หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ > 20 ที่เที่ยวสมุทรปราการ ที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุ..
TL;DR: 20 ที่เที่ยวสมุทรปราการ ที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 19:00 น. ปิดจำหน่ายบัตร 18:00 น. สมุทรปราการเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวหลายรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งเมืองโบราณที่รวบรวมสถาปัตยกรรมไทยจากทั่วประเทศ.
20 ที่เที่ยวสมุทรปราการ ที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด

20 ที่เที่ยวสมุทรปราการ ที่เที่ยวภาคกลางที่ดีที่สุด สมุทรปราการเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวหลายรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งเมืองโบราณที่รวบรวมสถาปัตยกรรมไทยจากทั่วประเทศ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณที่โดดเด่นด้วยประติมากรรมช้างสามเศียรขนาดใหญ่ สถานตากอากาศบางปูสำหรับชมทะเลและนกนางนวล บางกะเจ้าสำหรับปั่นจักรยานท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ตลอดจนวัดเก่า ป้อมปราการ พิพิธภัณฑ์ทหาร และชุมชนริมน้ำ หากมีเวลาเพียง 1 วัน สามารถเลือกเที่ยวโซนเมืองสมุทรปราการ–บางปู หรือโซนบางกะเจ้า–บางน้ำผึ้ง ส่วนผู้ที่มีเวลา 2–3 วันควรเพิ่มเส้นทางพระสมุทรเจดีย์–ป้อมพระจุลจอมเกล้า เพื่อให้เห็นทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชีวิตของเมืองปากน้ำได้ครบยิ่งขึ้น
จังหวัดสมุทรปราการตั้งอยู่บริเวณตอนปลายของแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนออกสู่อ่าวไทย มีอาณาเขตต่อเนื่องกับกรุงเทพมหานคร จึงเป็นทั้งเมืองปริมณฑล เมืองอุตสาหกรรม เมืองท่า และพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันปากแม่น้ำมาตั้งแต่อดีต ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ ลำคลอง พื้นที่ชายฝั่ง ป่าชายเลน และชุมชนริมน้ำกระจายอยู่หลายอำเภอ ทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวมีความหลากหลายมากกว่าภาพจำของจังหวัดอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว
ชื่อเดิมที่คนไทยคุ้นเคยคือ “เมืองปากน้ำ” ซึ่งสะท้อนตำแหน่งของเมืองบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มาตลอดหลายยุค เพราะเป็นด่านแรกของเรือที่เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงทางน้ำ จึงมีทั้งป้อมปราการ ศาสนสถาน และชุมชนเก่าเกิดขึ้นตามแนวแม่น้ำ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ พระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ปากน้ำที่ยังคงเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทยอย่างชัดเจน
อีกด้านหนึ่งของสมุทรปราการคือมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนมอญ โดยเฉพาะในอำเภอพระประแดง ซึ่งเดิมมีชื่อว่าเมืองนครเขื่อนขันธ์ ชุมชนมอญยังคงรักษาวัด ประเพณี ภาษา อาหาร และพิธีกรรมหลายอย่างไว้จนถึงปัจจุบัน ประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบ และวัฒนธรรมชุมชนริมน้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์จังหวัด
พื้นที่บางกะเจ้าเป็นอีกภาพหนึ่งที่แตกต่างจากเขตอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง ด้วยลักษณะพื้นที่โค้งล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา มีสวนเกษตร คลอง พื้นที่ชุ่มน้ำ และเส้นทางจักรยานจำนวนมาก จึงได้รับความนิยมในฐานะพื้นที่สีเขียวใกล้กรุงเทพฯ จุดสำคัญในโซนนี้ ได้แก่ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง วัดเก่า และชุมชนที่ยังรักษาบรรยากาศกึ่งชนบทไว้ได้
สำหรับสายธรรมชาติ สมุทรปราการมีชายฝั่งอ่าวไทยและพื้นที่ป่าชายเลนที่สถานตากอากาศบางปู ซึ่งเป็นจุดดูนกอพยพที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะนกนางนวลที่เดินทางเข้ามาในช่วงฤดูหนาว การชมพระอาทิตย์ตกจากสะพานสุขตาและการเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งทำให้บางปูเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะทั้งกับครอบครัว ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการพักจากบรรยากาศเมืองใหญ่
ด้านศิลปวัฒนธรรมและการเรียนรู้ สมุทรปราการมีสถานที่ระดับแลนด์มาร์กอย่างเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ทั้งสองแห่งเกิดจากแนวคิดในการอนุรักษ์และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านพื้นที่จริง เมืองโบราณนำโบราณสถานและสถาปัตยกรรมจากหลายภูมิภาคมาจัดวางในพื้นที่ขนาดใหญ่ ขณะที่พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณใช้สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และคติจักรวาลเป็นแกนในการเล่าเรื่อง
อาหารของสมุทรปราการสะท้อนทั้งวัฒนธรรมมอญ ชุมชนปากน้ำ และพื้นที่ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถพบอาหารทะเล อาหารมอญ ขนมพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงอาหารและของกินจากตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและตลาดท้องถิ่นหลายแห่ง ของฝากที่น่าสนใจจึงมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ขนมพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และผลผลิตจากสวนในพื้นที่พระประแดง
หากแบ่งพื้นที่เพื่อวางแผนเที่ยว สามารถจัดเป็นโซนเมืองสมุทรปราการ–ปากน้ำสำหรับพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ วัดกลางวรวิหาร และแหล่งประวัติศาสตร์ในตัวเมือง โซนบางปูสำหรับเมืองโบราณ สถานตากอากาศบางปู และวัดอโศการาม โซนพระประแดง–บางกะเจ้าสำหรับสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง และเส้นทางจักรยาน ส่วนโซนพระสมุทรเจดีย์เหมาะกับพระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุลจอมเกล้า และเส้นทางประวัติศาสตร์ปากแม่น้ำเจ้าพระยา
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ทำได้สะดวกทั้งรถยนต์ ถนนสุขุมวิท ทางด่วน และรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท ซึ่งสามารถเดินทางถึงหลายพื้นที่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการได้โดยตรง ส่วนบางกะเจ้าสามารถเดินทางได้ทั้งทางถนนผ่านพระประแดงและการข้ามเรือจากฝั่งกรุงเทพฯ สำหรับเส้นทางพระสมุทรเจดีย์และพื้นที่ชายฝั่ง รถยนต์ส่วนตัวจะช่วยให้จัดทริปหลายแห่งในวันเดียวได้สะดวกกว่า

1. เมืองโบราณ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของสมุทรปราการ ตั้งอยู่ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ บนพื้นที่กว้างกว่า 800 ไร่ ภายในรวบรวมสถาปัตยกรรม โบราณสถาน พระราชวัง วัด บ้านเรือน และภูมิวัฒนธรรมจากหลายภูมิภาคของประเทศไทยไว้ในพื้นที่เดียว จึงเหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว นักเรียน สายประวัติศาสตร์ และผู้ที่ชอบถ่ายภาพสถาปัตยกรรมไทย
ไฮไลต์: พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท พระธาตุจากภูมิภาคต่าง ๆ อาคารจำลองโบราณสถานสำคัญ ตลาดน้ำ พื้นที่วัฒนธรรมไทย ศาลาพระอรหันต์ และเส้นทางชมสถาปัตยกรรมที่สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้พาหนะภายในพื้นที่ได้
เมืองโบราณเกิดจากแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ต้องการรวบรวมและอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทยให้คนรุ่นหลังสามารถศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม การจัดวางพื้นที่มีลักษณะคล้ายแผนที่ประเทศไทย โดยตำแหน่งของอาคารและโบราณสถานหลายแห่งสัมพันธ์กับภูมิภาคจริง ทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการชมสถาปัตยกรรม
สิ่งก่อสร้างภายในมีทั้งงานจำลองจากสถานที่จริงในสัดส่วนที่ลดลง อาคารที่สร้างขึ้นจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และสิ่งปลูกสร้างเชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนคติความเชื่อไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงสวนจำลองแลนด์มาร์ก แต่ทำหน้าที่คล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เล่าเรื่องสังคมไทยผ่านสถาปัตยกรรม ศาสนา วรรณคดี และวิถีชีวิต
เนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่มาก การมาเที่ยวควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน และหากต้องการชมจุดสำคัญอย่างทั่วถึงควรใช้เวลาเกือบเต็มวัน การเช่าจักรยานหรือใช้พาหนะภายในช่วยลดความเหนื่อยและทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างจากจุดทางเข้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ
สายถ่ายภาพควรเผื่อเวลาสำหรับอาคารหลายโซน เพราะรูปแบบสถาปัตยกรรมแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ล้านนา สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ไปจนถึงศิลปกรรมภาคใต้และอีสาน ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่ากลางวันที่แสงค่อนข้างแรง
เมืองโบราณสามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานตากอากาศบางปูและวัดอโศการามได้ เพราะอยู่ในแนวถนนสุขุมวิทสายเก่าใกล้กัน แต่หากต้องการชมเมืองโบราณอย่างละเอียด การใช้เวลาเต็มวันเพียงแห่งเดียวจะทำให้เที่ยวได้สบายกว่าและไม่ต้องเร่งรีบ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 19:00 น. ปิดจำหน่ายบัตร 18:00 น.
การเดินทาง: เมืองโบราณตั้งอยู่ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ บนถนนสุขุมวิทสายเก่าช่วงบางปู จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสมุทรปราการ หรือใช้ BTS สายสุขุมวิทมาถึงโซนสมุทรปราการแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเข้าสู่เมืองโบราณ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เมืองโบราณ

2. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของสมุทรปราการที่มองเห็นได้ชัดจากถนนสุขุมวิท ด้วยประติมากรรมช้างเอราวัณสามเศียรขนาดมหึมาตั้งอยู่บนฐานอาคารสีชมพู ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ความเชื่อทางศาสนา และคติจักรวาลเข้าด้วยกันอย่างโดดเด่น
ไฮไลต์: ประติมากรรมช้างสามเศียร บันไดประติมากรรมภายใน เพดานกระจกสี งานปูนปั้น ศิลปวัตถุ พื้นที่สวน และการจัดพื้นที่เป็น 3 ระดับ ได้แก่ สุวรรณภูมิ โลกมนุษย์ และจักรวาลหรือสวรรค์
พิพิธภัณฑ์เกิดจากแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เช่นเดียวกับเมืองโบราณ โดยต้องการสร้างพื้นที่สำหรับเก็บรักษาศิลปวัตถุและถ่ายทอดคติความเชื่อของเอเชียผ่านงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ ภายนอกจึงเป็นประติมากรรมที่สร้างความประทับใจ ส่วนภายในเต็มไปด้วยรายละเอียดงานช่างที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ
การจัดพื้นที่ภายในอาคารสัมพันธ์กับแนวคิดจักรวาล 3 ระดับ ชั้นล่างเปรียบเสมือนสุวรรณภูมิ ชั้นกลางเป็นโลกมนุษย์ และส่วนบนภายในท้องช้างเปรียบเสมือนสวรรค์ การเดินขึ้นแต่ละระดับจึงให้ความรู้สึกเหมือนค่อย ๆ เคลื่อนจากโลกเบื้องล่างไปสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ด้านบน
จุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากคือโถงภายในซึ่งตกแต่งด้วยบันได งานปูนปั้น และกระจกสีที่รับแสงธรรมชาติจากด้านบน ทำให้เกิดบรรยากาศแตกต่างกันตามช่วงเวลา ส่วนสวนรอบอาคารจัดแต่งด้วยประติมากรรมและพื้นที่สีเขียว เหมาะกับการเดินพักหลังชมภายในพิพิธภัณฑ์
ที่นี่เหมาะกับครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยวต่างชาติ สายศิลปะ และสายถ่ายภาพ โดยควรเผื่อเวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง หากต้องการชมทั้งอาคารและสวนโดยไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพเนื่องจากมีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
สามารถเที่ยวต่อพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ วัดกลางวรวิหาร หรือเดินทางลงใต้ต่อไปยังเมืองโบราณได้ หากมีเวลาเต็มวัน การจัดเส้นทางพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณในช่วงเช้าแล้วต่อเมืองโบราณในช่วงบ่ายเป็นเส้นทางยอดนิยมที่ไม่ต้องย้อนกลับหลายครั้ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 18:00 น. ปิดจำหน่ายบัตร 17:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่เลขที่ 99/9 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สามารถเดินทางด้วย BTS สายสุขุมวิท ลงสถานีช้างเอราวัณ ทางออก 2 แล้วเดินต่อเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ หรือเดินทางด้วยรถยนต์ตามถนนสุขุมวิท
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

3. สถานตากอากาศบางปู เป็นสถานที่พักผ่อนริมอ่าวไทยที่คนไทยรู้จักกันมานาน ตั้งอยู่ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีพื้นที่ขนาดใหญ่ริมทะเลและป่าชายเลน จุดเด่นคือสะพานสุขตาที่ยื่นออกไปเหนือชายฝั่ง ศาลาสุขใจ และการชมนกนางนวลอพยพในช่วงฤดูหนาว
ไฮไลต์: สะพานสุขตา ศาลาสุขใจ จุดชมพระอาทิตย์ตก นกนางนวลอพยพ ป่าชายเลน ชายฝั่งอ่าวไทย ทางเดินชมธรรมชาติ และบรรยากาศพักผ่อนริมทะเลใกล้กรุงเทพฯ
บางปูมีพื้นที่ประมาณ 639 ไร่ และมีทั้งพื้นที่ธรรมชาติ ร้านอาหาร บ้านพัก และเส้นทางพักผ่อนภายในบริเวณเดียวกัน การเดินออกไปตามสะพานสุขตาช่วยเปิดมุมมองสู่ชายฝั่งและทะเล โดยช่วงเย็นเป็นเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนและสามารถชมแสงพระอาทิตย์ตกเหนือเส้นขอบฟ้าได้
ช่วงที่บางปูมีชื่อเสียงมากที่สุดคือฤดูนกอพยพ โดยเฉพาะประมาณปลายปีถึงต้นปี เมื่อนกนางนวลจำนวนมากเดินทางเข้ามาหากินตามชายฝั่ง ทำให้พื้นที่กลายเป็นจุดดูนกและถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวควรชมสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่รบกวนระบบนิเวศของพื้นที่
ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำรอบบางปูยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งอาศัยของสัตว์หลายชนิด การมาเที่ยวจึงสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งได้ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวและเด็กที่ต้องการเห็นธรรมชาติจริงใกล้กรุงเทพฯ
บางปูเหมาะกับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะครอบครัว คู่รัก ช่างภาพ และผู้สูงอายุที่ต้องการสถานที่พักผ่อนแบบไม่ต้องเดินทางไกล ช่วงวันหยุดและช่วงฤดูนกอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงควรเผื่อเวลาเดินทางและหาที่จอดรถเพิ่มขึ้น
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเมืองโบราณและวัดอโศการามได้อย่างลงตัว เพราะทั้งสามแห่งอยู่บนแนวสุขุมวิทสายเก่า การเริ่มจากเมืองโบราณในช่วงเช้า ต่อวัดอโศการาม และปิดท้ายชมพระอาทิตย์ตกที่บางปูเป็นเส้นทางหนึ่งวันที่เดินทางต่อเนื่องได้ดี
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 20:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทช่วงกิโลเมตรที่ 37 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ตามถนนสุขุมวิท หรือใช้ BTS สายสุขุมวิทเข้าสู่สมุทรปราการแล้วต่อรถท้องถิ่นมายังบางปู
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานตากอากาศบางปู

4. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติขนาดใหญ่ในตำบลบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง มีพื้นที่กว่า 200 ไร่ และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเที่ยวบางกะเจ้า เหมาะกับการปั่นจักรยาน เดินเล่น ดูนก ถ่ายภาพ และเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำกับสวนเกษตรดั้งเดิม
ไฮไลต์: เส้นทางจักรยาน สะพานไม้ บ่อน้ำ พันธุ์ไม้น้ำ พืชท้องถิ่น สวนผลไม้เก่า หอชมวิว พื้นที่ดูนก และบรรยากาศร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวบางกะเจ้า
สวนได้รับการพัฒนาให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและแหล่งศึกษาระบบนิเวศ โดยยังคงองค์ประกอบของสวนเกษตรดั้งเดิมเอาไว้ร่วมกับการจัดภูมิทัศน์แบบสวนสาธารณะ นักท่องเที่ยวจึงจะเห็นทั้งพื้นที่น้ำ พืชท้องถิ่น สวนผลไม้ และทางเดินซึ่งเชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
การปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมยอดนิยม เพราะสามารถเชื่อมสวนเข้ากับเส้นทางในบางกะเจ้าได้อย่างสะดวก ภายในและพื้นที่ใกล้เคียงมีเส้นทางขนาดเล็กผ่านสวน บ้านเรือน วัด และชุมชน การขี่จักรยานด้วยความเร็วไม่สูงจึงเหมาะกับการสัมผัสบรรยากาศมากกว่าการเร่งเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
หอชมวิวและพื้นที่ริมบ่อน้ำเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีแสงนุ่มและอากาศยังไม่ร้อน ผู้ที่สนใจดูนกควรเดินอย่างเงียบและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง เพราะบริเวณสวนมีนกและสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่หลายชนิด
ครอบครัวและผู้สูงอายุสามารถเที่ยวได้ แต่ควรเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อลดความร้อน ส่วนผู้ที่ปั่นจักรยานควรระวังทางแคบและพื้นสะพานบางช่วง โดยเฉพาะเมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในวันหยุด
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์สามารถจัดเที่ยวร่วมกับตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและวัดต่าง ๆ ในบางกะเจ้าได้อย่างเหมาะสม หากมาในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ แนะนำเริ่มปั่นจักรยานช่วงเช้าแล้วไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้งในช่วงสายถึงเที่ยง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 20:00 น.
การเดินทาง: จากพระประแดงใช้ถนนเพชรหึงษ์เข้าสู่ตำบลบางกะเจ้า แล้วเลี้ยวเข้าสู่ซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากฝั่งกรุงเทพฯ ด้วยเรือข้ามฟากเข้าสู่บางกะเจ้าแล้วเช่าจักรยานหรือใช้รถท้องถิ่นต่อได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนศรีนครเขื่อนขันธ์

5. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เป็นตลาดชุมชนชื่อดังในตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวบางกะเจ้าและเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับทริปวันหยุดใกล้กรุงเทพฯ จุดเด่นอยู่ที่อาหารพื้นบ้าน สินค้าชุมชน ผลผลิตจากสวน และบรรยากาศร่มรื่นริมคลอง
ไฮไลต์: อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย ผลไม้และผลิตผลจากสวน สินค้าชุมชน งานหัตถกรรม ร้านอาหารริมคลอง และบรรยากาศตลาดท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวบางกะเจ้า
ตลาดเกิดขึ้นจากความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสร้างช่องทางจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่ ก่อนพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตามการเติบโตของการท่องเที่ยวบางกะเจ้า
สิ่งที่ทำให้ตลาดน่าสนใจคือความหลากหลายของอาหาร ทั้งเมนูคาว ขนม เครื่องดื่ม ผลไม้ และของกินที่สามารถซื้อกลับบ้านได้ หลายร้านเป็นผู้ผลิตในชุมชนเอง จึงช่วยเชื่อมการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง
นอกจากอาหารแล้ว ตลาดยังมีสินค้าหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์จากชุมชน เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาของฝากขนาดเล็กหรือเลือกซื้อสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของพื้นที่ การเดินตลาดใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงและเหมาะกับช่วงเช้าถึงก่อนบ่าย
ช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงสาย หากต้องการบรรยากาศสบายและมีเวลาถ่ายภาพควรมาถึงตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยจักรยานควรจอดในพื้นที่ที่กำหนดและระวังคนเดินบริเวณทางเข้า
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเหมาะกับการจับคู่กับสวนศรีนครเขื่อนขันธ์มากที่สุด โดยสามารถปั่นจักรยานในสวนช่วงเช้าแล้วมารับประทานอาหารที่ตลาดในช่วงสาย นอกจากนี้ยังสามารถแวะวัดและชุมชนต่าง ๆ ในบางกะเจ้าได้ต่อเนื่อง
วันเปิดทำการ: วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 14:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง สามารถเดินทางจากถนนสุขสวัสดิ์เข้าสู่พระประแดง ต่อถนนเพชรหึงษ์ และเข้าสู่ซอยเพชรหึงษ์ 26 หรือใช้เรือข้ามฟากจากฝั่งกรุงเทพฯ เข้าบางกะเจ้าแล้วเดินทางต่อด้วยจักรยานหรือรถท้องถิ่น
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

6. พระสมุทรเจดีย์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “พระเจดีย์กลางน้ำ” เป็นปูชนียสถานและสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ เดิมองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำบริเวณปากแม่น้ำ ก่อนการทับถมของดินทำให้พื้นที่เชื่อมกับฝั่งในเวลาต่อมา
ไฮไลต์: องค์พระสมุทรเจดีย์สีขาว ประวัติการเป็นพระเจดีย์กลางน้ำ บรรยากาศริมเจ้าพระยา ประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ และความสำคัญในฐานะสัญลักษณ์ของเมืองปากน้ำ
พระสมุทรเจดีย์มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์เมืองปากน้ำอย่างลึกซึ้ง เพราะทำเลบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางเดินเรือเข้าสู่เมืองหลวงมาแต่เดิม การสร้างเจดีย์ในพื้นที่นี้จึงทำให้ผู้เดินทางทางน้ำสามารถมองเห็นเป็นจุดสังเกตสำคัญก่อนเข้าสู่ตอนในของแม่น้ำ
แม้ปัจจุบันเจดีย์จะไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางแม่น้ำเหมือนอดีต แต่ภาพจำของ “พระเจดีย์กลางน้ำ” ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัด และทำให้สถานที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์เมืองปากน้ำ
ประเพณีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานที่คือการแห่ผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นงานประจำปีที่สืบทอดมายาวนานและมีผู้คนจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก งานดังกล่าวสะท้อนความศรัทธาของชุมชนและช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระเจดีย์กับวิถีชีวิตคนสมุทรปราการ
พื้นที่เที่ยวหลักไม่กว้างมาก เหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการแวะไหว้พระก่อนเดินทางต่อไปยังป้อมพระจุลจอมเกล้า การแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในบริเวณศาสนสถานเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ
พระสมุทรเจดีย์สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางประวัติศาสตร์ฝั่งพระสมุทรเจดีย์ โดยเที่ยวต่อป้อมพระจุลจอมเกล้า วัดและชุมชนชายฝั่ง รวมถึงสถานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ภายในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ผ่านถนนสุขสวัสดิ์ หรือเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองสมุทรปราการแล้วใช้เรือข้ามฟากมาฝั่งพระสมุทรเจดีย์
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พระสมุทรเจดีย์

7. ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือ “ป้อมพระจุล” เป็นป้อมปราการทางน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย ตั้งอยู่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันปากแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ จากภัยทางทะเล
ไฮไลต์: ปืนใหญ่อาร์มสตรองหรือปืนเสือหมอบ ประวัติวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์กองทัพเรือ และภูมิทัศน์บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา
ป้อมสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2420 เพื่อเสริมความมั่นคงของสยามในยุคที่มหาอำนาจตะวันตกขยายอิทธิพลในภูมิภาค การเลือกทำเลบริเวณแหลมฟ้าผ่าทำให้สามารถควบคุมเส้นทางเรือที่จะเดินทางเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปืนใหญ่อาร์มสตรองจำนวน 7 กระบอกเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบป้องกัน ปืนถูกติดตั้งในลักษณะที่สามารถลดตัวลงหลังแนวกำบังเมื่อไม่ได้ยิง จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ปืนเสือหมอบ” และถือเป็นเทคโนโลยีทางทหารสมัยใหม่ของสยามในช่วงเวลานั้น
ป้อมมีบทบาทในวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 เมื่อกองเรือฝรั่งเศสพยายามผ่านเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สถานที่นี้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับจักรวรรดินิยมตะวันตกในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19
นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ควรเผื่อเวลาชมพื้นที่ป้อม ปืนใหญ่ และส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เด็กและครอบครัวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านของจริงและพื้นที่จริงได้ง่ายกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
ป้อมพระจุลจอมเกล้าเหมาะกับการเที่ยวต่อจากพระสมุทรเจดีย์ เพราะอยู่ในอำเภอเดียวกัน สามารถจัดเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ปากน้ำที่เชื่อมทั้งศาสนา การเดินเรือ และการป้องกันประเทศไว้ในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสุขสวัสดิ์มุ่งหน้าพระสมุทรเจดีย์ แล้วเดินทางต่อไปตามเส้นทางป้อมพระจุลจอมเกล้า รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายจุดในพื้นที่เดียวกัน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ป้อมพระจุลจอมเกล้า

8. วัดอโศการาม เป็นวัดธรรมยุตสายกรรมฐานที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ และเป็นที่รู้จักจากพระธุตังคเจดีย์สีขาวจำนวน 13 องค์ที่ตั้งรวมกันอย่างโดดเด่น บรรยากาศภายในวัดสงบ ร่มรื่น และเน้นการปฏิบัติธรรมมากกว่าความคึกคักแบบวัดท่องเที่ยวทั่วไป
ไฮไลต์: พระธุตังคเจดีย์หมู่ 13 องค์ ประวัติหลวงพ่อลี ธมฺมธโร วัดกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น บรรยากาศสงบ พื้นที่ปฏิบัติธรรม และสถาปัตยกรรมสีขาวที่เป็นภาพจำของวัด
วัดก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดและแรงศรัทธาของพระสุทธิธรรมรังสี หรือหลวงพ่อลี ธมฺมธโร พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บนพื้นที่ที่เดิมเรียกว่า “นาแม่ขาว” จึงมีความสำคัญต่อสายพระป่าและผู้ที่ศึกษาประวัติพระกรรมฐานไทย
ชื่อ “อโศการาม” มีความหมายถึงอารามที่ปราศจากความเศร้า สอดคล้องกับบรรยากาศภายในที่เน้นความสงบและความเรียบง่าย แม้จะตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เมืองและถนนสุขุมวิท แต่เมื่อเข้าไปภายในวัดจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ต่างจากภายนอกอย่างชัดเจน
พระธุตังคเจดีย์เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ประกอบด้วยเจดีย์สีขาวเรียงตัวรวมกันเป็นกลุ่ม ทำให้เกิดภาพสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ ผู้มาเยือนสามารถสักการะและชมรายละเอียดได้ แต่ควรรักษาความสงบเนื่องจากวัดมีผู้มาปฏิบัติธรรมเป็นประจำ
สถานที่เหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุ ผู้สนใจสมาธิภาวนา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัดในมิติของการปฏิบัติธรรมมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในพื้นที่ภาวนา
วัดอโศการามสามารถจัดเที่ยวร่วมกับเมืองโบราณและสถานตากอากาศบางปูได้สะดวก เนื่องจากอยู่ในแนวถนนสุขุมวิทสายเก่าเดียวกัน ทำให้สามารถทำทริปที่มีทั้งวัฒนธรรม ศาสนา และธรรมชาติภายในหนึ่งวัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ สามารถใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่ามุ่งหน้าบางปูและเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่วัด รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดหากต้องการเที่ยวต่อเมืองโบราณหรือบางปู
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดอโศการาม

9. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เป็นพิพิธภัณฑสถานเฉพาะทางของกองทัพเรือ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตรงข้ามโรงเรียนนายเรือ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การเดินเรือ ยุทธนาวี อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และพัฒนาการของกองทัพเรือไทย
ไฮไลต์: แบบจำลองเรือรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องแบบ วัตถุประวัติศาสตร์ เอกสารเกี่ยวกับยุทธนาวี และนิทรรศการพัฒนาการของกองทัพเรือไทย
พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่รวบรวม อนุรักษ์ และจัดแสดงวัตถุที่เกี่ยวข้องกับกิจการทหารเรือไทย ช่วยให้เรื่องที่อาจดูซับซ้อนอย่างประวัติศาสตร์กองเรือ การป้องกันประเทศ และยุทธนาวี กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายขึ้นผ่านวัตถุจริง ภาพ เอกสาร และแบบจำลอง
แบบจำลองเรือเป็นหนึ่งในส่วนที่ได้รับความสนใจมาก เพราะช่วยให้เห็นลักษณะและวิวัฒนาการของเรือรบในแต่ละยุค ส่วนอาวุธ เครื่องแบบ และอุปกรณ์ทางทหารช่วยเพิ่มมิติให้ผู้ชมเข้าใจว่าชีวิตและการทำงานของทหารเรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามเทคโนโลยี
สถานที่เหมาะกับเด็กวัยเรียน ครอบครัว นักศึกษา และสายประวัติศาสตร์ โดยใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงในการชม หากเดินทางพร้อมเด็ก การอธิบายเรื่องเรือและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับของจริงจะช่วยให้การเรียนรู้เข้าใจง่ายขึ้น
ข้อได้เปรียบของพิพิธภัณฑ์คือเดินทางด้วย BTS ได้สะดวก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ไม่มีรถส่วนตัว และยังสามารถเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ วัดกลางวรวิหาร หรือพื้นที่ปากน้ำได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
สำหรับผู้ที่ต้องการทริปประวัติศาสตร์แบบเต็มวัน สามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ แล้วเดินทางต่อไปยังพระสมุทรเจดีย์และป้อมพระจุลจอมเกล้า เพื่อเชื่อมเรื่องราวของกองทัพเรือกับภูมิศาสตร์ปากแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นระบบ
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 15:30 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตรงข้ามโรงเรียนนายเรือ สามารถเดินทางด้วย BTS สายสุขุมวิท ลงสถานีโรงเรียนนายเรือแล้วเดินต่อ หรือเดินทางด้วยรถยนต์ตามถนนสุขุมวิท
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ

10. วัดกลางวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร และเป็นวัดเก่าแก่สำคัญของย่านปากน้ำ มีประวัติสืบย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมเรียกว่าวัดตะโกทอง ภายในมีอาคารและศิลปกรรมที่ช่วยสะท้อนพัฒนาการของเมืองสมุทรปราการในด้านศาสนาและชุมชนได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์: พระอุโบสถเก่า พระประธานศิลาแลงหุ้มปูนปิดทอง จิตรกรรมฝาผนัง พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ศาลาการเปรียญไม้สัก และบรรยากาศของวัดเก่าในใจกลางเมืองปากน้ำ
วัดกลางวรวิหารมีความสำคัญไม่เพียงในฐานะศาสนสถาน แต่ยังเป็นหลักฐานของชุมชนปากน้ำที่พัฒนาต่อเนื่องมาหลายยุค เมื่อเมืองสมุทรปราการมีบทบาทเป็นศูนย์กลางบริเวณปากแม่น้ำ วัดจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจและศูนย์รวมผู้คนในชุมชน
พระอุโบสถเก่าเป็นส่วนที่ควรใช้เวลาชมรายละเอียด โดยมีพระประธานที่สร้างจากศิลาแลงหุ้มปูนและปิดทอง รวมถึงองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนฝีมือช่างในอดีต ภายในยังมีจิตรกรรมและปูชนียวัตถุที่ช่วยเพิ่มคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ศิลป์
พระมณฑปพระพุทธบาทจำลองและศาลาการเปรียญไม้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดมีองค์ประกอบสถาปัตยกรรมหลากหลาย ผู้ที่สนใจงานช่างไทยสามารถสังเกตความแตกต่างของวัสดุ รูปทรง และการตกแต่งในอาคารแต่ละประเภทได้
วัดเหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุ สายประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวัดเก่าในเขตเมืองโดยเดินทางไม่ยาก ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีจิตรกรรมเก่าหรือมีข้อกำหนดด้านการถ่ายภาพ
สามารถเที่ยวต่อศาลหลักเมืองสมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ หรือย่านปากน้ำได้สะดวก ทำให้วัดกลางวรวิหารเหมาะกับการจัดเป็นหนึ่งในจุดของเส้นทางวัฒนธรรมตัวเมืองสมุทรปราการ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ใกล้ชุมชนเก่าและศูนย์กลางเมือง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ตามถนนสุขุมวิท หรือใช้ BTS สายสุขุมวิทเข้าสู่พื้นที่ปากน้ำแล้วต่อรถท้องถิ่นได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดกลางวรวิหาร

11. วัดบางพลีใหญ่ใน หรือที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ “วัดหลวงพ่อโต” เป็นวัดสำคัญของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ริมคลองสำโรงและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในพื้นที่มายาวนาน จุดเด่นสำคัญคือหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่ได้รับความเคารพอย่างสูง รวมถึงการเป็นสถานที่จัดประเพณีรับบัวซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สุดของสมุทรปราการ
ไฮไลต์: หลวงพ่อโต พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ประเพณีรับบัว ชุมชนริมคลองสำโรง ตลาดโบราณบางพลี และบรรยากาศวัดเก่าที่ผูกพันกับวิถีชุมชนบางพลี
วัดมีประวัติยาวนานและเคยมีชื่อว่า “วัดพลับพลาไชยชนะสงคราม” เรื่องราวท้องถิ่นเชื่อมโยงพื้นที่แห่งนี้เข้ากับการเดินทัพในอดีต ก่อนที่วัดจะพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนบางพลีริมคลองสำโรง
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สุดของวัด มีลักษณะศิลปะสุโขทัยและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก ผู้มาเยือนนิยมเข้าสักการะขอพร ทำบุญ และถวายเครื่องสักการะ ก่อนเดินต่อเข้าสู่พื้นที่ตลาดเก่าที่อยู่ใกล้กัน
ความสำคัญอีกด้านคือประเพณีรับบัว ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงก่อนวันออกพรรษา เอกลักษณ์ของงานคือการอัญเชิญหลวงพ่อโตจำลองลงเรือและเคลื่อนไปตามคลองสำโรง ขณะที่ประชาชนสองฝั่งคลองโยนดอกบัวลงไปสักการะ กลายเป็นภาพประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของบางพลี
พื้นที่รอบวัดยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถาน ตลาด และคลองในรูปแบบชุมชนดั้งเดิม ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นจึงควรเผื่อเวลาเดินทั้งวัดและตลาดริมน้ำ ไม่ควรแวะเพียงเพื่อสักการะพระแล้วรีบเดินทางออกทันที
วัดเหมาะกับสายบุญ ครอบครัว ผู้สูงอายุ และสายวัฒนธรรม โดยสามารถเที่ยวร่วมกับตลาดริมน้ำโบราณบางพลีและวัดบางพลีใหญ่กลางได้อย่างสะดวก เพราะทั้งสามแห่งอยู่ในพื้นที่ใกล้กันและสามารถจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันได้โดยไม่ต้องขับรถย้อนหลายครั้ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนบางนา–ตราดแล้วเข้าสู่ถนนบางพลี–กิ่งแก้ว ก่อนเชื่อมเข้าสู่เส้นทางในชุมชนบางพลี หากเดินทางด้วยรถยนต์ควรเผื่อเวลาช่วงวันหยุดและช่วงงานประเพณีที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบางพลีใหญ่ใน

12. ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี เป็นตลาดเก่าแก่ริมคลองสำโรงที่ยังรักษาบรรยากาศชุมชนการค้าแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน ทางเดินไม้ ร้านค้าเก่า อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย ของฝาก และภาพชีวิตริมคลองทำให้ที่นี่แตกต่างจากศูนย์การค้าสมัยใหม่ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวบางพลีในมิติของวัฒนธรรมกับอาหาร
ไฮไลต์: ทางเดินไม้ริมน้ำ ร้านค้าเก่า อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย ของใช้และของฝาก ชุมชนริมคลองสำโรง และการเชื่อมต่อโดยตรงกับวัดบางพลีใหญ่ใน
ตลาดมีประวัติย้อนไปถึงช่วงประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อชาวจีนเข้ามาตั้งร้านค้าและสร้างชุมชนการค้าตามแนวคลองสำโรง ก่อนพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจของบางพลีในยุคที่การเดินทางทางน้ำยังมีความสำคัญกว่าถนน
โครงสร้างตลาดเดิมใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้การเดินผ่านแนวร้านค้าให้บรรยากาศแตกต่างจากตลาดสร้างใหม่ ร้านหลายแห่งยังขายอาหารและสินค้าที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของชุมชน ไม่ได้มีเพียงของที่ทำขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
สายกินสามารถใช้เวลาชิมอาหารคาว ขนมไทย และของว่างได้หลายจุด ขณะที่ผู้สนใจการถ่ายภาพจะได้มุมของอาคารไม้ ทางเดินริมน้ำ เรือ และชีวิตชุมชนซึ่งช่วยสะท้อนภาพบางพลีในอดีตได้อย่างมีชีวิตชีวา
ตลาดเหมาะกับการเดินในช่วงเช้าถึงเที่ยง โดยเฉพาะวันที่อากาศไม่ร้อนมาก ทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบ ผู้มาเยือนควรเดินอย่างระมัดระวังและไม่กีดขวางร้านค้าหรือคนในชุมชนที่ใช้พื้นที่จริงในชีวิตประจำวัน
เส้นทางที่ลงตัวที่สุดคือเริ่มจากสักการะหลวงพ่อโตที่วัดบางพลีใหญ่ใน แล้วเดินต่อเข้าสู่ตลาด ก่อนเดินทางไปวัดบางพลีใหญ่กลางเพื่อชมพระนอนขนาดใหญ่ ทำให้ได้ทั้งศาสนา อาหาร และวัฒนธรรมภายในครึ่งวัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: ตลาดอยู่ติดกับวัดบางพลีใหญ่ใน ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จากถนนบางนา–ตราดให้เข้าสู่บางพลีและตามเส้นทางไปวัดหลวงพ่อโต จากนั้นสามารถเดินเข้าสู่ตลาดได้โดยตรง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี

13. วัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอบางพลี ตั้งอยู่ริมคลองสำโรงไม่ไกลจากวัดบางพลีใหญ่ใน จุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์หรือพระนอนขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 53 เมตร ซึ่งภายในองค์พระจัดพื้นที่หลายชั้นสำหรับการสักการะ ปฏิบัติธรรม และเรียนรู้เรื่องพุทธศาสนา
ไฮไลต์: พระนอนขนาดใหญ่ ภายในองค์พระหลายชั้น พระบรมสารีริกธาตุ ห้องปฏิบัติธรรม ภาพเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ และบรรยากาศวัดชุมชนริมคลองสำโรง
วัดมีประวัติผูกพันกับชุมชนบางพลีมาอย่างยาวนาน และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของคนในพื้นที่ จุดหมายสำคัญของผู้มาเยือนคือการเข้าสักการะพระนอน ซึ่งมีขนาดใหญ่จนพื้นที่ภายในองค์พระสามารถจัดเป็นห้องและชั้นต่าง ๆ ได้
ภายในพระนอนมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งเนื้อหาเกี่ยวกับผลของกรรม นรก สวรรค์ และหลักคำสอนที่นำเสนอในรูปแบบเข้าใจง่าย เหมาะกับครอบครัวและเด็กโตที่ต้องการเรียนรู้ควบคู่กับการเที่ยววัด
วัดยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นอีกจุดที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพ การมาเที่ยวจึงมีทั้งมิติของการชมสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่และการปฏิบัติทางศาสนาอยู่ในสถานที่เดียวกัน
ผู้สูงอายุควรเผื่อเวลาและเลือกชมเฉพาะพื้นที่ที่เดินสะดวก เนื่องจากบางส่วนภายในองค์พระต้องขึ้นลงตามระดับ ส่วนผู้มาเที่ยวพร้อมเด็กควรดูแลใกล้ชิดในจุดที่มีบันไดหรือพื้นที่แคบ
สามารถจัดเที่ยวต่อจากวัดบางพลีใหญ่ในและตลาดริมน้ำโบราณบางพลีได้ทันที เพราะอยู่ในโซนเดียวกัน จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางไหว้พระและเที่ยวตลาดที่จัดง่ายที่สุดของสมุทรปราการ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี ใช้เส้นทางบางนา–ตราดเข้าสู่บางพลี แล้วเชื่อมต่อถนนท้องถิ่นตามแนวคลองสำโรง หากเที่ยวร่วมกับวัดบางพลีใหญ่ในจะใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่นาน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบางพลีใหญ่กลาง

14. พิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีน การอพยพของชาวจีนโพ้นทะเล บทบาทขององค์กรการกุศล และพัฒนาการของชุมชนจีนในสังคมไทย
ไฮไลต์: เรื่องราวชุมชนไทย–จีน ประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง งานกุศล การศึกษา วิถีชีวิตจีนโพ้นทะเล เอกสาร ภาพถ่าย และวัตถุที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของชาวจีนในประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์ไม่ได้จัดแสดงเพียงของเก่า แต่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนจีนกับสังคมไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การอพยพ การทำมาหากิน การช่วยเหลือสังคม ไปจนถึงการสร้างสถานศึกษาและองค์กรสาธารณประโยชน์
หนึ่งในแกนสำคัญคือประวัติของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมีบทบาทด้านสาธารณกุศลและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทยมายาวนาน การเรียนรู้เรื่ององค์กรนี้ช่วยให้เห็นว่าชุมชนจีนไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาสังคมไทย
พื้นที่จัดแสดงใช้ภาพถ่าย เอกสาร วัตถุ และการเล่าเรื่องตามลำดับ ทำให้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สังคมมากกว่าการมองพิพิธภัณฑ์เพียงเป็นสถานที่ถ่ายภาพ
บรรยากาศภายในค่อนข้างสงบและไม่ต้องใช้แรงเดินมาก เหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงเพื่ออ่านรายละเอียดและชมวัตถุสำคัญโดยไม่เร่งรีบ
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดบางพลีใหญ่ใน ตลาดโบราณบางพลี หรือพื้นที่รอบบางนา–ตราดได้ ทำให้เส้นทางบางพลีมีทั้งศาสนา ตลาด และพิพิธภัณฑ์ในวันเดียวกัน
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: พิพิธภัณฑ์อยู่ภายในมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านถนนบางนา–ตราด แล้วเข้าสู่มหาวิทยาลัยตามทางเข้าหลัก

15. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง) เป็นศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่ในพื้นที่บางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีน งานแกะสลัก และการประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ จึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้สนใจศาสนาจีน วัฒนธรรมไต้หวัน และศิลปกรรมจีนร่วมสมัย
ไฮไลต์: สถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีน อู๋ฟู่เซียนส้วย สิงโตหยกคู่ขนาดใหญ่ งานแกะสลักและตกแต่งแบบจีน พื้นที่สักการะ และรายละเอียดศิลปกรรมที่เหมาะกับการถ่ายภาพ
ศาลเจ้าเริ่มสร้างในปี 2534 บนพื้นที่มากกว่า 26 ไร่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศาลเจ้าและมูลนิธิในไต้หวัน การออกแบบจึงมีองค์ประกอบทางศิลปกรรมจีนที่ชัดเจนตั้งแต่ประตู อาคารหลัก ไปจนถึงรายละเอียดของหลังคา เสา และงานประดับ
ภายในประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ที่ผู้ศรัทธาเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้มาเยือนที่ไม่คุ้นเคยกับศาสนพิธีจีนสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมและเรียนรู้ความหมายของเทพเจ้าแต่ละองค์ได้โดยไม่จำเป็นต้องประกอบพิธีทุกจุด
สิงโตหยกคู่เป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ได้รับความสนใจมาก ทั้งจากขนาดและความเชื่อเรื่องการคุ้มครองป้องกันสิ่งไม่ดี การถ่ายภาพควรทำอย่างสุภาพและหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่กำลังประกอบพิธีหรือสักการะ
ศาลเจ้าเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ สายมู สายวัฒนธรรมจีน และช่างภาพ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่สักการะ แม้บริเวณภายนอกจะมีพื้นที่กว้างสำหรับเดินชมได้สะดวก
สามารถเที่ยวร่วมกับเมืองโบราณ สถานตากอากาศบางปู และวัดอโศการามได้ เพราะอยู่ในแนวบางปูเดียวกัน ช่วยเพิ่มมิติด้านวัฒนธรรมจีนให้กับเส้นทางที่เดิมมีทั้งประวัติศาสตร์ไทยและธรรมชาติชายฝั่ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: ศาลเจ้าตั้งอยู่พื้นที่บางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ใกล้ถนนสุขุมวิท สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองสมุทรปราการหรือจัดรวมในเส้นทางบางปูได้สะดวก

16. วัดทรงธรรมวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ในอำเภอพระประแดง และเป็นวัดสำคัญของพุทธศาสนารามัญนิกาย สร้างขึ้นพร้อมกับการพัฒนาเมืองนครเขื่อนขันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงมีความสำคัญโดยตรงต่อประวัติศาสตร์ชุมชนมอญในพระประแดง
ไฮไลต์: พระรามัญเจดีย์ ศิลปะมอญ พระวิหาร พระพุทธบาทจำลองประดับมุก งานไม้สัก และความสำคัญในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนมอญพระประแดง
ในช่วงแรกวัดมีอาคารไม้เป็นองค์ประกอบสำคัญ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ ทำให้เกิดอาคารก่ออิฐถือปูนและงานสถาปัตยกรรมที่คงอยู่มาถึงปัจจุบัน
พระรามัญเจดีย์องค์ใหญ่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนรากวัฒนธรรมมอญของพื้นที่ รูปแบบเจดีย์แตกต่างจากเจดีย์ไทยทั่วไป และช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าพระประแดงเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมมอญยังมีบทบาทในศาสนาและประเพณีอย่างต่อเนื่อง
พระวิหารและพระพุทธบาทจำลองประดับมุกเป็นอีกจุดที่ควรใช้เวลาชม โดยเฉพาะผู้สนใจงานช่างไทยและมอญ รายละเอียดภายในแสดงให้เห็นการผสมผสานของศิลปกรรมหลายยุคและความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับราชสำนัก
วัดเหมาะกับสายประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมมอญ และผู้ที่ต้องการศึกษารากของประเพณีสงกรานต์พระประแดงมากกว่าการมาเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบในพื้นที่ศาสนสถาน
สามารถเที่ยวร่วมกับวัดโปรดเกศเชษฐาราม สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และตลาดน้ำบางน้ำผึ้งได้ ทำให้จัดทริปพระประแดงที่มีทั้งประวัติศาสตร์ วัดมอญ ธรรมชาติ และอาหารได้ครบในหนึ่งวัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บนถนนทรงธรรมในเขตพระประแดง จากถนนสุขสวัสดิ์เข้าสู่ตัวเมืองพระประแดงแล้วเดินทางต่อบนถนนทรงธรรม สามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานที่อื่นในพระประแดงได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดทรงธรรมวรวิหาร

17. วัดขุนสมุทราวาส (วัดขุนสมุทรจีน) เป็นวัดชุมชนชายฝั่งในบ้านขุนสมุทรจีน ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของอ่าวไทยได้ชัดเจนที่สุด จากเดิมที่พื้นที่วัดและชุมชนกว้างขวาง ปัจจุบันทะเลรุกเข้ามาใกล้จนภูมิทัศน์โดยรอบเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ไฮไลต์: วัดชายฝั่งที่เผชิญการกัดเซาะทะเล ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน ป่าชายเลน ทางเดินเข้าสู่หมู่บ้าน เรื่องราวการปรับตัวของชุมชน และมุมมองการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่เห็นได้จากสถานที่จริง
ในอดีตพื้นที่วัดมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันมาก แต่การกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่องทำให้พื้นที่จำนวนมากหายไปกับทะเล สภาพแวดล้อมรอบวัดจึงกลายเป็นหลักฐานที่เห็นได้จริงของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งและผลกระทบต่อชุมชน
เสน่ห์ของการมาเที่ยวไม่ได้อยู่ที่วัดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเส้นทางเข้าสู่บ้านขุนสมุทรจีน ซึ่งให้ภาพของป่าชายเลน บ้านเรือน ทางเดิน และวิถีชุมชนที่ต้องปรับตัวกับน้ำทะเลและสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง
ผู้สนใจสิ่งแวดล้อมสามารถใช้สถานที่นี้เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงระดับพื้นที่ และบทบาทของป่าชายเลนในการลดผลกระทบจากคลื่น ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปจะได้เห็นอีกด้านของสมุทรปราการที่แตกต่างจากเมืองอุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
การเดินทางต้องใช้เวลาและมีช่วงที่ต้องเดินเข้าสู่ชุมชน จึงควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินและเตรียมน้ำดื่ม โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน ผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาเรื่องการเดินควรประเมินความเหมาะสมของเส้นทางก่อนเดินทาง
วัดขุนสมุทราวาสสามารถจัดเป็นทริปเดียวกับตลาดโบราณบ้านสาขลาและพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ได้ แต่ควรเผื่อเวลาเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางชุมชนชายฝั่งใช้เวลามากกว่าการแวะวัดทั่วไป
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:30 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่หมู่ 9 บ้านขุนสมุทรจีน ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ การเดินทางช่วงสุดท้ายต้องเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและเดินตามเส้นทางท้องถิ่น จึงควรเผื่อเวลาและตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

18. ตลาดโบราณบ้านสาขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ที่สะท้อนวิถีหมู่บ้านประมงและชุมชนชายฝั่งของสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน ตลาดเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของบ้านสาขลา วัดสาขลา อาหารทะเลแปรรูป และสินค้าท้องถิ่น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวชุมชนมากกว่าตลาดที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ไฮไลต์: ชุมชนประมงเก่า อาหารทะเลแปรรูป สินค้า OTOP ของกินท้องถิ่น บ้านเรือนและทางเดินในชุมชน วัดสาขลา และบรรยากาศชนบทชายฝั่งใกล้กรุงเทพฯ
ตลาดเกิดจากความร่วมมือของชาวบ้าน วัด และหน่วยงานในพื้นที่ที่ต้องการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนพร้อมสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แนวคิดหลักจึงไม่ใช่การเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่เป็นการนำอาหาร ผลิตภัณฑ์ และเรื่องราวท้องถิ่นออกมาให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส
อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นของเด่น เนื่องจากชุมชนมีความสัมพันธ์กับการทำประมงและพื้นที่ชายฝั่งมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของกิน ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สะท้อนทรัพยากรในพื้นที่ได้โดยตรง
การเดินเที่ยวภายในชุมชนช่วยให้เห็นบ้านเรือน ทางเดินแคบ วัด และพื้นที่ที่ยังคงมีการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่ฉากจำลอง การเที่ยวอย่างสุภาพ ไม่รบกวนบ้านเรือน และช่วยอุดหนุนสินค้าของคนในพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
ตลาดเหมาะกับครอบครัว สายกิน สายวัฒนธรรม และช่างภาพที่ต้องการภาพชุมชนชายฝั่งมากกว่าภาพแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ ช่วงเช้าเหมาะที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนและร้านค้าหลายแห่งเปิดครบ
สามารถเที่ยวต่อวัดสาขลา พระสมุทรเจดีย์ หรือวางแผนเชื่อมกับบ้านขุนสมุทรจีนได้ หากมีเวลาเต็มวัน การจัดเส้นทางนี้จะช่วยให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์ วิถีประมง และปัญหาชายฝั่งในอำเภอพระสมุทรเจดีย์อย่างครบขึ้น
วันเปิดทำการ: วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
การเดินทาง: ตลาดตั้งอยู่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จากถนนสุขสวัสดิ์ให้มุ่งหน้าพระสมุทรเจดีย์และเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่บ้านสาขลา รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเชื่อมต่อสถานที่ชายฝั่งหลายแห่งในวันเดียว
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดโบราณบ้านสาขลา

19. วัดโปรดเกศเชษฐาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีในตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง และเป็นวัดพุทธไทยที่โดดเด่นท่ามกลางพื้นที่ซึ่งมีรากวัฒนธรรมมอญเข้มแข็ง จุดน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานศิลปกรรมไทยกับอิทธิพลจีน ทั้งงานปูนปั้น เครื่องลายคราม จิตรกรรม และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่มีรายละเอียดแตกต่างจากวัดทั่วไปในพระประแดง
ไฮไลต์: พระอุโบสถ พระวิหาร งานปูนปั้นลายเครือเถา เครื่องลายคราม ภาพเขียนเก่าแบบเปอร์สเปกทีฟ พระมณฑป และเก๋งจีนที่รายล้อมพื้นที่สำคัญของวัด
วัดมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะพระอารามหลวงและมีสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นอิทธิพลศิลปะหลายแบบในยุครัตนโกสินทร์ การใช้เครื่องลายครามและองค์ประกอบแบบจีนช่วยให้เกิดรายละเอียดที่ต่างจากวัดมอญในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเห็นได้ชัด
พระอุโบสถและพระวิหารเป็นจุดหลักที่ควรใช้เวลาชม โดยเฉพาะงานปูนปั้นและลวดลายประดับรอบอาคาร ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์จะสามารถสังเกตการประยุกต์ศิลปะจีนเข้ากับโครงสร้างวัดไทยได้อย่างชัดเจน
ภาพเขียนภายในบางส่วนมีวิธีแสดงมิติและมุมมองแบบเปอร์สเปกทีฟ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของงานจิตรกรรมไทยในช่วงที่มีอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกเข้ามาเพิ่มขึ้น เป็นรายละเอียดที่ช่วยให้วัดมีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่สักการะเพียงอย่างเดียว
วัดเหมาะกับสายประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สายบุญ และช่างภาพที่ชอบรายละเอียดสถาปัตยกรรม ผู้มาเยือนควรรักษาความสงบและไม่ใช้แฟลชกับจิตรกรรมเก่าหากมีข้อกำหนดในพื้นที่
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดทรงธรรมวรวิหารและบางกะเจ้าได้ ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างศิลปกรรมวัดไทย วัฒนธรรมมอญ และภูมิทัศน์สีเขียวของพระประแดงภายในทริปเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ถนนทรงธรรม ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จากถนนสุขสวัสดิ์เข้าสู่ตัวเมืองพระประแดงแล้วใช้ถนนทรงธรรม สามารถเดินทางต่อไปวัดทรงธรรมวรวิหารได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดโปรดเกศเชษฐาราม

20. วัดบางกอบัว เป็นวัดเก่าในตำบลบางกอบัว อำเภอพระประแดง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาภายในคุ้งบางกะเจ้า มีความสำคัญทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชนมอญ และภูมิทัศน์วัดริมน้ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวบางกะเจ้าในมิติที่ลึกกว่าการปั่นจักรยานหรือเที่ยวคาเฟ่
ไฮไลต์: วัดเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลาการเปรียญทรงไทย เจดีย์แบบมอญ ชุมชนบางกอบัว และบรรยากาศสงบที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชุมชนมอญพระประแดง
ทำเลของวัดอยู่ด้านเหนือของคุ้งบางกะเจ้าและหันสู่แม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานในอดีตที่วัดและชุมชนมักหันเข้าสู่แม่น้ำซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ก่อนที่ถนนจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน
องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมภายในวัดช่วยสะท้อนรากมอญของพระประแดง โดยเฉพาะเจดีย์และรูปแบบงานก่อสร้างบางส่วน ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถใช้วัดเป็นจุดเรียนรู้ต่อจากวัดทรงธรรมวรวิหารได้ดี
บรรยากาศโดยรอบสงบกว่าสถานที่ยอดนิยมอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความคึกคักและใช้เวลาไหว้พระหรือชมวิถีชุมชนแบบช้า ๆ
นักปั่นจักรยานสามารถใช้วัดเป็นหนึ่งในจุดพักระหว่างเส้นทางบางกะเจ้า แต่ควรปั่นด้วยความระมัดระวังบนถนนและทางชุมชนที่มีความแคบบางช่วง รวมถึงให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่และรถท้องถิ่น
วัดบางกอบัวสามารถจัดเที่ยวร่วมกับสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง และวัดทรงธรรมวรวิหารได้ ทำให้ทริปพระประแดงมีทั้งธรรมชาติ อาหาร ศาสนา และประวัติศาสตร์ชุมชนมอญครบในวันเดียว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านคลองวัด ตำบลบางกอบัว อำเภอพระประแดง สามารถเดินทางทางถนนผ่านพระประแดงเข้าสู่บางกะเจ้า หรือข้ามเรือจากฝั่งกรุงเทพฯ แล้วเช่าจักรยานหรือใช้รถท้องถิ่นต่อเข้าสู่ชุมชนบางกอบัว
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบางกอบัว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| โซนเมืองสมุทรปราการ–ปากน้ำ | 1. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ 2. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ 3. วัดกลางวรวิหาร เหมาะกับสายศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์กองทัพเรือ วัดเก่า และผู้ที่ต้องการเดินทางด้วย BTS จากกรุงเทพฯ ได้สะดวก |
| โซนบางปู–ท้ายบ้าน | 1. เมืองโบราณ 2. สถานตากอากาศบางปู 3. วัดอโศการาม 4. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง) เหมาะกับครอบครัว สายถ่ายภาพ สายธรรมชาติ สายบุญ และผู้ที่ต้องการเที่ยวศิลปวัฒนธรรมควบคู่กับทะเลและป่าชายเลน |
| โซนพระประแดง–บางกะเจ้า | 1. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ 2. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 3. วัดทรงธรรมวรวิหาร 4. วัดโปรดเกศเชษฐาราม 5. วัดบางกอบัว เหมาะกับการปั่นจักรยาน เที่ยวพื้นที่สีเขียว เรียนรู้วัฒนธรรมมอญ ไหว้พระ และสัมผัสชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา |
| โซนพระสมุทรเจดีย์–ชายฝั่ง | 1. พระสมุทรเจดีย์ 2. ป้อมพระจุลจอมเกล้า 3. วัดขุนสมุทราวาส (วัดขุนสมุทรจีน) 4. ตลาดโบราณบ้านสาขลา เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ การทหาร ชุมชนประมง ป่าชายเลน และผู้ที่สนใจปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง |
| โซนบางพลี | 1. วัดบางพลีใหญ่ใน 2. ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี 3. วัดบางพลีใหญ่กลาง 4. พิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เหมาะกับสายบุญ ประเพณีรับบัว ตลาดเก่า อาหารพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ชุมชน และวัฒนธรรมไทย–จีน |
| เหมาะกับครอบครัวและเด็ก | 1. เมืองโบราณ 2. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ 3. สถานตากอากาศบางปู 4. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ 5. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 6. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ 7. ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี |
| เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ | 1. เมืองโบราณ 2. ป้อมพระจุลจอมเกล้า 3. พระสมุทรเจดีย์ 4. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ 5. วัดกลางวรวิหาร 6. วัดทรงธรรมวรวิหาร 7. วัดโปรดเกศเชษฐาราม 8. พิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ |
| เหมาะกับสายบุญ | 1. วัดอโศการาม 2. พระสมุทรเจดีย์ 3. วัดกลางวรวิหาร 4. วัดบางพลีใหญ่ใน 5. วัดบางพลีใหญ่กลาง 6. วัดทรงธรรมวรวิหาร 7. วัดโปรดเกศเชษฐาราม 8. วัดบางกอบัว 9. วัดขุนสมุทราวาส 10. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู |
| เหมาะกับสายธรรมชาติ | 1. สถานตากอากาศบางปู 2. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ 3. วัดขุนสมุทราวาสและชุมชนขุนสมุทรจีน 4. พื้นที่บางกะเจ้า เหมาะกับการดูนก ปั่นจักรยาน เดินชมป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และภูมิทัศน์ชายฝั่ง |
| เหมาะกับสายวัฒนธรรมมอญ | 1. วัดทรงธรรมวรวิหาร 2. วัดบางกอบัว 3. ชุมชนพระประแดง 4. พื้นที่บางกะเจ้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมมอญ ประเพณีสงกรานต์พระประแดง เจดีย์มอญ ภาษา อาหาร และวิถีชุมชนดั้งเดิม |
| เหมาะกับสายวัฒนธรรมไทย–จีน | 1. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู 2. พิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 3. วัดโปรดเกศเชษฐาราม เหมาะกับผู้สนใจศาสนาจีน ชุมชนจีนโพ้นทะเล การกุศล และอิทธิพลศิลปกรรมจีนในสังคมไทย |
| เหมาะกับสายถ่ายภาพ | 1. เมืองโบราณ 2. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ 3. สถานตากอากาศบางปู 4. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ 5. พระสมุทรเจดีย์ 6. วัดอโศการาม 7. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู 8. วัดขุนสมุทราวาส |
| เหมาะกับสายตลาดและของกิน | 1. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 2. ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี 3. ตลาดโบราณบ้านสาขลา เหมาะกับการชิมอาหารพื้นบ้าน ขนมไทย อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์ชุมชน และซื้อของฝาก |
| ของกินและของดีที่ควรลอง | 1. อาหารทะเลสดและอาหารทะเลแปรรูป 2. อาหารมอญในพื้นที่พระประแดง 3. ขนมไทยจากตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 4. อาหารและขนมจากตลาดโบราณบางพลี 5. ผลิตภัณฑ์จากสวนในบางกะเจ้า 6. สินค้าชุมชนจากบ้านสาขลาและขุนสมุทรจีน |
| ของฝากแนะนำ | 1. อาหารทะเลแปรรูป 2. ขนมไทยและขนมพื้นบ้าน 3. สินค้าหัตถกรรมจากชุมชนบางกะเจ้า 4. สินค้าชุมชนบ้านสาขลา 5. ผลิตภัณฑ์จากสวนและผลผลิตท้องถิ่น |
| วัฒนธรรมเด่น | วัฒนธรรมมอญพระประแดง ประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบ ประเพณีรับบัวบางพลี วิถีชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ชุมชนประมงชายฝั่ง และวัฒนธรรมไทย–จีนในพื้นที่บางพลีและบางปู |
| โซนที่พักแนะนำเบื้องต้น | 1. เมืองสมุทรปราการ–ปากน้ำ เหมาะกับพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ วัดกลางวรวิหาร และการเดินทางด้วย BTS 2. บางปู เหมาะกับเมืองโบราณ สถานตากอากาศบางปู วัดอโศการาม และศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู 3. พระประแดง เหมาะกับบางกะเจ้า ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง วัดทรงธรรมวรวิหาร และวัดโปรดเกศเชษฐาราม หากมาเที่ยวจากกรุงเทพฯ 1 วันไม่จำเป็นต้องพักค้าง แต่การพัก 1 คืนช่วยให้เที่ยวหลายโซนได้โดยไม่เร่งรีบ |
| เที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน – เมืองโบราณและบางปู | เช้า: เมืองโบราณ กลางวัน: รับประทานอาหารในพื้นที่เมืองโบราณหรือโซนบางปู บ่าย: วัดอโศการาม เย็น: สถานตากอากาศบางปู ชมทะเลและพระอาทิตย์ตก |
| เที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน – บางกะเจ้า | เช้า: ปั่นจักรยานสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สาย: เที่ยววัดบางกอบัวและชุมชนบางกะเจ้า กลางวัน: ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ บ่าย: วัดทรงธรรมวรวิหาร – วัดโปรดเกศเชษฐาราม |
| เที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน – บางพลี | เช้า: วัดบางพลีใหญ่ใน สักการะหลวงพ่อโต สาย: เดินตลาดริมน้ำโบราณบางพลี กลางวัน: รับประทานอาหารในตลาด บ่าย: วัดบางพลีใหญ่กลาง เย็น: เดินทางต่อพิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในวันทำการ หรือกลับกรุงเทพฯ |
| เที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน – ประวัติศาสตร์ปากน้ำ | เช้า: พิพิธภัณฑ์ทหารเรือในวันทำการ สาย: วัดกลางวรวิหาร บ่าย: พระสมุทรเจดีย์ ช่วงบ่ายถึงเย็น: ป้อมพระจุลจอมเกล้า |
| เที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน – ชุมชนชายฝั่ง | เช้า: ตลาดโบราณบ้านสาขลาในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ สาย: เที่ยวชุมชนบ้านสาขลา บ่าย: เดินทางเข้าสู่บ้านขุนสมุทรจีน ช่วงบ่าย: วัดขุนสมุทราวาสและเรียนรู้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง |
| เที่ยวสมุทรปราการ 2 วัน 1 คืน | วันแรก: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ – เมืองโบราณ – วัดอโศการาม – สถานตากอากาศบางปู – พักโซนเมืองสมุทรปราการหรือบางปู วันที่สอง: สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ – ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง – วัดทรงธรรมวรวิหาร – วัดโปรดเกศเชษฐาราม – วัดบางกอบัว |
| เที่ยวสมุทรปราการ 3 วัน 2 คืน | วันแรก: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ – เมืองโบราณ – บางปู วันที่สอง: บางกะเจ้า – สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ – ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง – วัดทรงธรรมวรวิหาร – วัดโปรดเกศเชษฐาราม วันที่สาม: พระสมุทรเจดีย์ – ป้อมพระจุลจอมเกล้า – ตลาดโบราณบ้านสาขลา หรือวัดขุนสมุทราวาสตามเวลาและสภาพอากาศ |
| การเดินทางที่เหมาะสม | BTS สายสุขุมวิทเหมาะกับโซนช้างเอราวัณ โรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ และพื้นที่เมืองสมุทรปราการ ส่วนบางกะเจ้าสามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือเรือข้ามฟากแล้วต่อจักรยานได้ หากต้องการเที่ยวบางปู บางพลี พระสมุทรเจดีย์ บ้านสาขลา และขุนสมุทรจีนหลายแห่งในวันเดียว รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกกว่า |
| ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว | สมุทรปราการเที่ยวได้ตลอดปี ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับบางปู บางกะเจ้า และสถานที่กลางแจ้งมากที่สุด เพราะอากาศโดยทั่วไปสบายกว่าและเป็นช่วงที่มีนกอพยพที่บางปู ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและตลาดบ้านสาขลาเหมาะกับวันเสาร์–อาทิตย์ ส่วนพิพิธภัณฑ์ทหารเรือและพิพิธภัณฑ์หัวเฉียวควรวางแผนตามวันเปิดทำการ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวสมุทรปราการครั้งแรกควรไปที่ไหน?
ตอบ: หากมาเป็นครั้งแรก แนะนำเมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สถานตากอากาศบางปู สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เพราะช่วยให้เห็นทั้งศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และวิถีชุมชนของจังหวัด
ถาม: สมุทรปราการเที่ยววันเดียวได้ไหม?
ตอบ: ได้ และเหมาะกับทริปวันเดียวจากกรุงเทพฯ มาก ควรเลือกเพียงหนึ่งโซน เช่น เมืองโบราณ–บางปู บางกะเจ้า–พระประแดง บางพลี หรือพระสมุทรเจดีย์ เพื่อไม่เสียเวลาเดินทางย้อนเส้นทาง
ถาม: ถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืนควรเที่ยวอย่างไร?
ตอบ: วันแรกเหมาะกับพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เมืองโบราณ วัดอโศการาม และบางปู ส่วนวันที่สองควรเที่ยวบางกะเจ้า สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง และวัดสำคัญในพระประแดง
ถาม: ที่เที่ยวสมุทรปราการสำหรับเด็กมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สถานตากอากาศบางปู สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และตลาดริมน้ำโบราณบางพลีเหมาะกับครอบครัวและเด็ก เพราะมีกิจกรรมและเนื้อหาที่แตกต่างกัน
ถาม: ถ้าชอบธรรมชาติควรไปที่ไหนในสมุทรปราการ?
ตอบ: สถานตากอากาศบางปูเหมาะกับทะเล ป่าชายเลน และดูนก ส่วนสวนศรีนครเขื่อนขันธ์กับพื้นที่บางกะเจ้าเหมาะกับการปั่นจักรยานและพักผ่อนท่ามกลางพื้นที่สีเขียว หากสนใจระบบนิเวศชายฝั่งและการกัดเซาะควรเพิ่มวัดขุนสมุทราวาสด้วย
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการดูนกนางนวลที่บางปู?
ตอบ: ช่วงปลายปีถึงต้นปี โดยทั่วไปประมาณฤดูหนาวเป็นช่วงที่นกอพยพเดินทางเข้ามาบริเวณชายฝั่งบางปูจำนวนมาก เหมาะกับการดูนกและถ่ายภาพ โดยควรหลีกเลี่ยงการรบกวนหรือให้อาหารในลักษณะที่กระทบพฤติกรรมตามธรรมชาติ
ถาม: ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดวันไหน?
ตอบ: ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 08:00–14:00 น. ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินตลาดมากที่สุด เพราะร้านค้าเปิดครบและอากาศยังไม่ร้อนมาก
ถาม: หากต้องการเที่ยวบางกะเจ้าควรวางแผนอย่างไร?
ตอบ: เริ่มช่วงเช้าที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ปั่นจักรยานหรือเดินชมธรรมชาติ จากนั้นเที่ยววัดบางกอบัว แล้วไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้งช่วงสายถึงเที่ยง ก่อนเดินทางต่อวัดทรงธรรมวรวิหารหรือวัดโปรดเกศเชษฐาราม
ถาม: ที่เที่ยวสมุทรปราการสำหรับสายประวัติศาสตร์มีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เมืองโบราณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า พระสมุทรเจดีย์ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ วัดกลางวรวิหาร วัดทรงธรรมวรวิหาร และวัดโปรดเกศเชษฐารามเป็นตัวเลือกเด่นสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย ศาสนา การทหาร และชุมชนเก่า
ถาม: หากต้องการไหว้พระในสมุทรปราการควรไปที่ไหน?
ตอบ: วัดอโศการาม วัดบางพลีใหญ่ใน วัดบางพลีใหญ่กลาง วัดกลางวรวิหาร วัดทรงธรรมวรวิหาร วัดโปรดเกศเชษฐาราม พระสมุทรเจดีย์ และวัดบางกอบัวสามารถจัดเป็นเส้นทางสายบุญตามโซนได้
ถาม: สมุทรปราการมีวัฒนธรรมอะไรโดดเด่น?
ตอบ: วัฒนธรรมมอญพระประแดงเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัด โดยเห็นได้ผ่านวัด ประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบ อาหาร และชุมชนดั้งเดิม นอกจากนี้บางพลียังมีประเพณีรับบัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่
ถาม: ของกินหรือของฝากที่ควรซื้อในสมุทรปราการมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูป ขนมไทย อาหารมอญ ผลิตภัณฑ์จากสวนในบางกะเจ้า และสินค้าชุมชนจากบ้านสาขลาเป็นของกินและของฝากที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ดี
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวสมุทรปราการได้ไหม?
ตอบ: ได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ปากน้ำ และตัวเมืองสมุทรปราการที่เชื่อมต่อกับ BTS ส่วนบางกะเจ้าสามารถข้ามเรือแล้วเช่าจักรยานได้ แต่หากต้องการเที่ยวบางปู บางพลี หรือพระสมุทรเจดีย์หลายแห่งในวันเดียว รถยนต์จะสะดวกกว่า
ถาม: จุดถ่ายภาพสวยในสมุทรปราการมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สถานตากอากาศบางปู วัดอโศการาม สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พระสมุทรเจดีย์ ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู และวัดขุนสมุทราวาสมีบรรยากาศและองค์ประกอบภาพที่แตกต่างกันชัดเจน
ถาม: สมุทรปราการเหมาะกับผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ โดยสามารถเลือกสถานที่ที่เดินไม่มาก เช่น พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ วัดอโศการาม พระสมุทรเจดีย์ วัดบางพลีใหญ่ใน และวัดกลางวรวิหาร ส่วนเมืองโบราณมีพื้นที่กว้างจึงควรใช้พาหนะภายในเพื่อช่วยลดระยะเดิน
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



