หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร > 28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภ..
TL;DR: 28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกทั้งหมดในประเทศไทย เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06.00–18.00 น. การเดินทางสะดวก รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสำหรับพื้นที่ทางบก; เรือสำหรับเกาะ; บางจุดใช้รถบริการหรือเจ้าหน้าที่นำทาง.

กรุงเทพมหานคร

28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกทั้งหมดในประเทศไทย

28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกทั้งหมดในประเทศไทย

28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกทั้งหมดในประเทศไทย รวมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความโดดเด่นที่สุดหลายแห่งของประเทศ ตั้งแต่ผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่และแก่งกระจาน น้ำตกเอราวัณสีเขียวมรกต ภูเขาหินปูนเขาสามร้อยยอด ผืนป่าตะนาวศรีในกาญจนบุรี ไปจนถึงชายหาดและหมู่เกาะของจังหวัดระยองกับตราด ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ภูมิภาคดังกล่าวเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า การชมสัตว์ป่า การดูนก การพักผ่อนริมลำธาร และการท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีทั้งสถานที่ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครได้ภายในวันเดียวและพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการพักค้างคืนหลายวัน
 
อุทยานแห่งชาติในภาคกลาง (ที่เที่ยวภาคกลาง) ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน พื้นที่ภาคกลางเชื่อมโยงกับที่ราบลุ่มเจ้าพระยาและแนวภูเขาที่ล้อมรอบ ส่วนภาคตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวต่อเนื่องตามแนวชายแดนไทยและเมียนมา ก่อให้เกิดภูเขาสูง ป่าดิบชื้น หุบเขาลึก ลำธารและน้ำตกจำนวนมาก ขณะที่ภาคตะวันออกมีทั้งป่าภูเขา ป่าดิบชื้นตามแนวชายแดน และชายฝั่งทะเลอ่าวไทยที่เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะใหญ่ ความแตกต่างทางธรรมชาติจึงทำให้การเดินทางในแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
 
อุทยานแห่งชาติที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้ ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ อุทยานแห่งชาติเอราวัณที่มีน้ำตก 7 ชั้น อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดซึ่งโดดเด่นด้วยถ้ำพระยานครและภูเขาหินปูน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างที่รวมป่าเขากับทะเล อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ดที่มีชายหาดสวยงาม และอุทยานแห่งชาติกุยบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการชมช้างป่าตามธรรมชาติ
 
ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเป็นแหล่งพักผ่อน เพราะพื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ผืนป่าหลายแห่งเชื่อมต่อกันเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ ทำให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างพื้นที่หาอาหารและแหล่งอาศัยได้ตามธรรมชาติ ขณะที่ป่าต้นน้ำช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดการชะล้างพังทลายของดินบนพื้นที่ภูเขา
 
มรดกโลกทางธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่ทำให้กลุ่มอุทยานแห่งชาติในภูมิภาคนี้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2548 ส่วนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2564 การได้รับการยอมรับดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของป่าไม้และถิ่นอาศัยสัตว์ป่าที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศในระดับโลก
 
นอกจากผืนป่ามรดกโลกแล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติที่มีระบบนิเวศเฉพาะตัว เช่น เขาสามร้อยยอดซึ่งมีพื้นที่ชุ่มน้ำจืดและแนวภูเขาหินปูนริมทะเล กุยบุรีซึ่งมีภูมิประเทศป่าเขาสลับพื้นที่เปิดโล่งเหมาะกับการสังเกตสัตว์ป่า และหมู่เกาะช้างกับหมู่เกาะเสม็ดที่มีแนวปะการัง ชายหาด ป่าชายเลน และสิ่งมีชีวิตทางทะเล การเที่ยวชมหลายอุทยานจึงช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างป่าบกและระบบนิเวศชายฝั่งได้อย่างชัดเจน
 
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติใกล้กรุงเทพมหานคร เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด โดยจังหวัดสระบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เข้าถึงได้สะดวก น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเหมาะกับการพักผ่อนริมลำธาร ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สามารถเดินทางจากกรุงเทพมหานครผ่านจังหวัดสระบุรีเข้าสู่อำเภอปากช่องหรือเลือกเข้าจากฝั่งจังหวัดปราจีนบุรีได้ นักท่องเที่ยวที่มีเวลามากขึ้นสามารถจัดการเดินทางต่อเนื่องไปยังนครนายกหรือจังหวัดอื่นในภูมิภาคตามเส้นทางที่เหมาะสม
 
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคตะวันตก มีความโดดเด่นจากป่าเขาและน้ำตกในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีอุทยานแห่งชาติสำคัญหลายแห่ง เช่น เอราวัณ ไทรโยค เขื่อนศรีนครินทร์ เขาแหลม ทองผาภูมิ และลำคลองงู แต่ละแห่งมีจุดเด่นแตกต่างกัน ตั้งแต่น้ำตกที่เข้าถึงได้สะดวกไปจนถึงป่าภูเขาที่ต้องอาศัยการเดินทางและการเตรียมตัวมากขึ้น ส่วนจังหวัดเพชรบุรีมีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่โดดเด่นด้านทะเลหมอก การดูนก ผีเสื้อ และผืนป่าขนาดใหญ่
 
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคตะวันออก มีลักษณะพิเศษจากความใกล้ชิดระหว่างป่าภูเขากับทะเล จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วมีผืนป่าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศดงพญาเย็น จังหวัดจันทบุรีมีป่าดิบชื้นและน้ำตก ส่วนระยองกับตราดมีอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่รองรับกิจกรรมพักผ่อนชายหาด การดำน้ำตื้น และการศึกษาธรรมชาติของหมู่เกาะ พื้นที่เหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับสวนผลไม้ ชุมชนประมง และวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ ฤดูฝนทำให้ป่าไม้เขียวชอุ่มและน้ำตกมีน้ำมาก แต่บางเส้นทางอาจปิดเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ฤดูหนาวเหมาะกับการเดินป่าและชมทิวทัศน์บนภูเขาหลายแห่ง ส่วนการท่องเที่ยวทางทะเลต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมและฤดูมรสุมเป็นสำคัญ อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งมีข้อกำหนดการเปิดพื้นที่เฉพาะจุด จึงควรแยกเวลาทำการของที่ทำการอุทยานออกจากช่วงเวลาที่อนุญาตให้เข้าชมน้ำตก เส้นทางเดินป่า หรือพื้นที่ทางทะเล
 
การเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติหลายแห่งสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก แต่บางพื้นที่ต้องอาศัยรถรับส่งที่ได้รับอนุญาต เรือโดยสาร หรือการนำทางของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเส้นทางชมสัตว์ป่า เส้นทางขึ้นยอดเขา และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล การเดินทางอย่างเหมาะสมกับภูมิประเทศช่วยให้สามารถสัมผัสความงดงามของธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและไม่รบกวนระบบนิเวศที่อุทยานทำหน้าที่คุ้มครอง
 
อุทยานแห่งชาติทั้ง 3 ภูมิภาคยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งหมู่บ้านริมแม่น้ำในกาญจนบุรี ชุมชนเกษตรกรรมในสระบุรีและเพชรบุรี ชุมชนประมงในระยองและตราด ตลอดจนชุมชนที่อยู่ใกล้ผืนป่าและพื้นที่อนุรักษ์ การเดินทางไปยังอุทยานแต่ละแห่งจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ร่วมกับทรัพยากรเหล่านี้มาอย่างยาวนาน
 
ความงดงามของอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกเกิดจากความหลากหลายของธรรมชาติที่มีทั้งภูเขา ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า ถ้ำ น้ำตก อ่างเก็บน้ำ ชายหาด และหมู่เกาะ การเที่ยวชมแต่ละแห่งจึงไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นการสัมผัสระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยและต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
 
 
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
 
1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา สระบุรี นครนายก และปราจีนบุรี มีความโดดเด่นจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ผืนป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้า น้ำตก และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก อุทยานแห่งนี้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้กรุงเทพมหานคร โดยสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ได้ทั้งจากฝั่งอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และฝั่งด่านเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี
 
ไฮไลต์: น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก หอดูสัตว์หนองผักชี อ่างเก็บน้ำสายศร จุดชมวิวผาเดียวดาย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการชมสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าตามธรรมชาติ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 1 ของประเทศไทย การจัดตั้งพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการอนุรักษ์ผืนป่าในรูปแบบอุทยานแห่งชาติของประเทศ ต่อมาเขาใหญ่ได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ซึ่งองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2548 ด้วยคุณค่าด้านระบบนิเวศและความสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายชนิด
 
ลักษณะภูมิประเทศและระบบนิเวศ: พื้นที่ของเขาใหญ่มีระดับความสูงแตกต่างกัน ตั้งแต่บริเวณเชิงเขาไปจนถึงภูเขาสูงที่มีอากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบ ป่าไม้ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้าธรรมชาติบางส่วน ความหลากหลายของถิ่นอาศัยทำให้สามารถพบสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง กวาง ชะนี และนกเงือก การคงอยู่ของสัตว์เหล่านี้สะท้อนความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่และต่อเนื่อง
 
น้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ: น้ำตกเหวสุวัตเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงจากสายน้ำซึ่งตกลงจากหน้าผาไปยังแอ่งด้านล่าง มีทางเดินจากจุดจอดรถไปยังบริเวณชมทิวทัศน์ ส่วนเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความลาดชันมากและมีทางเดินลงไปยังจุดชมวิวตามเส้นทางที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีน้ำตกกองแก้ว น้ำตกผากล้วยไม้ และพื้นที่ธรรมชาติที่มีลักษณะแตกต่างกันตามระดับความสูงกับระบบลำห้วย
 
กิจกรรมท่องเที่ยว: กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ การเดินศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก ดูนก ชมสัตว์ป่าจากระยะปลอดภัย ถ่ายภาพทิวทัศน์ และพักแรมในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ หอดูสัตว์หนองผักชีเป็นจุดสังเกตสัตว์ป่าและทุ่งหญ้าที่สำคัญ ขณะที่อ่างเก็บน้ำสายศรมีภูมิทัศน์เงียบสงบเหมาะกับการชมธรรมชาติ การพบเห็นสัตว์ป่าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ฤดูกาล และพฤติกรรมของสัตว์ในแต่ละวัน
 
ความสำคัญด้านการอนุรักษ์: เขาใหญ่เป็นผืนป่าที่มีบทบาทต่อการรักษาแหล่งต้นน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าในเขตรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ป่าขนาดใหญ่ช่วยให้สัตว์สามารถเคลื่อนย้ายเพื่อหาอาหารและแหล่งน้ำได้ การจัดการกิจกรรมท่องเที่ยวจึงให้ความสำคัญกับการรักษาระยะห่างจากสัตว์ป่า การไม่ให้อาหารสัตว์ และการควบคุมการใช้เส้นทางภายในอุทยาน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06.00–18.00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าจังหวัดสระบุรี แล้วต่อถนนมิตรภาพเข้าสู่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นใช้ถนนธนะรัชต์เข้าสู่อุทยานทางด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อีกเส้นทางหนึ่งสามารถเข้าจากฝั่งจังหวัดปราจีนบุรีผ่านด่านเนินหอม โดยควรเลือกด่านให้สัมพันธ์กับจุดท่องเที่ยวที่ต้องการไปชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
 
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
 
2. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาตะนาวศรีที่ปกคลุมด้วยผืนป่าขนาดใหญ่ สายน้ำ ลำธาร และหุบเขาจำนวนมาก ความโดดเด่นของแก่งกระจานอยู่ที่ความสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน บ้านกร่าง และเขาพะเนินทุ่งที่มีชื่อเสียงด้านทะเลหมอกกับการดูนก
 
ไฮไลต์: เขาพะเนินทุ่ง ทะเลหมอกยามเช้า บ้านกร่างแคมป์ เส้นทางดูนกและผีเสื้อ อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน น้ำตกป่าละอู และผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 และเป็นพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของผืนป่าตะวันตกประเทศไทย ต่อมาในปี 2564 กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยมีความสำคัญต่อการคุ้มครองระบบนิเวศป่าเขตร้อนและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ของภูมิภาค
 
ลักษณะภูมิประเทศและระบบนิเวศ: แก่งกระจานมีแนวเขาสูงสลับกับหุบเขาและลำธารที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ผืนป่าประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าชนิดอื่นตามระดับความสูง ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ช่วยรองรับสัตว์ป่าหลายกลุ่ม รวมถึงช้างป่า กระทิง เสือ และนกนานาชนิด โดยพื้นที่บ้านกร่างเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้สนใจดูนกและผีเสื้อ
 
เขาพะเนินทุ่งและทะเลหมอก: เขาพะเนินทุ่งเป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวในช่วงอากาศเย็นและช่วงที่มีความชื้นเหมาะสม ทะเลหมอกเกิดจากการสะสมตัวของหมอกในหุบเขา ทำให้สามารถมองเห็นแนวภูเขาสลับกับกลุ่มหมอกได้อย่างสวยงาม การเดินทางขึ้นพื้นที่สูงต้องใช้เส้นทางภูเขาที่มีการควบคุมเวลาและสภาพการจราจร จึงแตกต่างจากการเข้าชมพื้นที่อ่างเก็บน้ำด้านล่าง
 
บ้านกร่างและการดูสัตว์ป่า: บ้านกร่างเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการดูนก ผีเสื้อ และศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศและฤดูกาลเหมาะสม สามารถพบผีเสื้อจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณดินชื้นใกล้ลำห้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมการหาแร่ธาตุตามธรรมชาติของผีเสื้อหลายชนิด พื้นที่นี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและพื้นที่พักแรมที่อุทยานกำหนด
 
การท่องเที่ยวและฤดูกาล: บริเวณอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานมีทิวทัศน์กว้างและเป็นจุดพักผ่อนสำคัญ ส่วนบ้านกร่างกับพะเนินทุ่งอยู่ในเขตป่าที่เข้าถึงยากกว่า โดยเขตบ้านกร่างและพะเนินทุ่งมีมาตรการปิดการท่องเที่ยวตามฤดูกาลในช่วงวันที่ 1 สิงหาคมถึง 31 ตุลาคม เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเดินทางเข้าสู่แต่ละโซนจึงต้องสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ
 
การเข้าชม: พื้นที่บริการหลักและด่านทางเข้ามีข้อกำหนดแตกต่างตามจุดหมาย ส่วนบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่งมีช่วงปิดตามฤดูกาลและการควบคุมเวลาเดินทางขึ้นลงภูเขา
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครเดินทางตามถนนเพชรเกษมเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสู่อำเภอแก่งกระจานและบริเวณที่ทำการอุทยาน สำหรับผู้ที่ต้องการไปบ้านกร่างหรือเขาพะเนินทุ่งต้องต่อเส้นทางภูเขาภายในพื้นที่อุทยาน ซึ่งมีเงื่อนไขด้านรถยนต์และเวลาการเข้าออกแตกต่างจากเขตบริการทั่วไป
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
 
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี
 
3. อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น ซึ่งมีลำธารและแอ่งน้ำสีเขียวมรกตสวยงาม น้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะสามารถเดินชมสายน้ำตามแนวเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านผืนป่าและโขดหินได้หลายระดับ โดยแต่ละชั้นมีรูปร่างและบรรยากาศแตกต่างกัน
 
ไฮไลต์: น้ำตกเอราวัณทั้ง 7 ชั้น แอ่งน้ำสีเขียวมรกต เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ถ้ำพระธาตุ และบรรยากาศป่าไม้บริเวณลุ่มน้ำห้วยโมงกับพื้นที่ใกล้เขื่อนศรีนครินทร์
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 โดยเดิมใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ชื่อเอราวัณสัมพันธ์กับลักษณะของหินบริเวณชั้นสูงสุดของน้ำตกที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะช้างเอราวัณในตำนานไทย ทำให้ชื่อสถานที่เชื่อมโยงลักษณะภูมิประเทศเข้ากับความเชื่อทางวัฒนธรรม
 
น้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น: ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง ชั้นที่ 2 วังมัจฉา ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา และชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ เป็นเส้นทางเดินชมน้ำตกที่มีระดับความลาดชันเพิ่มขึ้นตามระยะทาง ชั้นล่างเดินเข้าถึงได้สะดวกกว่าชั้นบน ส่วนการเดินไปยังชั้นสูงต้องใช้แรงและเวลาเพิ่มขึ้นเพราะเส้นทางผ่านบันได ทางดิน และพื้นที่ลาดชัน
 
ลักษณะธรณีวิทยาและสีน้ำ: น้ำตกเอราวัณมีความโดดเด่นจากแอ่งน้ำธรรมชาติที่มองเห็นเป็นสีเขียวอมฟ้าหรือสีมรกตในช่วงที่น้ำใส ลักษณะดังกล่าวสัมพันธ์กับคุณสมบัติของน้ำ แสง และตะกอนแร่ธาตุในระบบลำธารหินปูน บริเวณน้ำตกมีแอ่งน้ำตื้นและลึกแตกต่างกัน รวมถึงโขดหินที่น้ำไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้แต่ละชั้นมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว
 
กิจกรรมและการพักผ่อน: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความงดงามของน้ำตก ถ่ายภาพธรรมชาติ และลงเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมโยงกับผืนป่าโดยรอบ เส้นทางบางช่วงมีหินเปียกน้ำและทางลาดชัน จึงต้องระมัดระวังการเดินโดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือมีน้ำไหลแรง
 
สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยง: บริเวณอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถจัดการเดินทางร่วมกับเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และแหล่งธรรมชาติของอำเภอศรีสวัสดิ์ โดยแต่ละสถานที่มีจุดเด่นต่างกันระหว่างน้ำตก ป่าไม้ อ่างเก็บน้ำ และทิวทัศน์ภูเขา เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบพักค้างคืนในจังหวัดกาญจนบุรี
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 มุ่งหน้าอำเภอศรีสวัสดิ์และเขื่อนศรีนครินทร์ จากนั้นใช้ถนนเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณตามป้ายบอกทาง จุดจอดรถและพื้นที่บริการตั้งอยู่ใกล้ทางเริ่มต้นเดินเท้าไปยังน้ำตกชั้นที่ 1
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
 
อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
4. อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสามร้อยยอดและอำเภอกุยบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีความโดดเด่นจากแนวภูเขาหินปูนสูงชันริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ถ้ำธรรมชาติ ชายหาด และพื้นที่ชุ่มน้ำจืดขนาดใหญ่ ภูมิประเทศของที่นี่มีเอกลักษณ์จากยอดเขาหินปูนจำนวนมากที่ตั้งเรียงรายเหนือทุ่งน้ำและชายฝั่ง ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่แตกต่างจากแหล่งธรรมชาติอื่นของภาคกลาง
 
ไฮไลต์: ถ้ำพระยานคร พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ บึงบัวสามร้อยยอด จุดชมวิวเขาแดง หาดแหลมศาลา และการดูนกในพื้นที่ชุ่มน้ำจืดของทุ่งสามร้อยยอด
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2509 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่แห่งนี้ได้รับการคุ้มครองเนื่องจากมีระบบนิเวศหลากหลาย ทั้งภูเขาหินปูน ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ ถ้ำ และชายฝั่งทะเล โดยมีความสำคัญต่อสัตว์น้ำและนกหลายชนิด
 
ถ้ำพระยานครและพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์: ถ้ำพระยานครเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีความงดงามจากโถงถ้ำขนาดใหญ่และช่องเปิดบนเพดานซึ่งทำให้แสงธรรมชาติส่องลงมาถึงพื้น ภายในถ้ำเป็นที่ตั้งของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโดดเด่นจากภาพพระที่นั่งท่ามกลางแสงธรรมชาติในถ้ำหินปูน
 
บึงบัวและพื้นที่ชุ่มน้ำ: ทุ่งสามร้อยยอดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำจืดที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำจำนวนมาก มีสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติทอดผ่านพื้นที่ที่มีพืชน้ำและบัวขึ้นอยู่ตามฤดูกาล โดยมีแนวภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์
 
จุดชมวิวเขาแดง: เขาแดงเป็นจุดชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่สามารถมองเห็นภูเขาหินปูน พื้นที่ชุ่มน้ำ และแนวชายฝั่งทะเลในมุมกว้าง เส้นทางขึ้นจุดชมวิวเป็นทางเดินขึ้นเขาที่มีความลาดชันและต้องใช้เวลาเดินเท้า โดยบริเวณยอดเขาเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพภูมิทัศน์
 
การท่องเที่ยวชายฝั่ง: พื้นที่หาดแหลมศาลามีบรรยากาศชายหาดที่อยู่ท่ามกลางภูเขาหินปูน และเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร การเดินทางไปยังบางจุดใช้การเดินเท้าผ่านแนวเขาหรืออาศัยเรือจากชุมชนตามสภาพทะเลในวันเดินทาง การจัดเวลาเที่ยวชมจึงต้องพิจารณาทั้งสภาพอากาศและระยะทางเดิน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วแยกเข้าสู่พื้นที่อำเภอสามร้อยยอดหรือกุยบุรีตามจุดหมายที่ต้องการเที่ยว สำหรับถ้ำพระยานครสามารถเดินทางไปยังบ้านบางปูและหาดแหลมศาลา ส่วนพื้นที่บึงบัวและเขาแดงต้องใช้เส้นทางแยกต่างหากภายในเขตอุทยาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด
 
5. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สำคัญของจังหวัดตราด ครอบคลุมพื้นที่เกาะช้างและหมู่เกาะใกล้เคียงในทะเลอ่าวไทยด้านตะวันออก มีความโดดเด่นจากภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น น้ำตก ชายหาด และแนวปะการังที่กระจายอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ภูมิประเทศของเกาะช้างมีความแตกต่างจากเกาะท่องเที่ยวทั่วไป เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนและชายหาดอยู่ตามแนวชายฝั่ง
 
ไฮไลต์: น้ำตกคลองพลู น้ำตกธารมะยม น้ำตกคีรีเพชร ชายหาดเกาะช้าง หมู่เกาะรัง เกาะหวาย เกาะง่าม และกิจกรรมดำน้ำตื้นชมแนวปะการัง
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2525 มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนเกาะและในทะเล พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรักษาป่าดิบชื้น แหล่งน้ำจืดบนเกาะ ระบบนิเวศปะการัง และสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งของจังหวัดตราด
 
ภูมิประเทศและธรรมชาติ: เกาะช้างมีภูเขาสูงและแนวป่าที่ปกคลุมพื้นที่ตอนใน ทำให้มีลำห้วยและน้ำตกไหลจากพื้นที่สูงลงสู่ชายฝั่ง บริเวณด้านนอกของเกาะมีชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว และหาดไก่แบ้ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศแตกต่างกันตามลักษณะชายฝั่ง ส่วนเกาะขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียงมีแนวปะการังและน้ำทะเลที่เหมาะกับกิจกรรมทางทะเลในช่วงที่สภาพคลื่นลมสงบ
 
น้ำตกคลองพลูและน้ำตกธารมะยม: น้ำตกคลองพลูเป็นน้ำตกสำคัญที่มีทางเดินผ่านป่าจากเขตบริการไปยังบริเวณน้ำตก มีแอ่งน้ำและโขดหินตามธรรมชาติ ขณะที่น้ำตกธารมะยมตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะช้างและมีความสัมพันธ์กับประวัติการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทย น้ำตกทั้งสองแห่งจึงมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะช้าง
 
หมู่เกาะรังและการดำน้ำ: หมู่เกาะรังเป็นกลุ่มเกาะที่ได้รับความนิยมสำหรับการดำน้ำตื้นและชมสัตว์ทะเล เนื่องจากมีแนวปะการังและน้ำทะเลใสในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม การเดินทางต้องใช้เรือจากเกาะช้างหรือพื้นที่ใกล้เคียง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการอนุรักษ์ของอุทยาน การดำน้ำต้องหลีกเลี่ยงการเหยียบปะการังหรือรบกวนสัตว์ทะเล
 
ชุมชนและวิถีชีวิตบนเกาะ: เกาะช้างมีชุมชนประมงและหมู่บ้านที่มีความสัมพันธ์กับทะเลมาอย่างยาวนาน เช่น บ้านสลักเพชร บ้านสลักคอก และชุมชนตามชายฝั่งตะวันตก การท่องเที่ยวจึงสามารถเชื่อมกิจกรรมธรรมชาติเข้ากับการเรียนรู้วิถีประมง การเดินเรือ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างเหมาะสม
 
การเข้าชม: พื้นที่บริการน้ำตกและจุดท่องเที่ยวตามเขตอุทยานมีเวลาเปิดให้เข้าชมตามที่กำหนด ส่วนกิจกรรมทางทะเลขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมและการเปิดพื้นที่ของเจ้าหน้าที่
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าจังหวัดตราด ก่อนเดินทางต่อไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ในอำเภอแหลมงอบเพื่อข้ามไปยังเกาะช้าง จากนั้นใช้ถนนรอบเกาะเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวที่ต้องการ ส่วนหมู่เกาะรังและเกาะย่อยอื่นต้องใช้เรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยวตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
 
อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง
 
6. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญของจังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในอ่าวไทย มีความโดดเด่นจากเขาแหลมหญ้าที่เป็นเนินเขาริมทะเล หาดแม่รำพึง เกาะเสม็ด และหมู่เกาะขนาดเล็กที่มีแนวปะการังธรรมชาติ พื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลและสัมผัสธรรมชาติชายฝั่ง โดยสามารถเดินทางจากกรุงเทพมหานครได้สะดวกทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับและพักค้างคืน
 
ไฮไลต์: เขาแหลมหญ้า ทางเดินศึกษาธรรมชาติริมทะเล หาดแม่รำพึง เกาะเสม็ด เกาะกุฎี เกาะทะลุ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก และการดำน้ำตื้นชมปะการังในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ดได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2524 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายฝั่งและหมู่เกาะของจังหวัดระยอง พื้นที่อนุรักษ์ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย ได้แก่ ชายหาด ป่าชายหาด เนินเขาริมทะเล โขดหิน แนวปะการัง และแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตทางทะเลหลายชนิด
 
เขาแหลมหญ้า: เขาแหลมหญ้าเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจากเนินเขาเตี้ยซึ่งยื่นออกไปในทะเล บางส่วนปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล มีเส้นทางเดินและจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวชายฝั่งของจังหวัดระยองและเกาะต่าง ๆ ในทะเลอ่าวไทยได้อย่างกว้างขวาง ลักษณะของโขดหินริมทะเลและทุ่งหญ้าบนเนินเขาทำให้บริเวณนี้มีภูมิทัศน์แตกต่างจากชายหาดทั่วไป
 
เกาะเสม็ดและชายหาด: เกาะเสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชายหาดทรายขาวและน้ำทะเลใสในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม มีชายหาดสำคัญ เช่น หาดทรายแก้ว อ่าววงเดือน อ่าวพร้าว และอ่าวอื่น ๆ ที่กระจายตามแนวเกาะ การพักผ่อนบนเกาะสามารถเชื่อมกิจกรรมชายหาดกับการเดินชมธรรมชาติและการเดินเรือไปยังเกาะใกล้เคียงได้
 
เกาะกุฎีและเกาะทะลุ: เกาะขนาดเล็กบริเวณนอกชายฝั่งระยองมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและการอนุรักษ์แนวปะการัง บางพื้นที่เปิดให้ดำน้ำตื้นและศึกษาธรรมชาติภายใต้ข้อกำหนดของอุทยาน นักท่องเที่ยวสามารถชมปลาทะเลและสภาพแนวปะการังได้เมื่อคลื่นลมเหมาะสม โดยต้องไม่สัมผัสหรือเหยียบปะการังเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
 
ระบบนิเวศชายฝั่ง: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยชายหาด โขดหิน ป่าชายหาด และระบบนิเวศในทะเลที่เชื่อมโยงกัน ความหลากหลายของสภาพพื้นที่ช่วยรองรับสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการถิ่นอาศัยแตกต่างกัน เช่น สัตว์น้ำบริเวณแนวปะการัง พืชตามแนวชายฝั่ง และสัตว์ที่อาศัยในบริเวณโขดหิน การรักษาความสะอาดและลดกิจกรรมที่กระทบต่อแนวปะการังจึงมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06.00–18.00 น. สำหรับพื้นที่เขาแหลมหญ้าตามเวลาบริการทั่วไป
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนสุขุมวิทหรือทางหลวงหมายเลข 36 มุ่งหน้าจังหวัดระยอง จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านเพและหาดแม่รำพึงเพื่อเข้าชมเขาแหลมหญ้า สำหรับเกาะเสม็ดต้องเดินทางต่อด้วยเรือจากท่าเรือบ้านเพไปยังเกาะ โดยจุดลงเรือและบริการเดินเรือขึ้นอยู่กับปลายทางบนเกาะ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด
 
อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
 
7. อุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญของผืนป่าตะวันตกประเทศไทย มีเอกลักษณ์จากภูมิประเทศภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก และแม่น้ำแควน้อยที่ไหลผ่านบริเวณอุทยาน สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นจากน้ำตกไทรโยคใหญ่ซึ่งมีสายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยโดยตรง รวมทั้งพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การเดินทางและการตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำของจังหวัดกาญจนบุรี
 
ไฮไลต์: น้ำตกไทรโยคใหญ่ น้ำตกไทรโยคเล็ก ถ้ำละว้า ถ้ำดาวดึงส์ แม่น้ำแควน้อย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการพักผ่อนท่ามกลางผืนป่าริมแม่น้ำ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติไทรโยคได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญต่อการรักษาป่าไม้และลุ่มน้ำแควน้อย พื้นที่แห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีทั้งเส้นทางคมนาคมทางน้ำ เส้นทางรถไฟในอดีต และชุมชนที่ตั้งอยู่ตามแม่น้ำ
 
น้ำตกไทรโยคใหญ่: น้ำตกไทรโยคใหญ่หรือที่เรียกว่าน้ำตกเขาโจน เป็นน้ำตกที่มีความงดงามจากสายน้ำซึ่งไหลผ่านแนวหินและตกลงสู่แม่น้ำแควน้อยโดยตรง ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดภาพธรรมชาติที่แตกต่างจากน้ำตกซึ่งไหลลงสู่แอ่งน้ำกลางป่า บริเวณน้ำตกมีพื้นที่พักผ่อนและจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสายน้ำและแม่น้ำได้ในมุมกว้าง
 
ถ้ำละว้าและถ้ำดาวดึงส์: พื้นที่อุทยานมีถ้ำหินปูนที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาหลายแห่ง โดยถ้ำละว้าเป็นถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีโถงภายในและหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบ ส่วนถ้ำดาวดึงส์มีลักษณะของหินงอกหินย้อยและโพรงถ้ำที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน การเข้าชมต้องปฏิบัติตามเส้นทางที่จัดไว้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบถ้ำ
 
แม่น้ำแควน้อยและภูมิประเทศ: แม่น้ำแควน้อยเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศในอุทยานแห่งชาติไทรโยค สายน้ำไหลผ่านแนวภูเขาและผืนป่าก่อให้เกิดทิวทัศน์ริมแม่น้ำที่มีความงดงาม พื้นที่บางส่วนมีหน้าผาหินปูนและลำห้วยที่ไหลลงสู่แม่น้ำ ทำให้เกิดระบบนิเวศที่มีทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถชมสายน้ำและน้ำตก เดินศึกษาธรรมชาติ เที่ยวชมถ้ำ และพักผ่อนบริเวณแม่น้ำแควน้อยตามพื้นที่ที่เปิดให้บริการ อุทยานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับเส้นทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้สามารถจัดการเดินทางร่วมกับแหล่งธรรมชาติและสถานที่ประวัติศาสตร์ได้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอไทรโยค จากนั้นเดินทางต่อไปยังทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคตามป้ายบอกทาง เส้นทางผ่านพื้นที่ภูเขาและชุมชนริมแม่น้ำแควน้อย โดยมีทางแยกไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งควรเลือกให้ตรงกับจุดหมายที่ต้องการเข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติไทรโยค
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี
 
8. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนริมลำธารและชมธรรมชาติใกล้กรุงเทพมหานคร ความโดดเด่นของพื้นที่อยู่ที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยซึ่งมีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านลานหินเป็นชั้นเตี้ยต่อเนื่องกัน 7 ชั้น ทำให้เกิดแอ่งน้ำและพื้นที่พักผ่อนตามแนวลำธารที่มีบรรยากาศร่มรื่น
 
ไฮไลต์: น้ำตกเจ็ดสาวน้อยทั้ง 7 ชั้น ลานหินริมลำธาร พื้นที่เล่นน้ำที่อนุญาต เส้นทางเดินธรรมชาติ และบรรยากาศพักผ่อนท่ามกลางต้นไม้ในอำเภอมวกเหล็ก
 
ประวัติความเป็นมา: พื้นที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเดิมอยู่ภายใต้การจัดการในลักษณะวนอุทยาน ก่อนพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยซึ่งประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ชื่อน้ำตกมีความสัมพันธ์กับลักษณะของสายน้ำที่ไหลผ่านลานหินลดหลั่นกันเป็น 7 ชั้น และเป็นชื่อที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่จดจำของผู้มาเยือน
 
ลักษณะน้ำตก: น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นน้ำตกที่มีชั้นหินไม่สูงมากเมื่อเทียบกับน้ำตกขนาดใหญ่ในภูเขา แต่มีเอกลักษณ์จากการลดระดับต่อเนื่องกันของสายน้ำ บางชั้นมีลานหินกว้างและแอ่งน้ำที่สามารถมองเห็นสายน้ำไหลผ่านอย่างชัดเจน ความร่มรื่นของต้นไม้ช่วยให้พื้นที่เหมาะกับการพักผ่อนและการเดินชมธรรมชาติอย่างสบาย
 
การพักผ่อนและเล่นน้ำ: บริเวณน้ำตกมีจุดพักผ่อนริมลำธารและพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว การลงเล่นน้ำต้องใช้เฉพาะจุดที่อนุญาต เพราะบางบริเวณมีน้ำลึกหรือกระแสน้ำแรงกว่าส่วนอื่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ปริมาณน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเพิ่มขึ้น การใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเหมาะสมช่วยให้สามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย
 
ระบบนิเวศและแหล่งน้ำ: น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นส่วนหนึ่งของระบบลำห้วยในพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก พรรณไม้ริมน้ำช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ขนาดเล็ก บริเวณลำธารยังมีความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพน้ำและสมดุลของระบบนิเวศ การจัดการขยะและการดูแลพื้นที่เล่นน้ำจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยวภายในอุทยาน
 
สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยง: พื้นที่อำเภอมวกเหล็กมีสถานที่พักผ่อนและแหล่งธรรมชาติที่สามารถจัดการเดินทางร่วมกันได้ เช่น น้ำตกมวกเหล็ก แหล่งท่องเที่ยวริมลำธาร และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสระบุรีกับพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดนครราชสีมา เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวและการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าจังหวัดสระบุรี แล้วต่อถนนมิตรภาพเข้าสู่อำเภอมวกเหล็ก จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นตามป้ายบอกทางไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและเข้าถึงเขตบริการอุทยานได้โดยตรง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
 
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
9. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงจากการเป็นหนึ่งในพื้นที่ชมช้างป่าตามธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย พื้นที่อุทยานมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและป่าไม้ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำที่สัตว์ป่าเข้ามาใช้ประโยชน์ตามธรรมชาติ การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งนี้จึงมีลักษณะเด่นจากการชมสัตว์ป่าในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด แทนการเดินเข้าไปในผืนป่าโดยอิสระ
 
ไฮไลต์: การชมช้างป่า กระทิง และสัตว์ป่าตามธรรมชาติบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติห้วยลึก ผืนป่าต้นน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จุดสังเกตสัตว์ป่า และบรรยากาศธรรมชาติของป่าเขาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 เป็นพื้นที่อนุรักษ์สำคัญที่มีบทบาทในการรักษาผืนป่าและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าและกระทิง พื้นที่ดังกล่าวยังมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการป่าไม้และการฟื้นฟูแหล่งอาหารของสัตว์ป่าในบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่อนุรักษ์กับชุมชน
 
การชมช้างป่าตามธรรมชาติ: กิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการนั่งรถชมสัตว์ป่าในเขตที่เจ้าหน้าที่กำหนด โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติห้วยลึกซึ่งมีจุดสังเกตสัตว์ป่าตามแนวทุ่งหญ้าและพื้นที่เปิดโล่ง ช้างป่ามักออกมาหากินตามพฤติกรรมธรรมชาติในช่วงที่เหมาะสม การพบเห็นขึ้นอยู่กับฤดูกาล อากาศ และการเคลื่อนไหวของสัตว์ในแต่ละวัน จึงไม่สามารถรับประกันว่าจะพบช้างทุกครั้งที่เดินทางมา
 
ระบบนิเวศและผืนป่า: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีประกอบด้วยป่าไม้หลายประเภทตามระดับความสูงและความชื้น มีพื้นที่ป่าที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด ความต่อเนื่องของแนวป่าช่วยให้สัตว์สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างบริเวณหาอาหาร แหล่งน้ำ และพื้นที่พักอาศัยได้ตามธรรมชาติ ทำให้การคุ้มครองพื้นที่ขนาดใหญ่มีความสำคัญต่อการรักษาประชากรสัตว์ป่าในระยะยาว
 
การฟื้นฟูแหล่งอาหารสัตว์ป่า: การดูแลพื้นที่กุยบุรีมีความสัมพันธ์กับการจัดการแหล่งอาหารของช้างป่าและสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ พื้นที่เปิดโล่งและทุ่งหญ้าบางส่วนช่วยให้สัตว์ป่าสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การบริหารจัดการกิจกรรมท่องเที่ยวจึงต้องรักษาระยะห่างจากสัตว์และไม่รบกวนการหาอาหารหรือการเคลื่อนตัวของฝูงช้าง
 
กิจกรรมและความปลอดภัย: การชมสัตว์ป่าในกุยบุรีต้องใช้รถและเส้นทางตามที่อุทยานกำหนด นักท่องเที่ยวไม่ควรลงจากรถในบริเวณที่ไม่อนุญาต ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า การใช้บริการนำเที่ยวตามระบบของเจ้าหน้าที่ช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเหมาะสมกับพฤติกรรมของช้างป่าและกระทิงซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่
 
การเข้าชม: พื้นที่บริการทั่วไปและพื้นที่ชมสัตว์ป่ามีระบบการเข้าใช้ต่างกัน โดยกิจกรรมชมสัตว์ป่าบริเวณห้วยลึกใช้เวลารับนักท่องเที่ยวตามรอบและข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วเข้าสู่อำเภอกุยบุรี ก่อนใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติห้วยลึกสำหรับกิจกรรมชมสัตว์ป่า โดยจุดชมสัตว์ป่าและที่ทำการอุทยานตั้งอยู่คนละบริเวณ จึงต้องเลือกเส้นทางให้ตรงกับกิจกรรมที่ต้องการเข้าร่วม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
 
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
 
10. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตั้งอยู่ในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากภูเขาสูง ป่าดิบชื้น ทะเลหมอก และภูมิประเทศตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ผืนป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์และมีบรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่ราบ โดยเฉพาะเขตปิล็อกและบริเวณที่ทำการอุทยานซึ่งมีอากาศเย็นในบางช่วงของปี เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ภูเขา และการพักผ่อนท่ามกลางป่าไม้
 
ไฮไลต์: เขาช้างเผือก จุดชมวิวเนินกูดดอย ทะเลหมอก อุทยานแห่งชาติบริเวณปิล็อก บ้านอีต่อง น้ำตกจ๊อกกระดิ่น และเส้นทางธรรมชาติของผืนป่าทองผาภูมิ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 มีพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับบริเวณป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือกในอำเภอทองผาภูมิ พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าเขาและการรักษาแหล่งต้นน้ำของภาคตะวันตก
 
เขาช้างเผือก: เขาช้างเผือกเป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงจากแนวสันเขาแคบและภูมิทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อน เส้นทางเดินขึ้นเขามีความยากและต้องอาศัยความพร้อมของร่างกาย รวมถึงการได้รับอนุญาตตามรอบที่อุทยานกำหนด บริเวณสันเขาบางช่วงมีความลาดชันและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแนวสันเขาที่เป็นที่รู้จักในชื่อสันคมมีด
 
จุดชมวิวเนินกูดดอย: บริเวณเนินกูดดอยเป็นจุดชมทิวทัศน์สำคัญที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาและหุบเขาของอุทยานได้ในมุมกว้าง บางช่วงมีหมอกปกคลุมหุบเขา ทำให้เกิดบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามโดยเฉพาะยามเช้า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณที่สามารถเชื่อมโยงกับการพักแรมและการชมธรรมชาติของเขตบริการอุทยานตามการเปิดให้บริการ
 
หมู่บ้านอีต่องและประวัติศาสตร์เหมืองแร่: บ้านอีต่องเป็นชุมชนสำคัญในตำบลปิล็อกที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรมในอดีต เมื่อกิจกรรมเหมืองแร่ลดลง ชุมชนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจากบรรยากาศภูเขา อากาศเย็น และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ชายแดน การเดินทางเชื่อมอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิกับบ้านอีต่องช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์เศรษฐกิจท้องถิ่นกับธรรมชาติของป่าตะวันตก
 
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น: น้ำตกจ๊อกกระดิ่นเป็นน้ำตกธรรมชาติที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวบริเวณปิล็อก มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง โดยมีภูเขาและป่าไม้โอบล้อมอยู่รอบบริเวณ เส้นทางเข้าสู่น้ำตกเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในพื้นที่ภูเขาทองผาภูมิ ซึ่งมีถนนโค้งและความลาดชันตามภูมิประเทศ
 
ฤดูกาลและการท่องเที่ยว: บริเวณทองผาภูมิมีอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาวและมีโอกาสพบหมอกตามแนวหุบเขา ส่วนฤดูฝนป่าไม้มีความเขียวชอุ่มแต่เส้นทางภูเขาอาจเปียกและมีทัศนวิสัยลดลง การเดินทางไปยังยอดเขาและพื้นที่ป่าลึกต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของอุทยาน โดยบางเส้นทางเปิดเฉพาะช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและความปลอดภัย
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป โดยเส้นทางเขาช้างเผือกเปิดตามรอบที่กำหนด
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3272 ไปยังตำบลปิล็อกและพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เส้นทางขึ้นภูเขามีความคดเคี้ยวและลาดชันหลายช่วง จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถ โดยเฉพาะช่วงฝนตกและมีหมอกหนา
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
 
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี
 
11. อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติสำคัญในอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดดเด่นด้วยภูเขาสูง ป่าดิบชื้น ผืนป่าตะวันตก และทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณซึ่งทอดตัวท่ามกลางแนวเขาสลับซับซ้อน ความงดงามของอุทยานแห่งนี้เกิดจากการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศป่าเขากับสายน้ำขนาดใหญ่ ทำให้มีทั้งน้ำตก จุดชมวิว เส้นทางเดินป่า และพื้นที่ธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชุมชนสังขละบุรีซึ่งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
 
ไฮไลต์: น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกกระเต็งเจ็ง จุดชมวิวป้อมปี่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ และป่าเขาตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และต้นน้ำลำธารในเขตจังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่มีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและการเชื่อมโยงถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี
 
ลักษณะภูมิประเทศและระบบนิเวศ: พื้นที่ประกอบด้วยภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และลำห้วยจำนวนมากที่ไหลผ่านหุบเขา ป่าไม้ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและช่วยรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่ภูเขา ขณะที่ความต่อเนื่องของผืนป่ามีความสำคัญต่อสัตว์ป่าที่ต้องอาศัยพื้นที่กว้างในการหาอาหารและเคลื่อนย้ายตามธรรมชาติ
 
น้ำตกเกริงกระเวีย: เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงจากลักษณะสายน้ำซึ่งไหลลดหลั่นผ่านโขดหินขนาดใหญ่ท่ามกลางป่าไม้ อยู่ใกล้ถนนสายหลักที่เชื่อมอำเภอทองผาภูมิกับอำเภอสังขละบุรี ทำให้เข้าถึงได้สะดวกกว่าน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า น้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามจากสายน้ำที่กระจายผ่านแนวหินหลายระดับ โดยปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพฝนในพื้นที่ต้นน้ำ
 
จุดชมวิวป้อมปี่: เป็นจุดชมทิวทัศน์สำคัญของอุทยานที่สามารถมองเห็นผืนน้ำกว้างของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณและแนวภูเขาโดยรอบ บริเวณนี้ได้รับความนิยมสำหรับการชมพระอาทิตย์ตก เพราะแสงเย็นสะท้อนผิวน้ำและทำให้เห็นเงาของภูเขาซ้อนกันเป็นชั้น จุดชมวิวป้อมปี่ยังเป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการสัมผัสธรรมชาติของสังขละบุรี
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: อุทยานแห่งชาติเขาแหลมสามารถจัดการเดินทางร่วมกับสะพานอุตตมานุสรณ์ วัดวังก์วิเวการาม และชุมชนมอญในอำเภอสังขละบุรี ซึ่งมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นของจังหวัดกาญจนบุรี การเดินทางในเส้นทางนี้ทำให้ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ ภูเขา น้ำตก และบรรยากาศของชุมชนชายแดน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09.00–16.00 น. สำหรับพื้นที่บริการที่เผยแพร่เวลาเข้าชม โดยจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีข้อกำหนดเฉพาะ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านอำเภอไทรโยคและอำเภอทองผาภูมิ มุ่งหน้าอำเภอสังขละบุรี ระหว่างทางมีทางแยกเข้าสู่บริเวณที่ทำการอุทยาน น้ำตกเกริงกระเวีย และจุดชมวิวป้อมปี่ ซึ่งอยู่คนละตำแหน่งกันตามเส้นทางหลัก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
 
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
 
12. อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติขนาดใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี ครอบคลุมป่าเขาและลำห้วยบริเวณอำเภอศรีสวัสดิ์และพื้นที่ใกล้เคียง มีจุดเด่นจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินปูนจนเกิดเป็นน้ำตกหลายระดับ รวมถึงป่าไม้และภูมิประเทศรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามและเป็นแหล่งพักผ่อนสำคัญของภาคตะวันตก
 
ไฮไลต์: น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นทั้ง 7 ชั้น อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกผาสวรรค์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าเขาตะวันตก และการพักแรมในบริเวณที่เปิดให้บริการ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 เพื่อคุ้มครองผืนป่าที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำและระบบนิเวศของจังหวัดกาญจนบุรี อุทยานมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศลุ่มแม่น้ำแควใหญ่และพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัฒนาโครงการเขื่อนศรีนครินทร์
 
ลักษณะภูมิประเทศและป่าไม้: พื้นที่อุทยานเป็นภูเขาสูงสลับหุบเขาและลำห้วยจำนวนมาก มีป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้นตามสภาพภูมิประเทศกับระดับความชื้น ป่าไม้ทำหน้าที่ช่วยรักษาระบบน้ำและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ขณะที่ภูเขาและหินปูนในบางบริเวณเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำตกและลำธารที่มีลักษณะพิเศษ
 
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น: เป็นน้ำตกหินปูนที่มีชื่อเสียงจากสายน้ำลดหลั่นกันเป็น 7 ชั้น ได้แก่ ดงว่าน ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า แต่ละชั้นมีรูปร่างของหน้าหินและแอ่งน้ำแตกต่างกัน โดยมีทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมต่อบริเวณน้ำตกและป่าไม้รอบพื้นที่ น้ำตกมีความโดดเด่นจากผิวหินปูนสีอ่อนและสายน้ำที่ไหลผ่านเป็นม่านตามแนวชั้นหิน
 
อ่างเก็บน้ำและภูมิทัศน์: อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์มีลักษณะเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวผ่านแนวภูเขา ทำให้เกิดทิวทัศน์ของน้ำและป่าที่มีความสงบ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำบางส่วนเป็นพื้นที่พักผ่อนและมีชุมชนที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการประมงตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาต ความงดงามของอ่างเก็บน้ำจึงเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้การเที่ยวอุทยานแห่งนี้แตกต่างจากการเดินชมน้ำตกเพียงอย่างเดียว
 
กิจกรรมและการพักแรม: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสายน้ำตก ศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพ และใช้พื้นที่พักแรมตามที่อุทยานจัดไว้ เส้นทางบางช่วงมีความลาดชันหรือหินเปียกน้ำ จึงต้องเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับความพร้อมของร่างกายและปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้พื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักซึ่งระดับน้ำในลำห้วยสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดการเดินทางร่วมกับเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอศรีสวัสดิ์ โดยจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีทางเข้าและระยะการเดินทางต่างกัน จึงเหมาะกับการวางเส้นทางตามบริเวณที่พักและจุดหมายหลักของแต่ละวัน
 
การเข้าชม: พื้นที่บริการและน้ำตกแต่ละแห่งเปิดให้เข้าชมตามข้อกำหนดของอุทยาน โดยเส้นทางที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าอาจมีข้อจำกัดด้านฤดูกาลและความปลอดภัย
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 มุ่งหน้าบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์และอำเภอศรีสวัสดิ์ จากนั้นใช้เส้นทางที่เชื่อมไปยังน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหรือจุดบริการอื่นของอุทยานตามจุดหมายที่ต้องการเดินทาง โดยบางเส้นทางผ่านภูเขาและพื้นที่ที่ห่างจากชุมชน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
 
อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว
 
13. อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้วและพื้นที่บางส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงจากป่าดิบชื้น น้ำตก และความหลากหลายของผีเสื้อที่พบได้ตามลำห้วยและพื้นที่ชื้นในป่า อุทยานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญในระดับมรดกโลกทางธรรมชาติ ทำให้ปางสีดามีคุณค่าทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษาสัตว์ป่า และการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันออกของประเทศไทย
 
ไฮไลต์: น้ำตกปางสีดา จุดชมวิว กม. 25 ลานผีเสื้อ เส้นทางเดินป่า และกิจกรรมชมผีเสื้อที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสระแก้ว
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2525 เพื่อรักษาป่าไม้ที่มีความสมบูรณ์และความสำคัญต่อระบบต้นน้ำในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี ต่อมาได้รับการยอมรับในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2548
 
ลักษณะภูมิประเทศและระบบนิเวศ: ปางสีดามีภูเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้หลายประเภท ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ มีลำห้วยและน้ำตกที่เกิดจากพื้นที่ภูเขา ความหลากหลายของพรรณไม้และสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นแตกต่างกันทำให้พื้นที่รองรับสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงนก แมลง และผีเสื้อที่มีพฤติกรรมสัมพันธ์กับแหล่งน้ำและพื้นที่ดินชื้น
 
น้ำตกปางสีดา: เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีสายน้ำไหลผ่านหน้าผาและโขดหินกลางป่าธรรมชาติ บริเวณน้ำตกมีทางเดินที่เชื่อมจากเขตบริการเข้าสู่จุดชมน้ำตก ความงดงามของสายน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยช่วงฝนมีน้ำมากและป่าไม้เขียวชอุ่ม ขณะที่ช่วงที่ฝนลดลงปริมาณน้ำอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพของลำห้วยต้นน้ำ
 
ผีเสื้อและเทศกาลชมผีเสื้อ: อุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นที่รู้จักจากผีเสื้อหลากหลายชนิดที่พบตามลำห้วยและพื้นที่เปิดโล่ง โดยผีเสื้อบางกลุ่มมีพฤติกรรมรวมตัวกันบนดินชื้นเพื่อรับแร่ธาตุ การชมผีเสื้อได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม และเป็นพื้นฐานของกิจกรรมเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดาซึ่งช่วยเผยแพร่ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดสระแก้ว
 
จุดชมวิวและการศึกษาธรรมชาติ: บริเวณจุดชมวิวตามเส้นทางภายในอุทยาน โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อจุดชมวิว กม. 25 สามารถมองเห็นแนวภูเขาและผืนป่าในมุมกว้าง เส้นทางเข้าสู่จุดชมวิวต้องพิจารณาสภาพถนนและมาตรการเปิดพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ เพราะบางช่วงเป็นเส้นทางภูเขาที่มีข้อจำกัดเมื่อฝนตกหนัก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06.00–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป โดยบางเส้นทางอาจมีข้อจำกัดการเข้าชมตามสภาพอากาศ
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้เส้นทางมุ่งหน้าจังหวัดสระแก้วผ่านจังหวัดปราจีนบุรี จากนั้นเดินทางเข้าสู่อำเภอเมืองสระแก้วและใช้ถนนท้องถิ่นไปยังอุทยานแห่งชาติปางสีดาตามป้ายบอกทาง โดยทางเข้าอยู่ห่างจากตัวเมืองสระแก้วและเชื่อมต่อกับเส้นทางสู่พื้นที่ป่าภูเขาทางด้านเหนือของจังหวัด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติปางสีดา
 
อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดปราจีนบุรี
 
14. อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมา มีความโดดเด่นจากผืนป่าลานธรรมชาติ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และภูเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศดงพญาเย็น–เขาใหญ่ อุทยานแห่งนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ลานและสัตว์ป่า รวมถึงเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อนุรักษ์อื่นในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ไฮไลต์: ป่าลานธรรมชาติบริเวณบ้านโคกเพชรและพื้นที่ทับลาน ลานชมวิวเขาแผงม้าในภูมิภาคใกล้เคียง จุดชมวิวภูเขา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติทับลานได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีกับนครราชสีมา ต่อมาอุทยานได้รับการรวมอยู่ในกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2548
 
ความสำคัญของต้นลาน: ต้นลานเป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีใบขนาดใหญ่และมีวงจรชีวิตยาวนาน ป่าลานธรรมชาติของทับลานเป็นแหล่งพืชที่มีคุณค่าทางพฤกษศาสตร์และเป็นลักษณะเด่นที่ทำให้ชื่ออุทยานเป็นที่รู้จัก พื้นที่ลานธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นพรรณไม้ที่แตกต่างจากต้นไม้ใหญ่ทั่วไปในป่าดิบและป่าเบญจพรรณ พร้อมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับสภาพดินและแสงแดด
 
ภูมิประเทศและระบบนิเวศ: ผืนป่าของทับลานประกอบด้วยภูเขา หุบเขา และพื้นที่ป่าที่มีความต่อเนื่องกับเขาใหญ่และปางสีดา ป่าไม้หลายประเภทช่วยรองรับสัตว์ป่าที่ต้องอาศัยถิ่นอาศัยขนาดใหญ่ การรักษาความต่อเนื่องของผืนป่ามีความสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายของสัตว์ระหว่างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่ใช้พื้นที่หากินกว้าง
 
แหล่งท่องเที่ยวและการพักผ่อน: พื้นที่ทับลานมีจุดชมวิวและแหล่งธรรมชาติที่กระจายอยู่ในหลายอำเภอ บางบริเวณสามารถชมแนวป่าและทิวเขาตามเส้นทางหลัก ขณะที่บางจุดเกี่ยวข้องกับการเดินศึกษาธรรมชาติและการเรียนรู้พืชลาน การท่องเที่ยวจึงมีลักษณะเป็นการสัมผัสธรรมชาติในพื้นที่กว้าง ซึ่งต้องเลือกเส้นทางให้สอดคล้องกับจุดหมายและการเปิดบริการของแต่ละพื้นที่
 
ความสำคัญต่อการอนุรักษ์: ทับลานเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพระดับนานาชาติ การอนุรักษ์ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะรักษาป่าลาน แต่ยังครอบคลุมการดูแลป่าต้นน้ำ สัตว์ป่า และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันตามแนวเขา การรักษาป่าให้มีความต่อเนื่องช่วยลดการแยกขาดของถิ่นอาศัยและคงคุณค่าของพื้นที่มรดกโลก
 
การเข้าชม: จุดบริการและแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งเปิดให้เข้าชมตามข้อกำหนดของอุทยาน โดยเส้นทางในป่าลึกและพื้นที่ควบคุมต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี มุ่งหน้าอำเภอนาดีและพื้นที่ทับลาน หรือเดินทางจากฝั่งจังหวัดนครราชสีมาผ่านอำเภอวังน้ำเขียวตามจุดหมายที่ต้องการชม โดยทางเข้าและจุดบริการกระจายอยู่ในพื้นที่กว้าง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติทับลาน
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี
 
15. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากน้ำตกพลิ้วซึ่งมีน้ำไหลตลอดปีตามลักษณะของพื้นที่ต้นน้ำ และมีฝูงปลาพลวงหินอาศัยอยู่ในลำธารจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เพราะมีสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองจันทบุรี
 
ไฮไลต์: น้ำตกพลิ้ว ฝูงปลาพลวงหิน อลงกรณ์เจดีย์ พีระมิดพระนางเรือล่ม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และป่าดิบชื้นของเทือกเขาสระบาป
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2518 เดิมใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสระบาป ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วเพื่อให้สอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของพื้นที่ ผืนป่าในอุทยานมีความสำคัญต่อการรักษาต้นน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาสระบาปในจังหวัดจันทบุรี
 
น้ำตกพลิ้วและปลาพลวงหิน: น้ำตกพลิ้วมีลักษณะเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหินท่ามกลางป่าดิบชื้น บริเวณแอ่งน้ำมีปลาพลวงหินซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยตามลำธารธรรมชาติ การพบปลาในบริเวณน้ำตกเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำสถานที่แห่งนี้ได้ อย่างไรก็ตามการชมปลาและการใช้พื้นที่ริมน้ำต้องคำนึงถึงข้อกำหนดของอุทยานและการรักษาคุณภาพน้ำ
 
อลงกรณ์เจดีย์: เป็นเจดีย์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้บริเวณน้ำตกมีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์เพิ่มเติมจากคุณค่าทางธรรมชาติ
 
พีระมิดพระนางเรือล่ม: เป็นสิ่งก่อสร้างอนุสรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งเสด็จสวรรคตจากเหตุเรือพระที่นั่งล่ม ลักษณะสิ่งก่อสร้างเป็นรูปทรงพีระมิดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 5
 
ป่าไม้และระบบต้นน้ำ: พื้นที่อุทยานเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสระบาปซึ่งมีป่าดิบชื้นและลำห้วยหลายสาย ความชุ่มชื้นของป่าช่วยหล่อเลี้ยงพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ ป่าไม้ยังทำหน้าที่รักษาดินและลดการไหลบ่าของน้ำฝนบนภูเขา ซึ่งมีความสำคัญต่อชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถเดินทางเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแหลมสิงห์และตัวเมืองจันทบุรี เช่น ชุมชนริมน้ำจันทบูร วัดสำคัญของจังหวัด และสถานที่ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล โดยช่วยให้การเดินทางครอบคลุมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชุมชน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–17.30 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าอำเภอขลุง ผ่านทางแยกเข้าสู่น้ำตกพลิ้วตามป้ายบอกทาง บริเวณทางเข้ามีเส้นทางเข้าสู่ที่ทำการและจุดบริการนักท่องเที่ยว โดยน้ำตกอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
 
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
 
16. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เป็นอุทยานแห่งชาติสำคัญของจังหวัดจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาและป่าธรรมชาติในอำเภอเขาคิชฌกูฏและอำเภอมะขาม มีชื่อเสียงจากยอดเขาพระบาทซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีนมัสการรอยพระพุทธบาทที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชนทั่วประเทศ นอกจากความสำคัญทางพระพุทธศาสนาแล้ว อุทยานยังมีน้ำตกกระทิง น้ำตกคลองช้างเซ และผืนป่าที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของจังหวัดจันทบุรี
 
ไฮไลต์: เขาพระบาทพลวง รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ น้ำตกกระทิง น้ำตกคลองช้างเซ ทิวทัศน์ภูเขาสระบาป และผืนป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2520 เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อจังหวัดจันทบุรี ภายในอุทยานมีพื้นที่ภูเขาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการเดินทางขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวจันทบุรีและผู้แสวงบุญจากหลายจังหวัด
 
เขาพระบาทพลวงและรอยพระพุทธบาท: เขาพระบาทพลวงเป็นยอดเขาที่มีความสำคัญทางศาสนา โดยมีรอยพระพุทธบาทที่ประชาชนเดินทางขึ้นไปนมัสการในช่วงงานประจำปี เส้นทางขึ้นเขาประกอบด้วยการเดินทางตามระบบรถรับส่งของพื้นที่และการเดินเท้าบนเส้นทางภูเขาบางช่วง การเดินทางไปยังบริเวณยอดเขาต้องปฏิบัติตามมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีทั้งกิจกรรมทางศาสนาและการจัดการความปลอดภัยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
 
ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท: การขึ้นเขาคิชฌกูฏเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทเป็นประเพณีที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จัดขึ้นตามช่วงเวลาที่หน่วยงานและคณะผู้จัดงานกำหนดในแต่ละปี โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมกิจกรรม ความสำคัญของประเพณีอยู่ที่การแสดงความศรัทธาและการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานบนภูเขากับชุมชนในจังหวัดจันทบุรี
 
น้ำตกกระทิง: น้ำตกกระทิงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงภายในอุทยาน มีสายน้ำไหลผ่านโขดหินและลำธารกลางป่าไม้ โดยเส้นทางเดินเข้าสู่น้ำตกแต่ละชั้นมีระดับความลาดชันแตกต่างกัน บริเวณโดยรอบมีป่าดิบชื้นช่วยสร้างร่มเงาและรักษาความชุ่มชื้นของลำห้วย ทำให้น้ำตกเป็นแหล่งพักผ่อนและเรียนรู้ระบบนิเวศป่าภูเขาที่สำคัญ
 
ระบบต้นน้ำและป่าไม้: อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏมีภูเขาสูงและป่าหลายประเภท เช่น ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบในบางบริเวณ พื้นที่ป่ามีความสำคัญต่อการรักษาต้นน้ำของลำน้ำในจังหวัดจันทบุรี รวมถึงเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า นก และพรรณไม้ที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นแตกต่างกันตามระดับความสูง
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถเดินทางร่วมกับน้ำตกกระทิง วัดพลวง และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเขาคิชฌกูฏ โดยช่วงงานประเพณีมีรูปแบบการเดินทางแตกต่างจากการเที่ยวชมน้ำตกทั่วไป การจัดเวลาและจุดหมายจึงสัมพันธ์กับกิจกรรมที่ต้องการเข้าร่วม
 
การเข้าชม: เขตบริการและพื้นที่น้ำตกเปิดให้เข้าชมตามเวลาของอุทยาน ส่วนเส้นทางขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเปิดเฉพาะช่วงจัดงานประจำปีและตามประกาศของหน่วยงานผู้ดูแล
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอเขาคิชฌกูฏและตำบลพลวง หากต้องการไปน้ำตกกระทิงให้เดินทางไปยังที่ทำการอุทยานและทางเข้าน้ำตก ส่วนผู้เดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทให้ใช้จุดบริการรถขึ้นเขาที่กำหนดในช่วงเปิดงาน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
 
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
17. อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตั้งอยู่ในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากชายหาดยาวและทิวสนทะเลที่ขึ้นเรียงรายตามแนวชายฝั่ง บรรยากาศของพื้นที่มีความสงบและแตกต่างจากชายหาดที่มีการพัฒนาสถานประกอบการหนาแน่น เหมาะกับการพักผ่อน ชมพระอาทิตย์ขึ้น เดินเล่นริมทะเล และพักแรมในบริเวณที่อุทยานจัดไว้
 
ไฮไลต์: หาดวนกร ทิวสนทะเลริมชายหาด เกาะจาน เกาะท้ายทรีย์ การดำน้ำตื้นตามฤดูกาล การชมพระอาทิตย์ขึ้น และบรรยากาศการพักแรมริมทะเล
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหาดวนกรได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 เพื่อคุ้มครองพื้นที่ชายฝั่งทะเล ป่าชายหาด และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่แห่งนี้ได้รับการจัดการในฐานะแหล่งอนุรักษ์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนพักผ่อนใกล้ธรรมชาติ โดยยังคงลักษณะของหาดทรายและแนวต้นสนที่เป็นเอกลักษณ์ของชายฝั่ง
 
ชายหาดและทิวสนทะเล: หาดวนกรมีชายหาดทอดยาวตามแนวอ่าวไทย พร้อมต้นสนทะเลจำนวนมากที่ช่วยสร้างร่มเงาให้บริเวณริมชายหาด ลักษณะของหาดค่อนข้างเปิดโล่งและสามารถมองเห็นทะเลในมุมกว้าง เสียงคลื่นและลมทะเลช่วยสร้างบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน ขณะที่ช่วงเช้าสามารถชมแสงพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแนวทะเลได้ตามสภาพอากาศ
 
เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์: เป็นเกาะขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ทางทะเลของอุทยาน มีระบบนิเวศชายฝั่งและแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตทางทะเล การท่องเที่ยวไปยังเกาะและจุดดำน้ำต้องใช้เรือและคำนึงถึงสภาพคลื่นลมในวันเดินทาง โดยพื้นที่บางส่วนมีแนวปะการังซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองจากกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย
 
กิจกรรมท่องเที่ยว: กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเดินเล่นริมชายหาด ถ่ายภาพทิวสน ชมทิวทัศน์ทะเล พักผ่อน และกางเต็นท์ตามพื้นที่ที่อนุญาต บรรยากาศของหาดวนกรเหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติชายฝั่งโดยไม่เน้นกิจกรรมที่มีความคึกคักมากนัก สำหรับกิจกรรมทางทะเลต้องอยู่ภายใต้การประเมินสภาพคลื่นลมและข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
ระบบนิเวศชายฝั่ง: ป่าชายหาดมีความสำคัญต่อการรักษาสภาพพื้นที่ริมทะเลและเป็นถิ่นอาศัยของนกกับสัตว์ขนาดเล็ก พืชที่ขึ้นตามชายฝั่งต้องปรับตัวต่อดินทราย ลม และละอองเกลือ การรักษาพรรณไม้ตามธรรมชาติจึงช่วยคงลักษณะเฉพาะของชายหาดและลดการรบกวนต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่อนุรักษ์
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอทับสะแก อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และชายหาดในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ตอนใต้ โดยจุดหมายเหล่านี้มีธรรมชาติแตกต่างกันระหว่างชายฝั่งทะเลกับป่าภูเขา
 
การเข้าชม: พื้นที่ชายหาดและเขตบริการเปิดตามข้อกำหนดของอุทยาน ส่วนกิจกรรมเรือและการเข้าชมเกาะขึ้นอยู่กับสภาพทะเลและการอนุญาต
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เข้าสู่อำเภอทับสะแก ก่อนแยกเข้าสู่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรตามป้ายบอกทาง ถนนสามารถเดินทางเข้าสู่บริเวณเขตบริการและชายหาดได้โดยรถยนต์
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
 
อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี
 
18. อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตั้งอยู่ในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากภูเขาหินปูน ถ้ำขนาดใหญ่ และลำห้วยที่ไหลผ่านภูมิประเทศใต้ดิน เกิดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากอุทยานทั่วไป โดยกิจกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการเที่ยวถ้ำตามลำน้ำซึ่งต้องอาศัยความพร้อมทางร่างกายและการดูแลของเจ้าหน้าที่
 
ไฮไลต์: ถ้ำเสาหิน ถ้ำนกนางแอ่น ถ้ำน้ำตก ถ้ำทิพุเช และการเดินศึกษาธรรมชาติในระบบถ้ำหินปูนที่มีลำคลองงูไหลผ่าน
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติลำคลองงูได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2552 เพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่าภูเขาหินปูนและระบบลำห้วยในเขตอำเภอทองผาภูมิ ชื่ออุทยานมาจากลำคลองงูซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญที่ไหลผ่านภูมิประเทศหินปูนและโพรงถ้ำธรรมชาติ พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญทางธรณีวิทยาและเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศถ้ำที่โดดเด่นของประเทศไทย
 
ถ้ำเสาหิน: เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงจากเสาหินธรรมชาติขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากการสะสมแร่ธาตุภายในถ้ำเป็นเวลายาวนาน เสาหินลักษณะนี้เกิดจากหินงอกและหินย้อยที่ค่อย ๆ เจริญเข้าหากันจนเชื่อมต่อเป็นแท่งเดียว ความสูงและรูปร่างของเสาหินทำให้ถ้ำแห่งนี้มีคุณค่าทางธรณีวิทยาและเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติที่ได้รับความสนใจจากผู้ชื่นชอบการสำรวจถ้ำ
 
ถ้ำนกนางแอ่น: เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีลำห้วยและโพรงถ้ำต่อเนื่องกันบางช่วง เส้นทางภายในถ้ำมีทั้งพื้นหิน ทางลาด และพื้นที่ที่ต้องเคลื่อนที่ผ่านน้ำ การเข้าชมจึงเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยและความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความชำนาญในพื้นที่ ไม่ใช่การเดินเที่ยวถ้ำทั่วไปที่สามารถเข้าไปได้โดยอิสระ
 
ระบบถ้ำและธรณีวิทยา: พื้นที่ลำคลองงูประกอบด้วยภูเขาหินปูนที่มีรอยแตกและช่องทางให้น้ำซึมผ่าน เมื่อกระแสน้ำเคลื่อนที่ผ่านชั้นหินเป็นเวลายาวนานจะเกิดการละลายและขยายตัวของโพรงถ้ำ บางบริเวณมีการตกตะกอนของแร่จนเกิดหินงอกหินย้อยและเสาหินขนาดใหญ่ กระบวนการเหล่านี้เป็นหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน
 
กิจกรรมสำรวจถ้ำ: การท่องเที่ยวในระบบถ้ำของอุทยานมีลักษณะผจญภัยและต้องปฏิบัติตามการจัดการของเจ้าหน้าที่ ผู้ร่วมกิจกรรมต้องเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและใช้เครื่องมือป้องกันอันตรายตามที่กำหนด เช่น เสื้อชูชีพและหมวกนิรภัย กิจกรรมบางช่วงเกี่ยวข้องกับการเดินลุยน้ำหรือผ่านพื้นที่หินลื่น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือไม่พร้อมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก
 
ฤดูกาลและความปลอดภัย: กิจกรรมเข้าถ้ำในลำคลองงูเปิดเป็นรอบตามฤดูกาลที่กำหนด โดยต้องพิจารณาปริมาณน้ำในลำห้วยและความเสี่ยงจากน้ำหลาก เพราะลำธารที่ไหลผ่านถ้ำสามารถมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ การอนุญาตเข้าชมจึงขึ้นอยู่กับแผนการจัดกิจกรรมและมาตรการความปลอดภัยของอุทยานในแต่ละปี
 
การเข้าชม: พื้นที่บริการทั่วไปเปิดตามเวลาของอุทยาน ส่วนกิจกรรมถ้ำผจญภัยเปิดตามรอบที่ประกาศและต้องลงทะเบียนตามเงื่อนไขของเจ้าหน้าที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านอำเภอไทรโยคเข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ จากนั้นใช้เส้นทางมุ่งหน้าตำบลชะแลไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติลำคลองงู การเดินทางเข้าถ้ำแต่ละแห่งต้องใช้เส้นทางและรูปแบบการนำเที่ยวที่เจ้าหน้าที่กำหนดเพิ่มเติมจากการเดินทางถึงที่ทำการ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี
 
19. อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญจากการเป็นพื้นที่ป่าเขาและแหล่งพักผ่อนทางธรรมชาติใกล้กรุงเทพมหานคร มีจุดเด่นจากน้ำตกสามหลั่นที่ไหลผ่านลานหินเป็นชั้นต่อเนื่อง รวมถึงภูเขาและป่าไม้ที่ทำหน้าที่รักษาระบบต้นน้ำของพื้นที่ตอนกลางจังหวัดสระบุรี ความสะดวกในการเดินทางทำให้อุทยานแห่งนี้เหมาะกับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับและกิจกรรมศึกษาธรรมชาติสำหรับครอบครัว
 
ไฮไลต์: น้ำตกสามหลั่น น้ำตกโพธิ์หินดาษ น้ำตกโตนรากไทร จุดชมวิวเขาครก เส้นทางเดินป่าและพื้นที่พักผ่อนริมลำธาร
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2524 โดยเดิมใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ชื่อปัจจุบันเชื่อมโยงกับน้ำตกที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ ขณะที่การจัดตั้งอุทยานมีบทบาทในการดูแลภูเขา ป่าไม้ และแหล่งน้ำในบริเวณใกล้ตัวเมืองสระบุรี
 
น้ำตกสามหลั่น: น้ำตกสามหลั่นมีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านลานหินกว้างลดหลั่นลงมาตามระดับธรรมชาติ เมื่อมีน้ำเพียงพอจะเห็นสายน้ำแผ่กระจายบนพื้นหินและไหลต่อเนื่องลงสู่แอ่งด้านล่าง บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ให้ร่มเงาและทางเดินที่สามารถเข้าถึงจุดชมน้ำตกได้ค่อนข้างสะดวก ลักษณะดังกล่าวทำให้เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและพักผ่อนโดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล
 
น้ำตกโพธิ์หินดาษและน้ำตกโตนรากไทร: เป็นแหล่งน้ำตกธรรมชาติอื่นภายในอุทยานซึ่งมีความสัมพันธ์กับลำห้วยและพื้นที่ภูเขา เส้นทางเข้าถึงน้ำตกแต่ละแห่งแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศและฤดูกาล การเดินชมช่วยให้เห็นความหลากหลายของลำธารที่ไหลผ่านป่าไม้และชั้นหินซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของพื้นที่สามหลั่น
 
จุดชมวิวเขาครก: เป็นจุดชมภูมิทัศน์ของแนวป่าและภูเขาในบริเวณอุทยาน ผู้ที่เดินทางขึ้นจุดชมวิวสามารถมองเห็นสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างจากพื้นที่น้ำตกด้านล่าง เส้นทางมีความลาดชันตามธรรมชาติ จึงต้องเลือกใช้เส้นทางที่เปิดให้เข้าชมและพิจารณาความพร้อมของร่างกาย
 
ระบบนิเวศและการฟื้นฟูป่า: อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นมีป่าไม้หลายประเภทตามระดับความสูงและความชื้น พรรณไม้ในบริเวณภูเขาช่วยยึดเกาะหน้าดินและรักษาความสมบูรณ์ของระบบต้นน้ำ การอนุรักษ์พื้นที่ใกล้ชุมชนและเส้นทางคมนาคมสำคัญมีบทบาทต่อการรักษาพื้นที่สีเขียวของจังหวัดสระบุรีในระยะยาว
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดการเดินทางร่วมกับวัดพระพุทธฉายและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองสระบุรีได้ เนื่องจากอุทยานตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเหมาะกับการแวะพักผ่อนระหว่างการเดินทางหรือจัดเป็นทริปธรรมชาติหนึ่งวัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–18.00 น.
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าจังหวัดสระบุรี จากนั้นเชื่อมเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปทางวัดพระพุทธฉายและอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น โดยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถึงบริเวณเขตบริการของอุทยานได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
 
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
 
20. อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ หรือที่รู้จักกันในชื่ออุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีจุดเด่นจากภูเขาหินปูน ถ้ำขนาดใหญ่ ลำห้วย และป่าธรรมชาติที่ยังคงมีความสมบูรณ์ พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมผ่านถ้ำธารลอดน้อยและถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำและช่องทางธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะและละลายหินปูนเป็นเวลายาวนาน
 
ไฮไลต์: ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ น้ำตกไตรตรึงษ์ ลำธารธรรมชาติ ป่าหินปูน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านถ้ำ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2523 เป็นพื้นที่อนุรักษ์ขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเปรียบเทียบกับอุทยานอื่นในจังหวัดกาญจนบุรี แต่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยาและระบบนิเวศป่าหินปูนอย่างโดดเด่น ชื่ออุทยานสะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในช่วงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย
 
ถ้ำธารลอดน้อย: เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่านและมีทางเดินเข้าสู่พื้นที่ภายใน ภูมิประเทศเกิดจากน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินปูนและค่อย ๆ สร้างโพรงถ้ำตามรอยแตกของหิน ภายในสามารถพบลักษณะของผนังหินและหินงอกหินย้อยที่เกิดจากการสะสมแร่ธาตุตามธรรมชาติ การเข้าชมต้องใช้เส้นทางที่จัดไว้และระมัดระวังพื้นเปียกหรือบริเวณหินลื่น
 
ถ้ำธารลอดใหญ่: เป็นถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงและช่องเปิดซึ่งช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้าสู่ภายในบางส่วน โครงสร้างของถ้ำมีความสัมพันธ์กับการละลายหินปูนและการเปลี่ยนแปลงของทางน้ำใต้ดินในอดีต ความกว้างของโถงถ้ำและรูปร่างของผนังหินทำให้เป็นจุดสำคัญของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
 
น้ำตกไตรตรึงษ์: เป็นแหล่งน้ำตกธรรมชาติภายในอุทยาน มีสายน้ำไหลผ่านโขดหินและพื้นที่ป่าที่มีความชื้น น้ำตกแห่งนี้เป็นองค์ประกอบของระบบลำห้วยและช่วยเพิ่มความหลากหลายของภูมิประเทศภายในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ โดยปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงตามสภาพฝนและฤดูกาล
 
ระบบนิเวศป่าหินปูน: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยป่าไม้และภูเขาหินปูนที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาแตกต่างจากภูเขาดินทั่วไป พืชที่ขึ้นตามหน้าผาและซอกหินต้องปรับตัวต่อสภาพดินและความชื้นเฉพาะพื้นที่ ขณะที่ถ้ำและลำธารเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์บางชนิดที่ต้องการสภาพแวดล้อมชื้นหรือมีแสงน้อย การรักษาเส้นทางธรรมชาติจึงมีความสำคัญต่อการคุ้มครองระบบนิเวศโดยรวม
 
กิจกรรมและความปลอดภัย: การเดินเที่ยวถ้ำธารลอดมีทั้งช่วงที่เป็นทางเดินเรียบ ทางลาด และพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหินและใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ลำธารอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป โดยการเปิดเส้นทางถ้ำขึ้นอยู่กับมาตรการความปลอดภัย
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรีเดินทางไปอำเภอศรีสวัสดิ์และเชื่อมต่อถนนท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ตามป้ายบอกทาง โดยบริเวณที่ทำการเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและการเข้าชมถ้ำธารลอด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
 
อุทยานแห่งชาติตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
 
21. อุทยานแห่งชาติตาพระยา เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติสำคัญบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสระแก้วและบุรีรัมย์ มีภูมิประเทศเป็นแนวภูเขา ป่าไม้ และพื้นที่ต้นน้ำตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ความสำคัญของอุทยานแห่งนี้เกิดจากการคุ้มครองระบบนิเวศป่าชายแดนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อนุรักษ์อื่น โดยมีทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภูมิประเทศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป
 
ไฮไลต์: ผืนป่าตาพระยา แนวเทือกเขาพนมดงรัก ภูเขาพรานนุช เส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ที่อนุญาต และภูมิประเทศป่าชายแดนที่มีความสำคัญด้านระบบนิเวศ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติตาพระยาได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 82 ของประเทศไทย พื้นที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชายแดนและเหตุการณ์ความขัดแย้งในช่วงทศวรรษ 2510–2520 ก่อนที่สถานการณ์ในภูมิภาคจะเปลี่ยนแปลงและพื้นที่ได้รับการพัฒนาไปสู่การจัดการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
 
ลักษณะภูมิประเทศ: พื้นที่ประกอบด้วยแนวเขาสลับซับซ้อนที่ต่อเนื่องกับเทือกเขาพนมดงรักและภูเขาบรรทัดบางส่วน มีระดับความสูงแตกต่างกันตามแนวสันเขา โดยยอดเขาพรานนุชเป็นหนึ่งในยอดเขาสำคัญของอุทยาน ป่าไม้ตามแนวภูเขาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยที่ไหลลงสู่ชุมชนและพื้นที่ราบด้านล่าง
 
ระบบนิเวศและสัตว์ป่า: ป่าไม้ของอุทยานมีความสำคัญต่อสัตว์ป่าที่อาศัยในระบบนิเวศเขตร้อน รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสัตว์ขนาดเล็กที่ใช้พื้นที่ป่าเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัย การรักษาความต่อเนื่องของพื้นที่อนุรักษ์มีบทบาทสำคัญต่อการคุ้มครองถิ่นอาศัยและลดผลกระทบจากการรบกวนของมนุษย์
 
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์: พื้นที่ตาพระยาเคยเป็นหนึ่งในบริเวณชายแดนที่มีความสำคัญด้านความมั่นคงและการเคลื่อนย้ายของผู้คนในอดีต ประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้ภูมิภาคนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นผืนป่า เพราะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับภูมิประเทศภูเขา
 
การท่องเที่ยวและข้อจำกัดพื้นที่: บางส่วนของอุทยานอยู่ในแนวพื้นที่ชายแดนและมีข้อกำหนดด้านความมั่นคง การเข้าชมจึงจำกัดอยู่ในพื้นที่และเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เปิดให้บริการ โดยไม่ควรออกนอกแนวทางที่กำหนดหรือเข้าสู่พื้นที่ป่าชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครเดินทางไปจังหวัดสระแก้วผ่านทางหลวงหมายเลข 33 แล้วมุ่งหน้าอำเภอตาพระยา ก่อนเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นที่เชื่อมกับเขตบริการอุทยานตามจุดหมายที่ได้รับอนุญาต การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าชายแดนต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติตาพระยา
 
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง จังหวัดระยอง
 
22. อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง เป็นอุทยานแห่งชาติสำคัญของภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี โดดเด่นจากผืนป่าดิบชื้นที่มีความสมบูรณ์ น้ำตกเขาชะเมาที่ไหลผ่านโขดหินเป็นชั้นต่อเนื่อง และภูเขาหินปูนบริเวณเขาวงซึ่งมีถ้ำธรรมชาติหลายแห่ง อุทยานแห่งนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการศึกษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำ โดยมีทั้งเส้นทางเดินชมน้ำตกและบริเวณที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยา
 
ไฮไลต์: น้ำตกเขาชะเมา น้ำตกคลองน้ำใส วังหนึ่ง วังมัจฉา ผากล้วยไม้ วังมรกต ถ้ำเขาวง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติกลางป่าดิบชื้น
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวงได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2518 เพื่อคุ้มครองป่าไม้และแหล่งต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อจังหวัดระยองและจันทบุรี พื้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกซึ่งไหลผ่านป่าดิบชื้นและภูมิประเทศถ้ำหินปูนที่มีลักษณะเฉพาะ
 
น้ำตกเขาชะเมา: น้ำตกเขาชะเมาเป็นน้ำตกที่มีความยาวตามแนวลำห้วยและแบ่งเป็นบริเวณน้ำตกหลายระดับ โดยแต่ละช่วงมีชื่อเรียกตามลักษณะธรรมชาติ เช่น วังหนึ่ง วังมัจฉา ผากล้วยไม้ และวังมรกต ทางเดินเข้าสู่น้ำตกทอดผ่านผืนป่าริมลำธารที่มีต้นไม้ใหญ่และพืชพื้นล่างขึ้นอยู่หนาแน่น ทำให้ผู้มาเยือนสามารถศึกษาธรรมชาติไปพร้อมกับการชมสายน้ำได้
 
วังมัจฉาและระบบลำธาร: วังมัจฉาเป็นบริเวณที่มีแอ่งน้ำธรรมชาติและปลาน้ำจืดอาศัยอยู่ในลำธาร ความใสของน้ำและสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าร่มรื่นทำให้บริเวณนี้มีความโดดเด่น การรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการรบกวนปลาในลำธารเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกับน้ำตกทั้งสาย
 
เขาวงและถ้ำหินปูน: พื้นที่เขาวงมีภูเขาหินปูนที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน ภายในแนวเขามีถ้ำธรรมชาติที่เกิดจากน้ำละลายชั้นหินปูนจนเกิดช่องโพรงและหินงอกหินย้อย บริเวณถ้ำมีความสำคัญทั้งต่อการศึกษาธรณีวิทยาและการรักษาระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในสภาพแวดล้อมแสงน้อย
 
ป่าไม้และสัตว์ป่า: ผืนป่าของเขาชะเมา–เขาวงประกอบด้วยป่าดิบชื้นและป่าชนิดอื่นตามระดับความสูง มีพรรณไม้และสัตว์ป่าที่สัมพันธ์กับภูมิอากาศชื้นของภาคตะวันออก ต้นไม้ใหญ่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของลำธารและเป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง และสัตว์ขนาดเล็ก การเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจึงเป็นโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่ากับแหล่งน้ำ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.00 น. สำหรับพื้นที่น้ำตกตามเวลาที่เผยแพร่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองระยองใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอแกลงและอำเภอเขาชะเมา จากนั้นเดินทางตามป้ายไปยังอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง สำหรับบริเวณน้ำตกเขาชะเมาและพื้นที่ถ้ำเขาวงมีเส้นทางแยกต่างหาก จึงต้องเลือกจุดหมายให้ตรงกับพื้นที่ที่ต้องการเข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง
 
อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จังหวัดจันทบุรี
 
23. อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ตั้งอยู่ในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากผืนป่าดิบชื้น ภูเขาสลับซับซ้อน และน้ำตกธรรมชาติหลายแห่ง พื้นที่มีความสำคัญต่อการรักษาป่าต้นน้ำของจังหวัดจันทบุรีและเป็นส่วนหนึ่งของแนวผืนป่าภาคตะวันออกที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจการเดินศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก และสัมผัสบรรยากาศป่าไม้ที่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
 
ไฮไลต์: น้ำตกเขาสิบห้าชั้น น้ำตกคลองสะบ้า น้ำตกอีเกก เนินประดู่ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และผืนป่าต้นน้ำในอำเภอแก่งหางแมว
 
ลักษณะภูมิประเทศ: พื้นที่อุทยานมีภูเขาสูงต่อเนื่องในแนวเหนือ–ใต้ โดยยอดเขาสิบห้าชั้นเป็นยอดเขาสำคัญของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 802 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ภูมิประเทศประกอบด้วยหุบเขาและลำห้วยหลายสายซึ่งไหลลงสู่พื้นที่ราบของจังหวัดจันทบุรี ความชุ่มชื้นและความสมบูรณ์ของป่าช่วยหล่อเลี้ยงแหล่งน้ำธรรมชาติภายในอุทยาน
 
น้ำตกเขาสิบห้าชั้น: เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีสายน้ำไหลผ่านป่าและโขดหินตามระดับภูมิประเทศ การเดินเข้าชมน้ำตกใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติจากเขตบริการเป็นระยะทางประมาณ 4.8 กิโลเมตร ทำให้ระหว่างทางสามารถสัมผัสสภาพป่าดิบชื้นและลำห้วยที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำได้ เส้นทางมีสภาพแตกต่างกันตามฤดูกาลและความชื้นของพื้นป่า
 
น้ำตกคลองสะบ้า: น้ำตกคลองสะบ้าเป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีสายน้ำลดหลั่นกันประมาณ 6 ชั้น ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตรตามเส้นทางภายในพื้นที่ น้ำตกแห่งนี้มีต้นน้ำจากแนวเทือกเขาสิบห้าชั้นและเป็นจุดศึกษาธรรมชาติที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่าไม้ และลำห้วย
 
เนินประดู่และการพักแรม: เนินประดู่เป็นพื้นที่ชมธรรมชาติและจุดกางเต็นท์ที่ได้รับความนิยมในช่วงอากาศเย็น โดยมีบรรยากาศของภูเขาและป่าไม้โอบล้อม เหมาะกับการพักผ่อนและชมท้องฟ้ายามค่ำคืนในวันที่สภาพอากาศเปิด การใช้พื้นที่พักแรมเป็นไปตามข้อกำหนดของอุทยานและการเปิดให้บริการในแต่ละช่วง
 
ระบบนิเวศและแหล่งต้นน้ำ: ป่าไม้ของเขาสิบห้าชั้นเป็นส่วนสำคัญของระบบต้นน้ำในจังหวัดจันทบุรี มีลำห้วยหลายสาย เช่น คลองโตนด คลองสะบ้า และลำห้วยย่อยที่ไหลจากพื้นที่ภูเขา การรักษาความสมบูรณ์ของป่ามีผลต่อคุณภาพน้ำและความชุ่มชื้นของภูมิประเทศ รวมทั้งช่วยรักษาถิ่นอาศัยของพรรณไม้และสัตว์ป่าตามธรรมชาติ
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองจันทบุรีเดินทางไปอำเภอแก่งหางแมว จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลขุนซ่องและที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น การเดินทางไปยังน้ำตกแต่ละแห่งต้องใช้เส้นทางเดินเท้าหรือถนนภายในพื้นที่ตามจุดหมายที่เปิดให้เข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จังหวัดตราด
 
24. อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ตั้งอยู่ในจังหวัดตราด เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้น ภูเขา และน้ำตกธรรมชาติหลายแห่งในบริเวณอำเภอบ่อไร่ ผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาต้นน้ำและระบบนิเวศชายแดนภาคตะวันออก โดยมีบรรยากาศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตราด เพราะประกอบด้วยภูเขาสูง ลำห้วย และป่าไม้ที่มีความชุ่มชื้นตลอดหลายช่วงของปี
 
ไฮไลต์: น้ำตกคลองแก้ว น้ำตกสลัดได น้ำตกคลองใจ น้ำตกคลองไทย ผืนป่าต้นน้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ที่อุทยานเปิดให้เข้าชม
 
ลักษณะภูมิประเทศ: พื้นที่อุทยานเป็นแนวภูเขาและหุบเขาที่มีลำห้วยหลายสายไหลผ่าน ป่าไม้มีความสำคัญต่อการดูดซับและรักษาความชุ่มชื้นของดิน ช่วยให้เกิดระบบน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงน้ำตกและลำธารในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ ภูมิประเทศลักษณะนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของถิ่นอาศัยสัตว์ป่าภาคตะวันออก
 
น้ำตกคลองแก้ว: น้ำตกคลองแก้วเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินและโขดหินในป่าดิบชื้น บริเวณโดยรอบมีพรรณไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น ช่วยสร้างร่มเงาและรักษาบรรยากาศเย็นชื้นของลำธาร การเดินชมสายน้ำทำให้สามารถสัมผัสลักษณะของป่าภาคตะวันออกที่มีความสัมพันธ์กับแหล่งน้ำและภูเขาได้อย่างใกล้ชิด
 
น้ำตกและลำห้วยอื่น: ภายในพื้นที่อุทยานมีน้ำตกและลำห้วยธรรมชาติหลายแห่ง แต่ละแห่งมีขนาดและลักษณะทางเดินแตกต่างกัน โดยบางน้ำตกอยู่ลึกเข้าไปในป่าและต้องใช้การเดินเท้า การเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติเหล่านี้ต้องเป็นไปตามเส้นทางและการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันอันตรายจากหินลื่น กระแสน้ำแรง และการหลงทาง
 
ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วมีป่าดิบชื้นและป่าต้นน้ำที่ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พรรณไม้หลายชนิดขึ้นร่วมกันตามระดับความสูงและความชื้น ขณะที่นก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าชนิดอื่นใช้ประโยชน์จากป่าและแหล่งน้ำ การรักษาความสงบของผืนป่าจึงเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองตราดเดินทางไปอำเภอบ่อไร่ตามถนนสายหลัก จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นที่มีป้ายบอกทางสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว การเดินทางเข้าสู่พื้นที่น้ำตกและเส้นทางป่าบางแห่งต้องเดินเท้าต่อจากจุดจอดรถตามที่จัดไว้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว
 
อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จังหวัดราชบุรี
 
25. อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ตั้งอยู่ในจังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญต่อผืนป่าลุ่มน้ำภาชีและแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ป่าไม้ ลำห้วย และพื้นที่ธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชุมชนในอำเภอปากท่อ อุทยานแห่งนี้เป็นตัวแทนสำคัญของธรรมชาติภาคตะวันตกในจังหวัดราชบุรี โดยมีความโดดเด่นจากความสมบูรณ์ของป่าไม้และแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางภูเขา
 
ไฮไลต์: ผืนป่าไทยประจัน ลุ่มน้ำภาชี ภูมิประเทศเทือกเขาตะนาวศรี แหล่งน้ำธรรมชาติ เส้นทางศึกษาป่า และชุมชนชนบทบริเวณอำเภอปากท่อ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 124 ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 205,463 ไร่ หรือประมาณ 328.74 ตารางกิโลเมตร การจัดตั้งเกิดขึ้นจากการสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีซึ่งมีความสมบูรณ์และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดราชบุรี
 
ลักษณะภูมิประเทศ: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยแนวภูเขาและหุบเขาที่อยู่ในระบบเทือกเขาตะนาวศรี มีลำห้วยและลำธารที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำภาชี ผืนป่าทำหน้าที่รองรับน้ำฝนและรักษาความชุ่มชื้นของดินบนพื้นที่ลาดชัน ซึ่งมีความสำคัญต่อทั้งระบบธรรมชาติและชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ
 
ป่าไม้และระบบนิเวศ: ความหลากหลายของภูมิประเทศทำให้พื้นที่มีสภาพป่าแตกต่างกันตามระดับความสูงและความชื้น ป่าไม้มีบทบาทเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและช่วยรักษาความต่อเนื่องของพื้นที่ธรรมชาติ การอนุรักษ์ผืนป่าในบริเวณนี้จึงมีความสำคัญต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง
 
แหล่งน้ำธรรมชาติและลุ่มน้ำภาชี: ลำห้วยที่เกิดจากแนวเทือกเขาไหลผ่านพื้นที่ป่าและเชื่อมต่อกับลุ่มน้ำภาชี ซึ่งเป็นระบบน้ำสำคัญของภาคตะวันตก การรักษาป่าไม้รอบต้นน้ำช่วยลดผลกระทบจากการชะล้างพังทลายของดินและรักษาสภาพแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนในอำเภอปากท่อและพื้นที่โดยรอบ
 
การท่องเที่ยวและความสำคัญต่อชุมชน: พื้นที่ไทยประจันมีความเชื่อมโยงกับชุมชนชนบทและพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดราชบุรี การเดินทางเข้าสู่บริเวณที่เปิดให้บริการช่วยให้สัมผัสภูมิประเทศป่าเขาและเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับวิถีชีวิตท้องถิ่น โดยเส้นทางที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองราชบุรีเดินทางไปอำเภอปากท่อ แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณพื้นที่ไทยประจันและเขตบริการอุทยานตามป้ายบอกทาง การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าและภูเขาต้องเลือกเส้นทางที่อุทยานเปิดให้เข้าชม
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
 
อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี
 
26. อุทยานแห่งชาติพุเตย ตั้งอยู่ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวของจังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ป่าไม้ ลำห้วย และพื้นที่ธรรมชาติในแนวผืนป่าตะวันตก ความโดดเด่นของอุทยานอยู่ที่ยอดเขาเทวดา ป่าสนสองใบ น้ำตก และชุมชนกะเหรี่ยงตะเพินคี่ซึ่งมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับภูเขาและผืนป่า พื้นที่แห่งนี้จึงมีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศและวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
ไฮไลต์: ยอดเขาเทวดา ป่าสนสองใบ หมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ น้ำตกตะเพินคี่ ถ้ำตะเพินเงิน ถ้ำตะเพินทอง ถ้ำตะเพินเพชร และศาลเลาด้าห์
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติพุเตยได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541 มีพื้นที่ประมาณ 198,422 ไร่ ผืนป่าพุเตยมีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำและธรรมชาติของจังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารเลาด้าห์แอร์ตกในพื้นที่ภูเขาเมื่อปี 2534 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การบินของประเทศไทย
 
ยอดเขาเทวดา: ยอดเขาเทวดาเป็นจุดชมธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอุทยาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงและมีทิวทัศน์ของแนวป่ากับหุบเขาโดยรอบ เส้นทางขึ้นยอดเขาต้องใช้การเดินเท้าผ่านภูมิประเทศลาดชันและพื้นที่ป่า จึงเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความพร้อมด้านร่างกายและปฏิบัติตามมาตรการเปิดเส้นทางของเจ้าหน้าที่
 
ป่าสนสองใบ: ป่าสนสองใบเป็นลักษณะธรรมชาติที่โดดเด่นของพุเตย โดยมีต้นสนขึ้นอยู่ในบริเวณภูเขาที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญทางพฤกษศาสตร์และช่วยสร้างภูมิทัศน์ของแนวป่าที่แตกต่างจากป่าเบญจพรรณในพื้นที่ระดับต่ำกว่า บรรยากาศของป่าสนมีความสงบและเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้อุทยานแห่งชาติพุเตยเป็นที่รู้จัก
 
ชุมชนกะเหรี่ยงตะเพินคี่: ตะเพินคี่เป็นชุมชนบนภูเขาที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะตัว ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับผืนป่าปรากฏผ่านการดำรงชีวิต การทำเกษตรกรรม และการสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น การเรียนรู้พื้นที่พุเตยจึงมีความเกี่ยวข้องทั้งกับธรรมชาติของเทือกเขาและประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของผู้คน
 
ศาลเลาด้าห์และประวัติศาสตร์การบิน: บริเวณพุเตยมีสถานที่ระลึกถึงเหตุการณ์เครื่องบินเลาด้าห์แอร์ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ภูเขาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2534 เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุการบินที่สำคัญของประเทศไทยและทำให้ชื่อพุเตยเป็นที่รู้จักในบริบทประวัติศาสตร์ร่วมสมัย สถานที่ระลึกจึงมีความหมายต่างจากจุดชมวิวและแหล่งธรรมชาติอื่นของอุทยาน
 
สถานะการเข้าชม: มีประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน การเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวอีกครั้งเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานผู้ดูแลอุทยาน
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเดินทางต่อไปอำเภอด่านช้าง โดยมีเส้นทางเข้าสู่พื้นที่พุเตยผ่านบ้านปลักประดู่และเส้นทางผ่านบ้านวังคัน ซึ่งมีสภาพถนนแตกต่างกัน การเดินทางเข้าสู่ภูเขาต้องพิจารณาความเหมาะสมของรถยนต์และสถานะการเปิดเส้นทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติพุเตย
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
27. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทับสะแกและอำเภอบางสะพาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากป่าภูเขาในแนวเทือกเขาตะนาวศรีและน้ำตกห้วยยางซึ่งมีสายน้ำไหลผ่านโขดหินหลายระดับ ท่ามกลางผืนป่าที่มีความชุ่มชื้น บรรยากาศของอุทยานแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลของจังหวัด เพราะเน้นธรรมชาติป่าเขา ลำธาร และการเดินศึกษาธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: น้ำตกห้วยยาง น้ำตกธรรมชาติหลายชั้น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผืนป่าเทือกเขาตะนาวศรี และบรรยากาศลำธารในป่าต้นน้ำ
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2534 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 70 ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 100,625 ไร่ โดยได้รับการคุ้มครองเพื่อรักษาป่าไม้และทรัพยากรต้นน้ำในเขตอำเภอทับสะแกและอำเภอบางสะพานของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
น้ำตกห้วยยาง: น้ำตกห้วยยางเป็นน้ำตกธรรมชาติที่ไหลผ่านแนวหินและพื้นที่ป่าซึ่งมีความลาดชันตามภูมิประเทศ น้ำตกมีหลายชั้นและมีทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมต่อจากเขตบริการไปยังบริเวณน้ำตกบางระดับ สายน้ำและโขดหินที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพ
 
ป่าไม้และระบบต้นน้ำ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางเป็นส่วนหนึ่งของระบบป่าภูเขาตะนาวศรี มีป่าไม้หลายประเภทตามสภาพความสูงและความชื้น พื้นที่ป่าช่วยรักษาความสมบูรณ์ของต้นน้ำและลำห้วยที่ไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนด้านล่าง พืชพรรณและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีความสัมพันธ์กับสภาพป่าที่เปลี่ยนแปลงตามระดับภูเขา
 
การเดินศึกษาธรรมชาติ: การเดินชมน้ำตกและพื้นที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เรียนรู้ลักษณะของป่า ลำธาร และชั้นหินตามแนวภูเขา เส้นทางบางช่วงเป็นทางเดินธรรมชาติที่มีรากไม้ โขดหิน และพื้นที่ลาดชัน จึงต้องระมัดระวังโดยเฉพาะหลังฝนตกหรือในช่วงที่พื้นมีความชื้นสูง
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดวนกรและแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งอำเภอทับสะแกได้ ทำให้การเดินทางครอบคลุมทั้งน้ำตกกลางป่าและธรรมชาติริมทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสามารถแบ่งเวลาเที่ยวชมตามลักษณะพื้นที่และจุดหมายที่ต้องการเข้าถึง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วเดินทางเข้าสู่อำเภอทับสะแก จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นตามป้ายบอกทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางและเขตบริการน้ำตก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง
 
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
28. อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ธรรมชาติสำคัญในอำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย มีความโดดเด่นจากความหลากหลายของระบบนิเวศทั้งป่าบก ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเล และหมู่เกาะในอ่าวไทย พื้นที่สำคัญประกอบด้วยป่ากลางอ่าว ป่าแม่รำพึง เกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ ซึ่งมีคุณค่าทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษาระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อุทยานแห่งนี้ดำเนินงานภายใต้สถานะอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ)
 
ไฮไลต์: ป่ากลางอ่าวและต้นยางนาเก่าแก่ ป่าแม่รำพึงและระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ แนวปะการัง แหล่งวางไข่ของเต่ากระ อ่าวเทียน อ่าวในหุบ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่ายางนา
 
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามมีความเป็นมาเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ป่ากลางอ่าวและป่าแม่รำพึง รวมถึงความพยายามคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลบริเวณอำเภอบางสะพานน้อย พื้นที่ป่ากลางอ่าวมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จากการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2520 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อยู่ในความทรงจำของชุมชนและสะท้อนคุณค่าของผืนป่าแห่งนี้
 
การเตรียมจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ: พื้นที่อ่าวสยามได้รับการสำรวจและดำเนินกระบวนการเตรียมประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพื้นที่เป้าหมายประมาณ 8,021 ไร่ ครอบคลุมป่ากลางอ่าว ป่าคลองแม่รำพึง และพื้นที่เกาะทะลุบางส่วน เกาะสิงห์ เกาะสังข์ รวมถึงพื้นที่ทะเลโดยรอบ การดำเนินงานให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนประมงพื้นบ้าน
 
ป่ากลางอ่าวและต้นยางนาเก่าแก่: ป่ากลางอ่าวตั้งอยู่ในตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน เป็นผืนป่าธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากต้นยางนาขนาดใหญ่ซึ่งเติบโตอยู่บนพื้นที่ราบใกล้ชายฝั่งทะเล ต้นยางนาหลายต้นมีลำต้นสูงใหญ่และเรือนยอดแผ่กว้าง ทำให้เกิดบรรยากาศร่มครึ้มภายในป่า ความพิเศษของพื้นที่นี้อยู่ที่การคงอยู่ของป่าที่มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในบริเวณไม่ไกลจากทะเล ซึ่งแตกต่างจากป่าชายหาดและแนวป่าชายเลนที่พบโดยทั่วไป
 
ระบบนิเวศป่ายางนา: ต้นยางนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่า เรือนยอดช่วยสร้างร่มเงาและลดความร้อนบริเวณพื้นดิน ขณะที่รากช่วยยึดเกาะดินและรักษาความชุ่มชื้น ภายในป่ายังมีพรรณไม้อื่น เช่น พะยอมและตะเคียน รวมถึงพืชพื้นล่างและสัตว์ขนาดเล็กหลายชนิด การเดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่ากลางอ่าวช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพืช สัตว์ ดิน และความชุ่มชื้นของระบบนิเวศป่าไม้
 
ป่าแม่รำพึงและพื้นที่ชุ่มน้ำ: ป่าแม่รำพึงเป็นอีกพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของอ่าวสยาม มีลักษณะเป็นระบบนิเวศป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งแตกต่างจากป่ากลางอ่าว บริเวณนี้มีพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพดินชื้นและน้ำขังตามธรรมชาติ เช่น เสม็ดขาว พื้นที่ชุ่มน้ำมีบทบาทต่อการกักเก็บน้ำ รักษาความสมดุลของระบบน้ำ และเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน้ำจืดและชายฝั่งทะเล
 
เกาะทะลุ: เกาะทะลุเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงของอำเภอบางสะพานน้อย มีเอกลักษณ์จากช่องหินธรรมชาติขนาดใหญ่บริเวณหัวเกาะซึ่งเกิดจากกระบวนการกัดเซาะของคลื่นทะเลเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นช่องเปิดทะลุผ่านแนวหิน ลักษณะดังกล่าวทำให้เกาะทะลุกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางธรรมชาติของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บริเวณรอบเกาะยังมีแนวปะการังและสัตว์ทะเลที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งอ่าวไทย
 
การอนุรักษ์เต่ากระ: เกาะทะลุมีความสำคัญในฐานะแหล่งวางไข่ของเต่ากระ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่ได้รับการคุ้มครอง การรักษาความสมบูรณ์ของชายหาดและสภาพแวดล้อมรอบเกาะช่วยสนับสนุนการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของเต่าทะเล การอนุรักษ์พื้นที่วางไข่จึงเกี่ยวข้องกับการลดการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ การจัดการขยะ และการดูแลสภาพแวดล้อมชายฝั่งให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเล
 
เกาะสิงห์และเกาะสังข์: เกาะสิงห์และเกาะสังข์เป็นเกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในทะเลบริเวณอำเภอบางสะพานน้อย มีความสำคัญต่อการรักษาระบบนิเวศหมู่เกาะและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ ความต่อเนื่องระหว่างระบบนิเวศของเกาะต่าง ๆ ทำให้การอนุรักษ์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเกาะทะลุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแนวปะการัง โขดหินชายฝั่ง และพื้นที่น้ำทะเลที่เชื่อมโยงกัน
 
แนวปะการังและทรัพยากรทางทะเล: บริเวณหมู่เกาะในพื้นที่อ่าวสยามมีแนวปะการังซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย และแหล่งขยายพันธุ์ของสัตว์ทะเลหลายชนิด โครงสร้างของแนวปะการังช่วยสร้างความหลากหลายของถิ่นอาศัยใต้ทะเล การดูแลทรัพยากรเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศและชุมชนประมงพื้นบ้านที่ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับทรัพยากรทางทะเล
 
กิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล: กิจกรรมสำคัญของพื้นที่ ได้แก่ การเดินทางทางเรือชมเกาะทะลุ การดำน้ำตื้นในบริเวณที่เปิดให้บริการ การชมภูมิประเทศของเกาะและแนวชายฝั่ง รวมถึงการเรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเล บางจุดมีความโดดเด่นจากชายหาดและแนวหินธรรมชาติ เช่น อ่าวเทียน อ่าวในหุบ และบริเวณปลายหางของเกาะทะลุ การเดินทางต้องคำนึงถึงสภาพคลื่นลมและมาตรการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ
 
ชุมชนประมงพื้นบ้าน: พื้นที่ชายฝั่งอำเภอบางสะพานและบางสะพานน้อยมีชุมชนที่ประกอบอาชีพประมงและใช้ประโยชน์จากทะเลมาอย่างยาวนาน วิถีชีวิตของชุมชนมีความสัมพันธ์กับฤดูกาล กระแสน้ำ และทรัพยากรสัตว์น้ำ การอนุรักษ์พื้นที่อ่าวสยามจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างทรัพยากรธรรมชาติและการดำรงชีวิตของประชาชน
 
การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม: การดูแลพื้นที่อ่าวสยามครอบคลุมการเก็บขยะทะเล การฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ การดูแลแนวปะการัง และกิจกรรมอนุรักษ์ร่วมกับหน่วยงานและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณเกาะทะลุซึ่งมีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์เต่าทะเล การรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตจึงเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
 
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับแหล่งธรรมชาติชายฝั่งในอำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย เช่น เกาะทะลุ ชายหาดในพื้นที่บางสะพาน และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนริมทะเล โดยการท่องเที่ยวป่ากลางอ่าวกับเกาะทะลุมีรูปแบบแตกต่างกัน เพราะพื้นที่ป่าบนแผ่นดินใหญ่สามารถเข้าถึงทางถนน ส่วนพื้นที่เกาะต้องใช้เรือและพิจารณาสภาพทะเลในวันเดินทาง
 
สถานะพื้นที่: ดำเนินงานในชื่ออุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
 
การเดินทาง: จากกรุงเทพมหานครใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปยังอำเภอบางสะพาน จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลแม่รำพึงเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ป่ากลางอ่าว สำหรับเกาะทะลุและหมู่เกาะใกล้เคียงให้เดินทางต่อไปยังอำเภอบางสะพานน้อยและใช้บริการเรือจากจุดออกเรือที่เปิดให้บริการตามสภาพอากาศ
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม
 
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อบทความ28 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกทั้งหมดในประเทศไทย
จำนวนสถานที่28 รายการในบทความ: อุทยานแห่งชาติประกาศจัดตั้งแล้ว 27 แห่ง และอ่าวสยาม (เตรียมการ) 1 แห่ง ไม่ใช่ทะเบียนครบทุกอุทยานในภูมิภาค
พื้นที่ครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก รวมพื้นที่อุทยานบางแห่งที่ครอบคลุมจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเภทแหล่งท่องเที่ยวป่า ภูเขา น้ำตก ถ้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ อ่างเก็บน้ำ ชายหาด หมู่เกาะ และแนวปะการัง
กิจกรรมท่องเที่ยวเดินศึกษาธรรมชาติ ดูนก ชมสัตว์ป่า น้ำตก ทะเลหมอก พักแรม เที่ยวถ้ำ และดำน้ำตื้นตามพื้นที่ที่เปิด
มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน
ฤดูกาลฤดูหนาวเหมาะกับป่าเขา ฤดูฝนมีน้ำตกมากแต่บางเส้นทางปิด ทะเลต้องพิจารณามรสุมและคลื่นลม
การเดินทางรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสำหรับพื้นที่ทางบก; เรือสำหรับเกาะ; บางจุดใช้รถบริการหรือเจ้าหน้าที่นำทาง
วันและเวลาเปิดทำการแต่ละอุทยานและจุดท่องเที่ยวกำหนดต่างกัน ตรวจเฉพาะจุดก่อนเดินทาง
หน่วยงานดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ลำดับอุทยานแห่งชาติ / จังหวัดจุดเด่นและกิจกรรมการเข้าชมMap (GPS)
1อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี
น้ำตก ดูสัตว์ป่า เดินศึกษาธรรมชาติบางเส้นทางมีกำหนดเวลาและมาตรการชมสัตว์ป่าเปิดแผนที่
2อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
ทะเลหมอก ดูนก ดูผีเสื้อบ้านกร่างและพะเนินทุ่งปิดตามฤดูกาลเปิดแผนที่
3อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
กาญจนบุรี
น้ำตก 7 ชั้น เดินป่าตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
4อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ประจวบคีรีขันธ์
ถ้ำพระยานคร ดูนก พื้นที่ชุ่มน้ำตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
5อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
ตราด
น้ำตก ดำน้ำตื้น เที่ยวเกาะการเดินเรือขึ้นอยู่กับคลื่นลมเปิดแผนที่
6อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด
ระยอง
ชายหาด ดำน้ำตื้น จุดชมวิวจุดท่องเที่ยวบนเกาะใช้บริการเรือเปิดแผนที่
7อุทยานแห่งชาติไทรโยค
กาญจนบุรี
น้ำตก เที่ยวถ้ำ ริมแม่น้ำตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
8อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
สระบุรี
น้ำตก พักผ่อนริมลำธารตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
9อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ประจวบคีรีขันธ์
นั่งรถชมช้างป่าและกระทิงต้องใช้รถชมสัตว์ป่าตามระบบที่กำหนดเปิดแผนที่
10อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
กาญจนบุรี
เขาช้างเผือก ชมวิวภูเขาเขาช้างเผือกเปิดเป็นรอบเปิดแผนที่
11อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
กาญจนบุรี
น้ำตกเกริงกระเวีย ชมวิวป้อมปี่ตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
12อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
กาญจนบุรี
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น พักแรมตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
13อุทยานแห่งชาติปางสีดา
สระแก้ว ปราจีนบุรี
น้ำตก ชมผีเสื้อเส้นทางบางช่วงจำกัดตามสภาพฝนเปิดแผนที่
14อุทยานแห่งชาติทับลาน
ปราจีนบุรี นครราชสีมา
ป่าลาน ชมภูมิทัศน์ป่าตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
15อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
จันทบุรี
น้ำตก ปลาพลวงหิน อนุสรณ์ประวัติศาสตร์ตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
16อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
จันทบุรี
นมัสการพระพุทธบาท น้ำตกกระทิงเส้นทางพระพุทธบาทเปิดช่วงงานประจำปีเปิดแผนที่
17อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
ประจวบคีรีขันธ์
ชายหาด ทิวสนทะเล พักแรมตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
18อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
กาญจนบุรี
เส้นทางถ้ำผจญภัยต้องลงทะเบียนเที่ยวถ้ำตามรอบเปิดแผนที่
19อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
สระบุรี
น้ำตก เดินธรรมชาติตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
20อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
กาญจนบุรี
ถ้ำธารลอด น้ำตกตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
21อุทยานแห่งชาติตาพระยา
สระแก้ว บุรีรัมย์
ภูเขา ป่าชายแดนมีข้อจำกัดการเข้าพื้นที่ชายแดนเปิดแผนที่
22อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง
ระยอง จันทบุรี
น้ำตกเขาชะเมา ถ้ำเขาวงตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
23อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
จันทบุรี
น้ำตก ป่าต้นน้ำตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
24อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว
ตราด
น้ำตก ป่าดิบชื้นตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
25อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
ราชบุรี
ป่าเขา ลุ่มน้ำภาชีตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
26อุทยานแห่งชาติพุเตย
สุพรรณบุรี
ยอดเขาเทวดา ป่าสนสองใบมีประกาศปิดท่องเที่ยวชั่วคราวตั้งแต่ 8 เม.ย. 2569; ต้องตรวจสถานะอีกครั้งเปิดแผนที่
27อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง
ประจวบคีรีขันธ์
น้ำตก เส้นทางธรรมชาติตามช่วงเปิดพื้นที่ของอุทยานเปิดแผนที่
28อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ)
ประจวบคีรีขันธ์
ป่ากลางอ่าว เกาะทะลุ ปะการังพื้นที่เตรียมการจัดตั้ง ยังไม่ใช่อุทยานแห่งชาติประกาศจัดตั้งแล้วเปิดแผนที่
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกในบทความนี้มีทั้งหมดกี่แห่ง?
ตอบ: บทความนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติจำนวน 28 แห่งในกลุ่มภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดยประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งแล้ว 27 แห่ง และพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้งอีก 1 แห่ง จำนวนดังกล่าวเป็นขอบเขตรายชื่อที่คัดเลือกสำหรับบทความ ไม่ใช่จำนวนรวมอย่างเป็นทางการของทุกอุทยานแห่งชาติในภูมิภาคตามทะเบียนปัจจุบัน
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแห่งใดเหมาะกับการท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพมหานคร?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นและอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยในจังหวัดสระบุรีเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ เพราะมีเส้นทางเข้าถึงสะดวกและมีจุดพักผ่อนทางธรรมชาติที่เหมาะกับครอบครัว นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมน้ำตก เดินศึกษาธรรมชาติ และสังเกตสัตว์ป่า โดยสามารถเลือกเดินทางผ่านจังหวัดสระบุรีหรือปราจีนบุรีตามด่านทางเข้าที่ต้องการใช้บริการ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแห่งใดมีน้ำตกสวยงามและเหมาะกับการพักผ่อน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเอราวัณในจังหวัดกาญจนบุรีมีชื่อเสียงจากน้ำตก 7 ชั้นและแอ่งน้ำสีเขียวมรกต อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์มีน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนหลายระดับ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยในจังหวัดสระบุรีมีลานหินและลำธารที่เหมาะกับการพักผ่อน ส่วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วในจังหวัดจันทบุรีมีน้ำตกท่ามกลางป่าร่มรื่นและปลาพลวงหินที่เป็นเอกลักษณ์ การลงเล่นน้ำในแต่ละแห่งต้องใช้เฉพาะพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
 
ถาม: หากต้องการชมสัตว์ป่าตามธรรมชาติควรไปอุทยานแห่งชาติแห่งใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการชมช้างป่าและกระทิง โดยมีระบบรถนำชมสัตว์ป่าตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง กวาง ชะนี และนกเงือก นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังได้รับความนิยมจากผู้สนใจดูนกและผีเสื้อ การพบเห็นสัตว์ป่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในวันเดินทาง
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่น่าสนใจมีแห่งใดบ้าง?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างในจังหวัดตราดมีชายหาด น้ำตก ป่าบนเกาะ และจุดดำน้ำบริเวณหมู่เกาะรัง ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ดในจังหวัดระยองมีชายหาดเกาะเสม็ดและจุดชมวิวเขาแหลมหญ้า ขณะที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความโดดเด่นด้านชายฝั่งทะเลและธรรมชาติที่แตกต่างกัน สำหรับพื้นที่อ่าวสยามมีเกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ ซึ่งเป็นหมู่เกาะสำคัญในพื้นที่เตรียมการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ
 
ถาม: ช่วงเวลาใดเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก?
ตอบ: ฤดูหนาวโดยทั่วไปเหมาะกับการเดินป่า ชมภูเขา และสัมผัสอากาศเย็น โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและแก่งกระจาน ส่วนฤดูฝนทำให้ป่าไม้เขียวชอุ่มและน้ำตกมีปริมาณน้ำมากขึ้น แต่บางเส้นทางอาจปิดเนื่องจากฝนตกหนักหรือน้ำหลาก สำหรับอุทยานแห่งชาติทางทะเลควรเลือกช่วงที่คลื่นลมสงบและมีการเปิดให้บริการเรือตามปกติ ทั้งนี้ อุทยานแต่ละแห่งอาจกำหนดช่วงเปิดและปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะจุดแตกต่างกัน
 
ถาม: การเที่ยวอุทยานแห่งชาติต้องเตรียมตัวอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ: นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบช่วงเปิดให้บริการของสถานที่ที่ต้องการเข้าชม เตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินธรรมชาติ น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นตามลักษณะกิจกรรม สำหรับเส้นทางภูเขา ถ้ำ และพื้นที่ป่าลึกควรใช้บริการเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางตามข้อกำหนดของอุทยาน ส่วนการชมสัตว์ป่าต้องรักษาระยะห่าง ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ส่งเสียงรบกวน ในพื้นที่น้ำตกและทะเลต้องปฏิบัติตามป้ายเตือนเรื่องกระแสน้ำ คลื่นลม และสภาพอากาศ เพื่อให้การท่องเที่ยวปลอดภัยและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแล้วหรือยัง?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติอ่าวสยามในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังดำเนินงานภายใต้สถานะอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมธรรมชาติสำคัญ เช่น ป่ากลางอ่าว ป่าแม่รำพึง เกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ มีบทบาทในการคุ้มครองป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ แนวปะการัง และแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ทั้งนี้ การเข้าท่องเที่ยวแต่ละบริเวณเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ดูแลและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(41)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)