หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ >อ.เมืองชัยภูมิ >ต.ห้วยต้อน > อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อยู่ที่ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เปิดทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เวลา 08.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

วันเปิดทำการ: ทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ คือหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยภูมิประเทศแบบเทือกเขาสลับซับซ้อน หน้าผาสันเขา ลานหิน ก้อนหินรูปร่างแปลกตา ทุ่งดอกกระเจียว ป่าทึบ ป่าโปร่ง และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวหลายแห่งไว้ในพื้นที่เดียวกัน ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบได้ทั้งชมวิว เดินป่าเบา ๆ ถ่ายภาพทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก กางเต็นท์ พักแรม และเรียนรู้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำของแม่น้ำชี โดยมีจุดเด่นสำคัญ เช่น มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี และทุ่งดอกกระเจียวที่ออกดอกงดงามในช่วงต้นฤดูฝน
อุทยานแห่งชาติภูแลนคาครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขต 4 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอหนองบัวแดง และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ มีพื้นที่ประมาณ 177 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวเทือกเขาภูแลนคาที่ทอดตัวยาวและมีสภาพภูมิประเทศแตกต่างกันไปตามระดับความสูง บางช่วงเป็นป่าโปร่งแบบป่าเต็งรัง บางช่วงเป็นป่าทึบและป่าดิบแล้งที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี ทำให้อุทยานแห่งนี้มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ และการรักษาสมดุลน้ำของพื้นที่ชัยภูมิ
เสน่ห์ของภูแลนคาไม่ได้อยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากความหลากหลายของภูมิประเทศที่รวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถพบได้ทั้งแนวผาสูงที่มองเห็นพื้นที่ราบไกลสุดสายตา ลานหินธรรมชาติที่แตกเป็นร่องลึก ก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิต ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ป่าดอกกระเจียวที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกหิน กล้วยไม้ป่าที่ออกดอกตามคาคบไม้และก้อนหิน รวมถึงพื้นที่ยอดภูที่มีอากาศเย็นกว่าพื้นราบ ความหลากหลายนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เที่ยวได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบเดินชมสั้น ๆ แบบถ่ายภาพเชิงธรรมชาติ แบบกางเต็นท์ หรือแบบวางแผนสำรวจจุดต่าง ๆ หลายวัน
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูแลนคาคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม เพราะเป็นช่วงที่ป่าฟื้นตัวหลังฤดูแล้ง มีความเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น และมีพืชพรรณหลายชนิดผลิดอกให้ชม โดยเฉพาะทุ่งดอกกระเจียวที่เหมาะมาเที่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ดอกกระเจียวจะขึ้นแทรกอยู่ตามป่าเต็งรังและซอกหิน สลับกับต้นไม้นานาชนิด มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว บรรยากาศของทุ่งดอกกระเจียวที่นี่มีความเป็นธรรมชาติสูง เพราะไม่ได้เป็นทุ่งโล่งแบบจัดแต่ง แต่เป็นดอกไม้ป่าที่เติบโตตามสภาพภูมิประเทศจริง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงามแบบเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของผืนป่าชัยภูมิ
หนึ่งในจุดที่สะท้อนลักษณะทางธรณีของภูแลนคาได้ชัดเจนคือ ลานหินแตก ซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติที่แตกออกเป็นร่องลึกทอดตัวยาวไปตามแนวหน้าผาสันเขา รอยแตกเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นหินตามธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผุพัง กัดเซาะ และเคลื่อนตัวตามกาลเวลา จนกลายเป็นลวดลายของหินที่ดูแปลกตาและน่าศึกษา จุดนี้สามารถชมทัศนียภาพของพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงและอำเภอเกษตรสมบูรณ์ได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศเปิดจะมองเห็นแนวภูเขาและพื้นที่ราบด้านล่างอย่างชัดเจน
ใกล้กับลานหินแตกคือบริเวณ ผากล้วยไม้ ซึ่งเป็นหน้าผาสูงลดหลั่นต่อเนื่องกันไปตามแนวเขา จุดเด่นของพื้นที่นี้คือกล้วยไม้ป่าหลายชนิดที่ขึ้นเกาะตามก้อนหินและคาคบไม้ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว กล้วยไม้เหล่านี้จะผลิดอกสวยงาม ทำให้แนวหน้าผามีชีวิตชีวาและแตกต่างจากฤดูอื่น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผากล้วยไม้-ผาแจ้งเป็นเส้นทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ชอบเดินชมธรรมชาติ ระหว่างทางจะผ่านหินหงษ์ฟ้า ซึ่งเป็นก้อนหินใหญ่รูปร่างคล้ายหงส์ และเป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนจินตนาการของธรรมชาติผ่านรูปทรงหินได้อย่างชัดเจน
ประตูโขลง เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายซุ้มประตูหินตามธรรมชาติ บริเวณโดยรอบมีก้อนหินรูปร่างแปลกจำนวนมากกระจายตัวอยู่สลับกับป่าเต็งรัง ชื่อประตูโขลงมีที่มาจากอดีตที่บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ล่ามช้างซึ่งใช้ชักลากไม้ จึงกลายเป็นชื่อเรียกที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับประวัติการใช้พื้นที่ของคนในอดีต ปัจจุบันประตูโขลงเป็นจุดท่องเที่ยวที่เหมาะกับการถ่ายภาพ เดินชมลักษณะหิน และเรียนรู้เรื่องราวของพื้นที่ที่เคยสัมพันธ์กับการทำไม้ ก่อนจะได้รับการคุ้มครองในฐานะพื้นที่อนุรักษ์
ภูคี เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เชื่อมต่อระหว่างอำเภอเกษตรสมบูรณ์กับอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,038 เมตร และเป็นยอดภูที่สูงที่สุดของพื้นที่อุทยาน จากจุดนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบได้กว้างไกล ทั้งภูหยวก ภูตะเภา เทือกเขาภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอภูเขียว พื้นที่ภูคีมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นแหล่งที่มีพันธุ์ไม้ป่าและสัตว์ป่าหลากหลาย เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติในพื้นที่สูงและการทำความเข้าใจระบบนิเวศภูเขาของชัยภูมิ
ภูเกษตร เป็นยอดภูที่สูงเป็นอันดับสองรองจากภูคี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 966 เมตร สามารถมองเห็นภูคี ภูอ้ม ภูคล้อ ภูกลาง เทือกเขาภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง พื้นที่นี้มีลักษณะอากาศหนาวเย็นและค่อนข้างแห้งแล้ง เนื่องจากในอดีตบางส่วนของป่าไม้บนยอดภูเคยถูกทำลายจากการบุกรุกพื้นที่และกลายเป็นไร่ร้างกว้างบนเทือกเขาภูแลนคา เรื่องราวของภูเกษตรจึงเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการฟื้นฟูป่า การจัดการพื้นที่สูง และการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติ
มอหินขาว คือจุดท่องเที่ยวที่ทำให้อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นบนลานกว้างในตำบลท่าหินโงม รูปร่างของหินดูคล้ายเสาหินโบราณ จนได้รับการกล่าวถึงในฐานะกลุ่มหินมหัศจรรย์ของชัยภูมิ ภายในพื้นที่มอหินขาวมีทั้งกลุ่มเสาหินขนาดใหญ่ กลุ่มหินโขลงช้าง และจุดชมวิวผาหัวนาค ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีโอกาสพบทะเลหมอก และช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกกระทบก้อนหินทำให้เกิดบรรยากาศงดงามมาก
ผาหัวนาค เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตั้งอยู่ในพื้นที่มอหินขาว ลักษณะเป็นหน้าผาหินที่ยื่นออกไปคล้ายหัวพญานาค มองเห็นแนวป่า ภูเขา และพื้นที่ราบด้านล่างได้ไกล เหมาะกับการชมทะเลหมอกในตอนเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมพระอาทิตย์ตก และกางเต็นท์พักแรมในบรรยากาศธรรมชาติ จุดนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงบริเวณริมผา ไม่ปีนออกนอกแนวปลอดภัย ไม่ยืนในจุดเสี่ยง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
อุทยานแห่งชาติภูแลนคายังมีพื้นที่ธรรมชาติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น หินปราสาท หินงามจันทน์แดง แนวหน้าผาจุดชมวิว ป่าปรงพันปี ถ้ำพระ ถ้ำเกลือ น้ำตกตาดโตนน้อย และพื้นที่ลำห้วยต่าง ๆ จุดเหล่านี้ช่วยเติมเต็มภาพของภูแลนคาให้เป็นมากกว่าอุทยานที่มีเพียงจุดชมวิว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีองค์ประกอบทางธรรมชาติหลากหลาย ทั้งธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ ระบบนิเวศป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และพื้นที่ต้นน้ำ การเที่ยวภูแลนคาจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างลึกขึ้น ไม่ใช่เพียงแวะถ่ายภาพแล้วกลับ
ในด้านพรรณไม้ อุทยานแห่งชาติภูแลนคามีสภาพป่าทั้งป่าทึบและป่าโปร่ง พื้นที่ป่าเต็งรังเป็นถิ่นของต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี ส่วนพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นมากขึ้นจะพบพรรณไม้ที่หลากหลายกว่า เช่น กล้วยไม้ป่า ปรงเขา ไม้พื้นล่าง และไม้ดอกตามฤดูกาล ความหลากหลายของพืชเหล่านี้ทำให้ภูแลนคาเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนบรรยากาศตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ต้นฤดูฝนมีดอกกระเจียว กลางฤดูฝนป่าเขียวชอุ่ม ปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสเห็นกล้วยไม้และทะเลหมอก ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์และชมท้องฟ้า
อุทยานแห่งชาติภูแลนคายังเป็นพื้นที่ดูดาวที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะบริเวณผาหัวนาคและมอหินขาวที่มีพื้นที่เปิดโล่งและแสงรบกวนน้อยกว่าตัวเมือง ในคืนฟ้าใส นักท่องเที่ยวสามารถชมดาวและถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม การพักแรมในพื้นที่อุทยานจึงไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะช่วงกลางวัน แต่ยังต่อยอดสู่ประสบการณ์ยามค่ำคืน ทั้งการดูดาว นั่งพักใต้ลมเย็น และตื่นเช้าเพื่อชมทะเลหมอกที่ลอยคลุมแนวป่า
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานแห่งชาติภูแลนคามีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม บ้านพัก จุดบริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ และพื้นที่รองรับกิจกรรมธรรมชาติหลายรูปแบบ โดยเฉพาะบริเวณผาหัวนาคและมอหินขาวที่เป็นจุดนิยมสำหรับการพักค้างคืน นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักในอุทยานควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทาง เพราะบางช่วงมีการปิดพื้นที่เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติหรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก การเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น ไฟฉาย เสื้อกันหนาว ยากันยุง ถุงขยะส่วนตัว และรองเท้าที่เหมาะกับพื้นหิน จะช่วยให้เที่ยวได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ในปี 2569 อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม หลังปิดป่าพักฟื้นตามรอบการจัดการพื้นที่ โดยมีการปรับปรุงจุดบริการ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ และมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน จุดชมวิวภูแลนคาปิดชั่วคราวระหว่างวันที่ 6 พฤษภาคมถึง 21 ตุลาคม 2569 เพื่อให้พื้นที่ได้ฟื้นตัวและดูแลความปลอดภัยของผู้มาเยือน ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นภายในอุทยานยังเปิดให้เที่ยวตามปกติ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบประกาศจากเพจทางการของอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง
การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูแลนคาทำได้สะดวก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2159 เส้นทางไปอำเภอหนองบัวแดงอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์ ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้รถสองแถวสายชัยภูมิ-หนองบัวแดง ซึ่งวิ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยาน การเดินทางไปมอหินขาวและผาหัวนาคควรวางแผนเวลาเพิ่มเติม เพราะอยู่คนละจุดกับที่ทำการอุทยานและต้องขับรถขึ้นสู่พื้นที่สูง
ผู้ที่ต้องการเที่ยวภูแลนคาแบบวันเดียวควรเลือกจุดหลักให้เหมาะกับเวลา เช่น มอหินขาว ผาหัวนาค และจุดชมวิวใกล้เคียง หรือเลือกเส้นทางที่ทำการอุทยาน ลานหินแตก ประตูโขลง และผากล้วยไม้ หากต้องการเที่ยวให้ครบและไม่เร่งรีบ แนะนำให้พัก 1 คืน เพื่อชมพระอาทิตย์ตก ดูดาว และตื่นเช้าชมทะเลหมอก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว ทริป 2 วัน 1 คืนจะทำให้สัมผัสเสน่ห์ของภูแลนคาได้ครบทั้งแสงเช้า แสงเย็น และบรรยากาศกลางคืน
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูแลนคาคือไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บดอกไม้ป่า ไม่เด็ดดอกกระเจียว ไม่ขีดเขียนบนก้อนหิน ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่พักแรม ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด พื้นที่หน้าผาและลานหินบางจุดมีความเสี่ยงจากความสูงและพื้นลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตก นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี พกน้ำดื่มให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
ในภาพรวม อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมความโดดเด่นของชัยภูมิไว้หลายมิติ ทั้งดอกกระเจียว หินรูปร่างแปลก หน้าผาชมวิว ทะเลหมอก ป่าต้นน้ำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่กางเต็นท์ที่ให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ที่นี่คือเส้นทางพักผ่อนใกล้ตัวเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นเขาไกล ๆ ส่วนสำหรับชาวต่างชาติ ภูแลนคาคือประตูสู่ธรรมชาติอีสานที่มีทั้งภูมิทัศน์แปลกตา ความสงบ และเรื่องราวของป่าเขาที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักของประเทศไทย
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| ที่ตั้ง | ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ |
| พื้นที่ครอบคลุม | อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอหนองบัวแดง และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ |
| พื้นที่ | ประมาณ 177 ตารางกิโลเมตร |
| พิกัด | 16.0170, 101.9170 |
| ไฮไลต์ | มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ทุ่งดอกกระเจียว ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาสลับซับซ้อน ป่าทึบ ป่าโปร่ง หน้าผาสันเขา ลานหิน ก้อนหินรูปร่างแปลก และพื้นที่ต้นน้ำของลำห้วยที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม และช่วงชมทุ่งดอกกระเจียวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ประมาณ 6 กม. แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2159 ไปทางอำเภอหนองบัวแดงอีกประมาณ 20 กม. ที่ทำการอุทยานอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ มีรถสองแถวสายชัยภูมิ-หนองบัวแดงผ่านหน้าที่ทำการอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 จุดชมวิวภูแลนคาปิดชั่วคราว 6 พฤษภาคม-21 ตุลาคม 2569 ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นภายในอุทยานเปิดตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท รถยนต์ 30 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่ทำการอุทยาน จุดบริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์ บ้านพัก ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ และพื้นที่ชมวิวธรรมชาติ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ทุ่งดอกกระเจียว ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี หินปราสาท หินงามจันทน์แดง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ |
| ผู้ดูแล | นายเด่น รัตนชัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 044-810902-3 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติภูแลนคา | Phu Laen Kha National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ผาหัวนาค ประมาณ 7 กม. 2. มอหินขาว ประมาณ 12 กม. 3. วัดชัยภูมิพิทักษ์ หรือวัดผาเกิ้ง ประมาณ 14 กม. 4. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ประมาณ 25 กม. 5. พระธาตุชัยภูมิ ประมาณ 31 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อาหารและเครื่องดื่ม ผาหัวนาค ประมาณ 7 กม. 2. Warm House Bakery ประมาณ 15 กม. 3. บ้านภัทร ขนมไทยชัยภูมิ ประมาณ 16 กม. โทร. 095-609-3465 4. สวนอาหารริมน้ำ ประมาณ 17 กม. 5. อาหารสวนคณพร ประมาณ 18 กม. โทร. 081-074-6840 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Green Lake View Chaiyaphum ประมาณ 24 กม. 2. Chaiyaphum Park Hotel ประมาณ 24 กม. 3. โรงแรมภูสวยปาร์ควิว ประมาณ 25 กม. โทร. 044-854-111 4. Hop Inn Chaiyaphum ประมาณ 26 กม. 5. โรงแรมเลิศนิมิตร ชัยภูมิ ประมาณ 26 กม. โทร. 044-811-522, 080-165-9494 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูแลนคาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูแลนคาตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ บ้านเขว้า หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ โดยที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูแลนคามีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ทุ่งดอกกระเจียว ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ถาม: ไปดูดอกกระเจียวที่ภูแลนคาช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงเหมาะสำหรับชมทุ่งดอกกระเจียวคือเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม โดยดอกกระเจียวจะขึ้นตามป่าเต็งรังและซอกหิน มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเปิดให้พักแรมหรือกางเต็นท์หรือไม่?
ตอบ: อุทยานมีพื้นที่กางเต็นท์และบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ควรติดต่ออุทยานก่อนเดินทางเพื่อเช็กพื้นที่เปิดให้บริการและการจองพักแรม
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูแลนคาเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าโดยทั่วไปคือชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และรถยนต์ 30 บาท
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูแลนคาด้วยรถโดยสารได้หรือไม่?
ตอบ: เดินทางได้ โดยใช้รถสองแถวสายชัยภูมิ-หนองบัวแดง ซึ่งวิ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยาน แต่หากต้องการเที่ยวมอหินขาวหรือผาหัวนาค การใช้รถส่วนตัวจะสะดวกกว่า
ถาม: จุดชมวิวภูแลนคาเปิดตามปกติหรือไม่?
ตอบ: จุดชมวิวภูแลนคาปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคมถึง 21 ตุลาคม 2569 ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นภายในอุทยานแห่งชาติภูแลนคายังคงเปิดตามปกติ
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูแลนคาเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ สายกางเต็นท์ ครอบครัวที่ชอบวิวภูเขา และผู้ที่ต้องการเที่ยวชัยภูมิแบบได้ทั้งชมวิว เดินศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนในบรรยากาศป่าเขา
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




