หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.ศรีสมเด็จ >ต.ศรีสมเด็จ > วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)
TL;DR: วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) อยู่ที่บ้านป่ากุง ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 07.00 – 19.00 น.
วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 19.00 น.
วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญในอำเภอศรีสมเด็จที่โดดเด่นด้วยพระเจดีย์หินทรายธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเจดีย์หินทรายธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย จุดเด่นของวัดอยู่ที่สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธหรือโบโรบูดูร์ ประเทศอินโดนีเซีย ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรอบองค์เจดีย์ประดับภาพแกะสลักหินทรายเกี่ยวกับพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก ประวัติหลวงปู่ศรี มหาวีโร และรูปบูรพาจารย์ วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 19.00 น. และไม่มีค่าเข้าชม
วัดประชาคมวนารามตั้งอยู่ที่บ้านป่ากุง หมู่ 11 ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 เป็นวัดที่คนทั่วไปนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า วัดป่ากุง ชื่อนี้สัมพันธ์กับพื้นที่ชุมชนและบรรยากาศวัดป่าที่สงบ ร่มรื่น และเหมาะกับการปฏิบัติธรรม ส่วนชื่อทางการว่า วัดประชาคมวนาราม สะท้อนความหมายของวัดที่เกิดขึ้นจากพลังศรัทธาของประชาชนและคณะศิษย์ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ศาสนสถานขึ้นในพื้นที่วิเวก วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่ยังเป็นหลักฐานของความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนพุทธศาสนาในภาคอีสานที่ต้องการรักษาพื้นที่แห่งธรรมให้คงอยู่สืบไป
ประวัติของวัดป่ากุงมีรากเดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2313 ต่อมาพระเทพวิสุทธิมงคล หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานสายวัดป่า ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลับมาเป็นวัดที่สมบูรณ์อีกครั้ง วัดได้รับการจัดตั้งเป็นวัดโดยใช้ชื่อ วัดประชาคมวนาราม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2508 สังกัดคณะธรรมยุติกนิกาย โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้วัดเจริญรุ่งเรือง นับจากนั้นวัดป่ากุงจึงค่อย ๆ เติบโตขึ้นเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่ใกล้เคียง
ความสำคัญของวัดป่ากุงผูกพันอย่างลึกซึ้งกับหลวงปู่ศรี มหาวีโร ท่านเป็นพระเถระที่ชาวร้อยเอ็ดและลูกศิษย์สายกรรมฐานให้ความเคารพอย่างมาก ด้วยปฏิปทาเรียบง่าย มุ่งมั่นในสมณธรรม และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม เมื่อหลวงปู่ศรีเดินทางมาจำพรรษาและเผยแผ่ธรรมในพื้นที่ป่ากุง ชาวบ้านจำนวนมากเกิดศรัทธา สนับสนุนการสร้างเสนาสนะ ถวายที่ดิน และร่วมแรงร่วมใจบูรณะวัด จนพื้นที่วิเวกแห่งนี้กลายเป็นวัดป่าที่มีทั้งเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่สีเขียวอันสงบงาม
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วัดป่ากุงเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ คือการสร้างพระเจดีย์หินทรายขนาดใหญ่ ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2531 หลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจและได้เห็นความยิ่งใหญ่ของบุโรพุทโธ จึงเกิดความประทับใจและนำเรื่องราวมาเล่าให้คณะศิษย์ฟัง ภายหลังคณะศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันสร้างเจดีย์หินทรายขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 90 ปี และพรรษา 60 ของหลวงปู่ศรี มหาวีโร การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2535 และดำเนินไปด้วยแรงศรัทธาอย่างต่อเนื่อง
พระเจดีย์หินทรายวัดป่ากุงแล้วเสร็จในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2547 โดยมีพิธียกยอดเจดีย์ทองคำแท้หนัก 101 บาทขึ้นประดิษฐาน และมีพิธีสมโภชในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 องค์เจดีย์มีรูปทรงแปดเหลี่ยม กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร และสูง 109 เมตร ตัวเลข 101 ยังสัมพันธ์กับชื่อจังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้สถาปัตยกรรมแห่งนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่อท้องถิ่นอย่างชัดเจน เจดีย์ตกแต่งด้วยหินทรายธรรมชาติจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดวางองค์ประกอบเป็นชั้น ๆ อย่างวิจิตร และให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่เมื่อมองจากระยะไกล
ภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของเจดีย์ ผู้มาเยือนนิยมเข้าไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณผนังและพื้นที่รอบองค์เจดีย์มีภาพแกะสลักหินทรายนูนต่ำที่เล่าเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาอย่างละเอียด ชั้นที่ 1 เล่าเรื่องเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ในการบำเพ็ญทานบารมี ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เล่าเรื่องพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ชั้นที่ 4 เป็นภาพแกะสลักเกี่ยวกับชัยมงคลคาถา ชั้นที่ 5 ถ่ายทอดสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ส่วนชั้นบนประกอบด้วยองค์เจดีย์รายและองค์เจดีย์ประธานที่สร้างความสมบูรณ์ให้กับผังสถาปัตยกรรม
เมื่อเดินชมรอบองค์พระเจดีย์ นักท่องเที่ยวจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะ ความศรัทธา และการเล่าเรื่องทางธรรมผ่านประติมากรรมหินทรายอย่างชัดเจน ภาพแกะสลักไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงงานประดับ แต่ยังเป็นบทเรียนทางศาสนาที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้พุทธประวัติ ชาดก และหลักธรรมผ่านภาพที่เข้าใจง่าย การเดินชมอย่างช้า ๆ รอบองค์เจดีย์จึงเหมือนการเดินอ่านเรื่องราวของพระพุทธศาสนาทีละชั้น เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายวัด ผู้สนใจศิลปกรรมไทยอีสาน และผู้ที่ต้องการพื้นที่สงบสำหรับพิจารณาธรรม
วัดป่ากุงยังมีความเชื่อมโยงกับประเพณีบุญผะเหวดของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างน่าสนใจ เพราะภาพแกะสลักเวสสันดรชาดกบนองค์เจดีย์สัมพันธ์กับเนื้อหาหลักของบุญผะเหวด ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของภาคอีสานและจังหวัดร้อยเอ็ด การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงช่วยให้เข้าใจรากวัฒนธรรมการฟังเทศน์มหาชาติ การบำเพ็ญทานบารมี และคติเรื่องพระเวสสันดรในสังคมอีสานได้ชัดขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัดร้อยเอ็ดในมิติที่ลึกกว่าการชมสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว
อีกประเพณีสำคัญของวัดคือพิธีระลึกถึงพระคุณของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ในช่วงวันที่ 1 – 3 พฤษภาคมของทุกปี ภายในงานมีกิจกรรมสวดมนต์ ทำบุญ ตักบาตร จัดตั้งโรงทาน และรวมศรัทธาของคณะศิษย์จากหลายพื้นที่ บรรยากาศของงานสะท้อนความผูกพันระหว่างวัดกับชุมชนอย่างเด่นชัด ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมวัดป่าและศรัทธาต่อครูบาอาจารย์สายกรรมฐานสามารถวางแผนเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสัมผัสบรรยากาศงานบุญที่มีทั้งความสงบ ความเรียบง่าย และความอบอุ่นของผู้คนในท้องถิ่น
พื้นที่ภายในวัดแบ่งออกเป็นหลายส่วนที่น่าสนใจ เริ่มจากเขตพระเจดีย์หินทรายซึ่งเป็นจุดหลักของการเข้าชม ถัดมาเป็นพื้นที่สักการะพระบรมสารีริกธาตุและพื้นที่เดินชมภาพแกะสลักรอบองค์เจดีย์ นอกจากนี้ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์และศาลาที่เกี่ยวข้องกับพระราชพัชรญาณมุนี หรือหลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสองค์สำคัญของวัด ซึ่งเป็นพระเถระที่มีบทบาทในการสืบสานศรัทธาของวัดป่ากุงต่อจากยุคหลวงปู่ศรี มหาวีโร พื้นที่สีเขียวและเขตวัดป่ารอบ ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะกับการพักใจหลังจากเดินชมเจดีย์
พระราชพัชรญาณมุนี หรือหลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดประชาคมวนารามที่ชาวร้อยเอ็ดและศิษยานุศิษย์เคารพอย่างกว้างขวาง ท่านละสังขารเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 สิริอายุ 88 ปี พรรษา 67 การละสังขารของท่านทำให้วัดป่ากุงยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของการน้อมรำลึกถึงครูบาอาจารย์สายวัดป่า ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ศาสนา การปฏิบัติธรรม และความผูกพันระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนในท้องถิ่น ผู้มาเยือนจึงควรเข้าชมด้วยความสำรวม เคารพสถานที่ และปฏิบัติตามระเบียบของวัด
บรรยากาศของวัดประชาคมวนารามมีความต่างจากวัดท่องเที่ยวทั่วไป แม้องค์พระเจดีย์จะมีขนาดใหญ่และเป็นจุดถ่ายภาพที่โดดเด่น แต่วัดยังคงรักษาบุคลิกของวัดป่าไว้ได้อย่างชัดเจน ความร่มรื่นของต้นไม้ ทางเดินที่ค่อนข้างสงบ พื้นที่จอดรถ และห้องน้ำสาธารณะ ทำให้การเดินทางมาสักการะเหมาะกับทั้งครอบครัว นักเดินทางสายบุญ กลุ่มผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้สถาปัตยกรรมศาสนาในร้อยเอ็ด ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินชมคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะแสงไม่แรงเกินไปและเหมาะกับการถ่ายภาพองค์เจดีย์จากมุมด้านหน้า
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม ควรใช้เวลาเดินชมรอบองค์เจดีย์มากกว่าการถ่ายภาพเพียงด้านหน้า เพราะรายละเอียดของงานหินทรายปรากฏอยู่ในหลายมุม ทั้งรูปพระพุทธเจ้า เทวดา ลวดลายดอกบัว ลายก้านขด และฉากเล่าเรื่องทางพุทธศาสนา รูปแบบการจัดวางชั้นและระเบียงรอบองค์เจดีย์ช่วยให้ผู้ชมสัมผัสความยิ่งใหญ่ได้ทีละลำดับ การเดินขึ้นลงบันไดและมองย้อนกลับไปยังลานด้านหน้า ยังช่วยให้เห็นสมดุลของผังวัดและความตั้งใจของผู้สร้างที่ต้องการให้เจดีย์เป็นศูนย์กลางทางศรัทธา
การมาเที่ยววัดป่ากุงสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดร้อยเอ็ดได้สะดวก หากเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ด สามารถแวะวัดบูรพาภิราม บึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดในวันเดียวกันได้ ส่วนผู้ที่ต้องการเส้นทางวัดและเจดีย์สำคัญ สามารถต่อยอดไปยังพระมหาเจดีย์ชัยมงคล อำเภอหนองพอก ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชื่อหลวงปู่ศรี มหาวีโรเช่นกัน เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดในฐานะจังหวัดที่มีศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและงานสถาปัตยกรรมเจดีย์ขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์
การเดินทาง ไปวัดประชาคมวนารามเหมาะที่สุดสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือการเหมารถท้องถิ่น จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางไปอำเภอศรีสมเด็จ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ถนนโดยรวมเดินทางสะดวกและมีป้ายบอกทางในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาถึงตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อน แล้วใช้บริการรถรับจ้างหรือเหมารถไปยังวัด การเดินทางช่วงเช้าจะเหมาะกับการไหว้พระและถ่ายภาพ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบและแสงอ่อนบริเวณลานพระเจดีย์
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมวัดป่ากุง คือแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังภายในพื้นที่ศาสนสถาน ถอดรองเท้าเมื่อเข้าพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่ปีนป่ายองค์ประกอบของเจดีย์ ไม่จับหรือขีดเขียนงานแกะสลักหินทราย และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระภิกษุหรือผู้ปฏิบัติธรรมในเขตสงฆ์ การถ่ายภาพทำได้ในพื้นที่เหมาะสม แต่ควรคำนึงถึงความสงบและความเคารพต่อผู้มาสักการะคนอื่น ๆ เพราะวัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ไม่ใช่เพียงจุดท่องเที่ยวเชิงถ่ายภาพ
โดยรวมแล้ว วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง เป็นหนึ่งในวัดร้อยเอ็ดที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนอย่างยิ่ง เพราะรวมทั้งประวัติหลวงปู่ศรี มหาวีโร ศรัทธาของคณะศิษย์ สถาปัตยกรรมเจดีย์หินทรายแห่งแรกของไทย พระบรมสารีริกธาตุ ภาพแกะสลักพุทธประวัติและเวสสันดรชาดก รวมถึงบรรยากาศสงบร่มรื่นของวัดป่าไว้ในสถานที่เดียว ผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดจึงสามารถใช้วัดป่ากุงเป็นจุดหมายหลักของทริปสายบุญ และต่อยอดไปยังแหล่งท่องเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง |
| ที่ตั้ง | บ้านป่ากุง ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | หมู่ 11 ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| พิกัด | 15.99235, 103.49822 |
| ไฮไลต์ | พระเจดีย์หินทรายธรรมชาติขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย สร้างโดยแรงศรัทธาของคณะศิษย์หลวงปู่ศรี มหาวีโร และได้รับแรงบันดาลใจจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ราวปี พ.ศ. 2313 จัดตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2508 เริ่มสร้างเจดีย์หินทรายในปี พ.ศ. 2535 แล้วเสร็จวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2547 และมีพิธีสมโภชวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ วัดประชาคมวนาราม สื่อถึงวัดป่าที่เกิดจากพลังประชาคมและศรัทธาของประชาชน ส่วนชื่อ วัดป่ากุง เป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียกตามพื้นที่บ้านป่ากุง |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 109 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น ประดับภาพแกะสลักพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก ชัยมงคลคาถา และสังเวชนียสถาน 4 ตำบล |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระบรมสารีริกธาตุภายในองค์เจดีย์ ภาพแกะสลักหินทรายรอบองค์เจดีย์ ประวัติหลวงปู่ศรี มหาวีโร รูปบูรพาจารย์ อาคารพิพิธภัณฑ์ และพื้นที่ปฏิบัติธรรมของวัดป่า |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางไปอำเภอศรีสมเด็จ ระยะทางประมาณ 21 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 07.00 – 19.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่เดินชมเจดีย์ และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนพระเจดีย์หินทราย 2. โซนสักการะพระบรมสารีริกธาตุ 3. โซนภาพแกะสลักพุทธประวัติและเวสสันดรชาดก 4. โซนพิพิธภัณฑ์และศาลาที่เกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์ 5. โซนวัดป่าและพื้นที่ปฏิบัติธรรม |
| พระเถระสำคัญ / ผู้ดูแลที่ปรากฏในงานทางการล่าสุด | หลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ฟื้นฟูและสร้างวัดให้เจริญรุ่งเรือง อดีตเจ้าอาวาสล่าสุดคือ พระราชพัชรญาณมุนี หรือหลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ ซึ่งละสังขารวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ส่วนพิธีสวดพระอภิธรรมวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มีพระครูอดุลธรรมาจารย์ วัดประชาคมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 095-509-5185 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: วัดป่ากุง (หลวงปู่ศรี มหาวิโร) จ.ร้อยเอ็ด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สะพานบุญโกศล ประมาณ 9 กม. 2. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 21 กม. 3. บึงพลาญชัย ประมาณ 22 กม. 4. หอโหวด 101 ประมาณ 23 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 23 กม. 6. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ 85 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. I’amnomsod ณ ศรีสมเด็จ ประมาณ 8 กม. โทร. 089-073-1552 2. กับข้าวบ้านพ่อครัวโนนทัน ประมาณ 9 กม. โทร. 092-295-5652 3. ครัวชายทุ่ง ประมาณ 8 กม. 4. ซี แคช คอฟฟี่ ประมาณ 8 กม. 5. เตี๋ยวไก่แน่นอน ประมาณ 8 กม. 6. ฮักก่อกาแฟสดศรีสมเด็จ ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โฮมสเตย์บ้านไร่รื่นฤดี ประมาณ 4 กม. 2. ต้นน้ำรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. 3. บ้านสวนรีสอร์ท ค่ายฯ พล.ร.6 ประมาณ 8 กม. โทร. 089-940-4026 4. โรงแรมร้อยเอ็ดโฮเต็ล ประมาณ 17 กม. 5. โรงแรมเดอปารีส ประมาณ 18 กม. 6. M Grand Hotel Roi Et ประมาณ 18 กม. โทร. 061-021-4848 7. The Pool Hotel Roi Et ประมาณ 19 กม. โทร. 095-574-7487 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง ตั้งอยู่ที่บ้านป่ากุง หมู่ 11 ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 21 กม.
ถาม: วัดป่ากุงเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 07.00 – 19.00 น.
ถาม: วัดป่ากุงเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและชมพระเจดีย์หินทรายได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
ถาม: จุดเด่นของวัดป่ากุงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระเจดีย์หินทรายธรรมชาติขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ได้แรงบันดาลใจจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธ และประดับภาพแกะสลักเกี่ยวกับพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก และประวัติหลวงปู่ศรี มหาวีโร
ถาม: วัดป่ากุงเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ศรี มหาวีโร อย่างไร?
ตอบ: หลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นพระเถระสำคัญผู้ฟื้นฟูและพัฒนาวัดป่ากุง และเป็นผู้มีดำริให้สร้างเจดีย์หินทรายหลังจากประทับใจมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย
ถาม: ภายในพระเจดีย์วัดป่ากุงมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมีภาพแกะสลักหินทรายเล่าเรื่องเวสสันดรชาดก พุทธประวัติ ชัยมงคลคาถา สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประวัติหลวงปู่ศรี และรูปบูรพาจารย์
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดป่ากุง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือรัดรูปเกินไป ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด และใช้เสียงอย่างสำรวมภายในศาสนสถาน
ถาม: เที่ยววัดป่ากุงแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่สะพานบุญโกศล วัดบูรพาภิราม บึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และพระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้ตามเวลาของทริป
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




