หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ >อ.เมืองสมุทรปราการ >ต.ปากน้ำ > วัดกลางวรวิหาร
TL;DR: วัดกลางวรวิหาร อยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดทุกวัน เวลา 07:00–17:00 น. จุดเด่นคือ พระอุโบสถเก่าศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ตอนต้น, พระประธานศิลาแลงหุ้มปูนปิดทอง, จิตรกรรมฝาผนังเก่า, พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง.
วัดกลางวรวิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:00–17:00 น.
วัดกลางวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการในย่านปากน้ำที่มีประวัติสืบย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดตะโกทอง โดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนปากน้ำ ภายในวัดมีพระอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนัง พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ศาลาการเปรียญไม้สัก และปูชนียวัตถุสำคัญหลายจุด เหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาศิลปกรรมไทย และแวะเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตัวเมืองสมุทรปราการ
เมื่อพูดถึงวัดสำคัญของเมืองปากน้ำ ชื่อของ วัดกลางวรวิหาร มักถูกกล่าวถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในวัดที่สะท้อนพัฒนาการของเมืองสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านประวัติชุมชน สถาปัตยกรรม งานช่างหลวง และความสัมพันธ์กับราชสำนักในหลายรัชกาล วัดตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ใกล้ย่านชุมชนเก่า ตลาดปากน้ำ และสถานที่สำคัญหลายแห่ง จึงเป็นวัดที่เดินทางมาได้สะดวกและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเขตเมืองโดยไม่ต้องออกไปไกล
เสน่ห์ของวัดกลางวรวิหารอยู่ที่บรรยากาศซึ่งผสมผสานความสงบของวัดเก่าเข้ากับชีวิตของชุมชนเมืองปากน้ำได้อย่างลงตัว แม้จะตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้าและถนนหลัก แต่เมื่อก้าวเข้าสู่เขตวัดแล้วจะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและความเรียบขรึมแบบวัดโบราณ ภายในบริเวณวัดมีทั้งอาคารเก่า อาคารที่สร้างในสมัยต่อมา และพื้นที่ประกอบศาสนกิจหลายส่วนที่ยังใช้งานจริง ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงการชมโบราณสถาน แต่เป็นการเห็นวัดในฐานะพื้นที่ศาสนาที่มีชีวิตอยู่กับชุมชนจนถึงปัจจุบัน
ประวัติของวัดกลางวรวิหารสืบเนื่องไปถึงราว พ.ศ. 2299 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตามเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา เดิมบริเวณนี้เป็นเพียงกุฏิเล็กมุงใบจากของพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อพระอาจารย์ซู ต่อมาชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงร่วมกันสร้างวัดถวาย จุดที่ตั้งวัดอยู่ระหว่างวัดนอกและวัดใน จึงเป็นที่มาของคำว่า “วัดกลาง” ส่วนชื่อเดิม “วัดตะโกทอง” มีที่มาจากการพบแหวนทองโบราณใต้ต้นตะโกขณะปรับพื้นที่ก่อสร้างวัด เรื่องเล่านี้ทำให้วัดมีมิติทางความทรงจำของชุมชนมากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
การก่อสร้างวัดในระยะแรกใช้เวลาหลายปี และในช่วงแรกมีสิ่งก่อสร้างสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ โรงธรรม สระน้ำ และกุฏิหมู่เล็กใกล้สระน้ำ หลังจากพระอาจารย์ซูมรณภาพ พระอาจารย์ชีจากนครเขื่อนขันธ์ได้เข้ามาปกครองวัด ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียกรุง วัดกลางถูกทิ้งร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยกรุงธนบุรีโดยพระอาจารย์ดา ฉายา มหาอินทโชติ ผู้เป็นน้องของพระอาจารย์ชี ท่านได้ชักชวนผู้คนให้กลับมาทำนุบำรุงวัด หล่อพระพุทธรูปใหม่ ปลูกกุฏิ และรื้อสร้างอุโบสถหลังเดิมให้ใหญ่กว่าเดิม
อีกช่วงสำคัญของวัดอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อมีการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารหลายส่วน โดยเฉพาะพระอุโบสถเก่าที่เริ่มก่อสร้างราว พ.ศ. 2345 และต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงเห็นลักษณะศิลปกรรมที่มีความงามแบบรัตนโกสินทร์ยุคต้นผสมกับร่องรอยของงานช่างเก่า วัดยังมีความเจริญต่อเนื่องในสมัยเจ้าอาวาสหลายรูป ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์เส็ง พระอาจารย์ฮวด และพระปลัดเงิน ซึ่งล้วนมีบทบาทในการก่อสร้างศาลาการเปรียญ เจดีย์ ศาลาท่าน้ำ ถนน และสิ่งปลูกสร้างสำคัญอื่น ๆ ภายในวัด
วัดกลางวรวิหารยังมีความสัมพันธ์กับพระมหากษัตริย์หลายรัชกาล ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมาพระราชทานพระกฐิน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็เสด็จมาทอดพระกฐินอีกครั้ง และเคยเสด็จประทับในพระอุโบสถทอดพระเนตรพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ช่วงเวลานี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดกลางมิได้เป็นเพียงวัดประจำชุมชนท้องถิ่น แต่มีสถานะสำคัญในระดับเมืองและระดับราชสำนักด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ยกฐานะวัดขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ทำให้วัดกลางวรวิหารมีสถานะอย่างเป็นทางการในฐานะวัดหลวงที่สำคัญของสมุทรปราการ
สิ่งที่ทำให้วัดกลางวรวิหารน่าสนใจมากสำหรับผู้รักศิลปกรรมไทย คือกลุ่มอาคารเก่าและโบราณวัตถุภายในวัดที่ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน จุดสำคัญที่สุดคือ พระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งเป็นอาคารที่เชื่อมโยงเรื่องราวของวัดกับงานช่างสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 205 เซนติเมตร สร้างด้วยศิลาแลงหุ้มปูนปิดทอง พระพุทธรูปองค์นี้อัญเชิญมาจากวัดร้างในเขตจังหวัดชลบุรี จึงยิ่งเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับพื้นที่ภายในอุโบสถ
นอกจากองค์พระประธานแล้ว งานจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเก่ายังถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ภาพเขียนเหล่านี้ได้รับการกล่าวถึงว่าเขียนขึ้นราวปลายกรุงศรีอยุธยา เนื้อหาภาพเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตอนมารวิชัย ไตรภูมิ และเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์เสด็จโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บริเวณผนังด้านเหนือและใต้ยังมีภาพอดีตพุทธเจ้าและเทพชุมนุมให้ชม รายละเอียดหลายจุดสะท้อนวิธีคิดและฝีมือช่างไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เริ่มรับมุมมองแบบตะวันตกเข้าไปผสมอยู่ในงานจิตรกรรม วัดแห่งนี้จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่สนใจทั้งประวัติศาสตร์ศิลปะและศิลปะพุทธศาสนา
อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือ พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย อาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้วัดกลางวรวิหาร เพราะสะท้อนคติความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาทที่แพร่หลายในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน บรรยากาศบริเวณพระมณฑปให้ความรู้สึกสงบขรึม เหมาะกับการเข้าไปสักการะอย่างเงียบ ๆ และสำหรับผู้ที่สนใจงานตกแต่งทางสถาปัตยกรรมก็จะพบรายละเอียดงดงามทั้งที่หน้าบันและองค์ประกอบรอบอาคาร
ภายในวัดยังมี ศาลาการเปรียญเรือนไทยหมู่ไม้สัก ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์มาก หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อน แสดงให้เห็นฝีมือช่างไทยที่ประณีตและความสำคัญของงานไม้ในวัดสำคัญของภาคกลาง เมื่อเดินชมบริเวณวัดจะพบพระปรางค์ พระพุทธเจดีย์ พระธรรมเจดีย์ หอระฆัง หอกลอง หอนาฬิกา กุฏิสงฆ์ และศาลาบำเพ็ญกุศลกระจายอยู่ภายในพื้นที่ ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นองค์ประกอบของวัดขนาดใหญ่ที่มีทั้งหน้าที่ด้านศาสนา การศึกษา และการปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดสมุทรปราการ
วัดกลางวรวิหารยังมีบทบาทด้านพระพุทธศาสนาและกิจกรรมสาธารณะของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพราะภายในวัดมีหอประชุมสงฆ์จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่วัดแห่งนี้มักเป็นสถานที่จัดงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนเมืองปากน้ำอยู่เสมอ บรรยากาศของวัดจึงไม่ใช่ความสงบแบบวัดร้างหรือโบราณสถานที่หยุดนิ่ง หากเป็นความสงบที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่
สำหรับผู้ที่ตั้งใจมาไหว้พระ วัดกลางวรวิหารเป็นวัดที่เหมาะกับการแวะมาทำบุญ สักการะพระประธาน ชมพระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง และเดินดูงานศิลปกรรมเก่าภายในวัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากมาในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศที่เงียบกว่าและอากาศไม่ร้อนมาก ส่วนช่วงที่มีงานประจำปีหรืองานบุญสำคัญ วัดจะคึกคักเป็นพิเศษ เหมาะกับผู้ที่อยากเห็นวิถีวัดเมืองปากน้ำในมิติที่มีชีวิตชีวา
อีกประเด็นที่ช่วยให้บทความเกี่ยวกับวัดกลางวรวิหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คือข้อมูลด้านการบริหารคณะสงฆ์ ปัจจุบันวัดมี พระราชสมุทรวัชราจารย์ (บุญสืบ วุฑฺฒิสาโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้สนใจวัดสำคัญหรือผู้ต้องการติดต่อประสานงานกับวัดมักค้นหาโดยตรง การทราบชื่อเจ้าอาวาสยังช่วยยืนยันบทบาทต่อเนื่องของวัดในปัจจุบัน และสะท้อนว่าที่นี่เป็นวัดหลวงที่ยังมีความเคลื่อนไหวจริง ไม่ใช่เพียงวัดเก่าที่ผู้คนจดจำจากประวัติศาสตร์เท่านั้น
ในแง่การท่องเที่ยว วัดกลางวรวิหารเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเป็นทริปสั้น ๆ ในตัวเมืองสมุทรปราการ เพราะสามารถเที่ยวต่อเนื่องกับศาลหลักเมืองสมุทรปราการ หอชมเมืองสมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ หรือขยับไปเที่ยวเมืองโบราณและโซนพระสมุทรเจดีย์ได้ไม่ยาก ผู้ที่ชอบเดินเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองเก่าจะพบว่าย่านปากน้ำยังมีเสน่ห์เรื่องอาหารท้องถิ่น ตลาดเก่า และบรรยากาศริมแม่น้ำที่ช่วยเติมเต็มการมาเยือนวัดแห่งนี้ได้ดีมาก
การเดินทาง มายังวัดกลางวรวิหารค่อนข้างสะดวก หากใช้รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท สามารถลงที่สถานีปากน้ำ แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถสาธารณะเข้าไปยังวัดได้ไม่ไกล ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้เส้นทางเข้าตัวเมืองปากน้ำ แล้วมุ่งหน้าไปยังถนนศรีสมุทรและซอยวัดกลาง บริเวณวัดอยู่ไม่ไกลจากย่านศาลหลักเมืองสมุทรปราการและตลาดปากน้ำ ทำให้การหาของกินหรือวางแผนเที่ยวต่อในละแวกเดียวกันทำได้ง่าย จุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของวัดกลางวรวิหารเมื่อเทียบกับวัดโบราณบางแห่งที่เข้าถึงได้ยากกว่า
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ วัดกลางวรวิหารมีมุมที่น่าสนใจหลายแบบ ทั้งซุ้มทางเข้าอันโดดเด่น พระอุโบสถเก่าที่มีรายละเอียดแบบงานช่างไทย พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ศาลาการเปรียญไม้สัก และบรรยากาศของอาคารภายในวัดที่ให้ความรู้สึกถึงวัดเมืองเก่าซึ่งยังใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม การเข้าชมพื้นที่ศาสนาควรรักษากาลเทศะ แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระภิกษุหรือผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในอาคารสำคัญภายในวัด
หากมองในมุมของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดกลางวรวิหารเป็นเสมือนหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองสมุทรปราการตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา ผ่านช่วงเสียกรุง การฟื้นฟูในสมัยธนบุรี ความรุ่งเรืองในสมัยรัตนโกสินทร์ และการได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง วัดแห่งนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในด้านความศรัทธา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของชุมชนปากน้ำในภาพกว้างด้วย ใครที่สนใจวัดเก่าใกล้กรุงเทพฯ หรือกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในสมุทรปราการ วัดกลางวรวิหารเป็นจุดหมายที่ควรแวะมาอย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | วัดกลางวรวิหาร |
| ที่ตั้ง | ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ |
| ที่อยู่ | 10 หมู่ 1 ถนนวัดกลาง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270 |
| พิกัด | 13.592375, 100.599436 |
| ไฮไลต์ | วัดสมัยอยุธยาตอนปลาย, พระอุโบสถเก่า, จิตรกรรมฝาผนัง, พระมณฑปพระพุทธบาท 4 รอย, ศาลาการเปรียญไม้สัก, พระอารามหลวงสำคัญของเมืองปากน้ำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดราว พ.ศ. 2299 สมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดตะโกทอง และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ใน พ.ศ. 2459 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเดิม “วัดตะโกทอง” มาจากการพบแหวนทองโบราณใต้ต้นตะโก ส่วนคำว่า “วัดกลาง” มาจากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดนอกกับวัดใน |
| ลักษณะเด่น | พระอุโบสถเก่าศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ตอนต้น, พระประธานศิลาแลงหุ้มปูนปิดทอง, จิตรกรรมฝาผนังเก่า, พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง, ศาลาการเปรียญเรือนไทยหมู่ไม้สัก |
| การเดินทาง | BTS สถานีปากน้ำ แล้วต่อรถรับจ้างเข้าไปที่วัด หรือเดินทางด้วยรถยนต์เข้าย่านปากน้ำผ่านถนนศรีสมุทรและซอยวัดกลาง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินกิจการทางศาสนาและจัดกิจกรรมของวัดตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07:00–17:00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่ปรากฏค่าเข้าชมสำหรับการเข้าสักการะทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานภายในวัด, พื้นที่ประกอบศาสนกิจ, ที่จอดรถในบริเวณวัด, ร้านค้าและชุมชนอยู่ไม่ไกลจากวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถเก่า, พระอุโบสถใหม่, พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง, ศาลาการเปรียญ, พระวิหาร, พระปรางค์, หอระฆัง, หอกลอง, หอประชุมสงฆ์จังหวัดสมุทรปราการ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระราชสมุทรวัชราจารย์ (บุญสืบ วุฑฺฒิสาโร) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-395-3198 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: วัดกลางวรวิหาร พระอารามหลวง สมุทรปราการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองสมุทรปราการ – 0.4 กม. 2. หอชมเมืองสมุทรปราการ – 1.4 กม. 3. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ – 2.5 กม. 4. เมืองโบราณ – 9 กม. 5. ป้อมผีเสื้อสมุทร – 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เฮียอ้วนกระดูกหมู Since 1982 – 0.2 กม. 2. Ramita Coffee & Bistro – 0.4 กม. โทร. 063-674-6142 3. Come Again Cafe & Restaurant – 0.9 กม. โทร. 062-819-5918 4. สมพงศ์ซีฟู้ด ศรีนครินทร์ – 4 กม. โทร. 02-703-2496, 094-242-8682 5. ข้าวหมูแดงข้างศาล – 0.3 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Samutprakarn Hotel – 1.4 กม. โทร. 02-780-9888 2. Casa Grand Hotel – 1.5 กม. โทร. 061-991-1131 3. บ้านปากน้ำ บัดเจ็ทโฮเทล – 1.7 กม. โทร. 091-525-1999 4. Emm House – 2.7 กม. โทร. 02-380-1192, 096-734-8757 5. The Best Place – 4 กม. โทร. 063-625-4978 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกลางวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้ย่านศาลหลักเมืองและตลาดปากน้ำ
ถาม: วัดกลางวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยใด?
ตอบ: วัดมีประวัติย้อนถึงราว พ.ศ. 2299 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดตะโกทอง
ถาม: จุดเด่นของวัดกลางวรวิหารมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนัง พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ศาลาการเปรียญไม้สัก และความเป็นพระอารามหลวงชั้นโทของจังหวัดสมุทรปราการ
ถาม: เดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปวัดกลางวรวิหารได้ไหม?
ตอบ: ได้ สามารถลง BTS สถานีปากน้ำ แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถสาธารณะเข้าไปยังวัดได้สะดวก
ถาม: วัดกลางวรวิหารมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: สำหรับการเข้าสักการะทั่วไปไม่ปรากฏข้อมูลค่าเข้าชม
ถาม: วัดกลางวรวิหารเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และชมศิลปกรรมไทยในเขตเมืองสมุทรปราการ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 7 เดือนที่แล้ว




