หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.ควนขนุน >ต.ทะเลน้อย > ทะเลน้อย
TL;DR: ทะเลน้อย อยู่ที่พื้นที่ตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 93150 เปิดทุกวัน เวลา สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 08.30 – 16.30 น. /.
ทะเลน้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 08.30 – 16.30 น. / กิจกรรมเรือนำเที่ยวแนะนำช่วง 05.30 – 17.00 น.
ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับประเทศ ตั้งอยู่ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บริเวณพื้นที่ตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ พื้นที่ผืนน้ำประมาณ 28–30 ตารางกิโลเมตร เชื่อมต่อกับระบบทะเลสาบสงขลาผ่านคลองนางเรียม ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้มีทั้งทะเลบัวสีชมพูยามเช้า นกน้ำนานาชนิด ควายน้ำ วิถีประมงพื้นบ้าน ดงกระจูด ป่าพรุ และชุมชนที่พึ่งพาระบบน้ำมาอย่างยาวนาน จึงเป็นจุดหมายที่ไม่ได้มีดีเฉพาะความสวยงาม แต่ยังมีคุณค่าในด้านนิเวศวิทยา วิถีชีวิต และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้
ทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2518 และนับเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช มีขนาดประมาณ 285,625 ไร่ โดยส่วนที่เป็นผืนน้ำทะเลน้อยเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับนกน้ำ สัตว์น้ำจืด พืชน้ำ และชุมชนรอบทะเลสาบ ผู้คนจึงมักเรียกพื้นที่นี้ว่า “อุทยานนกน้ำทะเลน้อย” แม้ชื่อทางการคือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
ความสำคัญระดับนานาชาติของทะเลน้อยอยู่ที่พื้นที่พรุควนขี้เสียนภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์ แห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 พื้นที่แรมซาร์ไซต์ส่วนนี้มีเนื้อที่ประมาณ 3,085 ไร่ เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งทำรังของนกน้ำจำนวนมาก การเป็นแรมซาร์ไซต์ทำให้ทะเลน้อยมีสถานะมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการดูแล รักษา และใช้ประโยชน์อย่างสมดุลตามหลักพื้นที่ชุ่มน้ำสากล
ภาพจำสำคัญที่สุดของทะเลน้อยคือทะเลบัวยามเช้า ดอกบัวสายสีชมพูจะค่อย ๆ บานรับแสงอ่อนในช่วงเช้าตรู่ พื้นน้ำกว้างใหญ่กลายเป็นผืนสีชมพูสลับกับใบเขียวและเงาสะท้อนของท้องฟ้า ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับชมบัวคือช่วงเช้า โดยควรออกเรือตั้งแต่ประมาณ 05.30 – 06.30 น. และชมให้เสร็จก่อนสาย เพราะดอกบัวจะเริ่มหุบเมื่อแดดแรงขึ้น ฤดูกาลชมบัวเด่นอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงประมาณตุลาคม โดยช่วงที่นิยมมากคือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เนื่องจากท้องฟ้าโปร่ง แสงสวย และบัวบานหนาแน่นในหลายพื้นที่ของทะเลน้อย
การล่องเรือเป็นกิจกรรมหลักของทะเลน้อย เรือจะพานักท่องเที่ยวออกจากจุดลงเรือใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยหรือตามท่าเรือชุมชน เพื่อชมทุ่งบัว นกน้ำ ควายน้ำ และภูมิทัศน์ทะเลสาบ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงตามเส้นทางที่เลือก เส้นทางสั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมบัวและนกน้ำเป็นหลัก ส่วนเส้นทางยาวสามารถเชื่อมไปชมควายน้ำใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย และบางเส้นทางสามารถเชื่อมกับฝั่งปากประเพื่อชมยอยักษ์ วิถีประมง และแสงแรกเหนือคลองปากประได้ด้วย
ทะเลน้อยเป็นสวรรค์ของผู้ชอบดูนก เพราะเป็นพื้นที่อาศัยของนกน้ำทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ เช่น นกอีโก้ง นกพริก นกปากห่าง นกกาบบัว นกกระสาแดง นกกระยาง และนกน้ำอีกหลายชนิด ช่วงที่นกชุกชุมเด่นอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน โดยเฉพาะช่วงปลายฝนถึงหน้าแล้งที่นกอพยพจากพื้นที่หนาวเข้ามาใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งอาหารและพักพิง การชมควรใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องถ่ายภาพระยะไกล ไม่ควรเข้าใกล้รังนก ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ขอให้คนขับเรือเข้าไปประชิดฝูงนกมากเกินไป
นกกาบบัวเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย นกชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ปากยาวแข็งแรง และมีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเมื่อบินหรือยืนอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ทะเลน้อยมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์นกกาบบัว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการฟื้นฟูและปล่อยนกคืนถิ่น รวมทั้งเป็นจุดที่พบการจับคู่และทำรังในช่วงฤดูที่เหมาะสม การได้เห็นนกกาบบัวในพื้นที่ธรรมชาติจริงจึงเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนความสำเร็จของงานอนุรักษ์และการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งภาพที่ทำให้ทะเลน้อยแตกต่างจากพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วไปคือ “ควายน้ำ” หรือควายปลักของชาวบ้านที่ลงหากินในพื้นที่น้ำตื้นและทุ่งหญ้าริมทะเลสาบ ภาพควายน้ำยืนแช่น้ำ ว่ายน้ำ หรือกินหญ้าท่ามกลางทุ่งบัวและทุ่งหญ้าทำให้ทะเลน้อยมีเอกลักษณ์ทั้งด้านธรรมชาติและวิถีเกษตร ช่วงที่พบเห็นควายน้ำได้เด่นมักอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สะพานเอกชัยและพื้นที่ชุ่มน้ำรอบทะเลน้อย นักท่องเที่ยวควรชมจากระยะที่เหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหาร และไม่เข้าไปใกล้ฝูงควายโดยไม่มีคนท้องถิ่นดูแล
สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือที่นิยมเรียกว่าสะพานเอกชัย เป็นถนนยกระดับที่ทอดผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำและเชื่อมพื้นที่พัทลุงกับสงขลา เส้นทางนี้เป็นจุดชมวิวสำคัญของทะเลน้อย เพราะสามารถเห็นผืนน้ำ ทุ่งหญ้า ป่าพรุ ควายน้ำ และภูมิทัศน์ทะเลสาบในมุมกว้าง บางช่วงมีจุดจอดพักรถให้นักท่องเที่ยวหยุดชมวิวได้ แต่ควรจอดในจุดที่ปลอดภัยเท่านั้น ไม่จอดกีดขวางทางจราจร และไม่ลงไปในพื้นที่ชุ่มน้ำโดยพลการ
ทะเลน้อยยังเป็นพื้นที่ของพืชน้ำและพืชเศรษฐกิจชุมชนหลายชนิด นอกจากบัวสาย บัวหลวง บัวเผื่อน และบัวบาแล้ว ยังมีกระจูดที่ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำและถูกนำมาใช้ทำหัตถกรรม เช่น เสื่อ กระเป๋า หมวก และของใช้ต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์กระจูดของชุมชนทะเลน้อยเป็นของฝากสำคัญที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ นักท่องเที่ยวที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนจึงช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและช่วยให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำต่อไป
หมู่บ้านทะเลน้อยเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับน้ำ คนในพื้นที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ทำผลิตภัณฑ์กระจูด แปรรูปอาหารพื้นถิ่น และให้บริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมชุมชน เลือกซื้อของฝาก ชิมอาหารท้องถิ่น และเรียนรู้ว่าชีวิตของผู้คนรอบทะเลน้อยปรับตัวอยู่กับฤดูกาล น้ำ นก ปลา บัว และกระจูดอย่างไร การท่องเที่ยวที่ดีควรสนับสนุนร้านค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง และควรเคารพพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
ด้านอาหาร ทะเลน้อยมีเมนูท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับระบบน้ำและวิถีชุมชน เช่น ปลาดุกร้า ปลาน้ำจืดจากพื้นที่ทะเลสาบ แกงส้มปลาพื้นบ้าน เมนูสายบัว และอาหารใต้รสจัด ร้านอาหารรอบทะเลน้อยและปากประหลายแห่งใช้วัตถุดิบจากชุมชนและมีบรรยากาศริมน้ำ ทำให้มื้ออาหารหลังล่องเรือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงการแวะรับประทานอาหารระหว่างทาง
การเดินทางมาเที่ยวทะเลน้อยควรเริ่มวางแผนจากจุดลงเรือ หากต้องการชมบัวและนกน้ำโดยตรง ให้ใช้จุดลงเรือทะเลน้อยใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นหลัก หากต้องการชมแสงแรกกับยอยักษ์ก่อนแล้วล่องต่อมายังทะเลน้อย สามารถเลือกลงเรือจากท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู เส้นทางจากปากประจะได้บรรยากาศของคลองปากประ ยอยักษ์ ลากูน และทะเลน้อยในทริปเดียว แต่ใช้เวลาและค่าเรือมากกว่าเส้นทางชมบัวจากท่าเรือทะเลน้อยโดยตรง
ค่าเรือจากจุดลงเรือทะเลน้อยสำหรับชมบัวและนกน้ำโดยทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 450 บาทต่อลำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และรองรับผู้โดยสารได้หลายคนตามขนาดเรือ ส่วนเส้นทางจากปากประไปทะเลน้อยหรือเส้นทางที่รวมยอยักษ์ สะพานเอกชัย ควายน้ำ และทะเลบัว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000–1,200 บาทต่อลำ นักท่องเที่ยวควรสอบถามราคา จำนวนผู้โดยสาร จุดขึ้นเรือ เสื้อชูชีพ และเส้นทางให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง
ช่วงเวลาน่าเที่ยวของทะเลน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการชม หากต้องการชมทะเลบัวและถ่ายภาพแสงเช้า ควรมาในช่วงเช้าตรู่และเน้นฤดูที่บัวบาน หากต้องการดูนกอพยพควรเลือกช่วงตุลาคมถึงเมษายน หากต้องการชมควายน้ำควรพิจารณาช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบทั่วไปสามารถมาได้ตลอดปี โดยตรวจสภาพอากาศและเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดดแรง ลมแรง และคลื่นในผืนน้ำ
การล่องเรือในพื้นที่ชุ่มน้ำควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ผู้โดยสารควรสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา ระวังกล้องและโทรศัพท์เปียกน้ำ เตรียมถุงกันน้ำสำหรับของสำคัญ และปฏิบัติตามคำแนะนำของคนขับเรือ หากมีลมแรง ฝนตก หรือคลื่นในทะเลสาบสูง ควรเลื่อนการล่องเรือหรือเลือกชมจากจุดปลอดภัยบนฝั่ง การเดินทางกับธรรมชาติควรยืดหยุ่นตามสภาพอากาศมากกว่าฝืนแผนเดิม
มารยาทในการท่องเที่ยวทะเลน้อยสำคัญมาก เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และพื้นที่ทำกินของชุมชน ไม่ควรทิ้งขยะลงน้ำ ไม่เด็ดดอกบัว ไม่จับนก ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดังใกล้แหล่งนกทำรัง ไม่ขับเรือเข้าไปประชิดฝูงนกหรือควายน้ำ และไม่เข้าไปในพื้นที่ป่าพรุหรือพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต การเที่ยวอย่างระมัดระวังจะช่วยให้ทะเลน้อยยังคงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
นักถ่ายภาพควรเตรียมกล้องให้พร้อมก่อนเรือออก เพราะแสงสวยในช่วงเช้ามีเวลาสั้น ควรใช้เลนส์ที่เหมาะกับทั้งภาพวิวกว้างและภาพนกจากระยะไกล หากถ่ายจากเรือควรตั้งค่ากล้องให้รองรับการเคลื่อนไหวของเรือและแสงเช้า ไม่ควรขอให้คนขับเรือเข้าไปใกล้สัตว์มากเกินไปเพื่อให้ได้ภาพ เพราะความปลอดภัยของสัตว์และระบบนิเวศควรมาก่อนภาพถ่ายเสมอ
การเดินทาง ไปทะเลน้อยจากตัวเมืองพัทลุงสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า มุ่งหน้าไปอำเภอควนขนุนและตำบลพนางตุง ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีตามสภาพจราจร จุดนำทางที่เหมาะคือสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จุดลงเรือทะเลน้อย หรือท่าเรือทะเลน้อย หากต้องการใช้เส้นทางปากประ ให้ค้นหาท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู หรือคลองปากประ แล้วนัดหมายเรือล่วงหน้า การเดินทางด้วยรถยนต์จะสะดวกที่สุด เพราะสามารถเชื่อมต่อกับสะพานเอกชัย ปากประ หาดแสนสุขลำปำ และตัวเมืองพัทลุงได้ในวันเดียว
พิกัดอ้างอิงสำหรับจุดท่องเที่ยวทะเลน้อยที่ใช้ในระบบนำทางคือ 7.776695, 100.123801 และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้จุดลงเรือใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ควรตรวจชื่อจุดหมายให้ตรงกับ “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย” หรือ “จุดลงเรือทะเลน้อย” ก่อนออกเดินทาง หากใช้เส้นทางหมู่บ้านหรือถนนริมทะเลสาบ ควรขับรถด้วยความเร็วเหมาะสมและระวังคนเดิน รถจักรยานยนต์ และสัตว์เลี้ยงของชุมชน
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมีจุดบริการนักท่องเที่ยว จุดลงเรือ ห้องน้ำ ลานจอดรถ ร้านค้า ร้านของฝาก และบริการเรือนำเที่ยวในบางช่วง พื้นที่รอบทะเลน้อยและปากประมีรีสอร์ท โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และจุดบริการนักท่องเที่ยวหลายแห่ง ผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรเลือกพักใกล้จุดลงเรือเพื่อลดเวลาเดินทางตอนเช้ามืด
ทะเลน้อยเหมาะกับการจัดทริปหลากหลายรูปแบบ หากมีเวลาเพียงครึ่งวัน ควรล่องเรือชมบัว นกน้ำ และควายน้ำช่วงเช้า จากนั้นแวะซื้อของฝากจากกระจูดและปลาดุกร้าในชุมชน หากมีเวลาหนึ่งวัน สามารถต่อเส้นทางไปสะพานเอกชัย คลองปากประ หาดแสนสุขลำปำ และภูเขาอกทะลุในตัวเมืองพัทลุง หากต้องการทริปเชิงธรรมชาติลึกขึ้น สามารถพักค้างคืนในโซนพนางตุง ควนขนุน หรือปากประ เพื่อชมแสงเช้าในหลายมุมและเรียนรู้วิถีชุมชนมากขึ้น
โดยสรุป ทะเลน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของพัทลุงและภาคใต้ มีความโดดเด่นจากทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ทะเลบัวยามเช้า นกน้ำนานาชนิด ควายน้ำ วิถีประมง กระจูด ป่าพรุ และสถานะพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย สถานที่แห่งนี้ให้ทั้งความสวยงาม ความรู้ และความเข้าใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ชุ่มน้ำ หากมาเยือนด้วยความรับผิดชอบ เคารพกติกา สนับสนุนชุมชน และช่วยรักษาความสะอาด ทะเลน้อยจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวพัทลุงที่งดงามและมีความหมายที่สุด
| ชื่อสถานที่ | ทะเลน้อย หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 93150 |
| พิกัดอ้างอิง | 7.776695, 100.123801 |
| ผู้ดูแลพื้นที่ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| ประเภทสถานที่ | ทะเลสาบน้ำจืด พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จุดดูนก และเส้นทางล่องเรือธรรมชาติ |
| พื้นที่โดยประมาณ | ผืนน้ำทะเลน้อยประมาณ 28–30 ตารางกิโลเมตร / เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยประมาณ 285,625 ไร่ |
| สถานะอนุรักษ์ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และพื้นที่พรุควนขี้เสียนภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย |
| ลักษณะเด่น | ทะเลบัวยามเช้า นกน้ำหลากชนิด ควายน้ำ ป่าพรุ ดงกระจูด คลองนางเรียม สะพานเอกชัย และวิถีชุมชนทะเลน้อย |
| โซนสำคัญ | จุดลงเรือทะเลน้อย สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ทะเลบัวแดง คลองนางเรียม พรุควนขี้เสียน ศาลานางเรียม สะพานเอกชัย หมู่บ้านทะเลน้อย และเส้นทางเชื่อมปากประ |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | ล่องเรือชมบัว ดูนก ชมควายน้ำ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ชมสะพานเอกชัย เรียนรู้ป่าพรุ ซื้อผลิตภัณฑ์กระจูด ชิมอาหารพื้นบ้าน และเที่ยวชุมชนทะเลน้อย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 08.30 – 16.30 น. / กิจกรรมเรือนำเที่ยวแนะนำช่วง 05.30 – 17.00 น. |
| ช่วงเวลาชมบัว | ช่วงเช้าตรู่ถึงก่อนสาย โดยควรออกเรือประมาณ 05.30 – 06.30 น. เพราะดอกบัวจะเริ่มหุบเมื่อแดดแรง |
| ฤดูกาลเด่น | ดอกบัวพบเด่นช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงตุลาคม / นกน้ำชุกชุมช่วงตุลาคมถึงเมษายน / ควายน้ำพบเด่นช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ |
| ค่าเรือนำเที่ยว | จุดลงเรือทะเลน้อยชมบัวและนกน้ำเริ่มต้นประมาณ 450 บาทต่อลำ / เส้นทางปากประ–ทะเลน้อยเริ่มต้นประมาณ 1,000–1,200 บาทต่อลำ ขึ้นอยู่กับเส้นทาง ขนาดเรือ และจำนวนผู้โดยสาร |
| เบอร์ติดต่อ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โทร. 074-685-230 / จุดลงเรือทะเลน้อย โทร. 099-318-7780 / ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู โทร. 081-907-2249 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพัทลุงขับรถไปอำเภอควนขนุนและตำบลพนางตุง ใช้จุดหมาย “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย”, “จุดลงเรือทะเลน้อย” หรือ “ท่าเรือทะเลน้อย” หากต้องการชมยอยักษ์ร่วมด้วยให้ใช้ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพูเป็นจุดเริ่มต้น |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดลงเรือ ลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้า ร้านของฝาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก และบริการเรือนำเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก |
| ข้อควรระวัง | สวมเสื้อชูชีพเมื่อลงเรือ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่เด็ดดอกบัว ไม่รบกวนนกและควายน้ำ ไม่เข้าเขตหวงห้าม ไม่ขับเรือประชิดสัตว์ และควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเรือ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดลงเรือทะเลน้อย ประมาณ 0 กม. โทร. 099-318-7780 2. สะพานเอกชัยหรือสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประมาณ 5 กม. 3. หมู่บ้านทะเลน้อยและแหล่งผลิตภัณฑ์กระจูด ประมาณ 2 กม. 4. ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู ประมาณ 15 กม. โทร. 081-907-2249 5. จุดชมยอยักษ์คลองปากประ ประมาณ 15 กม. 6. หาดแสนสุขลำปำ ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารสามกั๊กทะเลน้อย ประมาณ 3 กม. โทร. 089-653-5952 2. ร้านอาหารวิวยอ ศรีปากประ ประมาณ 15 กม. 3. ร้านอาหารลาโพธิ์ ศรีปากประ ประมาณ 15 กม. 4. ร้านบางชาม ริมคลองปากประ ประมาณ 15 กม. โทร. 091-848-8599 5. ร้านอาหารชุมชนทะเลน้อยและร้านอาหารใกล้จุดลงเรือ ประมาณ 1–5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Varni Homestay ประมาณ 4 กม. โทร. 074-610-415, 087-760-9879 2. Banpak Suankaew Talaynoi พื้นที่บ้านทะเลน้อย 3. Wetland Camp บ้านชายเล พัทลุง พื้นที่พนางตุง 4. ศรีปากประ บูทีค รีสอร์ท ประมาณ 15 กม. 5. ปากประ ลากูน รีสอร์ท ประมาณ 15 กม. โทร. 095-036-0466 6. ที่พักในตัวเมืองพัทลุง ประมาณ 30 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ทะเลน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ทะเลน้อยอยู่ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บริเวณตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย เป็นทะเลสาบน้ำจืดและพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของระบบทะเลสาบสงขลา
ถาม: ทะเลน้อยเปิดให้เที่ยวเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่ท่องเที่ยวเปิดทุกวัน สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเปิดประมาณ 08.30 – 16.30 น. ส่วนกิจกรรมเรือนำเที่ยวชมบัวและนกน้ำแนะนำช่วง 05.30 – 17.00 น.
ถาม: ควรไปทะเลน้อยช่วงเดือนไหน?
ตอบ: หากต้องการชมบัวควรไปช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงตุลาคม โดยช่วงเช้าตรู่ดีที่สุด หากต้องการดูนกน้ำควรไปช่วงตุลาคมถึงเมษายน และหากต้องการชมควายน้ำควรไปช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์
ถาม: ทะเลน้อยมีค่าเรือเท่าไร?
ตอบ: เรือชมบัวและนกน้ำจากจุดลงเรือทะเลน้อยเริ่มต้นประมาณ 450 บาทต่อลำ ส่วนเส้นทางจากปากประไปทะเลน้อยเริ่มต้นประมาณ 1,000–1,200 บาทต่อลำ ขึ้นอยู่กับเส้นทาง ขนาดเรือ และจำนวนผู้โดยสาร
ถาม: จุดเด่นของทะเลน้อยคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือทะเลบัวยามเช้า นกน้ำนานาชนิด ควายน้ำ สะพานเอกชัย ดงกระจูด วิถีชุมชนทะเลน้อย และสถานะพื้นที่พรุควนขี้เสียนซึ่งเป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย
ถาม: ทะเลน้อยเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ล่องเรือชมธรรมชาติ ดูนก ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ ชิมอาหารพื้นบ้าน และซื้อผลิตภัณฑ์กระจูดจากชุมชน
ถาม: ไปทะเลน้อยควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ผ้าคลุมบาง ๆ น้ำดื่ม ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง และควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อลงเรือ
ถาม: เที่ยวทะเลน้อยควรเที่ยวร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับสะพานเอกชัย หมู่บ้านทะเลน้อย ท่าเรือปากประ จุดชมยอยักษ์คลองปากประ หาดแสนสุขลำปำ และตัวเมืองพัทลุงได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




