคงความเรียบง่ายของพื้นที่ชุมชน รอบบริเวณมีทั้งสวนยาง สวนผลไม้ ถนนชนบท และภูเขา ทำให้การเดินทางมาที่นี่ช่วยให้เห็นภาพพัทลุงในมุมของชุมชนควนขนุนที่อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก
การเข้าถ้ำและพื้นที่สำนักสงฆ์ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่รบกวนผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม หากภายในถ้ำมีความมืดหรือพื้นชื้นควรใช้ไฟส่องทางและเดินด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรจับหรือทำลายหินงอกหินย้อย
ถ้ำวังทองเหมาะกับการเชื่อมต่อกับแหล่งวัฒนธรรมและชุมชนของควนขนุน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ และมองหาสถานที่ที่เงียบสงบกว่าจุดยอดนิยมอย่างทะเลน้อย
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน แล้วมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่พักสงฆ์ถ้ำวังทอง หากใช้ระบบนำทางควรค้นหาชื่อ “ถ้ำวังทอง พนมวังก์ ควนขนุน พัทลุง” และสอบถามเส้นทางย่อยจากคนในพื้นที่เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/c564mGvC7sZ6rpnE6

26. ถ้ำเขานางชี ตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านทุ่งข่า ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน เป็นถ้ำหินปูนที่มีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และความศรัทธาของชุมชน ภายในมีบรรยากาศเย็นสงบและเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้ถ้ำเขานางชีมีความโดดเด่นกว่าถ้ำทั่วไปคือการพบภาพจิตรกรรมโบราณภายในพื้นที่ถ้ำ ซึ่งสะท้อนอิทธิพลศิลปะพม่าสมัยอังวะตอนปลายและมีความสัมพันธ์กับช่วงสมัยอยุธยาตอนกลาง จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าในฐานะแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะควบคู่กับภูมิประเทศถ้ำหินปูน
ภายในถ้ำควรรักษาความสงบและไม่รบกวนค้างคาวหรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ การชมจิตรกรรมควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผนังหรือใช้วิธีใดที่อาจทำให้พื้นผิวเสียหาย เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้มีคุณค่าต่อการศึกษาทางวัฒนธรรมในระยะยาว
ถ้ำเขานางชีเหมาะกับนักเดินทางที่สนใจทั้งถ้ำ ธรณีวิทยา ศิลปะ และประวัติศาสตร์ สามารถจัดเที่ยวร่วมกับถ้ำวังทองและจุดอื่นในตำบลพนมวังก์เพื่อเป็นเส้นทางถ้ำและชุมชนของควนขนุนได้
การเดินทาง: ใช้รถยนต์เข้าสู่หมู่ 4 บ้านทุ่งข่า ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน สามารถค้นหา “ถ้ำเขานางชี พัทลุง” ในระบบนำทาง และใช้องค์การบริหารส่วนตำบลพนมวังก์เป็นจุดอ้างอิงหากต้องสอบถามเส้นทางย่อย
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/CqVaw5bzsEQjyanz6

27. ถ้ำมัจฉาปลาวน เป็นถ้ำธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ตั้งอยู่ในตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร จุดเด่นคือเป็นถ้ำขนาดกลางที่มีหินงอก หินย้อย และแอ่งน้ำภายในซึ่งมีปลาขนาดเล็กว่ายวนอยู่ จนเป็นที่มาของชื่อ “มัจฉาปลาวน”
ภายในถ้ำมีโถงสำคัญหลายส่วนและมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการสะสมตัวของหินปูนตามธรรมชาติ ผู้เข้าชมสามารถเห็นทั้งม่านหินปูน หินงอก หินย้อย และระบบนิเวศน้ำขนาดเล็กภายในถ้ำในพื้นที่เดียวกัน
การเที่ยวถ้ำควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากพื้นบางช่วงอาจเปียกหรือลื่น ควรใช้รองเท้าที่เหมาะสมและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่จับหินงอกหินย้อย ไม่รบกวนค้างคาวหรือสัตว์ภายในถ้ำ และไม่ทิ้งสิ่งของลงในแอ่งน้ำ
ถ้ำมัจฉาปลาวนสามารถเที่ยวร่วมกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผาผึ้ง น้ำตกเหรียงทอง และพื้นที่อื่นของอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่าได้ เหมาะกับการจัดเวลาอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งป่าและถ้ำ
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ไปทางควนขนุนและเขาปู่ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4164 ก่อนเลี้ยวตามป้ายเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เมื่อถึงที่ทำการอุทยานให้เดินทางต่อภายในพื้นที่ประมาณ 2 กิโลเมตร
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/d6YpAkbKJc5LymrXA

28. ถ้ำลำสินธุ์ (ถ้ำพระพุทธวิหาร) ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ เป็นถ้ำธรรมชาติที่มีบทบาทเป็นสถานที่สักการะและปฏิบัติธรรม ภายนอกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ส่วนบริเวณปากถ้ำเป็นโถงกว้างและภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานให้ผู้มาเยือนได้กราบสักการะ
บรรยากาศของสถานที่ค่อนข้างสงบ เหมาะกับการพักจากเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีกิจกรรมมาก ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลานั่งพัก เดินชมภูเขาหินปูน และสัมผัสบรรยากาศของศาสนสถานที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
ถ้ำแห่งนี้ยังสะท้อนรูปแบบการใช้ภูมิประเทศถ้ำหินปูนเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชนภาคใต้ ซึ่งพบได้ในหลายพื้นที่ของพัทลุง การประดิษฐานพระพุทธรูปภายในถ้ำช่วยสร้างความรู้สึกสงบและทำให้พื้นที่มีทั้งคุณค่าด้านธรรมชาติและศาสนา
ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และเดินภายในถ้ำด้วยความระมัดระวัง ถ้ำลำสินธุ์สามารถจัดร่วมกับน้ำตกโตนแพรทองและสถานที่อื่นในตำบลลำสินธุ์เพื่อเป็นเส้นทางธรรมชาติและศาสนสถานในอำเภอศรีนครินทร์ได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายพัทลุง–ตรังเข้าสู่อำเภอศรีนครินทร์และตำบลลำสินธุ์ จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่ 3 โดยค้นหาชื่อ “ถ้ำลำสินธุ์” หรือ “ถ้ำพระพุทธวิหาร” ในระบบนำทาง
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/sZhpiULoN8tQdXB1A

29. อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน ตั้งอยู่บ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางท่ามกลางแนวภูเขาและป่าของเทือกเขาบรรทัด มีพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ และเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีบทบาทสำคัญต่อการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการบรรเทาปัญหาน้ำในพื้นที่
จุดเด่นด้านการท่องเที่ยวคือภูมิทัศน์ของผืนน้ำกว้างที่มีแนวภูเขาเป็นฉากหลัง เหมาะกับการถ่ายภาพ พักผ่อน และชมบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงไม่แรงและผืนน้ำมีสีสวย
บริเวณอ่างมีทางเดินเลียบริมน้ำยาวประมาณ 1,500 เมตรและศาลาพักผ่อนหลายจุด นักท่องเที่ยวสามารถเดินออกกำลังกาย ชมวิว หรือใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ โดยควรรักษาความสะอาดและไม่ลงไปในพื้นที่น้ำที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับกิจกรรม
อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนยังเชื่อมโยงกับภูมิประเทศบ้านโหล๊ะหารและแนวป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มมานิ การเดินทางในพื้นที่ควรเคารพชุมชนและไม่เข้าไปยังพื้นที่ป่าหรือพื้นที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอป่าบอน แล้วมุ่งหน้าไปตำบลทุ่งนารีและบ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด โดยเส้นทางช่วงท้ายผ่านพื้นที่ชนบทและแนวภูเขา
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/iKBEn874pN8VmmtNA

30. อ่างเก็บน้ำป่าพะยอม หรืออ่างเก็บน้ำป่าพะยอมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณบ้านวังเลน ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม เป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญที่เกิดจากเขื่อนดินปิดกั้นคลองป่าพะยอม มีบทบาทต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน และการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด
ภูมิทัศน์ของอ่างประกอบด้วยผืนน้ำกว้างและแนวภูเขาของเทือกเขาบรรทัดเป็นฉากหลัง บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน ชมวิว และถ่ายภาพ โดยเฉพาะวันที่อากาศเปิดซึ่งสามารถเห็นเงาภูเขาสะท้อนบนผิวน้ำได้อย่างชัดเจน
นอกจากคุณค่าด้านการท่องเที่ยวแล้ว อ่างเก็บน้ำยังมีความสำคัญต่อการเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในภาคเกษตรและชุมชน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของแหล่งน้ำที่มีทั้งบทบาทด้านทรัพยากรและการพักผ่อนในพื้นที่เดียวกัน
พื้นที่โดยรอบยังสามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งธรรมชาติของป่าพะยอมและอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จึงเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเที่ยวตอนเหนือของจังหวัดสำหรับผู้ที่ต้องการชมทั้งผืนน้ำ ภูเขา และป่าในวันเดียวกัน
การเดินทาง: ใช้ถนนเพชรเกษมแล้วแยกเข้าสู่ถนนสายป่าพะยอม–ควนดินสอ ระยะทางจากถนนเพชรเกษมถึงอ่างเก็บน้ำประมาณ 16 กิโลเมตร จุดหมายอยู่ในเขตบ้านวังเลน ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/bS6Lkp4KE7BBp2Mb8

31. หาดพัทธทอง หรือที่พบชื่อเรียกอีกแบบว่า “หาดพัดทอง” เป็นพื้นที่พักผ่อนริมทะเลสาบสงขลาในตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนบ้านอาพัด จุดเด่นคือบรรยากาศริมทะเลสาบที่สงบ ร่มรื่น และยังคงลักษณะธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ลมจากทะเลสาบพัดตลอดวัน และสามารถมองเห็นแนวผืนน้ำกว้างได้อย่างชัดเจน
บริเวณชายฝั่งมีพืชน้ำและหญ้าน้ำขึ้นตามธรรมชาติ สะท้อนลักษณะของระบบนิเวศริมทะเลสาบสงขลาที่แตกต่างจากชายหาดริมทะเลทั่วไป พื้นที่ไม่ได้เน้นกิจกรรมทางน้ำขนาดใหญ่ แต่เหมาะกับการนั่งพัก ชมวิว ถ่ายภาพ และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ
บริเวณชายหาดมีพื้นที่สำหรับนั่งปิกนิกและพักผ่อนใต้ร่มไม้ นักท่องเที่ยวสามารถเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเองได้ แต่ควรนำขยะกลับออกจากพื้นที่และหลีกเลี่ยงการทิ้งสิ่งของลงสู่ทะเลสาบ เพื่อรักษาความสะอาดของชายฝั่งและระบบนิเวศโดยรอบ
หาดพัทธทองเหมาะกับการจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับแหลมจองถนนและวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว ทำให้สามารถเที่ยวพื้นที่เขาชัยสนและชายฝั่งทะเลสาบในวันเดียวได้ทั้งมุมธรรมชาติ ชุมชน และประวัติศาสตร์
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปอำเภอเขาชัยสน แล้วเข้าสู่ตำบลจองถนนและพื้นที่บ้านอาพัด เมื่อเข้าใกล้ชายฝั่งควรสอบถามทางเข้าหาดจากคนในชุมชน เนื่องจากบางช่วงเป็นถนนท้องถิ่น
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/cGJ225y8gSTCvjWe8

32. อ่าวบางเตง ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านบางเตง ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน เป็นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาที่มีทิวทัศน์เปิดกว้างและบรรยากาศของชุมชนประมงพื้นบ้าน จุดเด่นคือสามารถชมผืนน้ำ นกน้ำ เรือประมง และวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับทะเลสาบได้ในบริเวณเดียวกัน
อ่าวบางเตงไม่ได้เป็นชายหาดท่องเที่ยวแบบทะเลเปิด แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่มีความสำคัญต่อการทำประมงและการดำรงชีวิตของคนปากพะยูน ความสงบของพื้นที่จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสพัทลุงในมุมของชุมชนริมน้ำมากกว่าการมองหากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
บริเวณอ่าวยังเป็นพื้นที่ที่สามารถพบเห็นนกน้ำและสิ่งมีชีวิตที่ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งหากิน ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวมากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงบนผิวน้ำช่วยสร้างบรรยากาศที่สวยงามสำหรับการถ่ายภาพ
การเที่ยวอ่าวบางเตงสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ริมทะเลสาบในอำเภอปากพะยูน รวมถึงเส้นทางไปเกาะหมากและหมู่เกาะสี่ เกาะห้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการสำรวจพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนกลางอย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่อำเภอปากพะยูน แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลปากพะยูนและหมู่ 3 บ้านบางเตง สามารถใช้สำนักงานเทศบาลตำบลปากพะยูนเป็นจุดอ้างอิงก่อนเข้าสู่พื้นที่ริมอ่าว
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/XpKC5cJWTQ1VXb2f8

33. หาดทอง ตั้งอยู่หมู่ 6 บ้านบางขวน ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน เป็นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาที่มีจุดเด่นด้านทิวทัศน์ผืนน้ำกว้าง ความสงบของชายฝั่ง และการเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางทางเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ในทะเลสาบสงขลา
บรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน รับลม ชมวิว และถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงไม่จัด ผู้มาเยือนจะได้เห็นอีกลักษณะหนึ่งของชายฝั่งพัทลุง ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ชุ่มน้ำของทะเลน้อยและพื้นที่ภูเขาทางด้านตะวันตกของจังหวัด
จากบริเวณหาดสามารถเชื่อมโยงกิจกรรมทางเรือไปยังเกาะราบ หมู่เกาะสี่ เกาะห้า และพื้นที่อื่นของทะเลสาบได้ตามสภาพอากาศและบริการของชุมชน การเดินทางทางเรือควรประสานผู้ให้บริการในพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อกำหนดเส้นทางและเวลาให้เหมาะสม
หาดทองจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวปากพะยูนแบบไม่เร่งรีบและสนใจธรรมชาติของทะเลสาบมากกว่ากิจกรรมชายหาดแบบทะเลเปิด สามารถใช้เป็นจุดพักหรือจุดเริ่มต้นก่อนออกสำรวจเกาะต่าง ๆ ในพื้นที่
การเดินทาง: ใช้รถยนต์เดินทางไปยังหมู่ 6 บ้านบางขวน ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน เมื่อเข้าใกล้พื้นที่สามารถใช้ชื่อบ้านบางขวนหรือหาดทองเป็นจุดหมาย และสอบถามจุดจอดรถหรือจุดติดต่อเรือนำเที่ยวจากชุมชน

34. หาดไข่เต่า ตั้งอยู่บ้านหาดไข่เต่า หมู่ 1 ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว เป็นสถานที่พักผ่อนริมทะเลสาบสงขลาที่โดดเด่นด้วยความสงบและธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวนมาก บริเวณชายฝั่งมีศาลาขนาดเล็กสำหรับนั่งพัก รับลม และชมวิวผืนน้ำได้อย่างสบาย
จากบริเวณหาดสามารถมองเห็นหมู่เกาะสี่ เกาะห้าอยู่กลางทะเลสาบในระยะไกล รอบชายฝั่งมีพืชน้ำขึ้นตามธรรมชาติและมีคลื่นขนาดเล็กจากทะเลสาบ ช่วยสร้างบรรยากาศแตกต่างจากชายหาดริมทะเลอันดามันหรืออ่าวไทยอย่างชัดเจน
หาดไข่เต่าเหมาะกับผู้ที่ชอบสถานที่เงียบ ๆ สำหรับชมวิว ถ่ายภาพ และนั่งพักมากกว่าการทำกิจกรรมทางน้ำ พื้นที่ยังสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนริมทะเลสาบในอำเภอบางแก้ว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการประมงและทรัพยากรทางน้ำมาอย่างยาวนาน
ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด เพราะอากาศเย็นและแสงเหนือทะเลสาบสวยกว่าช่วงกลางวัน หากต้องการต่อทริปสามารถเดินทางไปวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้วหรือแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอบางแก้วได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ลงมาทางใต้ เมื่อถึงแยกบ้านแม่ขรีให้เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4038 ผ่านอำเภอบางแก้ว แล้วเดินทางต่อจนถึงบ้านหาดไข่เต่า ตำบลนาปะขอ
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ZtdmPGgT1BNP1xDD8

35. เกาะแพ ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน เป็นพื้นที่เกาะและชุมชนกลางทะเลสาบสงขลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเรียนรู้วิถีประมง ชุมชนมีความสัมพันธ์กับทะเลสาบอย่างใกล้ชิดทั้งในด้านอาหาร อาชีพ การเดินทาง และรูปแบบการตั้งถิ่นฐาน
จุดเด่นของเกาะแพอยู่ที่วิถีชีวิตมากกว่าสิ่งปลูกสร้างสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถพบเห็นบ้านเรือน ชุมชน มัสยิด ยอประมง เรือพื้นบ้าน การเลี้ยงปลา การเลี้ยงกุ้ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหากินในทะเลสาบ เป็นภาพชีวิตจริงของชุมชนในระบบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
พื้นที่นี้ยังช่วยให้เห็นความหลากหลายของภูมิประเทศพัทลุง นอกจากป่า น้ำตก นาข้าว และทะเลน้อยแล้ว จังหวัดยังมีชุมชนเกาะที่ดำรงชีวิตกับระบบนิเวศของทะเลสาบอย่างต่อเนื่อง การมาเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญกับการเคารพพื้นที่ชุมชนและไม่รบกวนวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
หากต้องการทำกิจกรรมล่องเรือหรือเรียนรู้การประมง ควรติดต่อชุมชนหรือผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนเดินทาง เพื่อให้สามารถกำหนดจุดนัดหมาย เวลา และเส้นทางได้เหมาะสมกับระดับน้ำและสภาพอากาศในวันนั้น
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปยังอำเภอปากพะยูน แล้วต่อเข้าสู่ตำบลเกาะนางคำตามโครงข่ายถนนท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการกิจกรรมทางเรือควรประสานเทศบาลตำบลเกาะนางคำหรือผู้ให้บริการในชุมชนล่วงหน้า
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/LtSnS7X9aWCyqk6NA

36. หมู่เกาะสี่ เกาะห้า เป็นกลุ่มเกาะหินปูนกลางทะเลสาบสงขลาตอนกลางในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่รวมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตลุ่มน้ำไว้ด้วยกันอย่างโดดเด่น ลักษณะเกาะหินปูนที่ตั้งขึ้นจากผืนน้ำทำให้ภูมิทัศน์บริเวณนี้แตกต่างจากพื้นที่อื่นของจังหวัดพัทลุงอย่างชัดเจน
หมู่เกาะมีความสำคัญในฐานะแหล่งรังนกนางแอ่นและมีโพรงถ้ำตามธรรมชาติหลายบริเวณ การเข้าชมบางพื้นที่จึงมีข้อจำกัดและต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ รวมถึงสิทธิการดูแลพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรเดินทางกับผู้ให้บริการหรือชุมชนที่รู้เส้นทางและเงื่อนไขการเข้าพื้นที่อย่างถูกต้อง
อีกหนึ่งจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์คือบริเวณเกาะหน้าเทวดาซึ่งมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. เชื่อมโยงกับการเสด็จประพาสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้การล่องเรือไม่ได้มีเพียงการชมภูมิประเทศ แต่ยังเป็นการเรียนรู้เรื่องราวในอดีตของทะเลสาบสงขลา
เส้นทางเรือยังเปิดโอกาสให้ชมวิถีประมง ชุมชนเกาะ นกน้ำ และระบบนิเวศของทะเลสาบ นักท่องเที่ยวควรเลือกวันที่อากาศดีและตรวจสอบสภาพลมก่อนออกเรือ เนื่องจากการเดินทางทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและอากาศ
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปอำเภอปากพะยูน แล้วเลือกลงเรือจากพื้นที่ปากพะยูน เกาะหมาก หรือชุมชนที่ให้บริการเรือท่องเที่ยว การเดินทางทางเรือจากฝั่งปากพะยูนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดออกเรือและสภาพน้ำ
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/rsBk6C2QB6ak2GoY8

37. วัดตะโหมด ตั้งอยู่ในตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด เป็นวัดสำคัญที่มีบทบาททั้งด้านพระพุทธศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน จุดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงอาคารศาสนสถาน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และองค์กรท้องถิ่นของตะโหมดอย่างชัดเจน
ภายในมีพระอุโบสถและศาลาที่ตกแต่งด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมไทย รวมถึงวิหารพ่อท่านช่วย อินฺทสโร เจ้าอาวาสองค์แรกซึ่งเป็นพระที่ชาวตะโหมดให้ความเคารพ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมที่ช่วยรวบรวมเรื่องราวของชุมชนไว้ภายในบริเวณวัด
วัดตะโหมดยังเกี่ยวข้องกับแนวคิด “สภาลานวัดตะโหมด” ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้พื้นที่วัดเป็นเวทีของชุมชนในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันแก้ปัญหาท้องถิ่น ทำให้วัดมีบทบาทมากกว่าศาสนสถานและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาชุมชน
ผู้ที่สนใจเรียนรู้ตะโหมดในมุมลึกควรเที่ยววัดร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด เพราะสองพื้นที่ช่วยอธิบายทั้งมิติศาสนา ประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน และความสัมพันธ์ของผู้คนในท้องถิ่นได้ครบถ้วนมากขึ้น
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปยังอำเภอตะโหมด แล้วเข้าสู่ตำบลตะโหมดตามถนนสายหลักของอำเภอ การใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถเที่ยวต่อไปยังศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมดหรือแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/ucfNJCQkFvXT8B9B9

38. เขาหลักโค เป็นภูเขาหินปูนในตำบลนาโหนด อำเภอเมืองพัทลุง มีความสูงประมาณ 200–250 เมตร และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนบ้านหัวหมอนและวัดหัวหมอนมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันบริเวณเขามีสำนักสงฆ์และพื้นที่ปฏิบัติธรรมท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น
ลักษณะภูเขาหินปูนและต้นไม้ที่ปกคลุมโดยรอบช่วยสร้างบรรยากาศสงบเหมาะกับการพักใจ ไหว้พระ และเดินชมธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการสถานที่คึกคักสามารถใช้เวลาอยู่บริเวณนี้อย่างเรียบง่าย พร้อมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ศาสนา และชุมชน
เขาหลักโคยังมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของชุมชนเก่าในตำบลนาโหนด ทำให้สถานที่มีคุณค่าทั้งในมิติธรรมชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การเดินทางมาเที่ยวจึงเหมาะกับผู้ที่สนใจพื้นที่นอกเส้นทางยอดนิยมและต้องการรู้จักพัทลุงในระดับชุมชน
เนื่องจากเป็นพื้นที่สำนักสงฆ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่เข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติธรรมที่มีข้อจำกัดโดยไม่ได้รับอนุญาต หากเดินเส้นทางธรรมชาติควรใช้รองเท้าที่เหมาะสมโดยเฉพาะหลังฝนตก
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางเข้าสู่ตำบลนาโหนด อำเภอเมืองพัทลุง แล้วต่อไปยังพื้นที่บ้านหัวหมอนหรือบ้านเขาหลักโคตามถนนท้องถิ่น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/zy2sT4kSHwBdtrKL9

39. น้ำตกลาดเตย ตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านโหล๊ะบ้า ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด ภายในแนวพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีลำธาร แก่งหิน และพื้นที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวและผู้ที่ต้องการเล่นน้ำในบรรยากาศป่าเขา
ลักษณะของลำธารมีแก่งหินและจุดน้ำตื้นหลายบริเวณ ในช่วงที่ระดับน้ำปกติกระแสน้ำไม่แรงมาก ทำให้มีพื้นที่สำหรับแช่น้ำและนั่งพักตามสองฝั่งลำธาร อย่างไรก็ตามทุกครั้งควรตรวจสอบสภาพน้ำก่อนลงเล่น โดยเฉพาะในฤดูฝน
ต้นไม้และป่าที่ปกคลุมพื้นที่ช่วยให้บริเวณน้ำตกมีความร่มเย็นตลอดวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกจุดพักตามแนวลำธารและใช้เวลากับธรรมชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นน้ำตกในระยะไกล จึงเหมาะกับทริปแบบครอบครัวมากกว่าน้ำตกบางแห่งที่ต้องเดินป่าหนัก
ช่วงฝนตกหนักควรระวังระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากพื้นที่ต้นน้ำของเทือกเขาบรรทัด หากพบว่าน้ำขุ่น กระแสน้ำแรง หรือมีฝนตกต่อเนื่อง ควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำในพื้นที่
การเดินทาง: จากที่ว่าการอำเภอตะโหมดเดินทางไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตรเข้าสู่หมู่ 4 บ้านโหล๊ะบ้า ตำบลคลองใหญ่ หากเดินทางจากตัวเมืองพัทลุงให้มุ่งหน้าไปอำเภอตะโหมดก่อนแล้วต่อเข้าสู่ตำบลคลองใหญ่
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/JqLfk8tj3dQNpC3t7

40. วัดวัง เป็นปูชนียสถานและโบราณสถานสำคัญของเมืองพัทลุง ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6–7 กิโลเมตร วัดมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์เมืองลำปำและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้เห็นความรุ่งเรืองของพัทลุงในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
วัดเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุง จึงมีบทบาทเชื่อมโยงกับระบบการปกครองในอดีต ภายในยังมีงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูปปูนปั้น เจดีย์ และธรรมาสน์ลายทองที่สะท้อนฝีมือช่างและศิลปกรรมของท้องถิ่น
จิตรกรรมและองค์ประกอบภายในวัดเป็นส่วนสำคัญที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างละเอียด เพราะช่วยสะท้อนทั้งเรื่องพุทธศาสนา ความเชื่อ และรูปแบบศิลปกรรมของเมืองพัทลุงในอดีต ผู้มาเยือนควรรักษาความสงบและหลีกเลี่ยงการสัมผัสจิตรกรรมหรือโบราณวัตถุ
วัดวังตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกับวังเจ้าเมืองพัทลุงและหาดแสนสุขลำปำ จึงเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบครึ่งวัน ก่อนเดินทางไปพักผ่อนริมทะเลสาบในช่วงเย็น
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ถนนอภัยอภิรักษ์หรือทางหลวงหมายเลข 4047 มุ่งหน้าไปตำบลลำปำประมาณ 6 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางขวาก่อนถึงวังเจ้าเมืองพัทลุง ผู้เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงสถานีพัทลุงแล้วต่อรถรับจ้างมายังลำปำได้
Map (GPS): https://maps.app.goo.gl/P8sN69Fouk6KcLeh8
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| จังหวัด | พัทลุง ภาคใต้ ประเทศไทย จังหวัดที่มีภูมิประเทศเชื่อมต่อระหว่างแนวเทือกเขาบรรทัด ที่ราบเกษตรกรรม พื้นที่ชุ่มน้ำ และทะเลสาบสงขลา |
| ภาพรวมการท่องเที่ยว | พัทลุงโดดเด่นด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย คลองปากประและยอยักษ์ ภูเขาหินปูน น้ำตกตามแนวเทือกเขาบรรทัด ถ้ำ อ่างเก็บน้ำ ชุมชนริมทะเลสาบ วัดเก่าแก่ หนังตะลุง โนรา งานหัตถกรรมกระจูด วิถีเกษตร และอาหารพื้นบ้าน เหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติ ถ่ายภาพ เดินป่า เล่นน้ำ เรียนรู้วัฒนธรรม เที่ยวชุมชน และท่องเที่ยวแบบครอบครัว |
| Top 10 ที่เที่ยวเด่น | 1. ทะเลน้อย 2. เขาอกทะลุ 3. วัดคูหาสวรรค์ 4. น้ำตกไพรวัลย์ 5. คลองปากประ 6. อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า 7. แก่งน้ำหูแร่ หรือแอ่งน้ำหูแร่ 8. ถ้ำสุมโน หรือวัดถ้ำสุมะโน 9. วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว 10. นาโปแก |
| อำเภอเมืองพัทลุง | 1. เขาอกทะลุ 2. วัดคูหาสวรรค์ 3. หอศิลป์หนังตะลุง 4. หาดแสนสุขลำปำ 5. เขาหลักโค 6. วัดวัง |
| อำเภอควนขนุน | 1. ทะเลน้อย 2. คลองปากประ 3. นาโปแก 4. ถ้ำวังทอง 5. ถ้ำเขานางชี |
| อำเภอกงหรา | 1. น้ำตกไพรวัลย์ 2. น้ำตกมโนราห์ 3. น้ำตกไร่เหนือ 4. น้ำตกบ้านคลองหวะหลัง (น้ำตกนกรำ) 5. น้ำตกน่านหลูด (น้ำตกหนานหรูด) |
| อำเภอศรีนครินทร์ | 1. ถ้ำสุมโน หรือวัดถ้ำสุมะโน 2. น้ำตกเขาคราม 3. น้ำตกโตนแพรทอง 4. ถ้ำลำสินธุ์ (ถ้ำพระพุทธวิหาร) |
| อำเภอศรีบรรพต | 1. อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า 2. น้ำตกเหรียงทอง 3. ถ้ำมัจฉาปลาวน |
| อำเภอเขาชัยสน | 1. วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว 2. แหลมจองถนน 3. หาดพัทธทอง |
| อำเภอบางแก้ว | 1. แก่งน้ำหูแร่ หรือแอ่งน้ำหูแร่ 2. ศูนย์ศิลปหัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว 3. หาดไข่เต่า |
| อำเภอตะโหมด | 1. ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด 2. วัดตะโหมด 3. น้ำตกลาดเตย |
| อำเภอป่าบอน | 1. ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหาร 2. สวนสละลุงถัน 3. อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน |
| อำเภอป่าพะยอม | 1. อ่างเก็บน้ำป่าพะยอม |
| อำเภอปากพะยูน | 1. อ่าวบางเตง 2. หาดทอง 3. เกาะแพ 4. หมู่เกาะสี่ เกาะห้า |
| พื้นที่ชุ่มน้ำ ทะเลสาบ และวิถีประมง | 1. ทะเลน้อย – ทะเลบัว นกน้ำ ควายน้ำ และกระจูด 2. คลองปากประ – ยอยักษ์และวิถีประมงพื้นบ้าน 3. หาดแสนสุขลำปำ – สวนสาธารณะและวิวทะเลสาบสงขลา 4. แหลมจองถนน – ชุมชนประมงและยอริมทะเลสาบ 5. หาดพัทธทอง – พื้นที่พักผ่อนริมทะเลสาบ 6. อ่าวบางเตง – ชุมชนและนกน้ำบริเวณปากพะยูน 7. หาดทอง – จุดพักผ่อนและเชื่อมต่อเส้นทางเรือ 8. หาดไข่เต่า – จุดชมทะเลสาบและหมู่เกาะ 9. เกาะแพ – วิถีชุมชนกลางทะเลสาบ 10. หมู่เกาะสี่ เกาะห้า – หมู่เกาะหินปูนกลางทะเลสาบสงขลา |
| ป่า ภูเขา และน้ำตก | 1. เขาอกทะลุ 2. อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า 3. เขาหลักโค 4. น้ำตกไพรวัลย์ 5. น้ำตกมโนราห์ 6. น้ำตกไร่เหนือ 7. น้ำตกบ้านคลองหวะหลัง 8. น้ำตกน่านหลูด 9. น้ำตกเหรียงทอง 10. น้ำตกเขาคราม 11. น้ำตกโตนแพรทอง 12. น้ำตกลาดเตย |
| ถ้ำและภูเขาหินปูน | 1. เขาอกทะลุ 2. วัดคูหาสวรรค์ 3. ถ้ำสุมโน หรือวัดถ้ำสุมะโน 4. ถ้ำวังทอง 5. ถ้ำเขานางชี 6. ถ้ำมัจฉาปลาวน 7. ถ้ำลำสินธุ์ หรือถ้ำพระพุทธวิหาร |
| วัด ประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน | 1. วัดคูหาสวรรค์ 2. วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว 3. วัดตะโหมด 4. วัดวัง 5. ถ้ำเขานางชี – มีคุณค่าด้านจิตรกรรมและศิลปกรรมโบราณ 6. ถ้ำลำสินธุ์ – ศาสนสถานภายในถ้ำธรรมชาติ |
| ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา | 1. หอศิลป์หนังตะลุง – เรียนรู้หนังตะลุง งานแกะหนัง และการแสดง 2. ศูนย์ศิลปหัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว – งานแกะรูปหนังตะลุงและงานหัตถกรรม 3. ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด – ประวัติศาสตร์และวิถีชุมชน 4. นาโปแก – วิถีทำนาและเกษตรกรรมพื้นบ้าน 5. สวนสละลุงถัน – ภูมิปัญญาการปลูกสละและเกษตรเชิงเรียนรู้ |
| ชุมชนและวิถีชีวิต | 1. ทะเลน้อย – ชุมชนพื้นที่ชุ่มน้ำ การประมง และหัตถกรรมกระจูด 2. คลองปากประ – วิถีชาวประมงและยอยักษ์ 3. แหลมจองถนน – ชุมชนประมงริมทะเลสาบ 4. ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหาร – เรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์ด้วยความเคารพ 5. เกาะแพ – ชุมชนประมงกลางทะเลสาบสงขลา 6. ตะโหมด – ชุมชนไทยพุทธและไทยมุสลิมที่มีวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้มแข็ง |
| ท่องเที่ยวเชิงเกษตร | 1. นาโปแก – เรียนรู้วิถีนาข้าวพัทลุง 2. สวนสละลุงถัน – เรียนรู้การปลูก ดูแล และผสมเกสรสละ 3. ชุมชนรอบทะเลน้อย – งานจักสานและผลิตภัณฑ์จากกระจูด |
| กิจกรรมเด่น | 1. ล่องเรือชมทะเลบัว นกน้ำ และควายน้ำที่ทะเลน้อย 2. ล่องเรือชมยอยักษ์และพระอาทิตย์ขึ้นที่คลองปากประ 3. เดินขึ้นเขาอกทะลุชมวิวเมืองพัทลุง 4. เดินป่าและศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า 5. เล่นน้ำตามน้ำตกและลำธารในกงหรา ศรีนครินทร์ และตะโหมด 6. เที่ยวถ้ำและชมภูมิประเทศหินปูน 7. เรียนรู้การแกะหนังตะลุง 8. เที่ยวสวนและเรียนรู้การเกษตร 9. ล่องเรือชมหมู่เกาะสี่ เกาะห้าและวิถีทะเลสาบสงขลา |
| อาหารพื้นถิ่นที่ควรลอง | ข้าวสังข์หยดพัทลุง แกงส้มปักษ์ใต้ คั่วกลิ้ง แกงไตปลา น้ำพริกกับผักเหนาะ ปลาดุกร้า อาหารจากปลาทะเลสาบ เมนูพื้นบ้านจากผักท้องถิ่น และผลไม้จากสวนในพื้นที่ โดยเฉพาะสละจากอำเภอป่าบอน |
| วัฒนธรรมสำคัญ | พัทลุงมีชื่อเสียงด้านโนรา หนังตะลุง งานแกะรูปหนัง การจักสานกระจูด และวิถีเกษตรกรรม ชุมชนรอบทะเลสาบมีวัฒนธรรมประมงที่สัมพันธ์กับระดับน้ำและฤดูกาล ขณะที่พื้นที่ตะโหมดและปากพะยูนสะท้อนการอยู่ร่วมกันของชุมชนไทยพุทธและไทยมุสลิม |
| ประเพณีและกิจกรรมวัฒนธรรมเด่น | 1. การแสดงโนราและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับครูโนรา 2. การแสดงหนังตะลุงและการสืบทอดงานช่างแกะรูปหนัง 3. ประเพณีและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามวัดสำคัญของจังหวัด 4. กิจกรรมและวิถีชุมชนมุสลิมในตะโหมด ปากพะยูน และพื้นที่ริมทะเลสาบ 5. งานหัตถกรรมกระจูดของชุมชนทะเลน้อย |
| เหมาะสำหรับ | ครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน ช่างภาพ นักดูนก ผู้ชื่นชอบธรรมชาติ นักเดินป่า ผู้สนใจวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสายชุมชน ผู้สนใจอาหารใต้ และผู้ที่ต้องการเที่ยวภาคใต้ในบรรยากาศสงบโดยไม่เน้นทะเลเปิดหรือเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ |
| การเดินทางมายังพัทลุง | พัทลุงเดินทางได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร และรถไฟสายใต้ โดยมีสถานีรถไฟพัทลุงเป็นสถานีหลักของจังหวัด หากเดินทางโดยเครื่องบินสามารถเลือกสนามบินใกล้เคียงแล้วต่อรถเข้าพัทลุง เช่น สนามบินตรังหรือสนามบินหาดใหญ่ การเลือกรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะช่วยให้เดินทางต่อไปยังอำเภอต่าง ๆ ได้สะดวกที่สุด |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ ส่วนทะเลน้อย คลองปากประ หมู่เกาะสี่ เกาะห้า และกิจกรรมในทะเลสาบต้องใช้เรือท้องถิ่นหรือบริการจากชุมชนตามเส้นทาง |
| แผนเที่ยว 1 วัน | ช่วงเช้ามืด: คลองปากประ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและยอยักษ์ ช่วงเช้า: ทะเลน้อย ล่องเรือชมบัว นกน้ำ และควายน้ำ ช่วงสาย–บ่าย: นาโปแก ช่วงบ่าย: วัดคูหาสวรรค์หรือเขาอกทะลุ ช่วงเย็น: หาดแสนสุขลำปำ |
| แผนเที่ยว 2 วัน | Day 1: คลองปากประ – ทะเลน้อย – นาโปแก – ตัวเมืองพัทลุง – หาดแสนสุขลำปำ Day 2: เลือกโซนกงหราไปน้ำตกไพรวัลย์–น้ำตกมโนราห์ หรือเลือกเขาชัยสน–บางแก้ว ไปวัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว–แก่งน้ำหูแร่–แหลมจองถนน |
| แผนเที่ยว 3 วัน | Day 1: คลองปากประ – ทะเลน้อย – นาโปแก Day 2: เขาอกทะลุ – วัดคูหาสวรรค์ – หอศิลป์หนังตะลุง – วัดวัง – หาดแสนสุขลำปำ Day 3: เลือกสายธรรมชาติ น้ำตกไพรวัลย์–น้ำตกมโนราห์–ถ้ำสุมโน หรือเลือกเส้นทางเขาชัยสน–บางแก้ว–ทะเลสาบ |
| แผนเที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า น้ำตกเหรียงทอง ถ้ำมัจฉาปลาวน ป่าพะยอม ตะโหมด ป่าบอน หรือปากพะยูน หากสนใจชุมชนและทะเลสาบควรเพิ่มเกาะแพและหมู่เกาะสี่ เกาะห้า ส่วนสายธรรมชาติสามารถเพิ่มน้ำตกเขาคราม น้ำตกโตนแพรทอง และน้ำตกลาดเตย |
| ผู้ที่เน้นธรรมชาติ | ควรเลือกทะเลน้อย คลองปากประ อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า น้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกมโนราห์ น้ำตกเขาคราม อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน และอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม |
| ผู้ที่เน้นวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ | ควรเลือกวัดคูหาสวรรค์ วัดวัง วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว หอศิลป์หนังตะลุง ศูนย์ศิลปหัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด และวัดตะโหมด |
| ผู้ที่ชอบถ่ายภาพ | คลองปากประเหมาะกับพระอาทิตย์ขึ้นและยอยักษ์ ทะเลน้อยเหมาะกับบัว นกน้ำ และควายน้ำ เขาอกทะลุเหมาะกับวิวเมือง ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน อ่าวบางเตง แหลมจองถนน หาดไข่เต่า และหมู่เกาะสี่ เกาะห้าเหมาะกับภาพผืนน้ำและภูมิประเทศริมทะเลสาบ |
| ช่วงเหมาะกับทะเลน้อยและคลองปากประ | ควรออกเที่ยวตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยคลองปากประเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนทะเลน้อยควรลงเรือในช่วงเช้าที่อากาศไม่ร้อน ดอกบัวเปิด และมีโอกาสพบกิจกรรมของนกน้ำและควายน้ำได้มากกว่าในช่วงกลางวัน |
| สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเที่ยวทะเลสาบและลงเรือ | พยากรณ์อากาศ ฝน ลม ระดับน้ำ รอบเรือ จุดลงเรือ เวลาพระอาทิตย์ขึ้น และสภาพพื้นที่ในวันเดินทาง การไปหมู่เกาะสี่ เกาะห้าหรือพื้นที่กลางทะเลสาบควรติดต่อผู้ให้บริการเรือในชุมชนล่วงหน้า |
| ข้อควรระวังน้ำตก ลำธาร และถ้ำ | หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำเมื่อฝนตกหนัก น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น หรือกระแสน้ำแรง เพราะพื้นที่ต้นน้ำบนเทือกเขาบรรทัดอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ควรสวมรองเท้ากันลื่นเมื่อเดินน้ำตกหรือถ้ำ ไม่จับหินงอกหินย้อย และไม่เดินออกนอกเส้นทางโดยไม่ทราบสภาพพื้นที่ |
| ข้อควรปฏิบัติเมื่อเยี่ยมชุมชนมานิ | ควรประสานชุมชนหรือผู้ดูแลก่อนเข้าเยี่ยม ไม่เข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยโดยพลการ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล ไม่แจกสิ่งของโดยขาดการประสาน และใช้คำว่า “มานิ” ในการกล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเหมาะสม การเยี่ยมชมควรเน้นการเรียนรู้โดยเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของชุมชน |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บพืชหรือสิ่งมีชีวิตออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนถ้ำหรือโบราณสถาน เคารพพื้นที่ศาสนาและชุมชน ลดการใช้พลาสติก และสนับสนุนสินค้า อาหาร งานหัตถกรรม รวมถึงบริการจากคนในพื้นที่ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวพัทลุงครั้งแรกควรเริ่มจากที่ไหน?
ตอบ: ควรเริ่มจากทะเลน้อย คลองปากประ เขาอกทะลุ และวัดคูหาสวรรค์ เพราะเป็นสถานที่ที่สะท้อนตัวตนของพัทลุงได้ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม หากมีเวลาเพิ่มจึงค่อยเลือกน้ำตก วัด หรือชุมชนในอำเภออื่นตามเส้นทาง
ถาม: ถ้ามีพัทลุงเพียง 1 วันควรเที่ยวเส้นทางไหน?
ตอบ: เริ่มก่อนพระอาทิตย์ขึ้นที่คลองปากประ ต่อด้วยล่องเรือทะเลน้อย แวะนาโปแกช่วงสายหรือบ่าย จากนั้นกลับเข้าเมืองเที่ยววัดคูหาสวรรค์หรือเขาอกทะลุ และปิดท้ายช่วงเย็นที่หาดแสนสุขลำปำ
ถาม: ถ้ามีเวลา 2–3 วันควรแบ่งเที่ยวพัทลุงอย่างไร?
ตอบ: วันแรกเที่ยวควนขนุนและทะเลน้อย วันที่สองเที่ยวตัวเมืองและลำปำ ส่วนวันที่สามเลือกกงหรา ศรีนครินทร์ เขาชัยสน บางแก้ว หรือศรีบรรพตตามความสนใจ การแบ่งเที่ยวตามโซนช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้มีเวลาในแต่ละสถานที่มากขึ้น
ถาม: ที่เที่ยวธรรมชาติพัทลุงมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นมีทั้งทะเลน้อย คลองปากประ อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เขาอกทะลุ น้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกมโนราห์ น้ำตกเขาคราม ถ้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา จึงสามารถเที่ยวธรรมชาติได้หลากหลายโดยไม่ต้องพึ่งแหล่งท่องเที่ยวทะเลเปิด
ถาม: พัทลุงมีที่เที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: สถานที่เด่น ได้แก่ หอศิลป์หนังตะลุง ศูนย์ศิลปหัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว วัดวัง วัดตะโหมด และวัดคูหาสวรรค์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจทั้งหนังตะลุง งานช่าง ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชุมชน
ถาม: พัทลุงเหมาะกับเที่ยวแบบครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ เพราะมีทั้งพื้นที่พักผ่อนริมทะเลสาบ แหล่งเรียนรู้ทางเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่เข้าถึงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อพาเด็กไปน้ำตก ลำคลอง อ่างเก็บน้ำ หรือบริเวณริมทะเลสาบควรดูแลอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบสภาพน้ำก่อนทุกครั้ง
ถาม: เดินทางเที่ยวพัทลุงด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกหรือไม่?
ตอบ: รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ ส่วนการเดินทางไปทะเลน้อย คลองปากประ หรือหมู่เกาะกลางทะเลสาบอาจต้องต่อเรือจากชุมชนหรือผู้ให้บริการในพื้นที่
ถาม: หากต้องการถ่ายภาพธรรมชาติในพัทลุงควรไปที่ไหน?
ตอบ: คลองปากประเหมาะกับภาพพระอาทิตย์ขึ้นและยอยักษ์ ทะเลน้อยเหมาะกับทะเลบัว นกน้ำ และควายน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน อ่างเก็บน้ำป่าพะยอม แหลมจองถนน หาดไข่เต่า อ่าวบางเตง และหมู่เกาะสี่ เกาะห้าเหมาะกับภาพภูเขา ผืนน้ำ และวิถีริมทะเลสาบ
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



