หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด > 20 ที่เที่ยวร้อยเอ็ดรวมที่เที่ยวอีสานยอดนิยม
TL;DR: 20 ที่เที่ยวร้อยเอ็ดรวมที่เที่ยวอีสานยอดนิยม. จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในจังหวัดสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ศิลปกรรม วัฒนธรรมอีสาน.

ร้อยเอ็ด

20 ที่เที่ยวร้อยเอ็ดรวมที่เที่ยวอีสานยอดนิยม

20 ที่เที่ยวร้อยเอ็ดรวมที่เที่ยวอีสานยอดนิยม

20 ที่เที่ยวร้อยเอ็ดรวมที่เที่ยวอีสานยอดนิยม จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในจังหวัดสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ศิลปกรรม วัฒนธรรมอีสาน โบราณสถานขอม ภูมิปัญญาชุมชน และภูมิประเทศของทุ่งกุลาร้องไห้ แม้ภาพจำของร้อยเอ็ดในปัจจุบันจะเชื่อมโยงกับบึงพลาญชัย หอโหวด 101 หลวงพ่อใหญ่ และพระมหาเจดีย์ชัยมงคล แต่หากเดินทางออกจากเขตตัวเมือง จะพบว่าจังหวัดแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ ตั้งแต่โบราณสถานสำคัญในเกษตรวิสัยและสุวรรณภูมิ พื้นที่ธรรมชาติและพุทธอุทยานในหนองพอก ไปจนถึงวัดเก่า ชุมชนหัตถกรรม และแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจรากของร้อยเอ็ดได้ลึกกว่าการเที่ยวเฉพาะแลนด์มาร์กกลางเมือง
 
หากมาเที่ยวร้อยเอ็ดครั้งแรก ควรเริ่มจากบึงพลาญชัยและวัดบูรพาภิรามในตัวเมือง จากนั้นเดินทางไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลและผาน้ำย้อยที่อำเภอหนองพอก ก่อนต่อด้วยวัดประชาคมวนารามหรือวัดป่ากุง แล้วจัดอีก 1 วันสำหรับเส้นทางโบราณสถาน ได้แก่ ปราสาทกู่กาสิงห์ กู่พระโกนา และปรางค์กู่ ปิดท้ายด้วยการเรียนรู้ภูมิประเทศและวิถีเกษตรกรรมของทุ่งกุลาร้องไห้ ส่วนผู้สนใจวัดเก่าใจกลางเมืองไม่ควรพลาดวัดกลางมิ่งเมือง ซึ่งมีความสำคัญทั้งด้านศิลปกรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด
 
ชื่อ “ร้อยเอ็ด” มีความสัมพันธ์กับอดีตของเมืองสาเกตนครและแนวคิดเรื่องเมืองบริวารจำนวนมาก พื้นที่จังหวัดตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำชีและมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อมาได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาแบบทวารวดี ก่อนเข้าสู่ยุคที่วัฒนธรรมเขมรมีบทบาทอย่างชัดเจน จึงพบทั้งใบเสมา โบราณวัตถุ และศาสนสถานหินในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรวิสัย ธวัชบุรี และสุวรรณภูมิ
 
โบราณสถานอย่างปราสาทกู่กาสิงห์ กู่พระโกนา และปรางค์กู่เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เห็นว่าร้อยเอ็ดไม่ได้เป็นเพียงเมืองเกษตรกรรม แต่เคยอยู่ในเครือข่ายอารยธรรมและเส้นทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของอีสานตอนกลาง สิ่งก่อสร้างเหล่านี้สะท้อนทั้งความเชื่อทางศาสนา เทคโนโลยีการก่อสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ตลอดจนการเชื่อมโยงกับอำนาจของอาณาจักรเขมรในอดีต
 
อีกด้านหนึ่ง ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่มีความผูกพันกับพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง วัดบูรพาภิรามมีหลวงพ่อใหญ่ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่และเป็นภาพจำสำคัญของเมือง ขณะที่วัดกลางมิ่งเมืองเป็นวัดเก่าใจกลางเมือง พระมหาเจดีย์ชัยมงคลในอำเภอหนองพอกเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวอีสาน ส่วนวัดประชาคมวนารามหรือวัดป่ากุงมีเจดีย์หินทรายที่โดดเด่นและแตกต่างจากวัดทั่วไป
 
พื้นที่ธรรมชาติของจังหวัดก็มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผาน้ำย้อยและพื้นที่ภูเขาในอำเภอหนองพอก ซึ่งให้บรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่ราบตอนกลางและตอนใต้ของจังหวัดอย่างชัดเจน ขณะที่ทุ่งกุลาร้องไห้สะท้อนภูมิประเทศเกษตรกรรมขนาดใหญ่ซึ่งเปลี่ยนจากพื้นที่แห้งแล้งในเรื่องเล่าอดีตมาเป็นหนึ่งในแหล่งข้าวหอมมะลิสำคัญที่สุดของประเทศไทย
 
วัฒนธรรมของร้อยเอ็ดยังมีประเพณีบุญผะเหวดเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ งานบุญนี้เชื่อมโยงกับการเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ขบวนแห่ และกิจกรรมทางศาสนาที่มีส่วนร่วมจากชุมชนจำนวนมาก พื้นที่รอบบึงพลาญชัยจึงไม่ได้เป็นเพียงสวนสาธารณะ แต่ยังเป็นเวทีกลางของเมืองสำหรับงานประเพณีและกิจกรรมระดับจังหวัด
 
สำหรับการจัดเส้นทางเที่ยว ควรแบ่งร้อยเอ็ดออกเป็นโซนเพื่อลดการย้อนทาง ได้แก่ โซนตัวเมืองร้อยเอ็ด โซนหนองพอก โซนเกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ และโซนธวัชบุรี หากมีเวลา 3 วันสามารถเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญได้ครบพอสมควร แต่ถ้าต้องการลงรายละเอียดทั้งวัด โบราณสถาน ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ และชุมชน ควรเผื่อเวลา 4–5 วัน
 
บึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด แลนด์มาร์กกลางเมืองร้อยเอ็ด

1. บึงพลาญชัย เป็นแลนด์มาร์กสำคัญกลางเมืองร้อยเอ็ดและเป็นพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนภาพของจังหวัดได้ครบทั้งด้านภูมิทัศน์เมือง ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความศรัทธา และกิจกรรมของชุมชน บึงขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด มีเกาะกลางน้ำ พื้นที่สีเขียว สวนไม้ดอก ทางเดิน พื้นที่ออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น จุดสักการะ และพื้นที่สำหรับจัดงานเทศกาลสำคัญของจังหวัด
 
ไฮไลต์: บึงน้ำขนาดใหญ่กลางเมือง เกาะกลางบึง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พระพุทธรูปปางลีลา สวนดอกไม้ พื้นที่พักผ่อน สนามเด็กเล่น สวนสุขภาพ และทำเลที่เชื่อมต่อกับหอโหวด 101 และสถานที่สำคัญในตัวเมืองได้ง่าย
 
บึงพลาญชัยมีความสำคัญต่อคนร้อยเอ็ดมากกว่าการเป็นสวนสาธารณะ เพราะพื้นที่แห่งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนในจังหวัดในช่วงการขุดลอกและฟื้นฟูบึงที่เคยตื้นเขิน มีการระดมแรงงานจากหลายพื้นที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาจนกลายเป็นแหล่งน้ำสำคัญและพื้นที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
 
ลักษณะพื้นที่เปิดโล่งรอบบึงทำให้ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย และถ่ายภาพ ขณะที่บริเวณเกาะกลางบึงและพื้นที่สวนช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเริ่มต้นทำความรู้จักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่เร่งรีบ
 
ในช่วงงานประเพณีสำคัญ โดยเฉพาะบุญผะเหวด พื้นที่บึงพลาญชัยจะเปลี่ยนจากสวนสาธารณะธรรมดาเป็นพื้นที่วัฒนธรรมขนาดใหญ่ มีขบวนแห่ กิจกรรมทางศาสนา และการรวมตัวของคนในจังหวัด ทำให้ผู้ที่เดินทางตรงกับช่วงเทศกาลได้สัมผัสร้อยเอ็ดในมิติที่แตกต่างจากวันปกติ
 
บึงพลาญชัยยังเหมาะกับการจัดเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวตัวเมือง เพราะสามารถเดินทางต่อไปยังวัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประตูสาเกตุนคร สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดได้สะดวก
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่กลางเมืองร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 05.00–19.00 น. พื้นที่สวนสาธารณะไม่มีการประกาศเก็บค่าเข้าชม
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.058598,103.652015&travelmode=driving
 
วัดบูรพาภิราม หลวงพ่อใหญ่ ร้อยเอ็ด

2. วัดบูรพาภิราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บนถนนผดุงพานิชในเขตตัวเมือง จุดเด่นสำคัญคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือ “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่มีขนาดสูงใหญ่ มองเห็นได้จากหลายจุดในเมือง และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวร้อยเอ็ด
 
ไฮไลต์: หลวงพ่อใหญ่ พระอุโบสถ จิตรกรรมพุทธประวัติและบุญผะเหวด ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ พื้นที่พิพิธภัณฑ์บริเวณฐานองค์พระ และบทบาทของวัดในฐานะพระอารามหลวงคู่เมือง
 
เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดหัวรอ” และมีประวัติสัมพันธ์กับการเดินทางของผู้คนในอดีต ก่อนยุคที่ถนนและรถยนต์สะดวกเช่นปัจจุบัน บริเวณวัดเคยเป็นจุดพักของพ่อค้าและผู้เดินทางเข้าออกเมือง ต่อมามีการขยายและพัฒนาวัดจนใช้ชื่อว่าวัดบูรพา เนื่องจากตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง และภายหลังจึงใช้ชื่อวัดบูรพาภิราม
 
องค์หลวงพ่อใหญ่เป็นจุดที่ทำให้วัดกลายเป็นภาพจำระดับจังหวัด ความสูงและสัดส่วนของพระพุทธรูปทำให้สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ขณะเดียวกันพื้นที่ฐานองค์พระยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางศาสนาและจัดแสดงเรื่องราวบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัด
 
ภายในพระอุโบสถและพื้นที่ศาสนสถานอื่นยังมีรายละเอียดด้านศิลปกรรมที่ควรใช้เวลาเดินชม ไม่ว่าจะเป็นภาพพุทธประวัติ เรื่องราวบุญผะเหวด และองค์ประกอบทางศาสนาที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับวัฒนธรรมอีสาน
 
วัดบูรพาภิรามเหมาะกับการเที่ยวช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ และสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับบึงพลาญชัย วัดกลางมิ่งเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.061734,103.658277&travelmode=driving
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ร้อยเอ็ด

3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ภายในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด องค์เจดีย์สีขาวประดับลวดลายสีทองตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขา ทำให้มองเห็นโดดเด่นเหนือภูมิประเทศโดยรอบ และเป็นจุดหมายสำคัญของทั้งนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัด
 
ไฮไลต์: มหาเจดีย์สีขาว–ทอง พระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์บริวาร 8 ทิศ พื้นที่พิพิธภัณฑ์และเรื่องราวครูบาอาจารย์สายกรรมฐาน รวมถึงบรรยากาศภูเขาของอำเภอหนองพอก
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเกิดจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและความตั้งใจที่จะสร้างศาสนสถานสำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้งเป็นพื้นที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ โดยมีความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่
 
ความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมอยู่ที่ขนาดใหญ่ รูปทรงที่เห็นชัดจากระยะไกล และการประดับรายละเอียดสีทองบนพื้นสีขาว ภายในแบ่งเป็นหลายชั้น ใช้สำหรับสักการะ ศึกษาธรรมะ และจัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและครูบาอาจารย์
 
ทำเลบนพื้นที่สูงทำให้การเดินทางมายังพระมหาเจดีย์ชัยมงคลต่างจากการเที่ยววัดในตัวเมือง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งเส้นทางขึ้นเขา ป่า และบรรยากาศสงบของพื้นที่หนองพอก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผสมการเที่ยวเชิงศรัทธากับการชมธรรมชาติ
 
หากมีเวลา ควรเที่ยวพระมหาเจดีย์ชัยมงคลร่วมกับผาน้ำย้อยและพื้นที่พุทธอุทยานอีสาน เนื่องจากอยู่ในโซนเดียวกัน ช่วยลดการเดินทางย้อนและทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ภูเขา วัดป่า และศาสนสถานขนาดใหญ่ของพื้นที่
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ภายในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 06.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.325476,104.318047&travelmode=driving
 
ผาน้ำย้อย พุทธอุทยานอีสาน อำเภอหนองพอก ร้อยเอ็ด

4. ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) เป็นพื้นที่ธรรมชาติและศาสนสถานสำคัญของอำเภอหนองพอก ตั้งอยู่ในภูมิประเทศภูเขาที่แตกต่างจากพื้นที่ราบส่วนใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างชัดเจน บริเวณนี้เป็นทั้งจุดชมธรรมชาติ เส้นทางศรัทธา และพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
 
ไฮไลต์: หน้าผาและภูเขา พื้นที่พุทธอุทยาน วิวธรรมชาติ ป่าและบรรยากาศสงบ รวมถึงทำเลใกล้พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
 
ชื่อผาน้ำย้อยสัมพันธ์กับลักษณะของพื้นที่ภูเขาและหน้าผา ซึ่งในบางช่วงมีน้ำไหลหรือน้ำซึมจากชั้นหินตามธรรมชาติ บรรยากาศของพื้นที่จึงแตกต่างจากแลนด์มาร์กกลางเมือง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ชุมชนมาสัมผัสความสงบของป่าและภูเขา
 
พื้นที่หนองพอกเป็นส่วนหนึ่งของร้อยเอ็ดที่มีลักษณะภูมิประเทศสูงกว่าหลายอำเภอ ทำให้เส้นทางบริเวณผาน้ำย้อยมีมุมมองกว้างและบรรยากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบในบางช่วงฤดู นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพจึงควรเผื่อเวลาแวะชมวิวและไม่ควรเร่งเดินทางเฉพาะเพื่อไปถึงเจดีย์เท่านั้น
 
พุทธอุทยานอีสานทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งมิติทางธรรมชาติและศาสนา ผู้มาเยือนควรแต่งกายเหมาะสมและรักษาความสงบในพื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
การเที่ยวผาน้ำย้อยเหมาะกับการจัดรวมกับพระมหาเจดีย์ชัยมงคลในวันเดียวกัน โดยเริ่มเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมีเวลาเที่ยวทั้งศาสนสถานและพื้นที่ธรรมชาติอย่างไม่เร่งรีบ
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.332200,104.320200&travelmode=driving
 
วัดประชาคมวนาราม วัดป่ากุง เจดีย์หินทราย ร้อยเอ็ด

5. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงจากเจดีย์หินทรายขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างจากวัดทั่วไปในภาคอีสาน ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสมเด็จ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับผู้สนใจทั้งพระพุทธศาสนา สถาปัตยกรรม และงานแกะสลักหิน
 
ไฮไลต์: เจดีย์หินทรายขนาดใหญ่ งานแกะสลักพุทธประวัติ รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม และบรรยากาศวัดป่าที่สงบ
 
องค์เจดีย์เป็นจุดเด่นที่สุดของวัด สร้างด้วยแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสนสถานสำคัญในอินโดนีเซีย โดยนำมาปรับให้เข้ากับบริบทพระพุทธศาสนาไทยและการใช้วัสดุหินทรายจำนวนมาก ทำให้เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นชั้นของอาคารและลวดลายแกะสลักที่ต่อเนื่องรอบองค์เจดีย์
 
ภาพแกะสลักจำนวนมากเกี่ยวข้องกับเรื่องราวพุทธประวัติ หลักธรรม และเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธศาสนา ผู้ที่สนใจรายละเอียดควรเดินชมโดยรอบอย่างช้า ๆ เพราะคุณค่าของสถานที่ไม่ได้อยู่เพียงขนาดของเจดีย์ แต่รวมถึงงานฝีมือและการเล่าเรื่องผ่านภาพหิน
 
บรรยากาศโดยรอบยังคงมีความสงบแบบวัดป่า แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเมือง จึงเหมาะกับการมาทำบุญ สักการะ และใช้เวลาเดินชมสถาปัตยกรรมโดยไม่เร่งรีบ
 
วัดป่ากุงสามารถจัดเป็นจุดแวะระหว่างการเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปยังพื้นที่อำเภออื่น หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในโซนศรีสมเด็จและบริเวณใกล้เคียงได้
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.992062,103.495945&travelmode=driving
 
ปราสาทกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ร้อยเอ็ด โบราณสถานขอม

6. ปราสาทกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย เป็นหนึ่งในโบราณสถานขอมที่สำคัญที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นจุดหมายหลักสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์อีสานในช่วงที่วัฒนธรรมเขมรมีอิทธิพลต่อพื้นที่ลุ่มน้ำชี
 
ไฮไลต์: กลุ่มปราสาทหินแบบขอม ปรางค์ประธาน อาคารประกอบ กำแพงศิลาแลง ลวดลายสลัก และผังศาสนสถานที่สะท้อนแนวคิดทางศาสนาในอดีต
 
ปราสาทกู่กาสิงห์มีความโดดเด่นจากการวางผังองค์ประกอบของศาสนสถานที่ยังสามารถสังเกตได้ค่อนข้างชัด ทั้งตัวปราสาท กำแพง และโครงสร้างประกอบ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นรูปแบบการจัดพื้นที่ของศาสนสถานเขมรโบราณได้มากกว่าการเห็นเพียงซากอาคารเดี่ยว
 
วัสดุหลักประกอบด้วยหินทรายและศิลาแลง ซึ่งเป็นวัสดุที่พบในโบราณสถานขอมหลายแห่งของภาคอีสาน เทคนิคการก่อสร้างแสดงถึงความรู้ด้านโครงสร้างและการจัดวางอาคารที่สัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนา
 
การเที่ยวปราสาทกู่กาสิงห์ควรมองในบริบทเดียวกับกู่พระโกนาและปรางค์กู่ เพราะทั้ง 3 แห่งช่วยให้เห็นภาพกว้างของเครือข่ายศาสนสถานในพื้นที่ร้อยเอ็ดและอีสานตอนกลาง นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์จึงควรจัดเส้นทางโบราณสถานแยกเป็น 1 วันเต็ม
 
บริเวณรอบโบราณสถานยังอยู่ใกล้ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการชมซากอาคารเก่า แต่ยังช่วยให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่มรดกกับวิถีชีวิตปัจจุบัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.576540,103.676037&travelmode=driving
 
กู่พระโกนา อำเภอสุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด

7. กู่พระโกนา เป็นโบราณสถานขอมสำคัญในอำเภอสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับทุ่งกุลาร้องไห้และเส้นทางประวัติศาสตร์ตอนใต้ของจังหวัดร้อยเอ็ด ลักษณะสำคัญคือกลุ่มปรางค์ที่สร้างขึ้นตามคติศาสนาในวัฒนธรรมเขมร และยังคงเห็นรูปแบบโครงสร้างหลักได้ในปัจจุบัน
 
ไฮไลต์: กลุ่มปรางค์ขอม ศิลาแลงและหินทราย ลวดลายสถาปัตยกรรมโบราณ บรรยากาศวัดและชุมชน และทำเลใกล้ทุ่งกุลาร้องไห้
 
กู่พระโกนาเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่โบราณสถานยังคงอยู่ร่วมกับพื้นที่ศาสนาและชุมชนในปัจจุบัน เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นว่าอาคารเก่าไม่ได้แยกขาดออกจากชีวิตของคนในพื้นที่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ผู้คนคุ้นเคย
 
องค์ประกอบสถาปัตยกรรมสะท้อนเทคนิคการก่อสร้างแบบขอมที่ใช้วัสดุแข็งและวางโครงสร้างให้มีความหมายทางศาสนา แม้บางส่วนจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ภาพรวมยังช่วยให้เข้าใจรูปแบบของศาสนสถานในยุคที่วัฒนธรรมเขมรแพร่เข้ามาในภาคอีสาน
 
เนื่องจากกู่พระโกนาอยู่ใกล้พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ นักท่องเที่ยวสามารถจัด 2 สถานที่นี้ไว้ในวันเดียวกันได้ โดยเริ่มจากโบราณสถานแล้วต่อไปชมภูมิประเทศเกษตรกรรมและเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของทุ่งกุลาร้องไห้
 
ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนที่เปราะบางของโบราณสถาน และควรเดินชมตามพื้นที่ที่จัดไว้ เพราะหินและองค์ประกอบดั้งเดิมบางส่วนมีอายุหลายร้อยปี
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.555925,103.820395&travelmode=driving
 
ปรางค์กู่ ปราสาทหนองกู่ ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด

8. ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่) ตั้งอยู่ที่บ้านยางกู่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาระบบอโรคยาศาลในสมัยเขมรโบราณ โดยเฉพาะช่วงที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีบทบาทในการสร้างศาสนสถานและสถานพยาบาลกระจายอยู่ทั่วอาณาจักร
 
ไฮไลต์: ปรางค์ประธาน บรรณาลัย กำแพง ซุ้มประตู สระน้ำ ศิลาแลง และผังที่สัมพันธ์กับอโรคยาศาล
 
คำว่า “อโรคยาศาล” ใช้เรียกศาสนสถานที่สัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องสถานพยาบาลในยุคเขมรโบราณ โดยโครงสร้างมักประกอบด้วยปรางค์ประธาน อาคารประกอบ กำแพง ซุ้มทางเข้า และแหล่งน้ำ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้ปรางค์กู่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นซากปราสาท เพราะเป็นหลักฐานด้านระบบสาธารณสุขและการจัดการชุมชนในอดีต
 
สถานที่ตั้งอยู่ในเขตวัดศรีรัตนาราม ทำให้เกิดภาพของโบราณสถานเก่าที่อยู่ร่วมกับศาสนสถานและชุมชนปัจจุบัน บรรยากาศโดยรวมจึงสงบและเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์แบบไม่เร่งรีบ
 
ศิลาแลงที่ผ่านกาลเวลายาวนานทำให้พื้นผิวของอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะ การถ่ายภาพในช่วงเช้าหรือบ่ายจะช่วยให้เห็นมิติของก้อนหินและรายละเอียดโครงสร้างชัดเจนกว่าช่วงแดดตรง
 
จากตัวเมืองร้อยเอ็ดสามารถจัดปรางค์กู่เป็นทริปครึ่งวันได้ เพราะอยู่ในอำเภอธวัชบุรีและเดินทางไม่ไกลมาก หากมีเวลาเพิ่มสามารถเชื่อมกับศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.077064,103.734831&travelmode=driving
 
ทุ่งกุลาร้องไห้ ร้อยเอ็ด แหล่งข้าวหอมมะลิอีสาน

9. ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นภูมิประเทศขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ วิถีเกษตรกรรม และอัตลักษณ์ของอีสานตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด แต่ส่วนใหญ่ของพื้นที่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเฉพาะอำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และโพนทราย
 
ไฮไลต์: ทุ่งราบขนาดใหญ่ เรื่องเล่าพ่อค้ากุลา แหล่งข้าวหอมมะลิสำคัญของประเทศ ภูมิทัศน์เกษตรกรรม และการเรียนรู้เรื่องดิน น้ำ และการพัฒนาพื้นที่แห้งแล้ง
 
ชื่อ “ทุ่งกุลาร้องไห้” มาจากเรื่องเล่าของกลุ่มพ่อค้ากุลาที่เดินทางผ่านทุ่งกว้างอันแห้งแล้ง ไม่มีร่มไม้และแหล่งน้ำเพียงพอ ความร้อนและระยะทางอันยาวไกลทำให้แม้แต่นักเดินทางที่ขึ้นชื่อเรื่องความอดทนยังต้องเผชิญความยากลำบาก จึงเกิดชื่อที่สะท้อนสภาพพื้นที่ในอดีตอย่างชัดเจน
 
อดีตทุ่งกุลาร้องไห้มีปัญหาดินเค็ม ดินทราย และขาดแคลนน้ำ แต่การพัฒนาดิน ระบบน้ำ และองค์ความรู้ด้านการเกษตรได้เปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงที่สำคัญของประเทศไทย
 
ช่วงฤดูทำนาและฤดูเกี่ยวข้าวเป็นเวลาที่เห็นชีวิตของทุ่งได้ชัดที่สุด ภูมิทัศน์จะเปลี่ยนจากสีเขียวของต้นข้าวไปเป็นสีทองก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายเกษตร วัฒนธรรม และการถ่ายภาพภูมิทัศน์
 
การเที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ควรมองเป็นการเที่ยวทั้งภูมิภาค ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายรูปจุดเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมเส้นทางระหว่างสุวรรณภูมิ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ และโพนทราย พร้อมแวะกู่พระโกนาและปราสาทกู่กาสิงห์เพื่อเห็นทั้งประวัติศาสตร์และวิถีเกษตรกรรมในวันเดียวกันหรือแบ่งเป็น 2 วัน
 
การเดินทาง: จุดอ้างอิงในฝั่งอำเภอสุวรรณภูมิอยู่ในแนวเส้นทางจากตัวอำเภอไปทางกู่พระโกนาและศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ตามสภาพเส้นทางและฤดูกาล
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.469192,103.678431&travelmode=driving
 
วัดกลางมิ่งเมือง พระอารามหลวงเก่าแก่ ร้อยเอ็ด

10. วัดกลางมิ่งเมือง เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บนถนนเจริญพาณิชย์ ตำบลในเมือง เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการปกครองของเมืองในอดีต โดยเฉพาะการเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
 
ไฮไลต์: พระอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ พระพุทธมิ่งเมืองมงคล ประวัติพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และสถานะพระอารามหลวงคู่เมืองร้อยเอ็ด
 
เดิมวัดมีชื่อเรียกว่า “วัดกลาง” เพราะตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่า ก่อนจะใช้ชื่อว่าวัดกลางมิ่งเมืองในเวลาต่อมา ชื่อใหม่สะท้อนฐานะของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจและวัดสำคัญของเมือง
 
หลักฐานเกี่ยวกับการตั้งวัดทำให้วัดกลางมิ่งเมืองถูกมองว่าเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี และเกี่ยวข้องกับเมืองร้อยเอ็ดในช่วงก่อนพัฒนามาเป็นศูนย์กลางจังหวัดในรูปแบบปัจจุบัน
 
พระอุโบสถเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัด ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและเรื่องราวทางศาสนา งานเหล่านี้มีคุณค่าในฐานะศิลปกรรมท้องถิ่นและช่วยให้เห็นรูปแบบความเชื่อของชุมชนในแต่ละยุค
 
บทบาททางประวัติศาสตร์ของวัดเด่นชัดจากการเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง การที่วัดถูกใช้ในพิธีระดับเมืองสะท้อนสถานะที่สำคัญมากกว่าวัดชุมชนทั่วไป
 
ปัจจุบันวัดกลางมิ่งเมืองเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย และวัดบูรพาภิราม เพราะอยู่ในตัวเมืองและใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่นาน
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนเจริญพาณิชย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.062040,103.654488&travelmode=driving
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร้อยเอ็ด

11. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจจังหวัดร้อยเอ็ดให้ลึกกว่าการเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวเพียงภายนอก ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัด บึงพลาญชัย และแลนด์มาร์กสำคัญในเขตเมือง ภายในรวบรวมเรื่องราวตั้งแต่ภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน วิถีชีวิต ประเพณี บุคคลสำคัญ ไปจนถึงงานหัตถกรรมและผ้าไหมของจังหวัด
 
ไฮไลต์: นิทรรศการประวัติศาสตร์ร้อยเอ็ด โบราณคดีเมืองโบราณ งานศิลปหัตถกรรม ผ้าไหมพื้นเมือง วิถีชีวิตชุมชน และการจัดแสดงที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของจังหวัดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
 
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์คือการทำหน้าที่เป็นเสมือนภาพรวมของร้อยเอ็ดก่อนที่นักท่องเที่ยวจะออกไปชมสถานที่จริง หากเริ่มต้นจากที่นี่ ผู้มาเยือนจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าเหตุใดจังหวัดจึงมีทั้งแหล่งโบราณคดีทวารวดี ปราสาทขอม วัดเก่า ชุมชนทอผ้า และพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญอย่างทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ร่วมกัน
 
เรื่องราวทางโบราณคดีช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ร้อยเอ็ดมีการตั้งถิ่นฐานมายาวนานก่อนเกิดเมืองในรูปแบบปัจจุบัน หลักฐานจากหลายยุคสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรม ตั้งแต่ชุมชนโบราณ อิทธิพลทวารวดี ไปจนถึงวัฒนธรรมเขมรและพัฒนาการของเมืองอีสานในยุคหลัง
 
ส่วนจัดแสดงด้านผ้าไหมและศิลปหัตถกรรมมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าสืบทอดอยู่หลายชุมชน การชมผ้า ลวดลาย และกระบวนการทางวัฒนธรรมภายในพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทางไปบ้านหวายหลึมจะช่วยให้เข้าใจคุณค่าของงานทอผ้าท้องถิ่นมากขึ้น
 
ลักษณะการจัดแสดงไม่ได้มีเพียงโบราณวัตถุในตู้ แต่ยังมีสื่อจำลองและองค์ประกอบที่ช่วยอธิบายบริบททางสังคม ทำให้เหมาะทั้งกับผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องการเพิ่มเนื้อหาการเรียนรู้ให้กับทริป
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดสามารถจัดไว้ในเส้นทางเดียวกับบึงพลาญชัย วัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม ประตูสาเกตุนคร และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดได้สะดวก เหมาะสำหรับใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนเดินเที่ยวจุดอื่นในตัวเมือง
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัด เปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.054694,103.657290&travelmode=driving
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ใกล้บึงพลาญชัย

12. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้และที่เที่ยวสำหรับครอบครัว ตั้งอยู่บริเวณใกล้บึงพลาญชัยด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บนถนนสุนทรเทพ หน้าวัดบึงพระลานชัย จุดเด่นอยู่ที่การจัดแสดงปลาน้ำจืดและสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน้ำของภาคอีสาน รวมถึงอุโมงค์แก้วที่ช่วยสร้างประสบการณ์การชมสัตว์น้ำใกล้ชิดขึ้น
 
ไฮไลต์: ตู้แสดงปลาน้ำจืดหลายชนิด ตู้ปลาขนาดใหญ่ อุโมงค์แก้ว ระบบนิเวศลุ่มน้ำชี–มูล–โขง และนิทรรศการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์น้ำกับวิถีชีวิตคนอีสาน
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก เพราะใช้เวลาเดินชมไม่มากและให้ทั้งความเพลิดเพลินกับความรู้ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ความหลากหลายของปลาน้ำจืดในภูมิภาค ตลอดจนบทบาทของแม่น้ำ หนอง บึง และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีต่ออาหารและวิถีชีวิตของชุมชนอีสาน
 
อาคารจัดแสดงแบ่งออกเป็นพื้นที่บริการ นิทรรศการ และส่วนแสดงสัตว์น้ำ โดยตู้ปลาขนาดเล็กช่วยให้เห็นรายละเอียดของปลาแต่ละชนิด ขณะที่ตู้ขนาดใหญ่และอุโมงค์ลอดสร้างมุมมองที่แตกต่างจากการชมตู้ปลาแบบทั่วไป
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักอยู่กลางเมือง สามารถจัดที่นี่ไว้ระหว่างบึงพลาญชัยกับวัดบึงพระลานชัยได้อย่างสะดวก หากมีเด็กในทริป จุดนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายจากวัดและสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีจำนวนมากในบทความ
 
เนื้อหาของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำยังช่วยเชื่อมกับภูมิประเทศของร้อยเอ็ด ซึ่งมีทั้งลุ่มน้ำชี บึง และอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกมิติหนึ่งของจังหวัดนอกเหนือจากภาพของทุ่งนาและวัด
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ใกล้บึงพลาญชัย บนถนนสุนทรเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 08.30–16.30 น. ปิดวันจันทร์ และไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.055793,103.650325&travelmode=driving
 
ประตูสาเกตุนคร บึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

13. ประตูสาเกตุนคร เป็นแลนด์มาร์กเชิงสัญลักษณ์บริเวณด้านหน้าบึงพลาญชัยที่เชื่อมชื่อเมืองโบราณ “สาเกตนคร” เข้ากับอัตลักษณ์ร่วมสมัยของเมืองร้อยเอ็ด อีกทั้งยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับพื้นที่พิธีกรรมของงานบุญผะเหวด ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีใหญ่ที่สุดของจังหวัด
 
ไฮไลต์: ประตูเมืองเชิงสัญลักษณ์ รูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปกรรมใบเสมา ตัวอักษรที่สื่อถึงชื่อสาเกตนคร จุดถ่ายภาพด้านหน้าบึงพลาญชัย และความเชื่อมโยงกับงานบุญผะเหวด
 
ประตูสาเกตุนครไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นประตูป้องกันเมืองเหมือนกำแพงเมืองโบราณ แต่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์และฉากทางวัฒนธรรมที่เชื่อมอดีตของร้อยเอ็ดกับเมืองในปัจจุบัน ชื่อสาเกตนครปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จึงถูกนำมาใช้สร้างภาพจำให้พื้นที่ใจกลางเมือง
 
ในช่วงงานบุญผะเหวด ประตูแห่งนี้มีความหมายมากขึ้นจากการเชื่อมโยงกับเรื่องพระเวสสันดรชาดกและแนวคิดเรื่องเมืองสีพี พื้นที่โดยรอบจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์พิธีกรรมของเมือง
 
ตำแหน่งด้านหน้าบึงพลาญชัยทำให้สามารถแวะถ่ายภาพได้ง่าย และเดินต่อไปยังหอโหวด 101 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หรือสถานที่สำคัญรอบบึงได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางมาก
 
ช่วงเช้าหรือเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าช่วงกลางวัน เพราะแสงอ่อนช่วยให้เห็นรายละเอียดของโครงสร้างและบรรยากาศบริเวณสวนรอบบึงได้ชัดกว่า
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ด้านหน้าบึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.055746,103.653045&travelmode=driving
 
วัดสระทอง หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ร้อยเอ็ด

14. วัดสระทอง เป็นวัดเก่าแก่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บนถนนหายโศรก และมีความสำคัญจากการเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ดที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการตั้งเมือง การปกครอง และความเชื่อของชาวร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน
 
ไฮไลต์: หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ สระน้ำโบราณที่เป็นที่มาของชื่อวัด ความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ และประวัติการใช้พื้นที่วัดในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมือง
 
หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ได้รับความเคารพจากชาวร้อยเอ็ดอย่างมาก เรื่องเล่าท้องถิ่นเชื่อมโยงการอัญเชิญพระองค์มาประดิษฐานที่วัดกับพระยาขัตติยะวงษา หรือท้าวธน เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ทำให้พระองค์กลายเป็นหนึ่งในปูชนียวัตถุที่ผูกพันกับความทรงจำของเมือง
 
ในอดีตมีธรรมเนียมที่ข้าราชการมาสาบานตนต่อหน้าหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ การใช้วัดเป็นพื้นที่สำหรับพิธีดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ความศักดิ์สิทธิ์ และระบบการปกครองของเมืองในยุคก่อน
 
อีกองค์ประกอบที่สำคัญคือสระน้ำภายในวัด ซึ่งสัมพันธ์กับชื่อ “สระทอง” และความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยนำไปใช้ในพิธีมงคลและพิธีสำคัญ ความหมายของวัดจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวิหารหรือองค์พระ แต่รวมถึงภูมิทัศน์ทางความเชื่อทั้งหมดของสถานที่
 
วัดสระทองเหมาะกับการจัดรวมในเส้นทางวัดเก่าตัวเมืองร้อยเอ็ดร่วมกับวัดกลางมิ่งเมืองและวัดบูรพาภิราม ช่วยให้เห็นความแตกต่างของวัดแต่ละแห่ง ทั้งด้านพระพุทธรูปสำคัญ ศิลปกรรม และบทบาทต่อเมือง
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.063602,103.650000&travelmode=driving
 
วัดไตรภูมิคณาจารย์ สิมอีสาน บ้านตากแดด สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด

15. วัดไตรภูมิคณาจารย์ ตั้งอยู่บ้านตากแดด ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ เป็นวัดที่มีคุณค่าสูงด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและศิลปกรรมอีสาน โดยเฉพาะ สิมทึบ หรืออุโบสถพื้นเมืองขนาดกะทัดรัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและยังคงรักษารายละเอียดงานช่างแบบดั้งเดิมไว้
 
ไฮไลต์: สิมพื้นเมืองอีสาน งานไม้แกะสลักบริเวณหน้าบันและรวงผึ้ง คันทวยรูปนาค ฮูปแต้มภายใน และบรรยากาศวัดเก่าในชุมชนชนบท
 
เสน่ห์ของวัดไม่ได้อยู่ที่ขนาดใหญ่หรือความอลังการ แต่เป็นรายละเอียดที่สะท้อนภูมิปัญญาของช่างพื้นบ้าน ทั้งสัดส่วนของสิม หลังคาจั่ว งานไม้ และองค์ประกอบประดับที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมอีสาน
 
ฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังภายในเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะใช้ภาพเล่าเรื่องทางพระพุทธศาสนาและแสดงรูปแบบศิลปะพื้นบ้านที่แตกต่างจากจิตรกรรมวัดในภาคกลาง รายละเอียดของเส้น สี และองค์ประกอบช่วยให้เห็นมุมมองของช่างและชุมชนในอดีต
 
วัดมีประวัติหลายชั้น ทั้งเรื่องการตั้งชุมชน การย้ายพื้นที่ศาสนา และการสร้างสิมในยุคต่อมา จึงควรมองวัดแห่งนี้ในฐานะแหล่งเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างเก่า
 
เนื่องจากภายในสิมมีจิตรกรรมและโบราณวัตถุที่ต้องอนุรักษ์ ประตูอาจปิดในบางช่วง ผู้มาเยือนควรขออนุญาตพระสงฆ์หรือผู้ดูแลก่อนเข้า และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผนังหรือชิ้นส่วนโบราณ
 
วัดไตรภูมิคณาจารย์เหมาะกับการเที่ยวร่วมกับกู่พระโกนาและทุ่งกุลาร้องไห้ในเส้นทางอำเภอสุวรรณภูมิ ทำให้ 1 วันมีทั้งโบราณสถานขอม ศิลปกรรมอีสาน และภูมิทัศน์เกษตรกรรม
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่บ้านตากแดด ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม แต่การเข้าภายในสิมควรขออนุญาตผู้ดูแลก่อน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.683489,103.813378&travelmode=driving
 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ หนองพอก ร้อยเอ็ด จุดชมวิวธรรมชาติ

16. เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ตั้งอยู่ในตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ช่วยเปิดภาพอีกด้านของจังหวัดจากทุ่งราบไปสู่ภูเขา ป่า หน้าผา และระบบนิเวศที่ยังคงมีความหลากหลาย
 
ไฮไลต์: ป่าและภูเขา ผาภูไท ผาหมอกมิวาย จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หมอกในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว และพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า
 
พื้นที่หนองพอกเป็นหนึ่งในส่วนของร้อยเอ็ดที่มีภูมิประเทศเด่นด้านภูเขาและป่า ทำให้การเดินทางมายังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ให้บรรยากาศแตกต่างจากตัวเมืองและพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อย่างชัดเจน
 
ผาภูไทเป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนผาหมอกมิวายเป็นจุดชมวิวที่เหมาะกับช่วงเย็นและการชมพระอาทิตย์ตก ในวันที่สภาพอากาศเหมาะสมสามารถมองเห็นแนวป่าและภูเขาซ้อนกันหลายระดับ
 
ช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวมีโอกาสเห็นหมอกปกคลุมหุบเขาและแนวป่า เพิ่มบรรยากาศให้จุดชมวิวโดดเด่นขึ้น แต่ผู้เดินทางควรคำนึงถึงสภาพถนน ฝน และความชื้นในเส้นทางธรรมชาติด้วย
 
เนื่องจากเป็นพื้นที่อนุรักษ์ นักท่องเที่ยวควรรักษาความสงบ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพืชหรือสิ่งธรรมชาติออกจากพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการทิ้งขยะหรือส่งเสียงดังที่รบกวนสัตว์ป่า
 
สามารถจัดพื้นที่นี้ไว้ในทริปเดียวกับผาน้ำย้อยและพระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้ หากมีเวลาเต็มวันในอำเภอหนองพอก แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางและศึกษาสภาพพื้นที่ก่อนเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติ
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จากตัวอำเภอหนองพอกใช้เส้นทางไปทางบ้านท่าสะอาด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. การเข้าพื้นที่บางจุดควรเป็นไปตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่และสภาพอากาศในวันเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.396377,104.309755&travelmode=driving
 
บึงเกลือ ทะเลอีสาน เสลภูมิ ร้อยเอ็ด

17. บึงเกลือ (ทะเลอีสาน) เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่และสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของอำเภอเสลภูมิ ตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำจั้นน้อย ตำบลบึงเกลือ จุดเด่นคือผืนน้ำกว้าง หาดทรายริมบึง แพร้านอาหาร และบรรยากาศเปิดโล่งที่ทำให้ได้รับสมญาว่า “ทะเลอีสาน”
 
ไฮไลต์: ผืนน้ำจืดขนาดใหญ่ หาดทรายริมบึง แพอาหาร บรรยากาศคล้ายทะเล พื้นที่พักผ่อนครอบครัว และระบบนิเวศน้ำจืดที่มีปลาและนกน้ำ
 
ชื่อบึงเกลือมีรากมาจากสภาพพื้นที่ในอดีตซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจะมีเกร็ดเกลือปรากฏตามพื้น ชาวบ้านเคยนำเกลือเหล่านี้มาต้มและใช้บริโภคในครัวเรือน แม้ปัจจุบันบึงจะเป็นแหล่งน้ำจืดและพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว แต่ชื่อดั้งเดิมยังคงถูกใช้สืบต่อมา
 
ภูมิทัศน์ของบึงมีลักษณะเปิดกว้าง น้ำขังตลอดปี และมีหาดทรายริมฝั่งบางส่วน จึงให้ความรู้สึกแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำทั่วไป นักท่องเที่ยวนิยมเดินเล่น นั่งพักริมบึง ถ่ายภาพ และรับประทานอาหารบนแพ
 
อาหารเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่นี่ ร้านและแพริมบึงมีทั้งอาหารอีสาน ปลา อาหารตามสั่ง และเมนูพื้นบ้าน เหมาะกับการพาครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนมานั่งพักช่วงกลางวันถึงบ่าย
 
บึงเกลือยังมีความสำคัญในฐานะระบบนิเวศน้ำจืด เป็นแหล่งอาศัยของปลา พืชน้ำ และนกน้ำ จึงควรรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่รบกวนสัตว์หรือทำให้น้ำปนเปื้อน
 
ช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงบนผิวน้ำและพักผ่อนมากกว่าช่วงกลางวันที่อากาศร้อน หากมีเด็กและต้องการเล่นน้ำ ควรเลือกเฉพาะพื้นที่ที่จัดให้และดูแลอย่างใกล้ชิด
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านน้ำจั้นน้อย หมู่ 8 ตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านธวัชบุรีไปเสลภูมิ แล้วเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 2259 เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.022795,104.018714&travelmode=driving
 
บ้านหวายหลึม หมู่บ้านทอผ้าไหม ร้อยเอ็ด

18. บ้านหวายหลึม เป็นชุมชนทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงของตำบลมะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับผู้ต้องการสัมผัสร้อยเอ็ดผ่านภูมิปัญญาชาวบ้านมากกว่าการเที่ยวเฉพาะวัดและแลนด์มาร์ก หมู่บ้านมีการรวมกลุ่มผลิตผ้าไหม ผ้าฝ้าย เสื้อผ้า กระเป๋า ของที่ระลึก และงานฝีมือหลายประเภท
 
ไฮไลต์: ผ้าไหมทอมือ ผ้าฝ้าย ลวดลายท้องถิ่น กลุ่มอาชีพชุมชน สินค้า OTOP และโอกาสเรียนรู้กระบวนการผลิตตั้งแต่เส้นไหมจนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
 
จุดเด่นของบ้านหวายหลึมคือการเป็นชุมชนหัตถกรรมที่ยังมีชีวิต นักท่องเที่ยวไม่ได้เห็นเพียงสินค้าวางจำหน่าย แต่สามารถเข้าใจว่าการทอผ้าเชื่อมโยงกับครอบครัว เศรษฐกิจชุมชน และความรู้ที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างไร
 
เดิมชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และใช้การทอผ้าเป็นงานเสริมในช่วงว่างจากการทำนา เมื่อทักษะและตลาดพัฒนาขึ้นจึงเกิดการรวมกลุ่มการผลิตที่เป็นระบบมากขึ้น ทำให้ผ้าไหมกลายเป็นสินค้าสำคัญของชุมชน
 
ลวดลายผ้ามีความหมายเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอีสานและวิถีเกษตร เช่น ลวดลายที่สื่อถึงนาค สายน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และความรุ่งเรือง ทำให้ผ้าแต่ละผืนไม่ใช่เพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นงานศิลปะที่เก็บเรื่องราวของพื้นที่ไว้ด้วย
 
การซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากชุมชนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่สนใจผ้าไหมควรถามถึงลวดลาย กระบวนการทอ และความหมายของผ้าแต่ละแบบ เพราะจะช่วยให้การเลือกซื้อมีคุณค่ามากกว่าการเลือกจากสีหรือราคาเท่านั้น
 
บ้านหวายหลึมอยู่บนแนวเส้นทางร้อยเอ็ด–ยโสธร จึงสามารถจัดเป็นจุดแวะก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง หรือเที่ยวร่วมกับพื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดร้อยเอ็ดได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลมะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง บริเวณทางหลวงหมายเลข 23 เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.030609,103.881378&travelmode=driving
 
ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ธวัชบุรี

19. ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอีสานไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะกับครอบครัว นักเรียน และผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้ให้กับทริปร้อยเอ็ด
 
ไฮไลต์: นิทรรศการวิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลอง กิจกรรมทดลอง พื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก และอาคารที่นำรูปทรงจากวิถีอีสาน เช่น กระติบข้าว ประทุนเกวียน และหวดนึ่งข้าว มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ
 
แนวคิดสำคัญของศูนย์คือการทำให้วิทยาศาสตร์เข้าถึงได้ง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงอ่านข้อความ แต่ได้เรียนรู้ผ่านนิทรรศการ การทดลอง และกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้สนุกขึ้น
 
อีกจุดที่น่าสนใจคือการไม่แยกวิทยาศาสตร์ออกจากวัฒนธรรมท้องถิ่น รูปทรงและองค์ประกอบของอาคารหยิบเอาสิ่งของที่คนอีสานคุ้นเคยมาใช้ในการออกแบบ ทำให้สถาปัตยกรรมเองกลายเป็นสื่อการเรียนรู้เรื่องอัตลักษณ์ภูมิภาค
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ศูนย์แห่งนี้เหมาะกับการเที่ยวครึ่งวัน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือมีฝน เพราะกิจกรรมจำนวนมากอยู่ภายในอาคาร และมีเนื้อหาหลากหลายกว่าสถานที่กลางแจ้ง
 
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับปรางค์กู่ในอำเภอธวัชบุรี ทำให้ 1 วันมีทั้งโบราณคดีและวิทยาศาสตร์ ช่วยสร้างความหลากหลายของประสบการณ์โดยไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่เลขที่ 32 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 12 กม. เปิดวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.038431,103.745607&travelmode=driving
 
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด สวนสาธารณะกลางเมืองร้อยเอ็ด

20. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดและเชื่อมต่อกับพื้นที่บึงพลาญชัยและแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง สวนสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่คนร้อยเอ็ดใช้ในชีวิตประจำวันมาหลายทศวรรษ
 
ไฮไลต์: พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สวนไม้ดอก สนามหญ้า ทางเดินออกกำลังกาย พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี น้ำพุ ลานกิจกรรม และทำเลเชื่อมกับบึงพลาญชัยกับหอโหวด 101
 
สวนแห่งนี้เปิดใช้อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2529 และเป็นหนึ่งในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นทั้งพื้นที่เฉลิมพระเกียรติและสวนสาธารณะสำหรับประชาชน ความสำคัญจึงมีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ผู้คนมาเดิน วิ่ง และออกกำลังกาย ส่วนช่วงเย็นพื้นที่จะคึกคักจากครอบครัว นักเรียน และผู้ที่มาพักผ่อนหลังเลิกงาน ทำให้สวนเป็นหนึ่งในจุดที่เห็นวิถีชีวิตของคนเมืองร้อยเอ็ดได้ชัดที่สุด
 
ภูมิทัศน์ของสวนประกอบด้วยไม้ดอกไม้ประดับ สนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ น้ำพุ และพื้นที่เปิดสำหรับกิจกรรม เมื่อนำมารวมกับบึงพลาญชัยที่อยู่ใกล้กัน จึงเกิดเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่สามารถใช้เวลาเดินเที่ยวต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง
 
นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เดินต่อไปบึงพลาญชัย ประตูสาเกตุนคร หอโหวด 101 และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้ในโซนเดียว เหมาะกับวันที่ต้องการลดการขับรถและเน้นเที่ยวตัวเมืองแบบสบาย ๆ
 
สวนยังเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมและงานสำคัญของจังหวัดในบางช่วง จึงมีบทบาททั้งในฐานะสวนสาธารณะ พื้นที่พิธีการ พื้นที่นันทนาการ และแลนด์มาร์กที่เชื่อมเมืองกับบึงพลาญชัย
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 05.00–20.00 น. พื้นที่สวนสาธารณะไม่มีการประกาศเก็บค่าเข้าชม
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.054308,103.652389&travelmode=driving
 
หัวข้อรายละเอียด
ภาพรวมจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดสำคัญของภาคอีสานตอนกลาง มีทั้งเมืองเก่า ศาสนสถาน พระพุทธรูปสำคัญ โบราณสถานขอม ศิลปกรรมพื้นถิ่น พิพิธภัณฑ์ ชุมชนทอผ้า แหล่งน้ำ ภูเขา ป่า และพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เหมาะกับการเที่ยวตั้งแต่ 1 วันในตัวเมือง ไปจนถึง 4–5 วันหากต้องการเที่ยวครบหลายอำเภอ
20 ที่เที่ยวในบทความ1. บึงพลาญชัย
2. วัดบูรพาภิราม
3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
4. ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)
5. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)
6. ปราสาทกู่กาสิงห์
7. กู่พระโกนา
8. ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)
9. ทุ่งกุลาร้องไห้
10. วัดกลางมิ่งเมือง
11. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
12. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
13. ประตูสาเกตุนคร
14. วัดสระทอง
15. วัดไตรภูมิคณาจารย์
16. เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
17. บึงเกลือ (ทะเลอีสาน)
18. บ้านหวายหลึม
19. ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
20. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
10 ที่เที่ยวเด่นสำหรับครั้งแรก1. บึงพลาญชัย
2. วัดบูรพาภิราม
3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
4. ผาน้ำย้อย
5. วัดป่ากุง
6. ปราสาทกู่กาสิงห์
7. กู่พระโกนา
8. ทุ่งกุลาร้องไห้
9. วัดกลางมิ่งเมือง
10. บึงเกลือ
โซนตัวเมืองร้อยเอ็ด1. บึงพลาญชัย
2. วัดบูรพาภิราม
3. วัดกลางมิ่งเมือง
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
6. ประตูสาเกตุนคร
7. วัดสระทอง
8. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
เหมาะกับทริป 1 วัน เน้นแลนด์มาร์กเมือง ศาสนา ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่พักผ่อนกลางเมือง
โซนหนองพอก1. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
2. ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)
3. เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
เหมาะกับเส้นทางศรัทธา ภูเขา ป่า จุดชมวิว และธรรมชาติ
โซนเกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ1. ปราสาทกู่กาสิงห์
2. กู่พระโกนา
3. ทุ่งกุลาร้องไห้
4. วัดไตรภูมิคณาจารย์
เหมาะกับผู้สนใจอารยธรรมขอม สิมพื้นเมือง วิถีเกษตรกรรม และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา
โซนธวัชบุรี1. ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)
2. ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
เหมาะกับทริปครึ่งวันถึง 1 วันสำหรับโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้สำหรับครอบครัว
โซนเสลภูมิ–ทุ่งเขาหลวง1. บึงเกลือ (ทะเลอีสาน)
2. บ้านหวายหลึม
เหมาะกับการพักผ่อนริมน้ำ เรียนรู้ชุมชน และซื้อผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
สายไหว้พระและศรัทธา1. วัดบูรพาภิราม – หลวงพ่อใหญ่
2. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
3. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)
4. วัดกลางมิ่งเมือง
5. วัดสระทอง – หลวงพ่อพระสังกัจจายน์
6. วัดไตรภูมิคณาจารย์
สายประวัติศาสตร์และโบราณคดี1. ปราสาทกู่กาสิงห์
2. กู่พระโกนา
3. ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)
4. วัดกลางมิ่งเมือง
5. วัดสระทอง
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
7. วัดไตรภูมิคณาจารย์
สายธรรมชาติและวิว1. ผาน้ำย้อย
2. เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
3. บึงเกลือ
4. บึงพลาญชัย
5. ทุ่งกุลาร้องไห้
สายครอบครัวและเด็กบึงพลาญชัย, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด, ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด, สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และบึงเกลือ เป็นจุดที่เหมาะกับครอบครัว โดยเฉพาะเด็กที่ต้องการกิจกรรมการเรียนรู้และพื้นที่พักผ่อน
สายชุมชนและภูมิปัญญา1. บ้านหวายหลึม – ผ้าไหมและงานหัตถกรรม
2. ทุ่งกุลาร้องไห้ – วิถีเกษตรและข้าวหอมมะลิ
3. วัดไตรภูมิคณาจารย์ – สถาปัตยกรรมและฮูปแต้มพื้นบ้าน
จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ โดยเฉพาะบริเวณผาภูไท เหมาะกับการชมแสงเช้าและแนวภูเขา
จุดชมพระอาทิตย์ตก1. ผาหมอกมิวาย เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
2. บึงเกลือ
3. บึงพลาญชัย
4. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
เหมาะกับผู้สูงอายุบึงพลาญชัย, วัดบูรพาภิราม, วัดกลางมิ่งเมือง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด, วัดสระทอง และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดเข้าถึงง่ายกว่าพื้นที่ภูเขาและเส้นทางธรรมชาติในหนองพอก
1 วันเช้า: วัดบูรพาภิราม – วัดกลางมิ่งเมือง – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
บ่าย: สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด – ประตูสาเกตุนคร
เย็น: บึงพลาญชัย – สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
2 วัน 1 คืนวันที่ 1: เที่ยวตัวเมืองร้อยเอ็ดตามเส้นทางบึงพลาญชัย–วัดบูรพาภิราม–วัดกลางมิ่งเมือง–พิพิธภัณฑ์
วันที่ 2: พระมหาเจดีย์ชัยมงคล – ผาน้ำย้อย – เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
3 วัน 2 คืนวันที่ 1: ตัวเมืองร้อยเอ็ด
วันที่ 2: พระมหาเจดีย์ชัยมงคล – ผาน้ำย้อย – เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
วันที่ 3: ปราสาทกู่กาสิงห์ – กู่พระโกนา – ทุ่งกุลาร้องไห้ – วัดไตรภูมิคณาจารย์
4 วัน 3 คืนเพิ่มวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง), ปรางค์กู่ และศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด โดยจัดพื้นที่ธวัชบุรีและศรีสมเด็จไว้ในวันเดียวเพื่อลดการย้อนทาง
5 วัน 4 คืนเหมาะกับการเที่ยวครบ 20 แห่งแบบไม่เร่งรีบ แบ่งเป็นตัวเมือง 1 วัน, หนองพอก 1 วัน, เกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ 1 วัน, ธวัชบุรี–ศรีสมเด็จ 1 วัน และเสลภูมิ–ทุ่งเขาหลวง 1 วัน
ช่วงเหมาะกับการเที่ยวพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวโดยรวม เพราะอากาศค่อนข้างเย็นและเหมาะกับการเดินเที่ยววัด โบราณสถาน และพื้นที่กลางแจ้ง ส่วนปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวเหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติในหนองพอก
ช่วงเหมาะกับทุ่งกุลาร้องไห้ฤดูทำนาเหมาะกับการชมทุ่งสีเขียว ส่วนช่วงก่อนเกี่ยวข้าวเหมาะกับการชมภูมิทัศน์สีทองและเรียนรู้วิถีข้าวหอมมะลิของชุมชน
ช่วงเหมาะกับหนองพอกปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวเหมาะกับการชมป่า ภูเขา หมอก และอากาศเย็นบริเวณผาน้ำย้อยกับเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ แต่ควรตรวจสภาพอากาศก่อนเข้าพื้นที่ธรรมชาติ
ประเพณีบุญผะเหวดเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด เชื่อมโยงกับพระเวสสันดรชาดก การเทศน์มหาชาติ ขบวนแห่ และกิจกรรมทางศาสนา โดยพื้นที่บึงพลาญชัยและใจกลางเมืองมีบทบาทสำคัญในการจัดงาน
การเดินทางภายในจังหวัดสถานที่ในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้างหรือเดินในบางช่วงได้ แต่หากต้องการเที่ยวหนองพอก เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ เสลภูมิ หรือทุ่งเขาหลวง การใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับสะดวกที่สุด
อาหารที่ควรลองส้มตำ ลาบ ก้อย น้ำตก แกงอ่อม ไก่ย่าง อาหารปลา อาหารอีสานพื้นบ้าน และข้าวหอมมะลิจากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
ของฝากผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ทอมือจากบ้านหวายหลึม ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา สินค้าชุมชน งานจักสาน และผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของจังหวัด
ความปลอดภัยในพื้นที่ธรรมชาติควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางไปผาน้ำย้อยและเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ หลีกเลี่ยงการออกนอกเส้นทางที่กำหนด ไม่รบกวนสัตว์ป่า และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ความปลอดภัยบริเวณบึงบริเวณบึงเกลือและแหล่งน้ำอื่นควรใช้พื้นที่เล่นน้ำหรือกิจกรรมทางน้ำที่จัดไว้เท่านั้น เด็กควรอยู่ในการดูแลของผู้ใหญ่ และควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำเมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสม
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัด ไม่ปีนโบราณสถาน ไม่สัมผัสจิตรกรรมหรือโบราณวัตถุโดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะในแหล่งธรรมชาติ และควรสนับสนุนสินค้า ร้านค้า และผลิตภัณฑ์ของชุมชนท้องถิ่น
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ที่เที่ยวร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สำหรับการเที่ยวครั้งแรกควรเริ่มจากบึงพลาญชัย วัดบูรพาภิราม พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ผาน้ำย้อย วัดป่ากุง ปราสาทกู่กาสิงห์ กู่พระโกนา ทุ่งกุลาร้องไห้ วัดกลางมิ่งเมือง และบึงเกลือ เพราะครอบคลุมทั้งแลนด์มาร์ก ศรัทธา ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และธรรมชาติ
 
ถาม: หากมีเวลาเที่ยวร้อยเอ็ดเพียง 1 วันควรไปที่ไหน?
ตอบ: ควรเน้นตัวเมือง เริ่มจากวัดบูรพาภิรามและวัดกลางมิ่งเมืองช่วงเช้า ต่อด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ช่วงบ่ายแวะสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำและประตูสาเกตุนคร แล้วปิดท้ายที่บึงพลาญชัยและสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดช่วงเย็น
 
ถาม: ควรใช้เวลากี่วันในการเที่ยวร้อยเอ็ด?
ตอบ: 2–3 วันเหมาะกับแลนด์มาร์กหลักในตัวเมือง หนองพอก และเส้นทางโบราณสถาน หากต้องการเที่ยวครบทั้ง 20 แห่งรวมถึงบึงเกลือ บ้านหวายหลึม และแหล่งเรียนรู้ในธวัชบุรี ควรมีเวลา 4–5 วัน
 
ถาม: วัดไหนเป็นวัดสำคัญของร้อยเอ็ด?
ตอบ: วัดบูรพาภิรามเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัด เพราะเป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศรัทธาของชาวร้อยเอ็ด
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลตั้งอยู่ภายในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก เป็นมหาเจดีย์สีขาว–ทองขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางศาสนาสำคัญของภาคอีสาน
 
ถาม: หากสนใจโบราณสถานขอมควรไปที่ไหน?
ตอบ: แนะนำปราสาทกู่กาสิงห์ กู่พระโกนา และปรางค์กู่หรือปราสาทหนองกู่ ทั้ง 3 แห่งช่วยให้เห็นรูปแบบศาสนสถานเขมรโบราณและบทบาทของร้อยเอ็ดในเครือข่ายวัฒนธรรมอีสานตอนกลาง
 
ถาม: ทุ่งกุลาร้องไห้ควรเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ฤดูทำนาเหมาะกับการชมทุ่งสีเขียว ส่วนช่วงก่อนเก็บเกี่ยวจะเห็นทุ่งข้าวสีทอง เหมาะกับการถ่ายภาพและเรียนรู้วิถีการผลิตข้าวหอมมะลิของชุมชน
 
ถาม: ที่เที่ยวร้อยเอ็ดสำหรับครอบครัวมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: บึงพลาญชัย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และบึงเกลือเหมาะกับครอบครัวและเด็ก
 
ถาม: ถ้าอยากดูธรรมชาติและภูเขาในร้อยเอ็ดควรไปที่ไหน?
ตอบ: อำเภอหนองพอกเป็นโซนที่เหมาะที่สุด โดยมีผาน้ำย้อย เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ผาภูไท และผาหมอกมิวาย รวมถึงพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขา
 
ถาม: ร้อยเอ็ดมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ไหน?
ตอบ: ผาภูไทในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนผาหมอกมิวาย บึงเกลือ และบึงพลาญชัยเหมาะกับการชมแสงเย็นและพระอาทิตย์ตก
 
ถาม: วัดไตรภูมิคณาจารย์มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือสิมพื้นเมืองอีสานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน มีงานไม้แกะสลัก คันทวยรูปนาค และฮูปแต้มภายใน เหมาะกับผู้สนใจสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมพื้นบ้านอีสาน
 
ถาม: บ้านหวายหลึมเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจผ้าไหม งานหัตถกรรม ภูมิปัญญาชุมชน และผู้ที่ต้องการซื้อของฝากโดยตรงจากแหล่งผลิต นักท่องเที่ยวยังสามารถเรียนรู้เรื่องลวดลายผ้าและกระบวนการทอจากชุมชนได้
 
ถาม: บึงเกลือหรือทะเลอีสานมีอะไรเด่น?
ตอบ: บึงเกลือเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีหาดทราย แพร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนริมบึง บรรยากาศเปิดโล่งจนได้รับสมญาว่า “ทะเลอีสาน” เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต ผ้าไหม และพัฒนาการของจังหวัดร้อยเอ็ดก่อนออกไปชมสถานที่จริง โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์
 
ถาม: ร้อยเอ็ดมีที่เที่ยวสำหรับเด็กหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
 
ถาม: งานบุญผะเหวดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: บุญผะเหวดเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด เชื่อมโยงกับพระเวสสันดรชาดก การเทศน์มหาชาติ ขบวนแห่ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยพื้นที่ใจกลางเมืองและบึงพลาญชัยมีบทบาทสำคัญในการจัดงาน
 
ถาม: หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถเที่ยวร้อยเอ็ดได้หรือไม่?
ตอบ: สถานที่ในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้างและเดินในบางช่วงได้ แต่หากต้องการเดินทางไปหนองพอก เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ เสลภูมิ หรือทุ่งเขาหลวง การเช่ารถหรือใช้รถพร้อมคนขับจะสะดวกกว่า
 
ถาม: ควรจัดเส้นทางเที่ยวร้อยเอ็ดอย่างไรไม่ให้ย้อนทาง?
ตอบ: ควรแบ่งเป็นโซน ได้แก่ ตัวเมืองร้อยเอ็ด, หนองพอก, เกษตรวิสัย–สุวรรณภูมิ, ธวัชบุรี–ศรีสมเด็จ และเสลภูมิ–ทุ่งเขาหลวง จากนั้นเที่ยวแต่ละโซนให้ครบก่อนย้ายพื้นที่ จะช่วยลดเวลาเดินทางและจัดทริป 3–5 วันได้ง่ายขึ้น
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวร้อยเอ็ดมากที่สุด?
ตอบ: พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวโดยรวมเพราะอากาศค่อนข้างเย็น ส่วนผู้ที่ต้องการชมหมอกและธรรมชาติในหนองพอกควรเลือกปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว และผู้ที่สนใจทุ่งกุลาร้องไห้ควรเลือกช่วงฤดูทำนาหรือก่อนเก็บเกี่ยว

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)