หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคภาคตะวันออก >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี > 50 ที่เที่ยวจังหวัดจันทบุรียอดนิยมล่าสุด 2570
TL;DR: 50 ที่เที่ยวจังหวัดจันทบุรียอดนิยมล่าสุด 2570. จันทบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวของภาคตะวันออกที่รวมความหลากหลายไว้ครบในพื้นที่เดียว ตั้งแต่เมืองเก่าริมแม่น้ำ ศาสนสถานเก่าแก่.

จันทบุรี

50 ที่เที่ยวจังหวัดจันทบุรียอดนิยมล่าสุด 2570

50 ที่เที่ยวจังหวัดจันทบุรียอดนิยมล่าสุด 2570

50 ที่เที่ยวจังหวัดจันทบุรียอดนิยมล่าสุด 2570 จันทบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวของภาคตะวันออกที่รวมความหลากหลายไว้ครบในพื้นที่เดียว ตั้งแต่เมืองเก่าริมแม่น้ำ ศาสนสถานเก่าแก่ ประวัติศาสตร์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตลาดอัญมณีระดับประเทศ สวนผลไม้ ภูเขา น้ำตก ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ไปจนถึงชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวจากนายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ และขลุง ทำให้จังหวัดนี้เหมาะทั้งกับทริปสั้น 2 วัน 1 คืน และการเดินทางแบบเจาะลึก 3–5 วัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวจันทบุรีครั้งแรก จุดที่ควรเริ่มต้น ได้แก่ ชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ หาดคุ้งวิมาน ตึกแดง คุกขี้ไก่ ถนนอัญมณี และป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ เพราะสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพจันทบุรีครบตั้งแต่เมืองประวัติศาสตร์ ศรัทธา ธรรมชาติ ทะเล และอัตลักษณ์ด้านอัญมณี
 
ภูมิประเทศของจันทบุรีมีความหลากหลายอย่างชัดเจน พื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกเป็นแนวภูเขาและผืนป่าที่เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสาย โดยเฉพาะเขาคิชฌกูฏและเทือกเขาสระบาป ขณะที่พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบและพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนด้านใต้ทอดตัวลงสู่อ่าวไทย มีทั้งปากแม่น้ำ อ่าว แหลม หาดทราย และระบบนิเวศป่าชายเลน
 
ความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณฝนทำให้จันทบุรีเป็นหนึ่งในแหล่งผลไม้สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ช่วงฤดูผลไม้จึงกลายเป็นอีกฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสวน ชิมผลไม้สด และเรียนรู้วิถีเกษตรควบคู่กับการเที่ยวธรรมชาติได้ภายในทริปเดียว
 
จันทบุรียังมีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับนานาชาติในฐานะ เมืองแห่งอัญมณี โดยเฉพาะบริเวณถนนศรีจันทร์และซอยกระจ่างที่พัฒนาเป็นย่านค้าพลอยและเครื่องประดับ มีทั้งผู้ค้า ช่างเจียระไน นักสะสม และผู้ซื้อจากหลายประเทศเดินทางเข้ามาทำธุรกิจ จึงเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ที่ทำให้จันทบุรีแตกต่างจากจังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลอื่นของภาคตะวันออก
 
ในด้านประวัติศาสตร์ จันทบุรีมีบทบาทสำคัญต่อการกอบกู้เอกราชของไทย เพราะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เมืองจันทบุรีเป็นฐานรวบรวมกำลังพล เสบียง และยุทโธปกรณ์ ก่อนยกทัพกลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยา เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงถูกถ่ายทอดผ่านศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สวนสาธารณะกลางเมือง ศาลหลักเมือง และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชุมชน
 
อีกช่วงเวลาหนึ่งที่ทิ้งร่องรอยสำคัญไว้คือยุคที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองจันทบุรีในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 หลักฐานสำคัญในพื้นที่แหลมสิงห์ ได้แก่ ตึกแดง และ คุกขี้ไก่ ซึ่งทำให้เส้นทางท่องเที่ยวชายทะเลบริเวณนี้ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างไทยกับชาติตะวันตกได้ด้วย
 
วัฒนธรรมของจันทบุรี เกิดจากการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลายกลุ่ม ทั้งไทย จีน ญวน ชาวชอง และชุมชนคริสต์คาทอลิก ร่องรอยของความหลากหลายยังเห็นได้ชัดที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร อาคารบ้านเรือนเก่า ศาลเจ้า วัด และอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนสถานคริสต์ที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย
 
อาหารพื้นถิ่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ควรพักจันทบุรีมากกว่าการขับผ่าน เมนูสำคัญ ได้แก่ หมูชะมวง เส้นจันท์ผัดปู อาหารทะเลสด และอาหารที่ใช้พริกไทยจันทบุรี รวมถึงขนมและอาหารพื้นบ้านในย่านเมืองเก่า หากเดินทางช่วงฤดูผลไม้ยังสามารถเพิ่มทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางกินเที่ยวได้อย่างเต็มที่
 
สำหรับการวางแผนเที่ยว สามารถแบ่งจันทบุรีออกเป็นหลายโซนได้อย่างชัดเจน ได้แก่ โซนเมืองเก่า สำหรับชุมชนริมน้ำ โบสถ์ ตลาดพลอย และประวัติศาสตร์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, โซนเขาคิชฌกูฏ–มะขาม สำหรับภูเขา น้ำตก และเส้นทางศรัทธา, โซนท่าใหม่–นายายอาม สำหรับหาดเจ้าหลาว คุ้งวิมาน จุดชมวิวและสวนผลไม้, โซนแหลมสิงห์ สำหรับน้ำตกพลิ้ว ชายทะเล ตึกแดงและคุกขี้ไก่ และ โซนขลุง สำหรับป่าชายเลน วิถีชุมชน และกิจกรรมชมหิ่งห้อย
 
หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเน้นเมืองเก่า ชุมชนริมน้ำ อาสนวิหาร และถนนอัญมณี หากมี 2–3 วันสามารถเพิ่มน้ำตกพลิ้ว แหลมสิงห์และคุ้งวิมาน ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันควรเพิ่มเขาคิชฌกูฏ สวนผลไม้ ป่าชายเลนขลุง และพื้นที่ชายฝั่งเพิ่มเติม เพื่อสัมผัสจันทบุรีในมิติที่ครบถ้วนกว่าเดิม
 
ชุมชนริมน้ำจันทบูร

1. ชุมชนริมน้ำจันทบูร
เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี และเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุดสำหรับทำความรู้จักตัวตนของเมืองจันทบุรี ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมทางน้ำ และที่อยู่อาศัยของคนไทย จีน และญวน จึงเกิดการผสมผสานทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศาสนา อาหาร และวิถีชีวิตอย่างเด่นชัด
 
ไฮไลต์: ถนนสุขาภิบาลที่ทอดเลียบแม่น้ำคือหัวใจของชุมชน ตลอดเส้นทางยังคงมีอาคารไม้ บ้านเก่า และตึกแถวที่สะท้อนอิทธิพลไทย จีน และตะวันตก รายละเอียดที่ควรสังเกต ได้แก่ ไม้ฉลุลายแบบขนมปังขิง ช่องลม ลวดลายจีน ระเบียงเหล็ก และองค์ประกอบตกแต่งอาคารที่แสดงฐานะและรสนิยมของเจ้าของบ้านในอดีต
 
ในอดีตบริเวณนี้แบ่งพื้นที่การค้าออกเป็นตลาดเหนือ ตลาดกลาง และตลาดล่าง แต่ละส่วนมีบทบาทต่างกัน ทั้งค้าส่ง ค้าปลีก และการขนส่งสินค้าทางเรือ ความรุ่งเรืองของแม่น้ำจันทบุรีทำให้ย่านท่าหลวงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญก่อนระบบถนนสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
 
ปัจจุบันเสน่ห์ของชุมชนอยู่ที่การเดินเท้าแบบช้า ๆ ระหว่างร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนมโบราณ ร้านขายของพื้นเมือง ร้านของเก่า และบ้านพักที่ดัดแปลงจากอาคารเก่า นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องเร่ง เพราะรายละเอียดของเมืองอยู่ตามบ้านเรือน ตรอกเล็ก และวิถีของผู้คนมากกว่าการมีแลนด์มาร์กขนาดใหญ่เพียงจุดเดียว
 
ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นที่ตั้งของ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ทำให้สองสถานที่สามารถเที่ยวต่อกันได้ง่าย ขณะที่ถนนอัญมณีและย่านค้าพลอยก็อยู่ไม่ไกล เหมาะกับการจัดเส้นทาง “เมืองเก่า–ศาสนา–อัญมณี” ภายในครึ่งวัน
 
ช่วงเช้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินถ่ายภาพสถาปัตยกรรมโดยไม่ร้อนมาก ส่วนช่วงสายถึงบ่ายเหมาะกับการแวะร้านอาหารและคาเฟ่ หากต้องการเห็นชุมชนในบรรยากาศสงบควรหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น
 
การเดินทาง: จากทางหลวงหมายเลข 3 เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยาให้เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 316 มุ่งหน้าตัวเมือง จากนั้นเข้าสู่ถนนท่าหลวงและพื้นที่ถนนสุขาภิบาล สามารถจอดรถบริเวณวัดหรือพื้นที่จอดรถรอบชุมชนแล้วเดินเท้าเที่ยวได้สะดวก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.611072,102.114344&travelmode=driving
 
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี

2. อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี
หรือหน้า Detail ของ LoveThailand ใช้ชื่อว่า “โบสถ์วัดโรมันคาทอลิก” เป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนคาทอลิกจันทบุรี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรีใกล้ชุมชนริมน้ำ อาคารปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมคริสต์ที่โดดเด่นที่สุดของภาคตะวันออกและเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของตัวเมือง
 
ไฮไลต์: ตัวอาสนวิหารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค หอสูงคู่ ช่องหน้าต่างทรงสูง และกระจกสีสเตนกลาสที่ช่วยสร้างบรรยากาศสงบและศักดิ์สิทธิ์ภายในอาคาร รูปทรงที่แตกต่างจากวัดพุทธและศาลเจ้ารอบเมืองทำให้อาคารแห่งนี้สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาของจันทบุรีได้อย่างชัดเจน
 
ประวัติของชุมชนคาทอลิกในจันทบุรีย้อนกลับไปหลายร้อยปี โดยโบสถ์แห่งแรกสร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 เพื่อรองรับชุมชนคาทอลิกชาวญวนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ก่อนจะมีการย้ายและก่อสร้างอาคารใหม่หลายครั้งตามจำนวนคริสตชนที่เพิ่มขึ้น
 
อาคารหลังปัจจุบันเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และพัฒนาเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวคาทอลิกในภูมิภาคตะวันออก ความงดงามของสถาปัตยกรรมทำให้ที่นี่มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน
 
ภายในควรรักษาความสงบ เพราะยังมีการประกอบพิธีทางศาสนาตามปกติ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการเดินรบกวนบริเวณพิธี หากมีการประกอบมิสซาควรรอจนพิธีสิ้นสุดก่อนชมพื้นที่ภายในอย่างละเอียด
 
อาสนวิหารอยู่ตรงข้ามกับชุมชนริมน้ำจันทบูร จึงควรเที่ยวสองแห่งนี้ต่อกัน ก่อนเดินต่อไปยังถนนอัญมณีหรือศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เส้นทางทั้งหมดอยู่ในโซนตัวเมืองและใช้เวลาขับรถไม่มาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีข้ามสะพานวัดจันท์ไปยังถนนจันทนิมิต หรือเดินจากชุมชนริมน้ำข้ามสะพานไปยังฝั่งอาสนวิหารได้โดยตรง รถยนต์สามารถใช้เส้นทางเดียวกับวัดไผ่ล้อมแล้วเดินทางต่อเข้าสู่ถนนสันติสุข
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.609620,102.119286&travelmode=driving
 
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

3. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
เป็นพื้นที่ธรรมชาติและศรัทธาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขามและอำเภอเขาคิชฌกูฏ ผืนป่าแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรีและประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าประเภทอื่นที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของภาคตะวันออก
 
ไฮไลต์: ชื่อเขาคิชฌกูฏเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจากเส้นทางขึ้นสักการะ รอยพระพุทธบาทบนยอดเขาพระบาท ซึ่งเปิดเป็นช่วงตามประเพณีประจำปี ผู้แสวงบุญจำนวนมากเดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามเส้นทาง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีทั้งความสำคัญด้านธรรมชาติและศาสนาในเวลาเดียวกัน
 
ภายในอุทยานยังมี น้ำตกกระทิง ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายชั้นและเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ เส้นทางบริเวณน้ำตกช่วยให้เห็นป่าดิบชื้นของจันทบุรีอย่างใกล้ชิด และเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเขาคิชฌกูฏนอกช่วงประเพณีขึ้นยอดเขา
 
ผืนป่าของอุทยานมีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหลากหลาย ทั้งสมุนไพร กล้วยไม้ป่า ไม้กฤษณา นก และสัตว์ป่าหลายชนิด ความอุดมสมบูรณ์นี้ทำให้อุทยานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งอนุรักษ์สำคัญของจังหวัด
 
การขึ้นยอดเขาพระบาทต้องวางแผนต่างจากการเที่ยวอุทยานทั่วไป เพราะเส้นทางเปิดตามช่วงประเพณีและมีระบบจัดการรถขึ้นเขา จากวัดพลวงต้องใช้เส้นทางรถขึ้นพื้นที่สูงก่อนเดินเท้าต่อ นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย น้ำดื่ม และพกสัมภาระเท่าที่จำเป็น
 
ผู้ที่ไม่ขึ้นยอดเขายังสามารถเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่อุทยาน น้ำตกกระทิง และสถานที่ใกล้เคียงได้ จึงเหมาะทั้งกับสายศรัทธา สายธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นภูมิประเทศป่าภูเขาของจันทบุรี
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทถึงสี่แยกเขาไร่ยา จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3249 มุ่งหน้าอำเภอเขาคิชฌกูฏและวัดพลวง ผู้ที่จะขึ้นยอดเขาควรตรวจช่วงเปิดประเพณีและระบบเดินทางขึ้นเขาของปีนั้นก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.851608,102.168547&travelmode=driving
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

4. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของจันทบุรี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าเทือกเขาสระบาป พื้นที่มีทั้งภูเขา ป่าดิบชื้น ลำธาร และน้ำตกหลายสาย จึงมีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวและการเป็นแหล่งต้นน้ำของจังหวัด
 
ไฮไลต์: น้ำตกพลิ้วมีน้ำไหลตลอดปีและมีแอ่งน้ำใสบริเวณด้านล่าง หนึ่งในภาพจำของที่นี่คือฝูงปลาพลวงที่อาศัยอยู่ในลำธารธรรมชาติ ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นระบบนิเวศน้ำจืดที่ยังคงสมบูรณ์ควบคู่กับการพักผ่อนริมธารน้ำตก
 
อุทยานแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 2518 เดิมใช้ชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วในเวลาต่อมา เพราะน้ำตกพลิ้วเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่มากกว่า
 
คำว่า “พลิ้ว” มีความเชื่อมโยงกับภาษาชองซึ่งเป็นภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมในพื้นที่จันทบุรี ทำให้ชื่อสถานที่ไม่ได้สะท้อนเพียงลักษณะธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของผู้คนในภาคตะวันออกด้วย
 
พื้นที่น้ำตกยังมีความเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วหลายครั้ง จึงมีอนุสรณ์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์จึงควรเผื่อเวลาอ่านข้อมูลประกอบ ไม่ควรมาเพียงเล่นน้ำแล้วกลับ
 
น้ำตกพลิ้วสามารถเที่ยวต่อกับหาดแหลมสิงห์ ตึกแดง และคุกขี้ไก่ได้ในวันเดียว เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันจากตัวเมืองไปยังชายฝั่งแหลมสิงห์ จึงเป็นหนึ่งในเส้นทาง Day Trip ที่ครบทั้งป่า น้ำตก ทะเล และประวัติศาสตร์
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าตราด จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนเข้าถึงสะดวกและเหมาะกับรถยนต์ทุกประเภท
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.527270,102.182129&travelmode=driving
 
หาดแหลมสิงห์

5. หาดแหลมสิงห์
เป็นชายหาดบริเวณปากแม่น้ำจันทบุรีในอำเภอแหลมสิงห์ จุดเด่นคือภูมิทัศน์ที่ผสมกันระหว่างทะเล ปากแม่น้ำ ภูเขา และเกาะเล็ก ๆ ทำให้มีบรรยากาศแตกต่างจากชายหาดเปิดทั่วไปของภาคตะวันออก
 
ไฮไลต์: แนวชายหาดโค้งรับกับปากอ่าวและสามารถมองเห็นเขาแหลมสิงห์กับเกาะบริเวณนอกชายฝั่ง ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และนั่งรับลม ขณะที่ชายหาดยังมีร้านอาหารทะเลและที่พักรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
 
อาหารทะเลเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์แหลมสิงห์ เพราะพื้นที่ยังมีชุมชนประมงและเรือพื้นบ้านที่ออกหาสัตว์ทะเล ร้านอาหารหลายแห่งจึงมีวัตถุดิบจากพื้นที่โดยตรง ทั้งกุ้ง ปู ปลา หอย และอาหารพื้นถิ่นจันทบุรี
 
จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะจุฬาและพื้นที่เกาะใกล้เคียง และในบางช่วงมีบริการเรือท้องถิ่นสำหรับกิจกรรมทางทะเล นักท่องเที่ยวที่สนใจลงเรือหรือดำน้ำควรตรวจสภาพอากาศ คลื่นลม และเงื่อนไขบริการกับผู้ประกอบการในวันเดินทาง
 
จุดแข็งของแหลมสิงห์คือการรวมธรรมชาติกับประวัติศาสตร์ไว้ใกล้กัน สามารถเที่ยวหาดแหลมสิงห์ต่อด้วย ตึกแดง และ คุกขี้ไก่ ซึ่งเป็นโบราณสถานจากช่วงฝรั่งเศสเข้ายึดครองจันทบุรีได้โดยไม่ต้องขับรถไกล
 
หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเริ่มจากน้ำตกพลิ้วในช่วงเช้า ต่อด้วยตึกแดงและคุกขี้ไก่ช่วงบ่าย แล้วปิดท้ายที่หาดแหลมสิงห์ในช่วงเย็น เป็นเส้นทางที่ได้ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในพื้นที่เดียวกัน
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าตราด จากนั้นแยกเข้าสู่อำเภอแหลมสิงห์ตามทางหลวงหมายเลข 3149 แล้วเดินทางต่อสู่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับเชื่อมหลายจุดในพื้นที่
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.477778,102.070000&travelmode=driving
 
หาดคุ้งวิมาน

6. หาดคุ้งวิมาน
เป็นชายหาดชื่อดังของอำเภอนายายอามที่มีบรรยากาศสงบและมีแนวอ่าวโค้งสวยงาม จุดเด่นไม่ได้อยู่เพียงตัวชายหาด แต่รวมถึงเส้นทางถนนเลียบทะเลที่เชื่อมต่อกับจุดชมวิวหลายแห่ง ทำให้คุ้งวิมานเหมาะกับการขับรถเที่ยวและถ่ายภาพมากเป็นพิเศษ
 
ไฮไลต์: รูปทรงโค้งของอ่าวทำให้เมื่อมองจากมุมสูงสามารถเห็นแนวชายฝั่งได้ชัด ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่สวยที่สุดสำหรับเดินเล่นริมทะเล ส่วนผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรขับตามเส้นทางชายฝั่งเพื่อมองหามุมสูงและจุดชมวิวที่เห็นอ่าวแบบเต็มแนว
 
หนึ่งในเส้นทางที่สร้างชื่อให้พื้นที่คือ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ซึ่งทอดเลียบชายฝั่งภาคตะวันออก ผ่านอ่าว หาด และจุดชมวิวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถขับรถหรือปั่นจักรยานชมวิวทะเลได้ตลอดเส้นทาง
 
ริมชายหาดมีที่พักตั้งแต่รีสอร์ต เกสต์เฮ้าส์ และโฮมสเตย์ รวมถึงร้านอาหารทะเล เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักค้าง 1 คืนเพื่อชมทั้งบรรยากาศเช้าและเย็น แทนการมาแวะเพียงช่วงกลางวัน
 
คุ้งวิมานเหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักเดินทางสาย Road Trip โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชายหาดเงียบกว่าพื้นที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่ยังเดินทางสะดวกและมีร้านอาหารกับที่พักรองรับ
 
สามารถเชื่อมเส้นทางกับหาดเจ้าหลาว เนินนางพญา จุดชมวิวชายฝั่ง และพื้นที่ท่าใหม่ได้ในวันเดียว หากต้องการเที่ยวทะเลจันทบุรีอย่างเต็มที่ ควรจัดโซนนายายอาม–ท่าใหม่เป็นหนึ่งวันแยกจากตัวเมือง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าอำเภอนายายอาม แล้วเข้าสู่เส้นทางชายฝั่งตามป้ายคุ้งวิมาน สามารถเชื่อมต่อกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิตและสถานที่ชายทะเลอื่นได้สะดวก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.604435,101.875440&travelmode=driving
 
ตึกแดง จันทบุรี

7. ตึกแดง
เป็นโบราณสถานสำคัญในตำบลปากน้ำแหลมสิงห์และเป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองจันทบุรีหลังวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ตัวอาคารตั้งอยู่ใกล้ปากอ่าวและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทางทหารที่ฝรั่งเศสใช้ควบคุมจุดยุทธศาสตร์บริเวณชายฝั่ง
 
ไฮไลต์: อาคารก่ออิฐถือปูนสีแดงชั้นเดียวมีรูปแบบเรียบง่ายแต่โดดเด่นอย่างมากจากสีของผนังและสัดส่วนอาคาร ตัวอาคารวางตัวตามแนวยาว มีประตูหน้าต่างไม้และระเบียงรอบอาคาร ซึ่งสะท้อนการออกแบบเพื่อใช้งานในภูมิอากาศร้อนชื้น
 
ตึกแดงสร้างขึ้นในปี 2436 ในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้าควบคุมจันทบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของฐานบัญชาการบริเวณปากน้ำแหลมสิงห์ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศสในปลายรัชกาลที่ 5
 
หลังฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากจันทบุรี อาคารถูกนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน รวมถึงงานด้านการศึกษา ก่อนจะได้รับการดูแลในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบันผู้มาเยือนสามารถเข้าชมโครงสร้างอาคารและทำความเข้าใจบริบทของยุคอาณานิคมในภูมิภาคตะวันออกได้ง่ายขึ้น
 
ตึกแดงควรเที่ยวคู่กับ คุกขี้ไก่ เพราะทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กันและเกิดขึ้นในช่วงประวัติศาสตร์เดียวกัน การชมเพียงแห่งเดียวจะทำให้เห็นภาพของเหตุการณ์ไม่ครบเท่าการเดินทางไปทั้งสองจุด
 
จากตึกแดงสามารถเดินทางต่อไปหาดแหลมสิงห์และพื้นที่ปากน้ำได้ในเวลาไม่นาน เหมาะกับการวางไว้ช่วงบ่ายก่อนจบทริปที่ชายหาดในช่วงเย็น
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าตราดแล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3149 ไปยังอำเภอแหลมสิงห์ ตึกแดงตั้งอยู่บริเวณบ้านปากน้ำแหลมสิงห์และเดินทางต่อไปคุกขี้ไก่ได้สะดวก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.481267,102.062005&travelmode=driving
 
คุกขี้ไก่ จันทบุรี

8. คุกขี้ไก่
เป็นโบราณสถานในอำเภอแหลมสิงห์ที่เชื่อมโยงกับช่วงฝรั่งเศสเข้ายึดครองจันทบุรีในปลายรัชกาลที่ 5 อาคารมีรูปทรงเป็นหอสูงสี่เหลี่ยมและตั้งอยู่ไม่ไกลจากตึกแดง จึงมักถูกจัดอยู่ในเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์เดียวกัน
 
ไฮไลต์: อาคารมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ 4 เมตร และสูงประมาณ 10 เมตร ผนังมีช่องระบายอากาศหลายระดับ ตัวอาคารดูคล้ายหอหรือป้อมมากกว่าคุกแบบทั่วไป จึงทำให้เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีรูปทรงแปลกตาที่สุดของจันทบุรี
 
เรื่องเล่าที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายระบุว่าพื้นที่ชั้นบนใช้เลี้ยงไก่และมูลไก่ตกลงสู่บริเวณกักขังด้านล่าง จึงเกิดชื่อ “คุกขี้ไก่” อย่างไรก็ตาม มีมุมมองทางประวัติศาสตร์อีกด้านที่เสนอว่าอาคารอาจมีบทบาทเป็นป้อมหรือหอสังเกตการณ์มากกว่าการเป็นเรือนจำโดยตรง
 
ความแตกต่างของคำอธิบายนี้ทำให้คุกขี้ไก่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างมีบริบท ไม่ควรมองเพียงเรื่องเล่าการทรมาน แต่ควรพิจารณาบทบาทของพื้นที่แหลมสิงห์ในฐานะจุดยุทธศาสตร์ทางทหารช่วงที่ฝรั่งเศสควบคุมจันทบุรีด้วย
 
โบราณสถานได้รับการขึ้นทะเบียนและบูรณะเพื่อรักษาโครงสร้างให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ การมาที่นี่ใช้เวลาไม่นาน แต่ควรเดินรอบอาคารเพื่อสังเกตช่องระบายอากาศ รูปทรง และตำแหน่งอาคารเมื่อเทียบกับตึกแดงและชายฝั่ง
 
หลังชมคุกขี้ไก่สามารถต่อไปตึกแดง หาดแหลมสิงห์ และร้านอาหารทะเลในพื้นที่ได้ทันที ทำให้เส้นทางนี้เหมาะกับทั้งสายประวัติศาสตร์และผู้ที่มาเที่ยวทะเล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้เส้นทางสุขุมวิทสายจันทบุรี–ตราด แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3149 ก่อนถึงอำเภอแหลมสิงห์ อาคารตั้งอยู่ด้านข้างเส้นทางและอยู่ใกล้ตึกแดงมาก สามารถเที่ยวต่อกันได้สะดวก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.481326,102.065707&travelmode=driving
 
ถนนอัญมณี ถนนศรีจันทร์ ตลาดพลอยจันทบุรี

9. ถนนอัญมณี (ถนนศรีจันทร์) ตลาดพลอยจันทบุรี
เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สะท้อนชื่อเสียงของจันทบุรีในฐานะเมืองอัญมณีได้ชัดเจนที่สุด ย่านค้าพลอยครอบคลุมบริเวณถนนศรีจันทร์และซอยกระจ่าง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านเจียระไน ร้านค้าอัญมณี ผู้ค้าพลอย และธุรกิจเครื่องประดับ
 
ไฮไลต์: เสน่ห์ของถนนอัญมณีไม่ได้อยู่ที่การซื้อเครื่องประดับเท่านั้น แต่คือการได้เห็นวัฒนธรรมการค้าพลอยจริง ตั้งแต่การนำพลอยมาวางบนโต๊ะ การตรวจด้วยแว่นขยาย การประเมินสี ความใส น้ำหนัก การเจรจาต่อรอง และการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
 
จันทบุรีมีชื่อเสียงด้านการเจียระไนและปรับปรุงคุณภาพอัญมณีมายาวนาน ความรู้เหล่านี้ถูกถ่ายทอดในหมู่ช่างฝีมือและผู้ค้าหลายรุ่น ทำให้ตลาดพลอยไม่ได้เป็นเพียงตลาดค้าสินค้า แต่เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ของธุรกิจอัญมณีด้วย
 
บรรยากาศการค้าพลอยจะมีความคึกคักมากเป็นพิเศษช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีทั้งผู้ค้าชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาซื้อขาย นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อพลอยก็สามารถมาเดินชมเพื่อเข้าใจระบบการค้าและอัตลักษณ์ของเมืองได้
 
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้ออัญมณี ควรเลือกซื้อจากร้านหรือศูนย์ที่มีมาตรฐาน ขอเอกสารรับรองเมื่อจำเป็น และไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะคุณภาพของพลอยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิด น้ำหนัก สี ความสะอาด การเจียระไน และการปรับปรุงคุณภาพ
 
ถนนอัญมณีตั้งอยู่ใกล้ชุมชนริมน้ำจันทบูรและอาสนวิหาร จึงเหมาะกับการจัดเที่ยวต่อเนื่องในตัวเมือง หากเริ่มเดินชุมชนเก่าช่วงเช้า สามารถเข้าย่านตลาดพลอยช่วงสายหรือบ่ายโดยไม่เสียเวลาเดินทางมาก
 
การเดินทาง: ถนนอัญมณีอยู่ในเขตเมืองจันทบุรี บริเวณถนนศรีจันทร์และซอยกระจ่าง จากชุมชนริมน้ำและย่านใจกลางเมืองสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้ภายในเวลาไม่นาน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.606891,102.115258&travelmode=driving
 
สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 ลุ่มน้ำเวฬุ เวฬุ เว็ทแลนด์

10. สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 ลุ่มน้ำเวฬุ (Welu Wetland)
ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าสอน ตำบลบ่อ อำเภอขลุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ช่วยเปิดอีกมิติหนึ่งของจันทบุรีนอกเหนือจากภูเขา น้ำตก และทะเล พื้นที่ป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุมีขนาดใหญ่และมีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะกับการเรียนรู้ธรรมชาติ ดูนก และสัมผัสวิถีพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
ไฮไลต์: เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนระยะประมาณ 1.2 กิโลเมตรพานักท่องเที่ยวเดินผ่านไม้โกงกาง ไม้แสม และพืชที่ปรับตัวกับสภาพน้ำกร่อย ระหว่างทางสามารถสังเกตสัตว์น้ำขนาดเล็ก ปู ปลา และสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพารากไม้ในระบบนิเวศป่าชายเลน
 
พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนกน้ำและนกล่าเหยื่อที่หากินเหนือป่าชายเลน ผู้ที่ชอบธรรมชาติควรใช้เวลาเดินช้า ๆ และลดเสียงรบกวน เพราะการสังเกตสัตว์ป่าจะได้ผลดีกว่าการเดินอย่างรวดเร็ว
 
อีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างชื่อให้บ้านท่าสอนคือ การชมหิ่งห้อยในป่าชายเลน ซึ่งเป็นกิจกรรมช่วงค่ำที่ทำให้พื้นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น หิ่งห้อยจะเกาะตามต้นไม้บริเวณลำน้ำและสร้างแสงระยิบระยับในเวลากลางคืน โดยช่วงที่พบได้ดีสัมพันธ์กับฤดูกาลและสภาพแวดล้อมของแต่ละปี
 
นอกจากเส้นทางเดินแล้ว ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานและล่องเรือชมพื้นที่ลุ่มน้ำเวฬุ ช่วยให้เห็นโครงสร้างของป่าชายเลนจากมุมที่แตกต่างกัน ทั้งจากแนวทางเดินภายในป่าและจากผิวน้ำ
 
สถานที่เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักดูนก คู่รัก และสายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หากต้องการชมหิ่งห้อยควรวาง Welu Wetland ไว้เป็นโปรแกรมช่วงเย็นถึงค่ำ และไม่ควรใช้แสงแฟลชหรือรบกวนสัตว์โดยไม่จำเป็น
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าอำเภอขลุง บริเวณกิโลเมตรที่ 374–375 แล้วเข้าสู่บ้านท่าสอน ตำบลบ่อ ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถจัดเป็นทริปต่อเนื่องกับขลุงหรือพื้นที่ชายฝั่งได้
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.383269,102.350662&travelmode=driving
 
หาดเจ้าหลาว จันทบุรี

11. หาดเจ้าหลาว
เป็นชายหาดสำคัญของอำเภอท่าใหม่และเป็นหนึ่งในจุดพักผ่อนริมทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจันทบุรี จุดเด่นอยู่ที่แนวหาดทรายสีนวลทอดยาว บรรยากาศค่อนข้างสงบ และมีทั้งที่พัก ร้านอาหารทะเล และกิจกรรมทางน้ำรองรับ จึงเหมาะกับทริปครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักริมทะเลมากกว่าเพียงแวะถ่ายภาพ
 
ไฮไลต์: แนวชายหาดมีพื้นที่สำหรับเดินเล่น นั่งพัก และเล่นน้ำได้หลายช่วง ทิวมะพร้าวริมทะเลช่วยสร้างบรรยากาศแบบชายฝั่งตะวันออก ขณะที่ช่วงเย็นเหมาะกับการรับลมทะเลและรับประทานอาหารทะเลสดจากชุมชนประมงในพื้นที่
 
หาดเจ้าหลาวเป็นพื้นที่ที่มีที่พักหลากหลาย ตั้งแต่รีสอร์ตขนาดกลาง บ้านพักสำหรับครอบครัว ไปจนถึงที่พักติดชายหาด เหมาะกับการพักอย่างน้อย 1 คืน เพราะสามารถใช้เป็นฐานเที่ยวชายฝั่งจันทบุรีได้หลายแห่งโดยไม่ต้องกลับเข้าเมืองทุกวัน
 
อาหารทะเลถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของบริเวณนี้ มีทั้งปูม้า กุ้ง ปลา ปลาหมึก และอาหารพื้นบ้านจันทบุรี ร้านหลายแห่งตั้งใกล้ชายหาด ทำให้สามารถรับประทานอาหารพร้อมชมวิวทะเลได้โดยตรง
 
ในบางช่วงยังมีกิจกรรมทางทะเล เช่น พายเรือคายัค ดำน้ำตื้น หรือกิจกรรมที่ให้บริการโดยผู้ประกอบการท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมควรตรวจสภาพคลื่นลม ราคา และอุปกรณ์ความปลอดภัยก่อนใช้บริการทุกครั้ง
 
หาดเจ้าหลาวสามารถเชื่อมต่อกับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน หาดแหลมเสด็จ จุดชมวิวเนินนางพญา และหาดคุ้งวิมานได้ง่าย จึงเหมาะกับการวางเป็นศูนย์กลางของทริปชายฝั่งท่าใหม่–นายายอาม
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีเดินทางไปอำเภอท่าใหม่ จากนั้นใช้เส้นทางมุ่งหน้าชายฝั่งเจ้าหลาว หรือใช้ถนนสุขุมวิทแล้วแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3399 ตามป้ายชายหาด รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายจุดในบริเวณเดียวกัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.533954,101.940969&travelmode=driving
 
จุดชมวิวเนินนางพญา จันทบุรี

12. จุดชมวิวเนินนางพญา
เป็นหนึ่งในจุดชมวิวชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของจันทบุรี ตั้งอยู่บนเส้นทางถนนเฉลิมบูรพาชลทิตในอำเภอนายายอาม และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นถนนเลียบชายฝั่งโค้งไปตามภูเขากับอ่าวทะเลเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
 
ไฮไลต์: ภาพถนนคดโค้งเลียบชายฝั่งเมื่อมองจากเนินสูงคือภาพจำสำคัญของเนินนางพญา โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงไม่แรงเกินไป ทะเลและแนวถนนจะเห็นรายละเอียดชัด เหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพ Landscape
 
พื้นที่จุดชมวิวได้รับการจัดให้มีบริเวณสำหรับพักรถและชมวิว สามารถมองเห็นทะเลได้กว้างกว่าการชมจากระดับชายหาด เหมาะกับผู้ที่เดินทางแบบ Road Trip เพราะไม่ต้องใช้เวลาเดินไกลแต่ได้วิวที่แตกต่างจากหาดด้านล่างอย่างชัดเจน
 
ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่ผ่านบริเวณนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถชมทะเลที่โดดเด่นของภาคตะวันออก เชื่อมชายหาดและจุดชมวิวหลายแห่งตั้งแต่พื้นที่ระยองต่อเนื่องเข้าสู่จันทบุรี ทำให้เนินนางพญาเป็นจุดสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่ง
 
สถานที่เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักปั่นจักรยาน และนักถ่ายภาพ ผู้เดินทางพร้อมเด็กควรดูแลบริเวณริมจุดชมวิวและแนวถนน เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดและมีรถสัญจรผ่านตลอดวัน
 
สามารถจัดร่วมกับ หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนได้ในวันเดียว หากพักโซนเจ้าหลาว การเดินทางมาชมพระอาทิตย์ช่วงเย็นที่เนินนางพญาก็เป็นโปรแกรมที่เหมาะมาก
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าอำเภอนายายอามแล้วเข้าสู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตตามป้ายคุ้งวิมานและเนินนางพญา รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยควรจอดในจุดที่จัดไว้และหลีกเลี่ยงการหยุดรถบนทางโค้ง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.591168,101.881217&travelmode=driving
 
วัดเขาสุกิม จันทบุรี

13. วัดเขาสุกิม
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ เป็นวัดปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงของจันทบุรีและเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้สนใจพระพุทธศาสนา วัดตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศโดยรวมสงบและแตกต่างจากวัดในเขตตัวเมือง
 
ไฮไลต์: วัดมีทั้งพื้นที่ปฏิบัติธรรม อาคารศาสนา พระพุทธรูป และวัตถุทางพระพุทธศาสนาหลายประเภท จุดเด่นคือการจัดพื้นที่บนภูเขาให้สามารถมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบได้กว้าง พร้อมกับรักษาบรรยากาศที่เหมาะกับการภาวนา
 
จุดเริ่มต้นของวัดสัมพันธ์กับพระธุดงค์และชาวบ้านที่ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เขาสุกิมให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ก่อนขยายตัวเป็นวัดขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา เรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับแสงที่ปรากฏบนยอดเขายังเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ถ่ายทอดกันในชุมชน
 
ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาชมศาสนสถาน กราบพระ และพักชมวิวได้อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง หากสนใจรายละเอียดทางพระพุทธศาสนาหรือวัตถุที่จัดแสดงควรเผื่อเวลามากกว่าการมาแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
วัดเหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว ผู้สนใจธรรมะ และนักเดินทางที่ต้องการสถานที่สงบนอกเมือง ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่ที่ใช้ปฏิบัติธรรม
 
สามารถจัดร่วมกับสวนผลไม้ในอำเภอท่าใหม่ หาดเจ้าหลาว และอ่าวคุ้งกระเบนได้ หากเริ่มวัดในช่วงเช้าแล้วเดินทางต่อไปชายฝั่งในช่วงบ่าย จะได้ทั้งศาสนา เกษตร และทะเลภายในวันเดียว
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าอำเภอท่าใหม่แล้วเข้าสู่ตำบลเขาบายศรีตามป้ายวัดเขาสุกิม ถนนเข้าถึงพื้นที่ได้ด้วยรถยนต์และมีเส้นทางขึ้นสู่ตัววัดบริเวณภูเขา
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.766261,102.032442&travelmode=driving
 
น้ำตกกระทิง จันทบุรี

14. น้ำตกกระทิง
เป็นน้ำตกสำคัญภายในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ มีต้นน้ำจากเทือกเขาคิชฌกูฏและไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินจำนวน 13 ชั้น ทำให้เป็นหนึ่งในน้ำตกที่เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้ที่ต้องการเดินป่าเพื่อชมธรรมชาติอย่างจริงจัง
 
ไฮไลต์: น้ำตกแต่ละชั้นมีลักษณะต่างกัน โดยบางชั้นเป็นแอ่งกว้างสำหรับพักผ่อน ขณะที่ชั้นสูงขึ้นไปให้บรรยากาศป่าที่เงียบและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เส้นทางระหว่างชั้นผ่านป่าไผ่ มอส เฟิร์น และพรรณไม้ที่ชอบความชื้น
 
บริเวณชั้นล่างอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานและเข้าถึงง่าย เหมาะกับครอบครัว เด็ก และผู้สูงอายุที่ไม่ต้องการเดินไกล ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นชั้นสูงควรเตรียมสภาพร่างกายและรองเท้าที่เหมาะกับเส้นทางธรรมชาติ
 
หากเดินขึ้นชมหลายชั้นควรเผื่อเวลาหลายชั่วโมง เพราะเส้นทางมีความชันและต้องเดินผ่านพื้นที่ป่า ไม่ควรรีบเดินโดยเฉพาะหลังฝนตก เนื่องจากพื้นหินและรากไม้อาจลื่น
 
ช่วงที่มีน้ำมาก น้ำตกจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ แต่ควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง หากมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในจุดที่กระแสน้ำแรง
 
น้ำตกกระทิงเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏและพื้นที่วัดพลวง หากไม่ได้ขึ้นยอดเขาพระบาท สามารถใช้เวลาครึ่งวันถึงเต็มวันกับน้ำตกและเส้นทางธรรมชาติแทนได้
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทไปสี่แยกเขาไร่ยา จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3249 ไปอำเภอเขาคิชฌกูฏ ตามป้ายอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏและน้ำตกกระทิง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.841573,102.130334&travelmode=driving
 
น้ำตกคลองนารายณ์ จันทบุรี

15. น้ำตกคลองนารายณ์
เป็นน้ำตกธรรมชาติในตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองจันทบุรี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแต่ให้บรรยากาศป่าที่เงียบสงบ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเส้นทางธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินทางเข้าเขตภูเขาห่างไกลมากนัก
 
ไฮไลต์: ตัวน้ำตกมีความสูงประมาณ 25 เมตร สายน้ำไหลจากหน้าผาลงสู่อ่างด้านล่าง ท่ามกลางต้นไม้และพืชป่าที่ให้ร่มเงา เสียงน้ำและอากาศเย็นบริเวณน้ำตกทำให้พื้นที่เหมาะกับการพักผ่อนหลังเดินตามเส้นทางธรรมชาติ
 
จากจุดที่รถเข้าถึงต้องเดินเท้าต่อไปตามเส้นทางธรรมชาติ ทำให้การมาเที่ยวมีลักษณะเป็นการเดินป่าระยะไม่ยาวมาก ผู้ที่ชอบธรรมชาติจะได้สัมผัสป่า ลำธาร และพรรณไม้ก่อนถึงน้ำตก ไม่ใช่เพียงลงจากรถแล้วพบตัวน้ำตกทันที
 
ช่วงฤดูฝนน้ำตกจะมีปริมาณน้ำมากและดูทรงพลังขึ้น แต่พื้นทางเดินจะลื่นมากกว่าเดิม นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะพื้นลื่น และไม่ลงเล่นน้ำในช่วงที่กระแสน้ำแรง
 
น้ำตกมีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มสถานที่นอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักของเมืองจันทบุรี โดยยังใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองไม่มาก
 
สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกพลิ้ว วัดไผ่ล้อม หรือกลับเข้าโซนชุมชนริมน้ำในวันเดียวได้ หากต้องการเน้นธรรมชาติควรมาในช่วงเช้าเพื่อมีเวลาเดินเข้า–ออกโดยไม่เร่งรีบ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองใช้ถนนจันทบุรี–ตราด บริเวณหลักกิโลเมตรประมาณ 338–339 มีทางแยกเข้าสู่พื้นที่คลองนารายณ์ จากนั้นเดินทางเข้าไปตามเส้นทางท้องถิ่นและต้องเดินเท้าต่อสู่ตัวน้ำตก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.581505,102.176174&travelmode=driving
 
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี

16. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในอำเภอท่าใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ศึกษา วิจัย และแหล่งเรียนรู้เรื่องการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะระบบนิเวศป่าชายเลน การประมง และการจัดการพื้นที่ชายฝั่ง
 
ไฮไลต์: สะพานศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เส้นทางมีระยะประมาณ 1.6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินโดยเฉลี่ย 30–45 นาที และมีจุดให้ความรู้เกี่ยวกับไม้ป่าชายเลน สัตว์น้ำ สมุนไพร และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
 
การเดินบนสะพานช่วยให้เห็นโครงสร้างของป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องลงไปเหยียบพื้นที่โคลนหรือรบกวนรากไม้ นักท่องเที่ยวสามารถเห็นปู ปลา หอย และสัตว์ขนาดเล็กที่ใช้ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารและอนุบาลตัวอ่อน
 
ศูนย์มีความสำคัญในฐานะแหล่งเรียนรู้แนวทางพัฒนาชายฝั่งที่เชื่อมงานวิชาการเข้ากับชุมชน จึงเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจสิ่งแวดล้อม มากกว่าการเป็นเพียงจุดเช็กอินถ่ายภาพ
 
ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเส้นทางที่สุดเพราะอากาศยังไม่ร้อนมาก ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดด รวมทั้งไม่จับสัตว์หรือเก็บพืชออกจากพื้นที่
 
ศูนย์อยู่ไม่ไกลจาก หาดเจ้าหลาว และพื้นที่ชายฝั่งคุ้งกระเบน สามารถใช้เวลาช่วงเช้าเดินศึกษาป่าชายเลน แล้วต่อด้วยชายหาดและอาหารทะเลในช่วงบ่ายได้อย่างลงตัว
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าอำเภอท่าใหม่และตำบลคลองขุด ตามเส้นทางไปหาดเจ้าหลาวและอ่าวคุ้งกระเบน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ชายฝั่งหลายแห่งในวันเดียว
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.572101,101.898047&travelmode=driving
 
สะพานแหลมสิงห์ สะพานตากสินมหาราช จันทบุรี

17. สะพานแหลมสิงห์ (สะพานตากสินมหาราช)
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีที่เชื่อมพื้นที่ปากน้ำแหลมสิงห์กับบางกะไชย และเป็นส่วนหนึ่งของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เส้นทางชายฝั่งสำคัญของภาคตะวันออก ตัวสะพานมีความยาวมากกว่า 1 กิโลเมตรและเป็นโครงสร้างคมนาคมที่ช่วยเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของชุมชนชายฝั่งอย่างชัดเจน
 
ไฮไลต์: จุดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวคือวิวแม่น้ำจันทบุรี ปากอ่าว เรือประมง และภูเขารอบพื้นที่แหลมสิงห์ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงอ่อน สะพานและแนวชายฝั่งจะให้มุมถ่ายภาพที่สวยกว่าช่วงกลางวัน
 
ก่อนมีสะพาน การเดินทางข้ามแม่น้ำต้องอาศัยเรือข้ามฟากหรือขับรถอ้อมผ่านตัวเมือง การก่อสร้างสะพานจึงช่วยลดระยะทางให้ชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการประมง รวมถึงทำให้เส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งเชื่อมต่อกันได้สะดวกขึ้น
 
สะพานสร้างขึ้นช่วงกลางทศวรรษ 2540 และเปิดใช้งานในปี 2551 กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต ซึ่งช่วยเชื่อมจังหวัดชายฝั่งตะวันออกและส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Road Trip
 
นักท่องเที่ยวควรชมวิวจากจุดจอดหรือพื้นที่ที่ปลอดภัย ไม่ควรหยุดรถกลางสะพานเพื่อถ่ายภาพ เพราะสะพานยังใช้เป็นเส้นทางคมนาคมจริงและมีรถสัญจรตลอดเวลา
 
สามารถเที่ยวสะพานร่วมกับหาดแหลมสิงห์ ตึกแดง คุกขี้ไก่ และหาดอ่าวยางได้ในเส้นทางเดียวกัน ทำให้โซนแหลมสิงห์เหมาะกับการเที่ยวเต็มวันมากกว่าการแวะเพียงชายหาดเดียว
 
การเดินทาง: ใช้เส้นทางอำเภอแหลมสิงห์และถนนเฉลิมบูรพาชลทิต สะพานเชื่อมตำบลปากน้ำแหลมสิงห์กับตำบลบางกะไชยและอยู่ใกล้ตึกแดงกับคุกขี้ไก่
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.483980,102.059214&travelmode=driving
 
หาดอ่าวยาง จันทบุรี

18. หาดอ่าวยาง
เป็นชายหาดขนาดไม่ใหญ่ในตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาดเงียบและบรรยากาศเป็นธรรมชาติมากกว่าชายหาดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พื้นที่ริมทะเลมีต้นไม้ให้ร่มเงาและยังคงบรรยากาศแบบชุมชนชายฝั่งไว้ได้ดี
 
ไฮไลต์: ความสงบคือเสน่ห์หลักของอ่าวยาง เหมาะกับการนั่งพัก อ่านหนังสือ เดินเล่นริมทะเล หรือรับประทานอาหารทะเลโดยไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความคึกคักแบบชายหาดยอดนิยม
 
บริเวณรอบหาดมีร้านอาหารท้องถิ่นและที่พักบางแห่ง จึงสามารถใช้เป็นจุดพักค้างสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแหลมสิงห์อย่างช้า ๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศเรียบง่ายมากกว่ารีสอร์ตขนาดใหญ่
 
หาดอยู่ใกล้กับพื้นที่วนอุทยานเขาแหลมสิงห์และหาดกระทิง ทำให้สามารถเพิ่มกิจกรรมเดินธรรมชาติและชมวิวภูเขาเข้าไปในทริปชายทะเลได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันอยู่เฉพาะชายหาด
 
พื้นที่นี้เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ควรตรวจสภาพน้ำและคลื่นก่อนเล่นน้ำ เนื่องจากชายฝั่งแต่ละช่วงมีลักษณะแตกต่างกันตามฤดูกาล
 
สามารถจัดร่วมกับสะพานแหลมสิงห์ ตึกแดง คุกขี้ไก่ และหาดแหลมสิงห์ได้ หากมีเวลามากขึ้นจึงขับต่อไปคุ้งวิมานหรือเจ้าหลาวตามเส้นทางชายฝั่ง
 
การเดินทาง: จากอำเภอแหลมสิงห์สามารถใช้เส้นทางบางกะไชยมุ่งหน้าวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ หาดอ่าวยางอยู่ก่อนถึงพื้นที่วนอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวเดินทางได้สะดวก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.477233,102.043508&travelmode=driving
 
สวนผลไม้จันทบุรี วังสรรพรส

19. สวนผลไม้
ในตำบลวังสรรพรส อำเภอขลุง เป็นตัวแทนของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนชื่อเสียงของจันทบุรีในฐานะเมืองผลไม้ได้อย่างชัดเจน พื้นที่มีทั้งภูเขา เนิน และที่ราบพร้อมดินที่เหมาะกับการเพาะปลูก จึงมีสวนผลไม้กระจายอยู่จำนวนมาก
 
ไฮไลต์: นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิธีปลูกและดูแลผลไม้ พร้อมเลือกซื้อผลผลิตสดจากสวนตามฤดูกาล ผลไม้สำคัญมีทั้งเงาะ มังคุด มะม่วง กล้วย สับปะรด และผลไม้ชนิดอื่นที่หมุนเวียนออกผลตลอดปี
 
ช่วงฤดูผลไม้เป็นเวลาที่น่าสนใจที่สุด เพราะหลายสวนมีกิจกรรมชิมผลไม้หรือเดินชมสวน ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นต้นจริงและเรียนรู้ตั้งแต่การดูแลต้น การเก็บผล ไปจนถึงการคัดคุณภาพก่อนส่งขาย
 
การเที่ยวสวนผลไม้ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าผลไม้ชนิดใดกำลังออกผล เพราะฤดูกาลของแต่ละชนิดแตกต่างกัน และสวนบางแห่งอาจเปิดเฉพาะช่วงผลผลิตหลัก ไม่ควรคาดหวังว่าทุเรียน เงาะ หรือมังคุดจะมีพร้อมกันตลอดปี
 
นอกจากผลสดแล้ว ชุมชนยังมีการแปรรูปผลไม้เป็นสินค้า เช่น ผลไม้อบแห้ง แยม น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่าง ๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ต่อเนื่องหลังฤดูเก็บเกี่ยว
 
สวนผลไม้เหมาะกับครอบครัว นักท่องเที่ยวสายอาหาร และผู้สนใจวิถีเกษตร หากเดินทางช่วงฤดูผลไม้ควรจัดโซนขลุงหรือท่าใหม่ไว้เต็มวัน เพราะสามารถเชื่อมต่อกับป่าชายเลนและแหล่งธรรมชาติอื่นได้
 
การเดินทาง: พื้นที่สวนผลไม้ตั้งอยู่ในตำบลวังสรรพรส อำเภอขลุง การใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เนื่องจากสวนแต่ละแห่งกระจายอยู่ตามถนนท้องถิ่น ควรตรวจตำแหน่งและเวลารับนักท่องเที่ยวของสวนที่ต้องการเข้าชมก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.564885,102.281527&travelmode=driving
 
เขื่อนคีรีธาร จันทบุรี

20. เขื่อนคีรีธาร
เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ในเขตอำเภอมะขามที่มีบทบาททั้งด้านพลังงาน น้ำเพื่อการเกษตร การบรรเทาอุทกภัย และการประมง ขณะเดียวกันพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยภูเขาก็มีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและชมวิวธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: จุดเด่นคือผืนน้ำขนาดใหญ่ที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง ช่วงเช้ามีโอกาสพบหมอกบางลอยเหนืออ่างเก็บน้ำ ขณะที่ช่วงเย็นแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำสร้างบรรยากาศเหมาะกับการถ่ายภาพและพักผ่อน
 
เขื่อนมีความจุประมาณ 76 ล้านลูกบาศก์เมตรและมีบทบาทในการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึงส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรม ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตของชุมชน
 
บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำค่อนข้างเงียบและยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหนาแน่นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ผู้มาเยือนควรเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งจำเป็นติดรถมาเอง โดยเฉพาะหากต้องการใช้เวลาอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำนาน
 
สถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ ผู้ที่ชอบขับรถเที่ยว และกลุ่มที่ต้องการจุดพักสงบนอกเส้นทางหลัก ไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังกิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือร้านค้าเป็นจำนวนมาก
 
สามารถจัดร่วมกับพื้นที่มะขาม เขาคิชฌกูฏ หรือสวนผลไม้ในโซนตะวันออกของจังหวัด หากออกจากตัวเมืองตั้งแต่เช้าจะสามารถจัดเส้นทางภูเขา เขื่อน และเกษตรได้ภายในวันเดียว
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 317 มุ่งหน้าอำเภอมะขามประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าสู่ถนนไปเขื่อนคีรีธารอีกประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนส่วนใหญ่เป็นทางลาดยางและรถยนต์ทั่วไปเดินทางได้
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.758409,102.343524&travelmode=driving

 

หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
 

21. หาดแหลมสิงห์
ตั้งอยู่บริเวณตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ เป็นชายหาดปากอ่าวที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากชายหาดทั่วไปของจังหวัดจันทบุรี เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำจันทบุรีไหลออกสู่อ่าวไทย ทำให้ทิวทัศน์ของที่นี่มีทั้งทะเล ปากแม่น้ำ ภูเขา เกาะ และชุมชนประมงรวมอยู่ในภาพเดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตชายฝั่งของจันทบุรีอย่างใกล้ชิด
 
ไฮไลต์: ชายหาดบริเวณปากแม่น้ำจันทบุรี วิวเขาแหลมสิงห์และเกาะใกล้ชายฝั่ง ร้านอาหารทะเลสด ชุมชนประมง และตำแหน่งที่สามารถเที่ยวเชื่อมต่อกับตึกแดง คุกขี้ไก่ สะพานตากสินมหาราช โอเอซีส ซี เวิลด์ และวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ได้ภายในวันเดียว
 
แนวชายหาดโค้งรับกับอ่าวและเปิดมุมมองออกสู่ทะเลกว้าง บรรยากาศจึงเหมาะทั้งการเดินเล่น นั่งพักริมชายหาด และชมเรือประมงที่เข้าออกบริเวณปากแม่น้ำ ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่น่าเดินเที่ยวที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการถ่ายภาพทะเลและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
 
บริเวณหาดมีร้านอาหารทะเลจำนวนมากซึ่งใช้วัตถุดิบจากการประมงในพื้นที่ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา และอาหารพื้นบ้านของจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีที่พักหลายรูปแบบตั้งแต่รีสอร์ตริมทะเลไปจนถึงที่พักขนาดเล็ก ทำให้สามารถเลือกหาดแหลมสิงห์เป็นฐานสำหรับเที่ยวพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดได้สะดวก
 
จากชายหาดสามารถมองเห็นเขาแหลมสิงห์และเกาะจุฬา รวมถึงมีบริการเรือท้องถิ่นสำหรับกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่ตามสภาพอากาศและการให้บริการของผู้ประกอบการ การออกเรือควรตรวจคลื่นลมล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม และควรใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้ง
 
หาดแหลมสิงห์เหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และผู้สนใจถ่ายภาพชุมชนประมง หากต้องการเที่ยวแบบมีเนื้อหามากขึ้น สามารถเริ่มเช้าที่ตึกแดงและคุกขี้ไก่ ต่อด้วยชายหาด รับประทานอาหารทะเลช่วงกลางวัน แล้วไปวนอุทยานเขาแหลมสิงห์หรืออ่าวกระทิงในช่วงบ่าย
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางจังหวัดตราด บริเวณประมาณกิโลเมตรที่ 347 แยกเข้าสู่อำเภอแหลมสิงห์ แล้วเดินทางต่อประมาณ 16 กิโลเมตร อีกเส้นทางสามารถใช้ถนนท่าใหม่–บางกะไชยและข้ามสะพานตากสินมหาราชเข้าสู่แหลมสิงห์ได้ เวลาเปิดพื้นที่ชายหาดที่เผยแพร่ไว้คือ 07.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.477778,102.070000&travelmode=driving
 
หาดคุ้งวิมาน จังหวัดจันทบุรี

22. หาดคุ้งวิมาน
อำเภอนายายอาม เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงด้านความเงียบสงบและภูมิทัศน์ชายฝั่งที่สวยงาม จุดเด่นคือแนวหาดที่โค้งไปตามอ่าวและเชื่อมต่อกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ทำให้เป็นทั้งจุดพักผ่อนริมทะเลและหนึ่งในเส้นทางขับรถชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจันทบุรี
 
ไฮไลต์: ชายหาดโค้งยาว บรรยากาศสงบ ถนนเลียบทะเลสวยงาม และอยู่ใกล้จุดชมวิวเนินนางพญา จึงเป็นหนึ่งในโซนที่เหมาะที่สุดสำหรับการขับรถเที่ยวชายฝั่ง ถ่ายภาพวิวทะเล และพักค้างคืนแบบไม่เร่งรีบ
 
ลักษณะของอ่าวที่โค้งรับกับแนวชายฝั่งทำให้หาดคุ้งวิมานมองเห็นสวยเป็นพิเศษจากมุมสูง โดยเฉพาะเมื่อขับขึ้นไปทางเนินนางพญา นักท่องเที่ยวสามารถเห็นเส้นถนนที่คดเคี้ยวตามภูมิประเทศพร้อมทะเลอยู่เบื้องล่าง กลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของการท่องเที่ยวชายฝั่งจันทบุรี
 
พื้นที่ริมชายหาดมีทั้งร้านอาหารทะเล ที่พัก รีสอร์ต และร้านบริการนักท่องเที่ยว จึงสามารถมาเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับหรือพักค้างคืนได้ ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเล่นและรับลมทะเล ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะกับการขับรถต่อไปชมวิวบนเนินนางพญาและถ่ายภาพแสงช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า
 
ฤดูที่เหมาะกับกิจกรรมชายหาดคือช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ซึ่งทะเลโดยทั่วไปสงบกว่าช่วงมรสุม ส่วนฤดูฝนยังคงมีเสน่ห์จากบรรยากาศที่เงียบกว่า แต่ควรตรวจคลื่นลมก่อนลงเล่นน้ำและไม่ฝ่าฝืนคำเตือนในพื้นที่
 
หาดคุ้งวิมานเหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว นักขับรถเที่ยว นักปั่นจักรยาน และสายถ่ายภาพ หากมีเวลาเต็มวันสามารถจัดเส้นทางหาดคุ้งวิมาน–เนินนางพญา–อ่าวคุ้งกระเบน–แหลมเสด็จ–หาดเจ้าหลาว ซึ่งเป็นเส้นทางที่ได้ทั้งทะเล จุดชมวิว และธรรมชาติชายฝั่งครบในวันเดียว
 
การเดินทาง: จากถนนสุขุมวิทบริเวณประมาณกิโลเมตรที่ 301 แยกเข้าสู่เส้นทางชายฝั่งประมาณ 18 กิโลเมตรจนถึงหาดคุ้งวิมาน หรือใช้ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเชื่อมจากพื้นที่ชายทะเลใกล้เคียง เวลาเปิดพื้นที่ที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.604435,101.875440&travelmode=driving
 
ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จังหวัดจันทบุรี

23. ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต
เป็นเส้นทางชมวิวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่มีชื่อเสียงและเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเที่ยวทะเลจันทบุรี เส้นทางทอดตัวผ่านแนวชายทะเล ภูเขา อ่าว ชุมชน และจุดชมวิวหลายแห่ง ทำให้การเดินทางบนถนนสายนี้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวในตัวเอง ไม่ใช่เพียงเส้นทางเชื่อมจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง
 
ไฮไลต์: Scenic Route เลียบชายฝั่งความยาวกว่า 111 กิโลเมตร เชื่อมพื้นที่ชายทะเลจากจังหวัดระยองเข้าสู่จันทบุรี ผ่านหาดคุ้งวิมาน เนินนางพญา อ่าวคุ้งกระเบน ปากแม่น้ำจันทบุรี และพื้นที่ชายฝั่งอีกหลายแห่ง พร้อมจุดพักรถ จุดชมวิว และช่วงถนนที่มองเห็นทะเลอย่างต่อเนื่อง
 
แนวเส้นทางเริ่มจากบริเวณใกล้อนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก่อนทอดเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี และเชื่อมต่อไปจนถึงพื้นที่อำเภอขลุง ถนนสายนี้จึงทำหน้าที่ทั้งเป็นโครงสร้างคมนาคมและเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งที่รวบรวมสถานที่สำคัญหลายแห่งไว้ด้วยกัน
 
ช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจันทบุรีคือบริเวณหาดคุ้งวิมานและเนินนางพญา เพราะถนนโค้งไปตามแนวภูเขาและชายฝั่ง ทำให้เมื่อมองจากจุดสูงจะเห็นเส้นถนนทอดไปกับทะเลอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพแลนด์สเคปที่ถูกใช้เป็นภาพประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีอยู่เสมอ
 
ผู้ที่ชอบ Road Trip สามารถใช้ถนนสายนี้เป็นแกนหลักของทริป 2–3 วัน เริ่มจากคุ้งวิมาน ต่อไปเนินนางพญา อ่าวคุ้งกระเบน แหลมเสด็จ หาดเจ้าหลาว บางกะไชย แหลมสิงห์ และพื้นที่ชายฝั่งด้านใต้ จังหวัดจันทบุรีจึงเหมาะกับการเที่ยวแบบขับรถมากเป็นพิเศษ
 
แม้จะมีจุดชมวิวสวยจำนวนมาก แต่ควรจอดรถเฉพาะพื้นที่ที่จัดไว้ ไม่จอดบนทางโค้งหรือไหล่ทางแคบ และไม่เดินลงไปบนผิวจราจรเพื่อถ่ายภาพ เพราะบางช่วงมีรถวิ่งด้วยความเร็วและทัศนวิสัยจำกัด
 
การเดินทาง: สามารถเข้าสู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตได้จากหลายจุดของชายฝั่งจันทบุรี โดยผู้ที่มาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสุขุมวิทแล้วแยกเข้าสู่อำเภอนายายอามหรือท่าใหม่เพื่อเริ่มเส้นทางชายทะเล ถนนเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่การขับเที่ยวชมวิวเหมาะที่สุดในช่วงกลางวัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.680000,101.830000&travelmode=driving
 
อ่าวกระทิง จังหวัดจันทบุรี
 
24. อ่าวกระทิง
ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ เป็นชายหาดธรรมชาติที่มีบรรยากาศเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชายหาดท่องเที่ยวหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักท่ามกลางภูเขา ป่า และทะเลโดยหลีกเลี่ยงความคึกคักของพื้นที่รีสอร์ตขนาดใหญ่
 
ไฮไลต์: แนวชายหาดธรรมชาติยาวประมาณ 1 กิโลเมตร รายล้อมด้วยป่าเขียว จุดชมวิวชายทะเล แนวหิน และพื้นที่ธรรมชาติของวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ เดินป่าเบา ๆ และถ่ายภาพธรรมชาติ
 
บรรยากาศของอ่าวกระทิงมีความแตกต่างจากหาดแหลมสิงห์ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เพราะบริเวณนี้มีสิ่งปลูกสร้างน้อยกว่าและให้ความรู้สึกของชายหาดธรรมชาติมากกว่า ผู้มาเยือนจะได้ยินเสียงคลื่นและเห็นแนวป่ารอบชายหาดอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างช้า ๆ กับธรรมชาติ
 
นอกอ่าวมีแนวหินและระบบนิเวศทะเลที่เพิ่มความหลากหลายของภูมิทัศน์ ในวันที่สภาพทะเลเหมาะสม พื้นที่ชายฝั่งยังเหมาะกับกิจกรรมชมธรรมชาติทางทะเล โดยควรคำนึงถึงความปลอดภัยและสภาพคลื่นลมเป็นหลัก ไม่ควรลงน้ำในช่วงที่มีคลื่นแรง
 
บริเวณเขาแหลมสิงห์ยังมีลักษณะหินธรรมชาติที่สัมพันธ์กับชื่อ “แหลมสิงห์” ทำให้การเที่ยวอ่าวกระทิงสามารถต่อยอดเป็นการสำรวจทั้งธรรมชาติและเรื่องราวของภูมิประเทศในพื้นที่ หากมีเวลา สามารถเที่ยวต่อวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ป้อมไพรีพินาศ หาดอ่าวยาง และสะพานตากสินมหาราชได้
 
นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะกับการเดิน และนำขยะกลับออกจากพื้นที่ เนื่องจากอ่าวกระทิงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อนุรักษ์ การท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบจะช่วยรักษาความสงบและสภาพธรรมชาติของชายหาดไว้ได้
 
การเดินทาง: เข้าทางวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ในตำบลบางกะไชย จากบริเวณที่ทำการมีเส้นทางเดินลงไปยังอ่าวกระทิง เวลาเปิดให้เข้าพื้นที่ที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–18.00 น. ควรเผื่อเวลาเดินกลับก่อนช่วงเย็น
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.472826,102.052160&travelmode=driving
 
หาดอ่าวยาง จังหวัดจันทบุรี

25. หาดอ่าวยาง
เป็นชายหาดขนาดเล็กบริเวณตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ อยู่ก่อนถึงวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ประมาณ 2 กิโลเมตร จุดเด่นของที่นี่คือความสงบ ร่มรื่น และบรรยากาศชายทะเลแบบเรียบง่าย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกจากชายหาดหลักที่มีผู้คนหนาแน่น
 
ไฮไลต์: ชายหาดขนาดกะทัดรัด ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา บรรยากาศไม่พลุกพล่าน ร้านอาหารทะเลท้องถิ่น และทำเลใกล้วนุทยานเขาแหลมสิงห์กับอ่าวกระทิง เหมาะสำหรับการพักระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวแหลมสิงห์
 
ชายหาดอ่าวยางให้ความรู้สึกต่างจากหาดท่องเที่ยวที่มีรีสอร์ตเรียงรายตลอดแนว เพราะยังมีพื้นที่ธรรมชาติและต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพัก รับลมทะเล และใช้เวลาโดยไม่ต้องมีกิจกรรมตลอดเวลา จึงเหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศเรียบง่ายและต้องการพักจากการเดินทาง
 
บริเวณใกล้ชายหาดมีร้านอาหารท้องถิ่นและอาหารทะเล ทำให้สามารถแวะรับประทานอาหารก่อนเดินทางต่อไปยังวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ได้ หากต้องการเที่ยวแบบเต็มวันสามารถจัดหาดอ่าวยางร่วมกับอ่าวกระทิง ป้อมไพรีพินาศ และหาดแหลมสิงห์ได้โดยไม่ต้องขับรถย้อนเส้นทางมาก
 
ผู้ที่มาพักผ่อนริมทะเลควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นซึ่งอากาศสบายกว่า แม้พื้นที่ชายหาดเข้าถึงได้ตลอดวัน แต่การลงเล่นน้ำควรพิจารณาคลื่นลมและสภาพน้ำในแต่ละวันเป็นหลัก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
 
การเดินทาง: จากอำเภอท่าใหม่สามารถใช้เส้นทางบางกะไชยมุ่งสู่วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ หาดอ่าวยางอยู่ก่อนถึงพื้นที่วนอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก พื้นที่ชายหาดเปิดตลอด 24 ชั่วโมงตามข้อมูลที่เผยแพร่ไว้
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.477233,102.043508&travelmode=driving
 
เกาะนมสาว จังหวัดจันทบุรี

26. เกาะนมสาว
เป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่บริเวณชายฝั่งอำเภอแหลมสิงห์ อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 7 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกเรือไปสัมผัสทะเลจันทบุรีนอกชายฝั่ง เกาะยังคงบรรยากาศเป็นธรรมชาติ เหมาะกับกิจกรรมเล่นน้ำ ชมทะเล และเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
 
ไฮไลต์: เกาะใกล้ชายฝั่ง น้ำทะเลค่อนข้างใส ชายหาดธรรมชาติ จุดชมโลกใต้ทะเล และบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายทะเลที่ต้องการเพิ่มกิจกรรมนั่งเรือและดำน้ำตื้นเข้าไปในทริปแหลมสิงห์
 
รอบเกาะมีแนวชายฝั่งและพื้นที่ใต้น้ำที่ดึงดูดผู้ชื่นชอบกิจกรรมดำน้ำตื้น เมื่อสภาพอากาศและทัศนวิสัยใต้น้ำเหมาะสม นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปลาและระบบนิเวศทะเลบริเวณรอบเกาะได้ การเดินทางควรใช้บริการเรือท้องถิ่นที่มีอุปกรณ์นิรภัยและสอบถามสภาพคลื่นก่อนออกจากฝั่งทุกครั้ง
 
ด้วยระยะทางจากชายฝั่งไม่มาก เกาะนมสาวจึงเหมาะกับการออกเรือแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยสามารถจัดร่วมกับพื้นที่หาดแหลมสิงห์และเกาะใกล้เคียงตามโปรแกรมของผู้ให้บริการเรือ ช่วงที่ทะเลสงบจะเหมาะกับกิจกรรมมากที่สุด ขณะที่ฤดูมรสุมควรตรวจประกาศและไม่ออกเรือเมื่อสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
 
การเที่ยวเกาะควรเน้นการรักษาระบบนิเวศ ไม่เหยียบหรือจับปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และหลีกเลี่ยงการให้อาหารสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวที่เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำส่วนตัวควรพกถุงสำหรับเก็บขยะกลับขึ้นฝั่งด้วย
 
การเดินทาง: ต้องเดินทางทางเรือจากพื้นที่ชายฝั่งอำเภอแหลมสิงห์ โดยสามารถสอบถามเรือท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการนำเที่ยวในพื้นที่หาดแหลมสิงห์ การเดินทางขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ คลื่นลม และรอบเรือในแต่ละวัน จึงควรนัดหมายล่วงหน้า
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.463333,102.022778&travelmode=driving
 
วัดตะกาดเง้า จังหวัดจันทบุรี
 
27. วัดตะกาดเง้า
อำเภอท่าใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรีที่มีอายุประมาณ 200 ปี และโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมกับโบราณวัตถุ โดยเฉพาะหอไตรกลางน้ำฝีมือช่างในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญของศิลปกรรมและภูมิปัญญาช่างไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก
 
ไฮไลต์: หอไตรกลางน้ำโบราณที่ประกอบด้วยเทคนิคเข้าสลักไม้ งานจำหลักลายเครือเถาและเทพพนม พระประธานไม้ ธรรมาสน์ไม้ และโบราณวัตถุหลายรายการ โดยวัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานจากกรมศิลปากรในปี พ.ศ. 2545
 
หอไตรกลางน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของวัด ตัวอาคารยกสูง ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาลดชั้น และมีงานไม้ตกแต่งอย่างประณีต หน้าบันประดับลายเครือเถาและเทพพนม พร้อมการปิดทองและประดับกระจกในบางส่วน สะท้อนทักษะของช่างในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นได้อย่างชัดเจน
 
หอไตรมีหน้าที่เก็บคัมภีร์และใบลานทางพระพุทธศาสนา การตั้งอาคารกลางน้ำมีประโยชน์ในการป้องกันมดและแมลงจากการทำลายเอกสารโบราณ จึงเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่เกิดจากทั้งความเชื่อ ศาสนา และภูมิปัญญาการรักษาคัมภีร์ในอดีต
 
ภายในวัดยังมีพระประธานแกะสลักจากไม้ ธรรมาสน์ และศาสนวัตถุอื่นที่สะท้อนความเก่าแก่ของชุมชน เอกสารเกี่ยวกับการตั้งวัดปรากฏในช่วง พ.ศ. 2370 ซึ่งอยู่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ทำให้วัดตะกาดเง้าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น งานช่างไม้ และศิลปกรรมทางพุทธศาสนา
 
การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ไม่จับต้องโบราณวัตถุ และรักษาความสงบ หากเดินทางเที่ยวอำเภอท่าใหม่ สามารถจัดวัดตะกาดเง้าร่วมกับวัดเขาสุกิมและพื้นที่ชายฝั่งหาดเจ้าหลาวได้ เพื่อให้ทริปมีทั้งวัฒนธรรม ศาสนา และธรรมชาติ
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บริเวณตำบลตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ ใกล้แนวถนนสุขุมวิท สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองจันทบุรีได้สะดวก เวลาเปิดให้เข้าชมที่เผยแพร่ไว้คือ 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.569660,101.976630&travelmode=driving
 
วัดไผ่ล้อม จังหวัดจันทบุรี
 
28. วัดไผ่ล้อม
ตั้งอยู่ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี ริมแม่น้ำจันทบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญและเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สำคัญของเมือง มีประวัติย้อนกลับไปถึงช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น พร้อมศิลปกรรมสำคัญที่ยังคงหลงเหลือให้ศึกษา
 
ไฮไลต์: พระอารามหลวงเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2320 พระอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติชาดกและพุทธประวัติ งานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจีน และทำเลริมแม่น้ำจันทบุรีซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์เมือง
 
วัดไผ่ล้อมได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2325 และใน พ.ศ. 2539 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ของวัดทำให้ที่นี่เป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชนจันทบุรีบริเวณริมแม่น้ำ
 
พระอุโบสถเก่าเป็นส่วนที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด ภายในมีจิตรกรรมที่ประกอบด้วยเรื่องราวพุทธประวัติและทศชาติชาดก รวมทั้งองค์ประกอบศิลปะที่สะท้อนอิทธิพลจีน เช่น ภาพต้นไม้และดอกไม้ รวมถึงภาพบุคคลต่างชาติ ทำให้สามารถศึกษาบรรยากาศทางวัฒนธรรมของจันทบุรีในอดีตผ่านงานศิลปกรรมได้
 
วัดมีพื้นที่กว้างกว่า 45 ไร่และตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศจึงสงบกว่าย่านพาณิชย์ในตัวเมือง เหมาะสำหรับการทำบุญ ชมสถาปัตยกรรม และศึกษาศิลปะไทย ผู้ที่เที่ยวในตัวเมืองสามารถจัดวัดไผ่ล้อมร่วมกับชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดใช้เสียงดังภายในพระอุโบสถ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสจิตรกรรมหรือโบราณวัตถุ การชมงานศิลปะจากระยะเหมาะสมช่วยรักษามรดกของวัดให้คงอยู่ในระยะยาว
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ที่ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี สามารถเดินทางจากใจกลางเมืองด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถท้องถิ่นได้ไม่ยาก เวลาเปิดให้เข้าชมที่เผยแพร่ไว้คือ 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.605778,102.119140&travelmode=driving
 
สะพานตากสินมหาราช หรือสะพานแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
 
29. สะพานแหลมสิงห์ หรือสะพานตากสินมหาราช
เป็นสะพานสำคัญข้ามแม่น้ำจันทบุรี เชื่อมพื้นที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์กับตำบลบางกะไชย และเป็นส่วนหนึ่งของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต นอกจากมีบทบาทด้านคมนาคมแล้ว สะพานยังเป็นจุดชมวิวปากแม่น้ำ ชุมชนประมง และภูมิประเทศชายฝั่งที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง
 
ไฮไลต์: สะพานยาวประมาณ 1,060 เมตร ข้ามปากแม่น้ำจันทบุรี ช่วยเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งแหลมสิงห์กับบางกะไชย มองเห็นท่าเรือประมงและวิถีชีวิตริมแม่น้ำ และเป็นจุดสำคัญบนเส้นทางถนนเฉลิมบูรพาชลทิต
 
ก่อนมีสะพาน ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ต้องอาศัยเรือข้ามฟากหรือเดินทางอ้อมเป็นระยะทางไกล การสร้างสะพานจึงมีผลต่อทั้งการคมนาคม การขนส่งผลผลิตทางเกษตรและประมง ตลอดจนการท่องเที่ยวชายฝั่งของอำเภอแหลมสิงห์อย่างชัดเจน
 
การก่อสร้างเริ่มเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2550 และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “สะพานตากสินมหาราช” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ทำให้สะพานมีความสำคัญทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและชื่อที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี
 
จากช่วงกลางสะพานสามารถมองเห็นปากแม่น้ำจันทบุรี เรือประมง และชุมชนชายฝั่ง เหมาะกับการแวะชมวิวระหว่างทางไปหาดแหลมสิงห์ วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ หรืออ่าวยาง อย่างไรก็ตาม ควรจอดรถเฉพาะจุดที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร เนื่องจากสะพานยังเป็นเส้นทางสัญจรหลัก
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพวิถีประมงควรมาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ซึ่งแสงนุ่มและสามารถเห็นกิจกรรมของเรือในปากแม่น้ำได้ชัด การเที่ยวบริเวณสะพานสามารถต่อกับตึกแดง คุกขี้ไก่ หาดแหลมสิงห์ และโอเอซีส ซี เวิลด์ได้อย่างสะดวก
 
การเดินทาง: สะพานตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมระหว่างตำบลปากน้ำแหลมสิงห์กับตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ และเป็นส่วนหนึ่งของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.483980,102.059214&travelmode=driving
 
วัดเสม็ดโพธิ์ศรี จังหวัดจันทบุรี
 
30. วัดเสม็ดโพธิ์ศรี
ตั้งอยู่บ้านเสม็ดโพธิ์ศรี ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรีที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี มีศาสนสถานหลายยุคสมัยและยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาและการศึกษาธรรมะของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
ไฮไลต์: วัดก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2350 อุโบสถครึ่งตึกครึ่งไม้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2360 ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ไม้ วิหาร หอระฆัง และศาสนวัตถุหลายรายการ รวมถึงบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ดำเนินมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512
 
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2372 ทำให้เห็นถึงความสำคัญของวัดต่อชุมชนตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อาคารหลายหลังสะท้อนการพัฒนาของวัดในแต่ละยุค ตั้งแต่อุโบสถเก่าที่สร้างตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงศาลาการเปรียญและอาคารอเนกประสงค์ที่เพิ่มเติมในเวลาต่อมา
 
อุโบสถขนาดประมาณ 8 × 15 เมตรเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้และเป็นองค์ประกอบสำคัญด้านประวัติศาสตร์ของวัด ขณะที่หอสวดมนต์ไม้และกุฏิไม้ช่วยให้ผู้สนใจสถาปัตยกรรมวัดท้องถิ่นเห็นพัฒนาการของรูปแบบอาคารศาสนาในชุมชนชนบทของจันทบุรีได้ชัดเจน
 
นอกจากบทบาททางศาสนา วัดเสม็ดโพธิ์ศรียังเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 ทำให้วัดเป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ทางพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุ สามเณร และประชาชน บทบาทนี้ทำให้วัดยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชน ไม่ได้มีความสำคัญเพียงในฐานะโบราณสถานเท่านั้น
 
บรรยากาศรอบวัดค่อนข้างสงบ มีคลองสาธารณะอยู่ทางด้านหนึ่งของพื้นที่ เหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยววัดเก่า ศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน และต้องการรู้จักอำเภอท่าใหม่ในมุมที่นอกเหนือจากทะเลและสวนผลไม้ การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในเขตวัด
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 21 บ้านเสม็ดโพธิ์ศรี หมู่ 5 ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองจันทบุรีหรือจากตัวอำเภอท่าใหม่ได้สะดวก เวลาเปิดให้เข้าชมที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.635019,101.932967&travelmode=driving

```html

 
โบราณสถานค่ายเนินวง จันทบุรี

31. โบราณสถานค่ายเนินวง
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี เป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ด้านการป้องกันเมืองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ค่ายแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และยังคงเหลือแนวกำแพง ป้อม คูเมือง และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพระบบป้องกันเมืองในอดีตได้ชัดเจน
 
ไฮไลต์: แนวกำแพงค่ายและป้อมป้องกันเมืองที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2377 มีพื้นที่ภายในประมาณ 270 ไร่ กำแพงสูงประมาณ 6 เมตร พร้อมประตูเมือง คูเมือง และช่องสำหรับปืนใหญ่ เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของการเตรียมรับมือภัยคุกคามจากญวนในช่วงรัชกาลที่ 3
 
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลัง หรือดิส บุนนาค ดำเนินการสร้างค่าย โดยมีการนำศิลาแลงและอิฐจากเมืองเก่าจันทบุรีมาใช้ก่อสร้าง แนวกำแพงจึงมีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นตัวอย่างเทคนิคงานก่อสร้างทางทหารในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19
 
ภายในบริเวณค่ายยังเป็นที่ตั้งของวัดโยธานิมิตรหรือวัดโบสถ์ รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ทำให้สามารถจัดเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์หลายเรื่องภายในพื้นที่เดียว ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ป้องกันเมือง ศาสนา ไปจนถึงโบราณคดีใต้น้ำและการค้าทางทะเล
 
ค่ายเนินวงเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมโบราณ ครอบครัว และนักเรียน ควรเผื่อเวลาเดินรอบแนวกำแพงและชมองค์ประกอบของพื้นที่ ไม่ควรมาเพียงเพื่อแวะถ่ายภาพ เพราะเรื่องราวของค่ายเชื่อมโยงกับพัฒนาการของเมืองจันทบุรีโดยตรง
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีเดินทางไปตำบลบางกะจะตามเส้นทางค่ายเนินวง สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก และควรจัดเที่ยวต่อกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวีซึ่งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน เวลาเปิดให้เข้าชมที่เผยแพร่ไว้คือ 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.585217,102.067657&travelmode=driving
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

32. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี (โบราณคดีใต้น้ำ)
ตั้งอยู่ภายในค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเนื้อหาเฉพาะทางด้านการเดินเรือ การค้าทางทะเล และโบราณคดีใต้น้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจบทบาทของอ่าวไทยและจันทบุรีในเครือข่ายการค้าระหว่างภูมิภาคในอดีต
 
ไฮไลต์: นิทรรศการสำคัญคือเรือสำเภาจำลองขนาดเท่าของจริงและโบราณวัตถุที่ค้นพบจากเรือโบราณซึ่งจมอยู่ใต้ทะเล เช่น เครื่องปั้นดินเผา ถ้วย โถ ไห และสินค้าจากแหล่งผลิตต่าง ๆ ที่สะท้อนการค้าทางทะเลในอดีต
 
พิพิธภัณฑ์รวบรวมองค์ความรู้จากการศึกษาทางโบราณคดีใต้น้ำที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเห็นความเชื่อมโยงของการค้า การเดินเรือ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสยามกับพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย
 
นอกจากเรื่องพาณิชย์นาวี ยังมีส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ของเมืองจันทบุรี เช่น อัญมณี สวนผลไม้ และวัฒนธรรมของชาวชอง จึงช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพจังหวัดในหลายมิติมากกว่าการเรียนรู้เฉพาะเรื่องทะเล
 
สถานที่เหมาะกับครอบครัว นักเรียน ผู้สนใจประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมในร่ม สามารถใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ก่อนเดินชมโบราณสถานค่ายเนินวงด้านนอกเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
 
การเดินทาง: พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในโบราณสถานค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี เปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. ควรตรวจวันหยุดราชการก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.584763,102.067633&travelmode=driving
 
วังสวนบ้านแก้ว จันทบุรี

33. วังสวนบ้านแก้ว
ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เป็นพระราชฐานเดิมของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และเป็นสถานที่ที่สะท้อนพระราชจริยวัตรเรียบง่าย รวมถึงพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี
 
ไฮไลต์: พระตำหนักและเรือนต่าง ๆ ภายในวังยังคงบรรยากาศของสถานที่ประทับในอดีต โดยเฉพาะพระตำหนักเทาซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สไตล์ยุโรป รายล้อมด้วยสวนและพื้นที่สีเขียวที่ให้บรรยากาศสงบ
 
วังสวนบ้านแก้วเริ่มพัฒนาขึ้นหลังสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จมาประทับที่จันทบุรีในช่วงหลัง พ.ศ. 2493 การก่อสร้างเน้นความประหยัดและใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นภายในพื้นที่ เช่น อิฐและกระเบื้อง รวมถึงไม้สักสำหรับอาคารสำคัญ
 
พื้นที่ไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านสถาปัตยกรรม แต่ยังสะท้อนแนวพระราชดำริเรื่องการพึ่งพาตนเอง การเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม จึงเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ราชสำนักและพัฒนาการของจันทบุรีในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20
 
การเข้าชมควรรักษาความสงบและปฏิบัติตามกฎของพื้นที่ เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ภายในเขตมหาวิทยาลัย หากมีเวลา สามารถจัดวังสวนบ้านแก้วร่วมกับสถานที่ในตัวเมือง เช่น ชุมชนริมน้ำจันทบูรและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้
 
การเดินทาง: วังสวนบ้านแก้วตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี เปิดวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.664005,102.097503&travelmode=driving
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จันทบุรี

34. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่เหมาะสำหรับครอบครัวและเด็ก ภายในรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำจากอ่าวไทยและน่านน้ำจันทบุรีไว้ในตู้จัดแสดงหลายรูปแบบ
 
ไฮไลต์: ภายในอาคารมีตู้แสดงสัตว์น้ำประมาณ 36 ตู้ จัดจำลองสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศใต้ทะเล มีทั้งปลาทะเลสวยงาม สัตว์น้ำแนวปะการัง และพันธุ์สัตว์น้ำที่พบในน่านน้ำภาคตะวันออก
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และทำหน้าที่เป็นพื้นที่เผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับการสร้างความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง
 
ตัวอาคารมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงเหมาะกับการใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง และสามารถจัดรวมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน หาดแหลมเสด็จ และหาดเจ้าหลาวได้ในวันเดียว
 
สถานที่เหมาะเป็นพิเศษในวันที่อากาศร้อนหรือมีเด็กเล็กเดินทางด้วย เพราะเป็นกิจกรรมในร่มและช่วยเพิ่มเนื้อหาด้านการเรียนรู้ให้กับทริปชายทะเลที่อาจมีแต่การเล่นน้ำและชมวิว
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ ใกล้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน เดินทางตามเส้นทางหาดเจ้าหลาว–แหลมเสด็จ เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.572904,101.894888&travelmode=driving
 
ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง จันทบุรี

35. ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง
เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ชอง ซึ่งเป็นประชากรดั้งเดิมกลุ่มสำคัญของพื้นที่จันทบุรี ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทในการรวบรวมเรื่องราว ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อให้คนรุ่นใหม่และผู้มาเยือนได้เข้าใจรากทางวัฒนธรรมของจังหวัดมากขึ้น
 
ไฮไลต์: การเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมชอง วิถีการใช้ทรัพยากรป่า สมุนไพร อาหารพื้นบ้าน เครื่องมือการดำรงชีวิต และประเพณีที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาของจันทบุรี
 
ชาวชองมีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะของตนเอง และมีบทบาทต่อประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานในภาคตะวันออก การเรียนรู้เรื่องชาวชองจึงช่วยให้เข้าใจชื่อสถานที่ ภูมิปัญญาป่า และเรื่องราวของพื้นที่เขาคิชฌกูฏกับภูเขาโดยรอบได้ลึกขึ้น
 
ศูนย์วัฒนธรรมเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ครอบครัว และนักเรียน สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวเขาคิชฌกูฏ เพื่อเพิ่มมิติด้านวัฒนธรรมควบคู่กับการเที่ยวธรรมชาติ
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ เดินทางจากตัวเมืองจันทบุรีตามเส้นทางไปเขาคิชฌกูฏ เวลาเปิดที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.950742,102.037615&travelmode=driving
 
พระธาตุบุญแจ่มฟ้า จันทบุรี

36. พระธาตุบุญแจ่มฟ้า
เป็นศาสนสถานสำคัญของจังหวัดจันทบุรีที่เหมาะกับผู้เดินทางสายศรัทธา บรรยากาศโดยรอบมีความสงบและรายล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้เป็นสถานที่สำหรับสักการะ ทำบุญ และพักจิตใจจากความวุ่นวายในตัวเมือง
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุเป็นจุดศูนย์กลางของศรัทธา และพื้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวเทือกเขาและสวนผลไม้ของจันทบุรี ทำให้สามารถจัดการเดินทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติได้
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ โดยเฉพาะบริเวณที่ใช้ประกอบพิธีหรือปฏิบัติธรรม การเดินทางในช่วงเช้าจะช่วยให้บรรยากาศเย็นสบายและเหมาะกับการใช้เวลาภายในพื้นที่มากกว่าในช่วงบ่าย
 
การเดินทาง: พระธาตุตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวตามเส้นทางท้องถิ่น เวลาเปิดให้เข้าพื้นที่ที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.554395,102.000582&travelmode=driving
 
วัดโบสถ์เมือง จันทบุรี

37. วัดโบสถ์เมือง
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรีในเขตตำบลตลาด อำเภอเมือง เป็นวัดเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชุมชนเมืองและเส้นทางคมนาคมทางน้ำในอดีต เหมาะสำหรับจัดรวมอยู่ในเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าจันทบุรี
 
ไฮไลต์: ทำเลริมแม่น้ำ อาคารทางศาสนา และบรรยากาศของชุมชนเมืองเก่าช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นอีกด้านหนึ่งของตัวเมืองที่เติบโตขึ้นตามแนวแม่น้ำก่อนระบบถนนจะมีบทบาทหลัก
 
การเที่ยววัดโบสถ์เมืองสามารถเชื่อมกับชุมชนริมน้ำจันทบูร ศาลหลักเมือง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และถนนอัญมณีได้โดยใช้เวลาเดินทางไม่มาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวตัวเมืองแบบเจาะลึกมากกว่าการแวะเฉพาะแลนด์มาร์กหลัก
 
ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ โดยเฉพาะในช่วงที่มีพิธีทางศาสนา หากต้องการถ่ายภาพอาคารหรือบรรยากาศริมแม่น้ำ ช่วงเช้าจะมีแสงอ่อนและอากาศสบายกว่า
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองจันทบุรี ตำบลตลาด สามารถเดินทางจากชุมชนริมน้ำหรือใจกลางเมืองได้สะดวก เวลาเปิดให้เข้าชมที่เผยแพร่ไว้คือ 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.613587,102.113335&travelmode=driving
 
วัดช้างข้าม จันทบุรี

38. วัดช้างข้าม
ตั้งอยู่ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนและเป็นศูนย์กลางด้านศาสนาในพื้นที่มาหลายยุค ภายในยังคงมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนรูปแบบวัดในช่วงรัชกาลที่ 5
 
ไฮไลต์: โบสถ์ วิหาร และเจดีย์เก่า รวมถึงต้นไม้ใหญ่และบรรยากาศร่มรื่นภายในวัด เหมาะสำหรับผู้สนใจเที่ยววัดท้องถิ่นที่ยังคงความสงบและไม่พลุกพล่าน
 
วัดช้างข้ามสามารถจัดรวมกับเส้นทางอำเภอนายายอาม เช่น พิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี หาดคุ้งวิมาน และเนินนางพญา ช่วยให้ทริปชายทะเลมีมิติด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากขึ้น
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพและไม่รบกวนกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชน เนื่องจากวัดยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ใช้งานจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเพื่อการชมเพียงอย่างเดียว
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม สามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์จากถนนสุขุมวิทและถนนท้องถิ่น เวลาเปิดที่เผยแพร่ไว้คือ 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.711478,101.804286&travelmode=driving
 
วัดฉมัน จันทบุรี

39. วัดฉมัน
ตั้งอยู่บ้านฉมัน ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม เป็นวัดราษฎร์ที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนในพื้นที่ภูเขาและสวนผลไม้ของจันทบุรี เหมาะกับผู้ที่ต้องการรู้จักอำเภอมะขามในมิติของวิถีชุมชน
 
ไฮไลต์: บรรยากาศสงบของวัดและชุมชนโดยรอบ ซึ่งยังคงความเป็นพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม เหมาะกับการแวะทำบุญระหว่างเส้นทางเที่ยวเขื่อน น้ำตก และสวนผลไม้ในโซนมะขาม
 
การเดินทางมายังวัดฉมันสามารถจัดร่วมกับน้ำตกเขาบรรจบและแหล่งธรรมชาติในบริเวณใกล้เคียงได้ ผู้ที่ชอบเส้นทางรองจะได้เห็นทิวทัศน์สวนผลไม้ ภูเขา และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นตลอดการเดินทาง
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 13 บ้านฉมัน หมู่ 2 ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.743351,102.208119&travelmode=driving
 
วัดขนุน จันทบุรี

40. วัดขนุน
ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายและเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนในพื้นที่ตอนในของจังหวัด บรรยากาศโดยรอบมีความสงบและรายล้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรม
 
ไฮไลต์: ความเรียบง่ายของวัดชนบทจันทบุรีและความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวิถีชีวิต ศาสนา และการเดินทางนอกเส้นทางหลัก
 
สามารถจัดวัดขนุนอยู่ในเส้นทางอำเภอมะขามร่วมกับเขื่อนคีรีธาร น้ำตก และสวนผลไม้ เพื่อให้เห็นภาพพื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดที่แตกต่างจากโซนทะเลอย่างชัดเจน
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.761472,102.154438&travelmode=driving
 
น้ำตกมะกอก จันทบุรี

41. น้ำตกมะกอก
เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพื้นที่ป่าของจังหวัดจันทบุรี เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ บรรยากาศสงบ และมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าน้ำตกชื่อดังอย่างพลิ้วหรือกระทิง
 
ไฮไลต์: ความร่มรื่นของป่า ลำธารธรรมชาติ และสายน้ำที่มีบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสม
 
การเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่เปียกและเส้นทางธรรมชาติ รวมทั้งตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากน้ำตกในพื้นที่ป่ามีปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
 
การเดินทาง: ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางตามเส้นทางท้องถิ่นมายังพื้นที่น้ำตก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ควรเดินทางในช่วงกลางวันและออกจากพื้นที่ก่อนค่ำ
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.586932,102.256103&travelmode=driving
 
น้ำตกจันท์ตาแป๊ะ จันทบุรี

42. น้ำตกจันท์ตาแป๊ะ
เป็นน้ำตกธรรมชาติบริเวณเทือกเขาสอยดาวใต้ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเส้นทางธรรมชาติและต้องการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าที่เงียบสงบกว่าสถานที่ยอดนิยมทั่วไป
 
ไฮไลต์: สายน้ำท่ามกลางป่าเขียวและภูมิประเทศของเทือกเขาสอยดาวใต้ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และมีอากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ
 
พื้นที่เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินป่าเบา ๆ และศึกษาธรรมชาติ ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้า และอุปกรณ์กันฝนตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงที่พื้นป่ามีความชื้นสูง
 
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่พื้นที่เทือกเขาสอยดาวใต้ตามเส้นทางท้องถิ่น รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.015169,102.100263&travelmode=driving
 
น้ำตกเขาสิบห้าชั้น จันทบุรี

43. น้ำตกเขาสิบห้าชั้น
ตั้งอยู่บริเวณบ้านวังไผ่ ตำบลวังทอง เป็นน้ำตกที่มีลักษณะสายน้ำลดหลั่นผ่านชั้นหินหลายระดับและรายล้อมด้วยป่าธรรมชาติ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบและการเดินสำรวจพื้นที่ป่า
 
ไฮไลต์: ลักษณะของน้ำตกที่ลดหลั่นต่อเนื่องตามภูเขาเป็นหลายชั้น ทำให้แต่ละช่วงมีรูปแบบของแอ่งน้ำ โขดหิน และพืชพรรณแตกต่างกัน
 
บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ผู้เดินทางควรเตรียมร่างกายและรองเท้าให้เหมาะกับการเดินบนพื้นที่ชื้น ไม่ควรปีนโขดหินที่ลื่นหรือเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้จัดเป็นเส้นทาง
 
ช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากและธรรมชาติเขียวสด แต่ต้องระวังฝนตกหนักและน้ำป่า ส่วนช่วงปลายฝนถึงต้นฤดูหนาวมักเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติมากกว่า
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านวังไผ่ ตำบลวังทอง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวตามเส้นทางท้องถิ่น เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.209885,102.032176&travelmode=driving
 
น้ำตกคลองราง จันทบุรี

44. น้ำตกคลองราง
ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี เป็นน้ำตกธรรมชาติที่เดินทางจากตัวเมืองได้ไม่ไกล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวเมืองเก่าไปสัมผัสป่าและลำธารภายในวันเดียว
 
ไฮไลต์: ความใกล้ตัวเมืองแต่ยังคงบรรยากาศธรรมชาติ มีลำธาร โขดหิน และพื้นที่สีเขียว เหมาะกับการพักผ่อนระยะสั้นและเที่ยวเชื่อมกับสถานที่อื่นในอำเภอเมือง
 
ผู้ที่เดินทางในฤดูฝนควรตรวจสภาพเส้นทางและปริมาณน้ำ ส่วนช่วงหน้าแล้งปริมาณน้ำอาจลดลงตามธรรมชาติ จึงควรเลือกช่วงเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ต้องการ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีเข้าสู่ตำบลพลับพลาและใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังหมู่ 1 เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.606944,102.188330&travelmode=driving
 
น้ำตกเขาบรรจบ จันทบุรี

45. น้ำตกเขาบรรจบ
ตั้งอยู่บ้านตะบกเตี้ย ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางผืนป่าและภูเขา บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักของจันทบุรี
 
ไฮไลต์: สายน้ำท่ามกลางป่าเขียวและภูมิประเทศภูเขาที่เหมาะกับการพักผ่อน เดินธรรมชาติ และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของพื้นที่อำเภอมะขาม
 
น้ำตกเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติและมีเวลาเที่ยวเต็มวัน เนื่องจากเส้นทางอยู่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าน้ำตกคลองนารายณ์หรือคลองราง ควรเตรียมน้ำ อาหาร และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมก่อนเข้าไปในพื้นที่
 
สามารถจัดน้ำตกเขาบรรจบร่วมกับวัดฉมันและสถานที่ในอำเภอมะขาม เพื่อให้เป็นเส้นทางเที่ยวธรรมชาติและชุมชนที่ไม่ต้องย้อนกลับตัวเมืองหลายครั้ง
 
การเดินทาง: เดินทางเข้าสู่บ้านตะบกเตี้ย หมู่ 7 ตำบลฉมัน อำเภอมะขามด้วยรถยนต์ส่วนตัว เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.851167,102.202739&travelmode=driving
 
น้ำตกสีพยา จันทบุรี

46. น้ำตกสีพยา
ตั้งอยู่บริเวณตำบลสีพยา อำเภอท่าใหม่ เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีทั้งคุณค่าด้านภูมิทัศน์และเรื่องราวของชุมชนท้องถิ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเพิ่มจุดแวะธรรมชาติระหว่างการเที่ยวอำเภอท่าใหม่
 
ไฮไลต์: ลำธารและน้ำตกท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ให้บรรยากาศเงียบกว่าสถานที่ชายทะเลหลักของท่าใหม่ และสามารถใช้เป็นจุดพักระหว่างเส้นทางสวนผลไม้กับชายฝั่งได้
 
ช่วงที่มีฝนเพียงพอน้ำตกจะมีความสวยงามมากขึ้น ขณะที่หน้าแล้งปริมาณน้ำอาจลดลง ควรตรวจสภาพอากาศและไม่ลงเล่นน้ำในวันที่กระแสน้ำแรงหรือมีฝนตกหนักบนพื้นที่ต้นน้ำ
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ระหว่างหมู่ 4 และหมู่ 6 ตำบลสีพยา อำเภอท่าใหม่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.585884,102.047463&travelmode=driving
 
อ่าวโล้ง เกาะเปริด จันทบุรี

47. อ่าวโล้ง
ตั้งอยู่บ้านเกาะเปริด ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ เป็นจุดท่องเที่ยวชายฝั่งที่โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตประมงและบรรยากาศของชุมชนทะเล เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นจันทบุรีในมุมที่แตกต่างจากชายหาดรีสอร์ตและแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก
 
ไฮไลต์: สะพานปลาที่ยื่นออกสู่ทะเลประมาณ 500 เมตร เป็นทั้งพื้นที่ทำงานของชุมชนและจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถเห็นเรือประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำ และวิถีชายฝั่งได้อย่างใกล้ชิด
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่น่าสนใจสำหรับการชมเรือประมงกลับเข้าฝั่ง ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมท้องฟ้าและทะเลจากปลายสะพาน นักตกปลาก็ใช้พื้นที่นี้เป็นจุดทำกิจกรรมเนื่องจากสะพานยื่นเข้าสู่บริเวณน้ำลึก
 
รอบอ่าวยังสามารถเห็นรูปแบบการประมงพื้นบ้าน เช่น การดักปู ตกหมึก และเรือขนาดเล็กของชาวบ้าน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและการถ่ายภาพสารคดี
 
การเดินทาง: อ่าวโล้งตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านเกาะเปริด ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้ เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.411657,102.123840&travelmode=driving
 
เกาะจิก จันทบุรี

48. เกาะจิก
ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางชัน เป็นเกาะชุมชนขนาดเล็กที่มีเสน่ห์จากวิถีชีวิตประมงและการพึ่งพาทรัพยากรอย่างเรียบง่าย ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสชีวิตบนเกาะมากกว่าการมองหาชายหาดเชิงพาณิชย์หรือกิจกรรมบันเทิงขนาดใหญ่
 
ไฮไลต์: เกาะจิกเป็นตัวอย่างของชุมชนที่พัฒนาระบบพลังงานทดแทน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้ครัวเรือนบนเกาะ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้มีความน่าสนใจด้านการจัดการพลังงาน
 
ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง เลี้ยงปลาในกระชัง และแปรรูปอาหารทะเล เช่น กุ้งแห้ง นักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสเรียนรู้กระบวนการทำงานของชุมชนพร้อมรับประทานอาหารทะเลสดจากแหล่งผลิตโดยตรง
 
บรรยากาศบนเกาะสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบ Slow Travel การเดินชมหมู่บ้านและพูดคุยกับชาวบ้านช่วยให้เข้าใจว่าชุมชนชายฝั่งต้องปรับตัวอย่างไรกับข้อจำกัดด้านพลังงาน น้ำ และการคมนาคม
 
การเดินทาง: การเดินทางต้องต่อเรือเข้าสู่เกาะจากพื้นที่ชายฝั่ง ควรตรวจรอบเรือและสภาพอากาศล่วงหน้า พื้นที่เกาะเปิดตลอดวัน แต่กิจกรรมและการเดินทางทางเรือขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและสภาพทะเล
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.295564,102.239692&travelmode=driving
 
พิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี จันทบุรี

49. พิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี
บ้านเนินมณฑา ตำบลกระแจะ อำเภอนายายอาม เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่เกิดจากการค้นพบซากสัตว์ทะเลโบราณในพื้นที่ ซึ่งช่วยบอกเล่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศชายฝั่งจันทบุรีในอดีต
 
ไฮไลต์: การพบซากปูและเปลือกหอยโบราณจำนวนมากจากการขุดสระน้ำของชุมชนในช่วง พ.ศ. 2539–2542 ทำให้พื้นที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้แทนการปล่อยให้ซากดึกดำบรรพ์ถูกเก็บออกจากพื้นที่
 
ซากสัตว์ทะเลที่พบมีอายุประมาณ 5,070 ปี แสดงให้เห็นว่าภูมิประเทศบริเวณนี้เคยมีสภาพแวดล้อมทางทะเลแตกต่างจากปัจจุบัน การศึกษาหลักฐานจึงช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำและสภาพชายฝั่งในอดีตได้ดีขึ้น
 
การค้นพบเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของชุมชน ก่อนที่หน่วยงานท้องถิ่นและกรมทรัพยากรธรณีจะเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการอนุรักษ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนการค้นพบโดยบังเอิญให้กลายเป็นทรัพยากรด้านการศึกษา
 
พิพิธภัณฑ์เหมาะกับครอบครัว นักเรียน ผู้สนใจธรณีวิทยา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสถานที่แตกต่างจากทะเล สามารถจัดร่วมกับวัดช้างข้าม หาดคุ้งวิมาน และเนินนางพญาในเส้นทางนายายอามได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 10 บ้านเนินมณฑา ตำบลกระแจะ อำเภอนายายอาม เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=12.705726,101.857293&travelmode=driving
 
สวนสมุนไพรบ้านอ่าง จันทบุรี

50. สวนสมุนไพรบ้านอ่าง
ตั้งอยู่ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสมุนไพรและธรรมชาติที่รายล้อมด้วยสวนผลไม้และภูเขา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสมุนไพรไทย การเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
 
ไฮไลต์: ภายในพื้นที่มีการรวบรวมและจัดแปลงพืชสมุนไพรหลายชนิด ทั้งสมุนไพรที่พบทั่วไปและชนิดที่ควรอนุรักษ์ ทำให้สามารถเรียนรู้ลักษณะต้นจริง ประโยชน์ และการนำไปใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
 
พื้นที่ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขาสระบาปและมีความชุ่มชื้นสูง จึงเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด บริเวณโดยรอบยังเป็นสวนผลไม้ของชุมชน มีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง และสละ ซึ่งสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่มะขามได้อย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่สนใจการเกษตร การมาเที่ยวสวนสมุนไพรช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรป่า สมุนไพร และระบบสวนผลไม้ของจันทบุรี ขณะที่ครอบครัวสามารถใช้สถานที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง
 
ช่วงฤดูผลไม้สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวสวนสมุนไพรควบคู่กับการชิมผลไม้จากสวนในพื้นที่อำเภอมะขามได้ ทำให้เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักจันทบุรีในฐานะจังหวัดเกษตรกรรมและแหล่งพืชธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงเมืองทะเล
 
การเดินทาง: สวนสมุนไพรบ้านอ่างตั้งอยู่ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทาง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สวนและเส้นทางท้องถิ่น เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
หัวข้อรายละเอียด
ภาพรวมจังหวัดจันทบุรีจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออกที่มีครบทั้งเมืองเก่า ประวัติศาสตร์ ศาสนา อัญมณี สวนผลไม้ ภูเขา น้ำตก ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ชุมชนชาติพันธุ์ และชายฝั่งทะเล เหมาะกับทั้งทริป 1 วัน ไปจนถึงการเที่ยวแบบเจาะลึก 4–5 วัน
Top 10 สถานที่เด่น1. ชุมชนริมน้ำจันทบูร
2. อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล
3. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
4. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
5. หาดแหลมสิงห์
6. หาดคุ้งวิมาน
7. จุดชมวิวเนินนางพญา
8. ถนนอัญมณี (ถนนศรีจันทร์)
9. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
10. วัดเขาสุกิม
โซนเมืองจันทบุรีชุมชนริมน้ำจันทบูร, อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล, ถนนอัญมณี, วัดไผ่ล้อม, วัดโบสถ์เมือง, วังสวนบ้านแก้ว, โบราณสถานค่ายเนินวง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี เหมาะกับการเที่ยวประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศาสนา และวัฒนธรรมเมืองเก่า
โซนท่าใหม่–นายายอามหาดเจ้าหลาว, หาดคุ้งวิมาน, จุดชมวิวเนินนางพญา, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ, วัดเขาสุกิม, วัดตะกาดเง้า, วัดเสม็ดโพธิ์ศรี, วัดช้างข้าม และพิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี เหมาะกับการเที่ยวทะเล ธรรมชาติ วัด และแหล่งเรียนรู้
โซนแหลมสิงห์หาดแหลมสิงห์, ตึกแดง, คุกขี้ไก่, สะพานตากสินมหาราช, หาดอ่าวยาง, อ่าวกระทิง, เกาะนมสาว และอ่าวโล้ง เป็นโซนที่รวมทะเล ประวัติศาสตร์ยุคฝรั่งเศส วิถีประมง และธรรมชาติชายฝั่งไว้ด้วยกัน
โซนเขาคิชฌกูฏ–มะขามอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ, น้ำตกกระทิง, ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง, เขื่อนคีรีธาร, วัดฉมัน, วัดขนุน, น้ำตกเขาบรรจบ และสวนสมุนไพรบ้านอ่าง เหมาะกับสายธรรมชาติ ศรัทธา ชาติพันธุ์ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
โซนขลุง–พื้นที่ชุ่มน้ำสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 ลุ่มน้ำเวฬุ, สวนผลไม้, เกาะจิก และชุมชนชายฝั่ง เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ชมหิ่งห้อย ป่าชายเลน วิถีประมง และการท่องเที่ยวสวนผลไม้
ทะเลและชายหาดเด่นหาดเจ้าหลาว, หาดคุ้งวิมาน, หาดแหลมสิงห์, หาดอ่าวยาง, อ่าวกระทิง, แหลมเสด็จ และอ่าวโล้ง โดยหาดเจ้าหลาวเหมาะกับการพักค้าง คุ้งวิมานเด่นด้านเส้นทางชมวิว และแหลมสิงห์เด่นทั้งทะเล อาหารทะเล และประวัติศาสตร์
เกาะและกิจกรรมทางทะเลเกาะนมสาวและเกาะจิกเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสทะเลและวิถีชุมชนมากกว่าชายหาดเชิงพาณิชย์ การเดินทางทางเรือควรตรวจคลื่นลม สภาพอากาศ และรอบเรือก่อนเดินทางทุกครั้ง
น้ำตกและธรรมชาติเด่นน้ำตกพลิ้ว, น้ำตกกระทิง, น้ำตกคลองนารายณ์, น้ำตกมะกอก, น้ำตกจันท์ตาแป๊ะ, น้ำตกเขาสิบห้าชั้น, น้ำตกคลองราง, น้ำตกเขาบรรจบ และน้ำตกสีพยา เหมาะกับการเที่ยวช่วงที่ธรรมชาติชุ่มชื้น แต่ควรระวังน้ำป่าและเส้นทางลื่นในวันที่ฝนตกหนัก
ประวัติศาสตร์และมรดกชุมชนริมน้ำจันทบูร, ตึกแดง, คุกขี้ไก่, โบราณสถานค่ายเนินวง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี และวังสวนบ้านแก้ว ช่วยให้เห็นพัฒนาการของจันทบุรีตั้งแต่เมืองการค้า การป้องกันเมือง ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส ไปจนถึงประวัติศาสตร์ราชสำนักสมัยใหม่
ศาสนาและความเชื่ออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล, วัดเขาสุกิม, วัดไผ่ล้อม, วัดตะกาดเง้า, วัดเสม็ดโพธิ์ศรี, วัดโบสถ์เมือง, วัดช้างข้าม, วัดฉมัน, วัดขนุน และพระธาตุบุญแจ่มฟ้า สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมของจังหวัด
วัฒนธรรมและชาติพันธุ์จันทบุรีมีทั้งชุมชนไทย จีน ญวน ชาวชอง และคริสต์คาทอลิก โดยชุมชนริมน้ำจันทบูร ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง อาสนวิหาร และย่านเมืองเก่าเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ความหลากหลายเหล่านี้
อัญมณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นถนนอัญมณีหรือถนนศรีจันทร์เป็นศูนย์กลางการค้าพลอยและเครื่องประดับที่สำคัญของประเทศไทย มีทั้งผู้ค้า ช่างเจียระไน และผู้ซื้อจากต่างประเทศ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ตัวตนของจันทบุรีในฐานะเมืองอัญมณี
สวนผลไม้และเกษตรทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และสละเป็นผลไม้สำคัญของจังหวัด ช่วงฤดูผลไม้สามารถเที่ยวสวนในอำเภอท่าใหม่ ขลุง และมะขาม ชิมผลไม้สด และเรียนรู้การเกษตรจากสวนจริงได้
สถานที่สำหรับครอบครัวศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี, พิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี, หาดเจ้าหลาว, น้ำตกพลิ้ว และชุมชนริมน้ำจันทบูร
สำหรับสายถ่ายภาพจุดชมวิวเนินนางพญา, ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต, หาดคุ้งวิมาน, ชุมชนริมน้ำจันทบูร, อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล, ตึกแดง, อ่าวกระทิง และอ่าวโล้ง มีทั้งวิวทะเล เมืองเก่า สถาปัตยกรรม และวิถีชุมชน
อาหารพื้นเมืองหมูชะมวง, เส้นจันท์ผัดปู, อาหารทะเลสด, เมนูจากพริกไทยจันทบุรี รวมถึงผลไม้สดตามฤดูกาล โดยโซนเมืองเก่าและแหลมสิงห์เหมาะกับการตามหาอาหารพื้นบ้านและอาหารทะเล
ประเพณีและเทศกาลประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏเป็นหนึ่งในกิจกรรมศรัทธาที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีเทศกาลผลไม้ กิจกรรมทางศาสนาในชุมชนคริสต์ และประเพณีท้องถิ่นของชุมชนต่าง ๆ
แผนเที่ยว 1 วัน: ตัวเมืองเช้า: ชุมชนริมน้ำจันทบูร – อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล
บ่าย: ถนนอัญมณี – วัดไผ่ล้อม
เย็น: เดินเมืองเก่าและรับประทานอาหารพื้นถิ่นริมแม่น้ำ
แผนเที่ยว 1 วัน: แหลมสิงห์เช้า: อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
บ่าย: ตึกแดง – คุกขี้ไก่ – สะพานตากสินมหาราช
เย็น: หาดแหลมสิงห์และอาหารทะเล
แผนเที่ยว 1 วัน: ชายฝั่งท่าใหม่–นายายอามเช้า: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
สาย: แหลมเสด็จ – หาดเจ้าหลาว
บ่าย: หาดคุ้งวิมาน
เย็น: จุดชมวิวเนินนางพญา
แผนเที่ยว 2 วันDay 1: เมืองเก่า – อาสนวิหาร – ถนนอัญมณี – วัดไผ่ล้อม
Day 2: น้ำตกพลิ้ว – ตึกแดง – คุกขี้ไก่ – หาดแหลมสิงห์
แผนเที่ยว 3 วันDay 1: ตัวเมืองและเมืองเก่า
Day 2: เจ้าหลาว – อ่าวคุ้งกระเบน – คุ้งวิมาน – เนินนางพญา
Day 3: เขาคิชฌกูฏ – น้ำตกกระทิง หรือเลือกน้ำตกพลิ้ว–แหลมสิงห์สำหรับผู้ไม่ขึ้นเขา
แผนเที่ยว 4–5 วันเพิ่มโซนขลุงและลุ่มน้ำเวฬุ สวนผลไม้ วังสวนบ้านแก้ว ค่ายเนินวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง หรือเกาะจิกตามความสนใจ
ช่วงเหมาะเที่ยวเที่ยวได้ตลอดปี ช่วงประมาณพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์อากาศโดยทั่วไปสบาย เหมาะกับทะเลและ Road Trip ส่วนฤดูผลไม้ช่วงประมาณกลางปีเหมาะกับการเที่ยวสวน ขณะที่น้ำตกสวยเป็นพิเศษในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสม
การเดินทางจากกรุงเทพฯรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายอำเภอ โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์และถนนสุขุมวิทเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารระหว่างจังหวัดเข้าสู่ตัวเมือง
การเดินทางภายในจังหวัดรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่กระจายหลายอำเภอ โดยเฉพาะชายฝั่ง น้ำตก ภูเขา และสวนผลไม้ ส่วนพื้นที่ตัวเมืองสามารถเดินเที่ยวหรือใช้รถรับจ้างระยะสั้นได้
ข้อควรระวังตรวจสภาพคลื่นลมก่อนออกเกาะหรือทำกิจกรรมทางทะเล ระวังน้ำป่าในพื้นที่น้ำตกช่วงฝนตกหนัก สวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่า แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าศาสนสถาน และตรวจเวลาเปิด–ปิดของพิพิธภัณฑ์หรือพื้นที่อนุรักษ์ก่อนเดินทาง
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไม่ทิ้งขยะในทะเล ป่า หรือน้ำตก ไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสัตว์น้ำ ไม่เก็บพืชหรือโบราณวัตถุออกจากพื้นที่ ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว สนับสนุนสินค้าและอาหารจากชุมชน และรักษาความสงบในวัด โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่ประวัติศาสตร์
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวจันทบุรีครั้งแรกควรเริ่มจากที่ไหน?
ตอบ: หากมีเวลาเพียง 1 วันควรเริ่มจากชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ถนนอัญมณี และสถานที่สำคัญในตัวเมือง หากมี 2–3 วันควรเพิ่มน้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ หาดเจ้าหลาว คุ้งวิมาน และเนินนางพญา
 
ถาม: จันทบุรีมีที่เที่ยวทะเลที่ไหนน่าเที่ยวที่สุด?
ตอบ: หาดเจ้าหลาวเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักริมทะเลและมีร้านอาหารกับที่พักครบ หาดคุ้งวิมานเด่นด้านทิวทัศน์และถนนเลียบทะเล ส่วนหาดแหลมสิงห์เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวทะเลควบคู่กับชุมชนประมงและสถานที่ประวัติศาสตร์
 
ถาม: จุดชมวิวเนินนางพญาควรไปช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพถนนเฉลิมบูรพาชลทิตกับแนวทะเล ควรจอดรถในพื้นที่ที่กำหนดและไม่หยุดรถบนทางโค้ง
 
ถาม: จันทบุรีมีน้ำตกอะไรน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมสูงและเดินทางง่าย น้ำตกกระทิงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินชมหลายชั้น ส่วนน้ำตกคลองนารายณ์ น้ำตกเขาบรรจบ น้ำตกมะกอก น้ำตกคลองราง และน้ำตกสีพยาเหมาะกับผู้ที่ต้องการพื้นที่ธรรมชาติที่สงบกว่า
 
ถาม: เขาคิชฌกูฏเที่ยวได้ตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่อุทยานสามารถเที่ยวธรรมชาติได้ตามเงื่อนไขของอุทยาน แต่เส้นทางขึ้นสักการะรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาเปิดตามช่วงประเพณีประจำปี จึงควรตรวจวันเปิด ระบบรถขึ้นเขา และข้อกำหนดของปีนั้นก่อนเดินทาง
 
ถาม: ถ้าไม่ชอบทะเล จันทบุรีมีอะไรเที่ยวบ้าง?
ตอบ: มีทั้งชุมชนริมน้ำจันทบูร ถนนอัญมณี วังสวนบ้านแก้ว ค่ายเนินวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี วัดเขาสุกิม เขาคิชฌกูฏ น้ำตกต่าง ๆ สวนผลไม้ ศูนย์วัฒนธรรมชาวชอง และป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ
 
ถาม: จันทบุรีมีที่เที่ยวสำหรับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี พิพิธภัณฑ์สุสานปูล้านปี น้ำตกพลิ้ว หาดเจ้าหลาว และชุมชนริมน้ำจันทบูร
 
ถาม: สถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของจันทบุรีมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ตึกแดงและคุกขี้ไก่สะท้อนเหตุการณ์ช่วงฝรั่งเศสเข้าควบคุมจันทบุรี ค่ายเนินวงเกี่ยวข้องกับการป้องกันเมืองในรัชกาลที่ 3 วังสวนบ้านแก้วเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ส่วนชุมชนริมน้ำจันทบูรสะท้อนพัฒนาการของเมืองการค้าเก่า
 
ถาม: ถนนอัญมณีควรไปวันไหน?
ตอบ: บรรยากาศการค้าพลอยมักคึกคักช่วงปลายสัปดาห์ ผู้ที่ต้องการซื้ออัญมณีควรเลือกซื้อจากร้านที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบรายละเอียดสินค้า และขอเอกสารรับรองเมื่อจำเป็น
 
ถาม: ฤดูผลไม้จันทบุรีมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: สามารถเข้าสวน ชิมทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และผลไม้ตามฤดูกาล เรียนรู้วิธีเพาะปลูกและเลือกซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง โดยควรสอบถามสวนล่วงหน้าว่าช่วงเดินทางมีผลไม้ชนิดใดพร้อมให้บริการ
 
ถาม: จันทบุรีมีประเพณีอะไรที่มีชื่อเสียง?
ตอบ: ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏเป็นกิจกรรมศรัทธาที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ นอกจากนี้ยังมีเทศกาลผลไม้ งานประเพณีของชุมชน และกิจกรรมทางศาสนาของทั้งชุมชนพุทธและคริสต์
 
ถาม: เที่ยวจันทบุรีกี่วันกำลังดี?
ตอบ: 2–3 วันเหมาะกับการเที่ยวตัวเมือง น้ำตกพลิ้ว และชายฝั่งท่าใหม่–แหลมสิงห์ หากต้องการเพิ่มเขาคิชฌกูฏ ขลุง ป่าชายเลน สวนผลไม้ และแหล่งประวัติศาสตร์นอกเมือง ควรมีเวลา 4–5 วัน
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวจันทบุรี?
ตอบ: ช่วงประมาณพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวทั่วไปและชายทะเลเพราะอากาศค่อนข้างสบาย ช่วงฤดูผลไม้เหมาะกับการเที่ยวสวน ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวน้ำตกควรเลือกช่วงที่มีน้ำเพียงพอและหลีกเลี่ยงวันที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ
 
ถาม: ไปจันทบุรีจากกรุงเทพฯ ควรใช้รถอะไร?
ตอบ: รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายอำเภอ เพราะสถานที่สำคัญกระจายทั้งตัวเมือง ภูเขา น้ำตก และชายฝั่ง หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถโดยสารเข้าสู่ตัวเมืองแล้วเช่ารถหรือใช้รถรับจ้างสำหรับเที่ยวแต่ละโซนได้
 
ถาม: อาหารที่ควรลองเมื่อเที่ยวจันทบุรีมีอะไร?
ตอบ: เมนูที่ควรลอง ได้แก่ หมูชะมวง เส้นจันท์ผัดปู อาหารทะเลสด เมนูที่ใช้พริกไทยจันทบุรี รวมถึงทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และผลไม้สดตามฤดูกาล

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(7)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)
วัด วัด(25)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(16)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(21)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(9)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(3)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)