หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > วัดบูรพาภิราม
TL;DR: วัดบูรพาภิราม อยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนผดุงพานิช เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสามล้อ รถสองแถว.
วัดบูรพาภิราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
วัดบูรพาภิราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บนถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญคู่เมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือที่ชาวร้อยเอ็ดเรียกอย่างคุ้นเคยว่า “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดสูงใหญ่ที่ยืนเด่นสง่างามมองเห็นได้จากระยะไกล และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางศรัทธาของชาวเมืองร้อยเอ็ดมาจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะจุดไหว้พระสำคัญของเมือง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมประวัติศาสตร์การตั้งวัด วิถีเดินทางของผู้คนในอดีต งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ พระอุโบสถ จิตรกรรมพุทธประวัติและบุญผะเหวด รวมถึงพื้นที่ฐานองค์พระซึ่งจัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์และพื้นที่ศาสนกิจไว้ในบริเวณเดียวกัน
เดิมวัดบูรพาภิรามมีชื่อว่า “วัดหัวรอ” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ชื่อเดิมของวัดสะท้อนบทบาทของพื้นที่ในอดีตได้อย่างน่าสนใจ เพราะในช่วงที่การเดินทางยังอาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก วัดแห่งนี้เคยเป็นที่พักค้างแรมของพ่อค้าและผู้คนที่เดินทางเข้าออกเมืองร้อยเอ็ด ผู้เดินทางจำนวนมากนิยมใช้วัดหัวรอเป็นจุดพักแรมในคืนแรกของการเดินทางและเป็นจุดนัดพบก่อนเดินทางต่อ ต่อมาพระอธิการหล้า อินทว์โส ได้ขยายพื้นที่วัดให้กว้างขวางขึ้น และเรียกชื่อวัดใหม่ว่า “วัดบูรพา” เพราะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อให้เหมาะสมเป็น “วัดบูรพาภิราม” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
คำว่า “บูรพา” หมายถึงทิศตะวันออก จึงสัมพันธ์โดยตรงกับที่ตั้งของวัดในเมืองร้อยเอ็ด ขณะที่คำว่า “ภิราม” ให้ความหมายถึงความรื่นรมย์ งดงาม และน่าเลื่อมใส ชื่อวัดบูรพาภิรามจึงสะท้อนภาพของวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองและเป็นพื้นที่สงบงดงามสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน เมื่อเวลาผ่านไป วัดแห่งนี้พัฒนาจากวัดที่เกี่ยวข้องกับการพักแรมและการเดินทางในอดีต มาเป็นพระอารามหลวงและแลนด์มาร์กทางศาสนาที่ผู้คนจดจำผ่านองค์หลวงพ่อใหญ่ซึ่งสูงเด่นอยู่กลางเมืองร้อยเอ็ด
วัดบูรพาภิรามได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีวันตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2456 และรับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2481 สถานะของพระอารามหลวงสะท้อนความสำคัญของวัดทั้งในด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์เมือง และบทบาทต่อชุมชน วัดแห่งนี้ยังคงเป็นวัดที่มีชีวิต มีพระสงฆ์จำพรรษา มีการประกอบศาสนกิจ มีผู้คนเข้ามาทำบุญ สักการะพระพุทธรูป และใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์รวมของศรัทธาอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นที่สุดของวัดบูรพาภิรามคือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กใน พ.ศ. 2516 องค์พระวัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูง 59 เมตร 20 เซนติเมตร และเมื่อรวมฐานมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร ลักษณะองค์พระประทับยืนเด่นเป็นสง่า มีพระหัตถ์ในลักษณะประทานพร สื่อถึงพระเมตตา ความคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคล ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือหลวงพ่อใหญ่ในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดที่ปรากฏในภาพจำของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ความสูงของหลวงพ่อใหญ่ทำให้องค์พระกลายเป็นจุดสังเกตของเมืองร้อยเอ็ด ไม่ว่าจะมองจากถนนในตัวเมืองหรือจากพื้นที่สูงบางจุด ผู้มาเยือนสามารถเห็นองค์พระสีทองตั้งตระหง่านเหนือกลุ่มอาคารวัดและย่านชุมชนโดยรอบ ภาพของพระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่มองเห็นได้จากระยะไกลทำให้วัดบูรพาภิรามเป็นทั้งสถานที่ศรัทธาและแลนด์มาร์กเมืองในเวลาเดียวกัน สำหรับชาวร้อยเอ็ด หลวงพ่อใหญ่ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อ ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกผูกพันกับบ้านเมือง
ที่ฐานของพระพุทธรัตนมงคลมหามุนีจัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์และพื้นที่ที่ใช้ในศาสนกิจหลายห้อง ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปสักการะพระพุทธรูปภายในฐานองค์พระ ชมห้องจัดแสดง และเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวัด พระพุทธรูป และพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ พื้นที่ฐานองค์พระจึงไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างรองรับความสูงของพระพุทธรูป แต่เป็นพื้นที่ภายในที่มีบทบาททางศาสนาและการเรียนรู้อย่างชัดเจน การเดินเข้าไปภายในฐานทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระจากอีกมุมหนึ่ง และเห็นว่าวัดออกแบบให้พื้นที่ศรัทธาเชื่อมต่อกับพื้นที่เรียนรู้ได้อย่างกลมกลืน
ภายในวัดยังมีพระอุโบสถที่งดงามและมีความสำคัญด้านศิลปกรรม พระอุโบสถมีภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวดโดยช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นภาพจิตรกรรมที่ช่วยเล่าเรื่องพระพุทธเจ้า เหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา และงานบุญสำคัญของอีสานซึ่งผูกพันกับร้อยเอ็ดอย่างแนบแน่น ภาพเขียนเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่า วัดบูรพาภิรามไม่ได้มีเพียงพระพุทธรูปองค์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดทางศิลปะและเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมที่ควรใช้เวลาชมอย่างตั้งใจ
จิตรกรรมภายในพระอุโบสถมีคุณค่าในฐานะสื่อธรรมะและหลักฐานทางวัฒนธรรม ภาพพุทธประวัติช่วยถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญในพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้า ส่วนภาพประเพณีบุญผะเหวดสะท้อนรากวัฒนธรรมอีสานและความสำคัญของบุญมหาชาติในจังหวัดร้อยเอ็ด การที่วัดนำเรื่องพุทธประวัติและบุญผะเหวดมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชนอีสานอย่างชัดเจน ผู้ชมจึงสามารถเข้าใจเมืองร้อยเอ็ดได้ทั้งในมิติศรัทธาและมิติวัฒนธรรมท้องถิ่น
บริเวณวัดยังมีพระพุทธไสยาสน์ หอกลอง หอระฆัง โปงไม้ และจุดสักการะต่าง ๆ ที่ช่วยเติมบรรยากาศวัดให้มีความสมบูรณ์ หอกลองและโปงไม้สะท้อนวิถีวัดในอดีตที่ใช้เสียงเป็นสัญญาณบอกเวลา เรียกประชุม หรือแจ้งกิจกรรมแก่ชุมชนรอบวัด ส่วนพระพุทธไสยาสน์เป็นอีกจุดที่พุทธศาสนิกชนนิยมไปกราบไหว้ควบคู่กับหลวงพ่อใหญ่ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้การเดินชมวัดมีหลายจุดน่าสนใจ ไม่ได้จบเพียงการกราบพระยืนองค์ใหญ่เท่านั้น
ด้านทิศตะวันออกของวัดอยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัยเก่า ซึ่งเป็นร่องรอยสำคัญของภูมิทัศน์เมืองร้อยเอ็ดในอดีต ใกล้บริเวณนี้เป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพหรือศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองให้ความเคารพนับถือ การมีศาลเจ้าพ่ออยู่ภายในหรือใกล้พื้นที่วัดสะท้อนลักษณะความเชื่อของชุมชนอีสานที่ศาสนาพุทธและความเชื่อท้องถิ่นดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ผู้มาเยือนจึงจะได้เห็นทั้งพื้นที่ไหว้พระและพื้นที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนในทริปเดียวกัน
ภายในวัดบูรพาภิรามยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูตและโรงเรียนปริยัติธรรม บทบาทด้านการศึกษานี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่สักการะ แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา การเรียนปริยัติธรรมช่วยสืบทอดคำสอน พระวินัย ภาษา และองค์ความรู้ทางศาสนาให้พระภิกษุ สามเณร และผู้สนใจได้ศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานพระธรรมทูตสะท้อนบทบาทของวัดในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการเชื่อมโยงวัดกับสังคมกว้าง
ความสำคัญของวัดบูรพาภิรามจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสูงของพระพุทธรูป แต่รวมถึงบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธา การศึกษา และชุมชนเมือง วัดแห่งนี้เป็นจุดที่คนร้อยเอ็ดมาไหว้พระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน ฟังธรรม ร่วมกิจกรรมทางศาสนา และพานักท่องเที่ยวต่างถิ่นมาชมสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด การที่วัดอยู่ในเขตเมืองทำให้เข้าถึงง่ายและเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง และประตูสาเกตนคร
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศาสนสถานและประวัติศาสตร์เมือง วัดบูรพาภิรามเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดสำคัญในเส้นทางไหว้พระเมืองร้อยเอ็ด เพราะวัดแห่งนี้ให้ภาพร้อยเอ็ดทั้งในมิติอดีตและปัจจุบัน อดีตของวัดปรากฏผ่านชื่อวัดหัวรอ เรื่องการเดินทางของพ่อค้าและผู้คน การขยายวัดโดยพระอธิการหล้า อินทว์โส และคูเมืองเก่า ส่วนปัจจุบันของวัดปรากฏผ่านหลวงพ่อใหญ่ พระอารามหลวง โรงเรียนปริยัติธรรม ศูนย์พระธรรมทูต และกิจกรรมศาสนาที่ดำเนินอยู่ทุกวัน
การชมวัดบูรพาภิรามควรเริ่มจากลานด้านหน้าองค์หลวงพ่อใหญ่ เพื่อมองสัดส่วนความสูงและความสง่างามของพระพุทธรัตนมงคลมหามุนีอย่างเต็มตา จากนั้นจึงเข้าไปสักการะบริเวณฐานองค์พระ เดินชมพื้นที่ภายในฐานที่จัดไว้เป็นห้องพิพิธภัณฑ์และพื้นที่ศาสนกิจ แล้วจึงเดินต่อไปยังพระอุโบสถเพื่อชมจิตรกรรมพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวด หากมีเวลาเพิ่มเติมสามารถเดินชมพระพุทธไสยาสน์ หอกลอง หอระฆัง ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ และพื้นที่โรงเรียนปริยัติธรรมเพื่อให้เห็นบทบาทของวัดอย่างครบถ้วน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการถ่ายภาพองค์พระ รวมถึงช่วยให้เดินชมพื้นที่วัดได้สบายขึ้น วัดเปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาได้ในพื้นที่ที่วัดจัดไว้ เช่น จุดบูชาดอกไม้ธูปเทียน จุดถวายสังฆทาน หรือจุดทำบุญต่าง ๆ ภายในวัด
การเดินทาง ไปวัดบูรพาภิรามทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด บนถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดบูรพาภิรามหรือหลวงพ่อใหญ่ร้อยเอ็ดได้โดยตรง วัดอยู่ไม่ไกลจากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดและจุดท่องเที่ยวกลางเมือง ใช้เวลาเดินทางภายในเมืองไม่นาน หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้าง รถสามล้อ รถสองแถว หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังวัดได้สะดวก
วัดบูรพาภิรามเหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยวในเมืองร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น เริ่มต้นไหว้หลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิราม จากนั้นเดินทางต่อไปบึงพลาญชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด หรือวัดกลางมิ่งเมือง การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นร้อยเอ็ดในหลายมิติ ทั้งพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม เมืองสาธารณะ ประวัติศาสตร์ และแลนด์มาร์กร่วมสมัยในระยะเดินทางสั้น ๆ ภายในเขตเมือง
มารยาทในการเข้าชมวัดควรให้ความสำคัญกับความสุภาพและความเคารพต่อศาสนสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังบริเวณพระอุโบสถหรือพื้นที่สักการะ ไม่สัมผัสจิตรกรรมหรือสิ่งของโบราณโดยไม่จำเป็น ไม่ปีนป่ายฐานองค์พระหรือราวกั้น และควรรักษาความสะอาดในบริเวณวัด เนื่องจากวัดบูรพาภิรามยังเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง มีพระสงฆ์ มีผู้มาทำบุญ และมีพื้นที่การศึกษาทางพระพุทธศาสนาอยู่ภายใน
สำหรับผู้ที่เดินทางกับเด็กและเยาวชน วัดแห่งนี้สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ดี เพราะมีทั้งพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งทำให้เด็กเห็นงานวิศวกรรมและศิลปกรรมเชิงพุทธศาสนา ฐานองค์พระที่มีพื้นที่เรียนรู้ พระอุโบสถที่มีจิตรกรรมพุทธประวัติและบุญผะเหวด รวมถึงเรื่องราวชื่อเดิมวัดหัวรอซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติการเดินทางในอดีต เด็กจะเข้าใจได้ง่ายว่าวัดไทยไม่ใช่เพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องเมือง ผู้คน ศิลปะ ความเชื่อ และการศึกษาไปพร้อมกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดบูรพาภิรามเป็นหนึ่งในจุดที่อธิบายร้อยเอ็ดได้ชัดเจนที่สุด เพราะหลวงพ่อใหญ่เป็นภาพจำที่โดดเด่นและเข้าใจง่าย ขณะเดียวกันวัดยังมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมที่ลึกกว่าการชมพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ภายในวัดมีทั้งพระอุโบสถ จิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและบุญผะเหวด ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ โรงเรียนปริยัติธรรม และพื้นที่ศาสนกิจซึ่งแสดงให้เห็นบทบาทของวัดไทยในฐานะศูนย์กลางศรัทธา ศิลปะ การศึกษา และชุมชน
ในภาพรวม วัดบูรพาภิรามคือวัดสำคัญที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดสำหรับผู้สนใจไหว้พระ ชมศิลปกรรม ศึกษาประวัติศาสตร์เมือง และสัมผัสสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด จุดเด่นของวัดอยู่ที่พระพุทธรัตนมงคลมหามุนีหรือหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ประวัติเดิมชื่อวัดหัวรอ พระอุโบสถ จิตรกรรมพุทธประวัติและบุญผะเหวด ศูนย์งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม และศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องร้อยเอ็ดผ่านศรัทธา ความสูงสง่า ศิลปะ และความเป็นเมืองได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดบูรพาภิราม |
| ประเภท | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ตั้ง | ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | 559 ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| พิกัด | 16.06296, 103.65858 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย ฐานองค์พระที่จัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ พระอุโบสถ จิตรกรรมพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวด ศูนย์งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม และศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 เดิมชื่อวัดหัวรอ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบูรพา เพราะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบูรพาภิรามในเวลาต่อมา รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2481 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดหัวรอ เพราะเคยเป็นจุดพักค้างแรมและจุดนัดพบของผู้เดินทาง ต่อมาเรียกวัดบูรพาเพราะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง และเปลี่ยนเป็นวัดบูรพาภิรามเพื่อความเหมาะสม |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อ พ.ศ. 2516 สูงจากพระบาทถึงยอดเกศ 59 เมตร 20 เซนติเมตร และสูงรวมฐาน 67 เมตร 85 เซนติเมตร |
| ลักษณะเด่นทางศิลปกรรม | องค์หลวงพ่อใหญ่ประทับยืนปางประทานพรเด่นสง่า พระอุโบสถมีภาพเขียนพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวดโดยช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และพื้นที่วัดมีองค์ประกอบทางศาสนา เช่น พระพุทธไสยาสน์ หอกลอง หอระฆัง และโปงไม้ |
| ความสำคัญทางศาสนา | เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด หลวงพ่อใหญ่เป็นที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ด และวัดยังเป็นสถานที่ศึกษาปริยัติธรรม ศูนย์งานพระธรรมทูต และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชนเมือง |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนผดุงพานิช เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสามล้อ รถสองแถว หรือบริการเดินทางภายในเมือง จากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดใช้เวลาไม่นาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพระอารามหลวง แหล่งสักการะหลวงพ่อใหญ่ แหล่งเรียนรู้ทางศาสนาและศิลปกรรม และแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่จอดรถ จุดสักการะหลวงพ่อใหญ่ พระอุโบสถ ห้องพิพิธภัณฑ์ใต้ฐานองค์พระ พื้นที่ถวายสังฆทาน หอกลอง หอระฆัง โรงเรียนปริยัติธรรม และร้านอาหารในย่านตัวเมืองร้อยเอ็ด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี / หลวงพ่อใหญ่ 2. ฐานองค์พระและห้องพิพิธภัณฑ์ 3. พระอุโบสถ 4. จิตรกรรมพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวด 5. พระพุทธไสยาสน์ 6. หอกลอง หอระฆัง และโปงไม้ 7. ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ / เจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ 8. ศูนย์งานพระธรรมทูต 9. โรงเรียนปริยัติธรรม 10. ลานวัดและพื้นที่ประกอบศาสนกิจ |
| กิจกรรม / บทบาทที่เกี่ยวข้อง | สักการะหลวงพ่อใหญ่ ทำบุญ ถวายสังฆทาน ฟังธรรม ศึกษาปริยัติธรรม งานพระธรรมทูต และกิจกรรมศาสนาของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | วัดบูรพาภิราม พระอารามหลวง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เจ้าอาวาส | พระสุขุมวาทเวที (สถาพร โชติธมฺโม) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-511374 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. 2. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 3. หอโหวด 101 ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511222 4. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 1 กม. 5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101 7. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 043-512400 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Lakeview Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 093-320-8126 2. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 1 กม. โทร. 093-638-8323 3. Cozy Cafe’ & Bistro ประมาณ 1 กม. โทร. 094-310-0504 4. Her Studio ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 083-871-0824 5. 4U For You ถนนเพลินจิต ประมาณ 1 กม. โทร. 065-649-1999 6. Sit Rim ประมาณ 1 กม. โทร. 098-278-4482 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967 2. The Premium Residence ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-655 3. 101 Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 4. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222 5. The Rice Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 043-519-999 6. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 043-513-444 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบูรพาภิรามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบูรพาภิรามตั้งอยู่ที่ 559 ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและเดินทางสะดวกจากบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: วัดบูรพาภิรามเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: วัดบูรพาภิรามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อใหญ่ ชมพระอุโบสถ และเดินชมพื้นที่สำคัญของวัดได้ตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม
ถาม: หลวงพ่อใหญ่ วัดบูรพาภิราม สูงเท่าไร?
ตอบ: พระพุทธรัตนมงคลมหามุนีหรือหลวงพ่อใหญ่สูงจากพระบาทถึงยอดเกศ 59 เมตร 20 เซนติเมตร และเมื่อรวมฐานมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร
ถาม: วัดบูรพาภิรามเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดหัวรอ เพราะเคยเป็นจุดพักค้างแรมและจุดนัดพบของผู้เดินทาง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบูรพา และเปลี่ยนเป็นวัดบูรพาภิรามในเวลาต่อมา
ถาม: สิ่งสำคัญที่ควรชมภายในวัดบูรพาภิรามคืออะไร?
ตอบ: สิ่งสำคัญคือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนีหรือหลวงพ่อใหญ่ ฐานองค์พระที่จัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ พระอุโบสถ จิตรกรรมพุทธประวัติและประเพณีบุญผะเหวด พระพุทธไสยาสน์ หอกลอง หอระฆัง ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม
ถาม: เจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามคือพระสุขุมวาทเวที (สถาพร โชติธมฺโม)
ถาม: เที่ยววัดบูรพาภิรามแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่บึงพลาญชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด และวัดกลางมิ่งเมืองได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




