หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ >อ.คอนสาร >ต.ทุ่งลุยลาย > เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง
TL;DR: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง อยู่ที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่ป่าในอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

ชัยภูมิ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิ เป็นผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ป่าในอำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง มีบทบาทสำคัญด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การฟื้นฟูระบบนิเวศ การเพาะเลี้ยงและปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติ และการเปิดพื้นที่บางส่วนให้ผู้สนใจเข้าศึกษาธรรมชาติอย่างมีระเบียบ จุดหมายที่รู้จักมากที่สุดคือทุ่งกะมัง ทุ่งหญ้ากว้างกลางป่าที่เปรียบเสมือนซาฟารีธรรมชาติของเมืองไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมกวาง เก้ง เนื้อทราย นกป่า ป่าดิบเขา ลำธาร น้ำตก และภูมิประเทศที่ยังคงความสมบูรณ์สูง
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแบบทั่วไป แต่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติภายใต้กฎระเบียบของเจ้าหน้าที่ จุดประสงค์หลักของพื้นที่คือรักษาแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ป้องกันการล่า การบุกรุก และการรบกวนระบบนิเวศ พร้อมใช้บางพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ช่างภาพธรรมชาติ นักดูนก และนักเดินทางที่เข้าใจแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การเดินทางเข้าพื้นที่จึงควรเป็นการไปเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่เข้าไปถ่ายภาพหรือพักผ่อนเหมือนอุทยานทั่วไป เพราะทุกกิจกรรมในป่าภูเขียวเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสงบของสัตว์ป่า
 
พื้นที่ภูเขียวเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าอีสานตะวันตกที่เชื่อมโยงกับพื้นที่อนุรักษ์สำคัญหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติตาดหมอก อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใกล้เคียง ผืนป่าขนาดใหญ่นี้ทำหน้าที่เป็นบ้านของสัตว์ป่าหลายชนิด เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำพรมและแม่น้ำชี และเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของภาคอีสานตอนบน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินทราย ที่ราบสูง หน้าผา หุบเขา ลำห้วย ทุ่งหญ้า บึงธรรมชาติ และป่าหลากชนิด ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสัตว์ป่าทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
 
ประวัติการอนุรักษ์ของภูเขียวมีความสำคัญมากในระดับประเทศ พื้นที่นี้เดิมเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีสัตว์ป่าชุกชุมและเคยเผชิญปัญหาการบุกรุกทำลายป่าและการล่าสัตว์ ภายหลังภาครัฐได้ประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อรักษาต้นน้ำและแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายาก ต่อมาโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้รับการสนับสนุนตามแนวพระราชดำริ โดยมีการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบ สร้างความเข้าใจแก่ชุมชน และปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นเพื่อให้สัตว์สามารถดำรงชีวิต สืบพันธุ์ และขยายประชากรได้เองในธรรมชาติ เหตุการณ์สำคัญที่มักกล่าวถึงคือการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ป่าภูเขียวในบริเวณทุ่งกะมัง ซึ่งกลายเป็นรากฐานของภาพความอุดมสมบูรณ์ที่นักท่องเที่ยวเห็นในปัจจุบัน
 
ทุ่งกะมังเป็นหัวใจของการเข้าศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว พื้นที่นี้เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใจกลางป่า มีลักษณะคล้ายแอ่งกะละมังขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยป่าดิบเขา ป่าสน ป่าก่อ และพื้นที่ป่าที่ให้ร่มเงาแก่สัตว์ป่า ตอนกลางของทุ่งเป็นพื้นที่โล่งที่มีหญ้าและแหล่งน้ำ เหมาะกับสัตว์กินพืช เช่น เก้ง กวาง เนื้อทราย และกระจง สัตว์เหล่านี้จะออกมากินหญ้า กินดินโป่ง หรือเคลื่อนตัวข้ามทุ่งในช่วงเวลาที่ปลอดภัย บรรยากาศของทุ่งกะมังจึงมีความพิเศษตรงที่นักท่องเที่ยวไม่ได้เห็นสัตว์ป่าในกรง แต่ได้เห็นพฤติกรรมตามธรรมชาติในพื้นที่เปิดโล่งกลางป่า
 
บริเวณทุ่งกะมังมีการจัดการพื้นที่เพื่อช่วยฟื้นฟูแหล่งอาหารของสัตว์ป่า เช่น การทำดินโป่งให้สัตว์มากินแร่ธาตุ การดูแลแปลงหญ้า และการจัดการทุ่งหญ้าให้เกิดหญ้าระบัดในช่วงฤดูแล้ง หญ้าระบัดคือหญ้าอ่อนที่งอกใหม่หลังการจัดการพื้นที่ ทำให้เก้ง กวาง และสัตว์กินพืชอื่น ๆ มีอาหารเพียงพอในช่วงที่ป่าธรรมชาติแห้งลง การจัดการลักษณะนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังโดยเจ้าหน้าที่ เพราะหากทำมากเกินไปจะกระทบต่อระบบนิเวศ แต่หากไม่ดูแลเลย พื้นที่ทุ่งอาจเปลี่ยนแปลงจนไม่เหมาะกับสัตว์กินพืชจำนวนมาก
 
ทุ่งกะมังยังเกี่ยวข้องกับโครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535 ตามแนวทางอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว สัตว์ป่าที่ได้รับการปล่อยคืนถิ่น เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกหลายชนิด ได้ปรับตัวอยู่ในระบบนิเวศธรรมชาติและขยายพันธุ์ได้เอง พื้นที่ทุ่งกะมังจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการอนุรักษ์ที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า แต่ต้องมีผืนป่าที่ปลอดภัย มีอาหาร มีน้ำ มีพื้นที่หลบภัย และมีการควบคุมการรบกวนจากมนุษย์ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน สัตว์ป่าจึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามธรรมชาติ
 
บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมังมีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ เป็นจุดที่สะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในฐานะโครงการอนุรักษ์อันเกี่ยวข้องกับพระราชดำริและการฟื้นฟูสัตว์ป่า บริเวณรอบอ่างน้ำและจุดชมวิวของทุ่งกะมังเหมาะสำหรับชมทิวทัศน์ในช่วงเช้าและเย็น โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัดและมีหมอกกระจายอยู่เหนือทุ่งหญ้า นักท่องเที่ยวที่ต้องการดูสัตว์ป่าควรใช้ความเงียบ รักษาระยะห่าง และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง เพราะสัตว์ป่าไวต่อเสียงและการเคลื่อนไหวของมนุษย์มากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป
 
นอกจากทุ่งกะมัง พื้นที่ป่าภูเขียวยังมีลำน้ำสำคัญคือ ลำน้ำพรม ซึ่งไหลคดเคี้ยวอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางด้านเหนือ ลำน้ำพรมเป็นระบบน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ป่าและเชื่อมต่อกับภูมิประเทศของเขื่อนจุฬาภรณ์ ด้านทิศตะวันออกมีลำห้วยดาดหรือลำโดกเป็นห้วยสายหลักที่ช่วยให้ลำน้ำพรมตอนล่างมีน้ำไหลออกสู่พื้นที่บริเวณลำสุ ลักษณะเด่นของลำน้ำพรมคือมีน้ำไหลตลอดปี มีวังน้ำลึก ลานหิน และแนวป่าร่มครึ้มตามลำน้ำ จึงเป็นพื้นที่สำคัญทั้งต่อสัตว์ป่า พืชน้ำ พืชริมห้วย และระบบนิเวศของป่าดิบชื้นตามหุบเขา
 
ลานจันทร์ เป็นหนึ่งในจุดธรรมชาติที่งดงามบนลำน้ำพรม มีลักษณะเป็นลานหินกว้างที่น้ำไหลผ่านตลอดปี บริเวณโดยรอบร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ ป่าดิบ เฟิร์น มอส หวาย พลู และว่านหลากชนิด ความสวยงามของลานจันทร์ไม่ได้อยู่ที่น้ำตกสูงชัน แต่เป็นความสงบของลานหิน น้ำใส และป่าที่โอบล้อมอย่างเป็นธรรมชาติ หากเดินเรียบไปตามลำน้ำจะพบพื้นที่หินสีแดงซึ่งเรียกว่า ตาดหินแดง ลานจันทร์และตาดหินแดงจึงเหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติแบบละเอียด ชอบสังเกตพืชริมน้ำ และต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างลำธาร หิน ป่า และความชื้นในผืนป่า
 
บึงแปน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 900 เมตร ภูมิประเทศคล้ายทุ่งกะมังแต่มีลักษณะเป็นทุ่งราบเรียบและอยู่ในที่ลุ่มต่ำ ในฤดูฝนจะมีน้ำเจิ่งนอง ส่วนฤดูแล้งจะมีหนองน้ำอยู่กลางทุ่ง บึงแปนเป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าชุกชุม สังเกตได้จากร่องรอยด่านสัตว์ เส้นทางเดินของสัตว์ และพื้นที่ที่สัตว์ลงมากินน้ำ พื้นที่นี้แสดงให้เห็นความสำคัญของแหล่งน้ำธรรมชาติบนที่สูง ซึ่งเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าในฤดูแล้ง
 
น้ำตกตาดคร้อ เป็นน้ำตกสูงใหญ่อยู่ทางทิศใต้ของทุ่งกะมัง ใกล้กับศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวทางอำเภอหนองบัวแดง น้ำจากน้ำตกไหลลงสู่ลำน้ำสะพุง จึงเกี่ยวข้องกับระบบต้นน้ำของพื้นที่ตอนใต้ น้ำตกแห่งนี้อยู่ในเขตป่าที่ต้องระมัดระวังเรื่องการเข้าถึงและควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่น้ำตกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามักมีข้อจำกัดมากกว่าน้ำตกในอุทยานแห่งชาติทั่วไป ทั้งในเรื่องเส้นทาง ความปลอดภัย การพาเจ้าหน้าที่นำทาง และสภาพฝนฟ้าอากาศ
 
น้ำตกห้วยหวาย อยู่ห่างจากบึงแปนประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตก 3 ชั้น สูงชั้นละประมาณ 20 เมตร ตั้งอยู่บริเวณช่องเขาขาดระหว่างเขาภูน้อยและเขาภูเขียวใหญ่ น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นน้ำตกในป่าลึกที่สะท้อนความชุ่มชื้นของแนวภูเขาและป่าดิบโดยรอบ การเที่ยวจุดนี้ควรถือเป็นการศึกษาธรรมชาติที่ต้องเตรียมตัวมากกว่าการเที่ยวเล่นน้ำทั่วไป ผู้เดินทางควรมีรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม น้ำดื่ม อาหารเบา อุปกรณ์กันฝน และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
 
น้ำตกนาคราช อยู่ระหว่างทางจากศาลาพรมไปทุ่งกะมัง บริเวณกิโลเมตรที่ 11 แล้วเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางในป่าอีกประมาณ 300 เมตร น้ำตกมีความกว้างประมาณ 5 เมตร และมีความสูงต่างระดับ 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 14 เมตร ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 10 เมตร และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 6 เมตร ชื่อของน้ำตกมาจากการพบว่านพญานาคราชขึ้นอยู่จำนวนมากบริเวณน้ำตก ทำให้พื้นที่นี้มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีสัณฐาน พืชพรรณ และเรื่องเล่าจากธรรมชาติในพื้นที่ป่าภูเขียว
 
ผาเทวดา เป็นภูเขาหลายเทือกติดต่อกันยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ยอดผาสูงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกเป็นเทือกเขายาว หินผาเทวดามีสีขาวคล้ายหินปูน และมีลำน้ำที่เรียกว่า ชีผุด ไหลผ่าน พื้นที่นี้เป็นต้นน้ำของแม่น้ำชี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชีผุดมีน้ำใสมากและมีลักษณะการไหลที่น่าสนใจ คือไหลทะลุออกมาทางทิศใต้ของเขาเทวดา แล้วไหลลงชีใหญ่ที่บ้านโหล่น สองฝั่งลำชีมีหินกรวดเล็ก ๆ และป่าค่อนข้างแน่นทึบ ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่แปลกและมีความสำคัญเชิงต้นน้ำ
 
บริเวณผาเทวดา ชีดั้น และชีผุด มีภูมิประเทศซับซ้อนมาก ลำน้ำบางช่วงไหลมุดเข้าไปในเชิงเขาและผุดออกมาอีกด้านหนึ่ง พื้นที่ป่าครอบบริเวณนี้มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระทิง หมี เม่น กวาง ช้างป่า และนกกาฮัง ป่าโดยรอบมีไม้สำคัญ เช่น ตะเคียน ยาง พะยอม ไผ่ หวาย และตาว นอกจากนี้ยังมีน้ำตก 7 ชั้นบนเทือกเขาเทวดา เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่ไหลลาดลงตามทางยาว แต่ละชั้นสูงประมาณ 15 – 20 เมตร รวมความสูงประมาณ 200 เมตร และกว้างประมาณ 20 – 25 เมตร พื้นที่นี้มีคุณค่าทางธรรมชาติสูงและควรเข้าถึงเฉพาะในรูปแบบที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
 
สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีความหลากหลายสูง ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ปลา และแมลง พื้นที่รอบทุ่งกะมังพบกวาง เก้ง เนื้อทราย และนกหลายชนิดได้ค่อนข้างบ่อย ส่วนพื้นที่ป่าลึกเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่พบเห็นยากกว่า เช่น ช้างป่า กระทิง หมี เลียงผา เสือดาว เสือโคร่ง หมูป่า ค่าง ชะนี และนกเงือกหลายชนิด การพบเห็นสัตว์ขึ้นอยู่กับฤดูกาล เวลา ความเงียบ และระยะห่างจากมนุษย์ นักท่องเที่ยวจึงควรเข้าใจว่าการดูสัตว์ป่าไม่ใช่กิจกรรมที่รับประกันว่าจะเห็นทุกชนิด แต่เป็นการรอคอยและเคารพจังหวะของธรรมชาติ
 
กิจกรรมที่เหมาะกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ได้แก่ ดูสัตว์ป่า ดูนก เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพธรรมชาติ ศึกษาพืชป่า ชมทุ่งหญ้า ชมหมอก และกิจกรรมดาราศาสตร์ในฤดูหนาว พื้นที่นี้ได้รับการยอมรับในฐานะเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด เพราะมีท้องฟ้ากว้าง เงียบสงบ และมีแสงรบกวนน้อย เหมาะกับการดูดาว ถ่ายภาพทางช้างเผือก และกิจกรรมชมฝนดาวตกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมกลางคืนหรือพักค้างแรมต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่สัตว์ป่าออกหากินและพื้นที่ต้องการการควบคุมมากเป็นพิเศษ
 
การเข้ามาทัศนศึกษาในพื้นที่มี 2 กรณีหลัก หากเป็นการเข้าชมแบบไปกลับวันเดียว นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านตรวจปางม่วงก่อนเข้าพื้นที่ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กหรือนักเรียน 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รถยนต์ 30 บาท จักรยาน 10 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท และรถหกล้อ 100 บาท ส่วนกรณีพักค้างแรมหรือเข้าพื้นที่เพื่อศึกษาธรรมชาติในโซนลึก ต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า โดยระบุวัตถุประสงค์ จำนวนผู้เดินทาง วันเวลา และแผนการเข้าพื้นที่ให้ชัดเจน
 
ผู้ที่ต้องการพักในพื้นที่ควรติดต่อสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวล่วงหน้า เพราะบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์มีจำนวนจำกัด และไม่ใช่ระบบที่พักเชิงพาณิชย์แบบโรงแรมทั่วไป ภายในพื้นที่มีบ้านพักนักท่องเที่ยว ห้องสุขา ห้องประชุม โรงอาหาร เจ้าหน้าที่ดูแล และอุปกรณ์สำหรับสังเกตธรรมชาติบางประเภท แต่ผู้เดินทางควรเตรียมของใช้จำเป็นให้พร้อม เช่น ไฟฉาย เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน ยาประจำตัว อาหารแห้ง น้ำดื่ม ถุงขยะ และรองเท้าสำหรับเดินในพื้นที่ธรรมชาติ สัญญาณโทรศัพท์บางจุดมีจำกัด จึงควรแจ้งแผนการเดินทางให้คนใกล้ชิดทราบก่อนเข้าพื้นที่
 
การเดินทาง ไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ จากอำเภอคอนสารให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2055 มุ่งหน้าไปทางเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อนประมาณ 3 กิโลเมตรจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ด่านตรวจปางม่วง จากด่านตรวจไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและทุ่งกะมังอีกประมาณ 24 กิโลเมตร เส้นทางช่วงหลังเป็นถนนในพื้นที่ป่าและภูเขา ควรขับรถด้วยความเร็วต่ำ เปิดไฟหน้าในช่วงหมอกหรือฝน และไม่ควรขับรถเข้าไปหลังเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด การเติมน้ำมัน ซื้ออาหาร และเตรียมของใช้ควรทำให้เรียบร้อยที่อำเภอคอนสารหรือบริเวณชุมชนก่อนเข้าพื้นที่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเข้าศึกษาธรรมชาติคือฤดูฝนถึงฤดูหนาว ฤดูฝนทำให้ป่าเขียว ลำธารมีน้ำ และทุ่งหญ้ามีชีวิตชีวา ส่วนฤดูหนาวอากาศเย็น เหมาะกับการดูหมอก ดูสัตว์ และดูดาว ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่มีโอกาสเห็นสัตว์ออกมากินหญ้าหรือเดินผ่านทุ่งมากกว่าช่วงกลางวัน นักท่องเที่ยวควรเตรียมกล้องส่องทางไกลหรือเลนส์ระยะไกลแทนการเข้าใกล้สัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่บีบแตร ไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้แสงไฟรบกวนสัตว์ในเวลากลางคืน
 
ข้อควรปฏิบัติสำคัญในการเที่ยวทุ่งกะมังคือเคารพความเป็นพื้นที่อนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ห้ามเก็บพืช ห้ามจับสัตว์ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามลงจากรถในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต ห้ามทิ้งขยะ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไป และห้ามเดินออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด พื้นที่นี้เป็นบ้านของสัตว์ป่า ไม่ใช่พื้นที่แสดงสัตว์ การได้เห็นสัตว์ป่าในธรรมชาติจึงต้องแลกกับความอดทน ความเงียบ และความเข้าใจ หากนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันรักษากติกา ภูเขียว-ทุ่งกะมังจะยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่สมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไป
 
โดยสรุป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่ทรงคุณค่าที่สุดของชัยภูมิและภาคอีสาน เพราะรวมทั้งทุ่งหญ้ากลางป่า สัตว์ป่าคืนถิ่น ลำน้ำพรม ลานจันทร์ ตาดหินแดง บึงแปน น้ำตกหลายแห่ง ผาเทวดา ชีผุด ป่าดิบเขา และประวัติการอนุรักษ์ที่สำคัญไว้ในพื้นที่เดียว ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้รับมากกว่าภาพถ่ายสวย ๆ แต่จะได้เข้าใจว่าผืนป่าที่สมบูรณ์ต้องอาศัยเวลา การจัดการ ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ ชุมชน และผู้มาเยือน การเที่ยวภูเขียว-ทุ่งกะมังจึงเป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริง และเป็นบทเรียนสำคัญว่าการอนุรักษ์สัตว์ป่าเริ่มต้นจากการเคารพพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่
 
ชื่อสถานที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง
ที่ตั้งตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่ป่าในอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง
ที่อยู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ 36180
พิกัด16.557721, 101.571350
ไฮไลต์ทุ่งกะมัง ซาฟารีธรรมชาติของเมืองไทย, กวาง เก้ง เนื้อทราย นกป่า, ลำน้ำพรม, ลานจันทร์, ตาดหินแดง, บึงแปน, ผาเทวดา, ชีผุด และพื้นที่ดูดาวในเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
ประวัติ / สมัย / ยุคประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อรักษาผืนป่า ต้นน้ำ และสัตว์ป่าหายาก ต่อมาเป็นพื้นที่สำคัญของโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวตามแนวพระราชดำริ มีการปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นบริเวณทุ่งกะมังในปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535
ที่มาของชื่อภูเขียวมาจากชื่อผืนภูเขาป่าขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนทุ่งกะมังมาจากลักษณะทุ่งหญ้ากว้างคล้ายแอ่งกะละมังกลางผืนป่า
ลักษณะเด่นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ มีป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสน ทุ่งหญ้า บึงธรรมชาติ ลำธาร น้ำตก และสัตว์ป่าหลากชนิด
การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อนประมาณ 3 กม. เลี้ยวซ้ายที่ด่านตรวจปางม่วง แล้วขับต่อไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและทุ่งกะมังอีกประมาณ 24 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติภายใต้กฎระเบียบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การเข้าพื้นที่บางส่วนและการพักค้างแรมต้องขออนุญาตล่วงหน้า
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.00 น. การเข้าทุ่งกะมังและเส้นทางบางส่วนให้ปฏิบัติตามเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด
ค่าเข้าคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก/นักเรียน 10 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาท / รถยนต์ 30 บาท / จักรยาน 10 บาท / จักรยานยนต์ 20 บาท / รถหกล้อ 100 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกบ้านพักนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์ ห้องสุขา ห้องประชุม โรงอาหาร เจ้าหน้าที่ดูแล กล้องตาเดียวและกล้องสองตาสำหรับกิจกรรมศึกษาธรรมชาติบางประเภท
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญด่านตรวจปางม่วง, ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว, ทุ่งกะมัง, ลำน้ำพรม, ลานจันทร์, ตาดหินแดง, บึงแปน, น้ำตกตาดคร้อ, น้ำตกห้วยหวาย, น้ำตกนาคราช, ผาเทวดา, ชีผุด
ผู้ดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นครราชสีมา / เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
เบอร์ติดต่อหลัก097-002-7290, 087-146-2777, 064-939-4663, กรมอุทยานแห่งชาติฯ 0 2561 4292-3 ต่อ 711
อีเมล / เพจทางการpkws2563@gmail.com / เพจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว Phu Khieo Wildlife Sanctuary
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ทุ่งกะมัง ประมาณ 0 กม.
2. ลานจันทร์และตาดหินแดง ประมาณ 5 กม.
3. เขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 27 กม.
4. พระพุทธสิริสัตตราชจำลอง เขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 27 กม.
5. สวนเขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 27 กม.
6. สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว ประมาณ 45 กม.
7. จุดชมวิวภูด่านอีป้อง ประมาณ 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. โรงอาหาร / ร้านอาหารสวัสดิการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ประมาณ 0 กม.
2. ร้านเรือนน้ำพรม เขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 27 กม. โทร. 043-446-409, 085-419-4464, 087-951-8308
3. ร้านกาแฟ กาแฟแห่งสายน้ำ เขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 27 กม. โทร. 043-446-409
4. เฮือนคำหมาก คอนสาร ประมาณ 45 กม. โทร. 081-975-5202
5. ปูนาแสนสวย @ คอนสาร ประมาณ 50 กม. โทร. 080-449-4847, 095-806-9944, 092-532-6653
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ประมาณ 0 กม. โทร. 097-002-7290
2. ลานกางเต็นท์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ประมาณ 0 กม. โทร. 097-002-7290
3. บ้านพักรับรองเขื่อนจุฬาภรณ์ / คุณสายชลวิลล่า ประมาณ 27 กม. โทร. 085-419-4464, 087-951-8308
4. บ้านสวนเคียงภูครูจ๋า คอนสาร ประมาณ 60 กม. โทร. 091-867-9880
5. วนิดา รีสอร์ท คอนสาร ประมาณ 65 กม. โทร. 086-899-1818, 087-770-1144
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ และครอบคลุมพื้นที่ป่าในอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง
 
ถาม: ทุ่งกะมังเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติ ดูสัตว์ป่า ดูนก ถ่ายภาพธรรมชาติ และเรียนรู้ระบบนิเวศของทุ่งหญ้ากลางป่า ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวแบบสวนสัตว์หรือแหล่งพักผ่อนทั่วไป
 
ถาม: ค่าเข้าชมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเท่าไร?
ตอบ: คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กหรือนักเรียน 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รถยนต์ 30 บาท จักรยาน 10 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท และรถหกล้อ 100 บาท
 
ถาม: สามารถพักค้างแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถพักได้เฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตล่วงหน้า โดยควรติดต่อสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวก่อนเดินทาง เพราะบ้านพักและลานกางเต็นท์มีจำนวนจำกัด
 
ถาม: ไปทุ่งกะมังช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาวเหมาะที่สุด ฤดูฝนป่าเขียวและทุ่งหญ้าสด ส่วนฤดูหนาวอากาศเย็น มีหมอก และเหมาะกับการดูสัตว์ป่า ดูนก และดูดาว
 
ถาม: เดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อนประมาณ 3 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าด่านตรวจปางม่วง แล้วขับต่ออีกประมาณ 24 กม. ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและทุ่งกะมัง
 
ถาม: ที่ทุ่งกะมังมีสัตว์ป่าอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: พบเก้ง กวาง เนื้อทราย กระจง นกยูง ไก่ฟ้า นกหัวขวาน และนกป่าหลายชนิด ส่วนสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น ช้างป่า กระทิง หมี และเสือ อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าลึกและไม่ควรเข้าใกล้
 
ถาม: ต้องขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่หรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมแบบไปกลับต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจปางม่วง ส่วนการพักค้างแรม การเดินเส้นทางลึก หรือการศึกษาธรรมชาติแบบเฉพาะทางต้องขออนุญาตล่วงหน้าตามระเบียบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(141)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
น้ำตก น้ำตก(15)
ถ้ำ ถ้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)