หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.หนองพอก >ต.บึงงาม > เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
TL;DR: เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ อยู่ที่ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากอำเภอหนองพอกไปบ้านท่าสะอาดประมาณ 9 กม.

ร้อยเอ็ด

เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์

เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ หรือที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักในชื่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติขนาดใหญ่ในเขตตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินทรายสูงชัน สลับซับซ้อน และอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในผืนป่าธรรมชาติสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด มีบทบาททั้งด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การรักษาระบบนิเวศ การเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีจุดชมวิวสำคัญอย่างผาภูไทและผาหมอกมิวายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาตินิยมเดินทางมาเยือน
 
ความโดดเด่นของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์อยู่ที่ภูมิประเทศซึ่งแตกต่างจากภาพจำทั่วไปของจังหวัดร้อยเอ็ดที่มักเป็นที่ราบ ทุ่งนา และเมืองโบราณ พื้นที่นี้เป็นเขตภูเขาหินทรายที่มีหน้าผา หุบเขา ลานหิน แนวป่า และจุดชมวิวธรรมชาติ ทำให้อำเภอหนองพอกมีมิติด้านภูเขาและป่าไม้ที่น่าสนใจอย่างมาก ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสร้อยเอ็ดในมุมที่สงบ เย็น ชุ่มชื้น และเต็มไปด้วยบรรยากาศป่าเขา โดยเฉพาะบริเวณผาหมอกมิวายซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงจากสายหมอก ความร่มรื่น และทิวทัศน์ป่าภูเขาที่กว้างไกล
 
ชื่อถ้ำผาน้ำทิพย์และผาน้ำทิพย์สัมพันธ์กับภูมิประเทศของพื้นที่ที่มีหน้าผา แหล่งน้ำ และความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ส่วนชื่อเดิมที่พบในข้อมูลท้องถิ่นคือหมอกบ่วายหรือหมอกมิวาย ซึ่งสะท้อนลักษณะเด่นของพื้นที่ที่มีหมอกปกคลุมบ่อยครั้งจนกลายเป็นภาพจำของผู้มาเยือน คำว่าหมอกมิวายให้ความหมายถึงหมอกที่ไม่จางหายง่าย เป็นชื่อที่เข้ากับบรรยากาศของพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง ป่าไม้สมบูรณ์ และอากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบโดยรอบอย่างชัดเจน
 
สภาพป่าภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์มีความหลากหลาย ป่าดิบแล้งให้ร่มเงาและความชุ่มชื้น ป่าเบญจพรรณเปลี่ยนสีและผลัดใบตามฤดูกาล ส่วนป่าเต็งรังสะท้อนระบบนิเวศแบบป่าแห้งที่พบได้ในภาคอีสาน การมีป่าหลายประเภทในพื้นที่เดียวกันทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพรรณไม้ สัตว์ป่า นก แมลง เห็ด สมุนไพร และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบนิเวศป่า ผู้ที่เดินทางมาศึกษาธรรมชาติจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างดิน หิน น้ำ ป่า และสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม
 
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่ ได้แก่ หมูป่า เก้ง สุนัขจิ้งจอก ลิง กระรอก กระแต และสัตว์ป่าขนาดเล็กชนิดอื่น ๆ การพบสัตว์เหล่านี้สะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในฐานะแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และเส้นทางหากินของสัตว์ป่าในภูมิประเทศเขาหินทราย แม้นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้พบสัตว์ป่าโดยตรงทุกครั้งที่มาเยือน แต่ร่องรอยของป่า เสียงนก เสียงแมลง และบรรยากาศที่มาธรรมชาติรอบตัวช่วยให้เข้าใจได้ว่าพื้นที่นี้ยังคงมีชีวิตของระบบนิเวศที่ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
 
จุดท่องเที่ยวสำคัญภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์คือผาภูไทและผาหมอกมิวาย ผาภูไทเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวันท่ามกลางอากาศเย็นและวิวภูเขา ส่วนผาหมอกมิวายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียง สามารถมองเห็นแนวป่าและภูเขาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ในช่วงที่อากาศดีจะเห็นทัศนียภาพกว้างไกลและแสงเย็นสวยงาม เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว หมอกจะปกคลุมหุบเขาและแนวป่า ทำให้พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดชมหมอกและชมวิวที่โดดเด่นของจังหวัดร้อยเอ็ด
 
ผาหมอกมิวายเป็นจุดที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะมีบรรยากาศของหน้าผา จุดชมวิว และแนวป่ากว้างใหญ่ที่ไม่เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองร้อยเอ็ด ผู้มาเยือนสามารถยืนชมวิวจากจุดชมทัศนียภาพ เห็นป่าเขาเขียวขจีสลับกับแนวหมอกและแสงแดดในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน ช่วงเช้าให้ความรู้สึกสดชื่น สงบ และเหมาะกับการชมทะเลหมอก ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลับแนวภูเขา เป็นบรรยากาศที่เหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติและการถ่ายภาพ
 
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติภายในพื้นที่มี 2 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 2 กม. และ 3 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจเองได้ในเส้นทางที่กำหนด เส้นทางเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้แบบไม่ไกลเกินไป ได้เห็นพรรณไม้ท้องถิ่น สภาพป่า หินทราย ทางลาดชัน และความเปลี่ยนแปลงของป่าแต่ละช่วงทาง การเดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์เช่นนี้ควรเดินด้วยความระมัดระวัง ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่เก็บพืช ไม่รบกวนสัตว์ป่า และไม่ทิ้งขยะไว้ในพื้นที่
 
นอกจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติแล้ว พื้นที่ยังมีบ้านพักและสถานที่สำหรับกางเต็นท์ รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนหรือเดินทางเป็นหมู่คณะ การพักในพื้นที่ธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศกลางคืนของป่าเขา อากาศเย็น เสียงธรรมชาติ และท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ชัดเจนกว่าเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ผู้ที่ต้องการเข้าพักเป็นหมู่คณะหรือต้องการเจ้าหน้าที่นำทางควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทาง การเข้าพัก และการเดินป่าเป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย
 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์มีคุณค่าในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ใช่เพียงแหล่งชมวิว ผู้มาเยือนจึงควรเข้าใจว่าทุกกิจกรรมในพื้นที่ต้องอยู่ภายใต้หลักการไม่รบกวนธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือการชมวิว เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพ กางเต็นท์ในจุดที่กำหนด และเรียนรู้ระบบนิเวศอย่างมีวินัย ไม่ล่าสัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง ไม่นำพืชหรือหินออกจากพื้นที่ และไม่ก่อไฟนอกจุดที่อนุญาต เพราะพื้นที่นี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองสัตว์ป่าและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าโดยตรง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศเย็น ความชื้นเหมาะสม และมีโอกาสเห็นหมอกมากขึ้น ช่วงเช้าเหมาะกับการชมหมอกและเดินศึกษาธรรมชาติ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมอกมิวาย ผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรวางแผนไปยังผาภูไทในช่วงเช้ามืด โดยต้องเตรียมไฟฉาย เสื้อกันหนาว รองเท้าที่เหมาะกับทางธรรมชาติ และเผื่อเวลาเดินทางบนเส้นทางภูเขา
 
การเดินทางเข้าสู่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ต้องอาศัยการวางแผนพอสมควร เพราะพื้นที่ตั้งอยู่บนเส้นทางภูเขาและอยู่ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดขอนแก่นโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 จากนั้นเดินทางจากขอนแก่นไปอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 209 และ 2116 จากอำเภอหนองพอกเดินทางไปบ้านท่าสะอาดประมาณ 9 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายจากบ้านท่าสะอาดเข้าสู่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์อีกประมาณ 13 กม.
 
การเดินทาง จากตัวเมืองร้อยเอ็ดสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอหนองพอก แล้วต่อไปยังบ้านท่าสะอาดและสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารไปยังอำเภอหนองพอกก่อน จากนั้นเหมารถท้องถิ่นขึ้นไปยังพื้นที่ แต่ควรตกลงเวลาเดินทางกลับให้ชัดเจน เพราะพื้นที่อยู่บนเส้นทางธรรมชาติและบริการรถสาธารณะไม่ได้หนาแน่นเหมือนในตัวเมือง
 
สำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถยนต์ ควรตรวจสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรก ยาง และน้ำมัน เพราะเส้นทางบางช่วงเป็นทางขึ้นเขาและมีความคดเคี้ยว ควรขับรถด้วยความเร็วเหมาะสม ไม่แซงในจุดอับสายตา และระวังสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงที่อาจเดินผ่านเส้นทาง หากเดินทางช่วงฝนตกควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยลดลง
 
พื้นที่นี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่ชอบวิวภูเขาจะได้ชมผาหมอกมิวายและผาภูไท ผู้ที่สนใจระบบนิเวศจะได้เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่ชอบแคมป์ปิงจะได้สัมผัสบรรยากาศกางเต็นท์ในพื้นที่ธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวสามารถพาเด็กเรียนรู้เรื่องป่าไม้และสัตว์ป่า ส่วนชาวต่างชาติจะได้เห็นภูมิประเทศด้านภูเขาของจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งแตกต่างจากภาพเมือง วัด และทุ่งนาอย่างมาก
 
การมาเยือนพื้นที่อนุรักษ์ควรเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสม ได้แก่ รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าเดินป่าที่เกาะพื้นดี เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อกันฝนหรือเสื้อกันหนาวตามฤดูกาล น้ำดื่ม ไฟฉาย ยาประจำตัว ถุงขยะส่วนตัว และแบตเตอรี่สำรอง หากต้องเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่เดินลำพังในช่วงเย็นหรือหลังฝนตก และแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อมีแผนเดินในพื้นที่ที่ต้องใช้เวลานาน
 
การถ่ายภาพในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ควรเน้นภาพธรรมชาติ วิวภูเขา หมอก แสงเช้า แสงเย็น เส้นทางเดินป่า และบรรยากาศของจุดชมวิว ไม่ควรใช้โดรนหรืออุปกรณ์ที่อาจรบกวนสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ควรปีนข้ามรั้วหรือออกไปยืนบริเวณหน้าผาที่เสี่ยงอันตราย และไม่ควรทำกิจกรรมเพื่อภาพถ่ายที่กระทบต่อธรรมชาติ เพราะความงามของพื้นที่นี้อยู่ที่ความสงบและความสมบูรณ์ของป่า
 
ผาภูไทเป็นจุดที่เหมาะกับการชมแสงเช้าและบรรยากาศเริ่มต้นวันในป่าเขา การได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากแนวภูเขาท่ามกลางอากาศเย็นให้ความรู้สึกสงบและสดชื่น ผู้ที่ต้องการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นควรติดต่อหรือสอบถามเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และควรเตรียมไฟฉายกับเสื้อกันหนาวในช่วงฤดูหนาว การเดินหรือขับรถในช่วงเช้ามืดต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ
 
ผาหมอกมิวายเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกและทิวทัศน์ป่าภูเขาที่เหมาะกับการใช้เวลาช่วงบ่ายถึงเย็น บรรยากาศของแสงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเหนือแนวป่าทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดถ่ายภาพธรรมชาติที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของร้อยเอ็ด ในวันที่มีความชื้นสูงจะเห็นหมอกลอยปกคลุมแนวหุบเขา ส่วนวันที่ท้องฟ้าเปิดจะเห็นทิวทัศน์กว้างไกลและชั้นเขาเรียงตัวอย่างชัดเจน
 
บ้านพักและลานกางเต็นท์ภายในพื้นที่ทำให้การมาเยือนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนสามารถใช้พื้นที่เป็นฐานสำหรับชมแสงเย็น ชมดาวในคืนฟ้าเปิด และตื่นมาชมหมอกหรือแสงเช้าในวันถัดไป การพักในพื้นที่อนุรักษ์ควรทำตามระเบียบเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ใช้พื้นที่กางเต็นท์ที่กำหนดเท่านั้น ไม่ก่อเสียงดังหลังเวลาพักผ่อน ไม่ทิ้งเศษอาหาร และเก็บขยะกลับออกจากพื้นที่เสมอ
 
ในเชิงการศึกษา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์เหมาะกับโรงเรียน มหาวิทยาลัย กลุ่มเยาวชน และหน่วยงานที่ต้องการจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องป่าไม้ สัตว์ป่า ระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ เส้นทางธรรมชาติที่ไม่ยาวเกินไปช่วยให้ผู้เรียนเห็นสภาพจริงของป่าและเข้าใจว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเข้าพื้นที่เป็นหมู่คณะควรทำหนังสืที่เป็นหมู่คณะควรทำอติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการดูแล ความปลอดภัย และการให้ข้อมูลได้เหมาะสม
 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ยังเชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญใกล้เคียงอย่างวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามและพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอหนองพอกเช่นกัน นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวแบบหนึ่งวันหรือสองวัน โดยเริ่มจากพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเพื่อสักการะและชมสถาปัตยกรรมพุทธขนาดใหญ่ จากนั้นขึ้นไปผาหมอกมิวายหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์เพื่อชมวิวธรรมชาติ เส้นทางนี้ทำให้ได้สัมผัสทั้งศรัทธา ศิลปกรรม และธรรมชาติภูเขาของร้อยเอ็ดในทริปเดียว
 
ผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบสามารถพักในอำเภอหนองพอกก่อนหรือหลังเข้าพื้นที่ ปัจจุบันในอำเภอหนองพอกมีที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการพื้นฐานหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนกินอาหารในตัวอำเภอ แล้วเดินทางต่อเข้าพื้นที่ธรรมชาติ หรือกลับมาพักในอำเภอหลังชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมอกมิวาย การแยกเวลาเช่นนี้ช่วยลดความเหนื่อยจากการเดินทางและเพิ่มความปลอดภัยในการขับรถช่วงค่ื่อยจากการเดินำ
 
สำหรับชาวต่างชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์เป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายว่าร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงวัด เมือง และวัฒนธรรมชุมชน แต่ยังมีพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่สมบูรณ์และภูมิประเทศแบบภูเขาหินทราย การเดินทางมาที่นี่จะทำให้เห็นอีกด้านของภาคอีสาน คือป่าเขา จุดชมวิว หมอก เส้นทางเดินธรรมชาติ และความพยายามในการรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ชาวต่างชาติที่สนใจธรรมชาติและการอนุรักษ์จะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยวเมืองใหญ่และวัดหลักทั่วไป
 
มารยาทสำคัญในการเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคือการให้พื้นที่กับธรรมชาติ ผู้มาเยือนไม่ควรเปิดเพลงเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่ใช้แสงไฟแรงรบกวนสัตว์ป่าในเวลากลางคืน ไม่ตัดกิ่งไม้ ไม่จับสัตว์ ไม่เก็บเห็ดหรือพืชป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเส้นทางธรรมชาติ การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยให้สัตว์ป่าดำรงชีวิตได้ตามธรรมชาติและทำให้นักท่องเที่ยวรุ่นต่อไปยังได้สัมผัสพื้นที่ที่สมบูรณ์เช่นเดียวกัน
 
ค่าเข้าชมพื้นที่ชมธรรมชาติของผาหมอกมิวายไม่มีค่าเข้าชม ส่วนบ้านพัก ลานกางเต็นท์ การเข้าพักเป็นหมู่คณะ และการขอเจ้าหน้าที่นำทางควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าโดยตรง เพราะรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา จำนวนผู้เข้าพัก ฤดูกาล และระเบียบของพื้นที่อนุรักษ์ การติดต่อก่อนเดินทางช่วยให้ผู้มาเยือนได้ข้อมูลที่ตรงกับวันเดินทางจริงและทำให้การท่องเที่ยวปลอดภัยขึ้น
 
โดยสรุป เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของอำเภอหนองพอก มีพื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่ มีเทือกเขาหินทรายสูงชัน ป่าหลากประเภท สัตว์ป่า จุดชมวิวผาภูไท ผาหมอกมิวาย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านพัก และพื้นที่กางเต็นท์ จุดเด่นของสถานที่คือการผสมผสานระหว่างป่าเขา หมอก วิวหน้าผา การเดินศึกษาธรรมชาติ และความหมายของการอนุรักษ์ ผู้ที่ต้องการเที่ยวร้อยเอ็ดในมุมธรรมชาติควรให้เวลาพื้นที่นี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นหนึ่งในจุดที่แสดงความงามของป่าเขาร้อยเอ็ดได้ชัดเจนที่สุด
 
ชื่อสถานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์
ชื่อเรียกที่เกี่ยวข้องเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ / หมอกบ่วาย / หมอกมิวาย / ผาหมอกมิวาย
ที่ตั้งตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ติดต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ตู้ ปณ.1 ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210
ไฮไลต์พื้นที่อนุรักษ์ป่าภูเขาหินทราย จุดชมวิวผาภูไท จุดชมวิวผาหมอกมิวาย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กม. และ 3 กม. บ้านพัก ลานกางเต็นท์ และระบบนิเวศป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง
พื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศเทือกเขาหินทรายสูงชัน สลับซับซ้อน มีหน้าผา หุบเขา ลานหิน แนวป่า และจุดชมวิวธรรมชาติ
ระบบนิเวศป่าไม้ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและพรรณไม้ท้องถิ่นหลายชนิด
สัตว์ป่าที่พบหมูป่า เก้ง สุนัขจิ้งจอก ลิง กระรอก กระแต นกป่า แมลงป่า และสัตว์ป่าขนาดเล็กในระบบนิเวศภูเขา
จุดท่องเที่ยวสำคัญผาภูไท จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และผาหมอกมิวาย จุดชมพระอาทิตย์ตกกับวิวป่าภูเขา
กิจกรรมที่เหมาะกับผู้มาเยือนชมวิวภูเขา ชมหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมพระอาทิตย์ตก เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพธรรมชาติ กางเต็นท์ พักบ้านพัก และเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้
การเดินทางจากอำเภอหนองพอกไปบ้านท่าสะอาดประมาณ 9 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายจากบ้านท่าสะอาดเข้าสู่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์อีกประมาณ 13 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมธรรมชาติและอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ป่า
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมผาหมอกมิวายไม่มีค่าเข้าชม ส่วนบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และการนำทางให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดชมวิว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ พื้นที่กิจกรรมหมู่คณะ จุดจอดรถ และจุดประสานงานเจ้าหน้าที่
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์
2. โซนผาหมอกมิวาย
3. โซนผาภูไท
4. โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะ 2 กม.
5. โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะ 3 กม.
6. โซนบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์
7. โซนป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง
8. โซนเส้นทางเชื่อมบ้านท่าสะอาดและอำเภอหนองพอก
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ และหน่วยงานอนุรักษ์ในสังกัดพื้นที่
เบอร์ติดต่อพื้นที่095-511-1782
ข้อควรปฏิบัติไม่ล่าสัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืชหรือหิน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ก่อไฟนอกจุดที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ผาหมอกมิวาย ประมาณ 0 กม.
2. ผาภูไท ประมาณ 2 กม.
3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ 4 กม.
4. วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ประมาณ 4 กม.
5. ตลาดหนองพอกและย่านอำเภอหนองพอก ประมาณ 22 กม.
6. วัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม ประมาณ 79 กม.
7. บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 84 กม.
8. หอโหวด 101 ประมาณ 85 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้าน วี.อาร์ ปลาเผา VR ประมาณ 10 กม. โทร. 081-209-7330, 089-617-8830
2. 29 Café หนองพอก ประมาณ 18 กม. โทร. 088-324-3517
3. Big Seafood ประมาณ 18 กม. โทร. 061-040-6854
4. Wali Land Garden Cafe ประมาณ 19 กม. โทร. 087-221-1909
5. Today Coffee ประมาณ 19 กม. โทร. 087-221-1909
6. ปายนมสด168 Milk at Home ประมาณ 20 กม. โทร. 094-991-2212
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักและลานกางเต็นท์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ประมาณ 0 กม. โทร. 095-511-1782
2. โรงแรมมีทิพย์ MEETHIP HOTEL ประมาณ 18 กม. โทร. 089-942-0701, 087-949-9119
3. รีสอร์ทหนองพอก บ้านฟ้าใส ดาวสวย ประมาณ 22 กม. โทร. 089-009-6439
4. Hanchana’s Sweet Home ประมาณ 22 กม. โทร. 087-224-2867
5. ภูดาวโฮมสเตย์ ประมาณ 24 กม. โทร. 065-293-5353
6. ป.ปาล์มสีรุ้ง ประมาณ 24 กม. โทร. 091-054-9815
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าภูเขาหินทรายและจุดชมวิวธรรมชาติสำคัญของจังหวัด
 
ถาม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ผาหมอกมิวายไม่มีค่าเข้าชม ส่วนบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และการขอเจ้าหน้าที่นำทางควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
 
ถาม: จุดท่องเที่ยวเด่นในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นคือผาภูไทสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น ผาหมอกมิวายสำหรับชมพระอาทิตย์ตกและวิวป่าภูเขา รวมถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะ 2 กม. และ 3 กม.
 
ถาม: มีบ้านพักหรือพื้นที่กางเต็นท์หรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะหรือขอเจ้าหน้าที่นำทางควรติดต่อพื้นที่ล่วงหน้า
 
ถาม: เดินทางจากอำเภอหนองพอกไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์อย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอหนองพอกเดินทางไปบ้านท่าสะอาดประมาณ 9 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายจากบ้านท่าสะอาดเข้าสู่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์อีกประมาณ 13 กม.
 
ถาม: ควรเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ช่วงใด?
ตอบ: ช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เหมาะกับการชมหมอก ชมวิวภูเขา และเดินศึกษาธรรมชาติ
 
ถาม: เที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ตลาดหนองพอก วัดป่ากุง บึงพลาญชัย และหอโหวด 101

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าผาน้ำทิพย์

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)