หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.ควนขนุน >ต.พนางตุง > เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
TL;DR: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อยู่ที่พื้นที่ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และพื้นที่ระบบนิเวศต่อเนื่องในจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง หรือที่ประชาชนจำนวนมากคุ้นชื่อว่า อุทยานนกน้ำทะเลน้อย เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีพื้นที่ระบบนิเวศเชื่อมโยงต่อเนื่องไปถึงจังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราช จุดเด่นของพื้นที่คือความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบน้ำจืด ป่าพรุ ทุ่งหญ้า นาข้าว พืชน้ำ ดอกบัว นกน้ำหลากชนิด ควายน้ำ และวิถีชีวิตของชุมชนริมทะเลน้อยที่ผูกพันกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวพัทลุงเชิงธรรมชาติ ล่องเรือชมทะเลบัว ดูนกน้ำ ศึกษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และเรียนรู้ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้
ทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 และถือเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานะดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของทะเลน้อยในฐานะแหล่งอาศัย แหล่งหากิน แหล่งทำรัง และแหล่งวางไข่ของนกน้ำจำนวนมาก รวมถึงสัตว์ป่าชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้
พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีเนื้อที่ประมาณ 285,625 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช ส่วนที่เป็นพื้นน้ำหรือทะเลน้อยมีพื้นที่ประมาณ 17,500 ไร่ ตัวทะเลน้อยกว้างประมาณ 5 กม. ยาวประมาณ 6 กม. และมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1.25 เมตร พื้นที่โดยรอบประกอบด้วยนาข้าว ป่าพรุ ทุ่งหญ้า พืชน้ำ และชุมชนที่ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับทะเลสาบ ทำให้ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีทั้งคุณค่าทางนิเวศ คุณค่าทางเศรษฐกิจชุมชน และคุณค่าทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
บริเวณพรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญาแรมซาร์ และเป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย ความสำคัญของพรุควนขี้เสียนอยู่ที่การเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติที่มีน้ำท่วมขัง มีป่าพรุเสม็ดขาว ทุ่งหญ้าชื้น และแหล่งอาศัยของนกน้ำหลายชนิด พื้นที่นี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญว่าทะเลน้อยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นระบบนิเวศที่มีคุณค่าต่อความหลากหลายทางชีวภาพระดับประเทศและระดับโลก
ลักษณะธรรมชาติของทะเลน้อยมีความงดงามเฉพาะตัว พื้นน้ำกว้างใหญ่ปกคลุมด้วยพืชน้ำหลายชนิด เช่น ผักตบชวา กง กระจูดหนู บัวสาย บัวหลวง บัวเผื่อน บัวบา และพืชลอยน้ำอื่น ๆ ในช่วงเช้าตรู่ ดอกบัวจะบานสะพรั่งเหนือผิวน้ำ เกิดเป็นภาพทะเลบัวสีชมพูและสีแดงที่เป็นภาพจำสำคัญของพัทลุง บางช่วงมีนกน้ำบินผ่านเหนือทุ่งบัว บางช่วงมีเรือหางยาวแล่นผ่านผืนน้ำอย่างช้า ๆ ทำให้ทะเลน้อยเป็นจุดหมายที่เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป ช่างภาพ นักดูนก และผู้ที่สนใจระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่ทะเลน้อยมีความหลากหลายสูง โดยข้อมูลท่องเที่ยวและข้อมูลทรัพยากรระบุว่ามีนกน้ำประมาณ 287 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานประมาณ 26 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 6 ชนิด นกน้ำที่มีชื่อเสียงและพบได้ในพื้นที่ เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกอีโก้ง นกพริก นกปากห่าง และนกอพยพอีกหลายชนิด บางชนิดเป็นนกประจำถิ่น บางชนิดบินอพยพเข้ามาในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม ทำให้ทะเลน้อยเป็นหนึ่งในแหล่งดูนกน้ำสำคัญของประเทศไทย
นกกาบบัวเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เพราะเป็นนกน้ำขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นและเป็นชนิดที่พบได้ไม่ง่ายในหลายพื้นที่ของประเทศ ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่สามารถพบพฤติกรรมจับคู่และทำรังของนกกาบบัวได้มากขึ้นในเขตพื้นที่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ความสำเร็จด้านการอนุรักษ์และการคืนถิ่นของนกกาบบัวช่วยสะท้อนบทบาทของพื้นที่นี้ในฐานะแหล่งฟื้นฟูและคุ้มครองนกน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ
นอกจากนกน้ำแล้ว ทะเลน้อยยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีควายน้ำหรือควายปลัก ซึ่งเป็นภาพจำอีกอย่างหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำพัทลุง ควายปลักในพื้นที่ทะเลน้อยมีวิถีการเลี้ยงที่สัมพันธ์กับทุ่งหญ้า น้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำมาอย่างยาวนาน ภาพควายน้ำลุยน้ำหรือว่ายน้ำหากินกลางทะเลน้อยเป็นภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ และระบบนิเวศได้อย่างชัดเจน และยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ทะเลน้อยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่ชุ่มน้ำอื่น ๆ
การท่องเที่ยวทะเลน้อยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการล่องเรือชมธรรมชาติ โดยสามารถลงเรือบริเวณจุดลงเรือใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย หรือเลือกลงเรือจากบ้านปากประในบางเส้นทาง เส้นทางเรือจะพานักท่องเที่ยวชมท้องน้ำ ดงบัว นกน้ำ ยอประมง ควายน้ำ คลองนางเรียม และพื้นที่ธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล การล่องเรือช่วงเช้ามืดหรือเช้าตรู่เป็นช่วงที่สวยที่สุด เพราะดอกบัวบาน แสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำ และนกน้ำเริ่มออกหากิน
ช่วงเวลาชมดอกบัวที่เหมาะที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ เพราะบัวจะบานสวยก่อนจะเริ่มหุบในช่วงสาย โดยดอกบัวในพื้นที่ทะเลน้อยสามารถพบได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงก่อนฤดูมรสุมในบางปี ส่วนช่วงที่นกน้ำและนกอพยพชุกชุมจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ผู้ที่ต้องการชมทั้งบัว นก และควายน้ำควรวางแผนเวลาเดินทางให้เหมาะกับฤดูกาล และควรออกเรือตั้งแต่เช้าเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
จุดน่าสนใจภายในและโดยรอบเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีหลายแห่ง ได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ หอคอยชมวิว ศาลานางเรียม คลองนางเรียม พรุควนขี้เสียน พื้นที่ดงบัว แหล่งทำรังวางไข่ของนกน้ำบริเวณอ่าวหม้อ หน่วยพิทักษ์ป่าควนขี้เสียน แหล่งทำรังวางไข่บริเวณควนทะเลมอง และพระตำหนักทะเลน้อย แต่ละพื้นที่ให้ประสบการณ์ต่างกัน บางจุดเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ บางจุดเหมาะกับการล่องเรือ บางจุดเหมาะกับการดูนก และบางจุดเหมาะกับการพักผ่อนชมวิวเงียบ ๆ
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้นที่ควรแวะก่อนเที่ยวทะเลน้อย เพราะเป็นพื้นที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชน้ำ เส้นทางท่องเที่ยว และข้อปฏิบัติในพื้นที่อนุรักษ์ ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยยังมีร้านค้าสวัสดิการ บ้านพักรับรอง 5 หลัง และเรือนำเที่ยวจำนวนมากไว้รองรับนักท่องเที่ยว การเริ่มต้นที่ศูนย์บริการจะช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจพื้นที่ก่อนออกเรือหรือเดินศึกษาธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดพฤติกรรมที่รบกวนสัตว์ป่าหรือทำลายพืชน้ำโดยไม่ตั้งใจ
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติภายในพื้นที่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมธรรมชาติแบบไม่ลงเรือ สามารถเดินดูนกน้ำและพืชพรรณในพื้นที่ใกล้สำนักงานได้ เช่น นกอีโก้ง นกพริก นกปากห่าง และนกกาบบัว เส้นทางลักษณะนี้เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติแบบใช้เวลาสั้น โดยควรเดินอย่างเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าใกล้นกมากเกินไป และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า
ศาลานางเรียมเป็นจุดพักกลางน้ำที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะระหว่างล่องเรือ ตั้งอยู่บริเวณปากคลองนางเรียม มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการพักชมวิวและถ่ายภาพธรรมชาติ คลองนางเรียมเป็นคลองที่เชื่อมทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา สองฝั่งคลองมีพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ลำพู กุ่มน้ำ จิกพรุ เสม็ดขาว และพืชน้ำหลากชนิด การล่องเรือผ่านคลองนางเรียมจึงเป็นช่วงที่ช่วยให้เห็นความหลากหลายของระบบนิเวศจากพื้นที่น้ำเปิดไปสู่แนวคลองและป่าพรุ
พรุควนขี้เสียนเป็นพื้นที่ที่ต้องเข้าถึงด้วยเรือและควรเดินทางตามเส้นทางที่ได้รับอนุญาต เพราะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญและมีระบบนิเวศเปราะบาง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นป่าพรุ ทุ่งหญ้าชื้น เส้นทางน้ำ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีควายปลักของทะเลน้อย การเข้าชมพื้นที่พรุควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่เข้าใกล้แหล่งทำรังของนก ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือคนขับเรืออย่างเคร่งครัด
วิถีชุมชนรอบทะเลน้อยเป็นอีกมิติที่ทำให้การเดินทางมีคุณค่า บ้านทะเลน้อยและชุมชนใกล้เคียงมีผลิตภัณฑ์จากกระจูด ปลาดุกร้า อาหารพื้นบ้าน และของฝากที่สะท้อนทรัพยากรท้องถิ่น กระจูดเป็นพืชที่สัมพันธ์กับพื้นที่ชุ่มน้ำและถูกนำมาสานเป็นเสื่อ หมวก กระเป๋า แผ่นรองแก้ว และของใช้หลากหลายชนิด ส่วนปลาดุกร้าเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของพัทลุง การเที่ยวทะเลน้อยจึงสามารถเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
อาหารในพื้นที่ทะเลน้อยมีเอกลักษณ์จากวัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งปลา กุ้ง หอย ไข่ปลา ผักน้ำ และอาหารพื้นบ้านภาคใต้ ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้ทะเลน้อยมีทั้งร้านริมเส้นทาง ร้านในชุมชน และร้านใกล้จุดลงเรือ เมนูที่ควรลองคืออาหารที่ใช้วัตถุดิบจากพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น ปลาดุกร้า ไข่ปลาทอด อาหารจากปลา น้ำพริก ผักพื้นบ้าน และเมนูพื้นบ้านรสจัดตามแบบพัทลุง การแวะร้านอาหารหลังล่องเรือช่วงเช้าจะทำให้ทริปทะเลน้อยสมบูรณ์ขึ้น
การเดินทาง ไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4048 สายพัทลุง-ควนขนุน ระยะทางประมาณ 32 กม. เส้นทางเป็นทางลาดยางและมีป้ายบอกทางตลอดสาย หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงที่สถานีปากคลอง แล้วต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างไปยังทะเลน้อยอีกประมาณ 8 กม. ผู้ที่ต้องการออกเรือช่วงเช้าควรวางแผนเดินทางถึงพื้นที่ตั้งแต่ก่อนเวลาออกเรือหรือพักค้างคืนใกล้ทะเลน้อย
ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองพัทลุงสามารถจัดทริปทะเลน้อยเป็นทริปเช้าไปกลับได้ แต่หากต้องการชมบัว นกน้ำ และแสงเช้าอย่างเต็มที่ การพักค้างคืนใกล้ทะเลน้อยหรือปากประจะสะดวกกว่า เพราะสามารถออกเรือได้ตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ต้องขับรถไกลในเวลามืด เส้นทางท่องเที่ยวทะเลน้อยยังสามารถเชื่อมกับนาโปแก วัดเขาอ้อ วัดดอนศาลา วัดบ้านสวน สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และชุมชนปากประได้ในวันเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวทะเลน้อยขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เดินทาง หากต้องการชมดอกบัวควรออกเรือตอนเช้าตรู่ หากต้องการดูนกน้ำควรเลือกช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน หากต้องการชมควายน้ำควรสอบถามคนขับเรือหรือชุมชนในพื้นที่ก่อนเดินทาง เพราะตำแหน่งและพฤติกรรมของควายเปลี่ยนไปตามระดับน้ำและฤดูกาล ส่วนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อมสำหรับแสงน้อยช่วงเช้ามืด และควรใช้ถุงกันน้ำเพื่อป้องกันอุปกรณ์ระหว่างล่องเรือ
การแต่งกายควรเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการลงเรือ ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี หมวก แว่นกันแดด และรองเท้าที่ไม่ลื่น หากออกเรือช่วงเช้ามืดควรเตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะลมกลางน้ำอาจเย็น ควรเตรียมน้ำดื่ม ถุงกันน้ำ และหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของจำนวนมากขึ้นเรือ เพื่อความปลอดภัยและความคล่องตัวในการชมธรรมชาติ
มารยาทสำคัญในการเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยคือการไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารนก ไม่จับหรือเด็ดดอกบัว ไม่ดึงพืชน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่เข้าใกล้แหล่งทำรังของนก และไม่ฝ่าฝืนเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ก่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยว การรักษาระยะห่างจากสัตว์ป่าและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยให้ทะเลน้อยยังคงเป็นบ้านของนกน้ำและสัตว์ป่าต่อไป
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ การเที่ยวทะเลน้อยควรวางแผนอย่างรอบคอบ เลือกเรือที่เหมาะสม ใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงวันที่ฝนตกหนักหรือลมแรง หากไม่สะดวกลงเรือ สามารถเดินชมบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ หอคอยชมวิว และพื้นที่ใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยได้ การเที่ยวแบบไม่ลงเรือก็ยังช่วยให้เห็นธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องนกน้ำได้ในระดับหนึ่ง
เส้นทางท่องเที่ยวครึ่งวันที่เหมาะที่สุดคือเริ่มจากออกเรือช่วงเช้าตรู่ ชมทะเลบัว ดูนกน้ำ แวะศาลานางเรียมหรือคลองนางเรียมตามเส้นทางเรือ กลับขึ้นฝั่งช่วงสาย จากนั้นเดินชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและเลือกซื้อของฝากชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์กระจูดหรือปลาดุกร้า ก่อนรับประทานอาหารในพื้นที่ทะเลน้อย เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการสัมผัสภาพสำคัญของทะเลน้อยครบถ้วน
เส้นทางท่องเที่ยวหนึ่งวันสามารถเริ่มจากทะเลน้อยช่วงเช้า ต่อไปยังสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเพื่อชมถนนข้ามพื้นที่ชุ่มน้ำ จากนั้นเดินทางไปนาโปแกเพื่อเรียนรู้วิถีชาวนาเมืองพัทลุง หรือเดินทางไปวัดเขาอ้อและวัดสายเขาอ้อในอำเภอควนขนุนสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมและศาสนสถาน เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นพัทลุงครบทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำ ทะเลสาบ ชุมชน กระจูด นาข้าว และวัดสำคัญในวันเดียว
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม นักดูนกจะได้พบความหลากหลายของนกน้ำ นักถ่ายภาพจะได้ภาพบัว แสงเช้า ยอประมง ควายน้ำ และวิถีชุมชน ครอบครัวจะได้เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมล่องเรือและศูนย์บริการ นักเรียนและนักศึกษาจะได้เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ แรมซาร์ไซต์ และการอนุรักษ์ ส่วนผู้ที่ต้องการพักใจจะได้สัมผัสความสงบของผืนน้ำกว้างและลมเย็นยามเช้า
สิ่งที่ทำให้ทะเลน้อยแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปคือการมีชีวิตของระบบนิเวศที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทุกฤดูกาลมีสิ่งที่เปลี่ยนไป ทั้งระดับน้ำ สีของทุ่งบัว ชนิดนกที่พบ เส้นทางเรือ ทุ่งหญ้าพรุ และกิจกรรมของชุมชน การมาเที่ยวครั้งเดียวจึงอาจได้เห็นเพียงบางมิติของทะเลน้อย ผู้ที่กลับมาในฤดูกาลอื่นจะได้เห็นภาพที่ต่างออกไป และเข้าใจมากขึ้นว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีจังหวะชีวิตของตนเอง
คุณค่าของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซ้อนทับระหว่างธรรมชาติ การอนุรักษ์ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ พื้นที่นี้เป็นบ้านของนกน้ำ เป็นแหล่งทรัพยากรของชุมชน เป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาและนักวิจัย และเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักพัทลุงในมิติของพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างแท้จริง
การมาเยือนทะเลน้อยจึงควรมากกว่าการมาถ่ายภาพดอกบัวหรือเช็กอินริมทะเลสาบ ผู้มาเยือนควรมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างดอกบัว นกน้ำ ควายน้ำ กระจูด ป่าพรุ ชาวประมง คนสานกระจูด ร้านอาหาร เรือหางยาว และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกันทำให้ทะเลน้อยยังมีชีวิตและยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพัทลุงและประเทศไทย
| ชื่อสถานที่ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย / อุทยานนกน้ำทะเลน้อย |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และพื้นที่ระบบนิเวศต่อเนื่องในจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช |
| ที่อยู่สำนักงาน / จุดบริการหลัก | 113 หมู่ที่ 2 ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 93150 |
| พิกัดโดยประมาณ | 7.76667, 100.15306 |
| ไฮไลต์ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย แรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย ทะเลบัวยามเช้า นกน้ำหลากชนิด ควายน้ำ พรุควนขี้เสียน คลองนางเรียม ศาลานางเรียม และเส้นทางล่องเรือศึกษาธรรมชาติ |
| ประวัติ / ความเป็นมา | ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 เพื่อคุ้มครองนกน้ำ สัตว์ป่า และระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย |
| พื้นที่โดยรวม | ประมาณ 285,625 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช โดยส่วนที่เป็นพื้นน้ำทะเลน้อยมีประมาณ 17,500 ไร่ |
| ลักษณะเด่นทางธรรมชาติ | พื้นที่ราบริมทะเลสาบ มีนาข้าว ป่าพรุ ทุ่งหญ้า พืชน้ำ ดอกบัว พื้นน้ำตื้น และระบบนิเวศเหมาะสมต่อการอาศัยของนกน้ำจำนวนมาก |
| สัตว์ป่าสำคัญ | นกน้ำประมาณ 287 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานประมาณ 26 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 6 ชนิด เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกอีโก้ง และนกอพยพตามฤดูกาล |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | ช่วงเช้าตรู่เหมาะกับการล่องเรือชมดอกบัวและนกน้ำ ดอกบัวพบมากตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงก่อนฤดูมรสุม ส่วนนกน้ำและนกอพยพพบมากในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4048 สายพัทลุง-ควนขนุน ระยะทางประมาณ 32 กม. หรือเดินทางด้วยรถไฟลงสถานีปากคลองแล้วต่อรถไปทะเลน้อยประมาณ 8 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และแหล่งอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของประเทศไทย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก / พื้นที่ใช้งาน | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าสวัสดิการ บ้านพักรับรอง 5 หลัง เรือนำเที่ยว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ หอคอยชมวิว จุดลงเรือ และพื้นที่พักผ่อนใกล้สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่า |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทะเลบัวยามเช้า คลองนางเรียม ศาลานางเรียม พรุควนขี้เสียน อ่าวหม้อ ควนทะเลมอง หน่วยพิทักษ์ป่าควนขี้เสียน และพื้นที่ทำรังวางไข่ของนกน้ำ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย |
| เบอร์ติดต่อ | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โทร. 074-685-230 |
| กิจกรรมสำคัญ | ล่องเรือชมทะเลบัว ดูนกน้ำ ชมควายน้ำ เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพแสงเช้า ชมพรุควนขี้เสียน เรียนรู้แรมซาร์ไซต์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนทะเลน้อย |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เด็ดดอกบัว ไม่ดึงพืชน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่เข้าใกล้แหล่งทำรังของนก และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือคนขับเรือ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย / หอคอยชมวิว ประมาณ 1 กม. 2. สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประมาณ 7 กม. 3. พรุควนขี้เสียน ประมาณ 10 กม. ทางเรือ 4. นาโปแก ประมาณ 19 กม. 5. วัดเขาอ้อ ประมาณ 23 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เลน้อยบุรี ประมาณ 1 กม. โทร. 074-610-457 2. หมึกสดย่าง by น้ำหนึ่ง สาขาตลาดนัดทะเลน้อย ประมาณ 1 กม. โทร. 080-894-1040 3. ร้านน้องหญิง ประมาณ 1 กม. โทร. 074-685-068 4. ร้านข้าวแกงเมืองลุง ทะเลน้อย ประมาณ 2 กม. โทร. 095-435-1965 5. สวนปาร์คนายผุด ประมาณ 5 กม. โทร. 081-445-5991 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นาบัว ทะเลน้อย รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 061-410-5946 2. ชวนชมรีสอร์ททะเลน้อย ประมาณ 2 กม. โทร. 090-180-1991 3. เดอะริช รีสอร์ท ทะเลน้อย ประมาณ 5 กม. โทร. 074-673-787, 095-440-7425, 089-590-5685 4. VARNI Homestay / VARNI Craft ประมาณ 9 กม. โทร. 074-610-415, 087-760-9879 5. สายคลองสองเล รีสอร์ท ปากประพัทลุง ประมาณ 18 กม. โทร. 084-076-6251 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยพื้นที่ระบบนิเวศครอบคลุมต่อเนื่องไปยังจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช
ถาม: ทำไมทะเลน้อยจึงสำคัญ?
ตอบ: ทะเลน้อยเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำจำนวนมาก และพรุควนขี้เสียนในพื้นที่ยังเป็นแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย
ถาม: เที่ยวทะเลน้อยช่วงไหนสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าตรู่เหมาะที่สุดสำหรับล่องเรือชมดอกบัวและนกน้ำ ส่วนช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อนเหมาะกับการดูนกน้ำและนกอพยพ โดยควรออกเรือก่อนแดดแรง
ถาม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. หากต้องการล่องเรือชมธรรมชาติช่วงเช้าตรู่ควรติดต่อผู้ให้บริการเรือหรือที่พักในพื้นที่ล่วงหน้า
ถาม: ทะเลน้อยมีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีทะเลบัวยามเช้า นกน้ำหลากชนิด ควายน้ำ พรุควนขี้เสียน คลองนางเรียม ศาลานางเรียม หอคอยชมวิว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และวิถีชุมชนทะเลน้อย
ถาม: เดินทางไปทะเลน้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพัทลุงใช้ทางหลวงหมายเลข 4048 สายพัทลุง-ควนขนุน ระยะทางประมาณ 32 กม. หรือเดินทางด้วยรถไฟลงสถานีปากคลองแล้วต่อรถไปทะเลน้อยประมาณ 8 กม.
ถาม: เที่ยวทะเลน้อยแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พรุควนขี้เสียน นาโปแก วัดเขาอ้อ วัดดอนศาลา และชุมชนปากประได้
โทร : 074685230
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




