หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ > 20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด
TL;DR: 20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด. ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะมีแนวเทือกเขาสูง ป่าต้นน้ำ หน้าผา.
20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะมีแนวเทือกเขาสูง ป่าต้นน้ำ หน้าผา ลานหิน เสาหินทราย น้ำตก และทุ่งดอกไม้ป่ากระจายอยู่หลายอำเภอ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ดอกกระเจียวผลิบานพร้อมสายหมอกและผืนป่าสีเขียว ทำให้ชัยภูมิกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอีสานในมุมที่แตกต่างจากภาพของที่ราบกว้างและทุ่งนา
หากมา เที่ยวชัยภูมิครั้งแรก สถานที่ที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติตาดโตนสำหรับน้ำตกและป่าต้นน้ำ มอหินขาวสำหรับภูมิประเทศหินทรายที่เป็นเอกลักษณ์ อุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทองสำหรับทุ่งดอกกระเจียวในฤดูฝน และอุทยานแห่งชาติภูแลนคาสำหรับเส้นทางภูเขา หน้าผา และจุดชมวิว หากต้องการเพิ่มมิติด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สามารถแวะอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ปรางค์กู่ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า และบึงละหานได้ในทริปเดียวกันเมื่อมีเวลาหลายวัน
ภูมิประเทศของชัยภูมิส่วนหนึ่งอยู่บนแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์และเทือกเขาภูแลนคา ทำให้พื้นที่มีความสูงสลับซับซ้อนและเป็นต้นกำเนิดลำน้ำสำคัญหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำชีซึ่งมีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน การเกษตร และระบบนิเวศของภาคอีสานมายาวนาน พื้นที่ภูเขาของจังหวัดมีทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ลานหินทราย และหน้าผาสูง จึงรองรับการท่องเที่ยวได้หลากหลายตั้งแต่เดินป่าเบา ๆ ชมวิว กางเต็นท์ ดูดาว ไปจนถึงชมดอกไม้ตามฤดูกาล
เสน่ห์สำคัญของชัยภูมิคือการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคมเป็นเวลาของทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทอง ผืนป่าเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดและน้ำตกหลายแห่งมีปริมาณน้ำมาก ขณะที่ปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอกและเดินชมหน้าผา ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์และเที่ยวพื้นที่สูงเพราะอากาศเย็นสบาย
ด้านประวัติศาสตร์ ชัยภูมิมีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานและวัฒนธรรมหลายยุค ทั้งชุมชนโบราณ ใบเสมา ศาสนสถาน และอิทธิพลเขมรโบราณ ปรางค์กู่กลางเมืองชัยภูมิเป็นตัวอย่างสำคัญของอโรคยศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขณะที่พระธาตุหนองสามหมื่นในอำเภอภูเขียวสะท้อนศิลปกรรมที่ผสมผสานล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา ทำให้การเที่ยวชัยภูมิไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางโบราณคดีและศรัทธาได้อย่างน่าสนใจ
เรื่องราวของเมืองชัยภูมิยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพระยาภักดีชุมพล หรือเจ้าพ่อพญาแล บุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรกและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในจังหวัด อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพลกลางเมืองจึงเป็นสถานที่ที่ชาวชัยภูมิจำนวนมากนิยมสักการะก่อนเดินทางหรือเริ่มกิจกรรมสำคัญ และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นก่อนออกไปเที่ยวตามอำเภอต่าง ๆ
ชัยภูมิยังมีชื่อเสียงด้านภูมิปัญญาผ้าไหม โดยเฉพาะ ผ้าไหมบ้านเขว้า ซึ่งสืบทอดขั้นตอนตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อม มัดหมี่ และทอด้วยกี่พื้นบ้าน ลวดลายและสีของผ้าได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นของฝากสำคัญของจังหวัด การเดินทางไปบ้านเขว้าจึงไม่ได้เป็นเพียงการซื้อผ้า แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างงานหัตถกรรม ครอบครัว งานบุญ และเศรษฐกิจชุมชนอีสาน
ด้านอาหาร นักท่องเที่ยวจะพบอาหารอีสานที่คุ้นเคยทั้งส้มตำ ลาบ แจ่ว อาหารย่าง ปลาและอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ขณะที่พื้นที่รอบบึงและแหล่งน้ำมีวิถีประมงพื้นบ้านที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของอาหารท้องถิ่น ของฝากนอกจากผ้าไหมยังมีผลิตภัณฑ์จากชุมชน งานทอ งานจักสาน และอาหารแปรรูปในแต่ละอำเภอ
การวางแผนเที่ยวชัยภูมิให้คุ้มควรแบ่งเป็นหลายโซน โดย โซนเมืองชัยภูมิ–ตาดโตน–ภูแลนคา เหมาะกับมอหินขาว ตาดโตน ภูแลนคา ปรางค์กู่ และอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล, โซนเทพสถิต เหมาะกับอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, โซนหนองบัวระเหว เหมาะกับอุทยานแห่งชาติไทรทอง, โซนภูเขียว เหมาะกับวัดพระธาตุหนองสามหมื่น, โซนบ้านเขว้า เหมาะกับผ้าไหมและวิถีชุมชน และ โซนจัตุรัส เหมาะกับบึงละหาน การเที่ยวตามโซนช่วยลดการขับรถย้อนและทำให้แต่ละวันมีธีมชัดเจน
หากมีเวลา 1 วันและพักในตัวเมือง ควรเลือกอุทยานแห่งชาติตาดโตน–มอหินขาว หรือเที่ยวอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล–ปรางค์กู่–ตาดโตน หากมี 2–3 วันควรเพิ่มอุทยานแห่งชาติป่าหินงามหรือไทรทอง โดยเฉพาะช่วงดอกกระเจียว ส่วนทริป 4–5 วันสามารถขยายไปยังภูเขียว บ้านเขว้า และจัตุรัส เพื่อให้เห็นชัยภูมิครบทั้งภูเขา น้ำตก ดอกไม้ป่า ศาสนา ประวัติศาสตร์ หัตถกรรม และพื้นที่ชุ่มน้ำ

1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาฝายและพื้นที่ต่อเนื่องของอำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญที่สุดของจังหวัดและเดินทางจากตัวเมืองได้ไม่ไกล จุดเด่นคือระบบป่าต้นน้ำของเทือกเขาภูแลนคา น้ำตก ลานหิน ธารน้ำ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะทั้งกับครอบครัวและนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินป่าหนัก
ไฮไลต์: น้ำตกตาดโตนที่มีหน้ากว้างประมาณ 50 เมตรและสูงประมาณ 6 เมตร ลานหินเหนือหน้าผา ธารน้ำร่มรื่น น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกผาเอียง สะพานแขวน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ และพื้นที่ดูดาวในเขตอุทยาน
น้ำตกตาดโตนมีลักษณะต่างจากน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูง เพราะน้ำไหลแผ่ผ่านลานหินกว้างก่อนตกลงสู่แอ่งด้านล่าง ช่วงที่น้ำมากจะเกิดสายน้ำขาวเต็มหน้าผา ขณะที่ด้านบนมีลานหินและธารน้ำหลายจุดให้เดินชม จึงเป็นน้ำตกที่เหมาะกับการพักผ่อนและใช้เวลานานมากกว่าการแวะถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
อุทยานแห่งชาติตาดโตนได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2523 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 23 ของประเทศไทย พื้นที่ครอบคลุมประมาณ 217 ตารางกิโลเมตร มีความสำคัญต่อการรักษาป่าต้นน้ำและระบบนิเวศของลำน้ำหลายสายที่เชื่อมต่อกับลุ่มน้ำชี
ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุดเพราะมีปริมาณน้ำมากและผืนป่าเขียวชุ่ม แต่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณกระแสน้ำแรงและหลีกเลี่ยงลานหินที่ลื่นหลังฝนตก
ภายในอุทยานยังเหมาะกับการพักแรม มีทั้งลานกางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกตามจุดบริการ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ตาดโตนเป็นฐานสำหรับเที่ยวต่อไปยังมอหินขาว ภูแลนคา พระธาตุชัยภูมิ หรือสถานที่ในตัวเมืองได้
สถานที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน คู่รัก สายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการทริปวันเดียวจากตัวเมือง หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกพื้นที่พักผ่อนและจุดเล่นน้ำที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จากตัวเมืองใช้เส้นทางชัยภูมิ–น้ำตกตาดโตน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. และควรตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.979775,102.026095&travelmode=driving

2. มอหินขาว ตั้งอยู่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่มีภาพจำชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของชัยภูมิ จากกลุ่มเสาหินทรายสีขาวขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าโปร่งจนได้รับฉายาว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย”
ไฮไลต์: เสาหินใหญ่ 5 แท่ง กลุ่มหินโขลงช้าง ลานหินและแท่นหิน ผาหัวนาค จุดชมวิว ดงสน ลานกางเต็นท์ และภูมิประเทศหินทรายที่ถูกธรรมชาติกัดเซาะเป็นรูปทรงหลากหลาย
คำว่า “มอ” ในภาษาถิ่นหมายถึงเนินหรือพื้นที่สูง ส่วน “หินขาว” มาจากหินทรายสีอ่อนที่โผล่ขึ้นท่ามกลางพื้นหญ้า เมื่อได้รับแสงแดดหรือหลังฝนตก สีของพื้นผิวหินจะเด่นชัดมากขึ้น ชื่อนี้จึงสะท้อนภูมิประเทศจริงที่ชุมชนเห็นและเรียกต่อกันมา
เสาหินและก้อนหินของมอหินขาวเกิดจากชั้นหินทรายที่ผ่านกระบวนการแตกหัก ผุพัง และกัดเซาะต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ส่วนที่แข็งกว่าทนต่อการกัดเซาะจึงเหลือเป็นแท่งหินขนาดใหญ่ รูปร่างที่เห็นในปัจจุบันเป็นเสมือนประติมากรรมซึ่งธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างช้า ๆ
นอกจากกลุ่มเสาหิน 5 แท่งแล้ว ควรเผื่อเวลาเที่ยวต่อไปยังกลุ่มหินโขลงช้างและผาหัวนาค เพราะแต่ละโซนให้บรรยากาศต่างกัน ตั้งแต่ลานหินกว้าง จุดชมวิว ไปจนถึงแนวหน้าผาที่มองเห็นเทือกเขาภูแลนคาและพื้นที่ด้านล่าง
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด เนื่องจากแสงไม่แข็งและอากาศเย็นกว่าเวลากลางวัน ส่วนฤดูฝนและปลายฝนต้นหนาวจะได้บรรยากาศป่าเขียวและหมอกบาง อย่างไรก็ตามควรระวังพื้นหินลื่นและสภาพอากาศเปลี่ยนเร็วบนพื้นที่สูง
มอหินขาวสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันจากตัวเมือง หรือรวมกับผาหัวนาค ตาดโตน และพระธาตุชัยภูมิในทริปเต็มวัน หากต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพักแรมควรตรวจพื้นที่กางเต็นท์และข้อกำหนดของอุทยานล่วงหน้า
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 เส้นทางชัยภูมิ–ตาดโตน แล้วต่อเข้าสู่เส้นทางมอหินขาว ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร เปิดทุกวัน โดยช่วงเวลาแนะนำคือ 06.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.064039,101.966448&travelmode=driving

3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต บนแนวเทือกเขาพังเหย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้ชัยภูมิได้รับสมญาว่าเมืองแห่งดอกกระเจียว เพราะช่วงฤดูฝนพื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าจะเต็มไปด้วยดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงท่ามกลางหมอกและอากาศเย็นบนพื้นที่สูง
ไฮไลต์: ทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม จุดชมวิวสุดแผ่นดิน โขดหินรูปร่างแปลก ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล น้ำตกเทพพนา น้ำตกเทพประทาน และเส้นทางธรรมชาติบนเทือกเขาพังเหย
ภูมิประเทศของอุทยานมีระดับความสูงประมาณ 300–846 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วยเนินเขา หน้าผา ลานหิน ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ทำให้พื้นที่มีสภาพแวดล้อมหลายแบบในระยะทางไม่ไกลกัน และเป็นแหล่งอาศัยของพืชป่าหลากหลายชนิด
ทุ่งดอกกระเจียวเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยฤดูกาลหลักมักอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม ดอกกระเจียวจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากพื้นป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า เมื่อรวมกับสายหมอกในตอนเช้าจึงเกิดเป็นภาพที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของชัยภูมิ
ลานหินงามเป็นอีกพื้นที่ที่ไม่ควรพลาด โขดหินทรายขนาดใหญ่ถูกกระบวนการธรรมชาติกัดเซาะจนเกิดรูปทรงแตกต่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางเพื่อชมก้อนหินที่มีชื่อเรียกตามรูปร่างและจินตนาการของผู้พบเห็น
จุดชมวิวสุดแผ่นดินอยู่บริเวณหน้าผาของแนวเทือกเขาพังเหย มองออกไปเห็นพื้นที่ราบเบื้องล่างได้กว้าง ช่วงเช้ามีโอกาสพบหมอก ขณะที่ช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงเหนือแนวภูเขา ควรระมัดระวังบริเวณขอบผาและปฏิบัติตามแนวกั้นอย่างเคร่งครัด
เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว สายถ่ายภาพ สายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการเที่ยวดอกไม้ป่า การมาในวันธรรมดาช่วงฤดูดอกกระเจียวช่วยลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวได้ และควรตรวจประกาศอุทยานเรื่องเส้นทาง รถรับส่ง และสภาพอากาศก่อนเดินทาง
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. โดยฤดูทุ่งดอกกระเจียวควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อชมดอกไม้และหมอกในช่วงอากาศเย็น
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.631624,101.393893&travelmode=driving

4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว และครอบคลุมแนวป่าบนเทือกเขาพังเหยหลายอำเภอ เป็นอุทยานที่รวมทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก ป่าต้นน้ำ เส้นทางเดินธรรมชาติ และหน้าผาชมวิวที่มีชื่อเสียงไว้ในพื้นที่เดียวกัน
ไฮไลต์: ทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง ผาหำหด ผาพ่อเมือง ผาเพลินใจ ผาอาทิตย์อัสดง น้ำตกไทรทอง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนพื้นที่สูง
ทุ่งบัวสวรรค์เป็นจุดเด่นของอุทยานในช่วงฤดูฝน ดอกกระเจียวจะบานตามทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง โดยช่วงที่ได้รับความนิยมมากอยู่ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม บรรยากาศยามเช้ามักมีความชื้นสูงและบางวันมีหมอกปกคลุมตามสันเขา
อีกภาพจำของไทรทองคือ ผาหำหด หน้าผาชมวิวที่ยื่นออกไปเหนือพื้นที่เบื้องล่างและได้รับความนิยมในการถ่ายภาพ จุดนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรออกนอกแนวปลอดภัย และควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพเสี่ยงอันตรายโดยเฉพาะเมื่อมีลมแรงหรือฝนตก
น้ำตกไทรทองช่วยเติมความหลากหลายให้การเที่ยวอุทยาน เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากพื้นที่น้ำตกแล้วต่อไปยังโซนทุ่งดอกไม้และหน้าผาได้ตามเส้นทางที่อุทยานเปิดให้บริการ ลักษณะการเที่ยวจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันถึงเต็มวันกับธรรมชาติ
พื้นที่อุทยานมีความสำคัญในฐานะป่าต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี ทำให้การท่องเที่ยวควรคำนึงถึงการอนุรักษ์เป็นหลัก ไม่เก็บดอกไม้ ไม่เดินลัดออกจากทาง และไม่ทิ้งขยะตามเส้นทาง
อุทยานเหมาะกับสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบเดินชมวิวตามหน้าผา หากวางแผนมาเพื่อชมดอกกระเจียวควรตรวจประกาศการเปิดเส้นทางและสภาพดอกไม้ก่อนเดินทาง เพราะความสมบูรณ์แตกต่างกันตามปริมาณฝนในแต่ละปี
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรม เวลา 08.00–16.30 น. ควรตรวจประกาศล่าสุดของอุทยานก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.875015,101.509770&travelmode=driving

5. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ บ้านเขว้า หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน หน้าผา ลานหิน ป่า และก้อนหินรูปร่างแปลก ทำให้อุทยานแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ไฮไลต์: มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ทุ่งดอกกระเจียว ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี หินปราสาท และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
อุทยานมีพื้นที่ประมาณ 177 ตารางกิโลเมตรและเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาภูแลนคา พื้นที่บางช่วงเป็นป่าเต็งรังที่เปิดโปร่ง บางช่วงเป็นป่าดิบแล้งและป่าที่มีความชื้นมากขึ้นตามระดับความสูง ความแตกต่างนี้ทำให้พบพืชและสัตว์หลากหลายชนิด
ภูแลนคามีความสำคัญต่อระบบน้ำของชัยภูมิ เพราะเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่เชื่อมโยงกับลุ่มน้ำชี ป่าและเทือกเขาจึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้น และลดการพังทลายของดิน
สำหรับนักท่องเที่ยว จุดที่รู้จักมากที่สุดคือมอหินขาว แต่ผู้ที่มีเวลามากกว่าครึ่งวันควรขยายเส้นทางไปผาหัวนาคและจุดชมวิวอื่น เพราะจะได้เห็นภูแลนคาในมุมที่แตกต่างจากเสาหินขาว โดยเฉพาะช่วงเช้าและปลายฝนต้นหนาวที่มีโอกาสพบทะเลหมอก
บางเส้นทางเหมาะกับการเดินธรรมชาติและพักแรมมากกว่าการเที่ยวแบบแวะสั้น นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกโซนตามเวลาที่มีและตรวจสภาพเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์
ภูแลนคาเหมาะกับนักถ่ายภาพ นักดูดาว สายเดินป่า กลุ่มเพื่อน คู่รัก และผู้ที่ชอบทริปแบบพักแรม สามารถจัดร่วมกับมอหินขาว ตาดโตน และพระธาตุชัยภูมิเป็นเส้นทางธรรมชาติ–ศรัทธาของโซนตอนเหนือของตัวเมือง
การเดินทาง: ที่ทำการอุทยานอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เวลา 08.00–18.00 น. และควรตรวจประกาศพื้นที่เปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.008443,101.897457&travelmode=driving

6. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) หรืออนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ตั้งอยู่กลางวงเวียนศูนย์ราชการในตัวเมืองชัยภูมิ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของจังหวัดและเป็นศูนย์รวมความเคารพของชาวชัยภูมิที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
ไฮไลต์: อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญผู้ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก จุดสักการะใจกลางเมือง พื้นที่ประกอบพิธีสำคัญ และจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวโบราณสถาน วัด ตลาด และสถานที่ต่าง ๆ ในเขตเมืองชัยภูมิ
พระยาภักดีชุมพล หรือแล เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการก่อร่างเมืองชัยภูมิและได้รับความเคารพจากชาวจังหวัดอย่างสูง เรื่องราวความเสียสละและความจงรักภักดีทำให้ชื่อของท่านกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัดและความทรงจำร่วมของคนชัยภูมิ
พื้นที่อนุสาวรีย์ไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งคนท้องถิ่นมาสักการะในโอกาสสำคัญ หลายคนเลือกมากราบก่อนเดินทางหรือเริ่มต้นกิจการใหม่ การมาเยือนจึงช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์เมืองกับศรัทธาร่วมสมัยได้ชัดเจน
ในช่วงงานประจำปีและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อพญาแล พื้นที่โดยรอบจะมีผู้คนมาร่วมสักการะและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก เป็นช่วงที่สามารถสัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของชุมชนได้เข้มข้นกว่าปกติ
สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึงชัยภูมิ สามารถแวะสักการะแล้วเที่ยวต่อไปยังปรางค์กู่ ตลาดในเมือง หรือเดินทางออกไปตาดโตนและมอหินขาวได้สะดวก
เหมาะกับทุกช่วงวัย ใช้เวลาเที่ยวไม่นาน และสามารถรวมไว้ในแผนวันแรกหรือวันสุดท้ายของทริปได้โดยไม่กระทบเวลาการเดินทางมากนัก
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนศูนย์ราชการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เดินทางสะดวกจากสถานีขนส่งและย่านใจกลางเมือง พื้นที่เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวัน โดยช่วงเวลาบริการที่ระบุคือ 09.00–16.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.806862,102.031520&travelmode=driving

7. ปรางค์กู่ ตั้งอยู่บ้านหนองบัว ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นโบราณสถานเขมรโบราณสำคัญที่อยู่ใกล้เขตเมืองและสามารถเข้าชมได้สะดวก จุดเด่นคือผังแบบอโรคยศาลหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ไฮไลต์: ปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย บรรณาลัย โคปุระ กำแพงแก้ว สระน้ำประจำศาสนสถาน ทับหลังหินทราย และรายละเอียดศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับคติพุทธมหายานสมัยบายน
ปรางค์กู่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในช่วงวัฒนธรรมเขมรแบบบายนและสัมพันธ์กับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งมีการสร้างอโรคยศาลากระจายอยู่ตามชุมชนและเส้นทางสำคัญในอาณาจักร
ผังของพื้นที่ประกอบด้วยปรางค์ประธาน บรรณาลัยหรืออาคารประกอบ กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ องค์ประกอบดังกล่าวช่วยให้เข้าใจว่าอโรคยศาลาไม่ได้เป็นเพียงอาคารรักษาพยาบาล แต่มีศาสนสถานและพิธีกรรมทางพุทธมหายานเป็นส่วนสำคัญของระบบด้วย
ปรางค์ประธานหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูจริงด้านเดียวและประตูหลอกในด้านอื่น ลักษณะการก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายสะท้อนเทคนิคที่พบในโบราณสถานยุคเดียวกันหลายแห่งของภาคอีสาน
ในช่วงเดือน 5 หรือประมาณเดือนเมษายนของทุกปี ชุมชนมีงานบุญเกี่ยวเนื่องกับปรางค์กู่ ทำให้พื้นที่โบราณสถานยังคงเชื่อมโยงกับศรัทธาของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงซากโบราณที่แยกออกจากชีวิตชุมชน
เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ นักเรียน ครอบครัว และผู้ที่มีเวลาจำกัด เพราะอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง สามารถเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพลก่อนเดินทางต่อไปยังตาดโตนหรือพื้นที่อื่นได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2158 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณโบราณสถานอยู่ในเขตบ้านหนองบัว ตำบลในเมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.806629,102.044545&travelmode=driving

8. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านแก้ง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว เป็นทั้งวัด ศาสนสถาน และแหล่งโบราณคดีสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของพื้นที่ภูเขียวได้หลายยุค พระธาตุหนองสามหมื่นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่นและได้รับการยกย่องว่าเป็นพระธาตุสำคัญองค์หนึ่งของชัยภูมิ
ไฮไลต์: องค์พระธาตุทรงย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปกรรมผสมผสานล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา พื้นที่เมืองโบราณ คูน้ำ คันดิน ใบเสมาหินทราย และหลักฐานโบราณวัตถุจากหลายยุค
ชื่อพระธาตุสัมพันธ์กับหนองน้ำขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดที่เรียกว่าหนองสามหมื่น หนองน้ำ วัด และชุมชนบ้านแก้งมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน โดยหนองน้ำเป็นฐานทรัพยากรของชุมชน ขณะที่พระธาตุทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา
สถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุมีความน่าสนใจจากการผสมผสานรูปแบบศิลปะหลายภูมิภาค สะท้อนว่าพื้นที่ภูเขียวอยู่ในแนวการเดินทางและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชุมชนในลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี และภาคกลาง
บริเวณรอบวัดยังมีร่องรอยเมืองโบราณและหลักฐานอย่างใบเสมาหินทราย ทำให้การมาไหว้พระสามารถต่อยอดเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ ผู้สนใจโบราณคดีควรเผื่อเวลาเดินชมพื้นที่รอบพระธาตุ ไม่ควรชมเฉพาะตัวเจดีย์แล้วเดินทางกลับทันที
วัดยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนและมีความสำคัญต่อคนภูเขียวในฐานะสถานที่ทำบุญ สักการะ และเชื่อมโยงความทรงจำของผู้คนหลายรุ่น
เหมาะกับสายบุญ สายประวัติศาสตร์ ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้สนใจศิลปกรรมไทย สามารถจัดเป็นจุดหลักของทริปโซนภูเขียวและเที่ยววัดหรือชุมชนใกล้เคียงในวันเดียวกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านแก้ง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในวัด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.379159,102.041440&travelmode=driving

9. บึงละหาน ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส ครอบคลุมหลายตำบล ได้แก่ ละหาน หนองบัวใหญ่ หนองบัวบาน และบ้านกอก เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศ ประมงพื้นบ้าน การอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ไฮไลต์: ผืนน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำ นกน้ำ ประมงพื้นบ้าน ทางเดินและจุดชมวิว สะพานไม้ การนั่งเรือชมบัวตามฤดูกาล และศาลเจ้าพ่อหาญคำซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนให้ความเคารพ
เสน่ห์ของบึงละหานอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวิถีชีวิต ผู้มาเยือนสามารถเห็นเรือประมง พืชน้ำ นกน้ำ และชุมชนที่ยังใช้ทรัพยากรจากบึงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานที่มีชีวิตและแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานเพียงอย่างเดียว
บางช่วงของปีพื้นที่บึงจะมีดอกบัวขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ดอกบานและแสงยังอ่อน การนั่งเรือชมบัวหรือเดินถ่ายภาพตามสะพานไม้เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ และสัมผัสบรรยากาศชุมชน
บึงยังมีความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืด เป็นแหล่งทำกินของชาวบ้านและมีบทบาทต่อความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่ การท่องเที่ยวจึงควรเคารพวิถีประมงและไม่รบกวนพื้นที่อนุรักษ์หรือเครื่องมือของชาวบ้าน
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเที่ยวที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนและแสงสะท้อนบนผิวน้ำสวย สามารถเลือกนั่งพักริมบึง ถ่ายภาพ หรือชมพระอาทิตย์ตกได้ตามจุดที่ชุมชนจัดไว้
เหมาะกับครอบครัว คู่รัก นักถ่ายภาพ สายดูนก และผู้ที่ต้องการเห็นวิถีชีวิตริมแหล่งน้ำของอีสาน สามารถจัดร่วมกับสถานที่ในอำเภอจัตุรัสและแหล่งชุมชนใกล้เคียงเป็นทริปครึ่งวันได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. หากต้องการนั่งเรือควรตรวจบริการของชุมชนในวันที่เดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.615822,101.888477&travelmode=driving

10. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านเขว้าและครอบคลุมชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมสี มัดหมี่ ทอผ้า และจำหน่ายผ้าไหม เป็นหนึ่งในพื้นที่หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของชัยภูมิและเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจจังหวัดผ่านภูมิปัญญาของผู้คน
ไฮไลต์: ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้น การสาวไหม การย้อมเส้นไหม การสร้างลายมัดหมี่ การทอด้วยกี่พื้นบ้าน ร้านจำหน่ายผ้าไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมที่สามารถเลือกซื้อจากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง
ภูมิปัญญาผ้าไหมบ้านเขว้าเริ่มจากการผลิตเพื่อใช้ในครัวเรือนและงานสำคัญของชุมชน ทั้งงานบวช งานแต่ง งานบุญ และประเพณี ก่อนพัฒนาเป็นหัตถกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับอำเภอ งานทอจึงไม่ได้แยกออกจากวิถีชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและอัตลักษณ์ของครอบครัว
กระบวนการทำผ้ามัดหมี่ต้องใช้เวลาหลายขั้นตอน เริ่มจากเตรียมเส้นไหม ออกแบบลาย มัดส่วนของเส้นไหมที่ไม่ต้องการให้ติดสี ย้อม แกะเชือก และย้อมซ้ำตามจำนวนสี ก่อนนำเส้นไหมไปทอ ผู้ที่ได้ชมขั้นตอนจริงจะเห็นชัดว่าผ้าแต่ละผืนต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ความอดทน และประสบการณ์ของช่างทอ
ชุมชนบ้านเขว้ามีทั้งช่างสาวไหม ช่างย้อม ช่างมัดหมี่ ช่างทอ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลายแห่ง จึงสามารถใช้เวลาเลือกชมผ้าได้ตั้งแต่ผืนแบบดั้งเดิม ไปจนถึงผ้าพันคอ เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่นำลายพื้นบ้านมาต่อยอด
การซื้อผ้าจากชุมชนโดยตรงช่วยให้ผู้เดินทางทราบแหล่งผลิตและเรื่องราวของสินค้าได้ชัดเจน อีกทั้งรายได้ยังหมุนเวียนกลับสู่ช่างและครอบครัวในพื้นที่ จึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้โดยตรง
หมู่บ้านผ้าไหมเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักออกแบบ ผู้สนใจแฟชั่นและวัฒนธรรม รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาของฝากคุณภาพ หากต้องการชมการสาธิตตั้งแต่การสาวไหมหรือทอผ้าอย่างละเอียด ควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้ชุมชนเตรียมกิจกรรม
การเดินทาง: แหล่งผ้าไหมกระจายอยู่ในหลายชุมชนของอำเภอบ้านเขว้า โดยศูนย์ส่งเสริมผ้าไหมบ้านเขว้าเปิดวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ส่วนร้านผ้าไหมในชุมชนใช้เวลาเปิด–ปิดตามแต่ละร้าน ควรติดต่อล่วงหน้าหากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือต้องการชมการสาธิต
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.782710,101.903852&travelmode=driving

11. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง ตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร และครอบคลุมพื้นที่ป่าต่อเนื่องในอำเภอเกษตรสมบูรณ์และหนองบัวแดง เป็นหนึ่งในผืนป่าอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดของภาคอีสานและเป็นพื้นที่ที่ยังคงระบบนิเวศป่า ภูเขา ลำธาร ทุ่งหญ้า และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ไฮไลต์: ทุ่งกะมังซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างกลางผืนป่า การชมกวาง เก้ง เนื้อทราย นกป่า และสัตว์ป่าตามธรรมชาติ รวมถึงภูมิประเทศแบบภูเขาหินทราย ป่าดิบเขา ลำห้วย และพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของชัยภูมิ
ทุ่งกะมังเป็นพื้นที่เปิดกลางป่าที่ทำหน้าที่คล้ายแหล่งอาหารและจุดรวมตัวของสัตว์กินพืชหลายชนิด ภาพสัตว์ป่าเดินหากินตามทุ่งกว้างท่ามกลางฉากหลังของแนวป่าทำให้ที่นี่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในพื้นที่ชมสัตว์ป่าที่โดดเด่นที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวแตกต่างจากอุทยานแห่งชาติทั่วไป เพราะเป้าหมายหลักของพื้นที่คือการอนุรักษ์สัตว์ป่าและถิ่นอาศัย ไม่ใช่การรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ผู้เข้าเยี่ยมชมจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด
ผืนป่าภูเขียวยังเชื่อมโยงกับพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่หลายแห่งของอีสานตะวันตก ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำ พื้นที่อาศัยของสัตว์ และแนวเชื่อมต่อทางนิเวศที่ช่วยให้สัตว์ป่าสามารถกระจายพันธุ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของพื้นที่จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดชมสัตว์เพียงอย่างเดียว
สถานที่เหมาะกับนักดูนก นักถ่ายภาพธรรมชาติ นักเรียน นักวิจัย และผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควรใช้เลนส์ระยะไกลหรือกล้องส่องทางไกลแทนการเข้าใกล้สัตว์ และหลีกเลี่ยงการใช้เสียงหรือกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติ
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ภูคิ้ง น้ำผุดนาเลา และน้ำผุดนาวงเดือน ซึ่งอยู่ในโซนตอนเหนือของชัยภูมิและช่วยให้ทริปได้ทั้งป่า สัตว์ป่า ภูเขา แหล่งน้ำ และวิถีชุมชน
การเดินทาง: ทางเข้าอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–16.00 น. ควรตรวจระเบียบและพื้นที่ที่เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.162483,101.659950&travelmode=driving

12. เขื่อนจุฬาภรณ์ (เขื่อนน้ำพรม) ตั้งอยู่ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร เป็นเขื่อนอเนกประสงค์บนพื้นที่สูงที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบ ทำให้เป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและแหล่งพักผ่อนที่โดดเด่นของชัยภูมิตอนเหนือ
ไฮไลต์: สันเขื่อนยาวประมาณ 700 เมตร อ่างเก็บน้ำบนพื้นที่สูง ทิวทัศน์ภูเขา สวนพักผ่อน จุดชมวิว การเรียนรู้ระบบไฟฟ้าพลังน้ำ และบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงเช้าและเย็น
เขื่อนจุฬาภรณ์เดิมมีชื่อว่าเขื่อนน้ำพรม สร้างปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย บริเวณภูหยวก เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2513 และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ใน พ.ศ. 2515 ก่อนจะได้รับพระราชทานนามว่าเขื่อนจุฬาภรณ์
ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ กักเก็บน้ำ สนับสนุนการเกษตร และช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำแก่พื้นที่โดยรอบ จึงเป็นสถานที่ที่สามารถเรียนรู้ทั้งวิศวกรรม พลังงาน และการจัดการทรัพยากรน้ำไปพร้อมกับการเที่ยวชมธรรมชาติ
จุดเด่นอีกอย่างคือทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำซึ่งทอดตัวท่ามกลางแนวเขา เมื่ออากาศเปิดจะเห็นผืนน้ำสีเข้มตัดกับป่าเขียวและท้องฟ้าอย่างชัดเจน ช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวเหมาะกับการชมวิวเพราะอากาศเย็นและบรรยากาศสดชื่น
บริเวณเขื่อนเหมาะกับครอบครัว คู่รัก ผู้สูงอายุ และนักถ่ายภาพ เพราะสามารถชมวิวได้โดยไม่ต้องเดินป่าหนัก หากต้องการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่น ล่องเรือหรือเข้าพื้นที่ของการไฟฟ้า ควรตรวจบริการและระเบียบก่อนเดินทาง
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และวัดพระธาตุแก้งกอยในเส้นทางคอนสารได้อย่างลงตัว
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.536270,101.650039&travelmode=driving

13. เขื่อนลำปะทาว ตั้งอยู่บ้านหลุบช้างพลาย ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ เป็นเขื่อนดินและแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดชัยภูมิที่อยู่ท่ามกลางภูเขา ป่าไม้ และชุมชนเกษตรกรรม มีบทบาททั้งด้านพลังงาน การเกษตร น้ำประปา และการพักผ่อน
ไฮไลต์: อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แนวภูเขารอบอ่าง จุดชมพระอาทิตย์ตก ถนนเลียบอ่าง พื้นที่พักผ่อนริมเขื่อน และทิวทัศน์แบบภูเขาโอบล้อมผืนน้ำที่เหมาะกับการถ่ายภาพ
ระบบเขื่อนลำปะทาวประกอบด้วยเขื่อนตอนบนและตอนล่าง ทำหน้าที่กักเก็บและบริหารน้ำในพื้นที่ภูเขา น้ำจากระบบเขื่อนมีความสำคัญต่อการผลิตไฟฟ้า การเกษตร และการผลิตน้ำประปาของจังหวัด รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับระบบน้ำในพื้นที่ตาดโตน
บรรยากาศบริเวณอ่างเก็บน้ำค่อนข้างสงบ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่อากาศไม่ร้อน ผืนน้ำสะท้อนแนวภูเขาและท้องฟ้า เหมาะกับการนั่งพัก ถ่ายภาพ หรือขับรถชมวิวแบบไม่เร่งรีบ
บางช่วงของริมอ่างมีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดลงสู่น้ำและเกิดแนวคล้ายหาดน้ำจืดตามระดับน้ำของแต่ละฤดูกาล ทำให้บรรยากาศของเขื่อนแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำที่มีเพียงโครงสร้างคอนกรีตและสันเขื่อน
เขื่อนลำปะทาวเหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพที่ต้องการสถานที่สงบ หากเดินทางช่วงฤดูฝนควรระมัดระวังถนนและจุดริมอ่างที่ลื่นหรือมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับน้ำตกลำปะทาวและสถานที่ธรรมชาติในโซนแก้งคร้อ เพื่อทำเป็นเส้นทางครึ่งวันหรือเต็มวันได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหลุบช้างพลาย ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.248399,102.111666&travelmode=driving

14. ภูคิ้ง ตั้งอยู่บริเวณบ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ บนแนวเทือกเขาเขียวภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นยอดเขาสูงประมาณ 1,167 เมตรจากระดับน้ำทะเลและเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่โดดเด่นของชัยภูมิ
ไฮไลต์: ทุ่งหญ้าบนยอดเขา หน้าผาสูง ลานหิน กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ป่า น้ำตกในป่า ทะเลหมอก และวิวที่สามารถมองเห็นแนวภูเขา ภูกระดึง ภูแลนคา เขื่อนห้วยกุ่ม และลำน้ำพรมในวันที่อากาศเปิด
ภูคิ้งไม่ใช่จุดชมวิวที่สามารถขับรถขึ้นถึงยอดได้โดยตรง แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติซึ่งต้องใช้การเดินเท้าและการเตรียมตัว เส้นทางจึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เดินป่าหรือพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และผู้นำทางท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
เสน่ห์ของภูคิ้งอยู่ที่ความสมบูรณ์ของป่ามากพอ ๆ กับวิวบนยอดเขา ระหว่างทางสามารถพบพืชป่า กล้วยไม้ ลานหิน และภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปตามระดับความสูง ทำให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ด้านธรรมชาติเต็มรูปแบบมากกว่าการไปถึงจุดหมายเพียงอย่างเดียว
ช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอกและอากาศเย็น แต่สภาพเส้นทางขึ้นอยู่กับฝนและข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ จึงต้องตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนทุกครั้ง
สถานที่เหมาะกับสายเดินป่า สาย Adventure นักถ่ายภาพธรรมชาติ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านร่างกาย ไม่เหมาะกับการเดินทางแบบแวะสั้นหรือผู้ที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ
ภูคิ้งสามารถจัดร่วมกับพื้นที่เกษตรสมบูรณ์หรือวางเป็นส่วนหนึ่งของทริปธรรมชาติหลายวันร่วมกับภูเขียวและคอนสาร แต่ควรแยกเวลาเดินเขาออกเป็นวันเฉพาะเพื่อไม่ให้แผนแน่นเกินไป
การเดินทาง: จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณบ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ การขึ้นภูต้องติดต่อขออนุญาตและประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางท้องถิ่นล่วงหน้าก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.337869,101.547119&travelmode=driving

15. น้ำผุดนาเลา ตั้งอยู่ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร เป็นแหล่งน้ำผุดธรรมชาติที่เกิดจากน้ำใต้ดินไหลขึ้นสู่ผิวดินแล้วรวมตัวเป็นแอ่งและลำธารใส น้ำมีอุณหภูมิค่อนข้างเย็นและไหลต่อเนื่องตลอดปี จึงเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนและทรัพยากรสำคัญของชุมชน
ไฮไลต์: ตาน้ำธรรมชาติ แอ่งน้ำใสหลายขนาด ลำธารเล็ก น้ำเย็น ร่มเงาต้นไม้ และบรรยากาศชุมชนเกษตรซึ่งทำให้สถานที่มีความเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย
น้ำผุดนาเลาไม่ได้มีลักษณะเป็นน้ำตกหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์จากการได้เห็นต้นกำเนิดน้ำอย่างใกล้ชิด น้ำค่อย ๆ ผุดจากใต้ดินแล้วไหลผ่านพื้นดิน รากไม้ และพืชริมน้ำก่อนกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ
แหล่งน้ำแห่งนี้มีความสำคัญต่อชุมชนเพราะช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรและวิถีชีวิตในท้องถิ่น การเข้ามาเที่ยวจึงควรรักษาความสะอาด ไม่ใช้สารเคมีหรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนน้ำ และเคารพพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน
บรรยากาศโดยรวมเหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย และถ่ายภาพ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนซึ่งน้ำเย็นของแหล่งน้ำผุดช่วยให้รู้สึกสดชื่น
เหมาะกับครอบครัว เด็ก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินไกล สามารถใช้เวลา 1–2 ชั่วโมงแล้วเที่ยวต่อไปยังน้ำผุดนาวงเดือนหรือเขื่อนจุฬาภรณ์ได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร ใกล้เส้นทางหลังโรงเรียนคอนสารวิทยา รถยนต์ส่วนตัวสะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.592998,101.896502&travelmode=driving

16. น้ำผุดนาวงเดือน ตั้งอยู่บ้านนาวงเดือน หมู่ 8 ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร เป็นแหล่งน้ำผุดธรรมชาติขนาดใหญ่ที่น้ำใต้ดินไหลขึ้นสู่ผิวดินอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นแอ่งน้ำและธารน้ำใสท่ามกลางบรรยากาศชนบทและพื้นที่เกษตรของชุมชน
ไฮไลต์: ตาน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ น้ำใสเย็น แอ่งน้ำกว้าง ธารน้ำที่ไหลออกจากแหล่งกำเนิด และบรรยากาศสงบของชุมชนบ้านนาวงเดือน
ความน่าสนใจของน้ำผุดนาวงเดือนอยู่ที่การได้เห็นระบบน้ำใต้ดินทำงานอย่างชัดเจน น้ำไม่ได้ไหลมาจากภูเขาในลักษณะน้ำตก แต่ผุดขึ้นจากพื้นดินแล้วรวมตัวเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อพื้นที่โดยรอบ
น้ำมีความใสจนสามารถมองเห็นพื้นในบางช่วงและมีอุณหภูมิเย็นเหมาะกับการพักผ่อน บริเวณรอบแหล่งน้ำยังคงบรรยากาศเรียบง่าย ไม่ถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์มากจนเสียลักษณะของชุมชน
แหล่งน้ำผุดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกษตรและการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ ผู้มาเยือนจึงควรช่วยกันรักษาคุณภาพน้ำ ไม่ทิ้งขยะหรือใช้สารที่อาจทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อน
เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถจัดเที่ยวคู่กับน้ำผุดนาเลาเพราะอยู่ในโซนเดียวกัน และต่อเส้นทางไปยังเขื่อนจุฬาภรณ์ได้
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านนาวงเดือน หมู่ 8 ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร จากเส้นทางมุ่งหน้าเขื่อนจุฬาภรณ์แยกเข้าสู่บ้านนาวงเดือนประมาณ 1 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.574404,101.898922&travelmode=driving

17. น้ำตกเทพพนา ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต ใกล้อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยกระโจนไหลลดหลั่นผ่านแนวหินธรรมชาติ 3 ชั้น เหมาะกับการเพิ่มจุดแวะธรรมชาติในเส้นทางทุ่งดอกกระเจียว
ไฮไลต์: น้ำตก 3 ชั้น โดยชั้นบนและชั้นที่ 2 สูงประมาณ 2–3 เมตร และชั้นสุดท้ายสูงประมาณ 6 เมตร มีลานหิน แอ่งน้ำ และบรรยากาศป่าที่สดชื่นในช่วงฤดูฝน
น้ำตกเทพพนาเป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลอย่างชัดเจน ช่วงฤดูฝนลำห้วยกระโจนจะมีปริมาณน้ำมากพอให้เกิดสายน้ำไหลต่อเนื่องผ่านชั้นหิน ทำให้ภูมิทัศน์ดูมีชีวิตชีวาและเหมาะกับการถ่ายภาพ
ลักษณะน้ำตกไม่ได้เป็นหน้าผาสูงชัน แต่เป็นชั้นหินลดระดับต่อเนื่อง จึงสามารถเห็นรูปทรงของสายน้ำและก้อนหินได้ใกล้ชิด อย่างไรก็ตามพื้นหินจะลื่นมากเมื่อเปียกและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
สถานที่เหมาะกับผู้ที่เดินทางมาป่าหินงามแล้วต้องการเพิ่มแหล่งธรรมชาติที่ไม่ใช้เวลาเดินทางไกล สามารถจัดแวะก่อนหรือหลังชมทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม และผาสุดแผ่นดิน
เหมาะกับสายธรรมชาติ ครอบครัว และนักถ่ายภาพ แต่ควรเน้นการเที่ยวช่วงมีน้ำและไม่ลงเล่นในจุดที่มีกระแสน้ำแรง หากฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ริมน้ำและตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
การเดินทาง: น้ำตกอยู่ทางด้านตะวันออกของที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ช่วงเหมาะเที่ยวที่สุดคือฤดูฝน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.647028,101.428239&travelmode=driving

18. น้ำตกเทพประทาน ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากลานหินกว้างและสายน้ำที่ไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินเตี้ย ๆ แทนการตกจากหน้าผาสูง
ไฮไลต์: ลานหินขนาดใหญ่ สายน้ำไหลเป็นแนวกว้าง แอ่งน้ำตื้น โขดหิน และบรรยากาศร่มรื่นที่เหมาะกับการแวะพักในเส้นทางอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
รูปแบบของน้ำตกเทพประทานทำให้มองเห็นการไหลของน้ำบนพื้นหินได้ชัดเจน บางช่วงเป็นสายน้ำบางคลุมผิวหิน บางช่วงไหลรวมลงแอ่งและลดระดับเป็นชั้นสั้น ๆ จึงให้บรรยากาศแตกต่างจากน้ำตกเทพพนาที่มีชั้นน้ำตกเด่นกว่า
ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด เมื่อน้ำมีปริมาณมากจะไหลกระจายเต็มพื้นที่ลานหินและทำให้ป่ารอบข้างเขียวสด แต่พื้นหินที่เปียกจะลื่นมาก นักท่องเที่ยวควรเดินเฉพาะจุดปลอดภัยและไม่เข้าใกล้บริเวณกระแสน้ำแรง
เพราะอยู่ในโซนเดียวกับป่าหินงาม นักท่องเที่ยวสามารถจัดน้ำตกเทพประทานเป็นจุดพักระหว่างการเดินทาง ก่อนขึ้นไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม หรือผาสุดแผ่นดินได้
สถานที่เหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพที่ต้องการบรรยากาศธรรมชาติสงบ ๆ มากกว่าสถานที่ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.631605,101.393862&travelmode=driving

19. วัดเขาประตูชุมพล ตั้งอยู่บ้านซับสะเลเต หมู่ 2 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต เป็นวัดป่าที่ผสมผสานพื้นที่ศาสนสถานเข้ากับป่าเบญจพรรณ ลานหิน และหินทรายธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะไหว้พระและพักใจในเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
ไฮไลต์: ซุ้มประตูชุมพล ศาลาปฏิบัติธรรม หอระฆัง ลานหิน สวนหินธรรมชาติ และแนวหินทรายที่เกิดเป็นช่องและโพรงคล้ายประตูหลายบาน
วัดก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 ชื่อ “ประตูชุมพล” เชื่อมโยงกับลักษณะของหินภายในพื้นที่ซึ่งมีช่องและแนวหินคล้ายประตูอยู่หลายจุด ทำให้ภูมิประเทศกลายเป็นส่วนหนึ่งของชื่อและอัตลักษณ์ของวัด
บริเวณวัดอยู่ท่ามกลางสภาพป่าเขาของเทือกเขาพังเหย บรรยากาศเงียบสงบและมีลมพัดผ่าน จึงเหมาะกับการนั่งพัก ปฏิบัติธรรม และเดินชมธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินป่าเหมือนเส้นทางอุทยาน
ผู้มาเยือนนิยมเดินลอดซุ้มประตูชุมพลเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าไปไหว้พระและชมพื้นที่ด้านใน เป็นตัวอย่างของการที่ภูมิประเทศธรรมชาติถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเชื่อและศรัทธาของชุมชน
สามารถจัดวัดเขาประตูชุมพลเป็นจุดแวะก่อนหรือหลังอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม น้ำตกเทพพนา และน้ำตกเทพประทานได้ ทำให้เส้นทางเทพสถิตมีทั้งธรรมชาติและศาสนาในวันเดียว
เหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการสถานที่สงบ ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในพื้นที่ปฏิบัติธรรม
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านซับสะเลเต หมู่ 2 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ใกล้เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เปิดทุกวัน แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.625083,101.384082&travelmode=driving

20. วัดพระธาตุแก้งกอย ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีองค์พระธาตุแก้งกอยเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนและเป็นหลักฐานสำคัญของอิทธิพลศิลปกรรมล้านช้างในพื้นที่ชัยภูมิตอนเหนือ
ไฮไลต์: พระธาตุแก้งกอยศิลปะล้านช้าง องค์ธาตุบัวเหลี่ยมย่อมุม 3 ชั้น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 งานสรงน้ำพระธาตุช่วงสงกรานต์ และพื้นที่ศาสนสถานเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนบ้านโนนคูณ
องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐสอปูนและฉาบปูน สูงประมาณ 9.50 เมตร กว้างประมาณ 5.40 เมตร รูปแบบทางศิลปกรรมสะท้อนความสัมพันธ์ของคอนสารกับวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและอิทธิพลล้านช้างที่แพร่เข้ามาในภาคอีสาน
พื้นที่รอบองค์พระธาตุยังมีร่องรอยโครงสร้างศาสนาเดิม เช่น แนววิหารทางทิศตะวันออกและธาตุเจดีย์ขนาดเล็ก ทำให้สถานที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าการเป็นเจดีย์เดี่ยวกลางวัด
งานสรงน้ำพระธาตุในช่วงสงกรานต์เป็นประเพณีสำคัญของชุมชน ผู้คนจะเดินทางกลับมาร่วมทำบุญ สรงน้ำ และแสดงความเคารพต่อองค์พระธาตุ เป็นช่วงที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับชุมชนได้ชัดเจนที่สุด
สถานที่เหมาะกับสายบุญ ผู้สนใจศิลปะล้านช้าง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้สูงอายุ เพราะเดินทางเข้าถึงได้สะดวกและไม่ต้องใช้การเดินระยะไกล
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเขื่อนจุฬาภรณ์ น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง เพื่อให้เส้นทางคอนสารมีทั้งศาสนา ธรรมชาติ และพื้นที่อนุรักษ์ครบในทริปเดียว
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.508261,102.036755&travelmode=driving
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ภาพรวมจังหวัด | ชัยภูมิเป็นจังหวัดท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคอีสาน โดดเด่นด้วยอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง ทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก หน้าผา เทือกเขา หินทรายรูปร่างแปลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แหล่งน้ำผุด วัด โบราณสถาน และชุมชนผ้าไหม เหมาะกับการเที่ยวตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึงทริป 4–5 วันขึ้นไป |
| Top 10 Highlights | 1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน 2. มอหินขาว 3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง 5. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 6. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) 7. ปรางค์กู่ 8. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 9. บึงละหาน 10. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า |
| โซนเมืองชัยภูมิ–ตาดโตน–ภูแลนคา | 1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน 2. มอหินขาว 3. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 4. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) 5. ปรางค์กู่ เป็นโซนที่เหมาะกับผู้มาเที่ยวชัยภูมิครั้งแรก เพราะรวมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศรัทธา และแลนด์มาร์กสำคัญไว้ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด |
| โซนเทพสถิต | 1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 2. น้ำตกเทพพนา 3. น้ำตกเทพประทาน 4. วัดเขาประตูชุมพล เหมาะที่สุดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะฤดูทุ่งดอกกระเจียว และสามารถจัดเที่ยวทั้งธรรมชาติ น้ำตก หน้าผา และวัดได้ในวันเดียว |
| โซนหนองบัวระเหว | 1. อุทยานแห่งชาติไทรทอง เหมาะกับผู้ที่ต้องการชมทุ่งดอกกระเจียวแบบธรรมชาติ เดินชมหน้าผา และสัมผัสเส้นทางธรรมชาติบนเทือกเขาพังเหย |
| โซนคอนสาร | 1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง 2. เขื่อนจุฬาภรณ์ 3. น้ำผุดนาเลา 4. น้ำผุดนาวงเดือน 5. วัดพระธาตุแก้งกอย เป็นโซนที่มีความหลากหลายมาก ทั้งผืนป่า สัตว์ป่า เขื่อน แหล่งน้ำผุด และศาสนสถานเก่าแก่ เหมาะกับทริป 1–2 วัน |
| โซนเกษตรสมบูรณ์ | 1. ภูคิ้ง เหมาะกับสายเดินป่า Adventure และผู้ที่ต้องการสัมผัสยอดเขาสูง ป่าธรรมชาติ ทะเลหมอก และวิวเทือกเขาแบบจริงจัง โดยต้องประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางล่วงหน้า |
| โซนแก้งคร้อ | 1. เขื่อนลำปะทาว เหมาะกับการชมวิวอ่างเก็บน้ำ ภูเขา พระอาทิตย์ตก และพักผ่อนในบรรยากาศสงบ สามารถต่อเส้นทางน้ำตกลำปะทาวและสถานที่ธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงได้ |
| โซนภูเขียว | 1. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น เหมาะกับสายบุญและผู้สนใจโบราณคดี ศิลปกรรมล้านนา ล้านช้าง อยุธยา และร่องรอยชุมชนโบราณในพื้นที่ภูเขียว |
| โซนบ้านเขว้า | 1. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า เหมาะกับการเรียนรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม มัดหมี่ ย้อม และทอผ้า รวมถึงเลือกซื้อผ้าไหมจากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง |
| โซนจัตุรัส | 1. บึงละหาน เหมาะกับการชมพื้นที่ชุ่มน้ำ นกน้ำ วิถีประมง ทุ่งบัวตามฤดูกาล และบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกริมบึง |
| ทุ่งดอกกระเจียว | 1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 2. อุทยานแห่งชาติไทรทอง ฤดูหลักอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม โดยช่วงกรกฎาคมมักเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งนี้ความสมบูรณ์ของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพฝนในแต่ละปี |
| น้ำตกและแหล่งน้ำ | 1. น้ำตกตาดโตน 2. น้ำตกเทพพนา 3. น้ำตกเทพประทาน 4. น้ำผุดนาเลา 5. น้ำผุดนาวงเดือน 6. เขื่อนจุฬาภรณ์ 7. เขื่อนลำปะทาว 8. บึงละหาน |
| ภูเขา หน้าผา และจุดชมวิว | 1. มอหินขาว 2. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง 5. ภูคิ้ง เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น–ตก ทะเลหมอก เดินธรรมชาติ ถ่ายภาพ และกางเต็นท์ตามพื้นที่ที่อนุญาต |
| สัตว์ป่าและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังเป็นจุดสำคัญที่สุด เหมาะกับการศึกษาสัตว์ป่า ดูนก และเรียนรู้ระบบนิเวศ โดยต้องปฏิบัติตามกฎพื้นที่อนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ออกนอกพื้นที่ที่กำหนด |
| ประวัติศาสตร์และโบราณคดี | 1. ปรางค์กู่ 2. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) 3. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 4. วัดพระธาตุแก้งกอย ครอบคลุมตั้งแต่วัฒนธรรมเขมรสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อิทธิพลล้านช้าง ไปจนถึงประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองชัยภูมิ |
| สายบุญและศรัทธา | 1. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) 2. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 3. วัดเขาประตูชุมพล 4. วัดพระธาตุแก้งกอย 5. ปรางค์กู่ ซึ่งยังมีงานบุญของชุมชนเชื่อมโยงกับพื้นที่โบราณสถาน |
| วัฒนธรรมและหัตถกรรม | หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้าเป็นจุดหลักสำหรับเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าไหมชัยภูมิ ตั้งแต่เลี้ยงไหม สาวไหม มัดหมี่ ย้อม และทอด้วยกี่พื้นบ้าน เหมาะกับผู้สนใจผ้าไทย งานออกแบบ และการท่องเที่ยวชุมชน |
| เหมาะสำหรับครอบครัว | 1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน 2. มอหินขาว 3. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล 4. ปรางค์กู่ 5. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 6. บึงละหาน 7. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า 8. เขื่อนจุฬาภรณ์ 9. น้ำผุดนาเลา 10. น้ำผุดนาวงเดือน |
| เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ | 1. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล 2. ปรางค์กู่ 3. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 4. บึงละหาน 5. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า 6. เขื่อนจุฬาภรณ์ 7. วัดพระธาตุแก้งกอย ส่วนเส้นทางภูคิ้ง หน้าผา และเส้นทางเดินธรรมชาติบางแห่งต้องพิจารณาความพร้อมด้านร่างกายเป็นพิเศษ |
| เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ | 1. มอหินขาว 2. ป่าหินงาม 3. ไทรทอง 4. ภูแลนคา 5. ตาดโตน 6. ภูคิ้ง 7. เขื่อนจุฬาภรณ์ 8. เขื่อนลำปะทาว 9. บึงละหาน 10. ทุ่งกะมัง |
| เหมาะสำหรับสาย Adventure | 1. ภูคิ้ง 2. อุทยานแห่งชาติไทรทอง 3. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ควรเตรียมรองเท้าเดินป่า น้ำดื่ม เสื้อกันฝน อุปกรณ์กันแดด และตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง |
| อาหารพื้นบ้าน | พบอาหารอีสานพื้นฐาน เช่น ส้มตำ ลาบ แจ่ว อาหารย่าง ปลา และอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล พื้นที่ใกล้บึง เขื่อน และแหล่งน้ำยังมีอาหารที่เชื่อมโยงกับประมงพื้นบ้านและปลาน้ำจืด |
| ของฝาก | 1. ผ้าไหมบ้านเขว้า 2. ผ้าไหมมัดหมี่ 3. ผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูป 4. งานจักสานและหัตถกรรมชุมชน 5. อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปท้องถิ่น |
| ประเพณีและเทศกาลสำคัญ | เทศกาลทุ่งดอกกระเจียวบานช่วงประมาณมิถุนายน–สิงหาคมเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีงานเจ้าพ่อพญาแล ประเพณีบุญบั้งไฟ งานบุญท้องถิ่น และประเพณีสรงน้ำพระธาตุแก้งกอยในช่วงสงกรานต์ |
| เที่ยว 1 วัน — โซนเมืองและธรรมชาติ | เช้า: อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่ สายถึงบ่าย: อุทยานแห่งชาติตาดโตน บ่ายแก่: มอหินขาว เย็น: ชมวิวภูแลนคาหรือเดินทางกลับตัวเมือง |
| เที่ยว 1 วัน — โซนเทพสถิต | เช้า: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม – ทุ่งดอกกระเจียว สาย: ลานหินงาม – ผาสุดแผ่นดิน บ่าย: น้ำตกเทพประทาน – น้ำตกเทพพนา เย็น: วัดเขาประตูชุมพล |
| เที่ยว 2 วัน 1 คืน | Day 1: อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่ – ตาดโตน – มอหินขาว Day 2: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม – น้ำตกเทพประทาน – น้ำตกเทพพนา – วัดเขาประตูชุมพล |
| เที่ยว 3 วัน 2 คืน | Day 1: โซนเมืองชัยภูมิ – ตาดโตน – มอหินขาว Day 2: ป่าหินงาม – เทพสถิต Day 3: เลือกไทรทอง หรือบ้านเขว้า–บึงละหานตามความสนใจ |
| เที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มโซนคอนสาร ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง เขื่อนจุฬาภรณ์ น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และวัดพระธาตุแก้งกอย หรือเพิ่มภูคิ้งและเขื่อนลำปะทาวสำหรับสายธรรมชาติจริงจัง |
| ช่วงเหมาะเที่ยว | เที่ยวได้ตลอดปี แต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคมเหมาะกับทุ่งดอกกระเจียวและน้ำตก ช่วงตุลาคม–กุมภาพันธ์เหมาะกับทะเลหมอก ภูเขา กางเต็นท์ และอากาศเย็น ส่วนแหล่งน้ำผุด วัด และแหล่งวัฒนธรรมสามารถเที่ยวได้ตลอดปี |
| การเดินทางในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่สำคัญกระจายอยู่หลายอำเภอและหลายจุดอยู่บนพื้นที่ภูเขา ควรวางแผนตามโซน เช่น เมืองชัยภูมิ–ภูแลนคา, เทพสถิต, ไทรทอง, คอนสาร, บ้านเขว้า, ภูเขียว และจัตุรัส |
| ข้อควรระวัง | ฤดูฝนควรระวังพื้นลื่น น้ำป่า กระแสน้ำแรง หมอกหนา และเส้นทางภูเขา ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ไม่ออกนอกแนวหน้าผาหรือเส้นทางที่กำหนด และตรวจประกาศของอุทยานหรือพื้นที่อนุรักษ์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่เด็ดดอกกระเจียว ไม่เก็บหินหรือพืชออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดังในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ และสนับสนุนสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหมบ้านเขว้า เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวหมุนเวียนกลับสู่ท้องถิ่น |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ที่เที่ยวชัยภูมิที่ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: จุดหลักที่ควรไป ได้แก่ อุทยานแห่งชาติตาดโตน มอหินขาว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ปรางค์กู่ และวัดพระธาตุหนองสามหมื่น เพราะครอบคลุมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชัยภูมิได้ดีที่สุด
ถาม: เที่ยวชัยภูมิ 1 วันควรไปไหน?
ตอบ: หากพักในตัวเมือง แนะนำอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่ – อุทยานแห่งชาติตาดโตน – มอหินขาว ส่วนช่วงฤดูดอกกระเจียวสามารถเลือกเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแบบเต็มวันแทนได้
ถาม: ควรเที่ยวชัยภูมิกี่วัน?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 3 วัน 2 คืนสำหรับตาดโตน มอหินขาว ป่าหินงาม และตัวเมือง หากต้องการเที่ยวครบทั้งไทรทอง คอนสาร บ้านเขว้า ภูเขียว หรือภูคิ้งควรมีเวลา 4–5 วันหรือมากกว่า
ถาม: ดอกกระเจียวชัยภูมิบานช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ฤดูดอกกระเจียวโดยทั่วไปอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม โดยช่วงเดือนกรกฎาคมมักได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งนี้ช่วงบานจริงขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและสภาพอากาศในแต่ละปี
ถาม: ป่าหินงามกับไทรทองต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ป่าหินงามมีทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม และผาสุดแผ่นดินเป็นจุดเด่น เข้าถึงค่อนข้างสะดวก ส่วนไทรทองมีบรรยากาศธรรมชาติมากกว่า มีทุ่งบัวสวรรค์ ผาหำหด และหน้าผาหลายจุด เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินชมธรรมชาติและวิวภูเขา
ถาม: มอหินขาวควรไปช่วงเวลาไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็นกว่าและแสงช่วยให้เสาหินมีมิติสวย เหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสพบหมอกและป่าเขียวเป็นพิเศษ
ถาม: ชัยภูมิมีที่เที่ยวสำหรับสาย Adventure หรือไม่?
ตอบ: มี โดยเฉพาะภูคิ้ง อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา และเส้นทางธรรมชาติในอุทยานต่าง ๆ ภูคิ้งต้องประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางล่วงหน้าและเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมด้านร่างกาย
ถาม: ที่เที่ยวชัยภูมิสำหรับสายบุญมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: แนะนำวัดพระธาตุหนองสามหมื่น วัดพระธาตุแก้งกอย วัดเขาประตูชุมพล อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล และปรางค์กู่ ซึ่งแต่ละแห่งมีทั้งคุณค่าด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ถาม: ชัยภูมิมีแหล่งชมสัตว์ป่าที่ไหน?
ตอบ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังเป็นพื้นที่สำคัญที่สุด สามารถพบสัตว์กินพืชและนกป่าหลากหลายชนิด แต่ต้องเที่ยวภายใต้กฎของพื้นที่อนุรักษ์และรักษาระยะห่างจากสัตว์เสมอ
ถาม: น้ำผุดนาเลากับน้ำผุดนาวงเดือนเหมาะเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ทั้ง 2 แห่งสามารถเที่ยวได้ตลอดปี เพราะเป็นน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำค่อนข้างใสและเย็น เหมาะกับการแวะพักในเส้นทางคอนสาร โดยควรรักษาความสะอาดและไม่ใช้สารที่อาจปนเปื้อนแหล่งน้ำ
ถาม: เขื่อนจุฬาภรณ์เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ คู่รัก และนักถ่ายภาพ เพราะสามารถชมวิวอ่างเก็บน้ำและภูเขาได้โดยไม่ต้องเดินป่าหนัก และยังสามารถเรียนรู้เรื่องพลังงานน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำได้ด้วย
ถาม: ซื้อผ้าไหมชัยภูมิที่ไหนดี?
ตอบ: อำเภอบ้านเขว้าเป็นแหล่งสำคัญที่สุดสำหรับผ้าไหมชัยภูมิ โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อจากผู้ผลิตในชุมชนและเรียนรู้กระบวนการทอผ้าได้โดยตรง
ถาม: ชัยภูมิเหมาะกับการเที่ยวกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ หากเลือกสถานที่ที่เข้าถึงง่าย เช่น ตาดโตน มอหินขาว ปรางค์กู่ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น บึงละหาน หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า เขื่อนจุฬาภรณ์ และน้ำผุดต่าง ๆ ส่วนภูคิ้งและเส้นทางหน้าผาบางแห่งต้องพิจารณาความพร้อมด้านร่างกายเป็นพิเศษ
ถาม: ช่วงไหนเหมาะเที่ยวชัยภูมิที่สุด?
ตอบ: เดือนมิถุนายน–สิงหาคมเหมาะกับทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก และป่าเขียว ส่วนเดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์เหมาะกับภูเขา ทะเลหมอก กางเต็นท์ และอากาศเย็น หากเน้นวัด ชุมชน หรือแหล่งน้ำผุดสามารถเที่ยวได้ตลอดปี
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวชัยภูมิได้ไหม?
ตอบ: สามารถเดินทางมายังตัวเมืองด้วยรถโดยสารได้ แต่การเที่ยวอุทยาน ภูเขา เขื่อน คอนสาร เทพสถิต และแหล่งธรรมชาติต่างอำเภอจะสะดวกกว่ามากหากมีรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถพร้อมคนขับ
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



