หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ >อ.เมืองสมุทรปราการ
>ต.บางเมือง
> พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ อยู่ที่ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น.).
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 18.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น.)
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นจุดหมายที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของปริมณฑลฝั่งตะวันออก เพราะเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ ศาสนสถานเชิงสัญลักษณ์ และงานสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนจดจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น หากต้องการคำตอบสั้น ๆ สำหรับการวางแผนเที่ยว ที่นี่เปิดทุกวัน เดินทางสะดวกมากด้วย BTS สายสีเขียว ลงสถานีช้างเอราวัณ ทางออก 2 แล้วเดินต่อได้ ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทยอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ และภายในไม่ได้มีดีแค่รูปช้างสามเศียรขนาดมหึมา แต่ยังมีงานศิลป์ ศิลปวัตถุ พื้นที่สวน และบรรยากาศที่ทำให้การมาเยือนครั้งเดียวได้ทั้งการชมศิลปะ การเรียนรู้ และการพักใจในที่เดียว
เสน่ห์สำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่การรวมโลกของศิลปกรรม ความเชื่อ และการออกแบบเชิงสัญลักษณ์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ในตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เกิดจากแรงบันดาลใจและแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ในรูปแบบที่คนรุ่นหลังเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่เพียงการเก็บของเก่าไว้ในตู้จัดแสดง แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสคุณค่าของศิลปะ ศาสนา และภูมิปัญญาไทยผ่านประสบการณ์จริง
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปอย่างชัดเจนคือ ตัวอาคารทั้งหลังถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของประติมากรรมขนาดยักษ์ ช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียรที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือฐานอาคารนั้นเป็นงานประติมากรรมโลหะทองแดงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย และได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นช้างเอราวัณโลหะขนาดใหญ่ระดับโลก ตัวช้างรวมอาคารมีความสูงประมาณ 43.60 เมตร ขนาดใกล้เคียงอาคารสูงราว 14–17 ชั้น ส่วนหัวของช้างมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวหนักประมาณ 150 ตัน กว้างราว 12 เมตร และยาวประมาณ 39 เมตร ความยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความตื่นตาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกคติความเชื่อเรื่องจักรวาลและโลกทั้ง 3 ภูมิขึ้นมาสู่รูปธรรมที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้จริง
แนวคิดเรื่องโลก 3 ระดับเป็นหัวใจของการออกแบบภายในพิพิธภัณฑ์ โดยพื้นที่จัดแสดงถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นสำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับคติจักรวาลในความเชื่อไทยและเอเชีย ชั้นล่างสุดคือชั้นบาดาลหรือชั้นสุวรรณภูมิ เป็นพื้นที่แสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเครื่องกระเบื้องที่สื่อถึงรากวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชั้นกลางคือโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับตัวช้างและสะท้อนความงามของศิลปกรรมผสมผสานหลายแขนง ส่วนชั้นบนในลำตัวช้างคือชั้นจักรวาล พื้นที่ซึ่งให้ความรู้สึกสงบ ลุ่มลึก และงดงามอย่างมากจากการจัดวางแสง สี ลวดลาย และวัตถุศักดิ์สิทธิ์
เมื่อมองในฐานะงานสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงให้เห็นความทะเยอทะยานเชิงศิลป์ของผู้สร้างอย่างชัดเจน โครงสร้างส่วนล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักอันมหาศาลของประติมากรรมช้างด้านบน ระบบคานวงแหวนรอบนอกและรอบในช่วยกระจายน้ำหนักลงสู่เสาภายนอกและภายใน ส่วนการตกแต่งกลับไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่เลือกใช้ศิลปะหลายแขนงมาประสานกันอย่างมีเอกภาพ ทั้งกระจกสีแบบตะวันตก งานเครื่องเบญจรงค์ งานดุนโลหะบนแผ่นดีบุกฝีมือช่างนครศรีธรรมราช และประติมากรรมรูปพญานาค คนธรรพ์ และองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์จากช่างไทยหลายสำนัก ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่มีทั้งความวิจิตร ความศักดิ์สิทธิ์ และความน่าตื่นตาตลอดเส้นทางการชม
หนึ่งในจุดที่ผู้มาเยือนจำนวนมากประทับใจคือห้องโถงชั้นโลกมนุษย์ ซึ่งโดดเด่นด้วยเพดานกระจกสีทรงโดมที่ทำให้บรรยากาศภายในมีความงามคล้ายศาสนสถานขนาดใหญ่ของโลกตะวันตก แต่ในขณะเดียวกันก็แทรกด้วยลวดลาย แนวคิด และสัญลักษณ์แบบไทยอย่างแนบเนียน พื้นที่นี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเงียบแข็งหรือห่างเหิน ทว่าเป็นพื้นที่ที่ชวนให้หยุดมองรายละเอียดทีละจุด ทั้งลวดลายเสา งานประดับพื้นผิว และการจัดวางองค์ประกอบที่ทำให้คนมาเยือนรู้สึกว่ากำลังค่อย ๆ เดินผ่านเรื่องเล่าทางศิลปะมากกว่าการมาดูของจัดแสดงเพียงอย่างเดียว
ส่วนภายในลำตัวช้างซึ่งเปรียบเป็นชั้นจักรวาลนั้นถือเป็นไฮไลต์ทางอารมณ์ของการมาเยือน เพราะบรรยากาศเปลี่ยนจากความโอ่อ่ามาสู่ความสงบอย่างชัดเจน ภายในมีการจัดแสดงวัตถุสำคัญและพระพุทธรูปจากสมัยต่าง ๆ ท่ามกลางพื้นที่ที่ออกแบบให้ชวนใช้เวลาอยู่กับความนิ่งมากขึ้น ผู้ที่สนใจทั้งศิลปะและความเชื่อมักชื่นชอบพื้นที่นี้เป็นพิเศษ เพราะสะท้อนเจตนารมณ์ของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ไม่ได้ต้องการสร้างแลนด์มาร์กสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น แต่ต้องการสร้างสถานที่ซึ่งทำให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าของมรดกทางจิตวิญญาณควบคู่ไปกับมรดกทางศิลปกรรม
รอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ยังเป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพื้นที่สวนไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นฉากประกอบของช้างสามเศียรเท่านั้น แต่ถูกออกแบบเป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดีและพื้นที่เดินชมที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากความคึกคักของกรุงเทพฯ และสมุทรปราการโดยรอบ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาชมประติมากรรมกลางแจ้ง เดินผ่านทางเดินในสวน สังเกตองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ และเก็บภาพตัวช้างจากหลายมุม ซึ่งแต่ละมุมให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย ทั้งมุมที่เห็นความใหญ่ของฐานอาคาร มุมที่เห็นความอ่อนช้อยของลวดลาย และมุมที่ทำให้รู้สึกถึงพลังของประติมากรรมอย่างเต็มที่
ในเชิงประวัติศาสตร์ร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณสะท้อนยุคหนึ่งของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในกรอบพิพิธภัณฑสถานแบบเดิม แต่เปิดทางให้เกิดงานสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ทางจิตใจในเวลาเดียวกัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป คนรักสถาปัตยกรรม ผู้สนใจศิลปะไทย รวมถึงผู้ที่นิยมเดินทางสายมูและสายสงบ มาพบกันได้โดยไม่รู้สึกว่าพื้นที่นี้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
สำหรับผู้ที่วางแผนมาเที่ยวจริง จุดแข็งอีกอย่างของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือความสะดวกในการเดินทาง หากใช้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สามารถลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อมายังพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสะดวก เหมาะมากสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่พักอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับโดยไม่ต้องพึ่งรถส่วนตัว ส่วนผู้ที่ขับรถมาเองสามารถใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่ามุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เมืองสมุทรปราการ และจอดรถภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ได้ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เข้าถึงง่ายกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลายแห่ง
ใครที่ชอบวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวต่อจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณได้ไม่ยาก เพราะพื้นที่โดยรอบมีแหล่งเที่ยวสำคัญของสมุทรปราการหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองโบราณ หอชมเมืองสมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ หรือสถานตากอากาศบางปู จึงเหมาะทั้งกับทริปครอบครัว ทริปถ่ายภาพ และทริปท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ต้องการเก็บทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศท้องถิ่นในวันเดียวกัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือการเป็นสถานที่ที่ผสานความอลังการเข้ากับความสงบได้อย่างลงตัว ภาพจากภายนอกอาจทำให้หลายคนคาดหวังเพียงความตื่นตา แต่เมื่อได้เข้าไปภายในจริงจะพบว่าความโดดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดเท่านั้น แต่อยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ ความประณีตของงานช่าง และจังหวะของการชมที่ทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เปลี่ยนจากความรู้สึกตื่นเต้นเป็นความรู้สึกนิ่งและซาบซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้ามองในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อธิบายความเป็นไทยร่วมสมัยได้ดีมาก เพราะภายในไม่ได้จำกัดอยู่แค่ของโบราณ แต่เผยให้เห็นวิธีคิดของสังคมไทยที่เชื่อมศิลปะ ศาสนา ตำนาน และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่มาเที่ยวครั้งแรกและคนที่เคยเที่ยวกรุงเทพฯ หลายรอบแล้วแต่อยากเห็นมิติทางวัฒนธรรมที่ลึกขึ้น
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณมีความน่าสนใจตั้งแต่หน้าทางเข้าไปจนถึงมุมสวนภายนอก ช่วงเช้าจะได้แสงที่คมและเห็นรายละเอียดของตัวช้างชัด ส่วนช่วงบ่ายแก่จนใกล้เย็นจะให้บรรยากาศนุ่มขึ้น เหมาะกับภาพรวมของอาคารและสวนโดยรอบ ภายในอาคารมีมุมถ่ายภาพที่งดงามมาก แต่ควรเคารพกติกาของสถานที่และผู้ร่วมเข้าชมคนอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบรรยากาศสงบหรือมีผู้ตั้งใจมาสักการะและทำสมาธิ
หากถามว่าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับใคร คำตอบคือเหมาะกับคนที่ต้องการมากกว่าการเช็กอินสถานที่ดัง ที่นี่เหมาะกับผู้ที่อยากใช้เวลากับสถาปัตยกรรมระดับไอคอนของไทย อยากชมงานศิลป์ที่มีรากจากความเชื่อ อยากเรียนรู้โลกทัศน์ไทยผ่านพื้นที่จริง และอยากออกจากตัวเมืองกรุงเทพฯ มาเจอสถานที่ที่ทั้งใกล้ เดินทางง่าย และให้ประสบการณ์ลึกกว่าที่เห็นจากภาพถ่ายมาก
ในภาพรวม พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณไม่ใช่เพียงแลนด์มาร์กของสมุทรปราการ แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนความพยายามของคนไทยในการรักษาศิลปวัฒนธรรมให้มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นทั้งความอลังการของงานช่างไทย การตีความคติจักรวาลแบบสร้างสรรค์ และความตั้งใจของผู้สร้างที่ต้องการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมให้ลูกหลานในรูปแบบที่เข้าถึงได้จริง หากกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีทั้งความงาม ความหมาย และความทรงจำ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณคือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดแห่งหนึ่ง
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อมายังพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง ส่วนรถส่วนตัวสามารถใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่าเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมถนนหลัก สังเกตง่ายจากช้างสามเศียรขนาดใหญ่ และมีพื้นที่จอดรถรองรับผู้เข้าชม
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ |
| ที่ตั้ง | ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ |
| ที่อยู่ | 99/9 หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270 |
| พิกัด | 13.6237, 100.5867 |
| ไฮไลต์ | ประติมากรรมช้างสามเศียรขนาดมหึมา พิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมไทย พื้นที่สวนและเส้นทางเดินชมรอบอาคาร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | แนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เริ่มก่อสร้างในปี 1994 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี 2003 |
| ที่มาของชื่อ | มาจาก “ช้างเอราวัณ” หรือช้างสามเศียรในคติพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งถูกนำมาตีความเป็นสัญลักษณ์เชิงจักรวาลและความศักดิ์สิทธิ์ |
| ลักษณะเด่น | ตัวช้างรวมอาคารสูงประมาณ 43.60 เมตร ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ บาดาล โลกมนุษย์ และจักรวาล พร้อมงานตกแต่งกระจกสี เบญจรงค์ และงานโลหะไทย |
| การเดินทาง | BTS สถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 หรือรถยนต์ผ่านถนนสุขุมวิทสายเก่า มีที่จอดรถ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 18.00 น. ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น. |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ห้องจำหน่ายบัตร สวนโดยรอบ และ Audio Guide หลายภาษา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ชั้นบาดาล / สุวรรณภูมิ, ชั้นโลกมนุษย์, ชั้นจักรวาลในลำตัวช้าง, สวนและเส้นทางแสวงบุญรอบอาคาร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-371-3135-6, 02-380-5244 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.erawanmuseum.com / Facebook: ErawanMuseumSamutprakan |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ 4 กม. 2. หอชมเมืองสมุทรปราการ 5 กม. 3. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ 6 กม. 4. พระสมุทรเจดีย์ 12 กม. 5. มืองโบราณ 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Loft Stilo @Erawan 0.2 กม. โทร 063-752-2574 2. Dot Gelato Pak Nam 0.8 กม. โทร 081-848-7241 3. ขาหมูอาตั้น ตลาดคลองถมเอราวัณ 0.8 กม. 4. แต้จินกวง 1.6 กม. โทร 081-819-8075, 081-144-3391, 097-259-2391 5. เจ๊ภัส 3 กม. โทร 02-701-7148, 064-310-7686 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Ryhhton Residence - Erawan Museum 1 กม. โทร 095-251-9658 2. @S115 Residence 2 กม. โทร 061-520-6868 3. Marigold Sukhumvit 4 กม. โทร 02-754-0355 4. Koon Hotel Sukhumvit 5 กม. โทร 02-743-2844 5. Baan Paknam Hotel 6 กม. โทร 091-525-1999, 02-101-9640 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. และปิดจำหน่ายบัตรเวลา 17.00 น.
ถาม: ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเท่าไร?
ตอบ: คนไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท
ถาม: ไปพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณด้วยรถไฟฟ้าอย่างไร?
ตอบ: ใช้ BTS สายสีเขียว ลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อถึงพิพิธภัณฑ์ได้สะดวก
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีทั้งชั้นบาดาลหรือสุวรรณภูมิ ชั้นโลกมนุษย์ และชั้นจักรวาลในลำตัวช้าง พร้อมศิลปวัตถุ พระพุทธรูป งานกระจกสี และสวนรอบอาคาร
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะทั้งทริปครึ่งวันและทริป 1 วัน โดยสามารถเที่ยวต่อเมืองโบราณ หอชมเมืองสมุทรปราการ หรือพิพิธภัณฑ์ทหารเรือได้
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับเด็กและชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเดินทางง่าย มีพื้นที่ชมงานศิลป์ที่โดดเด่น และมีบริการ Audio Guide หลายภาษา
เว็ปไซต์ : www.erawan-museum.com
โทร : 023713135-6
แฟกซ์ : 023800304
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(