หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.พนม >ต.คลองสก > อุทยานแห่งชาติคลองพนม
TL;DR: อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเปิดให้บริการตามฤดูกาล นอกช่วงปิดพักฟื้นประจำปี เวลา 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติคลองพนม

วันเปิดทำการ: เปิดให้บริการตามฤดูกาล นอกช่วงปิดพักฟื้นประจำปี
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูมิประเทศโดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน ป่าดงดิบชื้น ลำธารธรรมชาติ ถ้ำหินปูน น้ำตก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ยังคงบรรยากาศของป่าภาคใต้ไว้อย่างชัดเจน พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสุราษฎร์ธานีในมุมธรรมชาติแบบลึกกว่าเส้นทางทะเลและเขื่อนเชี่ยวหลาน เพราะคลองพนมมีทั้งถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตกเขาวงก์ วังมัจฉา วัดถ้ำวราราม เส้นทางชมบัวผุด และลำคลองศกที่เชื่อมโยงกับระบบต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำตาปี
อุทยานแห่งชาติคลองพนมตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวภูเขาหินปูนที่เรียงตัวสลับซับซ้อน มีหน้าผาสูง ป่าไม้หนาแน่น และลำธารหลายสายไหลผ่าน ผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำตาปี โดยลำธารในพื้นที่ไหลรวมกับคลองศก ก่อนเชื่อมโยงไปสู่คลองแสงและระบบคลองพุมดวง ทำให้คลองพนมมีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการอนุรักษ์ระบบนิเวศต้นน้ำของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สำหรับข้อมูลวางแผนเดินทางปี 2569 อุทยานแห่งชาติคลองพนมเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาล โดยช่วงปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกแห่งในอุทยานอยู่ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม และเส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาคปิดพักฟื้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม ส่วนภาพเขียนสี เพิงเขานกยาง ถ้ำพระ และเส้นทางชมบัวผุดบ้านถ้ำผึ้งอยู่ในสถานะปิดไม่มีกำหนด นักท่องเที่ยวจึงควรวางแผนเที่ยวในช่วงที่พื้นที่เปิดให้บริการ และควรตรวจสอบประกาศของอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าถ้ำ เดินป่า ชมน้ำตก หรือชมบัวผุด
ลักษณะป่าของอุทยานแห่งชาติคลองพนมเป็นป่าดงดิบที่มีความสมบูรณ์สูง ร่มครึ้ม และชุ่มชื้นเกือบตลอดปี ภายในป่ามีไม้ใหญ่และพรรณไม้มีค่าหลายชนิด เช่น ตะเคียน ตาเสือ จิกเขา กระท้อน ขนุนป่า เสียดช่อ อินทนิล นากบุด หงอนไก่ และจำปาป่า พรรณไม้เหล่านี้ช่วยสร้างเรือนยอดของป่าดิบชื้น รักษาความชื้นของดิน เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า และช่วยคงความสมบูรณ์ของลำธารตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะสัมผัสได้ถึงความเย็นของร่มไม้ เสียงน้ำไหล และบรรยากาศป่าเขาหินปูนที่แตกต่างจากพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไป
ความสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้อุทยานแห่งชาติคลองพนมเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้างป่า กวาง เลียงผา เสือ หมี ลิง ค่าง ชะนี เก้ง กระจง กระรอก ไก่ป่า นกป่าหลายชนิด และสัตว์เลื้อยคลานอีกจำนวนมาก แม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้พบสัตว์เหล่านี้โดยตรง แต่การมีอยู่ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดสะท้อนคุณค่าของผืนป่าในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การเที่ยวคลองพนมจึงควรให้ความสำคัญกับการไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด
จุดท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติคลองพนมคือ ถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางไปถ้ำแก้วเริ่มจากบริเวณวังมัจฉา วัดถ้ำวราราม แล้วเดินเท้าเลียบแนวเขาสูงชันเป็นระยะทางประมาณ 919 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยหลายลักษณะ ผนังถ้ำบางช่วงมีประกายของเกล็ดหินที่สะท้อนแสงระยิบระยับคล้ายเกล็ดแก้ว ทำให้ถ้ำแห่งนี้ได้รับชื่อว่าถ้ำแก้ว และกลายเป็นหนึ่งในจุดธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวจดจำมากที่สุดของคลองพนม
ภายในถ้ำแก้วมีห้องธรรมชาติหลายห้องที่ได้รับการเรียกชื่อตามลักษณะของหินงอกหินย้อย เช่น ห้องเกล็ดแก้ว ห้องฤาษี ห้องม้าน้ำ และห้องหม้อยา ห้องเกล็ดแก้วมีผนังและหินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงคล้ายเกล็ดแก้ว ห้องฤาษีมีหินลักษณะคล้ายพระฤาษี ห้องม้าน้ำมีหินย้อยจำนวนมากที่มองคล้ายม้าน้ำเรียงรายกันอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนห้องหม้อยามีหินงอกที่มีรูปทรงคล้ายภาชนะตามธรรมชาติ เสน่ห์ของถ้ำแก้วจึงไม่ได้อยู่ที่ความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การได้เห็นรูปทรงธรรมชาติซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาอย่างยาวนาน
วังมัจฉาและวัดถ้ำวราราม เป็นอีกจุดที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวคลองพนม วัดถ้ำวรารามเป็นถ้ำที่เชื่อมโยงกับลำคลองศก ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปให้ผู้มาเยือนได้สักการะ เมื่อเดินผ่านถ้ำออกไปอีกด้านหนึ่งจะพบพื้นที่ติดกับคลองศก บริเวณท่าน้ำมีปลาตะเพียนแดงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าปลาลำปำจำนวนมาก จุดนี้เป็นทั้งพื้นที่ศรัทธาของชุมชน จุดพักก่อนเดินทางไปถ้ำแก้ว และพื้นที่ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด ถ้ำ ลำคลอง และธรรมชาติของตำบลคลองศกอย่างชัดเจน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติวังมัจฉา-ถ้ำแก้ว มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติแบบเดินไม่ไกลเกินไป ตลอดเส้นทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพืชและสัตว์ในป่า รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นความสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นและแนวภูเขาหินปูนได้ดี เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบค่อย ๆ สังเกตธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงเดินไปถึงถ้ำแล้วกลับออกมา เพราะรายละเอียดระหว่างทางช่วยให้เข้าใจระบบนิเวศของคลองพนมมากขึ้น
ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ เป็นถ้ำหินปูนที่มีลำธารไหลผ่านตลอดปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร การเดินผ่านถ้ำใช้เวลาประมาณ 45 นาที และสามารถทะลุไปอีกด้านหนึ่งของภูเขาได้ จุดนี้มีเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างถ้ำมืด ลำธาร น้ำไหล หินงอกหินย้อย และภูมิประเทศหินปูน ผู้ที่ต้องการเที่ยวถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ควรเตรียมไฟฉาย รองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียก และควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าเส้นทาง เพราะสภาพน้ำและความปลอดภัยภายในถ้ำเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล
ค่ายเขาวงก์ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับเส้นทางถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้องผ่านลำธาร น้ำตกเขาวงก์ และแนวป่าที่มีความชื้นสูง ภูมิประเทศบริเวณนี้มีลักษณะเป็นเขาล้อมรอบ ถ้ำ ลำธาร และพื้นที่ป่าที่ให้ความรู้สึกแยกตัวจากโลกภายนอก จึงเป็นจุดที่เหมาะกับผู้สนใจทั้งธรรมชาติและเรื่องราวประวัติศาสตร์ในพื้นที่เดียวกัน การเข้าพื้นที่ลักษณะนี้ควรมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางที่รู้เส้นทาง และไม่ควรเดินเข้าไปเองโดยไม่เตรียมตัว
น้ำตกเขาวงก์ เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นชั้นลดหลั่นลงมาตามแนวเขา จากข้อมูลพื้นที่ระบุว่าน้ำตกมี 8 ชั้น น้ำไหลจากหน้าผาสูงลงสู่คลองพนมและผ่านบริเวณถ้ำน้ำลอด บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบน้ำตกกลางป่าและต้องการเห็นธรรมชาติที่ยังไม่พลุกพล่าน เส้นทางไปน้ำตกเขาวงก์เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านร่างกายมากกว่าการเที่ยวจุดใกล้ที่ทำการอุทยาน
น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติคลองพนม มีลักษณะเป็นน้ำตกหลายชั้น บริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นปกคลุมและแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา น้ำตกโตนไทรอยู่ห่างจากหมู่บ้านสะพานนาค หมู่ที่ 5 ตำบลคลองศกประมาณ 3.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ถึงหมู่บ้านแล้วเดินเท้าต่อไปยังน้ำตก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จุดนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินป่าและต้องการสัมผัสน้ำตกที่แวดล้อมด้วยป่าดิบชื้นอย่างแท้จริง
บัวผุด เป็นพืชหายากที่ทำให้อุทยานแห่งชาติคลองพนมมีความน่าสนใจมากขึ้น บัวผุดเป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ชนิดกาฝาก อาศัยกินน้ำเลี้ยงจากเถาองุ่นป่าหรือย่านไก่ต้ม ในประเทศไทยพบได้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกและอุทยานแห่งชาติคลองพนม โดยปกติดอกบัวผุดมีโอกาสบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนหรือพฤษภาคม ขึ้นอยู่กับความชื้นและสภาพพื้นที่ ดอกบัวผุดใช้เวลาสะสมพลังงานยาวนานก่อนบาน และเมื่อบานแล้วอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน ทำให้การชมบัวผุดเป็นประสบการณ์ธรรมชาติที่ต้องอาศัยจังหวะเวลาและการติดตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่
เส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาคเป็นเส้นทางตามฤดูกาลที่ควรวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะมีช่วงปิดพักฟื้นธรรมชาติระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม การปิดเส้นทางนี้ช่วยให้พื้นที่ฟื้นตัว ลดผลกระทบต่อพืชหายาก และลดความเสี่ยงจากสภาพเส้นทางในฤดูฝน ผู้ที่ต้องการชมบัวผุดควรเลือกช่วงหลังเปิดเส้นทาง ตรวจสอบข่าวการบานของดอก และเดินตามเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น ห้ามแตะต้อง ดึง หรือเหยียบพื้นที่รอบดอก เพราะบัวผุดเป็นพืชที่เปราะบางและมีรอบการเจริญเติบโตยาวนาน
นอกจากถ้ำ น้ำตก และบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนมยังมีเส้นทางล่องลำน้ำคลองศก ซึ่งเริ่มต้นจากวังมัจฉาไปยังบ้านเชียวปง ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์สองฝั่งคลองที่มีภูเขาหินปูนสูงชันและป่าร่มรื่น ลำคลองศกเป็นสายน้ำที่เชื่อมผู้คนกับธรรมชาติของพื้นที่พนมมาอย่างยาวนาน การล่องลำน้ำทำให้นักท่องเที่ยวเห็นคลองพนมในมุมที่ต่างจากการเดินป่า เพราะได้สัมผัสความเย็นของสายน้ำ ความเงียบของป่า และแนวหน้าผาหินปูนที่ทอดตัวริมคลอง
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติคลองพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาสก จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีมุ่งหน้าอำเภอพนมและตำบลคลองศก เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 ให้แยกเข้าทางที่ทำการอุทยานประมาณ 50 เมตรก็ถึงจุดติดต่อของอุทยาน ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้รถสายสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต หรือรถตู้สายสุราษฎร์ธานี-เขาสก แล้วลงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 ก่อนเดินหรือต่อรถท้องถิ่นเข้าไปยังที่ทำการอุทยาน
ผู้ที่วางแผนเที่ยวคลองพนมควรแยกเวลาให้เหมาะกับแต่ละกิจกรรม หากต้องการเดินวังมัจฉาและถ้ำแก้ว สามารถจัดเป็นโปรแกรมครึ่งวันได้ แต่ถ้าจะไปถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกเขาวงก์ หรือน้ำตกโตนไทร ควรเผื่อเวลาเพิ่มและเตรียมอุปกรณ์เดินป่าอย่างจริงจัง เช่น รองเท้ากันลื่น ไฟฉาย น้ำดื่ม เสื้อกันฝน ถุงกันน้ำ และยาประจำตัว เส้นทางถ้ำและน้ำตกควรสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเสมอ โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตกหรือหลังฝนตกหนัก
ช่วงเวลาน่าเที่ยวของอุทยานแห่งชาติคลองพนมคือช่วงที่พื้นที่เปิดให้บริการและสภาพอากาศเหมาะกับการเดินป่า โดยทั่วไปช่วงหลังฤดูฝนถึงต้นฤดูร้อนทำให้ป่าชุ่มชื้น น้ำตกมีน้ำ และมีโอกาสพบดอกบัวผุดในช่วงฤดูกาล แต่การเที่ยวถ้ำและน้ำตกต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าความสวยงามของภาพถ่าย หากระดับน้ำสูง กระแสน้ำแรง หรือเจ้าหน้าที่ไม่แนะนำให้เข้าเส้นทาง ควรเปลี่ยนแผนไปเที่ยวจุดที่ปลอดภัยกว่า เช่น วังมัจฉา วัดถ้ำวราราม หรือพื้นที่บริการใกล้ที่ทำการอุทยาน
มารยาทสำคัญในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติคลองพนมคือการไม่เก็บพืชป่า ไม่จับสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่หักหินงอกหินย้อย ไม่ทิ้งขยะ และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด ถ้ำหินปูนและป่าดิบชื้นเป็นพื้นที่เปราะบาง หินงอกหินย้อยใช้เวลายาวนานมากในการก่อตัว ส่วนพืชและสัตว์ในป่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน การเที่ยวที่ดีจึงควรทำให้ธรรมชาติถูกรบกวนน้อยที่สุด
อุทยานแห่งชาติคลองพนมเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักเดินป่าเบา ๆ ผู้สนใจถ้ำหินปูน ผู้ชอบน้ำตก และผู้ที่ต้องการเที่ยวสุราษฎร์ธานีแบบเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติเขาสกและคลองศก จุดเด่นของคลองพนมคือความเงียบ ความร่มรื่น และความหลากหลายของพื้นที่ธรรมชาติที่รวมทั้งถ้ำ น้ำตก ลำธาร ป่า และพืชหายากไว้ในอุทยานเดียว หากมาอย่างถูกช่วงเวลาและปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน ที่นี่จะเป็นหนึ่งในเส้นทางธรรมชาติที่ช่วยให้เข้าใจความอุดมสมบูรณ์ของป่าภาคใต้ได้อย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติคลองพนม |
| ที่ตั้ง | ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | 107 หมู่ 4 ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84250 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ ค่ายเขาวงก์ น้ำตกเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร วังมัจฉา วัดถ้ำวราราม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ล่องลำน้ำคลองศก และบัวผุด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2543 ครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองสกและป่าคลองพนม มีพื้นที่ประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามพื้นที่ป่าคลองพนมและลุ่มน้ำในอำเภอพนม ซึ่งเชื่อมโยงกับคลองศก คลองแสง คลองพุมดวง และระบบแม่น้ำตาปี |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาหินปูนสูงชัน ป่าดงดิบชื้น ลำธารจำนวนมาก ถ้ำหินปูน น้ำตก พืชหายาก และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า แยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 เข้าไปประมาณ 50 เมตรถึงที่ทำการอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งแล้ว เปิดให้บริการตามฤดูกาล และมีช่วงปิดพักฟื้นประจำปีสำหรับการท่องเที่ยวและพักแรม |
| วันเปิดทำการ | เปิดให้บริการตามฤดูกาล นอกช่วงปิดพักฟื้นประจำปี |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ช่วงปิดพักฟื้น | ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกแห่งในอุทยาน 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม เส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาคปิด 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม ภาพเขียนสี เพิงเขานกยาง ถ้ำพระ และเส้นทางชมบัวผุดบ้านถ้ำผึ้งปิดไม่มีกำหนด |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่ทำการอุทยาน บ้านพัก จุดกางเต็นท์ ร้านอาหารสวัสดิการ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองพนม 2. ถ้ำแก้ว 3. ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ 4. ค่ายเขาวงก์ 5. น้ำตกเขาวงก์ 6. น้ำตกโตนไทร 7. วังมัจฉาและวัดถ้ำวราราม 8. เส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาค 9. เส้นทางล่องลำน้ำคลองศก |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0-7791-8559, 0-7729-9298 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดถ้ำวราราม ประมาณ 1 กม. 2. วังมัจฉา ประมาณ 1 กม. 3. ถ้ำแก้ว ประมาณ 2 กม. 4. อุทยานแห่งชาติเขาสก ประมาณ 10 กม. 5. คลองศก ประมาณ 10 กม. 6. น้ำตกแม่ยาย ประมาณ 14 กม. 7. เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Chao Italian Ristorante Pizzeria and Thai Food ประมาณ 10 กม. โทร. 093-570-4226 2. Khao Sok Bistro & Bar ประมาณ 10 กม. โทร. 061-414-9097 3. Rafflesia Cafe ประมาณ 12 กม. โทร. 091-037-6244 4. Khao Sok Italian Thai Bistro ประมาณ 10 กม. โทร. 082-277-8397 5. The Misty Restaurant at Morning Mist Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 062-337-0607 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Anurak Community Lodge ประมาณ 1 กม. โทร. 081-898-9271 2. Khao Sok Rainforest Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 064-224-9654 3. Khao Sok River & Jungle Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 086-945-9587 4. Khao Sok Cabana Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 081-273-6450 5. Khao Sok Boutique Camps ประมาณ 15 กม. 6. Our Jungle House ประมาณ 13 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติคลองพนมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติคลองพนมอยู่ในอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน โดยที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 บนทางหลวงหมายเลข 401
ถาม: อุทยานแห่งชาติคลองพนมเปิดให้เที่ยวได้ตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: อุทยานเปิดให้บริการตามฤดูกาล โดยมีช่วงปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกแห่งระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม และมีบางเส้นทางปิดพักฟื้นตามประกาศเฉพาะพื้นที่
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติคลองพนมเท่าไร?
ตอบ: คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ถาม: จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติคลองพนมคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือภูเขาหินปูน ป่าดงดิบชื้น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร วังมัจฉา และเส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาค
ถาม: ไปถ้ำแก้วต้องเดินไกลไหม?
ตอบ: ถ้ำแก้วอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเส้นทางเดินจากวังมัจฉาไปถ้ำแก้วมีระยะทางประมาณ 919 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที
ถาม: ชมบัวผุดที่คลองพนมได้ช่วงไหน?
ตอบ: บัวผุดมักมีโอกาสบานในช่วงปลายปีถึงต้นปี แต่เส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาคปิดพักฟื้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม จึงควรตรวจสอบประกาศและข่าวการบานของดอกก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติคลองพนมอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 ให้แยกเข้าไปประมาณ 50 เมตรก็ถึงที่ทำการอุทยาน หรือเดินทางด้วยรถโดยสารสายสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ตและรถตู้สายสุราษฎร์ธานี-เขาสกแล้วลงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




