หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช > 39 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ทั้งหมดในประเทศไทย
TL;DR: 39 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ทั้งหมดในประเทศไทย เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการที่เผยแพร่เวลาเปิดทำการ.
39 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ทั้งหมดในประเทศไทย

39 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ทั้งหมดในประเทศไทย พาไปรู้จักความงดงามของผืนป่าฝนเขตร้อน เทือกเขาสูง น้ำตก ถ้ำหินปูน ชายหาด และหมู่เกาะที่กระจายอยู่ทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรและระนองลงไปจนถึงจังหวัดสตูล ยะลา และนราธิวาส ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีอุทยานแห่งชาติทางทะเลและอุทยานแห่งชาติทางบกซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสทะเลอันดามันที่มีน้ำทะเลสีฟ้าใสและแนวปะการังอุดมสมบูรณ์ เที่ยวหมู่เกาะในอ่าวไทย เดินป่าท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม หรือชมทิวทัศน์ของทะเลสาบกลางภูเขาหินปูนได้ตามความสนใจและช่วงเวลาที่เหมาะสม
อุทยานแห่งชาติภาคใต้ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาสกในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีทะเลสาบเชี่ยวหลานและภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ในจังหวัดพังงา ซึ่งโดดเด่นด้านการดำน้ำและระบบนิเวศทะเลอันดามัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองในอ่าวไทย อุทยานแห่งชาติตะรุเตาในจังหวัดสตูล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาในจังหวัดกระบี่ และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในจังหวัดตรัง แต่ละแห่งมีความสำคัญทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย
ภูมิประเทศภาคใต้มีลักษณะเป็นคาบสมุทรยาวที่มีทะเลอยู่สองด้าน โดยด้านตะวันตกติดกับทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย ส่วนด้านตะวันออกติดกับอ่าวไทย แนวเทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช และเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคนี้มีภูเขาสูง ป่าดิบชื้น และพื้นที่ต้นน้ำจำนวนมาก ความแตกต่างของภูมิประเทศและอิทธิพลจากลมมรสุมส่งผลให้สภาพอากาศ ปริมาณฝน และช่วงท่องเที่ยวที่เหมาะสมของพื้นที่แต่ละฝั่งทะเลไม่เหมือนกัน
อุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน มีชื่อเสียงจากหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ท่ามกลางน้ำทะเลใส หาดทรายขาว และแนวปะการังที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หมู่เกาะสิมิลันมีเอกลักษณ์จากโขดหินแกรนิตขนาดใหญ่และจุดชมวิวหินเรือใบ หมู่เกาะสุรินทร์มีแนวปะการังน้ำตื้นและวิถีชีวิตชุมชนมอแกน ส่วนหมู่เกาะลันตาและตะรุเตามีทั้งชายหาด ป่าไม้ เกาะขนาดเล็ก และเรื่องราวเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานกับประวัติศาสตร์ชายฝั่งทะเล การท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกิจกรรมทางทะเลเข้ากับการเรียนรู้ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ
อุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทย มีลักษณะเด่นจากหมู่เกาะและระบบนิเวศชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจากภูมิอากาศแตกต่างจากทะเลอันดามัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีภูมิประเทศเป็นเกาะหินปูนจำนวนมากซึ่งตั้งเรียงรายท่ามกลางน้ำทะเลและอ่าวธรรมชาติ ขณะที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรมีแนวปะการังและกลุ่มเกาะใกล้ชายฝั่งที่เหมาะกับการศึกษาสิ่งมีชีวิตทางทะเล ความหลากหลายของพื้นที่ริมอ่าวไทยยังรวมถึงป่าชายเลน หาดทราย และชุมชนประมงพื้นบ้านที่ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับทะเลมาอย่างยาวนาน
อุทยานแห่งชาติทางบกในภาคใต้ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีคุณค่าทางธรรมชาติอย่างมาก โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาสกซึ่งมีผืนป่าฝน ภูเขาหินปูน ถ้ำ และทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา รวมถึงอุทยานแห่งชาติเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงและแหล่งต้นน้ำสำคัญ อุทยานแห่งชาติทะเลบันในจังหวัดสตูลซึ่งมีป่าดิบชื้นและพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณภูเขา และอุทยานแห่งชาติในจังหวัดระนองซึ่งมีสภาพป่าที่ได้รับฝนชุกจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่เหล่านี้เหมาะกับผู้ที่สนใจการเดินป่า ชมน้ำตก ดูนก และเรียนรู้ระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อน
หนึ่งในลักษณะพิเศษของภาคใต้คือความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นที่ได้รับปริมาณฝนสูงในหลายพื้นที่ ป่าเหล่านี้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ พืชอิงอาศัย เฟิน ปาล์ม และพรรณไม้ที่ต้องการความชื้นสูงจำนวนมาก พื้นที่ป่าต้นน้ำมีความสัมพันธ์กับลำคลอง น้ำตก และแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนในภูมิภาค ขณะที่พื้นที่ป่าเขาหินปูนเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ที่ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะทางธรรมชาติ
ภาคใต้ยังมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าหลายชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นกเงือก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่อาศัยในผืนป่าฝน ส่วนพื้นที่ทางทะเลมีแนวปะการัง หญ้าทะเล ปลาทะเล เต่าทะเล และสัตว์น้ำอีกจำนวนมาก การคุ้มครองอุทยานแห่งชาติช่วยรักษาความเชื่อมโยงของระบบนิเวศและลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่เหมาะสม
การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ในฤดูร้อน ได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเล ดำน้ำ และเดินทางไปยังหมู่เกาะ โดยเฉพาะทะเลอันดามันซึ่งมีฤดูกาลเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวของอุทยานทางทะเลหลายแห่งในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ช่วงเปิดพื้นที่ของแต่ละอุทยานอาจแตกต่างกันตามมาตรการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสภาพคลื่นลม การเดินทางไปยังหมู่เกาะที่อยู่ไกลจากชายฝั่งจึงต้องพิจารณาทั้งฤดูกาลและความปลอดภัยในการเดินเรือ
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ในฤดูฝน เหมาะกับการสัมผัสความเขียวชอุ่มของป่าและสายน้ำตกในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และสภาพเส้นทางเดินป่า ขณะเดียวกันฤดูฝนของฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยมีความแตกต่างกันตามทิศทางลมมรสุม นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกจุดหมายตามสภาพอากาศของจังหวัดและพื้นที่ที่ต้องการเดินทาง ไม่ใช้ช่วงฤดูกาลเดียวกันกับทุกอุทยานทั่วภาคใต้
สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวภาคใต้เป็นครั้งแรก จังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ และภูเก็ตเป็นฐานการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งธรรมชาติสำคัญได้หลายแห่ง โดยสุราษฎร์ธานีเหมาะกับการเที่ยวป่าเขาสกและหมู่เกาะอ่างทอง พังงาเหมาะกับการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ กระบี่เหมาะกับการเที่ยวหมู่เกาะลันตาและแหล่งธรรมชาติริมทะเล ส่วนจังหวัดตรังกับสตูลมีจุดเด่นจากหมู่เกาะ ชายหาด และภูมิประเทศธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น
การจัดเส้นทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ควรแบ่งตามภูมิศาสตร์จริง โดยเส้นทางฝั่งอันดามันสามารถเชื่อมระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนเส้นทางฝั่งอ่าวไทยเชื่อมชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดตอนล่าง ขณะที่ผู้สนใจป่าเขาสามารถจัดเส้นทางแยกเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทางบกโดยเฉพาะ เนื่องจากทางขึ้นภูเขา เส้นทางเดินป่า และพื้นที่ทะเลมีวิธีเดินทางกับระยะเวลาที่แตกต่างกัน
ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติภาคใต้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทิวทัศน์ทางธรรมชาติ เพราะพื้นที่อนุรักษ์จำนวนมากมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน เช่น ชุมชนมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนประมงชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ชุมชนเกาะลันตา และพื้นที่ชุมชนที่อยู่ใกล้ป่าต้นน้ำ ความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยให้การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเป็นมาของผู้คนในภาคใต้
อุทยานแห่งชาติในภาคใต้จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนริมชายหาด ผู้รักการดำน้ำที่สนใจโลกใต้ทะเล นักถ่ายภาพที่ชื่นชอบภูเขาหินปูนและทิวทัศน์หมู่เกาะ ไปจนถึงผู้สนใจการเดินป่าและสัตว์ป่า การเดินทางอย่างรับผิดชอบโดยไม่ทิ้งขยะ ไม่สัมผัสปะการัง ไม่ให้อาหารสัตว์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป

1. อุทยานแห่งชาติเขาสก ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาในอำเภอพนม บ้านตาขุน และคีรีรัฐนิคม เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคใต้ ด้วยความงดงามของผืนป่าฝนเขตร้อน ภูเขาหินปูนสูงชัน ลำธาร น้ำตก และทะเลสาบเชี่ยวหลานซึ่งทอดตัวอยู่ท่ามกลางแนวเขาที่สลับซับซ้อน ภูมิทัศน์ของเขาสกมีเอกลักษณ์จากสีเขียวของผืนป่าที่ตัดกับผืนน้ำและหน้าผาหินปูน ทำให้พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับทั้งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การถ่ายภาพ และการพักผ่อนท่ามกลางภูเขา
ไฮไลต์: ทะเลสาบเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา เขาสามเกลอ คลองศก น้ำตกแม่ยาย น้ำตกวิ่งหิน ตั้งน้ำ ถ้ำน้ำทะลุ ดอกบัวผุด และการพักค้างคืนบนแพในเขตทะเลสาบตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523 เป็นพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูมิประเทศของเขาสกมีประวัติทางธรณีวิทยายาวนาน โดยมีแนวหินปูนที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในสภาพแวดล้อมทางทะเลในอดีต ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและการกัดเซาะจนกลายเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน ต่อมาการสร้างเขื่อนรัชชประภาทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นภูมิทัศน์สำคัญอีกส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเขาสกในปัจจุบัน
ทะเลสาบเชี่ยวหลานและเขาสามเกลอ: ทะเลสาบเชี่ยวหลานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากผืนน้ำสีเขียวมรกตและภูเขาหินปูนที่ตั้งสูงเหนือผิวน้ำ โดยบริเวณเขาสามเกลอมีแท่งหินปูนสามยอดตั้งเรียงกันอย่างโดดเด่น กลายเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ทันทีเมื่อกล่าวถึงเขาสก การล่องเรือในทะเลสาบช่วยให้ชมหน้าผาหินปูน ป่าไม้ และอ่าวธรรมชาติที่กระจายอยู่ตามแนวภูเขาได้จากมุมมองที่แตกต่างจากการเดินป่าบนบก
ป่าฝนเขตร้อนและระบบนิเวศ: เขาสกมีป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายของพรรณไม้ ทั้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ หวาย เฟิน ปาล์ม และพืชอิงอาศัยชนิดต่าง ๆ สภาพอากาศที่มีฝนตกชุกช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผืนป่าและแหล่งน้ำธรรมชาติ พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงนกเงือก ชะนี และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ผืนป่าเป็นแหล่งอาหารและที่พักอาศัย ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวทำให้เขาสกมีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ควบคู่กับการท่องเที่ยว
ดอกบัวผุดและพรรณไม้หายาก: ดอกบัวผุดเป็นพืชกาฝากที่มีดอกขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้ผืนป่าเขาสก ดอกจะปรากฏในช่วงที่เหมาะสมกับวงจรชีวิตและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ไม่ใช่พืชที่สามารถพบดอกบานได้ตลอดปี การเดินทางไปชมต้องใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่อนุญาตและหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือรบกวนบริเวณที่พืชเจริญเติบโต
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณคลองศก ล่องเรือชมทะเลสาบเชี่ยวหลาน พักผ่อนบนแพที่ได้รับอนุญาต หรือเข้าร่วมกิจกรรมชมธรรมชาติพร้อมผู้นำทาง กิจกรรมถ้ำและเส้นทางป่าลึกมีข้อจำกัดตามฤดูกาล โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนักและเสี่ยงต่อน้ำหลากภายในถ้ำ การเดินทางจึงต้องเลือกกิจกรรมให้ตรงกับพื้นที่บริการและมาตรการความปลอดภัยของอุทยาน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการที่เผยแพร่เวลาเปิดทำการ โดยกิจกรรมทะเลสาบและถ้ำมีข้อกำหนดเฉพาะ
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีสามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 401 มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาขุนและอำเภอพนม หากต้องการเที่ยวทะเลสาบเชี่ยวหลานให้เดินทางไปยังท่าเรือบริเวณเขื่อนรัชชประภา ส่วนผู้ที่ต้องการเดินป่าหรือเที่ยวน้ำตกบริเวณคลองศกให้เดินทางไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งอยู่คนละจุดกับท่าเรือทะเลสาบ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาสก

2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจากความงดงามของทะเลอันดามัน หาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส และโขดหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ตามหมู่เกาะ ความโดดเด่นของสิมิลันอยู่ที่ภูมิประเทศของเกาะซึ่งมีทั้งอ่าวทราย โขดหินและพื้นที่ป่าบนเกาะ รวมถึงระบบนิเวศใต้ทะเลที่มีแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางมาเพื่อชมทิวทัศน์ ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก และสัมผัสธรรมชาติทางทะเลในช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เข้าชม
ไฮไลต์: เกาะสิมิลันหรือเกาะแปด จุดชมวิวหินเรือใบ อ่าวโดนัลด์ดั๊ก เกาะเมียงหรือเกาะสี่ หาดเจ้าหญิง แนวปะการัง และแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงบริเวณหมู่เกาะ
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2525 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและระบบนิเวศของหมู่เกาะนอกชายฝั่งจังหวัดพังงา ชื่อสิมิลันมีความเกี่ยวข้องกับคำที่หมายถึงเลขเก้า ซึ่งสัมพันธ์กับจำนวนเกาะในกลุ่มดั้งเดิม ก่อนมีการปรับพื้นที่บริหารจัดการของอุทยานในเวลาต่อมา หมู่เกาะแห่งนี้ได้รับการยอมรับในหมู่นักดำน้ำจากความหลากหลายของภูมิประเทศใต้ทะเลและทัศนวิสัยของน้ำในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม
ภูมิประเทศและโขดหินแกรนิต: สิ่งที่ทำให้หมู่เกาะสิมิลันแตกต่างจากเกาะหินปูนในทะเลอันดามันคือโขดหินแกรนิตขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันตามการผุพังและการกัดเซาะทางธรรมชาติ บริเวณเกาะแปดมีโขดหินที่เรียกว่าหินเรือใบตั้งอยู่เหนือจุดชมวิวชายหาด เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยาน เมื่อมองจากพื้นที่สูงจะเห็นน้ำทะเลสีฟ้าเข้มและสีฟ้าอ่อนบริเวณน้ำตื้นที่ล้อมรอบหาดทรายขาว
เกาะเมียงและหาดเจ้าหญิง: เกาะเมียงเป็นหนึ่งในเกาะสำคัญของหมู่เกาะสิมิลัน มีชายหาดและพื้นที่ธรรมชาติที่สามารถเดินศึกษาระบบนิเวศของเกาะได้ตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ หาดเจ้าหญิงมีทรายละเอียดและน้ำทะเลใสในช่วงคลื่นลมสงบ ทำให้เป็นจุดพักผ่อนและชมภูมิทัศน์ทางทะเลที่ได้รับความนิยม ภายในเกาะยังมีพรรณไม้ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของเกาะกลางทะเล
แนวปะการังและแหล่งดำน้ำ: พื้นที่รอบหมู่เกาะสิมิลันมีทั้งแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของปลาและสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ จุดดำน้ำบางแห่งเหมาะกับการดำน้ำตื้น ขณะที่บางบริเวณมีความลึกและกระแสน้ำที่เหมาะกับนักดำน้ำซึ่งมีประสบการณ์ การเลือกกิจกรรมต้องคำนึงถึงระดับทักษะและข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสปะการังหรือรบกวนสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
การจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว: หมู่เกาะสิมิลันเป็นอุทยานทางทะเลที่มีการควบคุมการใช้พื้นที่และปิดการท่องเที่ยวตามฤดูกาล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพลมมรสุมและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเข้าชมบางเกาะหรือบางบริเวณมีข้อจำกัดเฉพาะ และไม่ใช่ทุกเกาะที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง การเดินทางจึงต้องอาศัยเรือนำเที่ยวที่ดำเนินการตามเงื่อนไขของอุทยาน
การเข้าชม: เปิดเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่อุทยานกำหนด โดยสำนักงานบนฝั่งเผยแพร่เวลาทำการ 08.30–16.30 น. ซึ่งไม่ใช่เวลาที่อนุญาตให้เข้าชมทุกเกาะ
การเดินทาง: จากจังหวัดพังงาหรือพื้นที่เขาหลักเดินทางไปยังท่าเรือทับละมุในอำเภอท้ายเหมือง ซึ่งเป็นจุดออกเรือสำคัญสำหรับการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน จากนั้นใช้เรือท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตเดินทางออกสู่ทะเลอันดามัน ระยะเวลาเดินเรือแตกต่างกันตามชนิดเรือ สภาพคลื่นลม และจุดหมายในหมู่เกาะ

3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงจากแนวปะการังน้ำตื้นอันอุดมสมบูรณ์ ชายหาดธรรมชาติ และชุมชนมอแกนซึ่งมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับทะเลอันดามันมาอย่างยาวนาน หมู่เกาะสุรินทร์ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งอำเภอคุระบุรี มีธรรมชาติที่โดดเด่นทั้งบนบกและใต้ทะเล เหมาะกับผู้สนใจการดำน้ำตื้น การศึกษาระบบนิเวศ และการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนทางทะเล
ไฮไลต์: เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม อ่าวบอน อ่าวสุเทพ แนวปะการังน้ำตื้น และชุมชนมอแกน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศหมู่เกาะที่มีความหลากหลายสูง พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญจากการเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลและระบบแนวปะการัง รวมถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์มอแกนซึ่งมีความรู้เรื่องทะเล กระแสน้ำ และภูมิประเทศเกาะที่สืบทอดกันมาในชุมชน
เกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้: เป็นเกาะหลักของอุทยานที่มีภูเขาปกคลุมด้วยป่าไม้และชายฝั่งเว้าแหว่งเกิดเป็นอ่าวธรรมชาติหลายแห่ง ความสงบของบางอ่าวทำให้เหมาะกับการชมปะการังน้ำตื้นในวันที่คลื่นลมเหมาะสม ขณะที่ป่าบนเกาะมีพรรณไม้ชายฝั่งและพรรณไม้เขตร้อนซึ่งช่วยรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของหมู่เกาะ
แนวปะการังน้ำตื้น: หมู่เกาะสุรินทร์เป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำตื้นที่ได้รับความนิยมของประเทศไทย เพราะหลายอ่าวมีแนวปะการังอยู่ในระดับความลึกที่สามารถชมจากผิวน้ำได้ กิจกรรมดำน้ำช่วยให้เห็นความหลากหลายของปลาและสัตว์ทะเลที่อาศัยแนวปะการังเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัย การลงน้ำต้องใช้จุดที่อุทยานอนุญาตและไม่เหยียบหรือจับปะการัง
ชุมชนมอแกนและวิถีชีวิตทางทะเล: ชุมชนมอแกนมีความสัมพันธ์กับหมู่เกาะสุรินทร์ทั้งด้านประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน การเดินเรือ และภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติทางทะเล การเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาคใต้และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนควรเคารพวิถีชีวิต ประเพณี และความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย
อ่าวไม้งามและอ่าวช่องขาด: อ่าวไม้งามเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีชายหาดและแนวป่าอยู่ใกล้กัน ส่วนอ่าวช่องขาดมีลักษณะภูมิประเทศที่ทำให้เห็นความเชื่อมต่อระหว่างส่วนของเกาะและชายฝั่ง ทั้งสองบริเวณเป็นตัวแทนความงดงามของหมู่เกาะสุรินทร์ที่ผสมผสานป่าไม้กับทะเลได้อย่างเด่นชัด โดยการเข้าชมต้องเป็นไปตามพื้นที่และเส้นทางที่เปิดให้บริการ
ฤดูกาลท่องเที่ยว: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีการเปิดและปิดพื้นที่ตามฤดูกาลทะเลอันดามัน โดยการเดินทางในช่วงมรสุมมีความเสี่ยงจากคลื่นลมแรง การอนุญาตเข้าชมเกาะและกิจกรรมดำน้ำจึงขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยานและสภาพทะเลในแต่ละวัน
การเดินทาง: เดินทางไปยังอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา แล้วใช้ท่าเรือคุระบุรีเป็นจุดเดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์ โดยใช้เรือท่องเที่ยวตามรอบที่เปิดให้บริการ การเดินทางทางทะเลต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมและเงื่อนไขการเข้าใช้พื้นที่ของอุทยาน

4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลในอ่าวไทยที่มีความโดดเด่นจากเกาะหินปูนจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางน้ำทะเล เกาะแต่ละแห่งมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน บางเกาะมีหน้าผาสูงชัน บางเกาะมีหาดทรายขนาดเล็ก และบางเกาะมีอ่าวธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยแนวเขา ความงดงามของพื้นที่สามารถสัมผัสได้ทั้งจากการเดินเรือชมหมู่เกาะและการขึ้นจุดชมวิวบนเกาะที่เปิดให้ท่องเที่ยว
ไฮไลต์: เกาะวัวตาหลับ จุดชมวิวผาจันทร์จรัส เกาะแม่เกาะ ทะเลใน เกาะสามเส้า ชายหาดธรรมชาติ และกิจกรรมล่องเรือชมหมู่เกาะ
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2523 เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลและหมู่เกาะหินปูนในอ่าวไทย พื้นที่แห่งนี้มีภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและการกัดเซาะของคลื่นทะเลเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นเกาะที่มีรูปร่างเฉพาะตัวและอ่าวธรรมชาติหลายแห่ง
เกาะวัวตาหลับและจุดชมวิวผาจันทร์จรัส: เกาะวัวตาหลับเป็นเกาะสำคัญของอุทยาน มีชายหาดและเส้นทางเดินขึ้นสู่จุดชมวิวผาจันทร์จรัสซึ่งสามารถมองเห็นกลุ่มเกาะหินปูนกระจายอยู่ในทะเลได้อย่างกว้างขวาง จุดชมวิวแห่งนี้เป็นภาพที่มีชื่อเสียงของหมู่เกาะอ่างทอง แต่เส้นทางเดินขึ้นเขามีความลาดชัน จึงต้องใช้ความระมัดระวังและเตรียมรองเท้าที่เหมาะสม
เกาะแม่เกาะและทะเลใน: เกาะแม่เกาะมีแอ่งน้ำเค็มภายในพื้นที่เกาะซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อทะเลใน ลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งน้ำที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่แตกต่างจากชายหาดทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นจุดชมวิวตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อชมทะเลในจากด้านบน โดยมองเห็นผืนน้ำสีเขียวที่อยู่ท่ามกลางแนวหน้าผาหินปูน
ภูมิประเทศและระบบนิเวศ: หมู่เกาะอ่างทองมีแนวหน้าผาหินปูน ป่าชายหาด พืชที่ขึ้นบนหน้าผา และระบบนิเวศทางทะเลที่เชื่อมต่อกัน ภายในอ่าวธรรมชาติบางแห่งมีพื้นที่น้ำสงบซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ ขณะที่แนวเกาะทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์ทั้งชายฝั่งและทะเล
กิจกรรมท่องเที่ยว: กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การล่องเรือชมหมู่เกาะ การขึ้นจุดชมวิว การพายเรือคายักในบริเวณที่เปิดให้บริการ และการพักผ่อนบนชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมอุทยานแบบวันเดียวจากเกาะสมุยหรือเลือกการเดินทางที่ใช้เวลามากขึ้นตามบริการเรือและการเปิดพื้นที่ของอุทยาน
การเข้าชม: เขตบริการเผยแพร่เวลา 08.00–17.00 น. โดยการเข้าเกาะและการเดินเรืออยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะของอุทยานและสภาพคลื่นลม
การเดินทาง: นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากเกาะสมุยหรือพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยเรือท่องเที่ยวที่มีเส้นทางไปหมู่เกาะอ่างทอง โดยจุดขึ้นเรือและระยะเวลาเดินทางแตกต่างกันตามบริการเรือ การเข้าเกาะต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามเส้นทางและข้อกำหนดของอุทยาน

5. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ครอบคลุมเกาะตะรุเตาและหมู่เกาะใกล้เคียงในทะเลอันดามัน มีความโดดเด่นจากชายหาด ป่าบนเกาะ แนวปะการัง และเรื่องราวการใช้เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองในอดีต อุทยานแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่สามารถสัมผัสทั้งความงดงามของหมู่เกาะและมิติทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจากพื้นที่ท่องเที่ยวทะเลทั่วไป
ไฮไลต์: เกาะตะรุเตา อ่าวพันเตมะละกา อ่าวตะโละวาว เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ และแหล่งธรรมชาติทางทะเลของจังหวัดสตูล
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติตะรุเตาได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2517 เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่เกาะตะรุเตาเคยใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองและนักโทษประเภทอื่นในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องราวดังกล่าวทำให้พื้นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับคุณค่าด้านระบบนิเวศหมู่เกาะ
เกาะตะรุเตาและอ่าวพันเตมะละกา: เกาะตะรุเตาเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีภูเขาปกคลุมด้วยป่าไม้และมีชายหาดธรรมชาติหลายแห่ง อ่าวพันเตมะละกาเป็นหนึ่งในจุดสำคัญสำหรับการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวบนเกาะ มีชายหาดและพื้นที่บริการที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ความสงบของชายหาดทำให้เหมาะกับการพักผ่อนและการเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่งในบริเวณที่เปิดให้บริการ
อ่าวตะโละวาวและประวัติศาสตร์เกาะตะรุเตา: อ่าวตะโละวาวมีความเกี่ยวข้องกับประวัติการใช้เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่คุมขังในอดีต พื้นที่แห่งนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของผู้ต้องขัง การคมนาคมทางทะเล และเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อ่าวตะโละวาวช่วยเพิ่มมิติการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างสถานที่จริงกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย
เกาะอาดัง เกาะราวี และเกาะหลีเป๊ะ: กลุ่มเกาะทางตอนใต้ของอุทยานมีชื่อเสียงจากชายหาดและแนวปะการัง โดยเกาะอาดังมีพื้นที่ป่าธรรมชาติและจุดชมวิวบนภูเขา เกาะราวีมีชายหาดสวยงาม ส่วนเกาะหลีเป๊ะเป็นชุมชนและศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีบริการสำหรับผู้มาเยือน การเดินทางระหว่างเกาะขึ้นอยู่กับเส้นทางเรือ สภาพทะเล และข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์
ระบบนิเวศหมู่เกาะ: พื้นที่ตะรุเตามีทั้งป่าบนเกาะ ชายหาด โขดหิน ป่าชายเลนในบางบริเวณ และระบบแนวปะการังที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตทางทะเล การดูแลพื้นที่จึงครอบคลุมทรัพยากรทั้งบนบกและในน้ำ โดยการท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงการลดขยะ การไม่รบกวนสัตว์ และการรักษาระบบนิเวศชายหาดกับแนวปะการัง
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด ศึกษาประวัติศาสตร์เกาะตะรุเตา เดินศึกษาธรรมชาติ ขึ้นจุดชมวิว และเข้าร่วมกิจกรรมทางทะเลในบริเวณที่อนุญาต การเที่ยวหลายเกาะควรจัดเส้นทางตามท่าเรือและพื้นที่ที่เปิดให้บริการ เพราะระยะทางระหว่างเกาะและข้อกำหนดของแต่ละจุดแตกต่างกัน
การเข้าชม: อุทยานมีเขตบริการที่เผยแพร่เวลาทำการ 08.30–16.30 น. ส่วนการเข้าชมหมู่เกาะและการเดินเรือขึ้นอยู่กับฤดูกาลและมาตรการเปิดพื้นที่
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราในอำเภอละงู ซึ่งเป็นท่าเรือหลักสำหรับเดินทางไปเกาะตะรุเตาและหมู่เกาะทางตอนใต้ จากนั้นใช้บริการเรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยวตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ โดยต้องคำนึงถึงฤดูกาลและสภาพคลื่นลมในวันเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากเกาะลันตาใหญ่ เกาะรอก เกาะไหง และหมู่เกาะใกล้เคียงในทะเลอันดามัน มีทั้งชายหาดธรรมชาติ แนวปะการัง ป่าชายเลน และป่าบนเกาะที่มีความสมบูรณ์ ความงดงามของพื้นที่อยู่ที่การผสมผสานระหว่างบรรยากาศสงบของชายฝั่งทะเลกับธรรมชาติของหมู่เกาะนอกชายฝั่ง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักผ่อนริมชายหาด เดินศึกษาธรรมชาติ และเดินทางไปดำน้ำบริเวณเกาะต่าง ๆ ได้ตามฤดูกาล
ไฮไลต์: แหลมโตนด ประภาคารเกาะลันตา เกาะรอกนอก เกาะรอกใน เกาะไหง ชายหาดเกาะลันตาใหญ่ แนวปะการัง และจุดชมวิวทะเลอันดามัน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติบริเวณหมู่เกาะของจังหวัดกระบี่ พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนบนเกาะลันตาที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม
แหลมโตนดและประภาคาร: แหลมโตนดตั้งอยู่บริเวณปลายด้านใต้ของเกาะลันตาใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ทำการอุทยานและมีจุดชมวิวธรรมชาติที่สำคัญ โดยประภาคารบริเวณปลายแหลมตั้งอยู่เหนือแนวหินริมทะเล ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ของชายฝั่งและผืนน้ำอันดามันได้อย่างกว้างขวาง พื้นที่โดยรอบมีชายหาดและป่าธรรมชาติที่สามารถเดินชมตามเส้นทางที่อุทยานกำหนด
เกาะรอกนอกและเกาะรอกใน: เกาะรอกเป็นกลุ่มเกาะที่มีชื่อเสียงจากหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และแนวปะการังที่อยู่ในบริเวณน้ำตื้น เหมาะกับการดำน้ำตื้นชมปลาและระบบนิเวศใต้ทะเลในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม เกาะทั้งสองมีภูมิประเทศเป็นป่าไม้และชายฝั่งที่มีลักษณะต่างกันตามแนวเกาะ โดยการเข้าใช้พื้นที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของอุทยานและช่วงฤดูกาลที่เปิดให้บริการ
เกาะลันตาใหญ่และชุมชน: เกาะลันตาใหญ่มีชุมชนท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับทะเลมาอย่างยาวนาน ทั้งชุมชนประมง ชุมชนมุสลิม และชุมชนชาวเลบางพื้นที่ โดยมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สะท้อนความหลากหลายของประชากรริมฝั่งอันดามัน การเดินทางไปยังเกาะลันตาจึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะชายหาด แต่ยังเชื่อมโยงกับการเรียนรู้วิถีชุมชนและประวัติศาสตร์ของเกาะได้ด้วย
ระบบนิเวศทางทะเล: หมู่เกาะลันตามีทั้งแนวปะการัง ชายหาด โขดหิน และป่าบนเกาะที่ทำหน้าที่เป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด แนวปะการังมีความสำคัญต่อการเป็นแหล่งอาหารและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ การท่องเที่ยวจึงต้องหลีกเลี่ยงการเหยียบปะการัง การทิ้งขยะลงทะเล และกิจกรรมที่อาจรบกวนสัตว์น้ำตามธรรมชาติ
การท่องเที่ยวและฤดูกาล: นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวแหลมโตนด เดินชมธรรมชาติบนเกาะลันตาใหญ่ และเดินทางด้วยเรือไปยังเกาะรอกหรือเกาะอื่นที่เปิดให้เข้าชมตามฤดูกาล ช่วงมรสุมมีการปิดพื้นที่ทางทะเลบางส่วนเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูทรัพยากร จึงต้องแยกการเที่ยวบนเกาะลันตาใหญ่ออกจากการเดินทางไปหมู่เกาะนอกชายฝั่ง
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการที่เปิดตามปกติ เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. โดยพื้นที่หมู่เกาะบางแห่งเปิดตามฤดูกาล
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่เดินทางไปอำเภอเกาะลันตาโดยใช้ถนนสายหลักและระบบเรือข้ามฟากตามเส้นทางที่ให้บริการ จากนั้นเดินทางต่อไปยังตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่เพื่อเข้าชมแหลมโตนด ส่วนการเดินทางไปเกาะรอกและเกาะนอกชายฝั่งต้องใช้เรือท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาต

7. อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่ ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากการรวมผืนป่าภูเขากับชายฝั่งทะเลอันดามันไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีธรรมชาติสำคัญทั้งบริเวณเขาหลักและป่าต้นน้ำลำรู่ ภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขา ป่าดิบชื้น ลำห้วย น้ำตก และชายหาดขนาดเล็กที่มีความสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้พื้นที่ท่องเที่ยวเขาหลักโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปยังหมู่เกาะกลางทะเล
ไฮไลต์: หาดเล็ก เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหลัก น้ำตกลำรู่ น้ำตกโตนช่องฟ้า ป่าดิบชื้น และจุดชมวิวชายฝั่งทะเลอันดามัน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2534 เพื่อรักษาพื้นที่ป่าเขาและแหล่งต้นน้ำในจังหวัดพังงา โดยพื้นที่บางส่วนอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทำให้อุทยานมีบทบาทในการคุ้มครองธรรมชาติท่ามกลางการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นที่เขาหลัก
หาดเล็กและเส้นทางริมทะเล: หาดเล็กเป็นชายหาดขนาดเล็กที่อยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยาน มีลักษณะเป็นหาดทรายที่โอบล้อมด้วยโขดหินและแนวป่า เส้นทางเดินจากบริเวณเขตบริการผ่านพื้นที่ป่าชายฝั่งและเนินเขา ก่อนลงไปยังบริเวณหาด ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความแตกต่างของธรรมชาติป่าบกกับทะเลภายในระยะเดินเท้าเดียวกัน
น้ำตกลำรู่: น้ำตกลำรู่เป็นแหล่งน้ำตกในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของอุทยาน สายน้ำไหลผ่านภูมิประเทศภูเขาและโขดหินกลางป่า ทำให้เกิดบรรยากาศร่มรื่นที่แตกต่างจากพื้นที่ชายหาด การเข้าชมเกี่ยวข้องกับเส้นทางเดินธรรมชาติและสภาพอากาศ โดยปริมาณน้ำและความสะดวกของเส้นทางเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
น้ำตกโตนช่องฟ้า: น้ำตกโตนช่องฟ้าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงในพื้นที่เขาหลัก มีลำธารและชั้นน้ำตกตามแนวป่าเขา การเดินเข้าสู่บริเวณน้ำตกเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าดิบชื้นและแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยบางช่วงของทางเดินมีความลาดชันและพื้นดินเปียกชื้น จึงต้องเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ป่าไม้และระบบนิเวศ: พื้นที่เขาหลัก–ลำรู่มีป่าดิบชื้นที่ทำหน้าที่รักษาต้นน้ำและเป็นแหล่งอาศัยของพรรณไม้กับสัตว์ป่า ความแตกต่างของระดับความสูงและความใกล้ทะเลทำให้เกิดสภาพแวดล้อมหลากหลาย ตั้งแต่แนวพืชริมชายฝั่งไปจนถึงป่าไม้บนภูเขา การดูแลพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อทั้งระบบน้ำจืดและธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับชุมชนชายฝั่งทะเล
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่สามารถจัดการเดินทางร่วมกับชายหาดเขาหลักและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียงได้ รวมถึงเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางไปยังท่าเรือทับละมุซึ่งเป็นทางออกสู่หมู่เกาะสิมิลัน ทำให้สามารถจัดการเดินทางแบบพักค้างคืนในพื้นที่เขาหลักและเที่ยวชมอุทยานทางทะเลต่อได้ตามฤดูกาล
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการที่เปิดตามปกติ เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาหรือจังหวัดภูเก็ตเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าเขาหลัก จังหวัดพังงา โดยบริเวณที่ทำการอุทยานอยู่ใกล้เส้นทางหลัก ส่วนเส้นทางไปน้ำตกต่าง ๆ มีทางแยกเข้าพื้นที่ป่าต้นน้ำตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม

8. อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ตั้งอยู่ในจังหวัดตรัง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากชายหาด ป่าชายเลน เกาะหินปูน แนวปะการัง และพื้นที่หญ้าทะเลซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลอันดามัน พื้นที่อุทยานครอบคลุมชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในบริเวณอำเภอสิเกาและอำเภอกันตัง ทำให้มีทั้งจุดท่องเที่ยวที่เดินทางถึงทางรถยนต์และพื้นที่เกาะที่ต้องใช้เรือในการเข้าชม ความหลากหลายของธรรมชาติทำให้หาดเจ้าไหมเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการท่องเที่ยวชายฝั่ง การดำน้ำตื้น และการเรียนรู้ระบบนิเวศทะเลของจังหวัดตรัง
ไฮไลต์: หาดเจ้าไหม หาดปากเมง หาดฉางหลาง เกาะมุก ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะเชือก แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเลที่มีความสำคัญต่อพะยูน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2524 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะจังหวัดตรัง พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง เนื่องจากประกอบด้วยทั้งชายหาด ป่าชายเลน หญ้าทะเล และแนวปะการังที่เชื่อมโยงกัน การจัดตั้งอุทยานช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและรักษาธรรมชาติที่เป็นพื้นฐานของการท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนประมงท้องถิ่น
หาดเจ้าไหมและชายฝั่งทะเลตรัง: หาดเจ้าไหมมีภูมิทัศน์ของชายฝั่งที่มีทราย โขดหิน และแนวพืชพรรณธรรมชาติ บริเวณชายหาดบางส่วนมีแนวเขาหินปูนตั้งอยู่ใกล้ทะเล ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่แตกต่างจากชายหาดเปิดโล่งทั่วไป พื้นที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ของอุทยานสามารถเดินทางด้วยรถยนต์และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการศึกษาธรรมชาติชายฝั่ง ก่อนเดินทางต่อด้วยเรือไปยังหมู่เกาะที่อยู่ห่างออกไป
หาดปากเมงและหาดฉางหลาง: หาดปากเมงเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรังและเป็นจุดเชื่อมต่อการท่องเที่ยวทางทะเลไปยังหมู่เกาะใกล้เคียง บริเวณนี้สามารถมองเห็นเกาะหินปูนที่กระจายอยู่ในทะเล ส่วนหาดฉางหลางมีบรรยากาศธรรมชาติของแนวชายฝั่งและพรรณไม้ริมทะเล ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสงบของพื้นที่อุทยานบนแผ่นดินใหญ่
เกาะมุกและถ้ำมรกต: ถ้ำมรกตบนเกาะมุกเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดตรัง โดยมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำทะเลที่เชื่อมจากชายฝั่งด้านนอกเข้าสู่หาดทรายซึ่งถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูนภายในเกาะ การเข้าชมต้องผ่านช่องถ้ำที่มีน้ำทะเลและขึ้นอยู่กับระดับน้ำ กระแสน้ำ และความปลอดภัยในวันเดินทาง จึงต้องใช้ผู้นำทางหรือผู้ให้บริการเรือที่มีความชำนาญ
เกาะกระดานและเกาะเชือก: เกาะกระดานมีชื่อเสียงจากชายหาดทรายขาวและน้ำทะเลใสในช่วงคลื่นลมสงบ ส่วนเกาะเชือกเป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล พื้นที่เกาะเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตรัง แต่การเดินทางต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของอุทยาน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบต่อแนวปะการังหรือสัตว์น้ำ
หญ้าทะเลและการอนุรักษ์พะยูน: ทะเลตรังมีแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญต่อพะยูนและสัตว์น้ำหลายชนิด หญ้าทะเลทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งหลบภัยของสิ่งมีชีวิตทางทะเล ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่ง การอนุรักษ์หญ้าทะเลจึงมีความสำคัญทั้งต่อความอยู่รอดของพะยูนและความสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงท้องถิ่น
การท่องเที่ยวและข้อควรระวัง: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด ล่องเรือไปหมู่เกาะ ดำน้ำตื้น และเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่ง กิจกรรมทางทะเลต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมและระดับน้ำขึ้นลง โดยเฉพาะการเข้าถ้ำมรกตซึ่งมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย สำหรับการดำน้ำควรรักษาระยะห่างจากปะการัง ไม่ให้อาหารสัตว์ทะเล และหลีกเลี่ยงการทิ้งขยะลงน้ำ
การเดินทาง: จากตัวเมืองตรังใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอสิเกาและหาดปากเมง หรือเดินทางไปบริเวณหาดฉางหลางตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม สำหรับการเดินทางไปเกาะมุก เกาะกระดาน และหมู่เกาะอื่นต้องใช้เรือจากท่าเรือที่มีบริการ โดยเส้นทางและรอบเรือขึ้นอยู่กับจุดหมายและสภาพทะเล
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ตั้งอยู่ในจังหวัดชุมพร เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์หมู่เกาะและระบบนิเวศชายฝั่งของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่เกาะจำนวนมาก แนวปะการัง ป่าชายเลน ชายหาด และแหล่งธรรมชาติทางทะเลซึ่งกระจายอยู่ตามชายฝั่งจังหวัดชุมพร ความโดดเด่นของอุทยานอยู่ที่หมู่เกาะซึ่งมีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งเกาะที่มีหน้าผาหิน เกาะที่มีแนวปะการัง และเกาะซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกทะเล เหมาะกับการท่องเที่ยวทางเรือและการศึกษาธรรมชาติทางทะเล
ไฮไลต์: เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะทะลุ เกาะมาตรา เกาะหลักแรด เกาะรังกาจิว แนวปะการัง และพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งชุมพร
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อจังหวัดชุมพร พื้นที่หมู่เกาะแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับชุมชนประมงพื้นบ้านและการเดินเรือในอ่าวไทยมาอย่างยาวนาน การจัดตั้งอุทยานช่วยส่งเสริมการดูแลแนวปะการัง ถิ่นอาศัยสัตว์ทะเล และพื้นที่ธรรมชาติที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน
เกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อย: เกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อยเป็นหมู่เกาะที่ได้รับความนิยมสำหรับการดำน้ำและชมธรรมชาติทางทะเล มีภูมิประเทศเป็นเกาะหินที่มีหน้าผาและแนวโขดหินล้อมรอบ บริเวณใต้ทะเลมีทั้งแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยตามโขดหิน การเดินทางไปยังเกาะใช้เรือท่องเที่ยวและต้องเลือกช่วงที่คลื่นลมเหมาะสม
เกาะมาตรา: เกาะมาตราเป็นเกาะที่มีชายหาดและพื้นที่ธรรมชาติซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งจังหวัดชุมพร มีบรรยากาศสงบและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับการพักผ่อน การชมทิวทัศน์ทะเล และการศึกษาระบบนิเวศเกาะ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความแตกต่างระหว่างธรรมชาติบนเกาะกับพื้นที่ใต้ทะเลบริเวณโดยรอบได้ตามกิจกรรมที่เปิดให้บริการ
เกาะรังกาจิวและนกทะเล: เกาะรังกาจิวมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ธรรมชาติซึ่งเกี่ยวข้องกับการอาศัยของนกนางแอ่นและระบบนิเวศหน้าผาริมทะเล การท่องเที่ยวบริเวณนี้เน้นการชมภูมิทัศน์ทางทะเลจากระยะที่เหมาะสม โดยไม่เข้าไปรบกวนพื้นที่อาศัยของนกหรือบริเวณที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง
แนวปะการังและระบบนิเวศทะเลอ่าวไทย: พื้นที่หมู่เกาะชุมพรมีแหล่งอาศัยของปลาและสัตว์ทะเลหลายชนิด โดยแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำมีบทบาทเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัยของสิ่งมีชีวิต การรักษาคุณภาพน้ำและลดผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยวจึงมีความสำคัญต่อการดูแลระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว
ป่าชายเลนและชายฝั่ง: บริเวณชายฝั่งในพื้นที่อุทยานมีป่าชายเลนซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญต่อสัตว์น้ำวัยอ่อนและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยตามพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลง รากของไม้ป่าชายเลนช่วยดักตะกอนและเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ขนาดเล็ก การศึกษาธรรมชาติบริเวณป่าชายเลนช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรป่าชายฝั่งกับการประมงพื้นบ้านของชุมชนชุมพร
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดการเดินทางร่วมกับหาดทรายรี แหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งชุมพร และจุดชมวิวริมทะเล โดยเลือกเที่ยวหมู่เกาะในวันที่สภาพคลื่นลมเหมาะสมและใช้เวลาที่เหลือสำรวจธรรมชาติบนแผ่นดินใหญ่ของจังหวัด
การเดินทาง: จากตัวเมืองชุมพรเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่งและจุดบริการของอุทยานตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม สำหรับการเดินทางไปเกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย หรือหมู่เกาะอื่นต้องใช้เรือท่องเที่ยวจากท่าเรือที่ให้บริการในจังหวัดชุมพร โดยกำหนดจุดหมายให้ตรงกับเส้นทางเรือและสภาพอากาศ

10. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูลบริเวณใกล้ชายแดนประเทศไทยและมาเลเซีย เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้น ภูเขาสูง และบึงน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นที่มาของชื่อทะเลบัน พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าฝนภาคใต้และเป็นแหล่งอาศัยของพรรณไม้กับสัตว์ป่าหลายชนิด ความสงบของบึงและผืนป่าที่โอบล้อมทำให้อุทยานแห่งชาติทะเลบันเป็นจุดหมายสำหรับผู้สนใจธรรมชาติ การดูนก และการศึกษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
ไฮไลต์: บึงทะเลบัน เขาวังประ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าดิบชื้น นกเงือก และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่อาศัยบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติทะเลบันได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 เพื่อคุ้มครองป่าไม้และระบบนิเวศพื้นที่ภูเขาชายแดนจังหวัดสตูล ชื่อทะเลบันมีความเกี่ยวข้องกับแอ่งน้ำธรรมชาติที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ซึ่งเป็นลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่นและทำให้พื้นที่แห่งนี้แตกต่างจากอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสตูล
บึงทะเลบัน: บึงทะเลบันเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแนวภูเขาและป่าดิบชื้น มีบรรยากาศสงบและมีพืชพรรณขึ้นอยู่ตามริมบึง พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีความสำคัญต่อสัตว์น้ำ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และนกที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ภูมิทัศน์ของบึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ป่าไม้ และภูเขาได้อย่างชัดเจน
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและธรรมชาติรอบบึง: พื้นที่ทะเลบันเป็นที่รู้จักจากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่อาศัยอยู่ในบริเวณบึงและป่าชื้น โดยเฉพาะเขียดว้ากซึ่งมีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ สภาพแวดล้อมที่มีน้ำและความชื้นสูงช่วยรองรับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยทั้งพื้นที่น้ำและพื้นดิน การรักษาความสะอาดของบึงและลดการรบกวนสัตว์จึงเป็นส่วนสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่
ป่าดิบชื้นและความหลากหลายทางชีวภาพ: ป่าไม้ของทะเลบันเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าภาคใต้ที่มีความชุ่มชื้นสูง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ พืชพื้นล่าง เฟิน และพรรณไม้ที่เจริญเติบโตในสภาพร่มเงา พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ความสมบูรณ์ของป่ายังช่วยรักษาระบบต้นน้ำและสภาพแวดล้อมของบึงทะเลบัน
เขาวังประและเส้นทางภูเขา: เขาวังประเป็นแนวภูเขาสำคัญของพื้นที่ทะเลบัน มีลักษณะเป็นป่าภูเขาที่มีความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่า การสำรวจเส้นทางธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาช่วยให้เห็นความแตกต่างของระบบนิเวศจากบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำด้านล่าง แต่การเดินในป่าลึกต้องใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาตและการดูแลของเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสม
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบึงทะเลบัน ถ่ายภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ ดูนก และศึกษาพรรณไม้ตามเส้นทางที่อุทยานกำหนด พื้นที่นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสงบและสนใจระบบนิเวศป่าฝนมากกว่ากิจกรรมทางทะเล การชมสัตว์ป่าต้องรักษาระยะห่างและหลีกเลี่ยงเสียงดังที่รบกวนธรรมชาติ
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดการเดินทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในอำเภอควนโดนและพื้นที่จังหวัดสตูล โดยอุทยานอยู่ในบริเวณที่เชื่อมต่อกับภูมิประเทศชายแดนไทย–มาเลเซีย ทำให้การเดินทางผ่านเส้นทางนี้มีทิวทัศน์ของภูเขาและชุมชนชายแดนที่แตกต่างจากพื้นที่ชายฝั่งทะเล
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอควนโดนและด่านชายแดนวังประจัน จากนั้นเดินทางตามป้ายเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน บริเวณที่ทำการและบึงทะเลบันอยู่ใกล้เส้นทางถนนสายหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ชายแดน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

11. อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ตั้งอยู่ในอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติที่รวมภูเขาหินปูน ป่าดิบชื้น ป่าพรุ ป่าชายเลน ลำธารน้ำจืด ถ้ำ และหมู่เกาะทะเลอันดามันไว้ในพื้นที่เดียวกัน ความโดดเด่นของอุทยานคือธารน้ำสีเขียวใสที่ไหลผ่านโขดหินใต้ร่มไม้ใหญ่บริเวณธารโบกขรณี ขณะเดียวกันยังมีแหล่งโบราณคดีและภูมิประเทศชายฝั่งที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์และระบบนิเวศ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจน้ำตก ถ้ำ ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวทางทะเล
ไฮไลต์: ธารโบกขรณี ถ้ำผีหัวโต ถ้ำลอด เขากาโรส เกาะห้อง เกาะเหลาลาดิง เกาะผักเบี้ย ป่าชายเลน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในอำเภออ่าวลึก
ประวัติความเป็นมา: พื้นที่ธารโบกขรณีได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อคุ้มครองระบบนิเวศของจังหวัดกระบี่ ก่อนประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541 ความสำคัญของพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะยังครอบคลุมภูเขาหินปูนที่มีถ้ำและหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชายฝั่งกับทรัพยากรธรรมชาติ
ธารโบกขรณีและแหล่งน้ำธรรมชาติ: บริเวณธารโบกขรณีมีลำธารน้ำจืดไหลผ่านแอ่งน้ำและโขดหินใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ สภาพภูมิประเทศก่อให้เกิดธารน้ำลดหลั่นกันเป็นช่วง ๆ โดยมีพรรณไม้เขียวชอุ่มขึ้นอยู่ริมฝั่ง ความร่มรื่นและความงดงามของลำน้ำทำให้บริเวณนี้เป็นจุดพักผ่อนสำคัญของอำเภออ่าวลึก และเป็นสถานที่ที่สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่า น้ำ และภูมิประเทศหินปูนได้อย่างใกล้ชิด
ถ้ำผีหัวโตและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์: ถ้ำผีหัวโตเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ สะท้อนการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีตและความสำคัญของภูมิประเทศถ้ำหินปูนในบริเวณชายฝั่งกระบี่ ภาพเขียนมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งภาพคน สัตว์ และสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต การเดินทางเข้าถ้ำต้องใช้เส้นทางทางน้ำผ่านบริเวณป่าชายเลน จึงเป็นกิจกรรมที่เชื่อมการศึกษาประวัติศาสตร์เข้ากับการท่องเที่ยวธรรมชาติ
เขากาโรสและระบบนิเวศชายฝั่ง: เขากาโรสเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาสูงและแนวป่าชายเลนอยู่โดยรอบ การล่องเรือชมภูเขาและลำคลองช่วยให้เห็นลักษณะการกัดเซาะของหินปูนและระบบนิเวศบริเวณน้ำกร่อยซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญต่อสัตว์น้ำวัยอ่อนและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยตามรากไม้ป่าชายเลน
เกาะห้องและหมู่เกาะใกล้เคียง: พื้นที่ทะเลของอุทยานมีหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงจากชายหาดและภูเขาหินปูน เช่น เกาะห้อง เกาะเหลาลาดิง และเกาะผักเบี้ย เกาะห้องมีลากูนธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยแนวเขาหินปูน ทำให้เกิดทิวทัศน์โดดเด่นกลางทะเลอันดามัน การเดินทางไปยังหมู่เกาะเหล่านี้ต้องใช้เรือและคำนึงถึงสภาพคลื่นลม รวมทั้งมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชายหาดและระบบนิเวศทางทะเล
กิจกรรมท่องเที่ยว: สามารถเดินชมธารโบกขรณี ศึกษาธรรมชาติริมลำธาร พายเรือคายักในเส้นทางที่เปิดให้บริการ ล่องเรือชมภูเขาหินปูน และเดินทางไปยังหมู่เกาะทางทะเล กิจกรรมแต่ละประเภทมีจุดเริ่มต้นและเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยเฉพาะเส้นทางถ้ำและพื้นที่ทางทะเลซึ่งต้องพิจารณาระดับน้ำและสภาพอากาศ
วันเปิดทำการ: ทุกวันเมื่อไม่มีประกาศปิดพื้นที่ชั่วคราว เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการธารโบกขรณี
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภออ่าวลึก จากนั้นเดินทางตามป้ายไปยังอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี สำหรับถ้ำผีหัวโตและพื้นที่หมู่เกาะต้องแยกเดินทางไปยังจุดบริการเรือที่เหมาะสมกับจุดหมาย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

12. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลและชายฝั่งที่มีชื่อเสียงจากภูเขาหินปูนสูงชันซึ่งตั้งกระจายอยู่กลางอ่าว ป่าชายเลนผืนใหญ่ ถ้ำทะเล และชุมชนกลางน้ำที่มีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ ความโดดเด่นของอ่าวพังงาอยู่ที่ภูมิประเทศแบบอ่าวตื้นซึ่งมีลำคลองและเกาะหินปูนจำนวนมาก ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือสามารถชมทั้งธรรมชาติ ธรณีวิทยา และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ในเส้นทางเดียว
ไฮไลต์: เขาตะปู เขาพิงกัน เกาะปันหยี เขาหมาจู ถ้ำลอด เขาเขียน ป่าชายเลน และการล่องเรือชมภูเขาหินปูนกลางอ่าวพังงา
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2524 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อ่าวพังงาที่ครอบคลุมอำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเมืองพังงา และพื้นที่ใกล้เคียง ภูมิประเทศของอ่าวมีประวัติทางธรณีวิทยายาวนานจากการสะสมตัวของหินปูนและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล ก่อนเกิดการกัดเซาะจนเป็นภูเขาหินปูนและเกาะรูปทรงต่าง ๆ ที่เห็นในปัจจุบัน
เขาตะปูและเขาพิงกัน: เขาตะปูเป็นภูเขาหินปูนที่มีลักษณะเป็นแท่งหินสูงตั้งอยู่กลางน้ำใกล้เกาะเขาพิงกัน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพราะเป็นภูมิทัศน์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักในชื่อเกาะเจมส์บอนด์จากภาพยนตร์ต่างประเทศ ส่วนเขาพิงกันมีลักษณะของผาหินที่เอนพิงกันตามธรรมชาติ ทั้งสองบริเวณเป็นจุดสำคัญสำหรับการศึกษาลักษณะภูเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะในสภาพแวดล้อมทางทะเล
เกาะปันหยีและวิถีชุมชนกลางน้ำ: เกาะปันหยีเป็นชุมชนมุสลิมที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาหินปูนกลางอ่าวพังงา บ้านเรือนจำนวนมากสร้างอยู่เหนือผิวน้ำโดยอาศัยเสาและโครงสร้างรองรับตามสภาพพื้นที่ ชุมชนมีความสัมพันธ์กับอาชีพประมง การค้าขาย และการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน การเดินทางไปยังเกาะปันหยีจึงเป็นโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงและวัฒนธรรมท้องถิ่นในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากชุมชนบนแผ่นดินใหญ่
ถ้ำลอดและภูมิประเทศถ้ำทะเล: ถ้ำลอดเป็นช่องหินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลจนเกิดเป็นทางผ่านภายในภูเขาหินปูน บางบริเวณสามารถใช้เรือขนาดเล็กหรือล่องผ่านช่องถ้ำตามระดับน้ำและสภาพพื้นที่ได้ การชมถ้ำทะเลช่วยให้เห็นชั้นหินและรูปทรงหินปูนที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน
เขาเขียนและหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์: เขาเขียนมีภาพเขียนสีบนผนังหินซึ่งสะท้อนการใช้พื้นที่อ่าวพังงาของมนุษย์ในอดีต ภาพเขียนบางส่วนแสดงรูปคน สัตว์ และรูปทรงที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต การพบหลักฐานเหล่านี้ทำให้พื้นที่อ่าวพังงามีคุณค่าทางโบราณคดีควบคู่กับความสำคัญด้านระบบนิเวศธรรมชาติ
ป่าชายเลนและระบบนิเวศอ่าวพังงา: พื้นที่ป่าชายเลนรอบอ่าวมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่ง รากของไม้ป่าชายเลนช่วยดักตะกอนและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ขณะที่ลำคลองน้ำกร่อยเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินกับทะเล ระบบนิเวศลักษณะนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
กิจกรรมท่องเที่ยว: กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ การล่องเรือชมเขาตะปูและเขาพิงกัน การเดินทางไปเกาะปันหยี การพายเรือคายักชมถ้ำทะเล และการศึกษาภาพเขียนสีโบราณ การเดินทางต้องใช้เส้นทางเรือที่เหมาะสมกับระดับน้ำและสภาพคลื่นลม รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาเดินทางไปยังท่าเรือสุระกุลหรือท่าเรือที่ให้บริการนำเที่ยวอ่าวพังงา แล้วใช้เรือเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเส้นทางเรือสามารถปรับตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

13. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ตั้งอยู่ในจังหวัดระนองและมีพื้นที่ป่าเชื่อมต่อกับจังหวัดชุมพร เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกหงาวซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาสูงและสามารถมองเห็นได้จากถนนสายหลักในบริเวณใกล้เคียง ความงดงามของสายน้ำที่ทอดตัวผ่านภูเขาสีเขียวทำให้น้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางธรรมชาติของจังหวัดระนอง ขณะเดียวกันพื้นที่อุทยานยังมีความสำคัญต่อการรักษาป่าดิบชื้นและระบบต้นน้ำของภาคใต้ตอนบน
ไฮไลต์: น้ำตกหงาว จุดชมวิวสายน้ำตก ป่าดิบชื้น น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และสัตว์น้ำจืดเฉพาะถิ่น
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542 เดิมเป็นที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติคลองเพรา ก่อนเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับน้ำตกหงาวซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของพื้นที่ ป่าไม้ของอุทยานครอบคลุมแนวภูเขาที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุมฝั่งอันดามัน จึงมีความชุ่มชื้นสูงและเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร
น้ำตกหงาว: น้ำตกหงาวมีลักษณะเป็นสายน้ำตกสูงที่ไหลลงมาตามหน้าผาภูเขา ในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสมสามารถมองเห็นสายน้ำสีขาวตัดกับแนวป่าสีเขียวได้จากระยะไกล ลักษณะดังกล่าวทำให้น้ำตกหงาวแตกต่างจากน้ำตกที่ไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินเตี้ย ๆ บรรยากาศรอบน้ำตกมีความร่มรื่นและเป็นจุดพักผ่อนสำคัญของนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านจังหวัดระนอง
ป่าดิบชื้นและความสำคัญด้านต้นน้ำ: พื้นที่อุทยานมีป่าไม้ที่ได้รับความชุ่มชื้นจากฝนและไอน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีพรรณไม้เขตร้อนขึ้นหนาแน่น ทั้งไม้ยืนต้น เฟิน หวาย และพืชอิงอาศัย ป่าเหล่านี้ช่วยรักษาระบบน้ำในลำห้วยและลดการชะล้างพังทลายของดินบนพื้นที่ลาดชัน จึงมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพทรัพยากรน้ำของชุมชนในพื้นที่ตอนล่าง
น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง: น้ำพุร้อนบ้านพรรั้งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่อุทยาน มีน้ำร้อนจากใต้ดินไหลขึ้นมาสู่ผิวดินและได้รับการพัฒนาเป็นจุดพักผ่อนในบริเวณที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมโดยรอบมีต้นไม้และธรรมชาติป่าเขา ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความแตกต่างจากการเที่ยวน้ำตกและช่วยเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง
สัตว์น้ำจืดและสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น: ระบบลำห้วยของอุทยานเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำจืดและสิ่งมีชีวิตที่ต้องการน้ำสะอาด ความสมบูรณ์ของผืนป่ามีผลต่อคุณภาพน้ำและการดำรงชีวิตของสัตว์เหล่านี้ โดยเฉพาะสัตว์ขนาดเล็กที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การรักษาความสะอาดของลำธารและหลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของการอนุรักษ์
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถชมน้ำตกหงาว เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพภูมิประเทศภูเขา และเดินทางต่อไปยังน้ำพุร้อนบ้านพรรั้งในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ การเดินป่าหรือเข้าถึงจุดชมวิวที่มีความลาดชันควรใช้เส้นทางที่กำหนดและระมัดระวังสภาพพื้นลื่นในช่วงฝนตก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าทางทิศใต้ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางน้ำตกหงาวตามป้ายบอกทาง โดยทางเข้าอุทยานอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลัก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

14. อุทยานแห่งชาติแหลมสน ตั้งอยู่ในจังหวัดระนองและมีพื้นที่ต่อเนื่องถึงจังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากชายหาดยาว ป่าสนทะเล ป่าชายเลน และหมู่เกาะนอกชายฝั่งทะเลอันดามัน พื้นที่แห่งนี้มีบรรยากาศสงบและเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติชายฝั่งภาคใต้ตอนบน โดยสามารถเลือกเดินชมชายหาดบนแผ่นดินใหญ่หรือเดินทางไปยังหมู่เกาะที่มีภูมิประเทศและระบบนิเวศแตกต่างกันตามฤดูกาล
ไฮไลต์: หาดบางเบน หาดแหลมสน เกาะกำตก เกาะกำใหญ่ เกาะค้างคาว เกาะญี่ปุ่น ป่าสนทะเล และหมู่เกาะบริเวณอำเภอกะเปอร์
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติแหลมสนได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2526 เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน พื้นที่มีความสำคัญทั้งด้านชายหาด ป่าชายเลน ระบบนิเวศป่าชายหาด และหมู่เกาะที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ความต่อเนื่องของชายฝั่งและหมู่เกาะช่วยให้สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติบนแผ่นดินกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้อย่างชัดเจน
หาดบางเบน: หาดบางเบนเป็นจุดบริการสำคัญของอุทยาน มีชายหาดทอดยาวและแนวต้นสนทะเลให้ร่มเงา บรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมาะกับการพักผ่อน เดินชมชายหาด และชมทิวทัศน์ทะเลอันดามัน พื้นที่ริมชายหาดยังเป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ชายฝั่งที่ต้องปรับตัวต่อสภาพลมทะเลและดินทราย
เกาะกำตกและอ่าวเขาควาย: เกาะกำตกเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงจากอ่าวเขาควายซึ่งมีลักษณะชายหาดโค้งสวยงาม ทิวทัศน์ของอ่าวมีแนวเขาและชายหาดสีอ่อนตัดกับน้ำทะเลใสในช่วงสภาพอากาศเหมาะสม เกาะแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับการเดินทางด้วยเรือจากชายฝั่งจังหวัดระนอง โดยการเข้าใช้พื้นที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของอุทยาน
เกาะค้างคาวและหมู่เกาะใกล้เคียง: กลุ่มเกาะนอกชายฝั่งมีทั้งชายหาด แนวโขดหิน และระบบนิเวศทางทะเลที่รองรับสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด บางบริเวณเหมาะกับการดำน้ำตื้นหรือชมชายหาดในวันที่คลื่นลมสงบ การเดินทางระหว่างเกาะขึ้นอยู่กับเส้นทางเรือและข้อจำกัดด้านสภาพทะเล
ป่าสนทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง: แนวต้นสนทะเลริมชายหาดมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างร่มเงาและช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของชายฝั่ง ส่วนป่าชายเลนในพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลงเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและช่วยดักตะกอนที่ไหลจากแผ่นดินลงสู่ทะเล ระบบนิเวศทั้งสองประเภทมีความสำคัญต่อการรักษาสภาพชายฝั่งในระยะยาว
การท่องเที่ยวและฤดูกาล: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาดบางเบน พักผ่อนใต้ร่มสน และเดินทางด้วยเรือไปยังเกาะกำตกหรือหมู่เกาะใกล้เคียงในช่วงที่เปิดให้บริการ สำหรับการท่องเที่ยวทะเลอันดามันต้องพิจารณาคลื่นลมและมาตรการปิดพื้นที่ตามฤดูกาลซึ่งอาจแตกต่างจากการเปิดพื้นที่ชายหาดบนแผ่นดินใหญ่
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับหาดบางเบนและเขตบริการบนฝั่ง โดยหมู่เกาะเปิดตามฤดูกาล เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอกะเปอร์ แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางหาดบางเบนตามป้ายบอกทาง สำหรับการเดินทางไปเกาะกำตกและหมู่เกาะใกล้เคียงให้ใช้บริการเรือจากจุดออกเรือที่เปิดให้บริการ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติแหลมสน

15. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง ตั้งอยู่ในจังหวัดระนอง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีพื้นที่ครอบคลุมหมู่เกาะและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน โดยมีความโดดเด่นจากเกาะพยาม เกาะช้าง ป่าชายเลน แหล่งหญ้าทะเล แนวปะการัง และชุมชนที่มีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับทะเลมาอย่างยาวนาน พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง เพื่อสะท้อนความครอบคลุมของพื้นที่อนุรักษ์ทั้งหมด
ไฮไลต์: เกาะพยาม เกาะช้าง อ่าวเขาควายบนเกาะพยาม อ่าวใหญ่ ป่าชายเลน และธรรมชาติหมู่เกาะบริเวณชายฝั่งระนอง
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนองได้รับการจัดตั้งเพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของหมู่เกาะและพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดระนอง โดยเดิมใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนองเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่อนุรักษ์ที่ครอบคลุมหมู่เกาะหลายแห่ง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเกาะพยาม
เกาะพยาม: เกาะพยามเป็นหนึ่งในเกาะท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระนอง มีชายหาดธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่นที่ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับทะเล อ่าวใหญ่เป็นชายหาดที่มีแนวทรายทอดยาว ส่วนอ่าวเขาควายมีรูปร่างโค้งเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศของเกาะเหมาะกับการพักผ่อนและการสำรวจธรรมชาติชายฝั่ง โดยการเดินทางภายในเกาะใช้เส้นทางถนนท้องถิ่นและพาหนะที่เหมาะสม
เกาะช้างและวิถีชีวิตชุมชน: เกาะช้างจังหวัดระนองเป็นเกาะที่มีธรรมชาติและชุมชนขนาดเล็กซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการประมงและเกษตรกรรมท้องถิ่น บริเวณเกาะมีชายหาดและป่าไม้ที่มีบรรยากาศสงบ การเดินทางมาเยือนช่วยให้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนเกาะซึ่งแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
ป่าชายเลนและระบบนิเวศน้ำกร่อย: พื้นที่ชายฝั่งและปากคลองบางส่วนของอุทยานมีป่าชายเลนที่สำคัญต่อการอนุบาลสัตว์น้ำ รากไม้ป่าชายเลนช่วยดักตะกอนและเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ขนาดเล็ก ขณะที่ระบบน้ำกร่อยเชื่อมต่อระหว่างป่าชายฝั่งกับทะเลอันดามัน ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่มีความสัมพันธ์กับทรัพยากรประมงที่ชุมชนใช้ประโยชน์
แนวปะการังและความหลากหลายทางชีวภาพ: หมู่เกาะระนองมีระบบนิเวศทะเลที่ประกอบด้วยโขดหิน แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเลในบางบริเวณ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของปลาและสัตว์ทะเลหลายชนิด การรักษาระบบนิเวศเหล่านี้มีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของทะเลและการดำรงชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด เรียนรู้วิถีชุมชนเกาะ และใช้บริการเรือเดินทางระหว่างพื้นที่ที่เปิดให้บริการ โดยควรรักษาความสะอาด ไม่รบกวนสัตว์ป่า และปฏิบัติตามข้อจำกัดของพื้นที่อนุรักษ์บางส่วนซึ่งอาจไม่อนุญาตให้เข้าถึงตลอดทั้งปี
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับที่ทำการและพื้นที่บริการบนฝั่ง โดยพื้นที่เกาะบางส่วนเปิดตามฤดูกาล เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองเดินทางไปยังท่าเรือที่มีบริการเรือไปเกาะพยามหรือเกาะช้าง ส่วนที่ทำการอุทยานสามารถเดินทางจากถนนสายหลักเข้าสู่เขตพื้นที่ชายฝั่งตามป้ายบอกทาง การเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ ต้องเลือกท่าเรือและรอบเรือที่ตรงกับจุดหมาย

16. อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง ตั้งอยู่ในอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีลักษณะพิเศษจากการรวมพื้นที่ภูเขา ป่าดิบชื้น น้ำตก และชายหาดริมทะเลอันดามันไว้ในเขตอนุรักษ์เดียวกัน พื้นที่สำคัญครอบคลุมแนวเทือกเขาลำปีและชายฝั่งหาดท้ายเหมือง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ทั้งป่าภูเขาและทะเล ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือความสำคัญของชายหาดต่อการวางไข่ของเต่าทะเล ซึ่งทำให้อุทยานแห่งนี้มีบทบาทด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลควบคู่กับการท่องเที่ยว
ไฮไลต์: หาดท้ายเหมือง น้ำตกลำปี น้ำตกโตนไพร ทุ่งเสม็ดขาว เขาหน้ายักษ์ ป่าดิบชื้น และกิจกรรมอนุรักษ์เต่าทะเล
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมืองได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2529 เพื่อคุ้มครองผืนป่าบนแนวเขาลำปีและพื้นที่ชายฝั่งหาดท้ายเหมืองที่มีความสำคัญทางธรรมชาติ การอนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวช่วยรักษาระบบต้นน้ำ ป่าบนภูเขา และชายหาดที่เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของเต่าทะเล ทำให้อุทยานมีความสำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและในระบบอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลอันดามัน
หาดท้ายเหมือง: หาดท้ายเหมืองเป็นชายหาดธรรมชาติที่ทอดยาวประมาณ 13.6 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งที่ค่อนข้างตรงและมีพื้นที่ป่าชายหาดอยู่ใกล้เคียง ความยาวของชายหาดและสภาพธรรมชาติที่ยังได้รับการคุ้มครองทำให้บริเวณนี้มีความสำคัญต่อเต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่ในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม การใช้ประโยชน์จากชายหาดจึงต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบต่อสัตว์ทะเล
น้ำตกลำปี: น้ำตกลำปีเป็นน้ำตกสำคัญของอุทยาน มีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินประมาณ 4 ชั้น ท่ามกลางป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้พื้นล่างขึ้นหนาแน่น บริเวณน้ำตกเป็นจุดพักผ่อนและศึกษาธรรมชาติที่ได้รับความนิยม ความสมบูรณ์ของป่าไม้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่และเป็นแหล่งต้นน้ำของลำธารที่ไหลลงสู่ชุมชนด้านล่าง
น้ำตกโตนไพร: น้ำตกโตนไพรเป็นน้ำตกอีกแห่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณผืนป่าของอุทยาน มีภูมิประเทศเป็นลำธารไหลผ่านป่าเขาและโขดหิน การเดินเข้าสู่น้ำตกต้องใช้เส้นทางธรรมชาติซึ่งบางช่วงมีความลาดชันและพื้นลื่น โดยเฉพาะในฤดูฝน พื้นที่ดังกล่าวเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าดิบชื้นและเรียนรู้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำ
ทุ่งเสม็ดขาวและระบบนิเวศชายฝั่ง: บริเวณทุ่งเสม็ดขาวมีพรรณไม้ที่ปรับตัวเข้ากับสภาพดินและความชื้นของพื้นที่ชายฝั่ง ลักษณะของต้นเสม็ดที่ขึ้นรวมกันทำให้เกิดภูมิทัศน์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีแนวป่าชายหาดและพืชพรรณที่ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศระหว่างพื้นที่บนบกกับทะเล
การอนุรักษ์เต่าทะเลและประเพณีท้องถิ่น: หาดท้ายเหมืองมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอนุรักษ์เต่าทะเลและประเพณีปล่อยเต่าที่จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพังงา โดยกิจกรรมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการรักษาทรัพยากรทางทะเลและความสำคัญของการคุ้มครองเต่าทะเล การจัดกิจกรรมและช่วงเวลาจริงขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดการในแต่ละปี
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่และชายหาดบริเวณเขาหลัก โดยแยกช่วงเวลาเที่ยวป่ากับน้ำตกออกจากการเดินชมชายหาด เพื่อให้ได้สัมผัสธรรมชาติทั้งสองรูปแบบอย่างครบถ้วน
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการทั่วไป เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. โดยการเข้าถึงชายหาดบางส่วนอยู่ภายใต้มาตรการอนุรักษ์และข้อกำหนดของอุทยาน
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาหรือจังหวัดภูเก็ตใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอท้ายเหมือง จากนั้นแยกเข้าสู่พื้นที่หาดท้ายเหมืองหรือน้ำตกลำปีตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม เนื่องจากพื้นที่ชายหาดและน้ำตกมีทางเข้าแยกกัน จึงควรวางเส้นทางให้เหมาะสมกับกิจกรรม

17. อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดภูเก็ต ในเขตอำเภอถลาง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญต่อการคุ้มครองชายหาด ป่าชายหาด ป่าชายเลน และทรัพยากรทะเลอันดามัน พื้นที่อุทยานอยู่ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ทำให้เดินทางเข้าถึงได้สะดวก จุดเด่นสำคัญคือแนวชายหาดธรรมชาติที่ทอดยาวและป่าสนทะเลบริเวณหาดในยาง ซึ่งสร้างบรรยากาศร่มรื่นแตกต่างจากชายหาดท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาอย่างหนาแน่น
ไฮไลต์: หาดในยาง หาดไม้ขาว หาดในทอน หาดทรายแก้ว ป่าสนทะเล ป่าชายเลน และพื้นที่ชายฝั่งใกล้สนามบินภูเก็ต
ประวัติความเป็นมา: พื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 โดยเดิมใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติหาดในยาง ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติสิรินาถในเวลาต่อมา การจัดตั้งมีความสำคัญต่อการรักษาพื้นที่ชายฝั่งและระบบนิเวศทางทะเลบริเวณตอนเหนือของเกาะภูเก็ต โดยเฉพาะชายหาดและพรรณไม้ชายฝั่งที่ทำหน้าที่รักษาสภาพธรรมชาติระหว่างแผ่นดินกับทะเล
หาดในยาง: หาดในยางเป็นชายหาดที่มีแนวต้นสนทะเลขึ้นอยู่ใกล้ริมทราย ทำให้เกิดร่มเงาและบรรยากาศสงบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด พักผ่อน และศึกษาธรรมชาติชายฝั่งได้ตามพื้นที่ที่เปิดให้บริการ บริเวณนี้ยังมีความสำคัญต่อการรักษาพรรณไม้ชายหาดซึ่งช่วยลดผลกระทบจากลมทะเลและการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่ง
หาดไม้ขาว: หาดไม้ขาวเป็นชายหาดที่ทอดยาวบริเวณตอนเหนือของเกาะภูเก็ต มีแนวทรายกว้างและธรรมชาติชายฝั่งที่แตกต่างจากหาดขนาดเล็กในอ่าวปิด บางช่วงของหาดอยู่ใกล้แนวร่อนลงของเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยม อย่างไรก็ตาม การเข้าชมต้องอยู่ในพื้นที่สาธารณะที่อนุญาต และไม่เข้าไปในเขตควบคุมความปลอดภัยการบิน
ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ: อุทยานแห่งชาติสิรินาถมีพื้นที่ป่าชายเลนและระบบนิเวศน้ำกร่อยที่มีความสำคัญต่อสัตว์น้ำวัยอ่อน รากไม้ป่าชายเลนช่วยยึดตะกอนและเป็นแหล่งหลบภัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก การรักษาพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อความสมดุลของธรรมชาติชายฝั่งและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของทะเลบริเวณใกล้เคียง
ชายหาดกับการอนุรักษ์เต่าทะเล: ชายฝั่งทางตอนเหนือของภูเก็ตมีความสำคัญในบริบทของการอนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาความสมบูรณ์ของชายหาดและการลดการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ การดูแลระบบนิเวศชายหาดช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตที่ใช้พื้นที่ระหว่างทะเลกับแผ่นดิน
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด พักผ่อนใต้ร่มสน ถ่ายภาพทิวทัศน์ชายฝั่ง และศึกษาธรรมชาติป่าชายหาดกับป่าชายเลน การลงเล่นน้ำทะเลต้องพิจารณาสภาพคลื่นลมและธงเตือนความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงมรสุมที่อาจมีคลื่นสูงและกระแสน้ำไหลกลับ
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับหาดไม้ขาว หาดในทอน และแหล่งท่องเที่ยวทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ต เหมาะกับผู้ที่พักใกล้สนามบินหรือผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติระหว่างการเดินทางเข้าหรือออกจากจังหวัดภูเก็ต
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. สำหรับเขตบริการอุทยาน
การเดินทาง: จากตัวเมืองภูเก็ตใช้ถนนเทพกระษัตรีมุ่งหน้าอำเภอถลาง แล้วเดินทางตามเส้นทางไปท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จากนั้นแยกเข้าสู่หาดในยางและเขตบริการอุทยานแห่งชาติสิรินาถตามป้ายบอกทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ

18. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญที่สุดของภาคใต้ มีภูมิประเทศเป็นแนวเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จุดเด่นสำคัญคือยอดเขาหลวงซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของภาคใต้ มีระดับความสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่อุทยานมีทั้งน้ำตก ลำธาร ป่าดิบเขา และแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง
ไฮไลต์: ยอดเขาหลวง น้ำตกกรุงชิง น้ำตกกะโรม น้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว และป่าดิบเขาบริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราช
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาหลวงได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 เพื่อคุ้มครองผืนป่าภูเขาที่มีความสำคัญต่อแหล่งต้นน้ำและสัตว์ป่าของภาคใต้ พื้นที่เขาหลวงมีบทบาทต่อระบบน้ำที่ไหลลงสู่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่สำคัญจากความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่าตามระดับความสูง
ยอดเขาหลวงและธรรมชาติป่าดิบเขา: ยอดเขาหลวงเป็นยอดเขาสูงที่สุดของภาคใต้ มีสภาพภูมิประเทศลาดชันและผืนป่าที่เปลี่ยนแปลงตามระดับความสูง บริเวณยอดเขามีอากาศเย็นและความชื้นสูงกว่าพื้นที่ราบ ส่งผลให้เกิดพรรณไม้ที่เหมาะกับสภาพป่าดิบเขา การเดินทางขึ้นยอดเขาเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความพร้อมด้านร่างกายและมีข้อกำหนดเกี่ยวกับช่วงเปิดเส้นทางกับการใช้ผู้นำทาง
น้ำตกกรุงชิง: น้ำตกกรุงชิงเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงจากสายน้ำที่ไหลผ่านผืนป่าเขาหลวง โดยมีจุดสำคัญคือชั้นหนานฝนแสนห่าซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาน้ำตกสูงท่ามกลางป่าดิบชื้น การเดินเข้าสู่น้ำตกต้องใช้เส้นทางธรรมชาติและสัมผัสพรรณไม้กับลำธารตามแนวป่า น้ำตกแห่งนี้เป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่สนใจการเดินป่าและการศึกษาระบบนิเวศต้นน้ำ
น้ำตกกะโรมและน้ำตกพรหมโลก: น้ำตกกะโรมและน้ำตกพรหมโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำคัญในพื้นที่เขาหลวง มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินและโขดหินในป่าดิบชื้น โดยบางช่วงมีแอ่งน้ำและพื้นที่พักผ่อนตามธรรมชาติ การท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามป้ายเตือนและข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ เพราะปริมาณน้ำและความแรงของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงตามฝนในพื้นที่ต้นน้ำ
ป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ: พื้นที่เขาหลวงเป็นแหล่งกำเนิดลำธารและคลองสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผืนป่าช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดินและลดการชะล้างพังทลายบนพื้นที่ลาดชัน อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและพรรณไม้หลากหลายชนิด ทั้งพืชอิงอาศัย เฟิน กล้วยไม้ และไม้ยืนต้นที่ขึ้นตามระดับความสูงของภูเขา
พืชพรรณเฉพาะถิ่นและธรรมชาติภูเขาสูง: ความแตกต่างของระดับความสูงทำให้เขาหลวงมีระบบนิเวศหลายลักษณะ ตั้งแต่ป่าดิบชื้นบริเวณเชิงเขาจนถึงป่าดิบเขาที่มีอากาศเย็นและความชื้นสูง บางบริเวณมีพืชที่พบในสภาพแวดล้อมเฉพาะและมีความไวต่อการรบกวน การท่องเที่ยวจึงต้องใช้เส้นทางที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวน้ำตก เดินศึกษาธรรมชาติ ดูนก หรือเข้าร่วมกิจกรรมเดินป่าตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ สำหรับเส้นทางยอดเขาหลวงและป่าลึกต้องเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมและปฏิบัติตามระบบอนุญาตของอุทยาน เนื่องจากภูมิประเทศสูงชันและมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
วันเปิดทำการ: ช่วงเปิดฤดูกาล 1 มกราคม–30 กันยายน สำหรับเส้นทางที่กำหนด เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น. ของเขตบริการที่เผยแพร่ โดยแต่ละน้ำตกและเส้นทางอาจมีข้อกำหนดต่างกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชสามารถเดินทางไปยังอำเภอลานสกาเพื่อเข้าสู่เขตบริการของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ส่วนจุดท่องเที่ยวอื่น เช่น น้ำตกกรุงชิง น้ำตกกะโรม และน้ำตกพรหมโลก มีเส้นทางแยกตามพื้นที่และอำเภอที่ตั้ง จึงควรเลือกเส้นทางให้ตรงกับจุดหมายที่ต้องการเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

19. อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาบริเวณอำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากการผสมผสานธรรมชาติป่าดิบชื้น น้ำตก และประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของภาคใต้ พื้นที่แห่งนี้มีแนวภูเขาที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพภูมิอากาศชื้นของคาบสมุทรมลายู และมีแหล่งเรียนรู้สำคัญคืออุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต
ไฮไลต์: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง หมู่บ้านปิยมิตร 5 ผืนป่าดิบชื้น น้ำตกธรรมชาติ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณภูเขาชายแดน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างได้รับการจัดตั้งเพื่อคุ้มครองผืนป่าภูเขาและทรัพยากรต้นน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา ผืนป่าแห่งนี้เคยมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมืองของภาคใต้ โดยเป็นหนึ่งในพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มคอมมิวนิสต์มลายา ก่อนสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาบางพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญจากการขุดอุโมงค์ภายในภูเขาเพื่อใช้เป็นที่พักและฐานปฏิบัติการในอดีต ภายในมีทางเดินและพื้นที่ใช้สอยที่สะท้อนการดำรงชีวิตของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ อุโมงค์แห่งนี้จึงมีคุณค่าในฐานะสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศป่าภูเขากับเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต
หมู่บ้านปิยมิตร 5: หมู่บ้านปิยมิตร 5 เป็นชุมชนที่มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ความขัดแย้งสู่การอยู่อาศัยและการประกอบอาชีพในสังคมปัจจุบัน เรื่องราวของชุมชนสะท้อนการปรับตัวของผู้คนและความสำคัญของกระบวนการสร้างความสงบในพื้นที่ชายแดน การเดินทางท่องเที่ยวบริเวณนี้จึงสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านประวัติศาสตร์กับวิถีชีวิตชุมชนได้
ป่าดิบชื้นและทรัพยากรต้นน้ำ: พื้นที่เขาน้ำค้างมีภูเขาสลับซับซ้อนและป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้ใหญ่กับพืชพรรณหลายชนิด ผืนป่าช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดินและเป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยที่ไหลลงสู่ชุมชนด้านล่าง ระบบนิเวศมีความสำคัญต่อสัตว์ป่า นก และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในพื้นที่ป่าภูเขาของภาคใต้ตอนล่าง
น้ำตกและธรรมชาติภูเขา: ภายในพื้นที่อุทยานมีลำห้วยและน้ำตกธรรมชาติที่สัมพันธ์กับแนวเทือกเขา ปริมาณน้ำและสภาพเส้นทางแตกต่างกันตามฤดูกาล การเดินชมพื้นที่ป่าช่วยให้สัมผัสบรรยากาศที่มีความชุ่มชื้นและพรรณไม้เขตร้อน โดยพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าต้องใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินศึกษาธรรมชาติ ชมภูมิประเทศภูเขา และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่อุโมงค์เขาน้ำค้างหรือหมู่บ้านปิยมิตร 5 ตามพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าลึกต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่และพิจารณาสภาพอากาศกับความปลอดภัย
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมกับสถานที่สำคัญในอำเภอนาทวี อำเภอสะเดา และพื้นที่ชายแดนจังหวัดสงขลา โดยแบ่งเวลาระหว่างการศึกษาประวัติศาสตร์และการชมธรรมชาติ เพื่อให้เข้าใจเอกลักษณ์ของพื้นที่อย่างรอบด้าน
วันเปิดทำการ: ทุกวันยกเว้นช่วงปิดฟื้นฟูตามประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น. สำหรับเขตบริการที่เปิดให้เข้าชม
การเดินทาง: จากตัวเมืองสงขลาเดินทางไปอำเภอนาทวีตามถนนสายหลัก แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่เขาน้ำค้าง โดยเส้นทางไปอุโมงค์ประวัติศาสตร์และเขตบริการอุทยานมีจุดหมายแตกต่างกัน จึงต้องเลือกเส้นทางให้ตรงกับสถานที่ที่ต้องการเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง
20. อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความสำคัญต่อการรักษาป่าต้นน้ำและระบบนิเวศของเทือกเขาพนมเบญจา มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ป่าดิบชื้น น้ำตก และถ้ำธรรมชาติ ความโดดเด่นของพื้นที่อยู่ที่ความสงบของผืนป่าและแหล่งน้ำซึ่งแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดกระบี่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติป่าเขาได้จากตัวเมืองกระบี่ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ น้ำตกห้วยโต้ และถ้ำเขาผึ้ง
ไฮไลต์: น้ำตกห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเด ถ้ำเขาผึ้ง เทือกเขาพนมเบญจา ป่าดิบชื้น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ลักษณะภูมิประเทศ: เทือกเขาพนมเบญจาเป็นแนวภูเขาสำคัญในจังหวัดกระบี่ มีป่าดิบชื้นปกคลุมและเป็นพื้นที่กำเนิดลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่พื้นที่ราบ ภูมิประเทศที่สูงชันและความชุ่มชื้นจากฝนช่วยรักษาสภาพของป่าไม้และแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้อุทยานมีความสำคัญต่อทั้งการอนุรักษ์และการใช้น้ำของชุมชนใกล้เคียง
น้ำตกห้วยโต้: น้ำตกห้วยโต้เป็นน้ำตกสำคัญของพื้นที่ มีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านโขดหินหลายระดับภายในป่าดิบชื้น บริเวณรอบน้ำตกมีต้นไม้ใหญ่และลำธารธรรมชาติที่สร้างบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพ โดยการเข้าถึงน้ำตกแต่ละชั้นขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เปิดให้บริการ
น้ำตกห้วยสะเด: น้ำตกห้วยสะเดเป็นอีกแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำของเทือกเขาพนมเบญจา สายน้ำไหลผ่านบริเวณป่าเขาที่มีความสมบูรณ์และช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศป่าดิบชื้นของจังหวัดกระบี่ การเดินทางเข้าสู่น้ำตกต้องพิจารณาสภาพเส้นทางและฤดูกาล
ถ้ำเขาผึ้ง: ถ้ำเขาผึ้งเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีหินงอกหินย้อยและภูมิประเทศภายในถ้ำที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน ความแตกต่างของห้องถ้ำและช่องทางภายในทำให้ถ้ำแห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ การเข้าชมต้องคำนึงถึงแสงสว่าง สภาพทางเดิน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
ป่าไม้และสัตว์ป่า: อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจามีป่าดิบชื้นที่ช่วยรักษาความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่า ทั้งนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยในบริเวณลำห้วยกับผืนป่า การรักษาความสมบูรณ์ของป่ามีความสำคัญต่อการคุ้มครองแหล่งต้นน้ำและระบบนิเวศของจังหวัดกระบี่
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตกห้วยโต้ สำรวจถ้ำเขาผึ้งตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ และศึกษาธรรมชาติของป่าดิบชื้น โดยควรหลีกเลี่ยงการออกนอกเส้นทางและระมัดระวังโขดหินลื่นในช่วงฤดูฝน
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่เดินทางตามเส้นทางมุ่งหน้าเทือกเขาพนมเบญจาและอำเภอเขาพนม โดยเลือกเส้นทางเข้าสู่บริเวณน้ำตกห้วยโต้ซึ่งเป็นจุดบริการหลัก การเดินทางไปยังน้ำตกหรือถ้ำอื่นอาจต้องใช้เส้นทางแยกตามจุดหมาย

21. อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเวียงสระ เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้นบนเทือกเขาสูง น้ำตกขนาดใหญ่ ลำธาร ถ้ำธรรมชาติ และภูมิประเทศป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชนโดยรอบ นอกจากคุณค่าด้านระบบนิเวศแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของภาคใต้ เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในปัจจุบัน
ไฮไลต์: น้ำตกดาดฟ้า น้ำตกเหมืองทวด น้ำตกสามห้าเจ็ด น้ำตกคลองน้ำเฒ่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่ประวัติศาสตร์บริเวณค่าย 180
ประวัติความเป็นมา: ผืนป่าใต้ร่มเย็นมีความสำคัญต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและประวัติศาสตร์ พื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนและป่าที่มีความหนาแน่นเคยเป็นพื้นที่ตั้งฐานที่มั่นของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายและมีการดำเนินงานอนุรักษ์พื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ชื่อใต้ร่มเย็นสะท้อนแนวคิดเรื่องความสงบและการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่จากความขัดแย้งสู่การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
น้ำตกดาดฟ้า: น้ำตกดาดฟ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน มีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินและหน้าผากลางป่าดิบชื้น ช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสมจะเห็นสายน้ำสีขาวไหลผ่านแนวหินที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นและชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพน้ำตก โดยการเข้าถึงแต่ละชั้นขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เปิดให้บริการ
น้ำตกเหมืองทวด: น้ำตกเหมืองทวดเป็นน้ำตกธรรมชาติอีกแห่งที่มีความสัมพันธ์กับระบบลำห้วยภายในผืนป่าใต้ร่มเย็น น้ำไหลผ่านโขดหินและลำธารในพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชัน ลักษณะภูมิประเทศทำให้บริเวณน้ำตกมีพืชพรรณขึ้นอย่างหนาแน่น การเดินเที่ยวชมควรใช้เส้นทางที่กำหนดและระมัดระวังสภาพพื้นลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตก
ค่าย 180 และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: พื้นที่ค่าย 180 มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี การศึกษาพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศภูเขา การเดินทางในป่า และเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยการเข้าถึงพื้นที่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานที่ดูแล
ป่าดิบชื้นและแหล่งต้นน้ำ: อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นมีป่าไม้ที่ได้รับความชุ่มชื้นจากฝนตามฤดูกาล ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เฟิน หวาย และพรรณไม้หลายชนิดที่เจริญเติบโตในสภาพป่าร่มครึ้ม ผืนป่าช่วยดูดซับน้ำฝนและรักษาระบบลำห้วยที่ไหลลงสู่ชุมชนในพื้นที่ต่ำกว่า จึงมีความสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของประชาชน
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตก ศึกษาธรรมชาติ ดูนก และเรียนรู้ประวัติศาสตร์พื้นที่ในเส้นทางที่เปิดให้บริการ การเดินป่าลึกและการเข้าถึงน้ำตกบางแห่งต้องพิจารณาสภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อผืนป่า
วันเปิดทำการ: ทุกวันในพื้นที่ที่ไม่อยู่ระหว่างปิดฟื้นฟู เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเดินทางไปอำเภอบ้านนาสาร หรืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของจุดท่องเที่ยวภายในอุทยาน จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นตามป้ายเข้าสู่น้ำตกหรือเขตบริการที่ต้องการเข้าชม เนื่องจากอุทยานครอบคลุมหลายพื้นที่ การเดินทางไปน้ำตกแต่ละแห่งมีเส้นทางแยกกัน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น

22. อุทยานแห่งชาติคลองพนม ตั้งอยู่ในอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูมิประเทศโดดเด่นจากภูเขาหินปูนสูงชัน ป่าดิบชื้น ลำธาร ถ้ำหินปูน และน้ำตกธรรมชาติ พื้นที่ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาสก ทำให้ภูมิประเทศมีลักษณะคล้ายคลึงกันในหลายด้าน ทั้งแนวหน้าผาหินปูนและระบบนิเวศป่าฝน แต่คลองพนมมีบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สงบและเน้นการสัมผัสธรรมชาติของผืนป่าอย่างใกล้ชิด
ไฮไลต์: ถ้ำแก้ว ถ้ำผ่านฟ้า ถ้ำน้ำลอด น้ำตกโตนชัน ลำธารคลองพนม ภูเขาหินปูน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าดิบชื้น
ลักษณะภูมิประเทศ: พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาสูงและหุบเขาแคบสลับซับซ้อน ชั้นหินปูนเกิดช่องโพรงและถ้ำธรรมชาติจากกระบวนการละลายและกัดเซาะของน้ำเป็นเวลายาวนาน ภูมิประเทศดังกล่าวทำให้เกิดลำห้วยใต้ดินและแหล่งน้ำผิวดินที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศป่าหินปูน
ถ้ำหินปูน: ภายในอุทยานมีถ้ำธรรมชาติหลายแห่งที่เกิดจากการละลายของชั้นหินปูนจนเกิดเป็นโพรงและทางเดินใต้ภูเขา บางถ้ำมีหินงอกหินย้อยและรูปทรงหินที่เกิดจากการสะสมตัวของแร่ธาตุเป็นเวลานาน การเข้าชมถ้ำต้องอาศัยการเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม และในบางเส้นทางจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง
น้ำตกโตนชัน: น้ำตกโตนชันเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีสายน้ำไหลผ่านป่าดิบชื้นและโขดหินตามระดับความสูงของภูเขา บริเวณลำธารมีความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่และพืชพื้นล่างที่ต้องการความชื้นสูง ทำให้เป็นพื้นที่ศึกษาธรรมชาติที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้กับระบบต้นน้ำได้อย่างชัดเจน
ป่าดิบชื้นและความหลากหลายทางชีวภาพ: ผืนป่าคลองพนมประกอบด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ปาล์ม หวาย เฟิน และพืชอิงอาศัยที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศชื้น พื้นที่ป่าเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงนก แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ประโยชน์จากระบบลำห้วยและป่าเขา การรักษาความต่อเนื่องของผืนป่ามีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว
การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเขาสก: อุทยานแห่งชาติคลองพนมตั้งอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขาสก สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวป่าหินปูนและป่าดิบชื้นร่วมกันได้ โดยนักท่องเที่ยวที่มีเวลาหลายวันสามารถเลือกเที่ยวถ้ำและน้ำตกของคลองพนม ก่อนเดินทางต่อไปชมทะเลสาบเชี่ยวหลานหรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณคลองศก
การเตรียมตัว: การเดินเที่ยวพื้นที่ถ้ำ น้ำตก และป่าลึกควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับสภาพทางเดิน เตรียมน้ำดื่มและอุปกรณ์จำเป็น พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ ในช่วงที่ฝนตกหนักต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางถ้ำที่อาจมีน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลำธารซึ่งเสี่ยงต่อน้ำหลาก
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลและประกาศของอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับพื้นที่บริการที่เปิดให้เข้าชม
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 มุ่งหน้าอำเภอพนม แล้วเดินทางตามป้ายเข้าสู่เขตบริการอุทยานแห่งชาติคลองพนม โดยเส้นทางไปน้ำตกและถ้ำบางแห่งอยู่คนละจุด จึงควรเลือกทางเข้าตามสถานที่ที่ต้องการเข้าชม
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติคลองพนม

23. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ตั้งอยู่ในอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และมีพื้นที่ป่าต่อเนื่องในบริเวณรอยต่อจังหวัดยะลากับสงขลา เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความโดดเด่นจากน้ำตกทรายขาวซึ่งไหลลงมาตามหน้าผาหินสูงท่ามกลางป่าดิบชื้น ผืนป่าแห่งนี้อยู่ในระบบเทือกเขาสันกาลาคีรีและมีความสำคัญต่อแหล่งต้นน้ำของภาคใต้ตอนล่าง เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวน้ำตก การเดินศึกษาธรรมชาติ และการพักผ่อนในบรรยากาศภูเขาที่มีความสงบร่มรื่น
ไฮไลต์: น้ำตกทรายขาว น้ำตกโผงโผง น้ำตกอรัญวาริน ผืนป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี และแหล่งธรรมชาติบริเวณอำเภอโคกโพธิ์
น้ำตกทรายขาว: น้ำตกทรายขาวเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดปัตตานี มีสายน้ำไหลผ่านหน้าผาหินสูงและโขดหินหลายระดับ โดยบริเวณด้านล่างมีลำธารและพื้นที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ความงดงามของน้ำตกเกิดจากสายน้ำสีขาวซึ่งไหลตัดกับผืนป่าเขียวชอุ่ม ทำให้เกิดภูมิทัศน์ธรรมชาติที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
ความสำคัญของผืนป่า: พื้นที่อุทยานมีป่าดิบชื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำในแนวเทือกเขาภาคใต้ตอนล่าง ต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้พื้นล่างช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดิน ขณะที่รากไม้มีบทบาทในการลดการชะล้างพังทลายของดินบนภูเขา ลำห้วยที่เกิดจากผืนป่าช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรมที่อยู่ต่ำลงไป
น้ำตกโผงโผง: น้ำตกโผงโผงเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศป่าเขาของจังหวัดปัตตานี มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินและบริเวณป่าชื้น โดยบรรยากาศโดยรอบยังคงลักษณะของธรรมชาติภูเขา เหมาะกับการชมภูมิทัศน์และศึกษาลำธารตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ
ระบบนิเวศและสัตว์ป่า: ความชุ่มชื้นของผืนป่าทำให้เกิดแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าหลายชนิดที่ต้องการสภาพป่าเขตร้อน การรักษาความสงบของพื้นที่และการใช้เส้นทางท่องเที่ยวที่กำหนดช่วยลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อสัตว์ป่าที่อาศัยในบริเวณป่าและลำห้วย
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตก ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาพรรณไม้ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่เปิดให้บริการ การเดินไปยังน้ำตกชั้นสูงหรือพื้นที่ป่าลึกต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเส้นทางบางช่วงอาจลาดชันและมีโขดหินลื่น โดยเฉพาะในช่วงฝนตก
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในจังหวัดปัตตานี โดยการท่องเที่ยวควรแบ่งเวลาระหว่างบริเวณน้ำตกหลักกับสถานที่ใกล้เคียงตามสภาพเส้นทางและเวลาที่เหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองปัตตานีใช้ทางหลวงหมายเลข 409 มุ่งหน้าอำเภอโคกโพธิ์และตำบลนาประดู่ จากนั้นเดินทางตามป้ายไปยังตำบลทรายขาวและอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว เส้นทางเข้าสู่น้ำตกมีถนนท้องถิ่นเชื่อมกับจุดบริการของอุทยาน

24. อุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ ตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพื้นที่สำคัญบริเวณอำเภอขนอมและชายฝั่งทะเลใกล้เคียง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากชายหาดยาว อ่าวธรรมชาติ เกาะเล็กเกาะใหญ่ ป่าชายเลน และแหล่งอาศัยของโลมาสีชมพู ความงดงามของพื้นที่นี้อยู่ที่ภูมิประเทศชายฝั่งอ่าวไทยซึ่งมีแนวภูเขาและต้นไม้เขียวชอุ่มอยู่ใกล้ทะเล ทำให้สามารถเที่ยวชมชายหาด จุดชมวิว และธรรมชาติทางทะเลได้ในเส้นทางเดียว
ไฮไลต์: หาดในเพลา หาดหน้าด่าน อ่าวท้องเนียน แหลมประทับ จุดชมโลมาสีชมพู เกาะท่าไร่ และแนวชายฝั่งอำเภอขนอม
หาดในเพลา: หาดในเพลาเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของอำเภอขนอม มีแนวทรายทอดยาวและทิวทัศน์ทะเลอ่าวไทยที่เปิดกว้าง บริเวณชายหาดมีแนวภูเขาและต้นไม้ริมฝั่ง ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนและเดินชมธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่สามารถสัมผัสความสงบของชายหาดและแสงอาทิตย์เหนือทะเล
โลมาสีชมพู: ทะเลบริเวณขนอมเป็นพื้นที่ที่มีการพบโลมาหลังโหนกอินโดแปซิฟิก ซึ่งบางตัวมีสีชมพูเมื่อโตเต็มวัย การชมโลมาเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยต้องใช้เรือที่ดำเนินกิจกรรมอย่างรับผิดชอบ ไม่ขับไล่หรือเร่งความเร็วติดตามฝูงโลมา และรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัตว์ทะเล
ภูมิประเทศชายฝั่งและหมู่เกาะ: แนวชายฝั่งขนอมมีทั้งอ่าวเว้าแหว่ง แหลม และเกาะขนาดเล็กที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน ลักษณะของภูเขาที่ตั้งใกล้ทะเลทำให้เกิดทิวทัศน์โดดเด่นจากหน้าผาและชายหาดธรรมชาติ พื้นที่เกาะต่าง ๆ มีความสำคัญต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง
ป่าชายเลนและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ: บริเวณปากคลองและอ่าวน้ำตื้นบางแห่งมีป่าชายเลนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัยและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน รากไม้ช่วยดักตะกอนและรักษาสภาพพื้นที่น้ำกร่อย ขณะที่ชุมชนประมงพื้นบ้านใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งในการดำรงชีวิต การคุ้มครองพื้นที่ดังกล่าวจึงช่วยรักษาทั้งธรรมชาติและฐานทรัพยากรของชุมชน
แหลมประทับและการท่องเที่ยวทางเรือ: แหลมประทับเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชมโลมาและภูมิประเทศทะเลขนอม โดยผู้มาเยือนสามารถใช้บริการเรือท้องถิ่นตามรอบที่เปิดให้บริการเพื่อชมธรรมชาติของอ่าวและเกาะต่าง ๆ กิจกรรมต้องคำนึงถึงสภาพคลื่นลมและมาตรการอนุรักษ์สัตว์ทะเล
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางพักผ่อนชายหาดขนอมร่วมกับจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่อำเภอขนอม โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบและสนใจธรรมชาติชายฝั่งมากกว่ากิจกรรมดำน้ำในทะเลลึก
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการทั่วไป เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. โดยกิจกรรมทางเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการเปิดพื้นที่
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินทางไปอำเภอขนอมตามถนนสายหลัก จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณหาดในเพลา หาดหน้าด่าน หรือจุดบริการเรือสำหรับชมธรรมชาติทางทะเลตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม

25. อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด ตั้งอยู่บริเวณอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีพื้นที่ต่อเนื่องไปทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากผืนป่าดิบชื้น ภูเขาสลับซับซ้อน และน้ำตกหินปูนที่มีแอ่งน้ำธรรมชาติสีเขียวใส น้ำตกสี่ขีดเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางลำธารและป่าไม้ โดยสามารถเดินทางจากพื้นที่ชายฝั่งอำเภอสิชลเข้าสู่ธรรมชาติป่าภูเขาได้ไม่ไกลนัก
ไฮไลต์: น้ำตกสี่ขีด แอ่งน้ำธรรมชาติสีเขียวมรกต ลำธารหินปูน ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
น้ำตกสี่ขีด: น้ำตกสี่ขีดเป็นน้ำตกที่มีลักษณะสายน้ำไหลผ่านโขดหินและแอ่งน้ำลดหลั่นกันตามภูมิประเทศ บางช่วงเกิดเป็นแอ่งน้ำกว้างที่มีน้ำใสและแนวหินตามธรรมชาติ ความร่มรื่นของต้นไม้ริมลำธารทำให้บริเวณนี้เป็นจุดพักผ่อนที่ได้รับความนิยม โดยการลงเล่นน้ำต้องใช้เฉพาะบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
ภูมิประเทศเทือกเขานครศรีธรรมราช: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยภูเขาสูงและหุบเขาที่มีความลาดชัน โดยมีแนวสันปันน้ำเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศรอยต่อจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ป่าไม้ปกคลุมภูเขาและลำห้วยที่ไหลลงสู่พื้นที่ราบ ทำให้พื้นที่มีความสำคัญต่อการรักษาระบบต้นน้ำและความชุ่มชื้นของภูมิภาค
ลักษณะน้ำตกหินปูน: สายน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินปูนทำให้เกิดลักษณะของแอ่งน้ำและพื้นหินที่แตกต่างจากน้ำตกบนภูเขาหินแกรนิต กระบวนการสะสมตัวของแร่ธาตุในน้ำมีบทบาทต่อรูปร่างของหินและลำธารบางช่วง ขณะที่พรรณไม้ริมธารช่วยรักษาร่มเงาและความชุ่มชื้นตลอดแนวแหล่งน้ำ
ป่าดิบชื้นและระบบนิเวศ: อุทยานมีพรรณไม้เขตร้อนหลากหลายชนิดตามระดับความสูงและสภาพความชื้น ป่าไม้เป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์ป่าขนาดเล็กที่ใช้ลำธารเป็นแหล่งน้ำ การรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในบริเวณลำธารมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในระบบน้ำธรรมชาติ
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมลำธาร พักผ่อนบริเวณแอ่งน้ำที่เปิดให้บริการ ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาป่าไม้โดยรอบ พื้นที่น้ำตกเหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวในบริเวณที่เข้าถึงได้สะดวก แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเมื่อฝนตกหนักและสายน้ำมีระดับสูง
การเดินทางเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับชายหาดในอำเภอสิชลหรือพื้นที่อำเภอขนอม โดยแบ่งเวลาเที่ยวธรรมชาติป่าภูเขากับชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตามความเหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางไปอำเภอสิชล จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลสี่ขีดและเขตบริการอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดตามป้ายบอกทาง โดยเส้นทางช่วงท้ายเข้าสู่พื้นที่ป่าและลำธารธรรมชาติ

26. อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ตั้งอยู่บริเวณตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความโดดเด่นจากน้ำตกขนาดใหญ่ ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และลำธารธรรมชาติที่ไหลผ่านพื้นที่ภูเขาสูง อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของอำเภอทุ่งสง โดยมีน้ำตกโยงเป็นจุดท่องเที่ยวหลักและเป็นแหล่งพักผ่อนที่ได้รับความนิยมจากประชาชนในท้องถิ่น
ไฮไลต์: น้ำตกโยง น้ำตกปลิว น้ำตกหนานโจน น้ำตกหนานเตย ป่าดิบชื้น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ภูเขา
น้ำตกโยง: น้ำตกโยงเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีสายน้ำไหลลงมาจากภูเขาผ่านหน้าผาและโขดหินท่ามกลางผืนป่า ในช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสมจะเห็นสายน้ำสีขาวไหลผ่านแนวหินอย่างเด่นชัด บริเวณด้านล่างมีพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะกับการเดินชมลำธารและพักผ่อนตามจุดที่เปิดให้บริการ
ภูมิประเทศและระบบต้นน้ำ: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้ที่ได้รับความชุ่มชื้นจากฝนตามฤดูกาล ลำห้วยหลายสายไหลจากพื้นที่สูงลงสู่บริเวณอำเภอทุ่งสง โดยผืนป่ามีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพน้ำและลดการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ลาดชัน
น้ำตกปลิวและแหล่งน้ำธรรมชาติ: นอกจากน้ำตกโยงแล้ว พื้นที่ยังมีน้ำตกและลำธารที่มีลักษณะแตกต่างกันตามระดับภูมิประเทศ การเที่ยวชมน้ำตกปลิวช่วยให้เห็นความหลากหลายของระบบน้ำในป่าดิบชื้น ขณะที่บริเวณลำธารมีพรรณไม้และสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
ป่าดิบชื้นและความหลากหลายทางชีวภาพ: ป่าไม้ของน้ำตกโยงมีความสำคัญต่อพรรณไม้เขตร้อนและสัตว์ป่าที่อาศัยในระบบนิเวศภูเขา ทั้งไม้ยืนต้น เฟิน หวาย นก และสัตว์ที่ใช้ลำห้วยเป็นแหล่งน้ำ ความสมบูรณ์ของป่าช่วยให้ลำธารคงความชุ่มชื้นและเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ
การท่องเที่ยวและกิจกรรม: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตก ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาพรรณไม้ตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ พื้นที่น้ำตกบางส่วนเหมาะกับการพักผ่อนแบบครอบครัว ส่วนเส้นทางเดินป่าที่อยู่ลึกเข้าไปต้องพิจารณาความเหมาะสมของสภาพร่างกายและอุปกรณ์ที่เตรียมมา
ความสำคัญต่อชุมชน: อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงเป็นแหล่งธรรมชาติที่อยู่ใกล้เมืองทุ่งสง จึงมีความสำคัญต่อการพักผ่อนของประชาชนและการศึกษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ผืนป่าต้นน้ำยังมีบทบาทต่อระบบลำห้วยที่เชื่อมโยงกับชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดตรังเดินทางไปอำเภอทุ่งสง แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลถ้ำใหญ่และอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง โดยมีป้ายบอกทางเข้าสู่บริเวณน้ำตกหลักจากถนนสายสำคัญของอำเภอ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง

27. อุทยานแห่งชาติเขาปู่–เขาย่า ตั้งอยู่ในจังหวัดพัทลุงและครอบคลุมพื้นที่ป่าต่อเนื่องไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราชกับตรัง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้นขนาดใหญ่บนแนวเทือกเขาบรรทัด ภูเขาสลับซับซ้อน ถ้ำ น้ำตก และระบบต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชนในภาคใต้ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและความหลากหลายของธรรมชาติทำให้พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติ ดูนก และเรียนรู้ระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อน
ไฮไลต์: เขาปู่ เขาย่า ถ้ำมัจฉาปลาวน ถ้ำรื่นเทพนิมิต เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าดิบชื้น และแหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณเทือกเขาบรรทัด
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติเขาปู่–เขาย่าได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2525 เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญต่อผืนป่าเทือกเขาบรรทัด ชื่อเขาปู่และเขาย่ามีความเกี่ยวข้องกับภูเขาที่ชุมชนท้องถิ่นรู้จักและให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำภูเขาและความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่ากับวิถีชีวิตของชาวบ้าน
ผืนป่าเทือกเขาบรรทัด: พื้นที่เขาปู่–เขาย่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวป่าภูเขาที่ทอดตัวผ่านหลายจังหวัดภาคใต้ มีสภาพป่าดิบชื้นซึ่งมีต้นไม้ขนาดใหญ่และพรรณไม้พื้นล่างขึ้นหนาแน่น ความชุ่มชื้นจากฝนและลำห้วยช่วยให้เกิดระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อสัตว์ป่าและพรรณไม้เขตร้อนหลายชนิด
ถ้ำมัจฉาปลาวน: ถ้ำมัจฉาปลาวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากถ้ำหินปูนและลำธารที่มีปลาน้ำจืดอาศัยอยู่ บริเวณถ้ำมีบรรยากาศร่มรื่นและเป็นจุดศึกษาธรรมชาติที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูเขาหินปูน แหล่งน้ำ และสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำจืด
ถ้ำรื่นเทพนิมิต: ถ้ำรื่นเทพนิมิตเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีลักษณะภูมิประเทศหินปูน ภายในมีช่องโพรงและรูปร่างหินที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา การเข้าชมต้องใช้เส้นทางที่เปิดให้บริการและระมัดระวังสภาพพื้นถ้ำที่อาจมีความชื้นสูง
ความสำคัญด้านแหล่งต้นน้ำ: ป่าไม้ของอุทยานมีบทบาทในการรักษาความชุ่มชื้นและเป็นแหล่งกำเนิดลำห้วยที่ไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง ต้นไม้ช่วยดูดซับน้ำฝนและลดการพังทลายของดินบนพื้นที่ลาดชัน ความสมบูรณ์ของผืนป่าจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับทรัพยากรน้ำของพื้นที่ตอนล่าง
การศึกษาธรรมชาติและการดูนก: ผืนป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่และพรรณไม้หลากหลายชนิดเป็นแหล่งอาศัยของนกและสัตว์ป่า การเดินศึกษาธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องพรรณไม้ ระบบลำธาร และความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับถิ่นอาศัย โดยกิจกรรมต้องอยู่ในเส้นทางที่อุทยานกำหนด
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับแหล่งธรรมชาติบริเวณอำเภอศรีบรรพตและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดพัทลุง โดยเลือกเที่ยวถ้ำและเส้นทางป่าในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน ยกเว้นช่วงปิดฟื้นฟูประจำปี 15 พฤศจิกายน–25 ธันวาคม ตามข้อมูลพื้นที่บริการ เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพัทลุงเดินทางไปอำเภอศรีบรรพต จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลเขาปู่และที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่–เขาย่า โดยมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวถ้ำและพื้นที่ธรรมชาติที่เปิดให้บริการ

28. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันของจังหวัดสตูลและตรัง มีที่ทำการสำคัญอยู่บริเวณอ่าวนุ่น อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความโดดเด่นจากภูเขาหินปูนริมทะเล เกาะขนาดเล็ก ชายหาด ป่าชายเลน และทิวทัศน์ของทะเลอันดามันตอนใต้ พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลและศึกษาธรรมชาติชายฝั่งโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังหมู่เกาะไกลฝั่ง
ไฮไลต์: อ่าวนุ่น เกาะเภตรา เกาะเหลาเหลียง หาดราไว เกาะลิดี และจุดชมวิวภูเขาหินปูนริมทะเล
ลักษณะภูมิประเทศ: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรามีภูมิประเทศเป็นแนวชายฝั่งที่มีภูเขาหินปูนและเกาะกระจายอยู่ในทะเล บางบริเวณมีหน้าผาสูงชัน บางแห่งเป็นชายหาดหรือโขดหินชายฝั่ง ทำให้เกิดความหลากหลายของระบบนิเวศ ตั้งแต่ป่าชายหาด ป่าชายเลน ไปจนถึงพื้นที่น้ำทะเลและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ
อ่าวนุ่น: อ่าวนุ่นเป็นพื้นที่สำคัญของอุทยาน มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูเขาหินปูนและทะเลอันดามันได้อย่างกว้างขวาง บรรยากาศริมอ่าวเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพ โดยภูมิประเทศบริเวณชายฝั่งทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวหินและระดับน้ำทะเลตามธรรมชาติ
เกาะเภตราและเกาะใกล้เคียง: กลุ่มเกาะภายในอุทยานมีความโดดเด่นจากหน้าผาหินปูนและแนวชายฝั่งที่มีรูปทรงแตกต่างกัน เกาะบางแห่งมีชายหาดขนาดเล็กและแนวโขดหินที่เหมาะกับการชมภูมิทัศน์ การเดินทางไปยังเกาะขึ้นอยู่กับเรือที่ให้บริการและการอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ตามช่วงฤดูกาล
เกาะเหลาเหลียง: เกาะเหลาเหลียงเป็นกลุ่มเกาะหินปูนที่มีหน้าผาสูงและชายหาดธรรมชาติซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทะเลอันดามันตอนใต้ ภูมิทัศน์ของเกาะมีความโดดเด่นจากหน้าผาที่ตั้งสูงเหนือผิวน้ำ โดยกิจกรรมท่องเที่ยวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์และสถานะการเปิดพื้นที่ในแต่ละฤดูกาล
ระบบนิเวศชายฝั่งและสัตว์ทะเล: ป่าชายเลนและแนวชายฝั่งของอุทยานมีความสำคัญต่อการเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ขณะที่พื้นที่ทะเลรอบเกาะมีโขดหินและสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศชายฝั่ง การลดขยะและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่รบกวนสัตว์ทะเลเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราสามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งจังหวัดสตูลได้ โดยพื้นที่อ่าวนุ่นเหมาะกับการแวะชมธรรมชาติระหว่างเดินทาง ส่วนการเที่ยวหมู่เกาะต้องวางแผนตามสภาพทะเลและบริการเรือ
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับที่ทำการและอ่าวนุ่น โดยพื้นที่เกาะเปิดตามประกาศ เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. สำหรับเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปอำเภอละงู แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลปากน้ำและอ่าวนุ่นตามป้ายบอกทาง สำหรับการเดินทางไปยังเกาะภายในอุทยานต้องใช้บริการเรือจากท่าเรือที่เปิดให้บริการตามจุดหมาย

29. อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ตั้งอยู่ในอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญต่อผืนป่าภูเขาบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย มีภูมิประเทศเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้น ลำธาร ถ้ำหินปูน และพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำเทพา ความโดดเด่นของอุทยานอยู่ที่ธรรมชาติป่าฝนของภาคใต้ตอนล่างและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ไฮไลต์: ผืนป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี แหล่งต้นน้ำแม่น้ำเทพา บ้านซีหุย ถ้ำหินปูน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย
ภูมิประเทศเทือกเขาสันกาลาคีรี: เทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นแนวภูเขาสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง โดยมีภูมิประเทศสูงต่ำสลับซับซ้อนและปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น ความหลากหลายของระดับความสูงและสภาพอากาศช่วยสร้างถิ่นอาศัยของพรรณไม้และสัตว์ป่าหลายชนิด ผืนป่ามีบทบาทในการรักษาความต่อเนื่องของระบบนิเวศบริเวณชายแดน
แหล่งต้นน้ำแม่น้ำเทพา: พื้นที่ป่าของอุทยานมีความสำคัญต่อระบบลำห้วยที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำแม่น้ำเทพา ซึ่งเป็นระบบน้ำสำคัญของจังหวัดสงขลา ผืนป่าช่วยดูดซับน้ำฝนและรักษาความชุ่มชื้นของดิน ทำให้ลำห้วยมีบทบาทต่อทั้งระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของชุมชนในพื้นที่ต่ำกว่า
ถ้ำหินปูนและธรรมชาติภูเขา: ภายในพื้นที่มีภูมิประเทศหินปูนและถ้ำธรรมชาติซึ่งเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน บางบริเวณมีหินงอกหินย้อยและช่องโพรงที่เป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตซึ่งปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย การเข้าชมถ้ำต้องคำนึงถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการอนุญาตของเจ้าหน้าที่
ชุมชนบ้านซีหุย: บ้านซีหุยเป็นชุมชนในพื้นที่ภูเขาที่มีความสัมพันธ์กับทรัพยากรป่าไม้และเส้นทางธรรมชาติของอำเภอสะบ้าย้อย การเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับผืนป่า และความสำคัญของการรักษาทรัพยากรต้นน้ำเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชน
ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ: ป่าดิบชื้นของสันกาลาคีรีมีพรรณไม้หลายชนิดที่เจริญเติบโตภายใต้สภาพอากาศชื้น ทั้งไม้ยืนต้น เฟิน หวาย และพืชพื้นล่าง พื้นที่ป่าเป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าชนิดอื่น การเดินศึกษาธรรมชาติช่วยให้เข้าใจองค์ประกอบของป่าฝนเขตร้อนและบทบาทของผืนป่าต่อระบบต้นน้ำ
การท่องเที่ยวและความปลอดภัย: การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติของอุทยานควรใช้เส้นทางที่เปิดให้บริการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าลึกและบริเวณภูเขาชายแดนซึ่งมีข้อกำหนดด้านการเข้าถึงแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น. ของเขตบริการทั่วไป
การเดินทาง: จากตัวเมืองสงขลาเดินทางไปอำเภอสะบ้าย้อย แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลบาโหยและเขตบริการอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีตามป้ายบอกทาง การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่าบางแห่งต้องใช้การประสานงานกับเจ้าหน้าที่

30. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี ตั้งอยู่ในภาคใต้ตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญต่อการรักษาผืนป่าดิบชื้นบนแนวเทือกเขาบูโดและสุไหงปาดี โดยมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ป่าทึบ น้ำตก ลำธาร และพื้นที่ต้นน้ำหลายแห่ง จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ น้ำตกปาโจในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีความงดงามจากสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าผาหินกลางป่าธรรมชาติ
ไฮไลต์: น้ำตกปาโจ น้ำตกฉัตรวาริน ผืนป่าเทือกเขาบูโด ป่าดิบชื้นบนเทือกเขาสุไหงปาดี พรรณไม้เฉพาะถิ่น และแหล่งต้นน้ำของภาคใต้ตอนล่าง
ภูมิประเทศและผืนป่า: พื้นที่อุทยานประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น มีลำห้วยไหลผ่านหุบเขาและหน้าผาหินหลายแห่ง สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ใหญ่ พืชอิงอาศัย และพรรณไม้พื้นล่างที่มีความหลากหลาย ความต่อเนื่องของป่ามีความสำคัญต่อการรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าในภาคใต้ตอนล่าง
น้ำตกปาโจ: น้ำตกปาโจตั้งอยู่ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านหน้าผาหินและโขดหินหลายระดับ ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้น บริเวณน้ำตกมีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยมีหลักฐานการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในบริเวณพื้นที่ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนในท้องถิ่น
น้ำตกฉัตรวาริน: น้ำตกฉัตรวารินเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดนราธิวาสที่มีลำธารและแอ่งน้ำท่ามกลางป่าร่มรื่น บริเวณโดยรอบมีพืชพรรณเขตร้อนและสภาพภูมิประเทศที่เหมาะกับการศึกษาระบบนิเวศลำห้วย การท่องเที่ยวต้องเลือกบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมและคำนึงถึงสภาพน้ำในแต่ละฤดูกาล
ความหลากหลายทางชีวภาพ: ป่าดิบชื้นของเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดีเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อพรรณไม้เขตร้อนและสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสภาพอากาศชื้นและป่าที่มีความต่อเนื่อง ระบบนิเวศป่าภูเขายังเป็นแหล่งต้นน้ำและช่วยรักษาคุณภาพน้ำของชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ความสำคัญต่อชุมชน: ผืนป่าบูโด–สุไหงปาดีมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ซึ่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด การอนุรักษ์ผืนป่าจึงมีความสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
การท่องเที่ยวและข้อควรระวัง: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตกปาโจและแหล่งธรรมชาติอื่นในพื้นที่ที่อุทยานเปิดให้บริการ โดยควรใช้เส้นทางหลักและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาห่างไกลและป่าลึกต้องพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยและการอนุญาตเข้าพื้นที่เป็นสำคัญ
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่บริการที่ได้รับอนุญาต เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองนราธิวาสใช้ทางหลวงหมายเลข 42 มุ่งหน้าอำเภอบาเจาะ แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณน้ำตกปาโจและเขตบริการอุทยาน ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นที่อยู่ในจังหวัดยะลาและปัตตานีมีเส้นทางแยกตามจุดหมาย

31. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและหมู่เกาะสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะหาดนพรัตน์ธารา อ่าวนาง หมู่เกาะพีพี และเกาะขนาดเล็กที่กระจายอยู่บริเวณชายฝั่ง ความโดดเด่นของอุทยานอยู่ที่ภูเขาหินปูนสูงชัน ชายหาดทรายขาว น้ำทะเลใส แนวปะการัง และอ่าวธรรมชาติที่มีภูมิประเทศแตกต่างกัน ทำให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวทะเลของประเทศไทย
ไฮไลต์: หาดนพรัตน์ธารา อ่าวนาง เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ อ่าวโล๊ะซามะ ถ้ำไวกิ้ง เกาะไม้ไผ่ และธรรมชาติหมู่เกาะทะเลอันดามัน
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพีได้รับการประกาศจัดตั้งเพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดกระบี่ พื้นที่ประกอบด้วยเกาะหินปูนที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน ก่อนถูกคลื่นทะเลและน้ำฝนกัดเซาะจนเกิดเป็นหน้าผา อ่าว เวิ้งถ้ำ และชายหาดธรรมชาติที่มีรูปร่างเฉพาะตัว การอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อแนวปะการัง สัตว์ทะเล และระบบนิเวศชายฝั่งที่รองรับการท่องเที่ยวจำนวนมาก
หาดนพรัตน์ธารา: หาดนพรัตน์ธาราตั้งอยู่บริเวณตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เป็นชายหาดยาวที่มีแนวต้นสนทะเลและปากคลองซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง บริเวณชายหาดสามารถมองเห็นเกาะและแนวภูเขาหินปูนกลางทะเลได้อย่างชัดเจน ความร่มรื่นของต้นสนทำให้พื้นที่เหมาะกับการเดินชมชายหาด พักผ่อน และชมพระอาทิตย์ตก ส่วนแนวปากคลองเป็นบริเวณที่สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศชายฝั่งตามระดับน้ำทะเล
หมู่เกาะพีพี: หมู่เกาะพีพีเป็นกลุ่มเกาะที่มีชื่อเสียงจากภูเขาหินปูนสูงชันและน้ำทะเลสีฟ้าใส เกาะพีพีดอนเป็นศูนย์กลางชุมชนและบริการท่องเที่ยว ส่วนเกาะพีพีเลมีธรรมชาติที่โดดเด่นจากหน้าผาหินปูนล้อมรอบอ่าวขนาดเล็กและแนวทะเลน้ำตื้น การเดินทางระหว่างเกาะใช้เรือและต้องพิจารณาข้อกำหนดของอุทยาน รวมถึงมาตรการคุ้มครองพื้นที่อ่อนไหวทางธรรมชาติ
อ่าวมาหยา: อ่าวมาหยาเป็นอ่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากชายหาดสีขาวและหน้าผาหินปูนสูงที่โอบล้อมพื้นที่ไว้เกือบรอบด้าน ลักษณะดังกล่าวทำให้อ่าวมีทิวทัศน์โดดเด่นและเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญของจังหวัดกระบี่ อย่างไรก็ตาม อ่าวมาหยามีมาตรการควบคุมการท่องเที่ยวเพื่อคุ้มครองระบบนิเวศ โดยเฉพาะสัตว์ทะเลและแนวปะการัง นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องจุดขึ้นฝั่ง พื้นที่เดินชม และข้อห้ามในการลงน้ำ
อ่าวปิเละและภูมิประเทศลากูน: อ่าวปิเละเป็นเวิ้งน้ำที่มีภูเขาหินปูนสูงล้อมรอบ ลักษณะของอ่าวทำให้เกิดผืนน้ำสีเขียวอมฟ้าท่ามกลางหน้าผา เป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสำหรับการล่องเรือชมภูมิทัศน์ธรรมชาติ การเข้าชมขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและมาตรการใช้พื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา โดยผู้ให้บริการเรือต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน
แนวปะการังและการอนุรักษ์: พื้นที่ทางทะเลของอุทยานมีแนวปะการังและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด รวมถึงปลาในแนวปะการังและสัตว์ทะเลที่ใช้ระบบนิเวศชายฝั่งเป็นแหล่งอาหาร การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต้องหลีกเลี่ยงการเหยียบปะการัง ไม่ให้อาหารสัตว์น้ำ ไม่ทิ้งขยะ และใช้เฉพาะจุดดำน้ำที่เปิดให้บริการ
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา และหมู่เกาะใกล้เคียง โดยผู้ที่มีเวลาน้อยสามารถพักผ่อนบนชายฝั่ง ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสเกาะพีพีและอ่าวมาหยาควรจัดเวลาเดินทางด้วยเรือแยกต่างหาก เพื่อให้มีเวลาชมธรรมชาติและปฏิบัติตามมาตรการเข้าพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่ใช้ถนนมุ่งหน้าอ่าวนางและหาดนพรัตน์ธารา ส่วนการเดินทางไปหมู่เกาะพีพีสามารถใช้เรือจากท่าเรือในจังหวัดกระบี่หรือพื้นที่ใกล้เคียงตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ โดยการเข้าอ่าวมาหยาและเกาะต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามฤดูกาลและข้อกำหนดของอุทยาน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง หาดนพรัตน์ธารา

32. อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ–เกาะพะงัน ตั้งอยู่บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีความสำคัญต่อการรักษาผืนป่าภูเขา แหล่งต้นน้ำ น้ำตก และระบบนิเวศธรรมชาติของเกาะพะงัน พื้นที่แห่งนี้มีความแตกต่างจากชายหาดท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีภูเขาสูงอยู่ตอนกลางเกาะและป่าดิบชื้นที่เป็นแหล่งกำเนิดลำธารหลายสาย โดยมีน้ำตกธารเสด็จเป็นสถานที่สำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทย
ไฮไลต์: น้ำตกธารเสด็จ น้ำตกแพง จุดชมวิวโดมศิลา ป่าดิบชื้นบนเกาะพะงัน ภูเขารา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณป่าต้นน้ำ
ประวัติความเป็นมา: น้ำตกธารเสด็จมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จากการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อมา พื้นที่ลำธารมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนิน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเกาะพะงัน การอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำช่วยรักษาความสมบูรณ์ของลำธารและภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับเรื่องราวดังกล่าว
น้ำตกธารเสด็จ: น้ำตกธารเสด็จเป็นลำธารน้ำจืดที่ไหลผ่านโขดหินแกรนิตและผืนป่าร่มครึ้ม มีลักษณะสายน้ำไหลลดหลั่นต่อเนื่องตามความลาดชันของภูเขา บริเวณลำธารมีความงดงามจากโขดหินธรรมชาติและต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมลำธารในพื้นที่ที่เปิดให้บริการและเรียนรู้เรื่องความสำคัญของแหล่งน้ำต่อชุมชนบนเกาะ
น้ำตกแพงและจุดชมวิวโดมศิลา: น้ำตกแพงเป็นน้ำตกสำคัญอีกแห่งบนเกาะพะงัน ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าภูเขาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ส่วนจุดชมวิวโดมศิลาเป็นพื้นที่สูงที่สามารถชมภูมิประเทศของเกาะและทิวทัศน์โดยรอบได้ การเดินขึ้นจุดชมวิวต้องใช้เส้นทางธรรมชาติที่มีความลาดชันและต้องสวมรองเท้าที่เหมาะสม
ระบบนิเวศป่าเกาะ: ผืนป่าภายในอุทยานมีความสำคัญต่อการรักษาแหล่งน้ำจืดของเกาะพะงัน เนื่องจากเกาะมีพื้นที่จำกัดและแหล่งต้นน้ำขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ ต้นไม้และพืชพื้นล่างช่วยดูดซับน้ำฝนและลดการพังทลายของดิน ขณะที่ลำห้วยเป็นแหล่งน้ำสำหรับระบบนิเวศและชุมชนที่อยู่ด้านล่าง
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางน้ำตกธารเสด็จและน้ำตกแพงร่วมกับชายหาดบนเกาะพะงันได้ โดยแยกเวลาสำหรับเดินชมป่าภูเขาและพักผ่อนริมทะเล เนื่องจากเส้นทางบางช่วงมีความลาดชันและใช้เวลาเดินทางแตกต่างจากการเที่ยวชายหาดทั่วไป
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่บริการที่เปิดตามปกติ เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น.
การเดินทาง: เดินทางโดยเรือโดยสารจากท่าเรือดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือจากเกาะสมุยไปยังเกาะพะงัน จากท่าเรือท้องศาลาใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เดินทางต่อไปยังน้ำตกธารเสด็จและจุดบริการอุทยาน โดยควรเลือกเส้นทางตามสถานที่ที่ต้องการเข้าชม

33. อุทยานแห่งชาติเขานัน ตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาในอำเภอท่าศาลา อำเภอนบพิตำ และอำเภอสิชล เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากผืนป่าดิบชื้น เทือกเขาสูง น้ำตก ถ้ำ และพรรณไม้ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อน พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขานครศรีธรรมราชและมีความเชื่อมโยงกับผืนป่าเขาหลวง ทำให้มีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบต้นน้ำของภาคใต้
ไฮไลต์: น้ำตกสุนันทา ถ้ำหงส์ น้ำตกคลองแก้ว เส้นทางศึกษาธรรมชาติบัวแฉกใหญ่ ป่าประ และยอดเขานัน
ยอดเขานันและภูมิประเทศภูเขาสูง: เขานันเป็นภูเขาสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีระดับความสูงประมาณ 1,438 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง โดยมีป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาปกคลุมตามระดับความสูง ความแตกต่างของภูมิประเทศทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อพรรณไม้หลายชนิด ตั้งแต่ไม้ยืนต้นในพื้นที่ต่ำจนถึงพืชที่ต้องการอากาศเย็นและความชื้นสูงบริเวณภูเขา
น้ำตกสุนันทา: น้ำตกสุนันทาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยาน มีสายน้ำไหลผ่านโขดหินและป่าดิบชื้นที่ร่มรื่น บริเวณน้ำตกเป็นจุดพักผ่อนและศึกษาธรรมชาติที่สามารถเข้าถึงได้ตามเส้นทางที่อุทยานจัดไว้ โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศของป่าฝนภาคใต้และระบบลำห้วยที่มีความสำคัญต่อผืนป่า
ถ้ำหงส์: ถ้ำหงส์เป็นถ้ำธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากโพรงหินปูนและสายน้ำที่ไหลผ่านภายในถ้ำ บางช่วงมีหินงอกหินย้อยและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง การเข้าชมต้องใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนักและมีความเสี่ยงจากน้ำหลาก
พรรณไม้หายากและป่าประ: อุทยานแห่งชาติเขานันเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อพรรณไม้เขตร้อน รวมถึงบัวแฉกใหญ่ เฟิน กล้วยไม้ป่า และไม้ยืนต้นหลายชนิด พื้นที่ป่าประมีความโดดเด่นจากลักษณะการเปลี่ยนสีของใบไม้ตามวงจรธรรมชาติในบางช่วงของปี ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากป่าดิบชื้นซึ่งมีสีเขียวตลอดทั้งปี
ระบบต้นน้ำและการอนุรักษ์: ผืนป่าเขานันเป็นแหล่งกำเนิดลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่ชุมชนในอำเภอท่าศาลาและพื้นที่ใกล้เคียง การรักษาป่าไม้ช่วยลดการพังทลายของดินและสนับสนุนความสมบูรณ์ของระบบน้ำธรรมชาติ การท่องเที่ยวในพื้นที่จึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บพรรณไม้ การรบกวนสัตว์ และการออกนอกเส้นทางที่กำหนด
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางอุทยานแห่งชาติเขานันร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาหลวงหรือน้ำตกในพื้นที่อำเภอนบพิตำได้ โดยจัดแผนเที่ยวแยกตามเส้นทางเข้าถึงแต่ละจุด เพราะจุดท่องเที่ยวในป่าภูเขาอยู่กระจายกันและบางแห่งต้องใช้เวลาเดินป่ามากกว่าการเดินทางด้วยรถยนต์
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการที่เปิดให้เข้าชม เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางไปอำเภอท่าศาลาตามถนนสายหลัก จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลตลิ่งชันและบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขานัน สำหรับถ้ำหงส์และน้ำตกบางแห่งมีทางเข้าแยกต่างหากตามจุดหมาย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติเขานัน

34. อุทยานแห่งชาติศรีพังงา ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาในอำเภอคุระบุรีและอำเภอตะกั่วป่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากผืนป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ น้ำตกธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อน พื้นที่แห่งนี้แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดพังงา เพราะมุ่งเน้นประสบการณ์เดินป่า ชมน้ำตก และศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความสงบ
ไฮไลต์: น้ำตกตำหนัง น้ำตกโตนต้นเตย น้ำตกโตนต้นไทร ป่าดิบชื้น พรรณไม้ป่าฝน นกเงือก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
น้ำตกตำหนัง: น้ำตกตำหนังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยาน มีสายน้ำไหลลงจากหน้าผาหินท่ามกลางป่าดิบชื้นที่หนาแน่น บริเวณน้ำตกมีลำธารและพื้นที่ธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนในจุดที่อนุญาต ความสมบูรณ์ของผืนป่าช่วยรักษาความชุ่มชื้นและระบบน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ตลอดแนวภูเขา
น้ำตกโตนต้นเตยและน้ำตกโตนต้นไทร: น้ำตกทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า เส้นทางธรรมชาติผ่านพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้พื้นล่างหลายชนิด การเข้าถึงต้องพิจารณาสภาพเส้นทางและข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย
ผืนป่าดิบชื้นและสัตว์ป่า: อุทยานแห่งชาติศรีพังงามีป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เหมาะกับการเจริญเติบโตของเฟิน หวาย กล้วยไม้ป่า และพืชอิงอาศัยหลายชนิด ผืนป่ายังเป็นถิ่นอาศัยของนกเงือกและสัตว์ป่าอื่นที่ต้องการสภาพแวดล้อมป่าทึบ การสังเกตสัตว์ป่าต้องอาศัยความเงียบและไม่รบกวนพื้นที่อาศัยตามธรรมชาติ
ปลาพลวงและระบบลำธาร: บริเวณลำธารของอุทยานมีสัตว์น้ำจืดที่ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศป่าต้นน้ำ โดยปลาพลวงเป็นกลุ่มปลาที่พบในลำธารน้ำสะอาดของพื้นที่ป่าภาคใต้ การดูแลคุณภาพน้ำและการรักษาความสะอาดของลำธารจึงมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมน้ำตกตำหนัง ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาพรรณไม้ในเส้นทางที่เปิดให้บริการ ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางไปน้ำตกห่างไกลควรประสานเจ้าหน้าที่และเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม การเลือกเส้นทางควรพิจารณาความพร้อมด้านร่างกายและสภาพอากาศ
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: อุทยานแห่งชาติศรีพังงาสามารถจัดเส้นทางร่วมกับพื้นที่คุระบุรีหรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ โดยควรจัดวันเที่ยวป่ากับวันท่องเที่ยวทางทะเลแยกจากกัน เพราะรูปแบบการเดินทางและระยะเวลาใช้กิจกรรมแตกต่างกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับเขตบริการทั่วไป เวลาเปิดทำการ: 08.00–16.30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองพังงาหรืออำเภอตะกั่วป่าเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอคุระบุรี แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านตำหนังตามป้ายอุทยานแห่งชาติศรีพังงา โดยถนนช่วงท้ายเข้าสู่บริเวณป่าธรรมชาติและพื้นที่น้ำตก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติศรีพังงา

35. อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี ตั้งอยู่ในจังหวัดระนอง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าชายเลน ป่าดิบชื้น และพื้นที่ชายฝั่งตามแนวลำน้ำกระบุรีบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา ความโดดเด่นของอุทยานอยู่ที่ธรรมชาติของลำน้ำสายใหญ่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล รวมถึงภูมิประเทศป่าชายเลนที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต พื้นที่ยังเชื่อมโยงกับป่าภูเขาและแหล่งน้ำตกที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำในจังหวัดระนอง
ไฮไลต์: ลำน้ำกระบุรี ป่าชายเลนชายแดนไทย–เมียนมา ระบบนิเวศน้ำกร่อย น้ำตกโตนไม้ปัก และธรรมชาติป่าภูเขาในจังหวัดระนอง
ลำน้ำกระบุรี: ลำน้ำกระบุรีเป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลตามแนวชายแดนไทยและเมียนมาก่อนออกสู่ทะเลอันดามัน พื้นที่น้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำมีความสำคัญต่อการเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและระบบนิเวศป่าชายเลน สายน้ำยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนประมงและการคมนาคมทางน้ำในพื้นที่ชายแดนมาอย่างยาวนาน
ป่าชายเลนและความหลากหลายทางชีวภาพ: ป่าชายเลนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศลำน้ำกระบุรี โดยรากของไม้ชายเลนช่วยดักตะกอนและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงปู หอย ปลา และสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำขึ้นน้ำลง พื้นที่ป่าชายเลนยังช่วยลดแรงคลื่นและรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของชายฝั่ง
น้ำตกโตนไม้ปัก: น้ำตกโตนไม้ปักเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง อยู่ในพื้นที่ป่าภูเขาที่เชื่อมโยงกับระบบอนุรักษ์ลำน้ำกระบุรี มีลำธารและสายน้ำไหลผ่านโขดหินท่ามกลางป่าร่มรื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติป่าฝนของจังหวัดระนอง โดยการเข้าชมควรใช้เส้นทางที่หน่วยงานผู้ดูแลอนุญาต
ระบบนิเวศน้ำจืดและน้ำกร่อย: ความแตกต่างของระบบนิเวศจากภูเขาลงสู่ปากแม่น้ำทำให้พื้นที่ลำน้ำกระบุรีมีถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ทั้งสัตว์น้ำจืดในลำห้วย สัตว์น้ำกร่อยในป่าชายเลน และสัตว์ทะเลที่เข้ามาใช้พื้นที่ชายฝั่ง ความเชื่อมโยงของระบบนิเวศเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พื้นที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์
การท่องเที่ยวและการศึกษาธรรมชาติ: นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ธรรมชาติป่าชายเลนและลำน้ำชายแดน หรือเดินทางไปยังน้ำตกในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม โดยควรแยกจุดหมายระหว่างแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำกับแหล่งท่องเที่ยวในป่าภูเขา เพราะอยู่คนละพื้นที่และมีเส้นทางเดินทางต่างกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองระนองใช้ถนนสายหลักไปยังพื้นที่อำเภอกระบุรีหรืออำเภอละอุ่นตามจุดหมายที่ต้องการเข้าชม หากเดินทางไปน้ำตกโตนไม้ปักให้ใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลบางพระเหนือ อำเภอละอุ่น โดยตรวจเส้นทางและการเปิดพื้นที่กับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง

36. อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว–เขาตันหยง ตั้งอยู่ในจังหวัดนราธิวาส บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยใกล้เขาตันหยงและพื้นที่ตำบลกะลุวอเหนือ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นจากชายหาดโค้งยาว ภูเขาริมทะเล ป่าชายหาด และระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความหลากหลาย พื้นที่อ่าวมะนาวเป็นหนึ่งในแหล่งพักผ่อนธรรมชาติสำคัญของจังหวัดนราธิวาส โดยมีภูมิทัศน์ที่ผสมผสานระหว่างแนวภูเขาสีเขียวกับผืนน้ำทะเลอ่าวไทยอย่างโดดเด่น
ไฮไลต์: อ่าวมะนาว หาดอ่าวมะนาว เขาตันหยง ป่าชายหาด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลนราธิวาส
อ่าวมะนาวและชายหาด: อ่าวมะนาวมีลักษณะชายหาดโค้งรับกับแนวภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล พื้นที่ชายหาดมีทรายและแนวต้นไม้ชายฝั่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด ถ่ายภาพทิวทัศน์ และพักผ่อนในบริเวณที่เปิดให้บริการ โดยสภาพคลื่นลมของทะเลอ่าวไทยตอนล่างเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
เขาตันหยง: เขาตันหยงเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้แนวชายฝั่งอำเภอเมืองนราธิวาส มีความสำคัญต่อภูมิทัศน์ธรรมชาติของพื้นที่และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าภูเขาใกล้ทะเล ความแตกต่างของระดับความสูงระหว่างภูเขากับชายหาดทำให้เกิดแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลายชนิดที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมชายฝั่ง
ป่าชายหาดและระบบนิเวศ: พื้นที่ป่าชายหาดประกอบด้วยพรรณไม้ที่สามารถทนต่อดินทราย ลมทะเล และละอองเกลือได้ รากไม้ช่วยยึดทรายและรักษาความมั่นคงของแนวชายฝั่ง ขณะที่เรือนยอดช่วยสร้างร่มเงาและเป็นแหล่งอาศัยของนกกับสัตว์ขนาดเล็ก การรักษาป่าชายหาดจึงมีความสำคัญต่อทั้งธรรมชาติและคุณภาพพื้นที่พักผ่อน
พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์และพื้นที่ใกล้เคียง: พื้นที่อ่าวมะนาวอยู่ไม่ไกลจากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางชมชายฝั่งทะเลร่วมกับการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ โดยการเข้าชมพื้นที่พระตำหนักหรือบริเวณควบคุมต้องเป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมชายหาด ศึกษาพรรณไม้ชายฝั่ง และถ่ายภาพทิวทัศน์ทะเลในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ สำหรับการเดินเข้าสู่พื้นที่ภูเขาหรือเส้นทางป่าควรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์และความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ดูแล
วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่บริการวนอุทยานอ่าวมะนาว เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น. โดยการเข้าถึงพื้นที่บางส่วนขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ดูแล
การเดินทาง: จากตัวเมืองนราธิวาสเดินทางไปตำบลกะลุวอเหนือ ตามเส้นทางมุ่งหน้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์และอ่าวมะนาว จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณชายหาดและพื้นที่ธรรมชาติที่เปิดให้บริการ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานอ่าวมะนาว

37. อุทยานแห่งชาติบางลาง ตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ เทือกเขาสูง น้ำตก ลำธาร และระบบต้นน้ำที่เชื่อมต่อกับลุ่มน้ำปัตตานี พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนสำคัญของธรรมชาติชายแดนใต้และมีความสัมพันธ์กับเขื่อนบางลางซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดยะลา ทำให้สามารถจัดเส้นทางเที่ยวป่าเขาและชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำได้ภายในภูมิภาคเดียวกัน
ไฮไลต์: น้ำตกธารโต น้ำตกละอองรุ้ง น้ำตกฮาลาซะห์ เขื่อนบางลาง ทะเลสาบธารโต ป่าดิบชื้น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ประวัติความเป็นมา: อุทยานแห่งชาติบางลางได้รับการประกาศจัดตั้งเพื่อคุ้มครองผืนป่าภูเขาและแหล่งต้นน้ำในจังหวัดยะลา พื้นที่ป่าแห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศภาคใต้ตอนล่างและเชื่อมโยงกับชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวลุ่มน้ำปัตตานี การอนุรักษ์ป่าไม้ช่วยรักษาคุณภาพน้ำและระบบนิเวศซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่
น้ำตกธารโต: น้ำตกธารโตเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดยะลา มีสายน้ำไหลผ่านป่าดิบชื้นและโขดหินหลายระดับ ภูมิประเทศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นและเป็นแหล่งพักผ่อนสำคัญของผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางยะลา–เบตง โดยการเข้าถึงแต่ละจุดต้องพิจารณาสภาพทางเดินและระดับน้ำในฤดูฝน
น้ำตกละอองรุ้ง: น้ำตกละอองรุ้งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีสายน้ำตกจากหน้าผาและกระจายตัวเป็นละอองน้ำ เมื่อแสงแดดตกกระทบในมุมที่เหมาะสมสามารถเกิดปรากฏการณ์สีรุ้งบริเวณละอองน้ำได้ ความงดงามของพื้นที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างสายน้ำ แสงแดด และป่าดิบชื้นที่ปกคลุมภูเขาโดยรอบ
เขื่อนบางลางและทะเลสาบ: เขื่อนบางลางเป็นเขื่อนสำคัญบนแม่น้ำปัตตานี มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและผืนป่า ภูมิทัศน์ของทะเลสาบมีความโดดเด่นจากแนวเขาสลับซับซ้อนและผืนน้ำที่ทอดตัวผ่านหุบเขา นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์จากจุดที่เปิดให้บริการและเรียนรู้ความสำคัญของแหล่งน้ำต่อชุมชนในภาคใต้ตอนล่าง
ป่าดิบชื้นและความหลากหลายทางชีวภาพ: อุทยานแห่งชาติบางลางมีสภาพป่าที่ได้รับความชุ่มชื้นสูง มีต้นไม้ใหญ่ พืชอิงอาศัย เฟิน และพรรณไม้เขตร้อนหลายชนิด ผืนป่าเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่ต้องการพื้นที่ธรรมชาติต่อเนื่อง รวมถึงมีบทบาทต่อการรักษาระบบน้ำและลดการพังทลายของดินบนพื้นที่ลาดชัน
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางน้ำตกธารโตและน้ำตกละอองรุ้งร่วมกับการชมเขื่อนบางลาง ก่อนเดินทางต่อไปอำเภอเบตงหรือกลับตัวเมืองยะลา โดยควรวางแผนเวลาให้เหมาะสมเพราะเส้นทางผ่านภูเขาและมีระยะทางระหว่างจุดท่องเที่ยวหลายช่วง
วันเปิดทำการ: ทุกวันในช่วงที่เปิดให้ท่องเที่ยวตามประกาศอุทยาน เวลาเปิดทำการ: 06.00–18.00 น. สำหรับพื้นที่บริการที่กำหนด
การเดินทาง: จากตัวเมืองยะลาใช้ทางหลวงหมายเลข 410 มุ่งหน้าอำเภอบันนังสตาและอำเภอธารโต จากนั้นแยกเข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติบางลางตามป้ายบอกทาง ผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปอำเภอเบตงสามารถจัดอุทยานเป็นจุดแวะพักระหว่างทางได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติบางลาง

38. อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ตั้งอยู่ในจังหวัดนราธิวาส บริเวณบ้านซีโป ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากน้ำตกซีโปซึ่งไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินหลายระดับท่ามกลางผืนป่าร่มรื่น พื้นที่น้ำตกมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศเชิงเขาลีแย่และชุมชนเกษตรกรรมท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกลองกอง ทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนอำเภอระแงะ
ไฮไลต์: น้ำตกซีโป น้ำตกหลายชั้น แอ่งน้ำธรรมชาติ ป่าเชิงเขาลีแย่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่เกษตรกรรมลองกองซีโป
ประวัติความเป็นมา: น้ำตกซีโปเคยได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2519 ก่อนมีการพัฒนาการอนุรักษ์พื้นที่ป่าและแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อการพักผ่อนของประชาชนในจังหวัดนราธิวาสและเป็นจุดเรียนรู้ธรรมชาติของชุมชนท้องถิ่น
น้ำตกซีโป: น้ำตกซีโปมีลักษณะเป็นสายน้ำที่ไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินและแอ่งน้ำตามความลาดชันของภูเขา บริเวณน้ำตกมีต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้เขตร้อนให้ร่มเงา ทำให้เกิดบรรยากาศเย็นสบายและเหมาะกับการชมธรรมชาติ โดยชั้นน้ำตกบางแห่งมีลักษณะเป็นหน้าผาหรือโขดหินที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเข้าถึง
ระบบนิเวศป่าเชิงเขา: พื้นที่รอบน้ำตกมีพรรณไม้ที่ต้องการความชื้นและลำห้วยซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของระบบนิเวศ โดยมีนก แมลง และสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่ตามแนวป่า การรักษาความสะอาดและไม่รบกวนพรรณไม้ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
ลองกองซีโปและชุมชนเกษตรกรรม: ชื่อซีโปยังมีความเกี่ยวข้องกับลองกองซีโปซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของพื้นที่อำเภอระแงะ การปลูกลองกองมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศและสภาพอากาศชื้นของภาคใต้ตอนล่าง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงฤดูผลไม้สามารถเรียนรู้เรื่องวิถีเกษตรกรรมและผลิตผลท้องถิ่นจากชุมชนใกล้เคียงได้
กิจกรรมท่องเที่ยว: สามารถเดินชมน้ำตก พักผ่อนในบริเวณที่เปิดให้บริการ และถ่ายภาพธรรมชาติ โดยต้องหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในจุดที่มีกระแสน้ำแรงหรือมีป้ายห้ามเข้า พื้นที่น้ำตกอาจมีการปิดตามฤดูกาลเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาล โดยพื้นที่น้ำตกซีโปมีช่วงปิด 1 พฤศจิกายน–31 ธันวาคมตามข้อมูลหน้าสถานที่ เวลาเปิดทำการ: 09.00–16.45 น. ในช่วงที่เปิดบริการ
การเดินทาง: จากตัวเมืองนราธิวาสเดินทางไปอำเภอระแงะและสถานีรถไฟตันหยงมัส แล้วใช้เส้นทางถนนหมายเลข 4055 มุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณบ้านซีโป ตำบลเฉลิม ตามป้ายบอกทางน้ำตกซีโป
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป

39. อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาบริเวณอำเภอวิภาวดีและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นจากป่าดิบชื้น เทือกเขาสูง ลำห้วย และเส้นทางล่องแก่งคลองยันซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมธรรมชาติและการผจญภัย พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาป่าต้นน้ำและเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าฝนภาคใต้ที่มีความหลากหลายของพรรณไม้และสัตว์ป่า
ไฮไลต์: ล่องแก่งคลองยัน น้ำตกบ้านบางจำ น้ำตกโกกกาก ป่าดิบชื้น เทือกเขาภูเขาสูง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อำเภอวิภาวดี
ล่องแก่งคลองยัน: คลองยันเป็นลำคลองธรรมชาติที่ไหลผ่านพื้นที่ป่าเขาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยบางช่วงมีลักษณะเป็นแก่งหินและสายน้ำที่มีความเร็วแตกต่างกันตามฤดูกาล ทำให้เหมาะกับกิจกรรมล่องแก่งในบริเวณที่ได้รับอนุญาต การล่องแก่งต้องใช้ผู้ให้บริการที่มีความชำนาญและพิจารณาระดับน้ำกับความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
น้ำตกบ้านบางจำ: น้ำตกบ้านบางจำเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าเขาของอำเภอวิภาวดี มีสายน้ำไหลผ่านโขดหินและป่าดิบชื้นที่ร่มรื่น บริเวณน้ำตกเป็นจุดศึกษาธรรมชาติที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่ากับลำธารที่ไหลลงสู่ชุมชนด้านล่าง
น้ำตกโกกกาก: น้ำตกโกกกากเป็นน้ำตกธรรมชาติในพื้นที่ป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสายน้ำและแอ่งน้ำตามลักษณะภูมิประเทศภูเขา การเดินทางเข้าสู่น้ำตกต้องพิจารณาสภาพเส้นทางและฤดูกาล โดยพื้นที่ลึกเข้าไปในป่าอาจต้องใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางตามข้อกำหนดของผู้ดูแล
ป่าดิบชื้นและระบบต้นน้ำ: พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุงมีผืนป่าที่ได้รับความชุ่มชื้นสูงจากสภาพภูมิอากาศภาคใต้ ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ เฟิน หวาย และพืชพื้นล่างหลายชนิด ป่าไม้ช่วยดูดซับน้ำฝนและรักษาระบบลำห้วย ขณะเดียวกันยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่ต้องการสภาพป่าธรรมชาติที่ต่อเนื่องกัน
กิจกรรมท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมล่องแก่งคลองยัน เดินศึกษาธรรมชาติ และเที่ยวชมน้ำตกในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ โดยกิจกรรมทางน้ำต้องจัดตามรอบและระดับน้ำที่ปลอดภัย ผู้ร่วมกิจกรรมควรสวมอุปกรณ์นิรภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ควบคุมกิจกรรมอย่างเคร่งครัด
การท่องเที่ยวเชื่อมโยง: สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับแหล่งธรรมชาติในอำเภอวิภาวดีและพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตอนใน โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับฤดูกาลและแบ่งเวลาสำหรับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาซึ่งอาจมีถนนคดเคี้ยวหรือเส้นทางธรรมชาติที่ต้องใช้ความระมัดระวัง
การเข้าชม: กิจกรรมล่องแก่งคลองยันเปิดตามรอบที่ผู้ดูแลหรือผู้ให้บริการกำหนด โดยควรประสานการจองล่วงหน้า เวลาบริการทั่วไปของพื้นที่อุทยานเผยแพร่ประมาณ 08.30–16.30 น. ซึ่งไม่ใช่เวลารับประกันการเริ่มกิจกรรมล่องแก่งทุกวัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเดินทางไปอำเภอวิภาวดีตามถนนสายหลัก แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลตะกุกเหนือและพื้นที่ล่องแก่งคลองยัน โดยต้องเลือกจุดนัดหมายให้ตรงกับผู้ให้บริการหรือจุดกิจกรรมที่เปิดให้บริการ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ล่องแก่งคลองยัน
| ชื่อบทความ | 39 ที่เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ รวมทะเล เกาะ น้ำตก และผืนป่าน่าเที่ยวทั่วไทย |
| จำนวนสถานที่ | 39 จุดหมายธรรมชาติ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งแล้วและพื้นที่ที่อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง |
| ภูมิภาค | ภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย และเทือกเขาภายในคาบสมุทร |
| จังหวัดที่ครอบคลุม | ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส |
| ประเภทแหล่งท่องเที่ยว | อุทยานแห่งชาติทางทะเล, อุทยานแห่งชาติทางบก, หมู่เกาะ, ชายหาด, น้ำตก, ภูเขา, ถ้ำ, ป่าดิบชื้น, ป่าชายเลน, พื้นที่ชุ่มน้ำ และแหล่งประวัติศาสตร์ธรรมชาติ |
| กิจกรรมยอดนิยม | ล่องเรือ, ดำน้ำตื้น, ดำน้ำลึก, เดินป่า, ชมน้ำตก, ดูนก, ชมสัตว์ป่า, พายเรือคายัก, ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาระบบนิเวศ |
| ฤดูกาลที่เหมาะสม | ทะเลอันดามันนิยมเดินทางในช่วงประมาณพฤศจิกายน–เมษายน โดยอุทยานทางทะเลบางแห่งมีรอบเปิดพื้นที่เฉพาะ ส่วนฝั่งอ่าวไทยและอุทยานทางบกควรพิจารณาฤดูมรสุมและสภาพฝนของแต่ละจังหวัด |
| การเดินทางหลัก | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสำหรับอุทยานทางบก เรือโดยสารหรือเรือนำเที่ยวสำหรับหมู่เกาะ และเจ้าหน้าที่นำทางสำหรับเส้นทางป่าลึกหรือถ้ำบางแห่ง |
| การดูแลพื้นที่ | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้ง |
| กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม | ครอบครัว, คู่รัก, นักถ่ายภาพ, ผู้ชื่นชอบธรรมชาติ, นักดำน้ำ, นักเดินป่า, ผู้สนใจธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ |
| รายชื่อ 39 อุทยานและพื้นที่ธรรมชาติที่คัดเลือก | |
| 1. อุทยานแห่งชาติเขาสก | สุราษฎร์ธานี — ทะเลสาบเชี่ยวหลาน เขาสามเกลอ ป่าฝนเขตร้อน ถ้ำ และน้ำตก รายละเอียดอุทยานแห่งชาติเขาสก |
| 2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน | พังงา — หินเรือใบ เกาะแปด เกาะเมียง ชายหาดและแหล่งดำน้ำทะเลอันดามัน รายละเอียดหมู่เกาะสิมิลัน |
| 3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ | พังงา — แนวปะการังน้ำตื้น อ่าวไม้งาม อ่าวช่องขาด และชุมชนมอแกน รายละเอียดหมู่เกาะสุรินทร์ |
| 4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง | สุราษฎร์ธานี — เกาะวัวตาหลับ ทะเลใน จุดชมวิวผาจันทร์จรัส และหมู่เกาะหินปูน รายละเอียดหมู่เกาะอ่างทอง |
| 5. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา | สตูล — เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ และประวัติศาสตร์เกาะตะรุเตา รายละเอียดอุทยานแห่งชาติตะรุเตา |
| 6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา | กระบี่ — แหลมโตนด ประภาคาร เกาะรอก และแนวปะการัง รายละเอียดหมู่เกาะลันตา |
| 7. อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่ | พังงา — หาดเล็ก น้ำตกลำรู่ น้ำตกโตนช่องฟ้า และป่าชายฝั่ง รายละเอียดเขาหลัก–ลำรู่ |
| 8. อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม | ตรัง — หาดเจ้าไหม เกาะมุก ถ้ำมรกต เกาะกระดาน และแหล่งหญ้าทะเล รายละเอียดหาดเจ้าไหม |
| 9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร | ชุมพร — เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะมาตรา และแนวปะการัง รายละเอียดหมู่เกาะชุมพร |
| 10. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน | สตูล — บึงทะเลบัน ป่าดิบชื้น เขาวังประ และการดูนก รายละเอียดทะเลบัน |
| 11. อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี | กระบี่ — ธารน้ำใส ถ้ำผีหัวโต ภาพเขียนสีโบราณ และหมู่เกาะห้อง รายละเอียดธารโบกขรณี |
| 12. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา | พังงา — เขาตะปู เขาพิงกัน เกาะปันหยี ถ้ำลอด และป่าชายเลน รายละเอียดอ่าวพังงา |
| 13. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว | ระนอง — น้ำตกหงาว น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง และป่าดิบชื้น รายละเอียดน้ำตกหงาว |
| 14. อุทยานแห่งชาติแหลมสน | ระนองและพังงา — หาดบางเบน เกาะกำตก เกาะค้างคาว และป่าสนทะเล รายละเอียดแหลมสน |
| 15. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง | ระนอง — เกาะพยาม เกาะช้าง ป่าชายเลน และระบบนิเวศชายฝั่ง รายละเอียดหมู่เกาะระนอง |
| 16. อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง | พังงา — หาดท้ายเหมือง น้ำตกลำปี น้ำตกโตนไพร และการอนุรักษ์เต่าทะเล รายละเอียดเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง |
| 17. อุทยานแห่งชาติสิรินาถ | ภูเก็ต — หาดในยาง หาดไม้ขาว หาดในทอน และป่าชายหาด รายละเอียดสิรินาถ |
| 18. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง | นครศรีธรรมราช — ยอดเขาหลวง น้ำตกกรุงชิง น้ำตกกะโรม และน้ำตกพรหมโลก รายละเอียดเขาหลวง |
| 19. อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง | สงขลา — ป่าดิบชื้น น้ำตก อุโมงค์ประวัติศาสตร์ และหมู่บ้านปิยมิตร 5 รายละเอียดเขาน้ำค้าง |
| 20. อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา | กระบี่ — น้ำตกห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเด ถ้ำเขาผึ้ง และป่าต้นน้ำ รายละเอียดน้ำตกห้วยสะเดในพื้นที่อุทยาน |
| 21. อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น | สุราษฎร์ธานี — น้ำตกดาดฟ้า น้ำตกเหมืองทวด ป่าดิบชื้น และประวัติศาสตร์ค่าย 180 รายละเอียดใต้ร่มเย็น |
| 22. อุทยานแห่งชาติคลองพนม | สุราษฎร์ธานี — ภูเขาหินปูน ถ้ำธรรมชาติ น้ำตกโตนชัน และป่าดิบชื้น รายละเอียดคลองพนม |
| 23. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว | ปัตตานี — น้ำตกทรายขาว น้ำตกโผงโผง และป่าต้นน้ำเทือกเขาสันกาลาคีรี รายละเอียดน้ำตกทรายขาว |
| 24. หาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ (เตรียมการ) | นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี — หาดในเพลา ชายฝั่งขนอม และโลมาสีชมพู รายละเอียดหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ |
| 25. อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด | นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี — น้ำตกหินปูน ลำธาร และป่าภูเขา รายละเอียดน้ำตกสี่ขีด |
| 26. อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง | นครศรีธรรมราช — น้ำตกโยง น้ำตกปลิว และผืนป่าภูเขาใกล้อำเภอทุ่งสง รายละเอียดน้ำตกโยง |
| 27. อุทยานแห่งชาติเขาปู่–เขาย่า | พัทลุง นครศรีธรรมราช และตรัง — ป่าดิบชื้น ถ้ำมัจฉาปลาวน และเทือกเขาบรรทัด รายละเอียดเขาปู่–เขาย่า |
| 28. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา | สตูลและตรัง — อ่าวนุ่น เกาะเภตรา เกาะเหลาเหลียง และภูเขาหินปูนชายฝั่ง รายละเอียดหมู่เกาะเภตรา |
| 29. อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี | สงขลา — ป่าชายแดน ถ้ำหินปูน บ้านซีหุย และแหล่งต้นน้ำแม่น้ำเทพา รายละเอียดสันกาลาคีรี |
| 30. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด–สุไหงปาดี | นราธิวาส ยะลา และปัตตานี — น้ำตกปาโจ น้ำตกฉัตรวาริน และป่าดิบชื้น รายละเอียดบูโด–สุไหงปาดี |
| 31. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี | กระบี่ — หาดนพรัตน์ธารา เกาะพีพีเล อ่าวมาหยา และอ่าวปิเละ รายละเอียดหาดนพรัตน์ธาราในพื้นที่อุทยาน |
| 32. อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ–เกาะพะงัน | สุราษฎร์ธานี — น้ำตกธารเสด็จ น้ำตกแพง ป่าต้นน้ำ และจุดชมวิวบนเกาะพะงัน รายละเอียดธารเสด็จ–เกาะพะงัน |
| 33. อุทยานแห่งชาติเขานัน | นครศรีธรรมราช — น้ำตกสุนันทา ถ้ำหงส์ และป่าดิบชื้นเขานัน รายละเอียดเขานัน |
| 34. อุทยานแห่งชาติศรีพังงา | พังงา — น้ำตกตำหนัง น้ำตกโตนต้นเตย ป่าดิบชื้น และนกเงือก รายละเอียดศรีพังงา |
| 35. อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี | ระนอง — ลำน้ำชายแดนไทย–เมียนมา ป่าชายเลน และน้ำตกโตนไม้ปัก รายละเอียดน้ำตกโตนไม้ปักในพื้นที่อุทยาน |
| 36. อ่าวมะนาว–เขาตันหยง (เตรียมการ) | นราธิวาส — อ่าวมะนาว ชายหาด เขาตันหยง และป่าชายฝั่ง รายละเอียดวนอุทยานอ่าวมะนาว |
| 37. อุทยานแห่งชาติบางลาง | ยะลา — น้ำตกธารโต น้ำตกละอองรุ้ง และภูมิทัศน์เขื่อนบางลาง รายละเอียดบางลาง |
| 38. น้ำตกซีโป (พื้นที่เตรียมจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ) | นราธิวาส — น้ำตกซีโป ป่าเชิงเขา และแหล่งธรรมชาติอำเภอระแงะ รายละเอียดน้ำตกซีโป |
| 39. อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง | สุราษฎร์ธานี — ล่องแก่งคลองยัน น้ำตกบ้านบางจำ และป่าดิบชื้น รายละเอียดล่องแก่งคลองยันในพื้นที่อุทยาน |
| การเลือกสถานที่ตามความสนใจ | |
| เหมาะกับผู้รักทะเลและหมู่เกาะ | 1. หมู่เกาะสิมิลัน 2. หมู่เกาะสุรินทร์ 3. หมู่เกาะอ่างทอง 4. ตะรุเตา 5. หมู่เกาะลันตา 6. หมู่เกาะพีพี 7. หาดเจ้าไหม |
| เหมาะกับผู้รักป่าเขาและน้ำตก | 1. เขาสก 2. เขาหลวง 3. เขานัน 4. น้ำตกหงาว 5. น้ำตกโยง 6. ใต้ร่มเย็น 7. ศรีพังงา |
| เหมาะกับครอบครัว | 1. หาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ 2. หาดบางเบน อุทยานแห่งชาติแหลมสน 3. ธารโบกขรณี 4. หาดนพรัตน์ธารา 5. น้ำตกโยงบริเวณที่เปิดให้บริการ |
| เหมาะกับการถ่ายภาพธรรมชาติ | 1. ทะเลสาบเชี่ยวหลาน 2. หินเรือใบ หมู่เกาะสิมิลัน 3. จุดชมวิวหมู่เกาะอ่างทอง 4. เขาตะปู อ่าวพังงา 5. แหลมโตนด เกาะลันตา 6. อ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี |
| เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม | 1. เกาะตะรุเตาและประวัติเรือนจำ 2. ถ้ำผีหัวโตและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ 3. อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง 4. น้ำตกธารเสด็จและประวัติการเสด็จประพาส 5. ชุมชนมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ 6. ชุมชนเกาะปันหยี อ่าวพังงา |
| เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำตามภูมิศาสตร์ | |
| 1 วัน — ธรรมชาติใกล้เมืองกระบี่ | ตัวเมืองกระบี่ → อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา หรือธารโบกขรณี เลือกเที่ยวหนึ่งโซนเป็นหลัก เนื่องจากทั้งสองแห่งอยู่คนละเส้นทาง |
| 1 วัน — ชายฝั่งภูเก็ต | หาดในยาง → เขตบริการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ → หาดไม้ขาว โดยเลือกพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยชายหาด |
| 2 วัน 1 คืน — เขาสกและเชี่ยวหลาน | วันแรก: เที่ยวธรรมชาติบริเวณคลองศก อุทยานแห่งชาติเขาสก วันที่สอง: เดินทางไปเขื่อนรัชชประภาและล่องเรือชมทะเลสาบเชี่ยวหลาน |
| 2 วัน 1 คืน — พังงาและเขาหลัก | วันแรก: อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่และชายหาดเขาหลัก วันที่สอง: อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง |
| 3 วัน 2 คืน — ทะเลตรังและสตูล | วันแรก: อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและชายหาดจังหวัดตรัง วันที่สอง: เดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล เที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา วันที่สาม: เลือกเที่ยวอุทยานแห่งชาติทะเลบัน หรือชายฝั่งละงู |
| 3 วัน 2 คืน — หมู่เกาะอันดามัน | ใช้พื้นที่เขาหลักเป็นฐานพัก เลือกเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันหรือหมู่เกาะสุรินทร์ตามฤดูกาลที่เปิดให้บริการ โดยจัดวันเดินเรือแยกกันและเผื่อเวลาสำหรับสภาพอากาศ |
| 4 วัน 3 คืน — สุราษฎร์ธานีและเกาะพะงัน | วันแรก: เที่ยวเขาสกบริเวณคลองศก วันที่สอง: เที่ยวทะเลสาบเชี่ยวหลาน วันที่สาม: เดินทางไปเกาะพะงัน วันที่สี่: อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ–เกาะพะงัน |
| 5 วัน 4 คืน — ระนองและพังงา | วันที่ 1: น้ำตกหงาวและธรรมชาติเมืองระนอง วันที่ 2: อุทยานแห่งชาติแหลมสน วันที่ 3: เดินทางลงสู่อำเภอคุระบุรี วันที่ 4: อุทยานแห่งชาติศรีพังงา วันที่ 5: อุทยานแห่งชาติเขาหลัก–ลำรู่ |
| 6–7 วัน — ภาคใต้ฝั่งอันดามัน | ระนอง → พังงา → ภูเก็ต → กระบี่ → ตรัง → สตูล โดยจัดเลือกอุทยานในแต่ละจังหวัดตามจำนวนวันที่มีและฤดูกาลเปิดพื้นที่หมู่เกาะ ไม่ควรวางโปรแกรมเข้าเกาะไกลฝั่งหลายแห่งติดต่อกันโดยไม่มีวันเผื่อสภาพอากาศ |
| ข้อควรระวัง | ตรวจประกาศเปิด–ปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะอุทยานทางทะเล เส้นทางถ้ำ เส้นทางขึ้นเขาสูง และพื้นที่ชายแดน ไม่ลงเล่นน้ำบริเวณที่มีป้ายห้าม ไม่สัมผัสปะการัง และไม่รบกวนสัตว์ป่า |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | เก็บขยะกลับออกจากพื้นที่ ใช้เส้นทางที่กำหนด ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากอุทยาน ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า เคารพวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติในภาคใต้มีทั้งหมด 39 แห่งหรือไม่?
ตอบ: บทความนี้รวบรวม 39 จุดหมายที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติและพื้นที่ธรรมชาติที่อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง โดยไม่ใช่ทั้งหมดที่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการแล้ว พื้นที่บางแห่ง เช่น หาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ อ่าวมะนาว–เขาตันหยง และน้ำตกซีโป ยังมีสถานะอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาสกเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมป่าและภูเขาหินปูน ส่วนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะอ่างทองเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบทะเล สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่มาก อุทยานแห่งชาติสิรินาถในจังหวัดภูเก็ตและธารโบกขรณีในจังหวัดกระบี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคใต้แห่งไหนมีทะเลและเกาะสวยที่สุด?
ตอบ: หมู่เกาะสิมิลันมีชื่อเสียงจากน้ำทะเลใสและโขดหินเรือใบ หมู่เกาะสุรินทร์โดดเด่นด้วยแนวปะการังน้ำตื้น หมู่เกาะอ่างทองมีภูเขาหินปูนและจุดชมวิวทะเลใน ส่วนตะรุเตา หมู่เกาะลันตา และหมู่เกาะพีพีมีชายหาดและภูมิประเทศทางทะเลที่เป็นเอกลักษณ์
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับการเดินป่า?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาสก เขาหลวง เขานัน ศรีพังงา ใต้ร่มเย็น และเขาปู่–เขาย่า เป็นจุดหมายสำหรับผู้ชื่นชอบป่าดิบชื้นและธรรมชาติภูเขา โดยแต่ละแห่งมีเส้นทางและระดับความยากต่างกัน การเดินป่าลึกหรือขึ้นยอดเขาบางแห่งต้องใช้ผู้นำทางหรือดำเนินการตามระบบอนุญาตของอุทยาน
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคใต้แห่งไหนเหมาะกับการชมน้ำตก?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวในจังหวัดระนอง น้ำตกโยงและเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำตกสี่ขีด น้ำตกทรายขาว และอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น เป็นจุดหมายที่มีแหล่งน้ำตกสำคัญ โดยควรเลือกพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมและหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกหนักที่มีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก
ถาม: ช่วงเดือนไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน?
ตอบ: ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนเหมาะกับการวางแผนเที่ยวทะเลอันดามันในหลายพื้นที่ โดยหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์มีฤดูกาลเปิดให้ท่องเที่ยวเฉพาะ การเดินทางต้องตรวจประกาศล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดเกาะและสภาพคลื่นลมก่อนทุกครั้ง
ถาม: อุทยานแห่งชาติฝั่งอ่าวไทยเหมาะกับการเที่ยวช่วงเดียวกับอันดามันหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงเดียวกัน เพราะฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันได้รับอิทธิพลจากมรสุมต่างกัน การวางแผนเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะชุมพร หรือชายฝั่งขนอมควรดูสภาพอากาศของพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช้ฤดูกาลทะเลอันดามันเป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด
ถาม: หากมีเวลา 2–3 วันควรเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ที่ไหน?
ตอบ: ผู้ที่ชอบป่าและภูเขาสามารถเลือกเที่ยวเขาสกและทะเลสาบเชี่ยวหลานเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ส่วนผู้ที่ชอบทะเลสามารถใช้พื้นที่เขาหลักเป็นฐานสำหรับเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันหรือหมู่เกาะสุรินทร์ตามฤดูกาล อีกทางเลือกหนึ่งคือจัดเส้นทางชายฝั่งจังหวัดตรังและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราในจังหวัดสตูล
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคใต้ที่เหมาะกับครอบครัวและเด็กมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: พื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ธารโบกขรณี หาดนพรัตน์ธารา และหาดบางเบนในอุทยานแห่งชาติแหลมสน เหมาะกับการพักผ่อนและการเรียนรู้ธรรมชาติแบบครอบครัว โดยผู้ปกครองควรเลือกกิจกรรมตามวัยของเด็กและหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำลึก คลื่นแรง หรือเส้นทางลาดชัน
ถาม: หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเดินทางไปยังบางแห่งด้วยรถโดยสาร รถรับจ้างท้องถิ่น หรือบริการนำเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กระบี่ เขาหลัก และเกาะพะงัน สำหรับอุทยานที่อยู่ห่างไกลหรือมีเส้นทางภูเขา การเช่ารถหรือใช้บริการรถนำเที่ยวที่เหมาะสมจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น
ถาม: การเข้าอุทยานแห่งชาติภาคใต้ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับอุทยานและประเภทกิจกรรม โดยหมู่เกาะที่มีการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว เส้นทางเดินป่าระยะไกล และกิจกรรมที่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางอาจกำหนดให้จองหรือขออนุญาตล่วงหน้า นักท่องเที่ยวควรตรวจระบบการจองและเงื่อนไขล่าสุดของพื้นที่ก่อนเดินทาง
ถาม: สามารถเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้ในฤดูฝนได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเที่ยวพื้นที่ที่ยังเปิดให้บริการได้ โดยต้องพิจารณาสภาพฝนและความปลอดภัยเป็นหลัก อุทยานทางทะเลบางแห่งปิดตามฤดูกาล ขณะที่น้ำตกและเส้นทางเดินป่าอาจปิดชั่วคราวเมื่อมีความเสี่ยงจากน้ำหลาก ดินถล่ม หรือเส้นทางเสียหาย
ถาม: สถานที่ใดเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ควบคู่กับธรรมชาติ?
ตอบ: เกาะตะรุเตามีประวัติการใช้พื้นที่เป็นสถานที่คุมขังในอดีต ถ้ำผีหัวโตในเขตธารโบกขรณีมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ เขาน้ำค้างมีอุโมงค์ประวัติศาสตร์ และน้ำตกธารเสด็จมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทย ทำให้สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่กับการชมธรรมชาติได้
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคใต้?
ตอบ: ควรใช้เส้นทางที่เปิดให้บริการ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เหยียบปะการัง และไม่เข้าไปในบริเวณที่มีป้ายห้ามเข้าหรือกำลังฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว



